Transcription
สวัสดีครับ ผมอาจารย์ตริน โพธิรักษ์ นะครับ นักอาชญาวิทยาครับ วันนี้นะครับ หัวข้อใน EP นี้ก็มีหลายๆ คนถามเข้ามาแล้วก็อยากให้ขยายความว่า Narcissism หรือบุคลิกภาพหลงตัวเอง โลกโรคหลงตัวเองมันเป็นยังไงคืออะไรบ้างนะครับ วันนี้ก็จะมาอธิบายความแตกต่างของระดับความรุนแรงที่มันมี layer หรือมีชั้นที่มันต่างกันนะครับ
ก่อนอื่นเลยนะครับ เราต้องเข้าใจก่อนว่า narcissistic, narcissistic traits หรือ narcissistic personality disorder เนี่ย 3 อย่างเนี้ยมันไม่เหมือนกันนะครับ มันเป็นระดับความรุนแรงหรือความเป็นเรื้อรังต่างกัน ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจใน 3 อันเนี้ย เราต้องเข้าใจการวินิจฉัยโรคก่อนครับ ซึ่งอ้างอี้ 2 อย่างที่จะให้ทุกคนทำความรู้จักนะครับ อันแรกเราเรียกว่า DSM-5 นะครับ ย่อมาจาก Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders Fifth Edition นะครับ แปลเป็นไทยก็คือ คู่มือวินิจฉัยและสถิติความผิดปกติทางจิต ฉบับที่ 5 มันมีหลายเวอร์ชั่นแล้ว ถ้ามีเวอร์ชั่นใหม่ๆ ออกมาเขาก็จะอัปเดตหรือแก้ไขข้อความบางอย่าง หรือยกเลิกโรคบางโรค หรือเปลี่ยนชื่อโรคให้มันทันสมัยขึ้นนะครับ ซึ่งไอ้ DSM-5 เนี่ย มันเป็นคู่มือมาตรฐานสำหรับวินิจฉัยโรคทางจิตเวชนะครับ จัดทำโดย APA หรือสมาคมจิตแพทย์อเมริกันนะครับ American Psychiatric Association ใช้กันแพร่หลายไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นนะครับ ใช้ในงานวิชาการสากลด้วย ส่วนอีกคำหนึ่งนะครับ ก็คือ ICD-11 นะครับ ICD แล้วก็เลข 11 ย่อมาจาก International Classification of Diseases 11th Revision นะครับ แปลว่า การจำแนกโรคระหว่างประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 11 นะครับ ซึ่งใช้ทำอะไร เป็นระบบจำแนกโรคทุกระบบของร่างกาย โรคตับ โรคไต โรคอะไรทุกอย่างหมดเลย รวมถึงโรคทางจิตเวชด้วย จัดทำโดย WHO หรือองค์การอนามัยโลกนะครับ หรือเรารู้จักในชื่อของ World Health Organization นะครับ ใช้เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ทีเนี้ย พอพูดถึงเรื่องโรคหลงตัวเองที่มี 3 ระดับ ผมก็จะมาพูดว่าระดับที่เบาที่สุดมีอะไรบ้างนะครับ จนไล่มาเป็นระดับที่เป็นโรค ก่อนอื่นเลยเนี่ย คำว่า Narcissism เนี่ย มันมาจาก เอ่อ เทพของกรีกโรมันนะครับ ชื่อ Narcissus ซึ่ง Narcissus ก็เป็นเทพที่มีความสง่างามมาก เป็นเทพผู้ชายที่หล่อมาก แล้วก็ไปเป็นชู้กับ เอ่อ มเหสีของเทพองค์อื่น ทำให้ถูกสาปนะครับ กลายเป็นดอกไม้ชื่อ Narcissus นะครับ ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่มักจะขึ้นอยู่ริมตะลิ่งนะครับ ซึ่งการที่หล่อมาก หลงรูปของตัวเอง หลงตัวเองว่าตัวเองหน้าตาดีมาก หล่อมาก ก็เป็น พอโดนสาปเป็นดอกไม้ ดอกไม้นี้ก็เลยจะโค้งครับ โค้งหันหน้าเข้าไปยังแม่น้ำ ให้แม่น้ำเนี่ยสะท้อนภาพของตัวดอกไม้เอง มันก็เหมือนนกหงส์หยกที่คอยส่องกระจกอยู่ตลอดเวลา หรือดอกไม้ตัวเนี้ย ดอก Narcissus เนี่ยครับ มันโค้งไปริมตะลิ่ง มันจะได้สะท้อนภาพตัวเอง ก็คือชอบมองหน้าตาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก็เลยเป็นที่มาของโรค Narcissism นะครับ มาจากชื่อเทพ Narcissus นั่นเอง
