Transcription
อาทนะแชมป์เก่าลงหาเสียงมาต่อเนื่องใช่ไหม?
ถูกต้องครับพี่ยุทธ
แต่อยู่เฉพาะในเขต?
ถูกต้องครับ
เป็นยังไงบ้างดูกระแสถ้าเทียบกับรอบที่แล้ว?
ผมว่าช่วงแรกๆ เนี่ยอาจจะยังเงียบๆ อยู่
นะครับผม แต่ว่าพอมาช่วงท้ายเนี่ย อย่างช่วงสัปดาห์นี้ที่ผ่านมาเนี่ย ผมคิดว่าหลายท่านค่อนข้างชัดเจนแล้ว
โดยเฉพาะยิ่งกลุ่มเดิมที่เคยกาเราเนี่ย
อ
ผมก็เจอทุกคนก็บอกว่าเลือกเหมือนเดิม
อือ
นะครับ
อ
ส่วนกลุ่มที่ไม่เลือกบางท่านอาจจะลังเลอยู่บ้างนะอาย กในการนำเสนอครับ
เอ่อสำหรับคุณสุพนพรรคประชาชนที่ว่า กรุงเทพเป็นสนามกระแสมั้ย?
จริงๆ ต้องบอกว่ามันเป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชนมากกว่าครับ
คือกระแสมันมาจากอะไร มันมาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเปลี่ยน ถูกไหมครับ เราไม่ใช่บอกว่าพี่น้องประชาชนเห็นสื่อในโซเชียลปุ๊บแล้วไปกาปั๊บ อันนั้นก็เป็นการดูถูกพี่น้องประชาชน ถูกไหมครับ ผมคิดว่าคนกรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพราะว่าอยู่ใกล้ส่วนกลางของประเทศนี้
อือ
เพราะฉะนั้นกรุงเทพก็รู้นะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นอย่างไร และมีความคาดหวังต้องการอย่างไรให้ประเทศเปลี่ยนแปลง
ครับอือ่ะเ่อผมจะเริ่มจากคนนอกกรุงเทพฯ ก่อน
ครับ
เอ่อให้พูดถึงภาพใหญ่
ครับ
ว่าทำไมถึงต้องเป็นเพื่อไทย ซึ่งถ้าเลือก ส.ส. เพื่อไทย ทั้งบัญชีรายชื่อกับเขตเข้าไปเนี่ย เพื่ออะไร?
ครับ
ทำไมจะเกิดอะไรขึ้นอ่ะ เชิญฮะ
ของกรุงเทพมหานครใช่มั้ยครับ?
ใช่ หมายถึงคุณจะเป็นปัญหากรุงเทพฯ ก็ได้ หรือกรุงเทพฯ คือแต้มคะแนนที่จะทำให้เพื่อไทยเข้าไปทำหน้าอะไรแบบที่คุณแคมเปญ น่ะ?
ได้ครับ
เออ
อ่าทางนี้ หรือพี่ยุทธเดฟ?
เอ้ามองทางนี้ก็ได้ กล้องนี้อ้า
ครับผม เอ่อเพื่อไทยครับ เพื่อกรุงเทพมหานครครับ เพื่อไทยทำได้ กรุงเทพฯ ทำได้ครับ
นโยบายของกรุงเทพมหานครสำหรับพรรคเพื่อไทยในรอบนี้มีหลากหลายครับ ผมจะพยายามรวบเป็น 4 กลุ่มนโยบายครับ 4 2 รถ แล้วก็ 2 เพิ่ม เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ รถแรกครับคือการลดความเหลื่อมล้ำ เรามีนโยบายครับที่จะแก้หนี้ทั้งระบบ และก็มีนโยบายครับที่จะสร้างหลักประกันรายได้พื้นฐานให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครครับ ก็คือคนไทยไร้จน เติมรายได้ให้ต่ำให้ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 3,000 บาททุกคนครับ ทุกกลุ่มปอบบาง และเรายังเดินหน้านโยบายหวยเกษียณครับ ก็คือการเปลี่ยนเงินซื้อหวยกลายเป็นเงินออม เก็บไว้ใช้ยามเกษียณ นโยบายนี้กฎหมายพร้อมแล้วครับ เข้าไปทำได้เลย กลุ่มลดกลุ่มที่ 2 ครับคือการลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนครับ
เรายังเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และก็เพิ่มเติมครับ รถเมล์ EV 10 บาททุกเส้นทาง ต่อเนื่องด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทยครับ ให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาเพียง 4,000 บาทต่อเดือน ไม่มีเงินดาวน์
อือ
แล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนครับ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายในการมีที่อยู่อาศัยลงครับ รวมไปถึงอีกหนึ่งโครงการที่เราอยากจะทำต่อจากรัฐบาลปัจจุบันครับ คือโครงการคนละครึ่ง แต่เราเห็นแล้วครับว่าการใช้เงินของพี่น้องประชาชนที่รัฐเติมเข้าไปใช้ไม่หมดครับ เราจึงจะเดินหน้าต่อเป็นโครงการยิ่งกว่า Plus 70 30 นั่นหมายความว่ารัฐจ่าย 70 พี่น้องประชาชนเติมแค่ 30 เพื่อให้เงินที่รัฐเติมเข้าไปไม่มีเหลือในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน
อีก 2 กลุ่มนโยบายครับ คือกลุ่มนโยบายเพิ่ม เพิ่มแรกครับ เราจะเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้พี่น้องประชาชน
เดินหน้าโครงการโอดครับ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา ส่งพี่น้องประชาชน นักเรียนนักศึกษาครับ ไปเรียนต่างประเทศ เพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการเห็นโลกที่กว้างขึ้น และมาพัฒนาอาชีพในประเทศไทย กับอีกหนึ่งนโยบายครับ เรียนได้งบ จบได้งาน เป็นนโยบายกิลครับ สำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยนงาน หรือมีภาระไม่สามารถออกจากงานได้ รัฐให้โอกาสในการออกจากงาน โดยการภาครัฐให้ค่าครองชีพ 10,000 บาทครับ และมีการการันตีว่าหากรีสกิเสร็จแล้ว จะมีงานที่ภาครัฐหาให้ เป็นงานที่มีรายได้สูงขึ้นทันที
อีกกลุ่มเพิ่มครับ คือการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้พี่น้องกรุงเทพมหานคร
เรายังเดินหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค 30 บาทรักษาทุกที่ รอบนี้เราเป็น 30 บาทรักษาทุกข์ใจ และก็สารบริบาท AI ควบคู่กับโครงการนักจิตวิทยาประจำโรงเรียนครับ นั่นหมายความว่าเราจะส่งเสริมเรื่องการดูแลเรื่องสุขภาพใจครับ ให้เข้าถึงจิตแพทย์ได้ง่ายขึ้น และเราก็ยังเดินหน้าอีก 3 กฎหมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงครับ อ่า พรบ.อากาศสะอาด พรบ. Climate Change และก็ พ.ร.บ. Universal Design ส่งเสริมให้การพัฒนาพื้นที่รอบๆ กรุงเทพมหานคร หรือพื้นที่ในเมืองเนี่ยครับ เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนเข้าถึงได้ และก็เป็นมิตรกับทุกคนทุกกลุ่มจริงๆ และสุดท้ายครับ AI for all ครับ นโยบายในการผลักดัน AI กับทุกเรื่องของการพัฒนาประเทศ รวมไปถึงการพัฒนาเมืองครับ เราจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง โดยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้กับการบริการของภาครัฐ ทั้งเรื่องความปลอดภัย สัญญาณไฟ สัญญาณจราจร หรือว่าการบริการตามสถานที่ต่างๆ ของภาครัฐ เชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยครับ เราจะยกเครื่องกรุงเทพมหานคร ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ เพื่อไทยเบอร์ 9 ครับ
อ่าอ้า ผมจำได้หมดแล้วครับ เดี๋ยวจะมาโต้แย้งกันหรือไม่ประการใด
ครับ
ประชาธิปัตย์พร้อมมั้ย?
พร้อมครับ
เอาให้ครบนะว่าทำไมต้องเป็นประชาธิปัตย์นะ อ้าเชิญฮะ คุณสกลทีพรรคประชาธิปัตย์
ใช่ครับ เรียนพิยุทธและเรียนพี่น้องชาวไทยนะครับ ของประชาธิปัตย์เนี่ย ถ้าจะเอาทั้งหมดเนี่ย เกือบร้อยนโยบายที่ส่งให้ กกต. เนี่ย 11:00 น. ก็ไม่พอนะครับ คือผมจะคัดมาเฉพาะ เอ่อที่เป็นเรือธงของทางกรุงเทพมหานครนะครับ ซึ่งเป็น เอ่อ Pain Point หรือ
เรื่องปวดใจของคนกรุงเทพฯ ก็เป็นเรื่องการจราจรและขนส่งสาธารณะนะครับผม ของกรุงเทพฯ ของประชาธิปัตย์เนี่ย เรา เอ่อดูแลเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าเนี่ย เราใช้ระบบ เอ่อ 5 เฉลี่ย 5-30 บาทนะครับ คือถามว่าทำไมต้องเป็น 5-30 บาท เพราะเรามองว่าเป็นราคาที่เหมาะสมนะครับ คือได้ทั้งคนที่ใช้ และก็ได้ทั้งผู้ประกอบการด้วยนะครับ รวมถึงเป็นราคาที่ทำได้จริง และก็ทำได้เร็ว โดยไม่ไปกระทบกับงบประมาณของภาครัฐ โดยโดยหลักนะครับ
เพราะ 5 ถึงเท่าไหร่?
5-30 บาท
5-30
อ่าครับผม เป็นเฉลี่ย คือเราจะแบ่ง เราจะแบ่งโซนนะครับ คือถ้ามีภาพเห็นเป็นแผนที่ เราจะเห็นเลย คือเราเราจะแบ่งโซนกรุงเทพฯ เป็น 4 โซนนะครับ เหมือนเหมือน เอ่อลอนดอน ก็ตรงเป็นเป็นไข่แดงตรงกลาง แล้วก็เป็นวงรอบๆ ไปนะครับ 5-30 บาทเนี่ย ก็อย่างโซน 1 ก็เป็นโซนที่เป็นชั้นใน ก็จะเป็น เอ่อ 10 15 20 บาทนะครับ โซนที่ 2 โซนที่ 3 เนี่ย ท่านจะเห็นเนี่ย เป็น เอ่อปริมณฑล ก็จะเป็น 10 บาท ส่วนโซนสุดท้าย โซน 4 เนี่ย จะเป็นออกไปข้างนอก ก็เป็น 5 บาท
คือทั้งหมดเนี่ย จะสามารถข้ามไปข้ามกันมาได้ แต่เราจะมีแคปอยู่ที่ 30 บาท
ที่ถามว่าทำไม เพราะเราศึกษามาแล้วว่าตอนเนี้ย คนไทยใช้ เอ่อเงินจ่ายรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 35 บาท ซึ่งแพงมาก คือบางครั้งเนี่ย เราไม่ได้เดินทาง
เดินทางสั้น ก็ต้องเสียราคาแพงนะครับ คือเราเราพยายามออกแบบให้ราคาเฉลี่ยเนี่ย มันมันน้อย คือคนที่เดินทางระยะสั้น ก็จ่ายน้อย อาจจะจ่ายแค่ 5 บาท คือขั้นต่ำคือ 5 บาท คือเดินทางเฉพาะโซนนอก คือโซน 4 เป้าหมายคือเราอยากให้ เอ่อคนที่อยู่โซนนอกเนี่ย หางานทำ หรือว่ามีกิจการที่ขยายไปโซนนอก ก็จะถูกหน่อย แต่คนที่ข้ามไปข้ามมาเนี่ย ก็จะมีแคปราคาอยู่ที่ 30 บาท เริ่มต้นที่ 5 บาท แล้วก็สูงสุดคือ 30 บาท ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเกินทำไง เกินก็คือก็ตัดจัดราคาที่ 30 บาท อันนี้
สูงสุด 30 บาท คืออันนี้รวมกับรถเมล์ด้วยนะครับ คือสมมุติถ้าเราขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเราต่อรถเมล์เนี่ย ยังไงก็ไม่เกิน 30 บาทด้วย
Cover ไปหมดเลยนะครับ
ไม่ใช่ 40 + 10 ไม่ใช่
ไม่ใช่ครับไม่ใช่ครับ ก็คือราคาเนี้ย คือราคาที่เราดูว่าเราทำได้จริง และทำได้เร็ว คือภายใน 90 วันเนี่ย ผมคิดว่าสายสีม่วง กับสายสีแดงเนี่ย จะสามารถปรับราคาได้แล้ว หลังจากนั้นเนี่ย ก็มีการคุย มีการเอ่อลับ กับทางเอกชน คือเราจะใช้การปรับโครงสร้างราคา เหมือนญี่ปุ่น เหมือนลอนดอน เหมือนเกาหลี ที่เราไม่เอาราคาเดียว เพราะเรามองว่าคนที่นั่งระยะสั้นเนี่ย เราต้องมาจ่ายราคาเดียวกับคนนั่งระยะยาวเนี่ย มันไม่เป็นธรรม แล้วก็การที่เราใช้แฟลชเรทราคาเดียวเนี่ย มันจะทำให้ เอ่อการอุดหนุนของรัฐบาลเนี่ย ใช้เงินมากนะครับ แต่ถ้าดูของประชาธิปัตย์เนี่ย 5-30 บาทเนี่ย เราจะไม่ไปแตะกับสัญญาเลย คือเราจะรอให้สัญญาของผู้ประกอบการแต่ละรายเนี่ยหมด อย่างของสีเขียวนี่คือปี 2572 ของสีน้ำเงินเนี่ย 2593 3 คือระหว่างนั้นเนี่ย เอ่อจะเป็นการชดเชยจากรัฐ ซึ่งเราใช้งบประมาณในการชดเชยเนี่ย ปีนึงประมาณ 8,000 ล้านบาท ทั้งรถไฟฟ้าทั้งรถเมล์
คำนวณมาแล้วนะ
คำนวณมาแล้ว 2 อย่าง ซึ่งเราดูแล้วว่าระบบเนี้ย เป็นระบบที่กวนเงินรัฐบาลน้อยที่สุด
คือถ้าเราใช้แฟลชเรทถูกๆ เนี่ย เราสามารถได้เลยครับ ผมจะ 10 บาท ผมจะ 20 ผมจะ 30 ได้ เพียงแต่ว่าการชดเชยเนี่ย มันจะสูงมาก แล้วมันต้องโอกาสเกิดยาก เพราะว่ามันไม่สามารถที่จะเจรจาได้หรอก มันต้องซื้อทุ่มเงินซื้อสัมปทานกลับอย่างเดียว ซึ่งอันนั้นเนี่ย 100,000 200สนล้านก็ไม่อยู่ครับผม
อ่าเดี๋ยววิธีมาคุยกัน แต่ตะกี้ผมจับจุดที่คุณต่างนะครับ
อ่าวงของคุณข้างนอก ถ้าอยู่ชานเมืองกลับถูก
ถูกครับ
ถูกมั้ย
ครับ
อ่าถ้าอยู่วิ่งกันเฉพาะชานเมืองเนี่ยกลับราคาถูก
ใช่ครับครับ อันนี้ก็คือเหตุผลคือเราจะจูงใจให้คนเนี่ย เอ่อพยายามให้ความเจริญกระจายออกมา และคนทำงานอยู่ในโซนตัวเองครับ
เดี๋รถไฟฟ้าเถียงกันอะไรต่อ
ได้ครับ อีกเรื่องนึงก็คือเรื่อง เอ่อเงินเดือน เพราะผมคิดว่าที่เป็นเพาะอีกอย่างของคนกรุงเทพฯ ก็คือว่าจ่ายภาษีเร็วมาก
อือ
เอ่อสมัยก่อนเนี่ย ระบบภาษีเนี่ย เราจะเริ่มต้นคำนวณจ่ายเมื่อเงินเดือน 26,000 บาทนะครับ แต่ของประชาธิปัตย์เนี่ย เราจะขยายเป็น 40,000 บาทถึงจะเริ่มจ่ายภาษี
อันนี้ก็จะเป็นจะเป็นเงินที่ทำให้คนที่เพิ่งจบมาทำงานใหม่ๆ เนี่ย เค้ามีช่วงเวลาในการหายใจหายคอ และมีกำลังซื้อในการจับจ่ายเศรษฐกิจมากขึ้น ผมคิดว่าอันเนี้ยอาจจะเป็น 2 2 เรือธงของนโยบายกรุงเทพฯ ของเราครับ
อ่าคนกรุงเทพฯ เป็นคนทำงานเดิมเท่าไหร่นะ
เดิม 2,000 เฉลี่ย 26,000
เฉลี่ย 26,000 แปลว่าคุณมีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่แล้วหักค่ารถหย่อนหักอะไรแล้ว
ใช่ครับ ถึงจะเริ่ม
จะเหลือประมาณ 26,000
อ่าต่อไปคุณบอกว่าหักอะไรแล้วให้เหลือ 40,000 ขึ้นไปเท่านั้นถึงเริ่มจากเริ่มจับภาษี ถูกต้องครับ
ถูกต้องมั้ย
อ่ะจุดเด่นของคน
จุดเด่นอันนี้คือทำให้เรามีคนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เงินเดือนน้อยเนี่ย ยังมีโอกาสที่จะเอาเงินไปจับจ่ายอย่างอื่นได้
อือๆ
อ่ะอันนี้เป็นการเหมือนกับว่าแผ่งเบาภาระอีกทางนึง อันนี้ช่วยขยายความนะ
อ่านอกจากการลดค่าใช้จ่าย
ครับ
ยังมาช่วยในแง่รายได้ไม่ถูกหักภาษีสำหรับคนเริ่มต้น
ใช่ครับ
ทำงานถูกมั้ย
ใช่ครับ
อ้าพรรคภูมิใจไทยโพดแล้วทำพลัด
ครับ เอ่อคือเราอยากให้กรุงเทพฯ จริงๆ เหมือนประเทศไทยเลย
นะครับ เป็นเมืองที่ให้ความสุขกับคนทุกคน
อือ
นะครับ ความสุขแรกเนี่ยนะครับ แล้วพี่ยุทธอย่าหาว่าผมเอาเอาชาตินิยมมาขายนะ แต่ว่าความสงบสุขแรกเนี่ย ก็คือปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางชายแดน
อ
นะครับ เอ่อถ้าประเทศไม่มั่นคงเนี่ย ยังรบกันอยู่ที่ชายแดน จะคนที่ไหนในประเทศ โดยเฉพาะในคนกรุงเทพฯ ไม่มีทางสงบสุขได้เลยครับ เพราะความมั่นคงเนี่ย คือรากฐานของความสงบสุข และการพัฒนาทุกเรื่อง
ถ้ายังรบกันอยู่ที่ชายแดนเนี่ย นักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมั้ยครับ นักท่องเที่ยวจะมาชายแดนเลยเหรอ?
เอ้าแน่นอนครับ
เพราะผมถึงบอกว่าความสงบสุขเนี่ย มันอย่างน้อยสุขใจไง
ไม่ต้องตื่นมาแล้วลุ้นว่าทหาร เอ่อขาทหารจะขาดอีกมั้ยนะครับ เขมรจะมายิงเราอีกมั้ย ระเบิดจะลงที่ไหนอีก เพราะฉะนั้นความสงบสุขแรกเนี่ย เกิดขึ้นที่ชายแดน
อื ถ้าประเทศมีความมั่นคงนะครับ เศรษฐกิจก็ดี สังคมก็ดี
ไม่ต้องมาวง
ไม่ต้องมาวงแล้ว แล้วรัฐบาลของภูมิใจไทยเนี่ย ทำมาแล้ว ตอนนี้สงบแล้ว จบที่เราไม่เสียเปรียบนะครับ ในเวทีโลกเราก็ไม่เสียเปรียบนะครับ จากนี้ไปเนี่ย ก็ต้องสร้างรั้วสร้างกำแพงเพื่อที่จะปกป้องชีวิตของทหารเรา และทำให้คนในประเทศไทยอุ่นใจได้ ว่าจะไม่มี เอ่อระเบิดกระสุนนะครับ ช่วยทหารเนี่ย ปกป้องแนวชายแดนไม่ให้มีระเบิดกระสุนมาทำร้ายใช้ชีวิตของคนไทย และก็ทหารของเราอีก รวมไปถึงภัยคุกคามอื่น จะเป็นยาเสพติด ของเถื่อน เอ่อรวมไปถึงนั้นด้วย กองทัพต้องแข็งแรงนะครับ ด้วยทหารอาสาเป็นมืออาชีพ แต่การที่มาเป็นทหารเนี่ย ไม่ทำให้เสียโอกาส มีการฝึกอาชีพ 4 ปี มีเงินเดือน ไม่มีใครมาหักหัวคิวได้ทุกเดือน เดือนละ 12,000 ไป 4 ปี ถ้าจบมาอยากเป็นทหารต่อก็ทำได้
ถ้ากองทัพเราแข็งแรง ชายแดนเรามั่นคง ประเทศเรามั่นคง นั่นคือความสุขแรก
อื
ความสุขต่อมาคือเรื่องเศรษฐกิจนะครับ แน่นอนในกรุงเทพมหานครเนี่ย เป็นเมืองที่จ่ายภาษีมากที่สุด
นะครับ ท่านไปดูรายได้ภาษีจากประเทศไทยเนี่ย มาจากกรุงเทพฯ เกินครึ่ง
นะครับ เพราะฉะนั้นนโยบายทุกอย่างเนี่ย ถึงแม้เราจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องทำแบบมีความรับผิดชอบ ไปลดแลกแจกแถมให้หมดทุกอย่าง ในที่สุดก็ออกจากกระเป๋าคนกรุงเทพฯ อยู่ดีนะครับ เราถึงมีนโยบายอย่าง เอ่อคนละครึ่งพลัส
อ
ก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยที่ช่วยกัน อ่าคนซื้อก็ได้ คนขายก็ได้ รัฐบาลออกให้ครึ่งนึงนะครับ ออกไปแล้วเฟสแรก 40,000 กว่าล้าน ถ้ากลับเข้ามาอีกก็ออกไปอีกเฟสหนึ่งนะครับ เดี๋ยวนี้เดินตามร้านค้าเนี่ย เราเห็นเสียงตอบรับเลยว่าพ่อค้าแม่ค้าก็ทวงหนี้ท่านนายกนะฮะ ต้องดูแลความปลอดภัยด้วย เพราะว่าเจ้าหนี้เต็มไปหมดเลย
นะฮะ ก็ทุกคนก็อยากได้ แล้วเศรษฐกิจก็จากฝืดเคืองเนี่ย GDP จากเดิมที่อยู่ประมาณคาดการณ์ว่า 0% กว่าเนี่ย ปรากฏก็ดึงขึ้นมาอยู่ที่เปอร์เซ็นต์กว่า แต่นี้ต่อไปเนี่ย กระตุ้นเสร็จเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่พอนะครับ เราก็ต้องทำให้ขีดความสามารถเนี่ย หรือ เอ่อศักยภาพในการหาเงินของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้นด้วย ก็จะมาในเรื่องของ ไม่ใช่แค่คนละครึ่ง แต่เป็นเรื่องของพลัส
นะฮะ ก็คือดึงเข้ามาใส่ในระบบ เราก็เห็นแล้วว่าพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าระบบเนี่ย เป็นแสนราย ที่พอเข้าโครงการไอ้ตัว Plus เนี่ย มีการฝึกทักษะ หาตลาดใหม่ให้ทางออนไลน์เนี่ย ขายของเพิ่มขึ้นได้ 5 เท่าตัว 6 เท่าตัว ก็ต้องทำต่อไปในเฟสต่อไป
นะครับ นั่นคือความสุขที่ 2 แต่หลังจากกระตุ้นเศรษฐกิจเนี่ย เราก็อยากให้มันกระจายไปถึงความเป็นอยู่ของคนตัวเล็กๆ ธุรกิจเล็กๆ ดีขึ้นด้วย ก็ต้องไปลดภาระ ลดรายจ่ายให้กับเขา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟฟ้า
นะครับ เดี๋ยวนี้มี เราสามารถมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นไฟสะอาด
แล้วถ้าทำได้ดี เทคโนโลยีราคาถูกด้วยนะ ครับ เราไม่ต้องใช้เงินอะไรเพิ่มมากมาย เนี่ย สามารถลดค่าไฟได้ก็ 200 หน่วยแรก
อ
3 บาทไม่เกิน
นะครับ อันนี้คือไฟฟ้า
คือถ้าใครใช้ไม่เกิน 200 หน่วย แค่ 3 บาท
3 บาท
หรือทุกคนที่ใช้ 2 หน่วยแรก คือ 3 บาท 200 หน่วยแรก
แต่ถ้าเกิดวันนั้นราคาปกติก็
ก็ก็ว่าไป แต่ราคาโดยรวมก็ต้องลดลงอยู่ละนะ ครับ จากเดี๋ยวนี้ 3.80 80 กว่านะครับ ก็จะมีเรื่องไฟฟ้า หรือจะเป็นขนส่งมวลชน เราก็สนับสนุนให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของ
40 บาทตลอดวัน
เอ่อไม่เกิน 40 นะครับ คือคือภารกิจแรกเนี่ย เอาเอาตามความเป็นจริงนะ
มันต้องรวมกันมาเป็นตั๋วเดียว ก่อนนะฮะ เพราะตอนนี้มันบริหารกัน 4 สายเลยนะ ทั้ง BTS ทั้ง MRT บนฟ้าใต้ดิน ชานเมือง Airport Link ตอนนี้ต้องรวมมาเป็นตั๋วเดียว ค่าแรกเข้าเนี่ย ไม่ใช่แย่งกันเก็บที่เดียว แล้วก็แบ่งคล้ายๆ ของประชาธิปัตย์ คือแบ่งกันเป็นโซน ก็ขยับไป แต่ในที่สุดต้องไม่เกิน 40 บาท
ลิมิตไว้ 40
ลิมิตไว้ที่ 40 ส่วนถ้าจะอุดหนุนเท่าไหร่ จาก 40 มันก็จะลดลงมาเหลือ 35 เหลือ 30 แต่แต่จากการบริหารสัญญา โดยที่ไม่ต้องใช้เงินไปเอาเงินภาษีไปอุดหนุนเพิ่มเนี่ย เราก็เชื่อว่า 1 ค่าแรกเข้าเนี่ย ไม่ต้องแย่งกันเก็บนะครับ เก็บที่เดียวนะฮะ ไม่ใช่ว่าจากจากเนี่ย จาก BTS ไป MRT
อาจแต่มันมีวิธีการ ซึ่งเดี๋ยวมารู้กัน
ใช่ครับ แล้วก็
เพราะทุกคนก็จะบอกว่าไม่ต้องใช้เงินภาษี ใช่ครับ
ถูกต้อง ไม่ไม่อยากที่จะผลักภาระให้เป็นเงินภาษีไปมากกว่านี้ เพราะว่าภาษีมันก็ออกมาจากกระเป๋าคนกรุงเทพฯ อยู่ดีนะครับ หลังจากนั้นก็เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ ตอนนี้ก็มีเรื่องฝุ่นใช่มั้ยครับ ก็ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนใช้รถไฟฟ้า ที่ทำมาแล้ว มาตรฐานเชื้อเพลิงยูโร 5 ยูโร 6 ทำมาแล้วนะครับ ลดจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วย ที่เราจะสนับสนุนเรื่อง Made in Thailand Plus ให้ธุรกิจไทยผลิตนะฮะ ถ้าเป็นยานยนต์ไฟฟ้ายาก
แต่ถ้าเป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้าเนี่ย คนไทยสามารถผลิตได้นะครับ เราก็จะ
สนับสนุนให้ผลิต แล้วสามารถผ่อนจ่ายวันละ 10 บาทได้นะฮะ ก็เดือนละประมาณ 300
อื
เดือนละ 300 ผ่อน 60 งวด 18,000 บาทเนี่ย ได้รถไฟลดจักรยานดวนไฟฟ้าคันนึง เอาไปใช้ ก็ลดเรื่องมลภาวะด้วย โรงงานรอบๆ กรุงเทพมหานครนะ ผมเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมเนี่ย ก็ปราบมาหมดพวกเตาหลอมที่ส่งควันพิษเข้ากรุงเทพมหานคร เราจัดการเรื่องการเผา เอ่อในที่โล่งนะฮะ สมัยผมเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม เผาอ้อยก็ลดลงจาก 30 เหลือ 15% ไม่เกิน
นะครับ สิ่งเหล่าเนี้ย คือสิ่งที่เราจะอำนวยความสะดวก และให้เป็นความสุขของคนทุกคน ยังไม่นับเรื่องผู้สูงอายุ ลดภาษีไม่เกินล้าน ลดลง 50%
นะครับ หรือจะเป็นบ้านผู้สูงอายุที่สนับสนุนให้เอกชนมาร่วมลงทุนนะครับ ทำให้ ศูนย์บำบัดยาเสพติดนะครับ พยาบาลอาสา ซึ่งเดิมเนี่ย เราก็ไปเน้น เอ่อสาธารณสุข เห็นมั้ยฮะ ไปใช้เงินกับคนที่ป่วยแล้ว แต่เราต้องมีด่านหน้า เหมือนต่างจังหวัด เดิมทีมี อสม. มี อสส. ต่อไปจะมีพยาบาลอาชีพ ที่เป็นอาชีพเลย 15,000 ต่อเดือน มีการพัฒนาทักษะ มาดูแลทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยในทุกชุมชนนะครับ ในกรุงเทพมหานคร
พอเห็นภาพละ
ครับ
อันนี้ภาพไปได้หลายโครงการแล้วเนี่ย
ก็ก็แล้วทำแบบชัวร์ๆ ไม่ต้องเสี่ยง ไม่ได้ขายฝัน เพราะทำมาแล้ว 1 ในนโยบายก็คือเอาคุณสุภจีเอกนิติศิศักดิ์มาทำ
นั่นอดที่จะพูดไม่ได้ เห็นมั้ย
ยังไงก็ต้องพูดครับ เพราะเป็นเป็นอันนี้ก็เป็นนโยบายสำคัญ เพราะเรามักจะพูดว่า
จะได้อะไร จะทำอะไร แต่เราไม่ได้บอกแค่ว่าวิธีทำเท่านั้น แต่เราบอกด้วยว่าจะเอาใครมาทำ ประกาศไปล่วงหน้าเลย
อพรรคประชาชน
ครับ
อ่าคุณเป็นคนเดียวที่เป็นลักษณะ ส.ส. เขต แต่แต่นี้เค้าภาพพูดภาพใหญ่ไปหมดเลยนะ
ครับ
เพราะเถือว่ากรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง
ใช่ครับ
ภาษีครึ่งนึงมาจากคนกรุงเทพฯ ถูกมั้ย
เกินครึ่ง
อ่าเพราะฉะนั้นนี่ไล่ไปถึงชายแดน อ่าเชิญ ฮะของพรรคประชาชน
ครับ ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า
เป็นแชมป์เก่า
อื
ก็กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่รวบรวมคนจากหลายๆ หลากหลายรูปแบบนะครับ มีธุรกิจที่หลากหลาย
ทีนี้ถ้าเกิดผมจะแบ่งปัญหาของกรุงเทพมหานครเนี่ย ผมแบ่งหลักๆ อยู่ 2 ส่วน
1 คือมิติด้านเศรษฐกิจครับ ประยุทธ์ แล้วก็ด้านที่ 2 คือด้านการบริหารจัดการเมือง เพื่อให้บริการสาธารณะที่มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน
อ
ถ้าด้านเศรษฐกิจเนี่ย เราเห็นอยู่แล้วว่าเรามีปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ค่าครองชีพที่สูง รายได้โตไม่ทัน
ใช่มั้ยครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย พรรคประชาชน จึงมีนโยบายเรื่องของ ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลกนะครับ ในส่วนของไทยไม่เทาเนี่ย คือการแก้ปัญหาเรื่องของการคอร์รัปชันะ ครับ การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เราจะเหลือเงินมากขึ้นในการไปดูแลพี่น้องประชาชนได้ การแก้ปัญหาเรื่องของสแกมเมอร์ เรื่องของการฟอกเงินทุนสีเทาต่างๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องของปัญหานอมินีที่เกิดขึ้น ใช่มั้ยครับ ซึ่งตรงนี้เนี่ย จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันจะมีสินค้าที่มี สินค้าที่ราคาอาจจะดัมเกิดจากการดัมราคา หรือสินค้าที่ต่ำต่ำเกินจริง สินค้าที่มีการล็อกเลียนแบบต่างๆ
ที่นำเข้า
ถูกต้องครับ สินค้านำเข้ามีการล็อกเลียนแบบบนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ตัวนี้ต้องมีการจัดการนะครับ ในส่วนของไทยเท่ากัน คือการผลักดันเรื่องของสวัสดิการให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงทั้งแหล่งเงินทุน ระบบขนส่งทรงมวลชนสาธารณะที่ดี การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ
นะครับ และในขณะเดียวกันต้องมีการแก้ไขเรื่องของการแข่งขันทางการค้าให้เกิดการเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ลดปัญหาเรื่องของการผูกขาด และส่งเสริมพี่น้อง SM ให้สามารถเข้าถึงแรงเงินทุนได้ ผ่านโครงการหวยใบเสร็จ ผ่านการให้สินเชื่อ transformation loan ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ส่วนไทยทันโลก
คือการที่ต้องปฏิรูประบบราชการของเราให้สามารถทำงานได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนจากรัฐที่เป็นรัฐดิจิทัลธรรมดา เปลี่ยนเป็นรัฐแพลตฟอร์มที่พร้อมจะซัพพอร์ตพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะเราไม่สามารถอยู่ได้จากอุตสาหกรรมเก่าที่เรามีอยู่แล้ว แต่เราต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น โดยใช้ภายในประเทศตัวขับเคลื่อนอย่างเช่นอุตสาหกรรมด้านการเกษตร อุตสาหกรรมด้านของรถ EV ต่างๆ เหล่านี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของเครื่องมือการแพทย์นะครับ เพราะเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
นะครับ และก็ยังมีในส่วนของการผลักดันเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก 15 เมืองนะ ครับ ซึ่งเป็นเมืองหลักอยู่แล้ว แต่ต้องทำให้เติบโตยิ่งขึ้น
แล้วก็การผลักดันเรื่องของ man-made destination ในเมืองเหล่านั้นนะครับ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มามากยิ่งขึ้น
อันนี้คือมิติด้านของเศรษฐกิจครับ
ส่วนด้านการบริหารจัดการเมือง ต้องบอกว่าทุกวันนี้กรุงเทพมหานครยังขาดอำนาจหลายๆ เรื่อง อย่างเช่นเรื่องของการจัดการจราจร
เรื่องของการกำกับขนส่งมวลชนสาธารณะ แม้กระทั่งการตรวจควันดำ กรุงเทพมหานครก็ยังไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ประชาชนจะทำเดี๋ขอสไลด์หน้าตัดไปครับ
เรื่องของการกระจายอำนาจและปรับปรุงพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครครับ
พรรคประชาชนจะผลักดันให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจมากยิ่งขึ้น ผ่านการกระจายอำนาจ ในขณะเดียวกันเราจะแก้ไขในเรื่องของลิสต์ในสิ่งที่แต่ก่อนเนี่ย ในพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร คือประชา คือกรุงเทพมหานครสามารถทำได้เฉพาะในสิ่งที่มีการระบุไว้ในพระราชบัญญัติเท่านั้น
อื
เราจะเปลี่ยนจาก positive list แบบนี้ เปลี่ยนไปเป็น negative list คือ กรุงเทพมหานครห้ามทำอะไรบ้าง เช่น เงินตรา ศาลทหาร การต่างประเทศ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลส่วนกลางถูกไหมครับ เราจะมีการปรับโครงสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็น กรุงเทพมหานคร 2 ชั้น
อือ เป็นมห คือระดับชั้นผู้ว่า แล้วก็ระดับนายกเขต หรือนายกนครขึ้นมาเอง
เลือกตั้งนายกเขตงั้นเหรอ?
ถูกต้องครับ
อ
ก็เหมือนกับที่ต่างจังหวัด ที่เรามีการเลือกตั้งนายกเทศบาล นายกเทศเทศมนตรีต่างๆ ใช่มั้ยครับ ตรงนี้ก็จะมีในส่วนของกรุงเทพมหานครที่มีการปรับ
ครับผม แล้วก็มีการในเรื่องของการปลดล็อค ให้สามารถจะเก็บรายได้ภาษีใหม่ๆ ค่าธรรมเนียมใหม่ๆ ไม่ใช่ภาษีนะ ค่าธรรมเนียมใหม่ๆ เกิดขึ้นนะครับ อย่างเช่นค่าธรรมเนียมโรงแรมเป็นต้นนะครับ ตรงนี้ก็สามารถทำได้ ในขณะเดียวกันให้พี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วม โครงการของภาครัฐ เราเรียกกันว่า PB หรือ participatory budgeting พี่น้องประชาชนสามารถเสนอโครงการที่ตัวเองอยากให้ทำเข้ามาได้นะครับ หรือแม้กระทั่งเสนอยติที่เป็นข้อบัญญัติทางด้านของกฎหมายของกรุงเทพมหานคร ก็สามารถที่จะเสนอเข้ามาได้เช่นเดียวกันครับ
อ
อือ
ต้องบอกว่าถ้าเกิดมีการแก้ไขทางด้านมิติเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพ เราจะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครที่แท้จริงครับ พี่ยุทธ
อันนี้คือคุณพูดถึงภาพใหญ่ นโยบายหลัก 3 เท่าของคุณใช่มั้ย
ครับ
อ่า 3 ทออะไรเนี่ยครับ
แล้วก็มาพูดถึงประเด็นเรื่องปรับโครงสร้างกรุงเทพมหานคร
ถูกต้องครับ
อ่ะสรุปของคุณเป็นอย่างงั้นนะ อันนี้รอบแรกของแต่ละท่านได้พูดไปแล้ว เอาเรื่องอะไรก่อนดี อันนี้จะเป็นเรื่องโครงสร้าง เราเอาเรื่องโครงสร้าง เห็นด้วยเค้ามั้ย
ครับ
อ้า
ขออนุญาตยุทธ
คือเค้าบอกว่าอันนี้คือไอเดียคุณคือแก้กฎหมายเลย ให้อำนาจกรุงเทพมหานครมีอำนาจเต็มมากกว่ามันอยู่ เพราะทุกวันนี้กั๊กตำรวจก็ไม่ใช่ของ กทม. ถูกต้องครับ
จับควันดำก็ไม่ได้
ครับ
ก็จะเขียนใหม่เลยว่าอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ มันจะเหลือน้อยละ
ครับ
ไอ้ที่เหลือทำได้หมดเลย
ถูกต้องครับ
อ่ะถูกมั้ย นี่จุดเด่นของคุณถูกมั้ย
เป็นการปลดล็อคศักยภาพของกรุงเทพมหานคร ครับ
อ่ะเอาเรื่องนี้ก่อนเลย อ่ะคุณสกลที
อันนี้ผมผมเห็นด้วยกับพรรคประชาชนนะครับ ในฐานะที่ผมเนี่ยเคยเป็นรองผู้ว่า กทม. มาก่อน มันเห็นปัญหาพยุทธอย่างง่ายๆ อย่างเช่นเรื่องจราจรเนี่ย อย่างที่คุณสุปนัสพูดเนี่ย เอ่อกรุงเทพฯ เนี่ยเราคุมเรื่องสัญญาณไฟจราจรที่พยุทธติดไฟแดงเห็นตัวเลขถอยหลังเนี่ย อันเนี้ยคือที่ กทม. ทำ
แต่ตำรวจเป็นคนใช้ ตำรวจ
คือ กทม. สร้าง
กทม. สร้าง ตำรวจใช้ แล้วบางครั้งตำรวจก็จะทำแบบ manual มือกด มันก็ทำให้ยิ่งยุ่งเหยิงไปอีก เพราะฉะนั้นเนี่ย ผมคิดว่ากรุงเทพฯ เนี่ย ไอ้ควรจะคุมอะไรที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯ ทั้งหมด อย่างเช่นตำรวจจราจรเนี่ย เพราะมันทำให้การใช้อำนาจมันรักลั่น ตอนเป็นรองผู้ว่ามีปัญหามากในเรื่อง 1 จราจร 2 ในเรื่องของการเก็บซากรถอย่างเงี้ย หรือว่าการบังคับใช้มอเตอร์ไซค์ขึ้นทางเท้า เพราะว่ามันมี พรบ. ของตำรวจด้วย แต่คือ กทม. พอกวดขัน แต่ตำรวจไม่ได้กวดขันขนาดนั้นเงี้ย มันก็ทำให้ลักลั่นกัน ส่วนอีกอันนึงเรื่องหาเงิน ถ้าประยุทธจำได้ตอนผมลงผู้ว่า 2 4-3 ปีที่แล้วเนี่ย เอ่อไอ้หาเงินได้ใช้เงินเป็นเนี่ย พรบ. โรงแรมเหมือนหลายประเทศอย่างเช่นอเมริกา อังกฤษ เขาจะมีเก็บภาษีโรงแรมทุกที่นะครับ ซึ่งเมืองไทยนักท่องเที่ยวปีนึงมากรุงเทพฯ เนี่ย ผมว่า 30 ล้านคน 40 ล้านคน เก็บแค่ห้องละ 100 ต่อคนเนี่ย เงินเข้า กทม. ปีนึง 4-5,000 ล้าน มันทำให้เราสามารถไปทำอย่างอื่นได้ เพียงแต่ว่ามันต้องแก้ พรบ. กทม. ให้เราทำอะไรอย่างงี้อย่างงี้ได้เพิ่มขึ้นมากอีก ซึ่ง
ตามเมืองใหญ่ๆ อย่างนิวยอร์ก หรือว่าลอนดอน พวกแมน หรือนายกเทศมนตรีอำนาจทั้งหมดในเมืองอยู่ที่เขาหมด แต่ของกรุงเทพฯ เนี่ย มันมีแค่บางส่วนเท่านั้น มันทำให้ผู้ว่าเนี่ยใช้อำนาจได้เต็มที่ไม่ได้
อันนี้คือเห็นด้วยไง
ครับ
ถูกมั้ย แต่นี้เป็นนโยบายจุดเด่นเค้า
ครับ
อ่าใครไม่เห็นด้วยดีกว่า ถ้าเห็นด้วยไม่ต้องพูด
เห็นด้วยครับ เห็นด้วยพวก
เห็นด้วยนะ
ผมผมเนี่ย จากประสบการณ์เลยตอนเป็น สส. น้ำท่วมปี 54 นะหนักมากนะ
คนแรกคือผู้อำนวยการเขต
อือ
กลายเป็น สส. เราต้องมาแก้ปัญหาให้เนี่ยครับ นี่นี่คือปัญหาของ
ต่อไปจะมีนายกเขต
คือคือควรจะมี แต่อาจจะต่างกันนิดนึงตรงที่ว่า ถ้าเราไปซอยละเอียดมากเกินไป คือทุกเขตเนี่ย 50 เขต กรุงเทพฯ มี 50 เขตปกครอง นะครับ ถ้าซอยละเอียดไปเนี่ย เดี๋ยวจะมีปัญหาคือกลายเป็นมันเล็กเกินไป พองบประมาณเล็ก แทนที่จะไปทำโปรเจคใหญ่ ก็เดี๋ยวจะไปแจกถังขยะ
ปรากฏไม่ได้ประโยชน์อะไร มันมีความคิดที่อาจจะไม่ไม่ 50 เป็นโซน อาจจะ 6 โซน ฝั่งธนเหนือ ฝั่งฝั่งธนใต้ ในในชั้นในก็แบ่งเป็น ฝั่งพระนครก็แบ่งเป็น 4 โซนเป็นต้น ก็ต้องดูดูโซนที่เหมาะสม ส่วนชั้นบนชั้นบนเนี่ย พยายามที่จะกระจายอำนาจเอาเรื่องเพราะเรื่องไฟ เรื่องน้ำ เรื่องการจราจร มันอยู่กับ กทม.
มันไม่อยู่ กทม. ถ้า กทม. พร้อมรับเมื่อไหร่
อื
นะครับ ก็ควรจะรับไปดำเนินการซะ ก็คงไว้
ปกติทั่วไป เรื่องการทูต การทหาร เรื่องการจัดเก็บ เอ่อภาษีโดยสรรพากรนะครับ แต่จริงๆ ภาษีท้องถิ่น กรุงเทพฯ ก็ก็มีเก็บเอง
เก็บเองอ่ะ อันนี้ก็เห็นด้วยอีกสักภาพครับ
อ่าเพื่อไทยไม่เห็นด้วยมั้ย
ขอขออนุญาตจริงๆ ไม่ได้ไม่เห็นด้วยครับ เรื่อง
ไม่ๆ ถ้าจะถ้าเห็นด้วยจะไม่พูดแล้ว
จะเพิ่มเติม นิดเดียวครับ พี่ยุทธ ขอเพิ่มเติม นิดนึงครับ ในในส่วนของ พรบ. กทม. เนี่ย มีความจำเป็นต้องแก้ไขครับ และพรรคเพื่อไทยก็เตรียมพร้อมที่จะแก้ไข มีการคุยกันกับผู้ว่าราชชาติเช่นกัน เพราะมีข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่จำเป็นต้องแก้
นะครับ รวมไปถึงเรื่องการจัดเก็บอย่างที่ อ่าพี่สุคนทีว่า มันมีปัญหาตั้งแต่ตอนที่ ท่านผู้ว่าจะปรับปรุงเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งก็ไปโดนข้อติดล็อกอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถปรับปรุงด้วยตัวเองได้นะครับ ส่วนเรื่องโรงแรม ขอเพิ่มเติม นิดเดียวครับ มันไม่ได้ติดแค่เรื่องของอำนาจท้องถิ่นนะครับ มันมี พรบ. โรงแรม ผมเองเป็นผู้เสนอร่าง พรบ. โรงแรม และที่ อ่าที่พักขนาดเล็ก เข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่รัฐบาลภูมิใจไทยยุสภาก่อน ก็เลยยังไม่ได้มีการพิจารณา อันนั้นก็เป็นการปลดล็อคให้ที่พักในกรุงเทพฯ จำนวนมากเข้าระบบได้ ซึ่งทุกวันนี้เข้าไม่ได้นะครับ
อ่ะเอาเป็นว่าหลักการเห็นด้วย แต่นี่เค้าเป็นคนเสนอโมเดลนี้ ผมถามก่อนนะ
ถูกมั้ย อ่าก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างเล็กน้อยครับ
ถูกมั้ย
แต่ของพรรคก็มีเหมือนกันครับผม
อ้า ของพรรคคุณก็มี
มีครับ
อ่าเดี๋ยวผมไปตรวจดูไม่มีนะ
ไม่ได้เป็นนโยบาย แต่ร่างกฎหมายที่เราเตรียม อ๋อไม่ถึงขนาดเขียนในนโยบาย แต่มีร่างกฎหมายที่ผลักดันอยู่เรื่อง
เก็บภาษีโรงแรม อ้าอ่า อันนั้นคือ พรบ. โรงแรม แต่ พรบ. กทม. ก็มีครับ
อ่า
มีมั้ย
ก็ต้องแก้ครับ พรบ.
อ่ามีในนโยบายมั้ย
มีครับ มี
อ้า มีเหมือนกันนะ เดี๋ยวไปตรวจนะ คุณเข็ง
ก็ไม่
อ้า กรุงเทพฯ เนี่ย ความจริงมี ส.ส. มากที่สุดนะ
ครับ
33 คน อันดับ 2 เหมือนจะเป็น
โคราชครับ อ
ถูกมั้ย
ครับ
ครับ
แต่ที่ผ่านมาเหมือนเลือกแล้วเลิกเลยนะ อันนี้ผมมองแบบชาวบ้าน คือมันก็จะเป็นเรื่อง ส.ส. แต่ละคนก็จะดูแลเขตตัวเองถูกมั้ย คล้ายๆ อย่างนั้นนะ มันยังไม่เห็นเอกภาพของ ส.ส. กทม. ที่จะผลักดันแบบจังหวัดน่ะ อ่าเราดูบางจังหวัดเวลาเค้าหาเสียงเห็นมั้ย เค้าจะบอกว่าพะเยาอย่างเงี้ย สงขลาอย่างเงี้ย หรือจะเป็นอุบลอย่างเงี้ย แต่กรุงเทพฯ มันอาจจะใหญ่ก็ได้นะครับ
หรืออาจจะเยอะ
ก็เลยอยากจะคิดว่าใครมีไอเดียมั้ยกับการที่กรุงเทพมหานคร พรรคไหนที่จะมีลักษณะที่จะสะท้อนเป็นพลังของ กทม. ซึ่งไม่ใช่การเลือกตั้งผู้ว่า นึกออกใช่มั้ย
อ่ะคุณสกลที ในฐานะเป็นอดีตรองผู้ว่า กทม.
