Transcription
ผมได้ยินเสียงมือขึ้นจ้ำแดงไหม้ มีควันขึ้น มีภาพขึ้นมาตรงๆ หน้า เอาแมลงวันแต่ละตัวเนี่ยไปกองหน้าบ้าน รวมกันแล้วผมก็เอาแว่นขยายทำเลนส์รวมแสงต่อให้ผมเป็นคนไม่เชื่อศาสนาอะไรมาก่อนในชีวิต กฎแห่งกรรมมีจริง ๆ ที่บอกว่าคนปฏิเสธศาสนา ไม่ใช่สิ่งที่ เราปฏิเสธคือความงมงาย ตอนนี้คนไม่มีศาสนาเนี่ยมีจำนวนประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลก จริงป่ะเว่าเนี่ย พระไตรปิฎกใช้คำว่าปรมณู 1 ปรมณู เท่ากับเอาข้าวสาร 1 เมล็ดเนี่ยแยกเป็น 82 ล้านส่วน นักวิทยาศาสตร์บอกว่าขนาดที่ใกล้เคียงขนาดอะตอมของไฮโดรเจน
สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ รายการเจาะใจครับ วันนี้เนื้อหาในรายการเจาะใจ น่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจแล้วก็เป็นประโยชน์กับท่านผู้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านผู้ชมเป็นเหมือนผม ผมเป็นยังไงเหรอ ผมผมเป็นชาวพุทธที่เกิดมาก็เป็นเลย พ่อแม่บอกว่าเนี่ยแกเป็นพุทธ สวดมนต์อย่างงี้งี้ ก็สวดมาตั้งแต่เด็กก่อนนอน โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแปลว่าอะไรอย่างไร พอโตขึ้นมาก็พยายามอยากรู้ว่า แล้วเราต้องรู้ศาสนาที่เราเป็นอยู่ขนาดไหน ก็ไม่แน่ใจจนทุกวันนี้ว่ารู้พอหรือยัง ยังมีความทุกข์อยู่ ยังมีความสุขอยู่ ก็ก็ไม่รู้ว่าพอหรือยังกับ 2 ความรู้สึกของผมที่ทัศนะที่มีต่อต่อศาสนา ก็คือลึกลับ ลึกล้ำ ซับซ้อน และบางศัพท์เป็นบาลี สันสกฤต เป็นภาษาที่เราไม่ได้ใช้กัน ไม่มีใครเขาใช้แล้วก็เลยยิ่งทำให้ยากขึ้นไปอีก แต่วันนี้แขกรับเชิญของเราเป็นอาจารย์ที่อยู่ในระบบการเรียนการสอนเรื่องนี้เลย และเป็นคนที่สามารถเล่าเรื่องและอธิบายความให้เข้าใจได้ง่าย ทำให้คนทุกคนรวมทั้งคนรุ่นใหม่สนใจแล้วก็ได้รับรู้สิ่งต่างๆ ผ่านตัวอาจารย์ท่านนี้ ก็เป็นเรื่องดีที่ผมอาจจะได้คุยกับอาจารย์ท่านนี้ แล้วก็คุยเรื่องที่เราสงสัย หรือเรื่องที่เราเข้าใจผิด ก็อาจจะเกิดขึ้นได้
รายการเจาะใจขอต้อนรับรองศาสตราจารย์ ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ เป็นอาจารย์จากสาขาวิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ สวัสดีครับอาจารย์
สวัสดีครับพี่ดู๋ครับ ผมสงสัยคำนึงมานานมาก ปรัชญากับศาสนามันมีอะไรทับซ้อนกัน หรือมันมีความแตกต่างกันอะไรยังไงครับ
ปรัชญาคือการตั้งคำถาม ศาสนาคือคำตอบ
อ๋อ เหรอ ใช่ครับพี่ดู๋ ผมนึกว่าปรัชญาเนี่ยเหมือนเหมือนศาสนา แต่คนคนให้คำตอบอ่ะไม่ได้เป็นศาสดา เป็นอาจารย์ เป็นนักคิด เป็นนักเขียนอะไรอย่างงี้
เอๆ คืออย่างงี้ ปรัชญาต้องการตั้งคำถามที่จะหาเช่น ความจริงสูงสุดคืออะไร อือ ซึ่งศาสนาหลายอันเนี่ยเป็นคำตอบของคำถามทางปรัชญา อื แต่ไม่จำเป็นว่าปรัชญาเขาจะต้องเชื่อคำตอบศาสนา นะฮะ นักปรัชญาบางคนเอาจจะเอาวิทยาศาสตร์เป็นคำตอบสุดท้ายก็ได้ ก็มีฮะ
โอเค พอเข้าใจ อาจารย์ทำอะไรอยู่บ้างครับ
ก็ปัจจุบันก็สอนหนังสืออย่างที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ
ครับ แล้วมีงานอื่นที่ทำให้คนแบบรู้จัก ชื่นชอบ ได้เข้าถึงเหมือนกันพี่
ก็น่าจะเห็นว่าเวลาเอ่อมีข่าวคราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาแลสื่อต่างๆเนี่ย ต้องการข้อยุติอะไรเนี่ย ผมก็มักจะเป็นนักวิชาการคนนึงที่อที่รับโอกาสให้ได้ไปชี้แจงข้อมูลต่างๆ แต่ว่ากระแสพักหลังๆ อาจจะเพราะว่าได้ไปออกในรายการต่างๆนะฮะ เช่นรายการของไอน podcast รายการของพี่หนุ่มพงษ์พันธ์ ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนเนี่ยได้รู้จักมากขึ้นครับ
ด้วยเรตติ้งที่ดีของอาจารย์เนี่ย ผมมีความรู้สึกดีใจว่าทัศนะต่อศาสนาแบบตอนผมเป็นเด็กนะ ผมก็ตั้งแบบว่าโอ้ มันเป็นยากด้วยน่าเบื่อด้วยไม่ ไม่สนุกแน่เลย สมมุติเราบอกว่าต้องไปเรียนศาสนาพุทธเงี้ย จะหลับมั่งอะไรเงี้ย แสดงว่าคนรุ่นใหม่สนใจแล้วมองมันด้วยทัศนะที่ถูกต้องว่า เฮ้ย มันคือเรื่องของชีวิตตัวเรา
ผมคิดว่าจริงๆ วัยรุ่นตอนนี้เขาต้องการคำตอบ อื ที่มีเหตุมีผล อ ซึ่งจริงๆ ศาสนาพุทธเนี่ยมีคำตอบที่มีเหตุผลครับ แต่แต่ปัจจุบันคนที่พรีเซนศาสนาพุทธเนี่ย อาจจะไม่ได้เอาระบบเหตุผลไปพูด คนรุ่นใหม่เขาก็ไม่ซื้อฮะพี่ดู๋ อ่า เพราะมันกลายเป็นเรื่องงมงาย เป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งจริงๆ สิ่งเหล่านั้นน่ะคือสิ่งที่พุทธเองก็ปฏิเสธเหมือนกัน
อ้า อ้าเหรอ ถ้าพี่ดู๋ย้อนกลับไปดูในสมัยพุทธกาลเนี่ย พระพุทธเจ้าพูดในพระสูตรหลายพระสูตรมาก พี่ดู๋ว่าคนที่ยังไม่มีปัญญา เมื่อก่อนเนี่ยก็ถือเอาจอมปลวกบ้าง เอาต้นไม้บ้าง เอาก้อนหินบ้าง เป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึกเนี่ย ผ่านมา 2,000 กว่าปี จริงมั้ยฮะพี่ดู๋ ก็ยังมีคนทำอยู่อยู่ เราก็ยังไปไหว้ต้นไม้ เราก็ยังไปไหว้ก้อนหิน เราก็ยังไปไหว้จอมปลวก ใช่่อื นั้นจริงๆ ที่บอกว่าคนปฏิเสธศาสนา ไม่ใช่สิ่งที่เราปฏิเสธคือความงมงาย
แต่อาจารย์ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าถามผมนะครับ เราเราถอยหลังออกมาแล้วเรามองเข้าไปด้วยกันเนี่ย วัดในประเทศไทยอ่ะ ก็เป็นวัดที่อยู่ฝั่งแบบเนี่ยแหละ ต้นไม้ก้อนหินเนี่ย ถูกถูกต้องเลยครับ ผลิตมาขายเลยใช่ฮะ วัดส่วนนั้นนะฮะ พี่ดู๋ก็อาจจะอุปมาว่าเหมือนคนตาบอดจูงคนตาฟาง ตาฟางยังพอเห็นใช่มั้ย ใช่ แทนที่พระที่จะเป็นคนตาดีจูงคนตาบอด หรือจูงคนตาฟางให้เป็นในทางที่ดี พระเองส่วนหนึ่งก็กลับกลาย เป็นคนตาบอดเสียเอง อื แล้วก็จูงคนที่ควรจะตาดี หรือตาฟางเนี่ยให้หลงทาง อื ถามว่าเอ๊ มันเกิดระบบนี้ขึ้นได้ยังไง ส่วนนึงมันก็แน่นอนว่าระบบทุนนิยมมันเข้าไปครอบงำในวัด วัดต้องกินต้องใช้ มีค่านั่นค่านี่ หลายๆ อย่างก็ไปใช้สิ่งเหล่าเนี้ยเป็นวัตถุมงคล หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เพื่อพูดง่ายๆ ก็คือเพื่อสร้างรายได้ให้กับวัด
