Transcription
บริษัทประพัสร Engineering Suply จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ Hagomate ประเทศอิตาลีวันนี้นะคะขออนุญาตนำเสนอเครื่องให้การรักษาด้วยเลเซอร์กำลังสูง QMD Helios มาพร้อมกับโปรแกรมให้การรักษาด้วยความเย็นและความร้อนไอทmalี่ค่ะ
นี่นะคะก็จะเป็น QMD Helios ค่ะเป็นเทคโนโลยีการรักษาด้วยเลเซอร์ความเข้มสูงนะคะหรือ High Intensity Laser Therapy ร่วมกับการรักษาด้วยความร้อนและความเย็นนะคะจากแบรนด์ QMD ประเทศอิตาลีค่ะ
เรามาดูกันก่อนนะคะว่าLasเerรคืออะไร Laser นะคะย่อมาจาก Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation ค่ะซึ่งความหมายตรงตัวเลยก็คือการขยายแสงโดยการกระตุ้นและการปลดปล่อยรังสีและพลังงานออกมานะคะซึ่งแสงเลเซอร์เนี่ยคือแสงที่ถูกบีบอัดหรือเรียกว่า compress light ซึ่งประกอบด้วยคลื่นความคลื่นแสงความยาวคลื่นเดียวหรือmonโนโครมaticค่ะส่วนใหญ่นะคะจะมาจากบริเวณแถบสีแดงหรือตอนใกล้อินฟrเรดของสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นคุณลักษณะของแสงเลเซอร์นะคะมี 3 อย่างด้วยกันตัวแรกนะคะก็คือ monโนโครมติหรือความยาวคลื่นเพียงความยาวคลื่นเดียว ซึ่งจะส่งผลให้พลังงานที่ได้นะคะมีความเฉพาะเจาะจงและมีความเสถียรค่ะต่อมา Coherent คือความสอดคล้องของเฟสค่ะซึ่งคลื่นแสงของเลเซอร์นะคะจะเดินทางแบบมีเฟสตรงกันทำให้พลังงานของแสงนะคะถูกรวมตัวกันอย่างมีประสิทธิภาพค่ะสุดท้าย unit directional ก็คือจะเดินทางแบบทิศทางเดียวและเป็นเส้นตรงแสงเลเซอร์นะคะจะเดินทางในทิศทางที่ชัดเจนค่ะและเป็นลำแสงขนานส่งผลให้มีการกระจายที่น้อยมาก ส่งผลให้พลังงานที่ได้นะคะลงได้ลึกและมีความแม่นยำค่ะ
ประวัติความเป็นมาของแสงเลเซอร์นะคะเริ่มที่ปีแรกก็คือปี 1917 Alberเบตtไสนะคะได้เสนอแนวคิดเรื่อง Stimulated Emission หรือการปลดปล่อยพลังงานแบบถูกกระตุ้นซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาเลเซอร์ในอนาคตค่ะ
ในปี 1954 คุณชาวลักคณะนะคะได้สร้างเครื่องเมเซอร์ขึ้นซึ่งเมเซอร์นะคะคือ ไมโคร Microwave Amplification by Simulated emission of Radiation ค่ะ ซึ่งเป็นเครื่องมือรุ่นแรกนะคะที่ใช้หลักการเดียวกับเลเซอร์แต่อยู่ในช่วงคลื่นไมโครเวฟค่ะ
ต่อมาในปี 1960 ได้มีการพัฒนาเลเซอร์แสงแรกขึ้นซึ่งเป็นการพัฒนาเลเซอร์ตัวแรกที่สำเร็จนะคะโดยใช้คริสตัalrูบี้ค่ะ
สุดท้ายในปี 2002 นะคะ ML830 ได้รับการรับรองจาก FDA ค่ะซึ่ง ML83 30 นะคะก็คือเครื่องไมครไรท 830 โดยเครื่องนี้นะคะได้รับการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกานะคะว่าสามารถที่จะรักษา Cal t syndrome ได้สำเร็จ
เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเลเซอร์เนี่ยสามารถทำงานได้อย่างไรโดยเริ่มต้นนะคะจากแหล่งพลังงานเช่นไฟฟ้าหรือแสงแฟลชนะคะที่ทำหน้าที่กระตุ้นอะตอมในวัสดุพิเศษที่เรียกว่าสารกลางกระตุ้นหรือ active medium ค่ะเมื่ออะตอมในสารกลางนะคะได้รับพลังงานมันจะเข้าสู่สภาวะพลังงานสูง จากนั้นนะคะมันจะปลดปล่อยตัวโฟตอนของแสงออกมาตัวโฟตอนนะคะที่เกิดขึ้นจะไปกระตุ้นอะตอมอื่นๆทำให้เกิดการปล่อยโฟตอนที่มีความยาวคลื่นและทิศทางเดียวกันค่ะ
แสงที่ได้นะคะจะถูกสะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างกระจก 2 ด้านทำให้แสงนะคะมีความเข้มข้นสูงขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายแล้วแสงบางส่วนนะคะจะผ่านกระจกที่โปร่งแสงบางส่วนค่ะหรือเรียกว่า paty transparent mirror ค่ะกลายเป็นลำแสงเลเซอร์ที่เราใช้ในการรักษาหรือในอุตสาหกรรมต่างๆค่ะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นการจำแนกประเภทของเลเซอร์ค่ะซึ่งสามารถจำแนกประเภทได้ 3 ประเภทด้วยกัน 1 นะคะก็คือการจำแนกประเภทตามระดับความอันตรายค่ะซึ่งจะอิงตามมาตรฐานของ IEC 60825 และ ANI นะคะ 136 อย่างที่ 2 นะคะก็คือจะแบ่งตามความเข้มของแสงเลเซอร์และสุดท้ายนะคะจะแบ่งตามวัสดุในแสงเลเซอร์ค่ะ
มาดูกันที่ตัวแรกนะคะก็คือการจำแนกเลเซอร์ตามระดับความอันตรายค่ะโดยเลเซอร์นะคะจะถูกจัดประเภทตามระดับความปลอดภัยหรือตามกำลังแสงสูงสุดเพื่อระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อดวงตาและผิวหนังค่ะซึ่งจะสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทหลักๆนะคะก็คือ Low Intensity Laser Therapy และ High Intensity Laser Therapy ค่ะ
