Transcription
รู้สึกหดหู่ ท้อแท้ หรือหมดไฟในชีวิตอยู่หรือเปล่าครับ
รู้หรือไม่ว่าในเวลาแบบนี้ พระพุทธองค์ทรงมีวิธีปลุกไฟในใจให้กลับมาลุกโชนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลองเปิดใจฟังพระสูตรนี้ดูนะครับ
พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ก็สมัยใดจิตหดหู่ สมัยนั้นมิใช่การเพื่อเจริญปสัทธิสัมโพชฌงค์ มิใช่การเพื่อเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ และมิใช่การเพื่อเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะจิตหดหู่ จิตที่หดหู่นั้นให้ตั้งขึ้นได้ยากด้วยธรรมเหล่านั้น เปรียบเหมือนบุรุษต้องการจะก่อไฟดวงน้อยให้ลุกโพลง แต่เขาจึงใส่หญ้าสด โคไมสด ไม้สด พ่นน้ำและโรยฝุ่นลงในไฟนั้น บุรุษนั้นจะสามารถก่อไฟดวงน้อยให้ลุกโพลงได้หรือหนอ ไม่ได้เลย ฉันนั้นเหมือนกัน
ภิกษุทั้งหลาย สมัยใดจิตหดหู่ สมัยนั้นเป็นการเพื่อเจริญธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ เป็นการเพื่อเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ เป็นการเพื่อเจริญปีติสัมโพชฌงค์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะจิตหดหู่ จิตที่หดหู่นั้นให้ตั้งขึ้นได้ง่ายด้วยธรรมเหล่านั้น เปรียบเหมือนบุรุษต้องการจะก่อไฟดวงน้อยให้ลุกโพลง แต่เขาจึงใส่หญ้าแห้ง โคไมแห้ง ไม้แห้ง เอาปากเป่าและไม่รวยฝุ่นในไฟนั้น บุรุษนั้นสามารถจะก่อไฟดวงน้อยให้ลุกโพลงขึ้นได้หรือหนอ ได้ พระเจ้าข้า ฉันนั้นเหมือนกัน"
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เวลาที่จิตใจหดหู่ ท้อแท้ อย่าเพิ่งข่มใจให้นิ่ง แต่จงเติมพลัง เติมความปีติ และเฟ้นหาความจริง เพื่อดึงไฟในใจให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งนะครับ
แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ มีวิธีดึงจิตใจที่กำลังหดหู่ให้กลับมาตั้งมั่นกันอย่างไรบ้าง คอมเมนต์แบ่งปันธรรมะเป็นวิทยาทานกันได้เลยนะครับ