Transcription
[เพลง]
ผมคิดว่าการสั่งอาฆาตครับยังคงเป็นงานเขียนของคนไทยที่ทุกคนควรค่าอย่างยิ่งที่จะอ่านมันเว้ย คือมันมีเรื่องราวที่มันค่อนข้างจะซับซ้อนแล้วเหมือนกับว่าขณะที่เราอ่านมันเนี่ย ทุกๆ อย่างมันจะถูกคลายออกมาเรื่อยๆ คลายออกมาเรื่อยๆ บางทีคือสิ่งที่เราคิดตอนต้นเรื่องอ่ะ คือมันอาจจะแบบไม่ใช่อย่างที่เราคิดตั้งแต่แรกก็ได้เว้ย
ซึ่งความซับซ้อนของการสั่งอาฆาตนะครับ วันนี้ครับขออนุญาตเป็นอีกคลิปนึงครับของการสั่งอาฆาตที่ก่อนหน้านี้คือเรารีวิวเรื่องไปทั้งหมด 2 คลิปใช่มั้ย คือตอนที่ 1 กับตอนที่ 2 ครับ คลิปนี้จะเป็นการรวบรวม สรุปแล้วก็วิเคราะห์ทั้งหมดครับ และเรื่องราวอะไรบางอย่างที่มันซ่อนอยู่บ้างในเรื่องการสั่งอาฆาตนะครับ
ถ้าทุกคนพร้อมนะครับ เดี๋ยวเราไปลุยกันเลย ฮะ ผมว่าการสั่งอาฆาตน่ะ เนื้อเรื่องค่อนข้างที่จะมีชั้นเชิงในการสืบสวนเว้ย คือผมอ่านมา 2 รอบแล้ว ผมคิดว่าบางจุดที่เราคิดในตอนแรกที่เราอ่านน่ะ มันกลับไม่เป็นอย่างที่เราคิดเว้ย เหมือนกับว่ามันมีอะไรบางอย่างที่มันแทรกไว้อยู่แล้วตั้งแต่เราอ่านมาตั้งแต่ต้นน่ะ
ซึ่งวันนี้ผมมี 7 จุดนะครับที่จะมาวิเคราะห์แล้วก็พูดให้ทุกคนฟังว่ามันมีอะไรบางอย่างที่มันซ่อนอยู่ในเนื้อเรื่องนี้หรือเปล่านะครับ และทุกคนครับ ยังไม่ได้ฟังเนื้อเรื่องแบบเต็มๆ นะ ทุกคนสามารถไปฟังคลิปที่ 1 และคลิปที่ 2 นี้ได้เลยนะครับ แต่ว่าคลิปนี้ยังคงดำเนินเนื้อเรื่องไปด้วยนะครับ ทุกคนสามารถฟังไปได้แล้วก็ฟังวิเคราะห์ไปด้วยได้นะครับ
โอเคครับ มาเริ่มจุดที่ 1 ครับ จุดที่ 1 ที่ผมอยากจะพูดถึงในการสั่งอาฆาตคือ มันเป็นเรื่องราวของสอครับ สอคือเรื่องราวของผู้หญิงคนนึงใช่มั้ยครับ ที่มาหาหนังสือทิพกรเนาะ แล้วก็เกี่ยวกับสามีของเธอเองที่จบชีวิตตัวเองไปในห้องนอนใช่มั้ย
แต่ว่าตัวหนังสือบเองนะครับ เคยบอกทันทีว่านั่นไม่ใช่เหตุการที่เราเข้าใจ คือ ตัวสามีของเค้าเนี่ยโดนฆาตกรรมครับ ไม่ได้กินยาเพื่อจบชีวิตตัวเองเนาะ ซึ่งละเอียดของรูปคดีครับ คือสามีถูกผสมยาพิษลงในขวดน้ำที่กินเป็นประจำทุกวันใช่มั้ย แต่การผสมยานี้ตำรวจกลับพบเข็มฉีดยาที่คาดว่า น่าจะใช้ฉีดลงไปในขวดน้ำนี้ครับ ก็คือฉีดยาพิษลงไปในขวดน้ำนะ
ทำไมคนจะทำอะไรแบบนี้กับตัวเองถึงต้องทำอะไรที่มันซับซ้อนหรือว่าให้ยุ่งยากอะไรแบบนี้ด้วยถูกมั้ยครับ เช่นการฉีดยาพิษลงไป ทำไมไม่ผสมยาพิษแล้วก็ดื่มเลยถูกมั้ย และตำรวจกลับพบลายนิ้วมือของภรรยาครับ อยู่ในกระบอกของเข็มฉีดยานะครับ ซึ่งเป็นหลักฐานมัดตัวครับ
