📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

พัฒนาขนส่งสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค โดยตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาขนส่งสาธารณะ 🚀

กัปตันคนเนิร์ด1:54

Transcription

เพราะประเทศไทยไม่ได้มีแค่กรุงเทพฯ สภาผู้บริโภคจึงขอเสนอนโยบายที่จะทำให้ทุกจังหวัดมีขนส่งสาธารณะที่ดีขึ้น

ปัญหาหลักของขนส่งสาธารณะคือขาดทุน ถ้าไม่ใช่สายรถที่ผู้โดยสารฉ่ำจริงๆ โอกาสกำไรของผู้ประกอบการน้อยมาก ถ้าเราปล่อยไปตามกลไกตลาด ผู้ประกอบการก็จะไม่ค่อยเปิดสายรถใหม่หรือไม่เพิ่มจำนวนรถ เพราะโอกาสขาดทุนมากกว่ากำไร

ถ้าเราอยากให้ขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดดีขึ้น เราก็ต้องเอางบประมาณแผ่นดินนี่แหละไปอุดหนุน ถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะเริ่มกังวลว่าถ้าเราเอางบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดไปเปยขนส่งสัต์สาธารณะทั่วประเทศแบบนี้ เราจะเหลืองบไปทำอย่างอื่นหรอ

สภาผู้บริโภคก็เลยเสนอเงินให้ใช้จากภาษีล้อเลื่อนที่ผู้ใช้รถยนต์ต้องจ่ายอยู่แล้ว เอาเงินตรงเนี้ยมาตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะแทน วิธีนี้จะทำให้ไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแต่ใช้แค่ภาษีล้อเลื่อนชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว

โดยผู้บริหารเงินก้อนนี้ควรจะเป็นท้องถิ่นเอง เพราะท้องถิ่นเป็นผู้ที่อยู่หน้างาน เข้าใจสภาพบ้านเมืองมากที่สุดว่าต้องการลดโดยสารสายไหนเพิ่มเติม เพื่อนๆ ก็อาจจะเริ่มกังวลว่าถ้าทีไหนนายกอบจ. นายกเทศบาลไม่เวิร์คเก็ปล่อยจอยไม่จัดสายรถเพิ่มอยู่ดี แล้วจะทำยังไง ง่ายมากครับ สมัยหน้าก็ไม่ต้องไปเลือกตำแหน่งนายกท้องถิ่นพวกนี้ มีข้อดีคือเป็นตำแหน่งที่ยึดโยงกับประชาชน ดังนั้นพวกเราจะมีอำนาจต่อรองก็คือเสียงของพวกเรานี่แหละ

แต่อีกอย่างถ้ามีกองทุนนี้เราก็จะควบคุมราคาขนส่งสาธารณะในแต่ละจังหวัดได้ด้วย เพื่อไม่ให้เป็นภาระที่มากเกินไปของผู้บริโภค โดยสภาผู้บริโภคเสนอให้ควบคุมราคาให้ไม่ให้ไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หมายความว่าถ้าค่าแรง 300 ค่ารถก็ไม่ควรเกิน 30 บาท ถ้าเกินกว่านั้นก็ก็เอาเงินจากกองทุนมาช่วยอุดหนุน

นอกจากนี้สภาผู้บริโภคยังมีข้อเสนอเรื่องความปลอดภัยด้วย โดยขอให้เลือกใช้รถบัส 2 ชั้น เพราะอุบัติเหตุร้ายแรงไม่น้อยมาจากรถประเภทนี้ แต่หลายๆ จังหวัดก็ยังใช้รถบัส 2 ชั้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทางโค้งหรือทางล่าชันขึ้นเขาก็ตาม รวมถึงข้อเสนอเรื่องรถขนส่งนักเรียนที่รัฐควรอุดหนุน 15 บาทต่อคน เพื่อให้เด็กๆ ทั่วประเทศได้มีโอกาสเดินทางอย่างปลอดภัย

หวังว่าข้อเสนอเหล่านี้จะเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลชุดหน้า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภคทุกคนครับ