Transcription
มติชนทีวีพcส มีเรื่องเล่าโดยวิโรธ ลัคนาอดิสร ครับ สวัสดีนะครับ วันนี้นะครับกับพcส.นะ ครับ มีเรื่องเล่า Ep. ที่ 2 นะครับ วันนี้ นะครับ เรามี The Second ไมโครโฟนนะครับ ที่มาร่วมฟังเรื่องเล่าของผมนะครับ พร้อม กับผู้ชมนะครับ ก็เป็นใครเป็นอื่นไม่ได้นะ ครับ นอกจากนะครับ ส.ส. ดอนเมืองของเรานะ ครับ เอกราช อุดมอำนวย
>> สวัสดีครับ สวัสดีพี่วิโรธครับ ก็วันนี้ จะเป็นผู้ฟังที่ดีนะครับ
>> ส.ส. นะฮะ ก็คอนเซปต์ของเรานะครับ ก็คือว่า ผมก็ จะพยายามจะชวนนะครับ คนมานั่งฟังเป็นเพื่อนท่านผู้ชมนะครับ แล้วก็มาดู ปฏิกิริยากันครับ แล้วก็แจมบ้าง พูดคุยกัน บ้างนะครับ เพื่อให้การเล่าเรื่องเนี่ย มีอรรถรสครับ อ่า สำหรับวันนี้นะครับ พอรู้ว่า จอจานจะมานะครับ ผมก็พยายามที่จะเรียบเรียงเรื่องเล่า นะครับ อย่างดีครับ แล้วละเยถามว่า เออ ทำไมต้องมีกระดาษ คือถ้าไม่มีกระดาษ กลัวผิดจริงๆนะฮะ เพราะหลายเรื่องมันมีรายละเอียดมากนะครับ
ผมคิดว่าตอนนี้เนี่ย จอจานก็น่าจะตามข่าวเรื่องการสู้รบระหว่างอิหร่าน >> กับอเมริกาแล้วก็อิสราเอลนะฮะอยู่แล้วนะ ครับ
>> ก็เมื่อวันที่ 27 เนี่ยนะครับ ก็อเมริกาก็ นะอนุมัติปฏิบัติการนะครับนะชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Operation Epic Fury นะครับ
>> ครับ ซึ่งก็แปลเอาว่า ถ้าแปลเอาที่มันมีความละเมียดละไมหน่อย ก็เรียกว่าปฏิบัติการมหากาบแห่งเพลิงโทสะ
>> อื
>> นี่ในฝั่งอเมริกานะครับ ในฝั่งของอิสราเอล นะครับ ก็ชื่อว่าปฏิบัติการ Operation Lion Law นะครับ
>> หรือถ้าแปลแบบละเมียดละไมทางภาษานิดนึง ก็คือปฏิบัติการราชสีห์คำรามนะครับ ก็วันที่ 27 ก็ >> 27 กุมภาพันธ์ก็อนุมัติ 28 กุมภาพันธ์นี่ >> เริ่มโจมตีทันทีครับ
>> นะครับ ถามว่าทำไมมันเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะถือว่าการปฏิบัติการทางการทหารครั้งนี้เนี่ย เป็นการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดนะครับ ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
>> ถ้านับปี ค.ศ. ก็คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1800 เป็นต้นมา นี่คือครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ ค.ศ. 1801 เลยนะครับ
>> ส่วนปฏิบัติการในครั้งนี้เนี่ย ถ้าตามข่าวเนี่ยนะครับ
>> อ
>> ก็ปรากฏว่าแกนนำคนสำคัญของอิหร่านเนี่ย ก็เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แกนนำคนที่สำคัญที่สุดนะฮะ ก็น่าจะเป็น อายาตุลลา
>> อื
>> คามีนีนะครับ
>> ซึ่งก็เป็นผู้นำสูงสุดแล้วก็เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นผู้นำของฝ่ายตุลาการแล้วก็เป็นผู้นำสูงสุดของระบบสื่อสารมวลชนของอิหร่าน
>> ครับ
>> นะครับ พูดง่ายว่าอิหร่านคราวนี้เนี่ย ก็สูญเสียประมุขแห่งรัฐเลยทีเดียว
>> คือปฏิบัติการนี้ปฏิบัติการเดียวนี่คือ กวาดเรียบเลยเหรอพี่
>> ก็มุ่งสังหารแกนนำคนสำคัญของอิหร่านเลย
>> คือไม่ใช่แค่โจมตีฐานที่มั่นทางการทหาร หรือว่า อ่าฐานบัญชาการทางการทหารนะครับ
>> แต่เป็นการมุ่งเด็ดหัวแกนนำคนสำคัญเลยนะ ครับ
>> จริงๆก็มีแกนนำคนอื่นที่เสียชีวิตร่วมด้วยนะครับ อราวๆ 13 คนนะครับ
>> อย่างคนที่สำคัญก็ โมฮัมหมัด ปั๊บนะครับ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม
>> ครับ
>> อันเนี้ย หรือที่เราเรียกว่า IRGC นะครับ นี่ก็เสียชีวิตด้วย
>> หรือ
>> เอ่อ อาซินาซีซาเดนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เสียชีวิตในปฏิบัติการวันที่ 28 ด้วยนะครับ หรือ เอ่อ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน อาลี ชำคานี ก็เสียชีวิตเหมือนกัน
>> อื
>> แรกๆเนี่ยนะครับ มีรายงานว่า เอ่อ ประธาน อดีตประธานาธิบดีนะครับ มามูด อามาดิเนจาด เนี่ยนะครับ ก็เสียชีวิตด้วย แต่ว่าปรากฏภายหลังว่ายังคงปลอดภัยดี
>> นะครับ อ
>> นะ แต่ในวันนี้ครับ เราคงไม่ได้ไม่ได้มาอัปเดตสถานการณ์นะครับ ให้กับ เอ่อ เอกราช หรือว่าท่านผู้ชมฟัง เพราะผมคิดว่าเอกราช แล้วก็
>> ผู้ท่านผู้ชมผู้ฟังก็สามารถติดตามจากข่าวสารจากสื่อมวลชนได้อยู่แล้วนะครับ
>> อือ
>> แต่สิ่งที่หลายๆคนตั้งข้อสงสัยครับว่า เออ
>> อื
>> ทำไมอิหร่านกับอเมริกาเนี่ย ถึงได้โกรธแค้นแค้นเคืองแบบแค้นฝังหุ่นกันขนาดนี้
>> ครับ
>> จอจานสงสัยมั้ย
>> ผมพูดได้มั้ยฮะ
>> เออ
>> คือ ถ้าแบบเอาตามความเชื่อศาสนาอ่ะ
>> ก็คิดว่ามันมีเขียนมาในพระคัมภีร์ไบเบิล มาเป็นแบบ 1000 ปีแล้วอ่ะ
>> ออ อันนั้นคือความเชื่อทางศาสนาครับ
>> แต่จริงๆมันมีเรื่องระเงาะระแงะแล้วก็จริงๆ อย่าเรียกว่าระเงาะระแงะเลย เป็นเรื่องโศกนาฏกรรมที่มันเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เนี่ยนะครับ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้วนะครับ อ
>> ครับ
>> คือถ้าจอจานเนี่ยติดตามดูเนี่ย ทุกๆครั้งที่อเมริกาเนี่ยนะครับ เปิดสงครามกับใครเนี่ยนะ ก็มักจะมีอเมริกันชนเนี่ยนะครับ กลุ่มใหญ่ หรือเอาว่าไม่เล็กอ่ะ มีกระแสในการต่อต้านสงครามเนี่ย ออกมาเป็นคานงัดเสมอใช่มั้ยครับ
>> คราวนี้เนี่ยก็มีเหมือนกัน
>> อื
>> แต่ว่าไม่ได้มีในลักษณะที่รุนแรงมากเหมือนกับที่ผ่านมาเนาะ อาจจะมีการติดแฮชแท็กเซ็นอนะครับ บารอนก็คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ เอ่อ โดนัลด์ ทรัมป์เลยว่า เออ ทำไมไม่ให้ เอ่อ ทำไมไม่ส่ง >> เออ ทำไมไม่ส่งลูกตัวเองไปรบล่ะนะฮะ
>> แต่ก็ไม่ได้มีกระแสที่รุนแรงอะไรมากนัก
>> คือมันจุดไม่ติดหรอครับพี่
>> มันก็จุดติดแต่ว่ามันไม่ได้เป็นกระแสที่มากพอที่จะ >> อ >> ยับยั้งการทำสงครามได้นะครับ
>> นะ เพราะว่าชาวอเมริกันเนี่ย เอาผมเรียกว่าอาจจะอย่าเหมารวมแล้วกัน แต่ว่าในภาพใหญ่ อ่า ไม่ว่าจะเป็นฝั่งที่เชียร์เดโมแครตก็ดี หรือรีพับลิกันก็ดีเนี่ย ต่างก็มีมุมมองต่อรัฐบาลอิหร่านเนี่ย ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา นะครับ