ซึ่ง Narcissism เนี่ย หรือว่าโรคหลงตัวเองเนี่ย มันมี 3 ลักษณะนะครับ ซึ่งลักษณะแรกเราเรียกว่า Narcissistic traits นะครับ คือมีบุคลิกภาพบางอย่างเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับการเห็นคุณค่าของตัวเองอ่ะสูง ยกตัวเองสูง ต้องการการยอมรับ แล้วก็แคร์มาก ใส่ใจมากเรื่องภาพลักษณ์ ฉันจะต้องดูดี ฉันจะต้องเก่ง คนอื่นจะต้องด้อยกว่าฉัน ซึ่งพบได้ในคนปกติ นะครับ แล้วก็อาการหรือว่าลักษณะแบบนี้ มันก็จะมีเป็นบางสถานการณ์ บางช่วงของชีวิต ไม่ได้เป็นตลอดเวลานะครับ และยังสามารถควบคุมพฤติกรรมได้ ยังมีความรับผิดชอบ ยังรู้สึกผิดได้นะครับ ซึ่ง Narcissistic traits เนี่ย trait แปลว่า ลักษณะนะครับ หรือนิสัยนั่นเอง ตัวอย่างก็เช่น ชอบคำชม ภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง ไม่ชอบถูกวิจารณ์ ชอบได้รับคำชมอย่างเดียว แต่ก็สามารถฟังได้นะ แต่ไม่ชอบนะครับ อยากเป็นผู้นำ อยากเป็นที่ยอมรับ ถ้าเป็นในระดับนี้ ซึ่งเราเรียกว่าในระดับ trait นะครับ Narcissistic trait เนี่ย ไม่ถือว่าไม่ผิดปกติ และไม่ถือว่าเป็นโรค นะครับ เพราะว่าพบได้ในคนทั่วไป
ส่วน Narcissism ใน Dark Triad ต่างกันยังไง เดี๋ยวผมอธิบายก่อน ใจเย็นๆ นะ คือ Dark Triad เนี่ย มี 3 ลักษณะนะครับ ซึ่ง Narcissism เป็นหนึ่งในนั้น Dark Triad มี 3 ลักษณะ เราเรียกว่าบุคลิกด้านมืดของมนุษย์ละกัน มี Narcissism นะครับ มี Machiavellianism ก็คือหลอกใช้คนอื่น มี Psychopathy นะครับ ก็คือ เอ่อ ขาดความเห็นอกเห็นใจในเชิงศีลธรรม เอาเจาะเข้าไปของ Narcissism ก่อนเนาะ ซึ่งใน Dark Triad คือบุคลิกภาพด้านมืดเนี่ย 1 ข้อ มันคือ Narcissism นะครับ ก็คือเห็นตัวเอง จัดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลเลย อืม ต้องชนะ ไม่ใช่แค่ดูดีเท่านั้นนะ แล้วก็พยายามลดทอนคุณค่าของคนอื่น เพื่อ เพื่อควบคุมภาพลักษณ์ หรือเพื่อยกระดับตัวเองนะครับ เวลาเสียหน้าเนี่ย หรือเวลาทำให้ถูกอาย อับอายขายขี้หน้า ก็จะโกรธแรงมาก เอ่อ ถ้าโกรธแรงมากเวลาเสียหน้า เราเรียกว่า narcissistic rage นะครับ Rage ก็คือความโกรธ ซึ่งอันนี้ก็ยังถือว่าไม่ใช่โรค นะครับ แต่เป็นบุคลิกภาพเสี่ยงที่จะสร้างความเดือดร้อนในวงกว้างมากขึ้น
ส่วนอันที่ 3 คือ Narcissistic Personality Disorder ตัวย่อคือ NPD NPD นะครับ นิยามคือความผิดปกติทางด้านบุคลิกภาพตามเกณฑ์จิตเวช ต้องวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น นั่นก็คือจิตแพทย์นะครับ หรือนักจิตวิทยา ซึ่งอันเนี้ยคือโรค และเพราะเป็นมาอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปแบบถาวรนะครับ แล้วก็ส่งผลกระทบต่องาน ความสัมพันธ์ และชีวิตอย่างชัดเจน แล้วก็ไม่สามารถสะท้อนตัวเองได้จริงจัง ก็คือไม่รู้ตัว คนกลุ่มนี้ก็จะไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองเป็นนะครับ จุดที่ใช้ตัดสินว่าเป็นโรคเนี่ย มันไม่ใช่แค่นิสัยนะ แต่มันคือการทำงานของบุคลิกภาพที่ผิดปกติทั้งระบบนะครับ ดังนั้นเราจะรู้ว่าใครเป็นระดับไหน 2 