📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

กกต. ยอมรับที่แล้วมาพลาด? กาบัตรวันนี้มีบาร์โค้ดแต่ไม่มีเลขที่ต้นขั้ว : Suthichai Live 22-2-69

suthichai live32:23

Transcription

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่สุธิชัยไลฟ์ครับ วันนี้ตกลงการกาบัตรใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ก็มีคนไปเฝ้าดูว่า จะใช้บาร์โค้ดเหมือนเดิมหรือไม่ ปรากฏว่ามีบาร์โค้ดครับ แต่ว่าที่แปลกออกไปคือที่ต้นขั้วเนี่ยไม่มีเลขครับ ไม่มีหมายเลขของบาร์โค้ดในบัตรมี ก็แปลว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมพอสมควร

ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้น นักข่าวที่ไปยืนเฝ้าหลายๆ เจ้าบอกว่า กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกตั้งครั้งนี้ มีความแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบจากคนในสำนักงาน กกต. บอกว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันนี้เป็นบัตรที่จัดพิมพ์ใหม่ เป็นไปตามระเบียบ กกต. เพราะว่าบัตรเลือกตั้งมิใช่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วย กปน. ได้ทำลายเจาะบัตรเลือกตั้งที่เหลือไปทั้งหมดแล้ว ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันนี้เป็นการจัดพิมพ์ใหม่ ใช้สำหรับการเลือกตั้งในวันนี้เท่านั้น

กกต. รับทราบข้อทักท้วงของปัญหาบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีบัตรเลือกตั้งที่เหลือก็จะถูกทำลายทันที ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติและทำตามระเบียบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง

ในสื่อบอกว่า กกต. มีการพูดคุยกัน คาดการณ์ไว้แล้วว่า อาจจะมีความพยายามจะตรวจสอบบัตรเลือกตั้งในวันนี้แน่นอน ถ้าก็ติดตามข่าวคราวในโซเชียลมีเดียก็จะรู้แหละว่าเค้าเกาะติดกันขนาดไหน แล้ววันนี้ก็เป็นไปตามนั้นครับ มีทั้งนักข่าว ทั้งนักวิชาการ ผู้ที่ติดตามเรื่องอย่างละเอียดละออ นั้นเขาก็ไปเฝ้าดู ฉะนั้นพอมันไม่เหมือนกับวันที่ 8 ก็มีคนตั้งคำถามทันทีว่า อันนี้เท่ากับว่า กกต. ยอมรับว่าเกิดผิดพลาดคราวที่แล้วใช่มั้ย ถึงต้องเปลี่ยน หรือนี่คือคำอธิบายว่าไม่ ทุกครั้งเลือกตั้งใหม่แล้วก็เจาะทำลายหมด แล้วก็พิมพ์ใหม่ทุกครั้ง แต่อ้า ทำไมพิมพ์ครั้งนี้ตรงขั้วของบัตรไม่มีหมายเลขล่ะ คราวที่แล้วมีหมายเลข แล้วมันก็ไปชนกับหมายเลขบาร์โค้ดในตัวบัตร กะบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอยู่แผ่นเดียวกันนี่แหละ แต่ต้นคู่พอฉีกออกมาเนี่ย 2 เบอร์ตรงกัน แต่ครั้งนี้ ข้างบนตรงขั้วบัตรไม่มี ไม่มีเบอร์หมายเลข มันก็เลยแตกต่างไป วันนี้ก็เลยมีการไปเฝ้ารออย่างใกล้ชิดจากหลายๆ ฝ่าย

