Transcription
Perspective ในสัปดาห์นี้ครับ เราจะพาคุณผู้ชมไปติดตามชีวิตของสุภาพสตรีท่านนึงนะ ครับ ที่ถือว่าเป็นนักสื่อสารมวลชนตัวยงคนนึงเลยล่ะครับ เพราะว่านอกจากจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติในสาขาอาชีพนี้จริงๆ แล้ว ปัจจุบันยังเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกด้วยนะครับ
เริ่มต้นเข้าสู่วงการ ด้วยการประกวดหนุ่มสาวแพรวในอดีตนั่นเอง ครับ เรื่องราวจะเป็นยังไงเดี๋ยววันเรานัดไว้ที่บ้านแล้วนะครับ เราจะไปตามชีวิตเค้ากัน ตามมาเลยครับ อย่าเพิ่งไปไหนนะ เย้ มาแล้ว มาแล้ว สวัสดีครับพี่หมวยครับ สวัสดีครับ เชิญเลยครับ
วันนี้มารับถึงบ้านเลยอ่ะ มารับถึงบ้าน ขออนุญาตนะครับ
>> ได้
>> อันนี้คืออะไรครับ
>> นี้เป็นข้อสอบเด็กแล้วก็เป็นหนังสือที่ต้องสอนวันนี้
>> อ๋อ อันนี้เราไปไหนก่อน
>> เราไปธรรมศาสตร์ก่อน
>> ไปมหาวิทยาลัยก่อน
>> ใช่
>> เท่าที่ผมเข้าใจนะ ปกติพี่หมวยจะอ่านข่าวตอนกลางวัน
>> ใช่ค่ะ
>> ใช่มั้ยครับ ซึ่งอยู่ที่ช่อง 3 พระราม 4
>> ค่ะ
>> ธรรมศาสตร์รังสิตมาพระราม 4 แล้วต้องกลับมาสอนอีกมั้ยครับ
>> กลับมาสอนด้วย
>> โห
>> ผมจำได้เมื่อก่อนผมเคยเห็นพี่หมวยเป็นนักแสดง
>> ใช่ ใช่
>> อ่า เป็นเอ่อ เล่นละครใช่มั้ยครับ ตั้งแต่ผมยังเด็กๆ เลย
>> อืม
>> คือจริงๆ พี่หมวยเริ่มต้นเข้าสู่วงการยังไงครับ
>> จริงๆ เริ่มเลย พี่อ่ะ ฝึกงานที่ฝ่ายข่าวของช่อง 9 ตอนที่เรียน
>> อ่า เริ่มข่าวก่อนเลย
>> เริ่มข่าวก่อน ใช่ค่ะ แล้วก็ตั้งแต่ปี 2 เนี่ย พี่สมัครเป็นผู้ประกาศพิเศษ ก็คือแจ้งรายการ คือสมัยก่อนเนี่ย มันก็ไม่ทันสมัยแบบนี้เนอะ เราอยากสมัครเป็นผู้ประกาศ ค่ะ เราก็ต้องเข้าไปที่ช่อง 9 ไปเทสหน้ากล้องที่
>> ต้องไปสอบใบเป็นผู้ประกาศบ้าง
>> สมัยนั้นต้อง
>> ใช่มั้ยครับ
>> ค่ะ
>> พี่ก็เริ่มอ่านแจ้งรายการ 8:00 น. พบกับรายการ 9:00 น. พบกับรายการ ก็จะเริ่มจาก ได้ออกหน้าจอประมาณ 1 นาที
>> ครับ
>> 2 นาที
>> ครับ
>> ก็เริ่มจากตรงนั้นน่ะค่ะ ตั้งแต่เรียนปี 2
>> อืม
>> นะคะ จนก่อนจบเนี่ยค่ะ ปี 4 ก็ประกวดสาวแพรว
>> อ๋อ
>> แล้วก็ได้มีโอกาสทำงานบันเทิงที่มันหลากหลายมากขึ้น ได้เล่นละคร
>> แล้วจริงๆ พี่หมวยจริงๆ ไฟฝันว่าอยากจะเข้ามาสู่วงการบันเทิง หรือวงการเป็นนักข่าว หรือเป็นนักสื่อสารมวลชนตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่าครับ
>> ไม่เลย ตอนเด็กๆ นี่อยากเป็นครูนะ คืออาชีพในฝัน
>> แสดงว่าสิ่งที่ทำอยู่เนี่ย คือสิ่งที่ไฟฝันเลย
>> ที่ฝันตอนเด็ก
>> ผมมานั่งจินตนาการตาม คือคนที่อยู่ในสื่อสารมวลชนเนี่ย
>> จะต้องเป็นคนที่กล้าแสดงออกด้วย ตอนเด็กๆ มีแววของการกล้าแสดงออกออกไปด้วย
>> ตอนเด็กๆ ก็ชอบนะ ชอบแสดง
>> เออ
>> ครั้งนึงน่าจะเป็นตั้งแต่อนุบาลเนอะ จำได้ว่าครูก็ประกาศชื่อที่หน้าห้องว่าแบบ โอเค คนนี้คนนี้คนนี้ที่จะไปแสดงก็จะออกจากห้องไปหยิบรองเท้าแล้วก็ไปเตรียมแสดง
>> คือเหมือนแบบถูกคัดเลือก
>> ครับ
>> ไม่ได้ประกาศชื่อเรานะ
>> แต่ว่าอยากไปอ่ะ ทำไง
>> ก็เนี่ย กับเขาเลย
>> อ๋อ เดินไปเลย
>> เดินไปเลย หยิบรองเท้าแล้วก็ พอไปถึงก็เหมือน เอ๊ะ ทำไมจำนวนพอตั้งแล้วมันเกินขึ้นมา เราก็ยังทำเรียน
>> เออ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แสดงเพราะว่าไม่มีชื่อ
>> เออ
>> เออ เออ
>> อ๋อ แล้วเริ่มแสดงครั้งแรกตอนไหนครับ
>> ตก็น่าจะเป็นประถม
>> ที่เซนโยเซฟคอนแวนต์ ตอนเด็กๆ เรียนรำไทย
>> ครับ
>> อืม แล้วก็ได้แสดงเวลาที่โรงเรียนมีงานก็ชอบมาก
>> จำได้มีหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือสมัยก่อนจะดังมาก
>> ครับ
>> โอเค ก็รำชอบ
>> ผ่านพ้นช่วงเวลาของวัยเด็กไปแล้ว ช่วงไหนที่เริ่มมีความฝันแล้วว่า ฉันอยากเข้ามาสู่ในวงการของสื่อสารมวลชน
>> ตอน ม.ต้น ก็ยังเฉยๆ นะ ตอน ม.ต้น เหมือนก็ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ แล้วก็ตอนนั้นเนี่ย เราก็อยู่ในกลุ่มของเด็กที่เรียนดี แล้วก็มันก็เหมือนมีค่านิยมว่าเด็กเรียนดีก็ต้องต่อสายวิทย์ ใช่มั้ยคะ เราก็ต่อสายวิทย์ แต่ว่าตอนที่จะเลือกเนี่ยแหละ เราไม่ได้อยากจะเป็นหมอ ไม่ได้อยากจะเป็นวิศวะ สถาปัตย์
>> เราก็เลยไม่รู้ว่าเราจะสอบคณะอะไร
>> ครับ
>> แล้วก็ช่วงนั้นช่วง ม.ปลาย ก็จะมีครูแนะแนว เวลามีงานโรงเรียนเราก็ชอบไปแสดง แล้วครูก็เห็นว่า เออ เนี่ย เราชอบงานทางด้านนี้ ครู ก็เลยแนะนำว่า ถ้าไม่อย่างนั้นเนี่ย ทำไมเราไม่เบนสายมาสอบสายศิลป์
>> ครับ
>> ประกอบกับพี่ชาย
>> เรียนอัสสัมชัญ แล้วก็มาสอบคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์
>> พี่เค้าเป็นนักศึกษาอยู่ธรรมศาสตร์แล้ว
>> ใช่ ใช่ เพราะฉะนั้นเราก็ได้เห็นว่าเวลาเค้ามาเรียนเนี่ย คือมันสนุก เขาได้ออกไปทำรายการทีวี ไปอยู่กองถ่าย
>> แล้วก็เริ่มเห็นว่า เออ สิ่งที่พี่ชายเราเรียนเนี่ยสนุก
>> ปัจจุบันพี่ชายยังอยู่ในวงการ วงการก็เป็นผู้กำกับ
>> พี่ชายพี่หมวยคือ
>> คือพี่นิก
>> พี่นิกกำกับ
>> เฮงๆ
>> อ๋อ
>> นั่นคือพี่ชายแท้ๆ ของพี่หมวยเลย
>> พี่ชายแท้ๆ เลยค่ะ
>> ออ
>> ก็เลยเห็นพี่ชายเป็นแบบอย่าง แล้วตอนนั้นเนี่ย เราก็เริ่มคิดว่า เราเบนสายแน่ๆ ละ แล้วก็สอบติดคณะวารสาร
>> ครับ วารสารธรรมศาสตร์สมัยนั้น คะแนนเยอะมั้ยครับ
>> สมัยก่อนสูงนะคะ ค่ะ
>> ครับ
>> ก็นิเทศจุฬา วารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ถือว่าสูงมาก
>> เข้าไปที่ เอ่อ วารสารธรรมศาสตร์
>> อืม
>> ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ เอ่อ พี่หมวยเรียน ปัจจุบันสอนด้วย อ
>> ค่ะ
>> นะครับ พัฒนาจากนักเรียนมาเป็นครูด้วย ไปนักศึกษามาเป็นครูที่สอนด้วย
>> ตอนนี้เรามาถึงคณะวารศาสตร์แล้ว เดี๋ยว กิจวัตรประจำวันของพี่ต้องทำอะไรต่อครับ
>> เดี๋ยวพี่จะเอาของขึ้นไปเก็บไว้บนห้อง แล้วก็เดี๋ยวมาทานข้าวที่โรงอาหาร
>> โอเค
>> ของพี่ก็จะนี่ กลุ่ม
>> บริหารการสื่อ
>> บริหารการสื่อสาร
>> อาจารย์ ดร.อริสรา วิภาตวัฒน์ ครับ
>> ค่ะ อันนี้เป็นนามสกุลหลังจากจดทะเบียน แต่คนจะไม่ค่อยทราบ พี่เพิ่งเปลี่ยน อืม
>> แล้วเดี๋ยวนี้เวลาขึ้นในสกรีนที่ช่อง 3 เปลี่ยนเหมือนกันป่ะครับ
>> ขึ้นยัง
>> คนไม่คุ้น
>> ใช่ คนไม่คุ้น
>> ถึงแล้วครับ เชิญ
>> ใช่แล้วค่ะ ชั้น 7 ทางด้านนี้นะคะ
>> ครับผม
>> นี่คืออะไรครับ
>> ตรงนี้ก็จะเป็น อ่า ตู้เอกสาร
>> ในบรรดาอาจารย์หลายหลายท่านเนี่ย มีท่านไหนมั้ยที่เคยเป็นอาจารย์พี่หมวยแล้ว
>> มีเลยค่ะ โอ หลายท่านเลยค่ะ อย่าง ศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ โสธนสถิตย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาพี่เลยตอนปริญญา สมัยเป็นนักศึกษา
>> อ๋อ เป็นปริญญาเอกแล้ว ตอนที่เป็นปริญญาตรีล่ะครับ
>> มีเนี่ยค่ะ ท่านอาจารย์พจนา สอนพี่ตั้งแต่ปริญญาตรี
>> ค่ะ
>> สวัสดีค่ะอาจารย์ สวัสดีค่ะ
>> สวัสดีครับ สวัสดีครับอาจารย์ สมัยตอนพี่หมวยเป็นนักศึกษา
>> เค้ามีแววว่าเค้าจะขึ้นมาเป็นอาจารย์ หรือจบด็อกเตอร์ได้เลยมั้ยครับ
>> อ่า 1 ต้องยอมรับว่าหมวยเป็นนักเรียนนักศึกษาที่เรียนเก่งตั้งแต่ปรีมาแล้ว
>> อ๋อ เรียนเก่ง
>> คุณค่ะอาจารย์
>> เออ
>> ออนอกจากเก่งแล้วสวยด้วย
>> มีความสวยอีกต่างหาก ก็เป็นรองมิสแพรวด้วย
>> ออ ใช่
>> โอ อาจารย์จำได้ รองมิสแพรว
>> อ๋อ นั้นยังเป็นนักศึกษาอยู่ 4 ปี 4
>> โอเค ขอบคุณอาจารย์นะครับ
>> สวัสดีครับ
>> ขอบพระคุณค่ะ
>> ค่ะ ก็เนี่ยค่ะ ท่านอาจารย์พจนา แล้วก็มี ท่านอาจารย์พยุก็ที่เคยเรียน
>> อ๋อ
>> ก็ได้มาเป็นอาจารย์ด้วยกัน
>> หลายท่านใช่มั้ย
>> หลายค่ะ
>> ครับ ในห้องพี่หมวยอยู่ไหนครับ
>> ห้องพี่ห้องนี้ค่ะ ห้องพี่จะโล่งมากเลย
>> นี่ค่ะ 706 ค่ะ พี่ก็จะเอาของขึ้นมาเก็บแล้วก็
>> ไปทานข้าว
>> ไปทานข้าว โอเค เดี๋ยวจะไม่ได้ทาน
>> เดี๋ยวจะไม่ได้ทาน
>> ใช่ครับ
>> โอเค ห้องพี่โล่งมากนะคะ
>> เป็นเรียบร้อยมากครับ เรียบร้อยนะครับ ตอนเช้าจะโล่งหน่อย ตอนเที่ยงมาไม่ได้กินข้าวเลย คือโรงอาหารมันแน่นมากอ่ะครับ
>> ร้านนี้ค่ะ
>> มีร้านโปรดมั้ยครับ ร้านนี้
>> ร้าน ร้านโปรดตอนเช้า
>> ร้านน้องแอม
>> เดี๋ยวเอาต้มยำถ้วยนึงนะคะ แล้วก็ไข่ลูกเขยค่ะ
>> ไข่ตุ๋น ไข่ดาว เอา
>> ไข่ต้ม ไข่พะโล้
>> จริงหรอ
>> จริงจ้
>> จริงจีนทาตไข่ครับ
>> มีเด็กมาขอคำปรึกษาเยอะมั้ยครับ
>> ก็เยอะเนอะ เอ่อ อย่างตอนนี้เนี่ยจะเป็นช่วงของการทำสารนิพนธ์ การทำวิทยานิพนธ์ เพราะฉะนั้นก็จะมีเด็ก ป.โท
>> ครับ
>> มาเยอะ อย่างเมื่อวานเนี้ย พี่ก็อ่านงานเด็กเพื่อจะคอมเมนต์ก็ใช้เวลาทั้งวัน แต่มันเหมือนกับว่าเราก็ได้เรียนรู้ไปกับเด็กด้วย
>> เวลาที่เราเป็นอาจารย์ที่ปรึกษามันก็เหมือนกับพี่ได้อัปเดตเรื่องใหม่ๆ ตลอดเวลา สมัยตอนที่เรียนคงยังไม่มีแหละว่า สื่อออนไลน์หรืออะไรอย่างเงี้ย ปัจจุบันน่าจะต้องมีแล้วใช่มั้ยครับ แล้วก็เด็กก็จะสอนแบบคำศัพท์ใหม่ๆ อย่างเงี้ย
>> เช่น คำศัพท์ใหม่ล่าสุดที่พี่หมวยเรียนคือ
>> สวยมักนก ตลกมักได้
>> เออ สวยม่ป่ะ
>> สวยแต่แห้ว