>> จะเรียกว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่เนี่ย ถูกปลูกฝังว่า เออ ให้ไม่ชอบ หรือมีทัศนคติในเชิงลบเนี่ย กับรัฐบาลอิหร่านเนี่ย ก็จะว่าอย่างนั้นก็ว่าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันทุกคนเนี่ย จะคิดไม่ดีต่ออิหร่านนะ แต่ว่ามันมีกระบวนการที่มันปลูกฝังอ่ะ หรือบอกต่อข้อมูลกันมาจนทำให้มีความคิดเชิงลบต่ออิหร่านเนี่ย ซึ่งกลุ่มเนี้ยไม่น้อยเลย
>> ครับ
>> วันนี้ก็เลยผมก็เลยจะเตรียมเรื่องมาเล่า ให้กับจอจานแล้วก็ท่านผู้ชมผู้ฟังฟังว่า เออ ทำไมอเมริกา กับอิหร่านเนี่ยเนี่ย ถึงมีความหมางใจกันแบบผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ ถึงขั้นต้องเฝ้าระวัง >> แล้วก็แอบมองกันอย่างระแวงและพร้อมที่จะ ตู้มต้ามตอบโต้กันอยู่ตลอดเวลา
>> ครับ
>> คือเรื่องของเรื่องเนี่ย ความขัดแย้งเนี่ย มันเกิดขึ้นในปี 1953
>> ย้อนไปไกลเหมือนกันนะครับ โดยในช่วงต้นทศวรรษ ทศวรรษที่ 1950 เนี่ย ตอนนั้นเนี่ยนะฮะ อิหร่านเนี่ยนะครับ มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่า โมฮัมหมัดนะฮะ โมซัเดกนะครับ พยายามนายกคนเนี้ย นายกโมซัเดกเนี่ย พยายามที่จะนำอุตสาหกรรมน้ำมันเนี่ย กลับมาอยู่ในรัฐบาลอิหร่านนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัทอังกฤษเนี่ย
>> อือ
>> เป็นผู้ควบคุมกิจการน้ำมันในประเทศอิหร่านเกือบแทบทั้งหมด
>> อื
>> นายกโมซัเดกบอกถึงเวลาต้องเอากิจการน้ำมันเนี่ย กลับมาสู่มืออิหร่านให้ได้
>> อื
>> เอาละฮะ เป็นอังกฤษ อังกฤษยอมมั้ยฮะ
>> ก็ต้องสู้กัน
>> อังกฤษไม่ยอมอยู่คราวนี้ฮะ ต่อมาฮะ
>> ครับ
>> อังกฤษกับอเมริกาก็เลยซุบซิบกันฮะ
>> อือ
>> แล้วก็วางแผนปฏิบัติการลับครับว่า เฮ้ย ยังไงปล่อยไอ้นายกโมซัเดกเนี่ยต่อไปไม่ได้ละ
>> อื
>> และนำไปสู่การโค่นล้มนะครับนะ นายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัด โมซัเดกเนี่ยในปี 1953
>> อื
>> นี่จุดเนี้ยเป็นจุดเริ่มต้นเลยที่
>> จุดอื
>> ก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ด้วย
>> อ่า ชาวอิหร่านเริ่มไม่พอใจอเมริกา
>> ครับ
>> คราวนี้เมื่อประธานาธิบดี the white ไอเซนฮาวเนอร์เนี่ยนะครับ รับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 1953 คราวนี้ตอนนั้นรัฐรัฐบาลอเมริกากังวลแล้วครับว่า เฮ้ย นายกโมซัดเด็กเนี่ยของอิหร่านเนี่ย เฮ้ย กำลังทำไมดูแล้วมันใกล้ชิดนะฮะ ดูดี๋ดูดี๋กับสหภาพโซเวียตยังไงชอบกลนะฮะ
>> แล้วก็กลัวนะครับว่าอิหร่านเนี่ยนะฮะ จะตกอยู่ภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์นะ
>> กลัวว่าโมซัเดกเนี่ยจะพาอิหร่านเนี่ย >> เข้าไปอิงโซเวียต
>> อื
>> เอาแล้วยิ่งไปกันใหญ่เลย คราวนี้อังกฤษกับอเมริกาก็เลยวางแผนกันฮะ เฮ้ย ต้องก่อรัฐประหารโค่นล้ม นายกโมซัเดกให้ได้
>> อื
>> ผ่านปฏิบัติการร่วมกันฮะ สมัยก่อนหน่วยข่าวกรองของอเมริกาก็ CIA ใช่มั้ยฮะ
>> ครับ
>> ของอังกฤษเนี่ยก็คือ SIS หรือที่หลายคนเรียกว่า MI6 นะ MI แล้วก็เลข 6 เนี่ย MI6 เนี่ย
>> อ
>> แล้วก็ภายใต้การปฏิบัติการนี้จะมีชื่อภารกิจนะฮะ อังกฤษเนี่ยเค้าเรียกว่า Operation Boot
>> อื
>> ส่วนอเมริกาเนี่ย CIA ใช่มั้ยก็มีชื่อปฏิบัติการเหมือนกันเรียกว่า Operation Ajax
>> อ่า ก็คือ Operation Boot กับ Operation Ajax คืออังกฤษกับอเมริกาเนี่ยร่วมกันเลยนะฮะ ที่จะโค่นล้มโมซัเดกให้ได้นะครับ
>> อือ
>> ซึ่งในช่วงเวลานั้นเนี่ยก็การจุดติดกระแสต่อต้านโมซัเดก หรือโค่นโมซัเดกเนี่ย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เพราะว่าเป็นช่วงที่อิหร่านเนี่ยกำลังประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก แล้วก็ปรากฏว่าอะไรฮะ กำลังเครียดด้วย พอคุณจะไปยึดกิจการน้ำมันคืนคืนจากอังกฤษใช่มั้ยฮะ อังกฤษก็ไม่ยอม อังกฤษก็คว่ำบาตรอิหร่านเลย
>> อื
>> โห เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ คราวนี้พอมันเป็นปัญหาเรื่องปากท้องใช่มั้ย การจุดติดม็อบเนี่ย มันก็ไม่ยากนัก
>> อื
>> คราวนี้ทั้งปฏิบัติการบูทของของอังกฤษก็ดี หรือของ CIA ฝั่งฝั่งอเมริกาปฏิบัติการ Ajax ก็เริ่มต้นครับ ในการเค้าเรียกว่าจัดตั้งม็อบขึ้นมาเพื่อต่อต้านรัฐบาล เดี๋ยวดูนะ
>> อ
>> คุ้นๆหรือเปล่า จัดตั้งม็อบขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลของโมซัเดก อ
>> มีการทำปฏิบัติการข่าวสาร IO เผยแพร่ว่า เนี่ย >> โมซัเดกเนี่ยเป็นเผด็จการที่ >> ทำลายเศรษฐกิจของประเทศอิหร่านนะ
>> และที่สำคัญคือกำลังจะพาอิหร่านไปเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย อ
>> อื
>> โอ้โห แล้วก็ยังมีการทำงานร่วมกันนะฮะ เรียกว่า make connection กับนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยม คุ้นๆมั้ย
>> ครับ อื
>> แล้วก็สร้างกระแสต่อต้านโมซัเดกนะ แล้วสนับสนุนให้กษัตริย์เนี่ย
>> อื
>> ให้กลับมามีอำนาจปกครองประเทศเหมือนเดิม อ
>> อือ
>> ซึ่งกษัตริย์อิหร่าน ณ ขณะนั้นก็คือ ชา โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี
>> ซึ่งเดี๋ยวผมเรียกสั้นๆว่า ชา ปาห์ลาวี ก็แล้วกันนะครับ
>> นะฮะ อ
>> คราวนี้เนี่ยก็กระแสก็เกิดขึ้นละ ในการโค่นโมซัเดกเกิดขึ้น อันนี้คือปี 1900 กว่านะ
>> ปี 1953
>> อ่า
>> อ่านะ ยาวนานนะฮะ คราวนี้พอไปมาเรื่อยๆ กระแสต่อต้านก็ทำ IO ซึมมาเรื่อยๆ มีม็อบมีม็อบนะฮะ
>> อ
>> ในเดือนจนมาถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1953 1953 คราวนี้แหละฮะ กษัตริย์ชาปาห์ลาวีพร้อมพระราชินีก็เสด็จเดินทางออกนอกประเทศไป ยังอิตาลี คราวนี้แหละครับ ปุ๊บอยู่ดีพอไปปุ๊บแห เหมือนเปิดทางให้เกิดม็อบครั้งใหญ่เลย
>> อื
>> สู้กันม็อบชนม็อบ คล้ายๆมั้ย อ
>> ม็อบชนม็อบระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนนายก
>> อื
>> โมซัเดก กับฝ่ายที่สนับสนุนกษัตริย์ ชาปาห์ลาวี
>> อื
>> มีผู้เสียชีวิตประมาณสัก 300 คนครับ
>> เป็นยังไงฮะ
>> อื
>> พอม็อบชนม็อบอะไรเกิดขึ้นครับ
>> รัฐประหาร
>> ก็นั่นแหละ ขอเวลาอีกไม่นานนะฮะ สุดท้ายนายพลลาสซาอี ก็ทำรัฐประหารครับ
>> ครับ
>> คุ้นๆมั้ย เหมือนหนังฉากเดิมเลย
>> ก็เอารถถังบุกเข้ามาที่กรุงเตฮรานครับ
>> นะฮะ แม้ว่าในตอนแรกนี่นายกเนี่ย โมซัเดกเนี่ยจะหลบหนีการจับกุมไปได้นะครับ อ
>> แต่หนียังไงฮะ
>> อื
>> สุดท้ายโมซัเดกก็เลยมามอบตัวครับ
>> อื อื
>> และในที่สุดนะฮะ กษัตริย์ชาปาห์ลาวีก็เสด็จกลับมาครับ
>> อื
>> กลับมาแล้วทำยังไงต่อครับ กษัตริย์ชาปาห์ลาวี ลงนามคำสั่งปลดนายกรัฐมนตรีโมซัเดก >> ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อ
>> อือ
>> แล้วก็แต่งตั้งนายพลไซดี้นะฮะ ที่คนเป็นคนก่อรัฐประหารเนี่ย >> ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน
>> อื
>> ถือเป็นการรับรองความชอบธรรม
>> อือ
>> ในการก่อรัฐประหารของนายพลไซดีเลย
>> อื
>> โอ้โห ทำไมมันดูแล้วฉากมันหนังมันคุ้นๆ
>> เออ หนังมันคุ้นๆ
>> เอ้า ต่อมาในเดือนธันวาคม 1953 ครับ
>> ครับ
>> อ้า โมซัเดกก็ถูกพิพากษาให้จำคุก 3 ปีในเรือนจำทหารนะ
>> อื
>> หลังจากพ้นโทษก็เข้าใจว่าถูกกักบริเวณต่อ จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1967 นะครับ สิริอายุรวมก็ 84 ปี แต่ตั้งแต่โมซัเดกเนี่ยหมดอำนาจนะครับ กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเนี่ยก็มีบทบาทในการบริหารบริหารประเทศมากขึ้นครับ ภายใต้ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นแล้วก็การชี้นำจากสหรัฐอเมริกา นะครับ แล้วก็พาประเทศครับกลับไปสู่ระบอบสมบูรบูรณ์นิยมในที่สุด
>> อื
>> อ่า เรียกว่า กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเนี่ยถือว่าเป็นมิตรแท้ของอเมริกาเลยนะครับ
>> อ
>> ซึ่งอันที่จริงแล้วเนี่ย อิหร่านเนี่ยนะครับ ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเนี่ย จากระบอบสมบูรณ์นิยมเนี่ยนะครับนะ มาเป็นประชาธิปไตยเนี่ย รู้มั้ยฮะ ตั้งแต่ปีไหน
>> อื
>> ตั้งแต่ปี >> 1906 เชียวนะฮะ
>> อ
>> ซึ่งตอนนั้นเค้าเรียกว่า การปฏิวัติรัฐธรรมนูญเปอร์เซียครับ
>> เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองก่อนประเทศ ไทยซะอีกนะ
>> ประเทศไทยเรา 2475 ถูกมั้ยฮะ ใช่มั้ยฮะ ของเขานี่ 1906 ก็ก่อนประเทศไทย 26 ปี
>> อื
>> และถือเป็นการปฏิวัติครั้งแรกของโลกอิสลามเลยทีเดียว นะฮะ
>> ครับ
>> เนี่ย แต่สุดท้ายก็ต้องสารวันเตี้ยลงนะ ถอยกลับไปนะฮะ
>> เป็นระบอบสมบูรณ์นิยมอีกครั้งนึงนะ ครับ
>> ครับ
>> นะ แต่สุดท้ายครับ ดูเหมือนจะดีนะ เพราะว่ากษัตริย์ชาปาห์ลาวีก็ดำเนินนโยบายประชานิยมเต็มรูปแบบนะครับ มีการปฏิรูปที่ดินอะไรด้วยนะครับ
>> แต่สุดท้ายการดำเนินนโยบายต่างๆของกษัตริย์ชาปาห์ลาวีเนี่ยนะ ที่เรียกว่า เอ่อ การปฏิวัติสีขาว หรือ White Revolution เนี่ย ก็มีปัญหา >> ในตัวมันเองในทางปฏิบัติครับ อ
>> อือ
>> อ้าว การปฏิรูปที่ดินดูเหมือนจะดีใช่มั้ย
>> จัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนได้มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง
>> อื
>> แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าอะไรฮะ คนที่ได้รับ การจัดสรรที่ดินแปลงมหาศาลแปลงใหญ่แปลงยักษ์เนี่ย >> มีแต่ >> กลับเป็นคนในราชวงศ์
>> อื
>> เป็นข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดกับกษัตริย์ชาปาห์ลาวี
>> อื
>> ผลประโยชน์จากการพัฒนาโครงการนั้นโครงการนี้ >> ก็กลับตกไปอยู่ในมือของเชื้อพระวงศ์
>> อื
>> แล้วก็ตระกูลข้าบดีเพียงแค่ไม่กี่ไม่กี่ตระกูลที่ใกล้ชิดกับกษัตริย์ชาปาห์ลาวี
>> อื หลายๆนโยบายก็ยังมีความขัดแย้งกับโลกอิสลาม หรือศาสนาอิสลามนะ ณ ขณะนั้นนะครับ
>> ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการอนุญาตให้มีสถานบันเทิงนะครับ
>> อ
>> หรือการให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง คุณต้องเข้าใจว่าในโลกมุสลิมก็เป็นอีกแบบนึง แล้วก็ในยุคนั้นด้วยนะครับ
>> หรือการ หรือการมีนโยบายสนับสนุนอิสราเอล เพราะตอนนั้นอเมริกาก็ไปสนับสนุนอิสราเอลละนะ ครับ
>> อ
>> คราวนี้ท่ามกลางการกล่าวหาชาปาห์ลาวีนะ อย่างหนาหูเลย
>> อื
>> ว่า เฮ้ย ชาปาห์ลาวีเนี่ย กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเป็นหุ่นเชิดของอเมริกาเนี่ยนะฮะ
>> อ
>> ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้นฮะ แทนที่กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเนี่ย จะชี้แจงอธิบาย หรือปรับท่าที เปล่าครับ
>> อื
>> ตอนนั้นกษัตริย์ชาปาห์ลาวีตั้งหน่วยตำรวจลับขึ้นมาที่ชื่อว่า ซาวัก
>> อื ซาวัก
>> ซาวัก
>> คล้ายๆ CIA อะไรอย่างเงี้ยครับ
>> ต้องถ้าประเทศไทยคือกมลดีกว่า
>> อื
>> คราวนี้ตำรวจซาวักเนี่ย ก็มีหน้าที่แทรกซึมหาข่าวครับ คราวนี้เนี่ยนะครับ แล้วก็คอยจับกุมครับนะฮะ ฝั่งตรงข้ามครับ ไม่ว่าจะเป็นอะไรฮะ นักศึกษา นักวิชาการ นักการเมือง สื่อสารมวลชน แล้วก็เอาไปซ้อมทรมานครับ ไปรีด >> อื
>> เพื่อให้รู้ว่าเครือข่ายต่อไปคือใคร รีดมาใครเกี่ยวกับคุณบ้าง บอกคนต่อมาแล้วก็ไปจับคนต่อไปเนี่ย อ
>> มาดำเนินการทันทรมานอื่นๆ คือแรกๆ การปฏิบัติการของตำรวจลับซาวักเนี่ย ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนชาวอิหร่านได้พอพอสมควร
>> อื
>> แต่จอจานคนเราพอกลัวไปถึงจนถึงระดับนึง อ่ะ คุณว่าจะเกิดอะไรขึ้น กลัวจน
>> อ
>> เคยเป็นมั้ย กลัวจนเลิกกลัว
>> ครับ
>> กลัวจนต้องสู้ อ่ะ
>> ครับ
>> ก็เหมือนแบบจนตรอกอ่ะใช่มั้ย
>> อื สุดท้ายกลัวจนกลายเป็นเกลียดนะ
>> อื
>> คราวนี้ก็เกิดกระแสเกลียดชังต่อต้านกษัตริย์ชาปาห์ลาวีเลยนะครับ
>> ครับ
>> คนอิหร่านในยุคนั้นก็มองว่า โอนี่คือหุ่นเชิดอเมริกา ข่มเหงชาวอิหร่านนะครับ กลาย เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของกษัตริย์ชาปาห์ลาวีเลยนะครับ