คุณพริวัชรศิลป์ โฆษกพรรคประชาชน พร้อมกับคุณกิตติชัย เตชกุลวานิช รองหัวหน้าพรรคประชาชน คุณวิทวัตติชวานิชย ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาชน ไปหน่วยเลือกตั้งนี้ครับ เลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคานาาว อาคารอมรพันธ์ satellite condo RC สังเกตการเลือกตั้งใหม่ ระบุว่า วันนี้คุณไอติมบอกเป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนพรรคประชาชน มาสังเกตการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 15 กทม. เดินทางมาพร้อมรองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ นี่แหละประเด็นที่มาสังเกตการตรวจสอบ ท่ามกลางข้อพิรุธและข้อสังเกตหลายประการของพรรคประชาชนและสังคมได้ตั้งคำถามขึ้น มองว่า กกต. ยังคงยืนกรานว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นไปอย่างถูกต้องทุกประการ เป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ แสดงว่าการออกเสียง 22 กุมภาพันธ์วันนี้ต้องเหมือนกับแนวปฏิบัติ 8 กุมภาพันธ์ทุกประการ ฉะนั้นก็เลยมีการอธิบาย แต่ว่าไปเจอว่ามันแตกต่าง มันแตกต่าง ก็เลยเป็นที่มาของคำถามมากมายเลยครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร

พอไปเฝ้าตอนนี้ก็นับคะแนนเสร็จแล้ว ตัวแทนภาคประชาชน คุณธนารัตน์ กลัววัฒนาพันธ์ เรียกตัวเองว่าเป็นตัวแทนพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตคณอาญา ที่เปลี่ยนรูปแบบต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ตั้งคำถามว่า กกต. ยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นใช่มั้ย แม้จะยังสรุปผลไม่ได้ แต่เหตุการณ์นี้อาจจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือในภายหลังได้ คุณธานารัตน์นี่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี บอกว่า จากการลงพื้นที่สังเกตการพบว่า การเลือกตั้งวันนี้ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลจากบาร์โค้ดไปยังต้นขั้วบัตร ซึ่งอาจจะแปลได้ว่ามีการรักษาความลับที่ดีขึ้น แต่ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่สามารถฟันธงได้ว่ามีสิ่งอื่นเชื่อมโยงกลับไปที่ต้นขั้วหรือไม่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลมีข้อมูลที่มีในขณะนี้ ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์สบายใจได้ว่าคะแนนเสียงเป็นความลับ ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ แตกต่างจากกรณีวันที่ 1 เลือกตั้งล่วงหน้าและ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ตัวแทนภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่มีปัญหา เหตุใดจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้งใหม่ ถือว่าเป็นหลักฐานเชิงพฤติกรรมอย่างหนึ่ง กกต. ยอมรับว่ามีปัญหาจริงหรือไม่ จึงเรียกร้องให้ กกต. ออกมาชี้แจงประเด็นนี้ให้ชัดเจน บัตรเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนต้นขั้ว แม้จะทำให้สบายใจขึ้น คุณธนาราช์บอก แต่การนำ QR โค้ดและบาร์โค้ดออกทั้งหมดน่าจะเป็นผลดีกว่า ก่อนหน้านี้ กกต. เคยแถลงว่าสัญลักษณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่จากการสังเกตการการนับคะแนน กลับพบว่าไม่มีการตรวจสอบบัตรด้วยระบบนี้ เมื่อสอบถามไปยังผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. ประจำ กทม. ได้รับคำตอบว่าไม่ทราบรายละเอียดวิธีการตรวจสอบการปลอมแปลง จึงเป็นที่น่าตั้งคำถามว่า QR บาร์โค้ด QR โค้ดและบาร์โค้ดเกินความจำเป็นหรือเปล่า เพราะบัตรเลือกตั้งสีเหลืองที่ไม่มีสัญลักษณ์ทั้ง 2 อย่างก็มีความปลอดภัย ดังนั้นการไม่การใส่สัญลักษณ์ในบัตรสีเขียวและบัตรสีชมพู ถือเป็นหลักฐานเชิงพฤติกรรมที่เกินความจำเป็น

คุณธนารัตน์ฝากถึง กกต. ให้ชี้แจงความจำเป็นในการใช้ QR โค้ด ถ้าระบุว่ามีไว้ป้องกันการปลอมแปลง ย่อมต้องมีกรรมวิธีตรวจสอบในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดเห็นกระบวนการนี้ โดยเฉพาะคำยืนยันที่ให้เชื่อว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหล ยังไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรม คำพูดและคำสัญญาเพียงอย่างเดียว คุณธนารัตน์บอก จึงไม่เพียงพอ ตัวแทนประชาชนเรียกร้องให้ กกต. ต่อแสดงหลักฐานและพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการนี้โปร่งใสและน่าไว้วางใจอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ในวันอบรมเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ไม่มีการพูดถึง QR โค้ดและบาร์โค้ด จึงตั้งคำถามว่ามีการตรวจสอบในขั้นตอนไหน ใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ใด รวมถึงจัดซื้อผ่านโครงการใด จึงเป็นเรื่องที่ กกต. ควรออกมาชี้แจงต่อสังคม