มาดูกันที่ Low Intensity Laser Therapy นะคะจะอยู่ในช่วง Class 2-3B ค่ะแต่ถ้าเป็น High Intensity Laser Therapy จะอยู่ใน class 4 ซึ่งมีพลังงานมากกว่า 500 มลวัตต์ค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นการเปรียบเทียบนะคะระหว่าง lower กับ high rer จะเห็นได้ว่า high rer นะคะสามารถลงได้ค่อนข้างที่จะลึกเหมาะกับการรักษาอาการที่ลึกและมีความเรื้อรังหรือบริเวณกว้างให้เวลาสั้นลงเนื่องจากพลังงานจะสูงกว่าค่ะในขณะที่ low เลเซอร์นะคะลงได้ตื้นกว่าจึงเหมาะกับการกระตุ้นแบบเฉพาะจุดหรือการใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องการความลึกสูงค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นตารางเปรียบเทียบนะคะระหว่าง low rer และ high rer ความลึกในการเจาะนะคะหรือว่า peneration de ตัว low rer นะคะสามารถที่จะลงได้ตื้นประมาณ 1-2 ซม.ค่ะในขณะที่ตัวไฮไลเซอร์นะคะสามารถลงได้ลึกถึง 5-15 ซม. จึงสามารถที่จะรักษาในพื้นที่ที่ครอบคลุมได้มากกว่าค่ะและเหมาะสำหรับการรักษาในกล้ามเนื้อชั้นลึกและข้อต่อในขณะที่ low เลเซอร์ที่ลงได้ไม่ลึกมากจึงเหมาะสำหรับการรักษาในพื้นที่เล็กๆเนื่องจากต้องใช้เวลานานในแต่ละจุดค่ะและจะเหมาะสำหรับการรักษาในเนื้อเยื่อชั้นตื้นและการรักษาแผลค่ะ
ประเภทที่ 2 นะคะก็คือการจำแนกเลเซอร์ตามความเข้มของแสงค่ะซึ่งเลเซอร์นะคะสามารถจำแนกได้ตามระดับพลังพลังงานหรือความเข้มของลำแสงที่ปล่อยออกมาได้ดังนี้ค่ะ
มาดูกันที่ตัวแรกนะคะก็คือ Low Laser Beam ค่ะซึ่งจะเป็นเลเซอร์กำลังต่ำนะคะหรือว่า Telepatic Lasเerรซึ่งจะเป็นเลเซอร์เพื่อการบำบัดค่ะโดยจะมีลักษณะลำแสงนะคะเป็น partly coledimed beam ค่ะซึ่งจะเป็นลำแสงกึ่งขนานไม่ก่อให้เกิดความร้อนสูงค่ะโดยพลังงานนะคะจะอยู่ที่ 1-500 มิลวัตต์ค่ะโดยจะใช้นะคะเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการลดปวดค่ะ
ต่อมาทางด้านซ้ายตรงนี้นะคะก็จะเป็นเลเซอร์กำลังสูงหรือ High Racer Beam อีกอย่างนึงได้ว่า Cgical Laser ค่ะก็คือเลเซอร์เพื่อการผ่าตัดโดยจะมีลักษณะลำแสงนะคะเป็น Cimated Beam ค่ะซึ่งจะเป็นลำแสงขนานอย่างสมบูรณ์โดยจะให้พลังงานความร้อนสูงนะคะซึ่งพลังงานนะคะจะอยู่ที่ 3,000-1,000 มลวัตต์ค่ะโดยจะใช้เพื่อการตัดเนื้อเยื่อและการรักษาเฉพาะจุดและการฟื้นฟูอาการเรื้อรังค่ะ
ประเภทที่ 3 นะคะอย่างสุดท้ายก็คือจะเป็นการจำแนกเลเซอร์ตามวัสดุของสารกลางหรือ เลเซียมนั่นเองประเภทสุดท้ายนะคะก็คือการจำแนกเลเซอร์ตามวัสดุของสารกลางหรือ เลเซอร์ medium นั่นเองนะคะในที่นี้สามารถที่จะแบ่งได้ 5 ประเภทย่อย
มาดูกันที่ตัวแรกนะคะก็คือตัวเลเซอร์ผลึกหรือ คริสตัเลเซอร์ค่ะโดยจะใช้วัสดุผลที่มีธาตุเจือปนเพื่อปลดปล่อยแสงค่ะตัวอย่างที่สำคัญนะคะที่เรารู้จักกันดีก็คือตัวรูบี้เลเซอร์ซึ่งจะเป็นผลึกอลูมิเนียมออกไซด์เจียวโครเมียมค่ะและอีกตัวนึงนะคะก็จะเป็นเลเซอร์ซึ่งจะเป็นผลึกเช่นเดียวกันค่ะ
ต่อมาประเภทที่ 2 ก็คือเลเซอร์แก๊สค่ะซึ่งจะใช้แก๊สเป็นสารกลางในการปลดปล่อยแสงค่ะตัวอย่างที่สำคัญนะคะก็คือตัวฮีเลiมนีออนค่ะซึ่งจะเป็นเลเซอร์แสงที่ใช้ในงานชี้และสแกนค่ะ และอีกตัวนึงนะคะก็จก็จะเป็น คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะเป็นเลเซอร์อินฟราเรดกำลังสูงใช้ในการผ่าตัดและอุตสาหกรรมค่ะ
ประเภทที่ 3 นะคะก็คือเซมิคอนักเตอร์หรือ ไดโอดนั่นเองซึ่งจะเป็นการใช้วัสดุเซมิคอนดักเตอร์เช่นแกลเลี่มอาซีนค่ะโดยจะมีขนาดที่เล็กกระทัดลักกระทัดรัดและประหยัดพลังงานค่ะโดยจะใช้ใน High Intensity Laser Therapy และอุปกรณ์พกพาต่างๆค่ะ
ประเภทที่ 4 นะคะก็จะเป็นเลเซอร์ของเหลวโดยจะใช้สารละลายของสารสีเป็นสารกลางค่ะซึ่งจะใช้ในงานวิจัยและบางงานที่มีความเฉพาะทางค่ะ
ประเภทสุดท้ายนะค่ะก็คือเลเซอร์เคมีนะคะโดยจะใช้ปฏิกิริยาเคมีเพื่อสร้างพลังงานค่ะจะใช้ในงานวิจัยทางทหารและอุตสาหกรรมเฉพาะทางค่ะ
โดยในหน้านี้นะคะก็จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งกำเนิดคลื่นและความยาวคลื่นนะคะเรามาดูกันที่ตัวแรกนะคะว่าแหล่งกำเนิดคลื่นมีผลต่อความยาวคลื่นอย่างไรนะคะซึ่งแหล่งกำเนิดคลื่นนะคะหรือเว็บซอceหรือที่เรียกว่าสารกลางกระตุ้นเช่นตัวไดโอดnิคคาร์บอนไดออกไซด์และรูบี้นะคะแต่ละชนิดจะเป็นตัวกำหนดความยาวคลื่นค่ะ
ของแสงเลเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาโดยตรงนะคะซึ่งความยาวคลื่นนี้มีผลต่อการรักษาอย่างไร ความยาวคลื่นสั้นนะคะจะถูกดูดซึมมากขึ้นโดยเมลานินและฮีโมบินค่ะซึ่งจะเหมาะสำหรับการรักษาบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อชั้นบนชั้นตื้นๆนะคะและความยาวคลื่นที่ยาวขึ้นจะสามารถทะลุผ่านเนื้อเยื่อชั้นลึกได้เช่นกล้ามเนื้อข้อต่อและเอ็นค่ะจะเหมาะสำหรับการรักษาดิฟทิชชู่ต่างๆนะคะ
ในหน้านี้จะเป็นพารามิเตอร์ที่สำคัญในการรักษาด้วยเลเซอร์ค่ะมาดูกันที่ตัวแรกนะคะก็คือความยาวคลื่นหรือเวฟเล้งจะมีหน่วยเป็นนาโนเมตรค่ะซึ่งจะเป็นตัวกำหนดระดับความลึกของการเจาะเนื้อเยื่อนะคะ
ตัวที่ 2 จะเป็น intensity หรือความเข้มของพลังงานจะมีหน่วยเป็นวัตต์ค่ะซึ่งจะหมายถึงพลังงานต่อ 1 วินาทียิ่งความเข้มสูงพลังงานก็จะยิ่งมากการเจาะลึกก็จะมีได้มากยิ่งขึ้นนะคะ
ตัวที่ 3 จะเป็นโดเศษ หรือปริมาณพลังงานที่ใช้ต่อพื้นที่ค่ะจะมีหน่วยเป็นจูนต่อตารางเซนติเมตเป็นตัวบ่งบอกว่าเนื้อเยื่อที่ได้รับพลังงานเนี่ยมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ
ต่อมาตัวที่ 4 นะคะก็คือพื้นที่ให้การรักษาจะมีหน่วยเป็นตารางเซนติเมตรค่ะซึ่งบริเวณนี้นะคะจะเป็นบริเวณที่เลเซอร์จะถูกฉายลงไปโดยจะใช้ในการคำนวณขนาดโดดซึ่งจะเป็นพลังงานที่เหมาะสมค่ะ
ตัวสุดท้ายตรงนี้นะคะก็จะเป็น Total Energy Deliver จะเป็นพลังงานทั้งหมดที่ส่งออกค่ะจะมีหน่วยเป็นจูนซึ่งจะเป็นตัวเลขรวมของพลังงานที่เนื้อเยื่อได้รับในการรักษาครั้งนี้ค่ะ
มาดูกันที่พารามิเตอร์ตัวแรกนะคะก็คือความยาวคลื่นจะมีหน่วยเป็นนาโนเมตรค่ะซึ่งอย่างที่บอกไปนะคะว่าความยาวคลื่นเนี่ยจะเป็นตัวกำหนดว่าพลังงานเลเซอร์จะถูกดูดซึมที่เนื้อเยื่อประเภทประเภทใดและจอดลึกได้มากน้อยแค่ไหนค่ะโดยเครื่องนี้นะคะก็จะครอบคลุมความยาวคลื่นถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกันซึ่งจะเป็น 808 1064 และ 1120 ค่ะ
มาดูกันที่ 808 นาโนมตกันก่อน ตัว 808 นาโนเมตนะคะจะดูดซึมสูงในเมลานินและดูดซึมน้ำต่ำค่ะเหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวและเนื้อเยื่อที่มีเมลานินสูงค่ะ
ต่อมาตัว 1064 นะคะจะดูซึมสูงในฮีโมโลบินและน้ำค่ะจึงใช้กับโครงสร้างที่มีน้ำมากสามารถเจาะได้ลึกค่ะเหมาะกับการบำบัดกล้ามเนื้อเอ็นและข้อต่อนะคะ
สุดท้ายจะเป็นความยาวคลื่นที่ 1120 นาโนเมต โดยจะสามารถให้ผลการรักษาเป็นการลดปวดที่ดีค่ะเนื่องจากไปทำงานกับสารสื่อกลางความเจ็บปวดในร่างกายนะคะเช่นเซโรโทนินซับพีโดนามีนและฮิสตามีนค่ะเหมาะสำหรับการลดปวดแบบเฉพาะจุดนะคะ
พารามิเตอร์ตัวต่อไปจะเป็นในส่วนของความเข้มของพลังงานนะคะจะมีหน่วยเป็นวัตต์ค่ะซึ่งความเข้มของแสงเลเซอร์นะคะหมายถึงพลังงานที่ส่งออก 1 หน่วยเวลาค่ะโดยจะสัมพันธ์กับการจ่อลึกนะคะยิ่งพลังงานสูงจะสามารถจ่อได้ลึกมากขึ้นนะคะซึ่งความลึกเนี่ยจะขึ้นอยู่กับค่าพลังงานเฉลี่ยหรือว่า Average Power และค่าพค่ะ
ยิ่งถ้าค่าพage Power นะคะมีค่ามากกว่าก็สามารถที่จะลงได้ลึกมากกว่าค่ะในแผนภาพนะคะจะสังเกตได้ว่าจะมีทั้งตัว Low Lasเerรแล้วก็ High Racer ตัวLowเซอร์นะคะจะมีค่าความเข้มอยู่ที่ประมาณ 0.1 1 วัตต์จะเห็นได้ว่าลงได้ค่อนข้างที่จะตื้นแต่ถ้าเป็นเลเซอร์ตัวนี้จะเป็นไเซอร์ค่ะซึ่งมีความเข้มอยู่ที่ 12 วัตต์สามารถลงได้ค่อนข้างที่จะลึกเลยค่ะ
ในหน้านี้ก็จะเป็นผลทางการรักษานะคะโดยจะมีหลักๆก็คือ 5 อย่างก็คือการรบปวด การกระตุ้นการซ่อมแซงหรือการซ่องสร้างการลดบวมการคลายกล้ามเนื้อและผลทางความร้อนค่ะ
มาดูกันที่ตัวแรกก็คือการลดปวดนะคะเมื่อใช้เลเซอร์พลังงานสูงนะคะร่วมกับโหมดเผาจะเกิดคลื่นกลค่ะในระดับจุลภาคที่เรียกว่า photomeanical wave ค่ะ ซึ่งคลื่นนี้นะคะจะไปกระตุ้นปลายประสาทและความรู้สึกซึ่งจะเป็นติ๊กเนิฟนะคะโดยมันนะคะจะเข้าไปช่วยปิดสัญญาณความเจ็บปวดในgก control theory ค่ะทำให้สมองนะคะรับรู้ความเจ็บปวดได้น้อยลงโดยเรานะคะสามารถที่จะใช้โหมดเผาในการส่งเสริมในเรื่องของการรดปวดได้เนื่องจากเพานะคะจะปล่อยพลังงานเป็นช่วงทำให้เลี่ยงความร้อนสะสมเกินไปในเนื้อเยื่อได้ค่ะและจะกระตุ้นการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อทำให้เกิดขึ้นเชิงกลanical wave ที่มีผลต่อระบบประสาทโดยตรงได้เหมือนกันนะคะ
วิจัยนี้นะคะก็จะทำการศึกษาในผู้ป่วยที่มีภาวะ me facial p syndrome พบว่าการรักษาด้วย high power laser นะคะร่วมกับการออกกำลังกายทำให้อาการปวดลดลงและมีองศาการเคลื่อนไหวที่คอมากขึ้นค่ะ