ภรรยาเองเนี่ยครับอ้างว่าเพราะตัวสามีครับนอกใจครับ รวมถึงทำลายร่างกายและจิตใจด้วยครับ เลยก่อเหตุลงมือฆาตกรรมนี้เกิดขึ้น แต่ทว่าครับ ตัวหนังสือครับกลับบอกข้อมูลบางอย่างครับ ที่ทำให้ตัวภรรยาถึงขั้นช็อกไปเลยครับ เพราะตัวสามีครับรู้มาโดยตลอดครับ ว่าตัวภรรยาของเคเนี่ยพยายามฆ่าเครับ ถึงเรื่องราวการนอกใจของตัวภรรยาด้วยครับ
แล้วก็รวมถึงการลักขโมยของในบ้านเพื่อนำไปขายครับ มีลูกติดที่ฝากครอบครัวเลี้ยงไว้โดยที่ไม่เคยบอกสามีมาก่อนครับ เรื่องนี้สามีก็รู้ครับ หรือเหตุการณ์การพยายามฆ่าโดยการตัดสายเบรกรถยนต์ครับ ถึงรู้เรื่องนี้แล้วตัวสามีกลับยังทนอยู่กับภรรยาคนนี้ครับ เพราะชีวิตนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้วครับ ทนอยู่กับคนที่พยายามฆ่าตัวเองทุกวันครับ เพื่ออย่างน้อยเนี่ย จะได้มีคนที่อยู่เคียงข้างเคครับในตลอดทุกคืน
ซึ่งพอพยาได้ฟังทั้งนั้นครับ เขาก็เสียใจใช่มั้ย ก็เลยเลือกที่จะโดดระเบียงลงไปครับ จากระเบียงของสำนักงานหนังสือเล่มนี้ครับ กระโดดลงไปสู่หุบเหวแห่งโลกหน้าครับ
คือถ้าเกิดว่าเราลองอ่านเนื้อหาเข้าๆ แบบประมาณนี้ครับ แล้วย้อนกลับมาวิเคราะห์ดูเนี่ย คำถามคือทำไมต้องใส่สตอรี่สั้นๆ นี้มาใช่มั้ย คือสตอรี่ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี่คือมันไม่ถึง 10 หน้านะเว้ย ดูเหมือนว่าสตอรี่ของหญิงสาวเนี่ยครับ แทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาตลอดทั้งเล่มเลย คือไม่ได้มีการแบ็คกลับมาพูดถึงหญิงสาวคนนี้นะ
แต่ผมคิดว่ามันค่อนข้างที่จะเป็นจุดสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดเว้ย ที่จะนำพานักสืบคนนึงเนี่ยตัดสินใจไปบวชในวัดป่าบนกอที่ห่างไกลครับ มีไดลพูดประมาณครับว่า สามีของฉันเสียชีวิตไปทั้งคนนะคุณทิวากร ซึ่งประโยคนี้ครับเป็นประโยคเปิดเนื้อหาสู่จุดเริ่มต้นในการสืบสวนเรื่องราวเล็กๆ เว้ยของผู้หญิงคนนึงที่เสียสามีไปครับ
แต่เนื้อหานี้ยังไม่ทันจบให้ใน 1 หน้านะ กลายเป็นว่านักสืบทิวากรนะครับเฉลยบอกคนอ่านมาเลยว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ครับ มันไม่ได้เกิดจากการฆ่าตัวตายของสามีครับ ซึ่งทำให้ผู้หญิงคนนี้ครับในขณะที่กำลังเล่นละครอยู่ว่า เออ สามีตายเสียใจจังเลยเนี่ย ก็ชะงัดขึ้นมาทันทีครับ พอนักสืบทิวากรชี้แจงเรื่องรายละเอียดของคดีครับ ว่ามันเป็นการวางยาเกิดขึ้นกับสามีเขาครับ และพบหลักฐานที่เพียงพอต่อการชี้ตัวคนร้ายครับ ก็คือตัวพยานของเคใช่มั้ยฮะ
ทีนี้ตัวคนเขียนเครับปิดคดีนี้แบบกระชับแล้วก็รวดเร็วมากๆ ครับ ความสำคัญของเรื่องราวที่ผมว่านี้เนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่ภรรยาวางยาสามีครับ แต่มันอยู่ที่ช่วงท้ายของเนื้อหาครับ ที่ตัวหนังสือพูดว่ามอบตัวเถอะและสารภาพต่อตำรวจเถอะครับ ผมจะไม่เล่าให้ตำรวจฟังจนกว่าคุณจะสารภาพเอง ศาลจะได้เห็นว่าคุณรู้สึกผิดไม่ใช่จนต่อหลักฐาน วัตถุแวดล้อม
