Transcription
สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่รายการ One on ค่ะ อยู่กับเค้กค่ะ อินแก้ว โอ พานุเคราะห์กุล สำหรับคุณผู้ชมที่ติดตามข่าวการเมืองนะคะ แน่นอนว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนน่าจะจับตาการปรับโครงสร้างพรรคประชาชนค่ะ แล้ววันนี้ทางพรรคเองก็ได้ประกาศ ครม.เงามาเรียบร้อยแล้ว เราก็เลยจะชวนมาคุยกันนะคะว่าการปรับโครงสร้างพรรคประชาชนจะเป็นยังไง แล้วพรรควางแผนจะทำอะไรต่อ นะคะ วันนี้เราอยู่กับคุณพิจาร ชวะพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชนคนล่าสุด สวัสดีค่ะ
>> สวัสดีครับ สวัสดีคุณเค้กครับ สวัสดีท่านผู้ชมครับ ผมพี่จานครับ
>> ค่ะ เป็นยังไงบ้างกับตำแหน่งใหม่ล่าสุด
>> ก็...
>> เอาความรู้สึกก่อนก็ได้ค่ะ
>> ความรู้สึกก็รู้สึกว่าเรามีภาระที่จะต้องพาพรรคประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งรอบหน้าให้ได้รับชัยชนะ
>> อื้มค่ะ
>> แล้วก็ไม่มีความหนักใจ มีแต่ความตื่นเต้นที่จะได้ทำงานในบทบาทใหม่
>> อื้ม ภาระใหญ่แต่ไม่หนักใจเนาะ
>> อาจจะเรียกว่าก็เป็นคนที่อายุไม่น้อยแล้วเนาะ ผ่านร้อนผ่านหนาว มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจมาพอสมควร มีแรงกดดันหลายๆ อย่างในชีวิตอยู่เยอะค่ะ ดังนั้นเอ่อ การรับหน้าที่เลขาธิการพรรคก็ไม่ได้กดดันอะไรมาก แล้วผมคิดว่ามากไปกว่านั้นคือผมมีเพื่อนๆ ร่วมงานที่ต่อสู้มาด้วยกันตั้งแต่อนาคตใหม่ ช่วงก้าวไกลนะ ครับ เยอะ มีความสามารถทั้งนั้น รวมถึงเอ่อ เพื่อนใหม่ๆ ที่แม้จะเพิ่งเข้ามาร่วมงานกับเราเนาะ ในเห็นในสาธารณะตอนประชาชน แต่ว่าจริงๆ แล้วก็มีการทำงานอ่าเบื้องหลังกันมาอยู่ตลอด
>> อื้ม
>> ก็ต้องบอกว่ามั่นใจในเอ่อ บรรดา สส. ที่อยู่หน้างาน มากกว่านั้นอีก ก็ต้องบอกว่าเลขาธิการพรรคคนก่อนก็คือพี่ติ่ง ศราวุฒินะครับ คือเราเห็นบทบาทแกในฐานะเลขาในช่วงพรรคประชาชน แต่จริงๆ แล้วพี่ติ่งเนี่ยอยู่กับเรามาตั้งแต่อนาคตใหม่ ในนามเอ่อ ผู้อำนวยการพรรคนะครับ แล้วก็รับบทบาทในการเอ่อ ดูแรงงานด้านเอ่อ เครือข่ายของพรรค
>> อ
>> เพราะฉะนั้นเนี่ย ช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมานะ ครับ พี่ติ่ง ศรายุทธ ก็เอ่อ สร้างองคาพยพนี้ขึ้นมาได้อย่างเอ่อ มีคุณภาพได้อย่างเหนียวแน่น ตอบโจทย์ความเป็นพรรคมวลชน
>> อื้ม
>> ดังนั้นเนี่ย ด้วยสิ่งเหล่านี้ ผมไม่ได้ ไม่ได้หนักใจ และก็คิดเห็นถึงโอกาส เห็นถึงความท้าทายที่เราจะเอ่อ ทำให้พรรคมันขยายฐานได้มากขึ้นนะครับ เพื่อเอ่อ เข้าสู่การเลือกตั้งในครั้งถัดไปครับ
>> ค่ะ เค้กถามถึงที่มาหน่อยค่ะ เพราะว่าสัปดาห์ที่แล้วเนี่ย เรายังจับตาเคสกรณี 44 ส.ส. ซึ่งจริงๆ เนี่ยก็คือกระทบแค่ 10 ส.ส. ว่าจะได้เอ่อ มีคำสั่งศาลหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า นะคะ แล้วก็ตามหน้าข่าวเนี่ย ทุกคนคาดการณ์ว่าน่าจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แหละ และถ้าเป็นแบบนั้น คนก็คาดการณ์กันต่อว่าจะเป็นอาจารย์ต้นขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน แล้วก็คุณเท้งเนี่ย ขยับไปเป็นเลขาธิการพรรค แต่ปรากฏว่าอ่ะ ศาลไม่ได้สั่งหยุด แล้วก็เป็นคุณพิจารณ์ขึ้นมาแทน คำถามก็คือว่า ทำไมพรรคถึงเลือกเป็นคุณพิจารณ์ มันอยู่ในแผนเดิม หรือว่ามันเป็นการปรับรับสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
>> จริงๆ ต้องบอกว่าเราวางไว้ทุก...
>> ค่ะ
>> ยังก็มี มันก็มี 3 Scenario เนาะ
>> อือ
>> Scenario แรกก็คือยกฟ้อง
>> ค่ะ
>> ใช่ไหมครับ Scenario ที่ 2 ก็คือเอ่อ รับคำร้องแล้วก็สั่งให้เอ่อ...
>> หยุดปฏิบัติหน้าที่
>> หยุดปฏิบัติหน้าที่จริงๆ ไม่ต้องสั่งนะ ก็คือหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปเลย แต่ถ้าไม่หยุดเนี่ย ต้องสั่งให้ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็เป็น...
>> Scenario ที่ 3 จริงๆ มี Scenario ที่ 4
>> ค่ะ
>> Scenario ที่ 4 ที่วางไว้ก็คือไม่รับคำร้อง โดยแบบว่าให้กลับไปแก้
>> อื้ม
>> อื้ม ให้กลับไปแก้ ก็มันก็จะก็เป็นอีกแบบนึง ดังนั้นเนี่ย ทั้ง 4 Scenario เนี่ย เราก็เราก็วางแผนกันไว้อยู่ละ
>> ครับ
>> วางแผนอยู่แล้ว ทีนี้ถามว่าแล้วเอ่อ ทำไมถึงเอ่อ เป็นผม
>> คือในแต่ละ Scenario ก็แน่นอนว่าก็อาจจะมีหัวหน้าพรรคเอ่อ คนละคน
>> อือ
>> ใช่มั้ยครับ จริงๆ แล้วมันก็นั่นแหละ Scenario ที่ถูกสั่งหยุดนั่นแหละ ก็ต้องเปลี่ยนหัวหน้าพรรค แต่ถ้าเกิดว่า Scenario อื่นๆ เนี่ย ก็ก็ไม่ได้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคใช่มั้ยฮะ ดังนั้นเมื่อไม่เปลี่ยนหัวหน้าพรรคเนี่ย เอ่อ ก็อยู่ที่หัวหน้าพรรคครับ ว่าจะอยากจะเสนอชื่อใครต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อให้มันเป็นเอ่อ เพื่อให้มาเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเอ่อ ผมเองเนี่ย ก็ได้รับการเอ่อ พูดคุยทาบทามจากทางหัวหน้าคุณเท้งอ่ะนะครับ
>> ครับ
>> ก็ ผมก็คิดว่าคุณเท้งก็คงจะเอ่อ เห็นว่าก็ทำงานมาด้วยกันตลอดตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่เนาะ คุณเท้งนี่เป็น สส. เขตบางบางแค ตอนนั้นผมเป็น สส. บัญชีรายชื่อ
>> แล้วบ้านผมก็อยู่บางแค
>> ก็รู้จักกัน ทำงานมาด้วยกันมาตลอด แล้วก็ล่าสุดก็อยู่ในคณะกรรมการบริหารด้วยกันนะ ครับ อื้ม คุณเท้งก็เลยก็เลยทาบทามแล้วก็เสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่
>> ค่ะ ตอนคุณเท้งมาคุยด้วยค่ะ คุณเท้งคุยกับคุณพิจารณ์ว่าทำไมถึงเป็นคุณพิจารณ์ คุณสมบัติแบบไหนที่คุณเท้งมองหาในฐานะเลขาธิการของพรรคประชาชน ณ วันเนี้ย ที่จะเดินกันไปข้างหน้า
>> ผมคิดว่าเอ่อ ต้องการคนที่แน่นอน เรื่องของไม่ต้อง question เรื่องของอุดมการณ์เนาะ ไม่ต้อง question เรื่องของความไว้วางใจ เชื่อใจกันนะ ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะต้องทำงานด้วยกัน แล้วผมคิดว่าคุณเท้งก็รู้จักแล้วก็ทำงานด้วยกันกับพวกกับผมมาโดยตลอดเนาะ เหมือนกับที่ผมเองก็เอาไว้วางใจในตัวคุณเท้งเหมือนกันนะครับ
>> เอ่อ ส่วนในแง่อื่นเนี่ย ผมคิดว่าเนื่องจากเราต้องการเลขาธิการพรรคที่มารับบทบาททั้งเอ่อ หลังบ้านแล้วก็ทั้งหน้าบ้านในบางส่วนด้วยนะครับ ผมจะขยายความอย่างงี้ เวลาเราพูดว่าหลังบ้านเนี่ย เราหมายถึงการบริหารองคาพยพของพรรคนะครับ ทั้งเอ่อ ทีมจังหวัดนะครับ ตัวแทนพรรคนะครับ ประจำอำเภอ นะครับ เอ่อ ออฟฟิศของพรรค ผู้บริหารงานเอ่อ ผู้ประสานงานต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการขยายฐาน ขยายสมาชิกนะครับ แล้วก็ขยายเรื่องของอุดมการณ์ แนวคิดนะ กับเรื่องของการเอ่อ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต่างๆ ซึ่งคุณเท้งก็อาจจะเห็นว่าผมน่าจะมาเอ่อ รับงานต่อจากพี่ติ่งได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะก็สนิทกับพี่ติ่งด้วย อยู่ในกรรมการบริหารพรรคด้วยกันนะครับ แล้วก็อาจจะมองเรื่องของประสบการณ์ที่ผมมีในการบริหารภาคธุรกิจ
>> อื้ม
>> เนาะ ส่วนเอ่อในแง่ที่ว่าเอ่อ งานด้านหน้า งานเอ่อหน้างานเนี่ย ก็จะด้วยความที่ผมเป็นอดีต สส. นะครับ ตอนสมัยเอ่อ อนาคตใหม่นะ ครับ ก็เลยก็เลยคิดว่าผมมาเอ่อ สอบถามทาบทามให้ผมยินดีที่จะรับตำแหน่งครับ
>> ค่ะ คือที่ผ่านมาเราจะเห็นคุณพิจารณ์เป็น ส.ส. สมัยพรรคอนาคตใหม่นะคะ แล้วก็หลังจากนั้นก็จะเห็นไปทำงานหลังบ้าน คนก็จะไม่เห็นบทบาทสักเท่าไหร่ อาจจะให้ขยายความหน่อยค่ะว่าการที่ทำงานอยู่ข้างหลังกับคุณสราวุฒิเนี่ย ความสนิทสนมหรือวิธีการทำงานแบบไหนที่ทำให้เห็นว่าคุณเท้งบอกว่าเป็นคุณพิจารณ์แหละเหมาะแล้ว ณ เวลานี้
>> ก็อย่างงี้ฮะ คือเวลาที่เราทำงานกับสมาชิกพรรคเนาะ เอ่อ ทำงานกับเอ่อ เครือข่ายเนาะ อื ที่ที่ต้องบอกว่ามันเป็นวิธีการสร้างพรรคมวลชนนะครับ พรรคแบบเนี้ย เราอยู่หลอมรวมกันด้วยอุดมการณ์ แน่นอนครับ เวลาคนที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัว แต่มองเป้าหมายแล้วมาทำงานร่วมกันเนี่ย ก็จะมีการเอ่อ ไม่ลงรอยกัน ไม่เข้าใจกัน อ่า มีมีปากมีเสียง มีอะไรกันอย่างเงี้ย มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วเนาะ ทีนี้พอมาทำงานตรงเนี้ย เอ่อ ผมคิดว่าผมก็เป็นคนนึงที่เอ่อ รับรู้ปัญหาจากเอ่อ ส่วนหลักเอ่อ ส่วนต่างๆ ของพรรค แล้วก็เอ่อ พยายามที่จะใช้วุฒิภาวะในการรับฟัง แล้วก็แก้ไขปัญหา โดยที่ไม่ได้ไม่ได้มีความเอ่อ ลำเอียงอย่างไร ผมว่าเรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญของผู้บริหารนะครับ พี่ติ่งเนี่ย แรกๆ เนี่ย อันนี้แกเป็นคนเปิดใจพูดกับผมเองว่าสมัยตอนอนาคตใหม่เนี่ยแกก็...