ใช่ครับวัด ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เลย เราเห็นซีรีส์ละครเนี่ยผลิตมาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วได้เลย สมัยก่อนโอ้โห อย่านะแก อๆ อย่างงี้ถือว่ามาหมิ่นศาสนา เขาแยกเลยว่านี่ไม่ได้หมิ่นศาสนา แต่หมิ่นคนที่ทำผิดหากินศาสนา
จริงๆ ถ้าถ้าพี่ดู๋จำได้ในอดีตน่ะ หนังบางเรื่องอ่ะ ผมยกตัวอย่างชื่อเรื่องได้มั้ย อย่างภาพยนตร์เรื่องอาบัต พี่ดูจำได้มั้ยฮะ โอ้ ตอนนั้นก็เป็นกระแสดราม่ามากเลยว่าหนังแบบเนี้ย ลบหลู่ศาสนา เออ เอาพระมาทำเวลาเราฉายด้านมืดศาสนาเนี่ย จะกลายเป็นการลบหลู่ เพราะว่าสังคมพระส่วนหนึ่งเนี่ยเจะมีความเปราะบางครับ ว่าเวลาเราเปิดความไม่ดีอะไรเนี่ย กลัวว่าศรัทธาของคนจะล่มครับ ทั้งๆ ที่ถ้าท่านมองพลิกกลับไปนิดเดียวเนี่ย การที่เราเปิดความไม่ดีเนี่ย แล้วเราจัดการคนไม่ดีในศาสนาให้ออกไปเนี่ย ยิ่งเป็นการรักษาศาสนามากกว่า เหมือนเราเอาขยะซุกไว้ใต้พรม ศาสนาซึ่งจริงๆ แล้วเป็นของที่ควร อ่า ศึกษาน่าเคารพ แต่ไม่ใช่ของที่แต่ต้อง
ไม่ อื กระแสสมัยใหม่เนี่ยทุกอย่างมันถูกตั้งคำถามได้ละครับ พพุทธเจ้าเองก็ยัง มีอุบาย ถ้าพี่ดูจำได้ว่าเวลาพระออกพรรษาเนี่ย มันจะมีการที่เรียกว่าปวารณาครับ ก็คือช่วงที่อยู่กันมาเนี่ย ถ้ามีความผิดพลาดอะไรให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ แต่สมัยนี้กลายเป็นว่า เอ้ย อย่าไปว่าพระนะ เดี๋ยวบาปอกลายเป็นบาปไปบล็อกซะอย่างงั้น ทั้งๆ ที่ถ้าเราไปพูดตักเตือนเพื่อให้ท่านได้ทำสิ่งที่ดีเนี่ย เป็นบุญซะด้วยซ้ำ
คนรุ่นใหม่ไม่บอกว่าตัวเองเป็นชาวศาสนาใดเยอะขึ้นครับ จริงมั้ยฮะอาจารย์
แล้วอาจารย์คิดว่าเพราะอะไรยังไง
จริงถ้ามองในภาพใหญ่จริงๆ ตอนนี้คนไม่มีศาสนาเนี่ยมีจำนวนประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลกนะฮะพี่ดู จริงป่ะ
จริงครับ แซงพุทธแล้วนะฮะ เยอะกว่าชาวพุทธ
ใช่ครับ มุสลิม อิสลามเนี่ย 1 2 3 คือไม่มีศาสนาครับ ถูกต้องครับพี่ดู
เวลาพูดคำว่าคนไม่มีศาสนา ถ้าเป็นสมัยโบราณเลยเขจะบอกสงสัยเป็นคนไม่ดี แต่ในคนสมัยใหม่นี่ก็คือคนที่กำลังเลือก หรือไม่ไม่อยากเลือกก็ได้ แต่ฉันรู้จักผิดชอบชั่วดี อันนี้ถูก อันนี้ไม่ควร ศาสนาเนี่ยต้องยอมรับว่าหลายส่วนเนี่ย มันเกิดขึ้นมาก่อนที่โลกนี้จะมีระบบกฎหมาย ถูกมั้ยฮะ ฉะนั้นข้อบัญญัติทางศีลธรรมเนี่ย มันก็เป็นเครื่องมือในการปกครองให้คนเนี่ยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้ อื แต่พอสมัยมันเปลี่ยนไป เรามีจริยธรรมสากลอะไรบางอย่างบนโลกเนี่ย ส่วนนึงก็อาจจะทำให้ศาสนาเนี่ยอาจจะหมดพลัง หรือศาสนาหลายศาสนาเองเนี่ยก็อาจจะไม่แมทกับโลกปัจจุบันละ การจะประพฤติแบบที่ศาสนาหรือศาสดาแต่ละท่านบัญญัติไว้เนี่ย มันจะอยู่กับโลกสมัยใหม่ไม่ได้ ฉะนั้นอันนี้ก็อาจเป็นปัจจัยนึงนะครับ ที่ทำให้คนไม่นับถือศาสนามากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เป็นคนดี ใช่มั้ยครับ เพราะว่าในที่สุดเนี่ย เวลาเราไปถือศาสนาแบบสุดโต่งเนี่ย อาจจะยิ่งน่ากลัว คนที่เขาเคเอ่อเป็นคนดีโดยธรรมชาติ โดยที่ไม่ได้ยึดศาสนาอะไร คือการยึดอะไรแบบสุดโต่งมันจะทำให้เกิดพวกฉันและพวกแก สร้างให้มนุษย์มองเป็นคนละพวกเมื่อไหร่ อันนั้นอันตรายทันที ใช่แล้วส่วนใหญ่จะเอาบรรทัดฐานของความดีของศาสนาตัวเนี่ย มาเป็นเหมือนไม้บรรทัดไปวัดชาวบ้านเอ ใช่ไหมครับ ใช่ครับ
สมมุติมีศาสนาใดๆก็ตามเ้าก็จะสอนว่า เมื่อตายแล้วเราจะไปตรงไหนครับ คราวนี้คนที่ไม่มีเจะไปทางไหน่ะครับ ถ้าเค้าไม่มีศาสนาเลยอ่ะ
อันเนี้ยแล้วแต่แล้วว่าเราจะมองแบบ Approach ไหนใช่มั้ย ถ้ามองแบบศาสนาอเทวนิยม เช่นพุทธหรือฮินดู อ่า คุณก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ดี ต่อให้คุณไม่มีศาสนา ไปชาติหน้า ไปชาติคุณจะไปเกิดแบบไหน ขึ้นอยู่กับการกระทำ อุปมาอย่างงี้ฮะ เหมือนกับว่าเราบอกว่าเราไม่ได้รู้กฎหมาย แต่เราทำผิดกฎหมาย พี่ดู๋ มันก็ต้องเข้าคุก ใช่มั้ยครับ อ่า เหมือนกันนะ ชีวิตหลังความตายก็เหมือนกัน ถ้าเราทำเหตุอะไรก็แล้วแต่ จริงๆ ทุกคนไปเหมือนกันแหละ แต่จะจะเรียกว่าอะไร แต่จะไปเจอที่ไหนแบบไหนเนี่ย มันก็อยู่ที่การกระทำ อ่า อันนี้อาจจะมองแบบสากลนะครับ แต่ถ้ามองแบบพุทธ พุทธเนี่ย พุทธเจ้าท่านคล้ายๆ กับเคลมตัวเองปฏิญาณตนว่าท่านเป็นศาสดาเอก ท่านมองเห็น ท่านบอกว่าศาสดา ทั้งหลายในโลกเนี้ยส่วนใหญ่จะเหมือนคนตาบอดคำช้าง ตาบอดคำช้าง โอเคอ่ะ เราไปจับช้างที่หางก็เหมือนเหมือนจับงู บอกว่าช้างเหมือนเหมือนงู อ่า ช้างเหมือนงู ไปจับช้างที่ขา ก็บอกช้างเหมือนเสา ไปจับค้างช้างที่ข้างตัว ก็บอกเหมือนกำแพง ไปจับช้างที่หู ก็อาจจะบอกเหมือนช้างเหมือนกระด้งนะครับ ถามว่าผิดมั้ย แต่ละคนที่ไปเห็นส่วนนั้นๆ ของช้างแล้วบอกว่าไม่ผิดเลย แต่ไม่ครบ ใช่ฉันใดฉันนั้น ฮพพุทธเจ้าท่านก็ปฏิญาณว่า การเวียนว่ายตายเกิดก็ดี หรือสรรพสิ่งทั้งหลายในจักรวาลนี้ก็ดีเนี่ย ท่านท่านเคลมว่าท่านน่ะเห็นครบ
อ๋อ ฉะนั้นถ้าพี่ดูสังเกตนะ ทุกศาสนาก็มีความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ ใช่ๆ เพียว่าอย่างพุทธเนี่ย ก็อาจจะบอกรายละเอียดของสวรรค์เยอะกว่าศาสนาอื่น อืนรกก็ทำนองเดียวกัน อันนี้คือพุทธบอกว่าอย่างนี้นะ ใช่ครับๆ ครับ และพุทธก็บอกว่าไม่ว่าคุณจะอะไร มันก็เข้าระบบนี้แหละ เพียงแต่คุณจะเรียกว่าอะไรเท่านั้นเอง อ่า ถ้าแบบไม่มีศาสนา ผมบอกว่ามันไม่มีอะไรเลย ตายแล้วก็สูญไป มีอะไรไป อันนี้พระพุทธเจ้าก็ดักไว้เหมือนกันครับพี่ดู