ประโยคเมื่อกี้นี้ครับ แม้ทิพกรครับไม่ได้มีชีวิตอยู่จริงบนโลกของคนอ่านใช่มั้ย เป็นแค่ตัวละครนึงในหนังสือเล่มนี้ครับ แต่พอเราอ่านแล้วครับ เรารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ของนักสืบทิวากรคนนี้ภายในเล่มครับ ตัวละครตัวนี้เขาไม่ได้เลือกที่จะสืบตรงไปตรงมาครับ คือเจอคนร้ายจับส่งตำรวจ แต่เขามีความเห็นอกเห็นใจกับคนร้ายคนนี้ด้วยครับ
พอเรามานั่งมองดีๆ แล้วนะครับ มันก็มีเหตุผลเพียงพอที่หลังจากภรรยาคนนั้นครับ เครู้สึกผิดต่อสามีใช่มั้ย ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับสามีครับ มันผิดพลาดไปหมดเลยเว้ย ทำให้เขาต้องโดดลงมาจากตึกครับ และเสียชีวิตอยู่ด้านล่างครับ
และประโยคสุดท้ายครับที่เป็นประโยคสั้นๆ และมันเป็นเหตุผลมากพอที่จะส่งให้เขาไปบวชในวัดป่าที่ห่างไกลครับ เขาพูดว่านักสืบหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนผลักหญิงสาวให้หลุดล่วงลงไปจากระเบียงด้วยมือของตัวเองครับ
และสุดท้ายของสตอรี่ครับ รูปแบบของคดีฆาตกรรมสามีของผู้หญิงคนนี้ครับ มาจากกลวิธีของการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงนะครับ ซึ่งคดีดังกล่าวครับเป็นคดีฆาตกรรมญาติของผู้นำกหลี่เนี่ยนที่เกิดขึ้นที่มาเลเซีย
ต่อมาเรื่องของจุดที่ 2 ครับ เรื่องราวของการจรกรรมทองคำเมื่อ 20 ปีก่อนครับ สอคือหลังจากที่ภรรยาคนนั้นเขาเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองใช่มั้ยครับ ทำให้นักสืบทิวากรครับรู้สึกว่าตนเองเนี่ยเป็นคนทำอย่างมาก ไม่ใช่ทางตรงแต่ว่าทางอ้อมนะครับ นักสืบเลยตัดสินใจที่จะมาโบถที่วัดป่าอันห่างไกลนี้ ห่างไกลผู้คน ห่างไกลตัวเมืองครับ
แต่ว่าวัดที่มาบวชแห่งนี้ครับกลับมีเรื่องราวที่ชนสงสัยที่ยังไม่คลี่คลายครับ มีประโยคนึงของนายตำรวจฝาแฝดของทิพกรครับ นั่นคือรติพลนะ เขาพูดว่านายมีเหตุผลสำคัญอะไรถึงมาบวชที่วัดแห่งนี้หรือเปล่า นายคิดเหมือนฉันใช่มั้ย ว่าวัดที่มีชื่อว่า กาสักเกษียณมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่นี่เกี่ยวข้องอะไรกับคดีจรกรรมทองคำวันประชาธิปไตยหรือเปล่า
จุดนี้พอเรามองดีๆ นะครับ เหมือนกับตัวหนังสือวกรพยายามจะหนีจากโลกความเป็นจริงถูกมั้ยครับ กับคดีที่เขาไปสืบมาไปเจอมา และทำให้คนร้ายคนนั้นต้องจบชีวิตตัวเองนะครับ และคิดว่าเป็นฝีมือตัวเองในทางอ้อมๆ ใช่มั้ยครับ แต่กลับกลายเป็นรติพลนะครับ ฝาแฟนของทิพกรที่เป็นตำรวจนะครับ กลับทักขึ้นมาว่าการมาโบถที่วัดแห่งนี้มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่า
