Transcription
ในการเลือกตั้งคราวที่แล้วเนี่ย ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ในการเลือกตั้งทุกครั้งในการเมืองที่เน่าเฟะ ระบบที่เลวทรามต่ำช้าของระบบการเมืองไทยนั้น ไม่มีครั้งไหนผมยืนยันที่จะใช้เงินมากเท่าครั้งนี้ ถ้าจะไล่ว่าใช้ไปหลายพันล้านจนใกล้ๆหมื่นล้านนั้น ผมไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ อันนี้เป็นสัจธรรมท่านผู้ชมเป็นที่รู้กันอยู่ตลอดเวลา
ที่น่าสนใจอย่างคือในยุคนั้นเนี่ย คนที่กำกับกำนันผู้ใหญ่บ้านก็คือนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด คำถามก็มีต่อว่าแล้วไอ้นายอำเภอที่ย้ายกันไม่รู้กี่รอบก่อนเลือกตั้ง ย้ายกันเป็น 100 คนเลยนะ เพื่อหาคนที่เหมาะสมมาลงพื้นที่เป็นคนที่สามารถจะตอบสนองพรรคการเมืองได้ เผอิญนายกอนุทินเขาเกิดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงที่คุมในอำเภอและก็ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ย่อมเป็นที่ถูกคหารนินทาได้ว่าใช้หน่วยงานของรัฐมาช่วยเลือกตั้ง ซึ่งนายกนุทินก็คงจะปฏิเสธว่าไม่ แต่พฤติกรรมและก็สิ่งแวดล้อมต่างทางประจักษ์พยานการโยกย้ายที่ผิดปกติ โยกย้ายจากผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาถึงระดับในอำเภอเป็นรกันหลายครั้งก่อนเลือกตั้ง มันก็อดไม่ได้ที่จะให้ประชาชนที่สังเกตในเรื่องทางการเมืองแบบนี้ เขาพอที่จะตั้งข้อสงสัยว่าพวกนายอำเภอพวกนี้ก็คือพวกที่แอบช่วย เพราะว่านายอำเภอพวกนี้เป็นเจ้าของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน กำนันผู้ใหญ่บ้านก็คือคนที่เป็นหัวคะแนนที่แท้จริง
ที่ผมพูดนี้เป็นข้อสังเกตทางการเมืองก็เป็นไปได้ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยมีอำนาจในช่วงนั้นก็อาจจะทำแบบพรรคภูมิใจไทยทำ ก็คือว่าใช้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการหาเสียง
ที่ผมจะพูดให้ฟังนี่คือผมจะสรุปให้ฟังง่ายๆว่า การเมืองไทยที่เชิดชูกันนักกันหนาว่าเรามีประชาธิปไตยนั้น ก็คือประชาธิปไตยที่มาจากเงิน