📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

1 นาที จัดการความเครียด ด้วยเทคนิค #Grounding

Doctor Tany19:51

Transcription

สวัสดีครับ ในสังคมปัจจุบันนี้นะครับ เราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของความเครียด ความวิตกกังวล การคิดวนไปวนมา มันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมนี้ ทั้งกับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัยครับ

วันนี้เนี่ย ผมอยากจะเอาวิธีนึงมาเล่าให้เราฟังนะครับ เพราะมันเป็นวิธีที่ค่อนข้างที่จะได้ผล แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างชะงัดทันที แล้วถ้าฝึกจนเก่งนี่นะครับ มันจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ อย่างในชีวิตของเราเลย นั่นก็คือวิธี Grounding ครับ มันคืออะไร เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังนะครับ

พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียว เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอด และวิกฤตบำบัดนะครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มพูดเรื่องพวกนี้เนี่ยนะครับ ผมอยากจะให้ทุกคนลองคิดไว้ว่า เวลาที่เรามีปัญหาอะไรหนักอกหนักใจ คิดไม่ตก เครียด คิดวนไปวนมา เราแก้ไขด้วยวิธีอะไร ลองแบ่งปันกันหน่อยครับ แล้วก็ลองเล่าให้ผมฟังว่ามันแก้ไขแล้วได้ผลแค่ไหนนะฮะ

ทีนี้ วิธีกาวดิที่ผมจะเล่าให้ฟังฟังในวันเนี้ย มันไม่ได้ผลแค่เรื่องของความเครียด วิตกกังวล การคิดวนไปวนมาเท่านั้นนะครับ แต่มันยังสามารถใช้ในกรณีที่ เราประมาตื่นเต้น ก่อนเราจะขึ้นเวทีไปพูด ก่อนเราจะต้องแข่งขันอะไรสักอย่าง ก่อนเราจะเข้าห้องสอบ ก่อนเราจะต้องไปพรีเซนงานให้กับลูกค้าให้กับเจ้านาย ใช้ในภาวะนี้ได้

แล้วไม่หมดแค่นั้นครับ มันยังคงมีประโยชน์ในกรณีที่เรามีความอยากจะทำอะไรมากๆ แต่ว่าเราต้องการจะเลิกความอยากนั้น ยกตัวอย่างเช่น เราอยากช้อปปิ้งออนไลน์ เห็นไม่ได้เลย ของมันเซลล์ ของลดราคา ของน่ารัก เราต้องรีบกดละนะครับ เราอยากจะเลิกพฤติกรรมนี้ แต่มันเลิกไม่ได้ เพราะมันอยาก บางคนครับ อยากจะลดน้ำหนัก แต่พอเห็นเค้ก เห็นชาไข่มุก อยากกินทันที มันห้ามไม่ได้ เออ แก้ยังไงนะครับ

บางคนเนี่ย มีภาวะที่เราเรียกว่า Obsessive Compulsive Disorder นะครับ หรือ OCD ย้ำคิดย้ำทำวนไปวนมาอยู่ นั่นแหละนะฮะ มันเป็นโรคที่ต้องใช้ยาร่วมด้วยในการรักษา แต่มันก็มีวิธีบางอย่างที่ เราอาจจะสามารถทำได้ด้วยตัวเองอ่านั่นก็คือ Grounding

บางคนเนี่ย จะมีเรื่องของการพยายามจะเลิกยาเสพติด เลิกบุหรี่ไฟฟ้า อ่า เลิกกัญชากระท่อม หรือยาต่างๆ ที่มันไม่ดีต่อร่างกายของเรา แต่ว่าเราเลิกไม่ได้ เพราะว่าสมองเรามันติดไปแล้ว แต่มันก็มีวิธีครับ ซึ่งวิธีนั้นก็คือ Grounding เดี๋ยววันเนี้ยเนี่ย เราจะลงรายละเอียดกันลึกๆ ไปเลยนะครับ

แถมวิธีนี้เนี่ยนะครับ มันยังใช้ในกรณีที่เรามีโรคบางอย่าง เช่น โรคแพนิคนะครับ อ่า ผมก็เคยเล่าไปไม่นานนี้เอง ใช่มั้ครับว่าแพนิคเนี่ย อาการเป็นยังไงนะครับ คือคนที่เป็นเนี่ย จะเหมือนจะเป็นจะตายเลย หายใจไม่ออก ใจสั่นนะครับ เหมือนจะสำลักนะครับ แล้วภาพเนี่ย มันค่อยๆ มืดลงนะ ครับ บางคนมือสั่น ตัวแข็งไปเลย ทำอะไรไม่ได้เลยนะฮะ เนี่ยแพนิค

บางคนมี PTSD Post Traumatic Stress Disorder มีอะไรที่มันเป็นเหตุการณ์ร้ายๆ เนี่ย แวบเข้ามาในหัวเราตลอดนะฮะ Grounding ก็สามารถช่วยได้

อ่า ทีนี้ Grounding คืออะไร หลายคนเนี่ย คงจะเคยได้ยินคำว่า Grounding แต่ว่าอาจจะเป็นบริบทที่มันไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่นะครับ มันจะมีวิธี Grounding อย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินก็คือ การถอดรองเท้าแล้วไปยืนบนพื้น ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นหญ้า เป็นทราย เป็นพื้นหิน พื้นดินต่างๆ นะครับ แล้วเขาบอกว่าจะเป็นการถ่ายเทประจุให้กับโลกใบนี้ แล้วก็ปรับประจุของร่างกาย ทำให้ร่างกายของเราห่างไกลกว่าโรคภัย อันเนี้ยไม่ใช่นะครับ อันนี้ไม่มีหลักฐานใดๆ ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนเลยแม้แต่น้อย แล้วมันก็แก้อะไรไม่ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราทำแล้วเรา รู้สึกสบายใจอ่ะ เราสามารถที่จะทำได้ อย่างน้อยๆ มันก็อาจจะทำให้ใจเราสงบในเวลาที่เราทำก็ได้นะครับ แต่ Grounding ที่ผมจะพูดพูดในวันนี้เนี่ย มันจะเป็นวิธีที่ทำให้สมองของเรานะครับ มันเปลี่ยนโฟกัสจากสิ่งที่กังวลน่ะ เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเรา เป็นสิ่งที่เราจะโฟกัสในปัจจุบันตอนเนี้ย ในขณะนี้ ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยนะครับ ทำให้เราไม่ไปมีหัวสมองไปคิดเรื่องอื่นที่มันเป็นปัญหากับเรานะ ครับ

และถ้าฝึกร่วมกับของบางอย่าง ซึ่งวันเนี้ยผมจะพูด มันจะสามารถทำให้เราเนี่ยนะ ครับ ใจเย็นลงนะครับ แล้วก็จะไม่ตื่นตกใจมากจนเกินไปเวลาเกิดปัญหาขึ้นมานะฮะ

อ่ะ ทีนี้ วิธี Grounding เนี่ย ต้องบอกว่ามันเริ่มจากอะไรก่อนดีกว่านะครับ ข้อแรก มันเป็นวิธีที่เราจะใช้ประสาทสัมผัสของเรา ในการดึงทุกอย่างมาไว้ใต้การควบคุมนะครับ เป้าหมายของการทำทุกอย่างเนี่ย ไม่ใช่เพื่อลบล้างความวิตกกังวลให้หายเกลี้ยง ไม่กลัว ไม่ประมา ไม่อยาก คือไม่ใช่การลบของพวกนี้ให้หายไป แต่เป็นการลดความรุนแรงนะ ครับ และเป็นการทำให้เราสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น นี่คือเป้าหมายนะครับ

เป้าหมายวิธีที่ 1 ก็คือ การใช้ Grounding แบบ 5 4 3 2 1 มันคืออะไร อ่า สมมุติว่า เราเริ่มมีอาการประมาทแล้วเราเครียดมาก ตอนนี้ อื้อหือ ไม่รู้จะทำยังไงดี เครียดเนี่ย หรือบางคนมันแพนิคขึ้นมา มันหายใจอย่างเงี้ยนะครับ มันจะเป็นจะตาย ทำยังไงดี หยุดก่อน คิดในหัวนะครับ

5 คือเราขอให้มองของที่อยู่รอบๆ ตัวเรา 5 อย่าง แล้วเรียกชื่อมันออกมานะ เช่น เราเห็นปากกา เราเห็นต้นไม้ เราเห็นเพดาน เราเห็นโทรทัศน์ เราเห็นโทรศัพท์มือถือ อ่า 5 อย่างและนะครับ อันนี้เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทางสายตา ในการดึงทุกอย่างมาอยู่ในการควบคุมของเรา 5 แล้วนะ

