📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

44 สส.คือพวกละเมิดจรรยาบ่าว ไม่เจียมกะลาหัว ช่อชี้ ปชช. เชื่อง-เชื่อฟังถึงจะได้ดี ชนขั้นนำต้องการ

มติชนสุดสัปดาห์ - MatichonWeekly12:50

Transcription

มารยาทหรือความได้รับการยอมรับในสังคมวันเนี้ยมันสนุกมาก มันเป็นตลาดเสรีที่เรารู้สึกว่ามันมีหลายโรเพลย์ให้เราเลือกดัดจริตได้ตามใจชอบ

ในขณะที่คนในสังคมเนี่ย ยังคงมีความเชื่อไปโดยธรรมชาติว่าไอ้การเป็นคนที่เป็น descent person เนี่ยมันควรจะเป็นยังไง ผู้มีอำนาจในสังคมไม่ได้อยู่ในบรรทัดฐานนั้นเลย "กูไม่สนใจ กูเป็นกุ๊ย แต่กูมีอำนาจ มึงอ่ะ มึงเอาอะไรกับกู" เราคือผู้ที่ได้รับคำชื่นชมและการยอมรับ ผ่านการเชื่องและเชื่อฟัง

การเป็นผู้ดีเนี่ยมันไม่ใช่อยู่ที่ว่าคุณเกิดที่ไหน แต่มันกลายเป็นการที่คุณรู้ว่าอะไรคือการปฏิบัติตัวเป็นผู้ดี ช่อเนี่ยเติบโตมาในโรงเรียนที่ถ้าคุณเชื่อฟังคุณจะได้ดี และโรงเรียนแบบนี้เนี่ยคือแหล่งผลิตพลเมืองไทยแบบที่ชนชั้นนำต้องการ ก็คือชนชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในสังคม ผ่านการเป็นผู้ที่เชื่อมและเชื่อฟังจริงๆ

วันนี้เตรียมตัวมาเพราะจะพูด เพราะคิดว่า 44 ส.ส.โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่แน่ กำลังจะบอกว่าฉันรู้แล้วค่ะ พวกเขาเนี่ยรวมถึงฉันด้วย ไม่ได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรม ส.ส. พวกเราอ่ะละเมิดจรยาบ่าว เราละเมิดจรยาบ่าวค่ะ เรามันเป็นพวกไม่เจียมกะลาหัว ไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองแอสบ่าวไพร่เนี่ยเป็นอย่างไร

จริงๆ สิ่งเดียวที่จะดูเป็นผู้ดีก็คือพูดช้านะคะ เพราะว่าก็จะเริ่มต้นการพูดโดยสิ่งที่ไม่มีมารยาทที่สุดคือจะพูดเรื่องของตัวเองนะคะ แม้ว่าเขาจะเชิญให้มาพูดเรื่องหนังสือดิฉันก็จะพูดเรื่องของตัวเองก่อนดีกว่า เพราะว่าดิฉันนำเสนอกับอาจารย์แพทริกไปแล้วนะคะว่าจริงๆ อาจารย์น่าจะเอาดิฉันเป็นวัตถุวิจัยได้ เนื่องจากว่าเป็นวัตถุที่น่าสนใจมากนะคะ

ดิฉันเนี่ยเติบโตมาในโรงเรียนที่เรียนตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6 เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2476 นะคะ แต่เป็นโรงเรียนเจ้าแล้วก็เป็นโรงเรียนที่มีอัตลักษณ์ของโรงเรียนว่ารักประเพณีมีมารยาทงามนะคะ ปรัชญาของเรียนคือ นักเรียนจะดีเพราะมีวัฒนธรรม นักเรียนจะเป็นผู้นำเพราะมีความรู้ มันเห็นได้ชัดมากว่าโรงเรียนนี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงที่สถาบันเจ้าและผู้ดีเนี่ยตกต่ำถึงขีดสุด แล้วก็เป็นช่วงของการเติบโตของพวกไพร่เนี่ยที่อาจารย์บอกว่าพวกยุคของผู้ดีเดินต่อ ขี้คลอกเดินถนนก็คือยุคที่โรงเรียนดิฉันก่อตั้งขึ้นมานะคะ ก็พยายามจะเป็นปราการด่านสุดท้ายของเจ้าในการยึดโยงคุณค่าแบบผู้ดีเก่าเอาไว้นะคะ