ผลที่ได้ต่อมานะคะก็คือจะเป็นการกระตุ้นการซ่อมแซมหรือการเร่งฟื้นฟูเนื้อเยื่อค่ะโดยเลเซอร์นะคะมันจะไปกระตุ้นเอนไซม์ไซโตโครมซีออกซidateค่ะซึ่งเอนไซม์ตัวนี้จะเป็นเอนไซม์ในไมโทคอนเดรียนะคะทำให้มีการดูดกลืนโฟตอนที่มากขึ้นนะคะเมื่อมีการดูดกลืนโฟตอนที่มากขึ้นโฟตอนที่ถูกดูดซึมนะคะจะไปกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียเนี่ยผลิต ATP ได้มากขึ้นค่ะซึ่ง ATP ที่เพิ่มขึ้นเนี่ยจะทำให้เซลล์เนี่ยฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดระยะเวลาในการรักษาได้นะคะซึ่งเราสามารถประยุกต์ใช้เลเซอร์ในโหมด Continuous เพื่อส่งเสริมให้เกิด Biosimulation ได้เนื่องจากการกระตุ้นไมโทคอนเดรียนะคะต้องการแสงในการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดูดกลืนโฟตอนเนี่ยเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ค่ะซึ่งตัว Continuous นี่เองจึงเหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการสร้าง ATP ค่ะ
วิจัยนี้นะคะก็จะทดสอบในผู้ป่วย Burn Injury ค่ะพบว่าหลังการหลังผ่านการรักษาด้วย High Power Laser นะคะผ่านไป 4-6 สัปดาห์พบว่ามีการฟื้นตัวของแผลเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะเนื่องจากตัวPowerาเลเซอร์นะคะจะเข้าไปช่วยกระตุ้น ATP แอนิโอจนisติดไบสแล้วก็คอลลาเจนค่ะจะเห็นได้ว่าในช่วงแรกนะคะก่อนให้การรักษาด้วยเลเซอร์ค่อนข้างที่จะมีแผลเนื้อตายค่อนข้างเยอะแต่ผ่านไป 4-6 สัปดาห์พบว่ามีทิชชู่ regeneration ต่างๆได้ค่อนข้างดีและเร็วค่ะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นผลในการลดบวมค่ะซึ่งเลเซอร์นะคะจะไปช่วยกระตุ้นหลอดเลือดขนาดเล็กนะคะหรือว่าcapิillary ให้เปิดตัวมากขึ้นเพื่อเพิ่มการเคลื่อนเคลื่อนที่ของเลือดและน้ำเหลืองนะคะในบริเวณที่มีการอักเสบค่ะซึ่งจะเกิดวาโซลชด้วยนะคะซึ่งจะทำให้เลือดเนี่ยมีความมีการไหลเวียนได้ดีขึ้นลดการคั่งค้างของของเหลวในเนื้อเยื่อส่งผลให้อาการบวมลดลงได้ค่ะและสามารถที่จะเร่งกระบวนการฟื้นฟูต่างๆด้วยได้เช่นเดียวกันนะคะ
นอกจากจะลดบวมได้ก็สามารถที่จะลดในการต้านการอักเสบได้ด้วยค่ะเลเซอร์นะคะจะไปช่วยลดการอักเสบนะคะโดยการกระตุ้นการทำงานของmonโนไซตและไมโครฟารดค่ะโดยเซลล์เมเลิศเขา 2 ตัวนี้นะคะจะเข้าไปช่วยขจัดเซลล์ที่อักเสบหรือเสียหายค่ะส่งผลให้การอักเสบนะคะลดน้อยลงและมีการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นเร็วขึ้นค่ะ
ต่อมาในหน้านี้จะเป็นผลของการคลายกล้ามเนื้อนะคะ
เรามาดูกันที่แผนภาพทางด้านขวากันก่อนนะคะในสภาวะปกตินะคะตรงนี้จะมีการหดตัวของกล้ามเนื้อนะคะซึ่งเกิดจากวงจรของcrอสปิค่ะระหว่างไมโอซีนและแอคตินนะคะ โดยต้องอาศัยพลังงานจาก ATP ค่ะซึ่งต่อมาเมื่อเกิดภาวะ stroke นะคะหรือภาวะ Power Stroke ตัว ADP และฟอสเฟตนะคะจะหลุดออกมานะคะทำให้ตัวไมโอซินเนี่ยเกิดเป็นหัวงอดังรูปทำให้แอคตินนะคะถูกดึงเข้าและมีการหดตัวของกล้ามเนื้อ
ต่อมาจะเกิดภาวะ crossbit detachment นะคะทำให้ ATP ตัวใหม่เนี่ยเข้าจับกับตัวไมโอซิน ทำให้ตัวไมโอซินนะคะหลุดออกจากแคตินได้ค่ะจากนั้นสุดท้ายตรงนี้จะเกิดภาวะ reactive ation of myosyate ค่ะตัว ATP นะคะจะถูกสลายกลายเป็น ATP และฟอสเฟต ซึ่งจะเป็นการเตรียมหัวไมโอซินสำหรับรอบถัดไปค่ะ
ซึ่งบทบาทของเลเซอร์ในการคลายกล้ามเนื้อหรือไบโอมหรือไมโอรีลuxนะคะตัวเลเซอร์เนี่ยจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดซึ่งจะเป็นการนำเอาออกซิเจนและสารอาหารเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อค่ะส่งผลให้มีการผลิต ATP ที่เพิ่มขึ้นในไมโทคอนเดรีย ส่งผลให้กล้ามเนื้อนะคะสามารถคลายตัวได้อย่างสมบูรณ์และมีการลดติ๊กเกอร์ point ในอาการปวดจาก MPS ได้ค่ะ
สุดท้ายจะเป็นผลของพลังงานความร้อนนะคะพลังงานเลเซอร์นะคะสามารถที่จะสร้างความร้อนระดับเนื้อเยื่อได้ซึ่งความร้อนตรงนี้นะคะจะไปกระตุ้นกระบวนการต่างๆทางชีวภาพที่ช่วยในการรักษาซึ่งจะมีการเพิ่มไมโครซอูชต่างๆทำให้มีการขนส่งออกซิเจนและสารอาหารที่ดียิ่งขึ้นค่ะนอกจากนี้นะคะยังมีการขยายตัวของหลอดเลือดหรือวาโซกชทำให้เลือดนะคะไหลเวียนในบริเวณที่บาดเจ็บได้มากขึ้นนอกจากนี้นะคะ ยังสามารถลดการคั่งค้างของของเหลวในเนื้อเยื่อที่มีภาวะได้และมีการกระตุ้นกระบวนการเมabบลิึมต่าง เพิ่มการทำงานของเซลล์นะคะซึ่งจะมีการเร่งกระบวนการซ่อมสร้างซ่อมแซมต่างๆนะคะ ซึ่งนอกจากนี้ในความร้อนระดับลึกนะคะจะช่วยให้คนไข้นะคะรู้สึกมีการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อลดอาการตึงตัวได้ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการรักษาได้เหมือนกันค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นข้อบ่งชี้ต่างๆที่สามารถใช้การรักษาด้วยเลเซอร์ได้นะคะ ซึ่งจะแบ่งตามโรคทางออโทปิและโรคทางโรค่ะ