>> แกก็ไม่แน่ใจผมเหมือนกัน
>> รู้สึกว่าเอ๊ วิจารณ์นี่จ้อนนี่จะมาตั้งมุ้งหรือเปล่า
>> เออ จะมาตั้งมุ้ง จะมาต่อรองหรือเปล่า นี่แกเล่าเองนะ ไม่ใช่ผมเล่า แต่พอเราทำงานไปเรื่อยๆ แกก็เริ่มเห็นแล้วว่า เออ ผมก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะมาสร้างมุ้ง มาสร้างกว้าน มาต่อรองอะไรนะครับ กับพรรค ก็ก็แล้วก็เป็นเรื่องที่ก็ก็รับรู้กันก็น่าจะเป็นเอ่อ เหตุผลหลักครับ
>> อื้ม
>> อื้ม
>> อื้ม ท่าน้ำก่อนได้ค่ะ
>> เดี๋จะพูดเบาไปหน่อย [เสียงหัวเราะ]
>> ได้ค่ะ คุณพิจารกับพรรคมาตั้งแต่อนาคตใหม่ มาก้าวไกล มาพรรคประชาชน
>> ครับ
>> คิดว่าถ้าเทียบกันแล้วค่ะ อะไรคือความท้าทายของการเป็นเลขาพรรคของพรรคประชาชน ณ วันนี้ ถ้าเทียบกับก่อนหน้านี้
>> ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าตอนนี้ก็กระแสก็เห็นอยู่แล้วว่าก็คนก็บอกว่าเนี่ยหลังจาก เอ่อ แพ้การเลือกตั้งไปใช่มั้ยครับ ใช้คำว่าอะไรนะ เมาหมัด
>> อ่า เลือกตั้งไป เมาหมัด ยังไม่ตั้งลำซะที ใช่มั้ยครับ ซึ่งอันนั้นน่ะเป็นภาพที่ข้างนอกมองมา เราไม่มี เราไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องไปนั่งเถียง เฮ้ย เราไม่เมา ไม่ใช่ แต่เราต้องทำให้เขาเห็นว่า เฮ้ย...
>> ก็ยังไงอ่ะ ที่เรียกว่าไม่เมา ใช่มั้ย ทั้งที่เพราะว่าในภายในเราเราก็รู้ว่าเอ่อ เราไม่ได้เมาหรอก แต่มันเป็นประเด็นเรื่องของอาจจะมีเรื่องนิติสงครามที่มันเข้ามานะครับ แล้วมันทำให้สมาธิหรือโฟกัสของเราเนี่ย บางทีมันมันหลุดออกไปเนาะ แล้วก็ต้อง ก็ต้องรับในเรื่องนี้ แต่ว่าผมคิดว่า...
>> เอาล่ะ ในวิกฤตมันมีโอกาส
>> อื้มฮึ
>> เมื่อ 10 ส.ส. ได้ไปต่อ นะครับ เอ่อ การเลือกเอ่อ พี่ติ่งแกก็มี intention ที่แกอยากจะลาออกใช่ มั้ฮะ เราก็ได้เลขาธิการพรรคคนใหม่ละ ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าจากนี้ไปเดินหน้าเนี่ย เรามีสมาธิกันมากขึ้นเนาะ เราตั้ง เราไอ้ เรื่องอุดมการณ์ เรื่องความตั้งใจ เอ่อ แนวทางในการพักเนี่ย มันเหมือนเดิมอยู่แล้วล่ะ แต่เรามีหน้าที่ที่จะ deliver ผ่านการกระทำให้พี่น้องประชาชนเห็น งานในสภา เอ่อ วันนี้เราเราเริ่มประกาศตัว ครม. เงา
>> ค่ะ
>> เมื่อวานนี้เรามีการเอ่อ แข่งขันกันเพื่อให้เพื่อน ส.ส. ลงมติ
>> ประธานกรรมาธิการ
>> ประธานกรรมาธิการทั้ง 9 คณะนะครับ ก็ได้มาแล้วเรียบร้อยเนาะ ผมคิดว่าอันนี้อันนี้ นอกเรื่องไปนิดนึง ผมคิดว่าอันเนี้ยมันเป็นอะไรที่เอ่อ น่าจะเป็นวัฒนธรรมใหม่สำหรับการเมืองไทยเนาะ เพราะว่ามันคือมันคือแบบประชาธิปไตยภายในพรรค มันคือการเอ่อ แข่งขันกันแบบ...
>> ต้องมาแสดงวิสัยทัศน์ มาแสดงแผนงานว่าจะ ถ้าเป็นประธานแล้วจะทำอะไร จะ deliver อะไรให้กับพรรค เพื่อให้เพื่อน สส. ได้โหวตเนาะ อ่า อันเนี้ย เราก็เนี่ย ผมคิดว่าทางอ่างานสภาเนี่ย เราค่อนข้างชัดเจนละนะครับ
>> ครม. เอาเองเราก็เอ่อ ตรวจสอบรัฐบาลพร้อมกับมีข้อเสนอแนะ
>> ในทุกเรื่อง
>> ภายใต้สถานการณ์ที่บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้เนาะ ผมก็คิดว่าพี่น้องประชาชนเนี่ย ก็อาจจะเอ่อ รู้สึกผิดหวัง
>> อื้ม
>> หรือว่ามีความเอ่อ เดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ค่าพลังงาน แต่ว่ามากไปกว่านั้นเนี่ย ถามว่าเอ๊ะ แล้ว ครม. เงาจะทำอะไร
>> ครับ
>> ถ้าคุณเค้กลองนึกดูเนาะ ถ้าเราทำการเมืองแบบปล่อยให้รัฐบาลทำไปก่อนป่ะ ให้เขาพังก่อน
>> ค่ะ
>> แล้วค่อยมาซ้ำ เราอาจจะได้เอ่อ ความนิยม
>> อื้ม
>> เนาะ มากกว่าเนาะ แต่ถ้าอะไร แต่ว่าแต่ว่าผมคิดว่าอันนั้นมันไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเนาะ ดังนั้นหน้าที่ของ ครม. ครม. เงา คือเอ่อ ตรวจสอบแล้วก็เสนอแนะในข้อเสนอแนะที่ดีกว่า เพื่อให้่อ รัฐบาลนำไปปรับปรุง
>> ค่ะ
>> และสิ่งเนี้ย มันจะเป็นการเอ่อ สร้างความหวังให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็...
>> แล้วก็ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะบริหารประเทศ เมื่อเราได้รับความไว้วางใจมากพอ
>> ค่ะ เดี๋ยวเค้กจะชวนคุยเรื่อง ครม. เงา
>> แบบดิบๆ อีกที
>> อ่า อีกทีเนาะ แต่ว่าอยากย้อนกลับไปเรื่อง เมาหมัดนิดนึงค่ะ เมื่อกี้คุณพิจารณ์บอกว่า
>> เอ่อ ในฐานะคนที่อยู่กับพรรคเนี่ย คิดว่าพรรคไม่ได้เมาหมัด แต่ว่าภาพที่คนข้างนอกเห็นมันเป็นอีกแบบนึง ก็เลยอยากจะให้ อธิบายว่าในฐานะคนในเนี่ย
>> อื้ม
>> ข้างในมันคือเกิดอะไรขึ้น หรือว่าไอ้ที่บอกว่าไม่เมาหมัดอ่ะ มันแล้วมันเป็นยังไง
>> ผมผมคิดว่าอันเนี้ย มันมันแค่รู้สึกเอ่อ เสียสมาธิ
>> ค่ะ
>> มันแค่เสียสมาธิไปในในช่วงที่เนี่ย เรามีกรณีเรื่องของ 10 คดี 10...
>> อื้ม
>> 10 ส.ส. ต มันมีส่วนนึงทำเราเสียสมาธิ
>> อื้ม
>> แล้วก็ต้องยอมรับว่าเอ่อ ด้วยผลการเลือกตั้งนะครับ ก็...
>> เอ่อ อาจจะรู้สึกเอ่อ ผมไม่ใช่คำว่าท้อแท้ นะ แต่มันเซ็งเนาะ มันมีความเซ็งอยู่ประมาณนึง อะไรเงี้ย อื้ม มันก็มันก็เลยทำให้เอ่อ สมาธิก็ถูกหลุดไปบ้าง
>> อื้ม
>> เอ่อ แต่ผมคิดว่า ถ้าถามว่า เรา เสียอุดมการณ์ จุดยืนเราเปลี่ยนไป เรามัวแต่คิดว่าจะแบบ กลับไปเอ่อ เพื่อจะไปหวังจะร่วมรัฐบาลนะ อันเนี้ยไม่ใช่แน่ๆ อื้ม ดังนั้นเอ่อ ก็หลังจากวันนี้ หลังจากที่เราเราเริ่มเราเริ่มเอ่อ ตั้ง ครม. เงา เราเริ่มเลือก กรรมาธิการแล้ว เราก็มีเลขาที่จะเดินหน้า สู่การเอ่อ สร้างพรรคนะครับ มีการพัฒนาบุคลากร ทุกองคาพยพ เดี๋ยวเราค่อยมาลงดีเทลอีกทีก็ได้เนาะ เออ อันเนี้ย ผมคิดว่าจากวันนี้ไป...
>> มันเหมือนกับเราเปลี่ยนฤดูละ
>> ค่ะ ก็ยอมรับว่าผิดหวังจากผลการเลือกตั้ง แล้วก็เสียสมาธิไปครู่นึง
>> ครับ
>> แต่ตอนนี้ตั้งลำได้แล้ว แล้วก็เตรียมไปข้างหน้าแล้วครับ
>> ค่ะ เอ่อ มีนักวิเคราะห์หลายคนค่ะ วิจารณ์ว่าตำแหน่งเลขาธิการพรรคส้มเนี่ย ทุกคนจะต้องเป็นเพื่อนคุณธนาธร จริงหรือเปล่า
>> เอิ่ม ไม่ไม่น่าจะจริง แต่ผมมาเป็นเพื่อนธนาธรเนาะ แต่ว่ามันไม่เกี่ยว มันไม่เกี่ยวว่าจะต้องเป็นเพื่อนธนาธร [เสียงหัวเราะ] เป็นเลขาธิการพรรคส้ม เออ แต่ก็แต่ก็ต้องยอมรับว่าก็เป็นเพื่อนจริงๆ ก็เข้าพักมาก็คือก็ตอนนั้นธนาธรก็ชวนเพื่อนๆ สมัยเรียนมาพูดคุยมาฟังวิสัยทัศน์เขา ตั้งแต่ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ๆ เลย
>> ค่ะ
>> อื้ม [เสียงกระแอม] แล้วเราก็จริงๆ ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากเลย
>> ค่ะ
>> อื้ม แค่เอ่อ เด็กๆ ก็เคยเจอๆ กันบ้าง แล้วก็เรียนจบก็เจอกันบ้าง ไม่ได้สนิทอะไรกัน
>> ก็มาช่วยหาสมาชิกพรรคอะไรตอนนั้นครับ งั้น [เสียงกระแอม] ย้อนกลับไปที่คำถามก็คือว่า ไม่ไม่ได้เกี่ยวหรอกครับว่าเลขาธิการพรรคต้องเป็น...
