Transcription
ผมจะฝากวางไมค์ด้วย >> พี่ครับฝากวางไมค์หน่อยครับ ขอบคุณมากครับ
พี่ขอโทษครับ เดี๋ยวโทรไปหาบริษัทก่อน >> โอเค >> ฮัลโหลครับ บันทึกให้ผมหน่อยนะครับ ผมเห็นอ่าอ่า >> ใช่ๆ ครับผม >> อ้า >> ครับ โอเค ไลฟ์มาหรือยังเอ่ย โอเค สวัสดีครับ สวัสดีคนดูทุกท่านนะฮะ วันนี้เราอยู่กันที่รัฐสภาเหมือนเดิมนะครับ อ่า วันนี้ก็เป็นงานเสนอข่าว ครม.เงา นะครับ
>> ครับ พี่ๆ สื่อมวลชนพร้อมหรือยังฮะ >> พร้อมแล้วนะครับ >> พร้อมครับ >> โอเคครับ ก็ขอขอบคุณทางพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ที่วันนี้มาติดตามการแถลงข่าวนะครับ การประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 2 นะครับ ซึ่ง เอ่อ ผมอยากนำเรียนทุกท่านอย่างนี้ครับ ท่ามกลางกระแสข่าวทางการเมืองที่เป็นภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมประชุมอาเซียน สมัมิของท่านนายกรัฐมนตรีที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับ MO 44 นะครับ ที่ประเทศไทยเนี่ยแสดงท่าทีในการยกเลิกนะครับ เรื่องของ พรก.เงินกู้นะครับ ที่วันนี้เนี่ยพี่น้องสื่อมวลชนก็น่าจะติดตามในเรื่องของการยื่นคำร้องนะครับ ที่ทางพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ เตรียมยื่นคำร้องตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญนะครับ เรื่องของประเด็นการปล่อยตัวคุณทักษิณนะครับ แล้วก็เรื่องของที่ทางคณะรัฐมนตรีเนี่ยนะ ครับ ยังไม่ได้มีมติยืนยันในการนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกลับมาพิจารณาในต่อในรัฐสภา ทั้งๆที่ เอ่อ ประชาชนเนี่ยลงความเห็นชอบนะครับ ผ่านประชามติ 21 ล้านเสียงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่อีก 1 อย่างนะครับ ที่ผมเองอยากให้ความสำคัญนะครับ ก็คือเสียงจากคนตัวเล็กตัวน้อย เสียงจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรทุกคนนะครับ ที่วันนี้เนี่ยไม่ควรถูกหลงลืมและไม่ควรถูกละเลยนะครับ จากการทำหน้าที่ของรัฐบาลนะ ครับ เป็นที่มาที่วันนี้เราจัดวาระการประชุม ครม.เงา นะครับ ซึ่งมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนนะครับ ที่วันนี้จะมาร่วมในการแถลงข่าวในครั้งนี้นะครับ ก็ผมขอลำดับวาระให้เห็นดังนี้ก่อนนะครับ ก็เดี๋ยวจะเป็นทางผมนะครับ ที่เปิดให้เห็นประเด็นในภาพใหญ่ เอ่อ ลำดับต่อไปท่านที่ 2 ก็จะเป็นทางคุณปุ้ยแสงนาค นะครับ เป็นตัวแทนของพี่น้องเกษตร ที่จะมาสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการในการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรในเรื่องในเรื่องของปุ๋ยนะครับ ปัจจัยการผลิตต่างๆ เนี่ยพลาดเป้าอย่างไร ไม่ทั่วถึงอย่างไร ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรอย่างไรนะครับ ต่อไปด้วยที่คุณชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงษ์ นะครับ ที่จะมาสะท้อนปัญหานะครับ ให้เห็นถึง เอ่อ เรื่องของมะพร้าวนะครับ ราคาพืชผลทางการเกษตรต่างๆ ที่จริงๆ แล้วถ้าภาครัฐนะครับ สามารถออกมาตรการบางอย่างเนี่ย ก็จะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรได้มากนะครับ เอ่อ แล้วก็ไปต่อที่คุณวริสา นะครับ ที่จะมาสรุปนะ ประเด็นในข้อเสนอต่างๆนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับ เอ่อ เรื่องปุ๋ย ธงโครงการปุ๋ยธงเขียวนะครับ ที่เราได้รับฟังแล้วก็มีข้อเสนอจากฝั่งของ เราด้วย อาจารย์เดชรัตน์นะครับ จะมาสะท้อนปัญหารวมถึงข้อเสนอนะครับ ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยชีวภาพ ที่ในอดีตเนี่ยเคยมีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันะ ครับ รวมถึงข้อเสนออื่นๆนะครับ แล้วก็ต่อเนื่องไปที่ทาง เอ่อ อาจารย์ชัยสิทธิพล นะครับ ที่จะมาพูดถึงในเรื่องของ เอ่อ บทบาทของกระทรวงพาณิชย์นะ ในการจัดการต้นทุนนะครับ แล้วก็ป้องกัน เอ่อ สินค้านำเข้าล้นทะลักนะครับ ส่วนสุดท้ายผมก็จะขอสรุปประเด็นนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเร่งด่วนหรือว่า เอ่อ สิ่งที่เราจะเรียกร้องต่อรัฐรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งด่วนนะครับ เนื่องจากว่าวันนี้เนี่ยเป็นวันประชุม ครม.เงา ในวันจันทร์ จริงๆรัฐบาลเองเนี่ย เอ่อ พรุ่งนี้ก็จะมีการประชุม ครม.นะ ครับ ซึ่งมีบางอย่างที่เราอยากจะส่งข้อเรียกร้องออกไปนะครับ ซึ่งมันเป็น deadline แล้วล่ะนะครับ ที่วันการประชุม ครม.วันพรุ่งนี้เนี่ย เอ่อ จะเป็นเส้นตายสุดท้าย ที่รัฐบาลควรจะต้องรีบเร่งดำเนินการในบางส่วน ซึ่งเดี๋ยวผมจะชี้แจงในลำดับถัดไปนะครับ ก็ขอเข้าสู่นะครับ ในเรื่องของ เอ่อ ปัญหาที่วันนี้เราได้รับฟังมาในส่วนของปัญหาภาคการเกษตรนะครับ เอ่อ ที่เราได้เห็นหน้าข่าวที่ผ่านมานะครับ ที่ เอ่อ ทางกระทรวงพาณิชย์หรือว่ากระทรวงเกษตรนะครับ เอ่อ 2 กระทรวงในรัฐบาลเนี่ยนะครับ ที่ดูมีการดำเนินการที่ไม่ได้สอดประสานกัน เราเห็นการให้ข่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เอ่อ พาณิชย์เนี่ยเนี่ยนะครับ ที่ออกมาบอกว่าต้องการการร่วมไม้ร่วมมือจากกระทรวงเกษตรนะครับ รัฐมนตรีช่วยเกษตรเองก็ออกมาให้ข่าวในลักษณะเดียวกันนะครับว่าเชิญชวนทางกระทรวงพาณิชย์เนี่ยไปลงพื้นที่ด้วยกันนะครับ ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นภาพที่แสดงให้ทุกท่านเห็นนะครับ ว่าเสียงของภาคเกษตรเนี่ย เอ่อ ถูกละเลยอย่างไรนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาของรัฐบาลที่นำโดยคุณอนุทินที่ เอ่อ ไม่สามารถที่จะบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ทำให้เสียงของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรตกหล่นอย่างไรบ้างนะครับ ก็ผมขอส่งไมค์ต่อให้กับทาง เอ่อ คุณปุ้ยแสงนาค นะครับ เอ่อ ตัวแทนจากพ่อแม่พี่น้องเกษตร ได้สะท้อนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเรื่องปุ๋ยนะครับ รวมถึงเรื่องอื่นๆ เชิญคุณปุ้ยได้เลยครับ
