Transcription
แล้วถ้าสมมุติว่าเราบอกว่าเราพยายามบอกตัวเองว่าเฮ้ยเราทำได้เราทำได้แต่วันนึงเนี่ยทำเท่าไหร่มันก็ไม่ได้การกลับมายอมรับไอ้สิ่งตรงนี้จริงๆมันเป็นมันมันคือเรื่องที่ควรจะต้องยอมจำนนกับมันมั้ยครับ อาจารย์
ไม่ก็ต้องบอกว่าฉันทำได้ต่อไปเรื่อยๆแล้วมันจะได้
เออ
ไปอีก
ครับ
ไปได้แต่ว่าทำได้นี่ต้องมาพิจารณาตัวเองว่าเอ่อเราเราปรึกษาโค้ชหรือเปล่า
ครับ
เพราะส่วนใหญ่ผมเจอคนที่เป็นทุกข์ในประเทศไทยเนี่ยนะ
อืออือ
เราติดนิสัย one man โชว์กันหมดเลย
อ่าฮะ
อย่างธุรกิจทุกวันนี้ที่จนกันเนี่ย
ครับ
ทำขึ้นไม่ได้เนี่ยเพราะชอบเชื่อตัวเอง
อื
ไอ้ที่ทำไม่ได้คำถามคือปรึกษาคนอื่นนี่เค้าทำได้หรือยัง
อื
ส่วนใหญ่เชื่อตัวเองกันหมดเลย
อื
คล้ายๆกับมีปมอ่ะโดนครูด่ามาทั้งชีวิต
ก็เลยมีความเห็นว่าใครอย่ามาสอนฉันได้มั้ย
ครับ
อื
ใช่มั้ยฮะ
แล้วธุรกิจสมัยใหม่เป็นเรื่องของการ collaboration
เป็นเรื่องของการมีเพื่อนมี mentor
อ่า
ใช่มั้ยแต่ทุกคนจะไม่ยอมปรึกษาใครไม่ asking for
เออครับ
แล้วก็มานั่งบอกว่าฉันไม่เก่งฉันไม่เก่ง
อื
แต่หารู้มว่าคนที่เก่งๆอย่างเพื่อนโรงเรียนเดียวกันเราตอนเล็กๆเราก็งงว่าทำไมมันเรียนเก่งกว่าเรา
อื
เค้ามีโค้ชติวเรื่องสมองเราไม่รู้ไงพ่อแม่เค้า
อ
ติวลูกเค้าเรามันลูกทุ่งบ้านนอกเราก็เรียนไปเรื่อยเลย
แล้วก็สู้เค้าไม่ได้สักทีอ๋อ
เค้ามีเทคนิคเค้ามีกระบวนการมีผู้ช่วย
ครับ
เราจะต้องอัตหิอัตโนนาโถอัตตาเป็นที่พึ่งของตนเองที่พึ่งของตน
[เสียงหัวเราะ]
แต่พุทธเจ้าบอกว่าเป็นที่พึ่งของตนเราก็เราแปลให้ผิด
เออ
หมายความว่าอาจารย์บรรลุธรรมอ่ะต้องทำด้วยตัวเองแต่ไม่ได้ห้ามปรึกษาพระสงฆ์ไม่ได้ห้ามปรึกษากัลยาณมิตรไม่ได้ห้ามไปปรึกษาผู้รู้นี่
ครับ
ใช่มั้ยเราก็เลยคิดว่าอัตถิอัตตโนนาโถคือทำเองและไม่ปรึกษาใคร
อ่าครับอื
ไม่มีทางบรรลุธรรมเลย
อืแสดงว่าเมื่อกี้อาจารย์พูดถึงในบริบทของบริษัทที่บางทีไม่เติบโตเพราะเราไม่ได้ทำแต่ถ้าบริบทของระดับปัจเจกอย่างเงี้ยครับอาจารย์สมมุติเราเจออะไรบางอย่างเราก็ต้องถามไทยหาทางถามไทยหาทางถึงบอกต้องคนเรามันต้องมีแบบมีเพื่อนมีกัลยาณมิตรเหมือนกันใช่คบบัณฑิตห่างไกลคนพาลบูชาผู้ควรบูชา
อ่า
ไอ้ตัวที่ 3 สำคัญมากเลยบูชาผู้ควรบูชา
มันจะทำให้ subconscious ของเรานึกถึงภาพคนนั้นน่ะคนที่ไม่บูชาใครเลยไม่ศรัทธาใครเลยเนี่ยยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ
อืมฮะ