กลายเป็นว่าตัวเนื้อหากลับย้อนไปที่ประวัติของวัดกาสักเกษียณแห่งนี้ครับ ว่าเคยเกิดเหตุบางอย่างขึ้นหรือเปล่า คือเมื่อ 20 ปีที่แล้วครับ เรื่องราวมันคืออย่างนี้ครับ เคยมีคดีจรกรรมทองคำที่เกิดขึ้นในวันลำลึกครบรอบเหตุการณ์พฤษภาทมิฬเว้ย มีผู้ร้าย 4 คนครับ ใช้อาวุธปืนปลอมเนี่ยปล้นทองคำมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทครับ หายเข้า กลีบเมฆ
ซึ่ง ณ ปัจจุบันครับ อีกไม่ถึงเดือนเนี่ย อายุความคดีนี้มันจะจบลงแล้วครับ หนังสือพิมพ์ตีบทความเยาะเย้ยการทำงานของตำรวจครับ จนมีสื่ออีกจำนวนมากครับที่เริ่มขุดคุ้ยขึ้นมาครับ จนพี่ชายฝาแฟนของทิวากรครับ ที่ชื่อรัตติพลนะ เอาแฟ้มคดีทั้งหมดมาปรึกษาครับ
ซึ่งถ้าเรามองดีๆ นะครับ ถามว่ามันบังเอิญมั้ยที่ทิวากรมาเลือกบวชที่วัดแห่งนี้เนี่ย ตัวเนื้อหาเองก็ไม่ได้บอกชัดเจนนะครับ แต่พอเราอ่านแล้วเนี่ย เรารู้สึกถึงสัญชาตญาณของทิวากรจริงๆ นะว่า การที่เขาเลือกวัดแห่งนี้เนี่ย มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจเขาหรือเปล่าครับ
และตอนที่เขาพูดว่าอาตมาละเลือกทางโลกแล้ว โยมลึกๆ จริงๆ แล้วเนี่ย ผมคิดว่าในตัวของเขายังเป็นนักสืบอยู่เว้ย คือคนเราเนี่ยครับ ไม่สามารถหลงไหลอะไรสักอย่างนึงได้ แล้วมันสลัดทิ้งได้แบบเหมือนปิดสวิตช์อ่ะ มันไม่มีทางทำได้เว้ย
ผมยังคงมองว่าเนื้อในของทิวากรเนี่ย เขายังคงเป็นนักสืบอยู่ เพียงแต่ภายนอกเป็นพระบวดใหม่เท่านั้นเองครับ และถ้าเกิดมองดีๆ นะครับ ทิวากรเป็นนักสืบมือฉมังใช่มั้ย การที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรมาก่อนเลยว่าวัดกาสักเกษียณเนี่ย เคยมีคดีแบบนี้ที่ยังไขไม่ได้เนี่ย ผมนะว่าทิวากรน่าจะรู้อยู่แล้วครับ คดีดังขนาดนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ถูกมั้ย
เพียงแต่จุดที่คนเขียนให้ตั้งคำถามกลับมาหาคนอ่านนะครับ นั่นคือที่เขาตั้งใจมาโบชที่วัดแห่งนี้หรือเปล่าครับ เพื่อสืบหาความจริงจากคดีโจรกรรมทองเมื่อ 20 ปีก่อนหรือเปล่า และเรื่องทางโลกแล้วจริงๆ ครับ
และคดีจรกรรมทองคำบอลประชาธิปไตยนะครับ ไม่ได้เกิดขึ้นจริงนะครับ แต่ว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬครับ ในหนังสือที่กล่าวมาน่ะเกิดขึ้นจริงนะครับ
จุดที่ 3 เป็นเรื่องราวของพระที่หายตัวไปครับ สตอรี่ก็คือหลังจากที่เขาทำพิธีบวชเสร็จใช่มั้ยครับ เรื่องราวก็ค่อยๆ เริ่มลึกลับขึ้นเรื่อยๆ เนาะ เพราะว่านอกวัดนี้เนี่ยจะมีกุฏิตามทิศทั้ง 8 แล้วนะครับ 8 ด้านพอดี คือตามทิศทั้งหมดเลยนะ พระแต่ละรูปนะครับ ยังมีชื่อเรียกตามทิศเลยครับ