>> สวัสดีครับ ผมปุ้ยแสงน่าครับ ตัวแทนปากเสียงพี่น้องชาวนานะครับ โดยเฉพาะในเขตอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง และใกล้เคียงครับ สถานการณ์ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ตอนนี้นะครับ ย่ำแย่ที่สุดแล้ว ราคาข้าวตกต่ำที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาแล้ว ถูกซ้ำเติมด้วยราคาต้นทุนที่แพงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาเหมือนกัน ราคาน้ำมันที่แพงมาก แล้วราคาปุ๋ยที่แพงตามแล้วไม่เคยลงเลยนะครับ แล้วก็ราคายา ต้นทุนเกือบ 70-80% ของการทำนา มันอยู่ที่ปัจจัยพวกนี้ครับ ปุ๋ย ยา และน้ำมันนะครับ ในขณะที่สถานการณ์ของพี่น้องชาวนา ย่ำแย่ถึงขณะนี้ยังไม่เห็นถึงความจริงใจ ใส่ใจช่วยเหลือจริงจังของภาครัฐหรือรัฐบาลนะครับ รัฐบาลครับ รัฐมนตรีครับ ผมอยากถามข้อแรกนะครับผม รัฐบาลทำนาเองเหรอครับ ผมรัฐมนตรีทำนาเองถึงได้เข้าใจพี่น้องชาวนาว่าพี่น้องชาวนาต้องการปุ๋ยสูตรอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องการปุ๋ยชีวภาพไปถามใครเขามาครับผม ปุ๋ยชีวภาพอาจจะใช้ได้ดีในบางพื้นที่นะครับ แต่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างพื้นที่อยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง ใกล้เคียงนี่ไม่สามารถใช้ปุ๋ยชีวภาพได้นะครับผมนะ เพราะว่ามันต้องใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก ถ้าไม่ใช้ปุ๋ยชีวภาพแบบปูพรมในพื้นที่ทำนาเป็นล้านๆไร่นะครับผม ความเสียหายเนี่ยมันจะมากมายมหาศาล สมมุติว่าใครก็ตามที่ใช้ปุ๋ยชีวภาพ หรือทำนาปชีวภาพเพียงแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่ส่วนมากเขายังใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ ยังใช้แบบเคมีอยู่ ความเสียหายจะเกิดกับการทำนาแบบชีวภาพนะ โรคแมลงต่างๆจะไปรุมอยู่ตรงนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นน่ะ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ณ เวลานี้ยังไม่ตอบโจทย์ ยังไม่ตอบโจทย์ของพี่น้องชาวนานะครับผม และเรื่องปุ๋ยเนี่ยนะครับผม ก็อยากจะฝากให้มันเป็นสินค้าที่ควบคุมจริงๆนะครับผม ตรวจสอบที่มาที่ไป ต้นทุนและกำไรของนายทุนของพ่อค้าคนกลางที่ขายให้พี่น้องชาวนานะครับผม ว่าเขาได้กำไรสมเหตุสมผลหรือเกินไป เอาเปรียบชาวนามากเกินไปหรือเปล่า ไปถึงคำถามที่ 2 ครับผม ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านนายกครับ ท่านรัฐบาลครับ ผมมันยากเย็นแค่ไหนครับผม ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาแบบตรงๆนะครับ เราเรียกร้องเรื่องราคาข้าว เราเรียกร้องเรื่อง เอ่อ ช่วยเหลือต้นทุนการเตรียมแปลง การดำเนินการเพาะปลูกหรือการเก็บเกี่ยว เรียกร้องเรื่องการช่วยเหลือเรื่องเงินสนับสนุนแบบตรงๆ แต่ทำไมรัฐบาลการทำเหมือนมันเป็นเรื่องยากเย็น มันยากในการช่วยเหลือ หรือว่ามันยากเพราะว่ามันจะไปเกิดการขัดผลประโยชน์ของใครนะครับผม ทำไมถึงช่วยอ้อมค้อมไปช่วยเรื่องปุ๋ยไปช่วยเรื่องโครงการฝากยุ่งฉ่างบ้างไปช่วยเรื่องที่ชาวนาไม่ได้ผลประโยชน์เลย เรื่องปุ๋ยชาวนาเข้าไม่ถึงครับ ทำไมไม่เข็ดไม่หลาบไม่จดไม่จำ หรือเป็นพี่น้องชาวนาเอง ทำไมไม่จดจำการออกโครงการช่วยปุ๋ยพี่น้องชาวนามากี่โครงการแล้ว ตั้งแต่ปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ย 10 ล้านกระสอบ ปุ๋ยธงฟ้า ล่าสุดมาปุ๋ยธงเขียว พี่น้องชาวนาไม่เคยเข้าถึงปุ๋ยพวกนี้ได้เลย มิหนำซ้ำมันเป็นการซ้ำเติมทำให้ราคาปุ๋ยในท้องตลาดเนี่ยมันแพงขึ้นแพงขึ้น เป็นลูกก็ละ 100-200 ด้วยนะครับผม เพราะฉะนั้นคำถามก็คือมันยากตรงไหนครับที่จะช่วยพี่น้องชาวนาแบบตรงๆนะครับผม ที่จะสนับสนุนเรื่องการเพาะปลูก ที่จะสนับสนุนเรื่องการเตรียมแปลง หรือเช่นตัวอย่างไอ้ไร่ละเนี่ยครับ ทำไมไม่ช่วยให้เต็มที่ ต้องไปกำหนดกฎเกณฑ์ทำไมว่าต้องช่วยแค่ 10 ไร่ 20 ไร่ ในเมื่อความเป็นจริงพี่น้องชาวนาเขาทำนาจริงๆ เขาทำนาคนละ 50 ไร่ คนละ 100 ไร่ก็มี หรือมากกว่านั้นก็มีนะครับผม ทำไมไม่ช่วยให้มันตรงประเด็น ช่วยให้มันชัดเจน ทำไมต้องช่วยอ้อมค้อม ทำไมต้องช่วยไปผ่านนายทุน ทำไมต้องช่วยให้เกิดผลประโยชน์เอื้อกับกลุ่มนายทุนด้วยครับผม
>> ปีที่แล้วยังช่วยหมด 2
>> ครับ ขอบคุณทางคุณปุ้ยแสงนาคนะครับ จริงๆเรื่องการควบคุมราคาปุ๋ยก็เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกระทรวงพาณิชย์นะครับ แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งที่ต้องหาซัพพลายหรือว่าหาปุ๋ยนะครับ มาให้เพียงพอกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรเนี่ย ก็อยู่ในอำนาจหน้าที่ของทางกระทรวงเกษตร ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นหน้าข่าวที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเนี่ยเล่นข่าวใหญ่ว่าจะได้ปุ๋ยรัสเซียมา 2 ล้านตัน แต่สุดท้ายก็ต้องพับโครงการไปนะครับ แล้วก็หันมาเปลี่ยนว่าจะของบกลาง 5-6,000 ล้านบาทนะครับ ไปทำเรื่องปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งสุดท้ายเนี่ย เมื่อกี้เราได้ฟังเสียงสะท้อนจากพ่อแม่พี่น้องชาวนา พ่อแม่พี่น้องเกษตรโดยตรงนะ ว่าอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการนะครับ ของพ่อแม่พี่น้อง เอ่อ เกษตรกรนะครับ ขอไปลำดับถัดไปนะครับ ไปยังทางคุณ เอ่อ ชัยรัตน์สัตว์อิสระพงษ์นะครับ ที่จะมาสะท้อนปัญหาในส่วนของราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ เอ่อ น้ำมะพร้าวนะครับ เชิญได้เลยครับ