โรงเรียนเนี่ยก็จะมี การสอนมารยาทอบรมมารยาทตอนเช้านะคะ แล้วก็ส่งนักเรียนไปประกวดมารยาทอยู่เสมอ ซึ่งจะต้องชนะนะคะ คำถามใครเป็นผู้ถูกส่งไปประกวด พันณฑิกาวิชยนะคะ ซึ่งชนะตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นเป็นผู้ที่มีมารยาทอันดีก็คือ เราคือผู้ที่ได้รับคำชื่นชมและการยอมรับ ผ่านการเชื่องและเชื่อฟัง

คือถ้าคุณย่อ ไหว้ถูกต้อง หมอบกราบ ถวายงาน พัดนะ คะ ซึ่งตอนที่เราทำเราก็งงว่าแล้วเราจะไปอยู่งานพัดใครวะ คือใครจะมาให้ฉันพัดนะคะ เจ้าองค์ไหน แต่ว่าเราก็รู้วิธีทั้งหมดว่าเราจะหมอบถวายของถอนใส่บัวแบบสากลนิยม พระราชนิยม ถวายงานพัดอยู่งาน เอ่อ ถวายหนังสือ เหล่านี้เนี่ยเราทำอย่างไรนะคะ ซึ่งการที่ เราทำได้อย่างถูกต้องไม่มีทิติเนี่ยทำให้เราได้รับการยอมรับในโรงเรียนสำหรับเด็กประถม สิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่เป็นเครื่องการันตีสถานะของเรา

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มารยาทและ how to ผู้ดีหรือผู้มีความเป็นสุภาพชนเนี่ยกลายเป็นซอฟต์เพาเวอร์ เอาแค่ในบริบทของประเทศไทยก็ได้นะคะ มันคือการทำให้ทำให้คนรู้ว่าทำตัวอย่างนี้จะได้ รับการยอมรับในสังคม โดยไม่เกี่ยวกับว่าคุณเกิดมาเป็นแบบไหน เพราะว่าคุณเลือกเกิดไม่ได้

ประโยคที่ชอบประทับใจที่สุดเกี่ยวกับหนังสือของอาจารย์แพทริกเนี่ยก็คือประโยคที่บอกว่าเมื่อถึงยุคสมัยหนึ่งที่เปลี่ยนไป มันกลางๆหนังสือ จำบทไม่ได้แล้ว แต่มันคือประโยคนี้เลย คือเมื่อถึงยุคสมัยนี้เนี่ยคือช่วง 2475 เนี่ย มันการเป็นผู้ดีเนี่ยมันไม่ใช่อยู่ที่ว่าคุณเกิดที่ไหน แต่มันกลายเป็นการที่คุณรู้ว่าอะไรคือการปฏิบัติตัวเป็นผู้ดี มันตัดสิน มันไม่ได้ตัดสินกันที่คุณเกิดในครอบครัวไหน แต่มันตัดสินกันที่คุณรู้หรือไม่ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่ต้องปฏิบัติ

แต่สุดท้ายมันคือคอนเซปต์เดียวกันที่ช่ออาจจะเรียกมันว่า surrender นะ คือการเชื่อมและเชื่อฟัง ช่อเนี่ยเติบโตมาในโรงเรียนที่ถ้าคุณเชื่อฟังคุณจะได้ดี และโรงเรียนแบบนี้เนี่ยคือแหล่งผลิตพลเมืองไทยแบบที่ชนชั้นนำต้องการ ก็คือชนชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในสังคม ผ่านการเป็นผู้ที่เชื่อมและเชื่อฟัง