>> เอ่อ เพื่อนเอก [เสียงหัวเราะ]
>> ก็ผมก็ย้ำอีกครั้งว่าเลขาธิการพรรคยัง อยู่ที่หัวหน้าเลือก
>> อือ ที่หัวหน้าเลือก ตามตามตามค่อมครับ
>> ขอโทษ ไม่ใช่หัวหน้าเลือก หัวหน้าเสนอชื่อ ให้กับที่ประชุม เป็นผู้เป็นเป็นผู้รับรอง ค่ะ แต่ถ้าไม่นับว่าคุณธนาธรชวนนะคะ โดยส่วนตัวของคุณพิจารณ์เองอ่ะ มีความสนใจหรือความเกี่ยวข้องทางการเมืองยังไง ถึงตัดสินใจมาร่วมตั้งแต่พรรค
>> อนาคตใหม่
>> ยอมรับเลยครับว่าเป็นคนไม่ได้สนใจทางการเมืองอะไรมากมายเลย
>> เออ ผมพูดกับเพื่อนในพรรคเสมอเลยว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เดินเข้ามาสมัครเป็น สส. ตอนเดินเข้ามาเป็นสมาชิกแล้วภายหลังก็มาเป็น สส. ตั้งแต่ตอนพรรคอนาคตใหม่เนี่ย เรียก ว่ามี...
>> มีแรงขับเคลื่อนทางการเมืองสูงกว่าผมเยอะ
>> อื้ม ผมเนี่ยมันเริ่มต้นจากการว่าเอ่อ รู้จักกับธนาธร แล้วก็มาช่วยหาสมาชิกพรรค ช่วยหาคนมาลง สส.
>> อื้ม
>> อื้ม ตอนนั้นเท่านั้นเลย แล้วก็แล้วก็ภายหลังก็ก็มาลงเป็นเอ่อ บัญชีรายชื่อตอนพรรค อนาคตใหม่ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่คิดหรอกครับว่าจะได้จะได้เป็น สส. ค่ะ
>> อื้ม ตอนที่เราพวกเราเริ่มกัน เราก็ยังเชื่อว่าอาจจะได้สัก 2 คน 3 คน ยังคิดอย่างนั้นอยู่เลย อื้ม
>> ตอนตอน [เสียงกระแอม] ที่เราเริ่มต้น
>> แต่ตอนนี้คลุกคลีกับการเมืองมาสัก 7-8 ปีแล้ว แล้วก็ตอนนี้อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่คนจับตามองมากๆ ด้วย
>> มุมมองต่อการเมืองมันเป็นยังไงบ้างคะ ตอนนี้
>> ผ่านหลายเหตุการณ์มาเหลือเกินกับพรรคสีส้มเนี่ย
>> ถ้าจะให้พูดโดยคอนเซปต์เลยเนี่ย
>> ค่ะ
>> ข้อดีของผมเนี่ย ผมน่ะมีแว่นตาของคนที่ไม่ใช่คอการเมือง
>> ฮาร์ดคอร์ทางการเมืองเนาะ
>> อื้ม ผมมาติดตามการเมืองแบบออเตอร์คนนึง อ่านข่าวการเมือง พอผมมาทำงาน ผมมาเข้าสภาเนี่ย ผมก็มาพบเจอในสิ่งที่เคยคิดว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วเป็นอย่างงั้นจริงๆ
>> ค่ะ
>> เออ ผมพบเห็นการ การละครเนาะ หน้ากล้องแบบนึง หลังกล้องแบบนึง
>> อื้ม
>> ผมพบและรับรู้ถึงวิธีการในการที่ไปเอ่อ จะไปเรียกว่า เงินทอนจากโครงการ จากงบประมาณอย่างไร
>> เนาะ เพียงแต่ว่าเราไม่สามารถถ่ายคลิป หรืออัดเสียงได้ในเวลานั้นเท่านั้นเอง
>> อื้ม
>> มันก็เลยทำให้เราเห็นละ แล้วเราก็บอกกับตัวเองแล้วว่า เฮ้ย ถ้าไม่ใช่พรรคการเมืองเนี่ย
>> อื้ม [เสียงกระแอม]
>> โอกาสจะสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเนี้ย มันยาก
>> อื้ม
>> อื้ม มันยาก มองไม่เห็น
>> อื้ม
>> ก็เลยเป็นที่มาว่าเมื่อผม แม้ผมจะไม่ได้เป็น สส. มาแล้วนะครับ คือผมเป็น สส. ต่ออนาคตใหม่ แล้วก็ย้ำอีกครั้งว่าเป็นตอนนั้นก็ คือก็ไม่ได้มีแรงขับเคลื่อนทางการเมือง ที่อยากจะมาเป็น แต่พอได้เป็นเราก็ทำงานเต็มที่ แต่พอถึงเวลาที่จะไปต่อในนามเอ่อ เลือกตั้งครั้งถัดไปเนี่ย ผมก็อ่ะ ขอสต็ป back ไม่ได้ลงเป็นเอ่อ ผู้แทน เพราะผมคิดว่าการที่ใครจะมาเสนอตัวเป็นผู้แทนราษฎร น่ะ คือคุณต้องมี action คุณต้องคุณจะเป็นผู้แทน น่ะ มันเป็นอาชีพที่มีเกียรติอ่ะ เออ คุณต้องเป็นผู้แทนจริงๆ เนาะ แต่ถ้าเราเองเรายังต้องการเวลาส่วนตัว เราเองเรายังต้องการเอ่อเอ่อ เวลาเพื่อกับธุรกิจของเราเนี่ย เราไม่ควรจะมาเป็นผู้แทน
>> อื้ม
>> อื้ม ดังนั้นก็เลยก็เลยถอยถอยออกมา ไม่ได้เป็น ไม่ได้เป็น สส.
>> แต่ว่าแม้ว่าไม่ได้เป็น สส. ก็ก็ยังทำงานกับพรรคอยู่ ทำมาตลอด แล้วก็แต่ก็แบ่งเวลาให้กับให้กับเอ่อ เรื่องส่วนตัวด้วย บางครั้งคนที่รู้จักกันเก็จะถามว่า เอ๊ะ ทำไมยังอยู่ตรงนี้อยู่อ่ะ เออ ทำงานแบบนี้ ทำไมไม่เป็น สส. เออ ก็ก็ยืนยันอย่างที่พูดไปแล้ว
>> ค่ะ
>> กลับมาที่คุณเค้กถามว่า แล้วแกะ 7-8 ปีแล้ว เห็นอะไร ก็ก็ยืนยันอีกครั้งว่าผมคิดว่า ที่ผมยินดีทำงานแบบเนี้ย ผมยินดีที่จะรับใช้อุดมการณ์ของพรรคการเมืองแบบนี้ เพราะผมเชื่อว่าเนี่ยเนี่ยคือพรรคที่จะที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้จริงๆ เวลาพูดว่าเปลี่ยนแปลงประเทศเราหมายถึงอะไรเนาะ เพราะว่าเราเราพูดถึงว่าเนี่ยมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเนี่ย เราพูดคำนี้บ่อย แต่ผมคิดว่าผมอยากใช้เวลาขยายความนิดนึง ว่าเวลาสร้างความเปลี่ยนแปลงเราหมายถึงอะไร
>> เราหมายถึงว่าเราอยากจะมาสร้างการเมืองที่ มันมีคุณภาพ การเมืองที่รับใช้ประชาชนจริงๆ การเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจริงๆ
>> เวลาพูดว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ฟังคำเนี้ยมันดูสวยหรูนะ แต่จริงๆ มันหมายถึงอะไร มันหมายถึงแบบการเมืองที่มันไม่ซื้อเสียงอ่ะ การเมืองที่แบบแบบไม่ไปบีบบังคับให้ ประชาชนต้องต้องยอมเอ่อ รู้สึกถึงหนี้บุญคุณของนักการเมือง
>> แล้วมาตอบแทนผ่านผลการเลือกตั้งเนี่ย เราอยากทำการเมืองแบบนั้น ซึ่ง
>> พูดแบบไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ผมคิดว่าที่ เราเดินทางที่ผ่านมา เราได้ยกระดับการเมืองอะไรไปบางอย่างบ้างแล้ว แวะนิดเดียว ขยายความนิดเดียวว่าเรายกระดับอะไร เอ่อ ผมคิดว่าเราทำให้เอ่อนักการเมืองในหลายเขตเลือกตั้งเริ่มต้องทำงานมากขึ้น
>> อื้ม
>> เพื่อแลกคะแนนเสียง ไม่ใช่เพียงการเอ่อ สร้างบุญคุณกับประชาชนเพียงเท่านั้นอ
>> นะครับ
>> นอกจากการเมืองมีอะไรอีก มีเรื่องเศรษฐกิจเนาะ เราอยากสร้างเศรษฐกิจที่มันที่มันเจริญเติบโตกว่านี้ แล้วก็เจริญเติบโตแบบที่เอ่อ การกระจายตัวมันมันไปถึงเอ่อ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย คนตัวเล็กตัวน้อยได้ด้วย สุดท้ายคือสังคม เราอยากสร้างสังคมที่ความ มีมีความเท่าเทียมยิ่งขึ้น ลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ สังคมที่เอ่อ ประชาชนมีสิทธิมีเสรีภาพนะครับ เนี่ย เวลาเราพูดว่าเราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงเนี่ย มันคือเรื่องพวกนี้ที่เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่แน่นอนว่าเราก็ค่อยๆ ขยับทำงานทำความคิด แล้วก็เอ่อ ขับเคลื่อนผ่านพรรคการเมืองนี่แหละครับ
>> อื้ม อื้ม ค่ะ เอ่อ เค้กขอย้อนกลับไปสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหน่อย พรรคมีการประชุมใหญ่กันแล้วก็เข้าใจว่า
>> ในส่วนนึงมีการให้ สส. แล้วก็สมาชิกสะท้อนปัญหาภายในพรรคด้วย อยากรู้ว่าปัญหาหลักอะไรที่ สส. หรือว่าสมาชิกเค้ากังวล แล้วเค้าสะท้อนมาถึงแกนนำพรรค
>> ปัญหาอะไรบ้างที่สะท้อนไปถึงแกนนำพรรค
>> อื้ม
>> ก็ ก็จะมีเนี่ย อย่างประเด็นเรื่องที่เมื่อกี้ที่สเมื่อสักครู่ที่คุณเค้กตั้งประเด็นเนาะ ว่าเออ รู้สึกว่าเอ๊ะ พรรคที่ผ่านมาแบบยังไม่ aggressive เท่าไหร่ หลังการเลือกตั้ง
>> นะครับ
>> อ่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้ก็รับฟังเนาะ เอ่อ แล้วแต่ส่วนอาจจะเป็นการแลกๆ เปลี่ยนกันเรื่องของการทำงานที่เข้มข้นมากๆ เนี่ย คือเรื่องของการทำงานเอ่อ เป็นการถอดบทเรียนว่าเอ๊ะ เราแพ้เลือกตั้งกันเพราะอะไร
>> ซึ่งส่วนนึงเนี่ยที่เป็นเอ่อ ข้อเสนอโดยหัวหน้าพรรคแล้วก็โดยเอ่อ อดีตเลขาธิการพรรคนะครับ แล้วก็ผ่านวงประชุมผู้บริหารมาแล้วเนี่ย คือเรามีการถกเถียงแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนกัน ถึงการเพิ่มโครงสร้างอีกโครงสร้างนึง เราเรียกว่ายุทธศาสตร์พื้นที่
>> อื้มฮึ
>> คือโครงสร้างเนี้ยที่เพิ่มขึ้นมาเนี่ย เพื่อที่คาดหวังที่จะทำให้เอ่อ ผลการเลือกตั้งนำไปสู่ชัยชนะ ผมอธิบายอย่างงี้ครับ คือโดยปกติแล้วเนี่ย [เสียงสูดหายใจ] เอ่อ ความเป้าความมุ่งหมายของเราที่จะสร้างพรรคมวลชนเนี่ย
>> อื้ม
>> เราพยายามสร้างความมีส่วนร่วมของสมาชิก เราพยายามทำให้สมาชิกเนี่ยเป็นสมาชิกที่ตื่นตัวนะครับ ไม่ใช่เพียงนึงเอ่อ ใช้อำนาจผ่านตอนวันเลือกตั้งผ่านเท่านั้น ทำกิจกรรมกับสมาชิกมากมาย การที่เราจะสามารถทำงานทำความคิดลงไปยังรากหญ้าได้ เราจำเป็นที่ต้องมีโหนดเนาะ
>> มีโหนด มีสมาชิกอยู่ตามละตามแต่ละหมู่บ้าน แต่ละตำบลที่จะเป็นเหมือนกับหัวคะแนนธรรมชาติ
>> นี่คือสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด ทีนี้จะทำให้ เอ่อ สิ่งเนี้ยมันเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นได้อย่างไร สิ่งที่เราเสริมขึ้นมาแล้วก็คือ ยุทธศาสตร์พื้นที่ ก็คือว่าเราจะมีการเอ่อ รับรองผู้สมัคร
>> ค่ะ
>> อดีตผู้สมัครของพรรคนะครับ ที่เอ่อ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์เนี่ย อาจจะไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่ว่าเขามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานต่อไป แล้วเขาก็ถูกการประเมินผ่านเอ่อ ทีมงานจังหวัด เอ่อ ผ่านเอ่อ ผู้บริหารที่ได้ลงไปช่วยหาเสียงอะไรต่างๆ ก็เลยเห็นแล้วว่า เอ่อเอ่อ บุคคลเหล่านี้ ผู้สมัครเหล่านี้ พร้อมที่จะทำงานต่อ
>> ก็เราก็จะรับรองกันแต่เนิ่นๆ วันที่ 1 พฤษภาคมเนี่ย ก็จะมีชุดแรก ที่จะเริ่มรับรอง เขาก็จะเดินหน้าทำงานต่อได้เลย จากเดิมที่วันที่เา้าเอ่อ เริ่มหาเสียง ซึ่งเป็นระยะที่สั้นมาก ถูกมั้ครับ
>> อาจจะเริ่มจาก 0 นับ 1 2 3 ไปถึง 4 ละ
>> วันนี้ได้รับการรับรองเก็เดินต่อจาก 4 ไป 5 ทำงานต่อเนื่อง
>> ทีนี้บุคคลเหล่านี้จะทำงานต่อเนื่องได้อย่างมีเอ่อ ประสิทธิภาพ หมายความว่าอะไร หมายความว่าเค้าจะสามารถเอาเอ่อ กลไกสภา กลไกของพรรคไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ จำเป็นที่จะต้องมี ถ้าผมเรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือเหมือนมีพี่เลี้ยง
>> ค่ะ
>> ก็คือจะมีเอ่อ ประธานยุทธศาสตร์พื้นที่ ที่มาช่วย อื้มฮึ
>> เรียกว่าเป็นพี่เลี้ยง มาช่วย groom มาช่วยอบรม มาช่วยเอ่อ บริหารทรัพยากร
>> อื้ม
>> เพื่อให้เขาเหล่านั้นเนี่ย เอ่อ สามารถที่จะเอ่อ แก้ปัญหา เข้าถึงพี่น้องประชาชนได้
>> อ
>> เช่น ลงพื้นที่ไปพบเอ่อ ราคาปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร
>> ค่ะ
>> อ่า เห็นแล้วล่ะ เห็นปัญหาแล้วล่ะ แต่อาจจะยังมองไม่เห็นว่าเอ๊ะ แล้วจะใช้ทรัพยากรของพรรคตรงไหนที่จะแก้ปัญหาได้
>> ใช่มั้ยครับ หรืออาจจะมองไม่เห็นว่านอกจากติดพูดคุยกับหน่วยงานในระดับจังหวัดแล้วเนี่ย เอ่อ เราจะเอาเรื่องเนี้ยเข้าไปถึงในสภายังไง
>> อื้ม อื้ม
>> จะเข้ากรรมาธิการไหน เอ่อ จะแก้ปัญหาด้วย ด้วยด้วยรูปแบบใดเนี่ย ก็จะมีประธานยุทธศาสตร์พื้นที่ที่ว่ามา มาช่วย
>> ประธานยุทธศาสตร์พื้นที่ หรือพี่เลี้ยงเนี่ยค่ะ จะมีหลายคนถูกมั้คะ
>> ครับ แบ่งตามพื้นที่ใช่ครับ
>> แบ่ง
>> อย่างในกรุงเทพฯ
>> อ๋อ เอ่อ แบ่งยังไงเนี่ย แบ่งแบ่งแบ่งตามภูมิภาค
>> อื้ม
>> อย่างในกรุงเทพฯ นะครับ ก็จะมีเอ่อ 1 ท่าน
>> ค่ะ ก็ เออ คุณเก๊กถามแบบนี้ ผมก็รู้สึกว่าเอ๊ะ เรายังไม่เคยประกาศเหมือนกันนะ [เสียงกระแอม] เดี๋เรา [เสียงหัวเราะ] ต้อง
>> อธิบายที่นี่ก่อนได้เลยค่ะ
>> ครับ ก็นี่แหละครับ ก็ก็จะก็จะแบ่ง ก็จะมีทางมีภาคเหนือเนาะ มีภาคเหนือ มีอีสาน มีภาคกลาง อีสานก็จะมีหลายคน แบ่งตามเอ่อ แบ่งตามลักษณะทางกายภาพของพื้น [เสียงกระแอม] ที่นะครับ อย่างภาคใต้เนี่ย ก็จะเอ่อ ก็จะมี เอ่อ คุณภัคมน์
>> อื้ม
>> อื้ม
>> แล้วก็ อ่า อ่า แล้วก็จะมีเอ่อ ใต้ๆ ล่างก็ จะแบ่งเป็นพื้นที่
>> ก็แต่ละคนก็ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ยินดีมา รับ เพราะว่ามันเป็นภารกิจที่เพิ่มขึ้นจากเดิม
>> อ
>> คือเป็น สส. เนาะ อย่างคุณพมพลเงี้เป็นโฆษกพรรคด้วยเนาะ งานก็ก็เยอะอยู่แล้วเนาะ แล้วก็ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนเป็นประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองด้วย
>> อื้ม
>> แล้วก็ต้องรับบทบาท
>> พื้นที่
>> ครับ ตรงนี้อีกใช่ เป็นประธานยุทธศาสตร์พื้นที่
>> ค่ะ ทีนี้อยากให้ขยายความเรื่องของการทำพื้นที่เนาะ เพราะว่าจริงๆ ทางพรรคก็แถลงออกมาในวันที่ประชุมเสร็จแล้วว่าพรรคจะเดินการเมือง 2 2 ขา ขานึงคือการทำงานทำความคิด อีกขานึงคือการทำงานพื้นที่ งั้นเค้กชวนคุยพื้นที่ก่อน เพราะเราคุยพื้นที่กันมาแล้วในเรื่องของการทำงานพื้นที่อ่ะค่ะ ที่พรรคบอกว่าเราจะไม่ทำแบบระบบบ้านใหญ่หรืออุปถัมภ์แบบเดิมๆ เนี่ย แล้วจะทำยังไงให้งานพื้นที่มันเห็นผล
>> ผมคิดว่าจะตอบคำถามเนี้ย ต้องอธิบายครับ ไอ้ที่บอกว่า 2 ขาเนี่ยเนาะ จริงๆ มันคือเรื่องเดียวกัน
>> อื้ม
>> มันคือผมจะอธิบายให้ฟังว่ามันเรื่องเดียวกันยังไง
>> ค่ะ
>> มันคือเรื่องเดียวกัน เมื่อกี้คำถามคุณเค้กดีมากเลยว่า เอ้ย เนี่ย เอ่อ การเมืองเดิมๆ เขาก็แจกของแจกของเนี่ย แล้วเราไม่ทำ
>> เราไม่ทำ แล้วเราจะทำงาน แต่จะทำอย่างไร ใช่ มั้ ทำพื้นที่อย่างไร
>> ความหมายของเราก็คือว่า นี่แหละ มันก็คือการทำงานทำความคิดเนี่ย มันคืออีกขานึงนั่นแหละ ที่มันจะต้องเป็น อ่า ร่วมกัน
>> คือแต่ว่าเวลาบอกว่าทำงานของความคิดอ่ะ มันไม่ใช่บอกว่าไปทำงานไปทำงานให้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจนะว่า เอ๊ะ อย่าอย่าไปซื้อสิทธิ์ อย่าไปซื้อขายเสียงนะ มันไม่ดี เนี่ย อันนั้นคืออันนั้นคือมันตื้นเขินไป
>> ค่ะ
>> แต่ลึกกว่านั้นเนี่ย ต้องทำให้เค้าเห็นว่า ไอ้การเมืองที่มันไม่ซื้อสิทธิ์ไม่ซื้อเสียงเนี่ย มัน deliver คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ เก็ทำเ้าทำแบบไหน ทำยังไง
>> อ
>> มันจึงมาสู่การทำงานทำความคิดกับคนภายใน
>> กับคนในพรรคนี่แหละครับ
>> ค่ะ
>> เอ่อ ผมอาจจะใช้คำพูดแบบคำเดียวว่าทำงานความคิด แต่ว่ามันคือการทำงานกับองคยของพรรคในหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น องคาพยพของพรรคที่เป็นตั้งแต่เป็นสมาชิก หรืออาสาสมัครที่เข้ามาร่วมงานนะครับ เป็นทีมจังหวัดนะครับ เอ่อ เป็น ตทอ ต่างๆ เนี่ย
>> ต้องติดอาวุธให้เขา ให้เขาเข้าใจเรื่องของกฎหมายบางอย่างที่มันเกี่ยวข้อง ต้องติดอาวุธให้เขา ให้เขาเข้าใจกลไกสภา กรรมาธิการมีกี่คณะ แต่ละคณะมีบทบาทอย่างไร ต้องเอ่อ สร้างเอ่อเอ่อ แพลตฟอร์มที่จะให้เขาสามารถที่จะส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาได้ ถ่ายภาพส่งเข้ามาได้ กำหนดโลเคชั่นอยู่ที่ไหน มี dashboard ที่จะรายงานผลตลอดเวลา ว่าตอนนี้เรื่องที่เราเรียนเข้ามาถึงตรงไหนแล้ว
>> ทั้งหมดเนี้ย มันต้องอาศัยการเอ่อ อบรม
>> ค่ะ
>> ทีนี้อันนี้แค่แค่เรื่องขององค์ความรู้เนาะ อ่า มากไปกว่านั้น เราจะเข้าไปอยู่กับประชาชนเนี่ย คุณก็ต้องมีทักษะนะ อ
>> ที่จะเข้าไปคุยกับประชาชนได้ เข้าไปอยู่ในใจเขาได้เนาะเนาะเจะต้องมีจะต้องจะต้อง พูดยังไง จะต้องคุยยังไง
>> อื้ม
>> เนาะ ต้องมีความเข้าใจในพื้นที่ โอเคล่ะ เสื่อเก็เป็นคนคนพื้นที่อยู่ละนะครับ แต่ว่ามันต้องมีสกิลเซ็ตที่จะเอ่อ รับฟัง มีสกิลเซ็ตที่จะเอ่อ เข้าเข้าใจถึงเอ่อ ปัญหา ผมอ่ะมาจากภาคธุรกิจเนาะ