นี่ครับ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเห็นของคนที่ไปติดตามเฝ้าดูว่า เออ วันนี้มันเปลี่ยนไปที่ต้นขั้วนั้นไม่มีเบอร์หมายเลข ถ้าเช่นนั้นแสดงว่าเมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมาผิดใช่มั้ย พลาดใช่มั้ย หรือมีอะไรที่มันต้องแก้ไข นี่ ยังรอให้ กกต. สามารถมาชี้แจงเรื่องอย่างนี้ เพราะว่ามันทำให้ความโปร่งใส ความไว้เนื้อเชื่อใจ กกต. มันจะเกิดขึ้น แล้วมันสำคัญมากสำหรับประชาชนคนไทย ที่ต้องไว้ใจ กกต. ถ้าไม่ไว้ใจ กกต. กระบวนการเลือกตั้งเราจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ เราจะไม่เชื่อในการที่แต่ล่ะคะแนนที่เราใส่เข้าไปนั้น มันเป็นตัวแทน 1 เสียงจริงๆ มันจะถูกบิดเบือนบิดเบี้ยวไปอย่างไรหรือเปล่า นี่เป็นข้อสงสัยที่หลายคนอยากจะรู้จริงๆ

การเลือกตั้งใหม่ที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 แขวงคณายาวันนี้เนี่ย ก็เรียบร้อยดี แต่ว่ามีคนสนใจมาก ประชาชนก็มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งใหม่ เพราะว่าวันนั้นวันที่ 8 ที่ผ่านมาเกิดพายุฝนฟ้าคะนองระหว่างการนับคะแนน ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งชำรุดไม่สามารถนับคะแนนได้แล้วเสร็จ ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศครับ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำ กทม. ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยบริเวณหน่วยเลือกตั้ง บอกว่าภาพรวมการดำเนินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการเตรียมวัสดุอุปกรณ์สถานที่พร้อมสำหรับการลงคะแนนใหม่ 1 หน่วย มีการนับคะแนนอีก 1 หน่วย ทั้ง 2 จุดอยู่ในบริเวณใกล้กัน ผอ. กกต. กทม. บอกว่าหน่วยนี้มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 716 คน คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 70% หรือประมาณ 500 คน เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าในการจัดพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง คุณสัมพันธ์บอกว่ามีการปรับรูปแบบจากครั้งก่อน เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาใช้เต็นท์เป็นสถานที่ดำเนินการ พอเกิดพายุฝนทำให้เต็นท์ถล่ม บัตรเลือกตั้งได้รับความเสียหาย จึงต้องจัดการลงคะแนนใหม่ทั้ง 3 ประเภท ทั้งการเลือกตั้งออกเสียงประชามติ สำหรับอีกหน่วยนึงที่ได้รับผลกระทบจากฝนเหมือนกัน แต่สามารถเก็บรักษาหีบบัตรไว้ได้ จึงดำเนินการนับคะแนนต่อไปได้ รายละเอียดขั้นตอนวันนี้ยังคงใช้กระบวนการเดิมทุกประการ เปิดลงคะแนน 8:00 น. ปิดหีบ 17:00 น. แล้วจะนับคะแนนที่บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งก่อนประกาศผลหน้าหน่วย

