Transcription
สวัสดีครับ คุณโบว์เมลดา ก็ได้ออกมาเปิดเผย ว่าตัวเองเนี่ย มีไตอยู่ข้างเดียว แล้วก็มีมดลูกแฝดด้วยนะครับ หลายคนก็คงสงสัยว่า ไอ้ภาวะนี้เนี่ย มันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วมันจะมีอาการแบบไหนบ้าง รวมทั้งจะมีผลอย่างไรต่อสุขภาพ เดี๋ยววันนี้ผมจะวิเคราะห์ให้ฟังนะครับ
พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนี ธนียหวั เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ ในคลิปนี้ ผมจะขอแบ่งเป็น 2 ช่วงนะครับ ช่วงแรกเนี่ย จะเป็นช่วงที่อธิบายง่ายๆ นะครับว่า เออ ทำไมมันเป็นแบบนี้ อาการเป็นแบบไหนอย่างไร นะครับ แต่ช่วงที่ 2 จะค่อนข้างยากหน่อยนะครับ สำหรับคนที่ต้องการรู้จริงๆ เลยว่า กลไกในการเกิดโรคนี้เนี่ย มันเป็นไปได้ยังไง ทำไมมันถึงเกิดขึ้น มันมีความผิดปกติขั้นตอนไหนนะครับ อันนี้จะเหมาะสำหรับนักเรียนแพทย์ แล้วก็คนที่สนใจเอ่อในด้านของกลไกเชิงลึกนะครับ ก็ลองแล้วแต่นะครับว่าใครจะฟังช่วงไหน
ขอเริ่มต้นกันเลยนะครับ คุณโบว์เมลดา ปัจจุบันอายุ 29 ปีนะครับ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเนี่ย มันมีไตอยู่ข้างเดียว แล้วก็มีมดลูกแฝดซะด้วยนะครับ ก็ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า ระบบไตของเรา กับระบบสืบพันธุ์เนี่ย มันอยู่ใกล้เคียงกันมาก แล้วก็พัฒนามาพร้อมๆ กันนะครับ อ่า พัฒนามาคู่กันเลย ดังนั้นเนี่ย ถ้าเรามีความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่ง เราอาจจะมีปัญหาของอีกระบบนึงก็ได้นะครับ อย่างไรก็ตาม มันไม่จำเป็นจะต้องเป็นทั้ง 2 ระบบพร้อมกัน บางคนอาจจะมีปัญหาแค่เรื่องไตอย่างเดียว บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องของระบบสืบพันธุ์เพียงอย่างเดียวก็ได้นะครับ
อ่ะ แต่ว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันและกัน และนอกเหนือจากนี้ ไม่ใช่แค่ 2 ระบบนั้นเท่านั้นนะครับ ที่มีปัญหาร่วมกันได้ บางคนเนี่ย มีปัญหาระบบอื่นอีก เช่น มีปัญหาเรื่องไต แล้วก็มีปัญหาเรื่องหูด้วย อ่า มันพัฒนามาในเวลาไล่เลี่ยกันนะครับ หรือบางคน มีปัญหาเรื่องไตกับปัญหาเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งซ่อนอยู่ พวกนี้ก็สามารถที่จะเป็นไปได้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่ากรณีของคุณโบว์นั้น รู้สึกว่าเค้ายังไม่ได้เล่าว่า เออ มีปัญหาอะไรอย่างอื่นมั้ย ผมจะคิดก่อนว่า เออ เค้าอาจจะมีแค่ 2 ปัญหาที่เขาเล่ามาแล้วกันนะครับ