>> ผมอ่ะชอบเรียกว่าเนี่ย อันเนี้ย มันคือทักษะนักขาย
>> อื้ม
>> อื้ม มันคือทักษะนักขาย เวลาเราขายของเรา ต้องเริ่มจากการขายตัวเองก่อนเนาะ
>> ค่ะ
>> นะ ดังนั้นเนี่ยเนี่ยเป็นสิ่งที่เอ่อ องคาของเราเนี่ยต้องมี
>> ก็ต้องผ่านการ อ่า อบรมเหมือนกัน
>> ค่ะ แต่ที่ผ่านมาเนี่ย ถ้าเราดูผลการเลือกตั้ง หรือว่างานวิจัยของเอ่อนักวิชาการหลายๆ ที่เนี่ย เขาก็จะบอกว่าจริงๆ แล้วเอ่อ คนในพื้นที่ที่เราอาจจะใช้คำว่าชนบทเนี่ย เขาก็เข้าใจว่าเออ เขาก็อยากได้การเปลี่ยนแปลงแรงเชิงโครงสร้าง หรืออะไร เพราะฉะนั้น ผลการเลือกตั้งมันเลยสะท้อนออกมาว่าใบนึง เขาเลือกพรรคอย่างพรรคประชาชน แต่อีกใบเขาก็เลือกระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ ที่เขารู้สึกว่าเขาสามารถได้รับการช่วยเหลือในพื้นที่ได้ ไอ้ วิธีการวางโครงสร้างแบบเนี้ย ที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องในพื้นที่อ่ะคะ มันจะแก้ Pint เก่ายังไง
>> ก็เอ่อ ผมไม่แน่ใจผมอาจจะอธิบายคือ
>> เพราะว่าทำงานทางความคิดด้วย ทำให้เขารู้สึกว่าเออมัน
>> นักการเมืองหรือระบบการเมืองที่ดีมันจะ deliver ชีวิตที่คุณภาพที่ดีให้เขายังไง แต่ทุกวันเนี้ย พอเราไปดูงานวิจัย หรือผลการเลือกตั้งอ่ะ
>> อื้ม
>> คนก็เข้าใจสิ่งนี้แล้วประมาณนึง ปาร์ตี้ลิสต์ เขาจึงเลือกแบบนึง แต่ว่าพอเป็นบัญชีเอ่อ เออ พอเป็นเขตเนี่ย เขาก็เลือกคนที่เขารู้สึกใกล้ชิด ซึ่งเป็น point ของพรรคประชาชน คนที่รู้สึกใกล้ชิด ถูกป่ะ คนที่รู้สึกใกล้ชิด นี่ไง ผมอธิบายว่า
>> นักการเมืองเนี่ย ที่เขาที่เขาซื้อเสียงเนี่ยค่ะ
>> เค้าใกล้ชิดกับประชาชนมากนะ
>> อื้ม
>> ไม่งั้นเค้าซื้อไม่ได้นะ
>> อื้ม
>> ไม่งั้นเค้ายิงไม่แม่นนะ มีเยอะนะครับนักการเมืองที่ลงทุนกันได้เยอะ แล้วสุดท้ายก็แพ้การเลือกตั้งอยู่ดีอ่ะ
>> อื้ม
>> เก็ซื้อไม่แม่นไง เพราะเมื่อกี้ที่คุณเค้กพูดคำนี้ถูกเลย คือเค้าใกล้ชิดกับประชาชนไง แล้วถามว่าแล้วเราจะใกล้ชิดกับมากกว่าเค้าอ่ะ ได้ยังไง
>> อ
>> เราจะไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่จะไปใกล้ชิดกับประชาชน แต่มันคือตัวพรรคนี่แหละครับ
>> องคาพยพของพรรค ความเป็นพรรคนี่แหละ ที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน ให้ประชาชนเห็นได้ว่า เนี่ยคือพรรคการเมืองที่จะมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ แม้ว่ายังไม่มีอำนาจในการบริหาร
>> อื้ม
>> เอ่อ ผมคิดว่าอย่างงี้ ผมคิดว่าเวลาที่ประชาชนเดือดร้อน
>> ค่ะ
>> แล้วบางเรื่องเนี่ย ที่มันไปขัดแข้งขัดขา ไปติดขัดผู้มีอำนาจในท้องถิ่น
>> อื้ม
>> มันจะไม่ได้รับการแก้ไข
>> ค่ะ
>> คุณเกนออกมั้ เออ ไอ้แบบเนี้ย ผมชอบ
>> อื้ม
>> เพราะเราไม่สน เราทำเพื่อเอ่อ ประโยชน์ เราก็ยินดีที่จะมารับเรื่อง แล้วก็ดันเต็มที่
>> อื้ม
>> อื้ม ซึ่งอันเนี้ย ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจะเห็น เพียงแต่ว่าเราอาจจะยังไม่สามารถทำได้อย่างเป็นระบบ และทำได้มากพอ
>> อื คือพรรคประชาชนจะเป็นคนนั้น ที่ไปแก้ปัญหาที่มันไม่ได้รับการแก้ไข เพราะมันไปขัดผลประโยชน์ของ
>> ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
>> ใช่
>> อื้ม ค่ะ ทีนี้ถ้าเมื่อกี้เราคุยกันเรื่องพื้นที่ใช่มั้คะ อีกขาหนึ่งเรื่องความคิด นอกจากการทำงานทางความ [เสียงสูดหายใจ] คิด ในระดับของพื้นที่แล้วค่ะ ในระดับใหญ่ คือจริงๆ ก่อนหน้าเนี้ย พรรคสีส้มเนี่ยจะเป็นพรรคที่นำเสนอประเด็นที่ค่อนข้างแหลมคมกว่าคนอื่นโดยเปรียบเทียบใช่มั้คะ แต่ว่าด้วยเงื่อนไขทางคดีความ ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายต่างๆ เนี่ย มันจะกลายเป็นว่าพรรคประชาชนจะทำงานทางความคิดยากขึ้นหรือเปล่า
>> มันมี ผมว่าคิดว่ามันมีความ มันมี 2 เรื่อง 2 เรื่องผสมกันเนาะ มันมีความ
>> อ่า
>> อ่ะ อย่างแรกก่อน ผมคิดว่าด้วยกลไกทางกฎหมาย คำพิพากษาของศาลอะไรบางอย่างนะครับ
>> อื้ม
>> เอ่อ ก็ทำให้เราต้อง ทำไม่ได้อ่ะเนาะ อ่ะ ก็พูดอย่างเรื่องการ เอ่อ เรื่องมาตรา 112 นะครับ ที่จะยื่นแก้ไขเนี่ย เอ มันก็ทำแบบเดิมไม่ได้ละใช่มั้ฮะ
>> กับอีกเรื่องนึงคือ ผมคิดว่ามันมีความพยายามเนาะ ของพรรคอื่นๆ เนี่ย ที่พยายามจะทำให้ พรรค ประชาชนเนี่ย ในสายตาของเนี่ย ไม่ได้แตกต่างอะไรกับพรรคการเมืองทั่วๆ ไป อื้มฮึ
>> อื้ม พยายามจะ normalize เรา
>> เหมือนกับเราก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไร เราก็ไม่ได้เอ่อ มีความแหลมคมอะไร เนี่ย พยายามจะทำให้เกิดภาพสิ่งนั้น แต่จริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าดูกันลึกๆ ดูกันเนื้อในเนี่ย เรามีความแตกต่างจากเอ่อ หลายๆ พรรคการเมืองมากมาย เอ่อ อย่างอ่ะ ล่าสุดอย่างเลือกการเลือกไอ้ ประธานกรรมาธิการ เห็นมั้ เออ ผมคิดไม่มีไม่ มีพรรคไหนนะ ที่เลือกด้วยวิธีการ Challeng กันแบบเนี้ย
>> อื้ม
>> อื้ม Challeng กันแบบ
>> เหมือนต้องมา present ใช่มั้
>> ใช่ ต้องมา ทุกๆ คนต้องมา คือมีหลายขั้นนะ ก็คือต้อง ถ้ามีบางคณะมีผู้เสนอตัวมากกว่า 2 ก็ต้องไป pitch กับคณะกรรมการ จากให้จากสมมุติ จาก 4 ก็ให้เหลือ 2 แล้ว 2 ค่อยมาเข้า เข้าเอ่อ ที่ประชุมพรรคเนาะ ผมคิดมันเนี่ย มันมีเอ่อ การปฏิบัติหลายๆ อย่างที่ ที่เราแตกต่าง แต่เอาล่ะ เมื่อกลับมาที่คำถามคุณเค้กว่า เออ แล้ว
>> เพราะมองว่าเอ้ยเราเอ่อ แหลมคมน้อยลงหรือเปล่า
>> ค่ะ
>> เออ ผมว่าผมว่าไม่ใช่ ผมว่าเรา Evolve
>> เราปรับตัวให้เข้ากับเอ่อ บริบท เราผ่านการถูกยุบพรรคมา 2 ครั้ง
>> อื้ม
>> ใช่มั้ยฮะ เอ่อ 10 ส.ส. เราก็ยังอยู่ในระหว่าง trial ผมคิดว่าเราต้องเราต้องมีการ Evolve มี การปรับตัว แต่ บทหมายที่เราอยากจะสร้างประเทศไทยให้มันดีกว่าเดิม เอ่อ หลักการที่เรายังมีอยู่มัน มันไม่ได้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
>> อื้ม ค่ะ พูดถึงเคส 10 ส.ส. ค่ะ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ประเมินว่าอาจจะยาวนาน
>> ครับ
>> พรรคประเมินเรื่องนี้ยังไงคะ ว่าจะรับมือกับสถานการณ์ที่ยาวนานแบบนี้ยังไง
>> คือปล่อยก็ 10 ส.ส. ก็ทำงาน ทำหน้าที่ไปปกติ หรือว่ามีต้องต้องเตรียมอะไร [เสียงสูดหายใจ] มั้ย
>> ก็คือก็คือการคือการอันนี้อันนี้ก็เป็น เป็นความท้าทายของผู้บริหารพรรคเหมือนกัน อ
>> อื้ม [เสียงกระแอม] คือในด้านนึงต้องบริหารความเสี่ยง
>> ค่ะ
>> เนาะ อันนั้นคือคือคือในเชิงรับ แต่ว่าในในเชิงรุกเนี่ย ก็ต้องมีการเอ่อ capacity building ให้กับ
>> ค่ะ
>> เพื่อนๆ สส. หน้าใหม่
>> อื้ม
>> เอ่อ มันคือการเอ่อ บริหารความเสี่ยงในการ มันคือการเอ่อ บริหารว่าจะทำอย่างไรที่จะ ถ่ายทอด การบริหารความรู้ ไอ้ KM ฮะ Knowledge Management ว่ายังไงที่ที่จะองค์ความรู้ ที่เรามีจะถ่ายทอดไปถึง
>> อื้ม สส. รูปใหม่ๆ ยังไง เอ่อ แม้แต่เอ่อ พื้นที่เนาะ หรือพูดเป็นรูปธรรมเลย พื้นที่บางทีเวลาในการในการเอ่อ อภิปราย เอ่อ ลงพื้นที่พบปะประชาชน ดีก็ต้องมีการบริหารจัดการลักษณะนี้ด้วย อื
>> อื้ม ก็คือ 10 คนก็ยังทำงานตามหน้าที่ตัวเองเต็มที่ แต่ว่าก็มีการเทรนคนใหม่ๆ ระหว่างนี้
>> ใช่ครับ
>> อื้ม
>> เอ่อ ทำงานเต็มที่เหมือนพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้าย [เสียงหัวเราะ]
>> ค่ะ เอ่อ อีกเคสหนึ่งที่ยังไม่ค่อยเห็นในหน้าข่าวเท่าไหร่ แต่ว่าก็น่าจะเป็นความเสี่ยงของพรรคประชาชนเหมือนกัน เพราะว่ามีคนไปร้องกรณีสเปคตอรซว่าให้ กกต. ยื่นไปศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรค ไม่แน่ใจว่าพรรคได้คุยกันเรื่องนี้ หรือประเมินความเสี่ยงของเคสนี้ไว้มากน้อยแค่ไหนอ่ะคะ
>> จริงๆ แล้วก็ประเมิน หรือว่ารับมือเหมือนกับทุกครั้งล่ะครับ ที่ที่มันมีเรื่องพวกนี้เข้ามา
>> อื้ม
>> เอ่อ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
>> อื้ม
>> นะครับ เอ่อ แต่ต้องบอกว่า ณ ถึงวันนี้เนี่ย ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เข้ามานะครับ ผมเองก็ สิ่งนึงที่คุยกับทีมกฎหมายเนี่ย พอมา รับตำแหน่งในเลขาธิการก็ก็ต้องอินดละในเรื่องพวกนี้ว่า อ่า ตกลงแล้วมันมีประเด็นอะไรบ้าง เอ ที่ต้องที่ต้องเตรียมความพร้อม นะครับ
>> ค่ะ
>> แต่ว่า เราแน่นอน เราอยู่บนความไม่ประมาทเนาะ แต่ว่าเราอย่าไปกันมันเยอะ มันจะทำให้เราเสียสมาธิ
>> อื้ม อื้ม
>> แล้วก็มุ่งไปข้างหน้าทำงาน
>> อื คือหลายครั้งเวลาเราเห็นหลายๆ กรณี เราจะรู้สึกว่าน้ำหนักมันเบาเหลือเกินเนาะ แต่ว่าหลายครั้งที่น้ำหนักมันเบาเนี่ย มันก็เป็น
>> เป็น [เสียงหัวเราะ] เรื่องเป็นราวได้เกินกว่าที่เราจินตนาการ ก็เลยไม่แน่ใจว่าพักซีเรียสกับเคสนี้แค่ไหน
>> ไม่ได้ซีเรียสไปกว่าเคสอื่นๆ ที่ผ่านมา อื้ม ไม่ได้ไม่ได้มีอะไรที่ซีเรียสมากไปกว่านั้นนะครับ เอ่อ ทุกครั้งก็ก็ไม่ประมาท ฝ่ายกฎหมายก็ทำเต็มที่ อื
>> ค่ะ เอ่อ ถามถึงใน
>> อย่าไปซีเรียสกับมันเยอะ [เสียงหัวเราะ] ซีเรียสแล้วเดี๋ยวมันการทำงานแล้วมันจะ มันจะไม่ไม่รบกวนสมาธิอีกใช่มั้
>> ค่ะ เอ่อ ถามในฐานะเลขาธิการพรรคค่ะ
>> แผนที่อยากจะทำ
>> ต่อจากนี้เร็วๆ นี้ นอกจากว่าที่บอกว่ามาเพื่อเนี่ย รองรับการเลือกตั้งครั้งหน้าเนี่ย
>> แผนที่เป็นรูปธรรมคืออยากจะทำอะไรบ้างคะ
>> ก็นี่แหละฮะ ก็คือถ้าแบบเอาแบบสั้นๆ ในในสัก 1 ปีข้างหน้าเนาะ
>> อื้ม
>> เอ่อ ผมเองเนี่ย ที่ผ่านมาทำงานเนี่ย จะอยู่กรุงเทพฯ ซะส่วนใหญ่
>> ค่ะ
>> อื้ม จำเป็นที่จะต้อง อันนี้โดยส่วนตัวนะ อันนี้อันนี้อันนี้ไม่อาจจะไม่ใช่ภารกิจพรรค แต่ภารกิจส่วนตัวเองอยากที่จะออกไปเอ่อ พบปะกับองคาพยพของพรรคทั่วประเทศ
>> อื้ม
>> อื้ม สิ่งที่เราเอ่อ รับทราบมานะ จากไอ้ที่ประชุมใหญ่เนี่ย ก็ก็เทุกคนเดินทางมานะ มาพบเราที่ประชุมใหญ่ แต่ว่าผมอยากที่จะไปในทุกจังหวัด
>> เพื่อไปเอ่อ พบปะกับเพื่อนสมาชิก ไปเอ่อ พบปะกับองคา กับทีมจังหวัดต่างๆ ตทอ
>> เอ่อ ได้รู้จักกันมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยนลงรายละเอียดกันมากขึ้น
>> ผมคิดว่าเอ่อ ข้อมูลที่ผมจะได้รับเนี่ย เอ่อ มันจะมาช่วยที่จะมาวางแผนในการเอ่อ พัฒนาคุณภาพของของบุคลากร ผมยกตัวอย่างเนาะ ถ้าเราลงพื้นที่เราก็จะรู้ว่า
>> เอ่อ เนี่ย ไอ้ ปัญหายกผมยกตัวอย่างนะ ปัญหาเรื่องราคา สินค้าเกษตร ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่เนี่ย เจแล้วเนี่ย มันเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาเคยพยายามจะแก้ปัญหาแล้วมันติดขัดตรงไหน
>> อื้ม
>> อย่างเงี้ย เออ ผมคิดว่าก็อยากจะลงไปรับฟัง ซึ่งแน่นอนว่าทั่วประเทศไม่ได้มารอ ผมคนเดียวนะ มันเราก็จะมีเอ่อ เนี่ย ประธานยุทธศาสตร์พื้นที่ก็ดี มีรองเลขาฯ ก็ดี ที่ใกล้ชิดอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าตัวผมเองเนี่ย ก็อยากจะไป อันนี้อันนี้เป็นเรื่องว่าถ้าใกล้ๆ เนี่ย ส่วนตัวเนาะ แต่ถ้าเอ่อ สิ่งที่อยากจะทำอีกเนี่ย ผมเน้นหนักเรื่องการพัฒนาบุ่อทรัพยากรมนุษย์เนาะ
>> อื้ม
>> มันสำคัญมาก ก็คือมันไม่ใช่แค่ว่า เฮ้ย คุณเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งแล้ว เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง มันไม่ใช่ แต่ว่าอ
>> เนี่ย เตรียมการไปสู่เอ่อ การเลือกตั้ง คุณต้องทำยังไง พอพูดอย่างเงี้ย ผู้ฟังก็รู้สึกว่า ไอ้พรรคนี่มันคิดแต่จะเลือกตั้ง
>> อ
>> คือคือถ้าพูดแบบ ที่เราพยายามจะทำเนี่ย คือเพื่อให้เรามีทักษะในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ดียิ่งขึ้น even ว่าคุณเป็นฝ่ายค้าน
>> อื้ม
>> ดังนั้นเนี่ย ทำอย่างไรก็จะผลิตหลักสูตรขึ้นมา เพื่อมาอบรมคนภายในเอ่อ มากยิ่งขึ้น
>> อื้ม
>> ครับ
>> ลงรายละเอียดให้ฟังหน่อยได้มั้คะว่าเอ่อ องคาพยพของพรรคเนี่ย จะทำงานให้ประชาชนได้ยังไง แม้ว่าจะเป็นฝ่ายข้าน
>> เอ่อ เอ่อ คืออย่างงี้ฮะ คือ พูดคำนี้อาจจะไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่เนาะ
>> ก็บางครั้งมันก็อาจจะเคยได้ยินคำพูดที่บอกว่า ประเทศนี้มันขับเคลื่อนได้ด้วยการด่ามั้ [เสียงหัวเราะ] ค่ะ
>> เออ คือบางทีบางบางทีแค่แบบ แค่บางทีการเอ่อ นำเรื่องเข้าเอ่อ กรรมาธิการ
>> นะครับ
>> แล้วก็เอ่อ เชิญหน่วยงานมารับฟังเนาะ เอามารับฟัง มาพูดคุยเนี่ย ก็นำไปสู่การปฏิบัติที่จะแก้ไขได้แล้ว แต่ว่าเนี่ย จะทำยังไงให้เรื่องที่มันมีอยู่มากมาย เอ่อ ถูกถูกส่งเข้ามาหน้างาน หมายถึงว่า่อ สมาชิกของเ่อ ไม่ใช่สมาชิกองคาพยพของพรรคเนี่ยฮะ หน้างานเนี่ย ที่จะเข้าไปเอ่อ พบปัญหาเนี่ย เข้าใจว่าจะต้องเก็บรายละเอียดอย่างไร ส่งเข้ามาได้อย่างไร คือ
>> อ
>> คือเรากำลังพูดถึงคนเป็นพันเนาะ
>> ค่ะ
>> อ [เสียงกระแอม] มันมันต้องเนี่ย มันต้องอาศัยการการจัดการ การเอ่อ อบรมครับ
>> อื้ม
>> แล้วก็การส่งต่อที่เป็นระบบ
>> ใช่ แล้วติดตามผลได้ด้วย
>> ตามกับใครยังไง
>> อื้ม เมื่อกี้พูดถึงเรื่องพัฒนาบุคคลนะคะ
>> ครับ
>> ปัญหาอย่างนึงที่ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่มา ก้าวไกลมา ประชาชนเนี่ย
>> เพราะว่าโดนยุบพรรคบ่อยเหลือเกิน
>> คนเขาก็วิเคราะห์กันว่าเนี่ย ส.ส. พรรคนี้ เหมือนโตไม่ทัน มีคนไม่พอ อันนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่เอามาคิดคำนวณในการวางแผนพัฒนาบุคคลด้วยมั้คะ
>> ใช่ คือเมื่อกี้เนี่ย พูดเฉพาะพารทที่เป็นองคาพยพ
>> อื้ม
>> กับเครือข่ายพรรค
>> แต่ถ้าพูดถึงนักการเมืองเนี่ย
>> อื้ม
>> ใช่ คือเรามีนักการเมืองที่เก่งๆ
>> หมายความหมายถึงว่า [เสียงกระแอม]
>> อย่างอ่านใน 10 สส. นี่ก็ได้ทำงานพื้นที่ เก่ง อภิปรายเก่ง ตรวจค้นค้นหาค้นหาข้อมูล เก่ง เอ่อ มีทักษะในการติดต่อสื่อสารกับข้าราชการ
>> อื้ม
>> ทำให้ข้าราชการสามารถที่จะเอ่อ ช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้
>> ค่ะ
>> เรามีหน้าที่ที่จะเอาองค์ความรู้เหล่าเนี้ย มาสกัด อื แล้วทำเป็นหลักสูตร
>> อื้ม
>> อื้ม ทำเป็นหลักสูตร ที่ผ่านมาทำมาโดยตลอด แต่ว่ามันยังพัดทุกหลักสูตร มันยังพัฒนาได้อีก
>> ค่ะ
>> อย่างเช่นเอ่อ หลังเนี่ย ตอนหลังอนาคตใหม่ เราก็ทำรอบนึงเนาะ เอ่อ ว่าเนี่ย ชนะเลือกตั้งยังไง ทำพื้นที่ยังไง
>> อื้ม
>> ก็มีก็มีองค์ความรู้ขึ้นมาชุดนึง แต่พอมาเป็นก้าวไกล อ้า ก็ทำอีก มันก็จะมีอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา อื เพราะว่าก็คนับวันแรกที่เริ่มที่เริ่มทำทำการเมืองกันก็ เอ่อ สมัยนู้นน่ะ คุณธนาชเชอบพูดติดตลกเบอกว่าก็ควายจุง ควายอ่ะ [เสียงหัวเราะ] ก็คือไม่มีใครรู้ดีไปกว่าใคร เออ แต่ก็มีพัฒนาการมา อ
>> ค่ะ
>> แต่อย่างใน 10 ส.ส. เนี่ย หลายคนก็เป็นดาวเด่นเนาะ
>> ซึ่งซึ่งโอเค ถ้าเกิดต้อง
>> ต้องแบบมีอุบัติเหตุที่ไม่ได้ทำการเมืองต่อจริงๆ ก็คงช่วยงานพัก แต่แน่นอนว่าหน้าฉากหน้าเนี่ย มันก็จะขาดคนหรือเปล่า