ทีนี้พอไอ้เจ้าบัตรเลือกตั้งกับต้นคู่ เออ ต้นขั้วมันไม่มีหมายเลขแล้วเนี่ย ไอ้ตรงบัตรเลือกตั้งตอนที่ขานนับคะแนนก็เลยไม่มีใครสนใจไปถ่าย หรือมีแต่ว่ามันไม่สามารถจะโยงไปกับข้อสงสัยว่า เออ มันนำไปสู่การเชื่อมโยงสอบสึกสืบสวนสอบสวนย้อนกลับไปได้หรือไม่อืม แล้ววันนี้ที่ทีมของประชาชนไปเนี่ย ไปสังเกตการเนี่ย เพราะว่าเตรียมจะฟ้องยื่นฟ้อง กกต. 157 ครับ เพราะว่าที่นี่แหละ หน่วยเลือกตั้ง 9 เขตเลือกตั้ง 5 คณาญาณ นี่แหละ มีการไปสังเกตการเพื่อจะเสริมต่อ สิ่งที่จะทำต่อคือการจะยื่นฟ้อง กกต. ผิดมาตรา 157 คุณพฤตอบคำถามนักข่าวว่า เหตุผลที่ยังไม่ได้ยื่นคือรอถึงพรุ่งนี้ ส่วนหนึ่งต้องการมาเก็บข้อมูลในวันนี้ ประเด็นเรื่องของรหัสบนต้นขั้วเป็นหนึ่งใน 5 ประเด็น ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ว่า ภาพที่ปรากฏจะสะท้อนทุกกรณีที่เกิดขึ้นวันนี้หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จึงจะเห็นความแตกต่างในแนวปฏิบัติ ส่วนมีข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่มีตัวเลขในต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง คุณพริบอกว่า เมื่อติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา การที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถเห็นรหัสบนต้นขั้ว ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อาจจะทำให้การออกเสียงไม่ลับได้ ซึ่งตนคุณพฤธมองว่าการเห็นรหัสบนต้นขั้วเป็นสิ่งที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เคลือบแคลง ดังนั้นถ้าวันนี้มีการใช้บัตรเลือกตั้งที่รหัสตรงกับต้นขั้ว ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ไม่ได้เห็นอีกต่อไป ถือเป็นแนวปฏิบัติที่แตกต่าง แตกต่างแล้ว ตั้งก็สังเกตยังไงล่ะ ตั้งก็สังเกตว่าคราวที่แล้วผิดพลาดหรืออย่างไร เป็นการยอมรับความผิดพลาดของ กกต. หรืออย่างไร

ส่วนจะมีนำไปสู่การตีความว่าการลงคะแนนแบบลับหรือไม่ลับหรือไม่ คุณพฤธบอกว่า การที่จะนิยามว่าลับหรือไม่ลับนั้นมี 2 กลุ่มความเห็น คือกลุ่มที่พรรคประชาชนเห็นด้วย คือคำว่าลับหมายถึงไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังกลับไปได้เลย ซึ่งไม่ใช่การตรวจสอบเป็นไปได้ยากหรือง่าย แต่คือการตรวจสอบย้อนกลับไปได้หรือไม่ ซึ่งเป็นความลับที่ผู้ใช้สิทธิ์รู้ ผู้ใช้สิทธิ์รู้ ยกเว้นเขาจะไปบอกกับคนอื่น อีกกลุ่มนึงคือความเห็นที่ กกต. สนับสนุน คือพยายามจะบอกว่าเป็นความลับ เป็นลับ แต่จะตรวจสอบได้ เป็นการตรวจสอบได้ยาก คุณพริบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราไม่เคยกล่าวหาว่า กกต. จงใจทำทุจริต แต่การที่มีการเลือกใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ระบุรหัสใต้บัตร เป็นการเปิดช่องโหว่ที่ทำให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร หากรับรู้ หากรู้ระบบ จะสามารถออกแบบกระบวนการเพื่อเช็คว่าใครกาให้ใครได้ ซึ่งจะทำให้การออกเสียงไม่ลับ สิ่งนี้จะใช้เพื่อประกอบคำฟ้องในมาตรา 157 ด้วย