ซึ่งโรคทางออโทปินะคะสามารถที่จะแบ่งได้ 2 กลุ่มย่อยนะคะก็คือกลุ่มอาการเฉียบพลันและเรื้อรังนะคะซึ่งสามารถที่จะแบ่งได้เป็น Acute condition แล้วก็ chronic condition นะคะ ซึ่งจะมีทั้งตัวกล้ามเนื้อฉีกขาดค่ะมีเอ็นบาดเจ็บหรือมีจุดจุดกดมีจุดกดเจ็บก็สามารถที่จะทำได้หรือว่าจะเป็นโรคทางข้อต่อก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันนะคะ
ต่อมาจะเป็นข้อบ่งชี้ทางระบบประสาทหรือว่านิวโรนั่นเองผู้ป่วยนะคะที่มีคition ที่เกิดจากเส้นประสาทส่วนปลายหรือเพหรือว่าperิฟeralเนื้อพลิสิทธิ์ก็สามารถทำได้ หรือมีอาการปวดจากการกดรากประสาทหรือว่าเริularเพนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันหรือผู้ป่วยที่มีการอัมพาดใบหน้าหรือว่า facial nepalispy ก็สามารถทำได้ค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้เลเซอร์นะคะ
มาดูกันที่ตัวแรกก็คือข้อห้ามมี 4 อย่างหลักๆนะคะที่ต้องระวังตัวแรกก็คือห้ามใช้บริเวณรอบดวงตาเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของจอประสาทตาหรือว่า ได้นะคะห้ามทำในโรคมะเร็งหรือมีก้อนเนื้อนะคะเพราะว่าอาจจะมีการแพร่กระจายของเนื้องอกได้ ต่อมา ห้ามฉายแสงบริเวณต่อมไร้ท่อหรือว่าเอนโดไลดแกรนด์เช่นต่อมไทรอยด์ต่างๆอันนี้ก็คือห้ามนะคะสุดท้ายบริเวณที่มีรอยสักหรือกระดักเพราะว่าอาจจะมีการสะสมของความร้อนมากกว่าบริเวณอื่นนะคะ
ต่อมาจะเป็นข้อควรระวังของตัวเลเซอร์ผู้ป่วยที่มีไข้ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยที่มีการรับความรู้สึกที่ผิดปกติในบริเวณที่จะทำการรักษานะคะ หรือผู้ป่วยที่รับประทานยาที่ทำให้มีการไวต่อแสงหรือเรียกอีกอย่างว่า photositive medication หรือผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาคอร์ติโซลในบริเวณนั้นก็ห้ามทำนะคะสุดท้ายจะเป็นผู้ป่วยที่มีวัสดุโลหะฝั่งในร่างกายในบริเวณรักษาก็ห้ามทำค่ะ
นี่นะคะก็จะเป็นหน้าตาของเครื่องให้การรักษาด้วยเลเซอร์กำลังสูงร่วมกับการรักษาด้วยความร้อนและความเย็นนะคะซึ่งตัว QMD ตรงนี้จะมีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันก็คือ 8 วัตต์ 15 วัตต์ 18 วัตต์และ 24 วัตต์ซึ่งตัวรุ่นท็อปนะคะก็จะเป็นรุ่น 24 วัตต์ค่ะโดยจะเป็นกำลังไฟสูงสุดในรุ่นนี้ครอบคลุมความยาวคลื่นถึง 3 ความยาวคลื่นอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ค่ะว่าคือ 808 1064 และ 1120 ค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นองค์ประกอบของเครื่องเลเซอร์ของเรานะคะ
โดยจะมีหน้าจอสัมผัสนะคะหรือว่าทัchสreen display จากขนาด 10.1 1 นิ้วค่ะโดยจะรองรับการตั้งค่าพารามิเตอร์การรักษาต่างๆสามารถที่จะแสดงสถานะเครื่องและข้อมูลให้การรักษาแบบเร time ได้นะคะ
ต่อมาตรงนี้จะเป็นหัวไครโอธอ ซึ่งจะเป็นหัวฉายที่มีระบบทำความร้อนและความเย็นควบคู่กันนะคะ
ต่อมาเป็นแขนยึดหรือิกอารมตรงนี้ค่ะ ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ช่วยยึดหัวฉายเลเซอร์ให้คงคงที่นะคะช่วยการรักษาเนี่ยสะดวกมากยิ่งขึ้น
และสุดท้ายตรงนี้จะเป็นหัวสเปเซอร์ค่ะ ซึ่งหัวสเปเซอร์หรือหัวฉายตัวแสงเลเซอร์เนี่ยจะมีขนาดย่อยๆตามนี้นะคะ
เรามาดูกันที่รายละเอียดของตัวสacอนะคะจะเห็นได้ว่ามีทั้งหมด 3 ขนาดด้วยกันก็คือ ไซส์ S M แล้วก็ L ค่ะ
มาดูกันที่ไซส์ S กันก่อนนะคะไซส์ S ตรงนี้จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางนะคะอยู่ที่ 22 มม.ซึ่งค่าพลังงานต่อพื้นที่นะคะจะอยู่ที่ 6.32 วัตต์ต่อตร.ซม.ค่ะเหมาะกับการรักษาเฉพาะจุดเล็กๆเช่น point หรือว่าจุดกดหรือจุดกดเจ็บต่างๆค่ะ
แต่ถ้าเป็นขนาดไซส์ที่ใหญ่ขึ้นหรือไซส์ M ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางนะคะจะอยู่ที่ 40 มม.ค่ะค่าพลังงานต่อพื้นที่นะคะจะอยู่ที่ 1.91 วัตต์ต่อตรางเซมจะเหมาะสำหรับการรักษาบริเวณที่กว้างขึ้นเช่นกล้ามเนื้อขนาดกลางค่ะ
สุดท้ายไซส์ L นะคะจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 109 มม.ค่ะค่าพลังงานต่อพื้นที่นะคะจะอยู่ที่ 0.26 วัตต์ต่อตรางเซม.ค่ะเหมาะสำหรับการรักษาบริเวณที่กว้างขึ้นเช่นข้อต่อขนาดใหญ่หรือกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ค่ะ
ในหน้านี้จะเป็นตัวอย่างหน้าจอนะคะของโปรแกรมสำเร็จรูปของเราโดยเครื่องเลเซอร์ของเรานะคะจะมีโปรแกรมอัตโนมัติ 2 โปรแกรมแล้วก็โปรแกรม manual อีก 1 โปรแกรมค่ะในหน้านี้จะเป็นโปรแกรมอัตโนมัติทั้ง 2 โปรแกรมนะคะก็คือ for effect และ for district ค่ะ