อันแรกจะเป็นลักษณะที่สามารถดูได้ว่าเข้าเกณฑ์ไหม แต่ถ้าจะให้ชัดเจนว่าเป็นโรคหรือเปล่า ต้องให้แพทย์วินิจฉัยเท่านั้นนะครับ ส่วนใหญ่แล้วเนี่ย คนที่เป็นโรคหลงตัวเองเนี่ย เค้าไม่ค่อยยอมรับหรอกครับว่าตัวเองเป็น ดังนั้นน้อยเคสมาก น้อยกรณีมากที่จะเดินเข้าไปหาจิตแพทย์ และถามว่า "ฉันเป็นโรคหลงตัวเอง" เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมรับ ดังนั้นเราก็สามารถจะดูลักษณะความผิดปกติว่าเข้าข่ายไหม ได้จากพฤติกรรมนะครับ
มาดูกันหน่อยว่ามีอะไรที่เราจะต้องรู้บ้างนะครับ Dark Triad เนี่ย ผมค่อยไปขยายความ เราเอาแค่ Narcissistic อ่า Narciss ก่อนแล้วกัน แก่นหลักเลยนะครับ ของ Narcissism เนี่ย คือคุณค่าของฉันต้องสูง ฉันต้องถูกมองว่าสำคัญตลอดเวลา ชีวิตเค้าเนี่ย ขับเคลื่อนด้วยความต้องการการยอมรับ เสียงชื่นชมนะครับ แล้วก็ความรู้สึกว่า "ชั้นคู่ควร" ภาษาทางพฤติกรรมเราเรียกว่า entitlement นะครับ "ฉันเหมาะสมที่จะอยู่ตรงนี้ อยู่ที่ตำแหน่งนี้" ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์มากกว่าความจริง ประเมินตัวเองสูงเป็นพิเศษ และคาดหวังให้คนอื่นยอมรับและเชิดชูนะครับ มองความสัมพันธ์เป็นแค่เวทีนะ ก็คือคนกลุ่มเนี้ยมักไม่ค่อยมีความสัมพันธ์จริงจังกับใครเท่าไหร่ ไม่ว่าจะรูปแบบเพื่อน คนรัก หรือว่าการทำธุรกิจร่วมกัน ก็จะมักจะใช้คนอื่นที่ทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ใครทำให้เค้ามีค่าเนี่ย ก็คือเขาจะ ใครทำให้เค้าดูดีอ่ะ เขาจะมองว่ามีค่า แต่ถ้าใครทำให้เค้าเสียหน้า เค้าจะมองว่าเป็นศัตรู แล้วเค้าก็จะเกลียดเราไปเลยนะครับ
พฤติกรรมเด่นๆ ที่สังเกตเห็นได้มีอะไรบ้าง ชอบพูดความสำเร็จของตัวเอง ความเก่งของตัวเอง พูดอยู่นั่นน่ะ อวยยกตัวเองขึ้น สมมุติคนอื่นเขาพูดเรื่อง เอ่อ อะไรก็แล้วแต่มักจะวนมาพูดเรื่องตัวเองว่า "ฉันก็เคยทำแบบนี้นะ ฉันทำได้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ" แต่อาจจะไม่พูดตรงๆ แล้วก็ชอบเทคเครดิต ทำให้เรื่องของคนอื่นกลายเป็นเรื่องของตัวเอง อ่า แพ้คำวิจารณ์ด้วย อ้า อาจจะโต้กลับแรง หรือว่าถ้าถูกตีความว่า เอ่อ โดนดูถูก เค้าก็จะตัดขาดไม่คบ หรือว่าเงียบไม่คุยด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้คนอื่นเป็นเครื่อง เอ่อ สะท้อนภาพของตัวเอง คนไหนที่ชมเค้า ยอมเค้า ตามใจเค้า ทำตามเค้าที่เค้าสั่งทุกอย่าง เขาก็ชอบมากเป็นพิเศษ แล้วก็มีความรู้สึกอิจฉาคนอื่น หรือว่าคิดอยู่ตลอดเวลาว่าคนอื่นอิจฉาตัวเอง ทั้งๆ ที่อาจจะไม่มีก็ได้นะครับ
ซึ่ง 2 รูปแบบที่เจอบ่อยเนี่ย ก็จะมี Grandiose Narcissism หรือว่าการหลงตัวเองแบบ เอ่อ มากมายแบบท่วมท้น โอ้อ่า มั่นใจจัดนะฮะ เวลาพูดต้องเสียงดัง ต้องเป็นคนเด่น ต้องเป็นผู้นำ ชอบเป็นหัวหน้า ชอบแสดงอำนาจ สั่งคนนู้นคนนี้ต่อหน้าคนอื่นนะครับ อันนี้ก็จะเป็นแบบ Grandiose Narcissism ก็คือหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่อ่ะ แบบที่ 2 เราเรียกว่า Vulnerable Narcissism นะครับ หรือหลงตัวเองแบบเปราะบาง คนกลุ่มนี้ภายนอกก็ดูเหมือนจะอ่อนไหวนะ เหมือนจะขี้น้อยใจ แต่ลึกๆ แล้วก็ยังรู้สึกอยากมีคุณค่า พยายามงอน หรือว่าน้อยใจเพื่อให้คนอื่นพูดว่า "ไม่ เธอสำคัญ เธอดี เธอเก่ง ฉันขาดเธอไปไม่ได้หรอก ทีมขาดเธอไปไม่ได้หรอก" แพ้การปฏิเสธมาก กลุ่มนี้ก็จะรู้สึกว่าถ้าฉันไม่ถูกเห็นคุณค่า ก็จะโกรธ ประชด ตัดพ้อ รำพึงรำพันนะครับ
ซึ่งคนกลุ่มนี้นะครับ คือ Empathy เนี่ย หรือการเห็นอกเห็นใจอ่ะ มีนะ แต่เลือกใช้กับบางเคสเท่านั้น จะสนใจความรู้สึกคนอื่น ต่อเมื่อมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเอง หรือว่าภาพลักษณ์ของตัวเองนะครับ ความเสี่ยงต่อคนรอบข้างก็ส่วนใหญ่คนที่คอมเมนต์มาอยากให้ผมพูดเรื่องนี้ ก็เค้าได้รับผลกระทบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันน่ะ ทำได้ยาก เพราะว่าเราต้องรักษาหน้าเค้าเสมอ พูดตรงๆ ก็ไม่ได้ คอมเมนต์ตรงๆ ก็ไม่ได้ ชอบสร้างบรรยากาศการแข่งขัน แบ่งพรรคแบ่งพวกนะครับ เมื่อถูกท้าทายอำนาจ ก็อาจจะเกิดความโกรธรุนแรง แงจากการทำให้เขาเสียหน้า ถ้าให้ยกตัวอย่าง เอ่อ ในที่ทำงานก็จะเป็นหัวหน้าจริงๆ จัดประชุมเพื่อโชว์พาวเฉยๆ โชว์ power หรือว่าจริงๆ ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นนะ เพราะว่าจริงๆ มีธงในใจอยู่แล้ว เวลาจัดประชุมก็เพื่อแคร์เอ่อ ไม่รับฟังประเด็นที่ทำให้ตัวเองดูไม่ดี ก็คือไม่รับคำวิจารณ์นะครับ ถ้าลูกทีมทำงานสำเร็จ หรือลูกทีมคุณเก่งเนี่ย คุณก็จะรับเครดิตครับเต็มๆ "ฉันเป็นหัวหน้า ฉันเป็นคนสั่งมันถึงสำเร็จแบบนี้" แต่ถ้าลูกทีมทำผิดพลาด เค้าก็จะด่าลูกทีมครับว่า "จริงๆ อ่ะ ผมวางแผนไว้ดีมากเลยนะ แต่พอพวกคุณไม่เข้าใจอ่ะ" คือรับชอบแต่ไม่รับผิดนั่นเอง รับผิดโยนให้คนอื่น แต่ถ้าอะไรความดีความชอบอ่ะ เป็นเพราะฉันนะครับ
วิธีการรับมือในเชิงปฏิบัติทำยังไงจริงๆ การคุยด้วยข้อมูลและผลลัพธ์เนี่ยเนี่ย มันเป็นวิธีการที่ดี แต่ก็ปฏิบัติได้ยากนะ ครับ มากกว่าการไปท้าทายอีโก้ของเค้า คือการคุยด้วยข้อมูลและผลลัพธ์เนี่ย มันก็ต้องมีวิธีการสื่อสารที่ไม่รู้สึกว่าไปเหยียดหยาม หรือว่าดูถูกฉีกหน้าเค้าด้วยนะ ซึ่งบางคนก็อาจจะทำไม่ได้ เพราะมันต้องคิดก่อนที่จะเรียบเรียงคำพูดออกไปนิดนึงนะ ครับ และเราต้องตั้งขอบเขตให้ชัดด้วยว่าเรื่องไหนรับได้ เรื่องไหนรับไม่ได้ และการตอกย้ำจะต้องมีเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ ไม่งั้น Narcissist เนี่ย เขาจะบอกว่า "คุณพูดตอนไหน ผมไม่เคยรับรู้เลยว่าคุณตกลงกันเรื่องนี้" ฉะนั้นจะทำอะไรกับ Narcissist จะต้องมีหลักฐานนะครับ คุณรับคำสั่งมา เค้าสั่งงานคุณ อาจจะจำไม่ได้ มาด่าคุณทีหลังว่า "ผมไม่ได้สั่งให้คุณทำอย่างนี้ซะหน่อย" ลืมคำพูดตัวเอง ฉะนั้นคุณต้องพิมพ์ข้อความผ่านอีเมล หรือว่าผ่าน Line ก็ได้ เพื่อคอนเฟิร์มว่า "ที่เราคุยกันตรงทางเดินเมื่อกี้ หัวหน้าหรือคุณบอกให้ผมทำแบบนี้ใช่ไหมครับ" เราจะได้มีแคปไว้เป็นหลักฐานป้องกันตัวเองนะครับ และควรหลีกเลี่ยงการวิจารณ์ต่อหน้าคนเยอะๆ เพราะว่าจะทำให้เขาเสียหน้า แล้วก็อารมณ์โกรธปะทุระเบิดขึ้นมา จริงๆ ถ้าจำเป็นจะต้องชี้ข้อผิดพลาด ให้ใช้ข้อเท็จจริง แล้วก็พูดเรื่องผลกระทบ แล้วก็ให้ทางเลือกเค้าในการแก้ไขปัญหา อันนี้ก็เป็น Narcissism ระดับที่เบาที่สุดนะครับ