วันนี้ถ้า กกต. มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการ คุณพฤธบอก คิดว่าจะเป็นการเพิ่มข้อเท็จ และจะตีความได้ว่า กกต. ยอมรับข้อบกพร่องที่ได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ข้อนี้แหละครับ กกต. ต้องรีบชี้แจงนะครับ ความจริงถ้า กกต. ทำงานอย่างเข้มข้นหน่อยเนี่ย วันนี้ต้องชี้แจงแล้วว่า ทำไมวันนี้บัตรจึงไม่เหมือน จึงไม่เหมือนกับคราวที่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ มันก็เลยกลายเป็นประเด็นที่มีผู้คนตั้งคำถาม และเป็นคำถามที่มีเหตุมีผลครับ ว่าเอายังไงกับกรณีที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ฉะนั้นนั้นมีการอธิบายว่ามีการทำลายหมด แต่ว่าทำลายจริงหรือเปล่าครับ แล้วกฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องนึงที่ควรแก่การถูกตั้งคำถาม เพราะว่านักข่าวรายงานว่า กกต. สร้างเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย วันนี้พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากบัตรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ การตรวจสอบจากคนใน กกต. พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันนี้เป็นบัตรที่จัดพิมพ์ใหม่ เป็นไปตามระเบียบ กกต. เพราะว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วย กปน. ได้ทำลายเจาะบัตรเลือกตั้งที่เหลือทิ้งไปหมดแล้ว ส่วนบัตรเลือกตั้งวันนี้เป็นการจัดพิมพ์ใหม่ ใช้สำหรับการเลือกตั้งในวันนี้เท่านั้น กกต. รับทราบข้อทักท้วงของบัตรปัญหาบัตรเลือกตั้งของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งที่เหลือจะถูกทำลายทันที เป็นแนวปฏิบัติทำตามระเบียบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เรื่องนี้ต้องดูว่าท้ายที่สุด ปัญหามันจะเป็นอย่างไร

อาจารย์เอครับ เรื่องนี้ต้องสอบสวนทวนความกันให้ละเอียดเลยนะครับ เท่าที่ดูวันนี้เนี่ย จากหลายๆ ฝ่ายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเนี่ย มันหมายถึงอะไรยังไง ครั้งนี้มันมีพิรุธอะไรหรือเปล่า หรือว่ามันเป็นการยอมรับ กกต. ยอมรับว่าคราวที่แล้วมันพลาด เพราะว่าตัวเลขบาร์โค้ดไม่ควรจะอยู่ที่ต้นขั้ว เพื่อจะได้ไม่สามารถมาโยงกับไอ้รหัสหรือหมายเลขที่อยู่ในบัตรเลือกตั้งในแผ่นเดียวกันนั้น มันจะเป็นเบอร์เดียวกันใช่หรือไม่ครับ อาจารย์เอง

ลองนึกภาพตามกันนะครับ ในการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศเราเนี่ย สิ่งที่มันควรจะเหมือนกันเป๊ะๆทุกอย่าง กลับแตกต่างกันซะอย่างนั้น มันเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของ ที่ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆเกี่ยวกับความโปร่งใส เอาล่ะครับ เรามาไขปริศนานี้ไปพร้อมๆกัน เรื่องทั้งหมดเนี่ย มันเริ่มต้นจากสิ่งนี้เลยครับ ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดูเผินๆก็เหมือนกันนะ แต่ถ้าเรามองเข้าไปใกล้ๆเนี่ย จะเห็นเลยว่ามันมีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลย บัตรเลือกตั้งใบแรกนะครับ จากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราจะเห็นช่องเล่มที่แล้วก็เลขที่ ที่มีตัวเลขอยู่ แต่พอมาดูบัตรจากวันที่ 22 กุมภาพันธ์เนี่ย เออ ช่องเดียวกันเป๊ะๆเลย กลับว่างเปล่า และนี่แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของปริศนาทั้งหมด