เพราะอะไรฮะแบบมันเหมือนมันไม่มีตัวมันไม่มีตัว energy บางอย่างมาเติมในวันที่เราไม่นั่นใช่มั้ครับอาจารย์
ถูกมันไม่เห็นเป้า subconscious มันไม่เห็นตัวอย่างมันก็ต้องไปแบบนี้
ออครับ
เรื่องสัญญานี้สำคัญมากเลยฮะ
ครับ
มันเป็นผ้าขาวที่เราจะ
ส่งเรื่องร้ายๆเข้าไปมันก็จะร้ายคืนกลับมา
อ่า
เราส่งว่าเนี่ยโมเดลฉันคือหลวงปู่หลวงพ่อโมเดลฉันคือในหลวง
อื
มันก็จะขึ้นมา
ครับ
ถ้าโมเดลเราเป็นคนดีมันก็จะขึ้นตามมาไม่น่าเชื่อนะ
ชื่อว่า subconscious มันก็เป็น unconscious
เออ
หมายความว่า
อยู่ๆมันก็ขึ้นมาได้
ขึ้นมา[เสียงหัวเราะ]เอง
อันเนี้ยเค้าพิสูจน์กันมาเยอะแล้วมันจะเป็นพลังพลังที่คนที่อยู่ฝ่ายขายของบริษัทที่ขายของเก่งๆเนี่ย
ฝึกเรื่องนี้กันเยอะมากเลย
อืมันจะทำให้เรามี energy ในการลุกขึ้นไปซึ่งคน
ตรงเนี้ยไม่จำเป็นต้องเป็นคนระดับแบบโอ้โหระดับในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือระดับสูงๆก็ได้เป็นคนรอบๆข้างใกล้ๆตัวกับเราก็ได้ใช่มั้ครับอาจารย์
พ่อเราก็ได้
เออสมแม่เราเจอแม่ค้าขายส้มตำหรือกูป้าก็เจ๋งว่ะก็ได้
เออเนี่ยคำเนี้ยคือการที่เราออกไปนิยมชมชอบผู้อื่น subconscious มันจะจำไว้ว่า
ครับ
เราอ่ะนิยมชมชอบคนอื่นรู้มั้ผลคืออะไรจากนี้ไปจะมีคนอื่นมันนิยมชมชอบเรา
อื
เพราะอะไรครับอาจารย์
มันคล้ายๆกับเป็นคล้ายๆกับกฎแห่งแรงดึงดูดอ่ะมันจะดึงเรื่องดีๆเข้ามา
อ่า
อ่ะสมมุติวันนี้เราเราอยากจะซื้อรถยนต์สีดำ
ครับ
ขับออกไปนอกถนนเเห็นแต่รถยนต์สีดำทั้งวันเลย
ไอ้ subconscious มันลากเราไปดูอันนั้น
เออครับ
เห็นมั้เหมือนกันพอเราเห็นคนนี้เค้าเก่งอย่างแม่ค้าส้มตำท่านเมื่อกี้
แต่นี้ไปเราจะมีความจะเห็นแต่เรื่องที่คนเก่งๆนี้เข้ามาไง
เออ
กำลังใจมันขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆ
อื
ถึงบอกให้ห่างไกลคนพานน่ะไปเห็นใครก็ไปดูถูกเค้าไปว่าเค้า
ไปว่าคนนู้นว่าคนนี้ว่าทั้งเมืองเลยอ่ะ
คนนี้ผมเดินห่างก่อนเลย
เพราะว่ามันจะมาโดน subconscious เรา[เสียงหัวเราะ]อครับ
ไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธโลกนะ
อ
ผมรู้
แต่ไม่ครบ
อ่า
ใช่มั้ยเลี่ยงได้เลี่ยงแต่ถ้าจำเป็นอยู่ก็ค่อยๆติวเค้าให้เค้าเปลี่ยน
เปลี่ยนจากลบเป็นบวกเปลี่ยนจากลบเป็นบวกเรื่อยๆ
อย่างมะเร็งเนี่ยสมมุติเจอมะเร็งเนี่ยถ้าเราไม่ติดลบเนี่ยฉันซวยแล้วฉันแย่แล้วมะเร็งกินฉันแล้วฉันตายตายอย่างรวดเร็วเลย
อื
แทนที่จะยอมรับเหมือนว่าเฮ้ยโชคดีเว้ย[เสียงหัวเราะ]
ได้เป็นโรคทันสมัย
ใช่มั้ยแล้วก็ขอบคุณมัน