มาดูกันที่ for district กันก่อนนะคะก็คือจะเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่สามารถที่จะเลือกได้ตามพื้นที่การรักษาค่ะโดยโปรแกรมนี้นะคะจะตั้งค่าการรักษาตามบริเวณที่เราเลือกนะคะเหมาะกับการกำหนดขนาดและตำแหน่งของผิวหนังที่จะทำการรักษาอย่างแม่นยำเช่นบริเวณข้อต่างๆเช่นหัวเข่าข้อศอกหรือว่าจุดเจ็บปวดเฉพาะนะคะ
ทางด้านซ้ายจะเป็น for effectect หรือตามพยาธิสภาพของโรคนั่นเองโปรแกรมนี้นะคะก็จะมีภาวะต่างๆให้เลือกย่อยลงมานะคะเช่นภาวะอักเสบหรือลดอาการปวดต่างๆนะคะ
ในหน้านี้จะเป็นโปรแกรม manual หรือเรียกอีกอย่างว่า Open Modality นะคะโปรแกรมนี้จะสามารถตั้งค่าได้ตามรูปแบบการปล่อยคลื่นซึ่งจะมีการปล่อยคลื่นแบบต่อเนื่องและการปล่อยคลื่นแบบเพ้านะคะ นอกจากจะสามารถเลือกรูปแบบการปล่อยคลื่นได้ก็สามารถที่จะเลือกช่วงความยาวคลื่นของเลเซอร์ได้เช่นเดียวกันโดยจะครอบคลุมทั้ง 808 1064 และ 1120 ค่ะช่วยให้ผู้ใช้งานนะคะสามารถใช้โหมดการยิงคลื่นและความยาวคลื่นที่เหมาะสมกับการรักษาได้
ในหน้านี้นะคะจะเป็นรูปแบบการปล่อยคลื่นเลเซอร์แบบต่างๆนะคะซึ่งจะมี 4 รูปแบบหลักด้วยกัน
มาดูกันที่ตัวแรกนะคะก็คือ continuous mode นะคะหรือการปล่อยคลื่นแบบต่อเนื่อง จากรูปนะคะจะเห็นได้ว่าแสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกมานะคะไม่มีการหยุดเลยเหมาะกับการรักษาและบำบัดแบบหวังผล biosimulation นะคะเนื่องจากเป็นการรักษาที่เน้นการให้พลังงานอย่างต่อเนื่องค่ะซึ่งจะมีความเสถียรในการปล่อยพลังงานแบบตลอดเวลานะคะ
ต่อมารูปแบบที่ 2 ก็คือ P Mode ตรงนี้เลย จากรูปนะคะจะเห็นได้ว่าจะมีการปล่อยแสงเป็นช่วงสั้นๆสลับกับช่วงหยุดหรือ on off นั่นเองนะคะซึ่งจะช่วยลดความร้อนสะสมในเนื้อเยื่อได้และเพิ่มความปลอดภัยและลดผลข้างเคียงในการใช้ความร้อนค่ะ
ต่อมานะคะได้มีการพัฒนาคลื่นต่างๆขึ้นเอาความ เอาประโยชน์ของตัวเพมาใช้นะคะเกิดเป็นตัว Super P ก็คือตรงนี้นั่นเอง จะเห็นได้ว่าพลังงานที่ปล่อยออกมานะคะเป็นเพเป็นเพาเช่นเดียวกันแต่เป็นเพาที่สั้นมากๆและมีพลังงานสูงมากในช่วงเวลาสั้นๆค่ะทำให้เกิดผลทางกลที่ชัดเจน พลังงานกลที่เกิดขึ้น Phot Mechanical Wave ที่เกิดขึ้นก็จะมีมากส่งผลทำให้ลดความร้อนสะสมได้ดีช่วยลดอาการปวดและบวมอักเสบได้อย่างรวดเร็วค่ะ
ตัวสุดท้ายนะคะก็คือตัว Harmonic Pation นะคะจะเป็นรูปแบบเพั่นค่ะซึ่งจะมีการสั่นของคลื่นหลายช่วงเวลาช่วยให้พลังงานที่ปล่อยออกมานะคะมีความสม่ำเสมอและต่อเนื่องในช่วงเผาค่ะเหมาะสำหรับการรักษาแบบผสมสมผสานทั้งการลดปวดและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อค่ะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นการตั้งค่าการรักษาในส่วนของพื้นที่ให้การรักษานะคะแล้วก็ในส่วนของสีผิวแล้วก็ช่วงอายุค่ะในการเลือกพื้นที่ให้การรักษานะคะก็จะเป็นการกำหนดขนาดและบริเวณที่จะทำการรักษาโดยสามารถที่จะเพิ่มลดตรงที่สัญลักษณ์บวกกับลบตรงนี้ได้เลยหรือว่าจะใช้นิ้วลากสัมผัสตรงนี้ก็ได้นะคะซึ่งพื้นที่ให้การรักษาจะเป็นในลักษณะของกว้างคูณยาวเป็นจำนวนพื้นที่โชว์ในลักษณะนี้นะคะ
ทางด้านขวาจะเป็นการเลือกสีผิวหรือสิน photype นะคะเนื่องจากสีผิวของผู้ป่วยนะคะจะมีผลต่อการดูดซับพลังงานของเลเซอร์คนไทยนะคะก็จะอยู่ในช่วงของโอลีฟถึงแทนนะคะซึ่งถ้าเป็นคนไข้ผิวขาวการดูดซับพลังงานก็จะต่ำกว่าในขณะที่คนไข้ผิวเข้มก็จะเสี่ยงผิวไหม้จากเลเซอร์สูงกว่านั่นเองค่ะ
สุดท้ายจะเป็นการเลือกช่วงอายุนะคะเนื่องจากสภาพผิวในแต่ละช่วงอายุนะคะจะมีผลต่อความไวในการรักษาของเลเซอร์โดยจะมีช่วงอายุเป็น 4 ช่วงอายุให้เลือกค่ะ
เมื่อตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างต่างเรียบร้อยแล้วนะคะก็จะสามารถเริ่มการรักษาได้เลยก็จะขึ้นมาที่หน้านี้ค่ะ
เมื่อกดปุ่ม information นะคะก็จะขึ้นหน้าจอนี้ซึ่งจะเป็นในส่วนของการอธิบายโปรแกรมต่างๆเฟสย่อยๆที่โชว์ในหน้าจอนะคะนอกจากนี้ยังมีข้อมูลในส่วนของ anatomy ต่างๆเป็นไกด์ไลน์ให้ด้วย
จบในส่วนของเลเซอร์นะคะต่อมาจะเป็นในส่วนของไคโอธอ ซึ่งเป็นการรักษาแบบผสมผสานทั้งความร้อนและความเย็นค่ะ
มาดูกันที่ข้อบ่งใช้ของตัวไคโอเทอร์malนะคะซึ่งจะมีทั้งข้อบ่งใช้ฝั่งที่เป็นไคโอและข้อบ่งใช้ในฝั่งที่เป็นการรักษาด้วยเทอรมอนะคะ