อ่ะ ทีนี้ พอเรารู้แล้วว่ามันพัฒนามาคู่กันเนี่ย แล้วทำไมมันเกิดได้นะ ครับ คร่าวๆ ก็คือ อันเนี้ย ไม่ใช่เกิดจากพันธุกรรมครับ มันเป็นของมันเอง ในกรณีของคุณโบว์นะครับ คือเป็นตั้งแต่ตอนเป็นตัวอ่อนอยู่ในท้องแม่แล้ว เกิดการเกิดการผิดปกติในด้านการแบ่งตัวบางอย่างของเซลล์นะครับ มันก็เลยเกิดภาวะนี้ขึ้นมานะฮะ ดังนั้นเนี่ย ภาวะเนี่ย จะไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปให้ใครนะครับ ถ้าจะเป็นก็เป็นที่เจ้าตัวเอง
ส่วนอาการนั้น ผมขอแยกเป็น 2 ระบบนะครับ 1 คือระบบไต และอันที่ 2 คือระบบสืบพันธุ์นะครับ ในแง่ของระบบไต การที่เรามีไตอยู่ข้างเดียวเนี่ยนะครับ ก็ต้องบอกว่าในภาษาทางการแพทย์ เราจะเรียกว่า renal agenesis นะครับ unilateral renal agenesis unilateral แปลว่าข้างเดียว renal คือไต agenesis คือไม่สร้างนะครับ อ่ะ คุณโบว์มีไตข้างเดียว แปลว่าอีกข้างนึง มันต้องไม่สร้างอ่ะ ถูกมั้ยครับ อันนี้ถ้าเราไม่มีไตแล้วเนี่ยนะครับ ก็ต้องบอกว่า ถ้ามีอยู่ข้างเดียว ไตมันจะมีการเพิ่มการทำหน้าที่ของมันมาทดแทนเพื่อนของมันที่หายไปได้นะครับ แต่ก็จะไม่ 100% แล้วก็ยังคงจะมีความเสี่ยงในอนาคต คือเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันสูงนะครับ แล้วถ้าเกิดว่ากรณีเป็นความดันสูงขึ้นมาจริงๆ เป็นเบาหวาน โรคอ้วนนะครับ พวกนี้ก็จะส่งผลต่อไตได้ ซึ่งตอนเนี้ย ถ้าเรามีไตอยู่ข้างเดียว มันก็จะเสียง่ายกว่ากรณีที่เรามีไต 2 ข้างนะครับ เพราะว่า 2 ข้างมันก็ช่วยกันทำงาน คราวเนี้เรามีข้างเดียวก็อาจจะมีปัญหาได้นะครับ
ต่อมาคือถ้าสมมุติตั้งครรภ์จริง ๆ ในขณะตั้งครรภ์เนี่ย คนที่มีไตข้างเดียว อาจจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันสูงขณะตั้งครรภ์ได้ ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ นะครับ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มันมีประโยชน์นะครับ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ไปหายาอะไรแปลกๆ มากินเองเนี่ย ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ และการที่มีไตอยู่ข้างเดียวเนี่ย หลายคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าตัวเองมีไตข้างเดียว เออ หลายคนไม่รู้นะครับ จนกว่าจะไปตรวจแล้วบังเอิญเจออะไรสักอย่าง เช่น อาจจะไปอัลตราซาวด์เจออะไรบางอย่างนะครับ
แล้วนอกเหนือจากนี้เนี่ยนะครับ ไตเนี่ย มันไม่ได้แปลว่ามีความผิดปกติได้แบบเดียว คือมันหายไปข้างนึง บางคนจะมีไตที่แทนที่มันจะอยู่ตรงบริเวณเป็นข้างหลังของเรานะครับ สูงขึ้นมาตรงเลยระดับเอวนะฮะ บางคนมันอยู่ในอุ้งเชิงกรานก็มี บางคนไตเนี่ย มันเป็นรูปตัว U นะครับ ตัว U อย่างเงี้ย เหมือนเกือกม้า เราเรียกว่า Horseshoe Kidney อ่ะ อยู่ในช่องท้องก็เจอได้เหมือนกัน พวกนี้ก็ไม่มีอาการอะไรจนกว่าเราจะไปเจอมันโดยบังเอิญด้วยการไปตรวจโรคอื่นนะ ครับ อ่ะ นี่คือกรณีของปัญหามีไตข้างเดียว ในกรณีของคุณโบว์นะครับ