>> ครับ สวัสดีครับพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ครับผม ชัยรัตน์ศักดิ์อิสระพงษ์นะครับ เอ่อ ผมก็คลุกคลีอยู่กับการแก้ปัญหาเรื่องมะพร้าว น้ำหอมมานานตลอด 8-9 เดือนที่ผ่านมานะ ครับ ก็พบเจอแต่ความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรนะครับ อยากพี่น้องเกษตรกรเนี่ย ชาวสวนเนี่ยอยากจะตะโกนดังๆ แต่มันก็จุกอกเหลือเกินนะครับ ไม่มีเสียงที่จะร้องออกมา แล้วตอนนี้นะครับ สิ่งที่ผมมาติดตามสอบถาม และจะทวงถามไปถึงรัฐบาลนะครับ ในวันนี้นะครับ ก็คือเรื่องของล้งนะครับ ทุกคนรู้ดีครับ ล้งนอมินีก็คือเครื่องมือกลไกกลักสำคัญของพ่อค้าส่งออก ที่เป็นเครื่องมือในการกดราคามะพร้าวชาวสวนมะพร้าวในในปัจจุบันใน เอ่อ ที่ผ่านมานะครับ ล้งนอมินีเนี่ย มีการเข้าไปตรวจนะครับ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ประมาณวันที่ 9 ที่ 10 มีนาคม ผ่านมา 2 เดือนแล้วนะครับ เข้าไปตรวจ 8 ล้งนะ ครับ มีการเข้าไปจับกุมนะครับ เอ่อ ผู้ต้องสงสัยว่า เอ่อ จะเป็นนอมินีนะครับ วันนี้ผ่าน มา 2 เดือนแล้วเนี่ย ผมอยากจะทวงถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงรัฐบาลว่า เรื่องล้งนอมินีเนี่ย ท่านจัดการไปถึงไหนแล้ว มีการดำเนินคดีไปแล้วกี่รายนะครับ แล้วล้งในจังหวัดราชบุรีของผมเนี่ย 200 กว่าล้งเนี่ย มีล้งไหนที่ผิดกฎหมาย มีล้งไหนที่ไม่ได้มาตรฐานนะครับ มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้วกี่รายนะครับ วันนี้เราไม่พบในสารระบบเลยว่ามีการดำเนินคดีหรือการดำเนินการอย่างไรต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือนมาแล้วนะครับ ในเรื่องของล้งนอมินีคือเรื่องแรกที่ผมมาทวงถาม เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของล้งกลางนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็พูดคำโตนะครับ เมื่อ 2 เดือนที่แล้วเหมือนกัน ที่ผ่านมาว่าจะตั้งล้งกลางนะครับ เพื่อที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็สร้างความหวังให้กับพี่น้องเกษตรกรครับ แต่หลังจากนั้น ล้งกลางของผม ความหวังของผม กลายเป็นล้งชุมชนนะครับ จนถึงวันนี้ 2 เดือนไปแล้วนะครับ เรายังไม่เห็นล้งที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลเลย วันนี้ก็มาทวงถามอีกเช่นเคยครับว่า ล้งที่ท่านจะทำเนี่ย ล้งชุมชนเนี่ย วันนี้เนี่ยท่านดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ผมสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องนะ ครับว่ายังอยู่ในขั้นตอนที่หาข้อมูลอยู่เลยนะครับ แล้วอีก 3-4 เดือนเนี่ย มะพร้าว นะครับ จะถึงฤดูกาลที่ออกมามากแล้วเนี่ย เนี่ย ท่านจะเตรียมตัวทันเหรอครับ แล้วท่านจะใช้เครื่องมืออะไรที่จะไปดูดซับผลผลิตพวกนี้ออกนะครับ ในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำต่อไปนะครับ เรื่องของล้งกลาง เรื่องของล้งชุมชน ผมก็ขอทวงถามไปถึงรัฐบาลด้วยนะครับ สัปดาห์ที่แล้วนะครับ กระทรวงพาณิชย์นะครับ ได้ออกจดหมายเปิดผนึกมาเรื่องหนึ่ง เรื่องของประเด็นของ เอ่อ ความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับน้ำมะพร้าวนะครับ ว่ากำลังจะหารือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หา รือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หา รือกับ เอ่อ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมนะครับ ว่าจะทำอย่างไรให้น้ำมะพร้าวของเราเนี่ย มีมาตรฐานนะครับ ผมอยากจะเรียนผ่านพี่น้องสื่อมวลชนไปอย่างนี้ครับว่า เอ่อ ประเทศของเรานะครับ เรามีมาตรฐานอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวน้ำหอมที่ประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2564 แล้วนะครับ ท่านกระทรวงพาณิชย์นะ ครับ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านสามารถหยิบมาตรฐานนี้มาใช้ได้เลยนะครับ ใช้ในการตรวจสอบน้ำมะพร้าวที่อยู่ในตลาด ปัจจุบัน หรือน้ำมะพร้าวที่กำลังผลิตและส่งออกนะครับ มีกำหนดทั้งคุณลักษณะนะครับ คุณสมบัติ นะครับ วิธีการตรวจสอบประเมินต่างๆ ว่าการเป็นมะพร้าวน้ำมะพร้าวแท้ เนี่ยต้องเป็นอย่างไรนะครับ ท่านไม่ต้องไปปรึกษาไม่ต้องไปหาข้อมูลแล้วครับ เรามีมาตรฐานนี้อยู่แล้ว ท่านนำมาใช้ได้ทันที เพื่ออะไรครับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศนะครับ ให้มีความเชื่อมั่นว่าน้ำมะพร้าวที่แปะ มก.จากรัฐบาลไทยเนี่ย สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัยและมีคุณสมบัติถูกต้องตามธรรมชาติชัดเจนนะครับ เรื่องนี้ผมก็อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ในเรื่องสุดท้ายนะครับ ที่ผมมาติดตามทวงถามก็คือเรื่องของการแปรรูปและการดูดซับผลผลิตนะครับ มะพร้าวสวนเกินที่จะออกในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าเนี่ย เอ่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและรัฐบาลเนี่ย มีแผนการอย่างไรครับ มีแผนการที่จะยกระดับโรงงานแปรรูป เอ่อ ขนาดเล็กหรือขนาดกลางอย่างไร เพื่อที่จะสร้างมูลค่าของมะพร้าวเนี่ย ลูกไม่กี่บาทให้มีมูลค่าเพิ่มอย่างไรนะครับ วันนี้ นะครับ หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ผมอยากจะเชิญพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ ไปร้านสะดวกซื้อก็ได้ครับ ลองไปหาน้ำมะพร้าวน้ำหอมนะครับ ดูก่อนที่ท่านจะเปิดดื่มนะครับ ท่านอาจจะฉลากดูส่วนผสมสักนิดนึงนะครับว่า น้ำมะพร้าวที่ท่านดื่มว่าเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมเนี่ย มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวน้ำหอมอยู่กี่เปอร์เซ็นต์นะครับ วันนี้ผมก็อยากจะเป็นอยากจะเชิญชวนพี่น้องนะครับ ไปหาดื่มนะครับ เพราะว่าท่านจะตกใจกับฉลากและส่วนผสมนะครับ ที่เขียนอยู่ข้างขวดนะครับ วันนี้ผมไม่ได้ต้องการจะมาหาคนผิดหรือหาคนรับผิดชอบหรือจะกล่าวหาใครนะครับ แต่ส่วนผสมที่ท่านผสมเพียงแค่น้ำมะพร้าวน้ำหอมเพียงแค่ 1% ลงไปในในขวดน้ำมะพร้าวน้ำหอม แล้วท่านบอกว่าน้ำมะพร้าวน้ำมะพร้าวในขวดเนี้ยคือน้ำมะพร้าวน้ำหอม โดยที่ท่านผสมน้ำมะพร้าวน้ำหอมเนี่ยไปเพียงแค่ 1% เท่านั้นนะครับ แต่ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเนี่ยหันมามองตรงจุดนี้ สร้างมาตรฐาน เอ่อ อ่า ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานส่วนผสมนะครับ โดย เอ่อ มกอช.