อื
แล้วก็ขอโทษมันซะ
ฮะ
แสดงว่าฉันคงใช้ไลฟ์สไตล์อะไรบางอย่างซึ่งเซลล์เค้าน้อยใจ
ครับ
มะเร็งเป็นการน้อยใจของเซลล์ในการทำงาน
แล้วก็จับตรงที่เป็นมะเร็งแล้วพูดว่า
เรารักกันนะครับ
เราอยู่ด้วยกันนะ
ครับ
โอเคนะท่านจะให้กำลังใจเธอนะ
เธออยู่กับฉันได้นะฉันไม่ได้รังเกียจเธอ
ครับ
นี่ก็เป็นเทคนิคนึงที่ใช้รักษามะเร็งเหมือนกัน
อื
พวกนี้มันก็เหมือนกับการพยายามจะโอบกอดตัวเองให้กำลังใจตัวเองนะอาจารย์
ถูกต้องครับ
แต่อย่างสมมุติบางคนผมเข้าใจบางอันในเนี้ยมีบางคนฟังก็อาจจะเฮ้ยใช่เราควรจะงี้แต่บางคนบอกว่าโอ้โหอาจารย์อาจารย์พูดได้ชีวิตหนูนี่ที่เป็นอยู่เนี่ยทุกข์นะพอเป็นมะเร็งเสร็จอ้าตายลาออกจากงานทำงานไม่ได้นู่นนี่นั่นเบอกโอ้ยมันมันรุมมาตุ้มรุมเร้าเราเหลือเกินอย่างเงี้ยเจอคนอย่างี้เยอะ
เออใช่มั้ยอาจารย์
คนพวกนี้ผมก็ปล่อยเค้าแพ้ไปฮะ
ครับอื
เค้าเชื่อตัวเค้าเองไง
อ่า
เรา 2 คนมาคุยขนาดนี้เค้ายังไม่เชื่อเลย
ครับ
ตกลงเค้าเชื่อใครไง
อือๆ
เค้าเชื่อเค้าคือในตัวเค้ามี 2 คน
อ่าใช่ๆ
คนแพ้กับคนชนะ
ครับ
เค้าเลือกคนแพ้เสมอ
อื
เรา 2 คนจะมาดึงตัวชนะในตัวเค้าออกมา
ครับ
เค้ายังไม่เชื่อเราเลย
ออ
คนพวกเนี้ยตามกฎธรรมชาติก็ต้องถูกทำลายและถูกกำจัดไปในที่สุดน่ะ
ออฮะ
ถูกมั้ยเค้าเลือกจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ครับ
มันอย่างงี้เรครับอาจารย์มันเหมือนมันเหมือนไอ้ความรู้สึกในใจคนเรานี่บางทีมันก็จะมีทั้งด้าน
ขาวด้านดำด้านบวกด้านลบ
บางทีถ้าสมมุติว่าเราปล่อยให้ด้านลบมันขึ้นไปสูงๆบางทีมันก็เอาดึงลงมาไม่ได้
อ
คนแบบนี้ผมเจอส่วนใหญ่ก็จะเข้าไปเป็นโค้ชเค้า
ครับ
ชวนเค้ารีเฟรมให้เค้ามองโลกใหม่
อื
คือถ้าเราตอนนี้ฟังรายการนี้อยู่แล้วคิดต่อต้านคิดว่าไม่จงไม่จริงเนี่ยผมว่าต้องไปรีเฟรมตัวเองใหม่ล่ะ
ครับ
แสดงว่าไม่เคยศรัทธาใครแล้วที่สำคัญคืออะไรมั้ย
ฮะ
คนไม่ศรัทธาผู้อื่นเกิดจากไม่เคยศรัทธาตัวเองไง
ออ
เริ่มต้นมาก็ทำไม่ได้หรอกดอกเตอร์มันพูดอะไรคุณประสานพูดอะไรมันทำไม่ได้เค้าไม่ได้ศรัทธาตัวเอง
อื
เพราะงั้นเค้าต้องรักตัวเองก่อน
ครับ
ถ้าผมอยู่ตรงนี้ผมจะขอบอกท่านผู้ฟังทุกคนเลยว่าคุณคือคนที่มีความสามารถที่สุดในโลก
อืมฮะ
คุณน่ะเก่งมากๆเลยอ
แต่คนที่ทำให้คุณไม่เก่งก็คือ
ตัวเราเองนี่แหละ
ตัวคุณเอง
ออ[เสียงหัวเราะ]ครับ
ผมเชื่อว่าคุณเก่งทุกคน
ครับ
เพราะผมเชื่อว่าประเทศไทยตอนเนี้ยไปได้
อื
ทุกคนเวลาออกรายการออกสื่อจะบอกคนไทยแย่คนไทยไม่เอาไหนผมไม่เล่นด้วยนะ