ต่อมาระบบสืบพันธุ์ การที่เรามีมดลูกแฝดเนี่ย ต้องบอกว่ามันเป็นได้หลายรูปแบบนะครับ มดลูกของเราเนี่ย เวลาที่มันเจริญเติบโตในครรภ์เนี่ย มันจะเริ่มจากท่อ 2 ท่อก่อน ท่ออย่างเงี้ยนะครับ แล้วหลังจากนั้นมันจะมารวมกันตรงกลาง แล้วก็พอมันรวมกันปุ๊บก็จะกลายเป็นท่อเดียวกลมๆนะครับ และนั่นแหละครับ จะกลายไปเป็นมดลูกนะ การที่มันเป็นแบบเนี้ย ถ้าสมมุติว่ามันรวมกันไม่ไม่สนิทใช่มั้ย มันก็เหมือนจะมีมดลูกอยู่ 2 อันอย่างี้ก็ได้นะครับ อ่า แยกกัน 2 อันอย่างเงี้ย เราจะเรียกว่าเป็น bicornuate uterus นะครับ หรือถ้าเกิดว่ามันรวมกันบางส่วนแล้วเหลือรอยหยักข้างบนอ่ะ เหลือรอยหยักข้างบนรวมกันอย่างเงี้ย อันนี้เราจะเรียก bicornuate uterus นะครับ แต่ถ้าเกิดว่ามันมีอยู่ข้างเดียว มันหายไปท่อข้างนึง มันมีอยู่อันเดียวเนี่ย ก็จะเป็นมดลูกที่มันแคบๆ อันนี้เราเรียกว่า unicornuate uterus นะฮะ หรืออีกกรณีที่เป็นมดลูกแฝดได้ก็คือ โอเค 2 ท่อเนี่ย มันรวมกันแล้วแหละ รวมกันสนิทเป็นกลมๆและ แต่ข้างในเนี่ย มันยังมีผนังท่อกั้นอยู่ตรงกลาง ทำให้มดลูกมันดูเหมือนปกติแต่ข้างในมันแบ่งครึ่งนะ ครับ อันนี้เราเรียกว่า septate uterus นะ ครับ งั้นกรณีที่เป็นมดลูกแฝดเนี่ย มันเป็นได้ตั้งแต่มดลูกแบบแยกกันทั้งคู่เลย แยกกันทั้งคู่ก็อาจจะมีเรื่องของ อ่าปากมดลูก 2 อันนะครับ หรือรวมกันบางส่วนด้านบนแค่นี้นะครับ bicornuate หรือรวมกันเรียบร้อยะข้างในมันยังมีผนังแบ่งกั้นอยู่ข้างใน septate uterus จะเป็นแบบไหนก็ได้
แต่พวกนี้เนี่ย อาการมันเป็นยังไงนะ ครับ ที่เราเจอเนี่ย ก็มักจะมาด้วยอาการแบบไม่เฉพาะเจาะจงมากเลย บางคนปวดเมนนะ ปวดมากกว่าปกตินะฮะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าบางทีมดลูกแฝดเนี่ย ข้างนึงนะครับ เลือดประจำเดือนออกมาได้ แต่ไอ้ข้างนึงอีกข้างนึงอ่ะ มันออกไม่ได้ มันค้างอยู่ข้างใน พอมันค้างอยู่ข้างในก็ปวดมากครับ อ่า แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เราก็เวลาไปหาหมอหมอก็จะคิดว่า เอ้ย คงปวดประจำเดือนธรรมดามั้งเนอะ เพราะว่ามันมีประจำเดือนไหลออกมาได้นี่ แต่ไม่รู้ว่าอีกข้างนึงมันยังมีมดลูกที่มีประจำเดือนน่ะ ค้างข้างในแล้วมันออกมาไม่ได้นะครับ ถ้าในภาษาทางการแพทย์ เลือดที่มันคั่งในตัวมดลูกเนี่ย ออกมาไม่ได้ เราจะเรียกว่า hematometra นะครับ แต่ถ้ามันออกมาได้แล้วมันคั่งอยู่ในตรงบริเวณช่องคลอดด้านบนเนี่ย เราจะเรียกว่า hematocolpos นะครับ hematocolpos อ่ะ นี่เป็นภาษารายการแพทย์ พูดให้ฟังสนุกๆ แล้วกันนะครับ