[เพลง] ว่าถ้าเราอยู่ปัจจุบันเมื่อไหร่แล้วสุข ทุกข์เี่มันทำอะไรเราไม่ได้ พี่ดู มันมีภาพขึ้นมาตรงๆ หน้าแล้วผมก็ถือไม้ตีแมลงวัน สีชมพู พี่ดู๋แล้วคตาซอยงาดำเข้ม ประโยชน์ทุกคำ หอมงาดำอร่อยมาก อะไรดี บุมก็ว่าดี สบู่แนตยืนยันว่าดีจริงด้วยยอดขายอันดับ 1 10 ปีซ้อนโอคช่วยเสริมสร้างกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุนจากนิวเจริญ tical เป็นลูกค้าเราเท่ากับช่วยสังคม ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อสังคม
ค้าแบบไม่มีศาสนา ผมบอกว่ามันไม่มีอะไรเลย ตายแล้วก็สูญไป ไม่มีอะไรไป อันนี้พระพุทธเจ้าก็ดักไว้เหมือนกันครับพี่ดู ว่ามันจะมีความสุดโต่ง 2 ด้านฮะ ด้านนึงเรียกว่าสัสสตทิฏฐิ ขอใช้บาลีนิดนึง แปลว่าเห็นว่าทุกอย่างเที่ยงแท้นิรันนิรันดรอืกอีกสายนึงเรียก ว่าอุจเฉททิฏฐิ คือตายแล้วขาดศูนย์ไปเลย อื ซึ่งพระพุทธเจ้ามองว่าสิ่งเหล่าเนี้ยมัน เป็นทางสุดโตคือ 2 ขั้วที่สุดโตงใช่ครับ แล้วพระพุทธเจ้าจึงแสดงสิ่งที่เรียกว่าทางสายกลาง พี่ดู๋
พพุทธเจ้าบอกว่าสิ่งทั้งปวงไม่ได้ดำ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปครับ ไล่ตั้งแต่อะตอมไปถึงจักรวาลเนี่ย ไม่มีอะไรเที่ยงแท้นิรันดร ในขณะเดียวกัน สรรพสิ่งก็ไม่ได้สูญหาย เพราะทุกอย่างมันโยงสัมพันธ์กัน พี่ดู๋ก็อาจจะเคยได้ยินทฤษฎีเอ่อเด็ดผีเสื้อสะเทือนถึงดวงดาว อะไรทำนองนั้นนะครับ นั้นพุทธจึงเสนอว่าอย่างนี้ครับ พี่ดู๋ มีสิ่งนี้สิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงมี อื เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ คือมีที่มาที่ไปและส่งผลต่อกัน ทุกอย่างทุกอย่างมีเหตุ เพราะเมื่อมีเหตุแล้วก็ต้องมีผล แต่ถ้าจะให้ผลดับเหตุก็ต้องดับ ฟังดูเป็นวิทยาศาสตร์ว่ามันมีจริง ๆ
ริก็เหมือนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ประมาณนึง ถ้ามี เพราะมีคนบอกผมว่าอสมมุติปากกาแท่งเนี้ย คุณไม่มีทางทำให้มันหายไปได้ หายไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอ่ะ คุณจะเผามัน คุณก็จะได้ความร้อน ได้ได้อะไรบางอย่าง มันแค่เปลี่ยนแปลงอ่ะ มันเปลี่ยนแปลงสภาพ เปลี่ยนแปลงสภาพ งั้นนี่คือสิ่งที่เรียกว่าไตรรักษ์นะ พี่ดู ออมันคงทนสภาพเดิมไม่ได้ มันไม่เที่ยง มันไม่สามารถอยู่ได้นิรันดร แล้วสุดท้ายมันคืออนัตตา คือจริงๆ แล้วมันไม่มีตัวปากกาอยู่จริง เอ้อันนี้ผมไม่เข้าใจ มันเป็นแค่องค์ประกอบไง ทางเคมีไง พี่ดู๋ อ๋อ เพราะว่าถ้าเราแยกองค์ประกอบ ในที่สุดมันไม่มีปากกา เหมือนรถยนต์ พี่ดู๋ เราจะบอกว่าตรงไหนเป็นรถยนต์ ฮะ เออ ตรงล้อ ล้อก็ไม่ใช่ ตัวถังอย่างเดียวก็ไม่พอ เครื่อง เครื่อง เก้าอี้มันก็คือพลาสติกและเหล็กมาเจอกัน อะไรก็ว่ากันไป อ่า แต่เพื่อมีล้อ มีหลังคา มีกระจก และองค์ประกอบเข้ามา รวมกันก็สมมุติเรียกว่ารถยนต์
พระสาริบุตร พระสาริบุตรเนี่ยเป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าองค์นึง ท่านก็อุปมาไว้ดี พี่ดู ท่านบอกว่าเหมือนอากาศว่างเปล่า พอเรามีกำแพง เรามีกระจก เรามีเพดาน เรามีฝ้า อากาศที่ว่างเปล่าเดิมถูกสมมุติเรียกว่าบ้าน เรียกว่าสตูดิโอ เรียกว่าโกดัง ฉันใดฉันนั้น เราก็เหมือนกัน พี่ดู อากาศว่างเปล่าเนี่ย ถูกกระดูก 300 ท่อนยกมาเป็นโครง เหมือนเสาเข็ม ออือ มีเนื้อปะเหมือนปูน ใช่มั้ย มีผิวหนังฉาบเหมือนสีเหมือนอะไร มีผมปิดเหมือนหลังคาครับ อากาศที่ว่างเปล่านี้ก็ถูกเรียกสมมุติว่าเป็นสัตว์บุคคล แต่แท้จริงแล้วมีแค่ธาตุ เราตัวเราก็ว่างเปล่า แต่ความว่างเปล่าอย่างนี้มันไม่ว่างเปล่าเหมือนขาดสูญอย่างที่พี่ดู๋ตั้งคำถามตอนแรก เหมือนคนไม่มีศาสนาถูกมั้ยฮะ แต่มันมี เพราะมีเหตุปัจจัยของมันอยู่แล้ว เมื่อเหตุปัจจัยมันหมด มันมันก็ดับไป แต่ มันไม่ใช่ว่าทุกอย่างมันว่างเปล่าแต่แรก หรือทุกอย่างมันมีอยู่ตลอดไป
เออเวอร์มั้ย พี่ดู ฟังแล้วเหมือนแบบ คุณก็ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องสุข ใช่ คุณก็ไม่มีอะไร
ฉจริงๆ มันไม่มีเราไง พี่ดู๋ เพราะว่าความเป็นเราเนี่ย เราต้องคอยเตือนตัวเอง ศาสนาบอกให้เราคอยเตือนตัวเองให้เราคิดแบบนี้มั้ย ถ้าอย่างที่พี่ดูถาม อเคเรียกว่าวิปัสสนึก ต้องนึกเอาก่อน แต่ถ้าเราฝึกปฏิบัติเนี่ย มันจะเรียกว่าวิปัสสนานะ มันจะจะเห็นว่าไม่ใช่เราจริงๆ อันนี้ไม่ต้องนึกละ มันจะเป็นอย่างงั้นเลย อ่า มันจะเห็นออโต้เลยว่าจริงๆ แล้วมันไม่มีเราอยู่ สมมุติพี่ดู๋ชม อุ๊ย อาจารย์พูดดีจังเลย ผมเอียงตัวไปนิดนึง พี่ดู๋ชม อาจารย์ดันน คนเมื่อกี้ไม่ใช่คนนี้ มันคนละคน มันต่างกันไปใช่มันคนละโมเมนต์แล้ว อาจารย์ดันนคนเมื่อกี้มันดับไปแล้ว อ๋อมันดับทุกเสี้ยววินาที อ่า ใช่ สมมุติพี่ดู๋ ผมอุ๊ อาจารย์พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ผมก็ขยับตัวมาอีกหน่อยนึงก็ได้ พี่ดู๋ว่าอาจารย์คนคนที่โดนว่าไปแล้วดับไปแล้ว
พุทธถึงเน้นให้อยู่กับปัจจุบัน ถ้าเราอยู่ปัจจุบันเมื่อไหร่แล้วสุข ทุกข์เี่มันทำอะไรเราไม่ได้ พี่ดู โอโหลึกล้ำมาก นินทาสรรเสริญทำอะไรเราไม่ได้ เพราะแค่ทีที่มากระทบมันดับไปแล้ว พี่ดู อื เนี่ยคือคำสอนเรื่องอนัตตา ง่ายๆ เลย อื มันไม่มีเราอยู่ ผมว่าผมควรจะคิดแบบนี้บ่อยๆ ครับ มันจะดีกว่าอย่างน้อยเวลาอ่านคอมเมนต์เวลาคนด่า ขยับตัวนิดนึง มันไม่ได้ด่ากูด่ากูที่ดับไปแล้ว
อาจารย์เคยบวชมั้ย