คำถามที่ทุกคนสงสัยตามมาก็คือ เอ๊ะ นี่มันเป็นแค่การปรับปรุงอะไรเล็กๆ น้อยๆหรือเปล่า หรือว่ามันคือสัญญาณเตือนถึงข้อบกพร่องที่ร้ายแรงในระบบของเรากันแน่ การเปลี่ยนแปลงที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยแค่นี้นะครับ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการเมืองไทย แบบที่ไม่มีใครคาดคิดเลย ก็อย่างที่ว่าไปนะครับ เรื่องราวของบัตรเลือกตั้ง 2 แบบนี้ มันเริ่มต้นขึ้นตอนที่มีการเลือกตั้งซ่อมในเขตคันาวกรุงเทพฯนี่แหละครับ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็เป็นจุดที่ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ขึ้นมา และนี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปครับ บัตรเลือกตั้งสีชมพู หรือก็คือบัตรที่เราใช้เลือกพรรคนั่นแหละครับ ถูกเอามาใช้ใหม่ในวันนั้น โดยที่มันไม่มีหมายเลขเล่มแล้วก็หมายเลขกำกับบนต้นขั้ว ซึ่งมันต่างกันคนละเรื่องเลยกับบัตรที่ใช้กันทั่วประเทศก่อนหน้านั้น เอาล่ะครับ แล้วทีนี้ทำไมแค่ตัวเลขไม่กี่หลักที่หายไปเนี่ย มันถึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ระดับประเทศได้ เดี๋ยวเรามาดูกันครับว่าความลับที่ซ่อนอยู่ในหมายเลขประจำบัตรมันคืออะไร แล้วทำไมมันถึงสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนนมากๆ

ก่อนอื่นเลย เราต้องเข้าใจหลักการที่สำคัญมากๆ ที่เป็นเหมือนรากฐานของประชาธิปไตยเลยนะครับ นั่นก็คือการลงคะแนนลับครับ เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคนะ แต่มันเป็นหลักประกันเลยว่าเสียงของเราเป็นของเราจริงๆ โดยที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาข่มขู่หรือมาซื้อเสียงเราได้

ทีนี้เรามาดูกันว่าทำไมนักวิจารณ์ถึงกังวลว่าบัตรเลือกตั้งชุดแรกมันอาจจะทำลายหลักการนี้ได้ กระบวนการมันเป็นอย่างนี้ครับ ขั้นแรกเลย ผู้ใช้สิทธิ์ก็ต้องไปแสดงตนใช่ไหมครับ ขั้นที่ 2 ก็จะได้รับบัตรที่มีหมายเลขกำกับเฉพาะตัวบนต้นขั้วมา ขั้นที่ 3 บนตัวบัตรเองเนี่ย ดันมีบาร์โค้ดที่สแกนได้ และนี่คือจุดที่น่ากังวลที่สุดในขั้นที่ 4 ครับ คือมันมีความเป็นไปได้ที่บาร์โค้ดนี้จะถูกจับคู่กับหมายเลขบนต้นขั้ว ซึ่งนั่นอาจจะทำให้สืบย้อนกลับไปได้เลยว่าใครลงคะแนนคะแนนให้ใคร แน่นอนครับว่าพอมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา มันก็กลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันทีเลย ฝ่ายค้านก็มองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มันเหมือนเป็นการยอมรับความผิดพลาดของตัวเองหรือเปล่า

เดี๋ยวเรามาดูกันครับว่าพวกเขามองเรื่องนี้กันยังไง คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้พูดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนเลยนะครับว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ ถือเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีปัญหาจริง แล้วพรรคประชาชนก็ไม่ได้พูดเฉยๆนะครับ พวกเขาเดินหน้าเต็มที่เลย มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนออกมาเลย คือเตรียมยื่นฟ้อง กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เรียกร้องให้เปิดเผยใบขี่คะแนนทุกหน่วย ท้าทายคำสั่งที่ห้ามถ่ายภาพต้นขั้วบัตร แล้วก็เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์เลยนะครับ แม้กระทั่งความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งอาจจะเป็นโมฆะ

เอาล่ะครับ ทีนี้เราลองเปลี่ยนมุมมองกันบ้าง จากเรื่องการเมืองระดับประเทศ มาฟังเสียงจากประชาชนจริงๆที่ไปใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งกันบ้างดีกว่าครับ คือที่หน่วยเลือกตั้งเนี่ย มีผู้ใช้สิทธิ์ท่านหนึ่งชื่อคุณพลอยนะครับ เธอสังเกตเห็นความแตกต่างนี้ทันทีเลย แล้วก็บอกว่ารู้สึกแปลกๆ ซึ่งการสังเกตของคนธรรมดาสามัญแบบนี้นี่แหละครับ ที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา และนี่คือคำพูดที่ผมว่ามันสะท้อนความกังวลของประชาชนได้ดีมากๆ เลยครับ คุณพลอยบอกว่า จริงๆมันไม่ควรมีนะ บาร์โค้ดอะไรแบบนี้

ถึงเขาจะแจ้งว่าเขาไม่ทำหรอก แต่ว่าเขาทำได้ไง เพราะเขามีข้อมูลอยู่ โอ้โห ประโยคนี้คือใช่เลยครับ มันคือจุดสำคัญที่สุดเลย คือมันไม่ใช่คำถามว่าเขาจะทำหรือไม่ทำนะ ครับ แต่มันคือความจริงที่ว่าเขามีความสามารถที่จะทำได้ต่างหาก จนถึงตอนนี้เนี่ย ปริศนานี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนะครับ เรามาลองสรุปคำถามที่มันยังค้างคาใจกันอยู่ แล้วก็ดูข้อโต้แย้งที่เป็นไปได้ของฝั่งทางการ สุดท้ายแล้วเนี่ย เราเลยเหลือการตีความที่มันขัดแย้งกันอยู่ 2 ทาง ฝั่งนักวิจารณ์ก็มองว่านี่คือความพยายามที่จะปกปิดข้อบกพร่องร้ายแรงที่ไปละเมิดการลงคะแนนลับ ในขณะที่อีกฝ่ายก็อาจจะโต้แย้งว่า นี่มันเป็นการแก้ไขที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะ เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต. ในการทำเครื่องหมายบนบัตร แล้วก็ไม่ได้กำหนดด้วยว่าบัตรทุกใบจะต้องเหมือนกันเป๊ะ

ขอทิ้งคำถามสำคัญที่อยู่ใจกลางของเรื่องราวทั้งหมดนี้ไว้ให้เราได้คิดกัน เมื่อการแก้ไขปัญหากลับสร้างคำถามขึ้นมาใหม่ ที่อาจจะมากกว่าข้อบกพร่องเดิมซะอีก แล้วแบบนี้เราจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งให้กลับคืนมาได้อย่างไร

อืม ขอบคุณมากครับอาจารย์เอ นั่นแหละเราจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับมาได้อย่างไร วันนี้ก็มีการคุยกันถึงเรื่องการฟอร์มรัฐบาลด้วย มีคนไปถามคุณเทงนี่แหละว่า เออ นี่ข่าวที่ออกมาตอนเนี้ย บอกว่าพรรคกล้าธรรมนี่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลแล้วนะ จะมาอยู่กับฝ่ายค้านแล้วนะ ว่ายังไง เออ เอ่อ แล้วก็เราก็บอกว่ามีเราไม่มีเทาไม่ใช่มั้ย นี่คือปัญหา คุณเทงพูดว่ายังไงก็บอกว่าเป็นไปได้นะ ภูมิใจไทยอาจจะปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมและไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็บอกว่าไม่กลัวที่จะร่วมงานกับฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคกล้าธรรมนี่ แล้วก็บอกได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นสูตร 300 เสียง ไม่ได้ติดขัดอะไร ผู้ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็สามารถมาทำหน้าที่ตรวจสอบร่วมกันได้ คือถ้ามีพรรคธรรมในรัฐบาล พรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ก็บอกเขาไม่ร่วมด้วย แต่ว่าตอนนี้ถ้าหากเป็นจริงตามข่าว พล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล อยู่ฝ่ายค้านเนี่ย ทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์บอกเราไม่ได้เลือกนะ เราไม่ได้เลือกทำมาอยู่ฝ่ายค้านนะ มันเป็นเรื่องของสัจธรรมว่าพอคุณไม่ได้เข้ารัฐบาล คุณก็อยู่ฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เออ แล้ววันนี้คุณเทงก็เลยตอบคำถามสูตรจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนนายกใช่มั้ย คุณณัฐพงษ์บอกต้องรอดูการทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ประชาชนช่วยตัดสิน ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะนะ หน้าตารัฐบาลที่ออกมาจะสามารถแก้ปัญหาประเทศได้ อย่างแท้จริงหรือไม่ แต่ว่าสิ่งที่พรรคประชาชนพยายามนำเสนอมาตลอดคือความเชื่อที่ว่า ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนการเมืองตั้งแต่โครงสร้างและต้นต่อ ก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสียงของประชาชนเป็นตัวตั้งอย่างแท้จริง และอาจจะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอรอดูสถานการณ์ต่อไป