งั้นเรื่องแรกคือมาด้วยอาการปวดเมน อันที่ 2 คือไอ้เลือดประจำเดือนที่มันค้างอยู่ในตัวมดลูกเนี่ย หรือมันออกมาได้ยาก มันมีโอกาสที่จะไหลย้อนกลับไปนะครับ ออกไปทางท่อนำไข่แล้วออกไปสู่ช่องท้องต่างๆ ก็เกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่เราเรียกว่า endometriosis ทำให้เวลาที่เรามีประจำเดือนเนี่ย เราจะปวดได้มากมาย ปวดตรงรังไข่ ปวดตรงท้องน้อย ปวดตรงอะไรก็หลายๆที่นะครับ นอกเหนือจากนี้ บางคนเนี่ย ยังติดเชื้อง่ายก็จะมาด้วยอาการตกขาวนะครับ อ่า ตกขาวอุ้งเชิงกรานอักเสบอย่างเงี้ยนะครับ สามารถเป็นได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดใครมี เอ่อ การดูแลความสะอาดที่ไม่ดี หรือมีเพศสัมพันธ์แล้วบังเอิญมันมีการติดเชื้อ ก็จะมีภาวะนี้ได้ง่ายกว่าคนที่มีมดลูกปกติ
บางคนเนี่ย ไอ้ตัวมดลูกที่มันผิดปกติไป ก็อาจจะไปกดอวัยวะข้างเคียง ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ ออก หรือมีท้องผูกก็ได้นะครับ ถ้ามันไปกดโดนลำไส้ใหญ่ด้านหลังนะครับนะ
แล้วทีนี้ ตั้งครรภ์ได้ไหม คำตอบคือตั้งครรภ์ได้ครับ แต่ มันอาจจะลำบากหน่อย เพราะว่าถ้าเรามีมดลูกแฝดเนี่ย แน่นอนว่าคุณตั้งครรภ์ได้ทีละมดลูก คุณไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ 2 มดลูกพร้อมกัน หรือถ้าโชคดีจริงๆ บางทีมัน 2 มดลูกพร้อมกันก็อาจจะได้ แต่ว่ามันยากมาก เพราะว่าปกติเราตกไข่เนี่ย ข้างละฟองถูกมั้ย แล้วเดือนนึงอ่ะ มันก็ตกทีละข้าง ข้างนี้ตก อีกเดือนนึงก็อีกข้างข้างนึงตกนะฮะ เพราะฉะนั้นไข่มันจะเข้ามาข้างเดียวนะ เพราะฉะนั้นมดลูกอันใดอันหนึ่งเนี่ย จะต้องเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาได้นะครับ อันนั้นก็มันก็จะมีพื้นที่ที่ลดลงถูกมั้ย ลูกก็อาจจะมีปัญหาคือเจริญเติบโตช้า หรือคลอดก่อนกำหนด หรือว่าแท้งอย่างนี้ก็สามารถที่จะเจอได้ ซึ่งคุณหมอที่เขาดูแลก็จะต้องดูแล อ่า อย่างใกล้ชิดนะครับ
บางคนก็อาจจะสงสัย เอ๊ะ แล้วคนที่มีมดลูก 2 ข้างเนี่ย ที่เป็นมดลูกแฝดแบบเนี้ย มีประจำเดือนกี่ครั้งต่อเดือน เออ อ่า ลองทายกันดูสิครับ คนที่มีมดลูกแฝดมีประจำเดือน 1 ครั้งต่อเดือนเหมือนคนทั่วไปครับ เพราะว่าการมีประจำเดือนเนี่ยนะครับ มันขึ้นอยู่กับรอบของฮอร์โมนครับ และฮอร์โมนเนี่ย มันมีผลต่อมดลูกทั้ง 2 ข้างพร้อมกันเท่ากันเป๊ะเลย เพราะฉะนั้นถ้ามันจะมีประจำเดือนเนี่ย มันจะมีเดือนละครั้งเหมือนกับคนทั่วไป ไม่ได้แตกต่างกันไปนะ ครับ
อ่ะ อันนี้คือช่วงแรกของคลิปนี้นะครับ ฟังง่ายๆ ไม่ได้มีอะไรขนาดนั้นนะครับ แล้วเราก็เข้าใจด้วยว่ามันจะเกิดจากอะไร ทีนี้มาช่วงที่ 2 ครับ ช่วงที่ 2 ถ้ามันยากเกินไป ไม่เป็นไรครับ กรุณาข้ามไปเลยก็ได้นะครับ แต่ถ้าเกิดว่าใครเป็นนักเรียนแพทย์ อยากจะรู้ลึกๆ นะครับ ส่วนแล้วก็คนทั่วไปที่อยากรู้ลึกๆ ฟังต่อครับ เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ Embryology หรือ การพัฒนาของเด็กทารกในครรภ์ ซึ่งมันเป็นวิชาแรกที่ผมอ่านหนังสือ textbook ได้จบทั้งเล่ม ดังนั้นผมจะรู้สึกอินกับมันมาก รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ เราเรียน Embryology ใหม่ๆ นะครับ