เคยบวชเณรครับ พี่ดู๋
เคยนึกอยากจะเป็นพระมั้ย
โอ้ ตอนปฏิบัติธรรมครั้งแรก อยากเป็นพระเลยครับ ออ เพราะว่าตอนนั้นเราปฏิบัติธรรมแล้วเราอินมาก พี่ดู๋
เราเดี๋ยวอาจารย์โตขึ้นมาเป็นแบบไหน เป็นเหมือนผมมั้ย เกิดมาปั๊บอ้าวแกเป็นชาวพุทธ ผมเนี่ยแทบไม่เคยใส่บาตรเลย เป็นพุทธในสำเนาทะเบียนบ้านอย่างชัดเจน อือๆ ไหว้พระสวดมนต์อะไน้อยมาก พี่ดู๋ แล้วผมเล่นดนตรีนะ สมัยก่อนแล้วเล่นดนตรีแนว Metal เล่น Metallica เล่น Slayer ซึ่งดูไกลๆ จากศาสนา แอนตี้ศาสนาสุดฤทธิ์ ไม่ได้ยินศาสนาเลย พี่ดู๋ ออ ต้านซะด้วย
แล้วมามาเลือกเป็นอาจารย์ด้านนี้ได้ยังไง
เป็นคำถามยอดฮิตเลยครับ พี่ดู๋ จุดเปลี่ยนคือตอนที่เรียนที่โรงเรียนมัธยมปลาย ตอนนั้นเรียนที่วัดสุทธิฮะ พี่ดู๋ครับ แล้วก็มีอาจารย์ที่สอนพุทธท่านนึง ท่านเสียชีวิตแล้วชื่ออาจารย์นารีพงษ์กรณ์ครับ แกมาสอนพุทธไม่ได้เหมือนอาจารย์ท่านอื่น อื นะครับ ก็คือแกสอนว่าให้ลองฝึกสมาธิ ให้ลองทำปฏิบัติธรรมดูอ่ะ เราก็ลองทำดู พอทำแล้วมันก็เจออาการแปลกๆ หลายอย่าง พี่ดู๋ เราก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย นี่มันคืออะไร เราไม่เคยรู้เลยว่ามีสิ่งเหล่านี้ ทีนี้พอเราเจอสภาวธรรมแปลกๆ เนี่ย อาจารย์ท่านนั้นก็เลยบอกว่า ลองไปปฏิบัติธรรมสัก 7 วันดูมั้ย ก็เลยไปเข้าปฏิบัติ 8 วัน 7 คืน ที่ยุวพุทธิกสมาคมครับ มันเกิดความรู้อะไรบางอย่างขึ้นมาหลายอย่าง พี่ดู๋ ที่ทำให้ให้เรารู้สึกว่า เออ นี่แหละคือพุทธที่แท้จริง
คุณแม่สิริเนี่ย ท่านท่านสอนไว้ว่าเวลาเข้ากรรมฐานเนี่ย เหมือนเรามาฝึกว่ายน้ำ สนามจริงอยู่ข้างนอก อ๋อ อ่า ฉะนั้นที่เข้า 8 วัน 7 คืนเนี่ย มันเหมือนดูดีแหละ พี่ดู๋ เพราะเรามาฝึกแล้วมันยังไม่มีสิ่งเร้า ไม่ไม่มีสิ่งเร้าแล้วสิ่งแวดล้อมดีมาก ควบคุมหมดแล้ว ถูกต้อง จะวัดว่าปฏิบัติได้จริงไม่จริง คือต้องมาอยู่ข้างนอกแล้วเรายังสามารถรักษาสภาวะเหมือนตอนที่เราเข้าสำนักได้หรือเปล่า นั่นแหละคือประเด็นครับ
อยากรู้ว่าตื่นรู้ของอาจารย์ที่ทำให้เปลี่ยนชีวิตคืออะไรยังไง
คืออันแรกผมเจอเรื่องกฎแห่งกรรมแล้วกันครับ พี่ดู๋ เจอจริงๆ ว่ามันมีจริงๆ ตอนนั้นคือผมก็เดินจงกรมปฏิบัติธรรมนะฮะ จำได้ว่าสักวันที่ 4 วันที่ 5 ของการปฏิบัติ อ่า แล้วจู่ๆ ผมก็ ได้ยินเสียง ผมก็นึกว่าเสียงไมค์ หรือเสียงวิทยากรมาฉูไม่ให้คนเสียงดัง แต่ปรากฏว่ามันมีอาการแสบ พี่ดู๋ แสบที่แขนอ่ะ แล้วผมก็เห็นว่ามีจ้ำขึ้นมา 3 จ้ำ แล้วเป็นจ้ำแดง ภูมิแพ้อ้า ผมก็คิดอย่างงั้น แต่คือมันมีควันขึ้นมาด้วย พี่ดู๋ ผมเป็นสายคอยหาทางแก้ให้อ่า ไม่เป็นไร ผมคิดแบบพี่ดู๋ มดทุกอย่างเลย สะเก็ดไฟจากคนทำอะไรเค้ากำลังต้มทำกับข้าวอยู่ แล้วมันปิวมาโดน แต่มันขึ้นที่ผิวเรา แล้วห้องกรรมฐานเป็นห้องแอร์ พี่ดู๋ อ่า เหรอ ผมก็พยายามคิดแบบพี่ดู๋ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะ มันคิดถึงขนาดมีเลนส์รวมแสงจากหลังคามากระแทกโดน ผมคิดทุกอย่างว่าเป็นลมพิษขึ้นหรือเปล่า ไฟสะท้อนหรือเปล่า พยายามคิด
ระหว่างที่คิดสับสนอยู่นะ พี่ดู๋ มันมีภาพขึ้นมาตรงๆ หน้าผมด้วย พี่ดู๋ อ มันเป็นภาพเหมือนโฮโลแกรมย้อนหลัง ตอนนั้นผม ป.6 นะครับ อ่า ผ้าไปหยุดตอนที่ผม ป.4 พี่ดู๋ แล้วผมก็ถือไม้ตีแมลงวันสีชมพู พี่ดู๋ แล้วผมก็ตีแมลงวันในบ้าน เพราะว่าแมลงวันมันเข้าบ้าน แล้วแม่สั่งว่าอย่าให้มันตอมกับข้าวอ่ะ แต่ผมก็ตีตีเสร็จแม่ก็ด่า ตียังไงให้ไส้ มันแตก อย่าตีให้มันแตกดิ แม่ต้องมาก่อสกปรกอีก ผมก็ต้องตีไงให้มันเออตีเบาๆ ไม่ให้มันเออตีเอาสลบ แล้วมันไม่ให้มันไส้แตก แล้วนั้นมันก็ไม่ตาย ผมก็เอาแมลงวันแต่ละตัวเนี่ย ไปกองหน้าบ้านรวมกัน แล้วผมก็เอาแว่นขยาย พี่ดู๋ ทำเลนส์รวมแสง แล้วมันก็มีเสียง แล้ววันมันข แล้วตัวมันก็งอ ว้าว พี่หู ตอนนั้นต่อให้ผมเป็นคนโง่ที่สุดในโลก ต่อให้ผมเป็นคนไม่เชื่อศาสนาอะไรมาก่อนในชีวิต แต่ผมเจอปรากฏการณ์ที่มือขึ้นจ้ำแดงไหม้ มีควันขึ้น แล้วเห็นภาพนี้ต่อหน้า พี่ดู๋ จะให้ผมอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าอย่างไร
เออนั่นเอ ถ้าผมเจอแบบนี้ ผมก็ต้องก็ต้องเป็นแบบอาจารย์ นี่คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเรื่องนี้ ผมกลับเอามาถามอาจารย์ต่อเลย
อาจารย์จำจำเรื่องนี้ได้อยู่นะ
ได้ๆ ครับพี่ดู๋ เรื่องประวัติว่าทำไมถึงมาเป็นเป็นอาจารย์ด้านนี้ครับ
ผมถามเลย อภินิหารกับศาสนาเป็นเรื่องที่ที่ที่มีจริงและควรจะให้ความสนใจอะไรอย่างไร เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ บางคนบอกว่ากลายเป็นแบบ เฮ้ย มันเป็นโทษ บางคนบอกว่ามันเป็นประโยชน์ เออๆ ถ้าเรามีอภินิหารก็ดีดิ แล้วทุกคนอยากโชคดี ทุกคนอยากทำมาค้าขึ้น ทุกคนอยากสุขภาพแข็งแรง ทุกคนอยากรวย ถ้ามีตัวช่วยอันมีฤทธิ์อ เราก็จะเลือกอะไรที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
อ่ะ ครูบาอาจารย์หลายท่านพูดไว้ดี ปาฏิหาริย์เนี่ย คือการที่เรารู้ผล แต่เราไม่รู้เหตุ เราเลยบอกว่ามันเป็นปาฏิหาริย์ แต่จริงๆ ในศาสนาเนี่ย มันมีเหตุและผลของเขาอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่รู้เหตุ พอเราเจอแต่ผลเ่าๆ เราก็รู้สึกว่าโอ้นี่มัน unbelievable มากเลยนะ ผมเทียบกับกรณีอาจารย์เลย อ่า เราไม่รู้เหตุ อยู่ๆ มันเป็นควันออกมา อยู่ๆ เราไปนึกถึงเรื่องที่เราลืมไปตั้งอนานนมแล้ว แล้วมันเกี่ยวข้องกันซะด้วย หมายถึงว่า สิ่งที่เรานึกนั่นน่ะ มันตรงกับภาพนี้ครับ ที่แขนเราครับ ก็ไม่รู้เหตุไง รู้ไง พี่ดู๋ เนี่ยสิ่งที่เกิดเนี่ยไมเนี่ยคือผล เขาบอกแล้วว่าผลนี้เกิดจากเหตุนี้ เกิดจากอาจารย์ไปเผาแมงวันใช่ตอนนู้นใช่ฮะ แล้วเหตุที่ทำให้ไปรู้สิ่งเหล่านี้แดแย้อนกลับเนี่ย ก็คือเหตุที่เรากำลังเจริญสติ สมาธิ ซึ่งพพุทธเจ้าบอกแล้วว่ามันเป็นเวย์ ที่ทำให้เราสามารถรู้สรรพสิ่งแบบนี้ได้ แต่เหตุอย่างเงี้ การระลึกอย่างเงี้ย เราไปถามหมอดูไม่ได้ พี่ดู๋ อ๋อ เพราะเหตุมันไม่ตรงกับผล เราไปบนบานศาลกล่าวไม่ได้ เออ เราไปตีกอล์ฟก็ไม่ได้ เพราะการตีกอล์ฟไม่ได้เป็นเหตุให้รู้สิ่งเหล่านี้ไง พี่ดู๋
นี่อาจารย์ตอบคำถามหลายอันมากที่ผมเตรียมจะถามนะ เช่นมีคนถามแบบง่ายๆ โง่ๆ เลยครับ อันนี้ผมก็เคยแล้ว ผมก็สงสัยตามเค้าด้วยนะครับ การนั่งหายใจใต้ต้นไม้เป็นเวลานานๆ อ่า ทำให้เกิดความรู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้ยังไง ปกติเราอยากรู้อะไรต้องหาที่เรียน ต้องหาชุดคำสอน ต้องหาอะไร พี่ดู๋
เราแตกไปเยอะมากเลยนะคำถาม เดี๋ยเดี๋ยวผมกลับไม่ถูกอ่ะ เอาอันนี้ก่อนก็ได้ พี่ดู๋ ในศาสนาพุทธเนี่ย มองว่าปัญญามันเกิดได้ 3 ทาง ครับพี่ดูครับ อันแรกเรียกสุตมยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการเรียนการฟัง สุตตะเนี่ยแปลว่าฟัง งั้นสรรพวิชาบนโลกเราทุกวันนี้ พี่ดู๋ เราได้จากการฟังการเรียนถูกมั้ย เราเรียนสถาปัตย์มา เราเรียนบัญชีมา เราเรียนภาษาอังกฤษ ทุกอย่างเราใช้การฟังการอ่าน พพุทธเจ้าบอกมันเป็นปัญญาขั้นต่ำสุดเลย เหรอ ใช่พี่ดู๋ แต่เราใช้ขั้นนี้ขั้นเดียวเลยนะ แค่เก็ครองโลกแล้วใช่
ปัญญาที่สูงกว่าสุตปัญญา เรียกว่าจินตามยปัญญา ปัญญาที่เกิดจากการคิดพิจารณาและวิเคราะห์ อ่า จินตภาพโอเค อันนี้เข้าใจ พวกนี้ไอสไตน์เป็นต้น อ่า คิดถึงทฤษฎีสัมพันธภาพ คิดถึงบิ๊กแบง เวน ฮอว์คิง คิดถึงจักรวาล อันเนี้ยเลย สุตตะ อือ เพราะมันฟังไม่ได้ มันเห็นไม่ได้ มันต้องใช้จินตนาการ ยังไม่มีใครรู้สิ่งนี้มาก่อน แต่เาคิดขึ้นมาได้ อ่า ที่ไอสไตน์บอกจินตนาการสำคัญกับความรู้ เหมายถึงจินตาไม่มใชปัญญา มันไม่ใช่การมโน มันคือการคิดที่เลยไปจากตำรา โอ้โห เออ ชอบอันนี้มาก ไม่ใช่ม แล้วแล้วคนชอบมาพูดว่าจินตนาการ สมควรความรู้ ทั้งที่ยูไม่มีความรู้พื้นฐาน แต่จีเนียสพวกเนี้ยรู้รู้ตำราจนเต็มพุงแล้ว หรือเหมือนรามานุจัน The Man Who Knows Infinity เป็นภาพยนตร์อไม่ได้ดู ที่เป็นนักคณิตศาสตร์อินเดียที่เขาไม่ได้เรียนตามระบบเลยนะ พี่ดู แต่ วันดีคืนดีเนี่ย เขาเขียนตำราคณิตศาสตร์ขึ้นมา 2 เล่มใหญ่ๆ ซึ่งนักคณิตศาสตร์โนเบลของโลกเนี่ย ศาสตราจารย์ฮาร์ดี้ ซึ่งเป็นโปรเฟสเซอร์ที่เคดี แกบอกว่าต้องใช้เวลาชาติหนึ่งในการพิสูจน์สมการของรามานุจัน 1 เล่ม โห แล้วรามานุจันมี 2 เล่ม พี่ดู๋ แล้วเป็นสมการชุดเดียวที่สามารถคำนวณสภาวะในหลุมดำได้ แล้วมีคนถามรามานุจันว่า คุณได้สมการพวกนี้มาจากไหน เบอกเได้มาจากพระแม่ลักษมี อ่านไปแบบไม่อธิบายเลยใช่ พี่ดู๋ เนี่ยครับ ยกตัวอย่างกลับมาที่ จินตามยปัญญาเป็นเช่นนี้ นี่คือขั้นเหนือกว่าของ อ่า ฟังและฟังแลดูอ่านเขียน
ทีนี้ พุทธยังเสนอปัญญาขั้นสูงกว่านั้นที่เรียกว่าภาวนามัยปัญญาไง พี่ดู๋ ที่พี่ดูถามเนี่ย นั่งดูลมหายใจ นั่งเพ่งเี่มันรู้แจ้งได้อะไร
แล้วปัญญาตัดสู้ พพุทธเจ้าเนี่ย พระพุทธเจ้ารู้ไปถึงอะตอม รู้ไปถึงเรื่องซัวโนอา รู้ไปถึงเรื่องออร์แกเนลของมนุษย์ ที่อยู่ในพระไตรปิฎกครับ พี่ดู
แต่ผมขอกลับมาคำถามอิทธิปาฏิหาริย์ก่อน จริงๆ สิ่งที่พี่ดู๋พูดเนี่ย มันเป็นความยึดติดในปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นโทษ อยากรวย อยากพิสูจน์ นั่นนู่นนี่ ในทางพุทธน่ะ มองว่านี่คือ กิเลสมันคือโลภะ มันคือความยึดติด ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ปาฏิหาริย์ไม่ได้มีโทษในตัวมันเอง อ๋อ ตัวมันไม่ได้ทำ ไอไอตัวบุคคลที่เป็นอย่างงี้ใช่อ่า เหมือนระเบิดนิวเคลียร์เนี่ย เอาไปใช้บอมมันก็เป็นโทษ ถูกมั้ย พี่ดู๋ มันเป็นพลังงาน มันก็เป็นคุณ ปาฏิหาริย์ก็เหมือนกัน มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่มันอยู่ที่คนเอาไปใช้
อะไร แต่แม้กระนั้นครับ พี่ดู พุทธเจ้าก็พูดในพระไตรปิฎกนะฮะ ชื่อว่าเกวสูตร พพุทธเจ้าบอก ปฏิหาริย์มี 3 อย่าง พี่ดู อันแรกคืออิทธิปาฏิหาริย์ ที่พี่ดูพูดเลยครับ อ่า ในพระไตรปิฎกรณาไว้เวอร์วังมากเลยนะ ดำดิน เดินเหิน เผินเดินอากาศ ทุกอย่างเลย พระพุทธเจ้าบอกอันเนี้ยมีอยู่จริง อ้อ แต่ท่านก็ไม่ได้สรรเสริญ เพราะว่าอะไร เพราะเป็นปาฏิหาริย์ขั้นต้นสุด
นี่ต้นสุดเหรอ
ต้นสุด พี่ดู๋ ถ้าพระพุทธเจ้าเห็นว่ามีสิ่งนี้จริงก็แปลว่าไสยศาสตร์ก็ไม่ได้เป็นลัทธิที่ผิดปกติ
ไสยศาสตร์กับอิทธิปาฏิหาริย์คนละเรื่อง พี่ดู๋ ถ้าเป็นไสยศาสตร์เนี่ย มันเข้าข่ายเดรฉานวิชา อ้า เหรอ
ไสยะเนี่ยแปลว่านอนหลับ คือเป็นสาสตร์ที่ทำให้อ่ะถูกต้อง มันตรงข้ามกัน หรือเดรัจฉานวิชา เดรัจฉานแปลว่าขวาง อ่า นั้นวิชาพวกทำแล้วมันขวางต่อมรรคผลนิพพาน คนละเรื่องกับอิทธิปาฏิหาริย์
เหรอ มันอาจจะมีปาฏิหาริย์จากไสยะได้อ แต่ไม่ได้ปาฏิหาริย์เพื่อพ้นทุกข์ แต่อย่าง ปาฏิหาริย์ในพุทธเนี่ย พพุทธเจ้ามอกว่ามันก็เป็นสื่อการสอนชนิดหนึ่งในการกำราบคนที่อาจจะดื้อ อือ อ่า แต่ว่าแม้กระนั้น พพุทธเจ้าบอกว่าปาฏิหาริย์อันเนี้ยเป็น Absolute Beginner พุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญอิทธิปาฏิหาริย์นะ ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ขั้นหยาบสุดแล้ว
ปาฏิหาริย์อะไรที่สูงกว่าอิทธิปาฏิหาริย์เอยังจะอะไรเหนือกว่าเหาะได้ อ่า ดีมาก เรียกอาเทสนาปาฏิหาริย์ พี่ดู คือคือการรู้วาระจิตคน รู้ว่าคนนี้กำลังอะไร แล้วมันมีประโยชน์อะไร มันมีประโยชน์ตรงที่ว่าเราจะสามารถสอนคนให้ถูกจริตของคนนั้นๆ ได้ อื พี่ดู อาจจะเคยได้ยินว่าคนไปเจอหลวงพ่อหลวงตาหลวงปู่ อะไรแล้วเหมือนรู้ทุกอย่างที่ เราคิด ท่ารู้ล่วงหน้าว่าผมกำลังกุ้มใจเรื่องอะไร ใช่
แต่แม้กระนั้น ปาฏิหาริย์อันดับนี้ พระพุทธเจ้าก็บอกเป็นเลเวล 2 นะ
กี่เลเวล
มี 3 เลเวล พระพุทธเจ้าบอกว่า ปาฏิหาริย์สูงสุดที่พระองค์สรรเสริญแล้ว อยากให้ชาวพุทธโฟกัสตรงนี้ด้วย เรียกว่าอนุสาสนีปาฏิหาริย์ หมายความว่ายังไง อะไรที่พพุทธเจ้าแสดงว่าเป็นโทษ เช่นการผิดศีล มันเป็นโทษจริงๆ พระพุทธเจ้าบอกว่าการผิดลูกผิดเมียเนี่ย มันทำให้คนเกลียดนะ จริงมั้ย พี่ดู๋ ก็จริง การลักขโมยฉ้อโกงเนี่ย เป็นการที่ทำให้คนอื่นเสียทรัพย์ มันเป็นโทษจริง ไม่จริง จริง พระพุทธเจ้าบอกการให้ทานเนี่ย มันทำให้คนรักใคร่จริงมั้ย จริง ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักจริงมั้ย พี่ดู๋ ใช่มั้ย เราไปเที่ยวมา เราเอาของฝากไปเมืองนอก ทุกคนรัก ทุกคนชอบ เนี่ยง่ายๆ เนี่ยคืออนุสาสนีปาฏิหาริย์แล้ว แล้วเรากลายเป็นง่ายๆ เลย เห็นมั้ย แล้วเราทำตามแล้วมันเกิดมีมิตรที่ดีจริงๆ ก็คือรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว พระพุทธเจ้าบอกอันเนี้ยอยู่อมตนิรันดร์กาล พุทธเจ้าจะอุบัติไม่อุบัติสิ่งนี้มีอยู่แล้ว แปลว่าคนที่รู้ถึงขั้นนี้ก็อาจจะไม่ มีศาสนาก็ได้ มีพระพุทธเจ้ารู้จักแต่คุณรู้ผิดชอบชั่วดี ใช่ ถ้าคุณทำตามจริยธรรมที่มันเป็นอย่างเงี้ย นั่นน่ะคือปัญญาเหนือกว่าเหาะได้
ใช่มันกลับกันเห็นมั้ย พี่ดู๋ เออ มันกลับกัน เหมือนแบบผมก็งงว่าเหาะได้ ต้องหายตัวได้เป่า อะไรไม่เลย เนี่ยสิ่งที่ชาวพุทธไปโฟกัสเี่มันกลับกลับกันหมดแล้วเราบอกเราแอนตี้พุท เอๆ จริงๆ พุทธก็แอนตี้สิ่งที่คุณแอนตี้เหมือนกัน เออ เพราะเราไม่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกครับ พี่ดู๋
ผมยังเห็นด้วยกับการศึกษาก่อนแล้วถึงเลือกว่าคุณอยากจะอยู่ศาสนาอะไร ผมว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง พอคุณไปอยู่ คุณจะได้อยู่ด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เป็นพุทธแต่ไม่เคยมีศีล 5 สักข้อ
จะบอกพี่ดู๋ว่าพวกเนี้ยฝรั่งเป็นเยอะ เราเรียกกันว่าสกอล่า นะก็คือเาศึกษาพุทธอย่างลึกซึ้ง ละเอียด แล้วพวกนี้ฝึก mindfulness ฝึก meditation อื แล้วพอเาอินถึงจุดนึง รู้แล้วนี่คือทางออกชีวิต เาบอกเลยนับถือพุทธอื แต่ไม่ได้เป็นพุทธแบบที่เราเข้าใจ อ่ะ เป็นพุทธที่เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือเขาทำตามแล้วมันได้ผลจริง อ่า เขาทำสมาธิแล้วจิตเขาสงบจริง อ่า พพุทธเจ้าบอกว่าการดื่มสุรามันเป็นโทษ พิสูจน์แล้วว่ามันจริง เนี่ยคือปาฏิหาริย์ พี่ดู๋ ปาฏิหาริย์อื่นเนี่ย คนยังค้านได้ว่าเล่นกลหรือเปล่า ฟุกหรือเปล่า หลอกลวงหรือเปล่า แต่อนุสาสนีปาฏิหาริย์ท่านบอกเลยไม่มีใครต้านพระระองค์ได้ว่าสิ่งที่พระองค์บอกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีงามแล้วมันไม่ดี ใช่ คุณจะเป็นคนแบบไหนก็ตามแต่คุณ คุณคิดแบบตรงไปตรงมา มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ใช่ถูกต้องครับ
กลับมาเรื่องการมาเป็นอาจารย์ อ้าครับ พี่อ่า เดี๋ยวนี้กลับมาอีกทีนะ หลังจากที่เกิด เอ่อสภาวะบางอย่าง สภาวะบางอย่างที่ที่ที่เกิดขึ้นครับ เป็นผมผมจะทำไงรู้มั้ย อาจารย์ครับผมไปบวชใช่ตอนนั้นผมก็คิดะถ้าอยากรู้ศาสนาส่วนนึงก็เก็ใช้วิธีไปบวชครับ
อาจารย์เอาไงอันนึงก็คือพอเราเจอเรื่องกฎแห่งกรรมเนี่ย มันก็ทำให้เราลามไปถึงว่า จริงๆ แล้วชาติก่อนชาติหน้ามันมันต้องมี เพราะถ้าไม่มี พี่ดู๋ มันอธิบายสิ่งที่เราเจอในชาตินี้อันเดียวไม่ไม่พอ มีอะไรทำให้เชื่อ
นี่ผมพูดแบบสัจจะเลยนะ ผมยังไม่มั่นใจเลยว่ามันมีจริงเป่าไม่เป็นไรครับ พี่ดู๋ แต่อันเนี้ยถึงบอกว่ามันใช้สุตตะไม่ได้ พี่ดู๋ จะฟังพระเทศน์ จะอ่านพระไตรปิฎกอีกมากมายเท่าไหร่เนี่ย ก็ก็ทำให้เกิดความเชื่ออย่างจริงใจยาก ต้องหรือใช้จินตาคิดต่อ เอ้ สวรรค์มันจะเป็นยังไง สวรรค์คริสต์ สวรรค์อิสลาม สวรรค์พุทธ มันเหมือนกันมั้ย มันขุมเดียวกันหรือเปล่านรก ใช้จิตจินตาก็ไปต่อไม่ได้ มันต้องภาวนาอย่างเดียว พี่ดู๋ ฉะนั้น ตที่ถ้าพี่ดู๋บอกว่าไม่เชื่อหรือว่ายังไม่แน่ใจ ถูกต้องแล้ว พระพุทธเจ้าบอก กาลามสูตร แม้ผมพูดอ้างว่าพุทธเจ้าพูดอย่างงั้นก็อย่าว่าแต่ดนเลย พระพุทธเจ้ายังบอกว่าต่อให้เป็นพระพุทธเจ้ามาพูด ถ้าพี่ดูเชื่อเลยฟังที่ผมพูดนั่น พี่ดูไม่ใช่พุทธแล้ว
อะไรทำให้อาจารย์เชื่อ
ก็อย่างที่บอกว่ามันเจอสภาวะบางอย่าง
แปลว่าอาจารย์ภาวนา
ใช่ครับ มันเกิดจากการปฏิบัติครับ พี่ดู๋
และสุดท้ายที่ที่รู้สึกในตอนนั้นก็คือ ตอนนั้นอายุ 17 นะฮะ พี่ดู๋ เรารู้สึกว่าในชีวิตที่เราผ่านมาเนี่ย ความสุขที่เราได้เจอมาบนโลกเนี้ย มันไม่มีความสุขอันไหนประณีตเท่าสิ่งที่เราเจอในช่วง 7 วันนั้น อื ถามว่าแล้วความสุขนั้นมันคืออะไร มันคือความสุขจากความสงบ กิเลส ความสุขจากการที่ เราชนะตัวเป็นครั้งแรก พี่ดู๋ ก่อนหน้านั้นอยู่ข้างนอกเนี่ย เราแพ้ตัวเรามาตลอด เราสปอยตัวเราตลอด แล้วเราไม่เคยรู้สึกตัวเราเลย
ตอนนั้นก็เคยอยากคิดจะบวช อื ซึ่งตอนนั้นท่านวิทยากรทั้งหลายก็เบรคใหญ่เลย เพราะตอนนั้นติดบัญชีจุฬา พี่ดู๋ อ๋อ มันมีภารกิจอยู่ใช่ ท่านจะมองว่าตอนนั้นเราอาจจะศรัทธานำมาก ปัญญาอาจจะยังไม่เจริญตาม อ่า แล้วอาจจะกลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะจะช็อกๆ ทเลยบอกว่าอย่าเพิ่งไปบวชเลย ก็อยู่ทางโลกไปก่อน ถ้ามีภาระทางโลกที่ต้องเรียนไอ้ นี่ให้จบ ก็ทำให้มันจบ
