Transcription
กระทรวงนี้ยังไม่ได้ทำงานได้เต็มที่เท่าไหร่ คือเรายังใช้เทคโนโลยีแบบเดิมๆ อยู่ในขณะที่วันนี้โลกเราไปเรื่อง AI โลกไปเรื่องควอนตัม โลกไปเรื่องนิวเคลียร์ โลกเราไปพูดถึงเรื่อง Space เรื่องโอแหละ >> เรายังไม่มีอยู่เลย เราอยู่ในอุตสาหกรรมเดิมที่เราอยู่นี้มาเกือบ 20 ปีแล้วอ่ะ นั่นคือสิ่งที่สะท้อนเห็นได้ชัดว่าประเทศไทยเรายังไม่ไปไหนเลย ปัญหาคือคนบริหารกระทรวงไม่ได้มีความเข้าใจตรงนี้จริงๆ ผมอยากจะเสนอทำโปรเจคนึงขึ้นมา ผมเรียกว่าเป็น Dashboard ประเทศ Data คือหัวใจ เมื่อมี data แล้วผมจะดึง data ทั้งหมดมาแล้วก็มาสร้างเป็น Dashboard เพื่อวิเคราะห์ประเทศไทยเรามีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ปัญหาวันนี้คือข้อมูลมันกระจัดกระจาย ผู้บริหารประเทศคนก่อนๆ ไม่เคยเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลมันไม่เคยหลอกไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังเก็บเอาไว้ เราต้องเปิดออกไปให้ทุกคนประชาชนเห็น ฉะนั้นการตัดสินใจของผู้บริหารประเทศในแต่ละกระทรวง ในแต่ละกรม หรือแม้แต่ราชการต่างๆ จะไม่ตัดสินใจโดยการใช้จิตสำนึกหรือว่าประสบการณ์ แต่เราจะใช้ข้อมูลในการตัดสินใจแต่ละอย่าง และเมื่อมีข้อมูลทุกอย่างจะโปร่งใสมากขึ้น >> อื >> ทั้งหมดเนี่ยมันเกิดจากผู้นำที่ดีนะ สิงคโปร์มาถึงจุดนี้ได้จากประเทศหลาย 10 ปี 50 ปีก่อนไม่มีเลย วันนี้เป็นอย่างนี้ได้เพราะ >> ผู้นำประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะผู้นำ >> ถ้าทำทั้งหมดนี้ได้ในโลกอุดมคติเลยเนี่ย ใน 4 ปีเนี่ย เราจะสามารถเทียบเท่าหรือแซงประเทศอะไรที่ ณตอนนี้เราตามอยู่บ้าง 2569 เนี่ย คือครบรอบ 10 ปีที่กระทรวง ICT เนี่ยเปลี่ยนชื่อมาเป็นกระทรวง DE >> ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม >> อื >> เต็ม 10 คะแนนในฐานะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซ เป็นคนที่อยู่ในแวดวงดิจิทัลตัวจริงเนี่ย คุณภาวุฒิให้เต็ม 10 คะแนน 10 คือดีที่สุดเนี่ย ให้กระทรวง DE ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากี่คะแนนครับ >> ให้ 3 คะแนน >> ในการที่จะทำให้ประเทศไทยดิจิทัลไลซ์ เข้าสู่การเป็นดิจิทัลให้ 3 คะแนน >> 3 คะแนนเท่านั้น >> หายไปไหน 7 คะแนน >> เพราะว่ากระทรวงนี้ยังไม่ได้ทำงานได้เต็มที่เท่าไหร่ >> ครับ >> ในขณะที่ประเทศเรากำลังขยับนะเข้าสู่โลก การเค้าเรียกว่ามีเทคโนโลยีเข้ามา >> แต่กระทรวงนี้ยังทำงานเป็นไซโลอยู่เลย >> ครับ >> นะครับเราในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทย ไม่ได้ฉกฉวยโอกาสในการเอาเทคโนโลยีเข้ามา เปลี่ยนประเทศมากเท่าไหร่ >> ฉันจะเห็นว่าโปรเจคของกระทรวง DE แต่ละอย่างเนี่ย มันกลายเป็นโปรเจคขนาดเล็ก ไม่สามารถสร้าง Impact หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ได้จริง >> คนงบประมาณอะไรคือปัญหา >> ปัญหาคือคนบริหารกระทรวงไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ >> รัฐมนตรี >> ฉะนั้นเมื่อไม่มีความเข้าใจจริงๆปุ๊บเนี่ย กลายเป็นว่าสิ่งที่เขาจะทำปุ๊บเนี่ย การทำงานไร้ทิศทางมากอ >> นะครับพอมันไร้ทิศทางปุ๊บสิ่งที่มันเกิดขึ้น คือมันเลยไม่เกิดผลลัพธ์ ในขณะที่ประเทศอื่นตัวอย่างเช่นมาเลเซีย ตัวอย่างเช่นไต้หวัน >> มีคนที่รันกระทรวงมีความเข้าใจเรื่องนี้ >> อ >> ฉันจะเห็นได้ว่าประเทศเขาเนี่ยในแง่ของ อุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจทางด้านเทคโนโลยี มันถึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากเลยทีเดียว มาเลเซียมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่องชิป อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีสูงมาก มีการสร้างเมืองเป็นเมืองทางด้านเทคโนโลยี >> ไต้หวันเมื่อต้องพูดถึงเทคโนโลยีมหาศาล เมืองไทยไม่มี เรายังกลับไปอยู่เทคโนโลยีรถยนต์ เทคโนโลยีเก่าๆอยู่เลยนี้อ >> ถ้าวันนั้นเราตั้งหลักได้ดีในช่วง 10 ปี ที่อุตส่าห์เปลี่ยนชื่อกระทรวงแล้วเนาะมา เป็น DE ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเนี่ยอ >> ในอุดมคติเลยเนี่ยมาวันเนี้ย 2569 เนี่ย >> อือ >> วงวงการดิจิทัล อุตสาหกรรมดิจิทัลบ้านเรา เนี่ยอีคอมเมิร์ซด้วยหมายรวมเนี่ยหน้าตามัน ต้องเป็นยังไงคุณป้อง >> อ >> เราไม่ทันชาวบ้านน่ะนะครับในขณะที่วันนี้ เอ่อโลกการเปลี่ยนแปลงอย่างเวียดนามก็ได้ วันนี้เขามีคนทางด้านเทคโนโลยีเต็มประเทศ เลย >> การผลิตคนรุ่นใหม่ออกมาในประเทศเขามีเป็น หมื่นๆคนในขณะที่ประเทศไทยเรากำลังพูดถึง หลักไม่กี่พันคนเอง >> อือ >> คำถามคือเราผลิตคนมาไม่เพียงพอต่อการที่ จะมาเสิร์ฟให้กับอุตสาหกรรมต่างๆซึ่งวัน นี้ทุกอุตสาหกรรมต้องการคนเทคโนโลยีหมดเลย >> อื >> มันกลายว่าพอคนไม่พอเราจะไปยังไง เราก็ยังทำแบบเดิมอยู่ >> นะครับแล้ววันนี้เนี่ยในแง่ของประเทศคือ เรายังใช้เทคโนโลยีแบบเดิมๆอยู่ในขณะที่ วันนี้โลกเราไปเรื่อง AI โลกไปเรื่องควอนตัม โลกไปเรื่องนิวเคลียร์ โลกเราไปพูดถึงเรื่อง Space เรื่องโอแหละ >> เรายังไม่มีอยู่เลย เอกชนไทยวันกลับมาดูในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย เรามีบริษัทเทคโนโลยีใหม่ๆบ้างเปล่า เราอยู่ในอุตสาหกรรมเดิมที่เราอยู่นี้มาเกือบ 20 ปีแล้วอ่ะ >> อ่า >> นั่นคือสิ่งที่สะท้อนเห็นได้ชัดว่าประเทศ ไทยเรายังไม่ไปไหนเลย >> เทคโนโลยีเรายังไม่สามารถเสพหรือนำ เทคโนโลยีเข้ามาใช้กับประเทศไทยได้เต็มที่เท่าไหร่ >> อ่ะแล้วถ้าคุณภาวุฒิเองเนี่ยได้มีโอกาส ได้มาเป็น เอ่อทีมช่วยคิดช่วยทำช่วยบริหาร >> อ >> นะครับพร้อมๆกับเพื่อนๆในพรรคประชาชนของ คุณภาวุฒิเนี่ยคุณภาวุฒิจะทำอะไรขอเป็น ระดับแบบทำปุ๊บเห็นผลปั๊บ >> อือ >> แบบควิกวินเลย >> อือ >> แล้วก็สเต็ปกลางๆแล้วก็ในระยะยาวแบบยั่งยืน >> อจริงๆผมมีนโยบายอยู่ เอ่อ 4 มุมด้วยกันนะ ครับมุมแรกที่ทำให้ประเทศเกิดความ efficiency หรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นผมเรียกว่า 1 คือการ >> เอ่อ ดิจิทัลไลซ์ Government >> ครับ >> เราจะปรับองค์กรรัฐบาลยังไงให้ทำงาน หรือราชการยังไงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อ >> นะครับวันนี้ปัญหาของประเทศไทยคือ >> เอ่อหน่วยงานราชการเนี่ยทำงานกันแบบทำแบบ เดิมแล้วทำงานแบบเดิมมานานน่ะเรามีหน่วย งานที่ชื่อว่า DGA Digital Government Agency ก็พยายามจะเข้าไปเปลี่ยนหน่วยงานภาครัฐให้ใช้ ดิจิทัลมากขึ้นแต่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร กระทรวงดิจิทัลเนี่ยกลาย เป็นกระทรวงที่ทำงานแบบไซโลคือฉันทำงาน ตัวฉันเอง >> อื >> ซึ่งในขณะจริงๆแล้วเนี่ยเขาเองควรจะไป ช่วยเหลือนะครับในขณะที่ทุกๆกระทรวง ดิจิทัลไลซ์ทุกๆกระทรวงให้ทำงานเป็นดิจิทัล มากขึ้น >> นิยามดิจิทัลที่ใช้แปลว่าอะไร >> ตัวอย่างเช่นวันนี้เราไปราชการราชการยัง ใช้กระดาษอยู่เลยอ่ะถูกป่ะการทำงานภายใน กระทรวงที่มันล่าช้าถือว่าทุกอย่างก็ต้อง เป็นกระดาษส่งไปแล้วก็ผ่านไปอีกฝ่ายนึง ผ่านเข้าเป็นสารบันแบบเดิมมันช้าในขณะที่ วันนี้เนี่ยในแง่เอกชนเนี่ยเรามีระบบการเซ็น เอกสารออนไลน์มีระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งวันนี้กฎหมายมีเป็น 10 ปีแล้วอ่ะฉะนั้น วันนี้มันสามารถเซ็นปุ๊บทุกอย่างส่งปั๊บได้เลย เรามีการใช้บัตรประชาชนมีดิจิทัล ID >> เรามี Thai ID ที่สามารถไม่ต้องใช้บัตรประชาชนแล้ว สามารถใช้หน้าใช้แอปในการยืนยันตัวตนได้นะครับเรามี เอ่อระบบที่เรียกว่าการชำระเงินที่เป็นระบบออนไลน์ ต่างๆนะครับฉะนั้นวันนี้การใช้เอกสาร การยืนยันตัวตนการระบบชำระเงินต่างๆทุกอย่าง มันมัน flow หมดแล้วนะครับรวมถึงการทำงาน ภาครัฐก็ยังเป็นแบบเดิมอยู่อ่ะฉะนั้นวัน นี้เรากำลังมองว่าถ้าเกิดเราสามารถไป ดิจิทัลไลซ์ให้องค์กรภาครัฐทำงานได้เร็วขึ้น รวมถึงวันนี้เองเนี่ย >> เรามองว่าถ้าเกิดวันนี้ประเทศไทยเราเป็นเหมือนกับบริษัทนึง >> นายกรัฐมนตรีเนี่ยเป็นเหมือนกับ CEO ของ บริษัทอ >> นะครับเอ่อเราคิดว่ารัฐมนตรีดิจิทัล หรือ DE เนี่ยควรจะเป็นเหมือนกับ CTO คือ Chief Technology Office เป็นคนที่ต้องมานั่งดูว่าเฮ้ยภาพรวมเนี่ย ประเทศเราเนี่ยควรจะเอาเทคโนโลยีไปใช้ทาง ไหนแล้วก็ต้องทำงานร่วมกับนายกฉะนั้นไอ้ ตัวนายเอ่อรัฐมนตรี DE เนี่ยต้องทำงาน ร่วมกับทุกๆกระทรวง >> อื >> ทุกกระทรวงต้องมีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยว ข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรก็ต้องมี เทคโนโลยีกระทรวงสาธารณสุขต้องมีเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหะต้องมีอยู่แล้วฉะนั้นวันนี้ เนี่ยที่เรามองอยู่เราก็เลยมองว่าเราควร จะเป็นเหมือนกับกรุ๊ป CTO ซึ่งทุกๆ กระทรวงก็จะต้องมีคนเก่งเทคโนโลยีมาอยู่ รวมกันอยู่เป็นกรุ๊ปกรุ๊ปเดียวกันฉะนั้น พอเราจะตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยีอะไรต่างๆ เราตัดสินใจร่วมกันและเดิมทุกกระทรวงเดิม ทิศทางเดียวกันซื้อซอฟต์แวร์แบบเดียวกัน เราจะเดินไปทิศทางเดียวกันใช้เทคโนโลยี ร่วมกันทุกอย่างไปด้วยกันเป็นคนที่คอย สนับสนุนทุกกระทรวงในเชิงเทคโนโลยีให้ทุก กระทรวงทำงานได้เร็วมากขึ้น >> นั่นคือเสาที่ 1 >> ใช่ >> โอเค >> เสาที่ 2 คือ Digital Economy Digital Economy คือการเปลี่ยนเศรษฐกิจจากเดิม ที่เป็นเกษตรหรือท่องเที่ยวแบบเดิมเราจะ ดิจิทัลไลซ์มันให้ธุรกิจที่เรียกว่ามันเข้า สู่เป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่มากขึ้นอ >> อย่างแรกที่วันนี้เห็นได้ชัดคือ เอ่อธุรกิจเศรษฐกิจไทยเราวันนี้คนไทยผู้ค้า ขายทุกคนอยู่บนแพลตฟอร์มหมดแล้ว >> แต่แพลตฟอร์มต่างวันนี้แพลตฟอร์มเราอยู่ บนแพลตฟอร์มต่างชาติหมด >> เรายืมจมูกต่างชาติหายใจ >> อื >> ฉะนั้นแพลตฟอร์มเหล่านี้สิ่งที่เกิดขึ้น คือวันนี้เขาขึ้นราคาขึ้นไปเรื่อยๆแต่ภาค รัฐไม่มีใครเข้าไปควบคุมเลยมันกลายเป็น ว่า 1 ถ้าเกิดบอกว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้ทำ การปิดหรือทำการที่เรียกว่าเริ่มใช้อำนาจ เหนือตลาดในการควบคุมซึ่งวันนี้เขาเริ่ม ใช้แล้ว >> โอเค >> คำถามคือผู้ประกอบการทำยังไงวันนี้ผู้ ประกอบการไทยที่ขายของออนไลน์ซึ่งทั่ว ประเทศนะครับมีปัญหามากมายกับการที่โดน แพลตฟอร์มเหล่านี้ใช้อำนาจเหนือตลาดในการ ควบคุมโดนปิดข้อมูลโดนขึ้นราคาโดนจะทำ อะไรก็ตามของเมื่อก่อนคุณขายดีๆวันนี้ขาย ไม่ดีแล้วเพราะอะไรคุณต้องซื้อโฆษณา >> อ่า >> ถูกมั้ฮะฉะนั้นเมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้มี อำนาจเหนือตลาดแล้วรัฐไม่เคยเข้าไปดูแล อะไรเลยสิ่งนึงที่รัฐต้องเริ่มเข้าไปดู คือเริ่มเข้าไปดูเข้าไปสอดส่องเข้าไปดู ว่าเฮ้ยการทำงานร่วมกันคุณจะเอาเปรียบผู้ ค้าในประเทศ เพราะวันนี้บอกได้เลยว่าแพลตฟอร์มเหล่า นี้กำไรกำไรขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว >> เส้นบางๆระหว่างสอดส่องกับแทรกแซงมันอยู่ ตรงไหนครับคุณ >> สอดส่องครับต้องใช้วิธีการคือสอดส่องคือ ต้องบอกว่าวิธีการทำงานเราคือต้องทำงาน ร่วมเอกชน >> รัฐคงไปทำเองทุกอย่างไม่ได้แต่รัฐต้องทำ งานร่วมเอกชนแต่สุดท้ายคือต้องมีความแฟร์ เกิดขึ้น >> แล้วในขณะเดียวกันอันนึงคือเรากำลังไม่ได้ พูดถึงเศรษฐกิจที่มันเกิดดิจิทัลที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย >> อือ >> ประเทศไทยเรากำลังโตมากแต่ปรากฏว่าคนไทย ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือเราก็ตามวัน นี้เนี่ยเรากำลังทำให้เกิดที่เรียกว่าการ ขาดดุลดิจิทัลมหาศาล >> อือทุกคนเคยนับมั้ครับว่าเดือนๆนึงเนี่ย เราจ่ายเงินให้กับบริการดิจิทัลออนไลน์ นอกประเทศเท่าไหร่ >> อื >> เต้จ่ายเท่าไหร่ >> ไม่เคยนับ >> ใช่มั้ยประมาณดูอย่างเราเองเดือนนึงเรา จ่ายหลายพันบาท >> ปีนึงเนี่ยเราจ่ายประมาณ 3-40,000 บาทกับ การจ่ายค่า Netflix >> จ่ายการค่า Google Cloud จ่ายจ่ายค่า iCloud จ่าย Spotify จ่าย YouTube >> ยังไม่นับที่ว่าเราสั่งอาหารที่ Grab ส่งมาด้วยมอเตอร์ไซค์อีกต่างหากนะ >> ใช่นั่นคือเงินต่างๆที่มันไหลออกไปนอกนอก ประเทศ >> เราเคยประมาณการว่าปีๆนึงเงินๆเกือบ 200,000 ล้านบาทที่มันหลุดออกไปนอก ประเทศ >> ครับ >> อย่างที่เต้บอกคือแล้วไม่รวมถึงชาวต่าง ชาติอย่างชาวจีนที่เข้ามาขายของในประเทศ ไทยใน Lazada Shopee TikTok เนี่ย >> อ่า >> ขายของเสร็จคำถามคือเรามีบางคนมีเงิน เดือน 15,000 บาทโหได้เงินนึง 5,000 บาท ได้มาเสร็จปุ๊บเฮ้ยเดี๋ยวนี้คนซื้อของไหน >> เค้าไม่ซื้อของแถวๆบ้านแล้วนะ >> ทุกคนซื้อออนไลน์หมด >> ถูกกว่ามีโปรโมชั่นของเลือกเยอะกว่าส่ง ฟรีอ >> เคลมด้วย >> เออ็ก็ซื้อออนไลน์แต่พอซื้อออนไลน์เคยไป นับไม่ว่าไอ้ให้สินค้าที่เราซื้อในออนไลน์มาทั้งหมดเนี่ยไปดูย้อนหลัง 2 เดือนที่ผ่านมาคำถามคือในนั้นน่ะเป็น สินค้าที่ส่งจากต่างประเทศกี่ชิ้น >> เยอะนะ >> เยอะมั้ย >> เยอะมาก >> บางคนอาจจะเกินครึ่งด้วยซ้ำไป >> สินค้าทั้งหมดน่ะมาจากประเทศจีนโดยตรง นั่นหมายถึงเราซื้อไปปีเดือนนึงอาจจะซื้อ สินค้าออนไลน์สัก 2-3,000 บาทแต่ 2-3,000 บาทเงินไม่ลงมาอยู่ในเศรษฐกิจเศรษฐกิจไทย >> เงินมันถูกกระชากออกกลับไปที่ต่างประเทศ ทันที >> พอเราขายได้ปุ๊บเงินเข้าไปในแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มโอนเงินเหล่านี้กลับไปประเทศจีน ได้ทันทีคำถามคือเศรษฐกิจไทยจะเป็นยังไง ในขณะที่เม็ดเงินมันควรจะหมุนเวียนอยู่ใน ประเทศมันถูกดึงออกนอกประเทศผ่านออกการ ค้าอีคอมเมิร์ซผ่านการใช้บริการแพลตฟอร์ม ต่างๆพวกเนี้ยวันนี้รัฐไม่เคยมองพวกนี้ เลยฉะนั้นสิ่งนึงที่เราต้องพยายามจัดการ ทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้เนี่ยที่เรียกว่า มีความเท่าเทียมกับคนไทยมากขึ้น >> ครับ >> ในขณะเดียวกันแพลตฟอร์มเหล่านี้มันกลายดู เหมือนเป็นช่องทางรุกราน >> อ >> จะเป็นไปได้มั้ยที่เราสามารถเปลี่ยน แพลตฟอร์มเหล่านี้เนี่ยอย่างเช่น Lazada Shopee TikTok ที่วันนี้อยู่ในอาเซียน 6-7 ประเทศแล้วจะดีมั้ย ที่วันนี้สินค้าจีนมันผ่านทะลุผ่าน แพลตฟอร์มนี้เข้ามาแต่เราเปลี่ยนให้เอา สินค้าไทยทะลุออกไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซียฟิลิปปินส์ผ่าน Lazada Shopee TikTok ได้มั้ย >> อือ >> เพราะผู้ประกอบการไทยคุ้นเคยเหล่านี้อยู่ แล้วฉะนั้นแนวคิดผมคือเราจะคือเปลี่ยนจาก โดนรุก >> จะเป็นการลุกออกไปข้างนอกแทน >> ด้วยเทคโนโลยีเดียวกันนี้ >> เทคโนโลยีเดียวกันนี้รัฐบาลสนับสนุนผู้ ประกอบการรัฐบาลจับมือเอกชนไปตั้งเป็น Fulfillment หรือ Warehouse ในประเทศต่างๆ แทนที่สินค้าจะส่งจากไทยไปมันใช้เวลา >> อืออของอันไหนขายดีไปตั้งเลยรออยู่ที่ มาเลเซียอินโดนีเซียเวียดนามแล้วก็ใช้ แพลตฟอร์มพวกนี้แหละครับขายตรงไปยังใน กลุ่มคนในอาเซียนขายได้ปุ๊บเราดึงเม็ดเงิน เหล่านี้กลับในประเทศ >> ซึ่งทั้งหมดเนี้ยเราโดนอยู่ >> ใช่เราโดนจีนทำอยู่แต่เราจะลอกโมเดลนี่ แหละครับทำให้ผู้ประกอบการไทยซึ่งเราก็ ไม่ได้พูดถึงหลักพันเรากำลังพูดถึงหลัก หมื่นรายเราจะดันเศรษฐกิจเหล่านี้ให้เกิด เติบโตซึ่งวันนี้บอกได้เลยว่าเศรษฐกิจ ดิจิทัลผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ขายของ ออนไลน์เต็มไปหมดเลย >> แต่คำถามคือยิ่งขายยิ่งขาดทุนเพราะ แพลตฟอร์มกดทับเราอยู่ >> ครับ >> ถ้าเกิดเราพยายามดันให้เกิดความเท่าเทียม กันเกิดความแฟร์มากขึ้นเราดันให้สินค้า ไทยออกไปยังในประเทศในอาเซียนเพิ่มพวกนี้ เพิ่มมากขึ้นมันก็จะมีความที่เรียกว่า เศรษฐกิจพวกนี้มันจะโตขึ้นมาทันทีเด็ก รุ่นใหม่ขึ้นมาปุ๊บโตขึ้นมาเจะมีรายได้ จากการขายของทางออนไลน์ได้เยอะเลยทีเดียว >> อ่านี่คือเสาที่ 2 >> ใช่ >> ครับ >> อันที่ 3 คือ Digital People >> อือ >> คือทำไงให้คนไทยเก่งมากขึ้นคนไทยมี ประสิทธิภาพมากขึ้นจากการใช้ดิจิทัลอย่าง แรกคือวันนี้เนี่ยคนไทยมีปัญหาต่างๆมาก มายเราไปเจอเจอนู่นเจอปัญหาอะไรต่างๆมาก มายเราไม่มีที่แจ้งจุดนึงที่ผมชื่นชมก็ คืออย่างกรุงเทพมหานครเริ่มมีการออก เทคโนโลยีเข้ามาใช้นะครับกรุงเทพมหานครมี การเอา Traffy Fondue เข้ามาใช้เจอปัญหาปุ๊บผมเคยนะเฮ้ยตรงนี้มัน ฟุตบาทพังถ่ายรูปแชะส่งเข้าไปใน Traffy Fondue >> ไม่น่าเชื่อว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์เฮ้ยซ่อม เสร็จแล้วอ่ะเรารู้เลยว่าเอ้ยเค้าซ่อม แล้วอ่ะมันจะดีมั้ยถ้าเกิดเราสามารถยก ระดับ Traffy Fondue หรือแอปในการแจ้งปัญหา เนี่ยขึ้นมาระดับให้คนทั้งประเทศใช้ >> ครับ >> คุณเจอปัญหาอะไรคุณแจ้ง แล้วมันรู้สตัเลยว่าปัญหาที่คุณแจ้งไป เมื่อคุณแจ้งไปแล้วมันจะวิ่งไปยังหน่วย งานที่เกี่ยวข้องทุกอย่างจะโปร่งใสหมดเลย แล้วเห็นเลยว่าคุณเปิดกี่โมงปัญหาที่คุณ แจ้งเมื่อไหร่แล้วปัญหาที่ถูกแก้เมื่อ ไหร่ใครเป็นคนแก้ฉะนั้นจากเดิมที่เมื่อ ก่อนเราคนไทยมีปัญหาเราทำไงฮะโทรไปที่ Call Center ของหน่วยงานภาครัฐรับ เรื่องไปแก้หรือยังก็ไม่รู้ >> อือ >> รัฐวิธีการอย่างนี้แล้วสุดท้ายรัฐก็ไป มั่วนิ่มว่าเราแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว >> ครับ >> นั่นคือการพยายามดิจิทัลไลซ์ทำให้คนไทยเนี่ย เข้าถึงบริการได้ง่ายมากบริการรัฐต่างๆ วันนี้เรามีแอปทางรัฐอยู่แล้วซึ่งวันนี้ บริการแอปทางรัฐเนี่ยค่อนข้างจะยังไม่ ค่อยดีเท่าไหร่ฉะนั้นจะดีมั้ถ้าเกิดถาม ว่าเรามีแอปแอปเดียวเลยของคนไทยเข้ามาถึง ปุ๊บทุกบริการภาครัฐอยู่ในนี้หมดเลยอยาก ใช้งานอะไรต่างๆใช้งานได้ง่ายนะครับนั่น คือการทำให้คนไทยเข้าถึงบริการภาครัฐได้ ง่ายมากขึ้นปัญหาต่างๆที่เรามีปุ๊บเรา สามารถแก้ปัญหาพวกนี้ได้ง่ายมากขึ้นและสุด ท้ายคือการที่เราจะเรียกว่า boost up reskill คนไทยให้เก่งมากขึ้น >> นะครับเพราะวันนี้บอกได้เลยว่าบางคนจบมา ทำงานเงินเดือนเท่าไหร่ แต่ถามว่าเถอะคนเหล่านี้สามารถอัพสกิลได้ เก่งเรื่องเทคโนโลเขียนโปรแกรมเป็นทำอะไร เป็นนิดหน่อยเงินเดือนจาก 10,000 กว่าบาท อาจจะขึ้นไปถึง 2-30,000 ได้เลย >> อื >> นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะปรับให้ ประชาชนคนไทยเก่งมากขึ้นได้เลย >> ที่คน >> ใช่ครับ >> โอเคนั่นคือเสาที่ 3 >> ใช่ครับแล้วสุดท้ายจะไปไม่ได้คือการ ดิจิทัล Infrastructure >> อือ >> ระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนะ ครับเรื่องระบบ security ประเทศพวกนี้มัน อาจจะดูไม่สำคัญแต่จริงๆมันอยู่ข้างหลัง ถ้าอินเทอร์เน็ตเราไม่ได้เร็วเพิ่มมาก ขึ้น >> ความปลอดภัยต่างๆโครงข่ายต่างๆเราไม่ดี ขึ้น >> ประเทศเราจะขยับไม่ได้เลย >> ฉะนั้นทุกอย่างรัฐบาลต้องดิจิทัลไลซ์นะครับ ธุรกิจเศรษฐกิจต้องดิจิทัลไลซ์ >> ประชาชนต้องดิจิทัลไลซ์แล้วสุดท้ายคือข้าง ล่างคือ infrastructure ก็ต้องดิจิทัลไลซ์ด้วยเช่นเดียวกัน >> โอเคซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ภาย ใน >> เรากำลังพูดถึงระดับเร็วๆคือ 3-6 เดือน >> นะครับในบางโปรเจคในแง่ของเรื่องการเข้า ไป transform หน่วยงานภาครัฐซึ่งมันมีอยู่แล้ว >> แต่ตอนนี้มันทำแบบกระหยิ่มกระหยอง นะครับวันนี้ซึ่งเราสามารถปรับนโยบายให้ ทุกคนให้หน่วยงานภาครัฐทุกคนทำงานอยู่ บนแพลตฟอร์มบนดิจิทัลออนไลน์ >> ข้อดีสิ่งที่เกิดขึ้นคือมันจะโปร่งใสมาก ขึ้น >> นะครับเมื่อมันโปร่งใสมากขึ้นเราจะเริ่ม เห็นแล้วว่าเฮ้ยคอร์รัปชันเกิดขึ้นตรงไหน แต่หน่วยงานทำยังไงทำงานช้าทำงานเร็วเป็น ยังไงประสิทธิภาพขององค์กรนั้นเป็นยังไง >> มันจะลงกลับมาปึประสิทธิภาพของคนราชการใน กลุ่มนั้นเป็นยังไงบ้างเราจะรีบ ประสิทธิภาพ >> เรารู้ว่าเค้าขาดอะไรทำไมเค้าช้าเราจะได้ ไปเติมทักษะให้เค้า >> นั่นคือการเปลี่ยนอันนี้ทำได้ไม่ยากเลยนะ ครับ >> เพราะบางวันนี้บอกว่าหลายๆหน่วยงานราชการ ทำอยู่แล้วแต่เพียงแต่ว่ามันไม่ทุกอัน ฉะนั้นเราจะยกระดับให้ทุกคนทำพร้อมๆกัน ทั้งประเทศ >> เท่าที่ฟังมาเนี่ยนะฮะเราคุยกันมานี่ ประมาณ 15 นาทีเบื้องต้นเนี่ย >> อือ >> ตัวละครส่วนใหญ่ที่เราพูดเยอะเนี่ยผมนึก ภาพตามเนี่ยก็จะเป็นคนในเมืองอยู่คอนโดมี ระดับการศึกษาที่เรียกว่าอ่ามีมีกระดาษ รับรองอ่ะการันตีอยู่อะไรอย่างเงี้ยคราว นี้ผมขออนุญาตถามคุณภาวุฒินิดนึงว่าแล้ว คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในภาคการ เกษตรซึ่งอาจจะไม่ได้หลายๆคนก็อยู่ในภาค แรงงานว่างั้นเถอะ >> การดิจิทัลไลซ์ประเทศไทยจะทำให้เขาชีวิตดี ขึ้นได้ยังไงอ >> ดีขึ้นครับเพราะวันนี้ต้องบอกว่าเรามี บริษัทเทคโนโลยีคนไทยเยอะมากเลย >> อือ >> ไม่จะเป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องการ เกษตรเรียกว่าเป็น Agriculture Technology >> ครับ >> หลายคนทำ Startup เกี่ยวกับเรื่องการเข้า ไปดูเรื่องผังสวนต่างๆเอาระบบโดรน เข้าไปใช้เอาระบบดาวเทียมเข้าไปดู >> แต่ปัญหาวันนี้คือเทคโนโลยีที่ดีที่คนไทย ทำขึ้นมา >> อ >> กับชาวไร่ชาวนาชาวสวนมันมีช่องว่างห่าง กันมาก >> ครับ >> เข้าไม่ถึง >> คือมันมันแพงเหรอหรือเข้าหรือมันซื้อยาก หรือ >> มันกลายเป็นว่ามันมัน 1 คือเขาไม่รู้ไง ชาวบ้านชาวสวนไม่รู้จัก >> โอเค >> ไม่มีการบังคับใช้ฉันไม่รู้อยู่ตรงไหน ฉะนั้นไอ้คนที่ทำเทคโนโลยีในประเทศไทย เนี่ยน้องๆทำหลายคนก็บอกพี่ผมไม่สามารถ เข้าถึงหน่วยงานไม่เข้าถึงพวกคนเหล่านี้ ได้เลยกลุ่มที่เป็นเป้าหมาย >> อ >> ฉะนั้นจะดีมั้ยวันนี้ถ้าเกิดเราสามารถทำ ที่เรียกว่าโครงการคูปองเรื่อง ดิจิทัล ซึ่งวันนี้ เอ่อที่เรียกว่าหน่วยงานนะครับก็ คืออยู่ภายใต้รัฐกระทรวงทำอยู่แล้ว >> แต่วันนี้ยังทำได้ระดับนึงฉะนั้นบอกแล้ว ว่าเฮ้ยในแง่ของเกษตรกรที่มีปัญหาอยู่ แล้วนะครับเราบอกเฮ้ยวันนี้เราแก้ปัญหา คุณได้เรามีเทคโนโลยีคนไทยที่สามารถช่วย คุณได้คุณบอกเฮ้ยวันนี้คุณจะตัดอ้อยคุณ ต้องเผาอ้อยบอกไม่ต้อง >> เรามีแอปซึ่งวันนี้คนไทยทำนะแอปที่สามารถ กดปุ่มและจองรถที่เข้ามาเอาพวกอ้อยออกมา จากดินได้เลย >> ผมต้องการ เอ่อเมื่อก่อนต้องใช้คนไป เอ่อไปเกี่ยวหญ้าวันนี้สามารถกดจองรถเกี่ยวหญ้า ได้เลย >> อือๆ >> มันมีแต่เขาไม่รู้ไง >> วันนี้เราต้องเอา Startup ไทยคนทำ เทคโนโลยีไทยไปจับแมตชผู้ประกอบการทาง ด้านเกษตรหรือคนที่อยู่ในแง่รากหญ้า >> โอเค >> จากนั้นเนี่ยเราจะสามารถยกระดับพวกนี้ได้ และได้แน่นอนครับเมื่อคนเหล่านี้เติบโต ขึ้นคนทำเทคโนโลยีคนทำStartอไทยเค้าก็ เติบโตขึ้นไปด้วยกันเช่นเดียวกันฮะเมื่อ คนเหล่านี้เติบโตประเทศไทยมันก็เติบโต ไปด้วย >> อือ >> วันนี้มันมีเทคโนโลยีเยอะเลยครับที่ลงไป ช่วยคนลากหญ้าอีกเยอะแต่พอประเด็นคือรัฐ มองไม่เห็น >> อือ >> รัฐก็ปล่อยให้คนเหล่านี้ทำงานเองและเช่น เดียวกันคนที่อยู่รากหญ้าเกษตรกรต่างๆก็ เราก็ปล่อยเข้าไปทำเองแต่วันนี้ถ้าเกิด เราสามารถเข้ามาบริหารทำให้เทคโนโลยีคน ไทยเองสามารถจับแมตชเข้ากับคนที่มีความ ต้องการเทคโนโลยีเหล่านี้ >> แล้วเรามีคูปองดิจิทัลบอกเฮ้ยคุณไปใช้เรา มีส่วนลดให้คุณเพื่อโน้มน้าวให้เขาเข้ามา ใช้เทคโนโลยีคนไทยด้วยกันเองฉะนั้นเมื่อ ทุกอย่างแล้วมันวินวทุกคนวินกันหมดเลย >> นี่คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ทันทีเช่น เดียว >> เมื่อผลผลิตออกมาก็เข้าสู่กระบวนการที่ คุณพาวุพูดเมื่อกี้ขายอะไรก็ว่าไป >> ใช่เจ้าของ startup ที่ลงทุนก็ก็มีราย ได้จากการที่เกษตรกรเข้ามาใช้ >> เติบโตพอเติบโตขึ้นปุ๊บต่อไปก็สามารถ ขยายธุรกิจตัวเองออกไปนอกประเทศได้มัน กลายเป็นว่าเรามีเครื่องจักรใหม่ในการทำ ธุรกิจการสร้างรายได้ให้กับประเทศด้วย เหมือนกัน >> โอเคอ่าเมื่อกี้จากภาคการเกษตรไปขยับ ขึ้นมาถึงกลุ่มคนที่กลุ่มใหญ่มากแต่เผอิญ ว่าพรรคการเมืองหลายๆพรรคก็อาจจะไม่ได้ ให้ความใส่ใจเพราะว่า 1 ยังเลือกตั้งไม่ได้แล้วก็ 2 ก็คือว่าก็จริงๆอย่ารู้เยอะเลยรู้เยอะเดี๋ยว จะเป็นภัยกับอนาคตทางการเมืองของฉันอะไร ก็ว่าไปเยาวชนครับดิจิทัลเนี่ยช่วยให้เยาวชนไทยก้าวไปในระดับโลก ยังไง >> อจริงๆต้องบอกเยาวชนเนี่ยเป็นกลุ่มนึงที่ เอ่อใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมั้ยจึงไม่น่า แปลกใจว่าเด็กรุ่นใหม่มาใช้เทคโนโลยี เป็นหมดแล้วนะครับเสสามารถบางคน 2 ขวบไถ เป็นหมดแล้วฉะนั้นในแง่ถึงเรื่องการ adoption หรือการเรียนรู้เทคโนโลยีเร็ว กว่าเราเยอะ >> ครับ >> นะครับสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเสริมก็ คือบางครั้งวันนี้เนี่ยเราอาจจะต้องลบ ภาพเศรษฐกิจแบบเดิมออกไปเพราะบางครั้งบาง คนมองว่าเฮ้ยเอ่อการทำเราเราจะคุ้นเคยกับการ โตมาปุ๊บเป็นไรครับเป็นหมอเป็นทหาร เป็นวิศวะเป็นสถาปนิก >> ครับ >> แต่เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่เขา มีเศรษฐกิจรูปแบบใหม่บางคนทำออกมาปุ๊บทำ ช่อง YouTube มามีรายได้เป็นแสน >> บางคนมีรายได้เป็นล้าน >> นะครับฉะนั้นนี้เราจะส่งเสริมให้เด็ก เหล่านี้เนี่ยเข้าใจเศรษฐกิจใหม่ยังไง >> เราเองก็ต้องพยายามส่งเสริมให้เห็นว่า สิ่งที่คุณทำมาแล้วปุ๊บเนี่ยมันสามารถ เป็นธุรกิจเป็นเศรษฐกิจได้แล้วข้อดีของ เด็กรุ่นใหม่คือบนเศรษฐกิจออนไลน์มันไม่ ได้จำกัดว่าจะต้องทำเฉพาะในประเทศไทยเรา จะส่งเสริมให้เค้าสามารถเอาเศรษฐกิจหรือ ธุรกิจที่ทำอยู่เนี่ยสามารถออกนอกประเทศ ได้หรือเปล่า >> อือ >> เดี๋ยวนี้เต็มไปหมดเลยที่เด็กรุ่นใหม่ สามารถทำธุรกิจแล้วดึงเม็ดเงินจากต่าง ประเทศเข้ามาได้ >> โอเค >> การให้ความรู้การส่งเสริม >> แล้วผมมีความเชื่ออย่างมากว่าวันนี้เนี่ย การให้ความรู้เด็กเนี่ย >> เด็กเหมือนต้นไม้ฮะแต่ละคนมันไม่เหมือน แบบทุกคนเป็นถั่วเขียวหมดอ่ะไม่ใช่บางคน อาจจะเป็นต้นมะม่วงบางคนอาจจะเป็นต้นถั่ว ต้นต้นต้นเข้าต้นอะไรอ่ะต้นต้นถั่วฝักยาว อะไรเงี้ย >> เด็กแต่ละคนต่างกันน่ะ >> อ่า >> การศึกษาวันนี้มันไม่ใช่การศึกษาที่บอก เฮ้ยทุกคนต้องเรียนเหมือนกัน >> อื >> แต่วันนี้ในการศึกษามันควรจะเป็นลักษณะ เป็นที่เรียกว่าเป็น customize ให้แต่ละ คนแต่ละคนเฮ้ยคุณชอบหุ่นยนต์คุณเรียนหุ่น ยนต์ไปได้เลยเฮ้ยแต่ละคนคุณสนใจเรื่องการ เต้นบัลเลย์คุณเรียนบัลเลย์ไปเลยแต่ ฉะนั้นการศึกษาวันนี้มันต้องเทรนใหม่ซึ่ง วันนี้เทคโนโลยีมันช่วยได้ >> อือ >> การทำคอร์สออนไลน์การทำหลักสูตรออนไลน์ การเอาให้เขาเรียนรู้องค์ความรู้จักเมือง นอกเข้ามาเราจะสามารถบ่มเพาะเด็กคนไทยที่ ไม่ใช่แบบเราอ่ะที่ทุกคนเรียนมาแบบเดิม แบบเดิมแบบเดิมการศึกษาเทคโนโลยีมันจะทำ ให้เราสามารถเติบโตไปเป็นในสิ่ง ที่เขาอยากเป็นได้และเก่งตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่เด็กๆได้ >> อีสิ่งนี้ต้องแวะไปกระทรวงศึกษาไปรื้อ หลักสูตรไม่น้อยนะ >> ใช่ถึงบอกไงว่าวันนี้เนี่ยการทำงานของ กระทรวง DE เนี่ยมันจะไม่ใช่กระทรวงที่ทำ งานเดี่ยว >> เราต้องทำงานร่วมกับทุกกระทรวงโอเค >> เทคโนโลยีจะต้องไปช่วย enable หรือจะทำให้ทุกคนเก่งมากขึ้นได้โดยการเอา เทคนิคเข้าไปช่วย >> โอเค >> ฉะนั้นสำคัญมากคือถ้าเด็กยังไงเทคโนก็มา ต้องมาช่วยได้ทันที >> อ่าเมื่อกี้ DE เข้าไปกระทรวงเกษตรแวะ กระทรวงศึกษา >> นะไปเรื่องของที่เรียกว่าจะคนจนคนรวยในสังคม นี่เสมอภาคกันมากที่สุดเลยคืออาชญากรรม อ่าขอแวะไป >> สำนักงานตำรวจแห่งชาติดิจิทัลมันจะช่วย ให้ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้นทั้งในระดับเล็ก ๆก็คือพวกจับเมาแล้วขับจนกระทั่งถึงระดับ สแกมเมอร์ข้ามชาติเลยยังไงครับคุณวุฒิ >> อเอางี้ง่ายๆคือ >> ความปลอดภัยในเมื่อความปลอด >> ความปลอดภัยวันนี้ต้องบอกได้เลยว่า คือเคยเห็นมั้ว่าทำไมกรุงเทพฯรถติด >> รถเยอะ >> ไม่เราแทรกกันไงเราไม่มีวินัยไง >> อืออื >> ถูกป่ะสังเกตมั้ันวันไหนมีตำรวจมายืนปุ๊บ ทุกคนจะไม่กล้าเบี่ยงเลย >> อ่า >> ฉะนั้นเราบอกเฮ้ยถ้าอย่างงั้นเนี่ยเอางี้ มั้ยอ่ะเราก็ติดกล้องเอาไว้แล้วกล้อง เนี่ยเดี๋ยวนี้มันมี AI อยู่ข้างหลังอ่ะ เคยเจอมั้ยเคยขับปุ๊บแล้วมันกล้องมันจับ แล้วบอกอ้าวเฮ้ยมันเสียค่าปรับทีหลัง >> อ่าๆ >> แต่กล้องทำไมเราไม่มีกล้องอย่างงั้นทั่ว กรุงเทพฯอ่ะ >> ถามว่าถ้าเกิดทุกคนรู้ว่าเฮ้ยถ้าเกิดฉัน เลยมาตรงนี้ปุ๊บมีกล้องอยู่ฉันโดนจับแน่ >> มีโปสการ์ดส่งถึงบ้านแน่นอนอ่า >> เออแล้วก็มีป้ายบอกว่าเฮ้ยตรงนี้มันมี อยู่คำถามคือใครจะแทรกึเปล่า >> โอเคก็ฉะนั้นวันนี้เรากำลังเอาเทคโนโลยี เข้ามาช่วยจัดการในการแก้ปัญหาทุกอย่าง ได้นะครับฉะนั้นแทนที่เราต้องส่งตำรวจ จราจรเข้าไปโบกต่างๆ >> ซึ่งพอโบกไปยืนปุ๊บเห็นตำรวจปุ๊บอ่ะฉัน ฉันฉันทำตามกฎแล้วแต่พอเอาเทคโนโลยีเข้าไปมี กล้องมี AI เข้ามาตรวจสอบข้อมูลทุกอย่าง ตรวจสอบหมดเฮ้ยคันนี้ >> ฉีกออกมาคุณผิดกฎหมายเราเห็นป้ายทะเบียน ส่งปรับไปเลย >> อ่านั้นเรื่องเล็กๆขยับนิดนึง >> เรื่องนะครับต่อไปเป็นเรื่องอาชญากรรมวัน นี้อาชยากรรมบอกได้เลยว่าวันนี้ข้อมูล ปัญหาคือมันกระจัดกระจายมากคือทุกอย่าง มันมีข้อมูลหมดนะฮะแต่วันนี้ปัญหาของเรา คือข้อมูลมันอันนี้หน่วยงานนี้มีข้อมูล นึงหน่วยงานนี่มีข้อมูลนึงๆแล้ววันนี้การ การ >> การเกิดที่เรียกว่าคนร้ายต่างๆเนี่ยมัน อาศัยช่องโหว่ของข้อมูลต่างๆนี้จากการที่ หน่วยงานเนี่ยไม่ได้มีการบูรณาการและทำ งานร่วมกัน >> ฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิดเราสามารถทำ data บูโรซึ่งโอเครัฐบาลก่อนเนี่ยทำได้ดีนะ ครับแต่วันนี้มันยังไม่เห็นผลเท่าไหร่ ฉะนั้นวิธีการคือเราต้องพยายามดึงข้อมูล ทั้งหมดนะครับในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการคลัง >> เอ่อเอ่อกกต. กกต.เกี่ยวกับเรื่องข้อมูล ตลาดทรัพย์อ่าข้อมูลทางด้านเงินคริปโตนะ ครับจากแบงก์ชาติข้อมูลจากอะไรต่างๆเอา ข้อมูลเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกัน >> เมื่อตรงนี้เองเนี่ยเราจะเริ่มเห็นข้อมูล รวมไปถึงไปเชื่อมต่อเข้ากระทรวงพาณิชย์ ใครเปิดบริษัทอะไรต่างๆอ >> หรือแม้แต่เอาจริงๆอาจจะต้องไปลิงก์เข้า กับที่เรียกว่ากรมที่ดินด้วยซ้ำไปเพราะ วันนี้เกิดอะไรขึ้น >> พอสแกมเมอร์มีตังค์สแกมเมอร์ก็ไปจ้างคน ไทยเปิดบริษัท >> ฟอกเงินครับ >> ใช่ครับเอาเงินอะไรฮะไปซื้อที่ดินครับ >> อื >> พอได้ที่ดินมาปุ๊บที่ดินเนี่ยชื่อแรก โทรศัพท์เป็นคนไปจากนั้นไอ้พวกสแกมเมอร์ หรือคนต่างชาติก็ไปเปลี่ยนชื่อตัวเองไป เป็นเจ้าของที่ดินเหล่านี้แต่เอาเงินที่ เป็นมาฟอกฉะนั้นวันนี้บอกเลยสินทรัพย์ อะไรก็ตามที่มันสามารถจากเงินมันเปลี่ยน เป็นสินทรัพย์ได้ที่มีราคาสูงเนี่ยทุก อย่างต้องเอา data เข้ามารวมเข้าด้วยกัน ทั้งหมดแล้วก็สามารถหาความเชื่อมโยงทั้ง หมดจากตรงนี้ได้ >> อ >> ไอ้ตรงนี้เป็นโมเดลชื่อว่า data bureau มันต้องไปต่อ >> ที่ผ่านมาที่มันไม่เกิดเนี่ยเพราะว่า 1 ตัวหรือเทคโนโลยีเหลือคนไปไม่ได้หรือ เพราะว่ามีใครบางคนที่อยากให้ไม่อยากให้ เกิดสิ่ง ผมว่าอาจจะเป็นแบบหลังด้วยเพราะว่าถ้า เกิดถามว่าทุกอย่างมันเข้าด้วยกันหมดมัน จะเห็นหลายๆอย่างทุกอย่างจะโปร่งใสหมดทัน ทีฉะนั้นบางอย่างมันอาจจะเริ่มมีที่เรียกว่าอะไรอ่ะเจ้าภาพ >> ครับ >> มีนายทุนบางอย่างบอกเฮ้ยอย่ารวมถ้ารวมแบบ นี้ไม่ดี >> โอเค >> นั่นคือสาเหตุว่าทำไมบางทีเมื่อการเมือง ก็ใดก็ตามมันผูกกับนักนายทุนนะครับมันจะ ไปต่อไม่ได้ฉะนั้นนี่คือนี่คือสาเหตุว่า ทำไมเราถึงต้องการรัฐบาลที่ไม่มีนายทุน หนุนหลัง >> เราอยากแก้ปัญหาเราแก้ได้เลยดูที่ไม่ต้อง เกรงใจใคร >> อือ่ะจากตำรวจแล้วอันนี้ตำรวจจบยังพี่มี จบแล้ว >> ตำรวจเอาจริงๆได้เยอะแต่เอา >> ได้เยอะเอาแค่นี้ก่อนนะไปใหญ่กว่านี้หน่อยนะจากปืนข้างตัวเป็นปืนใหญ่นิดนึง กองทัพไทยอ >> โอ้โห >> คือกองทัพไทยเนี่ยเป็นหน่วยงานที่ผมเชื่อ ว่าวันนี้การรบเนี่ยเราอาจจะมีหลายมุมนะ >> อือ >> 1 คือเราลบโดยการ physical คือมีปืนมี ยิงมีอะไรทหารออกไปโอเคเดี๋ยวนี้เราเริ่ม มีโดรนเข้ามา >> แต่วันนี้การรบเนี่ยบางทีมันต้องอาศัย ข้อมูลอาศัย data อาศัยแผนที่อาศัยข้อมูลต่างๆในการวิเคราะห์นั่นคือการ นั่นคือการรบแบบนึง >> อันที่ 2 ที่เราไม่ค่อยได้ทำกันผมไม่แน่ ใจว่าทำหรือเปล่าก็คือการรบในเชิงที่เรียกว่า ดิจิทัลรบ >> ดิจิทัลรบมัน >> รบแบบในการส่งแฮกเกอร์เข้าไปจัดการ >> อื >> เดี๋ยวนี้มีนะ >> ครับ >> ดูเกาหลีเหนือดิ >> ครับ >> เห็นป่ะเค้ามีแฮกเกอร์หลายๆประเทศมี แฮกเกอร์ฉะนั้นวิธีการแทนที่จะไปจัดการ ประเทศเหล่านั้นบางครั้งการบุกเข้าไปเข้า ไปจัดการในแง่ของโครงข่ายความปลอดภัยของ ประเทศต่างๆแล้วไปทำลายความปลอดภัยประเทศ เรานั้นลงบางทีมันหยุดเลยนะถูกมั้ยฮะบาง ทีแบบไปจัดการเกี่ยวกับเรื่องการเชื่อม ต่อข้อมูลของบรรดาที่เรียกว่าทางทหาร แก๊กเดียวจบจบเลยนะทำอะไรไม่ได้เลยนะ >> นี่คือทำได้จริงๆเว้ยผมเห็นแต่ในหนัง เนี่ยอันนี้คือทำได้จริงๆ >> ใช่แล้วเรากำลังพูดถึงเรื่อง เอ่อกองกำลังป้องกันทางด้านเทคโนโลยีจากเดิมที่ ต้องไปรบๆกันน่ะ >> ถามว่าถ้าเกิดเรามีทีมสามารถเข้าไปจัดการ ได้นะครับซึ่งวันนี้ก็จะมีกันนะส่งคือบาง ทีเห็นมั้ตอนรบกันปุ๊บเนี่ยยูเครนหรือว่า ทางทางโซเวียตเนี่ย >> อีกฝั่งนึงก็ยิงโดรนกันอีกฝั่งนึงก็แฮ แฮ็คกันนะต่อสู้กันนะแต่วันนี้เรายังไม่ ได้เห็นเรื่องนี้กันถ้าถามว่าเรามีกองทัพ ที่มีความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญทาง ด้านเทคโนโลยีในการป้องกันตัวเองนะครับใน การที่ไปทำให้ขีดความสามารถของคู่ต่อสู้ เราลดลงได้โดยการเอาเทคโนเข้าไปจัดการ >> อ >> การรบเนี่ยอาจจะเรียกว่าความรุนแรงอาจจะ น้อยลงด้วยซ้ำไป >> มันอาจจะจบเร็วมากกว่านี้ถ้าเราสามารถใช้ เทคโนโลยีไปควบคุมแบบนั้นได้ >> สูญเสียน้อยลงจบได้เร็วขึ้น >> ใช่ใช่ >> อ่าฮะโอเคอ่ะสิ่งแวดล้อมสิ่งแวดล้อม >> อ่า >> โอนี้ได้เยอะมากสิ่งแวดล้อมวันนี้ เทคโนโลยีเนี่ยต้องบอกได้เลยว่ามันคือเรา อยู่ในโลกของเซ็นเซอร์ทุกอย่างนะครับเรา อยู่ในเซ็นเซอร์มือถือเราเนี่ย เซ็นเซอร์เยอะมากแสงมันจับการได้ หมดวันนี้เรามีถึงขนาดเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวกับ เรื่องจับกลิ่นได้ >> นะครับแล้วก็เดี๋ยวนี้เซ็นเซอร์เหล่านี้เนี่ยเราสามารถทำได้ในราคาถูกฉะนั้นวัน นี้การทำสิ่งแวดล้อมต่างๆโดยเฉพาะ 1 เรา ดูว่าจุดเริ่มต้นของสิ่งแวดล้อมเกิดที่ ตรงไหนเช่นโรงงานต่างๆการผลิตไอเสียอะไร ออกมาเดี๋ยวนี้เราสามารถติดอุปกรณ์บาง อย่างเข้าไปในโรงงานและสามารถวัดไอเสีย ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น >> นะครับแทนที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปดูพอ ก่อนเราไปดูปุ๊บเขาก็แบบทุกอย่างโอเคครับ แล้วมันจริงหรือเปล่าจริงก็ไม่รู้ฉะนั้น วันนี้เราสามารถตรวจสอบคือ 1 คือออกกฎ หมายมาในการควบคุมเกี่ยวกับเรื่องมลพิษมล การผลิตมลพิษมลภาวะในโรงงาน >> ตั้งแต่จุดนั้นได้เลย >> อื >> แทนที่ต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปดูเราสามารถกด ดูข้อมูล real time ได้เลย 2 เรา สามารถเก็บเซ็นเซอร์ในรอบๆในจุด อุตสาหกรรมต่างๆที่มีมลพิษต่างๆได้ทันที ด้วยเช่นเดียวกันเมื่อเรามีข้อมูลเหล่า นี้แล้วปุ๊บเนี่ยเราจะเริ่มรู้เลยว่าเรา จะจัดการแก้ปัญหายังไง >> ตัวเลขไม่โกหก >> ไม่โกหกใช่ >> อือ >> ฉะนั้นแทนที่วันนี้เนี่ยเรายังเป็น manual ทำงานแบบ manual อยู่แต่วันนี้เราเปลี่ยน ทุกอย่างเป็นดิจิทัลซะหมดแล้วก็ออกกฎหมาย ขึ้นมาเพื่อให้ทุกหน่วยงานเข้ามาส่งข้อ มูลเข้ามาพอเรามีข้อมูลปุ๊บเนี่ยจะเริ่ม สามารถทำงานได้ง่ายมากขึ้นวิเคราะห์ได้ ง่ายมากขึ้นว่าปัญหาเกิดจากอะไรมันอยู่ ตรงไหนใครเป็นคนที่ก่อปัญหาตรงนี้มากที่ สุดทุกอย่างคือจะต้องมีเอาเทคนิคเข้าไป ช่วยจัดการอยู่ไม่งั้นเราทำงานแบบ manual ถึงเวลาก็ไปนั่งจุ่มไปนั่งหาแก้ปัญหาไม่ ทันครับ >> ซึ่งทั้งหมดเนี่ยคุณภาวุฒิไม่ได้ไม่ได้ ด้นสดหรือคิดสดนะทั้งหมดนี่คือคิดไว้เป็น ระบบก่อนหน้านี้แล้ว >> ใช่กำลังจะบอกว่าเทคโนโลยีมันอยู่ใกล้มาก แต่วันนี้ปัญหาคือ >> อือ >> ผู้บริหารประเทศยุคเก่าจะบริหารแบบเดิมมา โดยตลอดคุณจะไปแบบเดิมทำแบบเดิมทำแบบเดิม แต่ทำวันนี้ถามว่าถ้าเกิดในเชิงของการ บริหารผมเป็นนักบริหารธุรกิจผมต้องถอยออก มาในไกลแล้วผมต้องมองว่าวันนี้เราจะเอา เทคโนโลยีเข้าไปทำยังไงให้การแก้ปัญหามัน ได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากสุด >> อซึ่งหัวใจของการแก้ปัญหาคือเราต้องมีข้อ มูล >> data คือหัวใจ >> เมื่อมี data แล้วผมจะดึง data ทั้งหมดมา แล้วมีแล้วก็มาสร้างเป็น dashboard เพื่อ วิเคราะห์เพราะบางอย่างปัญหาแบบนึงมันอาจ จะเกิดผลกระทบจากอีกส่วนนึง >> เมื่อเราเห็นภาพรวมทั้งหมดเราจะสามารถ วิเคราะห์แก้ปัญหาได้ผมอยากจะเสนอทำ โปรเจคนึงขึ้นมาผมเรียกว่าเป็น dashboard ประเทศไทย >> dashboard ประเทศไทย >> ซึ่งเมื่อเราเข้าไปแล้วเราจะมีข้อมูลทั้ง หมดเลยว่าประเทศไทยเป็นไงบ้างประชากรเป็น ยังไงเศรษฐกิจเป็นยังไงอะไรขายดีเรา สามารถกดไปดูได้ทุกอย่างใน dashboard นี้จะ รวบรวมข้อมูลจากทุกกรมทุกกระทรวงในประเทศ ไทยเราสามารถกดคนไทยสามารถกดดูได้หมดเลย >> ฟังดูแพงๆ >> ไม่น่าแพงเพราะวันนี้ประเทศไทยเรามีข้อ มูลอยู่แล้ว >> ครับ >> แต่ปัญหาวันนี้คือข้อมูลมันกระจัดกระจาย >> อือ >> ผู้บริหารประเทศคนก่อนไม่เคยเอาข้อมูล เหล่านี้มาใช้ในการวิเคราะห์ >> วันนี้บอกได้เลยว่าข้อมูลมันไม่เคยหลอก ใครอ >> ฉะนั้นเมื่อเรามีข้อมูลเหล่านี้แล้วข้อ มูลเหล่านี้ยังเก็บเอาไว้เราต้องเปิดออก ไปให้ทุกคนประชาชนเห็นเมื่อประชาชนเห็น ข้อมูลเหล่านี้คนเก่งๆเห็นข้อมูลเหล่านี้ จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหานี้ได้ นะครับอาจจะมีข้อมูลอยู่ 2 ส่วนหนึ่งคือ dashboard ประเทศไทยที่ให้ประชาชนช่วยดู ประชาชนช่วยแก้ปัญหาอีกอันนึงเป็น dashboard ในแง่ของการบริหารประเทศที่เรา จะมีข้อมูลเชิงลึกที่สามารถวิเคราะห์ได้ ง่ายมากขึ้นการตัดสินใจของผู้บริหาร ประเทศในแต่ละกระทรวงในแต่ละกรมหรือแม้ แต่ราชการต่างๆจะไม่ตัดสินใจโดยการใช้ จิตสำนึกหรือว่าประสบการณ์ >> แต่เราจะใช้ข้อมูลในการตัดสินใจแต่ละ อย่าง >> อิงตัวเลขและสถิติ >> แล้วเมื่อมีข้อมูลทุกอย่างจะโปร่งใสมาก ขึ้น >> อื >> มันโกงไม่ได้มันคอร์รัปชันได้ลำบากมากขึ้น เยอะเออ >> นะ >> ครับ >> อ่าเมื่อกี้เราแวะมาหลายกระทรวงอยู่อัน นึงไม่ พูดถึงไม่ได้ซึ่งหลายๆคนบอกจริงๆ แล้วมันทำได้แต่ทำไมไม่ทำแล้วมันติดขัด อะไรอ >> อื >> ภัยพิบัติ >> โอ้โห >> ถ้าไม่นับ >> อื >> แผ่นดินไหว >> อ >> ซึ่งอาจริงๆณตอนนี้ก็คือเทคโนโลยีที่ล้ำ ที่สุดเนี่ยก็คือ >> ไม่ได้แป๊บเดียวกับก่อนหลังเกิดเหตุหรือ ก่อนนิดเดียวอะไรประมาณเนี้ยแต่ที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นแล้งเป็นน้ำท่วมเป็นพายุเป็น ลมอะไรเงี้ย ความเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลายอ >> ที่พี่ป้อมคุณภาวุฒิมองว่าสามารถช่วย อย่างน้อยป้องกันได้ก็ดีกว่าแต่ถ้าป้อง กันไม่ได้บรรเทาก็ยังดีโอเค >> อไงได้ >> คือต้องบอกว่าวันนี้เนี่ยในแง่หลายอย่าง มันสามารถ detect ได้ตั้งแต่เริ่มเนิ่นๆเลย อย่างเช่นตัวอย่างเช่นแผ่นดินไหวจริงๆ ญี่ปุ่นจะรู้ตัวด้วยก่อนด้วยซ้ำไปว่าเฮ้ย เดี๋ยวมันจะมีสึนามิมาแล้วแล้วก็เริ่มมีการ ประกาศทุกอย่างวันนี้ต้องบอกได้เลยว่าใน แง่ของการบูรณาการทางด้านอ่าระบบภัย พิบัติเมืองไทยมันยังไม่ดีเท่าไหร่นะครับ การติดเครื่องมือต่างๆในการวัดข้อมูลต่าง ๆหรือบางอย่างข้อมูลบางอย่างเนี่ยก็กลับ มาอย่างที่คุยกันก่อนหน้านี้คือเรามีข้อ มูลแต่ข้อมูลมันกระจัดกระจายอยู่ตรงนี้ จ๋งนึงอยู่ตรงนั้นจ๋งนึงแล้วผู้บริหารก็ ไม่เห็นข้อมูลอย่างเช่นที่หาดใหญ่พอผู้ บริหารไม่เห็นข้อมูลฟังมาปุ๊บไม่ครบและ ตัดสินใจจากข้อมูลที่ตัวเองมีอยู่เพียง น้อยนิด >> ฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิดถามถามว่าเรามี dashboard ของประเทศไทยเรามี dashboard ลงมา ถึงจังหวัดเรามี dashboard ลงมาถึงหาดใหญ่ เราจะรู้ว่าตอนนี้น้ำมาเป็นยังไงคนนั้น เป็นยังไงตรงนี้เป็นยังไงเราจะสามารถ ตัดสินใจได้ทุกอย่างฉะนั้นในเชิงภัยพิบัติ ข้อมูลตัดสินใจได้ทุกอย่างข้อมูลจะทำให้ เรารู้ได้ก่อนว่าเราจะรับมือกับภัยพิบัติ ตรงนั้นยังไงหรือแม้แต่เกิดภัยพิบัติแล้ว เราจะสามารถใช้ข้อมูลหรือใช้เทคโนโลยี เนี่ยในการช่วยเหลือแก้ปัญหาคนได้ทันที ด้วยเหมือนกัน >> ครับ >> อันนี้สำคัญมากเพราะบางทีเราพูดถึงเรื่อง การแจ้งเตือนด้วย SMS >> อือ >> อ่าพอมาปุ๊บเราแจ้งเลย >> แต่วันนี้แจ้งไปแล้ว >> แจ้งแล้วไปไหนอ่ะ >> จะแก้ปัญหายังไงจะให้ผมทำอะไรต่อมันไม่ ได้มีข้อมูลหรือ procure หรือขบวนการใน การที่ผู้ประสบภัยหรือผู้กำลังจะประสบภัย ทำไงต่อ >> นั่นคือกระบวนการในการเตรียมงานทั้งหมด ฉะนั้นการแก้ปัญหาผู้บริหารส่วนนึงอ่ะการ ลงไปในพื้นที่ใช่แต่ส่วนหนึ่งเข้าจะต้อง ถอยกลับมาแล้วมานั่งคุมทั้งวรูมเลยว่าวัน นี้เกิดอะไรขึ้นของส่งกำลังเข้ามาช่วย เป็นยังไงบ้างหน้างานเป็นยังไงตรงจุดไหน เป็นยังไงบ้างทุกอย่างเราสามารถใช้ข้อมูล เข้ามาช่วยวิเคราะห์ได้หมด >> คุณภาวุฒิผัดข้าวก็เรื่องสำคัญน >> อาจจะอ่าก็สำคัญแต่ผัดสิทธิ์ต้องรีบกลับ มาไง >> แล้วมาที่เรียกว่ามาบัญชาการมาดูงานมัน ต้องมีคนที่เรียกว่ามันเหมือนกับวงออเคสตราอ่ะที่ต้องเป็นคนเฮ้ยคนนั้นไปตรงนี้คน นั้นไปตรงนี้ถ้าเราไม่มีคนคุมงาน >> วันเดียวคอนดักเตอร์คนเดียวที่ต้องคุม เนี่ย >> มันจะเละ >> โอเค >> ไอ้ไหนก็ไปนั่นไงก็ไปซับกันแล้วมันเกิด อะไรขึ้นไม่รู้เลยฉะนั้นต้องบอกได้เลยว่า การบริหารภัยพิบัติ 1 คือกลับมาเรื่อง เดิมข้อมูลเทคโนโลยีต่างๆในการที่เข้าไป ช่วยเหลือเทคโนโลยีในการ detect ข้อมูลต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นจำเป็นมากซึ่งวันนี้ไม่ ใช่ไม่มี >> อือ >> แต่ขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ >> อ่ะเทคโนโลยีมีสมมุตินโยบายมาพร้อม ปฏิบัติข้างบนสั่งมาปุ๊บ >> แต่คนระดับปฏิบัติ >> ตัวเล็กๆที่อยู่ใน >> ครับบางคนใช้เทคโนโลยีอยู่แล้ว >> แต่ปัญหาคือไอ้ตรงนี้ผมมีครับมีข้อมูล ครับมันก็กระจุกอยู่ตรงเนี้ย >> เฮ้ยผมก็ทำเรื่องนี้ครับกระจุกเรื่องน้ำ ผมมีปัญหาผมรู้แล้วครับว่าน้ำเป็นยังไง บ้างกระจุก >> แต่ปัญหาคือข้อมูลเหล่านี้ไม่ถูกเอามารวม เข้าด้วยกันอยู่ที่เดียว >> พอไม่อยู่ถูกรวมอยู่ด้วยกันที่เดียวคือคน ก็ต้องไปถามเฮ้ยน้ำเป็นไงบ้างอ้าวตอนนี้ เอ่อลมเป็นยังไงบ้างตอนนี้โอเคในแง่ของ ความชื้น >> แต่ถามว่าทุกอย่างรวมเข้ามาได้หมดที ในการบริหารเราจะตัดสินใจได้เลยว่าเฮ้ยมัน กำลังจะมาตรงนี้เป็นยังไงบ้างตรงนี้น้ำ เริ่มขึ้นตรงนเราจะเริ่มรับมือได้แล้วเฮ้ยงั้น เราส่งนี้ดีกว่าไม่ใช่ลงไปหน้า งานพอลงไปหน้างานเราเหมือนกับเราจะเห็น แค่ตรงเนี้ย >> โอเค >> แต่ถามว่าเราขึ้นอยู่ข้างบนปุ๊บเราจะเห็น ภาพกว้างและผู้บริหารสูงสุดจะต้องบริหาร รีสอร์ทหรือทรัพยากรทั้งหมดให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดนี่คือสิ่งที่สำคัญที่ สุดคือก็คือเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยที่ดีที่ สุดนี้ >> นะผมยังมีอีกหลายๆหน่วยงานที่จะจะค่อยๆคุย กับคุณภาพุฒิต่อนะณตอนนี้ที่เราพูดมา เนี่ยตั้งแต่เรื่องของเล็กๆน้อยๆอย่าง เช่นจราจรไม่แซงเลนกันจนกระทั่งถึงเรื่อง ของเอ่อชีวิตคนในภัยพิบัติเนี่ยถ้าทำได้ อย่างที่คุณพระวุฒิทำทั้งหมดที่พูดมาจริง ๆเนี่ยเมื่อกี้ตอนต้นรายการเนี่ยเราบอก ว่า DE 10 ปี 3 เต็ม 10 คะแนนที่ได้ไป ตอนนี้ได้กี่คะแนนแล้วถ้าทำได้เท่าที่พูด เมื่อกี้ >> โหยทำนี่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยนะ >> อื >> ไม่งั้น >> 10 ยัง 10 ยัง >> 10 ยังไม่ 10 หรอก >> ยังไม่ 10 >> ยังไม่ 10 หรอกอย่างมากก็ 8 >> เพราะอย่างน้อยก็คือรัฐบาลเปลี่ยนนะการทำ งานราชการจะเปลี่ยนไปเยอะ >> ครับ >> มีความโปร่งใสมากขึ้นทำงานรวดเร็วขึ้น >> นะครับข้อมูลต่างๆประชาชนเข้ามามีส่วน ร่วมในการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆนะครับ ประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น >> เศรษฐกิจประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น >> อือๆ >> ฉะนั้นวันนี้การเข้าไปจัดการกระทรวง ดิจิทัลมันไม่ได้พูดเรื่องการทำแค่ฉันจะ ทำเรื่องดิจิทัลอย่างเดียวแต่มันกำลังพูด ถึงดิจิทัลจะไปช่วยผู้ประกอบการทั้ง ประเทศยังไงได้บ้างจะไปช่วยกระทรวงนั้น ยังไงได้บ้างจะไปทำไงให้ความชีวิตความ เป็นอยู่คนไทยดีขึ้น >> จะไปทำไงให้เศรษฐกิจดีขึ้น >> จะทำไงให้ >> รัฐบาลหรือราชการการดีขึ้นเรมรวมถึงจะไป ช่วยในแง่หน่วยงานทหารทำไงให้ดีขึ้นด้วย เหมือนกัน >> อ่ะอันนึงที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เป็น Engine ที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไทยนะฮะก็คืออย่างที่เขาว่ากันว่านอกจาก ภาคการผลิตของเราซึ่งก็ก็เหนื่อยหน่อยนะ >> อือ >> อีกอันนึงก็คือท่องเที่ยว >> อือๆ >> ความเป็นดิจิทัลตรงนี้จะช่วยเอื้อให้ผู้ ที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศไทยเยอะนะ >> ให้เค้าทำงานได้ดีขึ้นสร้างรายได้มากขึ้น ยังไง >> คือวันนี้ท่องเที่ยวเนี่ยวงการเนี่ยพึ่ง ดิจิทัลเกิน 50% >> อยู่แล้ว >> ใช่มั้ย >> อื >> แต่ปัญหาปัญหาของเราคือวันนี้เนี่ยเอ่อ เอ่อท่องเที่ยวเรายังอยู่คล้ายๆกับ อีคอมเมิร์ซ >> ครับ >> เรายังยืมจมูกต่างชาติเยอะ >> อื >> ก็ต้องยอมรับว่าโอเคเขาถือว่าเป็นผู้ให้ บริการขนาดใหญ่ระดับโลกนะครับแต่คำถามคือ เราจะ balance ยังไงให้การท่องเที่ยวเหล่า นี้เนี่ยมันมาอยู่ในในมือคนไทยมากขึ้น >> อือๆ >> ผมเคยมีกลยุทธนึงว่าโอเคบางครั้งเนี่ย เอ่อออเดอร์แรกแรกเนี่ยเมื่อลูกค้าเข้ามา พักแล้วเนี่ยเราอาจจะใช้พวกแพลตฟอร์ม เหล่านี้เป็นตัวดึงลูกค้าเข้ามา >> แต่เมื่อเรามีฐานข้อมูลลูกค้าเข้ามาแล้ว เนี่ย >> เมื่อ second ที่เรียกว่าการซื้อครั้ง ที่ 2 การมาครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 เนี่ย บางทีเค้าไม่จำเป็นต้องไปจองผ่านแพลตฟอร์ม พวกนั้นแล้วอ่ะ >> อือๆ >> คำถามคือเราเริ่มมีการเก็บข้อมูลลูกค้า หรือเปล่าเราเริ่มมีการทำ CRM ทักไปหาลูก ค้ามั้มากลับมาซ้ำมั้ยคะไม่ต้องไปจอง แพลตฟอร์มนี้แล้วนะคะอาจจะจองผ่านเราตรง เลยดีกว่าเราจะได้ราคาได้ดีกว่า >> อครับ >> ตรงนี้ก็ต้องกลับมาพูดถึงเทคโนโลยีในการ บริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยว >> อ่า >> มีระบบ CRM
ครับ Customer Rip Management การเก็บข้อมูลลูกค้า การติดตามข้อมูลลูกค้า นะครับ ช่องทางการขายนะครับ ช่องทางการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องการ Booking ต่างๆ นะครับ ระบบชำระเงินออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถต่างชาติชำระเงินเข้ามาได้เลยนะครับ หรือระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่เข้ามาช่วยทำให้ธุรกิจเขาสามารถรันได้ หรือว่าเรียกว่าคล่องตัวมากขึ้นที่เยอะ
>> อื >> ฉะนั้นในเชิงท่องเที่ยววันนี้บอกได้เลยว่าเราใช้ได้อีกเยอะ >> นะครับอีกเยอะ ในขณะเดียวกันในฝั่งของภาค รัฐเนี่ยวันนี้เราเริ่มมี Dashboard ข้อมูลบางอย่างนะครับ อ่า เริ่มมีเค้าเรียกว่า Travel Link นะครับ เป็น Data ของเขา เรียกนักท่องเที่ยว ซึ่งวันเนี้ยวิเคราะห์ได้ดีระดับนึงนะครับ เช่นผมอยู่ เอ่อ เค้าเรียกว่ากระบี่ >> ผมจะเริ่มรู้เลยว่าเฮ้ยตอนนี้คนมากระบี่เป็นใคร เอาข้อมูลจาก เอ่อ เค้าเรียกว่า ตม. เข้ามา ประเทศ อ่า จังหวัดไหน ประเทศไหนเข้ามาเที่ยว คนเป็นคนอะไร เราจะเริ่มเอามาวิเคราะห์การวางแผนของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยได้
>> อื โดยที่ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ไปละเมิด PDPA ใคร >> ไม่ได้ละเมิด ไม่ละเมิด มันมีข้อมูลอยู่แล้ว อย่างที่บอกคือเมื่อเราเอาข้อมูลนี้มาใช้ในการจัดการในการทำแต่ละเรื่องเนี่ย มันจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะ แล้วทุกอย่างจะโปร่งใส แต่ปัญหาวันนี้เรามีข้อมูล ผู้ประกอบการก็ใช้ข้อมูลไม่เป็นนะครับ ในขณะเดียวกันผู้บริหารประเทศก็ใช้ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็น
>> ฉะนั้นเราจะใช้ข้อมูลนี้ไงให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็ใช้ซอฟต์แวร์ ใช้เทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วยด้วยเหมือนกัน ยังไม่รวมถึง AI นะ
>> อ่า ยัง อันนี้เอา โอ้ ยังไม่พูดถึงอีกเรื่องนะ >> จริงๆ วันนี้พูด AI ที่พูดไปทั้งหมดเนี่ย AI เข้าไปมีส่วนได้ทุกอย่างเลย >> ครับ >> วันนี้เราใช้ AI กันอยู่แล้ว บางทีบางอย่างปุ๊บจะเขียนสคริปต์จะทำอะไรต่างๆ เราใช้ AI เข้ามาช่วยอ่ะ >> อือ >> แต่คำถามคือทำไมภาครัฐไม่ใช้ AI อ่ะ ทำไมหน่วยงานราชการไม่ใช่ AI อ่ะ >> กลัวรั่วเปล่า กลัวความลับรั่วอะไร >> ในขณะเดียวกันโดยการวันนี้เรามีหน่วยงานเค้าเรียกว่าหน่วยงานของ เอ่อ ราชการไทย >> นะครับที่ทำเกี่ยวกับเรื่อง AI เรามี AI ของตัวเองนะ เรามีการวิจัยมีการพัฒนาเอง >> อือ >> ทำไมเราไม่เอา AI ของคนไทยไปให้ราชการประเทศไทยใช้ ไม่จำเป็นต้องไปใช้ GPT ไม่ต้องไปใช้ Gemini อย่าง Google เราใช้ของของเราเองก็ได้ เพราะเราไม่ต้องการให้มันเก่งแบบ โอ้โห แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เราเอาแบบให้มันเก่งได้ระดับนึง ตอบปัญหาเข้าใจต่างๆ แล้วเอาเทคโนโลยีเหล่านี้เนี่ยไปผลักดันให้หน่วยงานราชการใช้
>> จากเดิมราชการใช้เวลาประมาณสัก 1 เรื่อง ใช้เวลาสักครึ่งวันแก้ปัญหา >> บอกเฮ้ยเรามี AI LLM Language Model ของคนไทยที่พัฒนาพัฒนาขึ้นมา เอาให้ราชการไปใช้ >> ครับ >> จากเดิมครึ่งวันอาจจะเหลือ 10 นาทีด้วยซ้ำไป >> อื >> แล้วก็ออกกฎเลยว่าคุณต้องใช้
>> ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีหน่วยงานหน่วยนึงที่ผมมีโอกาสต้องติดต่อ >> เค้ายังให้ผมพูดตรงนะพี่ไม่ได้ไม่ได้หลอกนะ >> อือ >> ยังให้ส่งแฟกซ์อยู่เลย >> ว >> ผมหาแหล่งแบบยากมากอ่ะ >> มันมีด้วยเหรอเนี่ย >> อย่าให้เอยอย่าให้เอ่ย แต่ว่าแต่ว่าก็สัก 6-7 ปีแล้ว อ่า ก่อนโควิด ก่อนโควิด ซึ่งก็ถือว่าล้ามากแล้วนะ >> เออผมก็แบบโอ้โหอะไรอย่างเงี้ยอ่ะ อีก 1 กระทรวงใหญ่ไม่พูดถึงไม่ได้
>> สาธารณสุข สุขภาพคนไทยจะดีขึ้นยังไงถ้า ดิจิทัลเข้ามาอยู่ในชีวิตเ >> คือโอ้โหเป็นองค์เป็นหน่วยงานที่ ดิจิทัลมีบทบาทมากนะครับ เพราะวันนี้การรักษาทุกอย่าง >> มันถูกกลายเป็นข้อมูลแล้วนะครับ วันนี้ข้อมูลสุขภาพเราเนี่ย เอ่อ ถูกแปลงเป็นเก็บเป็นดิจิทัลนะครับ แล้วเดี๋ยวนี้จุดที่อ่อนไหวมากสุดก็คือการรักษาคนอยู่ตามชุมชนหรือชนบทต่างๆ เพราะว่าเขาห่างไกลเรื่องเทคโนโลยีหรือทางด้านทางด้านการแพทย์
>> จะดีกว่ามั้ยที่วันนี้เนี่ยเค้าเดินไปที่ เอ่อ โรงพยาบาลในชุมชนเค้าเค้าเก็บมีเครื่องในการที่วัด เอ่อ อุณหภูมิ เก็บความดัน เก็บอะไรต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้เนี่ยถูกส่งกลับเข้ามาที่โรงพยาบาลในจังหวัด >> เพราะหมอไม่มีฉะนั้นเค้าเองสามารถทำเป็น เอ่อ เค้าเรียกว่าเป็น Telehealth >> อื >> หรือ Telemedicine คือสามารถคุยกับคุณหมอได้เลย >> พอคุยหมอเจอปุ๊บแล้วสามารถเป็น Telemedicine คือส่งยากลับมาตามทีหลังได้ >> ซึ่งตัวนี้มันมีแล้ว แต่เพียงแต่ว่าวันนี้ปัญหาของเราคือระบบเนี่ยมันยังไม่เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน แล้วข้อมูลของคนไข้เนี่ย มันไม่ใช่ข้อมูลคนไข้จริง วันนี้เราหาหมอที่นี่เราอยากจะไปหาหมออีกที่นึงปุ๊บ ปรากฏข้อมูลไม่ลิงก์เข้าด้วยกัน
>> อ่า >> ฉะนั้นเราควรจะทำให้ระบบสร้างระบบโครงข่าย หรือการเชื่อมต่อข้อมูลของคนไข้จากที่นึงไปที่นึงเนี่ย สามารถบอกผมอยากจะดึงข้อมูลจากผมจากโรงพยาบาลก่อนเข้ามาที่โรงพยาบาลนี้เพื่อให้หมอคนนี้วิเคราะห์ต่อได้เลย >> เราควรจะมีสิทธิ์ในข้อมูลสุขภาพตัวเราเอง >> กดปุ๊บข้อมูลไหลมาเลย มองขอคนนี้สามารถวิเคราะห์แก้ปัญหาต่อได้ >> นั่นคือเทคโนโลยีในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของคนไข้ และในขณะเดียวกันเรามีเรื่อง Telehealth >> Telemedicine ที่จะช่วยทำให้ >> เค้าเรียกว่าประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงการแพทย์ได้ง่ายมากขึ้น
>> อันนี้ไม่นับว่าไม่ต้องเจ็บตัวเจาะเลือดอีกรอบ ไม่ต้องเสียตังค์ X-ray อีกรอบนึงอะไรพวกนี้ด้วย ข้อมูลมันไหลกันมาหมด >> ใช่ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เรามีสมาคม Health ประเทศไทย >> อือ >> ซึ่งก็เป็นเอกชนคนไทยที่ไปรวมตัวกัน เรามีเทคโนโลยีดีๆเต็มไปหมดเลย >> เราสามารถเอาฟิล์ม X-ray มาแล้ว AI ไปวิเคราะห์ได้เลย รู้เลยว่าคนนี้จะเป็นมะเร็งเต้านมหรือเปล่า >> อือ >> เราสามารถวิเคราะห์ได้เลยว่าโอเควันนี้เนี่ย สมองคนนี้เป็นยังไงบ้าง >> อือ >> แต่วันเนี้ยมันยังมี Gap อยู่ >> ครับ >> ฉะนั้นเราจะทำไงให้ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีคนไทยที่ทำขึ้นมากับการทำงานของภาครัฐเข้ามาทำงานด้วยกัน
>> คนไทยพร้อมจริงๆใช่มั้คุณภาวุฒิ โดยเฉพาะ เอาอย่างงี้อย่าอย่าหาพูดอย่างงี้นะคนที่อาจจะอายุ >> เยอะนิดนึงเลย Gen X ขึ้นไปนิดนึงอาจจะ Baby Boomer เนี่ยถ้าต้องมาเจอทุกอย่างที่มันเป็นดิจิทัลไปเลยจะปรับตัวทันใช่ไหม เอาวันนี้ไปเติมเดิมตลาดนัดอ่ะถึงเวลาเราจะจ่ายคนละครึ่งเลยจะทำได้มั้ยล่ะ >> คล่อง >> เก็ทำได้เห็นมั้ย >> อ >> วันนี้บางคนซื้อหวยออนไลน์ซื้อได้นะ >> อือ >> ฉะนั้นไม่ยากหรอก แต่เราต้องสร้างเงื่อนไข สร้างกลไกบางอย่างให้คนที่อาจจะไม่ถนัดนะ ครับเราต้องเข้าใจเขาด้วยมันเค้าเรียกว่ามันเป็นอารมณ์เหมือนกับการออกแบบวิธีการใช้งาน >> ครับ >> จูงใจให้เขาใช้ อ่า >> อือ >> แต่ไม่ใช่ทำอะไรขึ้นมาปุ๊บเอ้ยคุณต้องใช้ แต่เราไม่เข้าใจเขาเลย เราต้องมีแรงจูงใจให้เขาใช้ 1 คนละครึ่งทุกคนยังไงก็ต้องใช้ >> จะยากยังไงคือก็ต้องใช้ถูกมั้ย >> สงสารธนาคารกรุงไทยมากเลยเป็นแบบคิวยาวขนาดนี้อะไรก็ว่าไป >> ใช่ ฉะนั้นไม่ยากครับในการที่จะเปลี่ยนให้ เอ่อ คนที่อาจจะเป็น Baby Boomer คนที่อาจจะไม่มีความถนัด แต่วันนึงถ้าเกิดเราเข้าใจเขาได้ เราปรับเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเขาแล้วสร้างแรงจูงใจให้เขาเข้ามาใช้ ผมเชื่อว่าพวกเราทำได้ไม่ยากเลยครับ
>> คุณภาวุฒิเองเป็นปัจจุบันนี้เป็น CEO อยู่ประมาณ >> ประมาณ 6 บริษัท 5 บริษัทใช่ครับ รวมถึงเป็นนักลงทุนอยู่ >> 60 บริษัท >> 60 บริษัท พูดง่ายๆก็คือเป็นเป็นคนที่มีส่วนในการทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วก็มีหุ้นอยู่อะไรก็ว่ากันไป >> ใช่ >> มาทำการเมืองทำไม >> มีคนถามมั้ย >> อื มีคนถามแล้วผมก็ถามตัวเองด้วยเหมือนกัน >> อื >> ผมว่าผมทำธุรกิจผมพยายามผมผมมาหา Purpose ในการทำธุรกิจทุกทุกธุรกิจที่ผมทำมันจะมีวัตถุประสงค์มันว่าเราทำธุรกิจไปเพื่ออะไร >> ครับ >> การทำธุรกิจของผมแต่ละอย่างเราไม่ได้เรามองกำไรขาดทุนแหละทำให้มีกำไร แต่ผมท้าทายตัวเองมากกว่านั้นว่าธุรกิจที่เราทำอยู่ปัจจุบันเนี่ยเราสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและสังคมไทยหรือเปล่า ผม Challenge ตัวเองและผม Challenge ทีมผมทุกคน รวมถึงผม Challenge เค้าเรียกว่าน้องๆ 60 บริษัทผมทุกคนว่า >> พวกคุณทำธุรกิจคุณสร้างการเปลี่ยนแปลงกับประเทศไทยให้กับประเทศไทยไงได้บ้าง เชื่อมั้ยว่าปีที่แล้วเนี่ยนะครับ เอ่อ ประมาณ 50 บริษัทที่ผมลงทุนปีที่แล้วมันมี 50 บริษัท >> ครับ >> ผมถามทุกคนว่าเฮ้ยคุณกำไรขาดทุนเท่าไหร่ ผมดึงตัวเลขมา อ่า เราเห็นตัวเลขกำไรขาดทุนแล้ว >> แต่ผมถามต่อว่า >> ส่วนใหญ่จะกำไรใช่มั้ย >> มีขาดทุนบ้างครับ มีปกติโอเค >> ธรรมดา >> แต่สิ่งที่ผมถามต่อว่าเฮ้ยปีที่แล้วอ่ะ ธุรกิจคุณน่ะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับเศรษฐกิจไทยและสังคมไทยบ้าง >> อื >> แล้วทุกคนก็แบบเฮ้ยจริงหรอพี่ป้อมทุกคนเริ่มกลับไปคิดว่าเฮ้ยเราสร้างการเปลี่ยนแปลง >> มันอยู่ใน Job Description ตั้งแต่ตอนไหนวะอะไรอย่างเงี้ย >> มันเป็นสิ่งที่เราถามเลย >> อือๆ >> เชื่อมั้ยครับว่าปีที่แล้วเนี่ยเราเอา มูลค่าธุรกรรมที่วิ่งผ่านในแพลตฟอร์มทั้งหมดที่ผมลงทุนเกือบ 50 กว่าบริษัทเนี่ย เกือบๆ 800,000 ล้านบาทที่แค่ 50 บริษัทเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยได้ >> อื >> ผมมีแพลตฟอร์มทำเรื่องระบบบัญชีออนไลน์ >> อือ >> นะครับซึ่งวันนี้มีคนใช้อยู่โอ้ธุรกิจอยู่หลายหมื่นธุรกิจมีเงินวิ่งผ่านในแพลตฟอร์มนี้ประมาณสัก 600,000 กว่าล้าน >> ครับ >> ผมบริหารธุรกิจทางด้านทางระบบชำระเงินออนไลน์ปีที่แล้วเรามีเงินวิ่งผ่านประมาณ 12,000 ล้านบาท >> อื >> ผมมีแพลตฟอร์มที่วันนี้เรามีแพลตฟอร์มเรียกว่า Gig Economy คือบริหารคนอยากหางานหา Job ต่างๆ เรามีประมาณเกือบๆ ล้านคนในแพลตฟอร์ม >> อ ครับ >> เรามีแพลตฟอร์มเต็มไปหมดเลยอ่ะ แล้วแต่ละแพลตฟอร์มสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยได้จริง เราก็เริ่มเห็นว่าเฮ้อ ได้ผมเห็นปัญหาว่าทำไมวันนี้ประเทศไทยไม่เปลี่ยนตรงนี้วะ เราเห็นปัญหาว่าทำไมเราไม่เอาเทคนิคเข้าไปแก้ไขอ่ะ >> อือๆ >> ผมก็เริ่มพยายามจะอาสาเอาตัวเองเข้าไปแก้ปัญหาตรงนั้น ผมเริ่มเข้าไป 1 ผมสร้างสมาคมขึ้นมา ผมสร้างสมาคมเทคโนโลยีประมาณสัก 7 สมาคม สมาคม E-commerce สมาคม Payment สมาคมขนส่ง สมาคมทำเต็มไปหมดเลย เพราะเรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้เกิดขึ้นจากเราคนเดียว เราต้องรวมคนที่ความคิดคล้ายๆกันรวมด้วยกัน
>> แล้วเราก็เดินเข้าไปคุยกันงานภาครัฐว่า เฮ้ยผมจากสมาคมนี้นะครับ เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง >> เราเสนอรัฐไปรัฐไม่ทำ >> ด้วยเหตุผลว่า >> มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเข้าใจ >> เขาไม่มีงบประมาณบ้าง มันไม่อยู่ในสิ่งที่ เอ่อ แผนของเขาปีนี้ >> อื >> ก็เริ่มแบบทำไมวะ ตอนหลังได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการ >> นะครับในฝั่งของ ส.ว. ในชุด >> ลุงตู่เลยอ่ะ ได้มีโอกาสเข้าไปก็เริ่มเฮ้ย >> เข้าไปได้เข้าไปนั่งเชิญครับ เฮ้ยเราคนธรรมดา เฮ้ยเราก็ไปมีส่วนในการที่จะออกกฎหมายต่างๆ เออเฮ้ยมันเริ่มเจ๋งว่ะ >> อือๆ >> ก็เลยรู้สึก เออว่ะ เราอยากเป็นคนธรรมดาที่เปลี่ยนประเทศได้ >> โอเค >> ก็เลยไปลง ส.ว. อ่า >> ซึ่งเราได้เจอกัน >> เราได้เจอกัน >> ที่เมืองทองแล้วเดินออกมาพร้อมกัน โอเค ตกรอบ >> เข้าใจ >> คือวันที่ตกรอบวันนั้นเนี่ยก็รู้สึกว่า เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นวะ เออไม่อยากเป็นนักการเมือง ไม่อยากเป็น ส.