แต่เรื่องราวที่น่าแปลกก็คือกุฏีอีสานครับ ที่ตอนนี้คือประดิษฐสังขรเป็นอุโบสถไปแล้ว ซึ่งแต่ก่อนจะมีกุฏิทั้งหมดอยู่ 8 หลังพอดีใช่มั้ยครับ พระที่นี่ก็มีอยู่ 8 รูปครับ แล้วก็จะมีอุโบสถตั้งอยู่ตรงกลางครับ
แต่ว่าอยู่มาวันนึงครับ พระที่ได้สมญาว่าท่านอีสานนะครับ หายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุครับ ซึ่งตอนที่หายตัวไปนะครับ ไม่มีเรือเข้าออกจากเกาะเพียงสักลำเดียว นะครับ มีการพูดคุยกันถึงตัวละครในทิศทางที่ว่าน่าจะถูกเปลี่ยนสภาพอำพรางไว้ที่ไหนสักแห่งบนเกาะนี้หรือเปล่าครับ
ถูกเปลี่ยนสภาพอำพรางมันทำให้รู้สึกว่าพระอีสานนั้นจะตายไปแล้วหรือเปล่าครับ และหอสมุทรตรงกลางครับ ก็ถูกสร้างขึ้นมาไม่านหลังจากที่ท่านอีสานหายตัวไปครับ ซึ่งประโยคสุดท้ายผมว่ามันลึกซึ้งประมาณนึงนะเว้ย
มีการพูดถึงว่าเกาะนี้ก็เหมือนกับการสั่งชื่อของวัดมีอยู่เสมอ แต่ไม่อาจมองเห็นได้ศักดิ์สิทธิ์และไม่ยินยอมให้ใครตั้งคำถาม คือผมชอบประโยคสุดท้ายมากๆ เว้ย คือมาลองคิดดูดีๆ เนี่ย มันก็ไม่มีใครตั้งคำถามจริงๆ นะ หมายถึงว่า 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าท่านอีสานหายตัวไปไหน
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี 20 ปีที่แล้วเนี่ย เรื่องของการจรกรรมทองคำมันก็ยังไม่ได้คำตอบครับ ว่ามีคนขโมยไปไหน และประโยคที่ว่ามีอยู่เสมอแต่ไม่อาจมองเห็นนะครับ เลยทำให้คนอ่านงแล้วนะครับ อาจจะคิดได้ว่าคำตอบมันก็อยู่บนเกาะนี้นี่แหละครับ เพียงแต่ว่า 10 ปี 20 ปีมานี้ครับ ไม่เคยมีใครพบคำตอบนั้นบนเกาะนี้ครับ
ทางเรื่องราวของการจรกรรมทองคำครับ ทั้งเรื่องราวของพระอีสานที่หายตัวไป ไม่มีใครรู้เลยครับ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมานี้ และเรื่องราวของพระอีสานที่หายตัวไปนะครับ ก็เป็นประเด็นหลักที่กระตุ้นต่อมความเป็นนักสืบของทิวากรครับ ให้ละทางโลกไม่ได้มากขึ้นครับ เพราะเขานำพาตัวเองมาสู่วัดที่มีแต่ปริศนาครับ
น้ำหนักแค่เรื่องจรกรรมทองคำเมื่อ 20 ปีก่อนนะครับ มันอาจจะเป็นน้ำหนักนึงที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ใช่มั้ย แต่พอมีเรื่องราวของคนที่หายตัวไปนะครับ กับคำพูดที่ว่าน่าจะถูกเปลี่ยนแปลสภาพเป็นอย่างอื่นแล้วมั้ง หรือถูกอำพรางอยู่บนเกาะแห่งนี้ครับ
เรื่องราวนี้ครับ มันก็เลยทำให้ทิวากรครับ อาจจะละทางโลกไม่ได้แล้วครับ เพราะการหายตัวไปอาจจะเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมครับ และผมค่อนข้างชอบคอนเซปต์ของเรื่องมากๆ นะเว้ย ตรงที่มีกุฏิทั้ง 8 อ่ะ และก่อนหน้านี้คือก็มีพระทั้ง 8 รูป และทั้งหมดเรียกชื่อตามทิศอ่ะ
ดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไรนะครับ ในมุมมองของคนอ่านนะ แต่ผมคิดว่าจุดนี้เนี่ย เป็นการสร้างความน่าสนใจให้กับเนื้อเรื่องได้ค่อนข้างมากเลยเว้ย เพราะถ้าเป็นวัดธรรมดา ทุกคนลองนึกดูนะ ถ้าเป็นวัดธรรมดาที่อยู่บนเกาะอันแสนห่างไกล มันก็คงจะดูแบบก็อยู่บนเกาะอันแสนห่างไกลแล้วมันยังไงวะแต่พอเอาความแปลกนี้มาครับ
มี กุฏิทั้ง 8 มีทิศทั้ง 8 พระทุกรูปเรียกตามทิศทั้ง 8 มันยิ่งดูมีคอนเซปที่มันลึกลับมากขึ้นใช่มั้ยครับ และด้วยความที่ตัวละครค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ การจับเซตตัวละครแบบนี้ครับ ให้อยู่ในชื่อทิศของแต่ละทิศเนี่ย มันง่ายต่อการที่คนอ่านจะจดจำชื่อตัวละครด้วยครับ
ซึ่งคนอ่านก็เลยได้สมาธิมากขึ้น เอาสมาธินี้ไปสืบวิเคราะห์เนื้อเรื่องที่กำลังอ่านอยู่ได้อย่างมากขึ้นนั่นเองครับ โดยที่ไม่ต้องใช้สมาธิในการจดจำชื่อตัวละครครับ
จุดที่ 4 ครับ เรื่องราวของพระอาคเนที่หายตัวไปครับ สตอรี่คือเมื่อทิวากรนะครับ บวชได้ไม่ทันไรใช่มั้ยครับ ก็เกิดเหตุเรื่องราวเกิดขึ้นครับ เมื่อมีพระรูปนึงครับ หายตัวไปในช่วงเช้าของวันนึงครับ ในขณะที่พระทุกรูปกำลังนั่งรอฉันเช้าอยู่
นี้เองครับ กลับมีศพอีกาถูกแขวนไว้ด้านบนหอสมุทรตนครับ ก็คือถ้าเกิดว่าเราดูหน้า ปกก็คือหอนะครับ หอสูงๆ เนี่ยมีศพปีกาอยู่ด้านบนแล้วก็ถูกห้อยลงมาครับ และมีพระที่หายตัวไปครับ นั่นคือพระอาคเนครับ หรือว่าทิศตะวันออกเฉียงใต้ครับ พร้อมเบาะแสว่ากุฏิของท่านอาคเนเนี่ยถูกรื้อค้นจนเละเทครับ
แถมเรือที่ออกจากเกาะก่อนนะครับ ก็พังจนใช้การไม่ได้เลยครับ จุดที่เราสามารถวิเคราะห์ได้จากเนื้อเรื่องนะครับ เริ่มต้นเหตุการณ์แรกด้วยศพของอีกาที่ถูกแขวน ใช่มั้ยครับ แล้วก็มีพระรูปนึงที่หายตัวไปใช่มั้ย ที่ผมใช้คำว่าเหตุการณ์แรกครับ เพราะว่าตัวเรื่องเรื่องตอนนี้คือมันเริ่มมีเรื่องราวปริศนาเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันครับ
ก่อนหน้านี้คือเรื่องราวของจรกรรมทองคำใช่มั้ยครับ และพระอีสานก็หายตัวไปในอดีตใช่มั้ยครับ แต่พระอาคเนที่หายตัวไปครับ มันคือเรื่องราวของปัจจุบันที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นครับ
และเบาะแสของการหายตัวไปของพระอาคเนเนี่ยครับ ที่ทิวากรเนี่ยสามารถสืบหาบ่อแสกนี้ได้โดยทันทีเว้ย เพราะตัวเองมาอยู่ในที่เกิดเหตุแล้วครับ ซึ่งการที่พระอาคเนหายตัวไปนะครับ อาจจะเป็นเหมือนการเปิดประตูเข้าสู่วังวนอะไรบางอย่างที่ตัวหนังสือคนนี้ต้องตามหาความจริงครับ