ต่อมา เช็คลิสต์ เอ่อ อันอันนี้น่าสนใจมากเลย เดี๋ยวผมอ่านตารางให้ดูก่อน ระดับความสัมพันธ์ระหว่าง Dark Triad, Narcissistic Traits, อ่าโอเค สรุปก่อนเนาะ 3 อย่างที่เราจะคุยที่เราพูดไปแล้วว่าหัวข้อวันนี้มีอะไรบ้าง Dark Triad นะครับ Narcissism, Narcissistic Traits, Narcissistic Personality Disorder 2 อันแรก Dark Triad ที่เป็น Narcissism กับ Narcissistic Traits, Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD นะครับ Narcissistic Traits ลักษณะ นิสัยพบได้ในคนทั่วไป ส่วน Dark Triad ที่มี Narcissism อยู่ในนั้น คือลักษณะนิสัยด้านที่มืดกว่า และมักจะเชื่อมโยงกับการเอาเปรียบคนอื่น ส่วนอันสุดท้าย NPD หรือ Narcissistic Personality Disorder คือโรคทางจิตเวช ต้องวินิจฉัยตามเกณฑ์การแพทย์นะครับ อืม ทีนี้พอเรามาเปรียบเทียบกันแล้วกัน ถ้าเป็นโรคหลงตัวเองเนี่ย เป็นความผิดปกติทางด้านบุคลิกภาพตามเกณฑ์จิตเวช ต้องวินิจฉัยโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะครับ ซึ่งลักษณะคือมันเป็นรูปแบบถาวร และขาด Empathy ขาดการเห็นอกเห็นใจอย่างต่อเนื่อง อันเนี้ย อันนี้คือแบบถาวร อันเนี้ยถึงเรียกว่าเป็นโรค ไม่ใช่นิสัย มันผิดปกติทั้งระบบนะครับ
ส่วนการรับมือจะทำยังไง การรับมือกับคนที่มีแนวโน้มเป็น Narcissistic นะครับ เป้าหมายของการรับมือเนี่ย ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนแปลง ผมพูดตลอดเลยนะว่าบุคลิกภาพด้านมืดเนี่ย ไม่ว่าจะเป็น Narcissism, Machiavellianism หลอกใช้คนอื่น, Psychopathy ไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ใช่ วิธีการรับมือเนี่ย คือการเปลี่ยนเค้า แต่เป็นการป้องกันตัวเรา ปกป้องตัวเราไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อนะครับ ซึ่งข้อหลักเนี่ย ให้จำให้ขึ้นใจเลยนะว่ามีอะไรบ้าง ข้อที่ 1 อย่าเล่นเกมอีโก้ พยายามเอาอีโก้ที่มากกว่าไปกดทับมัน มีแต่ทำให้ปัญหาระเบิดปะทุมากขึ้นนะครับ ข้อที่ 2 เราต้องตั้งขอบเขตให้ชัด และคนคงเส้นคงวา ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไรมากเกินไปที่เราจะรับไหว เราก็ต้อง เอ่อ สร้างกรอบขึ้นมาเลยว่าอย่ามาล้ำเส้นนะ ข้อที่ 3 ครับ ใช้ข้อเท็จจริงในการนำเสนอ ในการพูดคุย ในการโต้แย้ง อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาดนะ ครับ คนใช้อารมณ์มักจะขาดทุนเสมอ ในการพิพาท ในการโต้แย้ง คนที่มีวุฒิภาวะมากกว่า จะเป็นผู้ชนะในสนามอารมณ์นะครับ จำไว้ว่าสนามอารมณ์ แค่ขาข้างเดียว ก้าวเข้าไป เราก็แพ้แล้วนะครับ ข้อที่ 4 ครับ อย่าคาดหวัง Empathy หรือการเห็นอกเห็นใจ ซึ่ง Narcissism ไม่มี อย่าคาดหวังว่าเราจะพูดโน้มน้าวให้เขารู้สึกเห็นใจ เขาไม่มีนะครับ ข้อสุดท้ายครับ ข้อที่ 5 ประเมินความเสี่ยง และเลือกความใกล้ไกลความห่างให้เหมาะสม ถ้าเรื่องนี้เสี่ยงมาก รักษาระยะห่างหน่อยนะครับ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการเถียงเพื่อเอาชนะ อย่าทำเด็ดขาด ยิ่งกระตุ้นพฤติกรรมการหลงตัวเองหนักกว่าเดิมอีก ทำให้เรื่องมันบานปลายนะครับ 2 