Transcription
ทำไมเราถึงไม่ควรใจร้ายกับใครเลย ความจริงจากพระไตรปิฎก
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมพระพุทธเจ้าถึงสอนให้เรารักคนอื่นให้เหมือนรักตัวเอง
ความจริงที่น่าตกใจจากพระไตรปิฎกอนมตคสังยุทธ คือในโลกนี้แทบจะไม่มีใครเลยที่เราไม่เคยรู้จัก เพราะวงจรการเกิดแก่เจ็บตายมันยาวนานจนนับไม่ถ้วน
จนพระองค์ตรัสว่า "สัตว์ที่ ไม่เคยเป็นมารดาบิดาพี่หญิงน้องหญิงบุตร ธิดาโดยกาลนานนี้มิใช่หาได้ง่ายเลย"
ความหมายคือในวัฏฏสงสารที่ยาวนานจนหาจุดเริ่มต้นไม่ได้นั้น สัตว์บนโลกนี้ล้วนเคยเกิดเป็นญาติ เป็นพี่น้อง เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูกกันมาแล้วทั้งนั้น
เมื่อเจอผู้หญิงแปลกหน้า ลองนึกถึงมาตุสูตร เธออาจเคยเป็นแม่ที่อุ้มท้องเรา ทนหิวเพื่อให้เราอิ่ม ร้องไห้เพื่อปกป้องเรามาแล้วนับชาติไม่ถ้วน
เมื่อเจอผู้ชายใจร้ายในปิตุสูตร เขาอาจเคยเป็นพ่อที่ตรากตรำทำงานหนักจนตัวตายเพื่อให้เรามีชีวิตที่สุขสบายในกัปที่แสนล้าน
แม้แต่สัตว์ตัวเล็กๆ มด หนอน แมลง หรือสัตว์เลี้ยงที่บ้าน ในปุตตะที่ตู่สูตร พวกเขาอาจเคยเป็นลูกของเราที่เราถนอมกล่อมเกลารักยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง
เวลาเราท่องว่า "สัพเพสัตตา" สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่ เจ็บตาย ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น มันไม่ใช่การแผ่เมตตาให้คนอื่น แต่มันคือการส่งความรักกลับไปให้พ่อแม่ พี่น้อง และลูกของเราที่พลัดพรากภพคนละชาติครับ
"อเวราโหนตุ" อย่าได้มีเวรต่อกันเลย "อัพยาปัชชาโหนตุ" อย่าได้เบียดเบียนกันเลย "อนีคาโหนตุ" อย่าได้มีทุกข์กายทุกข์ใจเลย "สุขีอัตตานัง ปริหรันตุ" จงมีความสุขกายสุขใจและรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทิญ
เมื่อเรามองเห็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานจนนับกลับไม่ถ้วนนี้ เราจะพบความจริงที่น่าอัศจรรย์ใจว่า เราไม่ได้กำลังแผ่เมตตาให้คนอื่นเลย แต่เรากำลังมอบความรัก ความเมตตาให้ครอบครัวใหญ่ของเราที่พลัดพรากในสังสารวัฏ
และสุดท้าย เมื่อเราเห็นภาพความซ้ำซากของการเกิดแก่เจ็บตายที่เราวนเวียนเป็นพ่อแม่ลูกกันมาไม่จบสิ้นนี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงเตือนสติเราไว้สั้นๆ แต่กินใจที่สุดว่า "ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพื่อจะเบื่อหน่าย พอแล้วเพื่อจะคลายกำหนัด พอแล้วเพื่อจะหลุดพ้นในสังขารทั้งปวง"
เพราะไม่รู้ถึงอริยสัจ 4 เราและพวกเธอทั้งหลายจึงได้ท่องเที่ยวในสังสารวัฏตลอดกาลละนานถึงเพียงนี้
ขอให้ความเมตตาในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญญาที่จะพาเราออกจากวงจรที่ยาวนานนี้ไปด้วยกันนะครับ