📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ยิ่งคิดบวก ยิ่งทำให้ทุกข์จางลง คุยกับ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ | มนุษย์ต่างวัย Talk

Manoottangwai9:22

Transcription

แล้วถ้าสมมุติว่าเราบอกว่าเราพยายามบอกตัวเองว่าเฮ้ยเราทำได้เราทำได้แต่วันนึงเนี่ยทำเท่าไหร่มันก็ไม่ได้การกลับมายอมรับไอ้สิ่งตรงนี้จริงๆมันเป็นมันมันคือเรื่องที่ควรจะต้องยอมจำนนกับมันมั้ยครับ อาจารย์

ไม่ก็ต้องบอกว่าฉันทำได้ต่อไปเรื่อยๆแล้วมันจะได้

เออ

ไปอีก

ครับ

ไปได้แต่ว่าทำได้นี่ต้องมาพิจารณาตัวเองว่าเอ่อเราเราปรึกษาโค้ชหรือเปล่า

ครับ

เพราะส่วนใหญ่ผมเจอคนที่เป็นทุกข์ในประเทศไทยเนี่ยนะ

อืออือ

เราติดนิสัย one man โชว์กันหมดเลย

อ่าฮะ

อย่างธุรกิจทุกวันนี้ที่จนกันเนี่ย

ครับ

ทำขึ้นไม่ได้เนี่ยเพราะชอบเชื่อตัวเอง

อื

ไอ้ที่ทำไม่ได้คำถามคือปรึกษาคนอื่นนี่เค้าทำได้หรือยัง

อื

ส่วนใหญ่เชื่อตัวเองกันหมดเลย

อื

คล้ายๆกับมีปมอ่ะโดนครูด่ามาทั้งชีวิต

ก็เลยมีความเห็นว่าใครอย่ามาสอนฉันได้มั้ย

ครับ

อื

ใช่มั้ยฮะ

แล้วธุรกิจสมัยใหม่เป็นเรื่องของการ collaboration

เป็นเรื่องของการมีเพื่อนมี mentor

อ่า

ใช่มั้ยแต่ทุกคนจะไม่ยอมปรึกษาใครไม่ asking for

เออครับ

แล้วก็มานั่งบอกว่าฉันไม่เก่งฉันไม่เก่ง

อื

แต่หารู้มว่าคนที่เก่งๆอย่างเพื่อนโรงเรียนเดียวกันเราตอนเล็กๆเราก็งงว่าทำไมมันเรียนเก่งกว่าเรา

อื

เค้ามีโค้ชติวเรื่องสมองเราไม่รู้ไงพ่อแม่เค้า

ติวลูกเค้าเรามันลูกทุ่งบ้านนอกเราก็เรียนไปเรื่อยเลย

แล้วก็สู้เค้าไม่ได้สักทีอ๋อ

เค้ามีเทคนิคเค้ามีกระบวนการมีผู้ช่วย

ครับ

เราจะต้องอัตหิอัตโนนาโถอัตตาเป็นที่พึ่งของตนเองที่พึ่งของตน

[เสียงหัวเราะ]

แต่พุทธเจ้าบอกว่าเป็นที่พึ่งของตนเราก็เราแปลให้ผิด

เออ

หมายความว่าอาจารย์บรรลุธรรมอ่ะต้องทำด้วยตัวเองแต่ไม่ได้ห้ามปรึกษาพระสงฆ์ไม่ได้ห้ามปรึกษากัลยาณมิตรไม่ได้ห้ามไปปรึกษาผู้รู้นี่

ครับ

ใช่มั้ยเราก็เลยคิดว่าอัตถิอัตตโนนาโถคือทำเองและไม่ปรึกษาใคร

อ่าครับอื

ไม่มีทางบรรลุธรรมเลย

อืแสดงว่าเมื่อกี้อาจารย์พูดถึงในบริบทของบริษัทที่บางทีไม่เติบโตเพราะเราไม่ได้ทำแต่ถ้าบริบทของระดับปัจเจกอย่างเงี้ยครับอาจารย์สมมุติเราเจออะไรบางอย่างเราก็ต้องถามไทยหาทางถามไทยหาทางถึงบอกต้องคนเรามันต้องมีแบบมีเพื่อนมีกัลยาณมิตรเหมือนกันใช่คบบัณฑิตห่างไกลคนพาลบูชาผู้ควรบูชา

อ่า

ไอ้ตัวที่ 3 สำคัญมากเลยบูชาผู้ควรบูชา

มันจะทำให้ subconscious ของเรานึกถึงภาพคนนั้นน่ะคนที่ไม่บูชาใครเลยไม่ศรัทธาใครเลยเนี่ยยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ

อืมฮะ

เพราะอะไรฮะแบบมันเหมือนมันไม่มีตัวมันไม่มีตัว energy บางอย่างมาเติมในวันที่เราไม่นั่นใช่มั้ครับอาจารย์

ถูกมันไม่เห็นเป้า subconscious มันไม่เห็นตัวอย่างมันก็ต้องไปแบบนี้

ออครับ

เรื่องสัญญานี้สำคัญมากเลยฮะ

ครับ

มันเป็นผ้าขาวที่เราจะ

ส่งเรื่องร้ายๆเข้าไปมันก็จะร้ายคืนกลับมา

อ่า

เราส่งว่าเนี่ยโมเดลฉันคือหลวงปู่หลวงพ่อโมเดลฉันคือในหลวง

อื

มันก็จะขึ้นมา

ครับ

ถ้าโมเดลเราเป็นคนดีมันก็จะขึ้นตามมาไม่น่าเชื่อนะ

ชื่อว่า subconscious มันก็เป็น unconscious

เออ

หมายความว่า

อยู่ๆมันก็ขึ้นมาได้

ขึ้นมา[เสียงหัวเราะ]เอง

อันเนี้ยเค้าพิสูจน์กันมาเยอะแล้วมันจะเป็นพลังพลังที่คนที่อยู่ฝ่ายขายของบริษัทที่ขายของเก่งๆเนี่ย

ฝึกเรื่องนี้กันเยอะมากเลย

อืมันจะทำให้เรามี energy ในการลุกขึ้นไปซึ่งคน

ตรงเนี้ยไม่จำเป็นต้องเป็นคนระดับแบบโอ้โหระดับในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือระดับสูงๆก็ได้เป็นคนรอบๆข้างใกล้ๆตัวกับเราก็ได้ใช่มั้ครับอาจารย์

พ่อเราก็ได้

เออสมแม่เราเจอแม่ค้าขายส้มตำหรือกูป้าก็เจ๋งว่ะก็ได้

เออเนี่ยคำเนี้ยคือการที่เราออกไปนิยมชมชอบผู้อื่น subconscious มันจะจำไว้ว่า

ครับ

เราอ่ะนิยมชมชอบคนอื่นรู้มั้ผลคืออะไรจากนี้ไปจะมีคนอื่นมันนิยมชมชอบเรา

อื

เพราะอะไรครับอาจารย์

มันคล้ายๆกับเป็นคล้ายๆกับกฎแห่งแรงดึงดูดอ่ะมันจะดึงเรื่องดีๆเข้ามา

อ่า

อ่ะสมมุติวันนี้เราเราอยากจะซื้อรถยนต์สีดำ

ครับ

ขับออกไปนอกถนนเเห็นแต่รถยนต์สีดำทั้งวันเลย

ไอ้ subconscious มันลากเราไปดูอันนั้น

เออครับ

เห็นมั้เหมือนกันพอเราเห็นคนนี้เค้าเก่งอย่างแม่ค้าส้มตำท่านเมื่อกี้

แต่นี้ไปเราจะมีความจะเห็นแต่เรื่องที่คนเก่งๆนี้เข้ามาไง

เออ

กำลังใจมันขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆ

อื

ถึงบอกให้ห่างไกลคนพานน่ะไปเห็นใครก็ไปดูถูกเค้าไปว่าเค้า

ไปว่าคนนู้นว่าคนนี้ว่าทั้งเมืองเลยอ่ะ

คนนี้ผมเดินห่างก่อนเลย

เพราะว่ามันจะมาโดน subconscious เรา[เสียงหัวเราะ]อครับ

ไม่ใช่ว่าผมปฏิเสธโลกนะ

ผมรู้

แต่ไม่ครบ

อ่า

ใช่มั้ยเลี่ยงได้เลี่ยงแต่ถ้าจำเป็นอยู่ก็ค่อยๆติวเค้าให้เค้าเปลี่ยน

เปลี่ยนจากลบเป็นบวกเปลี่ยนจากลบเป็นบวกเรื่อยๆ

อย่างมะเร็งเนี่ยสมมุติเจอมะเร็งเนี่ยถ้าเราไม่ติดลบเนี่ยฉันซวยแล้วฉันแย่แล้วมะเร็งกินฉันแล้วฉันตายตายอย่างรวดเร็วเลย

อื

แทนที่จะยอมรับเหมือนว่าเฮ้ยโชคดีเว้ย[เสียงหัวเราะ]

