Transcription
สวัสดีครับ กลับมาพบกับ The Poic บ้านการเมืองกันเช่นเคยนะครับ วันนี้เจอกันเย็นวันพฤหัสบดีนะครับ 9 เมษายน 2569 นะครับ วันนี้ก็อยู่กับผมอ๊อกเอกพนะครับ
วันนี้ตามที่มีการปักหมุดลงในปฏิทินทางการเมือง ท่านผู้ชม 9 และ 10 เมษายนนะครับ เป็นวันที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก็คือแถลงให้ ส.ส. ฟัง แถลงให้ ส.ว. ฟัง แล้วจากนั้นพอแถลงเสร็จก็จะให้ ส.ส. และ ส.ว. อภิปรายว่าไอ้นโยบายที่รัฐบาลเขาแถลงเนี่ย มันดีตรงไหน มันไม่ดีตรงไหนนะครับ เพราะฉะนั้น 2 วันนี้ 9 และ 10 จึงเป็นวันที่ถ้าใครเป็นคอการเมือง คนที่ติดตามการเมืองก็คงจะเฝ้ารอ เฝ้าฟังว่ารัฐบาลเขาจะพูดอะไร เขาจะบอกอะไร และฝ่ายต่างๆนะครับ อ่า ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. หลักๆก็คือ ส.ส. เนี่ย อ่า ฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายค้านเนี่ย เขาจะวิพากษ์วิจารณ์ เขาจะชี้ นะฮะปัญหาของนโยบายที่รัฐบาลเขาแถลงต่อรัฐสภาได้อย่างไร นี่จึงเป็น และนี่คือจุดเริ่มต้นนะครับในการทำงานของ เอ่อ ครม. อย่างเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นเนี่ย จากจุดตรงนี้ไป หลังจากนี้เขาจะได้เริ่มทำงานแบบเต็มๆ แล้ว แต่ว่าจุดสตาร์ทจากตรงนี้มันก็น่าสนใจ ซึ่งคนก็รอดูนะครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าก่อนหน้านี้รัฐบาล โอ้โห เรียกว่าโซซัดโซเซนะฮะ เจอเรื่องของราคาพลังงานเข้าไป เป๋ไปซ้ายที เป๋ไปขวาทีนะฮะ ว่าจะออกแบบไหน จะแก้อย่างไร คนก็เฝ้ารอว่าในตอนแถลงนโยบายเนี่ย เขาจะมีมาตรการอะไร เขาจะมีนโยบายในการแก้แก้ไขปัญหาอย่างไร
ขณะเดียวกัน คนก็เฝ้ารอว่า แล้วฝ่ายค้าน ซึ่งนี่จะเป็นเวทีแรกอย่างเป็นทางการหลังเลือกตั้ง จะใช้เวทีนี้อย่างไร โดยเฉพาะฝ่ายค้าน เอ่อ อย่างพรรคประชาชน ที่แม้ตัวเลข ส.ส. จะลดลง แต่ก็ไม่น้อย 120 เสียงนะครับ บวกกับแถวใหม่ๆ ขึ้นมาเนี่ย เขาจะใช้เวทีนี้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร ขณะเดียวกัน เอ่อ ฝ่ายค้านน้องใหม่หน้าเก่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้มีคุณอภิสิทธิ์นำทัพ จะแถลงอย่างไร เอ่อ จะอภิปรายอย่างไร พรรคกล้าธรรม เอ่อ ฝ่ายค้านน้องใหม่ จะอภิปรายอย่างไร มันจึงทำให้ในการแถลงนโยบายรอบนี้ จึงน่าจับตา จึงน่าสนใจสำหรับคอการเมืองนะครับ ที่จะดูรายละเอียดระหว่างบรรทัดในศึกอภิปรายตรงนี้
เดี๋ยววันนี้จะมาชี้ประเด็นให้ดู โดยเฉพาะ โดยเฉพาะท่านผู้ชมฮะ วันนี้ผมเห็นในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคอการเมืองเนี่ย จับตากันอยู่ 1. ของคุณเทงที่อภิปรายวันนี้ 2. ของคุณอภิสิทธิ์ที่อภิปรายวันนี้ มันมีจุดให้ชวนคิดต่อทั้งส้มแล้วก็ฟ้า แต่ว่ามันจะเป็นอย่างไรอ่ะ เดี๋ยวมาค่อยมาพูดจา สนทนาวิเคราะห์กันจากสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ติดเอาไว้นะฮะ
แล้วก็อีกส่วนนึงที่ยังคงต้องคุยต่อ ก็คือเรื่องของ เอ่อ สถานการณ์ล่าสุดของ เอ่อ ราคาพลังงานนะครับ หลังจากที่เห็นมั้ย ผมบอกแล้ว ผมเนี่ยตามข่าว ผมว่าท่านผู้ชมก็ไม่ต่างกับผมอ่ะ จะบ้ากันอยู่แล้วเนี่ยนะฮะ ก็คือ เอ่อ เอ่อ ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเนี่ยนะฮะ หลังจากเมื่อวานดูเหมือนจะดี ผ่านไปคืนเดียวไม่ดีอีกแล้วนะ เพราะฉะนั้นเนี่ย เป็นสิ่งที่เราก็ต้องตาม ขณะเดียวกัน นโยบายของรัฐบาลนะครับ ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อันนี้ก็มีประเด็นอยู่ เดี๋ยวมาคุยกันนะครับ
ส่วนวันนี้ แขกรับเชิญ 2 ท่าน ทุกท่านสนุกแน่นอน เดือดแน่นอน มันแน่นอน อาจารย์ศิโรจนะครับ ทุกวันพฤหัสบดีก็เจอกันแล้ว วันนี้มีคู่หูเค้า อาจารย์พิษ เอ่อ เดี๋ยววันนี้มีอาจารย์พิพงษ์สวัสดิ์ มาร่วมจอย ร่วมสนทนา ร่วมวิเคราะห์กับเราด้วย เดี๋ยวมาฟังกันว่าอาจารย์มีมุมอะไรนะฮะ อาจารย์มีมุมอะไร เอ่อ จากเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในสภาวันนี้นะฮะ ทั้งจากฝั่งของฝ่ายค้านแล้วก็ของฝั่งรัฐบาล เดี๋ยวมาฟังอาจารย์กันนะครับ
แต่ว่าก่อนจะไปตรงนั้น เดี๋ยวเอาเรื่องโพลก่อน เอาเรื่องโพลก่อน เอ่อ เอาคำถามนี้ ท่านผู้ชมฮะ เป็นเรื่องที่หลายคนก็แปลกใจ แต่ว่าก็เลยหยิบมาถาม เพราะว่ามันก็มีมุมมองความเห็นที่อาจจะแตกต่างกันนะฮะ ก็มาจากกรณีที่ ป.ป.ช. เขาหอบสำนวน ซึ่งสุดท้ายเขาทำเสร็จทันนะฮะ แบบเป็นหมื่นหน้า เอกสาร แต่เขาทำเสร็จทันกรณีที่ ป.ป.ช. ยื่นนะฮะ ศาลฎีกาในคดี 44 ส.ส. เนี่ย วันเดียวกับที่มีการอภิปราย เอ่อ นโยบายรัฐบาลในสภาเนี่ย หยิบมาถามท่านว่า ท่านมองว่าเหมาะสมหรือเปล่า กรณีนี้ คือมันมี 2 มุมไง มุมนึงมันก็มีคนบอกว่า อ้า ก็เหมาะสมแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติ เขาก็ทำตามขั้นตอนกระบวนการ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. เองบอกไม่ มี ไม่มีธง ไม่มีนัยยะทางการเมืองอะไรทั้งสิ้น เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ตามระยะเวลา ตามกรอบเวลา มันมาลงวันนี้พอดี แต่อีกมุมนึงบอก อืม แปลกๆ นะ วันทั้งปีก็มี 360 กว่าวัน ทำไมมาลงวันนี้ แบบพอดีพอดีวันที่ มีแถลงนโยบายพอดี เอ่อ มันก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน 2 มุม ตรงนี้ก็เลยหยิบมาถาม เป็นโพลเนี่ย กรณี ป.ป.ช. ที่ยื่นศาลวันเนี้ย ในคดี 44 ส.ส. ท่านคิดว่าเหมาะสมหรือเปล่า ที่ยื่นวันเดียวกันกับที่มีการอภิปรายนโยบายในสภานะครับ แสดงความเห็นมาได้ในโพลเรานะ มีทั้ง YouTube มติชนทีวีนะครับ แล้วก็ในช่องแชท อันนี้ในรายการสดสำหรับ YouTube แล้วก็อีกช่องทางนึงใน Facebook The Politics นะครับ สะดวกช่องทางไหนก็ทำช่องทางนั้นนะครับ สะดวกทุกช่องทางก็ยินดีครับ แล้วก็ทำโพล ยังสามารถเข้ามาร่วมพูดคุย มาร่วมสนทนากันได้ในรายการเช่นเคยนะครับ
หลักๆ ช่องทางการติดตามก็ YouTube มติชน TV นะครับ Facebook นะฮะ The Politics นะครับ แล้วก็อีกหลายช่องทาง Facebook นี่มีหลายช่อง สะดวกช่องทางไหนก็เอาช่องทางนั้น แล้วก็ใน TikTok นะครับ แต่ว่าหลักๆ เราจะชวนสนทนาทั้ง เอ่อ ใน YouTube อ่า แล้วก็ Facebook เป็นหลักนะครับ แต่ช่องทางอื่นก็ฟังกันได้ ท่านผู้ชมฟังกันได้นะครับ อ่ะก็เข้ามาคุย มีประเด็นอะไรแลกเปลี่ยน มีประเด็นอะไรถกเถียงในช่องแชทได้เลย ใน YouTube สวัสดีคุณวิพาทวิทย นี่มาไวตลอดนะฮะ เอ่อ บอกเทพเทพ หรือมารมันก็มีกิเลสตัณหาต่างกัน เอ่อ ไม่ อย่างใดก็อย่างหนึ่ง โอ้โห นี่มาเป็นปรัชญาชีวิตนะฮะ อ่ะ คุณพี่พานี่มาเร็วตลอดอ่ะ แล้วก็คอมเมนต์ ท่านอื่นเข้ามาคอมเมนต์กันได้นะ หรือวันนี้จะเริ่มหยุดกันแล้วหรือเปล่าเนี่ย เห็นวันนี้ขาออกนี่รถเริ่มเยอะแล้วนะ หรือจะเริ่มลาลายหยุดกันแล้วนะฮะ อย่ามาคุยกันได้นะ เอ่อ สวัสดีคุณโสภลใน Facebook นะครับ สวัสดีคุณสวาท บอกคนอยากแกล้งเค้าครับ เอ่อ คนไหนเอ่ยนะฮะ อ่ะก็ว่ากันนะครับ อ่า ส่งความเห็นกันเข้ามาได้ทุกช่องทาง เดี๋ยวจะหาจังหวะอ่านเป็นพักๆ แล้วก็เดี๋ยวตอนท้ายค่อยมาสรุปกันอีกทีนะครับ สำหรับความเห็นนะ ท่านผู้ชม
เอาล่ะฮะ มาก่อนจะไปเจออาจารย์ศิโรจ ก่อนจะไปเจออาจารย์พิษ เดี๋ยวผมใช้เวลาตรงนี้เล่าให้ฟังอย่างที่บอก ท่านผู้ชมฮะ วันนี้ 9 เมษายน วันแรก และพรุ่งนี้ 10 เมษายน วันที่ 2 ก็ถูกปักหมุดไว้บนปฏิทินการเมืองว่า 2 วันนี้จะเป็นวันที่รัฐบาลเขาจะแถลงนโยบายว่าเขาจะทำอะไรบ้างเนี่ย ในการเป็นรัฐบาลเนี่ยนะ ครับ ในสมัยนี้เนี่ย ก็จะเป็นการแถลงต่อรัฐสภา แถลงต่อหน้า ส.ส. แถลงต่อหน้า ส.ว. และแถลงต่อหน้าพี่น้องประชาชนให้ได้ฟังกัน ว่าเขาจะทำ 1 2 3 4 5 จากนั้นเขาก็จะให้ ส.ส. และ ส.ว. อภิปรายว่านโยบายที่เขาทำเนี่ย มันมีตรงไหนที่ดี มันมีตรงไหนที่ยังไม่พอ มันมีตรงไหนที่บกพร่องและควรจะเพิ่ม ก็เป็นเวทีที่เปิดให้นะครับ ส.ส. ทุกๆคนที่ประสงค์อยากจะอภิปรายเนี่ย ก็สามารถที่จะอภิปรายนโยบายของเขาได้ นี่จึงเป็นเวทีที่บางคนก็ใช้ เอ่อ ใช้คำว่าเปรียบเสมือนอภิปรายไม่ถึงกับไม้ไว้วางใจแต่คล้ายๆนะ ครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจย่อมๆ ในการซักซ้อม แล้วแต่ว่าระดับความเข้มข้นของเนื้อหาที่จะอภิปราย แต่หลักๆมันก็จะเป็นเวทีแรกของรัฐบาลที่ได้พูด และก็เป็นเวทีแรกของฝ่ายค้านที่ได้อภิปรายกัน เป็นเรื่องปรดปราว นโยบายรัฐบาลเขาเป็นอย่างไร จึงมีการจับตา
แต่ที่น่าจับตากว่านั้นก็คือว่า ท่านผู้ชม 1. ผมเล่าอย่างงี้ก่อน รัฐบาลนะครับ แม้จะเป็นรัฐบาลใหม่ แต่โครงสร้างรัฐบาลเนี่ย มันก็เรียกว่าเกินครึ่งอ่ะ ก็สืบเนื่องต่อจากรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งทั้งรัฐบาล รัฐบาลก่อนหน้าและรัฐบาลปัจจุบันก็กำลังเผชิญอยู่กับปัญหาเรื่องของราคาพลังงานนะฮะ ในการรับมือเนี่ย เรียกว่า โอ้โห ตู้ปัดตู้เป๋พอสมควร โดนเสียงวิจารณ์เยอะนะ ว่าจัดการได้ไม่ดีพอ ประชาชนเขาก็ทวงถาม อ่า ก็มีแผลติดตัวมาอยู่แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเขาก็มีการจับตากัน ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้านรอบนี้นะฮะ นอกเหนือจากพรรคประชาชน ซึ่งต่อมาจากก้าวไกลในสมัยที่แล้วเนี่ยนะ ครับ ที่ทุกคนมองว่าเป็นพรรคที่มีความถนัด เชี่ยวชาญในการค้าน แต่เป็นรูปแบบค้านในแบบของเขาเอง ที่ก็เกิดประโยชน์กับสังคมเนี่ย รอบที่แล้วเค้าเป็นพรรคเดียวที่เป็นพรรคใหญ่ที่สุด ที่เยอะที่สุดแล้วเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก แต่รอบนี้ฝ่ายค้านเนี่ย โอ้หมี พรรคประชาชน โอ้หมี พรรคประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้กลับมาเป็นฝ่ายค้าน นำโดยคุณอภิสิทธิ์ ที่แกก็ดูจะถนัดกับการเป็นฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาลหรือเปล่านี่นะฮะ เอ่อ มีพรรคกล้าธรรม มีพรรคเสรีรวมไทย โอ้โห เรียกว่าเขี้ยวๆ ทั้งนั้น คนก็เลยจับตาว่า นอกเหนือจากรัฐบาลแล้วเนี่ย ไอ้ฝ่ายค้านด้วยกันเอง นอกจากจะซักรัฐบาลแล้วเนี่ย บทบาทการแข่งขันกันของฝ่ายค้านในสภาเนี่ย มันก็น่าสนใจ ว่าแต่ละคนเนี่ยจะโชว์ฝีไม้ลายมือในการค้าน ได้ตรงใจกับพี่น้องประชาชนมากขนาดไหน
คือโดยปกติธรรมชาติ ท่านผู้ชมฮะ คนไทยชอบดูฝ่ายค้านอยู่แล้ว ชอบดูมวยรอง มันมันกว่า เพราะว่ารัฐบาลเขาก็ต้องพูดตามแบบของเขา ใช่มั้ย แต่ฝ่ายค้านเนี่ย เอ่อ สามารถที่จะ เอ่อ จับจ้องได้ไง วิจารณ์ได้ไง มันสนุกกว่าเวลาชมวยรอง นี่คือแบคกราวด์ก่อนจะมาถึงวันนี้ มันทำให้ประเด็นในการติดตามวันนี้นอกเหนือจากนโยบายรัฐบาลแล้ว คือฝีไม้ลายมือในการอภิปรายของฝ่ายฐาน จากจุดตรงนี้แหละครับ มันน่าสนใจ เพราะฉะนั้นผมจะไม่เริ่มจากรัฐบาลก่อน เพราะว่าทุกท่านคงทราบไปดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลเขาจะอภิปรายอะไร เขาจะแถลงนโยบายอะไรบ้าง เขาก็ร่างมาให้ดูแล้ว แล้วก็เผยแพร่มาให้ดูแล้วนะครับ เดี๋ยวค่อยวนกลับมา เราเห็นโครงร่างนโยบายของรัฐบาลอยู่ประมาณนึงแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะชวนทุกท่าน โดยเฉพาะคอการเมือง รายการ The Poic ทุกคนเนี่ย ได้ติดตามก็คือว่า ไอ้รูปแบบ ไอ้บทบาทการแข่งขันกันของฝ่ายค้านนี่แหละ มันน่าสนใจ
ผมเริ่มจากคนนี้ก่อน เอ่อ เพราะว่าทุกคนก็ต้องติดตาม ต้องรอดูว่าจะยังไง ในสภาวะเปลี่ยนผ่าน คือผู้นำนะครับ ของพรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวนเยอะที่สุด ก็คือพรรคประชาชน ซึ่งผู้นำ ณ เวลานี้ของเขาก็ยังคงเป็นคุณเทง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ ใช่ไหม ซึ่งวันนี้คุณเทงก็ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรก ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคประชาชน เนื้อหาน่าสนใจนะครับ เนื้อหาที่คุณเทงอภิปรายน่าสนใจ แกปูมา แกปูมาด้วยการบอกว่า เอ่อ การเรียกว่าการแบ่งงานของรัฐบาลนี้เนี่ย ไอ้การบูรณาการออกเป็น 5 คลัสเตอร์เนี่ย มันก็น่าสนใจ แต่กลายเป็นว่า ไอ้การที่แบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์เนี่ย มันเหมือนเป็นการแบ่งนะครับ เป็นการแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ให้ลงตัวมากกว่า เหมือนการแบ่งงานกันจริงๆ เออ เออนี่คือนี่คือประเด็นข้อสังเกตที่ คุณเทงแกตั้งขึ้นมาในฐานะที่เป็นผู้นำนะ ฮะ พรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวนเยอะที่สุดเนี่ย แกอภิปรายเป็นคนแรก หลังจากนายกเสร็จเนี่ย แกก็เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา น่าสนใจคือแกปูมาก่อน แกบอกเนี่ย หลังจากฟังนายกแล้วเนี่ย ทุกท่านนะฮะ มีความรู้สึกอย่างไรรู้สึกมีความหวังมั้ย เห็นอนาคตมั้ยนะควบคู่กับอนาคตประเทศที่นายกเค้าฉายให้เราเห็นหรือเปล่า แล้วถ้าไม่ล่ะ มันเป็นเพราะอะไรนะฮะ การอภิปรายต่อจากนี้เป็นข้อสังเกตถึงคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้ทุกคนรู้สาเหตุตรงนั้นชัดเจนมากขึ้น นี่คุณเทงว่าอย่างงี้ แล้วแกบอกว่าเนี่ย รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหารนะ เพราะว่าคุมอำนาจเบ็ดเสร็จ จัดทุกอย่างลงตัว เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดนี้แบ่งบูรณาการออกเป็น 5 คลัสเตอร์ แต่ไม่ใช่การบริหารการแผ่นดินอย่างที่นายกแถลงไปเมื่อสักครู่ แต่เป็น 5 คลัสเตอร์กลุ่มอำนาจ นี่แกตั้งประเด็นอย่างนี้ แล้วแกก็พูดมา 5 กลุ่มเนี่ยนะ เอ่อ เช่น อะไรอ่ะ บรรดามุ้งการเมืองต่างๆ ที่อดีตเคยอยู่พรรคอื่น แต่เลือกตั้งที่ผ่านมามาอยู่ภูมิใจไทยนะฮะ ก็มารวมกัน เอ่อ 2. เอ่อ ค้ำจุนรัฐบาลชุดนี้คือพรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ร่วมรัฐบาลขณะนี้ ที่บอกเต็มปากยอมขายวิญญาณตัวเอง เพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับภูมิใจไทยได้ นะฮะ ยกตัวอย่างตัวเลขสมการการเมืองบนหน้ากระดานอยู่แล้ว คงไม่ได้กล่าวหาเกินจริง ซึ่งมันก็เป็นประเด็นต่อในข้อที่ 2 ตรงนี้ แต่เอาเดี๋ยวว่าค่อยว่ากัน ข้อที่ 3 คุณเทงบอกว่า ดุลอำนาจสำคัญที่ทำ ได้ทำลายล้างอำนาจต่อรองของพรรคอันดับ 2 ในพรรคร่วมอย่างสิ้นเชิง คือพรรคร่วมอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยที่ร่วมในรัฐบาลปัจจุบัน มีรา 20 เสียงเป็นรุนอำนาจสำคัญที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะไปร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับ 2 นะฮะ ที่บอกเช่นนี้เพราะว่าหากปราศจากเสียงเหล่านี้ในการตั้งรัฐบาลแล้ว ภูมิใจไทยจะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าชักออกดึงพรรคอื่นมาสลับได้ตลอดเวลา และ 4. สมาชิกรัฐสภาที่ไม่ ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือว่าองค์กรอิสระอื่นๆ ที่อาจได้รับการแต่งตั้งจากพวกเขาเหล่านั้น ล้วนเป็นไพ่โป๊กเกอร์ที่รัฐบาลที่นำโดยภูมิใจไทยหยิบออกมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ใช้กลุ่มเกมก็ได้ทั้งทำร่างไหร่ก็ทำได้ ให้เป็นหน้าตาอย่างที่เขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามก็ได้อย่างที่ตัวเองกำลังโดนอยู่นะฮะ และยังปกป้องพวกพ้องอีก อะไรอีก และส่วนที่ 5 ก็คือกลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ใน เอ่อ ในค่ายรัฐบาลปัจจุบัน ส่งสัญญาณบอกกลุ่มว่ามาเถอะ มาอยู่กับผมเถอะ ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบที่ 2 และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง และคุณเทงแกก็บอกว่า เนี่ย ไอ้แบ่งเป็น 5 คลัสเตอร์แบบเนี้ย จริงๆมันไม่ได้อยู่มีประชาชนอยู่ในสมการเลย การตั้งรัฐบาลนี้เมื่อเริ่มต้นจากการล ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไร้ซึ่งเจตจำนง หรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกว่า เมื่อนายกแถลง 23 ข้อแล้วยังรู้สึกว่า เอ่อ ทำไมประเทศไทยมันยังไม่ได้เห็นอนาคตอะไรเลย นี่ฮะ น่าสนใจนะ ประเด็นที่คุณเทงตั้งมา 5 ข้อตรงนี้ 5 คลัสเตอร์ตรงนี้ ว่ามันไม่ได้แบ่งตามนโยบายอะไรหรอก มันแบ่งตามการจัดสรรคู่อำนาจต่างๆ ที่ก่อร่างสร้างตัวมาเป็น ครม. ชุดนี้ ที่ก่อร่างสร้างตัวมาเป็นภาพรวมตรงนี้แหละนะฮะ