>> เออใช่ สวยไม่ได้
>> สวยไม่ได้
>> อ่า แต่ถ้าตลกได้ เออ
>> เออ แล้วทำไมต้องนกอ่ะ
>> ไม่รู้ มันตรงไหน
>> สิ่งที่ได้มากๆ ก็คือความคิดใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ ความสดใส อืม เพราะเด็กยุคเนี้ย เด็กมหาวิทยาลัยคือพลังเค้าเยอะมาก เหมือนได้มาชาร์จแบตกับเด็ก
>> อืม จริงๆ เค้าบอกว่าเป็นครูเนี่ยแก่เร็ว แต่ว่าฟังจากที่หมวยพูดไม่จริงเลย
>> ไม่จริงนะ เราเจอเด็ก เราก็ต้องไม่ทำตัวแก่เนอะ ไม่อย่างงั้นเราจะยิ่งห่างไปจากเด็กอ่ะค่ะ
>> ครับ คุณผู้ชมส่วนใหญ่มักจะคุ้นกับการที่ได้เห็นพี่หมวยในฐานะของนักข่าวกันนะครับ แต่คงจะมีน้อยคนนั้นล่ะครับที่จะได้เห็นเบื้องหลังการเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ เดี๋ยวช่วงหน้าครับ เราจะได้เห็นการเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับนักศึกษา มาดูกันครับว่าพี่หมวยนั้นมีวิธีการอย่างไร
Perspective ในตอนนี้ครับ เรากำลังอยู่กันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตนะครับ กับการมาตามชีวิตของนักข่าวที่คุณผู้ชมคุ้นเคยอย่างพี่หมวยนั่นเองละครับ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แห่งนี้ด้วยล่ะครับ และในตอนนี้ครับ พี่หมวยจะต้องทำการให้สัมภาษณ์กับน้องๆ นักศึกษาเพื่อเอาไปใช้เป็นประโยชน์ในวิชาเรียนกันครับ
>> ทำไมเลือกสัมภาษณ์ตัว
>> คือหัวข้อที่เราได้มาเนี่ยคืออาชีพที่เป็นแรงบันดาลใจ แล้วก็ในส่วนของพวกเราเนี่ยมีความสนใจด้านด้านการพูด ด้านนักข่าวอะไรอยู่แล้วค่ะ เราเลยเห็นอาจารย์เป็นไอดอลของเราคนหนึ่งที่
>> อยากสัมภาษณ์มาก
>> การทำ 2 บทบาทพร้อมกันนะคะ บทบาทผู้ข่าว แล้วก็บทบาทของอาจารย์ มันมีความยากง่ายแตกต่างกันยังไงคะ
>> ก็มีความยากในเนื้องานข่าวมันก็ยากตรงที่เดี๋ยวนี้ มันมีสื่อออนไลน์เข้ามา คนรู้ข่าวสารจากออนไลน์ใช่มั้ยคะ เราจะทำยังไงให้ข่าวในทีวีเนี่ยแตกต่าง เค้าอาจจะรู้เรื่องมาแล้ว แต่มาดูทีวีต้องได้อะไรที่มากกว่าข่าวในออนไลน์ ตรงเนี้ยเป็นความยากของคนทำงาน ในขณะที่งานสอน สิ่งที่ครูสอนเนี่ย พวกเราอ่านเองก็ได้ แต่ครูอาจจะได้เปรียบตรงที่ครูอ่านมาเยอะกว่า อ่านมาหลายเล่มกว่า ครูประมวลองค์ความรู้มาแล้ว ก็จะทำยังไงให้บรรยากาศในคลาสเรียนมันสนุก ให้พวกเราเนี่ยอยู่กับครูภายใน 3 ชั่วโมงที่เราเรียนกัน มันก็จะเป็นความยากของครูสำหรับการสอนเนอะ ก็แตกต่างไปจากงานข่าว อืม
>> แล้วอย่างบทบาทการเป็นผู้ประกาศข่าวเงี้ยค่ะ มันมีส่วนช่วยเสริมในการบทบาทของการเป็นครูได้ยังไงอ่ะค่ะ
>> โอเค อย่างจริงๆ แล้วเนี่ย ครูไปทำงาน ครูได้เห็นการทำงานในอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนจริงๆ ได้เจอนักวิชาชีพจริงๆ แล้วก็นำความรู้ตรงเนี้ยค่ะ ไปถ่ายทอด ไปประยุกต์กับทฤษฎี ดูเอาประสบการณ์จริงในงานวิชาชีพมาสอน
>> เอาล่ะครับ คุณผู้ชม ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงวันแล้วนะครับ ซึ่งเป็นเวลาปกติที่ทุกคนจะต้องไปพักทานอาหารกลางวันกัน แต่สำหรับพี่หมวยจะต้องรีบเดินทางไปให้ถึงช่อง 3 ให้ทันเวลาล่ะครับ เพื่อที่จะทำการอัพอัปเดตข่าวสารให้กับคุณผู้ชมทั่วทั้งประเทศครับ
>> เปลี่ยนจากบรรยากาศมหาลัยมาสถานีโทรทัศน์
>> สวัสดีครับ
>> สวัสดีค่ะ ดีนะ
>> สบายดีครับ สวัสดีครับค่ะ
>> สวัสดีครับ สวัดีครับ สวัดีค่ะ
>> อ้า สวัสดีค่ะ
>> หนูต้องออกคะ
>> ไม่ต้องค่ะ ไปด้วยกันนี้อะไรบางอย่าง
>> ค่ะ
>> คุณผู้ชมครับ ตอนนี้อีก 1 ชม. ใช่ค่ะ
>> จะถึงเวลาออกอากาศอ่ะ
>> เชิญค่ะ
>> เชิญครับ เชิญครับ หมด
>> นี่ก็จะเป็นห้อง
>> ทำแต่งานของผมใช่มั้ยครับ
>> สวัสดีค่ะทุกคน
>> สวัสดีค่ะ
>> สวัสดีครับ ขออนุญาตมาตามพี่หมวยครับ เอ่อ เปิดมาตามพี่หมวย 1 วันครับ
>> ใช่แล้ว ล้างหน้า
>> ออๆ ล้างหน้าแต่งใหม่เลยนะ โอเค เย้ เจอพี่ไก่ด้วย พี่ไก่สวัสดีครับ
>> เออ
>> นี่ถึงขั้นตอนของการเตรียมข่าวเหรอครับ
>> ใช่ค่ะ
>> เรามีประชุมข่าวตอนประมาณ 9:00 น. เนาะอ
>> แล้วก็พอช่วงเนี้ย ก่อนออกอากาศประมาณ ชั่วโมงนึงเนี่ย เรา 2 คนจะมานั่งดูลันดาว
>> ค่ะ จริงๆ แล้วเนี่ย ลันดาวก็จะออกมาตอนที่อยู่ในห้องประชุม แต่ว่าเผื่อมีสลับข่าวเนี่ยค่ะ ก็อย่างสิบข่าวที่แต่ละโต๊ะข่าวเขียนอย่างเงี้ยค่ะ คือถ้าเขียวแล้วแสดงว่ามาแล้ว แต่อันเนี้ยเนื้อข่าวมันแดงๆ อยู่ แสดงว่ายังไม่ขึ้นมา
>> ออ พี่อ่านหนังสือเร็วแบบนี้เลยเหรอครับ
>> เอ่อ เมื่อกี้อ่านตอนที่แต่งหน้า อ่านมาจากในมือถือแล้วรอบนึง อ๋อ