ก็ได้นะครับ ตั้งมาตรฐานสัดส่วนการผสมน้ำมะพร้าวน้ำหอมนะครับ การเพิ่มส่วนผสมขึ้นไปทีละ 1% เนี่ย หมายถึงการดูดซับผลผลิตออกจากสวนเนี่ย หลายสิบลูกนะครับ ฉะนั้นฝากพี่น้องสื่อมวลชนครับ ลองลงไปดูขวดน้ำมะพร้าวน้ำหอมบรรจุขวดที่ light อ่ะนะครับ ว่ามีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวน้ำหอมเท่าไหร่ แล้วท่านลองไปคิดกลับดูว่าถ้าเพิ่มส่วนผสมให้มากขึ้นนะครับ มันจะดูดซับผลผลิตตรงนี้ออกไปจากสวนได้เท่าไหร่ เป็นวิธีการที่ง่ายมากๆครับ ที่รัฐรัฐบาลสามารถทำได้ในทันทีนะครับ ซึ่งตรงเนี้ยผมก็อยากจะเรียกร้องนะครับ และเสนอไปยังรัฐบาลนะครับ ให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวสวนนะครับ ที่จมกับความทุกข์มาตลอด 8-9 เดือนนะครับ จะปีนึงอยู่แล้ว อีก 3-4 เดือนก็จะวนมาอีกรอบนึงนะครับ พี่น้องไม่อยากจะ เอ่อ พบกับภาพเก่าๆที่ถูกกดราคานะครับ ฉะนั้นเรารู้ปัญหา รัฐบาลรู้ปัญหามาอยู่แล้วตลอด 8-9 เดือนที่ผ่านมาแล้ว ผมหวังว่านะครับ จะฟังเสียงสะท้อนจากพวกเรานะครับ ซึ่งผมเป็นตัวแทนชาวสวนนะครับ และนำปัญหาเหล่านี้ไปแก้ไข นำข้อเสนอเหล่านี้ไปแก้ไขนะครับ ให้ในฤดูกาลนี้เราจะไม่ถูกกดราคาอีกรอบหนึ่งนะครับ ขอบคุณครับ
>> ครับ ขอบคุณทางคุณชัยรัตน์นะครับ ก็จากเสียงสะท้อนนะครับจาก เอ่อ กลุ่มเกษตรกรโดยตรงนะครับ ก็จะนำไปสู่ข้อเสนอนะครับ ในลำดับถัดไปขอเชิญคุณทาง เอ่อ ทางคุณวริสา มีเจริญ ได้นำเสนอข้อเสนอจากทาง ครม.เราครับ เชิญครับ
>> สวัสดีค่ะ วิสา มีเจริญนะคะ จากเสียงสะท้อนค่ะของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวน ชาวนา นะคะ เราพบว่าเกษตรกรเนี่ย กำลังเดือดร้อนจากภาวะปัจจัยการผลิตที่แพงขึ้น ภาวะปุ๋ยขาดแคลน โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียค่ะ จากที่ทีมพรรคประชาชนเราลงพื้นที่เนี่ย จะพบว่าเดิมกระสอบละ 800 บาท ก็ขึ้นเป็น 1,400-1,500 บาทในบางพื้นที่นะคะ รวมไปถึงปุ๋ยสูตรอื่นๆ เนี่ย ก็ทยอยที่จะปรับตัวสูงขึ้นด้วย มาตรการที่รัฐบาลนำมาช่วยเหลือเกษตรกรค่ะ ก็คือโครงการปุ๋ยธงเขียวราคาประหยัดพลัส ของกระทรวงพาณิชย์นะคะ โดยเป็นการลดราคาปุ๋ยกระสอบละ 305 กระสอบ แล้วก็ลดราคาเคมีพันธุ์แล้วก็ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมด้วยนะคะ ดูเหมือนจะช่วยเหลือเกษตรกรได้ใช่มั้ยคะ แต่พอเราเปิดดูรายละเอียดแล้วเนี่ย เราพบว่าโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัสเนี่ย ช่วยเหลือเกษตรกรได้ค่อนข้างน้อยเลย คือแต่เดิมเนี่ย ปุ๋ยธงเขียวตั้งเป้าไว้ที่ 10 ล้านกระสอบ แต่สุดท้ายค่ะหดเหลือแค่ 600,000 กระสอบเท่านั้น 600,000 กระสอบเนี่ย น้อยมาก คิดเป็นแค่ 0.5% ของความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศทั้งปีนะคะ ถ้าเราพูดเปรียบเทียบกันง่ายๆ เนี่ย ก็เหมือนเกษตรกรครัวเรือนนึงเนี่ย ต้องการใช้ปุ๋ย 100 กระสอบ แต่เราพบว่ารัฐบาลเนี่ย ให้มาตรการช่วยเหลือปุ๋ยที่ราคาถูกลงแค่ครึ่งกระสอบเท่านั้นค่ะ อีก 99.5 กระสอบเนี่ย ก็ต้องให้เกษตรกรไปหาเองตามมีตามเกิด ไม่ว่าจะราคาตลาดตอนนั้นเท่าไหร่ก็ตาม ยังไม่พอนะคะ สิทธิ์ในการที่จะเข้าถึงปุ๋ยลดราคาเนี่ย ก็ค่อนข้างไม่ได้ครอบคลุมเกษตรกรทุกคน เพราะว่าก็ต้องเดินทางไปซื้อที่โครงการปุ๋ยธงเขียวนี้เท่านั้น แล้วก็พบอีกว่าในแต่ละงานที่จัดขึ้นมาเนี่ย จะมีปุ๋ยมาจำหน่ายแค่ 10,000 กระสอบค่ะ แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นเนี่ย เราพบว่าราคาขายของปุ๋ยที่นำมาขายในโครงการปุ๋ยธงเขียวราคาประหยัดพลัส ไม่ได้ตรงตามกับประกาศแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศมาก่อนหน้านี้ นะคะ ในเรื่องของประกาศราคาแนะนำขายปลีกปุ๋ยเคมี เช่น เมื่อวันที่ 6-7 พฤษภาคมที่ผ่านมาค่ะ มีโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัสครั้งแรกเนี่ย ที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร มีการจำหน่ายปุ๋ยสูตร 162 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อ่ะ เคยประกาศสูตรนี้ไว้ราคาแนะนำที่ 939-1,01 บาท แต่ในงานค่ะ เราพบว่ากลับตั้งราคาขาย ก่อนที่จะมีส่วนลด ขายอยู่ที่ 1,025-1,050 ซึ่งสูงกว่าประกาศราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์เองด้วยซ้ำ ที่ประกาศมาก่อนหน้านี้ นะคะ เราก็จะพบว่าแม้กระทั่งเป็นโครงการของกระทรวงพาณิชย์เนี่ย ก็ยังไม่สามารถที่จะหาปุ๋ยหรือว่าทำราคาตามประกาศแนะนำของกระทรวงพาณิชย์เองได้เลย ส่วนปุ๋ยยูเรียค่ะ สูตร 4600 ก็มีมาจำหน่ายในงานปุ๋ยธงเขียวพลัสด้วยเช่นกัน ในราคากระสอบละ 1,215 บาท แต่ก็มีมาขายแค่ 2 ยี่ห้อ ซึ่งก็น่าแปลกใจตรงที่ว่า 2 ยี่ห้อที่นำมาขายเนี่ย ค่ะ ไม่มีอยู่ในประกาศราคาแนะนำก่อนหน้านี้ของกระทรวงพาณิชย์ ก็เลยไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรือตั้งใจนะคะ ที่จะทำให้เกิดช่องว่างในการที่จะตรวจสอบราคาแนะนำได้ แล้วก็จากเสียงสะท้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวนา นะคะ พบว่าปีนี้ก็มีความไม่กล้าที่จะทำนา เนื่องจากปัจจัยการผลิตสูง สิ่งนี้ก็สะท้อนว่าโครงการช่วยเหลือของรัฐ โดยเฉพาะปุ๋ยธงเขียวพลัสเนี่ย ไม่ได้ครอบคลุมและช่วยเหลือเกษตรกรได้มากเพียงพอค่ะ ขอบคุณค่ะ
>> ครับผม ผมเดชรัตน์ สุขกำเนิดนะครับ ทีม ครม.เงา พรรคประชาชนนะครับ เอ่อ นอกจากประเด็นเรื่องของปุ๋ยธงเขียวเนี่ยนะครับ สิ่งหนึ่งที่เราเคยได้ยินกันนะครับ เป็นข่าวกันใหญ่โตก็คือเรื่องของการไปเจรจาปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยยูเรียจากประเทศรัสเซียนะครับ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเนี่ยก็ได้แถลงข่าว นะครับว่าจะมีการนำเข้ามา 1-2 ล้านตันนะครับ เอ่อ แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนนะ ครับ ก็ปรากฏว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรเนี่ย ก็ให้สัมภาษณ์ว่ามีการติดขัดไม่สามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ มีการพูดถึงว่าจะมาไม่ทันฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงนะครับ อ่า คาดว่าปุ๋ยรัสเซียจะมาประมาณเดือนสิงหาคมนะครับ ก็เลยน่าจะยกเลิกโครงการนี้ไปนะ แต่ข่าว เอ่อ ในอีกหลายๆส่วนก็บอกว่าเป็นเพราะว่าราคาที่ เอ่อ ดีลมาได้เนี่ยสูงเกินไปหรือเปล่า ภาคเอกชนเนี่ยก็เลยไม่อยากที่จะแบกรับความเสี่ยงนะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรก็พูดถึงการจะทำเป็นปุ๋ยชีวภาพที่คุณปุ้ยแสงนาคได้พูดไปนะครับ โดยของบประมาณกลาง 5-6,000 ล้านบาทเพื่อมาทำแจกพี่น้องเกษตรกรนะครับ ซึ่งข้อท้วงติงของพี่น้องเกษตรกรก็คือว่า แล้วไอ้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเนี่ย จะทำทันฤดูกาลเพาะปลูกนี้หรือเปล่า นะครับ เพราะปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์เนี่ย ก็ต้องใช้ในปริมาณมากนะครับ แล้วก็การบริหารจัดการโครงการไม่ว่าจะ เป็นการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ จะดำเนินการอย่างมีความ เอ่อ โปร่งใส มีมาตรฐานหรือไม่ เพราะว่าประเทศไทยเราไม่ได้ทำเรื่องปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพครั้งนี้เป็นครั้งแรก เคยทำมาก่อนหน้านี้นะครับ เคยมีปัญหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชันทั้งที่ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและดำเนินการโดยองค์กร เอ่อ ปกครองส่วนท้องถิ่นก็มักจะมีปัญหาในการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพเหล่านี้ สุดท้ายที่สำคัญมากๆก็คือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเนี่ย แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่ามันก็จะมีความเหมาะสมสำหรับแต่ละสภาพพื้นที่และสำหรับสภาพการทำนาของพี่น้องที่แตกต่างกัน พี่น้องเกษตรกรถามว่า เอ่อ กระทรวงเกษตรเนี่ยนะครับ ได้มีการสอบถามความต้องการของพี่น้องเกษตรกรแล้วหรือยังนะครับ ซึ่งในประเด็นนี้เนี่ย เอ่อ เราเสนอว่านะครับ รัฐบาลควรที่จะพยายามเจรจาหาปุ๋ยนะครับเคมีที่เป็นความต้องการและมีความขาดแคลนอย่างเช่นปุ๋ยยูเรียจากแหล่งอื่นๆต่อไปนะครับ แล้วก็ควรที่จะนำบทเรียนในกรณีของปุ๋ยรัสเซียเนี่ย มาปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินการเนี่ยเป็นไปโดย เอ่อ ได้ประสิทธิผลมากขึ้น ส่วนเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เราก็เห็นด้วยนะครับว่าควรจะช่วยเหลือแบบโดยตรงไปยังพี่น้องเกษตรกรนะครับ จะใช้เป็นส่วนเงินที่ไปให้พี่น้องเกษตรกรจ่ายเป็นค่าปุ๋ยเหมือนเป็นส่วนลดเนี่ยนะครับ จะเป็น 300 บาทต่อไร่ก็ดำเนินการจ่ายไปโดยตรงพี่น้องเกษตรกรจะได้ไม่ต้องไปรอธงเขียวหรือไม่ต้องไปรอปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพนะครับ สามารถที่จะบริหารจัดการได้ทันกับช่วงเวลาฤดูกาลเพาะปลูกซึ่งก็คือช่วงเวลา
นี้นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าช่วยเหลือโดยตรงก็จะเป็นลักษณะของการที่เป็นการช่วยเหลือโดยมีประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ ซึ่งจะใช้วงเงินประมาณสัก 40,000 ล้านบาทแล้วผมคิดว่าอันนี้ก็ไม่ใช่วงเงินที่มากเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับการกู้เงินเข้ามาประมาณ 400,000 ล้านบาทที่จะมาช่วยเหลือสถานการณ์นี้ 10% ของเงินนี้ที่จะช่วยเหลือโดยตรงกับพี่น้องเกษตรกรน่าจะเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างน้อยที่สุดนะครับ อันนี้ผมพูดถึงเป็นอย่างน้อยที่สุดนะครับ ก็เราจึงเสนอให้มีการช่วยเหลือในลักษณะที่ครอบคลุมทันการนะครับ และก็ทั่วถึงครับผม ขอบคุณครับ
>> ขออนุญาตเดี๋ยวรอตามลำดับการแถลงนะครับ เดี๋ยวเชิญทางอาจารย์ชัยสิริพล วิบูลธนกุล ครับ
>> ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงเวลานี้นะครับ กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องตั้งหลักให้ดี ต้องรู้ว่าภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้คืออะไร ผมอยากสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้มี 2 ภารกิจเร่งด่วนครับ เรื่องเรื่องแรกก็คือ กระทรวงพาณิชย์ต้องกล้าเข้าไปคุมราคาเพื่อจัดการต้นทุนให้เป็นธรรมสำหรับพี่น้องเกษตรกร และเรื่องที่ 2 กระทรวงพาณิชย์ต้องไปควบคุมการนำเข้าเพื่อบริหารปริมาณสินค้าเกษตรภายในประเทศ จัดการปัญหาสินค้าเกษตรจากต่างชาติที่ทะลักเข้ามาตัดราคาแล้วก็แย่งตลาดสินค้าเกษตรไทย เอาเรื่องแรกก่อนนะครับ เรื่องคุมราคาเพื่อจัดการต้นทุนเนี่ย สำหรับปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ต้องประกาศราคาควบคุม ไม่ใช่แค่ราคาแนะนำ ซึ่งวันนี้ไม่มีผลทางกฎหมาย และอย่างที่พี่น้องเกษตรกรให้ข้อมูลมา พบว่าราคาปุ๋ยที่ซื้อขายจริงในท้องตลาดสูงกว่าราคาแนะนำทั้งสิ้น ถ้ากระทรวงพาณิชย์ประกาศราคาควบคุม หลังจากนั้นสามารถทำงานเชิงรุกได้ ลงไปตรวจสอบราคาที่ซื้อขายจริงในตลาดว่าเป็นไปตามราคาควบคุมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ถ้าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอ รู้ว่าปุ๋ยในตลาดอยู่ที่ไหนบ้าง จำนวนเท่าไหร่ ท่านยิ่งต้องกล้าประกาศราคาควบคุม ไม่ใช่ปล่อยให้ราคาแนะนำของปุ๋ยเป็นเสือกระดาษนะครับ ขณะที่เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยราคาแพง และขอเรียนไปยังกระทรวงพาณิชย์นะครับ อย่าใช้เหตุผลว่าวันนี้มีปุ๋ยธงเขียวอยู่แล้ว เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยราคาถูกได้ เพราะวันนี้ปริมาณปุ๋ยธงเขียวคิดเป็นจำนวนไม่ถึง 1% ของปริมาณปุ๋ยที่เกษตรกรต้องใช้ นะครับ หนำซ้ำในบางพื้นที่ราคาปุ๋ยธงเขียว ยังแพงกว่าราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศด้วยซ้ำ นั่นคือเรื่องแรกต้องเข้าไปช่วยเรื่องต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร เรื่องที่ 2 นะครับ กระทรวงพาณิชย์ต้องไปกำกับควบคุมการนำเข้าเพื่อบริหารปริมาณสินค้าเกษตรในประเทศ ต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้พี่น้องเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าทำไมสินค้าตัวเองที่ผลิตออกมา ราคาตกต่ำ เพราะมีสินค้าจากต่างชาติทะลักเข้ามาจำนวนมาก เข้ามาแย่งตลาด เข้ามาดัมราคา เข้ามาขายตัดราคานะครับ ตัวอย่างเช่นกรณีมะม่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ เรามีมะม่วงนำเข้าไปแล้วประมาณมากกว่า 20,000 ตัน ถ้าเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เอาแค่เดือนมีนาคมเดือนเดียวของปีนี้นำเข้ามามากกว่า 10,000 ตันแน่นอนครับ เมื่อปริมาณมันมากขึ้นก็ทำให้ราคามะม่วงในประเทศที่พี่น้องเกษตรกรคนไทยปลูกออกมามันตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ต้องกล้าเข้าไปตรวจสอบนะครับว่าสินค้าเกษตรนำเข้าเหล่านี้ได้มาตรฐานหรือไม่ ดัมราคาหรือไม่ เข้ามาเพื่อสวมสิทธิ์การส่งออกหรือไม่ รวมถึงเข้ามาทำลายสินค้าเกษตรในประเทศหรือไม่ หรืออีกกรณีหนึ่งซึ่งพี่น้องเกษตรกรสะท้อนมาก็คือ กรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ที่ปีนี้รัฐบาลเปิดโควต้านำเข้าให้ 1 ล้านตันนะครับ คำถามคือกระทรวงพาณิชย์เตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไร ยังจะมีการให้นำเข้าหรือไม่ ขยายเวลาหรือไม่นะครับ เพราะแม้รัฐบาลบอกว่าจะบริหารจัดการให้ช่วงเวลานำเข้าไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ผลผลิตในประเทศออก หรือกำหนดให้บริษัทเอกชนไทยที่จะซื้อข้าวโพดนำเข้าได้ ต้องมีสัดส่วนซื้อในประเทศก่อน แต่อยากจะเรียนไปยังรัฐบาลว่า ถ้าบริษัทเอกชนเ้ารู้ว่ามันจะมีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดเพิ่มขึ้น เขาก็มีอำนาจต่อรองไปกดราคาพี่น้องเกษตรกรในประเทศมากขึ้น รัฐบาลจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร พวกเราอยากเสนอนโยบายเชิงรุกนะครับ จริงๆกระทรวงพาณิชย์มีเครื่องมือหลายอย่างที่สามารถดำเนินการได้ เช่น กระทรวงพาณิชย์สามารถใช้มาตรการที่ชื่อว่า Safeguard นะครับ ห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด หากราคาสินค้าเกษตรในประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งนี้มาตรการ Safeguard เนี่ย เป็นมาตรการสากลระหว่างประเทศที่สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามหลักการค้าระหว่างประเทศนะครับ หรือกรณีสินค้าเกษตรนำเข้าจำนวนมากเนี่ย ต้องยืนยันว่ามีทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ต้องสามารถตรวจสอบพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายได้นะครับ ทั้งหมดนี้เราต้องการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่กล้าหาญ กล้าทำในเรื่องที่ยากเพื่อดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร เช่น กล้าประกาศควบคุมราคาปุ๋ยที่อาจขัดผลประโยชน์ของบริษัทเอกชน กล้าใช้มาตรการการค้าระหว่างประเทศควบคุมการนำเข้าที่อาจขัดใจบริษัทนำเข้า
รายใหญ่หรือคนได้ประโยชน์จากกระบวนการนำเข้าสินค้าเหล่านี้ ขอบคุณครับ
>> ขอบคุณทางคุณสิทธิพลนะครับ ทุกท่านครับผม ขอสรุปนะครับที่เกี่ยวข้องกับปัญหาพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ทั้งการสะท้อนปัญหารวมถึงข้อเสนอแนะนะครับ ว่าถ้าเป็นรัฐบาลประชาชน เราจะแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนละแบบกับรัฐบาลอนุทินอย่างไรนะครับ ประการแรกครับ ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนนะครับ ถ้าเรามีอำนาจในการบริหารกระทรวงเกษตรนะ ครับ เราจะทำการจัดหาปุ๋ยจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ไม่สะเปะสะปะแบบที่เป็นอยู่ ไม่ใช่เล่นข่าวใหญ่โตว่าจะไปหาปุ๋ยมาจากรัสเซีย สุดท้ายเนี่ยก็กลับลำนะครับ แล้วก็เปลี่ยนมาใช้การใช้งบกลาง 5-6,000 ล้านบาทมาทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่สุดท้ายเนี่ย เกษตรกรเนี่ยสะท้อนเสียงมาว่าไม่ได้ต้องการอย่างแท้จริง ถ้าเรามีอำนาจในการบริหารกระทรวงพาณิชย์ครับ เราจะกล้าประกาศควบคุมราคาปุ๋ย ไม่ใช่เพียงแค่ราคาแนะนำอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนครับ เราจะทำให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรครับ ไม่เกิดภาพข่าวแบบที่เป็นมาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรออกมาให้ข่าวสวนทางกันว่าตกลงแล้วเนี่ย ต่างคนต่างเรียกร้องครับ ให้อีกกระทรวงเนี่ยทำงานร่วมกัน ทั้งๆที่อยู่ในรัฐบาลรัฐบาลชุดเดียวกัน ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนครับ เราจะทำการเปิดเผยข้อมูลสต๊อกปุ๋ยทุกอย่างให้มีความโปร่งใส นะครับ แล้วก็ถือโอกาสนะครับ ในโอกาสนี้สนับสนุนเกษตรกรนะครับ เอ่อ ในการช่วยตรวจสอบคุณภาพดินยกระดับผลิตภาพนะครับ ซึ่งจริงๆเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของเกษตรไทยที่ผ่านมานะครับ ที่เรามีปัญหาเรื่องผลผลิตต่อไร่ที่ยังตามไม่ทันประเทศเพื่อนบ้านนะครับ สุดท้ายครับ ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนครับ เราเองถ้าจะจำเป็นจะ
ต้องกู้เงินอย่างกรณี พรก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาทที่เราเห็นแล้วว่ารัฐบาลเนี่ย พยายามสอดไส้ นะครับ เอาส่วน 200,000 ล้านบาทที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ได้ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นเงินกู้เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเนี่ย มาสอดไส้ใน พรก.เงินกู้นี้ ถ้าเราจำเป็นต้องกู้จริงๆนะครับ เราจะกู้ไปเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร คนที่เดือดร้อนมากที่สุดในประเทศนี้อย่างจริงๆเนี่ยนะครับ เรามีการสรุปตัวเลขออกมาแล้ว ใช้วงเงินเพียงแค่ 40,000 ล้านบาทเนี่ย ก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างครอบคลุมแล้วก็ทั่วถึงพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร เอ่อ ทั่วทั้งประเทศนะครับ อันนี้ก็เป็นในส่วนของการสรุปนะครับ ข้อเสนอทั้งหมดนะครับว่าถ้าเป็นรัฐบาลประชาชน เราจะบริหารจัดการได้ดีกว่านี้อย่างไรนะครับ ส่วนสุดท้ายนะครับ ในการแถลงข่าวการประชุม เอ่อ ครม.