>> ในที่สุดนะครับ การประท้วงกษัตริย์ชาปาห์ลาวีก็เริ่มเกิดขึ้นครับ โดยมีผู้นำคนนี้สำคัญมากนะ ก็คือ อายาตุลลา โคเมนีนะครับ
>> อื
>> ก็การประท้วงก็ดำเนินไปจนสุดท้ายต้องมีการจับกุมนะครับนะ โคเมนีเนี่ย เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1963 เห็นมั้ยฮะ
>> เนี่ยผ่านมาประมาณ 10 ปีเห็นมั้ย
>> อ
>> ดูเหมือนจะชาปาห์ลาวีจะไปรอดกลับไม่รอด อือ
>> ปรากฏว่าแทนที่พอจับกุมแกนนำ แทนที่จะสงบ ไม่ครับ การประท้วงรุนแรงขึ้นครับ แล้วก็ประชาชนชาวอิหร่านก็เรียกร้องครับ ให้กษัตริย์ชาปาห์ลาวี หรือรัฐบาลอิหร่านขณะนั้นน่ะ ให้ปล่อยตัวโคเมนีฮะ แม้ว่าตอนนั้นรัฐบาลตัดสินใจใช้นโยบายรุนแรงนะฮะ
>> อ
>> ใช้กระสุนจริงล้อมปราบนะครับ ยิงผู้ชุมนุมจนมีเหตุการณ์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
>> อื
>> แต่ปรากฏว่าสู้ไม่ถอยครับ
>> อื
>> การประท้วงกลับยิ่งรุนแรงแงมากขึ้นเรื่อยๆนะครับ จนในที่สุดนะครับ รัฐบาลอิหร่าน ณ ขณะนั้นก็ทนการกดดันจากประชาชนไม่ไหว นะครับ แล้วก็ต้องปล่อยตัวนะครับ
>> โคเมนีนะครับในที่สุด
>> ครับ
>> แต่ปรากฏว่าโคเมนีจนแล้วจนรอดสู้ต่อครับ
>> ครับ
>> ก็ประท้วงต่อ วิพากษ์วิจารณ์นะครับ
>> โคมินีเหมือนเป็นฮีโร่ตอนนั้นมั้ยครับ
>> โห เป็นถือว่าเป็นไม่ใช่แค่ฮีโร่ตอนนั้น ถือว่าเป็นฮีโร่จนถึงปัจจุบันนี้ของชาวอิหร่านเลย
>> แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนอิหร่านเนี่ย เข้าสู่รัฐอิสลามเลย น่า ตัวนี้ตัวละครสำคัญมากนะครับ คราวนี้ปรากฏว่า โคมินีก็สู้ไม่ถอยครับ ก็ประท้วงต่อ วิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ชาปาห์ลาวีต่อ นะครับ จนกระทั่งรัฐบาลอิหร่านนะครับ
>> อื
>> ไม่ไหวครับ จับอีก
>> แล้วก็มีคำสั่งให้เนรเทศโคเมนีเนี่ย ออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1964
>> อ
>> ก็คิดว่าน่าจะจบ เพราะสมัยก่อนเนาะ มันไม่มียุคอินเทอร์เน็ตใช่มั้ยครับ
>> อ
>> ก็เนรเทศไปอ่ะ โคมินีจะไปไหนก็ไปนะ เค้าก็ไปตุรกีก่อน ไปอิรักนะครับ แล้วก็สุดท้ายก็มาอยู่ที่ฝรั่งเศสนะครับ
>> อ
>> รวมเป็นเวลา 13 ปี
>> อื
>> คราวนี้กษัตริย์ชาปาห์ลาวีก็คิดว่า ไล่โคมินีออกไปเนี่ย ทุกอย่างก็จะจบ
>> อื
>> แต่รู้มั้ย สมัยก่อนโมเมนเค้าสู้ยังไงรู้มั้ย ไม่มีอินเทอร์เน็ต
>> เขียน
>> เค้าใช้การอัดเทปคาสเซ็ตครับ
>> อ๋อ
>> ออ แล้วเค้าเอาเทปคาสเซ็ตนะครับ มาเผยแพร่การวิพากษ์วิจารณ์เค้านะครับ ต่อรัฐบาลอิหร่าน ต่อท่าทีนะครับของกษัตริย์ชาปาห์ลาวีนะครับ ผ่านเทปคาสเซ็ต
>> สมัยก่อนเทปคาสเซ็ตแล้วก็สามารถก๊อปต่อกันใช่มั้ย แต่มันยากนะ มันไม่เหมือนไฟล์สมัยนี้เนาะ
>> ครับ
>> แล้วก็ไปเปิด
>> อ่า แล้วก็เปิดผ่านคลื่นวิทยุนี่แหละครับ
>> แล้วก็ฟังกันนะฮะ
>> นะ จนคราวนี้ครับ อ่า กระแสกระแสความไม่พอใจรัฐบาลอิหร่านนะ ภายใต้ อ่า กษัตริย์ชาปาห์ลาวี ก็เกิดขึ้นครับ
>> อื
>> จนกระทั่งมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ถือว่าเป็นการประท้วงสำคัญนะครับ เกิดขึ้นในปี 1978 นะครับ
>> อื
>> คราวนี้เป็นการประท้วงเพื่อเรียกว่าไล่ ชาปาห์ลาวีเลยฮะ
>> อื
>> มีการด่าทออเมริกา เป็นการประท้วงที่มีการโยงระหว่างกษัตริย์ชาปาห์ลาวีกับอเมริกาอย่างชัดเจนเลยนะครับ มีการชูรูปนะครับ เอ่อ อายาตุลลา โคเมนีนะครับ เรียกร้องรัฐอิสลาม
>> อ
>> และการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนะฮะ เกิดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 1978 ในวันนั้น มีการเผาบ้านนะครับชาวอเมริกัน มีการ เอ่อ ทำลายกิจการของชาวตะวันตกนะครับ จนในที่สุดครับ อเมริกาก็บอก ชาปาห์ลาวี ถ้าจะไม่ไหวละ
>> ไม่ไหวละ
>> แบกไม่ไหวแล้ว หนีๆๆ หนีก่อน จนในที่สุดนะฮะ ชาปาห์ลาวีนะ พร้อมครอบครัว พร้อมคนในราชวงศ์นะ ก็ตัดสินใจหนีออกนอกประเทศเลยนะครับ
>> ไปตุรกี
>> ไม่ๆ เค้าหนีไปก่อน หนีๆๆ ตั้งใจว่าเค้าหนีไปหลายที่เหมือนกันนะครับ คราวนี้
>> เค้าหนีออกนอกประเทศนะครับ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 1979
>> อื อื
>> แล้วก็มอบหมายให้นายกรัฐมนตรี ณ ขณะนั้นนะครับ ก็คือ ชาปูบักเตียรเนี่ย รักษาการคุมสถานการณ์เอาไว้
>> อื
>> นะ หู ตอนที่เค้า กษัตริย์ชาปูรีออกนอกประเทศ นะโห กองทัพอิหร่านเนี่ย เสียงแข็งเลยว่า ยังไงก็ตามก็ต้องปกป้องราชบัลลังก์ของกษัตริย์ชาปาห์ลาวีให้ได้นะ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตามนะ แต่อยู่ดีเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ครับนะฮะ น่าจะมีปฏิบัติการอะไรบางอย่าง จนแล้วจนรอดครับ
>> อื
>> มาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1979 จำได้ครับ อายาตุลลา โคมินีที่ระเห็ดระเหยไป 13 ปี
>> อ
>> วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1979 โคมินีและทีมงานเดินทางนั่งเครื่องบินโดยสารกลับมา เหยียบพื้นแผ่นดินอิหร่านอีกครั้งนึง
>> อื
>> แล้วก็เข้าควบคุมทำเนียบรัฐบาล อาคารรัฐสภา กระทรวงทบวงกรม สถานีตำรวจต่างๆนะครับ
>> เอาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในขณะที่
>> คือกลับมาพร้อมความยิ่ง มาพร้อมความยิ่งใหญ่
>> อื
>> กองทัพที่บอกว่าจะปกป้องนะครับ ราชบัลลังก์ของกษัตริย์ชาปาห์ลาวี ปรากฏว่าเงียบกริ๊บ วางตัวเป็นกลาง ไม่ได้ขัดขวางอะไรเลยนะครับ จนในที่สุดนะครับ โคมินีนะ ครับก็ควบคุมสถานการณ์กุมสภาพไว้ได้ทั้งหมด แล้วก็ตั้งรัฐบาลขึ้นได้นะครับ
>> อื
>> แล้วก็นำอิหร่านเข้าสู่การปกครองโดยรัฐอิสลามตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
>> อื
>> นะ ส่วนกษัตริย์ชาปาห์ลาวีก็อพยพลี้ภัยนะครับ ไปต่างประเทศอยู่หลายประเทศนะครับ แล้วก็มาสวรรคตที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ด้วยโรค มะเร็งนะครับ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม คริสตศักราชนะครับ ค.ศ. 1980