กนว่าท่านต้องบอกว่า ทำให้พ่อแม่ก่อนเนี่ย เราจะไปนิพพาน เดี๋ยวพ่อแม่จิตตกลงนรก ถ้าผมจำไม่ผิด เ้ามีกติกา การจะบวชได้ต้องไม่มีภาระอะไรด้วยไม่ใช่เหรออาจารย์ อ้า ต้องมีพ่อแม่อนุญาตด้วย อะไรอะไรประมาณนั้นครับ ก็เลยเบนเข็มที่จะมาเป็นอาจารย์ด้านพุทธเนี่ยครับ พี่ดู๋
ไปเอนใหม่เหรอ
ไม่เอนใหม่ฮะ ก็เรียนบัญชีจุฬา จนจบ จบบัญชีใช่ครับ แล้วมาสอนปรัชญาได้ไงอ่ะ
ก็เผอิญตอนพอปี 4 นั่นอีกครับ พี่ดู๋ ก็เอ๊ย จะทำไงต่อดีชีวิตใช่มั้ยครับ ก็คือตอนนั้นที่คณะอักษรฮะ เปิดหลักสูตรพุทธศาสนาฮะ พี่ดู๋ เราก็เออนี่แหละทางรอดของเรา ก็เลยไปไปต่อโทที่ที่อักษรจุฬา
มีความสุขมั้ยที่ได้อยู่ในในงานที่เป็นเรื่องที่เราปรารถนามาตั้งแต่หลัง 7 วันนั้น
ทั่วไปฮะ ทุกอาชีพมันก็มีทุกข์มีอะไรอยู่ตามตามธรรมดาของเขา แต่ว่าอย่างน้อยเรานี้ได้ทำในสิ่งที่เรารักแล้วเราอิน ก็ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่เราแฮปปี้ครับ พี่ดู๋
ในฐานะเป็นอาจารย์แล้วศึกษาด้านนี้ สมมุติผมเป็นเด็ก รุ่นใหม่ยังไม่มีศาสนา ยังไม่เลือกไม่เชื่อแบบว่า เฮ้ย คนอื่นบอกมีคำแนะนำมั้ยครับ ว่าคุณควรจะศึกษาอะไรยังไง
ถ้าเราจะไม่มีศาสนาเลย แล้วเขาอยากจะตั้งใจจะไม่มีศาสนาเนี่ย ผมก็จะเคารพการตัดสินใจของเขาครับ พี่ดู๋ อือ แต่ถ้าเขาบอกว่าเอ้ย อาจารย์ผมไม่มีศาสนานะ แต่ผมอยากรู้ว่าพุทธสอนอะไร อ่า อย่างงั้นผมจะแนะนำเละ อ๋อ เช่น อ่ะคุณก็ต้องอ่านพระไตรปิฎกละ ถ้าคุณอยากเป็นชาวพุทธแน่นอน ถ้าจะเอาให้เป๊ะเลยเนี่ย มันต้องเป็นบาลี ซึ่งการจะไปรู้บาลีก็ใช้เวลา แล้วก็ยาก แล้วก็มันไม่ใช่แปลว่าทุกคนจะเข้าถึง งั้นจริงๆ พระไตรปิฎกฉบับแปลไทยก็ ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถครับ พี่ดู๋
ผมเห็นอาจารย์ได้เล่าอธิบายจะพอดแคส หรืออะไรก็ตามแต่หลายหัวข้อมากใช่มั้ย ทั้งพระไตรปิฎก ทั้งอะตอม ทั้งอะไรเนี่ย หลุมดำ จักรวาลจักรวาล อุตลุด คำถามคือสิ่งที่อาจารย์พยายามสร้างเนื้อหาที่กว้างขวางมาก มันคืออยู่ในพระไตรปิฎกหมดเลยเหรอ
ใช่ครับ พี่ดู๋ พุทธเจ้าพูด อื้อหือ ตั้งแต่เข้าส พระพุทธเจ้าพูดไปถึงดาวดวงอื่นอะไรอย่างงี้เลยเหรอ
ใช่ครับ ใช่ครับ อเล่าอันนี้ผมฟังได้ พี่ดู๋ เอาเอาเรื่องจักรวาลก่อนเลยนะ พุทธเจ้าตรัสเล่ากให้พระอานนท์ฟังว่า ดูก่อนอานนท์ จักรวาลมีอยู่ 3 ขนาด พี่ดู๋ ขนาดเล็กเนี่ย ท่านบอกว่ามีพันจักรวาล อือ นะฮะ เรียกว่าจุลนิกาสสีโลกธาตุในภาษาบาลี นะเอ่อ จักรวาลไซส์กลางเรียกว่าเอ่อทวิสหัส มัสมิกโลกธาตุ อื มี 1 ล้านจักรวาล แล้วก็ติดสะสหสีมหาสสีโลกธาตุก็คือจักรวาลเอ้ย โลกธาตุไซส์ใหญ่ มีแสนโกรธจักรวาล
ผมเคยดูสารคดีว่านักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากี่ชั่วอายุอของนักวิทยาศาสตร์หลายรุ่นที่พยายามสร้างระบบดูดาว สร้างแผนที่ครับครับของดวงดาวต่างๆ แล้วก็ไปค้นพบว่าเราเจอแล้ว กาแล็กซี่นู้น กาแล็กซี่นู้น นอกจักรวาลเราแล้วครับ กว่าจะมาแล้ว 2,000 ปีก่อนไม่มีอะไรพวกนี้เลยนี่ฮะ คือภาวนามัยปัญญา พี่ดู๋ เนี่ย พี่ดู๋ ฟังสี แปลว่าในมุมมุมของพุทธเนี่ย ในพระไตรปิฎกอ่ะ Universe เนี่ยมันมี 3 แบบนะ นั้นมันมีแนวคิดมัลติเวิร์สเนี่ย มีมาตั้งแต่ในพระไตรปิฎกแล้ว ถูกต้อง มีตั้งแต่ Universe ไซส์เล็ก ไซส์กลาง ไซส์ใหญ่ น่าสนใจน่าไปหาอ่านจริงๆ
เอาอะตอมด้วยมั้ย พี่ดู๋ อะตอมก็ถูกอธิบายเหรอ
ใช่เขอๆๆ สักนิดนึง คำว่าอะตอมเนี่ยในพระไตรปิฎกใช้คำว่าปรมณู ปรมณูคำนี้เลย ปรมณู มาจากคำว่าปรมะ ปรมะหรือคำว่าบรม บรมก็คือที่สุด ซุ อ่า อณูก็คือเล็ก รมนูก็คือปรมณู ที่สุดของความเล็ก ถูกต้อง
ก็จะเห็นอะไรนะ โปรตอน อิเล็กตรอน อิเล็กตรอน ท่าเทียบจากนิ้วชี้ก่อน พี่ดู๋ 1 องค์คุลีอ่ะเนี่ย ข้อนิ้วชีข้อนึงเท่ากับ 7 ธัญมาศ ธัญมาศแปลว่าข้าวเปลือกครับ พี่ดู๋ เอาข้าวเปลือก 7 เม็ดมาเรียงกัน 1 2 3 4 5 6 7 มันได้ข้อนิ้วชี้นึงพอดี ซื้อมั้ย โออ่า ซื้อนะ ซื้อซื้อนะ 1 ธัญมาศเท่ากับ 7 อูกา อูกาคือเหา เห่าข้าว 1 เมล็ด เอาเหา 7 ตัวมาเข้าแถวต่อกัน ซื้ออยู่นะ ความยาวเท่าข้าว 1 เมล็ด ถูก ซื้ออยู่นะ พี่ดู๋ ซื้อ 1 อูกาเท่ากับ 7 ลิกขา ลิกขาแปลว่าไข่เหา ไข่ของเหา เอาไข่เหา 7 เม็ดมาเรียงกัน ได้ 1 ตัวเหา ได้ตัวเหหา อ โอเค 1 ลิกขา หรือ 1 ไข่เหา เท่ากับ 36 รัถ เรณู รัถ แปลว่ารถู ใช่ละอองฝุ่นละอองรถ อ๋อ ละอองฝุ่น เอาพรัถเลนู 36 เม็ดมาเรียงกัน ได้ 1 ไขเหา โอเค 1 รัถเลนู แยกย่อยเป็น 36 ตัชารี ตัชีคือตัชารีแปลว่าสิ่งที่เกิดจาก อนูนั้นเอ 1 ตัชรีกได้ 36 อนูเล็กไปอีก 36 เท่า แล้ว 1 อนูย่อยได้อีก 36 ปรมณูนี่ถึงจะเจอว่าปรมณูอันแค่ไหน ถ้าเทียบบัญญัติยางหารไปเรียบร้อยแล้ว พี่ดู๋ 1 ปรมณู เท่ากับเอาข้าวสาร 1 เมล็ดเนี่ยแยกเป็น 82 ล้าน ส่วน ว้า อยู่ในพระไตรปิฎก อยู่ในคัมภีร์วิภังค์ อภิธรรมปิฎก
มีนักวิทยาศาสตร์ท่านนึงมาคอมเมนต์แลให้ความรู้ในในช่องเวลาที่ผมไปพูดอ่ะ เขาบอกว่าขณะที่เขาคำนวณที่พระพุทธเจ้าคำนวณว่าที่ที่ผมพูดไปเนี่ย ใกล้เคียงขนาดอะตอมของไฮโดรเจน แต่แม้กระนั้นเนี่ย พระพุทธเจ้าบอกว่าในปรมณูเองเนี่ยนะครับ พี่ดู๋ ยังมีรูปอีก 8 อันที่แยกจากกันไม่ได้อีก เล็กกว่านั้นอีก ใช่เป็นปฐวีธาตุ เตอะไรว่าไป ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนมาแลกเปลี่ยนกับผมนะฮะ บอกว่ามันคล้ายๆ กับแนวคิดเรื่องคว้าเรื่องแรงนั่น แรงนี่ ซึ่งอันนี้ก็เกินภูมิผมละ ก็ฝากนักวิทยาศาสตร์ที่สนใจไปอ่าน
คือขอบคุณอาจารย์แล้วก็ผมผมก็เสียดายตัวเองว่าอายุขนาดนี้เพิ่งทำไมเพิ่งมารู้เรื่องนี้ครับ ขอบคุณที่อาจารย์เล่าเรทัศนะมุมมองต่อพระไตรปิฎกผมต่างไปเยอะเลย