มาดูกันที่การรักษาด้วยความเย็นกันก่อนจะเหมาะสำหรับการบาดเจ็บแบบเฉียบพลันทั้งในเรื่องของ ข้อเคล็ดข้อแพลงหรือการฟกช้ำต่างๆสามารถทำได้หรือถ้าเป็นหลังการผ่าตัดสามารถที่จะลดอาการปวดหรือบวมหลังการผ่าตัดกระดูกต่างๆได้เช่นเดียวกัน ถ้ามีอาการในเรื่องของการเกร็งหรือปวดกล้ามเหนือซึ่งเกิดจากการเล่นกีฬาต่างๆก็สามารถทำได้ค่ะโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบเฉียบพลันทั้งในเรื่องของเบอร์ไซติเทินไนติก็สามารถทำได้หรือจะเป็นโรคทางผิวหนังบางประเภทเช่นหูดหรือติ่งเนื้อก็สามารถที่จะใช้ตัวไคโอตรงนี้ร่วมด้วยได้นะคะ
ต่อมาข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วยความร้อน สามารถที่จะรักษาคนไข้ในอาการเรื้อรังหรือกึ่งเรื้อรังได้สามารถที่จะรักษาในผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อตึงหรือเกร็งได้ค่ะ ทั้งในส่วนของการปวดและแข็งของข้อต่อนอกจากนี้ยังช่วยสมานแผลต่างๆเพิ่มการไหลเว้นเลือดหรือกระตุ้นการซ่อมแซมซ่อมสร้างเนื้อเยื่อนะคะนอกจากนี้ยังสามารถที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่ออ่อนได้นะคะ
ในหน้านี้จะเป็นข้อห้ามและข้อควรระวังสำหรับการใช้ตัวไคโอเทอร์มนะคะ
ในส่วนของข้อห้ามตรงนี้จะไม่ใช้ในผู้ป่วยที่หัวใจเต้นผิดจังหวะหรืออิทเมีย โรคหลอดเลือดผิดปกติ circular disอเดอร ต่างๆหรือความดันสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้อาการ renas หรือหลอดเลือดหดตัวผิดปกติที่บริเวณมือและข้อเท้าก็ไม่ทำนะคะ
ผู้ป่วยที่มีการแพ้ของความเย็นหรือมีโรคหัวใจที่รุนแรงโรคเกี่ยวกับปอดที่รุนแรงหรือเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปีที่ยังไม่สามารถที่จะทำตามคำสั่งได้ก็ไม่ทำค่ะ
ในฝั่งนี้ก็จะเป็นในส่วนของข้อควรระวังนะคะ ข้อควรระวังฟังก็จะเป็นในส่วนของการอักเสบแบบเฉียบพลันที่มีความอันตรายก็ไม่ทำค่ะหรือมีผิวหนังอักเสบหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเดมทติก็ไม่ทำค่ะ
หรือภาวะลิ่มเลือดอุตันในหลอดเลือดลึก ทอมบิตนะคะ โรคหลอดเลือดส่วนปลายเพิ periferal หรือ vasสcular disease ก็ไม่ทำค่ะ หรือจะเป็นพวกแผลเปิดต่างๆ Open Wol ก็ไม่ทำ รวมไปถึงการรับความรู้สึกที่ผิดปกติ Skin Sensation Impairment ก็ไม่ทำค่ะรวมไปถึงความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรงก็ไม่ทำนะคะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้การรักษาด้วยไคโอเทอร์malนะคะมาดูกันที่ในส่วนของข้อห้ามกันก่อนหลักๆเลยก็คือจะเป็นโรคทางหลอดเลือดนะคะ
มาดูกันที่ตัวแรกก็คือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือว่าอิทเมีย หรือจะเป็นโรคหลอดเลือดผิดปกติ disorder นะคะ หรือความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ห้ามทำค่ะรวมไปถึงอาการrenดีaseหรือว่าภาวะที่มีหลอดเลือดหวดตัวผิดปกติที่บริเวณมือและข้อเท้าก็ไม่ทำค่ะ
ผู้ป่วยที่มีภาวะแพ้ความเย็นมีโรคหัวใจรุนแรงโรคเกี่ยวกับปอดที่รุนแรงหรือผู้ป่วยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีที่ไม่สามารถที่จะทำตามคำสั่งได้ก็ไม่ทำค่ะ
ในหน้านี้ฝั่งนี้นะคะจะเป็นข้อควรระวังค่ะตัวแรกนะคะก็คือการอักเสบเฉียบพลันที่รุนแรงนะคะก็จะต้องระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีผิวหนังอักเสบนะคะหรือผู้ป่วยที่เป็นดิฟอสหรือว่ามีภาวะเลี่ยมเลือดอุดตันในบริเวณหลอดเลือดลึก ก็ต้องระมัดระวังค่ะ
หรือผู้ที่มีปัญหาบริเวณหลอดเลือดส่วนปลายหรือperิฟeralvคular disease นะคะผู้ป่วยที่มี Open Won หรือว่าแผลเปิดก็ต้องระมัดระวังค่ะหรือผู้ที่มี Skin Skin Sensation ที่ผิดปกติก็ต้องระมัดระวังค่ะสุดท้ายก็จะเป็นผู้ป่วยที่มีการบกพร่องทางสติปัญญาก็ก็จะต้องระมัดระวังเช่นเดียวกันนะคะ
ซึ่งโปรแกรมการรักษาด้วยความร้อนและความเย็นนะคะก็จะมีโปรแกรมสำเร็จรูปให้ 4 โปรแกรมด้วยกันค่ะ
ตัวแรกนะคะก็จะเป็นการรักษาด้วยความเย็นค่ะซึ่งจะสามารถปรับอุณหภูมิได้นะคะตั้งแต่ -15-15 องศซียค่ะโดยจะเหมาะสำหรับการลดการอักเสบอาการบวมแล้วก็บรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ต่อมาโปรแกรมต่อมานะคะก็จะเป็นการรักษาด้วยความร้อนค่ะโดยจะสามารถปรับอุณหภูมิได้สูงไม่น้อยกว่า 30-45 องศเซียโดยจะเหมาะสำหรับการรักษาอาการเรื้อรางต่างๆนะคะรวมไปถึงอาการกล้ามเนื้อแข็งตึ้งและบรรเทาอาการการปวดเรื้อรังได้ค่ะ