ช่อคิดว่าอันเนี้ยคือฟังก์ชันของมารยาทจริตจรรยาของสังคมไทยนะคะ ที่อาจารย์อริพยายามหาคำแปลของฮิปโปเครซีใช่มั้ยคะ จริงๆคำแปลที่น่าจะได้รับการยอมรับมากที่สุดและ Gen Y เข้าใจได้ Gen Boomer เข้าใจได้คือคำว่าดัดจริต

ปัจจุบันเมื่อถ้าเราบอกว่ามารยาทจรญาเนี่ยคือซอฟต์เพาเวอร์ที่ร้อยรัฐสังคมไทยไว้ที่ไม่ต้องเป็นกฎหมาย แต่คุณต้องทำตัวแบบเนี้ยคุณถึงจะได้รับ การยอมรับใช่มั้ยคะ แล้วมารยาทในปัจจุบันน่ะคือทุกวันเนี้ยเราพูดถึงความเป็นผู้ดีเนี่ยเราพูดแบบก็คือบางทีเราอาจจะหลอกด่าเค้าว่าเค้าดัดจริตใช่มั้ยคะ แล้วถ้าเราพูดว่าเป็นพวกโอ๊ยผู้ดีจังเลย ไอ้จริตผู้ดีแบบนี้มันไม่ได้มีอยู่จริง แต่คุณรู้ว่าคุณ pretentious อ่ะ คุณรู้ว่าถ้าทำแบบเนี้ยเค้าเรียกว่าผู้ดีนะ คะ

ช่อเลยคิดว่าข้ามมาถึงยุคสมัยนี้เนี่ย มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก แล้วมันดีมากที่มันเป็นคำว่าดัดจริต เพราะเราดัดเป็นอะไรก็ได้ค่ะ นี่มันคือยุคของปัจเจกชนที่วันนี้อยากเป็นโอมโมนี่ ถูกมั้ยคะ โอมโมนี่ในแง่หนึ่งเนี่ยย้อนกลับไปถึง gentry ได้นะคะ หรือความเป็นสุภาพชน ได้เพราะว่าโอมโมนี่คืออะไรคะ จริงๆมันคือความถ่อมตัวซึ่งเป็นหนึ่งในหนึ่งในคุณค่าพื้นฐานของความเป็นสุภาพชนใช่มั้ยคะ คุณต้องถ่อมตัวไม่โอ้อวด แต่ยังไงแต่ก็รวยนะ

วันเนี้ยเราใช้ชีวิตอยู่ในปี 2026 เนี่ย ตื่นขึ้นมาวันนี้อยากโมอยู่ที่เราเลือกชุดใช่มั้ยคะ อยู่ที่เราเลือกสไตล์การแต่งตัวอะไรแบบไหน มันกลายเป็นว่าความดัดจริต as manner พื้นฐานของสังคมไทย ณ วันเนี้ย มันเป็นสิ่งที่เป็นตลาดเสรีมาก วันรุ่งขึ้นอยากเป็น maximalist อยากแบบอะไรทั้งตัวที่ไปคนละที่แล้วอีกวันนึงอยากโบฮีเมี่ยน แต่ทั้งหมดเนี้ยจะไม่ได้ถูกตัดสินว่าคือวันนี้เราก็ไม่ได้ตัดสินกันว่าถ้าคุณใส่รองเท้าสนีกเกอร์มางานของมหาลัยแปลว่าคุณเป็นพวกไพร่ใช่มั้ยคะ คุณก็แค่เป็นคนที่อ่อมีไลฟ์สไตล์ active คนหนึ่งไปไหนมาไหนด้วยรองเท้า sneaker