แต่ท่านผู้ชมฮะ ไอ้ 5 ข้อสังเกต ที่คุณเทงตั้งมาเนี่ย มันกลายเป็นว่า มันเหมือนจะถูกบดบังไปด้วย สิ่งที่ตัวคุณเทงเองก็เป็นคนอภิปรายนั่นแหละ ซึ่งมันอยู่ใน 5 ข้อนั้นด้วย ก็คือในข้อที่ 2 ที่ผมบอกไป ซึ่งมันมีการพูดถึงพรรคการเมืองอันดับ 2 ของ ครม. ชุดนี้ ที่คุณเทงแกบอกว่า บอกเต็มปากว่ายอมขายวิญญาณให้ตัวเอง ไอ้ประโยคนี้ละฮะ มันมีปัญหา เพราะว่าหลังจากที่คุณเทงอภิปรายอยู่เนี่ย คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นะฮะ จากพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีแรงงานด้วยเนี่ย ลุกประท้วงแล้วบอก คุณเทงขอถอนคำพูดได้มั้ย ที่พลาดพิงมาพรรคเพื่อไทย แม้จะใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 แต่ความแต่หมายถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่าขายวิญญาณเนี่ย อันนี้เสียหาย ขอให้ถอน แล้วมันก็กลายเป็น กลายเป็นช่วงเวลาที่อาจจะมีการถกเถียงกันไประหว่างคุณเทง คุณจุลพันธ์ แล้วก็บรรยากาศในสภา ลองฟังบางช่วงบางตอนฮะ
ซึ่งพักด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและขายวิญญาณนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ย ได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วมก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ
นี่แหละฮะ มันเป็นช่วงหนึ่งที่คุณจรพันธ์ ลุกประท้วง ปรากฏว่าก็เป็นจังหวัดที่หารือกัน สุดท้ายคุณเทงนะฮะ ก็ยอมเปลี่ยนคำพูดตามที่ประธานสภาเ้าวินิจฉัย โดยบอกอ่ะ เปลี่ยนแล้วกัน เปลี่ยนเป็นคำว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ปรากฏว่า เอ่อ คุณจุรพันธ์ก็ลุกขึ้นอีกครั้ง แล้วพี่ปลายบอก อ่ะ ถ้าจะใช้วิธีตอดเล็กตอดน้อยนะฮะ ศักดิ์ศรีคุณภาพของพรรคท่านเดินตามนั้น ผมยอมอ่ะ เข้าใจว่ามีเสียงเท่านี้ อ่ะ ลองฟังเท่านี้ดูด้วยฮะ
พอแล้วครับผมผม
ครับโอเคครับขอบคุณครับจะได้เดินต่อครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ครับ
ผมอยากให้การประชุมเดินหน้าต่อได้ครับ คือจะใช้วิธีตอดเล็กตอดน้อยอย่างนี้ตามสะดวกครับ ศักดิ์ศรีของพรรคท่าน
พอแล้วครับพอแล้วครับ
คุณภพพอพอแล้วครับท่านเดินท่านจุพัน์ ครับพอยอม
พอพอแล้วครับผมผมไม่พอแล้วครับ
อ่ะนี่ฮะ เป็นจังหวะเรียกว่าทิ้งท้ายจากส่วนของคุณเท้งตรงนี้ มันเลยกลายเป็นว่าในมุมของพรรคประชาชนนะครับ อ่า ผู้นำพรรคอย่างคุณเทงอภิปรายอย่างที่บอก ประเด็นประเด็นที่แกนำเสนอเน่าสนใจนะฮะ ใน 5 คลัสเตอร์ที่แกพูดและชี้ประเด็นมาตรงนี้ มันก็กลายเป็นประเด็นที่คนหยิบไปพูดถึงเยอะอยู่ ว่าเออ มันก็มีเหตุให้ชวนคิดต่อทางการเมืองได้เหมือนกัน แต่ทันทีทันใดที่มันมีประเด็น กรณีที่ไปบางคนก็ใช้คำว่าแซะ บางคนก็ใช้คำว่าเหน็บ หรือบางคนก็บอกก็เป็นการอภิปรายทั่วไป แต่เนื้อหาเนี่ยนะฮะ มันก็สื่อไปถึงพรรคเพื่อไทยอย่างที่ทุกคนรับทราบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วสุดท้ายก็เกิดการประท้วงกันไปมา มันก็มีมุมเหมือนกันว่า เอ๊ะ ตรงนี้มันถูกช่วงถูกเวลาหรือเปล่า มันมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้น ผมทิ้งประเด็นไว้ตรงนี้ เดี๋ยวเดี๋ยมาขยายต่อแล้วว่า ไอ้ประเด็นตรงเนี้ย มันสำคัญอย่างไร แต่นี่คือพรรคประชาชน เขาเริ่มอย่างงี้ นี่คือฝ่ายค้านที่มีจำนวนเยอะที่สุดนะครับ พรรคประชาชนเขาเปิดมาอย่างงี้
ขณะเดียวกัน ในฝั่งฝ่ายค้านก็มีอีกคนนึงที่ดูเหมือนจะถูกพูดถึงในวันนี้เช่นเดียวกัน ในการอภิปรายนั่นก็คือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขากลับมาแล้วนะฮะ ครั้งนี้ไม่ได้มาในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ครั้งนี้มาในฐานะฝ่ายค้าน เป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมายืนอยู่ในจุดที่ทุกคนบอกว่าน่าจะเหมาะสม และถูกฝาถูกตัวสำหรับพรรคประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธิ์หรือเปล่า แกก็ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรค ก็เข้าใจว่าหลังจากคุณเทงไม่นานนะครับ คุณอภิสิทธิ์ก็เป็นคนขึ้นอภิปรายต่อ ซึ่งอันนี้เกริ่นอย่างนี้ก่อนนะ สำหรับแฟนคลับแม่ยกของประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธิ์ หลายคนบอกโอ้นี่แหละสิ่งที่อยากเห็น โอ้นี่แหละใช่เลยนะ เค้าพูดกันอย่างงี้ ซึ่งคุณอภิสิทธิ์แกก็อภิปรายครับ ถึง เอ่อ นโยบายของรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์บอกว่าเนี่ย สิ่งที่เราคาดหวังจากการแถลงนโยบาย คิดว่า 1. คือการที่ประชาชนสนับสนุนพรรคร่วมนบาลว่านโยบายที่ไปหาเสียงให้คำมั่นสัญญา เอ่อ กับประชาชนว่าจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น จะอยู่ในคำแถลงมั้ย 2. เป็นโอกาสของนายกในฐานะผู้นำที่จะได้สร้างความหวัง ฉายภาพทิศทางการเดินหน้าของประเทศ ซึ่งจะมีผลกับทุกคน และ 3. เป็นเอกสารที่สมาชิกสภาจะต้องใช้ตรวจสอบรัฐบาลต่อไป หลังจากอ่านตรงนี้แล้ว แต่คุณอภิสิทธิ์บอก แต่ อ่านไปอ่านมานะฮะ เหมือนมีบางอย่างที่ขาดหายไป ไม่สามารถที่จะผูกมัดตัวเองเหมือนช่วงหาเสียง เช่น ค่าไฟ 3 บาท และมีบางโครงการที่ยังขาดรายละเอียด เช่น ไอ้ เอ่อ โครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้านอะไรอย่างเงี้ยนะ แกก็พูดไปนะฮะ ตรงนี้แล้วคุณอภิสิทธิ์บอก หลายกลุ่มตนไม่รู้ถูกลืมหรือเปล่าในนโยบายตรงนี้ เช่น อสม. ที่ไม่ปรากฏอยู่ในเล่มว่าท่านจะสร้างขวัญกำลังใจ หรือยกระดับการทำงานของเขาให้ดีขึ้นอย่างไรแน่ มีแอบมีแอบเหน็บไปนิดนึงนะฮะ เอ่อ บางเรื่องไม่น่าเชื่อว่าถึงขนาดนี้แล้ว นโยบายเขียนสั้น เช่น นโยบาย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขียนแค่หลักว่าเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แล้วบอกจะสร้างสันติสุข อ่านนี่อันนี้ก็เสียบไปอีกทีนึง คือแกก็เริ่มปูมาแล้ว แกก็มีเส้นเรื่องแล้ว คุณอภิสิทธิ์บอก สิ่งที่อยากจะย้ำวันนี้คือจะถามว่าทำไมพวกเราไม่ได้รู้สึกว่ามีความชัดเจนในทิศทาง หรือมีความหวัง ขอให้เหตุผล 4 ประการคือ 1. นโยบายที่ท่านเขียนเนี่ย ใช้คำใช้คำว่าเขียนอีกพูดอีกก็ถูกอีก ท่านเขียนในสิ่ง ที่คนไม่แย้งไม่ว่าจะเป็น 3 หลักการบริหาร 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ เป้าหมายการบอกว่าเราจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ เป็นสิ่งที่อยากได้ แต่ไม่มีในเรื่องของรูปธรรม เครื่องมือจะใช้ จะใช้อะไร กรอบเวลาที่ชัดเจนคืออะไร ยกเว้นบางเรื่องเท่านั้น 2. วิธีบริหารที่ผ่านมาจากท่านทั้งหลายที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ ณ ขนาดนี้ 3. ประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการ ไม่มี ความรู้สึกและหัวใจของประชาชนอยู่ในการเขียนเลย และ 4. นะฮะ คือเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นหัวใจของการที่จะทำให้นโยบายสำเร็จ และแกก็ร่ายมานู่นนี่นั่นนะฮะ แล้วแกก็พูดถึงปัญหาที่ผ่านมา จนถึงรัฐบาลตรงนี้ด้วย ถึงที่สุดนะฮะ คุณอภิสิทธิ์แก คุณอภิสิทธิ์แกก็ค่อยๆ ปูเรื่อง ปูเรื่องมานะฮะ แล้วก็ชี้ให้เห็นประเด็น ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จนถึงช่วงหนึ่งนะฮะ ในช่วงท้ายเนี่ย คุณอภิสิทธิ์ก็บอกว่า การขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของประชาชน ทำให้ นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังและทิศทางให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมอยากให้จิตวิญญาณของท่านนายกเวลาท่านไปทำเทนสไตล์เชลชวนชิมเนี่ย มาอยู่ในนโยบายฉบับนี้บ้าง นี่ฮะ บอก โอ้โห นี่แหละประชาธิปัตย์ของแท้มันต้องแบบนี้ นะฮะ อ่า เจ้าวาจา นะฮะ และคุณอภิสิทธิ์ก็บอก เรื่องที่ไม่มั่นใจในความสำเร็จของนโยบาย คือสิ่งที่เขียนไว้ในหน้าแรก คือไม่มั่นใจว่าการบริหารหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็นจริง จะจับตาดูตั้งแต่เรื่องของเขากระโดงฮั้ว ส.ว. ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดว่าเยอะ ขอให้ไปตามดูด้วย รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้ เอ่อ สาธารณะเสียหาย ทั้งตึก สตง. พระราม 2 แต่ท่านอย่าลืมว่าคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ที่มีปัญหาเยอะแยะด้วย จะจับตาดูว่าจริงหรือเปล่านี่แกก็ตั้งคำถามปักเอาไว้ และแกก็ทิ้งท้ายให้นายกแล้วก็ ครม. ด้วย ซึ่งน่าสนใจมาก ลองฟังดูฮะ ลองฟังดู
การเข้าคิวนับผมยังแปลกใจว่าก่อนหน้าที่ จะได้รายชื่อคณะมนตรี ที่เป็นชุดปัจจุบันเนี่ย มีการพูดถึงบุคคลท่านนึงที่พูดทำนองว่าเขาไม่ผ่าน คุณสมบัติ ที่จริงสถานะเค้าเรื่องของเขาคือถูกกล่าวหาโดย DSI ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันบนนั้นหลายคนครับ รวมทั้งท่านนายกด้วยนั่งบนนั้นไม่ได้นี่ คือสิ่งที่เราต้องจับตาดูสุดท้ายครับท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านจะมาแถลงนโยบาย ท่านต้องผ่านขั้นตอนที่สำคัญก็คือการถวาย สัตว์ ในวันนั้นมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ว่าถ้าท่านจะทำตามตามคำปฏิญาณ ที่ทำต่อหน้าพระพักได้ ผลลัพธ์ที่จะต้องเกิดขึ้น คือต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องเกิดกับประชาธิปไตยที่ต้องงอกงามไพบูลย์และอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ผมกราบเรียนครับว่ารัฐบาลทุกชุดเข้าบริหาร ต้องมีทั้งความสำเร็จมีทั้งความล้มเหลว เข้าใจกันได้ แต่ สิ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้ทุกรัฐบาลก็คือ ถ้าแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเข้าพวกและไม่เคารพในกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการของประชาธิปไตย
อ่ะอ่ะนี่ฮะ คุณอภิสิทธิ์แล้วแกก็ทิ้งท้าย บอกเตือนนะ เตือนนายกนะ ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจนะ เห็นประชาธิ เอ่อ เป็นเพียงพิธีกรรมนะ เห็นเรื่องความมั่นคงจริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียง เครื่องมือทางการเมืองนะ ถ้าท่านไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักนะ และทุกคนในประเทศนะ เขาจะบอกท่านว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว นี่ฮะ โอ้โห นี่ต้องบอกว่าหลังจากคุณอภิสิทธิ์ขึ้นอภิปรายตรงนี้เนี่ย แฟนคลับแม่ยกกองเชียร์ประชาธิปัตย์ฟินกระฉูดเลย บอกโอ้หนี่แหละ สิ่งที่อยากเห็น หายไปนาน วันนี้ประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นกลับมาแล้ว อภิสิทธิ์ที่เคยชื่นชอบเค้ากลับมาแล้ว วันนี้สำหรับกองเชียร์นะ เน้นย้ำว่าสำหรับกองเชียร์ประชาธิปัตย์ เอ่อ ใน เอ่อ ที่เป็นฐานเค้าจริงๆเนี่ย เค้าบอกโอ้โห ฟินมาก วันนี้ฟินมาก เห็นคุณอภิสิทธิ์นะฮะ และพรรคประชาธิปัตย์แบบนี้นี่แหละ ของแท้แน่นอนนะฮะ สำนวนลีลาการอภิปราย โวหารใช่เลยนะ การเป็นเค้าเรียกอะไร นักเลงภาษา ใช้ภาษามาพูด ใช้ภาษาแปลงมาอภิปราย ถ้อยคำมีการปูเรื่อง วางเรื่อง บอกโอ้ใช่นะฮะ อันนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นจากฝ่ายค้านอีกคนนึงวันนี้ คือพรรคประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธิ์
ทีนี้กลับมาประเด็นอีกนิดนึงตรงที่ เมื่อสักครู่ผมบอกไปว่าตอนที่พูดพูดถึงคุณเทงใช่ไหม คุณเทงเป็นคนแรกในฝ่ายค้านที่ได้อภิปราย เพราะว่าเป็นผู้นำของพรรคประชาชน ซึ่งมีตัวเลข ส.ส. เยอะที่สุด ซึ่งในเชิงเนื้อหา ย้ำนะครับว่าในเชิงเนื้อหาของคุณเทงที่แกตั้งประเด็นมา ไอ้ 5 คลัสเตอร์ที่ไม่ได้แบ่งตามอำนาจการบริหารอะไรเนี่ย ที่มันแบ่งตาม เอ่อ โควต้าทางการเมืองเนี่ย เป็นประเด็นที่หลายคนบอก เออดี และชวนไปคิดต่อ แต่มันมีดอกจันนิดนึงตรงที่ บางช่วงบางตอนในการอภิปรายเนี่ย ลักษณะคือเหมือนว่ามีการกระทบกระเทียบไป ยังพรรคเพื่อไทยใช่ไหม ว่าอะไร ยอมขายวิญญาณใช่ไหม ที่ไปเข้าร่วมรัฐบาล หรือภาษาทั่วไปก็คือคือแซะนั่นแหละ บางคนบอกก็เป็นการแซะไปยังพรรคเพื่อไทย แล้วสุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็ เอ่อ ลุกขึ้นโต้ แล้วก็ แล้วก็ขอประท้วงให้มีการเปลี่ยนคำพูด แบบนี้ตรงจุดนี้แหละ มันกลายเป็นว่า มันก็เลยเกิดนะครับ มุมมองในการมองแล้วก็เปรียบเทียบเหมือนกัน คือ อ่ะ to be fair มุมของคน ที่ชอบเขาก็มีนะ ที่คุณเทงอภิปรายแบบนี้ แล้วก็เหน็บแนมไปยังพรรคเพื่อไทยแบบนี้ คนชอบเขาก็มี อันนี้ไม่ปฏิเสธนะครับ แต่จำนวนไม่น้อยเหมือนกัน สำหรับคนที่ติดตามการเมือง และคนที่ชื่นชอบพรรคประชาชนเอง บางส่วนเขาก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่า เอ่อ บริบทนี้มันควรจะไปแซะพรรคเค้าหรือเปล่า เอ่อ ถ้าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้จัดไปเต็มที่ แต่บริบทนี้เป็นการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ควรจะมุ่งไปที่ เอ่อ นโยบายหรือเปล่า มันก็มีคำถามแบบนี้เกิดขึ้น สำหรับการอภิปรายของคุณเทงเหมือนกัน บอกว่าไม่น่าจะไปติดตรงนี้เลย ไม่น่าจะไปแซะเค้าเลย อะไรประมาณนี้เนี่ย มันก็เป็นมุมตรงนี้
แต่ขณะเดียวกัน พอกลับมาที่คุณอภิสิทธิ์ บอก โอ้หนี่แหละนะฮะ ฟินๆ แฟนคลับบอกฟินเลย นี่คือนี่คือประชาธิปัตย์ที่ฉันอยากเห็น นี่คืออภิสิทธิ์ที่ฉันอยากเห็น ชื่นชอบ มันจึงเกิดการเปรียบเทียบและมองกันเหมือนกันว่า เออ นอกเหนือจากฝั่งรัฐบาลแล้วเนี่ย ในฝ่ายค้านรอบนี้เนี่ย มันก็เป็นการแข่งขันที่น่าจับตาเหมือนกัน ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ แล้ววันนี้ถ้าดูทรงนะ ดูแนวทางประชาธิปัตย์นะฮะ จากคุณอภิสิทธิ์ ไล่ลงมาเนี่ย ทุกคนมาแนวเดียวกันหมดเลยนะ ทุกคนมาแนวเดียวกัน เถือบเกือบแทบจะทั้งสิ้นเลย คือใช้ลีลาโวหารในการอภิปราย จุดนี้จึงน่าสนใจเหมือนกันว่า สำหรับฐานแฟนคลับบางส่วนของประชาธิปัตย์ ซึ่งก็เป็นคนเมืองใช่มั้ย แล้วก็ทางภาคใต้อีกไม่น้อยเนี่ย เมื่อเขาคืนฟอร์มของการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งหลายคนบอก เออ ดีแล้วแหละ ถนัดแล้วแหละ ควรจะอยู่ตรงนี้แหละ ประชาธิปัตย์ในการเป็นฝ่ายค้านเนี่ย กลับมาแบบนี้แล้วเนี่ย มันจะเป็นตัวนึงที่อาจจะมีผลมากน้อยขนาดไหนในระยะยาว กับพรรคประชาชนในบางพื้นที่ และในกลุ่มของคนเมือง อันนี้ก็มีการเปรียบเทียบกันในการชิงกันในการเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อวันจันทร์ผมสัมภาษณ์คุณช่อ คุณช่อก็บอกเหมือนกันว่า สำหรับรอบนี้ แต่การอภิปรายโดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลนี้นะครับ เอ่อ มันมีคำถามนึงว่าทำไมที่ผ่านมาคนสงสัยเยอะ คนวิจารณ์เยอะว่าพักส้มดูเหมือนจะฟุบๆ ดูเหมือนจะเซาลงไปหรือเปล่า คุณช่อก็บอกก็ไม่แปลก เพราะรอบนี้ เอ่อ ภูมิทัศน์ของฝ่ายค้านเนี่ย มันมีหลายพรรค และพรรคประชาธิปัตย์ช่วงหลังเขาก็ขึ้นมาได้ดี เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นโอกาสอย่างหนึ่งของพรรคประชาชนเหมือนกัน ในการที่จะฟื้นฟูตัวเองกลับมา หลังผลการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเวทีแรกอย่างการอภิปรายนโยบายรัฐบาล แต่ว่าใน เอ่อ พอเริ่มมาอย่างงี้ จึงเป็นจุดที่น่าสนใจเหมือนกันว่า เออ พอเราเห็นฟอร์มทั้งคุณเทง เราเห็นฟอร์มทั้งคุณอภิสิทธิ์ และคนอื่นๆในพรรคนะครับ หลังจากนี้เนี่ย ก็ต้องบอกว่าด้านนึงมันดีตรงที่ว่า มันก็มีตัวที่มาแข่งและทำให้พรรคประชาชนเองต้องสปีด แล้วต้องทำงานให้ดีมากขึ้นในการเป็นฝ่ายค้าน แต่ขณะเดียวกัน ถ้ามองในการแข่งขันเนี่ย มันก็ไม่ง่ายเหมือนกัน ที่ก็มีคู่ชิงอื่นๆ และอยู่ในบริบทที่ใกล้เคียงกัน มาสู้กันแบบนี้ นี่จึงเป็นจุดที่ เอ่อ น่าจับตา นอกเหนือจากการที่มองไปยังรัฐบาลแล้ว ซึ่งก็มีปัญหาของเขานี่นะฮะ ในมุมฝ่ายค้านเนี่ย มันก็มีมุมให้ดูอยู่ เพราะฉะนั้นนี่จึงทิ้งประเด็นกันเอาไว้ แล้วก็ให้ให้ได้ถกเถียงแลกเปลี่ยนกัน รวมถึงว่าเดี๋ยวผมก็จะชวนแลกเปลี่ยนกับ 2 ท่านนี้เหมือนกันนะ ครับ อาจารย์ศิโรจ ค้ำไพบูลย์ และอาจารย์พิพงษ์สวัสดิ์ ครับ
สวัสดี
สวัสดีครับอาจารย์
สวัสดีครับ
วันนี้ไม่ได้อยากเริ่มที่เอาอีกแล้ว คู่ นี้ทำไมเนี่ย อันนี้สงสงสงสัยจริงๆ คือเปิดมาต้องยิ้มกันก่อน คือหมายถึง
โอเตรียมกันมา เตรียมกันมา
ทุกรอบเลยเนี่ย
แล้ววันที่ผมสัมภาษณ์ทุกรอบเลย คือเปิดมา อาจารย์ยิ้มให้อาจารย์สิ
มีโอกาส มีโอกาสได้เจอกันก็ในรายการนี้แหละ
อ๋อ คือทีมรถกั้นหัวเราะคนนุ้ยนะ
จนผมสงสัย เอ๊ะไอ้ 2 คนนี้เค้าอะไรกันรือเปล่าเนี่ย เค้ายังไง เค้าเตี๊ยบกัน เจอหน้าแล้วยิ้มกันอะไรอย่างเงี้ย
ไม่ค่อยได้เจอกัน
อ๋อ ไม่ค่อยได้เจอกันใช่ไหม
ติดตามผลงานพี่เค้าทุกคืน
อ๋อ โอเค
จม่อมอะไรของเทั้งหลาย
แล้วก็มานั่งแซว แล้วก็มานั่งแซวกัน 2 คนเนี่ย เอางี้ เอางี้ ไม่ได้อยากเริ่มที่รัฐบาลก่อน เดี๋ยวเดี๋ยวมีเวทีรัฐบาล แต่ผมอยากเริ่มที่ฝ่ายค้านก่อน เพราะว่าวันนี้ คนก็จับตายเยอะว่าในฝั่งฝ่ายค้านเอง มันก็ดูเหมือนจะมีการแข่งขันกันอยู่ในทีมนอก จากซัดรัฐบาด้วยแล้วเนี่ย หลักๆเนี่ย คนจับตาไปที่ส้มกับฟ้า
ผมก็ตั้งประเด็นไปเมื่อสักครู่ จากสิ่งที่เห็นว่าในวันเนี้ย ในการอภิปรายของคุณเทง อาจารย์ก็มีมุมของคนที่เขาก็รู้สึกว่า เออ คุณเทงไม่ควรไปแซะเขาเลย
นะ 1 นะ 2 ขณะเดียวกัน วันนี้คนก็มองไปที่ performance ของคุณอภิสิทธิ์ บอกแฟนคลับประชาธิปัตย์ วันนี้ภาษาวัยรุ่นเบอกฟินน้ำแตกเลย
อันนี้ภาษาวัยรุ่นนะ ฟินน้ำกระฉูดเลยอย่างเงี้ย ว่าโอ้โห เนี่ยใช่เลยเนี่ย
เกรงใจว่าคนใช่ไม่ใช่วัยรุ่นอ
ไม่แต่ใช้แต่ใช้ศัพท์วัยรุ่นไง ใช้ศัพท์วัยรุ่นไง
แตกอีกเหรอ
เออเค้าบอกเนี่ย
ถ้าถ้าประเมินกันในมุม
เอ่อ ศัพท์ง่ายๆแบบจิกหมอนอะไรงี้ เอ่อ โทษฟิน จิกหมอน
เออ ฟินน้ำแตกนี่ไม่น่าจะใช่นะ
เอาคุณเทงก่อน ในมุมอาจารย์ อาจารย์มองมาที่ คุณเทงวันนี้ แล้วในมุมอาจารย์คิดว่า เป็นอย่างที่หลายคนตั้งข้อสังเกตมั้ย หรือว่าจริงๆก็มองว่าดีแล้ว
ให้เคก่อนก็ได้ กำลังฟินจิกมออ๋อฟิจิกอๆ ยก น้ำแตกทีหลัง
ขออภัย ขออภัย ผมไม่น่าไปจุดประเด็นด้วยคำนี้เลย ฟินจิกหมอน เอ่อ อ้าๆ อาจารย์พิยังไง
ผมว่ามันก็พิสูจน์ความเก่าเกมแล้วนี่ ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยนะ
เออ
คุณอภิสิทธิ์เนี่ย ปล่อยขึ้นเวทีไม่ได้นะ ถ้าแบบฟุตบอลนี่คือลากไปยิงแบบ
อ๋อ
ตลอดอ่ะ
เป็นเมสซี่เลย
ยิงแบบ โอ้โห เเก่าจริง
อ่า
แล้วมันมันชี้ให้เห็นจริงๆว่าประชาธิป เนี่ยแบบว่าฉันมาทวงของฉันคืนน่ะ
อื
ใช่มั้ก็คือคะแนนถัดคะแนนของส้มเนี่ย
อือ
ใช่มั้ครับคือเราพูดได้ว่าคะแนนส้มเนี่ย อย่างน้อยมันมาจาก 3 พาร์ท
ครับ
1 คือตัวเค้าเอง 2 ก็คือคะแนนที่เขาดึงมา จากแดง
โอเค
ใช่มั้ยครับ และในช่วงที่เขาเฟื่องฟูที่สุด ก็คือในช่วงก้าวไกลอ่ะ เค้าดึงจากน้ำเงิน เอ้ย เค้าดึงจากฟ้ามาเยอะ
จากงานวิจัยในกรุงเทพฯ ผมเคสในกรุงเทพฯ มันเห็นชัดเลยว่าคะแนนฟ้ามันหายไป
สวิงมาฝั่งนี้
คะแนนมันหายไป ฟ้ามันกลายเป็น 2 พาร์พระพระ เไปกับประยุทธ์ซึ่งทำไม่ได้อันดับ 2 แล้ว อีพมันมาทางนี้ ฉะนั้นตั้งแต่คุณอภิสิทธิ์มาเนี่ย คะแนนส้มมันเกิดความสั่นสะเทือน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะ
หมายถึงว่าคะแนนส้มในพาร์ทที่ดึงจากฟ้ามา
ใช่ ก็มันก็อาจจะทำให้ไปเหลือเท่ากับส้ม แดงเดิมใช่มั้ฮะ เท่ากับสมัยอนาคตใหม่
ครับ
ใช่มั้ย คือไม่ได้บอกว่าส้มน่ะไม่มีตัวตน
อ
แต่หมายความว่าประชาธิปัตย์ทำ งานตรงนี้ ซึ่งมันเห็นมันเริ่มเห็นไงว่าโมเดลของการ จัดการส้มอ่ะ ใช้คำที่เราชอบพูดกันน่ะ การจัดการส้มส้มอ่ะ มันไม่จำเป็นต้องเป็นโมเดลของการปะทะ
มันเป็นโมเดลของการแข่งขันในสภา
ครับ
ถูกป่ะ ฉะนั้นก็จะเห็นว่าน้ำเงินกับส้มอ่ะ ไม่ได้ซัดกัน ส้มมันอยากจะซัดไปแต่ทีมน้ำเงินเไม่ได้เป็นทีมซัดกับ
เค้าไม่ใช่ทีมแบกที่ที่มาซัดส้มถูกป่ะ
ครับ
เค้าก็ปล่อยอ่ะ แดงก็ก็แบกก็ซัดไปใช่มั้ น้ำเงินเค้าก็ไม่ได้ซัดแบบนี้
คุณคริสเค้าก็มีการเมืองอีกแบบนึง
ถูกมั้ฮะ มันคือมันมีหลายทีมและตอนนี้คือ ไม่ได้หมายความว่า
อ
ไปมองง่ายๆว่าเป็นการปะทะกับขั้วตรงข้ามอย่างเดียว
อ
ใช่มั้ครับ ฉะนั้นประชาธิปัตย์เนี่ย ท่าทีของประชาธิปัตย์เปลี่ยนไปเยอะ เมื่อหลายเดือนก่อนตอนมาหาเสียงที่คณะผม ในในงานที่ มีหลายพรรคอ่ะ เค้าก็มาพูดเหมือนเหมือน เหมือประชาธิปัตย์เนี่ยเหมือนถือยาวอ่ะ คือรอบนี้ยังไม่เลือกก็ขอให้เปิดใจ พรรคเค้าเปลี่ยนแปลงไปแล้ว อะไรอย่างเงี้ย คือ
ค่อยๆเกิดใหม่ มันพรรคเกิดใหม่กับตัวอะไรอย่างเงี้ย ฉะนั้น
เค้าก็ค่อยๆเก็บแต้มไปเรื่อยๆ ตอนเนี้ยนะ ครับวิธีการของการเล่นเขาก็ไม่โฉงฉากนะ แต่ว่าเปิดมาทีละเก็บแต้มจริงๆว่าตั้งแต่ หลังเลือกตั้งเนี่ยใช่มฮะ พรรคที่เก็บแต้มเยอะคือประชาธิปัตย์ใช่มฮะ หรือมีกระทั่งแบบหมอว่าลงอะไรเงี้ย คนเดียวก็เปลี่ยนสวัสดิการ สส. ก็ได้อะไรเงี้ยใช่มั้ มันทั้งๆที่แบบส้มเนี่ย เค้าสะสมมาตั้ง 3 ยุคใช่มั้ย ทำงานกรรมาธิการทำอะไรมาแต่
มันไม่ได้สะท้อนออกมาในการอภิปรายวัน นี้ว่าเอ้ยที่ข้าพเจ้าเคยเตือนมาในยุคย มันเป็นยังไง มาถึงพอเทงพูดเนี่ย มันไม่ได้เป็นการเปิดเกมที่
อื
1 คือแน่นอนเก๋าเกมสู้อภิสินไม่ได้ แต่ 2 มันไม่ได้ไปเปิดเกมให้คนอื่นในพรรคได้ เข้ามาต่ออ่ะ
อื
มันเป็นการเหมือนแถลงสรุปแล้วจะก้มหัวออกไปอ่ะ นึกออกป่ะ แบบล้าแล้วครับ อะไรอย่างเงี้ย มันยั้งมันยังไม่ถึงไง มันใจมันแต่ใจความรู้สึกของผู้คนเวลาจะมองแล้วมันรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่อ่ะ
ครับ
นะครับ มันก็ประมาณนี้ แต่ว่าใช้ไปวันนี้ เค้าก็เกมแบบนี้ เค้าถนัด
โอเค
ซึ่งก็ต้องชื่นชมเขา
ในทางนึงว่าพี่ก็เล่นเกมอย่างงี้เหอะ อย่าไปเล่นเกมนอกสภาพี่ก็เล่นเกมแบบนี้เถอะ
แต่มันมันมีดอกจันนิดนึงนะว่า ไอ้เกมที่ถนัด หมายถึงการถนัดในการใช้โวหารในการอภิปรายเนี่ย แต่ทำจริงอีกเรื่องนึงนะ
อันนั้นอีกเรื่องไง ไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยว อันนี้ทำหน้าที่ อ่า โอเค มันดูแล้วโอ
เทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่หลายคนคิดถึง
ออ
ใช่มั้แล้วก็ทำแค่นี้ด้วยไง งานกรรมาธิการ ผลักดันกฎหมาย อย่าไปหวัง
แต่เกมแบบเนี้ยเถ็ดถูกป่ะ คือส้มมันทำหลายเรื่องไง
อ่า ต้องดอกจันไว้ด้วย
ก็ส้มมันไปทำกรรมาธิการ มันพยายามผลักดันกฎหมาย ผู้ขนาามันทำเยอะ
แต่ประชาธิปเนี่ยทำอย่างงี้แล้วก็ได้ได้ภาพ
อ่า อ่ะในภูมจารย์ยังไงเเปิดมาแล้วเนี่ยเ ฟิไปแล้วเนี่ยพูดครบหมดแล้วเนี่ย
ไม่ดิมุมอาจารย์อยากฟังมุมอาจารย์บ้าง คือ คือมุมคุณเทงคนก็พูดเยอะ มุมคุณอภิสิทธิ์ก็พูดเยอะ อาจารย์จะแยกเคสหรือรวมทีเดียว ก็เลยอ่ะลองไล่ดูสิ
คือคือเรื่องคุณเทงเนี่ยผมผมไม่ได้เห็น เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับส่วนใหญ่คนจะไป โฟกัสว่าเอ๊ะทำไมเขาต้องไป
ไปพลาดพิงเพื่อไทย ผมคิดว่าก็
ก็เป็นฝ่ายค้านเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นจะมีการอภิปรายพลาดพิงกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดา
ครับ
นะครับ สำหรับผมนี่เฉยๆ แต่ว่าก็คนก็อาจจะอยากเห็นเขาพูดถึงภูมิใจไทยมากกว่านี้หน่อยนึง
อ๋อ
นะครับ อันเเป็นสิ่งที่คนวิจารณ์ แต่ว่า ไอ้การพูดถึงภูมิใจไทยมากหรือน้อยเนี่ย
มันไม่มีเครื่องช่างตรงวัดไง มันแล้วก็แล้วแต่มุมมองอ่ะ
ใช่มั้ครับ บางคนก็จะบอกว่าทำไมยังว่า เพื่อไทยแต่ไม่ว่าภูมิใจไทยเยอะ
แต่ถ้าถามผม ผมก็รู้สึกว่า
ก็เค้าก็ว่าภูมิใจไทยไปหลายเรื่องแล้วเหมือนกัน
เออ
งั้นก็เรื่องเรื่องเทงเนี่ยผมคิดว่า
เค้าจะต้องทำให้คนเอ่อพรรคประชาชนจะต้อง ทำให้คนรู้สึกว่าเค้าเค้าเป็นพรรค 120 ที่นั่งให้ได้ตอนเนี้ยนะครับ คือ
โอเค คืออย่าลืมว่าตอนเเไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 เหมือนเหมือนรอบที่ผ่านมาก็จริง นะครับแต่ว่าเค้าก็เป็นพรรค 120 ที่นั่งซึ่ง ถือว่าก็ถือว่ามากอือ
นะครับ แล้วก็เอ่อ พอเป็นพรรคที่มีระดับ 120 ที่นั่งเนี่ย เสียงเขามันควรจะดังหรือมีน้ำหนักมากกว่านี้ ถ้าถามผมเนี่ย เสียงที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นนะครับ ผมไม่ได้เอ่อ มองเรื่องที่พรรคประชาชนจะไปพลาดพิง เพื่อไทยว่าเป็นปัญหาอะไร ผมคิดว่า
ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลทุกคนมีการพลาดพิง แบบใดแบบหนึ่งใช่มั้ยครับ คุณหนิมไปเป็น รัฐมนตรีประกันสังคม เอ่อ รัฐมนตรีแรงงานนะฮะ ยังมาแซะนู่นแซะนี่ว่าเฮ้ยเรื่อง ประกันสังคมก็ยังมีการเมืองเข้ามายุ่ง
อื
ขนาดนั้นเรื่องประกันสังคมหนิงยังวกมาได้ เพราะฉะนั้นผมว่าการแซกกันเนี่ยก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับผมเนี่ย ผมคิดว่าสิ่งที่ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนะครับ คือว่าพรรคประชาชนเนี่ย มี 120 ที่นั่งอ
แต่ตอนเนี้ยนะครับ เอ่อ แรงกระเพื่อมในการสร้างประเด็นเนี่ยนะครับ มันไม่เท่ากับสมัยที่มี 160 ที่นั่ง
น่าสนใจ
นะครับ มันหาย สส. มันลดลง 40 คนก็จริงแต่ ว่าเอ่อน้ำหนักเนี่ยมันมันเบาลงไปเยอะเลย
คืออาจารย์คิดว่าโดย performance ที่ผ่าน มาบวกกับบุคลากรบางส่วนเนี่ย อาจารย์คิดว่ามันยังกยังสร้างแรงกระเพื่อมได้มากกว่า
ใช่ครับ ก็คือจาก 150 เหลือ 13 120 ก็หายไปแค่ 30 ใช่มั้ยอ
แต่น้ำหนักหมัดเนี่ยมันเบาลงนะครับ การสร้างประเด็นต่อสังคมมันเบาลง ซึ่งมันอาจจะเป็นทั้งสถานการณ์ หรือว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองเปลี่ยนไป
เช่น อ่า อย่างเช่น ปี 62 -68 นะครับ โจทย์ใหญ่มันก็เป็นเรื่องประชาประชาธิปไตยกับเผด็จการ เออใช่ๆ
เจอโจทย์ซึ่งคนที่ชนะเลือกตั้งไม่ได้ตั้งรัฐบาลนะครับ ตั้งแต่สมัย 62-66
เพื่อไทยชนะก็ไม่ได้เป็นเรื่องเผด็จการ 66-68 ก็เป็นเรื่องซึ่งพรรคชนะอันดับ 1 คือเขาไม่ได้เป็นมันก็ยังเป็นเรื่องทำนองนั้นอยู่ แต่รอบนี้เนี่ย อันดับ 1 มันคือพรรคภูมิใจไทย
ครับ
นะครับ เพราะฉะนั้นโจทย์เปลี่ยน อารมณ์คนก็เปลี่ยนนะครับ ผมว่าเค้าก็ต้องตั้งหลักให้ได้ว่าใน เอ่อ สมรภูมิแบบใหม่เนี่ย
อื
เกมของพรรคประชาชนจะเป็นยังไง ที่อาจารย์พิพูดเนี่ยก็ถูก เพราะว่าพรรคประชาชนเนี่ย จุดแข่งของเขาจริงซึ่งทำ งานได้ดีคืองานในสภา
อื
ใช่มั้ครับ เราจะเห็นว่าในงานทำการทำการทำงานกรรมาธิการในสภาของเขาเนี่ย ถือว่าดีนะ ครับ แล้วก็เมื่อวานนี้ผมก็เช็คว่าตอนกลางคืนตอนเย็นเนี่ย สส. พรรคไหนเหลือเยอะที่สุด
คือเช็คทุกรอบทีไร สส. พรรคประชาชนมันเหลือเยอะเพื่อนนะ พรรคอื่นเนี่ยเดี๋ยวมันก็หาย เดี๋ยวมันก็หายเดี๋มันก็หาย เพราะฉะนั้น การทำงานในสภาของเขาเนี่ยดีนะครับ แต่ว่า
มันเป็นการทำดีในแบบที่ทำดีมาตลอดอยู่แล้วไง แต่ณวันนี้อยู่
ใช่ แต่เพราะณวันนี้สภามันเป็นสภาชุดใหม่ มันมีรัฐบาลใหม่ คนก็อาจจะอยากเห็นรสชาติใหม่ๆ จากพรรคประชาชน ซึ่งตอนนี้ถ้าเปรียบเป็นร้านอาหารเนี่ย เหมือนกับเค้ายังหารสชาติใหม่เนี่ยไม่เจอ
อ่า
ใช่มั้ครับ เดินมี 150 ที่นั่ง รู้้วิธีปรุง
โอเค
ว่าจะเค้าจะพูดเรื่องประชาธิปไตยยังไง เจะพูดเรื่องการทำงานในสภา การผลักดันเรื่องนิติบัญญัติยังไง
อ
นะครับ การตั้งคำถามกับเรื่องเพื่อไทย การตั้งคำถามกับกองทัพยังไง แต่รอบนี้เนี่ย เหมือนกับว่าสูตรใหม่ในการปรุงเนี่ยยังไม่เจอ สูตรเก่าที่ติดตลาดในเรื่องสภาเนี่ย คนรู้อยู่แล้ว เป็นจุดแข็งนะครับ สูตรเรื่องการขยันทำงานในสภา ทุกคนเห็นอยู่แล้ว
แต่วันนี้คนอาจจะอยากให้ร้านนี้มันมีเมนูใหม่ๆไง ทีนี้เมนูใหม่ๆเนี่ย มันยังไม่ออกไง
ซึ่งแล้วก็ไม่ง่ายด้วยนะ
ก็ไม่ง่าย แล้วแล้วคนก็มีสิทธิ์อยากเห็นเมนูใหม่ๆ
ไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเมนูเก่าผมไม่ดีนะ แต่คน
มันก็
คนอยากเห็นเมนูใหม่อ่ะ เหมือนกับคุณมีแฟน คุณก็อยากจะเห็นแฟนแบบทำผมทรงใหม่บ้าง หรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ย
ใช่มั้ครับ
แฟนคุณก็อยากเห็นคุณทำผมสมคุณถึงไปดัดผมไง
อ
ใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ทีนี้ในกรณีคุณอภิสิทธิ์เนี่ย ผมคิดว่าก็
เอิ่ม คุณพิสิทธิ์ หรือประชาธิปัตย์รอบนี้ถูกชมเกินกว่าเหตุเกินไป
อ่า
สำหรับผม
นะครับ คือ
โอเค ว่าเค้าเป็นพรรค 22 ที่นั่ง ซึ่งเขา สร้างประเด็นได้ดีเกินขนาดพรรคเค้า อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องความประสบการณ์ประสบความสำเร็จนะครับ แต่ว่า
ถ้าถามว่าการ เอ่อ ผลักดันประเด็นใหญ่ๆ ของประชาธิปัตย์รอบนี้คืออะไร ภาพนี้มันยังไม่ค่อยชัด
อื
พรรคประชาชนตอนที่เเป็นฝ่ายค้านเนี่ย จุดนึงที่เราเห็นว่าเค้าทำ เอ่อ ได้ดีคือผลักดันนโยบายอ
นะครับ ซึ่งต่อให้อาจจะไม่มีผล
เพราะเค้าไม่ได้เป็นรัฐบาลเนี่ย แต่ว่ามัน สร้างแรงกระเพื่อมทางความคิดได้
อื
อย่างเช่นเรื่องของการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เราก็เห็นแล้วว่าวันนี้คุณอธิินพูดเรื่องทหารเกณฑ์อาสา หรือทหารอาสา
ซึ่งมันก็คือการเอาเรื่อง
ยกเลิกการเกณฑ์ไปแปรรูปใหม่อย่างเงี้ย
ประชาธิปัตย์เนี่ย ยังเป็นปัญหาแบบนี้อยู่ คือเค้าไม่สามารถจะผลักดันวาระทั้งสังคม ได้
อื
นะครับ สิ่งที่ประชาธิปัตย์ทำได้เนี่ยก็คือ การเมืองเชิงวาทกรรมนะครับ ซึ่งการเมืองเชิงวาทกรรมเนี่ย ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งของประชาธิปัตย์มากๆ อ
นะครับ ทั้งในแง่ความหมายบวกและในความหมายลบนะครับ แต่ว่า
ถ้าถามว่า เอ่อ ประชาธิปัตย์สามารถจะผลักดันวาระทั้งสังคมอะไรได้มั้ยเนี่ย ต้องถือว่ายังน้อยอยู่นะครับ แต่ก็ต้องให้ความ เป็นธรรมว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในสภา นะครับมา
เอ่อ 6 ปีก็ถือว่านานพอสมควร เช่นเดียวกับคุณกร ดังนั้นก็
ก็มีโอกาสจะต้องแก้เกมนะครับ จะผลักดันวาระทางสังคมยังไงให้มันให้มันเป็นประเด็นขึ้นมาให้ได้เนี่ย ผมก็อยากเห็นประชาธิปัตย์ทำเรื่องพวกนี้ได้เหมือนกัน
โอเค ถามต่อ เดี๋ยวจะวนกลับไปอาจารย์พิ
แสดงว่าจุดต่างโอเค ถ้าวันเนี้ยมองเฉพาะ โจทย์ performance ในสภาซึ่งในสภาภาเนี่ย มันคือการตีฝีปากมันคือการพูด
อืฮึ
วันนี้ก็ถามว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์ได้แต้มจาก การพูดมั้ย สำหรับหลายๆคนก็อาจจะมองว่าได้แต้มครับ
แต่ถ้าคิดต่อจากอาจารย์ก็คือว่า แต่จุดต่างในระยะยาวต่อไปในการชิงพื้นที่ฝ่ายค้านกันระหว่าง เอ่อ ส้มและฟ้าเนี่ย จุดต่างของพรรคประชาชนและฟ้าก็คืออยู่ที่ว่า พรรคประชาชนเนี่ยเขาในแง่ของการทำงานในสภามันเด่นกว่า
ในแง่ของการผลักดันประเด็นทั้งในสภาและนอกสภามันเด่นกว่า คือเนี้ยจะคือจุดตัดว่า ถ้าจะแข่งกันระยะยาวตรงนี้ อาจารย์ยังมองว่าส้มยังทำได้ดีกว่าฟ้าตรงนี้นอกเหนือจากแค่แค่ว่าการพูดอย่างเดียวถูกมั้ย
ฟ้ายังไม่ได้ทำไง คือเราไม่รู้ว่าวาระทางสังคมของเขาคืออะไร วาระของประเทศเขาอยากจะผลักดันคืออะไรนะครับ มันมีแค่ 2 เรื่องที่ประชาธิปัตย์พูดนะครับ แล้วก็ถือว่าสร้าง impact ได้ก็คือการพูดเรื่องภาษีลาภลอยอ
นะครับ หรือการถกเถียงเรื่องค่าการกลั่น แต่ว่าก็เป็นการพูดในบริบทที่สังคมเนี่ย สนใจเรื่องนี้เยอะอยู่แล้ว
นะครับ แล้วคุณคุณกรายอธิบายภาพรวมได้ดี คือผมคิดว่ารอบนี้สิ่งนึงที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคประชาชนก็คือ เค้ามีการกลับมาของคุณกรุณอภิสิทธิ์
อ
นะครับ ซึ่งคุณกรกับอภิสิทธิ์เนี่ยนะ ครับ อย่างน้อยก็คนนึงเคยเป็นนายก คนนึงเป็นรัฐมนตรีคลังนะครับ
ทำงานดีหรือไม่ดีเราก็ไม่รู้แล้วแล้วแต่ มุมมองใช่มั้ยครับ แต่ว่าอย่างน้อยเนี่ย ความเป็นรัฐบาลเคยเป็นรัฐบาลมาเนี่ย มันสามารถจะอธิบาย
เรื่องต่างๆในแง่มุมเชิงกฎหมายนะครับ หรือว่าการนำไปปฏิบัติได้นะครับ พรรคประชาชนเนี่ย จุดเด่นของเคืออภิปรายเรื่องโครงสร้างได้ดี
เพราะผลักดันวาระเรื่องโครงสร้างได้ดีนะ ครับ เรื่องปฏิรูปพลังงานต่างๆ ต้องให้เครดิตเค้า
นะครับ แต่ว่าการที่เขาไม่เคยเป็นรัฐบาลเนี่ย มันก็ทำให้เขาจะไม่ค่อยเห็นภาพรวม ว่าเรื่องกฎหมายต่างๆ นะครับ จะใช้กฎหมายต่างๆ ให้มันผลักดันประเด็นของเขาได้ยังไง
ใช่มั้ครับ อ่ะอย่างเรื่องภาษีลาภลอยเงี้ เป็นสิ่งที่คุณกรเนี่ยในฐานเป็นรัฐมนตรีคลังเนี่ย เห็นประเด็นเก็เก็ขยายผลได้ อาจารย์ต้นแกก็พูดนะครับ ไม่ใช่ไม่พูดนะ ครับ เพียงแต่ว่าพอเป็นคุณกรพูดเนี่ย คนเฮ้ย คนนี้เป็นรัฐมนตรีคลังฮะ
มันมีน้ำหนักบางอย่าง เพราะฉะนั้น
คุณกรกับคุณพิสิตเนี่ย เข้าใจจุดแข่งของตัวเองนะครับ แล้วก็จุดแข่งที่ 2 คนนี้เป็นเป็นสิ่งที่พรรคประชาชน ณ เวลานี้ยังไม่มี
อื
เพราะฉะนั้นมันก็มันก็แต่ละคนมันก็มีตลาดของตัวเองอ่ะครับ
เออๆๆ
เพียงแต่ว่าถ้าเกิดจะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เนี่ย จะมาถึงขั้นแบบรีเทิร์นเหมือนพรรคประชาชนเนี่ย ผมว่าอันเนี้ยชมเกินไปหน่อยเยัง 22 ที่นั่งอยู่
อ่า โอเค อาจารย์พิครับ เอ่อ ถ้ามองในระยะต่อไป จุดต่างระหว่างส้มกับฟ้าจะเป็นอย่างที่ ผมถามจะเป็นสิ่งที่อาจารย์ศิโรจวิเคราะห์ไปว่า มันอาจจะอยู่ที่ เอ่อ คุณสีฟ้าเอาจจะเด่นเรื่องของลีลาการอภิปราย แต่ในเรื่องของการทำงานในสภาเนี่ย สีส้มยังมีจุดแข็งตรงนี้อยู่ในระยะยาวของ
เยอะเยอะกว่า แต่ว่าวันนี้ที่เราพูดเนี่ยนะครับ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมในความหมายว่า เรามีข้อมูลประมาณ 1 ครึ่งวันเอง
อื่
ใช่ๆ เรายังไม่เห็นข้อ
เดี๋ประชาธิปัตย์หมดก็หมดไง ส้มเยังมาเรื่อยๆ
ตัวจี๊ดเยังไม่หมดในเวทีว่า
ใช่ แค่ว่าตอนสตาร์ทเนี่ย
อืฮึ
ใช่มั้ย สตาร์ทเนี่ยเอาต้องยอมรับว่า ประชาธิปไตยเขาวิ่งได้สวยตอนต้นแรงกว่า แต่เกมมัน 2 วัน
ยังมีตัวอีกเยอะที่จะค่อยๆออกมาใช่มั้ย เพียงแต่ว่าแต่การเปรียบเทียบเนี่ย
อีกอย่างที่เราจะต้องรำลึกถึงเสมอในการเปรียบเทียบส้มกับน้ำกับฟ้าเนี่ยก็คือว่า ส้มเนี่ยเขาไม่ได้เหมือนการวิ่งแข่งอ่ะ ส้มเนี่ยเขาไม่ได้วิ่งแบบเดียวกับที่ฟ้าวิ่ง ฟ้าเไม่มีอะไรจะเสีย เขาวิ่งเก็บแต้ม ของส้มเนี่ยคือมันมีคนซุ่มอยู่ตลอดทางแล้วก็ ยังแบกยังลากขาอยู่ด้วยอีก
ฉันเวลาวิ่งไปเก็ต้องเลิกลากดูโน่นไปดูนี่ไปหมด เวลากูยังวะเจะดึงกูออกเมื่อไหร่ วะ
ความรู้สึกมันเป็นอย่างนั้น คือการดูส้มเนี่ย มันเป็นการดูเหมือนกับ
เป็นการดูสงครามน่ะ แล้วตัวเค้าเองด้วย เห็นมั้ยครับว่ามันมันมีความเอ่อ
อื
ขมขื่นน่ะ
นิดนิดหน่อยอยู่ในอยู่ในสำเนียงตลอดเวลา ซึ่งมัน
มันมันไม่เหมือนกับว่าเค้าโล่งพอที่เขาจะลงมาเล่นในเกมนี้ว่ะ ในช่วงเคือความรู้สึกของกองเชียร์มันจะรู้สึกอย่างงี้ว่า มันมันมีอะไรที่มันไม่เป็นธรรมที่จัดการพักเอยู่
แล้วก็เอาให้มันจบๆได้มั้ยก็ไม่จบซักที ก็จะดึงไปเรื่อยจนคนก็คลุมเครือว่าอ้า ตกลงจะดึงออกไปวันไหน ถ้าดึงออกไปคนใหม่จะเสียบเข้ามาได้หรือยัง หรือไม่มีอีกดอกนึง ก็คือเดี๋ยวก็เอาทั้งพักจากสปเกตอร์ C อีกคือ
อื
คือมันมีอะไรที่แบบว่าซีรียส์ Unfortunate Event ตลอดเวลาเหมือนในหนังอ่ะ คือเวร กรรมมันไม่จบไม่สิ้นซักทีอ
ใช่มั้คือความรู้สึกในการดูอ่ะ ถ้าเราเอาเรื่องนี้ใส่เข้าไปด้วยปุ๊บเนี่ย โอเคเราเห็นใจ แต่ถ้าถามว่าดูหมัดต่อหมัดตอนเนี้ย เราก็มันเหมือนเราดูเราดูลิเวอร์พูลวัน ที่แบบ 04 อะไรเงี้ย นึกออกว่าคือว่ามัน
มันคือมันเหมือนผมไม่ได้แฟนลิเวอร์พูล ผมเข้าใจได้ว่ามันเหมือนกับ
เฮ้ย มันเคยดีกว่านี้ เคยนั่นกว่านี้ ทำไมวันนี้เล่นไม่ออก ความรู้สึกคือทำไมเล่นไม่ออก
เออ
ใช่มั้แล้วเราก็รู้ว่าเค้ามีอะไรในใจอยู่ แต่ทีนี้คือถ้าเค้าไม่สะสสะไม่สลัดสิ่งเหล่านี้ออกแล้วแล้วออกมาสู้เนี่ย ไอ้กองเชียร์มันก็มันก็เหนื่อยไปด้วย แต่เราก็เห็นใจ
เพียงแต่ว่าในหน้าเกมเนี่ย
มันเหมือนกับเค้ามีอะไรในใจอยู่อ่ะ วันนี้เค้าไม่โล่งอ่ะ เวลาเค้าสู้อ่ะ ใช่มั้ย แต่ว่าโอเค เค้าที่ไม่ได้ไม่ได้จะพูดอะไรมาก ต้องการพูดให้เห็นว่าในการเปรียบเทียบอ่ะ มันมีสิ่งที่ต้องพิจารณาว่า
อ
การลงสนามมันไม่เหมือนกัน
อื
อืออือ ใช่มั้ย ฟ้าเนี่ยเลงแบบไม่มีอะไรเสีย เพราะเเสียไปหมดแล้ว
อื
เพิ่งกลับมาได้ประมาณนี้
อันนี้คือเซตซีโร่เลยนะ
เก็บเพิ่งเิมมาเหมือนบอลเพิ่งกลับมา ดิวิชั่นเพิ่งกลับเข้าดวิชั่นใช่มั้ย ไอ้ อีกคนนึงคือแบบ
ล่อแหล่โดนโทษอยู่ไม่รู้จะยังไงใช่มั้ เค้าก็มันมันบรรยากาศอย่างงั้น ทั้งๆที่จริงๆ คนใหม่ๆมีเยอะ อื
ใช่มั้ย ที่เติมเข้ามามีแต่ว่าบทบาทตรงนั้นเหมือนจะยังไม่ชัด
อื
ใช่มั้ก็เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่าง แล้วอีกเรื่องนึงที่ต้องย้ำคือถ้าเราจะเรียกว่าระบอบระบอบอนุวินเนี่ยใช่มั้ย ครับ เค้าไม่เป็นศัตรูกับใคร ความหมายนี้กับในทางการเมืองใช่มั้ย เค้าไม่เผชิญหน้าในลักษณะที่แบบวิธีการเล่นการเมืองของเขาอ่ะ อ่ะ ด่าเค้าอ่ะ หนิมรอหนูหนูรอหนิมเอามาเป็นพวก ใช่มั้ยฮะ คุณธรรมรัตน์ก็ยังไปจับมือได้ ใช่มั้ย ส้มก็ไม่ได้ปะทะมาก ใช่มั้ย แล้วยังบ่อยนะว่าอะไรดีก็จะเอา ใช่มั้ย ฉะนั้นคนกำลังเล่นกับการเมืองที่ไม่เหมือนเดิม อื
การเมืองแบบเดิมแบบคุณประยุทธ์แบบพรรคเพื่อไทยช่วงที่แล้วมันมีมิตรศัตรู
อื
ใช่มั้ย เออคือของคุณอทินเนี่ย ภาพของคุณอทินคือไม่เป็นศัตรูกับใคร
อื
ใช่มั้อึดอัด เสียดายอย่างงั้นอย่างงี้คือ เป็นการเมืองแบบนี้ ฉะนั้นไอ้พรรคที่เล่นการเมืองแบบเกมปะทะอ่ะ
อื
มันออกออกอาการยาก มันออกหมัดยาก มันออกหมัดยาก เพราะว่าเค้าไม่ปะทะด้วย
ในแบบนั้น
อืออือ
ใช่มั้ยฮะ และอีกอย่างที่ผมชอบดูอันนี้คือ ผมดูพวกฝ่ายเชียร์ด้วยนะ
พวกฝ่ายเชียร์ก็เชียร์สนุกเลยนะว่าโอ๊ยดี งามมากครับ คือหมายความว่า
มันเสียเวลานั่งดูฝ่ายที่แบบสนับสนุนนโยบาย นึกออกป่ะ
อ๋อ พูดที่อยู่ในสภา
เออ ผมว่าเปลี่ยนไปเลย พูดกันคนเราเนี่ย หัวหน้าพรรคพูด พูดใส่ 3 คนนะ เป็น Q&A ไปเลย ถามแล้วก็ตอบ ถามแล้วก็ตอบ ดีกว่าประชาชนจะได้
รู้สึกดีกว่าอภิปรายไปเรื่อยๆ แล้วก็แบบ โชว์ของดีประจำจังหวัดอะไร
อื
คือมาเป็น Q&A เป็น sess เลย
อ
ผมมีคำถามเหล่านี้ แล้วก็ตอบ ผมมีคำถามเหล่านี้ในนโยบาย แล้วก็ตอบเนี่ย จะได้ไม่ ต้องมีพวกเราออกทีวี
อืเออ
ใช่มั้คนนี้ดูในสภาไปเลยว่า อ๋อ สส. คนนี้ เค้าอยากถามเรื่องนี้ หรือเค้าถามไปเลยก็ได้นะ ว่าจังหวัดผมได้อะไรจากนโยบายคุณ
อืๆ
ก็ถามเลยก็ได้
อื
ถูกป่ะ คือถามไปเลย แล้วก็เรื่องเนี้ย ผมอยากรู้ว่ารัฐมนตรีคนนี้ตอบได้มั้ย อะไรอย่างเงี้ย ก็
ครับ
เป็น Q&A ไปน่าจะสนุกกว่า อันนี้มันเหมือนไปพูดกับท่านก็พูดไปเรื่อย พูดไปเรื่อย มันความรู้สึกอ่ะ
พูด
คนสมัยนี้นี่ใช้ AI ดูคลิปสั้นหมดแล้วอ่ะ นั่งดู 2 วันมันไม่ไหวไง
เออ แต่ผมติดประเด็นนึงอยากชวนอาจารย์ศิโรจคุยต่อจากอาจารย์พิเนี่ยแหละ ที่อาจารย์พิบอกว่า ไอ้ประเด็นเรื่องของคดีอะไรทั้งหลายเนี่ย โดยเฉพาะไอ้ไอ้สำนวนของ ป.ป.ช. ที่มายื่นวันเนี้ย ป.ป.ช. เค้าบอกอาจารย์เค้าทำตามกรอบนะ
บังเอิญมาลงวันนี้พอดีอื
แต่หลายคนก็บอกอ
ใช่หรอ
อื
365 วันมีตั้งเยอะอ
ทำไมมาลงวันนี้
อ่ะ นั่นประเด็นหนึ่งว่าอาจารย์คิดว่า ไอ้เนี้ยมันมีผลต่อมันมีผลต่อสมาธิของพรรคมากน้อยขนาดไหน แล้วแล้วนัยยะทางการเมืองนี่อาจารย์เชื่อว่ามีมั้ย
ถ้าถามว่ามีผลกับสมาธิพระมั้ย ถ้าถ้าเกิดบอกว่าไม่มีผมก็โกหกใช่มั้ครับ คือ
คือต้องย้ำตรงนี้ว่าหลายคนยังไม่เข้าใจว่าเคสเนี้ยนะครับ มันหมายถึงการจะ
ตัดทางการเมืองตลอดไปนะ ของเทงของคุณไหม ของคุณท่อพิภพนะครับ ต่างๆนานานะครับ มันไม่ใช่แค่ตัดตลอดชีวิตนะครับ ในในคำวิจัยของศาลรัฐธรรมนูญรอบที่แล้วเนี่ย มันใช้คำว่าตลอดไปนะ ตลอดไปเนี่ยคือคุณตายแล้วไปเกิดใหม่ ชาติหน้าเค้าก็ตัดคุณต่อ เค้าไม่ได้ใช้คำว่าตลอดชีวิตนะ รอบเนี้ยจริงๆ
น่ากลัวกว่า
ไม่ใช่แค่งว่าตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดไปอ่ะ
ไม่มีชีวิตนะ ตลอดไป
เออ คือคุณไม่มีชีวิต เค้าก็ตัดสิทธิ์คุณน่ะ เพราะฉะนั้นมันคือการประหารแล้วผมว่า
อ
ผมว่าในที่สุดในใจคนเราเคก็ต้องคิดเหมือนเราว่า เอ๊ะ ทำอะไรผิดถึงขั้นจะต้องถูก เอ่อ ประหารชีวิตตัดสินทางการเมืองตลอดไป ใช่มั้ย ก็อย่างที่อาจารย์พิพูดมัน
สิ่งที่เกิดกับพรรคประชาชนมันเป็นโศกนาฏกรรม ซึ่งมันเกิดจากการที่พรรคเข้าชนะ
อันดับ 1 นะครับ แล้วทุกคนก็รู้สึกว่าจะต้องหาทางทำลายพรรคนี้ให้ได้นะครับ ผมว่าวันนี้ฉากใหญ่ของการเมืองไทยก็เป็นเรื่องของการพยายามทำลายพรรคประชาชน ยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่
กระบวนท่าในการทำลายมีหลากหลาย มีทั้งทำลายในสภา ทำลายนอกสภา ใช้พรรคการเมืองที่หลากหลาย และใช้การปั่นประเด็นที่หลากหลาย
ซึ่งในที่สุดแล้วเนี่ย ผมสงสัยด้วยซ้ำไปว่าทั้งหมดเนี่ย มันมีการโคออร์ดิเนตกัน โดยที่ตัวละครแต่ละกลุ่มไม่รู้หรือเปล่าว่าตัวเองมีเซ้นส์ในการโคออร์ดิเนตอยู่ นึกออกไหม คุณก็จะเห็นสไตล์พรรคเศรษฐกิจก็จะโฟกัสที่การทำลายพรรคประชาชน เคสหมอวรงค์ก็จะเน้นที่ทำลายที่พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีลักษณะแบบนี้ ภูมิใจไทย เพื่อไทยก็มีลักษณะแบบนี้ ถามว่ากล้าทำไหม ก็มี คุณดูในสภาเนี่ยครับ คุณคิดว่ามีพรรคไหนที่ไม่พร้อมจะทำลายพรรคประชาชนนะครับ เพียงแต่ว่าแต่ละพรรคเนี่ยใช้กระบวนท่าในการทำลายไม่เหมือนกัน
แต่ว่าทั้งหมดเนี่ย มันมีเป้าอยู่ที่การทำลายพรรคประชาชนนั้น จนนี่มันเป็นเรื่องใหญ่ ที่ผมว่ามันก็มีผลต่อคนที่ทำงานแหละว่า เอ๊ะ ทำไมเราต้องถูกทำขนาดนี้
แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องที่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงนะครับ ผมเห็นใจพรรคเนี่ยครับว่าโดนหนักมากจริงๆ
ทีนี้ผมว่ามีอีกประเด็นนึงที่ผมอยากจะพูด ก่อนที่ผมจะลืม คือเรื่องที่ผมรู้สึกมากกว่าในเวลานี้ก็คือคุณภาพของการทำนโยบายรอบนี้นะครับ รวมทั้งคุณภาพของการดีเบตเรื่องนโยบายรอบนี้ ผมคิดว่าโดยภาพรวมเนี่ยมันดรอปลงไปเยอะ
อย่างเช่นผมมีข้อสังเกตอย่างนี้นะครับ ถ้าผมผิดก็ขอโทษด้วยนะครับว่านี่เป็นการอภิปรายแถลงนโยบายที่คนสนใจน้อยที่สุดในรอบหลายปี แม้กระทั่งเทียบกับยุคพลเอกประยุทธ์เนี่ย ซึ่งเป็นคนที่น่าเบื่อมากที่สุด นายกที่น่าเบื่อมากที่สุดคนนึงเนี่ย คนยังสนใจตอนรัฐบาลประยุทธ์นโยบายมากกว่านี้เลยนะ เราดูบรรยากาศการทำงานของสื่อก็ได้นะ แทบไม่มีช่องไหนจัดรายการสดพูดถึงการพูดเรื่องนี้เลย
แต่ถ้าเป็น...
อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่มันเป็นการแถลงนโยบายที่คนสนใจน้อยมากไง สมมุติเทียบกับยุค... ข้อเท็จจริงคือเทียบกับยุคพลเอกประยุทธ์ เทียบกับยุคคุณเศรษฐา เทียบกับยุคคุณแพทองธารเนี่ย คนสนใจมากกว่า
ตอนนั้นคนที่สนใจในมุมแบบจับต้องได้คือคนมันก็หยิบนโยบายมาวิจารณ์กันเยอะ มาเยอะนะ หรือว่าดูการอภิปรายของฝ่ายค้านว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร แต่รอบนี้คนไม่สนใจเลยนะครับ
แล้วผมคิดด้วยว่านอกเหนือจากการที่คนไม่สนใจเลยเนี่ย แม้กระทั่งคุณภาพของนโยบายที่รัฐบาลเสนอเนี่ย ผมคิดว่าคุณภาพของการเสนอนโยบายรอบนี้ก็ไม่ดีนะครับ นโยบายส่วนใหญ่เนี่ยกว้างมากจนจับต้องไม่ได้ เช่นจะสนับสนุนภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ
คืออะไร
ไม่พูดว่าทำอยู่แล้ว
เออมันก็... มันเป็นนโยบายที่มันถูกปีของประเทศนี้อยู่แล้ว
คือพูดยังไงก็ถูก
แต่ผมมีคำตอบนะ ต่อจากเรื่องที่พี่ศิโรจพูด ให้พี่ศิโรจพูดหมด
ผมว่ารอบนโยบายมีปัญหาจริงนะครับ ในแง่ของการพัฒนานโยบายที่ดีกับประเทศเนี่ย ผมว่าน่ากลัว
แล้วก็ในการอภิปรายของพรรคการเมืองโดยรวมเนี่ย ผมว่าความสามารถในการชี้จุดอ่อนของนโยบาย รวมทั้งการพูดถึงประเด็นสำคัญก็ดรอปลง
อย่างเช่นรอบเนี้ย เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ก็คือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องพลังงาน ใช่มั้ยครับ แต่ว่าในการอภิปรายในสภารอบเนี้ย โจทย์ที่พูดเรื่องพลังงานที่สุดมันก็วนอยู่เรื่องน้ำมันกับเรื่องไอ้โม่ง ใช่ไหมครับ แต่โจทย์ที่มันมากกว่านั้นเช่น คุณจะปฏิรูปโครงสร้างพลังงานยังไง มันจมหายไปได้ยังไง รัฐบาลก็แทบไม่พูดเรื่องนี้
แตะแบบ...
แตะแบบเท่ากับที่พวกเราพูดได้อ่ะ ซึ่งคนเป็นรัฐบาลหรือสภาต้องพูดให้มากกว่าที่พวกเราพูดได้ไงครับ หรือว่าการพูดเรื่องการเปลี่ยนระบบการพึ่งพิงพลังงานจากฟอสซิล เป็นระบบอื่นให้มากขึ้นจะทำยังไง การพัฒนาพลังงานทดแทนจะทำยังไง
อย่างงี้ หรือสมมุติวันนี้เราเห็นแล้วว่าประเทศมีปัญหาเรื่องของการเกิดสงคราม และเกิดการขาดแคลนของการน้ำมัน เกิดการขาดแคลนของปุ๋ยอย่างงี้เนี่ย เรื่องที่มันควรจะมีการพูดคือว่าวันนี้เราเห็นวิกฤตแล้วเนี่ย เราควรจะคิดเรื่องการสต็อกสิ่งต่างๆที่จำเป็นสำหรับประเทศให้มากขึ้นไหม
เช่นเราควรจะคิดถึงการที่ประเทศควรจะมีสต็อกปุ๋ยสักปีนึงหรือครึ่งปีมั้ย
คลังน้ำมันนะครับ ที่ตอนนี้เห็นแล้วว่ารัฐบาลเราไม่มีน้ำมัน ไม่มีคลังน้ำมันเป็นของตัวเอง แต่หลายประเทศรัฐบาลมีคลังน้ำมันของตัวเองเนี่ย สังคมก็ควรจะต้องคุยเรื่องนี้แล้วไงว่า เอ๊ะ เราจะเป็นประเทศที่รัฐบาลไม่มีคลังน้ำมันสำรองตัวเองเนี่ย มันจะโอเคหรือเปล่า
ไอ้การดีเบตอย่างเงี้ยมันสำคัญในเวลานี้ด้วย แต่มันหายไปทั้งฝ่ายที่เป็นรัฐบาล และหายไปทั้งในฝ่ายที่ไม่เป็นรัฐบาล
คือพอบรรยากาศทางการเมืองมันหนืดลง คุณภาพในการเสนอนโยบายของรัฐบาลมันดิ่งลง ผมคิดว่าอย่างน้อยสภาต้องช่วยดันให้การเถียงกับเรื่องนโยบายเนี่ยมันสูงกว่ารอบนี้ ผมว่ารอบนี้มันดิ่งลงทั้งสภา
ลองนึกถึงไฮไลท์ของการทำงานในสภารอบนี้ ไฮไลท์มันเป็นเรื่องอะไรอ่ะ
ใช่มั้ยครับ ไม่ให้ สส.กินข้าวกลางวันอะไร
ซึ่งไม่มีสาระอะไร
คือกลายเป็นคนมันไปจำหรือว่าไปโฟกัสประเด็นอื่น
นอกจากตัวนโยบายเพียวๆที่จะมีการถกกัน
ใช่มั้ย หรือยังโอเคจะพูดได้เหมือนอย่าง หรือว่าจุดที่เรามองกันไว้คือกลายเป็นคนเข้าไปสนใจในเชิงว่า เอ่อ เทงแซะเพื่อไทย
เอ่อ...
อภิสิทธิ์ดูพูดดี แต่จริงๆในเชิงนโยบายที่มันควรจะถกเถียง
ใช่ ใช่ เพราะฉะนั้นผมว่าพอภูมิทัศน์ทางการเมืองเป็นแบบนี้ สิ่งที่คนมองในเรื่องการเมืองมันก็ดรอปลงไปแบบนี้ไง
คือผมว่าอย่างน้อยที่สุดนะครับ ในการเมืองช่วง 62-68 เนี่ย ข้อดีอย่างหนึ่งคือพรรคใหญ่ๆอย่างเพื่อไทยนะครับ หรือพรรคประชาชน หรือแม้กระทั่งพลังประชารัฐเองก็ตาม พยายามจะพูดเรื่องนโยบาย
ใช่มั้ย พลังประชารัฐก็พยายามเสนอนโยบายต่างๆที่มันค่อนข้างชัดว่าเขาคิดอย่างงี้ แต่รอบนี้เนี่ย มันไม่มีเลยไง มันดรอปลงไปหมดนะ เอาแม้กระทั่งประชาธิปัตย์รอบเนี้ยนโยบายอะไรที่ประชาธิปัตย์จะชูเป็นทางเลือกชนกับนโยบายรัฐบาล ภูมิใจไทย
มันดรอปหมดนะ เรากำลังพูดถึงขั้น ผมกำลังพูดถึงขั้นว่าแม้กระทั่งพลังประชารัฐตอนปี 62 เนี่ย ยังมีความชัดเจนเรื่องนโยบายมากกว่ามาตรฐานสภาชุดนี้เลย
ผมพูดถึงพลังประชารัฐที่ผมวิจารณ์มา 4 ปีนะครับ อย่างน้อยในยุคนั้นเนี่ย พลังประชารัฐ เพื่อไทย ประชาชนเนี่ย ความเข้มข้นในการนำเสนอนโยบายเพื่อเป็นทางเลือกเนี่ย ผมว่ามันเข้มกว่าตอนนี้อ่ะ
เหมือนอาจารย์พิบอกจะมีประเด็นคิดต่อหรือมีคำตอบ
คือตอบเรื่องนี้เนี่ยมันมีอยู่หลายๆ ประเด็นนะ ประเด็นแรกก็คือว่า อันนี้พูดเหมือนจะวิจารณ์มากหน่อย แต่ว่าจริงๆก็คือว่ามันสะท้อนให้เห็นจริงๆว่าการเมืองก่อนหน้านี้ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้เนี่ย
ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย ผมไม่ได้พูดกับคุณเท้งข้อ 1 นะ
ชัยชนะภูมิใจไทยมันไม่ได้มาจากนโยบาย
ถูกป่ะ ในเมื่อเขาไม่ได้มาจากนโยบาย แล้วก็ไม่เห็นว่าสิ่งที่ภูมิใจไทยพูดในวันนี้มันมีอะไร
เพราะเขาไม่ได้ชนะด้วยนโยบาย ใช่ ชนะด้วยการเมืองในพื้นที่ อย่าไปอะไรกนกไก คือชนะในพื้นที่
ถูกมั้ยฮะ แต่ในพื้นที่เขาไม่ได้นำด้วยนโยบาย มีโอเค อาจจะมีวาทกรรมชาตินิยม มีกระแสคนไม่พอใจพระอื่น กระแสคนไม่พอใจส้มบ้าง ไม่พอใจแดงบ้างก็มีใช่มั้ยฮะ แล้วการรวมตัวของแต่ละกลุ่มที่ไปลงกับเขา ซึ่งเขาชนะ
แต่พอยท์คือเขาไม่ได้ชนะด้วยนโยบาย
ที่เขาเรียกว่านโยบายเรือธง โครงการเช็คละครึ่งตอนนั้น หรือว่าวาทกรรมซึ่งก็ไม่ได้ชัดมากว่าวาทกรรมชาตินิยมมันถูกถอดมาเป็นอะไร วันนี้มันก็เลยเห็นว่าสิ่งซึ่ง
เอกลักษณ์สำคัญที่สุดของพรรคภูมิใจไทยก็คือการทำงานที่สอดคล้องต้องกันและให้ราชการนำ
อือ ถูก
ถูกมั้ยฮะ ฉะนั้นมันก็เหมือนราชการเป็นคนเขียนนโยบายอยู่แล้ว มันก็เลยไม่เห็น sense of urgency
แต่ว่าก็ต้องไม่ใช่วิจารณ์พรรคพรรคเดียว ต้องวิจารณ์ตัวเรา วิจารณ์สื่อ วิจารณ์ฝ่ายค้านว่าไอ้ความอยุติธรรม พูดตรงๆก่อนหน้านี้ 2-3 ครั้งที่อยากจะพูดเรื่องโพลิซี เรื่องอะไรแล้วโดนปิดสภาใส่อ่ะ
ทำไมไม่รวมกันมาเป็นวันนี้แล้วจี้ให้เห็นว่า
100 วันแรกจะทำอะไร
ถูก ใช่มั้ยครับ ก็บี้ไป บี้ไปตรงนั้น เพราะเราเห็นไงว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เห็นเซ้นส์ออฟเออเจนซี่ว่า 100 วันจะเป็นยังไง วิกฤตพลังงานซึ่งเป็นเรื่องหลัก ค่าครองชีพหลัก เป็นยังไง ก็บี้ตรงนี้ บี้ตรงนี้ให้ชัด ไม่ใช่ไปวิจารณ์อะไรไปตลอด เพราะว่าเห็นอยู่แล้วว่าเอกสารนี้มัน
มันไม่มีประโยชน์ เพราะว่าไม่ต้องอ่าน อันนี้ก็รู้แล้วว่าแผนปฏิบัติราชการมันเป็นยังไง
เพราะมันมีอยู่แล้ว
มันมีอยู่แล้ว ฉะนั้นมันก็เป็นแพทเทิร์น
ก็บี้ให้เขาตอบคำถามสำคัญสักไม่กี่ข้อ ซึ่งประชาชนอยากรู้ไปเลย แล้วก็ช่วยกันบี้ส่วนนั้นไป ซึ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกไม่ให้พูดมาหลายวัน ก็เอาส่วนนั้นน่ะมาไล่ถามตรงนี้ให้ชัด
เออ นึกออกมั้ย ฉะนั้นมันยังเหลืออีก 1 วันนี้ จะไล่ถามว่า เอ้ย ประเด็น 5 ข้อซึ่งเป็นเซ้นส์ออฟเออเจนซี่เนี่ย คุณตอบให้ได้
สรุปแผนคุณคืออะไรวะ
เพื่อจะบี้ให้วันสุดท้าย คุณอนุทินต้องกลับมาตอบเรื่องนี้ให้ได้ว่า สัญญามั้ยว่าตรงนี้คือ ไอ้เรื่องที่เหลือเนี่ย พรรคไหนเข้าไปมันก็ต้องทำอย่างนี้ แต่อะไรคือความโดดเด่นที่คุณจะทำในสถานการณ์นี้ 5 5 เรื่องใหญ่ ไม่ใช่ 5 คลัสเตอร์อะไรก็ไม่รู้
อันนั้นเนี่ย ใครๆก็พูดได้ว่ามันมีอยู่แล้ว
เอาชัดๆเลยว่าเนี่ย สถานการณ์พลังงาน ค่าครองชีพ
ชายแดน การเอาตัวเองไปไว้ตรงไหนระหว่างอเมริกา กับอิหร่าน
คำถามมาชัดๆประมาณอย่างเงี้ย หรือกฎหมายที่ค้างอยู่จะทำยังไง รัฐธรรมนูญจะเอาอะไร ก็ถามเรื่องเซ้นส์ออฟเออเจนซี่เหล่านี้ให้เห็นว่าคุณตกลงคุณมองว่าอะไรคือสถานการณ์ในระยะสั้น เพราะที่เขียนมามันเป็นเหมือนสถานการณ์ปกติ แล้วมันก็เลยเหมือนกับเราถูกทำให้รู้สึกว่าวันนี้เป็นพิธีกรรมที่รีบทำให้จบจะได้ไปทำงานซะที ทั้งๆที่จริงๆแล้ว
คุณทำอะไรก็ได้ในช่วงที่ผ่านมา คุณทำแค่ไหนแล้ว วันนี้คุณจะไปทำอะไรให้มากกว่าเดิม อธิบายให้ชัดๆซิ
คือเหมือนมีวันนี้ก็มีคนแซวนะ เหมือนกับบอกไอ้นโยบายที่เขียนมาเนี่ย เหมือนเขียนมาทิ้งไว้นานแล้วอ่ะ
ก็ใช่ ก็คือ
เออ แต่แบบไม่ได้ปรับอะไรแล้วแบบเติมๆ นัดเติมๆนิดหน่อยใกล้ๆให้มันดูทันสมัยหน่อย แต่จริงๆคือเป็นสิ่งที่ทุกคนแบบ เออควรรู้ อยู่แล้วอ่ะ
ประมาณเงี้ย คือมันออกทรง
หรือว่าอยากจะซัดกับเพื่อไทยจริงๆ เนี่ย ก็ไปไล่บี้ส่วนที่เพื่อไทยดูแลสิอ่ะ ส่วนที่เพื่อไทยดูแล โอเคมั้ย ชัดมั้ย เกษตร ชัดมั้ย การศึกษา มันชัด เกษตรชัดมั้ย
อ่ะ คุณมีแรงงานชัดมั้ย ใช่มั้ย คุณจะเล่น คุณจะไปเล่นเรื่องเพื่อไทยตบสันเลย อันนี้มัน
รอบนี้เขาไม่ได้ตบสัน
รอบนี้เขาเป็นของเขาอย่างงี้ครับ
ชัดเจนแล้วเป็นคนแบบนี้ รอบ
เออ อย่าไปวิจารณ์ตรงนั้น ก็ไปวิจารณ์ว่าในส่วนที่เขารับผิดชอบอ่ะ
ที่เขาพูดเอาไว้ จะทำยังไง
โดยเฉพาะเรื่องเกษตรเนี่ย เรื่องใหญ่มาก
อ่ะ มีท่านผู้ชมพิมพ์มา อาจารย์ศิโรจบอกประชาชนไม่สนใจ เพราะว่าสุดท้ายเวลาเอ่อมีอะไรอ่ะ พูดอะไรก็ลงที่ประชาชน โทษแค่ประชาชน ประชาชนก็เลยรู้สึกว่า งั้นก็ไม่ต้องมาสนใจมันละ
ประชาชนไหน ประชาชนไหน
ประชาชนหมายถึงว่าประชาชนจริงๆ
ประชาชนแบบเราท่านเนี่ย เอ่อ เขาก็เลยรู้สึกว่า เออ มีอะไรโทษแต่กูกูก็เอาตัวรอดกันเองก็ได้วะ ไม่ต้องไปสนใจนโยบายรัฐบาลแล้ว
ความรู้สึกที่ผ่านมาก็รู้สึกอย่างงี้ใช่ มั้ หลายคนก็ต่อให้เลือกเขาก็รู้สึกว่าต้อง ก้มหน้าไปเพราะว่าเขาคงทำอะไรไม่ได้ มั้ แต่อีกฝ่ายนึงก็รู้สึกผิดหวังไว้ก็คือก็โอเคอ่ะ กูไม่ได้เลือกมึง กูก็โดนไป
แต่มันก็อย่างน่ะ
แต่ก็ควรจะบี้ให้ชัดนะครับผมนะ
คือผมว่าประชาชนก็ไม่ควรทำให้ตัวเองเป็น passive citizen
ใช่มั้ยครับ แต่แต่วันเนี้ถ้าถ้าเกิดเราคิดแบบนี้ เราก็กลายเป็น passive citizen ก็ คือว่าเราปล่อยใครก็ไม่รู้นะครับเอาเงิน ของเราปีละ 3 ล้านล้านหรือ 4 ล้านล้านเนี่ยไปบริหารยังไงก็ได้
ครับ แล้วเรารู้สึกว่า
พูดมากไปเขาก็ไม่ฟังเรา เพราะฉะนั้นพูดดีกว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะครับ ผมว่าประเทศเรามันมันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ไงครับ ผมคิดว่า
ประชาชนก็ต้องพูดนะครับในเรื่องที่เราคิด ว่ารัฐบาลทำไม่ถูก หรือว่าพรรคฝ่ายค้านเอง ผมว่าอย่างน้อยเนี่ยนะครับ เอ่อ ก็อย่างที่ผมพูดไปว่าเทียบกับสมัยปี 62-66 เนี่ยนะ
เราจะเห็นแต่ละพรรคเวลาจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล หรือเวลาหาเสียง
เขาจะบอกว่า 100 วันแรกจะทำอะไรชัดๆ ตอนลงผู้ว่ายังบอกเลยว่า 100 วันแรกตัวเองจะทำอะไร วันนี้คุณอนุทินแถลงจะทำอะไร 100 วันแรกเรายังไม่รู้ 50 วันแรกจะทำอะไรเรายังไม่รู้ 30 วันแรกจะทำอะไรเรายังไม่รู้เลย เพราะฉะนั้นกลายเป็นรัฐบาลที่
เหมือนกับเป็นรัฐบาลซึ่งทำงานแบบหาเช้ากินค่ำนะครับ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าวันต่อวันไปเรื่อยๆนะ แต่ว่าการบริหารยุทธศาสตร์ใหญ่ของประเทศมันไม่เกิด
อย่างเช่น
เมื่อสักครู่นี้ผมพูดว่าไปเรื่องไปว่าเรื่องพลังงานเนี่ย มันควรจะเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนในเชิงนโยบายนะครับ แล้วถ้ารัฐบาลไม่ชัดเจน ฝ่ายค้านก็ต้องทำให้รัฐบาลชัดเจนว่าการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานจะทำยังไง
ตก เรื่องเรื่องค่าการกลั่นที่วิจารณ์กับทางประเทศ ตกลงเรื่องนี้มันจะจบยังไง
ไอ้เรื่องการ 17 บาทลด 2 บาทนะครับ ทิศทางการปรับทั้งหมดจะเป็นยังไง เรื่องแบบเนี้ยในสภาจะต้องคุย จะให้เอกนิติคุยคนเดียวไม่ได้
คำถามคือทำไมสภาไม่คุยเรื่องนี้ให้มากกว่านี้
ใช่มั้ยครับ โจทย์นี้มันมากกว่าแค่เรื่องน้ำมันแพงน้ำมันถูก แต่ว่ามันคือการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งหมด ว่าเราจะเดินหน้าสู่การใช้พลังงานที่มันยั่งยืนยังไง คุณจะมีสูตรไหนในการที่ต่อให้อิหร่าน อิสราเอลจะรบกันอีกเนี่ย เราไม่กระทบขนาดนี้
ครับ ใช่มั้ยครับ ถ้าบางประเทศมันกระทบน้อยกว่าเราได้อย่างเงี้ย เรื่องที่ควรจะต้องคิดกัน เรื่องภาคเกษตรนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ควรจะต้องคิดกันว่าตอนนี้เราเห็นแล้วว่า เอ่อ พอไม่มีปุ๋ยเกษตรกรไทยพังทั้งวงจร
ทีนี้เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกษตรกร เอ่อ เกษตรกรไทยพังทั้งวงจรเพราะไม่มีปุ๋ยก็เพราะว่าผลผลิตต่อไร่ของไทยมันต่ำมาก เกษตรกรไทยผลผลิตต่อไร่มันต่ำเพราะว่าเราไม่มีโครงการขนาดใหญ่ที่มันจะพัฒนาคุณภาพดินทั้งประเทศมานานแล้ว ไม่เคยมีอะไรด้วยซ้ำ
ใช่มั้ย เพราะนั้นการถกเถียงเรื่องนโยบายเกษตรซึ่งรัฐบาลนี้เไม่เถียงเนี่ยนะครับ ฝ่ายค้านหรือใครก็ตามก็จะต้องผลักดันเรื่องพวกนี้ว่า เฮ้ย ปัญหาปุ๋ยนะครับที่ทำ ให้เกษตรกรพังเนี่ย ต้นเหตุจริงๆมันมาจาก การที่คุณภาพดินเราต่ำนะครับ เราทำลายคุณภาพดินเราไปหมดแล้ว คุณจะมีโครงการที่มันจะพัฒนาหน้าดินขนาดใหญ่เพื่อทำให้เพิ่มผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรยังไง เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องที่มันจะต้องคุยในสภาให้มาก
เพราะสภามันจะเป็นกลไกในการผลักดันวาระเรื่องพวกนี้ไงครับ
แล้วผมคิดว่านะครับ อีกเรื่องนึงที่ผมเซ็งก็คือว่า วันเนี้ยนะครับ เรานักการเมืองที่จะเป็นแกนนำ นักการเมืองที่เป็นตัวสำคัญที่จะคุยเรื่องภาคเกษตรเนี่ย มันก็หายไปจากแทบทุกพรรค
เมื่อก่อนเนี่ยนะครับ เอ่อ
ในยุคที่เกษตรกรยังเสียงดังกว่านี้เนี่ยนะครับ แต่ละพรรคมันจะมีคนที่เหมือนกับจะเป็นคนที่เป็นตัวแทนเกษตรกรแล้วพูดถึงปัญหาเกษตรกรได้เข้มข้นมากกว่านี้ แต่รอบนี้ผมว่าเสียงของเกษตรกรเนี่ยเบาลง
นะครับ ทุกพรรคเนี่ยได้คะแนนจากเกษตรกรหมด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือพรรคประชาชน หรือเพื่อ ภูมิใจไทย แต่ว่าทำไมเสียงของเกษตรกร หรือการพัฒนา นโยบายประเทศที่เบสออนผลของเกษตรกรมันหายไปอ่ะ
อย่างยุคนึงเราจะเห็นเพื่อไทยพูดเรื่องของอะไรนะ ราคาข้าว ราคาข้าวอย่างเงี้ย แต่ยุคเนี้ย วาระของรัฐบาลนี้ในการทำเรื่องเกษตรกรคืออะไร
มันหายไปเลยนะ แล้วการดีเบตในสภาเรื่องนี้มันก็หายไป
พรรคประชาชนมีอาจารย์เด็ดรัฐที่พูดเรื่องพวกนี้อยู่ใช่มั้ยครับ แต่ว่าภาพโดยรวมมวลรวมสภาเนี่ย การพูดเรื่องเกษตรมันไม่รู้มันหายไปได้ยังไงอ่ะ
อ่ะ หรือเรื่องแรงงานเหมือนกัน เรื่องคุณภาพชีวิตคนไทยก็เหมือนกัน
ปีที่แล้วเราทะเลาะกันเรื่องประกันสังคมมากเลยนะครับ แต่ตอนนี้เรื่องประกันสังคมมันหายไปจากสภาเฉยๆ รัฐบาลก็ไม่ได้มีนโยบายอะไร
เพื่อไทยก็ไม่ได้มีนโยบายอะไรอย่างเงี้ย คุณจะพัฒนาระบบประกันสังคมซึ่งแกนหลักของมันคือการสร้างเซฟตี้ให้กับคนจนเมือง
คนส่วนใหญ่ในเมืองยังไง
และคุณจะสร้างระบบสาธารณสุขที่มันซิงค์ ประกันสังคมกับเรื่องบัตรทองกับสวัสดิการข้าราชการยังไง
เรื่องแบบนี้คือเรื่องที่รัฐบาลภูมิใจไทยไม่พูด ไม่คิด ไม่เคยสนใจทำ
แต่สภาเนี่ยจะต้องผลักดันเรื่องพวกนี้
ใช่มั้ยครับว่าโอเค คุณเห็นแล้วว่ามันมีปัญหาเรื่องประกันสังคมนะครับ ที่ราชการมาแทรกแซงเยอะนะครับ คุณเห็นแล้วว่ามีปัญหาเรื่องคุณภาพการบริการการแพทย์ที่ไม่เท่ากันระหว่างประกันสังคมกับบัตรทองกับข้าราชการ แล้วในเมื่อรัฐบาลไม่ทำ แล้วพรรคฝ่ายค้านจะผลักดันเรื่องนี้ยังไงอ่ะ คุณไม่ใช้สภาคุยเรื่องพวกนี้กันมั่งเลยอ่ะ รอบเนี้ยคือรัฐบาลเขาคิดนโยบายเชิงหาเช้ากินค่ำ แต่คนที่ไม่ใช่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องหาเช้ากินค่ำอย่างรัฐบาลนะครับ
เพราะฉะนั้น ค่ำคืนที่ยังเหลืออยู่กระทั่งว่า 1 วันที่ยังเหลืออยู่หลังจากนี้
นี่คือสิ่งที่อาจารย์อยากเห็น
อย่างน้อยต้องทำให้รัฐบาลนี้พูดว่า 50 วันก็จะทำอะไร 100 วันเขาจะทำอะไร
นะครับ แล้วการเปลี่ยนประเทศเพื่อแก้ปัญหาที่มันเกิดจากวิกฤตน้ำมัน วิกฤตของห่วงโซ่อุปทาน วิกฤตของปุ๋ย
รอบนี้เนี่ย มันจะมีบทเรียนอะไรบ้างที่รัฐบาลจะต้องทำต่อไปในอนาคต
ครับ เราจะเป็นประเทศที่มันจะพังเพราะเรื่องน้ำมัน โดยที่ผ่านไปโดยไม่มีบทเรียนอะไรหรอ
จริง ประเทศมันเป็นอย่างงี้ไม่ได้นะครับ
จริง รัฐบาลไม่คิดเนี่ย เราเข้าใจว่าภูมิใจไทยเป็นสไตล์แบบนี้ แต่คุณน่ะต้องคิด
โอเค อาจารย์พิมองแบบเดียวกันมั้ยในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ คืนกับอีกวันนึงเนี่ย
อยากเห็นอะไรจากสภาในใน
ผมมองอีกมุมนึง ซึ่งไม่ได้เหมือนกับพี่ศิโรจ ซึ่งพี่พูดเนี่ย ผมเห็นด้วยว่าประเด็นบางประเด็นมันหาย
แต่ผมอยากให้ขมวดสัก
คือถ้า 10 มันเยอะไปเนี่ย การแถลงปิดเนี่ย ไม่เกินสัก 7-8 ข้ออ่ะ เปิดให้เห็นเลยว่าจุดอ่อน 8 ข้อที่สำคัญในเชิงการบริหารราชการแผ่นดิน
วันนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองเพียวๆแหละ เป็นเรื่องการเป็นราชการแผ่นดิน 8 ข้อเนี้ย ที่แสดงถึง
ความ เอ่อ ภาษาอังกฤษคือ maturity ภาษาไทยไม่รู้คืออะไร ของพรรคส้มคืออะไร
แล้วก็ประกาศ 8 ข้อเพื่อให้คุณอนุทินตอบ 8 ข้อนี้ให้ได้ แล้วสื่อจับประเด็น 8 ข้อนี้ให้ได้
สัก 8 ก็พอ 10 มันอาจจะเยอะไป 5 อาจจะน้อยไป เอาสัก 6-8 ข้อที่ย้ำออกมาให้มันเขียนเป็นประเด็นข่าวได้ว่านี่คือสิ่งที่ฝ่ายค้านพูดให้ชัดว่า 8 ข้อเนี้ย มันหายไปยังไง หรือมันเป็นความท้าทาย 8 ข้อที่ยังไม่ชัด
เพื่อประเด็นเนี้ย มันต่อให้รัฐบาลต้องตอบ 8 ข้อนี้ให้ได้ บางข้อเรื่องเกษตรก็ถามมาข้อ 2 ข้ออะไรเงี้ย คือ
เอา 8 ข้อนี้ชัดเลย แล้วอันนี้ไม่ได้มาโค่นล้มรัฐบาลกันนะ ว่า 8 ข้อนี้คือ 8 ข้อที่ชี้ประเด็นว่ารัฐบาลแม่นยำขนาดไหนใน 8 ข้อนี้
หรืออย่างน้อยที่สุด ทำให้เกิดรัฐบาลเองก็ต้องมาตอบ หรือบี้ให้รัฐบาลพอย คือบีบให้รัฐบาลตอบอะไรให้ได้สักประเด็นนึง ซึ่ง
ถ้ารัฐบาลมีความมั่นใจ มีจุดยืนที่ชัดเจน แล้วรู้สึกว่าฝ่ายค้านไม่เข้าใจ ก็ตอบให้ชัด
มันเป็นเกมที่แฟร์เกม
เออ ซึ่งถ้าสมมุติฝ่ายค้านจี้ชัด ชนจี้ชัด แต่ถ้าเขาไม่ตอบ เขาก็จะมีปัญหาเองว่าคุณไม่รู้นี่หว่า ถ้าตอบได้พรรคฝ่ายค้านก็ต้องทำการบ้านมากกว่านี้อ
คือผมอยากให้เห็นอย่างเงี้ย ซึ่งข้อนึงในนั้นก็คือสิ่งที่พี่ศิโรจพูดไปแล้วก็คือเรื่องเกษตร
ว่าตกลงเกษตรเป็นยังไง คนจนเมืองเป็นยังไงนะ ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาวเป็นยังไง เพราะอย่าลืมว่า
กับดักอาจารย์ชุมพลเคยมาพูดที่นี่ใช่มั้ยฮะ กับดักสำคัญก็คือว่า ถ้าเราสะสมพลังงานมากไป ต้นทุนอยู่กับประชาชนอยู่ดี
ใช่มั้ยฮะ อีก F ธง F พวกนี้
คือคุณโยนมาให้เรานะ
ฉะนั้น จะทำยังไงที่จะมีความมั่นคงทางพลังงานแล้วไม่เป็นภาระกับประชาชน
อือ ใช่มั้ย ปัญหาพลังงานตอนนี้มันมีปัญหาอีกอันนึงที่สำคัญด้วยก็คือความยากจนทางพลังงาน
เราเห็นเลยนะ คือ energy poverty กับความเปราะบางทางพลังงาน พอยท์มันอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ว่าทุกคนในประเทศเนี่ยเข้าถึงพลังงานในลักษณะเดียวกัน เห็นมั้ยฮะ คนจนที่อยู่ไกลปั๊มหลอดแพงกว่า
ผมอยู่ ผมไปแถวภาคตะวันออกเนี่ย ไอ้คลังน้ำมันอยู่แถวนั้น ทำไมผมเติมแพงกว่ากรุงเทพฯ อ่ะ
ผมก็ยังงงอยู่ ใช่มั้ยฮะ หรือว่าในทางกลับกันเนี่ย คุณขับรถดีเซลเนี่ย ใช่มั้ยฮะ แล้วมันไม่ใช่ดีเซลเพื่อการเกษตร ดีเซลเพื่อทำงานในภาคเกษตรอ่ะ คุณขับรถคันละ 2-3 ล้านเติมดีเซล คุณควรจะเติมดีเซลแบบไหนอ่ะ
ใช่ป่ะ คุณจะกำลังใช้เครดิตโควต้าของคนในกลุ่มมั้อะไรอย่างเงี้ย คือทำให้มันมีเหตุ มีผล
ใช่มั้ยครับ อะไรแบบคือมันมีข้อที่สำคัญ ตอนเนี้ยสัก 8 ข้อก็ได้ ประมาณผมไม่ได้คิดอะไรกับเลข 8 นะ ผมว่ามันนับง่าย แต่ 5 ข้อมันอาจจะนอนให้ไป 10 ข้อมันอาจจะหัวแหลกหัวแตกไปนิดนึง
ประมาณนั้นแหละ แต่บี้บี้ประเด็นสักส่วนเนี้ยให้ชัดๆ แล้วรัฐบาลจะได้ตอบให้ชัด แล้วก็ชี้ให้ประชาชนเห็นว่าฉันกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่นะ ข้อมูลที่คุณได้มันไม่ครบนะ ก็ว่ากันไป
เออ ตรงนี้ก็ดีนะ เออ มันก็รู้สึกว่ามันขาด
อารมณ์อะไรอย่างงี้ไปเหมือนกัน แต่ไม่แน่น เราเอาจจะไม่เผยออกมา
อ่ะ เพียงแต่ว่าวันนี้เราดูกัน มันอาจจะเห็นมากกว่านี้ก็ได้ แต่ถ้าเราสตาร์ทจากวันนี้ อาจารย์ครับ เอาเฉพาะรัฐบาลก่อนนะ ถ้าเราเห็นจากรัฐบาลวันนี้เนี่ย มองไปข้างหน้าเนี่ย เอ่อ สำหรับรัฐบาลนี้มันมีเรื่องน่าเป็นห่วงมากกว่าไม่น่าเป็นห่วงใช่มั้ย ถ้าเราดูจากทั้งนโยบาย การอภิปราย วิธีการทำงานที่เกิดขึ้น อาจารย์เห็นทรงเขาแล้วใช่มั้ยว่าอนาคตข้างหน้าเขาเนี่ย มันจะออกประมาณไหนสำหรับรัฐบาล
ก็ทรงรัฐบาลอนุทินก็เป็นทรงที่รันตามระบบราชการนะครับ
จนถึงวันนี้ก็ยังเป็นอย่างงั้น
เป็นอย่างงั้น เป็นอย่างงั้นนะครับ ผมคิดว่าเราปฏิเสธไม่ได้ว่า เอ่อ ตัวคุณอนุทินเองนะครับ แล้วก็วิธีคิดคุณอเทงในการบริหารเนี่ย คุณอนุทินเป็นคนที่ไม่พยายามจะพยายามจะไม่สร้างปัญหากับใคร เพราะงั้นวิธีจะไม่สร้างปัญหากับใครให้มากที่สุดนะครับ หรือว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สร้างปัญหา กับรัฐให้มากที่สุดนะครับ ก็คือการ flow ไปตามนโยบายต่างๆที่ราชการหรือว่าสภา หรือว่าหน่วยงานแล้วเขาได้กำหนดเอาไว้อยู่แล้ว เพียงเพียงแต่อาจจะมีการปรับบ้างนิดนิดหน่อยๆนะครับ แต่ว่าโดยหลักนะครับ ทิศทางการบริหารมันจะเป็นแบบนั้น คือว่า 1 นะครับ เอาตามนโยบายของรัฐบาล เอ่อ รัฐราชการนะครับ เอาตามนโยบายของสภา หรือว่าหน่วยงานรัฐต่างๆเป็นหลัก
2 นะครับ การพยายามจะเข้าไปปรับในเชิงนโยบาย หรือปรับในเชิงยุทธศาสตร์เนี่ย ผมว่ารอบนี้เราจะไม่เห็นนะครับ ซึ่งก็แปลว่าประชาชนในยุคที่ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเนี่ย ประชาชนที่เป็นประชาชนเนี่ยนะครับ จะไม่มีกลไกในการเปลี่ยนประเทศอะไรเลย เพราะจุดห่วงโซ่ซึ่งต้องทำหน้าที่นี้คือรัฐบาลที่จากการเลือกตั้งเนี่ย เขาเลือกที่จะไม่แตะอะไรในลักษณะนี้
อ่ะ จริง นโยบายนี้ชัดเลย ก็ย้อนกลับที่อาจารย์พีทบอกตอนหาเสียงเขาก็ไม่ได้เน้นมาด้วยเรื่องนโยบาย
ใช่ ใช่ เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยในบ้านเราเนี่ย จะกลายเป็นประชาธิปไตยที่ เอ่อ มีบทบาทแค่วันเลือกตั้งจริงๆ เพราะว่าคุณไม่สามารถสะท้อนเสียงประชาชนผ่านพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล เพื่อไปปรับนโยบายหรือยุทธศาสตร์ของประเทศได้ มันจะไม่มีเรื่องนี้เลย
โอ้ ดังนั้น ถ้าเกิดถามว่าประเทศมีความหวังมั้ย ผมว่าก็เป็นประเทศที่รัฐบาลก็คงประคองสถานการณ์ให้มันทรงไปไม่
คือถ้าไม่เจอวิกฤตอะไรก็แล้วไป โชคดีไปใช่ แต่ถ้าพอเจอวิกฤต คุณก็จะเห็นว่ารัฐบาลจะไม่เข้าใจว่าวิกฤตคืออะไรนะครับ แล้วก็จะทำงานเหมือนกับแบบให้สถานการณ์มันผ่านไปวันต่อวันนะ ผมว่าวันนี้คนไทยรู้ว่าสิ่งที่ จะทำให้ประเทศไทยมีอนาคตหรือไม่ ในเวลาที่มันเกิดสงคราม เอ่อ หรือว่าเกิดปัญหาน้ำมันเนี่ย คือมันไม่อยู่ที่ทำเนียมรัฐบาล แต่มันอยู่ที่ว่าทรัมป์กับเนทันยาฮูเอา ยังไง
ครับ ซึ่งมันไม่ได้ไง คือเรามีรัฐบาลเพื่อที่จะทำให้ต่อให้ทรัมป์กับเนทันยาฮูเนี่ย จะเป็นยังไงก็ตามเนี่ยนะครับ ผลกระทบต่อประเทศมันต้องน้อยที่สุด
แต่ตอนสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยเนี่ย มันพันกับสิ่งที่ 2 คนนั้นจะทำยังไง กับโลกไง
แล้วที่เหลือก็เอาตัวรอดกันเอง
ถูก ซึ่งถ้าเป็นอย่างงี้
ผมก็ไม่อยากพูดแรง แต่ว่าถ้าเป็นอย่างงี้ เราให้คุณชัยชนกเป็นนายกแทนก็ได้
วิธีบริหารอาจจะไม่ต่างกัน
หรือใครคนอื่นก็ได้
ในรัฐบาล
ใช่ๆ แสดงว่าถ้าถ้าประเมิน
คุณอนุทินเนี่ย เป็นปัญหาของคุณอนุทินก็คือแกเนี่ย เป็นคนที่แกรู้อะไรควรทำนะ
แต่แกไม่กล้าทำไง
เฮ้ย แต่เขามีอำนาจขนาดนี้นะอาจารย์
ใช่ แต่คุณอนุทินเลือกที่จะ position ตัวเองว่าเป็นคนที่จะไม่ขัดแย้งกับใครไง
ซึ่งบางเรื่องมันต้องขัดแย้งเพื่อให้ประเทศมันเดินหน้าไง วันนี้คุณอนุทินต้องมั่นใจว่าคุณเนี่ยมี 190 ที่นั่ง
เราต้องใช้ร้า 90 ที่นั่งที่คุณมีในมือเนี่ย เป็นอาวุธในการเปลี่ยนประเทศ
นะครับ เพราะว่าถ้าคุณปล่อยให้ระบบราชการรันประเทศเนี่ย เขาไม่ได้สนใจ
นะครับ เก๋จะบริหารแบบเช้าชามเย็นชาม แต่คุณอนุทินซึ่งมี 190 เสียงซึ่งเยอะมาก เนี่ยนะครับ คุณจะขับเคลื่อนประเทศยังไง วันนี้มันอยู่ที่คุณอนุทินล้วนๆเลยอ่ะ ถ้าคุณยังยึดโจทย์ว่าจะไม่ขัดแย้งกับใคร ไม่ขัดแย้งกับรัฐ โจทก์ผิด
คุณมี 190 เสียง คุณสามารถขัดแย้งกับรัฐได้ และรัฐยุคนี้ก็พร้อมจะสนับสนุนคุณอนุทินอยู่แล้ว
ถ้าคุณอนุทินกล้าพูดอะไรออกมา
คุณไม่มีใครขัดขัดไม้ขัดมือขัดขวางการทำงานของคุณนะ
แล้วคุณมี สว.อยู่ในมือ คุณมีองค์กรอิสระเป็นพรรคพวกกัน คุณสนิทกับ เอ่อ ผู้บัญชาการทหาร คุณสนิทกับกลุ่มทุนใหญ่ที่สุดของประเทศ มันแทบจะเป็นการบริหารที่ทุกคนเป็นพวกเดียวกับคุณหมดนะ เอาแม้กระทั่งคุณทักษิณในยุคที่แข็งแรงเนี่ย
ยังไม่
คุณทักษิณก็ยังไม่ได้มีพันธมิตรมากขนาดนี้ คุณทักษิณมีคนที่เกลียดคุณทักษิณแล้วพร้อมจะต่อต้านคุณทักษิณเป็นผู้มีอิทธิพลของประเทศ แต่คุณอนุทินเนี่ยนะครับ ความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจทุกกลุ่มได้หมด ได้กับกองทัพ ได้กับตำรวจ ได้กับองค์กรอิสระ ได้กับ สว. ได้เสียงข้างมากในสภา ได้กับข้าราชการ คุณกลัวอะไร มันไม่มีอะไรให้กลัวเลย นอกจากใจคุณเองกลัวไง มันถึงน่าเสียดายว่า คุณมีคุณมี connection ที่ระดับซุปเปอร์ connection ขนาดเนี้ย
คุณทำอะไรให้ประเทศนี้ดีขึ้นได้มากกว่านี้อีกเยอะ
เท่ากับพิสูจน์ภาวะผู้นำเลยนะ
ใช่
ว่าคุณจะเป็นผู้นำแบบไหนในเมื่อคุณเต็มไม้เต็มมือ
คือคุณคุมทุกอย่างไง แต่คุณกลัวอะไรอ่ะ
เออๆ เนี่ยผมเห็นวันนี้หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตแบบเนี้ยในสภา โอเคมันก็เป็นอีกตัวนึงที่ไปภาษาผมว่าทำไมช่วงนี้หนังสือนี้ขายดีเวลาประชาธิปไตย
เพราะว่า เอ่อ คือทุกคนก็เห็นแบบเนี้ย คือไม่รู้จะมองไปข้างหน้ายังไง ก็เลยต้องพึ่งโหพึ่งโหราศาสตร์ในการมอง
ทั้งๆที่แบบทุกอย่างอย่างที่อาจารย์บอก โดยโครงสร้างมันมันควรจะคาดหวังและคาดเดาได้
ใช่มั้ย ด้วยแบบนี้ว่า เออจะทำ แต่กลายว่ามันไม่เห็น
คุณอนุทินวันนี้อำนาจในมือแกเนี่ยแข็งแรงกว่าพลเอกประยุทธ์ช่วง 62 นะ
พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ชนะอันดับ 1 นะ แกชนะอันดับ 1 นะ
แล้วพลเอกประยุทธ์มาจากรัฐประหารด้วยไง แต่ อันนี้คือมาจากเนี่ย ความชอบมันมันชัดเจนขนาดนี้ แสดงว่าอาจารย์มองอย่างงี้คือ
คิดต่อจากอาจารย์คือแสดงว่าอาจารย์มองว่า มีโอกาสที่เขาก็จะอยู่กระท่อนกระแท่นไปแบบนี้ ซึ่งอาจจะครบหรือไม่ครบสมัยก็ได้ คืออาจจะไม่ครบมากกว่าครบหรือเปล่า
ผมก็ไม่กล้าคิดว่าจะอยู่ได้ขนาดไหน เพราะว่ามันเจอปัญหาใหญ่คือ
เรื่องวิกฤตน้ำมัน เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งความดุดรอด เอาอย่างงี้ผมก็ถามตัวเองว่าถ้าผมเป็นชาวบ้านที่ต้องกลับบ้านเนี่ยนะครับ
ปีนี้เป็นปีแรกที่คนไทยไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์น่ะ
มันใหญ่มากนะ น้อยอ่ะ ผมผมถามคนแถวบ้านผมนะ
หรือแม่บ้านที่มติชนเนี่ยก็ไม่กลับบ้านช่วงสงกรานต์แล้วอย่างเงี้ย
เพราะว่ามันแพงไง
ใช่ไง แต่คือสำหรับคนไทยประเพณีการกลับบ้านมันใหญ่ มันเรื่องใหญ่ แล้วปีนึงเขาได้กลับครั้งเดียว แล้วทำอีก 20-30 ปีอ่ะ
ใช่มั้ยครับ แล้วอยู่ดีๆไม่ได้กลับบ้าน คุณคิดว่าคนจำรัฐบาลนี้ยังไง
มันโอเคมั้ยครับ ที่คนซึ่งก็เคยได้กลับบ้านไปพบญาติพ่อแม่พี่น้องกัน คนเฒ่าคนแก่รอเจอลูกหลานอบอุ่นกัน ปีนี้ไม่ได้กลับ ทำไมไม่ได้กลับ 1 ไม่มีน้ำมัน 2 กลัวกดน้ำมันหมดกลางทาง 3 ตังค์ไม่พอ
ทั้งหมดไม่ได้ช่วยคนรักรัฐบาลมากขึ้นนะครับ
ถึงแม้คุณจะอ้างว่าสถานการณ์โลก แต่เวลาคนจำจำว่านี่คือรัฐบาลที่คุณจัดการ
นี่นี่คือรัฐบาลแรกที่ทำให้เราไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์
ดูเหมือนไม่มีอะไรนะ
ถึงคนอนุทินจะบอกว่าทุกคนมีรถกลับก็ตาม แต่มันไม่มีตังค์อ่ะครับ จะให้ทำยังไงครับ แล้วคุณจะแก้ปัญหานี้ยังไงอ่ะ เราผมว่าอาทิตย์ที่แล้วบางคนก็คิดกันว่า เอ้ย รัฐบาลอาจจะต้องเร่งเจรจาเรื่องค่าการกลั่นจาก 17 บาทเนี่ย จะจะขอลดลงมาให้มากกว่านี้ได้มั้ย ปรากฏว่ารัฐบาลลดให้ 2 บาท ซึ่งเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรไง ถ้าคุณลดได้สัก 10 บาทเงี้ย คนกลับบ้านช่วงสงกรานต์อย่างมีความสุข คนก็จำว่า เฮ้ย พี่หนูเก่งเว้ย ขิงเก่งเว้ย
ลดได้ 10 บาท
เออ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ไง พี่หนูพาคนทำคนไม่ได้กลับบ้าน ขิงลดได้ 2 บาทจาก 17 บาทอย่างเงี้ย จะให้คุณจำยังไงอ่ะ
อ่ะ อาจารย์เห็นทรงมั้ย ยิ้มๆอย่างงี้
ผมพูดอีกมุมนึง
เห็นทรงยังไงรัฐ
ไม่ได้เหมือนพี่ศรีโรจ แต่เป้าหมายเดียวกัน
คือ
คือ การที่คุณอนุทินมีอำนาจขนาดเนี้ย
นะครับ แต่สิ่งซึ่งเรายังไม่เห็นก็คือการใช้องค์ประกอบที่คุณอนุทินมีทั้งหมดในการรับมือกับสถานการณ์ สิ่งที่เราไม่เห็นกับรัฐบาลนี้คือรัฐบาลนี้มองสถานการณ์โลกยังไง ซึ่งมันตรงข้ามกับสิงคโปร์
สิงคโปร์เนี่ย เขาจะบอกเลยว่า ไอ้ที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง
แต่ของรัฐบาลไทยเนี่ย ไม่ว่าจะยุคไหน เอาอยู่ไง เอาอยู่ตลอด
เอาอยู่ตลอด คือหมายความว่าความรู้สึก
ทำไมวะ ใช่มั้ย ความรู้สึกในการเซ้นส์ของความรู้สึกถึงภัยอ่ะ แบงค์
ฉะนั้น มันถ้าเรียน สวอตเนี่ย
ใช่มั้ยครับ ไอ้ไอ้การอ่านเทรดกับ weakness ไม่ชัดเลยใช่มั้ยครับ มีแต่แบบ
เทรดนี่กาทิ้งเลยอ่ะ ไม่มี
เทรดนี่ไม่เห็น ไม่เห็นด้วย หรือไม่อยากจะมอง
วนสก็ไม่อยากจะมอง ก็จะมองแต่ว่าเราเป็น strength โอประเทศไทยแข็งแกร่งนู่นนี่ รักกันไว้
แล้วก็โอกาส แล้วก็จะมีแต่โอกาสใช่มั้ย คืออ่านมันไม่ครบไง แล้วมันก็เลยทำให้เห็นปัญหาว่าที่เราบอกว่าคุณอนุทินมีทุกอย่างในมือ ทำไมไม่ทำอะไร คำถามคือคุณอนุทินอ่านสถานการณ์ยังไง
สถานการณ์เนี่ย อ่านแล้วกล้ายอมรับมั้ย แล้วบอกให้ประชาชนเข้าใจไว้ว่าสถานการณ์เนี้ย ไม่ใช่อ้า ก็พูดตรงๆ คุณจะพึ่งรัฐทั้งหมดยังไงได้ คุณต้องพึ่งตัวเองด้วย
แต่รัฐเนี่ย จะช่วยให้คุณพึ่งตัวเองได้ยังไง
ไม่ใช่ตอนนี้รัฐบอกว่า เฮ้ย โอเคแล้ว มีแต่พวกคุณน่ะที่ตื่นตระหนก
ไม่ได้ไง เออ คุณต้องบอก คุณต้องพยายาม แน่นอนทางนึงที่เป็นความท้าทายที่สุดที่คุณ จะต้องเจอนะ พูดกันแบบด้วยความรักใคร่เลย ก็คือว่า ความยากกับคนละที การทำให้ประชาชนยอมรับสภาพจริง
แต่การพยายามบอกว่าประชาชน
ตื่นตระหนกเกินเหตุเนี่ย ไม่ควรทำ ควรจะบอก เพราะว่ามันแน่นอน
ทุกคนต้องกล้ายอมรับสภาพจริงก่อนว่าน้ำมันดีเซลล์
แพงกว่าน้ำมันเบนซิน อันนี้ต้องอยู่ตั้งแต่แบบเรียน ป.1
ว่าน้ำมันดีเซลแพงกว่าน้ำมันเบนซิน
คุณถ้าคุณประชาชนยังไม่เข้าใจว่าดีเซลแพงกว่าเบนซินเนี่ย คุณบริหารประเทศยาก
ฉะนั้น ทุกวันที่เติมดีเซลถูกกว่าเบนซินเนี่ย เอาเงินมาจากไหนก่อน
อันนี้ต้องตอบให้ได้ อันนี้คุณอนุทินไม่ผิด มันคือความจริง
แต่ทำยังไงให้ประชาชนยอมรับความจริงข้อนี้ ในขณะที่การเมืองที่ผ่านมามันเป็นการเมืองแบบ
เอาใจประชาชนมากจนเกินปัญหาเนี่ยมี มันคือ อันนี้คือความท้าทายที่ยากกว่าคุณอนุทินที่ทำให้เกิดความจริง แต่ว่าในความจริงนั้น มันมีความสงสัยอยู่อีกเยอะแยะเลยในการบริหารในช่วงต้นของคุณอนุทิน
ตอบได้มั้ยแต่ละเรื่อง
ซึ่งถ้าคุณจะไปใช่เรื่องเดียวกัน
ซึ่งถ้าคุณจะไปต่อให้ได้แบบ
มันมีความท้าทายจริงๆ เห็นใจจริงๆ
คุณก็ต้อง เอ่อ พี่ตอบตรงนี้ให้ได้
ก็ต้องตอบ บางเรื่องก็ต้องยอมรับบางเรื่อง
เหมือนวันแรกๆอ่ะ กลายเป็นว่าอ้าวไม่มีไอ้โม่ง ก็เจอมาเรื่อยๆแล้วก็มาบอกว่าโอ้ รู้แล้วอะไรอย่างเงี้ย นึกออกป่ะ มันมีปัญหาในเรื่องการสื่อสารบางอย่าง ผมเข้าใจว่าไม่อยากให้ตื่นตระหนก
หรือจะเป็นเกมในการจับไอ้โม่งก็ว่ากันไป แต่ว่าเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่ เซ้นส์ในบางเรื่องที่คุณอนุทินพยายามสื่อสารเนี่ย มันมันไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนเข้าใจ หรือความเข้าใจมันมันยังไม่เกิด
หรืออย่างพูด
หรือบางเรื่องพอพูดมากเกินไป มันอาจจะมี ความจริงบางที่ตื่นตระหนกจริง แต่คนทั้งประเทศมันไม่ได้ตื่นตระหนกในแบบที่คุณเข้าใจเนี่ย การเหมารวมบางเรื่องแล้วใช้กลไกการสื่อสารแบบนี้เนี่ย ประชาชนไม่รู้สึกอยากให้ความร่วมมือ
หรืออย่างบางโจทย์อ่ะครับ ผมก็ยังเห็นคนก็ยังติดผมก็ยังติดตรงนี้คือเขาพยายามจะพูดถึงมาตรการนะ คือพูดถึงสถานการณ์แล้วพูดถึงมาตรการที่จะมารองรับอย่างที่ทั้ง 2 ท่านบอกว่ามันก็ควรจะพูดตรงนี้ แต่กลาย เป็นมาตรการน่ะมันยิ่งทำให้คนรู้สึกว่า อ้าวกูต้องช่วยตัวเองแบบเพียวๆเลยนี่หว่า เช่นคุณบอกว่าคุณต้อง work from home นะ คุณต้อง work from anywhere นะ แต่ถามว่าอ้าวแล้ว work from home นี่ต้องใช้แอร์ที่บ้านมั้ย ใช่อ้า แล้วมีมาตรการอะไร
ไม่บอกรถการใช้งาน หรืออย่างน้อยที่สุดมีคาพูเกิดขึ้น อ้า แล้วถามว่าไอ้ราคารถโดยสารมันมีอะไรมาช่วยมั้ย
นี่ไง ฉะนั้นวันนี้คือวันที่
ควรจะบี้ให้ตอบให้ได้ว่ามาตรการรองรับของคนที่เปราะบาง
ผมยังไม่เห็น
คืออะไร
ใช่ เออใช่
จะมีอ่ะ จะมีผมเชื่อว่ามีสักวันนึง แต่ว่าวิธีของคุณอนุทินเนี่ย พวกเราชินและก็คือบี้ไปเรื่อยๆอย่างเงี้ย เดี๋ยวอีก 3 วันก็จะมา แต่ต้องบี้
ใช่มั้ย ต้องบี้ อาจารย์ศีโรจต้องออกสัก 3 รายการต่อวันเงี้ย ต้องบี้จริงๆ
ใช่ป่ะ คือหลายเรื่องอ่ะ ที่ผ่านมาเราก็เห็นว่ามันต้องบี้ไปแล้วก็เดี๋สักพักก็จะมา
อ่ะ อย่างคุณพี่พัฒน์เนี่ย ตอนนี้หลุดไปเลยจากเรื่องพลังงานเห็นป่ะ
ก็ต้องบี้ไง ไม่บี้ก็ไม่หลุด
ตอนแรกแกยังบอกเลย โอ้ย คุณพิพัฒน์เก่งนู่นเก่งนี่ไปแล้วเนี่ย ตอนนี้
แต่เร็วไง เร็วเรื่องเหล่านี้ แต่หมายความว่าต้องบี้ ต้องบี้ คือไม่เกาะกระแสพวกเราอยู่ แต่ว่าไม่ได้เผชิญอ่า แบบว่า
ตรงๆ แต่ฟัง
ฟังแต่ใช้เวลา เขามอนิเตอร์หมดแล้ว เ มอนิเตอร์
ใครพูดอะไรคนรู้หมดครับ
เมอนิเตอร์ เมอนิเตอร์ แต่มันไม่ได้เป็นการมอนิเตอร์ในแบบว่าโห จับเราไปปรับทัศนคติอะไรอย่างเงี้ย เพราะว่าทัศนคติของเรามัน
ไม่เหลืออะไรจะปรับเลย
ปรับจนเพี้ยนหมดแล้วตอนนี้ แต่แต่อย่างน้อยนะ มันมีจุดนึงที่ถ้ามองเป็นแง่ดีก็ได้
คือถ้าเทียบกับสมัยพลเอกประยุทธ์ ซึ่งโอเค โดยโครงสร้างทางการเมืองมันคล้ายกันอ
แต่สมัยพลเอกประยุทธ์อ่ะ เราพูดกันแทบตาย สุดท้ายเขาก็ไม่รับ
แต่อ ถ้าเซ้นส์ของรัฐบาลอนุทินเนี่ย ดูจากอดีตจนถึงปัจจุบันเนี่ย คืออย่างน้อยในที่สุดอ่ะ
บี้ไป
เออบี้แล้วฟัง
ฟังแต่ว่า
ฟังแล้วเไปปรับ แต่จะ
จะบอกว่าเขาไม่ทำไม่ได้ก่อนตายอย่างเงี้ย
บี้ไป
เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่พอช่วยกันช่วยกันสะท้อนช่วยกันวิจารณ์ช่วยเขาก็ปรับนะ แต่มันจะช้าจะเร็วอีกเรื่องนึง แต่ว่าอย่างน้อยเออบางบางเรื่องมันปรับ
ต้องบี้ไป
เพราะฉะนั้น เออ เป็นรัฐบาลที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงวิจารณ์จริงๆ แต่พวกนี้เจมูกไวเ จะหมุกไวกว่าคนที่มอนเตอร์ รับฟังอยู่
เออๆ จะฟังต้องทำความเข้าใจว่าตอนนี้เชียร์ไม่ได้นะครับ พี่ต้องค่อยๆพูดไปเรื่อยๆนะ พี่ค่อยๆปรับไปนะครับ
แต่อีกอย่างนึง เขาจะไม่เรียกเราไปคุย
ต้องดูต้องดูต้องดูต่อไปในอนาคต สมัยสมัยคุณเนวินแกรงๆแกก็ไม่เบาเหมือนกัน
คุณเนวินแรงๆแกก็ไม่เบาเหมือนกัน อ่า ศิโรจ มาอ่าน
คุณไม่ทันสมัยที่ม็อบชาวนาไปเนชั่นใช่ไหม แต่เคยได้ยินโอเค
เป็นที่เรื่องลือ เออไม่ธรรมดาเหมือนกัน
เป็นที่เรื่องลือ แต่ยุคนี้ก็อาจจะไม่ถึงตรงนั้น เพราะว่าไอ้สิ่งที่มันมันเห็นมันก็ชัดจริงอ่ะ
ตรงแง่ที่ว่าคนในสังคมโดยทั่วไปเขาเห็นตรงกันหมดว่ามันมันมีปัญหาแบบนี้จริง เพราะงั้นก็ต้องช่วยกัน
คือผมว่าตอนเนี้ย ถ้าถามผมเรื่องที่ผมอึดอัดคือผมรู้สึกว่ารัฐบาลเนี่ย มีความประณีตในการคิดเรื่องประเทศน้อยนะ เรื่องต่างๆที่คุณอนุทินแถลงอย่างเช่นโพสต์ล่าสุดที่บอกว่าประชาชนคือถ้าเทียบโครงสร้างการพูดถึงปัญหา
ของประเทศของสิงคโปร์เนี่ย มันจะแพทเทิร์นอย่างงี้คือแบบ 1 เล่าปัญหาของโลก
2 บอกว่ารัฐบาลจะทำอะไร
3 ก็คือประชาชนต้องปรับตัวยังไง
แต่ของประเทศของประเทศเราคุณจะเป็นแบบนี้ป่ะ
ก็พูดพูดถึงปัญหาของโลก
ประชาชนต้องทำอะไร
ประชาชนมาก่อน
เออ ส่วนรัฐบาลทำอะไรเนี่ยไม่มีในไม่รู้เลย
พี่หนูพี่หนูจะให้รัฐบาลทำอะไรพี่บอกหน่อย
มีมีแต่กำลังทำกำลังพิจารณา
นึกออกมั้ย มันน้อยไง อย่างเช่นเมื่อกี้ที่ เราคุยกันเรื่อง
เรื่องต้องการให้ประชาประชาชนใช้ขนใช้ขนส่งมวลชนอย่างเงี้ย ใช้ยังไงอ่ะ รถเมล์รอเนี่ย 8 บาทเนี่ย รอชั่วโมงนึงมาคันนึงอ่ะ มันไม่มีรถเมล์ให้ขึ้นไง รอชั่วโมงนึงไหวไหมล่ะ แล้วอากาศขนาดเนี้ย
นายกไปยืนรอรถเมล์ริมถนนอนุสาวรีย์ไหวมั้ ล่ะ ชั่วโมงนึงมันตายก่อนน่ะ ถ้าคุณอยากจะให้คนใช้รถขนส่งคนชนมากขึ้น คุณช่วยเรื่องรถรถเมย์แอร์ที่มันถีขึ้นเพิ่มจำนวนหรือลดราคา เพราะว่ารถเมล์แอร์ตอนนี้กลางวันมันไม่มีคนนั่ง มันว่างมาก แต่ถ้าคุณเนี่ยลดราคาตรวจทั้งหมดให้เหลือครึ่งนึง หรือว่าบางประเทศผมไม่แน่ใจว่าออสเตรเลีย หรือเยอรมันบางรัฐเนี่ยตอนนี้รถเมล์ฟรีแล้วนะครับ
ฟรีแล้วนะ เพราะต้องการดึงคนใช้ขนส่งส่วนมวลชน
แต่ของเล่ามันไม่มี คุณมีแต่บอกว่าให้ใช้ขนส่งมวลชน ใช้ยังไงอ่ะ สมมุติบ้านผมอยู่รังสิต ผมต้องมาทำงานอนุสาวรีย์อ่ะ คุณจะให้ผมรอสาย 39 รถร้อน ยืนหน้าฟูเจอร์ชั่วโมงนึงมาคันนึง ผมตายก่อนรอเหรอ
รถเมล์สีทีมแดง
อีกชั่วโมงนึงมาอีกคันนึง ผมก็ตายก่อน ทีนี้พอรัฐบาลเอาแต่พูดว่าประชาชนต้องประหยัด ประชาชนต้องใช้ขนส่งมวลชน มันไม่มีให้ใช้ไง
อือ เอาเรื่องง่ายๆคือคุณลดราคารถไฟ
แล้วก็ลดเมล์เอกชนทั้งหมดเนี่ย
หรือฟรีไปเลยก็ได้เนี่ย แค่นี้คนก็ใช้แล้ว หรือวันนี้เนี่ยนะครับ เราพูดกันเยอะว่า อ่า รถเดี๋ยวเดี๋ยวสิ่งที่มันจะเป็นปัญหาต่อไปคือรถทัวร์เนี่ยจะพังใช่มั้ย เพราะว่าอุตสาหกรรมรถทัวร์มันอยู่ด้วยด้วยน้ำมัน
พอน้ำมันมันแพงเนี่ย รถทัวร์ตอนนี้อ่ะ คิดง่ายๆนะอีก
ใช่แล้ว สมมุติแค่แค่รถทัวร์เนี่ยนะ แค่ขับรถจากอู่เขาไปพวกบส.ด้วยนะ มันก็ใช้น้ำมัน 4-5 ลิตรแล้วว่าแล้วน้ำมันลิตรนึงมันแพงขึ้น 30-40 บาท แค่ขับรถจากอู่ไปบขส.ไปปั๊มเนี่ยหมดไปแล้ว 200-300 อ่ะ เพราะงั้น รถทัวร์เดี๋ก็จะพัง ทีนี้ถ้าคุณอยากให้คนใช้เอ่อขนส่งมวลชนมากขึ้นเนี่ย คุณก็ดึงรถทัวร์พวกนี้เข้ามาสู่ระบบ
ให้บริการฟรีไปก่อน รัฐบาลจ่ายตังค์ให้พวกรถทัวร์ แล้วคนที่มีรถ คุณก็ให้เขาทำจุดจอดอะไรตามชานเมืองตรงไหนก็ได้ แล้วให้พวกนี้ขึ้นรถทัวร์ไปเลย ให้รถทัวร์ทำหน้าที่เสริมขนส่งมวลชนขึ้นมาอีกทางนึง คุณได้เซฟรถทัวร์ด้วยใช่มั้ยครับ คุณได้ช่วยประชาชนให้เขาแบบประหยัดค่าขนส่งมวลชนด้วย เรื่องแค่เนี้ยรัฐบาลก็ไม่มีปัญญาคิดน่ะ
คือความละเอียดในการคิดเรื่องนโยบายมันสำคัญไง เพราะว่าถ้าคุณคิดนโยบายได้ละเอียดเนี่ย คุณช่วยประชาชนได้ละเอียด แต่ถ้าคุณคิดแบบหยาบๆ คุณก็พูดแต่ว่าประชาชนต้องประหยัด ให้ทำคาพูอย่างเงี้ย คนอยู่คอนโดทำยังไง ไปเคาะห้องอยู่ชั้น 7 ห้อง 12 ไปเคาะห้อง 13 ผัวเมาตบหน้าคุณดีครับ ไปถามเมียเขาจะคาพูกับผมมั้ย มันทำไม่ได้ไง
เออจริง
แล้วให้ทำยังไงอ่ะ
คือมันมีแต่คำพูดพวกนี้ แต่มันไม่มีอะไรที่แบบทำให้มัน practical ได้จริงๆสักเรื่องไง เพราะว่าความหยาบของการคิดนโยบายมันเยอะ
พูดไง
ใช่อีกมุมคิดตรงข้ามกับพี่ถือก็คือไม่ใช่ความหยาบในการคิดนโยบายอย่างเดียวคือ
ปราณีตเกินไปกว่าจะออกนโยบาย
คิดนาน
คิดนานไปนิดนึง พูดดีคิดนานเลยออกช้า
กว่าจะออกแต่ละอันเนี่ย เหลือเกินปราณีตเหลือเกิน
ในอีกด้านก็ปราณีตกว่าจะออก
แต่เวลาออกเวลาอะไรออกเร็วก็
ก็ไม่ปราณี
มันยังไม่ยังไม่ใช่อ่ะ
อ่ะ สมมุติอย่างจะคาพูอย่างเงี้ย สมมุติคนอยู่คอนโดทำยังไงอ่ะ ไปเขียนป้ายหน้าคอนโด วันนี้ห้อง 720 จะไปเส้นนี้ 713 จะไปอีกเส้นนึง มันมีแอปอาจารย์แต่ว่าเอาจริงๆผม
ธรรมชาติคนไทยนะ อันนี้พูดอย่างงี้ผมเป็นคนคนไม่มีรถ ผมเนี่ยชอบมากเลย ไอ้พวกแอปนั่งรถคนอื่นเนี่ย มันไม่มีใครใช้
ใช่ แอปนั่งรถไปต่างจังหวัดเนี่ยูรูน่าู่า เนี่ยตอนนี้คนไทยแทบไม่ใช้
เออมันมีคนอยากใช้ แต่ไอ้คนขับอ่ะมันไม่มี
เออ มันไม่มีรถ
คนคือแล้วด้วยนิสัยคนไทยความเป็น practical เนี่ย มันมันค่อนข้างสูง
เพราะฉะนั้น ต่อให้คุณอยากไปแชร์ไปคาฮูไม่ค่อยมีใครแบบยกเว้นอ่ะ ผมกับอาจารย์รู้จักกันจริงๆ หมายถึงว่ามาทำงานด้วยกัน หรือบ้านใกล้กัน อันนี้โอเค
ผมเนี่ย เอาอย่างงี้กัน ผมเป็นคนไม่มีรถ เวลาผมเรียกแท็กซี่เนี่ยนะ ผมจะชอบทำอย่างนึงนะ
ถามคนที่ป้ายว่าใครไปคไปเส้นเดียวกันมั้ย เดี๋ขึ้นมา. อ่าแล้วแชร์กัน. ไม่ได้แชร์ก็ให้ขึ้นไปด้วย. แล้วคนจะงงๆว่าแบบ. เออเห็นมั้มันก็จะเป็นอย่างงั้นอีกไง. คือผมก็เคยคิดแบบผมขับรถกลับมาแล้วเห็นคนเดิมไปจะไปไหนคือเราก็กลัวอีกกลัวคือเก็ กลัวเราก็กลัวเ. แต่แต่ผมเนี่ยถามจริงแล้วก็ก็มีทั้งคนที่กลัวและไม่กลัวนะ. เออถ้าเป็นถ้าเป็นผู้หญิงทรงแบบเป็นแม่บ้านเนี่ยเขาจะไม่ค่อยกลัวเก็ถามว่าไปทางเดียวกันมั้ยแล้วเราก็พาขึ้นไปแต่ถ้าเป็นถ้าเป็นอีกวัยนึงอาจจะมีกลัวแปลกๆ. แต่คนอาจารย์คนรู้จักเยอะอยู่แล้วไม่มีปัญหาหรอก.
ไม่แต่ในความเป็นจริงคือมันทำคาพไม่ได้หรอกเพราะรัฐบาลไม่ได้มีการวางโครงสร้างให้ทำได้ไง. เออมันมันทำยังไงบ้านเค้าอยู่บางนาจะทำยังไงไปโพสต์ในในเว็บแบบบ้านผมหนุ่มบางนามาชายโสดจะเข้าจุฬาคาภูมิมั้ยครับ. เฮ้ยไม่โสดยังไงอ่ะ. โสดจอดๆ. เออทำยังไงวะ. หนุ่มบางนาหาคนไปจุฬาด้วยเนี่ย. เออแล้วก็โพสต์รูปใครจะมาเดี๋ยวแอด Line กันอย่างเงี้ยทำยังไงมันไม่มีโครงสร้างไง. อใจหนุ่มเทเวทพูดอย่างงี้เครียดเลย. เออแต่นี่แหละเป็นปัญหาคือมีแผนไม่ใช่มีแผนรู้ปัญหา. อื. เอ่อแล้วก็บอกประชาชนแต่ไม่มีแผนให้. ใช่. ว่าจะทำยังไง. เราต้องไปคิดค้นวิธีเอาตัวรอดของเราเองกันน่ะ.
อ่าเพราะฉะนั้นนี่แหละฮะส่วนที่เหลือคือว่าเดี๋ยวคืนนี้กระทั่งว่าวันพรุ่งนี้อีกวันนึงรวมถึงหลังจากนี้เนี่ยเอ่อเนี่ยจะเป็นบทบาทของฝ่ายค้านแล้วว่า. อขอคำถามเด็ดๆ. เออว่าว่าจะว่าจะต้องแก้ไอ. ผมผมทิ้งท้ายว่าประเด็นอย่างงี้ดีกว่ากลับมาที่ฝ่ายค้าน. เอ่ออาจารย์ปีบุตรแกสัมภาษณ์มาไม่กี่วันนีแกบอกว่าคือแกก็เห็นด้วยหลายๆประเด็นกับฝ่ายค้านนะคือแกก็กังคือแกยังคาดหวังอ. อืออือ. พรรคประชาชนว่าจะต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีขึ้นแต่มันมีประเด็นอย่างงี้แกมีความกังวลตรงที่ว่าแกกลัวว่า 1 พรรคประชาชนน่ะจะกลายเป็นว่าใช้สภาเป็นงานเป็นงานรูทีนคือหมายถึงว่า. อ. ใช้แค่วาระสำคัญเช่นอภิปรายรัฐนโยบายเช่นศึกซักฟอก. อือฮึ. แต่แกกังวลว่าแต่แกกลัวว่าระหว่างทางเนี่ยไอ้ประเด็นประเภทที่นำสังคมความคิดคนน่ะแกกลัวว่ามันจะหายไป. อื. อาจารย์กังวลเหมือนกันมั้ยกับประเด็นตรงนี้. คือผมไม่ได้เป็นคนในพรรคเค้าไงครับผมเลยไม่รู้ว่าพรรคมีปัญหาแบบนี้หรือเปล่าไง. แต่ถ้าถามผมในฐานะผมเป็นประชาชนผมก็ยังรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับตลาดพรรคการเมืองที่มันมีในประเทศเมันก็มีพรรคนี้พรรคเดียวที่มันยังพยายามนำประเด็นทางสังคมในเรื่องต่างๆอเรื่อง PM 2.5 5 ถ้าถามประชาชนว่าพรรคไหนที่พูดเยอะที่สุด. อือ. คนก็มีคำตอบ. อือ. ถ้าถามประชาชนว่าเรื่องประกันสังคมพรรคไหนพูดมากที่สุดคนก็มีคำตอบ. ถามว่าเรื่องปฏิรูปกองทัพพรรคไหนพูดมากที่สุดคนก็มีคำตอบเพราะฉะนั้นผมไม่ได้เป็นคนในพรรคผมก็ไม่รู้ว่าพลวัดต่างๆในพรรคของเขาเนี่ย. อือ. สส.ถูกทำลายถ้าเทงถูกทำลายมันรุ่นที่ 3 แล้วนะ. ซึ่งองค์กรที่มันถูกทำลายมา 3 รุ่นเนี่ยถ้าบอกว่าไม่ไม่กระทบเลยเนี่ย. มันก็บอบช้ำอยู่แหละ. มันโม้เกินไปมันต้องกระทบบ้างแหละนะครับความใจเด็ดของคนที่มองเห็นว่าธนาธรโดนสอยรุ่นที่ 1 พิธาโดนสอยรุ่นที่ 2 เทงโดนสอยรุ่นที่ 3 แล้วถ้าเกิดมาสอยพรรคประชาชนด้วยเรื่องสปตอ C อีก. ก็คือสอยรุ่นไอติม. รุ่นต้นวีรยุทธ. โอ้โห. มันจะเป็นรุ่นที่ 4 แล้วนะ. โอ้เร็วไปเหมือนกันนะ. ความใจเด็ดของคนในแต่ละพรรคมันก็ไม่เท่ากันเหมือนกับเพื่อไทยก็เหมือนกันเพื่อนในยุที่เโดนถล่มปี 49. คนที่ใจเด็ดก็หายไปส่วนนึงพอโดนอีกดอกในปี 51 ยุคุณสมบัติมันก็หายไปอีกพอโดน 57 มันก็หายไปอีก. เพราะฉะนั้น. ทุกอย่างมันมีผลต่อองค์กรแน่นอนแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนในพรรคผมไม่รู้ครับว่ามันมีผลมากหรือน้อยขนาดไหน. อื. แต่ถ้าถามในฐานะประชาชนผมก็ยังรู้สึกว่าในตลาดพรรคการเมืองที่มีเนี่ยผมผมก็อาจจะไม่ได้กังวลเท่าปยบุตร. เพราะผมก็รู้สึกว่ามันก็มันก็ยังเป็นพรรคนี้ที่ยังพูดมากกว่าคนอื่นอยู่ครับอาจารย์ว่า.
อแต่ประเด็นที่อาจารย์ปีบุตรแกกังวลนิดเดียวว่ากลัวว่ากลายเป็นว่างานสภามันจะกลายเป็นรูทีนไปคือแกก็ยังหวังว่าให้ส้มมันทำงานทั้งในและนอกสภาด้วยคือต้องสังคมด้วยอาจารย์คาดหวังเหมือนกันมั้ย. ไม่. อ่า. ผมก็คาดหวังถ้าถ้าทำงานสภาให้ดีก็ทำไปนะครับอเต็มที่ไปเลย. พักส้มก็ไม่จำเป็นต้องฟังอาจารย์พีบุตรทั้งหมด. ออ. การเมืองในสภามันก็เป็นเกมอีกเกมนึง. อือ. ใช่มั้ยครับคือคุณอยู่ในสภาคุณก็ต้องทำงานในสภาด้วย. อื. มันพรรคซมไม่เป็นต้องเป็นพรรคมวลชนที่จะต้องปะทะตลอดเวลาและทำงานอุดมการณ์อย่างเดียวก็ได้. อือ. ใช่มั้ยครับก็ทำงานในสภาโดยเฉพาะ. กรรมาธิการต่างๆมครับหลายๆเรื่องของพรรคส้มที่มีบทบาทในช่วงที่แล้วที่ทำให้ได้คะแนนก็คืองานในสภา. ใช่ๆ. ใช่มั้ยครับแล้วก็การไล่บี้ประเด็นหลายๆประเด็นแล้วก็ทำให้ต้องมีการประกบกฎหมายออกกฎหมายอื่นๆมามันก็เป็นงานในสภา. อื. ยิ่งทำงานในสภาชัดมันก็ยิ่งโชว์ให้เห็นความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล. ครับ. อือ. ใช่มั้ยครับคุณยังเน้นแต่เป็นพรรคกระแสได้คะแนนเสียงสูงๆคุณก็คุณก็จะเจอเกมตัดตัดตัดอย่างี้ตลอดอ่ะ. อือ. ใช่มั้แต่คุณจะทำงานในสภาให้เห็นผลงานชัดเจนเหมือนที่เห็นๆกันอยู่ว่ามาสภาเยอะที่สุด. อ. ในกรรมาธิการต่างๆก็ทำงานสิ่งนี้. ซึ่งจับต้องได้ชัดเจน. คุณก็จับต้องได้แต่แน่นอนจากเพิดคงห่วงว่าจะมัวแต่อยู่หน้าจอเฉพาะวันสำคัญคันอะไรอย่างเงี้ยใช่มั้ยครับมันประเด็นตรงนี้มันอยู่ที่การสื่อสารเพราะว่าการสร้างบุคลากรของพรรคจริงๆเนี่ยมันก็ต้องทำงานสภาให้แข็งแรงอ. อือ. ใช่มั้ยอันนี้เนี่ยการทำงานสภาให้แข็งแรงมันก็มันก็เห็นจริงๆว่าคุณทำได้มากจริงๆเช่นเอ่อคุณเดินออกจากสภาทีเดียวสภาก็ล่มอะไรอย่างเงี้ยมันเห็นอยู่ไงอ. อือ. มันเห็นหลายๆอย่างซึ่งทำให้คนหลายคนมั่นใจว่าคุณจะเป็นรัฐบาลได้อ. ครับ. การเป็นรัฐบาลได้ไม่ใช่แค่ชนะเลือกตั้งนะ. ใช่มั้ยและแล้วข้อกล่าวหาที่พักส้มโดนตลอดก็คือโอ้ไม่มีความสามารถในการบริหารแน่ๆ. คุณก็ต้องโชว์สิ่งที่ต้องทำตอนเนี้ยหลังจากวันนี้นอกเหนือจากตั้งคำถามเสร็จ. เออ. คุณต้องประกาศตัวรัฐบาลเงาดิฮะ. อ. ออ. คุณต้องมีรัฐบาลเงาแล้วไม่ใช่จะมาเปิดตัวเอ่อ Professional เอานาทีสุดท้ายอือ. คุณต้องมีรัฐบาลเงาแล้วคุณต้องตามประกบแล้ว. อื. ถูกมั้ยฮะ. มัน. ทำอย่างนี้ด้วย. ครับ. นอกสภาเอาคนที่ไม่ได้อยู่ในสภาเทำสิครับ. อื. คุณจะมีอีกกี่คณะอ่ะฮะคุณจะมีคณะก้าวคณะอ่ะคุณจะมีอีกตั้งหลายกลุ่มอ่ะตรงนั้นก็ทำ. คนที่สภาก็ทำงานสภา. อ. แล้วคุณเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว. ครับ. ใช่มั้ยครับคุณทวนตัดสิทธิ์ทางการเมืองมันหมายความว่าคุณโดนตัดสิทธิ์ในการเมืองสภา. อื. คุณก็ออกไปทำข้างนอกใช่มั้ยครับก็เป็นเสียงที่สำคัญ. ครับ. คู่ขนานไปทำงานประชาสังคมทำงานอะไรไป. ครับ. ก็ทำไป. นะครับอย่าอย่าให้คนในสภาต้องทำงานข้างนอกเยอะอ. ทำงานในสภาแต่ทำให้คนรู้จักว่าคุณทำอะไรในสภาดีกว่า. โอเคครับ. คือการมีพรรคที่ทำงานในสภาให้ดีมันก็ยากแล้วนะตอนนี้. ใช่. เออเออไม่น่าเชื่อเนาะ. เออ. เออมันเรามาถึงจุดนี้ได้ไงวะ. แล้วผมก็ผมก็ต้องเตือนประชาชนด้วยเหมือนกันว่านะครับคุณอย่าลืมว่าณวันเนี้ผมท้าคุณไปดูการประชุมสภาทุกวันเลยนะ. พรรคที่มันอยู่เยอะที่สุดจนประชุมสภาเริ่มมันพรรคเดียวจริงๆนะ. จนจนเนี่ยจะจากเริ่มจนจบเนี่ย. ถูกอ่ะอย่างวันเนี้ย. เอ่อคุณโศกซารัมเนี่ยนะครับนัดแถลงนโยบาย 8:30 น.พรรคประชาชนนัดกันกี่โมงรู้ป่ะ. กี่โมง. นัดไปเจอกัน 8:00 น.ผมรู้ผมบ้าเป่าเดี๋สภานัด 8:00 น.ขึ้นคุณจะไปเปิดประตูสะพายไปเปิดประตูธัญญาเหมือนคุณนกัน 8:00 น.พร้อมๆเพพร้อม. คือเนี่ยคือพรรคเนี้ยคือคือจะว่าพรรคนี้ยังไงก็ตามแต่ผมว่าไอ้เนี่ยแหละมันคือสิ่งที่สิ่งนี้พรรคอื่นมันไม่มีนะ. พรรคที่ประธานสภานัด 8:30 น.กูกูนัดกันเจอกันเน.นัดนัดเจอก่อนประธานสภานัดเนี่ย. อือ. คือพรรคนี้เป็นเด็กนักเรียนน่ะชอบไปถึงสภา 8:00 น.ผมไม่รู้อ่ะ. ไปโรงเรียนเช้าอะไรเงี้ย. ขยันยันกินข้าวก่อนเพราะไม่ให้ข้าวกินแล้ว. ไม่ให้ข้าวกินเอีก. ไปหาข้าวกินกันก่อน. เออ.
เอ่อผมทิ้งท้ายนิดนิดเดียวเดี๋ยวมันจะเข้าสงกรานต์หยุดยาวแล้วคือผมเข้าใจว่าอย่างที่อาจารย์พูดว่าช่วงนี้หลายคนก็ไม่ได้กลับบ้านหลายคนก็ทุกข์หลายคนก็เครียดอ. เอ่อทิ้งท้ายไหนๆเจอกันในวาระนี้และเดี๋ยวผมก็จะต้องหยุดเหมือนกันเนี่ยอยากให้พูดอะไรกับพี่น้องประชาชนสักนิดในฐานะเราก็อยู่กับพี่น้องประชาชนผ่านหน้าจอ. อ่าพูดอ่ะอาจารย์พิ. ชอบเที่ยวสงกรานต์. อยากจะให้กำลังใจอยากจะบอกพี่น้องประชาชนในวาระนี้ยังไงเนี่ยมันก็ลำบากกันเยอะนะฮะลำบากต่อไป. อ้าเอา. จะเอาอะไรก็อะไรเค้าเรียกแล้วนะขอให้ไหวแล้ว. ขอให้อยู่ไหว. ขอให้อยู่ไหว. ขอให้สู้ไหว. เออเพราะว่า. กว่าจะรวยไม่ไหวแล้วตอนเนี้ยมันจะไม่ไหวแล้วกัน. คือทุกคนไม่ไหวแล้วกันอยู่ก็ก็เข้าใจนะครับก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันนะครับว่าก็เราจะผ่านธุรกิจนี้ไปด้วยกันนะครับเพราะผมคิดว่าผมอ่านข่าวสิงคโปร์มากกว่าตอนนี้ก็คือว่าผมเชื่อว่าไอ้สิ่งที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง. ใช่. คำถามสำคัญของเราก็คือว่าเราจะเตรียมตัวกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ยังมาไม่ถึงยังไงผมเป็นคนคิดลบไม่ได้เป็นคนคิดบวก. อื. นะครับฉะนั้น. ก็ไม่ไหว. ก็ต้องระวังระมัดระวังนะครับแล้วก็เห็นอกเห็นใจกันให้เยอะหน่อย. โอเค. ใช่มั้ยครับคือไม่ใช่ระวังถึงขั้นแบบไม่ไม่จับจ่ายไม่อะไรเลยเหมือนที่ปูรูชอบพูดคนที่เขาอยู่ด้วยการจับจ่ายใช้สอยของเราเขาจะก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน. ใช่. ก็ใช้เงินให้มีสติ. อื. ใช่มั้ยครับก็คำนึงถึงคนอื่นด้วยคนอื่นลำบากมีเยอะนะครับก็ต้องช่วยๆกัน. โอเคให้อกเห็นใจแล้วก็เห็นใจกันโอเคครับ. ครับอาจารย์อยากบอกอะไรหน่อยมั้ย. ก็ผมว่าสถานการณ์มันก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ นะครับเอ่อน้ำมันรอบใหม่ที่จะมาเป็นน้ำมันที่แพงแล้ว. อือ. นะครับตอนนี้เรายังสินค้าแพงเพราะน้ำมันเก่าที่แพงซึ่งน้ำมันเก่ายังแพงเลยน้ำมันเก่าชีวิตเรายังแพงขนาดนี้เดิมน้ำมันใหม่ที่มาเนี่ย. จะทำให้ต้นทุนทุกอย่างแพงขึ้นกว่าเดิมเยอะขึ้นไปอีก. การขาดแคลนสินค้าต่างๆ. ตอนนี้ยังไม่เริ่มยังเป็นภาวะขาดแคนเตรียมนะครับเนื่องจากการไม่ปล่อยของ. แต่ว่าเดี๋ยวสัก. หลังสงกรานต์นี่แหละของจริง. เอ่อการขัดของจริงๆนะครับมันจะเริ่มเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นผมว่าก็ทุกคนหาวิธีในการยืนระยะระยะในชีวิตตัวเองให้ได้แล้วกันครับ. อือ. คือถ้าเกิดรัฐบาลไม่ช่วยเราเราก็ต้องช่วยตัวเองแต่เราต้องช่วยกันกระทุงให้รัฐบาลเนี่ยช่วยเราให้มากกว่านี้. อย่าให้รัฐบาลสบายเกินไปในเวลาที่ประชาชนลำบาก. คือถ้าสังคมไหนก็ตามที่ประชาชนต้องช่วยตัวเองมากกว่าเราให้รัฐบาลช่วยเนี่ยแปลว่าเราไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้นะ. ถูกมันจะเป็นความรู้สึกไง. มันจะเป็นความรู้สึกกันว่าเฮ้ยทุกวันนี้ชีวิตเรารอดเนี่ยรัฐบาลช่วยอะไรเรามั้ยอ้าไม่นี่หว่าอ้าแล้วมีรัฐบาลทำไมอ่ะ. อื. ก็ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ใช่มั้ยครับเอาไม้ตีพริกไปเป็นรัฐบาลก็ได้ประชุมครม.ทีนึงก็เอาไม้ตีพริกมานั่ง 36 อันพร้อมกันก็ได้. ซึ่งซึ่งไม่ควรให้ประชาชนรู้สึกแบบนั้น. ครับถ้าเดือดร้อนอะไรก็มาหาอาจารย์ศิโรจได้. ครับ. เจออาจารย์ศีโรจที่ไหนก็รอว่าแกจะไปไหนเผื่อแกเรียกแท็กซี่เลยแต่แกน่าจะนั่งรถเม. ถ้าเจอผมก็ผมชวนขึ้นแท็กซี่ไม่ต้องตกใจนะครับผมชวนหมด. เออให้อาจารย์เลี้ยงข้าวได้นะอ่ะโอเคก็ให้กำลังใจกันนะฮะในช่วงลำบากแบบนี้ก็ช่วยๆกันนะวันนี้ก็ขอบคุณอาจารย์ที่มากที่มาแชร์กันแล้วก็มาให้กำลังใจกันนะครับอ่ะทิ้งท้ายรายการ 2 ส่วนท่านผู้ชมไหนๆก็พูดกันทิ้งท้ายด้วยประเด็นไอ้ราคาพลังงานแล้วก็ไอ้วิกฤตพลังงานที่ของจริงยังมาไม่ถึงนี่นะฮะก็ดูก่อนว่าตอนเนี้ยมันอยู่ตรงไหนอย่างแรกที่สุดคือหลังจากที่เมื่อวานนี้เหมือนจะมีข่าวดีใช่มั้ยตรงที่มีรายงานออกมาว่าคุณทรัมป์นะฮะสหรัฐกับอิหร่านเหมือนจะไปด้วยกันได้คุยกันรู้เรื่องยุติการยิงชั่วคราวแล้วเมื่อวานก็มีดอกจันทร์มานิดนึงตรงที่ฝั่งของอิสราเอลคุณเนทันยาฮูแกบอกว่าอ้าผมก็ตามผมก็ตามพี่ทรัมป์นะครับคือผมก็จะหยุดกับอิหร่านแต่ผมจะไม่หยุดกับเลบานอนนะผลที่สุดผ่านไปคืนนึงไอ้ประเด็นนี้ละฮะมันจะกลายเป็นปัญหาเกิดขึ้นเพราะว่าก็เริ่มมีรายงานจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแหละว่าพออิหร่านเนี่ยสหรัฐกับอิสราเอลเหยุดแต่กะเรบานอนเนี่ยอิสราเอลเขาไม่หยุดเนี่ยมันกลายเป็นว่าก็เกิดปัญหาตรงที่ว่าอิหร่านเบอกเอ้าแต่เลบานอนนี่ก็พันธมิตรอิหร่านนะโจมตีเลบานอนก็เหมือนโจมตีอิหร่านมันก็เลยกลายเป็นว่าไอ้ข้อตกลงที่จะหยุดยิงกัน 2 สัปดาห์เนี่ยดูเหมือนจะไม่เป็นผลโดยวันเนี้ยมีรายงานหลายส่วนเช่นเนี่ยของอัญจาซิเขาก็บอกว่าอิหร่านจะประกาศถอนตัวจากข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐนะถ้าอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีเลบานอนอยู่นะฮะแล้วก็มีรายงานด้วยว่าแหล่งข่าวด้านความมั่นคงเนี่ยอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาลงโทษอิสราเอลจากการละเมิดข้อตกลงดังกล่าวซึ่งจากการประกาศถอนตัวครั้งนี้เนี่ยนะฮะเกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศขอ 100 ครั้งในหลายจุดทั่วเลบานอนภายในเวลา 10 นาทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าด้วยซึ่งเป็นการโจมตีครั้งใหญ่นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นซึ่งก็ย้อนกลับไปที่เนาฮูเพูดแหละครับบอกว่าข้อตกลงจริงๆใช้ไม่ได้กับเลบานอนและอิสราเอลก็ทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้นขณะที่ทางฝั่งของนายกปากีสถานนะฮะเชบชารีฟเนี่ยเขาบอกการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเนี่ยเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพมากนะนะฮะแต่ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงจริงครั้งใดนี่แหละฮะขณะเดียวกันทาง CNN รายงานว่าทรัมป์เนี่ยยืนยันว่าการโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลเนี่ยเป็นการปะทะกันที่แยกออกมาจากกลุ่มเฮสปอเลาะไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงอยู่จริงๆ 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านนะครับขณะที่ทางฝั่งของทำเนียบขาวก็พยพยายามจะกดดันให้มีการเปิดช่องทางเดินเรืออีกครั้งหนึ่งและพยายามทำให้การเจรจาสันติภาพที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ยังคงไปต่อได้เนี่ยโดยโฆษกทำเนียบขาวเนี่ยนะฮะแคลีนเลวIDเนี่ยเ้าบอกว่าการปิดช่องแคบฮอมซึ่งรายงานโดยสื่อเอ่อของอิหร่านนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้พร้อมย้ำความคาดหวังและข้อเรียกร้องของทรัมป์ให้มีการเปิดช่องแคบฮอมอีกครั้งหนึ่งนะครับอ่าอ่าขณะที่ทางฝั่งของสข่าวต่างประเทศบางส่วนก็รายงานว่าอิหร่านก็พยายามจะเดินหน้ายกระดับการควบคุมเอ่อตรงฮอร์มุนะครับโดยจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการผ่านทางเนี่ยเป็นสกุลเงินดิจิตอลนะครับหรือว่าcrypโtนcyนะนี่ก็เป็นรายงานสถานการณ์นะครับที่เกิดขึ้นขณะที่วันนี้ 9 เมษายนใช่มั้ฮะเอ่อสักประมาณสายๆตามเวลาประเทศไทยปรากฏว่าทางทรัมป์เนี่ยเาโพสต์ข้อความผ่าน True Social นี้นะฮะบอกว่าเรือรบเครื่องบินแล้วก็กำลังพลของสหรัฐเนี่ยพร้อมด้วยกระสุนอาวุธและสิ่งอื่นใดที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับการโจมตีนะครับและทำลายล้างศัตรูที่อ่อนแอลงอย่างมากแล้วจะยังคงอยู่รอบๆอิหร่านจนกว่าข้อตกลงที่แท้จริงจะได้รับการปฏิบัติอย่างครบถ้วนแล้วบอกว่าหากด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ไม่เป็นเช่นนั้นซึ่งเป็นไปได้ยากมากการยิงต่อสู้ก็จะเริ่มต้นขึ้นใหญ่กว่าและรุนแรงกว่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนข้อตกลงนี้ได้ทำไว้เมื่อนานมาแล้วและแม้จะมีคำพูดโกหกมากมายที่ตรงกันข้ามก็ตามจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์และช่องแคบอาวุธจะเปิดและปลอด ภัยในระหว่างนี้กองทัพอันยิ่งใหญ่ของเราเตรียมพร้อมนะฮะและพักผ่อนโดยตั้งตารอการพิชิตครั้งต่อไปเออขณะที่สถานการณ์เนี่ยท่านผู้ชมฮะมีรายงานบอกว่าโรงกลั่นน้ำมันทางตอนใต้ของอิหร่านก็ถูกโจมตีนะฮะจนเกิดเปล่าและควันดำพวยพุ่งขึ้นนะหลายจุดนะครับโดยทางฝั่งของสำนักข่าวรัฐบาลอิหร่านบอกว่าก็ทางประธานาธิบดีเนี่ยก็ได้ประนามการโจมตีครั้งนั้นแล้วบอกนี่เป็นการระเบิดข้อตกลงหยุดจริงหลายครั้งนะฮะแล้วบอกว่าอิหร่านก็จะตอบโต้การลุกดันใดๆอย่างเด็ดขาดซึ่งนี่แหละฮะก็เป็นสิ่งที่มันสะท้อนหรือแสดงให้เห็นว่าภายใต้สิ่งที่เหมือนจะไปในทิศทางที่ดีได้แล้วเนี่ยสุดท้ายผ่านไปข้ามคืนมันก็ยังไม่ไม่มีข้อสรุปหรือบทสรุปแบบชัดเจนตรงนี้เพราะมันก็ปรากฏภาพอย่างที่เห็นหลายอย่างที่เกิดขึ้นซึ่งก็เท่ากับว่ามันก็เป็นจุดย้ำเตือนและเป็นสัญญาณย้ำเตือนให้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยว่าอุตสาหกรรมยังคงไม่นิ่งนะครับเอ่อสิ่งที่คาดว่าจะดีมันก็ไม่ดีขึ้นเพราะฉะนั้นแน่นอนแหละผลกระทบที่มันตามมาอย่างเร็วที่สุดคือไอ้ราคาพลังงานทั้งหลายมันก็จะยังไม่นิ่ง 2 ก็คือว่าเส้นทางในการขนส่งนะฮะทั้งเอ่อพวกน้ำมันหรืออะไรก็ตามรวมถึงวัตถุดิบอื่นๆมันก็ยังคงอยู่ในจุดที่ มีความสุ่มเสี่ยงและอาจจะขนส่งได้ล่าช้าหรืออาจจะขนส่งไปได้เลยแน่นอนจะทำให้สต๊อกเราน้อยลงราคาสูงขึ้นและราคาอื่นเรื่องอื่นก็จะตามมาไฟฟ้าก็จะตามมาราคาสินค้าอุปโภคอุปโภคก็จะตามมาราคาเมสพลาสติกก็จะตามมาก็จะแพงขึ้นนี่คือสิ่งที่ เราอาจจะต้องเผชิญหลังจากนี้เนี่ยตามที่หลายคนได้คาดการณ์กันไปนะครับเพราะฉะนั้นก็เตรียมตัวเตรียมพร้อมกันให้ดีสถานการณ์มันยังอยู่บนภาวะแบบนี้เนี่ยนะฮะซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะพอช่วยได้ก็คือ นโยบายของรัฐบาลหรือว่ามาตรการของรัฐบาลซึ่งล่าสุดเนี่ยนะฮะมีรายงานบอกว่าเดี๋ยวรัฐบาลหลังจากแถลงนโยบายเสร็จเนี่ยเขาจะมีการประชุมครม.ทันทีในวันที่ 11 เมษายนซึ่งเป็นการประชุมนัดพิเศษเพื่อออกมาตรการในการรับมือไอ้วิกฤตพลังงานเนี่ยโดยมีรายงานบอกเค้าเตรียมแพ็คเกจไว้เยอะนะฮะเอ่ออย่างแรกที่สุดเดี๋ยวจะมีทางกระทรวงการคลังเนี่ยเค้าเตรียมเสนอนะฮะขออนุมัติงบประมาณจากงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนวงเงินเนี่ย 2,900 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชนในระยะแรกก็จะมีเอามาใช้เช่น 1 งบประมาณเติมเงินเพิ่มให้ผู้ถือสวัสดิเอ่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,300 ล้านบาทโดยจะทัพให้เพิ่มคนละ100รนะฮะซึ่งคาดว่าจะโอนเงินเข้าบัตรเร็วที่สุดภายใน 13 เมษายนโอนนี้จะให้ทันสงกรานต์เลยนะโดยมีระยะใช้จ่าย 30 วันอันนี้มาแล้วนะแพ็คเกจแรกนะงบประมาณช่วยเหลือภาคขนส่งและโลจิสติกส์ 1,600 ล้านบาทตามที่กระทรวงคมนาคมรายงานจะครอบคลุมรถบรรทุก 360,000 รายรถโดยสารสาธารณะ 30,000 รายรวมถึงรถตู้แท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเขาก็จะช่วยแต่ยังไม่ได้บอกว่าจะช่วยอย่างไรนี่นะฮะแต่จะช่วยตรงนี้ส่วนมาตรการเยียวยาต่อไปคลังจะเสนอแพ็คเกจมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพภายใต้ชื่อไทยช่วยไทยplusัอ่ามาPlusอีกแล้วนะฮะซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างคนละครึ่งพลักับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมารวมกันโดยจะยกระดับการเชื่อมโยงระบบกลุ่มร้านค้าโดยผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเนี่ยเดิมมีข้อจำกัดในการใช้จ่ายได้เฉพาะกลุ่มร้านธงฟ้าแต่เดี๋ยวจะปลดล็อคให้นำวงเงินตรงนี้ไปใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อย SME หรือ Street Food ที่ร่วมโครงการคนละครึ่งได้ด้วยซึ่งมันจะช่วยกระจายฐานลากลงไปส่วนคนละครึ่งPlusเขาบอกว่าจะเริ่มเร็วสุดพฤษภาคม 69 ห่างงบพร้อมโดยตั้งเป้านะฮะขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมคุมมากกว่าครั้งที่ผ่านมาโดยโฉมใหม่จะเป็นอย่างไรเนี่ยแตกต่างกันมั้เนี่ยนะฮะทางประชาชาติธุรกิจเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวบอกว่ารัฐบาลจะใช้เงินดำเนินการประมาณ100สนล้านบาทจากงบกลางปี 69 และบางส่วนจากงบปี 70 โดยรูปแบบยังคงเดิมแต่อาจจะปรับเพิ่มอายุผู้มีสิทธิ์จากเดิม 16 ปีเป็น 18 ปีขึ้นไปซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 ล้านคนนะฮะทั้งผู้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษีตัวเลขเบื้องต้นรัฐจะให้เงินคนละ 2,000 บาทผ่านเป๋าตังค์นะผ่านเป๋าตังค์แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องของอายุผู้มีสิทธิ์และวงเงินเนี่ยและระยะเวลาการโอนหรือการใช้จ่ายยังอยู่ระหว่างการออกแบบว่าจะพลัอย่างไรนะฮะโดยจะช่วยเอ่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ระยะหนึ่งที่ไม่ใช่ระยะสั้นจนเกินไปเขาก็ย้ำกันแบบนี้แหล่งข่าวบอกกำลังออกแบบกันอยู่กำลังออกแบบกันอยู่อ่ะอันนี้ก็เป็นอีกแพ็คเกจนึงแล้วเดี๋ยวจะมีส่วนของ SME ก็จะมีการออกซอตโล 10,000 ล้านนะฮะเพื่อช่วยตรงนี้และมีรายงานบอกว่าเดี๋ยวนะฮะสำหรับการค้ำประกันเงินกู้ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบ 50,000 กว่าล้านเนี่ยคาดว่าจะมีการเสนออนุมัติพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวงเงิน 150,000 ล้านบาทเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันในการรับมือกับภาวะตรงนี้อันนี้ก็เป็นอีกแพ็คเกจนึงส่วนการลดภาษีสรรพสามิตรคุณลวรนบอกว่ากระทรวงการคลังเตรียมข้อมูลเสนอให้รัฐบาลพิจารณาโดยระบุชัดว่าขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตรน้ำมันนะฮะเนื่องจากกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเชื้อเพลิงในการรับภาระชดเชยมันมีความยืดหยุ่นและเหมาะสมกว่าการลดภาษีอันนี้ก็ชัดเจนนะฮะส่วนที่เหลือมีอะไรอ่ะมีการตั้งทีมดูแลปัญหาพลาสติกขาดแคลนนะครับซึ่งมีรายงานบอกรัฐมนตรีอุตสาหกรรมคุณวราวุฒิก็หารือแนวทางการจัดการเมดพลาสติกที่มีคุณสุภจีซึ่งเป็นรองนายกและเอ่อกระทรวงพาณิชย์เนี่ยเป็นประธานโดยจะตั้งคณะทำงานร่วมกันนะครับแล้วก็จะเชิญเกินภาคอุตสาหกรรมมาร่วมพิจารณาด้วยซึ่งเขา้าบอกว่าตอนนี้มันกลายเป็นของหายากส่วนจะแก้อย่างไรวันนี้ต้นทุนมาแพงขนาดไหนใครมีเก็บสต๊อกอยู่เท่าไหร่ก็จะเอามากางกันนะแล้วก็มาเคลียร์กันตรงนี้ว่าจะจัดการอย่างไรนะครับอ่านี่คือรายละเอียดของรัฐบาลนะฮะในการจะรับมือกับสถานการณ์ที่ได้มีการประเมินกันไปว่ามันอาจจะมีแนวโน้มที่ไปหนักกว่านี้นี่นะฮะส่วนอีกเรื่องนึงที่มันเกี่ยวข้องกับตรงนี้ก็คือกรณีของราคาน้ำมันใช่มยซึ่งมันมีเรื่องของเอ่อราคาไอ้การกลั่นที่พยายามจะมีการเชิญมานะฮะมาพูดคุยกันแล้วก็ขอความร่วมมือจากโรงมั้ยนะซึ่งผลปรากฏว่าที่สุดเนี่ยนะฮะก็มีการประกาศลดลงแต่ว่าปัญหาคือก่อนหน้านี้เนี่ยมันมีรายงานว่าบางบริษัทเนี่ยไม่ได้เข้าร่วมบางบริษัทไม่ได้เข้าร่วมโดยมีรายงานว่าหลังจากที่คุณเอกนัสเรียกไปแล้วมีบางบริษัทไม่ได้เข้าร่วมเนี่ยพบว่าที่ไม่ได้เข้าเนี่ยนะฮะระหว่างคุณเอกนัสกับตัวแทนลงกันเนี่ยตัวแทนลงกั่นที่พบว่าไม่มีตัวแทนมาเนี่ยเอ่อมีรายงานบอกว่าไม่มีตัวแทนของบริษัทบางจากคอร์ปชัจำกัดมหาชนโดยคาดว่าบางจากเข้าใจว่าการเรียกหาริวนี้เป็นการขอความร่วมมือให้มอบมอบเงินกำไรส่วนเกินของบริษัทเพื่อช่วยเหลือรัฐตามที่ถูกร้องขอจึงจำเป็นต้องเอาเรื่องเข้าหารือและขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อนซึ่งไม่สามารถรับปากโดยพลการได้จึงไม่เข้าร่วมขณะเดียวกันท่านผู้ชมฮะมีรายงานบอกว่าบริษัท Star Pitum Refining จำกัดมหาชนหรือว่า SPRC ซึ่งผู้ถือหุ้นเขาเนี่ยเป็นต่างชาตินะเค้าได้ส่ง CEO เข้าร่วมด้วยแต่หลังหารือเนี่ยพบว่าบริษัทแม่ไม่สามารถยอมรับการถูกบังคับหักเงินได้ทาง SPRC จึงเตรียมที่จะยื่นเอกสารเพื่อดำเนินการคัดค้านและอาจจะถึงขั้นฟ้องร้องรัฐต่อไปแต่มีรายงานล่าสุดนะฮะ SPRC ซึ่งก็คือ Cteex นั่นแหละเค้าออกหนังสือชี้แจงว่าเขาไม่ได้จะยื่นฟ้องนะฮะยืนยันว่าไม่ได้มีการจะยื่นฟ้องแต่อย่างใดเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนะฮะส่วนกรณีบางจากท่านผู้ชมฮะบางจากเขาชี้แจงบอกว่าเอ่อที่ไม่เข้าร่วมเนี่ยเหตุผลนะฮะทางคุณกลอยตาณัฐหลางรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ชี้แจงว่าจริงๆบริษัทเอ่อที่มีรายงานบอกว่าดื้อแพ่งไม่ยอมเข้าร่วมเนี่ยเขายืนยันว่าไม่ได้ดื้อนะฮะไอ้วันดังกล่าวเนี่ยอาจเป็นความสับสนเรื่องการสื่อสารวันนั้นมี การประชุมหลายเรื่องประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ประชุมหลายที่ฮะอาจจะมีความสับสนแต่ยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไม่ได้เป็นเด็กดื้อเค้าบอกเค้าเป็นเด็กน่ารักอ่าบางจากเค้าบอกเป็นเด็กน่ารักไม่ได้ดื้อนะอันนี้ก็เป็นความเคลื่อนไหวตรงส่วนนี้ที่มันก็มีความพยายามจากฝั่งของรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือว่ามีการเรียกลงกลั่นมาคุยอ่ะตามที่มีการออกข่าวไปใช่มั้ยซึ่งมันก็นำมาสู่การลดราคาน่าลงกลั่นก็ได้ประมาณ 2 บาทกว่าแล้วมันก็นำมาสู่การที่ลดราคาน้ำมันด้วยแต่ทีเนี้ยมันก็มีประเด็นอยู่เหมือนกันท่านผู้ชม 1 ก็คือว่าถามว่าทำไมลดไม่ได้มากกว่านี้ 10 เอ่อที่เวลาขึ้นมันขึ้นเยอะแต่ทำไมลดลงมันลดไม่ได้ก็มีคำถามที่พยายามจะบี้ตรงนี้กับอีกส่วนนึงก็คือว่าไอ้การลดเนี่ยนะฮะมันก็ต้องไปขอความร่วมมือใช่มั้ยจากบริษัทต่างๆคือเรียกมาคุยกันทีเนี้ยไอ้บริษัทโรงกลั่นในบ้านเราเนี่ยมันมีทั้งบริษัทที่เป็นของไทยและบริษัทเอกชนที่เป็นของต่างชาติที่เขา้าถือหุ้นอยู่ทีนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ตามข่าวที่ออกมาคือว่าไอ้บริษัทไทยไม่มีปัญหาหรอกเป็นเด็กดีเด็กเรียบร้อยมากันหมดอ่าแต่บริษัทต่างชาติเนี่ยมีทั้งที่มาและก็ไม่มาซึ่งที่ ไม่มาบางจากเขาก็ชี้แจงแล้วว่าเขาไม่ได้ดื้อแต่เขาเนี่ยประชุมหลายที่แล้วสื่อสารผิดพลาดก็เลยไม่ได้มาส่วนอีกบริษัทนึงมาแต่ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือมันมีข้อมูลอย่างี้ฮะเป็นข้อมูลภายในแวดวงพลังงานนี่แหละเป็นข้อมูลภายในแวดวงพลังงานซึ่งเอ่อเขายืนยันนะครับว่าสำหรับบริษัทต่างชาติ น่ะเขาไม่ได้จะดื้อหรืออะไรหรอกแต่ด้วยโครงสร้างบริษัทแต่ด้วยเอ่อรูปแบบการบริหารงานรูปแบบธุรกิจของเค้าเนี่ยเขายืนยันว่าเค้าทำแบบนี้ไม่ได้คือหมายถึงว่าจู่ๆวันดีคืนดีรัฐจะมาขอว่าอ่ะคุณลดให้หน่อยนะฮะคุณเอ่อช่วยเว้นตรงนี้ให้หน่อยเค้าบอกว่าในรูปแบบบริษัทเค้าอ่ะเค้าทำไม่ได้เค้าลดไม่ได้นะเพราะว่าวิธีการดำเนินงานธุรกิจนะครับของบริษัทโดยเฉพาะบริษัทต่างชาติเนี่ยนะฮะมันไม่มีวิถีทางแบบนี้อยู่คือพอมาขอกันแบบนี้เท่ากับว่ามันผิดกลไกของเค้ามันผิดเอ่อรูปแบบของเขาเพราะฉะนั้นเขาให้ความร่วมมือตรงนี้ไม่ได้นะซึ่งตรงเนี้ยมันก็น่าสนใจตรงที่ว่าแล้วรัฐบาลจะเอาอย่างไรกระทรวงพลังงานจะเอาอย่างไรคุณจะไปไล่บี้มั้ยไล่บี้แล้วไล่บี้ขนาดไหนซึ่งถึงที่สุดนะครับยังไงเขาก็ยืนยันบอกว่าเขาให้ตรงนี้ไม่ได้จริง ๆเพราะมันผิดธรรมาภิบาลของเขาในการที่อยู่คุณใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงตรงเนี้ยมันผิดรูปแบบวิธีการจัดการรูปเอ่อรูปแบบวิธีการบริหารแต่ปัญหานี้จริงๆถ้ามันย้อนกลับไปก็คือว่าคือวิธีการทำงานของบริษัทเอกชนต่างชาติกับเอกชนคนไทยเนี่ยมันต่างกันอยู่แล้วนะฮะเพียงแต่ว่าเอกชนไทยเนี่ยกับรัฐไทยเนี่ยที่ผ่านมามันมีความเอ่อหยวนๆกันได้อ่ะขอกันก็ให้ใช่มั้ยด้วยสิ่งที่เราเห็นอยู่ในโครงสร้างแบบไทยๆแต่สำหรับบริษัทต่างชาติเขามีหลักทำพยาบาลเขาชัดเจนตรงนี้มันแตกไม่ได้มันก็เลยกลายเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแบบนี้ว่าทำไมบางบริษัทเขาไม่ยอมซึ่งก็ต้องอยู่ที่ว่าหลังจากเนี้ยรัฐบาลเองกระทรวงพลังงานเองจะเอาอย่างไรจะดำเนินการอย่างไรแต่ดูแล้วก็น่าจะยากแหละครับสำหรับเอ่อการที่จะไปไล่บี้เค้าหรือไปดำเนินการอะไรเค้าเพราะเค้าก็มีรูปแบบของเขาอยู่แต่มันก็เป็นคำถามย้อนกลับมาเหมือนกันว่าจริงๆมันพลาดตั้งแต่ต้นทางแล้วหรือเปล่าที่รัฐบาลไปวางแผนผิดพลาดพอวางแผนผิดพลาดคุณก็มาไล่บี้กับกับเอกชนเอกชนบางรายเขาก็ให้แต่เอกชนบางรายเขาก็ไม่ให้ซึ่งเขาก็มองว่าเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะว่าคุณบริหารผิดพลาดเองอ่ะอันนี้ก็เป็นคำถามอีกคำถามนึงที่ก็ต้องดูต่อว่าสำหรับเรื่องของโรงกลั่นเนี่ยมันจะได้มากขนาดไหนนะครับอีกส่วนนึงที่เป็นการรับมือเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคุณศุภจีท่านผู้ชมรองนายกแล้วมนตรีกระทรวงพาณิชย์ซึ่งที่ผ่านมาก็พูดกันตรงๆแกก็โดนเยอะเหมือนกันนะโดนคำถามเยอะเหมือนกันว่าเฮ้ยสรุปแล้วคุณมือถึงหรือเปล่าคุณรับมือได้หรือเปล่าคุณจัดการได้หรือเปล่ากับสถานการณ์ราคาพลังงานซึ่งมันมีผลกระทบมาสู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคด้วยนี้นะฮะเอ่อมีรายงานบอกว่าหลังจากที่เอ่อมีความเคลื่อนไหวตรงเนี้ยวันนี้มีการประชุมมีการหารือระหว่างคุณสุภจีกับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการค้ารวมถึงอดีตทูตออสเตรียและเยอรมันนะฮะอดีตทูตเอ่อณกรุงนิวเดลีและอดีตตัวแทนการค้าไทยประจำสหภาพยุโรปได้มีการมาพูดคุยกันนะฮะแล้วก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันที่ สุดเนี่ยนะฮะมีรายงานบอกว่าคุณศุภจีเนี่ยก็ได้มีการทาบทามคณะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้าแล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาให้มาเป็นคณะที่ปรึกษาซึ่งรายชื่อเนี่ยน่าสนใจนะท่านผู้ชมเนี่ยมีคุณวีรศักดิ์ โค้ชสุรัตน์อดีตรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอ่อดร.กรอบศักดิ์ภูตระกูลนี่ก็เป็นอดีตรัฐมนตรีนะฮะและปัจจุบันเนี่ยเป็นกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ของแบงค์กรุงเทพฯมีดร.ปิติศรีแสงนามคุณนัทเหลืองนรมิตรชัยผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนนะเอ่อคุณยันยงไทยเจริญนะครับจากไทยพาณิชย์นะมีอาจารย์อาร์มตั้งวิรันดรนี่ก็เชี่ยวชาญเรื่อง geโพลิติ์ส ดร.พิพัฒ์เหลืองนฤมิตชัยจาก KKP นี่นะฮะมีคุณภูสิทรัตนกุลเสรีเรืองฤทธิ์เอ่ออดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคุณอานันท์ลาภสุขสถิตนะก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตรแปรรูปแล้วก็มีคุณวีรพงษ์ประภาอีกซึ่งเป็นอดีตผู้แทนการค้าไทยซึ่งล่าสุดเนี่ยเขาทำงานกับประชาธิปัตย์แต่เห็นบอกว่าได้รับการ approve จากคุณอภิสิทธิ์แล้วว่าเออมาอยู่ตรงนี้เช่วยงานได้เยอะกว่าก็มีการทาบทางให้มาร่วมทีมนะฮะเป็นทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการค้าของรองนายกรัฐมนตรีพาณิชย์ก็เป็นฟที่น่าสนใจนะนี้ก็เป็นที่คนพูดถึงเยอะว่าถ้าดูเอาเฉพาะรายชื่อของที่คุณสุภจีเชิญมาเนี่ยก็เรียกว่าเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญนะฮะเป็นเอ่อเรียกว่าเป็นระดับที่เป็นคนเก่งของแต่ละด้านน่ะคือได้รับการยอมรับในแวดวงของแต่ละท่านว่านี่คือคนเก่งจริงซึ่งถ้าทุกท่านในรายชื่อที่ว่ามาตอบรับเนี่ยโอก็น่าจะเป็นทีมที่น่าสนใจทีเดียวนะสำหรับที่ปรึกษาของคุณสุภจีบางคนเนี่ยนะฮะบอกเอ่อมีการพูดกันว่าโดยรายชื่อเนี่ยเป็นระดับรัฐมนตรีก็ยังได้เลยถ้าทีมที่ว่าเป็นรัฐมนตรีในรัฐมนตรีเอ่อในครม.ของคุณอทินเนี่ยโอเบางคนบอกน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ด้วยซ้ำนะฮะแต่โอเคอันนี้มาเป็นที่ปรึกษาก็นับว่าเป็นมฟที่น่าสนใจจากคุณสุจีเป็นที่ดีชมก็ได้เป็นูฟที่ดีนะฮะแต่ผลสุดท้าย 1 เขาจะตอบรับหรือเปล่ากับ 2 ก็คือว่าพอมาทำงานแล้วจริงๆเนี่ยผลลัพธ์มันจะออกมาได้ขนาดไหนก็น่าติดตามนะครับซึ่งถ้าทำได้ดีมันก็เป็นผลกับประเทศก็หวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้นได้จากทีมที่ปรึกษาตรงนี้รายชื่อต้องยอมรับว่าเออหลายคนนี้น่าสนใจจริงๆนะครับก็น่าติดตามนี่คือเรื่องของสถานการณ์เอ่อพลังงานที่มันเกิดขึ้นตรงนี้แล้วก็เอ่อในเรื่องของมาตรการที่เกิดขึ้นนี้นะฮะท่านผู้ชมทิ้งท้ายมาดูนี้หน่อยแล้วกันวันนี้เค้าเป็นงานวันเกิดข่าวสดนะฮะก็เป็นงานคล้ายวันก่อตั้งของบริษัทข่าวสดจำกัดนะครับนี่ฮะ 9 เมษายนปีที่ 9 เข้าสู่ปีที่ 36 ก็บรรยากาศวันนี้ก็มีทั้งการบวงสรวงแล้วก็มีนะฮะบรรดาผู้บริหารในเครือมติชนข่าวสดเนี่ยก็มาร่วมงานกันเนี่ยคุณขันชัยบุญปานประธานบริษัทมติชนจำกัดมหาชนนะครับคุณปานบัวบุญปานประธานกรรมการบริษัทมติชนจำกัดมหาชนคุณปราบปุญปานกรรมการผู้จัดการบริษัทมติชนจำกัดมหาชนก็แล้วก็ผู้บริหารในเครือมั้ชนนะครับก็มาร่วมงานแล้วก็ให้การต้อนรับแขกเรือที่มาร่วมงานกันในวันนี้ซึ่งในบรรดาแขกที่มาก็คนการเมืองเยอะแล้วฮะวันนี้มาร่วมงานกันนะทั้งเอกชนเอ่อทั้งการเมืองภาครัฐเอกชนนะฮะมากันอุ่นหนาฝาคั่งจริงๆเพื่อไทยนี่มาทั้งทีมนะฮะอาจารย์เชนยศชนันท์รัฐมนตรีอวคุณจุลพันธ์อมรวิวัฒน์นะฮะคุณประเสริฐจันทรรวงทองนะส่วนฝั่งของภูมิใจไทยนี่ก็มาครบนะฮะคุณวราวุฒิศิลปะอาชาคุณมีใครอีกอ่ะหลายคนที่มานะครับอ่าที่เห็นในภาพนี้ก็คุณภูมิธรรมคุณประเสริฐคุณจุลพันธ์มีอาจารย์เชนนะฮะที่มาร่วมงานวันนี้มาแสดงความยินดีข่าวสดนี่ฮะมาทีมใหญ่เลยส่วนอ่าพรรคประชาชนเห็นบอกมีคุณปกรวุฒินะฮะซึ่งเป็นประธานวิทยฝ่ายค้านก็มาอาจารย์เจตโทนวนิกก็มานะเห็นมีรายงานบอกคนนี้อาจารย์เจตก็มาอ่านี่ทีมเพื่อไทยก็เรียกว่าคึกคักนะฮะวันนี้คนที่มาแสดงความยินดีกับข่าวสดซึ่งข่าวสดปีที่ผ่านมาเขาก็เติบโตด้วยยอดวิว 60,000 ล้านวิวนะครับยอดติดตามทุกแพลตฟอร์มรวมกันเนี่ย 40 ล้าน follower ทั้ง Facebook ทั้ง TikTok YouTube นะฮะ Instagram และปีนี้ข่าวสดเเปิดยูนิตใหม่ท่านผู้ชม MMS Media Marketing Solution เพื่อตอบโจทย์โลกการตลาดยุคใหม่ที่ซับซ้อนและท้าทายกว่าเดิมอ่ะอันนี้คุณผึ้งศุภมาศรัฐมนตรีประจำสำนักนายกก็มาร่วมงานวันนี้ด้วยนะฮะนี่ก็มาเจอกับอ่าทีมผู้บริหารข่าวสดนี่นะฮะก็นี่แหละเอามาให้ดูอันนี้สปสช.ก็มานะครับก็ตัวแทนเนาะก็ขอบคุณทุกท่านนะฮะที่มาร่วมงานแล้วก็แสดงความยินดีนี่อาจารย์ชัดชาติเอ้เอ่อประธานก็มาคุณโสภลสารัมนะฮะมาร่วมแสดงความยินดีด้วยนะครับก็ขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะฮะที่มาร่วมแสดงความยินดีข่าวสดในโอกาสนี้ไม่ว่าจะเป็นวงการไหนนะฮะอ่าขอบคุณในโอกาสนี้ด้วยแล้วกันนะครับอ่ะทิ้งท้ายประมาณนี้แล้วกันเนาะส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆท่านผู้ชมเดี๋ยวผมขอดูก่อนว่ามีอะไรอัปเดตเพิ่มเติมมั้ยนะฮะอ่ายังไม่มีอะไรนะก็น่าจะเป็นบรรยากาศหลักๆในส่วนของสภาแล้วฮะก็ยังคงอภิปรายกันก็ติดตามได้นะครับใน YouTube มติชนทีวีทั้งอ่าเอ่อถ่ายทอดสดแล้วก็คลิปที่ตัดออกมาเป็นคลิปสั้นคลิปยาวอะไรก็ติดตามได้นะครับใน YouTube ปติชนทีวีนะครับส่วนวันนี้ผลโพลท่านผู้ชมคำถามที่เราถามไปก็คือว่าเอ่อกรณีที่ปปช.เ้ายื่นศาลฎีกาในคดี 44 สส.วันเดียวกันกับที่มีการอภิปรายนโยบายรัฐบาลเนี่ยท่านคิดว่าเหมาะสมหรือเปล่า. นี่นะฮะสำหรับผลการโหวตสักครู่นึงนะฮะใน YouTube มัติชนทีวี 13,000 โหวต 83% เ้ามองว่าไม่เหมาะสม 17% บอกเหมาะสมนะครับส่วนใน The Politic 89% ไม่เหมาะสมนะครับ 11% เหมาะสมส่วนในช่องแชท 91% บอกว่าไม่เหมาะสมนะครับ 9% บอกเหมาะสมอ่ะโดยส่วนใหญ่ก็มองว่าแหมันอะไรจะขนาดนี้นะฮะอ่ะอันนี้ก็เป็นมุมมองหนึ่งนะครับดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์กดแชร์กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน TV กันด้วยนะครับ.