สำหรับการที่มีพรรคกล้าธรรมร่วมเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะทำให้พรรคประชาชนทำงานลำบากขึ้นหรือเปล่า คุณณัฐพงษ์บอกว่าไม่เป็นอุปสรรค เพราะฝ่ายค้านมีกลไกคณะกรรมการประสานงานคือวิปทำหน้าที่อยู่แล้ว ถ้ามองอีกแง่นึง ถ้าพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา อาจจะมีข้อมูลวงใน อาจจะมีข้อมูลวงในที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบรัฐบาลได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ทุกพรรคที่เป็นฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ถามว่าถ้าพรรคกล้าธรรมหรือพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลเชิงลึกมากกว่า จะทำให้บทบาทพรรคประชาชนถูกลบหรือไม่ถูกกลบหรือไม่ อืม คุณเท้งบอกว่า การทำงานของพรรคมีความโดดเด่นเรื่องการเตรียมข้อมูลและการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล การที่มีผู้เข้าร่วมตรวจสอบ หากช่วยกันได้ดี ก็จะไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคประชาชนลดลงแต่อย่างใด แต่นับเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนจะมีฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลเข้มข้นยิ่งขึ้น

กรณีที่พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทย จะส่งผลให้คดีเขาเขากระโดงและคดีฮั้วสว.เงียบมันหายไปหรือเปล่า นักข่าวอยากจะรู้ คุณเท้งบอกว่าประเมินว่าในบริบทการเมืองทุกวันนี้ การผลักดันคดีเหล่านี้ให้เดินหน้าเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการกดดัน เพราะไม่สามารถหวังพึ่งรัฐบาลให้ผลักดันคดีอย่างตรงไปตรงมาได้ จำนวนเสียงฝ่ายค้านมีประมาณ 200 เสียง จะสามารถเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งได้หรือเปล่าล่ะ คุณณัฐพงษ์บอกว่า การทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสียงเพียงอย่างเดียวนะ ไม่อยู่ที่จำนวนเสียงเพียงอย่างเดียว เพราะที่ผ่านมาระบบรัฐสภาน้อยครั้งมากที่ผลโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสามารถคว่ำรัฐบาลได้จริง แต่หัวใจสำคัญเนี่ยอยู่ที่การนำเสนอข้อมูล การอภิปรายในสภา และการแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนยังคงรักษามาตรฐานทำหน้าที่ได้ดียิ่งกว่าเดิม นี่คือความเห็นของคุณณัฐพงษ์ วันนี้เหมือนนักเก่าถามว่าตกลง ถ้าพรรคกล้าธรรมมาเป็นฝ่ายค้านนี่ตกลงคุณไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ ก็บอกอ้าว ก็ฝ่ายค้านนี่มีวิปอยู่แล้ว แล้วก็ทำอะไร ก็ไม่ได้ง่าย ก็ไม่ได้ง่ายที่จะทำให้เกิดการที่ต่างคนต่างอยู่ใช่มั้ย แต่ว่าเนื่องจากทุกคนต้องการที่จะสร้างผลงาน ก็จึงจะนำไปสู่หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยคิดไม่เคยเห็นว่าพรรคสีส้มสีเขียวสีฟ้ามาอยู่ด้วยกัน ก็เลยมีคนมาแซวว่า อ่า อันนี้เป็นส้มเขียวหวาน ส้มเขียวหวาน และบนถาดสีฟ้า หรือเปล่า เออ อันนี้ไม่ใช่ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันจะนำไปสู่สถานการณ์อะไร อย่างไร ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ สวัสดี