เป็นอดีต สส. เขตด้วย
ครับ
ถือว่าประสบการณ์สูงสุดเนี่ย
อ นี้ไม่เป็นยังไงครับ
เรื่องการเป็นเอกภาพใช่มั้ย
ใช่
ผมคิดว่า
ไม่ได้หมายเอกภาพ หมายถึงไม่ได้หมายถึงต้องเป็นพรรคเดียวอย่างงั้นนะ
ครับ
แต่หมายถึงมันสะท้อนความเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ
ครับ
ที่จะผลักดันอะไรใหญ่ๆ ของกรุงเทพฯ ในนามฝ่ายนิติบัญญัติ หรือรัฐบาลน่ะ ไม่ใช่ผู้ว่านะ นึกออกใช่มั้ย
ใจฮะ คือในในนามของ คือผมคิดว่าด้วยสนามกรุงเทพฯ เนี่ย ถึงมันมัน 1 คือมันใหญ่
2 คือการแข่งขันเนี่ย มันสูงนะครับ เดิม สมัยก่อนก็มีแค่ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย
ตอนหลังๆ ก็แยกกันมา 3-4 พรรค ซึ่งผมคิดว่า เอ่อแต่ละพรรคเนี่ย มันก็มีการแข่งขันเรื่องนโยบายกันสูง บางอย่างก็ตรงกัน บางอย่างก็ไม่ตรงกันเลย ผมเลยทำให้คิดว่าเอกภาพภาพเนี่ย มันไม่มี แต่ผมเชื่อว่าบางเรื่องเนี่ย ถ้ามันมีอะไรที่คิดเห็นเหมือนกัน และเป็นผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ ผมคิดว่าไอ้เรื่องกำแพงเรื่องพรรคมันไม่มี อย่างเช่นเรื่อง พรบ. กรุงเทพฯ เนี่ย ผมคิดว่าเห็นตรงกัน อย่างผมเนี่ย ประสบการณ์เราตอนทำงานเรารู้เลยว่ามันมีข้อจำกัดเยอะมากๆ ที่ผู้ว่าและทีมบริหารเนี่ย อยากจะทำ แต่ทำไม่ได้ ซึ่งมันเป็นประโยชน์กับกรุงเทพฯ โดยรวมด้วยนะครับ อย่างเช่นเรื่องการบริหารจราจร พี่ยุทธลองคิดดูว่าเราทำได้แค่เซ็ตสัญญาณไฟ ติดกล้องวงจรปิด แต่ตำรวจเป็นคนใช้ เราไม่สามารถที่จะควบคุมรถเลย แต่ว่าเวลารถติด หรือรถอะไร คนด่าผู้ว่าหมด ถูกมั้ยฮะ เพราะฉะนั้นเนี่ย อยากจะให้ด่าได้เต็มๆ เลย คือควรจะเอาอำนาจให้ผู้ว่า แล้วทีนี้พอทำไม่ได้ ค่อยว่ากัน อันนี้คือ 1 อย่าง 2 เนี่ย เรื่อง เอ่อเก็บภาษีโรงแรม พี่ยุทธคงจำได้ตอนผมลงเนี่ยผมหาเสียงเรื่องนี้หนักมาก เพราะผมคิดว่าผู้ว่าเนี่ย เอ่อมันต้องหาเงินได้ และใช้เงินเป็นด้วย คือเงินเนี่ย เราจะรอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไม่ได้หรอก คือเดิมตอนสมัยผมอยู่เนี่ย เอ่อปีนึงก็
วันนี้ปีประม 8 90ม000ล้าน
ใช่ แต่สมัยตอนผมอยู่เนี่ย แค่ 70,000 กว่าล้านเอง แล้วครึ่งนึงเป็นเงินเดือน พี่คิดดูว่าเราต้องดูแลกรุงเทพฯ ทั้งหมดด้วยเงินเดือนประมาณ เงินประมาณ 30,000 กว่าล้านต่อปี ไม่พอแล้ว มันมีเงินประจำหลายอย่างที่มันฟิกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ย กรุงเทพต้องมีอำนาจหารายได้
ถูกครับ อย่างเช่นเรื่องโรงแรม ผมว่าทุกเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลอนดอน นิวยอร์ก หรือว่าที่อื่นเนี่ย เก็บหมดแล้ว พี่ แล้วเราจุดเด่นของเราที่เงินหาเงินเข้ามาในกรุงเทพฯ ก็คือนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นไอ้ส่วนนี้เราไม่ต้องเก็บเยอะ เราเก็บแค่ 100 บาทเนี่ย ผมลองคำนวณคร่าวๆ ด้วยการเก็บ 100 บาทกับคนที่มันใช้ชุดในกรุงเทพฯ เนี่ย เราได้ 5,000 ล้าน ทำไมเราต้องยอมให้ เอ่อภาษีเหยียบแผ่นดินเนี่ยกันท่าเอาไป แต่ว่าคนต่างชาติเนี่ยเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯ ใช้ทรัพยากรเราทุกอย่าง ทิ้งขยะ เดินทุกอย่าง ฟุบาท แต่ไม่ได้จ่ายเงินให้เรากลับมาเลย คือโอเค อาจจะจ่ายในนามร้านค้า แต่ว่าเงินที่คืนเข้ามาให้ท้องถิ่นเพื่อเอาไปบริหารต่อเนี่ย มันไม่มี ซึ่งผมคิดว่าตัวเนี้ย ถ้าเราแก้ทั้ง พรบ. กทม. แก้ทั้ง พรบ. โรงแรม แล้วเราเก็บในส่วนนี้ได้เนี่ย ผมคิดว่ามันจะเป็นกำลังสำคัญให้กับตัวผู้ว่า รวมถึงเรื่องขยะด้วย ผมผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ผมยอมรับว่าผมผิดหวังนะ คือถ้าจำกันได้ตอนช่วงหาเสียงเนี่ย ทุกคนหาเสียงหมดว่าการเก็บขยะเนี่ย มันต้องพัฒนาะ แต่ว่าล่าสุด 4 ปีที่ผ่านมาเนี่ย ก็ยังเก็บขยะโดยการจ้างไปฝังกลบเหมือนเดิม
อื
คือทานที่จะเพิ่ม เอ่อโรงไฟฟ้าขยะแบบปิด ที่มันไม่เป็นอันตรายกับคนกรุงเทพฯ แต่ว่าเสียเงินปีนึง เอ่อสุพนัสอาจจะเข้าไปค้นดูตัวเลข ผมเห็นผู้ว่าทัชาติก็เซ็นหลายๆ ตัวหลายพันล้านที่เอาเงินที่จ้างคนเอาขยะไปฝังกลบ ซึ่งไม่ได้ทั้งเรื่องสุขลักษณะ ไม่ได้ทั้งเรื่องทรัพยากรที่เราต้องเสียไป แต่แทนที่เราจะลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากันเนี่ย ไปทำโรงไฟฟ้าที่เผาขยะ แล้วเอาขยะไปใช้ต่อได้ อันเนี้ยมันเสียประโยชน์หลายเรื่อง ไอ้ตัวนี้บางทีเผลอๆ ขายขยะได้เงินกลับเข้ามาอีก เรา กทม. มีศักยภาพในการหาเงินปีนึงได้เป็นหมื่นล้าน
แต่ว่าโดยอำนาจของ กทม. ตอนนี้เไม่มีอำนาจ
ไอ้เรื่องขยะมี ขยะมีอ เรื่องอื่นๆ เรื่องอำนาจของการบริหารจัดการ ซึ่งผมถามพี่ยุทธว่าถ้าวันที่ผู้ว่าเข้ามาตั้งแต่วันแรก แล้วขยับตั้งแต่วันแรก วันนี้เผลอๆ เสร็จไปแล้ว
อ้า เดี๋ยวผู้ว่าผาดพิงนะเนี่ย
อ่ะผมพลาดพิงเลย ผมคาดหวัง ผมคาดหวัง
อันนี้เรากำลังพูดถึง คือผมกำลังใช้คำว่า มีพรรคไหนมั้ย ที่มีนโยบายเรื่องมหานครน่ะ
ครับ
นึกออกใช่มั้ย
ซึ่งอันเนี้ย เราเห็น ผมว่าเราตรงกันอ่ะ อย่างเรื่องขยะ เรื่องการบริหารเมือง เรื่องการหารายได้ให้เมือง ผมว่าทุกพรรคเห็นตรงกัน อันเนี้ยผมว่ามันเป็นมันเป็นจุดร่วมกันได้อ่ะ
อ้าอันนี้ในฐานะคุณเป็นคนพูดถึงเรื่องก็ต้องแก้อำนาจ
ครับ
แก้เรื่องงบประมาณถูกมั้ย อ้าเชิญ
ถูกครับ ก็เอางี้ครับว่าสิ่งที่
ครับ สิ่งที่พรรคประชาชนมองเนี่ย คืออยากให้กรุงเทพฯ โตได้
แล้วก็บริหารจัดการได้ดี
อ
สิ่งที่เราทำก็เลยทำผ่าน พรบ. กทม. เพราะ 1 เนี่ย พรบ. กทม. เนี่ย จะทำให้กรุงเทพมหานครเนี่ย สามารถจัดเก็บตัวเรื่องของรายได้อื่นๆ ได้เพิ่มเติม เพราะทุกวันนี้งบประมาณกรุงเทพฯ มีอยู่ 2 ส่วน งบของกรุงเทพฯ เอง ประมาณ 90,000 ล้าน อีก 30,000 ล้านอุดหนุนเฉพาะกิจจากรัฐบาลมานะครับ มันก็ตันอยู่ที่ 120,000 ล้าน มีอยู่ประมาณเท่านี้
เก็บรายได้อีกส่วนนึงมั้ย
อันนี้หมดแล้วนะครับ เก็บรวมรวมมาหมดแล้ว 120,000 ล้าน มีอยู่เท่านี้นะครับ ทั้งที่เป็นระดับมหานคร แล้วต้องดูแลพี่น้องประชาชน 5 ล้าน 5 ล้านกว่าคนเนี่ย คือตามที่มีทะเบียนบ้าน แต่ถ้าเกิดรวมประชากรแฝงด้วยเนี่ย
8 ล้าน ประมาณ 8 ล้านคน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำนะครับ ในขณะที่ต้องบอกว่ามันมีค่าธรรมเนียมหลายๆ ตัวที่สามารถจะเก็บได้ อ่ะอย่างที่คุณสกลทีพูดก่อนหน้านี้ เนาะ เรื่องของการเข้าประเทศ เรามีนักท่องเที่ยวประมาณ 30 ล้านคนต่อปี ในกรุงเทพมหานคร ถ้าจะเก็บเอาแค่ 100 บาทต่อวัน ถูกมั้ยฮะ ถ้าเกิดเราเอาแค่ 100 บาทต่อครั้งก็ได้อ่ะ เข้า 1 คนเนี่ย เราเก็บ 100 เนี่ย เราได้ 3,000 ล้าน แล้วเกิดบางทีอยู่ นานมากกว่า 1 วัน ถ้าเกิดค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 วัน คุณหาเงินได้หมื่นกว่าล้านง่ายๆ เลยนะครับ จากนักท่องเที่ยว อันนี้ส่วนหนึ่งในมิติของด้านรายได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือด้านการบริหารจัดการ ทำยังไงที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้
มันก็เป็นเรื่องอย่างที่บอกว่าต้องเรื่องของการกระจายอำนาจแหละครับ ผ่านตัว พรบ. กทม. นะครับ ให้เรื่องของ อ่าการจราจร
พี่เชื่อมั้ยครับว่าทุกวัน
อันนี้คือคุณมีนโยบายถูกมั้ย
เรามีหมดแล้ว
อ คุณเตรียมมานี่ถูกมั้ย
ถูกต้องครับ
เออ แล้วไงต่อ
ครับ อ่าอย่างเรื่องจราจรเนี่ย ทุกวันนี้เนี่ย กล้อง AI กรุงเทพมหานครเนี่ย สมมุติว่าจับได้เป็นล้านเคสนะ พี่ยุทธ จริงๆ เยอะกว่านั้นเยอะต่อวันนะครับ การกระทำผิดการจราจร สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย มีการออกใบ Ticket เนี่ย เรื่องของค่าปรับต่างๆ เนี่ย เพียงแค่ 1%
หรือ 10,000 เดียว
อือ
10,000 เคสเท่านั้นเอง
นั่นหมายความว่าอะไร นั่นหมายความว่าทุกวันนี้ที่เรามีปัญหาสร้างการจราจรกัน คนไม่เคารพกฎหมายกันเกิดขึ้นเนี่ย เพราะว่า
เราให้ตำรวจเนี่ย เป็นคนออก Ticket กรุงเทพมหานครไม่สามารถออก Ticket เองได้นะครับ ในขณะที่ต่างชาติเนี่ย ทำได้แล้วนะครับ และ Ticket ไม่ได้เป็นใบด้วย Ticket บางทีผ่านมาทางอีเมล ผ่านทางมือถือเรียบร้อย ตรงนี้เนี่ย จะแก้ปัญหาเรื่องของการจราจรได้ในระดับหนึ่ง
นะครับ
อัตโนมัติเลย
อัตโนมัติเลย การบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นแหละ เข้ามือถือ ตู้มเลย คุณได้ละเมิดแล้ว อะไรอย่างงี้ใช่มั้ย เก็บเงินได้มหาศาลเลย
ถูกต้องครับ
ถ้าแก้กฎหมายหลักเนี่ย
ถูกต้องครับ
เพราะทุกวันนี้ตำรวจอ้างอันนึงก็คือไม่มีสตางค์ตังในการออกไอ้ใบค้าปรับเนี่ยไปให้ประชาชน เพราะมันมีต้นทุนในการออก แล้วประชาชนก็เนี่ย ออกต้องออก 2 รอบ 3 รอบ อันนี้จะเป็นปัญหาทำให้กรุงเทพมหานครมันขาดรายได้อยู่นะครับ
อือ่ะ เพราะฉะนั้นคุณเสนอโมเดลมหานครอย่างที่ว่านะ
แล้วเก็บรายได้มหาศาลเลย เพียงแต่เอาอำนาจมาให้ กทม. ครับ
คุณผลักดันกฎหมายถูกมั้ย
ถูกต้องครับ
กฎหมายเสร็จแล้วใช่มั้ย
หมายถึงเตรียมไว้แล้ว ถูกต้องครับ
อ้า เพื่อไทยว่าไง
เรื่องๆ กฎหมาย
เพื่อไทยนี่คุณเป็นแชมป์กรุงเทพฯ มาหลายสมัย
ในอดีต อดีต
สมัย 4 4 48 อะไรเงี้ย เราได้ 30 ขวที่นั่งครับ แต่ก็
อ ความเป็นมหานครมีนโยบายมั้ย
ครับ เอ่อผมผมข้ามเรื่องกฎหมายเนาะ เพราะว่าจริงๆ มีความเห็นในลักษณะเดียวกัน แต่ มันมีอีกฉบับนึงครับก็คือ
ไม่ลักษณะเดียวกัน เกิดเสนอเข้าไปช่วยกันมั้ย
ได้ครับ ก็ไอ้กฎหมายแบบนี้ เห็นตรงกันมั้ย
มีเหตุครับ
อ่ะ เดี๋ยวจะให้อธิบาย เอาตรงนี้ก่อน
เอามั้ย
เอาครับ พรบ. กทม. พรรคเพื่อไทยยกมือ
ยกมือแล้วเรามีร่างของเราด้วย
อ่าคล้ายกันใช่มั้ย
อ่าก็คงต้องมีบางประเด็นที่ไปแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการ
อ้า ประชาธิปัตย์การเสนอ
ปฏิบัติเตรียมไว้เหมือนกัน แต่ต้องดูรายละเอียดข้างในว่ามันแตกต่างกันตรงไหนบ้าง
หลักการ หลักการ หลักการ หลักการ
เอาอำนาจมาอยู่ที่ผู้ว่า เชื่อในประชาชนครับ
ตำรวจควันดำ ท้องถิ่นอะไรต่างๆ เนี่ย
ครับ
อ่าเค้าเรียกว่าหน่วยงาน กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษต่างๆ เนี่ย ถูกมั้ย
อยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งหมด
เอาอำนาจมา แล้วก็สามารถที่จะเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ เอาหลักการนี้ คุณสุขิง
ใช่ครับ ก็หลักการนี้ครับ เมื่อกี้ต้นรายการผมบอกแล้ว มันต้องเหลือแค่ 2 ชั้นอ
ชั้นบนคือระดับผู้ว่านะครับ ไฟ น้ำ การจราจรนะฮะ ตำรวจมั้ย ตำรวจถึงขนาดนั้นมั้ย
ทำได้ดีเลยครับ เอาเลยครับ
เอายกมือให้มั้ย
ส่วนชั้น 2 เนี่ย ก็คือในระดับเขตเนี่ย อาจจะไม่ใช่ถึงขั้นสกอไม่ไม่ย่อยเป็น
แต่อาจจะเป็นโซน เพราะมันมีปัญหาที่มันเฉพาะเฉพาะโซนใช่ครับ เพราะกรุงเทพฯ มันใหญ่ แล้วเสน่ห์ของกรุงเทพฯ จริงๆ คือการที่ มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเป็นอิสระนะ
นะฮะ แล้วมันมีความหลากหลาย
นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นแรงดึงดูดของทั้งคนต่างชาติ นักท่องเที่ยว นักลงทุน แม้กระทั่งเราเอง
ครับ หลักการนี้ไม่ขัดข้อง
ใช่ครับ
ผ่านนะ ยกมือให้นะ
ครับ
มันจะได้เห็นกฎหมายกรุงเทพมหานครที่ อันนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยนะ
เอารายละเอียดมาเคลียร์กัน หลักการหลักการ โอเค รายละเอียดเคลียร์กันว่าตกลงข้างบนเนี่ย จะเอาอะไรมาบ้าง
อือ
นะครับ ข้างล่างเนี่ย จะทำละเอียดขนาดไหน
จะเล็กขนาดไหน ใหญ่ขนาดเชงเช่นรถเมล์ถูกมั้ย
อำนาจอยู่ที่ใครอ่ะ จราจร
จราจร
อ่าต่างๆนะ
อ่าถนนหนทาง ผสงภาษีอ่ะ คุณ
อ่ะ ถ้าคุณเตรียมไว้เหมือนกัน หลักการเอา อ่ะนี้กลับมา คุณเอาอันนี้ พี่ยุทธ มันจะมีรายละเอียดบางอัน เพราะว่าอย่างของเดิมเนี่ย ของเพื่อไทยสมัยก่อนเคยเสนอ แต่ว่าอาจจะมีการเลือกตั้งผู้ว่า เป็นโซนอย่างเงี้ย อันนี้ต้องมาดู ต้องมาคุยกัน อันนี้ไม่เป็นไร ถือว่ารายละเอียดแล้ว เราก็ดูเรื่องความเชื่อมโยงของกรุงเทพฯ กับเศรษฐกิจของทั้งประเทศด้วยนะครับผม เมื่อต้นรายการผมพูดถึงสร้างกำแพงริมชายแดน แต่เราต้องไม่มาสร้างกำแพงล้อมกรุงเทพฯ นะครับ เข้าใจเข้าใจ
กรุงเทพฯ เนี่ย มันคนกรุงเทพฯ เนี่ย จะภูมิใจ ถ้ากรุงเทพฯ เนี่ย เป็นมหานครของคนไทยทั้งประเทศ
อือ่ะ ตะกี้คุณว่าไง
จะบอกเรื่องความเป็นมหานครครับ ที่ตอนแรกว่าจะข้ามตรงนี้ แต่จะมีอีกเรื่องนึงก็คือเรื่อง Universal Design ที่ที่เราผลักดันมากๆ รอบนี้นะครับ ซึ่งจะทำเป็นกฎหมายคำว่า
Universal Design ก็คือภาษาไทยมัน คืออารยสถาปัตย์อ่ะครับ คือการทำให้เมืองเนี่ยเป็นเมืองของคนทุกคน คนทุกกลุ่ม คนใช้รถเข็น คนผู้สูงอายุ หรือว่าเด็ก หรือคนมีสัตว์เลี้ยง อะไรทุกอย่างเนี่ยครับ สามารถเข้าถึงทุกที่ทุกพื้นที่ เป็นพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพมหานครแล้วก็เมืองต่างๆ ได้ อันนี้คือคืออีกหนึ่งอย่างที่ผมอยากให้เราขับเคลื่อนไปด้วยกัน แล้วมันเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะที่นักท่องเที่ยวมา ใครมาหรือใครเข้ามาในเมืองหลวงของคือทั้งหลายทั้งปวงมันจะกลับมา 2 ข้อคือเงินกับอำนาจ
>> ถูกครับ ถูกครับ
>> ถูกมั้ย ถ้ามีเงินเนี่ย
>> มันทำได้หมดอ่ะ
>> แต่อันนี้คือมาตรฐาน คือหมายถึงว่าถ้ามันมีเงินแต่มันไม่มีมาตรฐานเนี่ย มันทำไม่ได้
>> อออ้า เพราะฉะนั้นโมเดลของทางนี้นะ คุณอ่า คุณผิงว่าไงเ
>> เมื่อกี้ผมแค่พูดว่าในที่สุดแบบที่พี่ ยุทธสรุปก็คือการกลับมาใช้เงิน แต่ผมถึงต้องมาขายคุณสุปจีไงว่าราคาข้าวขึ้นไม่ต้องเอาไปอุดหนุนเนี่ยจริงๆนะครับ นี่ทุกคนเดี๋หารายได้เข้าประเทศมา
>> ไม่คืออย่างงี้ ไม่ไม่งั้นทุกปีเนี่ยเราก็ต้องไปอุดหนุน ซึ่งมันเยอะ แต่ราคาขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องไปอุดหนุน ไอ้เงินที่เซฟไปตั้งเป็นหมื่นๆ ล้านเนี่ย ไม่พูดถึงการชดเชยค่าไฟ ค่าโดยสาร มันทำได้หมด
>> ถ้าเรามีอะไรครับ
>> อ
>> ตังค์
>> อ
>> ก็ต้องเป็นหาเงิน
>> อยากไอ้เรื่องหาตังค์เนี่ย ผมคิดว่าเอา ง่ายๆครับ ลดการคอร์รัปชันให้ได้ก่อนดีกว่านะครับ เรื่องของกระบวนการจัดซื้อ ผมนั่งอยู่ในห้องงบทุกปี ขอของแพงเกินจริงหมดเลยครับพี่ยุทธ
>> แค่ใช้ AI จับโกง เปิดเผยให้งบประมาณ สามารถเป็น Machineable คืออ่าน Excel ได้ ใช้ไอ้คอมพิวเตอร์เราเนี่ยสามารถอ่านได้เนี่ย รับรองเงินจะลดจะได้เงินคืนเป็นแสนๆ ล้าน พี่ยุทธไม่ต้องให้คุณสุปจีแค่ขายเข้าแต่เราสามารถได้เงินคืนมาเป็นแสนๆ ล้านจากการประหยัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพได้
>> เครื่องออกกำลังกาย 700,000 อย่างเงี้ย
>> เครื่องออกกำลังกายโดนละ 700,000 เครื่องออกกำลังกายใครซื้อ
>> หมายถึงเปิดเผยให้โปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างจะได้เงินคืนมา
>> ถูกต้องครับ
>> อ่ารถไฟฟ้าจริงๆเผินๆสบายเลย
>> ประเทศเราก็ไม่ได้ยากจน
>> เอ่อให้อำนาจผู้ว่ากทมอะไรต่างๆเนี่ยนะ เอาหลักการตรงกันนะจบนะ
>> ขอแย้งพี่ขิงนิดเดียวได้มั้ครับ
>> ว่า
>> คือพอดีเห็นพูดถึงคุณสุภจี คุณเอกนิตติ ศรีอศักดิ์มาหลายรอบครับ สมัยตอนพรรคเพื่อไทยที่คุณเอกนัสพี่ขิงนะครับเป็นด้วยกันเนี่ยครับ ตอนนั้น GDP ทุกไตรมาส 2 กว่าหมดนะครับ
>> ผมตกใจเมื่อกี้พูดว่าพอภูมิใจไทยเข้ามาเนี่ย JDP เหลือ 0 จุดกว่านะครับ แล้วพาคนละครึ่งเติมเข้าไปให้กลายเป็น 1 นิดคนละเรื่องกันเลยนะครับ บอกว่าเศรษฐกิจดีนี่กลายเป็นเหลือ 0 กว่า 1
>> ไม่เดิมผมทำ 2-3% นะครับ
>> ไม่ใช่ครับศูนย์กว่าเนี่ยมันมาจากการคาดการณ์นะครับ โดยหน่วยงาน
>> เอ้ยแต่แต่บ้าน 4 ออกยัง
>> นะครับ
>> กำลังจะออกครับ
>> กำลังจะออก
>> ก็ต้องให้มันจากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะตกมาเหลือ 0% กว่าเนี่ย ให้มันขึ้นไปที่ 1% กว่า
>> แต่ในที่สุดเราก็ต้องช่วยกันให้โตเต็มศักยภาพไป 3% นะครับ ทางประชาบอก 5%
>> คือไม่ได้สำคัญที่พูดนะครับ
>> คือคือต้องทำด้วยอ
>> ก็เลยบอกว่าวันเนี้ยเราพูด
>> รถทำคือ
>> อ่ะแต่เบอกว่า GDP เสมัยนั้นเนี่ย 2 กว่า ตลอด
>> โตมาตลอด พอคุณเข้ามาปุ๊บตกเลย
>> คือมันมันไม่ใช่ตกเลย ผมถึงบอกว่าจะคาดการ 0 เป็น 1 เพราะไอ้ที่คาดการดีกว่าที่คาดแล้ว
>> ดีกว่าที่คาดไอ้แต่ที่คาดเนี่ยมันเป็นผลพลอยของสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดมา ซึ่งไม่ไม่อยากไปโทษใครไม่อยากไปโทษใครเพราะไม่งั้นก็กลับมาพูดถึงเรื่องอดีตอีกนะครับ แต่ว่ามันถูกคาดการณ์ว่าจะโตแค่ 0% กว่า
>> แต่ทำให้ขึ้นมาได้เพียงใช้เวลา 2 เดือนกว่านะครับอ
>> เปอร์เซ็น 1% กว่า
>> แล้วถ้ามีเวลาอีกเนี่ย ขยับไป 3% ขยับไป 4 ขยับไป 5 แล้วเงินถ้ามีแล้ว ขอบคุณคุณสุพนัสเห็นตรงกันครับ ถ้ามันไม่มีรั่วไหลออกไปไม่มีโจรมาปล้นเราเนี่ย มันก็ใช้ได้เต็ม
>> เอ ผมจะให้คนละ 10 วินาที บอกกับคนกรุงเทพฯ ไม่หลอกนิดหน่อยแต่ยังไม่อธิบายแล้วอ่า พยายามจะโน้มน้าว
>> เดี๋ยวๆก่อนไปบอกนิดนึงได้มั้ครับพยุทธ
>> นิดเดียวครับพอดีเพราะว่าเราพูดถึงพรบ. กทม.เอาหมดเลย
>> อ่าอันนี้เค้าตกลงกับผมแล้ว
>> เข้าใจครับ คือเป็นไปได้มั้ครับว่าทุกท่านเลยให้ทางสื่อของแต่ละพรรคเนี่ยโพสต์ตัวร่างพรบ.กทม. พวกเราก็อยากเห็นเหมือนกัน จะได้เห็นความแตกต่างด้วยว่าที่แต่ละพรรคเนี่ยร่างกันมาเนี่ยเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าเข้าไปผมคิดว่านี่คงเป็นเรื่องนึงที่ เราอยากจะขับผลักดันกันจริงๆ เพราะว่าพรบ.กม.ล่าสุดเนี่ย 2528 พี่ยุทธ 40 ปีไม่มีการเปลี่ยน และที่ผ่านมาก็พูดอย่างงี้มาโดยตลอดว่าแต่ละพรรค
>> ก็อยากจะผลักดันพ.รม.คุณสงสัยว่าเค้ามีจริงหรือเปล่าใช่มั้
>> ผมสงสัยไม่ใช่แค่มีจริงครับพี่ยุทธครับ แต่อะไรที่เราเห็นตรงกันอะไรไม่เห็นตรงกันจะได้ถกตั้งแต่ช่วงนี้เลย
>> ถกกันถึงเวลาจะได้ไม่ไปอ้างเป็นเหตุว่าจะลบ
>> ต้องครับ เพราะเดี๋ยวเนี่ยตอนเหาเสียงก็คอมมิแบบนึง เดี๋ยวพอเลือกตั้งปุ๊บอ่ะก็บอกว่าอไม่ตรงกันบ้างอะไรกันบ้าง
>> ผมถือว่ารายการนี้เป็นที่คอมมินะครับ
>> อ่ารายละเอียดเนี่ยอเเสนอว่าเดี๋ไป
>> จิไม่ต้องกังวลว่าใครจะเป็นรัฐบาลด้วยนะ ครับเพราะมันเป็นเรื่องของสภาถูกมั้ยครับ จะใช้ร่างหลักของคุณสุพนัส ร่างของภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ เพื่อไทยเนี่ยเนี่ยทุกคนมีร่างโหวตนะครับ พอเข้าไปถึงก็โหวตรับหลักการ
>> แล้วก็เอาร่างกายมาเป็น แล้วในชั้นกรรมาธิการก็ไปปรับแก้กันได้
>> คือหลักการเพิ่มอำนาจของผู้ว่ากทม. โครงสร้างกระจายอำนาจอีกระดับหนึ่งแต่เล็กใหญ่เดี๋ไปถกกัน
>> และเพิ่มอำนาจในเรื่องการจัดเก็บเงินครับ
>> หลักการเป็นอย่างงี้ถูกมั้ย
>> อันนี้คือหลักใหญ่ฮะ
>> อ่ะเดี๋ไปโพสต์ล่างได้มั้ย
>> มีเดี๋ยวขอไปปรับก่อนครับผม
>> ขอปรับอ้ามีอยู่ใช่มั้ย
>> เคยเสนอภูมิใจไทย
>> ครับมีครับ
>> มีอยู่นะอ่ะอ่ะคุณก่อนประมาณ 10 วินาที 15 วินาทีอ้อนประชาชนคนกรุงเทพฯเลย
>> ครับอ่ากล้องครับก็ขอโอกาสพี่น้องคนกรุงอีกครั้งนึงครับ ให้พรรคเพื่อไทยครับได้กลับเข้ามาดูแลพี่น้องในกรุงเทพมหานครครับ มั่นใจว่าการแก้ไขแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยทำได้ กรุงเทพฯทำได้ เลือกเพื่อไทยเบอร์ 9 ครับ
>> อ้า
>> คนพรรคประชาธิปัตย์
>> ได้ครับขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ด้วยไทยหายจนด้วยคนทำเป็นนะครับอภิสิทธิ์ก่อนและการดีหมายเลข 27 ทั่วทั้งประเทศไทยนะครับ รวมทั้งเลือก สส.เขตของประชาธิปัตย์เข้าไปทุกเขตนะครับ ขอบคุณครับ
>> พรรคภูมิใจไทย
>> ครับก็สำหรับคนกรุงเทพฯนะครับพรรคภูมิใจไทยจะทำให้เป็นกรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งความสุขของคนกรุงเทพฯทุกๆคนนะครับ เราไม่ขายฝันเราทำจริงนะครับเอ่อเรามีคนมาทำไม่ว่าจะเป็นท่านอนุทิน ท่านเอกนิติสุภจี ศรีหศักดิ์นะครับ เพราะฉะนั้นทั้งคนกรุงเทพฯและคนทั้งประเทศไทยครับ เลือกภูมิใจไทยทุกอย่างที่พูดจะทำให้เกิดขึ้นจริงครับ เบอร์ 37 ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ไม่ใช่โต๊ะเสี่ยงทายไม่ต้องเสี่ยงเอาแบบชัวร์ๆครับ เลือกภูมิใจไทยพูดแล้วทำครับ
>> แหมพอดีเลยเ้าเชิญคุณพรรคประชาชน
>> ครับพรรคประชาชนเบอร์ 46 ครับ เราพร้อมที่จะบริหารประเทศโดยมืออาชีพ และพร้อมที่จะผลักดันปัญหาด้านเศรษฐกิจให้ได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการคอร์รัปชันให้ได้รับการแก้ไข ในขณะเดียวกันเราพร้อมที่จะปลดล็อคศักยภาพของกรุงเทพมหานครเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ดีขึ้นครับ พรรคประชาชนป่าสีชมพูเบอร์ 46 ครับ
>> อืมอ่ะเป็นอันเรียบร้อยขอให้ทุกท่านไปใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ากับที่จะเอาชนะใจประชาชนนะฮะ ขอบคุณทุกท่านและขอบคุณเครื่องดื่มอีฟสนับสนุนรายการในวัน Eh