>> ครับผมยังไม่เกิด
>> ผมอายุได้ 3 ขวบ
>> คราวนี้เห็นมั้ยฮะ ชาวอิหร่านจำนวนมากเนี่ย ก็เจ็บเลยฝังใจครับว่า อเมริกาเนี่ย มันมันเป็นประเทศที่เคยแทรกแซงอธิปไตยของประเทศเรานะครับ แล้วก็เป็นศัตรูที่ทำลายระบอบการปกครองของชาวอิหร่านนะครับ แล้วก็เป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ชาวอิหร่านนะครับ
>> นะ เป็นจำนวนมากถูกล้อมปราบนะครับ แล้วก็เสียชีวิต
>> อันนี้ก็เป็นปมแผลในใจของชาวอิหร่านที่มีต่อที่เกิดจากที่มองว่าอเมริกาเนี่ย ตัวดีเลย
>> คือตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
>> เอ่อ คุณทำลายประชาธิปไตยของอิหร่าน คุณทำลายระบอบการปกครอง คุณทำให้ชาวอิหร่านเนี่ยจะต้องมาถูกล้อมปราบ ถูกล้อมยิง
>> ต้องตายเป็นผักเป็นปลา
>> อเมริกานี่ตัวดีเลย
>> อันนี้คือคนอิหร่านมองอย่างนั้นนะ อ
>> อื
>> แต่สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและอเมริกาเนี่ย แตกเป็นเสี่ยงๆแบบ
>> อื ไม่มีเยื่อใย
>> ยากจากแก้วที่มันร้าว
>> นะฮะ แก้วที่มันร้าว >> เคยฟังมั้ย แก้วที่มันร้าว
>> ไม่นานก็คงจะแตก
>> ใจที่มันร้าว
>> ไม่นานก็คงจะแตก
>> ถ้าเป็นภาษาวิทยาศาสตร์เรียกเอทปรีใช่มั้ย พี่ แตกแล้วแตกเลย
>> คือแตกสไลด์ไม่มีวันเหมือนเดิมเนี่ยนะ
>> น่าจะก็เนี่ย เหตุการณ์นี้เลยฮะ
>> ครับ
>> คราวนี้เนี่ยฮะ โห อเมริกานี่เรียกว่าโกรธอิหร่านมากนะครับ
>> เหตุการณ์นี้เนี่ยฮะ
>> เป็นเหตุการณ์วิกฤตตัวประกันในปี 1979 ถึง 1981 นะครับ ที่คราวนี้คนอเมริกันแค้นอิหร่านอย่างไม่มีวันลืมเลย
>> อื จับตัวประกัน
>> จับตัวประกันอ่านะครับ ถ้าใครเป็นสื่อมวลชนในยุคดั้งเดิมนะครับ รุ่นพี่เราก็จะจำเหตุการณ์จับตัวประกันที่บุกยึดสถานทูตอเมริกาที่กรุงเตฮรานได้นะครับ
>> อ มีเป็นภาพยนตร์ด้วยนะใช่มั้ยครับ
>> คราวนี้เริ่มต้นอย่างงี้ครับ กษัตริย์ชาปาห์ลาวีที่ลี้ภัยออกนอกประเทศใช่มั้ยครับ
>> อื
>> นะ ก็ปรากฏว่าในเดือนตุลาคมเนี่ย 1979 ปรากฏว่า U อเมริกาอนุญาตครับ ให้กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเนี่ย เดินทางเข้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้นะครับ โดยให้เหตุผลว่า
>> นะ จะได้ไปรักษาอาการเจ็บป่วยนะครับ
>> ที่เป็นมะเร็งใช่มั้ยครับ
>> ตอนนั้นไม่แน่ใจนะครับ แต่ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละฮะ น่าจะเป็นในเรื่องของมะเร็งด้วยนะฮะ อ
>> ซึ่งแต่ชาวอิหร่านไม่คิดอย่างนั้นครับ
>> เฮ้ย
>> จริงเหรอ เพราะตอนนั้นชาวอิหร่านก็ไม่ไว้ใจอเมริกาอยู่แล้วใช่มั้ยฮะ อยู่ดีอเมริกา ยอมให้กษัตริย์ชาปาห์ลาวีเข้าประเทศ
>> เฮ้ย
>> แปลกละ
>> ไปเตรียมทำรัฐประหาร เตรียมเอาคืนเปล่านะครับ
>> นะ และคราวนี้เหมือนจะมีอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนหรือเปล่า เพราะว่าคุณเป็นมิตรรักกันนี่
>> อื
>> คราวนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ในเดือนพฤ พฤศจิกายน 1979 ครับ นักศึกษาฝ่ายปฏิวัติของอิหร่านเนี่ย บุกยึดสถานทูตอเมริกาในกรุงเตฮรานเลย
>> ครับ
>> แล้วก็มีการจับชาวอเมริกันเป็นตัวประกันนะครับ ตอนแรกนี่จับไว้ถึง 66 คนนะฮะ โห
>> เยอะนะ
>> ถือว่าเยอะมากนะครับ แล้วตอนหลังก็มีการเจรจา
>> คือคำว่าจับเป็นตัวประกันนี่เป็นภาพยังไงครับ พี่วิโรธ
>> ก็ยึดสถานทูตเลย
>> ก็อยู่ในนั้นน่ะฮะ
>> อื
>> นะฮะ ปืนจ่อหัว
>> นะ ก็อันนี้มันก็ไม่รู้ไม่ไม่รู้ว่าปืนจ่อ แต่ว่าอยู่ภายใต้การควบคุมอ่ะ ของนักศึกษาปฏิวัติเนี่ย
>> อ
>> 66 คน แล้วตอนหลังก็มีการเจรจา นะครับ แล้วก็ปล่อยตัวบางส่วน เหลืออยู่ในความกลัวนะครับ ในฐานะเคยแบบเคยโดนตอนที่ทหารมาล้อมที่ไอทาวน์อ่ะ
>> ใช่มั้ย อ่า อารมณ์น่าจะประมาณ อารมณ์น่าจะประมาณอยู่ภายใต้การควบคุมอ่ะ
>> มันไม่มีความเป็นอิสระ
>> เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าเราจะโดนอะไรถูกมั้ย คือความน่ากลัวของการถูกควบคุมตัวคือไม่รู้ว่าจะโดนอะไรอ่ะ
>> อื
>> ใช่มั้ยฮะ ไม่รู้ว่าเชื่อฟังแล้วจะปลอดภัยมั้ย หรือจะไม่เชื่อฟังดี จะมีคนมาช่วยมั้ย ให้
>> เออ รอหล่อล้อรอ
>> ก็ยังไม่เห็นมีคนมาช่วย
>> อื
>> จะติดตามข่าวจากภายนอกว่าคนภายนอกเค้ายัง กวีกวาดในเรื่องเราอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ อ
>> ในยุคนั้นอินเทอร์เน็ตก็ไม่มีนะครับ
>> ใช่มั้ยฮะ คราวนี้เจรจาไปเจรจามา สุดท้ายก็เหลือประกันตัวประกันอยู่ 52 คนฮะ
>> ครับ
>> แล้ว 52 คนเนี้ย รู้มั้ยว่าถูกควบคุมตัวไว้นานแค่ไหนฮะ
>> เอ่อ ซัก 7 วัน
>> 444 วัน ปีกว่า
>> โอห
>> ปีกว่า
>> เยอะนะ
>> ในยุคของประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ครับ
>> ถือว่าเยอะนะ
>> หู นานมากเนี่ยครับ ถึงบอกคุณลองคิดดูดิ คุณเป็นอเมริกา คุณเหยียบจมูกมั้ย คุณจับชาวอเมริกันน่ะ
>> คือแค่ช่วงโควิดเนี่ย อยู่แค่ในบ้านอย่างเดียวเนี่ย ไปไหนไม่ได้ไม่กี่เดือนยัง โอ้โห
>> นี่คืออยู่ภายใต้การอยู่ภายในสถานทูตเนี่ย 444 วัน แล้วตอนนั้นไม่ฮะ มันมีการรื้อค้นเอกสารต่างๆในสถานทูตด้วย แล้วพบเอกสารลับ อ
>> เรื่องของสายลับคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด จนโคเมนีเนี่ย ชี้เลยว่านี่มันไม่ใช่สถานทูตแล้ว นี่มันเป็นรังสายลับชัดๆ
>> อื
>> คุณมาตั้งรังสายลับในประเทศอิหร่านได้ยังไง
>> ตอบมาทีซิ อเมริกา
>> อ่า
>> นะฮะ
>> ปรากฏว่าโห ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ โดนเหยียบจมูกขนาดนี้
>> อื
>> เป็นคุณ คุณอยู่ได้มั้ย เพราะถูกสื่อมวลชน ถูกชาวอเมริกันกดดันถูกมั้ย
>> ครับ
>> อเมริกาเนี่ยเค้ามีนโยบาย Long Arm Law Enforcement ด้วย
>> อื
>> ล่าสุดคุณเห็นการแถลงข่าวไหมว่า ถ้าคุณคุกคามชาวอเมริกา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก อเมริกาจะตามไปเอาคืน
>> อ่านะฮะ