อย่าทำให้เค้าเสียหน้าต่อหน้าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เป็นเพื่อน หรือเป็นคนรัก ถ้ายังอยากจะมีความสัมพันธ์นั้น ก็คืออย่าฉีกหน้าเค้าต่อหน้าคนอื่น ข้อต่อมาครับ อย่าหวังว่าเขาจะเข้าใจความรู้สึกเรา เพราะ Narcissism ไม่เข้าใจครับ ข้อที่ 4 ครับ สิ่งที่ไม่ควรทำนะครับ อย่าอธิบายซ้ำๆ เพื่อขอให้เขายอมรับในสิ่งที่เรารู้สึก เพราะเค้าไม่รู้สึก เค้าไม่เห็นใจนะครับ ข้อสุดท้าย อย่าเปิดเผยจุดอ่อน หรือข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เพราะถ้าคุณให้เขา รู้เรื่อง เอ่อ อารมณ์ที่อ่อนไหวของคุณมากเนี่ย จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการมาบีบบังคับ หรือกดดันคุณแทน เขาจะเห็นสิ่งนั้นเป็นช่องโหว่ และก็จุดอ่อนแอ และมาโจมตีเรานะครับ
วิธีการสื่อสารทำยังไงล่ะ ถ้าไม่ให้ปะทะอีโก้เนาะ เราก็จะใช้หลักรูปแบบประมาณนี้ นะครับ ประโยคที่ควรใช้ "มัดมือชกไปเลย ตามข้อตกลง เราจะทำแบบนี้นะครับ" "ในประเด็นงาน ผมขอสรุปตามข้อมูลนี้นะครับ" เอาเรื่องงานเข้ามาอ้างเนาะ "เรื่องนี้ผมไม่สะดวกนะครับ ขอยึดตามกฎกติกาเดิม" หรือว่า "เราคุยกันเฉพาะเรื่องงานนะครับ" ก็คือตั้งขอบเขตชัดเจนไปเลยนะครับ หลีกเลี่ยงประโยคพวกนี้นะครับ "คุณผิดตลอด" "คุณเห็นแก่ตัว" "คุณไม่เคยฟังใครเลย" อันนี้จะไปเหนี่ยวไกล หรือกระตุ้นทริกเกอร์อีโก้โดยตรงเลย ซึ่งจะทำให้เรื่องระเบิดบานปลาย การตั้งขอบเขตที่ได้ผลต้องชัด สม่ำเสมอ และไม่ต้องให้น้ำมาก ชัด สม่ำเสมอ และไม่ต้องอธิบายเยอะแยะนะครับ ตัวอย่างนะครับ "หลัง 18:00 น. ผมจะไม่คุยเรื่องงานนะครับ" หรือว่า "เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทีม A ไม่ใช่หน้าที่ผมนะครับ" การสื่อสารพูดไปเลยว่า "ขอคุยเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ จะได้มีหลักฐาน" สำคัญมากนะครับ ถ้าเราตั้งขอบเขตแล้ว เราห้ามถอยนะครับ เพราะว่า Narcissist มักจะทดสอบขอบเขตเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าเป็นการรับมือในบริบทต่างๆ เช่นในที่ทำงาน กรุณาใช้เอกสารสารที่เป็นอีเมล หรือเป็น Line อะไรที่เป็นตัวอักษร จะได้เป็นเกราะป้องกันเรานะครับ การสื่อสารเป็นทางการ จะลดพื้นที่ในการตีความ จะได้ไม่ใช้อารมณ์นะ ครับ สื่อสารอะไรที่เป็นทางการ เป็น formal เข้าไว้ ถ้าคุณอยากให้ feedback หรือ comment ให้ feedback ที่เป็นข้อมูล ผลลัพธ์ และก็กระบวนการแก้ไข หรือว่าอยากให้เค้าทำยังไงก็นำเสนอไปเลยตรงนั้น อย่ารับบทแบกอารมณ์นะ ครับ อย่ารับบทแบกอารมณ์ อันนี้คือในที่ทำงาน ส่วนในความสัมพันธ์ส่วนตัว ให้สังเกตแพทเทิร์นครับ ลักษณะนิสัยเหล่านี้ เค้าอาจจะมีความเป็นมิตรสูง มีเสน่ห์ แล้วก็พูดเก่ง ทำให้สนุกสนาน ช่วงแรกๆ ก็อย่าตกเป็นเหยื่อของ Love Bombing นะครับ สำหรับความสัมพันธ์ส่วนตัว อย่าดูคำหวานๆ ในช่วงแรก เพราะว่าลักษณะ Narcissism มันจะเป็นแพทเทิร์นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แยกคำขอโทษออกจากการเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าขอโทษซ้ำๆๆ และยังเกิดขึ้นอีก แสดงว่าเค้าไม่ได้อยากขอโทษจริงๆ นะครับ พฤติกรรมยังคงเหมือนเดิม ถ้าเรารู้สึกว่าเราเริ่มตัวเล็กลงเรื่อยๆ รู้สึกว่าทำอะไรก็ผิด หรือว่าเลือกอะไรก็มักจะถูกอีกฝ่ายนึงกดทับ ด้วย เอ่อ ข้ออ้างอ้างว่า "ของฉันดีกว่า ของฉันสำคัญกว่า" ในความสัมพันธ์ ถ้ารู้สึกแบบนั้นว่าตัวเองสำคัญลงน้อยลงเรื่อยๆ ตัวเล็กลงเรื่อยๆ นั่นคือสัญญาณอันตรายนะครับ