>> เนี่ย ไปชวนคุยเรื่องเนี้ย มันจะฟังดูห่อเหี่ยวนะ อืชวนคุยเรื่องเนี้ย มันจะดูแบบ เอ้ย เตรียมแพ้แล้วเหรอวะ อะไรเงี้ย เตรียมแบบโดนสอยแล้วเหรอ [เสียงหัวเราะ] มัน
>> แต่ว่าแต่ว่าผมผมพูดอย่างงี้ เอ่อ แต่แต่คุณเค้กชวนคุยอ่ะถูกแล้ว เพราะว่านี่เนี่ย คือหน้าที่ของผู้บริหาร
>> นะ ที่คุณจะบริหารความเสี่ยงอย่างไร ถูกมั้ย เพราะว่าแล้วคุณจะมีแผนอย่างไร ทั้งลุกและรับใช่มั้ฮะ อันนี้อันนี้มันเป็น เพียงแต่ว่าก็
>> ก็ยืนยันว่าก่อนที่จะตอบคำถามเนี่ย ผมก็ต้องยืนยันว่าเฮ้ย เราไม่ได้มาเตรียมตัว แต่แบบโดนนะ เราคือทางต้องบอกว่าหมอเก่งเนี่ย ก็เตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
>> อื้ม
>> นอกเรื่องนิดนึง หลังจากที่มีคำเอ่อ ของศาลฎีกาสั่งไม่ต้องหยิบเอ่อ ไม่ต้องเก็บ ปฏิบัติหน้าที่เนี่ย ก็มีเนี่ย ผู้รู้ออกมาพูดกันเยอะเนี่ย มันทางการเงินอย่างงู้น อย่างงี้ แต่สำหรับผมเลยนะเนี่ย คือรองเลขาฝ่ายกฎหมายเราวาโย เพราะเขามีการบอกเล่าพวกเรามาตลตลอดว่าเขาจะสู้เพื่อให้ไม่ถูกสั่งบัหน้าที่เนี่ย อย่างไร อ
>> เออ จะทำยังไง คือคือเราฟังมาโดยตลอดแล้ว เราก็เราก็เห็นแล้วว่า เอออันเนี้ย มันเป็น มันเป็นมันเป็นสิ่งที่เอ่อ เก่งสมชื่ออ่ะ คือเก่งบอกมหาวดีก็ทำงานมา อือ่ะ นี่กลับมาใหม่เมื่อกี้อค่ะ
>> เอ่อ อย่างงี้ฮะ คือ ผมคิดว่าเวลาเราบอกว่าบริหารความเสี่ยงเนี่ย มันก็คือการมีทั้งเอ่อ พื้นที่ให้ ส.ส. ที่เรียกว่าเป็น สส. ที่ที่ยังอย่าง ประสบการณ์ในสภาอย่างน้อยเนี่ย อ่า ได้มีโอกาสที่จะได้อภิปราย มีโอกาสที่จะได้ทำงานใน่อ กรรมาธิการเอ่อ สำคัญๆ สำคัญเนาะ เดี๋ยวจะพูดกันเดี๋พูดถึงคณะอื่นไม่สำคัญ แต่หมายถึงว่าสำว่าตรงกับความต้องการของเค้าอ่ะครับ คือคือผมยกตัวอย่างเนาะ บางคณะเนี่ย ก็อาจจะมี สส. เดิมที่ถนัดเรื่องนี้
>> เออ แล้วเดี๋ยวที่นั่งก็จะไม่พอสำหรับคนใหม่เงี้ย มันก็ต้องมีการ allocate เพื่อให้เพื่อให้คนใหม่ๆ ได้เข้าไปลองทดลองทำงาน
>> อื้ม
>> นะครับ [เสียงกระแอม] เรื่องอันเนี้ย มันคือการบริหารทรัพยากรเนาะ เอ่อ หรือจะเป็นการแบบเอ่อ บริหารเอ่อ ทรัพยากรด้านหลังบ้านของพรรคที่จะสามารถ เอ่อ สนับสนุนงานของเอ่อ สส. ซึ่งที่ผ่านมาก็อาจจะไปโฟกัสที่เอ่อ สส. ที่เป็นเอ่อ เรียกว่าเป็นเป็นแกนๆ นะ ก็ต้องมาให้กับ สส. ใหม่บ้าง อื
>> อื้ม ครับ
>> ค่ะ
>> ค่ะ ถามเรื่องไม่หดหู่บ้าง [เสียงหัวเราะ]
>> ทานน้ำก่อนได้ค่ะ
>> ครับ เชิญเลยครับ
>> เอ่อ เรื่อง ครม. เงา ค่ะ เมื่อกี้แตะไปนิดนึงแล้วเนาะ ว่า ครม. เงา เนี่ย จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบมติ ครม. แล้วก็เสนอแนะแนวทางที่ดีกว่า
>> เป็นช้อยส์ที่ดีกว่าให้กับประชาชน
>> ทีนี้ เอ่อ แบ่ง ถ้าเคเข้าใจไม่ผิดก็คือแบ่ง เป็น 4 เสาหลัก
>> อื้มฮึ
>> แล้วคุณวิจารณ์ดูเรื่องของความมั่นคงใหม่
>> ประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ ใช่ครับ
>> คืออะไรคะ ประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่
>> จริงๆ มันก็คือจริงๆ อันเนี้ย มันแบ่งตาม เอ่อ สิ่งที่เรามองว่าเป็นวาระที่ต้องขับเคลื่อน
>> อ
>> เอ่อ เมื่อเมื่อเราเข้าเมื่อเราเป็นรัฐบาล นะครับ เราจะทำอย่างไรให้การขับเคลื่อนวาระ ซึ่งหลายวาระมันเชื่อมโยงกันเอ่อ หลายกระทรวงเนี่ย มันขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างไรนะ จึงก็เลยจึงเป็นที่มาเป็นการแบ่ง 4 เสา ทีนี้ถามว่าแล้วไอ้ ประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ มันมี area ของเรื่องอะไรบ้าง
>> อื้ม
>> ก็ตามชื่อเลยฮะ ก็คือเอ่อ เราจะสร้างประเทศไทยที่มันมีประชาธิปไตยมากกว่านี้ ได้อย่างไรเนาะ ผ่านการเอ่อ แก้รัฐธรรมนูญ ผ่านเอ่อ การแก้ไขเอ่อ กฎหมายเกี่ยวกับเอ่อ ประมวลอาญา ปวิอาญาต่างๆ เอ่อ เรื่องการ [เสียงกระแอม] [เสียงไอ] ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นตำรวจจนถึงราชทัณฑ์นะครับ
>> เรื่องการเอ่อ สร้างกองทัพที่ทันสมัย
>> ก็เนี่ย อันนี้ก็คือจะเป็น area ที่ที่อยู่ภายใต้เสาประชาธิและความมั่นคงใหม่
>> อื้ม
>> ครับ
>> ซึ่งก็จะเห็นรายละเอียดต่อมาหลังจากนี้ แต่ว่าพอดีว่าช่วงนี้มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจอะไรซะเยอะ
>> ก็เลยเห็นข้อเสนอเร่งด่วนตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจซะเยอะ
>> ครับ ใช่ครับ ก็ผมคิดว่ามันอยู่ในเอ่อ ปัญหาที่ต้องเร่งรีบ
>> อื้ม
>> เนาะ
>> ค่ะ
>> เอ่อ ต้องเร่งรีบแก้ไข แล้วก็มันเกี่ยวข้องกับเอ่อ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
>> อ
>> ไอ้ฝั่งของผมเนี่ย ไม่ที่ต้องบอกว่าจะพูด ว่าไงดี พูดอย่างงั้นก็ไม่ดีนะ แต่ว่ามัน มันแค่เป็นงานที่เย็นกว่าเท่านั้นเองนะ อาจจะไม่ร้อนเท่า
>> ค่ะ
>> ครับ
>> แต่พอสถานการณ์เป็นแบบเนี้ยค่ะ เศรษฐกิจ วิกฤตพลังงานอะไรต่างๆ เนี่ย เรื่องที่เย็นกว่าอย่างเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องกระบวนการยุติธรรม อ่ะ มันก็อาจจะถูกมองว่า คนสนใจน้อยกว่า หรือเปล่า แล้วมันทำให้ขับเคลื่อนยากขึ้น หรือเปล่า เมื่อสังคมสนใจน้อยลง
>> อื้ม
>> อื้ม
>> ก็จริง ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้อง
>> ต้องทำงานให้หนักขึ้น คืออย่างงี้ฮะ เอ่อ ในโครงสร้างการทำงานของ สส. เนี่ย เรามีเอ่อ ที่เรียกว่าคณะทำงานเชิงประเด็น
>> ค่ะ
>> นะครับ ในในแต่ละคณะทำงานเชิงประเด็นเนี่ย ในประเด็นต่างๆ เนี่ย เขาก็มีหน้าที่ที่จะต้องไปขยายเครือข่าย
>> อื้ม
>> เอ่อ ทำความเข้าใจกับ stakeholder ต่างๆ นะครับ มีจัด event ย่อยๆ เอ่อ หารือนัดประชุม รับฟังความเห็นต่างๆ เนี่ย มันก็จะขับเคลื่อนสิ่งที่เราพยายามทำนะ ขับเคลื่อนผ่านคณะทำงานนี้ เอ่อ ในส่วนกลางพรรค ในการสื่อสาร การวางแผนการสื่อสาร ก็จะก็จะดูแล้วก็หยิบยกแต่ละเรื่องขึ้นมาว่า ช่วงไหนที่ควรจะ blow ในการเอ่อ สื่อสารให้ได้มากยิ่งขึ้น อื
>> อื้ม ค่ะ
>> ดูช่วงจังหวะไป
>> ใช่ครับ
>> อื้ม ค่ะ
>> เอ่อ เมื่อเช้าฟังแถลงเกี่ยวกับ ครม. เงา อ่ะ ค่ะ ว่าส่วนหนึ่งที่ ครม. เงา นี้อยากจะ deliver ให้กับสังคมก็คือความหวัง ทีนี้ ไอ้ความหวังเนี่ยค่ะ มันมันวัดผลยังไงว่า ครม. เงา ของพรรคประชาชน ทำสิ่งนั้นสำเร็จ ว่าคนยังมีความหวังกับระบบการเมืองและประเทศนี้อยู่
>> ผมคิดมันคือมันคือ
มันคือเนื้อหาเนาะที่เราพยายามที่จะสื่อสารออกมา อือ ในสถานการณ์อันเนี้ยจริงๆก็เป็นมันก็จะเรียกว่าอะไรอ่ะ มันก็เป็นอะไรที่รัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ มาตรการหลายๆอย่างเนาะที่ออกมา อย่างเช่นเรื่องของค่าไฟ นะครับมาตรการเนี้ยมันต้องเรียกว่าเป็นมาตรการคนไทยช่วยคนไทยเนาะไม่ใช่มาตรการรัฐช่วยไทยเพราะว่ามันกลายเป็นว่าไปทำให้ค่าไฟเป็นขั้นบันได แล้วก็คนที่ใช้เยอะก็ต้องจ่ายมากขึ้น เพื่อจะมา subsidiz ให้กับคนที่ใช้น้อย
อือ ซึ่งข้อเสนอของเราคืออะไรต่อเรื่องนี้คือ มันคือมันต้องไปปรับปรับโครงสร้างจริงๆ ใช่มั้ครับมันต้องไปชนกับเรื่องของเอ่อนายทุนพลังงานเพื่อทำให้ค่าไฟเนี่ยมันถูกลงได้ อ นี่ข้อนี่คือข้อเสนอของพวกเราแต่ว่า ผมก็คิดว่าเนี่ยแหละมันคือเอ่อสิ่งที่พี่น้องประชาชนมองเห็นว่าเฮ้ยถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลเราจะไม่เลือกทำแบบนี้ อื แต่เราจะทำอีกแบบนึง แล้วก็ครมเรามีหน้าที่ที่จะ deliver อแล้วก็สื่อสารนะครับในเรื่องต่างๆให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเอ้ยคุณอย่าเพิ่งเราอย่าเพิ่งหมดหวังกับรัฐบาลที่เป็นอยู่ อือ เออนี่คือพรรคประชาชนที่พร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ค่ะ ถ้าวันพรุ่งนี้ต้องเป็นก็พร้อมที่จะเป็นทันที