แล้วจะเปิดประตูไปสู่คำตอบของเมื่อ 20 ปี ก่อนนะครับ เพราะมันมีความเกี่ยวโยงกันอยู่อย่างนึงครับ นั่นคือไทม์ไลนของเวลา ครับ จะสังเกตว่าก่อนหน้านี้ครับ รติพลครับ ที่เป็นฝาแฟนของทิพกรเนี่ย ได้มีการถามขึ้นมาว่า มาโบสถที่วัดแห่งนี้เนี่ย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มยหรือนายสนใจประวัติของวัดนี้อยู่
ต่อจากนั้นจะมีการให้ข้อมูลครับ ว่าอีกไม่ถึงเดือน อายุความของคดีนี้มันก็จะจบลงใช่มั้ยครับ และตอนนี้ครับ พระอาคเนหายตัวไปครับ ซึ่งมีอะไรบางอย่างมาเคลื่อนไหวอีกครั้งนะครับ และศพของอีกาที่ถูกแขวนอยู่ครับ อาจจะเป็นตัวแทนของพระอาคเนที่หายตัวไปก็ได้ครับ
พอเนื้อเรื่องมันมาถึงตรงนี้ครับ เราก็ไม่แปลกใจเลยครับ ว่าทำไมรติพลถึงถามแบบนั้นครับ มาโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ตั้งใจใช่ไหม หรือว่าสนใจประวัติของวัดนี้อยู่ และเรื่องแล้วครับ มันก็ได้เริ่มต้นขึ้นครับ ณ ต่อจากนี้
จุดที่ 5 คือรูปปั้นอีกาที่ตั้งอยู่กลางป่าครับ สตอรี่คือมันจะมีการแบ่งกลุ่มกันออกตามหาพระอาคเนที่หาตัวไปใช่มั้ยครับ และก็ทิวกรนะครับ ได้จับคู่กับท่านหรดีครับ ปรากฏว่าทั้ง 2 คนเนี่ยกลับไปพบรูปปั้นบางอย่างที่พอมองดีๆ แล้วนะครับ ไม่ใช่รูปปั้นของอีกาเว้ย แต่เป็นกาสักครับ
มีประโยคนึงที่ทิพกรถามท่านหรดีไปว่าท่านเคยเห็นมันมาก่อนหรือเปล่า มีใครรู้บ้างว่า มีนกหินตั้งอยู่กลางป่าแบบนี้ ซึ่งท่านหรดีบอกว่าไม่เคยเลย ไม่เคยได้ยินใครพูดถึงรูปปั้นนกกลางป่าแบบนี้มาก่อน
กลายเป็นว่าการออกตามหาท่านอาคเนที่หายตัวไปนะครับ กลับนำพาทิพกรมาพบกับรูปปั้นนกกลางป่าแห่งนี้ครับ และเป็นรูปปั้นที่ประหลาดมากๆ ครับ กับท่านหรดีที่ไม่รู้ว่าตอนนี้โกหกหรือว่าพูดจริงที่ว่าไม่เคยมีใครพูดถึงรูปนกกลางป่าแบบนี้มาก่อนครับ
แถมเนื้อหาก่อนจบบทนี้ครับ ตัวเรื่องราวเนี่ยครับ สรุปความน่า ประหลาดตอนนี้มากขึ้นไปอีกครับ กับการตั้งคำถามที่ว่าตอนท่านอีสานหายตัวไปเมื่อ 10 ปีก่อนเนี่ย เหตุการณ์มันเป็นยังไงกันแน่
คือทิวากรก็ถามท่านหรดีไปนะ ปรากฏว่าครับ มันคล้ายกับเหตุการณ์ตอนนี้ทุกอย่างเลยครับ เหมือนแม้กระทั่งครับ เครื่องยนต์ของเรือถูกทุบครับ ต่างกันตรงที่เครื่องยนต์มันไม่พังขนาดจนใช้การไม่ได้ครับ
ซึ่งเหตุการณ์ที่มันเหมือนกันทุกอย่างเนี่ยครับ มันก็ยิ่งผูกปมเนื้อเรื่องพระอาคเนกับท่านอีสานที่หายตัวไปเนี่ยเมื่อ 10 ปี ก่อนได้ดีใช่มั้ย ซึ่งตอนนี้พระอีสานหายตัวไป พระอาคเนก็หายตัวเช่นเดียวกันครับ
กับอายุคดีความอีกไม่ถึงเดือนมันก็จะจบลงแล้วครับ ยิ่งเป็นการเสริมเนื้อเรื่องว่า มีอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังที่คอยขับเคลื่อนเรื่องราวนี้ให้มันไปต่อข้างหน้า