>> โอเค แต่วันนี้ข่าวนี้จะไม่ยากมาก เพราะว่าไม่ได้มีกราฟฟิก ไม่ได้มีวอร
>> ค่ะ เราก็จะไม่ได้ไปซ้อม ต้องดูข่าวอื่น
>> สีแดงนี่คือยังไม่มี แต่ว่าเดี๋ยวจะเตรียมเอาไว้เผื่อถ้ามีจะได้พูดใช่มั้ยครับ
>> ใช่ ใช่ค่ะ
>> แต่บางทีก็ยังมาไม่ทัน
>> บางทีมาไม่ทัน บางที เอ่อ เข้ารายการไปแล้ว
>> เพิ่งมา
>> เพิ่งมา
>> ข่าวเที่ยงมันจะต่างจากข่าวเช้ากับข่าวเย็น
>> ข่าวเช้าคือสรุปข่าวที่เกิดขึ้นมาแล้ว
>> ออ เพราะตอนเช้ายังไม่ค่อยมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
>> ข่าวเย็นเนี่ย เค้าก็รวบข่าวตั้งแต่เช้าจนเย็นมาแล้ว แต่ข่าวเที่ยงเนี่ย สดๆ ร้อนๆ
>> มันสดๆ
>> มันอยู่ระหว่างเหตุการณ์ เดี๋ยวขอดูนะเดี๋ยว พอเราขึ้นไปนั่งปุ๊บ ไอ้ที่แดงๆ เขียวหมดเลย
>> จะมาตอนที่เราขึ้นสแตนบายแล้ว โอกาสในการอ่านก่อนเนี่ย้น้อยมาก
>> เออ แล้วทำไงครับ
>> ก็นี่ไง
>> การขับรถระหว่างช่องทางจราจรอันตราย เพราะว่าช่องมีขนาดพอดีกับรถ ถ้าเกิดรถยนต์ไปวิ่งระหว่างช่องทางจราจรจะทำให้เฉี่ยวชนได้ง่าย แล้วก็เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นบ่อย ชนจะจดมองข้างรถเกิดอุบัติเหตุโดยรถยนต์นี้ เมื่อสุดถึงร้อยละ 70 อีก 15 นาที 45 แล้วนะครับ
>> เดี๋ยวพี่หมวยต้องไปซ้อมแล้วใช่มั้ยครับ
>> ใช่ค่ะ เดี๋ยวต้องไปใส่อุปกรณ์
>> เช็คอีกทีเนอะ เผื่อว่าข่าวมา
>> เมื่อสักครู่ คุณผู้ชมได้เห็นวิธีการเตรียมงานเบื้องหลังของการเป็นนักข่าวกันไปแล้วนะครับ เดี๋ยวช่วงหน้าครับ คุณผู้ชมจะได้เห็นว่าวิธีการอ่านข่าวและวิธีการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าของนักอ่านข่าว มืออาชีพอย่างพี่หมวยมีวิธีการยังไง สักครู่เดียวครับ
Perspective ในตอนนี้ครับ เรายังคงอยู่ที่อาคารมาลีนท์นะครับ ซึ่งในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ พี่หมวย อริสรา จะต้องเข้ารายการเพื่อทำการอ่านข่าวสดๆ ให้คุณผู้ชมทั่วทั้งประเทศได้ติดตามกัน เห็นได้เลยนะครับว่าตลอดทั้งวันนี้ พี่หมวยงานยุ่งจริงๆ ครับ
>> พร้อมท้าว่าให้มายิงกัน แต่เราไม่รู้ว่าใครท้าอะไร อย่างเงี้ยเดี๋ยวตัดทิ้งก่อนเนาะ
>> แต่มีการท้าทาย
>> โอเค มีการท้าทาย เออ
>> สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่ทั้งวันแถลงการณ์ 3 เมษายน 2560 ค่ะ โอเค
>> เปิดเพิ่มโอเค นะ พร้อมแล้ว พี่ไปนะ
>> สวัสดีครับ คุณผู้ชมครับ และประเด็นใหญ่วันนี้เป็นเรื่องอื่นไม่ได้นะครับ แท็กซี่กลาง
>> ค่ะ และแท็กซี่ก็ไปพบกับเจ้าหน้าที่ค่ะ ถูกเปรียบเทียบปรับนะคะ ฐานแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และปฏิเสธผู้โดยสาร ความผิดละ 1,000 บาท ก็เป็น 2,000 บาท
>> พักสักครู่ครับ ช่วงหน้ากลับมาตามกันต่อนะครับ สักครู่เดี๋ยวครับ
>> พี่หนู พี่ไก่ เอาเท้าศรีสุกลงมาไว้ต่อจาก
>> เท้าศรีสุก
>> ใช่ค่ะ
>> ได้กี่นาที 3 ถา 4 นาที 3 ข่าว 4 นาที
>> 3 ข่าว 4 นาที
>> ยะลาเมื่อคืนนี้ค่ะ มีเหตุไฟไปยิงจุดตรวจบริเวณตลาดที่อำเภอทรงพีนัง ช่วงหน้าติดตามกันค่ะ
>> โอเค
>> โอเค ได้ค่ะ 2 เบรกแรก 3 เบรกแรกจะแน่นหน่อย ไม่มีเวลาจะแบบว่า แต่เดี๋ยวจากนี้ไปจะชิลขึ้นนิดหน่อย โห เมื่อสักครู่นี้ต่อกันรวดเร็วมาก สุดยอดมากเลยครับ แล้วก็เห็นเลยว่าเบื้องหลังนั้นมีการแบบ
>> เปลี่ยนแปลง
>> รายงานสดตลอดเวลา
>> ใช่ค่ะ
>> เอ่อ โดยส่วนตัวในชีวิตประจำวัน นอกจากที่จะต้องมาทำงานแล้วก็ไปมหาวิทยาลัยแล้ว มีวิธีการอัปเดตข่าวสารยังไงบ้างครับ
>> อ เดี๋ยวนี้ง่ายเนอะ เพราะว่า Twitter
>> ใช่ ทางสำนักข่าวต่างๆ เว็บไซต์ข่าวก็ช่วยเราได้เยอะ คือจำได้ว่าสมัยก่อนที่ตอนที่เริ่มเป็นผู้ดำเนินรายการข่าวเนี่ย ยังต้องพกวิทยุเล็กๆ ฟังข่าวตามคลื่นข่าวอ่ะค่ะ หรือเวลาที่อยู่ในรถเนี่ยค่ะ เราก็จะ เป็นคลื่นข่าว เราจะฟังเพลง ต่อเมื่อเราเสร็จงาน มีกรุ๊ปของโต๊ะข่าวแต่ละโต๊ะที่เราจะเข้าไปอ่านข่าว บางทีไก่ส่งบกกส่งเนี่ยค่ะ มันก็ง่ายมากในการทำงานปัจจุบัน
>> แล้วจริงๆ ในชีวิตประจำวัน การเป็นนักข่าวเนี่ย เพื่อนต่างสาขาอาชีพกันที่เขารู้จักเราอย่างเงี้ยครับ จะชอบมาเช็คข่าวมั้ย
>> มีส่งมาถาม โอ้ หลายอย่างเลยค่ะ มีจริงไม่จริง ยังไง การเมืองก็มี บันเทิงก็มี
>> พี่หมวยก็ต้องเช็คแล้วก็ตอบได้เท่าที่รู้
>> ใช่ค่ะ
>> พี่หมวยได้เรียนจากการปฏิบัติจริงๆ แล้วเอาไปบอกต่อในที่สอนด้วยมั้ยครับ