>> คราวนี้ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์นะ ประธานาธิบดีขณะนั้นนะ ก็เลยวางแผนครับ ที่จะชิงตัวประกันภายใต้ชื่อปฏิบัติการที่เรียกว่า Operation Eagle Claw
>> อื
>> หรือถ้าแปลเท่ๆก็ ปฏิบัติการกรงเล็บอินทรี เมื่อเดือนเมษายน 1980 แต่เกิดอะไรขึ้นฮะ ภารกิจล้มเหลวครับ เฮลิคอปเตอร์ชนกันครับ ท่ามกลางพายุทะเลทราย ทหารอเมริกาก็ตายไป 8 นาย ปฏิบัติการล้มเหลว ลับแตก
>> ครับ อ
>> คิดได้ฮะ เหมือนกับที่คล้ายๆกลับมาจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาเงี้ย คือกะว่าจะไปชิงตัวประกันเลยที่สถานทูตอเมริกาที่กรุงเตฮรานเลย แต่ปรากฏว่าเจอพายุทะเลทราย ปฏิบัติการล้มเหลวซะก่อน ทหารตายไป 8 นาย
>> คราวนี้เหนื่อยละ
>> อื
>> นะ เพราะอิหร่านก็ต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม คราวนี้ก็เจรจากันไปเจรจากันมา ต่อรองกันไปต่อรองกันมา อเมริกาก็คว่ำบาตรนะครับ อิหร่านนะครับ จนสุดท้ายน่ะ ในสมัยประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์นะ ไม่ได้รับการปล่อยตัวประกัน มาปล่อยตัวประกันตอนไหนรู้มั้ย
>> ในวันเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ครับ
>> อื
>> คือ โรนัลด์ เรแกน
>> อื
>> เมื่อวันที่ 20 มกราคม 1981
>> อื
>> โห อิหร่านเสี้ยมมั้ยอ่ะ
>> อื
>> ตราบใดประธานาธิบดีคุณชื่อ จิมมี่ คาร์เตอร์ ผมไม่ปล่อย
>> อื
>> ก็เลยเก็บไว้ถึงเก็บตัวประกันไว้ถึง 444 วัน แล้วก็ปล่อยตัวในวันนะฮะ อ่า เรียกว่า
>> เออ วันที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ของประธานาธิบดีคนใหม่ อย่างเงี้ย อ
>> นะ เหตุที่อเมริกาเนี่ย โกรธอิหร่านหลักหนักมากนะครับ เพราะว่าอะไร คืออเมริกาไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นข้อพิพาททางการทูตนะ แต่มันเป็นการเหยียบศักดิ์ศรี เป็นการเหยียบจมูกนะฮะอเมริกา แล้วก็เป็นการท้าทายอำนาจของอเมริกาอย่างรุนแรง
>> อื
>> จอจานรู้อยู่แล้วนะว่าสถานทูตเนี่ย คือสัญลักษณ์ของอธิปไตยของประเทศ ถูกมั้ยครับ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายด้วยนะ
>> นะ การที่เจ้าหน้าที่นะฮะอเมริกันเนี่ย ถูกจับต่อหน้าต่อตาคนทั้งโลก มีการรายงานข่าวทั่วโลกเนี่ย ยาวนานมากกว่า 1 ปีอ่ะ
>> เสียมาก
>> อุ เสียหน้ามากนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้สังคมอเมริกันฝังใจกับอิหร่านอย่างมากนะ ครับ
>> แล้วก็ยังเป็นแผลทางการเมืองขนาดใหญ่ของประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์อีกด้วยครับ พูดตรงๆฮะ ถ้าอิหร่านเนี่ยนะครับ ถ้าฝั่งอิหร่านเนี่ย จำวันที่อเมริกาโค่นนายกโมซัเดกได้ ฝั่งอเมริกาก็จำวันที่อิหร่านจับตัวประกันได้ไม่ลืมเหมือนกัน
>> อื
>> เนี่ย ความแค้นมันบ่มเพาะกัน
>> บ่มเพาะ อื
>> อ่า คราวนี้ฮะ หลังจากที่โคเมนีนะครับ ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จนะครับ ยึดอำนาจจากกษัตริย์ปาห์ลาวีได้นะฮะ เกิดอะไรขึ้นครับ อิรักครับ ภายใต้ ซัดดัม ฮุสเซนเนี่ย ตัดสินใจทำสงครามบุกอิหร่านทันทีฮะ
>> อื
>> เกิดสงครามอิรัก-อิหร่าน ยืดเยื้อยาวนานถึง 8 ปี ตั้งแต่ปี 1980 - 1988
>> ครับ
>> ณ วันนั้นนะ จำได้มั้ยฮะ ซัดดัม ฮุสเซนก็ถูกอเมริกาโค่นใช่มั้ย
>> ครับ
>> แต่ ณ วันนั้นนะ ในสงครามอิรัก-อิหร่านนะ ปรากฏว่าอเมริกาเนี่ย แอบโน้มเอียง โอนเอียงไปช่วยอิรัก
>> ครับ
>> ให้มารบอิหร่านนะ เออนะ แอบสนับสนุนอิรัก ให้มาซุยกับอิหร่าน
>> ครับ
>> นะครับ ก็เป็นอีกเหตุการณ์นึงที่อิหร่านมองว่า เฮ้ย อเมริกาจะอะไรกันนักกันหนา อ
>> กับฉันนักหนาเนี่ย คือคุณจะจ้องจะทำลายประเทศฉันให้สิ้นซากให้ได้ใช่มั้ย
>> นะ ฉันรบกับอิรัก คุณก็หนุนอิรัก
>> อือ
>> เพื่อมาลุยกับฉันอีก ตกลงคุณจะเอายังไง
>> อือ
>> เอาละ แต่สิ่งที่อิหร่านเนี่ย แค้นฝังใจมากๆ อืออ
>> แค้นฝังใจอเมริกาว่าต้องเป็นเหตุการณ์ที่ เรือรบอเมริกาครับ ยิงเครื่องบินโดยสาร
>> อ
>> อิหร่านแอร์ไฟลท์ 655 ตก
>> อื
>> มีผู้เสียชีวิตนะครับ 290 คน เป็นพลเรือนนะ ครับ
>> ปีไหนครับเนี่ย
>> ปี 1988
>> ในยุคปลายๆสงครามอิรัก-อิหร่านละนะฮะ
>> แล้วก็ เอ่อ 290 คนเนี่ยนะครับ ก็ปรากฏว่า เป็นผู้โดยสารเนี่ย ซึ่งเป็นพลเรือนเนี่ย 274 คนนะครับ เป็นกัปตันและลูกเรือเนี่ย 16 16 คน 16 คนนะครับนะฮะ คือระหว่างนั้นเนี่ย มันเป็นช่วงที่เป็นปลายๆสงครามอิรัก-อิหร่านใช่มั้ยครับ มันก็เรียกว่า อเมริกาเนี่ย เขาก็ต้องส่งกองทัพเรือไปปกป้องเรือบรรทุกน้ำมันคูเวต
>> อื
>> นะฮะ แล้วก็เรือพาณิชย์ต่างๆที่ติดธงอเมริกา นะครับ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนั้นเนี่ย เขาเรียกว่าปฏิบัติการ Operation Earnest Will ก็คือมาคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันเนี่ยแหละครับนะฮะนะฮะ คราวนี้ปรากฏว่าระบบเรดาร์ของเรือ USS วินเซนส์ ก็ปรากฏว่าไปจับสัญญาณได้นะ อ่า แล้วก็ไปตีความเอาว่าเรือไอ้เครื่องบินโดยสารอิหร่านแอร์ไฟลท์ 655 เนี่ย
>> อื
>> เป็นเครื่องบินรบ F14 Tomcat ของกองทัพอิหร่าน
>> อื
>> ไม่ฟังอีร้าฆ่าอีรมเลย ยิงขีปนาวุธ
>> ปึ้ง
>> ไป 2 ลูก
>> ระเบิดกลางอากาศ ผู้โดยสารนะครับและลูกเรือนะครับ 2 รวมแล้ว 290 ชีวิต
>> เสียชีวิตทันทีนะครับ ท
>> พลาดเป้า โห เรื่องนี้นี่คือผมว่าจริงๆแล้วอเมริกันนี่ถูกประณามอย่างมากเนาะ
>> นะครับ
>> ซึ่งมันก็มีการสืบสวนสอบสวนว่าอะไรเกิดขึ้นนะ แล้วก็สุดท้ายเนี่ย อเมริกายอมนะ ครับยอมที่จะจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสีย ผู้สูญเสียนะครับที่เป็นเป็นพลเรือนแล้วก็เป็นผู้โดยสารแล้วก็ตลอดจนลูกเรือนะ ครับบนบนเครื่องบิน เอ่อ อิหร่านแอร์ไฟลท์ 655 แต่ปรากฏว่าอะไรฮะ อเมริกาไม่ยอมรับความผิดตามกฎหมายระหว่างประเทศฐานโจมตีเป้าหมายพลเรือน
>> อื
>> เนี่ย คือสิ่งที่ทำให้อิหร่านแค้นไง
>> อื
>> เฮ้ย คุณไม่ได้โจมตีแค่เป้าหมายทางการทหารไง
>> แต่คุณจัดการกับคนพลเรือนด้วย ไม่ว่าคุณจะ
>> อ้างยังไงมาฟัง