4 สัมผัส 4 อย่างนะครับ สัมผัสอะไรบ้าง เช่น อ่า ตรงนี้สัมผัสโซฟา พื้นผิวสัมผัสมันเป็นยังไงนะครับ อ่า ลื่นๆ นะครับ เป็นการสัมผัสนะ สัมผัสปากกา อ่า รถลิ้มลิ้ม รถสัมผัสที่มือมันเป็นแบบนี้ สัมผัสพรมใต้เท้า อ่า หรือว่าเราจะใช้มือในการสัมผัสก็ได้ สัมผัสกล่องนะครับ อีกอันนึงก็สัมผัส อ่า ผลไม้ที่อยู่ข้างๆ อย่างนี้เป็นต้น

จากนั้น พอผ่าน 4 ไปแล้วก็เป็น 3 ให้เราเงี่ย หูฟังเสียงทั้งหมด 3 เสียง อะไรก็ได้ อาจจะเป็นเสียงรถวิ่งผ่าน เสียงแอร์ในห้อง เสียงตู้เย็นทำงาน หรือเสียงคนรอบข้างเขาคุยอะไรกัน นี่ 3 แล้วนะครับ

2 พยายามดมกลิ่น 2 กลิ่น แยกให้ได้ว่าแถวนั้นมันมีกลิ่น 2 กลิ่นอยู่ตรงไหนบ้าง อ่า นี้อาจจะเป็นกลิ่นสบู่อ่อนๆ อันนี้เป็นกลิ่นกาแฟ นี้เป็นกลิ่นแชมพูอาบน้ำของเรา ที่ถ้าเราไม่ได้สนใจ เราก็ไม่ได้กลิ่นและ

สุดท้าย 1 ลิ้มรสอะไรสักอย่างที่อยู่ในปากเราตอนนี้ อาจจะเป็นขนมเมื่อกี้ที่กินมานะครับ เป็นรสชา หรือบางคนไม่มีรสอะไรอยู่ในปาก เพราะว่าเมื่อกี้ไม่ได้กินอะไร ก็ลองลองคิด เออ มันมีรสจืดๆ อยู่ในปากเรานะ มีน้ำลายอยู่ในปากเรานี่

แล้วรู้อะไรมั้ครับ ว่าการทำแบบเนี้ย มันมีประโยชน์ตรงที่ว่า มันสามารถดึงความคิดที่ฟุ้งซ่านของเราเนี่ย กลับมาอยู่ในโฟกัสที่เราสามารถควบคุมได้เต็มที่นะครับ

แล้วบางคนจะถามว่า เอ้า แล้วทำไมเราไม่เริ่มจากรับรถ 5 รถได้กลิ่น 5 กลิ่น หรืออะไรอย่างเงี้ย ทำไมมันต้องเป็นการมองเห็น 5 แล้วสัมผัส 4 ได้ยิน 3 นะครับ แล้วก็ได้กลิ่น 2 1 คือการลิ้มรถ เพราะว่ามันจะหายากยากขึ้นตามลำดับ การมองเห็นเนี่ย มันเห็นได้ง่ายใช่มั้ครับ การสัมผัสก็จะน้อยลง เพราะว่าสัมผัสเนี่ย มันอยู่ต้องใกล้ตัว ถ้ามองเห็นเมันมองได้ไกล มันสามารถเลือกสิ่งต่างๆ ได้ไกลขึ้นถูกไหมครับ การได้ยินเนี่ย เสียงก็อาจจะหายากขึ้นมากับของกว่าการมองเห็น เพราะมันจะต้องใช้สมาธิสูงขึ้น ซึ่งมันจะเป็นการค่อยๆ ดึงนะครับ ให้เราเข้ามาอยู่กับตัวเองมากขึ้นนะ การได้กลิ่นที่เราต้องเอา 2 กลิ่น กลิ่นนี้มันหายากกว่าการได้ยินนะฮะ มันก็เลยทำทำให้เราโฟกัส และสุดท้าย 1 คือการรับรถยากที่สุด เพราะบางทีประสาทการรับรถ มันไม่รู้รับรถอะไรไม่ได้กินอะไรมานะครับ แบบนี้แหละ มันก็จะเริ่มจากง่ายไปยาก เริ่มจากดึงสมาธิเข้ามาทีละน้อย แล้วก็เสริมสมาธิให้เรามากขึ้นมากขึ้นนะครับ

พอเราทำได้แบบเนี้ย มันจะเป็นการดึงความสนใจจากความเครียด ความกลัวที่มันถือกำเนิดขึ้นมาในสมองของเราเนี่ย ให้เราไปสนใจในสิ่งที่ เราควบคุมได้แทนนะครับ ให้เราสามารถเข้าใจได้ว่า ตอนเนี้ย มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ มันมีแค่ตัวเรา

แล้วหลังจากเราทำ Grounding 54321 เสร็จ ให้เราบอกกับตัวเองว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน เราปลอดภัย อย่างตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องของตัวเองที่คอนโด ผมรู้สึกปลอดภัย อ่า บอกตัวเองอย่างนี้นะครับ อ่า มันจะเป็นการดึงทุกอย่างมาอยู่กับปัจจุบัน จากที่สมองฟุ้งเฟ้อมันก็จะเล็กลงมาเหลือปัจจุบันได้

แต่แค่นี้ยังไม่จบครับ เราจะไม่จบแค่ Grounding แบบนี้ อันต่อมาคือเราจะฝึกอย่างอื่นด้วยนะครับ นั่นก็คือฝึกเรื่องของการหายใจ อ่า บางคนเนี่ยน่าจะเคยได้ยินว่าเครียดหายใจลึกๆ นะครับ แต่ผมอยากจะให้คุณโฟกัสอีกแบบนึง ไม่ใช่หายใจลึกๆ ผมอยากจะให้คุณหายใจออกยาวๆ โฟกัสตรงนี้ ถามว่าทำไม เพราะว่าคนบางคนเนี่ย เวลาเครียดมากๆ หรือเวลาแพนิคตกใจมากๆ นะครับ มันจะมีลักษณะอาการอันนึงที่เรียกว่า Hyperventilation หรือหายใจแบบนี้ นะครับ แล้วพอทำแบบนั้นเรื่อยๆ เนี่ย มันจะทำให้ร่างกายของเราเป็นด่างนะครับ พอมันเป็นด่างปุ๊บเนี่ย มันจะมีปัญหาอย่างนึงก็คือสมองของเรานะครับ ตรงบริเวณนั้นน่ะ หลอดเลือดของเราจะหดตัว พอหดตัวปุ๊บเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ เราจะเริ่มมีรู้สึกวิ้งๆ มึนๆ ลอยๆ มือชาเท้าชาละนะครับ

ดังนั้น ถ้าเกิดเราบอกให้คนแบบนี้ที่มีอาการ Hyperventilation เนี่ย หายใจลึกๆ เป็นยังไงครับ ยิ่งเป็นใหญ่เลยนะครับ ดังนั้นเนี่ย เราหันมาสนใจการหายใจออกให้ยาวๆ ประมาณ 8 วินาทีนะครับ คุณจะหายใจยังไงก็ได้ แต่ขอออกยาวๆ 8 วินาที อ่า หรือบางคนถ้ากลั้นหายใจไหว ลองกลั้นดูสิครับ มันสามารถช่วยได้ดีมากเลยแหละนะครับ ดังนั้นเราไม่ต้องโฟกัสที่การหายใจเข้า แต่ให้เราโฟกัสที่การหายใจออกครับ

แนี่ และที่สำคัญครับ ถ้าเราอยากจะควบคุมการหายใจเข้าด้วย มันมีวิธีนึงที่เรียกว่า Physiological Sign นะครับ แบบนี้ ตอนหายใจเข้าเนี่ย หายใจสั้นๆ 2 จังหวะ แล้วออกยาวยาว นับ 1-8 หรือยาวกว่านั้นก็ได้ ถ้าใครกั้นได้กลั้น อ่า อันเนี้ยทำต่อจาก Grounding

