📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมธรรมศาสตร์ ต้องการเมือง? | The MATTER Explainer

The MATTER6:37

Transcription

[เพลง] มอง 2475 ภายใต้การนำของปรีดี พนมยงค์ ผู้ประสานการคนแรก หรือถ้าจะให้คุ้นหูกับสมัยนี้ ก็คือตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัย นั่นเองค่ะ

ย้อนไปอีกสักนิด ในช่วงที่บ้านเมืองเราจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก เราต้องเร่งปรับตัวให้ทันสมัย หน่วยงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ความต้องการในตัวของข้าราชการที่ศึกษาในรูปแบบสมัยใหม่มีจำนวนมากขึ้น เป็นที่มาให้รัฐจะต้องเร่งจัดตั้งโรงเรียน แทนการเรียนการสอนเพียงแค่ในวัดในวังแบบเดิมๆ ทำให้โรงเรียนกฎหมาย ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งที่คอยป้อนข้าราชการให้กับหลายหน่วยงาน ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง หรือเรียกย่อๆ ว่า มธ ค่ะ

ด้วยชื่อของมหาวิทยาลัย น่าจะยิ่งตอกย้ำว่า นอกจากบทบาทของการผลิตบัณฑิตแล้ว ความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ ในช่วงต้น มธ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย ที่เปิดเป็นตลาดวิชา ใครเรียนจบมัธยม หรือว่าทำงานแล้ว ก็สามารถที่จะมาเรียนที่นี่ได้ โดยไม่ต้องตอบค่าเรียนก็อยู่ในอัตราที่ต่ำ และตรงนี้เองก็อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยของการรวบรวมผู้คนที่หลากหลาย และเป็นโอกาสให้กับประชาชนที่ไม่เคยเข้าถึงการศึกษามาก่อน ได้มีปากมีเสียงมากขึ้น

แต่พอมาถึงช่วงการรัฐประหารในปี 2490 ที่นำโดยพลโทผิน ชุณหะวัณย์ ยศในขณะนั้น และกลุ่มทหารนอกประจำการ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากความผันผวนทางการเมือง นับตั้งแต่การสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ในปีก่อนหน้า ทำให้การปกครองรูปแบบใหม่ที่กำลังสร้างตัวจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็เป็นอันต้องจบลง มธ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเลยเลี่ยงผลกระทบไปไม่ได้ ยิ่งตอนนั้นปรีดี พนมยงค์ ผู้นำของสถาบัน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันในกรณีสวรรคต จนนำไปสู่การลี้ภัยทางการเมืองชั่วคราว เลยไปมันใหญ่ ท้ายสุดมหาวิทยาลัยจึงถูกเปลี่ยนชื่อให้เหลือเพียงธรรมศาสตร์ โดยตัดคำว่าการเมืองออก

คงต้องพูดว่า แค่เพียงการจดจำว่าปรีดี พนมยงค์ จะเป็นผู้ประสานการ หรือผู้ก่อการกันแน่ ก็เป็นเรื่องใหญ่ในยุคสมัยนั้น ซ้ำเติมไปอีกกับเหตุการณ์กับบทวังหลวงในปี 2492 ที่ปรีดี ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัย แอบกลับมาเพื่อพยายามยึดอำนาจจากฝ่ายอำนาจนิยม ด้วยความช่วยเหลือของนายทหารเรือกลุ่มหนึ่ง แต่ก็เป็นอันล้มเหลว ส่งผลให้คนใกล้ชิดปรีดีถูกกวาดล้างอย่างหนัก ปิดฉากการต่อสู้ของขบวนการเสรีไทยและคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนโดยปริยาย

แต่สิ่งที่ดูจะอยู่เหนือความคาดหมายก็คือ การเมืองในช่วงเวลานั้น กลับสร้างขบวนการนักศึกษาที่เป็นรูปเป็นร่างที่สุด อย่างในปี 2494 ที่ฝ่ายอำนาจนิยมในขัดแย้งกับกลุ่มทหาร ธรรมศาสตร์ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ด้วยทำเลที่ตั้งเนี่ย ก็เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี รัฐก็เลยส่งกำลังมายึดครองพื้นที่ ที่ไหนอยู่กว่า 4 เดือน นักศึกษาจึงร่วมมือกันทวงคืนพื้นที่ของมหาวิทยาลัย จนเกิดเป็นคำขวัญที่ว่า "รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย" ยิ่งการวิพากษ์สังคมในฐานะสถาบันการศึกษาถูกบีบเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ขบวนการนักศึกษาเติบโตมากขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างหนังสือธรรมจักรก็เป็น 1 กระบอกเสียงของนักศึกษา จนกลายมาเป็นเวทีสร้างชื่อของนักเขียนหลายคน อย่างเสนี เสาวพงศ์ เจ้าของหนังสืออมตะเรื่องปีศาจก็เป็นหนึ่งในนั้น

พอมาหลังปี 2500 รัฐเริ่มกระตุ้นให้นักศึกษานี่แหละมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมือง เลยทำให้บางส่วนรู้จักกับคำว่าสัมมนา ซึ่งก็คือการออกค่ายอาสาในปัจจุบันนะคะ ซึ่งวิธีการแบบนี้เนี่ย จะทำให้พวกเขาได้เข้าถึงปัญหาของชาวบ้านในชนบทมากยิ่งขึ้น และการรวมตัวลักษณะนี้แหละ ที่ต่อยอดเป็นขบวนการนักศึกษาที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทยครั้งใหญ่ที่สุดในชื่อของคนเดือนตุลาคม เพราะ 2 เหตุการณ์ใหญ่นี่แหละค่ะ ที่ทำให้คนทั่วไปมีภาพจำต่อธรรมศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน จากที่นักศึกษาถูกทารุณกรรม บ้างก็ถูกสังหาร อีกส่วนหนึ่งก็ต้องหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย

อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมาก็มีบางส่วนที่กลับมาสู่เส้นทางการเมือง อย่างศุภชัย โพธิ์สุ หรือว่าจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นต้น อย่างเกษียณ เตชาพีระ ที่กลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ หรือเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จากโฆษกบนเวทีในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ก็กลับมาเป็นอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์เช่นกัน หรือแม้แต่กฤษฎานุช จรัส ที่ชื่อคุณหูตามหน้าข่าวตอนนี้ จากการเป็นทนายความประจำสนทนาที่คอยทำคดีให้กับกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง ก็เป็นหนึ่งในคนเดือนตุลาคม ที่มีส่วนให้ชื่อของธรรมศาสตร์ยังคงถูกจดจำในฐานะพื้นที่ทางการเมือง

ต่อยอดที่การเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ ที่แกนนำส่วนหนึ่งอย่างรุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เพนกวิน ผลิตชีวะ ก็เกิดจากการรวมตัวของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้คงต้องยอมรับนะคะว่า การเวลา ผู้คน และเหตุการณ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้นึกถึงธรรมศาสตร์ทีไร ต้องนึกถึงการเมืองไทยตามมาทุกที [เพลง]