เพราะฉะนั้นเนี่ย มารยาทหรือความได้รับการยอมรับในสังคมวันเนี้ยมันสนุกมาก มันเป็นตลาดเสรีที่เรารู้สึกว่ามันมีหลายโรเพลย์ให้เราเลือกดัดจริตได้ตามใจชอบ วันนี้มาในรองเท้า sneakเกอร์นาฬิกากามิ้นเพราะว่าฉันอยากแบบแสดงตัวเป็นชาวดัดจริต active lifestyle วันพรุ่งนี้อยากเอาเมื่อวานนี้เป็นส่วนวันพรุ่งนี้อยากเป็นจริตมินิมาลิสต์มูจิมาในแบบมูจิรองเท้าบัลเล่ต์ก็สามารถทำได้แล้วก็ยังได้รับการยอมรับว่าอันนี้ก็ยังเป็นบุคคลที่ใช่มั้ยคะ เป็นคนที่แต่งตัวเหมาะสมในสังคมยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีมารยาทและเป็นสุภาพชนอยู่ แม้ว่าการแต่งตัว 3 รูปแบบนี้จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ช่อคิดว่าในสังคม ณ ปัจจุบันเนี่ย ระบบซอฟต์เพาเวอร์ที่เรียกว่ามารยาทเนี่ยมันมีความเปิดกว้างแล้วก็ไปสู่คอนเซปต์ของการเป็นพลเมืองที่เคารพในความแตกต่างหลากหลาย คือมันก็รับคุณค่าของปัจจุบันใช่มั้ยคะ คุณค่าที่เราพูดว่าเราดัดจริตไปได้เรื่อยๆ ว่าวันนี้เราจะเป็นใครเนี่ยมันก็สอดคล้องกับคุณค่าสังคมปัจจุบันที่คนยึดถือก็คือการเคารพในอัตลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลายของบุคคล มันจะได้ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกว่าโอ้โหมันมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมใช่มั้ยคะ ต่อให้คุณเป็นคนรวย คุณก็แต่งตัวธรรมดาๆดาได้

ชอบคิดว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้เนี่ยมันมันเริ่มคลี่คลายมาในทางที่มีความเป็นเศรษฐินนิยมและทำให้คุณค่าของการเชื่อในความหลากหลายและความเท่าเทียมของผู้คนเนี่ยมันมันเค้าเรียก ว่าอะไรคือมันมันภาษาไทยก็คือมันอย่างราก ลึกในสังคมไทยมันและเริ่มกลายเป็นจริตปกติที่ไม่ดัดของสังคมไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเรากลับไปมองมันในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเนี่ย มารยาทมันไม่ใช่แค่เรื่องที่เจ้าเอาไว้กดไพ่อย่างเดียวใช่มั้ยคะ แบบมันก็มีอย่างจังหวะที่คณะราษฎรน่ะใช้เรื่องมารยาทในการสร้างความเท่าเทียมก็คือไม่ว่าคุณจะเกิดมาจากครอบครัวไหน แต่ถ้าคุณมีความประพฤติที่ดี คุณก็เป็นสุภาพชนและเป็นผู้ดีได้ใช่มั้ยคะ มันคือเครื่องมือสร้างความเท่าเทียมก็ได้ เป็นเครื่องมือกดคนให้เชื่องและเชื่อก็ได้

คำถามคือและณวันนี้เนี่ย ช่อกำลังคิดว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของประวัติศาสตร์ก็คือดูเหมือนว่าชนชั้นนำผู้มีอำนาจไม่สนใจซอฟต์เพาเวอร์ไม่รู้ว่าไม่สนใจจะทำหรือไม่สามารถควบคุมมันได้อีกต่อไป มันไม่ใช่แค่ไอเดนติตี้ของผู้ดีล่มสลาย แต่ว่าเครื่องมือซอฟต์เพาเวอร์ของชนชั้นนำที่ใช้ในการร้อยรัดสังคมที่ชื่อว่ามารยาท หรือว่าระบบมารยาทเนี่ย มันไม่ถูกใช้อีกต่อไปแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะว่าชนชั้นนำไม่สามารถควบคุมหรือสร้างรีเลชั่นชิพได้ หรือเป็นเพราะว่าเขาแค่ไม่สนใจและไม่แคร์