>> บอกต่อใช่ค่ะ การบริหารงานกองบรรณาธิการ การทำข่าวทำกันยังไง หรือบางคนที่สนใจเรื่องการอ่านข่าวเนี่ย พี่ก็นำสิบกลับไปให้เด็กเหมือนกันนะ เด็กเอ ให้ให้ได้เห็นของจริงเลยว่าเวลาที่อ่านข่าวเนี่ย บางทีตาเราต้องไว คือปากเราอ่านอยู่อ่ะ แต่ว่าตาเหมือนเราต้องมองไปแล้ว โดยเฉพาะข่าวที่เข้ามาด่วนๆ แต่เราจะมีแบ็คของข่าวอยู่แล้วด้วย อย่างที่บอกว่ามันก็ช่วยให้เราเตรียมได้ ไม่รู้ว่าข่าวมันจะเข้ามาตอนไหน มันจะสลับข่าวตรงนี่พี่หมวยขีดค่าอะไรเต็มไปหมดเลยนะครับ บนกระดาษแผ่นเดียวเนี่ยนะครับ
>> ค่ะ เนี่ยค่ะ เราก็จะเอาไปให้เด็กดูว่าคำ บางทีมันตัดคำมาอยู่อีกบรรทัดนึงอย่างเงี้ย
>> เราต้องเชื่อม
>> เราก็ต้องเชื่อมให้ได้ ก็จะให้เด็กได้เห็นในโลกของความเป็นจริงว่า ถ้าเขาจะมาอยู่ทำงานในวิชาชีพจริงๆ เนี่ย เขาจะต้องฝึกทักษะอะไรบ้าง
>> แก้ปัญหาอย่างไร หรือแม้กระทั่งถ้าเกิดเขาเป็นคนที่จะต้องเขียนข่าวมาเนี่ย
>> เค้าจะต้องคิดถึงคนอ่านว่าคนอ่านจะอ่านยังไงถึงจะง่ายและสะดวกใช่มั้ย ใช่ค่ะ
>> ได้เห็นเบื้องหลังการทำงานและการอ่านข่าวของพี่หมวยแล้วนะครับ เชื่อได้เลยล่ะครับว่าคุณผู้ชมจะต้องสัมผัสได้ถึงสิ่งเดียว กันว่าพี่หมวยนั้นเป็นคนที่สวยและเก่งจริงๆ นะครับ แต่งานของพี่หมวยในวันนี้ไม่ได้จบสิ้นแต่เพียงเท่านี้นะครับ เพราะว่าพี่หมวยจะต้องเดินทางกลับไปที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตอีกครั้งนึง เพื่อที่ทำการสอนเด็กๆ ครับ และรอบบ่ายวันนี้พิเศษครับ ผมจะมีโอกาสได้ติดตามเข้าไปร่วม นั่งเรียนกับน้องๆ นักศึกษาด้วยล่ะครับ
เจอลูกศิษย์พอดี นฤพล
>> โอ๊ จำชื่อขนาดนั้นได้เลยนะครับ
>> จำได้
>> ตอนแรกเหมือนจะเรียนวิชานี้ป่ะ
>> แล้วทำไมไม่เรียนด้วย เพราะว่าเวลามันชน
>> อ๋อ โอเค อันนี้เป็นลูกศิษย์เมื่อเทอมที่แล้ว
>> อ๋อ
>> ค่ะ เก่ง 2 คนนี้เก่ง
>> เออ สวัสดีครับ สวัสดีครับ
>> โอเค ดีๆ โชคดีนะค่ะ
>> ค่ะ
>> ฮัลโหล สวัสดีครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ
>> วันนี้พี่เปอร์จะมาขอนั่งเรียนด้วยนะ
>> ทำไม วันนี้พวกเราพร้อมเพรียงมากเลยอ่ะ
>> วิเวียน ไหนบอกว่าวันนี้จะแต่งหน้ามาไง
>> แต่ง
>> อ้าเหรอ จะออกเป็นแบบนี้
>> เดี๋ยววันนี้เราจะคุยกันเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ในการสื่อสารระหว่างบุคคล ก่อนเนอะ มีอะไรอีกที่จะเป็นปัจจัยให้เราคบกัน
>> ความรู้สึกแรกที่เห็นหน้า
>> โอเค First impression แบบรู้สึกถูกชะตา จังกับรู้สึกไม่ถูกชะตาของคนนี้เลยอะไรเงี้
>> อือ อันนี้เชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาส เพิ่งสังเกตนะ วันนี้มิ้นท์เค้าไดร์ผมมานะ
>> เออ
>> วันนี้เนี่ยเนี่ย พวกเราสวยผิดหูผิดตาหลายคนนะ วันนี้ผมเป็นลอนมาสวยเลย มีปัจจัยอื่นอีกมั้ยคน
>> อ๋อ เกลียดคนเดียวกันก็เลยไปคบกัน โอเค
>> โอเค ถ้าเกิดว่าเพื่อนเรามีศัตรูคนเดียวกับเรา มีแนวโน้มที่เราจะคบเค้าได้ยั่งยืน แต่ว่าถ้าเรามีศัตรูคนละคนเนี่ย ความเห็นไม่ตรงกัน อันนี้อาจจะมีปัญหาได้ มีบ้างมั้ยที่เราแบบว่าในความสัมพันธ์ของเราเนี่ย เราชอบเค้าฝ่ายเดียว
>> นี่ รักข้างเดียว
>> อ๋อ แอบรักเค้าข้างเดียว เบลมีเปล่าปริ
>> อ๋อ ไม่มีแล้ว อดีตเคยมี
>> อดีต อดีต มีก็ได้ มีอะไรอีกมั้ยที่ทำให้เราไปชอบคนอื่น หรือคนอื่นมาชอบเรา นึกถึงประสบการณ์ของตัวเราเอง
>> เวลาค่ะ
>> เวลายังไงคะ พี่เวียน
>> เอ่อ คนยกสถานการณ์สมมุติว่าทำใกล้จะปิดอะไรอย่างเงี้ยค่ะ แล้วเราชอบคนๆ นี้มาก
>> เราเจอตั้งแต่ตอนแรกอะไรอย่างเงี้ย เราก็ไม่ต้องการจะไปสร้างความสัมพันธ์อะไรมาก แต่พอระยะแล้วขับใก็จะปิดอะไรเงี้ยค่ะ เราก็แบบมีความกล้าแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะไปคุยกับเค้ามากขึ้น
>> อันนี้เอาตัวเองมาต่อ รู้สึกว่ามีอินเนอร์มาก เออ ผับกำลังจะปิด เวลาน้อย เราต้องรีบไปสานความสัมพันธ์ เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วอะไี้
>> โอเค วิธีการของพี่เวียนคือ
>> เข้าไปเลย
>> เข้าไปเลย โอเค เข้าไปเลยไงคะ ขอ Line ID ขอมาแล้วแต่เปิดมา
>> เออ โอเค ชัดเจน ก่อนจะไปเป็นพิธีกรเนี่ย เท่าที่เราเห็นในสมัยปัจจุบัน อ้า ไม่ได้มุ่งมั่นอยากที่จะเป็นนักแสดง เปลี่ยนบท เปลี่ยนอะไรเงี้ยครับ แล้วอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจให้พี่หมวยเข้าไปสู่การประกวดของหนุ่มสาวแพรวในอดีต
>> ตอนนั้นเนี่ย เพื่อนมีส่วนสำคัญ มีรุ่นพี่คณะวารสารที่เคยประกวด ตอนนั้นพี่หน่อย บุษกรอ