และสุดท้ายครับ หลังจากนั้นเราจะมีการควบคุมร่างกายของเรา ด้วยการค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เฮ้ย ทำยังไงไม่รู้ ทำยังไง กล้ามเนื้อของเรามันแข็งเกร็งอยู่หรือเปล่า หรือมันเกร็งเราก็ไม่รู้ ทำไงล่ะ เราจะเกร็งกล้ามเนื้อเลยครับ อ่า จะเริ่มยังไงดี เริ่มตรงนี้ก่อนเลยครับ ไหล่เนี่ย ง่ายสุด เรายักไหล่ขึ้นมา พยายามเอาให้มันสูงที่สุดเท่าที่เราทำได้ ยักเต็มที่แล้วเกร็งไว้นะครับ นับ 1 ถึง 5 หรือ 10 ก็ได้ นับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หลังจากนั้น เราปล่อย ปล่อยพร้อมปล่อยอารมณ์ หายใจยาวๆ อย่างนี้มันจะรู้สึกผ่อนคลายตรงบรินั้นนะ ครับ

หลังจากนั้น เราลองเปลี่ยนบริเวณที่มาเป็นที่มือกำให้แน่นที่สุด เบ่งกล้ามเลย ให้อย่างเงี้ย แข็งเกร็งแล้ว แล้วก็นับ 1-10 แล้วปล่อยพร้อมกับหายใจออก หลังจากนั้น เราลองเกร็งกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ นะครับ หน้าอก หลัง ท้อง ขา พร้อมกับการระบายลมหายใจ ทำแบบเนี้ยเป็นประจำ มันจะสามารถจัดการกับความเครียด ความอยาก ความวิตกกังวลได้หมดเลยนะครับ อันเนี้ยมันเป็นวิธีที่ได้ผลมากๆ นะครับ

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีวิธีพิเศษของตัวเองนะครับ อย่างเมื่อกี้ ที่ผมบอกว่าเราใช้ Grounding 54321 เนี่ย บางคนอาจจะบอกว่าฉันใช้แค่บางอย่างของมันได้มั้ย เช่น เราใช้วิธีการจับได้มั้ย จับอะไรสักอย่าง อ่า เช่น เราจับของที่มีพื้นผิวสัมผัสหน่อยนะครับ เช่น เหรียญ โทรศัพท์มือถือ แล้วพยายามจับ แล้วพยายามบรรยายว่าไอ้นี่คืออะไร ลักษณะของมันเป็นยังไง สามารถทำได้นะครับ ถ้าใครที่มีพลังของสมาธิสูงเนี่ย มันสามารถทำแบบนั้นได้นะ ครับ แต่ถ้าสมาธิไม่สูงพอเนี่ย บางทีใช้ 54321 มันจะดีกว่า

หรือบางคนถ้ามีสมาธิสูงจริงๆ อาจจะใช้วิธีนึงที่เรียกว่า Cognitive Grounding ก็ได้นะครับ Cognitive Grounding คืออะไรนะครับ คือการใช้สมองเราในการคิดอะไรสักอย่าง เช่น สะกดชื่อตัวเองแต่ถอยหลังน่าใช่มั้ยครับ สะกดชื่อตัวเองถอยหลัง หรือว่าเอา 100 แล้วลบด้วย 7 ไปเรื่อยๆ อ่า 100 - 7 ได้ 93 3 93 - 7 ได้ 86 86 - 7 ได้ 79 อะไรอย่างี้ไปเรื่อยๆ นะครับ ทำไปเรื่อยๆ อันนี้คือ Cognitive Grounding ถ้าเกิดคุณเป็นคนที่มีสมาธิที่สูง คุณใช้วิธีนี้ได้แก้ไขได้นะครับ

อย่างไรก็ตามครับ ข้อผิดพลาดบางอย่างเราต้องรู้ไว้ว่า ถ้าคุณทำแบบเนี้ย มันเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณทำ Grounding แล้วไม่สำเร็จ ข้อแรกนะครับ คือ การทำ Grounding ไม่ตรงเป้า เป้าหมายที่เมื่อกี้บอกไป เป้าหมายของเรานะครับ ไม่ใช่การลบความรู้สึกเมื่อกี้ออกไปให้หมด แต่เป็นการลดความรู้สึก แล้วก็สร้างการควบคุมตัวเองกลับมานะครับ ไม่ใช่การลบมันออกไปเลยนะ เพราะว่าบางคนทำไม่ได้ ความรู้สึกนะ มันยังวนเวียนอยู่ในหัวนะครับ แล้วมันไม่เหลือ 0 ก็จะเครียดยิ่งเครียดก็ยิ่งไม่หายครับ ดังนั้นขอให้เราคิดว่าเราเพียงแค่ลดความรู้สึกเหล่านั้นลง