อืค่ะเรื่องค่าไฟถ้าพูดผิวเผินว่าคนใช้น้อยจ่ายน้อยคนใช้เยอะจ่ายเยอะก็แฟร์ดี นี่ทำไมมันถึงไม่แฟร์คะ ไม่มันอย่างงี้ก็คืออมันมันคือการปรับ เอ่อวิธีที่เราจ่ายอยู่แต่เดิมเนาะเออก็คือหมายความว่าอะไร คือแน่เราในในนัยยะที่รัฐบาลพยายามจะพูด เนี่ยว่าช่วยกันประหยัดไฟ ใช่มั้ยเออเราประหยัดไฟนะถ้าเราใช้เอเป็นแรงจูงใจว่าคุณประหยัดไฟแล้วคุณจ่ายน้อยลง อ อือ ถูกมั้ยครับ แต่ว่าถ้าต้องการที่จะลดให้ค่าไฟมันถูกลง อ่ะอ เป็นลดที่ค่าพร้อมจ่ายสิ อือ คือมันไม่ผิดหรอกครับที่เราจะมารณรงค์ให้ทุกคนประหยัดไฟ เนาะ แต่ว่าไม่ใช่ว่าปัญหาที่ใหญ่กว่าแต่ไม่แก้แต่แบกแต่โยนภาระมาให้ประชาชนผมคิดว่าอันนี้ไม่ไม่ใช่วิธีการที่รัฐบาลประชาชนจะทำ
อือค่ะมีข้อเสนออื่นๆอีกมั้คะวันนี้พูดถึงหลายเรื่องอยู่เหมือนกันเรื่องข้อเสนอ วันนี้ก็จะมีเรื่อง Land Bridge ค่ะ เรื่อง Land Bridge เอ่อเรื่อง Land Bridge เนี่ยก็ต้องบอกว่ารัฐบาลก็จะต้องการเดินหน้า อื แล้วก็ล่าสุดเนี่ยไอ้ Study นะครับที่ออกมาเนี่ย วันนี้คุณสกัญญาก็มาพูดถึงเนี่ยปรากฏว่า SIRR อยู่ที่เพียงแค่ 4% อื ก็คือเค้าศึกษามาแล้วล่ะ ค่ะ ความเป็นไปผมผมขยายความนิดนึงคือเรียก ว่าโครงการเนี้ยถ้าทำไปแล้วเนี่ยโอกาส เอ่อที่ผู้ประกอบการเนี่ยพูดง่ายๆละจะกำไรเนี่ยเออมันมันมันน้อยเหลือเกินไม่ ใช่ไม่ใช่โอกาสขอโทษยอดเอ่อเม้นต์เงินที่ จะกำไรเนี่ยมันน้อยเหลือเกินเรียกว่ามันไม่คุ้มค่าในการที่จะลงทุนระดับล้านล้านขนาดนี้ใช่มั้ยครับ อ แต่รัฐบาลเนี่ยก็ยังจะเดินหน้าดังนั้น เนี่ยเราเห็นแล้วล่ะว่าเฮ้ยถ้าทำแบบนี้ เนี่ยเดี๋ยวมันจะไปลงอรอบเดิมกับหลายๆ โครงการที่ผ่านมาของภาครัฐคือตอนที่ทำการศึกษาความเป็นไปได้เนี่ยก็ทำไว้ซะดีถูกมั้ฮะเออ เอ่อขอโทษทำไว้ทำไว้ทำทำการศึกษาไว้เนี่ย เอ่อก็ไปประมูลปรากฏว่าพอประมูลอย่างเช่นรถโครงโครงการรถไฟความรถไฟความเร็วสูงเชื่อง 3 สนามบินเนาะอ อือเนี่ยก็ประมูลมาชนะมาละแต่สุดท้ายก็ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ทำแต่เป็นการมาต่อรองกับภาครัฐที่จะเอ่อให้เอ่อช่วยเหลือมากขึ้นในการลงทุน มันกลายเป็นว่าประเทศเนี้ยเจ้าสัวจะประมูลงานเนี่ยไม่ต้องไปคิดเท่าไหร่ว่าจะว่าจะทำได้ทำไม่ได้ประมูลไปก่อนถึงเวลาชนะแล้วมาต่อรองสัญญาซึ่งเดี๋ยวมันจะเกิด มันถ้าเรายังเดินหน้าlandน bridge ในรูป แบบเนี้ยที่เราเห็นแล้วล่ะว่าที่ทำไปแล้วมันไม่คุ้มอ่ะเดี๋มันก็จะเกิดเหตุการณ์อีกว่าอาจประมูลไปก่อนแล้วถึงเวลาก็มาต่อ ดังนั้นดังนั้นสิ่งที่ สิ่งที่เอ่อพรรคประชาชนนะครับเสนอต่อเรื่องเนี้ยก็คือมันจำเป็นที่ต้องไปทบทวนโครงการนี้ใหม่อีกครั้งนึงอ อย่าอย่าเพิ่งเดินหน้าตอนนี้ถ้าเดินหน้าตอนนี้ต่อไปเนี่ยมันก็จะสร้างความเสียหายมากกว่าเดิมเพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การลงทุนแล้วไปแก้ไขสัญญากันทีหลังเนาะแต่เรากำลังพูพูดถึงเนาะเอ่อสิ่งแวดล้อมที่อาจจะสูญเสียไปเนาะ 2 ฝั่ง อื ทางภาคใต้ ค่ะ นะครับ อือีกเรื่องนึงที่เคคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนระยะใกล้นี้หน่อยก็คือเรื่องพรบ.อากาศสะอาด[เสียงสูดหายใจ]เพราะว่าเป็นร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วแล้วก็ระยะเวลาที่รัฐบาลจะเสนอต่อสภาให้หยิบขึ้นมาเนี่ยมันมันกระชั้นขึ้นมาทุกทีแล้วครับ น่าจะ 12 พฤษภาคมใช่มั้คะในในฐานะฝ่ายค้านสามารถทำอะไรเรื่องนี้ได้บ้างคะ ถ้าถ้าเป็นกลไกเลยนะเป็นกลไกตามกฎหมายเนี่ยมันก็มันก็ทำไม่ได้เพราะเราไม่มีอำนาจในการบริหาร สิ่งที่เราทำเราก็พยายามที่จะ voice ใช่ ครับอืช่วยกัน voice ช่วยกันพูดพูดช่วยกันกดดันอื อืจะมีแผนไปกดดันรัฐบาลยังไงมั้คะ เอ่อ อันนี้เรียนตามตรงอันเนี้ยผมอาจจะไม่ทราบดีเทลเพราะว่ามันไม่อาจจะเป็นอ อาจจะเป็นงานที่ทางคณะทำงานชุดเนี้ย ค่ะ นะครับรับรับไปดู แต่ก็อยู่ในเรื่องเร่งด่วนที่พักจะทำ ใช่ๆแต่เนี่ยเนี่ยคือสิ่งนึงที่เราเห็นแล้วเราก็ถึงมาอยู่ในวาระวันนี้ของการแถลงข่าวของครม.เงา ค่ะ ครับ อืซึ่งครม.เงานี่เราจะเห็นกันประชุมทุกสัปดาห์หลัง อ่าใช่ครับก็พยายามจะมีใช่ครับประชุมทุกสัปดาห์ ค่ะอืสุดท้ายค่ะ ครับ ครับ อ ในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่ค่ะอยากเห็นพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นยังไงคะ เอ่อเลือกตั้งครั้งหน้านี่ไม่รู้ว่าจะผมว่ามันน่าจะเร็วเนาะ อืมค่ะ มันน่าจะคือผมคิดว่ารัฐบาลนี้น่าจะ ค่ะที่จะอยู่พวกเธอ คิดว่าคิดว่าพรรคประชาชนต้องพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้าภายในเมื่อไหร่คะ ใช่ใช่ดังนั้นดังนั้นเนี่ยผมกำลังจะบอก ว่าดังนั้นเนี่ยเราเนี่ยต้องต้องมีความพร้อม อือ เอ่อกำลังจะอธิบายพร้อมแต่ตอบคำถามก็ได้ถ้าคิดว่าเท่าไหร่เนี่ยเอ่อ ผู้สมัครต้องมีเวลาที่จะทำงานนะครับมีเวลาที่ทำงานเนี่ยอย่างน้อยเนี่ยต้องมีสักสักปีนึงนะเพื่อจะทำงาน 6 เดือนกับประชาชน 6-12 เดือนเนี่ยที่จะทำงานในพื้นที่กับประชาชนนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยเอ่อภายในเนี่ยไม่เกินเอ่อ 12 เดือนเนี่ยเราควรจะต้องมีเอ่อผู้สมัครที่เดินหาเสียงไม่เอาไม่ใช้คำว่าหาเสียงเดินทำงานกับ เอ่อประชาชนเนี่ย อื ซัก 200 เขต อื อืหรือครึ่งนึงเป็นอย่างน้อยพูดแบบเป็นรูปธรรมแล้วก็เป็นภายใน 12 เดือนเลยใช่ ค่ะ อื แล้วความพร้อมที่บอกเนี่ยค่ะก็คืออยากอยากเห็นแบบไหนคะความพร้อมเนี่ยหน้าตาเป็นยังไง เราเตรียมที่จะมีการอบรมเนาะเพื่อที่จะติดอาวุธทางทั้งติดอาวุธทางความคิดทั้งเรื่องของกระบวนการในการทำงานกับประชาชนสิสกิลเซตต่างๆที่ต้องมีก็นี่แหละครับ ก็คือความพร้อมในที่นี้คือก็คือเอ่อบรรดาแคนดิเดตเหล่าเนี้ย ก็มีผ่านการอบรมผ่านการประเมิน ผ่านการวัดผลจากทีมจังหวัด อือครับ ค่ะก็วันนี้ขอบคุณคุณพิจารที่มาคุยจริงๆ อยากแอบถามเรื่องแคนดิเดตผู้ว่ากทม.แต่แอบถามแล้วดูจะไม่ได้คำตอบค่ะ อ๋อ[เสียงหัวเราะ] การเลือกตั้งการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เนี่ยเนาะผมก็เห็นจากบางทีผู้ให้การสนับสนุนพรรคอ่ะ อื บางคนก็บอกว่าไม่ต้องส่งหรอกบางคนก็บอกว่าต้องส่งนะเนาะ เอ่อเนี่ยชนะกรุงเทพฯมาทั้งจังหวัดไม่ส่งผู้ว่าไม่ได้ อื อือ สำหรับผมเนี่ยวิธีคิดว่าส่งหรือไม่ส่งผู้ว่าเนี่ยมันเหมือนกันเลยกับว่าเราตั้งพรรคการเมืองนี้ทำไม อื ถ้าเราคิดว่ากรุงเทพมหานครเนี่ยดีอยู่แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องส่ง อือ แต่ถ้าเราคิดว่าเราเห็นว่ากรุงเทพนครยังมีช่องว่างที่ยังทำได้ดีกว่านี้อืยังมีเอ่อบางเรื่องที่ยังไม่ได้ถูก เอ่อแก้ไขเลย อื ยังไม่ถูกริเริ่มที่จะทำอะไรเลย นะเราก็ควรที่จะมีชุดข้อเสนอหรือบุคคลหรือทีมงานที่มาเสนอต่อพี่น้องประชาชน อือ อืก็เนี่ยประมาณนี้สำหรับความหมายของกรุงเทพมหานคร อืค่ะใช่ดร.เจ้าโจมั้คะ รอ[เสียงหัวเราะ]ดูวันที่ 5 ค่ะขอบคุณคุณวิจารณ์มากค่ะที่มาคุยกับ เอ่อวันนี้วันนี้นะคะเค้กแล้วก็คุณวิจารณ์ขอลาคุณผู้ชมไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ ครับสวัสดีเฮ