ส่วนถ้าเป็นคนในครอบครัวจะทำยังไง ให้ยอมรับความจริงก่อนว่าเค้าอ่ะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือถ้าเปลี่ยนได้ก็ยากมากๆ อย่าคาดหวังนะครับ แล้วก็ให้ลดการอธิบายตัวเองว่าเรารู้สึกยังไง ไม่ต้องทำครับ ไม่มีประโยชน์ แล้วก็กรุณารักษาระยะห่างทางอารมณ์ด้วย เราเรียกว่า emotional distance ถ้าเรารู้สึกว่าจะปะทะ จะตีกัน และให้เดินออกมานะครับ รักษาระยะห่างก่อน แล้วก็อารมณ์เย็นลง แล้วค่อยเข้าไปคุยด้วยเหตุผล ให้ดูแลลักษณะ เอ่อ ให้ดูแลสุขภาพจิตของตัวเองเป็นหลักนะครับ ซึ่งทฤษฎีผมพูดหลายๆ ครั้งเลย คือทฤษฎีที่มักจะใช้ได้ผลนะ ครับ สำคัญมากๆ เลยคือทฤษฎีเราเรียกว่า Grey Rock Technique หรือ Grey Rock Theory เกยคือสีเทา Rock คือหิน ทำตัวเป็นหินสีเทา เราก็คือทำตัวน่าเบื่อ ทำตัวไร้อารมณ์ แล้วก็สุขุมนะครับ เวลาตอบคำถาม ตอบสั้นๆ ไม่ต้องขยาย ไม่แสดงอารมณ์ ทำอารมณ์เรียบๆ นะครับ แล้วก็ไม่เปิดพื้นที่ให้ดราม่า เพราะว่า Narcissist เนี่ย เขาชอบเรื่องดราม่า ขยี้เรื่องอารมณ์ แล้วก็ชอบแสดงอำนาจที่เหนือกว่า กดให้คนอื่นรู้สึกแย่ ฉะนั้นถ้าเราไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่แสดงออกเลย เขาก็จะหันไปหาเหยื่อคนอื่นครับ
และเมื่อไหร่ล่ะ ที่รู้สึกว่าเราควรถอยออกจริงๆ มีหลายข้อ คุณต้องดูนะว่ามีหลายข้อร่วมกันหรือเปล่า ข้อแรก คุณต้องคอยระวังคำพูดอยู่ตลอดเวลา ข้อที่ 2 คุณเริ่มโทษตัวเองว่า "ออ ฉันผิด ฉันทำให้ทีมแย่ หรือฉันทำให้แม่ ทำให้พ่อต้องมาว่าฉัน ฉันไม่ดี" อันนั้นเริ่มโทษตัวเอง ข้อ 3 ครับ เค้าไม่เคยรับผิดจริงๆ แต่ว่าขอโทษนะ อาจจะขอโทษบ่อยๆ ข้อที่ 4 สุขภาพจิตคุณแย่ลงอย่างชัดเจนนะ ครับ อันนี้ก็คือ 4 ข้อที่คุณส่งสัญญาณมา แล้วคุณควรถอยออก ส่วนเช็คลิสต์ เอ่อ เช็คลิสต์เนี่ย มันมีหลายข้อมากเลย เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟังนะ เช็คลิสต์เนี่ยจะมี 6 ข้อ ซึ่งใน 6 ข้อก็จะมีข้อย่อยๆ ด้วยนะครับ ข้อแรกครับ ด้านความคิด ทัศนคติ นะ เช็คลิสต์ลองติ๊กดู ข้อ 1 มี 5 ข้อ ด้านความคิด ข้อที่ 1 คือมองว่าตัวเองสำคัญกว่าเหนือกว่าผู้อื่นเป็นไหม เชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดง่ายๆ มองคนอื่นเป็นเครื่องมือมากกว่าเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ข้อที่ 5 เชื่อว่าคนอื่นควรเข้าใจตัวเอง แต่ตัวเองไม่ต้องเข้าใจคนอื่น อันนี้ 5 ข้อนะครับ ข้อที่ 2 ด้านการสื่อสารมี 5 ข้อเหมือนกัน ชอบพูด ชอบพูดถึงตัวเอง วนกลับมาที่เรื่องตัวเองตลอด ขัดจังหวะหรือไม่ฟังจริงๆ อยากจะพูด พูดพาร์ทตัวเอง 3 รับคำชมได้ดีมาก แต่รับคำวิจารณ์ไม่ได้ ข้อที่ 4 บิดประเด็นเมื่อถูกทักท้วง เปลี่ยนเรื่องไปเรื่อยๆ 5 ใช้คำพูดทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยกว่าอย่างแนบเนียนนะครับ อันนี้ก็คือด้านการสื่อสาร 5 ข้อ ส่วนด้านอารมณ์มี 4 ข้อ ครับ ข้อที่ 1 โกรธแรงเมื่อถูกขัดใจ หรือทำให้เสียหน้า 2 อ่อนไหวต่อคำวิจารณ์มากผิดปกติ 3 แสดงความเห็นใจผู้อื่น เห็นใจเฉพาะตอนที่ เอ่อ จะทำให้ภาพลักษณ์ตัวเองดี เช่น ทำเป็นสงสารต่อหน้ากล้อง ทำเป็นสงสารต่อหน้าคนอื่น ข้อ 4 ครับ เมื่อคนอื่นเจ็บปวด สนใจผลกระทบของตัวเองก่อนมากกว่า ข้อ 4 ด้านความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ไม่สมดุล อีกฝ่ายปรับตัวคนเดียว ต้องการการยอมรับ ชื่นชมตลอดเวลา ใช้คนใกล้ตัวเป็นกระจกสะท้อนคุณค่าของตัวเอง ลดค่าคนอื่นเพื่อยกระดับตัวเอง 5 เมื่อหมดประโยชน์ทอดทิ้ง เปลี่ยนเป้าหมาย เมินเฉย อันนี้ด้านความสัมพันธ์ ด้านความรับผิดชอบมี 4 ข้อ รับความดีไว้กับตัวเอง โยนความผิดให้ผู้อื่น ขอโทษแบบไม่จริงใจ หรือขอโทษให้เรื่องจบ พฤติกรรมเดิมเกิดขึ้นซ้ำ แม้เคยขอโทษแล้วนะครับ 4 ข้อมีไหม มีก็ติ๊ก ข้อที่ 5 สัญญา เอ่อ ข้อที่ 6 ครับ สัญญาณเตือน Red Flag ที่สำคัญคือ คุณต้องระวังคำพูดตลอดเวลา คุณเริ่มสงสัยคุณค่าในตัวเอง คุณเป็นฝ่ายอธิบาย ปรับตัว ขอโทษอยู่ฝ่ายเดียว เค้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ แม้จะสัญญา 5 คุณเหนื่อยทางใจมากขึ้น แต่เค้าเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ถ้าได้ 0-5 คะแนนเป็นลักษณะทั่วไปนะครับ ยังไม่ได้น่ากังวลมาก แต่ถ้าได้ 6-12 ข้อเป็น Narcissistic, Narcissistic Traits แล้วนะครับ 13 ข้อขึ้นไปแล้วเป็นอย่างต่อเนื่อง เป็น Narcissistic Tendencies นะครับ ก็คือแนวโน้มเป็น Narcissistic นั่นเอง คุณควรตั้งขอบเขตจริงจังได้แล้ว แต่ถ้ามากกว่านี้ ก็มันจะเป็นการทำร้ายจิตใจผู้อื่นละ ครับ
ดังนั้นคนที่มีลักษณะ Narcissistic เนี่ย ไม่ได้น่ากลัวเพราะเค้าเกลียดคุณนะ แต่มันน่ากลัวเพราะว่าเค้าไม่เห็นคุณเป็นคนมากกว่านะครับ การรู้ทันคือการหยุดให้คุณค่า กับ เอ่อ การหยุดให้คุณค่ากับเค้า ให้คุณค่ากับตัวเองก่อน Narcissism เนี่ยเป็นอะไรที่เราได้ยินมาตลอด เทปนี้ EP นี้ก็อาจจะพูดยาวหน่อย เพราะว่ารายละเอียดมันเยอะนะครับ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าหมอไม่ได้ระบุว่าเป็นโรค หรือใน DSM-5 ICD-11 อย่างเงี้ย ไม่ได้บอกว่าเป็น จะถือว่าไม่ใช่โรคทางจิตเวชนะครับ
อันนี้ก็บอกวิธีรับมือเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่ เอ่อ สนใจใน Dark Triad อีก 2 ข้อก็คือ Machiavellianism กับ Psychopathy เดี๋ยวผมจะมาขยายใน EP อื่นๆ แล้วกันนะครับ อันนี้ก็เอา Narcissism ไปก่อน ซึ่งมี 3 ระดับเนาะ ตั้งแต่ระดับ Narcissistic Traits แล้วก็ Narcissism ที่อยู่ใน Dark Triad Dark Triad มี 3 อย่าง แล้วก็ Narcissistic Personality Disorder อันสุดท้ายนี่คือโรคทางจิตเวชนะครับ ก็น่าจะครบถ้วนแล้ว สำหรับใครที่ชอบเนื้อหาประมาณนี้ ก็ฝากให้กำลังใจผม ฝากกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe ด้วยนะครับ แล้วก็อยากฟังหัวข้อไหนเพิ่มเติม ก็สามารถคอมเมนต์มาบอกกันได้เลยครับ ผมก็จะพิจารณาแล้วก็ทำใน EP ถัดๆ ไป สำหรับวันนี้ ขอบคุณมากครับ