>> ก็เป็นรุ่นพี่ในธรรมศาสตร์ แล้วก็เป็นสาวแพรว ก็ดังมาก แล้วก็รู้สึกว่าเวทีเนี้ย มันไกล พอพอพูดถึงหนุ่มสาวแพรว เราจะนึกถึง มีกลิ่นของนางแบบด้วย ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไกลตัวสำหรับพี่ เพราะว่าพี่เป็นคนตัวเล็ก ไม่ได้เป็นนางแบบ ก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย
>> เราจะทำได้หรอ อะไรอย่างเงี้ย คือจุดเริ่มต้นเนี่ย มาจากเพื่อนส่งใบสมัคร พอเพื่อนส่งเนี่ย เพื่อนก็ชวน
>> ให้ส่งใบสมัครด้วย แต่ไม่ได้คาดหวัง โอ้โห หนุ่มสาวทั่วประเทศเนี่ย คงส่งใบสมัคร มันคงเยอะมาก เราไม่น่าจะผ่าน คือตอนที่ประกาศว่าเราติด 20 คนเนี่ย ก็ตื่นเต้นมากนะ 20 คนสุดท้าย 20 คนสุดท้ายจากใบสมัคร แล้วก็ไปสัมภาษณ์เจอตัว จาก 20 คนเนี่ย ก็คัดเลือกเหลือ 5 คน แล้วก็พี่ก็ติด 1 ใน 5 ที่จะได้ไปประกวดในวันจริง
>> อ
>> หลังจากนั้น ชีวิตเปลี่ยนไปเลยมั้ยครับ
>> เปลี่ยนไป เพราะว่าคนรู้จักเรามากขึ้น
>> ครับ
>> คือเวทีหนุ่มสาวแพรวเป็นเวทีคุณภาพจริงๆ เหมือนใครที่ได้ผ่านเวทีนี้ไปก็การันตีดี ว่าเราถูกฝึกมาในแบบของหนุ่มสาวแพรว เพราะว่าก่อนวันประกวดเนี่ย มันมีการฝึกหลายอย่างเนอะ ฝึกเรื่องการเดินแบบ ฝึกเรื่องวินัย คือทุกคนจะถูกสอนว่า โอเค ถ้าทำงานในวงการบันเทิง เราควรจะมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เหมือนมีแบบใบเซอร์รับรองจากเวทีหนุ่มสาวแพรว แล้วก็เลยทำให้เราได้มีโอกาสทำงานที่หลากหลายมากขึ้น
>> โอกาสครั้งแรกที่จะได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ถ้าไม่นับการเป็นผู้ประกาศข่าวของช่อง 9 อสมทในสมัยนั้นคืออะไรครับ หลังจากนั้นเนี่ย ได้เล่นเหมือนเป็นซิทคอมของคุณอาบัณฑิต ฤทธิ์กล
>> ครับ
>> เล่นกับคุณแจ็บ เพ็ญเพชร กับคุณโก้ ธีรศักดิ์ ชื่อเรื่องติวเตอร์มอ ออกอากาศที่ช่อง 9 อสมท
>> อ้อ อันนั้นคืองานแรกเลย
>> งานแรกก็ได้งานละคร แล้วก็มีโอกาสได้ทำงานพิธีกร จำได้พิธีกรที่ทำเนี่ย รายการแรกก็คือชื่อรายการยุทธภูมิปะทะเหล็ก
>> ครับ
>> ค่ะ ตอนนั้นออกอากาศช่อง 5 หลังจากนั้นเนี่ย ก็มีโอกาสทำเกมคนเก่งกับ LG ที่ออกอากาศช่อง 9 อสมท ก็เป็นรูปแบบของควิสโชว์ ยุคนึงบ้านดาฟคิโชว์ก็ดังมาก
>> ครับ
>> พี่มองว่าเออ เป็นคนที่แบบ หน้าตาดี บุคลิกดี เรียบร้อย เรียนเก่ง พอตอนหลังๆ พี่ ยังพูดกับหมวย หรือพูดกับเพื่อนๆ หลายๆ คนแบบ อยากรู้จักแม่หมวยว่าแบบว่า เลี้ยงลูกยังไง น่ารัก คาแรคเตอร์ดี บุคลิกดี นิสัยดี เรียนเก่ง คือแบบ อะไรจะแบบว่าดีขนาดนั้นอะไรเงี้ แต่เธอนะเป็นอย่างงั้นจริงๆ นะน่ารัก
>> น้องหมวยเค้าเกิดเร็วไปนิดนึง คือหน้าหมวยๆ จริงๆ อย่างเงี้ย ถ้าเกิดตอนนี้อาจจะดังกว่านั้นก็ได้ แต่ทั้งหมดเข้ามาเนี่ย น่ารัก ติเขว่าตัวเล็กเหมือนกันว่าจะเป็นนางแบบเนี่ย ตัวเล็กไปนิดนึงเหมือนกัน แต่ว่าแอดติจูดก็ดี คือข้างในดีอ่ะฮะ ไม่ใช่ว่าจะมาประกวดเพื่อความงามอย่างเดียวอ่ะฮะ เรื่องความรู้ ความอะไรเงี้ย พูดจาแล้วดูแบบว่าน่าเชื่อถือว่า เออ ถ้าเข้าวงการเนี่ย น่าจะทำได้มากกว่าการเป็นนางแบบดารา
>> จริงๆ หมวยเห็นหมวยตอนแรกเนี่ย ไม่ได้เข้าตาเลยนะ จนวันที่ประกวด เชิญแต่ละคนขึ้นมาแสดงความสามารถ คือจำเขาได้อยู่คนเดียวเลยนะ แปลกเหมือนกันในปีเค้าอ่ะ ขึ้นมาถึงก็เริ่มร้องเพลง แล้วก็เริ่มเล่นละครคนเดียวครับ หันไปข้างซ้ายก็เศร้ารันทด หันไปข้างขวาก็กรี๊ดแตก อะไรอย่างเงี้ย เหมือนกับเล่นอยู่กับตัวเอง 2 บท พอเราเห็นแล้วแบบ อู้หู ไปเป็นดาราเหอะ พอได้ตำแหน่งสาวแพรว รองสาวแพรวปุ๊บเนี่ย เราก็เป็นจังหวะที่จบพอดี แล้วก็ทำงานไป ได้สักประมาณประมาณ 3-4 ปี
>> นะคะ ก็เล่นละคร แล้วก็ทำงานพิธีกรเนี่ย ควบคู่กันไป พอหลังจากนั้นเนี่ย กลับมาเรียนต่อปริญญาโท ตอนเรียนปริญญาโทก็ยังมีเล่นละครอยู่ แต่ว่าเริ่มรู้ว่างานละครเนี่ย คิวถ่ายทั้งวัน เราไม่รู้ว่าจะเสร็จกี่โมง มันจะบริหารจัดการเวลายาก
>> พอดีว่าเพื่อนที่เรียนปริญญาโทเนี่ย ไปทำข่าวรายการข่าวตอนเช้าของช่อง 11 แล้วก็ชวนเราไปอ่าน เราก็เลยไปอ่าน
>> ไปเหมือนแบบ เราก็เป็นคนติดตามข่าวเหมือนกับคนทั่วไป แต่ว่าเราไม่ได้แบบ ไม่ได้เป็นคนข่าว โห ช่วงนั้นก็เครียดเนอะ เพราะว่าต้องทำการบ้านเยอะมาก แม้ว่าจะเริ่มต้นจากงานข่าว เคยฝึกงานที่ช่อง 9 แต่เราก็หายจากข่าวไปหลายปี โห ตอนมาทำเนี่ย แบบทำไปร้องไห้ไป บุคคลในข่าวมันเยอะนะ แล้วมันก็มีองค์กรใหม่ๆ เยอะ แบบ กต. ตัวตัวย่อมันเยอะ แปลว่าอะไร ใช่ๆ เนี่ยแบบมาท่องเลยว่าโอเค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นะ มันแบ่งออกเป็นยังไง เป็นนครบาล เป็นภูธร โอเค ในนครบาลมีกี่นครบาล นครบาลไหนดูแลพื้นที่ตรงไหนบ้าง กกต. มี 5 ท่าน ท่านไหนดูด้านไหน ดูด้านการเลือกตั้ง ดูด้านอะไรอย่างเงี้ยเนี่ย ต้องมาท่อง เรารู้สึกว่าโอหู มันยากมาก ตอนนั้นออกจากช่อง 11 เพราะว่าไปเรียนต่อปริญญาเอก คือตอนเรียนต่อปริญญาเอกเนี่ย ตอนแรกก็ยังทำอ่านข่าว 5 วัน แต่พอเรียนเอกมันหนักมาก เหลือ 3 วัน เหลือ 2 วัน จนวันจนสุดท้ายเนี่ย ต้องลาออก แล้วก็ไม่ได้ทำงานแล้ว พอจบคอร์สเวิร์ค พอดีว่าพี่ที่ช่อง 3 ติดต่อมาว่าอยากจะเปิดข่าวภาคดึก โห เราบอกดีเลย เพราะว่ากลางวันเราไปมหาวิทยาลัย เราไปห้องสมุด กลางคืนเราอ่ะอยากออกทีวีอยู่แล้ว ชอบไง อืม เวลาที่ตอนช่วงที่เรียนอย่างเดียวไม่ได้ทำงานแบบดูทีวีก็แบบ นึกถึงว่าเอ๊ะ ถ้าเราอยู่ตรงนั้น เราจะถามอะไร เราจะสัมภาษณ์ยังไง นำเสนอยังไง เพราะฉะนั้นพอเขาติดต่อมาเนี่ย ก็เลยอยากไปทำ แม้ว่ามันจะดึก แต่เราก็รู้สึกว่าเวลาเนี่ยเหมาะสม ทำค่ะ วันใหม่ อยู่ 9 ปี
>> ครับ
>> ค่ะ จนมีดิจิทัลทีวีเนี่ยแหละ
>> ถึงถูกเปลี่ยนมาทำข่าวเช้าและข่าวเที่ยง ตอนที่ทำช่อง 3 เนี่ย มันจะง่ายขึ้น เพราะว่าเรามีประสบการณ์มากขึ้น แต่ตอนที่เริ่มครั้งแรกของช่อง 11 เนี่ย โอ้ ตอนนั้นเหนื่อย ขอ
>> ตั้งแต่วันนั้นเข้าสู่วงการบันเทิง
>> มาถึงวันนี้กี่ปีแล้วครับ
>> 21 ปี
>> เห็นว่าอยู่ดีๆ ก็มีพวกศิลปินนักแสดงเรียก ว่ายุคหนุ่มสาวแพรว
>> ยุคหนุ่มสาวแพรว ใช่ค่ะ
>> ยุคนั้นเนี่ย มาโพสต์รูปในสมัยอดีตกันเยอะแยะเลย แล้วสวยมาก หล่อมาก คือปัจจุบันได้ประสบความสำเร็จในวงการกันเยอะมาก คือโพสต์มัน มันมีอะไรฮะ ตอนเนี้ย
>> โอเค เรามีกิจกรรมนะคะ ที่ให้หนุ่มสาวแพรว ได้มารวมตัวกัน แล้วก็จะได้พบกับแฟนคลับของหนุ่มสาวแพรวด้วย กิจกรรมนี้ก็คือ Scot Forever Young Present หนุ่มสาวแพรวเวียน
>> ในตอนนั้น เวทีประกวดในแบบนางแบบของที่นี่ที่สุดแล้วของประเทศเลยครับ ใจจริงจริงๆ นะ อยากให้มาให้หมดเลยอ่ะ คือตัวเล็ก ตัวน้อย ตัวที่ดังอยู่และไม่ดัง หายไปแล้ว แต่เรายังรู้จัก บางคนเรายังติดต่อกันอยู่ อยากให้มาให้หมดเลย เพราะว่าที่ผ่านมา ยังไม่เคยเห็นเวทีประกวดไหนๆ ที่รี ยูเนียน คนกลับไปที่ปีแรกสุดของการประกวดอ่ะ แต่ถ้าที่นี่ทำได้ มันจะเป็นปรากฏการณ์ที่แบบ เจ๋งมากๆ ของวงการนะครับ รู้สึกแบบว่าดีใจ แฮปปี้อ่ะ มันอบอุ่นน่ะ มันก็เหมือนเราได้กลับไปเจอเจอแบบบรรยากาศเก่าๆ ที่แบบว่าอบอุ่นอะไรอย่างเงี้ย แล้วอย่างย้อนนึกแต่ละครั้ง เฮ้ย เราเคยทำไอ้นี้กันหรือเปล่า เราก็ทำ เคยเนอะ เคยเนอะ อะไรอย่างเงี้ย ความทรงจำเก่าๆ ที่ที่อบอุ่นน่ารักๆ มันค่อยๆ ผุดขึ้นมา ก็ตื่นเต้นที่อยากรู้ว่าบางคนเนี่ย หายไปจากวงการ หายจากจอ หายจากเวทีไปนานมาก อยากรู้ว่าสภาพมาเป็นยังไง บางทีก็ว่า แล้วก็แต่งตัวให้เขาสนุกสนานเฮฮา แต่คนก็กังวลนะฮะ ว่าเอ๊ะ จะออกมาดูดีมั้ย จะสู้กับน้องๆ ได้มั้ย เดี๋ยวพอมาเยือนหน้าฉากปุ๊บ ทุกคนอินเนอร์มา หล่อทุกคน สวยทุกคน แป๊บเดียว ได้หมดเลยฮะ ถ้าไม่รู้เลยอ่ะ เออ ว่าพี่มาจากหนุ่มสาวแพรวกันน่ะ ก็จะไม่ได้มองว่าแบบ เป็นรุ่นใหญ่มาก เพราะว่าหน้าตาของพี่ๆ แต่ละคนนะ พี่หน่อยเอย พี่ดอมเอย ยังดูเด็กๆ อยู่เลย เออ แต่พอหนุ่มสาวแพรว เรารู้ไงว่ามันมีมานานแล้วไง
>> เป็นเวทีเก่าแก่ในยุคนึง
>> ใช่ ใช่ เออ แต่ว่าแต่ละคนยังดูดีกันหมดเลย อย่างอย่างพี่หมวยเอง มีเทคนิคในการดูแลส่วนตัวยังไงมั้ยครับ
>> สิ่งสำคัญก็คือจริงๆ แล้วก็ดูแลเหมือนพี่ๆ หนุ่มสาวแพรวท่านอื่นๆ ดูแลเรื่องการพักผ่อน พี่ก็พยายามนอนให้ได้ 8 ชม. ครับ ซึ่งมันช่วยเรื่องออกกำลังกาย
>> แม้ว่างานจะเยอะ แต่ก็ต้องมีเวลาที่จะได้ไปออกกำลังกาย
>> ครับ
>> ก็
>> เรื่องของอาหาร
>> เรื่องของอาหารการกินใช่ค่ะ 3 อย่าง โชคดีที่พี่ไม่ค่อยชอบทานอะไรที่มันมันอยู่แล้วนะคะ แล้วก็ก็เลยเน้นผักผลไม้ เน้นปลา
>> สกอตนะคะ ก็เล็งเห็นว่า เอ่อ การประกวดสาวแพรวนะคะ ก็คือเวทีเนี้ยเนี่ย เรียกว่าเป็นเวทีประกวดระดับเลเจนด์ของประเทศไทยเลยนะคะ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้จัดการประกวดมาเป็นร่วม 10 ปีแล้วนะคะ แต่คิดว่าเมื่อพูดถึงหนุ่มแพรว สาวแพรวเนี่ย คิดว่าทุกคนจะต้องคิดถึง คิดว่าการที่สกอตเนี่ย จัดกิจกรรมนี้ขึ้นก็คือสกอตยังพีเซนหนุ่มสาวแพรวเวียนเนี่ย ก็จะทำให้ทุกคนได้หายคิดถึงแล้วก็ได้อัปเดตว่าหนุ่มสาวแพรวเนี่ย ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง ก็อยากจะเชิญชวนนะคะ คนที่คิดถึงนะคะ เวทีหนุ่มสาวแพรวนะคะ ก็อยากจะเชิญชวนให้มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกันนะคะ เพราะว่ากิจกรรมในครั้งนี้ก็คือสกอตยังพีเซนหนุ่มสาวแพรวเวียนเนี่ย ทุกคนก็จะได้รับทั้งเคล็ดลับ แล้วก็แรงบันดาลใจที่จะดูแลตัวเองให้ดูดี แล้วก็ได้ร่วมเวิร์คช็อปใกล้ชิดกับหนุ่มสาวแพรวด้วยค่ะ