ส. ไม่อยากมีพรรค เพราะรู้สึกว่าอยากเป็นมนุษย์ธรรมดาที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในเมื่อ >> อ >> มนุษย์ธรรมดาประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จากกลไกบางอย่างที่มันบิดเบี้ยวอะไรบางอย่าง >> ครับ >> เราก็ต้องบอกเฮ้ยงั้นเราต้องเข้าสู่โลกของการเค้าเรียกว่าทำงานมากขึ้นตรงนั้นเอง ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานกับในกรรมาธิการของ อ่า เค้าเรียกว่ากรรมาธิการฝั่งเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่ง อ่า พรรคประชาชนเนี่ยเป็นประธานกรรมาธิการ >> ส.ส. >> อ่า ฟังฝั่ง >> ใช่ ฝั่ง ส.ส. เราผลักผมดันเรื่องเรียกว่า เอ่อ ทุนเทา >> อ >> เราเจอปัญหาทุนเทา เราทำงานด้วยกัน โอ้โหกับกรรมาธิการสนุกมากนะครับ เราไปทำ เอ่อ ผลักดันเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีคนต่างชาติตั้งแต่บาทแรกจากเดิมที่ 1,500 บาทเนี่ย ต่ำกว่า 1,500 บาทไม่เสียเลย >> อือๆ >> เราผลักดันจนกลายเป็นกฎหมายจริงๆคนนี้ ครับ >> โห แล้วภูมิผมรู้สึกเฮ้ยเราทำได้ว่ะ เราคนธรรมดาว่ะ >> อือๆ >> แต่ผมยังมีอีกเยอะมากที่จะขับเคลื่อน เพราะเราอยู่ในโลกเศรษฐกิจเราเห็นอะไรใหม่ๆ เราเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ทำไมภาครัฐไม่ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงวะ >> ครับ >> มันแบบมันรอมานาน มันคันไม้คันจะบอกไม่ไหวแล้วว่ะ >> อือ >> เราส่งอะไรไปเค้าก็ไม่ทำ เราทำอะไรก็ไม่ทำ เราจะนั่งรอเข้าไปกรรมาธิการก็มันก็ไม่ไหวก็เลยกระโดดเข้ามาทำเองเลยดีกว่าอ >> เราคุยกันเราคุยกันมาคุณภาวุฒิมีอะไรที่จะทำเยอะมากเลยจะจะทำโอ้โหแวะกระทรวงไหน หน่วยงานไหนไปได้หมดเลยเงี้ย >> เยอือๆ >> แค่ไหนถึงจะเป็นลิมิตที่ว่าเราสามารถถอนกับบาด้าแล้วโอเค ผลงานของฉันฉัน >> อื >> พอแล้วอ >> คือวันนี้เหมือนผมวันนี้ผมมีหลาย เอ่อ 10 ธุรกิจที่ทำอยู่เข้าไปช่วยเราจะถอนตัวเองออกมาได้เมื่อมันมีระบบมันมีระบบมันมีข้อมูลมันมีความโปร่งใส >> อื >> ตรงนั้นน่ะเราถอนตัวเองมาได้ >> ครับ >> จากนั้นน่ะเราจะออกถอยมาไกลๆแล้วมาดูว่า เฮ้ยมันเกิดอะไรขึ้น >> อื >> ตรงนั้นน่ะเราจะสามารถเอาใครก็ได้ไปทำงานได้แล้วไม่ต้องไปเราได้แล้ว >> อือ >> นะครับใครก็ได้ที่วันนี้สามารถมาบริหารธุรกิจเราต่อมาดูงานเราต่อได้ เพราะโครงสร้างทุกอย่างมันเป็นระบบมากขึ้นมันโปร่งใสมากขึ้นเราเห็นเลยว่าจุดไหนมันมีปัญหา มันมีเทคโนโลยีอะไรต่างๆ เข้าไปช่วยอะไรมากขึ้น >> อื >> ตรงนั้นน่ะผมเชื่อว่าเมื่อเราวางโครงสร้างทุกอย่างเสร็จมันมีความโปร่งใสเราจะสามารถถอยหลังออกมาได้ >> อื >> อื >> อยากให้โลกใบนี้จดจำภาวุฒิพงษ์วิทยาพานุ ว่าไง เมื่อวันนึง ไม่อยู่แล้ว >> ไม่ต้องจำหรอกจริงๆมันไม่ผมว่า >> Wikipedia ไปอ่ะ เปิดเอ๊ะลุงคนนี้คือใครนะอะไรเงี้ย เปิดเขาจะอ่านเจอว่าอะไรและสิ่งที่เป็น Legacy ที่เราได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชาติบ้านเมืองนี้คืออะไรหรือโลกใบนี้คืออะไร >> ผมอยากเห็นผลลัพธ์มากก่อนนะผมว่า >> ผลลัพธ์คือวันนี้ก็ทำธุรกิจเยอะนะผมอาจจะเป็นมีน้องๆคนรุ่นใหม่หลายๆคนก็บอกเฮ้ยผมเห็นพี่ป้อมทำธุรกิจเอยากทำธุรกิจแบบอือๆ ๆ >> พอหลายคนเริ่มเห็นผมกระโดดเข้ามาในโลกการเมืองทุกคนก็บอกเฮ้ยพูดจริงๆการที่ผันตัวตัวเองเข้ามาในโลกการเมืองเนี่ยมันกระตุกเพื่อนๆผมหลายคนในวงการเทคโนโลยีเยอะมาก >> กระตุกในแง่ >> กระตุกคือ นักธุรกิจกับโลกการเมืองมันคู่ขนานกันน่ะ >> ครับ >> ไม่มีใครอยากเข้ามาหรอกมันไม่ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจเรายิ่งการเข้ามาในพรรคการเมืองที่เป็นเป้ามันก็มีความเสี่ยงสูงมาก >> อื >> แต่ถามว่าวันเนี้ยเมื่อเรามองผมผมก็มองทุกอย่างเป็นที่ตั้งเฮ้ยวันนี้มันต้องมีใครสักคนออกมาทำอ่ะ >> ครับ >> ฉะนั้นพอเราออกมาข้างนอกทุกคนก็เริ่มบอกเฮ้ยมึงออกหรอสิ่งที่ผมต้องทำให้เห็นต่อคือเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือเปล่าเมื่อเราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงจากเราคนนึงที่ออกมาผมเชื่อว่าในอนาคตมันจะมีคนอย่างผมออกมาอีกเยอะทีเดียวคนที่จะไม่ทนต่อการที่ให้ประเทศเป็นอย่างเงี้ย >> อื >> คนที่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถแต่อยากจะออกมาแก้ปัญหาแต่มันต้องมีสักคนนึงต้องออกมาซึ่งผมก็บอกกูออกมาก่อนแล้วกันวะ >> อื >> มาดู >> ฉะนั้นมันมีอะไรหลายอย่างที่อยู่ข้างหลังเยอะมากเพราะเราต้องทำให้มันได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง >> อื >> เพื่อเราอยากจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเดินตามหลังเรามาแล้วมาสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับเรา >> ทั้งๆที่วันนี้คุณภาวุฒิสามารถเกษียณตัวเองได้สบายๆ Retire จากปันผลและหุ้นส่วนที่มีอยู่ทั้งหมดเนี่ยคือชิลมา >> เอาที่ได้แต่ยังมันอยู่ยังมันอยู่ทุกวันนี้ยังมันอยู่ผมทุกวันนี้จริงๆผม >> ผมให้เวลากับธุรกิจตัวเองระดับนึงแต่ผมลงไปสนับสนุนเด็กรุ่นใหม่เยอะมาก >> ผมถึงไปลงทุนในธุรกิจคนรุ่นใหม่ >> สนับสนุนทำให้ธุรกิจคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาได้ >> อือๆ >> จนวันนี้เราสามารถสร้างธุรกิจคนรุ่นใหม่ได้หลายสิบบริษัทที่เติบโตมาจนสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เป็นแสนล้านในประเทศไทย >> แต่วันนี้ประเทศมันพังมันผุพังจนเกินไปจนที่แบบคิดว่าเราคงอาจจะต้อง >> ใช้ความสามารถเราเข้ามาช่วยประเทศตรงนี้ดีกว่า >> ย้อนกลับไปสมัยที่คุณภาวุฒิทำพวก เอ่อ ตั้งแต่ Web.com ตั้งแต่อะไรตอนนั้นน่ะ ถ้าวันนั้นเนี่ยหน่วยงานภาครัฐมีคนอย่างคุณภาวุฒิที่มีทั้งแนวคิดแนวจ้างการลงมือปฏิบัติสร้างความเปลี่ยนแปลงวางโครงสร้างทั้งหมดนี้ไว้เนี่ยมันจะง่ายกว่านี้เยอะ >> โอ้ประเทศไทยเราคงจะมี Unicorn หลายบริษัทแล้วล่ะ >> ครับ >> นะครับประเทศไทยเราคงจะมีความโปร่งใสมากกว่านี้ >> อื >> ประเทศไทยเราคงจะทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้แล้วเราคงจะไม่ต้องตามหลังประเทศอื่นๆในตอนนี้นะครับผมเชื่อว่าการทำงานที่ดีรัฐโดยเฉพาะเพราะในฝั่งภาคธุรกิจในฝั่งทางด้านเศรษฐกิจรัฐจะต้องเป็นผู้เค้าเรียกว่าเอกชนต้องนำรัฐจะต้องเป็นคนคอยสนับสนุนและตามเอกชน >> อือๆ >> รัฐอย่าไปนำเยอะเพราะรัฐเองก็ไม่ได้เข้าใจกลไกคนในภาครัฐก็ไม่ได้เข้าใจ >> สิ่งที่ต้องทำคือรัฐต้องทำงานร่วมเอกชนอย่างใกล้ชิด >> ครับ >> แล้วเดินไปด้วยกัน >> อื >> นะครับแต่วันนี้มันกลายเป็นว่าบางอย่างรัฐเดินไปไม่รู้ตัวไม่มีใครไม่มีเอกชนคนไหนเดินข้างรัฐเลยซ้ำร้ายไปนั้นบางครั้งคนที่เดินข้างรัฐเป็นทุนเทา >> อื >> เป็นคอร์รัปชัน >> อื >> แล้วก็ไปดูดเงินจากภาครัฐออกมา >> อื >> อันนี้โคตรไม่แฟร์กับประชาชนอย่างพวกเราเลยนะครับ >> อื >> ในถ้าทำทั้งหมดนี้ได้ในโลกอุดมคติเลยเนี่ยใน 4 ปีเนี่ยเราจะสามารถเทียบเท่า หรือแซงประเทศอะไรที่ ณ ตอนนี้เราตามอยู่บ้าง 4 ปีก่อนอาทิตย์เทียบสมัย 4 ปีเสียงเวียดนาม >> ผมว่าเวียดนามเราไปได้อยู่แล้ว >> เวียดนามไปได้อยู่แล้วนะครับ >> 2 สมัย 8 ปี >> ผมว่าจุดที่น่าจะไปต่อคือมาเลเซียเรายังตามมาเลเซียอยู่ >> ผมว่ามาเลเซียเป็น หรือเป็นเป้าที่เราไปได้ไม่ยาก >> อื >> นะครับแต่ถามว่าถ้าเกิด Challenge กันจริงๆ คือสิงคโปร์ >> เป็นประเทศที่เราดูแล้วมีประสิทธิภาพมาจริงๆ >> 8 ปีเอาอยู่มั้ยสิงคโปร์ >> เราคงปรับโครงสร้างได้ >> 12 ปี 12 >> ผมว่าหายใจรดต้นคอแล้วงั้นนะคิดว่าเป็นไปได้นะ 12 >> แต่ทั้งหมดเนี่ย >> มันเกิดจากผู้นำที่ดีนะสิงคโปร์มาถึงจุดนี้ได้จากประเทศหลาย 10 ปี 50 ปีก่อนไม่มีเลยวันนี้มาเป็นอย่างนี้ได้เพราะ >> ผู้นำประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะผู้นำ ฉะนั้นวันนี้เราต้องการผู้นำที่มีความโปร่งใสผู้นำที่ไม่ต้องยึดติดกับทุนอะไรต่างๆ หรือแม้แต่ทุนเทาหรือว่าทุนผูกขาดต่างๆ เราต้องการการเดินหน้าและทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็ม เราต้องการคนเก่ง >> เราไม่ต้องการคนเก่งคนเดียวแต่ต้องการผู้นำที่ดีที่ทำงานเป็นทีมทำไปพร้อมๆกันไม่ใช่ว่าผมเก่งคนเดียวครับ >> วันนี้ผมเข้ามาที่พรรคผมต้องทำงานร่วมกับทีมเพราะทำงานเราเป็นทีมเราอยากจะบริหารเราอยากจะเป็นเค้าเรียกว่าทีมบริหารรัฐบาลประชาชนที่ดีที่สุด >> อื >> ไม่มีคนเก่งคนนึงแต่เราจะเป็นทีมที่ดีที่สุดของประเทศไทย ณ วันนี้ >> ครับขอให้โชคดีพี่ >> ครับผม >> ขอบคุณ