Transcription
อดีตมกุฎรัชกุมารอิหร่าน เรซ่า ปัสสุราวี ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเป็นภาษาเปอร์เซียถึงอสัญกรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่าน คาเมเนอี โดยระบุว่า "การเสียชีวิตของคาเมเนอีถือเป็นจุดสิ้นสุดโดยพฤตินัยของระบอบ Islamic Republic of Iran และเชื่อว่าระบอบดังกล่าว กำลังจะถูกจารึกลงในถังขยะประวัติศาสตร์ในไม่ช้า"
ข้อความของอดีตมกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ระบุใช้ถ้อยคำรุนแรง โดยเรียกคาเมเนอีว่าเป็น "ทรราชกระหายเลือดแห่งยุคสมัย" และกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารชาวอิหร่านผู้กล้าหาญจำนวนหลายหมื่นคนแล้วก็ย้ำว่าความพยายามใดๆ ของกลุ่มอำนาจเดิมในการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดจะไม่ประสบความสำเร็จ และผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนจะขาดทั้งความชอบธรรมและความอยู่รอดทางการเมือง
ขณะที่การเสียชีวิตของคาเมเนอี ท่านผู้ชมฮะ มีประเด็นล่าสุดจากอดีตมกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ต้องยอมรับนะครับว่าการปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเกิดขึ้นเป็นการโค่นล้มพระเจ้าชา และก็การขึ้นมาของรัฐอิสลาม อายะตุลลอฮ์ โคไมนี แล้วก็สืบต่อมาเป็นคาเมเนอี
ล่าสุดนะครับท่านผู้ชม อดีตมกุฎราชกุมารอิหร่าน เรซ่า ปัสสุราวี ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเป็นภาษาเปอร์เซียถึงอสัญกรรมของผู้นำสูงสุดอิหร่าน คาเมเนอี โดยระบุว่า "การเสียชีวิตของคาเมเนอีถือเป็นจุดสิ้นสุดโดยพฤตินัยของระบอบ Islamic Republic of Iran และเชื่อว่าระบอบดังกล่าว กำลังจะถูกจารึกลงในถังขยะประวัติศาสตร์ในไม่ช้า"
ข้อความของอดีตมกุฎราชกุมารแห่งอิหร่าน ระบุใช้ถ้อยคำรุนแรง โดยเรียกคาเมเนอีว่าเป็น "ทรราชกระหายเลือดแห่งยุคสมัย" และกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารชาวอิหร่านผู้กล้าหาญจำนวนหลายหมื่นคนแล้วก็ย้ำว่าความพยายามใดของกลุ่มอำนาจเดิมในการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดจะไม่ประสบความสำเร็จ และผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนจะขาดทั้งความชอบธรรมและความอยู่รอดทางการเมือง
อดีตมกุฎราชกุมารยังส่งสารไปถึงกองกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงอิหร่าน คล้ายๆ กับทรัมป์นี่แหละค่ะ โดยเตือนว่าการพยายามประคับประคองระบอบที่กำลังล่มสลายย่อมล้มเหลว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมกับประชาชนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่เสรีและมั่นคง
นอกจากนี้ยังระบุได้ว่า แม้การเสียชีวิตของคาเมเนอี จะไม่อาจทวงคืนชีวิตผู้เสียสละที่ผ่านมาได้ แต่ก็อาจเป็นการปลอบประโลมหัวใจของครอบครัวผู้สูญเสีย และก็พูดถึงการปฏิวัติแห่งชาติสิงโตและดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของอิหร่านในช่วงท้ายของแถลงการณ์ค่ะ อดีตมกุฎราชกุมารยังเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่บนท้องถนน โดยยืนยันว่าชัยชนะสุดท้ายและการเฉลิมฉลองเสรีภาพของอิหร่านกำลังจะมาถึงแล้ว ลงท้ายด้วยข้อความว่า "อิหร่านจงเจริญ"
ประวัติของคาเมเนอี เมื่อปี 1989 คาเมเนอี ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงสบประมาทว่าเขาอ่อนแอ ขาดบารมีทางศาสนา เมื่อเทียบกับผู้นำสูงสุดที่ล่วงลับไป ณ ขณะนั้น ก็คือ อายะตุลลอฮ์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งประเทศ แต่ในที่สุดเขาก็พิสูจน์ให้โลกเห็นด้วยการครองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จยาวนานถึง 36 ปี โดยใช้ความแข็งกร้าวปราบปรามศัตรูในประเทศอย่างเด็ดขาด สร้างเครือข่ายกองกำลังตัวแทนไปทั่วตะวันออกกลาง กระทั่งถูกยกให้เป็นหนึ่งใน 5 ชาวอิหร่านที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 100 ปี
ตัวของคาเมเนอี เกิดเมื่อ 19 เมษายน 2482 ที่เมืองมัชฮัด ตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ในครอบครัวเคร่งศาสนา โดยที่เขาเข้าเป็นลูกศิษย์ของอดีตผู้นำสูงสุด อายะตุลลอฮ์ โคไมนี และเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางการเมือง ช่วงทศวรรษ 1960 - 1970 คาเมเนอีเป็นแกนนำสำคัญที่ต่อต้านระบอบกษัตริย์ของพระเจ้าชา ซึ่งขณะนั้นสหรัฐให้การสนับสนุนระบอบกษัตริย์ของอิหร่าน คาเมเนอีถูกจับกุมและถูกเนเทศหลายครั้งโดยตำรวจลับของพระเจ้าชา กระทั่งการปฏิวัติประสบความสำเร็จเมื่อปี 2522 แต่ในระหว่างที่เขาต้องต่อสู้ทางการเมือง เคยถูกจับคุมขังหลายครั้งด้วยกันนะครับ ท่านผู้ชมฮะ
หลังปฏิวัติอิหร่าน คาเมเนอีได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอิหร่าน ซึ่งอยู่ในช่วงที่อิหร่านต้องเผชิญกับสงครามอิรัก-อิหร่านยาวนานถึง 8 ปี เขาจึงมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพและกองกำลัง IRGC หรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หลังอสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ โคไมนีเมื่อปี 32 คาเมเนอีได้รับเลือกจากสภาผู้เชี่ยวชาญแห่งอิหร่านให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากโคไมนี ในฐานะผู้นำสูงสุด คาเมเนอีคือผู้ตัด สินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องของประเทศ รวมถึงนโยบายต่างประเทศ โครงการนิวเคลียร์ และการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหาร
เขาเมื่อรับตำแหน่งใหม่ๆ โดนระเบิดที่ซ่อนมากับเครื่องบันทึกเสียงตอนสัมภาษณ์ ระเบิดนี้ทำให้ปอดฉีกและทำให้เขาต้องเป็นอัมพฤกษ์ หมายถึงแขนข้างหนึ่งใช้การไม่ได้เลย แต่เขากลับนำเรื่องนี้มาแสดงให้เห็นให้คนอิหร่านเห็นว่าเขาได้อุทิศร่างกายของเขาเพื่ออิสลามและเพื่อประเทศชาติ และก็ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐ อิสราเอล มักจะเรียกสหรัฐว่า "มหาอำนาจ" เรียกอิสราเอลว่า "ขบวนการไซออนิสต์" ต่อต้านอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกอย่างหนัก ภายใต้การนำของคาเมเนอี อิหร่านเดินหน้าพัฒนาระบบขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันว่า เป็นโครงการเพื่อสันติ แม้เผชิญกับการคว่ำบาตรจากนานาชาติ อีกทั้งอิหร่านยังสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคที่เรียกว่า "แนวร่วมแห่งการต่อต้าน" เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา