📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

"หมอวาโย" ยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

เรื่องเล่าเช้านี้8:08

Transcription

ที่มาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันนี้เนี่ยคือคดีอาญาที่จะลงแก่ กกต. ซึ่งความผิดมูลฐานเนี่ยก็คือ 157 นะครับ แต่ว่าอย่างที่เราบอกไปว่า 157 เนี่ย เราใช้ชั้นเดียวไม่พอ เราต้องใช้ พ.ร.ป. กกต. มาตรา 69 เนี่ยมารองไว้อีกชั้นนึงด้วย เราถึงมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องตาม พ.ร.ป. กกต. มาตรา 69 คือตัวคณะกรรมการกฎหมายเขียนชี้ชัดเลยครับว่าเป็นคณะกรรมการ เลขาธิการรวมถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งท่าน ผอ.สนับสนุนการเลือกตั้งเนี่ย ท่านก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนะครับ ได้กระทำการหรือละเว้นการกระทำการโดยมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งท่านก็มีหน้าที่ของท่านตามมาตรา 57 แล้วก็มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญหลายมาตราเลยนะครับ ทั้งมาตรา 224 เองก็ตามนะครับ ซึ่งเราก็คิดว่าตัวนี้เนี่ย น่าจะสามารถรองรับได้ถึงแม้ว่าจะหลุดมาตรา 157 มา แต่ พ.ร.ป. กกต. มาตรา 69 เนี่ยน่าจะใช้รองรับได้อีกชั้นนึงนะครับ

ส่วนสุดท้ายในอย่างที่ผมได้เรียนไปคือตัว พ.ร.ป. การเลือกตั้ง สส. นะครับ มาตรา 96 ประกอบกับมาตรา 164 เนี่ยในเรื่องของเครื่องหมายเนี่ยนะครับ ก็น่าจะเป็นครั้งแรกๆนะครับ เดี๋ยวรอดูกันแล้วกันนะครับว่า เอ่อ เราจะสามารถไต่สวนได้ความว่าอย่างไรแล้วจะมีผลอย่างไรนะครับ คดีนี้ก็เชื่อว่าน่าจะใช้ระยะเวลาต่อสู้กันอีกยาวนานนะครับ ผมก็คงต้องเป็นโจทย์ไปแล้วนะครับ ก็คงสู้กันถึงชั้นอุทธรณ์ สู้กันถึงชั้นฎีกาแน่นอนนะครับ แล้วก็แนวทางเนี่ยคิดว่าระยะเวลาเนี่ย กว่าจะสิ้นสุดคิดว่าใช้เวลาประมาณสัก 10 ปี คล้ายๆกับกรณีของคุณวาสนานะครับ ก็คือเหตุเกิดเมื่อปี 2549 ฎีกาเนี่ยลงปี 2558 อ่านปี 2559 นะครับ ก็ท่านก็เข้าสู่เรือนจำเนี่ยตอนปี 2559 ก็ใช้เวลาประมาณ 10 ปี นะครับ

เชิญพี่ๆ นักข่าวครับ เป็นความรู้เลยค่ะว่ากรณีผู้ยิ่งกตเนี่ยถือว่าเป็นองค์กรอีกขณะต้องไปยื่นตามผู้ตรวจหรือว่า เอ่อ ทาง สว. แต่ว่าการรัฐครับ โอเค อันนั้นเป็นเรื่องของการขออันนั้นคนละเรื่องกันนะครับ คือ เอ่อ การไปยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินเนี่ยจะเป็นเรื่องของการที่ต้องการให้ตัวข้อเหตุการณ์เนี่ย ข้อเท็จจริงเนี่ยนะครับ ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเนี่ยไม่ได้มีอำนาจในการวินิจฉัยคดีอาญานะครับ แต่จะเป็นเรื่องของตำแหน่งหน้าที่นะครับ หรือว่าจะเป็นในเรื่องของการมีคำสั่งให้เลือกตั้งนั้นน่ะโมฆะหรือไม่อย่างไรนะครับ หรือว่าไปที่ศาลปกครองเนี่ยก็จะมีอำนาจใช้เกี่ยวกับเรื่องคำสั่งทางปกครอง คำสั่งทางปกครองก็คือคำสั่งที่ตัวหน่วยงานเนี่ย สั่งให้มีการเลือกตั้งหรือสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ หรือแม้แต่เป็นแบบพิมพ์บัตรต่างๆนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยแต่ละส่วนเนี่ยมันไปคนละที่กัน แต่ส่วนที่มาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในวันนี้เนี่ยคือคดีอาญาที่จะลงแก่ กกต. ซึ่งความผิดมูลฐานเนี่ยก็คือ 157 นะครับ แต่ว่าอย่างที่เราบอกไปว่า 157 เนี่ย เราใช้ชั้นเดียวไม่พอ เราต้องใช้ พ.ร.ป. กกต. มาตรา 69 เนี่ยมารองไว้อีกชั้นนึงด้วย

ถ้าประชาชนที่สร้างเนี่ย 50 ล้านคน หรือว่ากฎหมายสามารถได้ >> ถูกต้องเลยนะครับ ผมก็ยังรู้สึก เอ่อ สับสนอยู่นิดนึงนะครับว่า คือผมเชื่อว่าหลายท่านอาจจะกำลังทำอยู่นะครับ เพราะว่าผมเนี่ยใช้ทีมงานในสำนักงานเนี่ยก็ร่วม 10 ชีวิตเมื่อคืนนี่เรียกว่าแทบจะโต้รุ่งกันเลยทีเดียว นะครับ เพราะว่า >> มันไม่ง่ายคือราษฎรเนี่ยฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองเนี่ยโดยหลักก็ไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริตเนี่ยยิ่งยากขึ้น ซึ่งเป็นการฟ้องต่อเจ้าพนักงานของรัฐเนี่ยยิ่งยากขึ้นไปอีกนะครับ แม้แต่การระบุพยานอะไรต่างๆเนี่ยก็มีกระบวนการวิธีเนี่ยนะครับ ในทางสบัญญัติเนี่ยที่แตกต่างจากคดีอาญาโดยทั่วๆไปนะครับ ก็ไม่ง่าย แต่ถ้าตอบคำถามทั้งนักข่าวเนี่ยก็คือว่าใช่ครับ ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนถือว่าเป็นผู้เสียหายนะครับ สามารถมีสิทธิ์โดยชอบที่จะมาฟ้องคดีแบบเนี้ยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเนี่ยในฐานะโจทย์เนี่ยผมเนี่ยมาฟ้องเนี่ยในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับความเสียหาย

>> ก่อนหน้านี้เนี่ยมันเป็นลุ้นรอง กกต. ไม่ว่าจะเป็น หรือตามจังหวัด จะมองว่าความซ้ำความซ้อนอะไรแบบนี้คือเค้าจะต้องทำไงเจะต้องเอามา รวมมาโทษกันจริงๆ เรื่องการรวมสำนวนเป็นรุมพินิจศาลเรื่องการรวมสำนวนเนี่ยเป็นดวงพินิจของศาลนะครับ แต่เรื่องการฟ้องซ้ำฟ้องซ้อนเนี่ยไม่ใช่แน่นอนเพราะว่าผู้เสียหายเนี่ยเป็นคนละคนกันนะครับ สมมุตินะครับ สมมุตินะถ้าพวกผมเนี่ยอาจจะเผลอเอหล่นอะไรไปบางส่วนแล้วผลร้ายที่สุดคือวันที่ 24 มีนาคม 2569 เนี่ยศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องก็จะถือว่าเป็นคำพิพากษายกฟ้องฟ้องไปโดยปริยายเลยด้วยซ้ำนะครับ พวกผมเนี่ยมาฟ้องคดีใหม่ไม่ได้นะครับ พวกผมอาจจะเขียนไม่รอบคอบพอ แต่จริงๆก็คิดว่ารอบคอบมากที่สุดแล้วนะครับ แต่ก็ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายคนอื่นก็คือประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนอื่นชอบที่จะมาฟ้องคดีเนี้ยต่อศาลได้อยู่ดี

การที่เราไปร้องค่ะเส่งผลเสียหายต่อตัวภาตัวผู้สมัครหรือตัวผู้ไปยังไงบ้างค่ะแล้วก็วิธีการของเค้าเนี่ยมันอยากให้เราค่ะว่ามันผิด 57 พรบ. พรก. บ้าง >> อันนี้เป็นคำถามที่ดีมากเลยนะแต่ว่าก็เป็นในเชิงของนิติศาสตร์พอสมควรนะครับ ก็คืออำนาจฟ้องของผู้เสียหายว่าเรามีอำนาจฟ้องเรามีอำนาจฟ้องจริงคือเป็นผู้เสียหายตามนิติยัหรือไม่นะครับ ซึ่งโจทย์ที่ 1 เนี่ยคือพรรคประชาชนนะครับ ซึ่งเป็นนิติบุคคลโดยคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิในฐานะหัวหน้าพรรค โจทก์ที่ 2 เนี่ยคือคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเนี่ยนะครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองนะครับ แล้วก็ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โจทก์ที่ 3 คือผมเองนะครับ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคแล้วก็ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โจทก์ที่ 4 คือคุณพฤธนะครับ โฆษกพรรคและในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะเห็นว่าโจทย์ที่ 2 ถึงที่ 4 เนี่ยจะพ่วงสถานะคือประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนะครับ ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับกรณีของคุณสุเทพวีคุณวาสนาเมื่อตอนปี 2519 เนี่ยเราคิดว่าศึกษามาพอสมควร และเทียบเพียงได้ว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเนี่ย เพราะว่าศาลท่านให้แนวฎีกาไว้แล้วตอนปี 2518 นะครับว่าการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนะครับ หรือมีการกระทำใดๆที่มันเกิดขึ้นและกระทบต่อสิทธิ์ของประชาชนเป็นวงกว้างประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิยัยนะครับ คิดว่าตรงนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ

ส่วนความเสียหายต่างๆเนี่ยโดยหลักเนี่ยของโจทย์ที่ 2 ถึงโจทย์ที่ 4 เนี่ยก็คือการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งเนี่ยจะต้องเป็นโดยตรงและรับและยังอยู่ในกฎหมายอีกหลายฉบับนะครับ ส่วนในของพรรคเนี่ยก็มีในเรื่องของการเลือกตั้งด้วยนะครับ แล้วก็มีความเสียหายทางเศรษฐกิจด้วยนะครับ ในการที่พรรคการเมืองเนี่ยมีวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ป. พรรคการเมืองนะครับ เพื่อส่งผู้แทนราษฎรเนี่ยนะครับ ลงเลือกตั้งเสนอนโยบายนะครับ แล้วก็ให้ประชาชนเนี่ยเลือกเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทนประชาชน มีค่าใช้จ่ายมีการดำเนินการทางเศรษฐกิจมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆมีการใช้บุคลากรจำนวนมากนะครับ ก็มีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงคังไม่ตรงและไม่รับครับ

>> อ่าตกลงก็เป็นการยื่นฟ้องอธิบายเรื่องรายละเอียดข้อกฎหมาย >> ค่ะ >> เอ่อ ซึ่งก็แน่นอนเมื่อเป็นศาลเรียกว่าศาลยุติธรรมทำไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ >> ค่ะ >> อ่าก็มันจะต้องมีขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่ไต่สวนมูลฟ้องหรือตรวจฟ้องค่ะ >> กรณีอาญาทุจริต >> แล้วก็จะมีขั้นตอนรับไม่รับรับก็ต้องนัดสืบพยาน >> ค่ะ >> แล้วก็ยังมี 3 ศาลอีก >> อุทธรณ์ฎีกา >> ก็จะไม่สามารถจะมีข้อยุติเร็วหรอกท่านผู้ชม >> ก็จะไม่ไปมีผลไปถึงขั้นกรณีของระงับยับยั้งเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว มันจะมีอยู่อันเดียวที่อาจจะใกล้เคียงบ้างก็คือกรณีที่ไปร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน >> ค่ะไปที่สัธรรม >> เพื่อจะไปสารัฐธรรมนูญอันนั้นเนี่ยต้องตามกันดูต่อแต่กรณีนี้คือฟ้องในแง่ของคนปฏิบัติหน้าที่โดยมิครับ