Transcription
พวกนักบวชอื่นแสดงอภินิหารได้แต่ทำไมพระพุทธเจ้าไม่ยอมแสดงบ้าง ที่เมืองราชคฤห์มีงานมหกรรมศาสนาครั้งใหญ่ เจ้าลัทธิต่างๆ พากันมาแสดงอิทธิฤทธิ์ บางคนลอยขึ้นบนอากาศ บางคนเดินบนน้ำ บางคนพ่นไฟจากปาก ผู้คนตื่นตาตื่นใจกันมาก
กษัตริย์พิมพ์พิสาจึงอยากเห็นพระพุทธเจ้าแสดงบ้าง เพราะมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้วิเศษ ถ้าพระองค์แสดงอภินิหารจะมีคนหันมานับถือศาสนาพุทธเพิ่มขึ้นอีกมาก กษัตริย์แนะนำแต่พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า อาตมาไม่เห็นประโยชน์ของการแสดงอิทธิฤทธิ์
คำตอบนี้ทำให้ทุกคนงุนงงยิ่ง เมื่อมีผู้คนมากขึ้น เสียงซุบซิบก็มากขึ้น พระองค์ตรัสรู้จริงหรือเปล่า แล้วทำไมถึงไม่อยากแสดงให้คนดู พวกนักบวชอื่นทำได้แต่พระองค์ทำไม่ได้ หรือว่าพระองค์ไม่มีอภินิหารจริง
พระอานนท์ทนฟังไม่ได้จึงเข้าไปเฝ้าพระองค์ ประชาชนกำลังสงสัย หากทรงแสดงอภินิหารจะมีผู้เลื่อมใสมากขึ้น พระพุทธเจ้ายิ้มบางๆ แล้วตรัสว่า "อานนท์ ปาฏิหาริย์มี 3 อย่างคือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ อิทธิปาฏิหาริย์คือการแสดงอิทธิฤทธิ์ เช่น เหาะได้ หายตัวได้ อาเทศนาปาฏิหาริย์คือการทายใจรู้ความคิดคนอื่น และอนุศาสนีปาฏิหาริย์คือการสอนให้คนละชั่วทำดี เปลี่ยนคนโกรธเป็นคนไม่โกรธ เปลี่ยนคนเห็นแก่ตัวเป็นคนเสียสละ"
2 อย่างแรกน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ อย่างที่ 3 ไม่น่าตื่นเต้น แต่ช่วยคนได้จริง พระองค์จึงตรัสประโยคที่ทำให้ทุกคนจารึกไม่ลืม "ปาฏิหาริย์แท้แท้คือใจที่พ้นทุกข์ ไม่ใช่ลอยได้หายตัวได้ หากเหาะได้แต่ยังโกรธ หากเดินบนน้ำได้แต่ยังทุกข์ จะมีประโยชน์อันใด การเอาชนะกิเลส การเอาชนะความโลภ โกรธ หลง นั่นคือปาฏิหาริย์ที่ใหญ่ที่สุด" เหมือนคนป่วยไข้ไม่ต้องการหมอที่เก่งกล แต่ต้องการหมอที่รักษาโรคได้
คำตอบที่ลึกซึ้งทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจ กษัตริย์พิมพ์พิสารทรงรำพึง "ทีแรกข้าอยากเห็นของวิเศษ แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าของวิเศษที่แท้จริงอยู่ในใจเรานี่แหละ" คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เคยพ้นจากเรื่องอิทธิฤทธิ์ภายนอก มาสู่ปฏิปาฏิหารภายในการเปลี่ยนใจคนจากร้ายเป็นดี จากทุกข์เป็นสุข นั่นคือปาฏิหาริย์ที่แท้จริงและยั่งยืน