เงา วันนี้นะครับ ผมเองอยากจะขอส่งข้อเรียกร้องนะครับ ไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการสิ่งเหล่านี้อย่างเร่งด่วนนะครับ เอ่อ ประการแรกครับ ก็คืออยากเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ให้กลับมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภาโดยเร็ว ต้องอย่าลืมนะครับว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชน เอ่อ 21 ล้านคนนะครับ คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เนี่ย ได้ลงฉันติร่วมกันแล้วนะครับ ว่าจะต้อง เอ่อ อยากให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นข้ออ้างนะครับ ที่คุณพรดร ปฤษนานัฐกุลเนี่ย ออกมา เอ่อ ให้สัมภาษณ์นะ ว่ากังวลนะ ว่าถ้ายื่นร่างเดิมกลับมาเนี่ย ก็ไม่ผ่านสภาอยู่ดีเนี่ย ผมคิดว่ามันเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น หน้าที่รัฐบาลคือการยืนยันตามเจตนาเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติไปแล้วนะครับ ส่วนที่ 2 นะครับ ก็คือในเรื่องของ เรียกร้องให้ ครม.เนี่ยนะครับ ผ่านกฎกระทรวงรับรองสูตรแคร์โดยเร็ว นะครับ อย่าลืมนะครับว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ยนะครับ ทาง เอ่อ รัฐมนตรีท่านจุลพันธ์เองนะครับ ก็ออกไปรับปากนะครับ รับหนังสือนะครับ จากกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าด้วยตนเองว่าพร้อมที่จะผ่านแล้วก็ผลักดันนะครับ บำนาญสูตรแคร์นะครับ อันนี้ก็ระยะเวลาก็ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้วนะครับ การประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้เราเองก็อยากจะเห็นความชัดเจนครับว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการผ่านนะครับ สูตรแคร์โดยเร็วหรือไม่ อย่างไร ส่วนสุดท้ายครับ ก็คือในการผ่านร่างกฎหมายนะครับ ที่จริงๆแล้วเนี่ย การประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ถือเป็นเส้นตายนะ ครับ ที่ถ้ามติ ครม.พรุ่งนี้ไม่ผ่านออกมาเนี่ย ก็จะเลยกรอบ 60 วันนะครับ ที่จะหยิบยกร่างพระราชบัญญัติที่ค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วนะครับ มาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้ นะครับ ผมยกตัวอย่างร่าง พ.ร.บ.ไม่กี่ฉบับนะครับ อย่างเช่น เอ่อ ร่างกฎหมาย PRTR นะครับ ร่างกฎหมายโรงงานนะ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมลพิษต่างๆ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดี เอ่อ ที่ดินนะครับ ที่ที่ผ่าน มาเนี่ย พ่อแม่พี่น้องประชาชนหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้องเกษตรนะครับ หรือว่ากลุ่มชาติพันธุ์เนี่ย ที่ประสบปัญหา นะครับ ถูกดำเนินคดีเนื่องจากว่า เอ่อ นโยบายทวงคืนผืนป่านะครับ ในยุครัฐบาลเผด็จการที่ผ่านมากฎหมายคุ้มครองแรงงาน ครับ เพื่อปรับชั่วโมงการทำงานวันลาให้เป็นธรรมกับชีวิตนะครับ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล กฎหมายธรรมนูญศาลทหารครับ เพื่อทำให้ศาลทหารเป็นไปตามมีมาตรฐานเป็นไปตามสากลนะครับ แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของ เอ่อ พ.ร.บ.สภาครูนะครับ แล้วก็ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อทำให้เสียงของครูต่างๆมีความสำคัญ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการศึกษามากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นชุดกฎหมายทั้งหมดนะ ที่ยังค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วนะครับ แล้วก็ทางพวกเราเองเนี่ย ขอส่งข้อเรียกร้องนะครับ ให้คณะรัฐมนตรีเนี่ยมีมติในวันพรุ่งนี้ เพื่อนำร่างกฎหมายทุกฉบับนะครับ กลับมาพิจารณาในสภาชุดที่ 27 โดยเร็วครับ ก็ขออนุญาตจบการแถลงข่าว นะครับ ในการประชุม ครม.วันนี้นะครับ เอ่อ ถ้าสื่อมวลชนมีประเด็นคำถามเพิ่มเติม ก็เชิญได้เลยครับ
>> ขออนุญาตถามนะครับ เรื่องมันจะมีเรื่องนึง ที่พูดเมื่อกี้อ่ะครับว่า เอ่อ ปุ๋ยเนี่ย มันมีการประกาศแล้วมันผิดผิดระเบียบผิดประกาศอ่ะครับ มันมีข้อกฎหมายใหม่ที่สามารถเอาผิดได้มั้ยครับ แล้วก็ทาง ครม.เงา จะติดตามยังไงบ้างครับ เพราะว่าพอผ่านวาระนี้ไปแล้วอาทิตย์หน้ามันก็จะเป็นวาระอื่นต่อครับ
>> คือในพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการนะครับ พ.ศ. 2542 เนี่ย ปุ๋ยเคมีเนี่ยเป็นสินค้าควบคุมนะครับ ซึ่งต้องแจ้งนะครับ ผู้ประกอบการก็ต้องแจ้งจำนวนที่ครอบครองนะครับ แล้วก็ขออนุญาตในการกำหนดราคากับทางกระทรวงพาณิชย์นะครับ เอ่อ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เนี่ยน่าจะทราบทั้งปริมาณและราคาอยู่แล้ว แต่ปัญหาอย่างที่คุณอาจารย์สิทธิพลได้พูดก็คือ ไม่ได้มีการแจ้งออกมาว่าตกลงแล้วราคาที่ควบคุมเนี่ย คือเท่าไหร่ แต่ไปเลี่ยงใช้คำว่าประกาศเป็นราคาแนะนำ แล้วอย่างที่คุณวริสาพูดในรายการที่จัดธงเขียวก็ขายในราคาที่แพงกว่าราคาแนะนำ และก็ในท้องตลาดก็แพงกว่าราคาแนะนำนะครับ แล้วมันก็เลยเกิดเป็นปัญหาว่า ราคาแนะนำเนี่ย มันมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอย่างไร เพราะว่าตัวราคาแนะนำเนี่ย ก็ไม่ได้ออกโดยคณะกรรมการกลางนะครับ ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติ แต่ว่าไปออกโดยสำนักงานคณะกรรมการนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เรื่องเนี้ยเราเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เนี่ย ทำให้มีความชัดเจน แล้วให้พี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรเนี่ย ร่วมในการตรวจสอบ เพราะว่าถ้าสมมุติยกตัวอย่างเช่น คุณปุ้ยจะไปซื้อปุ๋ย เช็คได้ว่าราคาแนะนำที่อำเภอนี้เป็นเท่าไหร่ แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามนั้น ก็สามารถที่จะส่งกลับมาให้กับกระทรวงพาณิชย์ทราบได้ ถ้าทำแบบเนี้ย เราก็จะช่วยกันในการกำกับควบคุม แต่ว่าถ้าเก็บข้อมูลเอาไว้ฝ่ายเดียวก็จะทำให้พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ว่าตกลงราคาควบคุมจริงๆคือเท่าไหร่ครับ