>> อ้างยังไงก็ตาม มันมีมันมีระบบทางการทหาร คุณไหนๆไหนว่าคุณมีเทคโนโลยีทางการทหารชั้นสูงไง
>> อ
>> แล้วคุณแยกไม่ออกเหรอว่าระ >> เครื่องบินพาณิชย์หรือเครื่องบินรบ
>> ใช่
>> ครับ
>> คือนี่คือนี่คือสิ่งสึสิ่งสิ่งที่เป็นปมในใจของชาวอิหร่าน
>> อื เข้าใจแล้ว
>> คราวนี้ความสัมพันธ์ 2 ประเทศเนี่ย จริงๆเนี่ย มีช่วงเวลานึงครับ ในยุคของ เอ่อ โรนัลด์ เรแกนนะครับ ที่เหมือนจะเป็นสะพานเชื่อมกันได้เล็กๆ เป็นเรียกว่าสะพานน้ำแข็งแล้วกันนะ อาจจะเปราะๆ แต่ก็ดูเหมือนจะเชื่อมกันได้นะครับ มันก็มีกรณีเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเค้าเรียกว่า เอ่อ คดีอิหร่านคอนทรา >> affairร์ เค้าเรียกอิหร่านคอนทรา affairร์นะ ครับในทศวรรษ 1980
>> เมื่อเจ้าหน้าที่นะครับในรัฐบาลของ โรนัลด์ เรแกนเนี่ยจำนวนนึงนะครับ ไปเกี่ยวข้องกับการขายอาวุธให้กับอิหร่านแบบลับๆ
>> อืด
>> โดยให้อิสราเอลส่งอาวุธให้กับอิหร่านก่อน
>> อือ
>> แล้วอเมริกาค่อยส่งอาวุธทดแทนให้กับอิสราเอล
>> อือ
>> โดยแลกเปลี่ยนครับ ให้ิหร่านเนี่ยไปกดดันนะครับนะฮะนะ ให้ิหร่านเนี่ยไปช่วยกดดันนะครับกลุ่มติดอาวุธเฮสบอลลานะครับ ให้ปล่อยตัวให้ปล่อยตัวประกันชาวอเมริกา
>> อื
>> แล้วก็ยังมีการเอาเงินที่ขายอาวุธให้กับอิหร่านแบบลับๆเนี่ยนะฮะ ไปสนับสนุนกบฏคอนทราอีก ซึ่งการกระทำแบบเนี้ย รัฐสภาของอเมริกันเนี่ยสั่งห้ามเอาไว้ครับนะ แต่ก็ปรากฏว่ามีการฝืนทำฮะ
>> อื
>> นะ แต่ปรากฏว่าต่อให้มีการขายอาวุธให้กันแบบลับๆแบบนี้ แต่จนแล้วจนรอดความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับอิหร่านก็ไม่ได้ดีขึ้นฮะ
>> อื
>> กลับเป็นเรื่องอื้อฉาวนะครับ ที่กระทบกับความน่าเชื่อถือของตัวประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ด้วยซ้ำไปนะฮะ
>> ครับ
>> พอเข้าสู่ยุคหลังสงครามเย็นแล้วก็ เอ่อ การปฏิวัติอิสลามเนี่ยที่อิหร่านเนี่ยมีความมั่นคง คราวนี้อเมริกา ปรับมุมมองยกระดับมุมมองที่มีต่ออิหร่านละนะครับ แล้วมองว่าอิหร่านเนี่ยเป็นรัฐที่สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มเฮสบอลลานะครับ แล้วก็ยังมีกลุ่มติดอาวุธอื่นๆอีก
>> อ
>> ซึ่งเป็นภัยคุกคามของอเมริกาในในพื้นที่ตะวันออกกลางเลย แต่ในส่วนของอิหร่านกลับมองว่า เฮ้ย นี่คือยุทธวิธีในการสร้างแนวป้องกัน
>> ในการรบกับอเมริกา หรือเป็นการป้องกันไม่ให้อเมริกาเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองของอิหร่าน อ
>> นะครับ โดยเฉพาะอิสราเอลด้วยนะครับนะ ใช่ไหม ก็ในเมื่ออเมริกาก็หนุนอิสราเอลได้
>> อื
>> อิหร่านก็ควรจะสร้างยุทธวิธีในลักษณะนี้ได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ อะไรอย่างเงี้ยนะ ครับ อ
>> นะ
>> ตรงเนี้ย ทำให้ความขัดแย้งเนี่ย มันไม่ได้แค่มีแต่เรื่องอดีตอีกต่อไปละ แต่กลายเป็นผลประโยชน์ในพื้นที่เลบานอน ซีเรีย นะครับ อิรัก เยเมน แล้วก็อ่าวเปอร์เซียกว้างเลย
>> เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ใช่แค่เรื่องความแค้นฝังหุ่นจากอดีตละ
>> คราวนี้อเมริกาก็ไม่ได้มองแค่อิหร่านเป็นแค่ประเทศนึงที่เป็นประเทศที่เป็นภัยคุกคามละ แต่เป็นศูนย์กลางเครือข่ายอิทธิพลที่ท้าทายระเบียบภูมิภาคที่อเมริกาหนุนอยู่
>> อื
>> นี่มองเลยว่านี่คือศูนย์กลางของ
>> คนที่มาท้าทายอเมริกา
>> เออ คือเครือข่ายอิทธิพลเลย ไม่ได้มองว่าอิหร่านเป็นแค่ประเทศนึงละ
>> ครับ
>> พอพอยกระดับการมองอิหร่านเนี่ย เป็นถือว่าเป็นศูนย์กลางเครือข่ายเนี่ย ดังนั้นเนี่ย นโยบายทางการทหารต่างๆเนี่ย ของอเมริกาก็เลยเด็ดขาดรุนแรง
>> นะครับ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 เป็นต้นมานะครับ คราวนี้ประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาละ กลายเป็นหัวใจสำคัญของความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอเมริกา ตลอดจนประเทศมหาอำนาจต่างๆ
>> อื
>> นะ เพราะว่าประเทศทางฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกาก็กังวลครับว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเนี่ย อาจจะนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้
>> อื
>> นะครับ แม้ว่าอิหร่านจะยืนยันนะครับว่า โครงการของตัวเองเนี่ยนะครับ โครงการนิวเคลียร์น่ะทำจริง แต่ทำไปเพื่อนะภารกิจเพื่อความสันติทางด้านการพลังงานทางด้านวิทยาศาสตร์นะครับ
>> แต่ในสายตาของอเมริกา
>> ไม่ใช่
>> ไม่มองอย่างนั้น
>> ครับ
>> มองว่าถ้าปล่อยให้อิหร่านเนี่ย เข้าใกล้ขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ >> มากเกินไปเนี่ย
>> อเมริกาจะเดือดร้อน
>> ก็จะกระทบกับอเมริกา ถูกต้อง กระทบกับอิสราเอล
>> และทำให้ดุลอำนาจในอ่าวเปอร์เซียเนี่ยนะ ครับเปลี่ยนไป
>> อื
>> แต่ในสายตาของอิหร่าน ผมผมมองมองเรื่องนี้นะ ผมชวนจอจานแล้วก็ท่านผู้ชมผมจะไม่ได้เข้าข้างใครนะ สายตาของอิหร่านเนี่ย การถูกจำกัดการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนิวเคลียร์แบบเนี้ย
>> ชาวอิหร่านมองว่านี่คือการเลือกปฏิบัติ ครับที่เป็นการลุกล้ำอธิปไตยทางด้านการวิจัยและพัฒนาของอิหร่านฮะ
>> อื
>> คนอิหร่านก็บอก ทำไมอเมริกาวิจัยเรื่องนิวเคลียร์ได้
>> อื
>> ทำไมประเทศตะวันตกวิจัยได้ แล้วทำไมต้องมาสร้างข้อจำกัดกับอิหร่านด้วย แต่ นึกภาพมั้ยครับ คือถ้าอเมริกาก็มองว่า ถ้าปล่อยให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ บางครั้งโอเคแหละ อาจจะอนุภาพ อาจจะร้ายแรงน้อยกว่าอเมริกา แต่ถ้าเกิดคุณปล่อยให้มันแลกหมัดได้อ่ะ ความเสียหายมันเกิดขึ้นจากทั้ง 2 ฝั่งถูกป่ะ
>> แล้วความเสียหายจากอาวุธนิวเคลียร์เราก็รู้อยู่ว่ามันไม่ได้เกิดเฉพาะเดี๋ยวนั้น มันมันมันสร้างความเสียหายแบบ
>> เออ อีกระยะยาวหลายสิบปีเนาะ จากสารกัมมันตรังสีใช่มั้ย
>> ครับ
>> คราวนี้จนมาถึงปี 2015 ครับ อเมริกาก็กับอิหร่านก็มีข้อตกลงนิวเคลียร์นะครับ ที่เรียกว่า JCPOA ขึ้นมา อ