ผมขอแถมอีกตัวนึงนะ พี่ดู๋ อันเนี้ยพิสูจน์ได้ง่ายๆ ละไม่เกินความสามารถเราล่ะ อ่า ในคัมภีร์พระอภิธรรมปิฎกเนี่ย บอกว่าประสาทหูของเรานั้น พระพุทธเจ้าบอกว่ามีสันฐานดังวงแหวน ภายในมีขนแดงเส้นละเอียดงอกอยู่ข้างใน พี่ดู๋ อันเนี้ยผมไปถามรุ่นน้องตอนที่ผมเรียนอภิธรรมอ่านพระไตรปิฎกไปถามรุ่นน้องที่เรียนแพทย์เลย เอาหนังสืออนาโตมี่มาให้ดูหน่อย พุทธเจ้าบอกประสาทหูเป็นอย่างงี้จริงป่าววะ รุ่นน้องตกใจ พี่ดู๋ เอ รุ่นน้องเรียนที่รามาจริงเหรอพี่ อันนี้อยู่ในพระไตรปิฎกจริงจริงสิวะ โกหกทำไม เปิดให้ดูเลย เหมือนเลย พี่ดู๋ ไอ้ขนแดงเส้นละเอียดที่อยู่ในกระดูกวงแหวนเนี่ย กระดูกก้นหอยเนี่ย ภาษาแพทย์เรียกว่าแฮร์เซลล์ เออ คือมันมองไม่เห็น มันต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนขยาย 1,000 เท่าถึงจะเห็น ไปดูตาเปล่าไม่มีทาง ทางไม่มีทางรู้มากไปกว่านั้น ไอ้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเนี่ย มันสะท้อนสเปกตรัมสีไม่ได้ เพราะว่าไอ้ความละเอียดของไอ้แฮร์เซลล์เนี่ย มันเล็กกว่าคลื่นความถี่แสง โอโห ฉะนั้นทุกวันเนี้ย ไอ้ภาพขยายพันเท่า พี่ดู๋ ไปหนังดูหนังสืออาตี่ได้เลยนะครับ เราจะเห็นแฮร์เซลล์เป็นขาวดำเท่านั้น ไม่รู้ด้วยว่าสีอะไร แต่พระพุทธเจ้าบอกสีแดง ถูกต้อง ซึ่งซึผมส่วนตัวผมเชื่อนะ เพราะว่าผมเชื่อว่าเซลล์ละเอียดแบบเนี้ย มันควรจะมีฮีโมโกลบิน หรืออะไรไปหล่อเลี้ยงมันๆ ด้วยขนาดของมัน สเปกตรัมของแสงยังไปไม่ถึงใช่ พี่มันเล็ก มันมันเล็กกว่าคลื่นความถี่แสง มันเล็ก โอโห
คือทีนี้พอพี่ดูถามนะ ไอ้เรื่องเนี้ยดูไกลตัวเรามาก แต่เรื่องเบสิคที่สุดเนี่ย ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าสอนเรื่องอานิสงส์การแปรงฟัน อื พูดเรื่องอย่างนี้ พระพุทธเจ้าก็พูด ท่านบอกอานิสงส์การแปรงฟันมีอยู่ 5 อย่าง 1 สายตาดี งงมั้ย อ่า เวลาเราตื่นมาตามัวๆ ใช่มั้ย พี่ดู๋ พี่ดู๋ ลองบีบยาสีฟันซ่าๆ แปลงปุ๊บตา มันสว่าง สมัยพุทธกาลมีแปรงฟันแล้วเหรอ มี พพุทธเจ้าใช้ไอ้เปลือกไม้แล้วไม้อะไรเงี้ย แบบเหมือนพระธุดงค์งั้นใช่ ท่าบอกว่า 1 สายตาดีนะฮะ 2 ปากไม่มีกลิ่นเหม็น 3 ประสาทรับรสหมดจด 4 กินอาหารอร่อย ก็คือฟันมันไม่ผุ อย่างงี้เป็นต้น แล้วก็เหรือ อานิสงส์การเดินจงกรม อ่า คาร์ดิโอเนี่ย พี่ พี่ พี่ดู๋ อ่า ใช่ คืออะไร มันคือการอดทนต่อการเดินทางไกล อาหารที่กินแล้วย่อยได้ดี สมาธิตั้งมั่น อย่างนี้เป็นต้น
แล้วพพุทธเจ้าก็ชวนให้ภิกษุทั้งหลายเนี่ย บอกว่าให้ฉันภัตตาหารมื้อเดียวเนี่ย โคตรเจ๋งเลย พี่ พี่ดู๋ 231 ใช่ใช่อันนี้ อันนี้มีพระพุทธเจ้าบอกเลยว่าการฉันอาหารมื้อเดียว เมื่อเราตถาคตเสวยพระกายาหารมื้อเดียว หรือเสวยภัตตาหารมื้อเดียวเนี่ย เราตถาคต รู้สึกว่าเบาสบาย อาหารที่ฉันไปแล้วย่อยได้ดี ไฟธาตุเนี่ยย่อยอาหารได้หมด จบไม่เหลืออะไร อ่า นี้เคยได้ยินนักโภชนาการ นักอะไรชัดเจนเลย แล้วถ้าถ้าไม่ทำอย่างงั้น พพุทธเจ้าก็ให้ฉันอาหารตั้งแต่อรุณขึ้นใช่ไหม ในกรณีถือศีล 8 หรือพระจนตะวันเที่ยง หลังจากนั้นไม่กินละ อก็คือ If 186 ชัดเจน อันนี้อันนี้หรือแม้กระทั่ง การอึฉี่ พี่ดู๋ พพุทธเจ้าตรัสในมหาสติปัฏฐานสูตร พูดเป็นบาลีเลยนะ เดี๋ยวหาว่าโมอุจจารปัสสาวะกัมมสัมปชาโนเธอย่อมเป็นผู้มีความรู้สึกตัวในการอึในการฉี่ แม้กระทั่งอึฉี่ พพุทธเจ้าก็สอนให้มีสติ
นั้นพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาที่สอนเราตั้งแต่เข้าส้วมยันไปถึงนิพพาน แต่เนี่ยเราชาวพุทธไม่ได้อ่าน พี่ดู๋ จารยหนามั้ย พระไตรปิฎกที่เ้าทำมาเป็นเล่ม มีมีมั้ยหนาหนมี 45 เล่มครับ ดู พระพุทธเจ้าสอนมเล่มประมาณแค่ไหนประมาณนี้ฮะ เล่มนึงเล่มประมาณงี้ 45 เล่มใช่ครับ
อาจารย์อ่านหมดเลยเหรอ
เกือบหมดแล้วกันครับ พี่ดู๋ ไม่บางเล่มหลายบางเลหลายรอบาเราเห็นเราก็ท้ออ่ะ เหมือนเหมือนคิดาภาพตู้หนังสือเพชรพระอุมาเงี้ย เราเห็นทั้งตู้ ปั๊บๆ ดู บางทีเราอ่านการ์ตูนเราอ่านอะไรใช่มั้ย ตั้งยาวใช่มั้ย บางเรื่องโคนันอย่างงี้ไม่จบสักทีไม่จบสักทีเป็นต้น เรายังลุยอ่านได้เลยนิยายบางเรื่องที่เราชอบ เรายังทนทนอ่านได้เลย
ผมหวังว่ารายการตอนนี้จะมีท่านผู้ชมชมแล้วช่วยส่งต่อให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้สึกว่าเควรจะได้ความรู้ชุดนี้ครับ เพราะว่าผมรู้สึกว่ามันดีมากๆ ถ้าใครอยากติดตามฟังที่อาจารย์เคยทำผลิตให้ให้ได้ฟัง ติดต่อทางช่องทางไหน ฮะอาจารย์
จริงๆ ก็เลยเสิร์ชใน YouTube ก็มีฮะ ผมออกไป 100 กว่าคลิป แต่ว่าถ้าเพจเพจสดโตก็ใน Facebook ของผมครับ อ่า ชื่อชื่อ Facebook ชื่อชื่อดในายปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ เป็นภาษาอังกฤษครับ พี่ดู๋ แล้วก็มีเพจนึงที่ทำเป็นพูดเรื่องธรรมะล้วนๆ เป็นวิชาการหน่อยครับ ก็จะชื่อเพธรรมะกำจัดทุกข์ครับครับครับ
ผมนี่คือเรื่องราวดีๆ ย้ำว่าผมชอบมากๆ จากรายการเจาะใจในตอนนี้ นะครับ ขอบคุณอาจารย์ดนัยมากครับ
ดีมาขอบคุณครับ ขอบคุณครับ
เวลาหมดแล้วครับ ลาไปก่อนครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ สดี
[เพลง] อะไรที่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการคณิตศาสตร์ที่คุณได้ทำให้กับโลกใบนี้
prof ฮาร์ดี้บอกว่าการที่ผมได้พบรามานุจัน
รามานุจันป่วยนะ ฮาร์ดี้มาเยี่ยม ขำดีแกก็ขึ้นแท็กซี่เลขผมจำไม่ได้นะ พี่ดู๋ สมมุติเอาว่า 4762 นะ สมมุตินะ เป็นเลขที่ไม่น่าสนใจเลย
อาจารย์พูดทันทีเลย ไม่จริงนะอาจารย์ เลขเนี้ยเป็นเลขที่ถอด Square Root หาร 2 ยกกำลัง 7 ได้น้อยที่สุด
[เพลง]