>> มองเรื่องปัญหาเนี่ยมามันมาจากถ้าถ้ามองเรื่องการเมืองครับ มันมาจากการแบ่งกระทรวงด้วยมั้ยครับ เพราะว่า เอ่อ ปัญหานี้พาณิชย์อาจจะบอกว่ามันมีบางส่วนที่ต้องไปโคกับกระทรวงเกษตรอ่ะครับ แล้วมันอาจจะทำไม่ได้ตามเป้า
>> ขออนุญาตครับ คืออำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการนี่อยู่ในกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมดนะครับ การแจ้งจำนวนแจ้งราคาก็แจ้งมาที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ส่วนเนี้ยไม่ใช่ นะครับ แต่ว่าส่วนที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องเนี่ยยังมีอยู่ เดี๋ยวคุณอรงค์เดชจะเพิ่มเติมครับ
>> ครับ ขออนุญาตนะ เอ่อ ถ้าใช้อำนาจในการควบคุมราคานะครับ คนที่เซ็นประกาศต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือคุณสุภจี นะครับ กรณีนี้เคยมีการดำเนินการในช่วงสถานการณ์โควิด เราเคยมีการประกาศควบคุมราคาหน้ากากอนามัยนะครับ แล้วตอนนั้นก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นคนเซ็นครับ ฉะนั้นวันนี้เนี่ย ตัวประกาศที่ออกมาเนี่ย เป็นตัวอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นคนเซ็นประกาศนะครับ แล้วก็ไม่ได้ใช้อำนาจของ กกร.ครับ
>> ขอถามเรื่องรัฐธรรมนูญด้วยครับ พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่สามารถเปลี่ยนใจ ครม.ได้ พี่ๆ เทงมี เอ่อ จะติดจะติดตามเรื่องนี้ยังไงแบบจะมีส่งสารไปถึงคณะรัฐมนตรี ยังไงบ้างเพื่อจะเปลี่ยนนะครับ
>> ผมคิดว่าคนที่ เอ่อ นิยามตัวเองนะครับว่า เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนเนี่ย ไม่สามารถที่จะปฏิเสธนะครับ เสียงประชามตินะครับ ที่ประชาชน เอ่อ คนส่วนใหญ่ในประเทศได้ลงความเห็นแล้วว่าอยากให้มีการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้นะครับ ดังนั้นเนี่ย อย่างน้อยๆถ้าทางรัฐบาลมีความจริงใจจริงนะครับ ผมว่าปล่อยให้กลไกในรัฐสภาเนี่ยตัดสินเองว่าตกลงแล้วเนี่ย รัฐธรรมนูญร่างเดิมเนี่ยจะผ่านหรือไม่ผ่านสภาในสภาชุดนี้ ไม่ควรเอามาเป็นข้ออ้างทั้งๆที่ตัวเองอาจจะมี เอ่อ วาระแอบแฝงในใจอะไรบางอย่างนะครับ แล้วเป็นข้ออ้างในการปัดตกตั้งแต่ในชั้น ครม. ดังนั้นเนี่ย โดยสรุปนะครับ ถ้ารัฐบาลเนี่ยจริงใจแล้วก็เคารพในเสียงประชาชนเองจริงๆเนี่ย ก็ควรจะต้องนำร่างเดิมเนี่ยกลับมาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้ครับ
>> อีกเรื่องนึงครับ ที่มีการพูดถึงเรื่องคุณทักษิณนะครับ วันนี้คุณทักษิณออกมาแล้ว ประเมินฉากทัศน์ไว้ว่ายังไงบ้าง ถ้าคุณทักษิณอาจจะกลับมาเล่นการเมืองมั้ย หรือ หรือการเมืองไทยจะเป็นยังไงต่อครับ
>> ครับ เอ่อ จริงๆแล้ว เอ่อ สำหรับผมเองนะครับ ถ้ามี เอ่อ เรียกว่าคนที่เป็นนักการเมืองนะครับ เข้ามาทำงานการเมืองนะครับ อาสามาชรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นเนี่ย ก็เป็นสิ่งดี เป็นมุมมองที่ดีนะครับ ในสิ่งที่ประชาชนเองก็อาจจะได้ประโยชน์ในมุมนึงนะครับ แต่เรื่องนี้ผมเองไม่ได้อยากให้ยึดกับตัวบุคคลมากนักนะครับ อย่างที่ผมเองก็เคยให้แถลงข่าวไปหลายครั้งแล้วนะ จริงๆเนี่ยในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอยู่ในปัจจุบันเนี่ย หลายคนยังต้องอยู่ในคุกนะครับ ซึ่งคำถามต่อมาก็คือ แล้วเราจะมีส่วนร่วมในการผลักดันในกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างไรนะ ที่ทำให้หลายๆคนเนี่ย ที่ศาลเองเนี่ยยังไม่ได้ตัดสินนะครับว่ามีความผิด นะครับ ตามหลักที่มีการคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญเอง หรือว่าในกฎหมายหลายๆฉบับเองเนี่ย เราก็ต้องตั้งสมมุติฐานไว้ก่อนว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์นะครับ ทำอย่างไรที่ให้กระบวนการยุติธรรมเนี่ยรองรับนะ ครับ คนหลายๆกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะนี้คนที่อาจจะไม่ได้มีปากมีเสียง คนที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อน ให้เขาได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกันกับที่ เอ่อ นักการเมืองได้รับครับ
>> ผมขออนุญาตฝาก ครม.เงา ไปถึง ครม.จริงนะครับ แล้วฝากพี่ๆ สื่อมวลชนนะครับ ไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ก่อนที่จะทำนโยบายอะไรใหม่ๆเนี่ย ช่วยทำนโยบายเก่าให้มันสำเร็จก่อนได้มั้ยอ่ะ ไอ้เรื่องช่วยได้แล้วพันชาวนา พี่น้องชาวนา ผมยังไม่ได้อีกนะ อีก 25,000 รายนะ ที่ยังไม่ได้ไร่ละพันของของการทำนา
>> 250,000
>> 250,000 อีก 250,000 รายนะ ที่ยังไม่ได้เงินไร่ละพันของนาปีงวดที่แล้วนะ และที่ท่านอนุทินไปพูดตอนน้ำท่วมอยุธยา อ่างทอง สุพรรณ จะหาเงินมาชดเชยพี่น้องชาวไร่ชาวนา ที่เสียสละรับน้ำพูดมาตั้งแต่เดือน 11 ปี 68 ครึ่งปีแล้วครับ เป็นนายกสมัยที่ 2 แล้วเมื่อไหร่จะเอาเงินมาให้พี่น้องชาวนา ผมไม่มีเงินจะทำนาต่อแล้วครับ ท่านนายกครับ
>> ครับ ขอบคุณทางคุณปุ้ยแสงนาค นะครับ ทางสื่อมวลชนมีคำถามเพิ่มเติมมั้ยครับ โอเค ถ้าไม่มีแล้ววันนี้ขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับ ขอบคุณครับ
>> โอเคครับผม ก็จบไปแล้วนะฮะ สำหรับงานแถลงข่าวของ ครม.เงานะครับ วันนี้ก็เป็นประเด็นของการเกษตรนะครับ โอเค คนดูคนที่เข้ามาแล้ว อย่าลืมฝากช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ด้วยนะครับ ผม แล้วก็อย่าลืมโดสนับสนุนให้เราทำงานแบบนี้ต่อไปได้ด้วยนะครับ เดี๋ยวเราน่าจะมีหมายต่อไป CB CA 408 ต่อ นะครับ
>> ก็ เดี๋ยวผมเก็บของแป๊บนึง ฝากทุกท่านนะฮะ ช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ด้วยนะครับ เป็นยังไงบ้างฮะ สำหรับการประชุม ครม.เงา นัดที่ 2 นะฮะ
>> โอเคครับผม เดี๋ยวเราไปเจอกันในไลฟ์ต่อไปเลยนะฮะ เดี๋ยวผมไปเซ็ตของที่ห้อง 408 ต่อเลยนะครับ คนอื่นก็เริ่มย้ายของกันแล้วนะฮะ เดี๋ยวเราเจอกันในไลฟ์ต่อไปนะครับ อย่าลืมนะฮะ donate สนับสนุน อย่าลืมนะฮะ donate สนับสนุนค่าตามงานของเราด้วยนะ ให้เราได้ตามมาถ่ายงานดีๆแบบนี้ต่อไปได้ด้วยนะครับ โอเคครับ แล้วเจอกันนะ ครับ ขอบคุณทุกท่านมากครับ ฝากกดไลก์กดแชร์ด้วยนะ