>> ผมไปบอกพี่สาวผมต้องกรี๊ดมากแน่เลยอ่ะ
>> เป็นแฟนคลับเหรอคะ
>> ก็เป็นยุคเนี้ยแหละครับ นี่คือนักแสดงรุ่นที่พี่สาวผมเนี่ย คือผมก็ยังเด็กเกินไป แต่ผมก็ติดตามพวกพี่ๆ เนี่ย ก็เห็นว่าพี่สาวนั่งกรี๊ดอยู่หน้าทีวีตลอดเลย
>> แต่ว่าคนที่อายุ 30 อัพขึ้นไปเนี่ย น่าจะเก็เป็นอย่างดีแล้ว คงจะรู้ว่าหนุ่มสาวแพรว แล้วก็ตัวละครที่พูดมาเมื่อสักครู่ นี้เนี่ย มีชื่อเสียงหรือว่ามีอิทธิพลสำหรับคุณผู้ชมเหล่านั้นขนาดไหน คงได้ไปเจอพี่หมวยเนาะ
>> ในอนาคตข้างหน้า
>> ค่ะ
>> อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่พี่อยากจะต้องเรียนไปจนถึงระดับปริญญาเอก
>> เพราะว่าพี่รู้ว่าพี่อยากจะมาเป็นอาจารย์
>> ออ
>> พี่ถึงไปเรียนต่อ
>> แสดงว่าเป้าหมายชัดเจนมาโดยตลอดตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นครู
>> ใช่ แต่ตอนเด็กๆ เนี่ย เราไม่ได้คิดฝันที่จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ก็คิดฝันแบบว่า เป็นครูธรรมดา พอเราเรียนแล้วเนี่ย เราถึงรู้ว่าถ้าเราจบปริญญาโท ถ้าเราจะมาเป็นอาจารย์ที่นี่ คิดว่าปริญญาโทไม่พอ เราก็เลยต้องไปเรียนต่อปริญญาเอก
>> เพราะว่าคิดว่า คือตอนนั้นก็ทำงานอยู่ในวงการสื่อสารมวลชนอยู่แล้ว แต่คิดว่าวันนึงเนี่ย เอ่อ เราน่าจะเอาประสบการณ์ที่เรามี ได้มาถ่ายทอดในมหาวิทยาลัย
>> อ
>> ถ้าเราจะมาเป็นอาจารย์ สิ่งที่จะทำให้เราเข้ามาได้ก็คือเราต้องเรียนต่อเป็นเอง
>> เมื่อสักครู่ บอกว่าถึงดอกเตอร์เพราะว่าอยากจะ
>> เป็นอาจารย์
>> เป็นอาจารย์ ตอนนี้ได้เป็นอาจารย์แล้ว ทำไมถึงอยากทำผู้ช่วยศาสตราจารย์ต่อ
>> ค่ะ จริงๆ แล้วก็ตอนเนี้ย วิชาที่สอน เราก็ไปทำวิจัยเพื่อจะมาเสริมสิ่งที่เราสอนให้รู้ลึกมากขึ้น การทำวิจัยเหมือนกันค้นหาความรู้ แล้วก็อาจารย์ก็ได้พัฒนาตัวเอง ถ้าเราอยากจะเป็นอาจารย์ เราก็ต้องพัฒนาตัวเอง ก็เลยเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ทำวิจัยเพื่ออยากจะขอตำแหน่งทางวิชาการ ตอนนี้รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขนะคะ คือเรามาที่ธรรมศาสตร์ คือรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ของเรา เวลาที่เดินเข้ามา รู้สึกว่ามันใช่ตัวเรา เวลาไปที่ช่อง 3 ไปที่สถานีโทรทัศน์ หรือไปออกกองถ่าย เรารู้สึกว่าเนี่ย บรรยากาศแบบเป็นบรรยากาศของเรา เรา รู้สึกว่า 2 ที่เนี่ย คือตัวเรา แล้วก็ตอนเนี้ย เราได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เป็นตัวเรามากที่สุด คือรู้สึกว่าพอแล้วก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายมากกว่านี้ ส่วน perspective ในวันนี้ที่เราได้ติดตามเรื่องราวของพี่หมวยนะครับ แสดงให้เห็นเลยว่าความรับผิดชอบนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณสามารถหาเวลาให้แต่ละอย่างได้อย่างลงตัว ก็จะสามารถทำให้งานที่คุณทำควบคู่กันนั้นสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี
>> อืม เออ เพราะว่าชีวิตของพี่หมวยพิสูจน์ให้เห็นแล้วไงว่าทำทั้ง 2 อย่างเป็นระยะเวลา 20 ปี
>> มาโดยตลอด ก็สามารถทำไปได้ด้วยดีทั้ง 2 อย่างเลยนะครับ ก็วันนี้คุณผู้ชมอาจจะได้มุมมอง หรือแง่มุมที่ไม่เหมือนผมไม่เป็นไรนะครับ แล้วแต่คุณผู้ชมจะคิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าลืมนำแง่มุมที่คุณได้จาก Perspective ในคืนนี้ไปปรับใช้ด้วยก็แล้วกันครับ ก่อนจะจากกันไปนะครับ อย่าลืมไปอัปเดตความเคลื่อนไหวของ Perspective ได้ครับ ผ่านทาง Facebook YouTube และ Instagram ของ Perspective TV นะครับ หรือว่าติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของเราก็ได้ครับ ผ่านทาง Line ID @perspective TV ครับ และสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ก่อนจะจากกันไปในคืนนี้นะครับ อย่าลืมนำเรื่องราวและแง่มุมดีๆ ที่ได้จากพี่หมวยก็อย่าลืมนำมันไปปรับใช้ด้วยก็แล้วกันครับ แล้วชีวิตของคุณในวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนไปแล้วครับ สวัสดีครับ
>> สวัสดีค่ะ
>> ขอบคุณพี่หมวยครับ
>> ขอบคุณน้องเปอรมากเลย ที่เวลาเท่านั้นจะหมดของเธอ ให้ห่วงลาเจ้าไหนที่สุด หัวใจ เท่านั้นที่