และอันที่ 2 เราใช้วิธี Grounding ช้าเกินไป เช่น เรารอจนเราตื่นตกใจ เครียดเต็มที่แล้วเราค่อยไปทำ อันนั้นอาจจะไม่ได้ผลนะ ครับ เราต้องทำตั้งแต่เรามีอาการประมาณสัก 10-20% ยิ่งทำเร็วยิ่งดี ยิ่งได้ผลนะ ครับ อันนี้เป็นข้อผิดพลาด 2 อย่างที่เราจำเป็นจะต้องทราบว่าทำยังไงให้ได้ผลนะ ครับ

แล้วตอนนี้ก็คงมีคนถาม เออ แล้วมันต้องทำยังไง ต้องฝึกยังไง ฝึกบ่อยแค่ไหนถึงจะได้ ต้องบอกว่ายิ่งคุณฝึกมาก มันจะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น เพราะมันเป็นการเตรียมตัวก่อนที่คุณจะไปเจอปัญหาจริงๆ ดังนั้นเนี่ย ในแต่ละวันนะครับ ผมอยากให้ทุกคนลองฝึก Grounding สักประมาณ 30 วินาที ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องถึง 1 นาทีด้วยซ้ำไปนะครับ ทำ Grounding เนี่ย 54321 เนี่ย มันใช้เวลาแป๊บเดียวเอง 30 วินาที หรืออาจจะ 1 นาทีก็ได้นะครับ ทำวันละแค่นี้ก็พอนะฮะ

แล้วอันที่ 2 สมมุติว่าเราใช้ Grounding ในช่วงเวลาที่เรามีปัญหา เราเครียดจริงๆ พอเราทำเสร็จทั้งหมดเนี่ย ถ้าเรามีช่วงเวลาอันนึงเรียกว่า Debriefing Debriefing เนี่ยคืออะไร มันคือการย้อนคิดไปเลยว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราจึงเครียด ทำไมเราจึงวิตกกังวล ทำไมเราจึงคิดวนไปวนมา มันเพราะอะไร มีอะไรเป็นตัวกระตุ้น แล้วที่เมื่อกี้เราทำ Grounding เราว่ามันได้ผลดีแค่ไหน ครั้งต่อไปถ้าเราเจอปัญหาอย่างนี้ เราจะทำยังไงให้ให้มันหายเร็วขึ้น อ่า เรามาตัวเองดูซิว่าตัวเองเนี่ย เมื่อกี้เราทำยังไงนะ ครับ ให้คะแนนตัวเองแล้วต่อไปจะพัฒนาให้เก่งขึ้นได้น่า

อันนี้คือวิธี Grounding นะครับ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วเนี่ย คุณมีอาการพวกนี้ที่มันแก้ไขไม่ได้จริงๆ เนี่ย การขอความช่วยเหลือนะครับ ไม่ว่าจะเป็นจากคนที่คุณไว้ใจ หรือจิตแพทย์ นักจิตบำบัดเนี่ย เป็นสิ่งที่น่าจะต้องทำนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าอาย หรืออะไรแต่อย่างใดเลยนะครับ สามารถปรึกษาได้นะครับ แล้วเค้าก็มี อ่า สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรไปปรึกษาได้นะครับ

นอกเหนือจากนั้นนะ ครับ แน่นอนว่าถ้าเรามีความเครียดต่างๆ พวกเนี้ย เราจะต้องแก้ไขอย่างอื่นด้วย ก็คือทำให้ชีวิตของเรามันดีครับ ออกกำลังกายสม่ำเสมอนะครับ ถ้าเราออกกำลังกายจนกระทั่งมันมีอยู่ช่วงนึงคือเราเหนื่อยเต็มที่ หรือใกล้หมดแรง แต่เราพยายามฝืนเอาชนะมันให้ได้สักนิดนึง ไอ้ความรู้สึกนั้นล่ะครับ ที่เราสามารถเอาชนะมันได้นิดนิดนึง เหนื่อยสุดเต็มที่แล้วก็วิ่งต่อไปได้อีกแป๊บนึง เนี่ย ถ้าเราเอาชนะความรู้สึกตรงนั้นได้บ่อยๆ นะ สมองของเรามันจะต่อสู้กับความเครียด ความวิตก ความกังวล ความอยากได้ดีขึ้น สามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น เพราะแม้ขนาดร่างกายตัวเองยังเต็มที่ขนั้นเรายังเอาชนะมันได้เลยนี่ครับ ออกกำลังกาย