ได้เป็นโรคทันสมัย

ใช่มั้ยแล้วก็ขอบคุณมัน

อื

แล้วก็ขอโทษมันซะ

ฮะ

แสดงว่าฉันคงใช้ไลฟ์สไตล์อะไรบางอย่างซึ่งเซลล์เค้าน้อยใจ

ครับ

มะเร็งเป็นการน้อยใจของเซลล์ในการทำงาน

แล้วก็จับตรงที่เป็นมะเร็งแล้วพูดว่า

เรารักกันนะครับ

เราอยู่ด้วยกันนะ

ครับ

โอเคนะท่านจะให้กำลังใจเธอนะ

เธออยู่กับฉันได้นะฉันไม่ได้รังเกียจเธอ

ครับ

นี่ก็เป็นเทคนิคนึงที่ใช้รักษามะเร็งเหมือนกัน

อื

พวกนี้มันก็เหมือนกับการพยายามจะโอบกอดตัวเองให้กำลังใจตัวเองนะอาจารย์

ถูกต้องครับ

แต่อย่างสมมุติบางคนผมเข้าใจบางอันในเนี้ยมีบางคนฟังก็อาจจะเฮ้ยใช่เราควรจะงี้แต่บางคนบอกว่าโอ้โหอาจารย์อาจารย์พูดได้ชีวิตหนูนี่ที่เป็นอยู่เนี่ยทุกข์นะพอเป็นมะเร็งเสร็จอ้าตายลาออกจากงานทำงานไม่ได้นู่นนี่นั่นเบอกโอ้ยมันมันรุมมาตุ้มรุมเร้าเราเหลือเกินอย่างเงี้ยเจอคนอย่างี้เยอะ

เออใช่มั้ยอาจารย์

คนพวกนี้ผมก็ปล่อยเค้าแพ้ไปฮะ

ครับอื

เค้าเชื่อตัวเค้าเองไง

อ่า

เรา 2 คนมาคุยขนาดนี้เค้ายังไม่เชื่อเลย

ครับ

ตกลงเค้าเชื่อใครไง

อือๆ

เค้าเชื่อเค้าคือในตัวเค้ามี 2 คน

อ่าใช่ๆ

คนแพ้กับคนชนะ

ครับ

เค้าเลือกคนแพ้เสมอ

อื

เรา 2 คนจะมาดึงตัวชนะในตัวเค้าออกมา

ครับ

เค้ายังไม่เชื่อเราเลย

ออ

คนพวกเนี้ยตามกฎธรรมชาติก็ต้องถูกทำลายและถูกกำจัดไปในที่สุดน่ะ

ออฮะ

ถูกมั้ยเค้าเลือกจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ครับ

มันอย่างงี้เรครับอาจารย์มันเหมือนมันเหมือนไอ้ความรู้สึกในใจคนเรานี่บางทีมันก็จะมีทั้งด้าน

ขาวด้านดำด้านบวกด้านลบ

บางทีถ้าสมมุติว่าเราปล่อยให้ด้านลบมันขึ้นไปสูงๆบางทีมันก็เอาดึงลงมาไม่ได้

คนแบบนี้ผมเจอส่วนใหญ่ก็จะเข้าไปเป็นโค้ชเค้า

ครับ

ชวนเค้ารีเฟรมให้เค้ามองโลกใหม่

อื

คือถ้าเราตอนนี้ฟังรายการนี้อยู่แล้วคิดต่อต้านคิดว่าไม่จงไม่จริงเนี่ยผมว่าต้องไปรีเฟรมตัวเองใหม่ล่ะ

ครับ

แสดงว่าไม่เคยศรัทธาใครแล้วที่สำคัญคืออะไรมั้ย

ฮะ

คนไม่ศรัทธาผู้อื่นเกิดจากไม่เคยศรัทธาตัวเองไง

ออ

เริ่มต้นมาก็ทำไม่ได้หรอกดอกเตอร์มันพูดอะไรคุณประสานพูดอะไรมันทำไม่ได้เค้าไม่ได้ศรัทธาตัวเอง