โปรแกรมที่ 3 คือการรักษาแบบสลับความเย็นและความร้อนหรือเรียกอีกอย่างว่าคrast thapy ค่ะโดยโปรแกรมนี้นะคะจะเป็นการสลับอุณหภูมิร้อนและเย็นเป็น 1 ไซเคิลค่ะ สามารถที่จะปรับได้ตั้งแต่ 1-6 ไซเคิลเลย โดยโปรแกรมนี้นะคะจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองต่าง ช่วยในการลดอาการบวมและอาการอักเสบได้ค่ะ
โปรแกรมสุดท้ายนะคะก็จะเป็นโปรแกรม Termal Shock โปรแกรมนี้นะคะจะใช้ในการรักษาสลับระหว่างความร้อนและความเย็นอย่างรวดเร็วจะเป็นการลดอุณหภูมินะคะตั้งแต่ อุณหภูมิร้อนลดอย่างรวดเร็วภายใน 45 วินาทีเป็นจำนวน 30 องศทำให้เกิดอาการชาเฉพาะที่สามารถที่จะประยุกต์ใช้ก่อนการทำหัตถการอื่นๆได้ค่ะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นวิจัยที่ทำการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็น muscle injury ค่ะพบว่าการรักษาด้วย High Power Laser นะคะร่วมกับไคโอวันต้าซาวตัวนี้นะคะจะสามารถช่วยในการลดปวดได้ดีกว่านะคะเนื่องจากตัวไฮไลเซอร์ตัวเนะค่ะจะไปกระตุ้นการไหลเวียนและกระตุ้นการสร้าง ATP นะคะจากนั้นเมื่อใช้ตัวไคโอร่วมด้วยก็จะช่วยลดปวบลดปวดและลดบวมจากการทำเลเซอร์ได้
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นวิจัยที่ทำการศึกษาโดยใช้เครื่องให้การรักษา QMD เฮิosของเรานะคะ โดยจะทำการเปรียบเทียบการรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวและการรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ร่วมกับไคโอธอนะคะ พบว่าการรักษาด้วยเลเซอร์ร่วมกับไคโอธมอลให้ผลได้ดีกว่าค่ะ
ในหน้านี้นะคะก็จะเป็นวิธีการใช้ High Intensity Laser Therapy ร่วมกับการรักษาด้วยไโอธมalนะคะ มาดูกันที่คitionแรกก็คือการรักษาเพื่อลด information นะคะโดยจะแบ่งเป็น Acute Face แล้วก็ conic faceสนะคะ
มาดูกันที่ Acute กันก่อน โดยจะเป็นการเริ่มต้นการรักษานะคะด้วย contrทastนะคะเพื่อช่วยลดการอักเสบแล้วก็เตรียมเนื้อเยื่อ ให้พร้อมสำหรับการรักษาจากนั้นใช้ตัวเลเซอร์ในโหมดลดการอักเสบซึ่งจะเป็นในส่วนของ for effectect แล้วก็เลือก anti inflammatory นะคะเพื่อช่วยลดการอักเสบ จากนั้นจบด้วยการรักษาด้วยความเย็น ในกรณีที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับข้อใช้ 3 นาทีแต่ถ้าเป็นกรณีเกี่ยวกับกล้ามเนื้อก็ใช้ความเย็นนาน 1 นาทีค่ะ
ในส่วนของเฟสนะคะก็จะเริ่มการรักษาโดยตรงด้วยเลเซอร์ได้เลยเพื่อหวังผลให้การรักษาเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมต่างๆจากนั้นใช้การรักษาแบบคอนทพเพื่อเน้นผลของการลดการอักเสบในระยะเรื้อรังนะคะและเพิ่มในส่วนของการขยายหลอดเลือดและส่งเสริมการไหลเวียนเลือดค่ะ
ต่อมาจะเป็นการรักษาเพื่อลดอาการปวดแบ่งเป็น 2 เฟสย่อยเช่นเดียวกันคือ Acute เฟส แล้วก็ chic นะคะ Accute Faceสก็จะเริ่มด้วยการรักษาแบบคastเช่นเดียวกันโดยแนะนำให้ทำ 2 รอบรอบนะคะโดยแต่ละรอบให้ความร้อน 1 นาทีสลับกับความเย็น 1 นาทีค่ะ ต่อมาใช้ตัวเลเซอร์โดยเป็นการตั้งค่า for effectฟเฟectในส่วนของ แอจินะคะเพื่อลดปวดสุดท้ายจบด้วยการรักษาด้วยความเย็นเช่นเดียวกันถ้ามีปัญหาข้อให้ใช้ความเย็นนาน 3 นาทีแต่ถ้าเป็นที่กล้ามเหนือก็ใช้ความเย็นนาน 1 นาทีค่ะ
แต่ถ้าถ้าเป็น chronic faceสก็สามารถที่จะใช้เลเซอร์ได้เลยจากนั้นใช้ตัว contrast ค่ะเพื่อหวังผลทางความร้อนเพิ่มการขยายของหลอดเลือดต่างๆนะคะ
คitionที่ 3 เป็นการให้การรักษาด้วยการลดอาการบวมน้ำหรือนะคะ ซึ่งการรักษาด้วยคอนิชันี้สำหรับผู้ที่มีน้ำสะสมในเนื้อเยื่อมากเกินไปซึ่งจะทำให้การรักษาด้วยเลเซอร์เนี่ยอาจจะได้ผลไม่ดีได้ดังนั้นควรที่จะเริ่มด้วยไคโอค่ะ ควรจะรักษาด้วยไคโอเป็นเวลา 1 นาทีเพื่อลดการคั่งของน้ำและบรรเทาอาการบวมจากนั้นค่อย apply ตัวเลเซอร์ค่ะซึ่งจะใช้ในโหมด for effect ในส่วนของ anti adima เพื่อกระตุ้นการดูดซึมน้ำเหลืองและลดอาการบวมต่างๆจากนั้นจบด้วยตัว contrast ค่ะ เพื่อเพิ่มการไหลเว้นของเลือดนะคะ
conditionition ที่ 4 คือ Biosimulation หรือการกระตุ้นการฟื้นฟูนะคะโดยคitionนี้จะต้องทำด้วยความระมัดระวังเนื่องจากห้ามใช้เลเซอร์หรือความเย็นโดยตรงในบริเวณที่มีแผลเปิดนะคะให้ทำการรักษาโดยรอบในบริเวณที่เป็นแผลปิดเท่านั้นนะคะโดยทั่วไปแนะนำให้ทำตามขั้นตอนดังนี้ก็คือ สามารถที่จะใช้เลเซอร์ในโหมดของ biimulatory ได้เลยจากนั้นทำการรักษาด้วยคอนทิ 2 รอบรอบละ 1 นาทีเป็นความเย็นกับความร้อนนะคะ
คitionสุดท้ายก็คือการคลายกล้ามเนื้อหรือ deconacting สามารถที่จะเริ่มด้วยเลเซอร์ได้เลยเนื่องจากต้องการผลทางความร้อน จากนั้นจบด้วยตัว contrast ค่ะ
ขอจบนำจบการนำเสนอเพียงแค่นี้ Ah.