>> นะครับ ก็เป็นข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับประเทศมหาอำนาจต่างๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส แล้วก็เยอรมนี ภายใต้การสนับสนุนของ EU ด้วยนะ ครับ สหภาพยุโรปด้วย
>> ซึ่ง
>> เราตกลง ซึ่งตอนนั้นข้อตกลงเนี่ย JCPOA เนี่ย คือจำกัดบางส่วนของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน มีขอบเขตนะฮะ เพื่อแลก กับการผ่อนคลายมาตรการการคว่ำบาตร เพื่อให้เศรษฐกิจอิหร่านเนี่ย ฟื้นคืนกลับมาสู่เศรษฐกิจโลกได้
>> อื
>> เอาละ อิหร่านก็โอเค เพราะว่าก็อยากจะฟื้นคืนเศรษฐกิจ ถูกมั้ย ถูกคว่ำบาตรมานาน
>> เพาะแบบมันคว่ำบาตรมานาน ก็หาเงินยาก
>> หาเงินยาก ความยากจน แต่จริงๆแล้วต้องยอมรับนะครับว่า ถ้าใครไปติดตามดูเนี่ย นักวิทยาศาสตร์และนักคณิตศาสตร์เนี่ย ที่เป็นชาวอิหร่านเนี่ย ชาวอิหร่านเนี่ย เก่งๆเยอะมากนะครับ ลองไปเสิร์ชดูได้ครับ นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านเก่งเยอะมากนะครับ เป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาค่อนข้างสูงมาก คราวนี้แต่ด้วยความที่อเมริกากับอิหร่าน ก็ไม่ไว้ใจกัน
>> อื
>> นะฮะ มองหน้ากันเดินเหยียบเงาก็โกรธกันแล้วอ่ะ
>> ครับ
>> นะ ขยับอะไรขยับมือซ้ายก็แบบ
>> กระตุกแล้วอ่ะ ใช่มั้ยฮะ คราวนี้สุดท้ายครับ ไอ้ข้อตกลง JCPOA เนี่ยนะครับ ก็เริ่มสะดุดในปี 2018 ละ เมื่อประธานาธิบดีคนเนี้ย โดนัลด์ ทรัมป์เนี่ยนะครับนะ บอกว่าฉันขอถอนตัวจาก JJCPOA ในปี 2018
>> อ
>> นะฮะ แล้วก็กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนักเหมือนเดิมนะ เรียกว่ามีกลไกไหนนะ คว่ำบาตรอิหร่านหมดทั้งการเงิน การเศรษฐกิจ คราวนี้
>> ล้มเหลว
>> ล้มเหลว ในมุมอิหร่านคิดยังไง
>> โอ้ ไม่ยุติธรรม
>> แค้นแค้นฮะ
>> อื
>> แค้นว่าอะไร
>> ก็ตกลงกันแล้วอ่ะ
>> เออ ก็คนอิหร่านเลยมองเลยว่า เอ้ย อเมริกาเนี่ยไม่มีความน่าเชื่อถือเลย
>> อื
>> ต่อให้ตกลงกันไป ถ้าวันนึงคิดจะฉีกสัญญา
>> ก็ฉีก
>> ก็ฉีกสัญญา
>> อ
>> นะฮะ
>> จะมี MOU MOA อะไรไม่สนใจ คิดว่าถึงจะฉีกฉันก็ฉีกอ่ะ อ
>> นะฮะ
>> แต่ส่วนในสายตาของอเมริกาคือ เฮ้ย อิหร่านเนี่ย เป็นประเทศที่ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้
>> อื
>> นะฮะ ไปทำสัญญงสัญญาอะไร คุณจะไปมอนิเตอร์เค้าตลอดเวลาได้ยังไง
>> ครับ
>> ทางเดียวที่จะทำให้อเมริกาปลอดภัยคือบีบให้อิหร่านยอมสิโรราบอย่างไม่มีเงื่อนไข สถานเดียว
>> อื
>> เนี่ย มันมุมมันมุมมองของ 2 ประเทศมันไม่เหมือนกันอย่างเงี้ย
>> อื
>> ความตึงเครียดนะครับ ก็เริ่มเกิดขึ้นครับ ตั้งแต่ปี 2020 ตอนนั้นผมเอ๊ะละ
>> อ
>> เฮ้ย มันไม่น่าจะจบ ที่แค่นั้นนะ ตอนนั้นเนี่ยในปี 2020 นะ ครับ อเมริกามีการสังหารนายพลคนสำคัญที่ชื่อว่า กอเซม โซเลมานี
>> ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังกองกำลังกุดส์ นะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ก็ถือเป็นนายพลคนสำคัญเลยนะครับ อ่า กอเซม โซเลมานีเนี่ย
>> ครับ
>> แล้วผมก็เชื่อหลายคนก็เชื่อว่าไม่หยุดเพียงแค่นั้นแหละ เพราะว่าเป็นการปฏิบัติการที่มุ่งเด็ดหัวแกนนำคนสำคัญนะฮะ
>> อื
>> และทั้งหมดทั้งมวลนะฮะ มันก็จากแต่ปี 2020 เก็ถักทอมา
>> อื
>> จนมาเกิดเหตุเนี่ยนะครับนะ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับนะ ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยนะฮะ ตั้งแต่เกิดการสังหาร กอเซม โซเลมานีเนี่ย ชาวอิหร่านจำนวนมากนะ ครับก็รู้สึกแล้วว่า เฮ้ย อเมริกานี่ไม่ใช่แค่จะคว่ำบาตร หรือกดดันทางเศรษฐกิจนะ แต่พร้อมที่จะปฏิบัติการเพื่อสังหารแกนนำและบุคคลสำคัญของอิหร่าน
>> อื
>> นะ แล้วมันก็
>> เกิดขึ้น
>> เออ การข่าวเนี่ย ไม่ว่าจะเป็น CIA ก็ตาม หรือหน่วยข่าวกองลับของอิสราเอลที่ชื่อว่า มอสสาดก็ก็ตามนะ
>> ก็ดำเนินแผนปฏิบัติการต่อ จนเกิดการอนุมัติเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ แล้วก็ปฏิบัติการนะครับ Operation Epic Fury นะครับ หรือว่าปฏิบัติการมหากาบแห่งเพลิงโทสะนะครับ ทางฝั่งอิสราเอลก็ Operation Lion Law นะครับ ก็ปฏิบัติการราชสีห์คำราม
>> แล้วก็มีการสังหารนะครับ แกนนำสำคัญนะครับ ของชาวของประเทศอิหร่านเนี่ย ไปเป็นจำนวนมากนะครับ คนสำคัญที่สุดคือ อายาตุลลา โคเมนีนะ ครับ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะจบนะครับกันได้ อย่างไร จะจบกันได้เมื่อไหร่ แต่นี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดครับนะ ที่ผมเอามาเล่าให้กับจอจานแล้วก็ท่านผู้ชมฟังว่า ทำไม ทำไม ทำไม อเมริกาอเมริกา กับอิหร่านถึงได้แค้นได้เกลียดกันฝังหุ่นกันขนาดนี้ แล้วก็นี่แหละครับ ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่ผมเอามาเล่า ให้กับจอจานแล้วก็ทุกท่านฟัง
>> อ่า
>> ครับ
>> เป็นไงบ้าง
>> ก็เป็นประโยชน์ดีครับ เดี๋ยวเผื่อ
>> ฮะ
>> เอ่อ เวลามีประเด็นนี้ก็จะได้มีข้อมูล
>> เออ จะได้รู้ที่มาที่ไป
>> ที่มาที่ไป
>> เออ ไม่ใช่อยู่ดีๆเค้าเกลียดกันนะครับ
>> ครับ นะฮะ ก็นี่แหละครับ ก็เป็นรายการมีเรื่องเล่า นะครับ ของผม วิโรจน์นะครับ แล้ววันนี้นะครับ ก็ขอบพระคุณนะครับ The Second Phone ของผมด้วยนะครับ ส.ส. ดอนเมืองนะครับ เอกราช อุดมอำนวยนะครับ
>> หน้า >> ชิลมากเลยชุด
>> ชิลเนาะ
>> ครับ
>> เอ EP หน้า นะครับ EP ที่ 3 นะครับ จะเป็นอะไรนะครับ ติดตามรับฟังนะครับ รับชมรับฟังกันได้นะครับ กับมีเรื่องเล่า นะครับ กับผม วิโรจน์ ลัคนา สำหรับวันนี้นะครับ ก็ทุกท่าน น่าจะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วก็รู้ที่มาที่ไปของความแค้นระหว่างอิหร่านกับอเมริกา สำหรับวันนี้ผมกับ เอกราช อุดมอำนวย ก็ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีครับ สวัสดีครับ
>> ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน TV กันด้วยนะครับ