อื

เพราะงั้นเค้าต้องรักตัวเองก่อน

ครับ

ถ้าผมอยู่ตรงนี้ผมจะขอบอกท่านผู้ฟังทุกคนเลยว่าคุณคือคนที่มีความสามารถที่สุดในโลก

อืมฮะ

คุณน่ะเก่งมากๆเลยอ

แต่คนที่ทำให้คุณไม่เก่งก็คือ

ตัวเราเองนี่แหละ

ตัวคุณเอง

ออ[เสียงหัวเราะ]ครับ

ผมเชื่อว่าคุณเก่งทุกคน

ครับ

เพราะผมเชื่อว่าประเทศไทยตอนเนี้ยไปได้

อื

ทุกคนเวลาออกรายการออกสื่อจะบอกคนไทยแย่คนไทยไม่เอาไหนผมไม่เล่นด้วยนะ

มันจะทำให้จิตวิทยาของประเทศเสียหายอ

เออใช่เพราะว่าทุกวันนี้อย่างเนี้ยอย่างเราเชิญอาจารย์ รพัมาคุยแบบนี้เราเพราะเรารู้สึกว่าปีนี้มันเต็มไปด้วยข่าวร้ายๆ

อื

มันสะกดเราอยู่ตลอดเวลาว่าเศรษฐกิจไม่ดีซึ่งโอเคมันอาจจะอาจจะไม่ดีจริงเราฟังเสร็จอ้าวเดี๋ยวมีน้ำท่วมมีสงครามมีไอ้นั่นนี่บางทีมันไอ้ความรู้สึกพวกนี้มันจะเข้ามาหาเราอยู่ตลอดเวลา

ใช่ใช่ต้องรีเฟรมใหม่

ครับ

ขอบคุณที่มันเกิดตอนนี้

อื

ขอบคุณที่มันเลือกให้เราได้ฝึกก่อนใคร

ฮะ

สมมุติสงครามโลกอาจจะเกิดขึ้นทั้งโลกเลย

อื

เราได้ฝึกก่อนใครเราได้เตรียมพร้อมก่อนใคร

อื

เออ

ครับ

แล้วทหารไทยก็แสดงความเป็นสุภาพประดุจให้ดูเยอะแยะไปหมดเลย

เราได้เรียนรู้เราได้ปรับปรุงประชาชนเริ่มทำใจ

เราจะได้เตรียมพร้อมกับน้ำท่วม

อย่าว่าแต่หาดใหญ่เลยที่อื่นก็อาจจะเกิดขึ้นได้

เราเริ่มรู้การบริหารจัดการการไม่ประมาท

ครับ

ขอบคุณหมดเลย

อือ๋ออันนี้มันอันนี้มันเรียกว่ารีเฟรม

รีเฟรม

คือถ้าสมมุติเราไม่รีเฟรมเราก็เราก็จะกล่นด่า

ซึ่งนั่นซึ่งซึ่งผมก็แอบสิบางทีผมก็เผลอด่าอยู่เหมือนกันนะเพราะบางทีมันเราก็รู้สึกน่าด่าแต่ว่าแต่ว่าถ้าเรารีเฟรมมันก็คือเรามาคิดว่าเฮ้ยแล้วถ้าวันนึงไอ้บ้านที่เราอยู่มันน้ำท่วมแบบนั้นชีวิตเราจะรับมือยังไงเราเตรียมพร้อมยังไงอันนี้คือคือการรีเฟรมอ่ะใช่มั้ครับอาจารย์

ใช่ใช่แล้วบางทีเราด่วนด่วนด่าเร็วเกินไปไง

ครับ

นั้นสุดยอดเลยของการที่จะอยู่ตรงนี้ก็คือไม่ตัดสินใครๆง่ายๆ

อืมอ่ะ

เราก็ไม่รู้ว่าข่าวออกกับเรื่องจริงมันเป็นยังไง

ครับ

เราก็ไม่รู้ไงแล้วถามว่าเรื่องนั้นน่ะมันมีผลต่อชีวิตเราตรงนี้มั้ย

ฮะฮะ

เราอาจจะเรื่องนั้นมาเป็นบทเรียนให้รู้ว่าจะได้ป้องกันตัวยังไง

ดูวิธีบริหารจัดการดูวิธีอะไรนี้มากกว่า

อฟังอาจารย์พูดนี้แสดงว่าเหมือนๆเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่แทนที่เราจะวิ่งออกไปข้างนอก

อื

ส่งใจออกไปข้างนอกมันเหมือนเราต้องพาตัวเรากลับเข้ามาข้างในเนาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้างนอกหรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองก็ต้องกลับเข้ามาข้างใน

ถ้าหากว่าใครชอบรายการนี้ก็สามารถที่จะกดไลค์กดแชร์หรือว่าส่งคอมเมนต์ไปได้นะครับว่าอยากจะให้เราไปคุยกับใครบ้างนะครับแล้วก็อย่าลืมกดติดตามไว้ด้วยนะครับเพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้กับทีมงานครับ