อันที่ 2 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนะ ถ้านอนไม่เพียงพอ ความเครียดมันยิ่งทำให้เราแย่นะ ครับ กินอาหาร อ่า กินให้อิ่ม แต่ว่าการกินมากจนเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียบเพเมื่อกี้ที่เราเล่าไปได้นะ บางคนแบบชอบกินของหวาน ก็ลดๆ มาลงมานะครับ วิธีลดถ้าเรามีความอยากแบบนั้น ใช้ Grounding ครับ บางคนอยากจะเลิกบุหรี่แล้วมันอยากมากเลย ใช้ Grounding ช่วยได้เหมือนกันนะครับ บางคนก็มีความรู้สึก เฮ้ย ของหวานอะไรอย่างเงี้ยนะฮะ หรืออยากช้อปปิ้งออนไลน์ ลองมาดิก่อนก็ได้นะ ครับ อ่า หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินผมบอกว่า ถ้าคุณอยากได้อะไรจริง เช่น การซื้อของเนี่ย ให้คุณลองลองมองของนั้นไว้ดูดีๆ ลองคิดไปก่อนว่าคุณจะเอามันเพราะอะไรนะฮะ แล้วอย่าเพิ่งซื้อไปทำอะไรก่อนก็ได้นะ แล้วกลับมาดูมันใหม่ พิจารณาใหม่ว่าคุณยังอยากซื้อมันอยู่หรือเปล่า ทำอย่างเงี้ย 3 รอบ ถ้าเกิดว่า 3 รอบแล้วคุณยังอยากซื้อ มันนะครับ แล้วมันมีประโยชน์กับคุณจริงๆ ซื้อเลยครับ 3 รอบแล้ว แต่ถ้ามันยังไม่ถึง 3 รอบอย่าเพิ่งทำนะฮะ

ความเครียดยังสามารถจัดการได้กับมันอีก 1 วิธีก็คือ ถ้าคุณเครียด วิตกกังวล คิดวนไปวนมาในหัว ลองเขียนมันออกมา เขียนทุกอย่างลงสู่กระดาษ มันจะทำให้คุณสามารถที่จะเห็นภาพทั้งหมด ได้แล้วก็ช่วยด้วยว่าคุณสามารถใช้ความรู้ ความคิดวิตกกังวลในสมองคุณเนี่ย ประมวลผล เรียบเรียงออกมาให้มันเป็นหน้ากระดาษคุณ จะได้เห็นปัญหาชัดๆ แล้วเผลอๆ ไม่ต้องทำอะไรแก้ได้เลยนะครับ

อ่ะ วันนี้ผมก็หวังว่าเรื่องของ Grounding จะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนนะครับ ลองเอาไปฝึกกันดูนะครับ แค่วันละ 30 วินาทีก็พอนะครับ คุณลองฝึกแค่ Grounding 54321 ก็ได้ หรือคุณจะฝึกเรื่องของการหายใจ เน้นเรื่องของการหายใจออกก็ได้นะครับ หรือหายใจเข้า 2 จังหวะแล้วหายใจออกยาวๆ ก็ได้ แล้วก็ฝึกเรื่องของการคลายกล้ามเนื้อต่างๆ นะครับ อย่าลืมนะครับ เกร็งนับ 1-10 แล้วก็ปล่อย นะครับ การทำแบบนี้จะทำให้คุณสามารถมีจิต และสมาธิกับกล้ามเนื้อแต่ละมัดได้เป็นอย่างดี และอันนี้นอกเหนือจากช่วยเรื่องของความเครียด มันยังช่วยเรื่องของ Mind Muscle Connection ในการออกกำลังกาย ซึ่งผมได้พูดบ่อยๆ ด้วยนะครับ

โอเค วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ถ้าใครมีอะไรที่สอบถามก็สอบถามมานะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