ประเด็นก็คือในขณะที่คนในสังคมเนี่ย ให้ยังคงมีความเชื่อไปโดยธรรมชาติว่าไอ้การเป็นคนที่เป็น descent person เนี่ยมันควรจะเป็นยังไง ผู้มีอำนาจในสังคมไม่ได้อยู่ในบรรทัดฐานนั้นเลย และดิฉันไม่ได้พูดถึงแค่นักการเมือง แต่ผู้มีอำนาจทุกองคพยพไม่อยู่ในบรรทัดฐานที่เรา รู้สึกว่าเป็นสุภาพชน นึกภาพออกมั้ยคะ นึกภาพออกมั้ยคะ เอ่อเราจะพูดชัดไปกว่านี้อีกก็ไม่ไหวแล้วนะคะ แต่ว่าเอาแปลว่าทุกคนเข้าใจตรงกันนะคะ

แปลว่าอะไรแปลว่าชนชั้นนำในสังคม ณ วันเนี้ยใช้ crude force เลยนะ เพราะว่านี่คือซอฟต์เพาเวอร์ไอ้มารยาทเล่มเนี้ยนะคะ หรือทุกๆเล่ม how to ทุกเล่มที่เขาเขียนกันมาเนี่ย เอ่อข้าราชการที่ดีต้องเป็นยังไง ข้าราชการหัวเมืองที่ดีต้องเป็นยังไง แพทย์ที่ดีต้องเป็นยังไง เอ่อพระที่ดีต้องเป็นยังไง นักเรียนที่ดี พยาบาลที่ดีต้องเป็นยังไง how to กันมาตลอด 200 กว่าปีของรัตนโกสินทร์ศกเนี่ยนะคะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยร่วมสมัยนะคะ ที่ "กูไม่สนใจ กูเป็นกุ๊ย แต่กูมีอำนาจ มึงอ่ะ มึงเอาอะไรกับกู" แล้วเป็นทุกองคพยพ

ซึ่งมันแปลว่าในเมื่ออยู่กันแบบ crude force ก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่กำปั้นเหล็กของคุณคลายลงก็จบนะคะ ก็จบเพราะคุณไม่ได้อยู่โดยความเชื่อถือนับถือของสังคม พูดง่ายๆคุณไม่ใช่พรณิกาวานีที่ได้รับการยอมรับเพราะว่าประกวดมารยาทชนะนะคะ คุณเป็นแค่ลูกครูใหญ่เว้ย

จริง ๆวันนี้เตรียมตัวมาเพราะจะพูด เพราะคิดว่า 44 ส.ส.โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่แน่ กำลังจะบอกว่าฉันรู้แล้วค่ะ พวกเขาเนี่ยรวมถึงฉันด้วย ไม่ได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรม ส.ส. พวกเราอ่ะละเมิดจรยาบ่าว เราละเมิดจรยาบ่าวค่ะ เรามันเป็นพวกไม่เจียมกะลาหัว ไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองแอสบ่าวไพร่เนี่ยเป็นอย่างไร ทางเราก็จะบอกว่าไม่ ฉันไม่ใช่บ่าวไพร่ ฉันเป็นผู้แทนราษฎร อีกฝั่งหนึ่งก็จะบอกว่าไม่ค่ะ มึงเป็นบ่าว และจงเตรียมตัวแล้วรู้ไว้ด้วยว่ามึงเป็นบ่าวนะคะ ในเมื่อมึงไม่เตรียมตัวมึงก็ต้องโดนลงโทษ โดนโบยด้วยหวายแช่เยี่ยว ตัดสิทธิ์ตลอดไปนะคะ เป็นหวายแช่เยี่ยวเวอร์ชั่น 2 2569 นะคะ

การพยายามยัดเยียดจรยาบ่าวให้กับสังคมที่ ณ วันเนี้ยมีแนวทางในการจะดัดจริตของตัวเองเป็นไปต่างๆนานา ยกเว้นจริตเดียวที่ไม่มีใครอยากเป็นแน่คือจริตบ่าว Ja.