อ่ะ เริ่มอย่างงี้ ปกติตัวอ่อนของเราเวลาที่เราผสมพันธุ์แล้วก็มีการผสมของสเปิร์มกับไข่เสร็จปุ๊บเนี่ย มันจะกลายไปเป็นเนื้อเยื่อแบนๆ 3 ชั้นนะครับ อ่า ชั้นกลางจะเรียกว่า mesoderm ชั้นนี้แหละครับ ที่มันจะแปลงร่างกันไปเป็นอวัยวะพวกที่เราพูดกันวันนี้ก็คือเรื่องไตแล้วก็อวัยวะสืบพันธุ์นะครับ ตรงนี้เนี่ย เอ่อ อ่า ตัวเราจะเรียกว่า intermediate mesoderm แล้วมันจะแบ่งไอ้แบนๆ ตรงเนี้ย มันจะกลายไปเป็นเหมือนสันสันยาวๆนึงนะครับ เราจะเรียกว่า urogenital ridge นะครับ ซึ่ง urogenital ridge เนี่ย มันจะแบ่งเป็น 2 อันเหมือนกัน urogenital ridge นะครับ แบ่งเป็น 2 อัน อันนึงคือ nephrogenic cord nephrogenic cord จะกลายไปเป็นไตในอนาคต และอีกอันนึงคือตัว gonadal ridge gonadal ridge จะกลายไปเป็นอัณฑะในผู้ชาย และรังไข่ในผู้หญิงจะกลายไปเป็นรังไข่นะครับ
ทีนี้ ขอพูดเรื่อง nephrogenic cord ตรงนี้ก่อน nephrogenic cord เนี่ย คือมันจะเริ่มพัฒนาทั้งหมดเวลาที่เรามีการผสมของไข่สเปิร์มไปแล้วประมาณสัก 1 เดือน หรือ 4 สัปดาห์ ประมาณเท่านั้นนะครับ แล้วตอนนั้นเนี่ย ตอนมันพัฒนา คนเราเนี่ย ต้องบอกว่ามีไต 3 ชุด อ่า หลายคนตกใจ เฮ้ย ทำไมมันไตมี 3 ชุด ใช่ครับ ไตคนเรามี 3 ชุดครับ ชุดแรก pronephros ชุดเนี้ย มันเจริญเติบโตแล้วเดี๋ยวมันฝ่อไป ไม่มีประโยชน์ในมนุษย์ มันฝ่อของมันไปเอง อันที่ 2 mesonephros อันนี้แหละครับ ที่มันจะเจริญไปเป็นท่อต่างๆในการนำปัสสาวะ และอันสุดท้าย metanephros อันนี้แหละครับ จะกลายไปเป็นไตอ่านะครับ pronephros ไม่มีความสำคัญอะไร แต่ไอ้ตัว mesonephros เนี่ยนะครับ มันจะมีอีกชื่อนึงว่า Wolffian duct อ่า Wolffian duct นะครับ หรือ mesonephric duct 2 ตัวนี้คืออย่างเดียวกัน พอพอมันเจริญเติบโต สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่า ไอ้ท่อตัวนี้เนี่ย มันจะเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ กลายไปเป็นท่อทางเดินปัสสาวะนะครับ และในที่เรายังเป็นตัวอ่อนอยู่เนี่ย ทางออกปัสสาวะและทางออกปัสสาวะมันจะเป็นช่องทางเดียวกัน เราเรียกช่องทางนี้ว่า cloaca นะครับ แล้วไอ้ท่อ mesonephric duct เนี่ย มันจะมารวมอยู่ที่ cloaca พอมันมาถึง cloaca ตรงบริเวณอุ้งเชิงกรานแล้วมันจะไปกระตุ้น bud อ่า ทำให้เกิดสิ่งนึงก็คือเป็นไตจริงๆ คือ metanephros นะครับ ตรงนี้เราจะเรียกว่า metanephric blastema คือก้อนเหมือนเป็นก้อนอันนึงที่จะแปลงร่างไปเป็นไตในอนาคตนะ ท่อมาละนะ ครับ ท่อมาถึงทางเดินทางออกละเรียบร้อยนะ มันกระตุ้น bud มีตัว bud รู้สึกว่าชื่อ GDNF (Glial cell line-derived neurotrophic factor) เออ ชื่อมันแปลกๆนะครับ ไม่เป็นไร พอมันกระตุ้นตัวนี้เสร็จปุ๊บ ไอ้ตัว metanephric blastema เนี่ย มันจะค่อยๆแปลงร่างเป็นท่อไตต่างๆนะครับ ที่เป็นตัวไตของเราเลย นี่แหละ แล้วก็ไอ้ท่อ mesonephric duct หรือ Wolffian duct เนี่ย มันจะกลายไปเป็นพวกท่อทางเดินปัสสาวะทั้งหมดอ่ะ พวกนี้มันจะพัฒนาร่วมกันกลายเป็นระบบทางเดินปัสสาวะและไต่นะครับ นี่คือการพัฒนาของมัน
ในกรณีของคุณโบว์ดาเนี่ย ข้างใดข้างหนึ่งมันอาจจะไม่พัฒนา นะครับ มันก็เลยไม่มีไตข้างนั้นอ่านะครับ ทีนี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับระบบสืบพันธุ์ด้วย ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า ไอ้ตัว urogenital ridge เมื่อกี้ข้างๆมันนะ ครับ ปกติเมื่อกี้ผมบอกว่าตัวอ่อนของเราเนี่ย มันจะแบนๆอย่างงี้ใช่มั้ยฮะ แบนๆอย่างงี้ พอมาถึงช่วงเวลานึง มันจะเริ่มพับพับเป็นหลอดเป็นท่ออย่างเงี้ยนะครับ จากแบนๆ มันจะม้วนมาเป็นท่อนะครับ ท่อตรงกลางเนี่ย คือพวกช่องอกช่องท้องท้องของเรา ซึ่งมันจะแบ่งแบ่งครึ่งทีหลังนะครับ แต่ตอนแรกมันเป็นท่อกลวงอย่างนี้แหละนะครับ ท่อเนี้ย เราเรียกว่า coelom นะครับ อ่า coelom แล้วข้างบนนี้มันมีมีไอ้เมื่อกี้ urogenital ridge ใช่มั้ยครับ ฝั่ง urogenital ridge ที่มันอยู่ข้างๆไอ้ช่องท้องตรงเนี้ย เราจะเรียกว่า coelomic epithelium ของ urogenital ridge มันจะแปลงร่างกลายไปเป็นท่ออีกท่อนึงนะฮะ ท่อนี้มีชื่อว่า Mullerian duct อ่า หรือ Paramesonephric duct อันนี้ยากนะครับ ผมบอกไว้ก่อนถ้าใครไม่ใช่หมอ คุณฟังไม่รู้เรื่องแน่นอนนะฮะ เมื่อกี้ mesonephric duct และอันนี้ท่อนี้คือ paramesonephric duct แปลว่ามันอยู่คู่กันครับ และ paramesonephric duct เนี่ย มันพัฒนามาทีหลัง mesonephric duct นะครับ mesonephric duct มีอีกชื่อนึงว่า Wolffian duct ซึ่ง Wolffian duct จะกลายไปเป็นระบบไต นะครับ ท่อทั้งหมดแล้วก็มันจะกลายไปเป็นเรื่องของระบบ อ่า ระบบต่างๆในสืบพันธุ์ของผู้ชายนะครับ เช่น ท่อ vas deferens นะครับ พวกเนี้ยนะฮะ แต่ว่าในผู้หญิงมันก็ จะฝ่อไปในที่สุดเหลือแค่รังไข่อย่างเดียว ส่วน paramesonephric duct เนี่ย อีกชื่อนึงคือ Mullerian duct นะครับ ท่อมูลเลอร์เนี่ย มันจะแปลงร่างกลายไปเป็น อ่า อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิงก็คือตัวท่อนำไข่มดลูก อ่า แล้วก็ตัวช่องคลอดส่วนบนนะ ครับ อ่ะ มันเป็นอย่างงี้ ทีนี้ 2 อันเนี้ย มันสัมพันธ์กันยังไง สัมพันธ์กันแบบนี้ครับ โดยปกติแล้วนะฮะ ตัว Mullerian duct เนี่ย มันจะเปรียบเสมือนโครงเป็นตัวไกด์ตัวนำตัวนำให้ตัว paramesonephric duct หรือ Mullerian duct เนี่ย เจริญเติบโตได้ถูกที่ถูกทางแล้วกลายไปเป็นตัวมดลูก แต่ถ้าเกิดว่าของคุณโบว์เนี่ย ข้างนึงมันเสียไป มันฝ่อไปนะครับ ไอ้ตัว Mullerian duct เนี่ย มันก็จะไม่มีโครงให้มันให้มันเจริญเติบโต หรือมันอาจจะเจริญเติบโตผิด มันก็เลยเกิดเป็นมดลูกที่ มีเป็นมดลูกแฝดได้ครับ นี่แหละครับคือเหตุผล
ทีนี้ ผมจะขอต่ออีกนิดนึงก็คือเรื่องของไตตอนแรกเนี่ย ถ้าใครจำพาร์ทแรกของคลิปนี้ได้ ไตเนี่ย บางคนมันมีปัญหา เอ๊ะ ไตอยู่ในอุ้งเชิงกราน ไตเป็นรูป เอ่อ เกือกม้า ทำไมมันเป็นอย่างงั้น ก็เพราะว่าอย่างงี้ครับ ตอนแรก mesonephric duct ใช่มั้ย มันมาถึงช่องทางออกอุจจาระและปัสสาวะชื่อว่า cloaca ตรงนั้นแล้วมันกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างไตนะ ฮะ ตรงนั้นเลย ไตก็คือตรง อ่า ที่เราเรียกว่า metanephric blastema นะครับ ตรงนั้นมันจะอยู่ที่อุ้งเชิงกราน เพราะฉะนั้นไตมันจะเริ่มจากตรงนั้นก่อน กลายเป็นก้อนไต แล้วหลังจากนั้นมันค่อยๆ ขึ้นไปข้างบนครับ ค่อยๆไหลๆขึ้นไปข้างบน อ่า มันจะค่อยๆเดินขึ้นไปข้างบน ไอ้ขั้นตอนการเดินเนี่ย ถ้ามันผิดปกติ ไตไม่เดินขึ้นไป มันก็อยู่ในอุ้งเชิงกราน หรือบางทีถ้าไตมันขึ้นไปข้างบนแต่มันไม่แยกออกจากกัน มันจะกลายไปเป็นตัว U เหมือนเกือกม้า และพวกนี้ไม่มีอาการอะไรเลยนะครับ
อ่ะ ทีนี้ ถามว่าของคุณโบว์เนี่ยนะครับ เป็นโรคอะไร อ่า ตรงนี้เนี่ย มันจะมีโรคอยู่โรคนึงนะครับ ชื่อว่า OHVASS นะครับ มันย่อมาจากคำว่า Obstructed Hemivagina and Ipsilateral Renal Anomaly Syndrome นะครับ Obstructed ก็คือเป็นการที่มีการมี การอุดกั้น Hemivagina ก็คือเรื่องของช่องคลอดเนี่ย มันมีการอุดไปข้างนึงนะครับ And Ipsilateral คือข้างใดข้างหนึ่ง Isilateral คือข้างเดียวกันกับข้างที่อุดตันเนี่ย มันมีการที่ไตผิดปกติ นะครับ หรือมันมีอีกโรค นึงนะครับ คืออันนี้เป็นคำรวมๆ แต่ว่ามันจะมี syndrome ชื่อ Herlyn-Werner-Wunderlich Syndrome Herlyn-Werner-Wunderlich อันนี้คืออะไร อันนี้จะมีมดลูกแฝดนะครับที่เราเรียกว่า didelphys มี 2 อันนะครับ และมีปัญหาเรื่องของไตเนี่ย มันไม่งอกมาข้างนึง renal agenesis ข้างนั้นนะ อันนี้คือเป็นโรคที่น่าจะเป็นไปได้ในกรณีของคุณโบว์เมลดา นะครับ แล้วก็อาจจะมีความผิดปกติที่ก้ำกึ่งระหว่างพวกนี้ เพราะมันแล้วแต่ว่ามันผิดปกติ ตรงไหนอย่างไรบ้างนะฮะ
อ่ะ ถ้าใครฟังมาถึงตรงนี้แล้ว คุณยังตามผมทันเนี่ย ก็แปลว่าคุณค่อนข้างที่จะเก่งมากนะครับ อาจจะเข้าใจในเรื่องของ embryology ได้ดีนะฮะ แต่อันนี้ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างที่จะสำคัญนะครับ สมัยที่ผมเรียนเนี่ย ไอ้เรื่องนี้สนุกมากเลย ผมไม่ได้สนใจว่าครูเขาจะสอนอะไรนะ แต่ว่าผมไปอ่านหนังสือของผมเองแล้วก็อ่านจบทั้งเล่มด้วย และไอ้พาร์ทเนี้ย เป็นพาร์ทที่มันมากเลย แล้วเราต้องมานั่งจำว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อไหร่ ไตคนเรามี 3 ชุดเลยเหรอ เออ มันมาจากไหนบ้าง แต่ละอันเนี่ย และต้องบอกว่า ไอ้ mesonephros เนี่ย มันสามารถที่จะทำให้เกิดการสร้างไตชุดแรกขึ้นมาได้นะ ไอ้ pronephros เนี่ย มันฝ่อไปนะครับ แต่ไอ้ mesonephros เนี่ย มันไม่ฝ่อ มันฝ่อไปครึ่งนึงแล้วเหลืออีกครึ่งนึง ครึ่งนึงเนี่ย มันผลิตน้ำปัสสาวะออกมาได้ ทำให้เป็นอะไรครับ มันกลายไปเป็นน้ำคร่ำเรานั่นเองนะฮะ แล้วต่อมา พอมันไปถึงไตชุดที่ 3 metanephros อันนั้นเนี่ย มันเป็นไตของจริงก็จะปัสสาวะออกมา เพราะฉะนั้นบางคนที่ เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องการแพทย์มาฟังก็บอกว่า เอ้ย น้ำคร่ำลมมันมาจากไหน ฉี่ของเด็กนี่แหละครับ คือน้ำคร่ำนะฮะ นั่นแหละ ถ้าเกิดว่าเด็กไตไม่มี เด็กไม่มีไตเนี่ยนะ ครับ มันก็จะไม่มีน้ำคร่ำครับ พอไม่มีน้ำคร่ำก็อยู่ไม่ได้ก็จะเสียชีวิตนะฮะ นั่นแหละครับคือเหตุเหตุผลนะ
โอเค วันนี้ผมก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ แล้วก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจภาวะนี้เพิ่มมากขึ้นนะครับ ถ้าใครเป็นเนี่ย ต้องบอกเลยครับว่าส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร แล้วก็อาจจะตรวจพบโดยบังเอิญก็ได้นะครับ ที่เหลือก็คือ ถ้าใครที่มีไตข้างเดียว หรือมีภาวะมดลูกแฝดอันเนี้ย ก็จะต้องดูแลกับคุณหมออย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปเนี่ย ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอะไรขนาดนั้น ไม่ได้มีผลเสียต่อร่างกาย แต่ว่ามันมีผลอย่างอื่นตามมา เช่น เรื่องของความดัน เรื่องเรื่องของการมีบุตร เรื่องของอาการปวดประจำเดือน หรือบางคนก็อาจจะมีเรื่อง เอ่อ เรื่องของการแท้ง หรืออะไรพวกเนี้ยเข้ามาเกี่ยวข้อง การติดเชื้อเข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ
อ่ะ ก็ยังก็ คุณโบว์ เค้าก็ดูใช้ชีวิตอย่างดีที่สุดนะครับ เป็นคนคิดบวกนะฮะ ซึ่งอันนี้ผมมองว่าดีมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีปัญหาอะไรอยู่ในร่างกาย แต่ว่านั่นเป็นสิ่งที่เราเกิดมาพร้อมกับสิ่งเหล่านั้น เราต้องเล่นมันออกไป ใช้มันออกไป แล้วก็ใช้ชีวิตให้เต็มที่เท่าที่เราจะทำได้ เหมือนเรามีไพ่อยู่ในมือ ไพ่นั้นจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าไพ่ดีไพ่เสีย ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ยังไงเราก็มีโอกาสชนะ เราต้องเล่นมันออกไปครับ โอเค วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