มันจะทำให้จิตวิทยาของประเทศเสียหายอ
เออใช่เพราะว่าทุกวันนี้อย่างเนี้ยอย่างเราเชิญอาจารย์ รพัมาคุยแบบนี้เราเพราะเรารู้สึกว่าปีนี้มันเต็มไปด้วยข่าวร้ายๆ
อื
มันสะกดเราอยู่ตลอดเวลาว่าเศรษฐกิจไม่ดีซึ่งโอเคมันอาจจะอาจจะไม่ดีจริงเราฟังเสร็จอ้าวเดี๋ยวมีน้ำท่วมมีสงครามมีไอ้นั่นนี่บางทีมันไอ้ความรู้สึกพวกนี้มันจะเข้ามาหาเราอยู่ตลอดเวลา
ใช่ใช่ต้องรีเฟรมใหม่
ครับ
ขอบคุณที่มันเกิดตอนนี้
อื
ขอบคุณที่มันเลือกให้เราได้ฝึกก่อนใคร
ฮะ
สมมุติสงครามโลกอาจจะเกิดขึ้นทั้งโลกเลย
อื
เราได้ฝึกก่อนใครเราได้เตรียมพร้อมก่อนใคร
อื
เออ
ครับ
แล้วทหารไทยก็แสดงความเป็นสุภาพประดุจให้ดูเยอะแยะไปหมดเลย
เราได้เรียนรู้เราได้ปรับปรุงประชาชนเริ่มทำใจ
เราจะได้เตรียมพร้อมกับน้ำท่วม
อย่าว่าแต่หาดใหญ่เลยที่อื่นก็อาจจะเกิดขึ้นได้
เราเริ่มรู้การบริหารจัดการการไม่ประมาท
ครับ
ขอบคุณหมดเลย
อือ๋ออันนี้มันอันนี้มันเรียกว่ารีเฟรม
รีเฟรม
คือถ้าสมมุติเราไม่รีเฟรมเราก็เราก็จะกล่นด่า
ซึ่งนั่นซึ่งซึ่งผมก็แอบสิบางทีผมก็เผลอด่าอยู่เหมือนกันนะเพราะบางทีมันเราก็รู้สึกน่าด่าแต่ว่าแต่ว่าถ้าเรารีเฟรมมันก็คือเรามาคิดว่าเฮ้ยแล้วถ้าวันนึงไอ้บ้านที่เราอยู่มันน้ำท่วมแบบนั้นชีวิตเราจะรับมือยังไงเราเตรียมพร้อมยังไงอันนี้คือคือการรีเฟรมอ่ะใช่มั้ครับอาจารย์
ใช่ใช่แล้วบางทีเราด่วนด่วนด่าเร็วเกินไปไง
ครับ
นั้นสุดยอดเลยของการที่จะอยู่ตรงนี้ก็คือไม่ตัดสินใครๆง่ายๆ
อืมอ่ะ
เราก็ไม่รู้ว่าข่าวออกกับเรื่องจริงมันเป็นยังไง
ครับ
เราก็ไม่รู้ไงแล้วถามว่าเรื่องนั้นน่ะมันมีผลต่อชีวิตเราตรงนี้มั้ย
ฮะฮะ
เราอาจจะเรื่องนั้นมาเป็นบทเรียนให้รู้ว่าจะได้ป้องกันตัวยังไง
ดูวิธีบริหารจัดการดูวิธีอะไรนี้มากกว่า
อฟังอาจารย์พูดนี้แสดงว่าเหมือนๆเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่แทนที่เราจะวิ่งออกไปข้างนอก
อื
ส่งใจออกไปข้างนอกมันเหมือนเราต้องพาตัวเรากลับเข้ามาข้างในเนาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้างนอกหรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็ต้องกลับเข้ามาข้างใน
ถ้าหากว่าใครชอบรายการนี้ก็สามารถที่จะกดไลค์กดแชร์หรือว่าส่งคอมเมนต์ไปได้นะครับว่าอยากจะให้เราไปคุยกับใครบ้างนะครับแล้วก็อย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะครับเพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้กับทีมงานครับ