จุดที่ 6 ครับ พื้นที่กักขังครับ หลังจากเหตุการณ์การออกตามหาท่านอาคเนครับ ซึ่งเช้าวันนึงครับ ในขณะที่พระที่เหลือเนี่ยนั่งรอเจ้าอาวาสมาฉันเช้าครับ แต่รอเท่าไหร่เจ้าอาวาสก็ไม่มาสักทีครับ จนท่านอุดรเนี่ยทนไม่ไหวครับ จะออกไปตามหาเจ้าอาวาสเอง แต่กลับพบครับว่าประตูหอสมุทรตนเนี่ยมันถูกล็อคเอาไว้ครับ ไม่ให้คนข้างในเนี่ยได้ออกไปครับ
ซึ่งมีคนคิดว่านี่อาจจะเป็นการสั่งสอนของเจ้าอาวาสหรือเปล่า เพราะตัวเจ้าอาวาสเองยังไม่มาฉันเช้าเลยครับ ขังไว้ให้พวกเขาสำนึกผิดอยู่ ปริวาสกรรมอยู่ในหอสมุทรตนครับ
แต่ปรากฏว่าครับ เนื้อหานะครับกลับดำเนินไปข้างหน้าครับ ส่วนท่านอาคเนก็หายตัวไปครับ เพราะมีคนได้ยินท่านทักษิณทะเลาะกับท่านอาคเนครับ ในคืนก่อนที่ท่านอาคเนจะหายตัวไปครับ
และทันใดนั้นเองครับ ทิวกรครับก็สลบลงไปครับ เพราะถูกวางยาครับ ท้ายบทนี้เรา จึงได้รู้ว่ามีคนวางยาในน้ำดื่มกับพระทุกรูปที่อยู่ในหอสมุทรตนนี้ครับ
จุดนี้ถ้าเกิดว่าเรามาวิเคราะห์เนี่ย ผมคิดว่าทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันยกเว้นเจ้าอาวาสถูกมั้ย มารวมตัวกันอยู่ที่หอสมุทรตนแห่งนี้ เพื่อฉันเช้า แต่ว่ามีเพียงแค่ท่านอาคเนที่หายตัวไปแล้วก็ท่านเจ้าอาวาสไม่ได้อยู่ในหอสมุทรตนนี้ตอนเช้าครับ
ถ้ามองดีๆ นะครับ เป็นฉากที่คล้ายกับการฆาตกรรมในห้องปิดตายเลยครับ เพียงแต่ยังไม่มีใครตายในหอสมุทรตนนี้เท่านั้นครับ แต่ที่น่าแปลกครับ ก็คือเจ้าอาวาสเป็นคนตรงตลอดเวลามากครับ แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มาฉันเช้าสักทีครับ
กลายเป็นว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอาวาสครับ ตัวรูปคดีเนี่ยจะถูกขายได้ยากมากครับ เพราะทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด และเป็นไปไม่ได้เลยครับที่จะล็อกลอนของหอสมุทรจากด้านนอกครับ
พอเราอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ ความคิดของคนอ่านจะแยกเป็น 2 ทางครับ นั่นคือ 1 ครับ หรือมีตัวละครบางตัวที่เนื้อหายังไม่เปิดเผยอยู่ด้านนอกหรือเปล่า หรือว่า 2 ตัวเจ้าอาวาสนั่นแหละเป็นคนร้ายครับ ขังทุกคนอยู่ในหอนี้และวางยาทุกคนครับ
เจ้าอาวาสเนี่ยอาจจะล็อคประตูขังทุกคนเอาไว้ เพื่อให้ตัวเองเนี่ยไปทำอะไรบางอย่างได้อย่างสะดวกหรือเปล่า เพื่อไม่ให้ถูกมองเห็นนะครับ
แต่พอเมื่อเกิดเหตุการณ์วางยาสลบในหอนี้เกิดขึ้นครับ ทำให้เราต้องกลับมาหาต้นตอของน้ำให้ทุกคนดื่มครับ ว่าใครเป็นคนเทน้ำครับ น้ำนี้มาจากไหน คนที่น่าสงสัยที่สุดที่เกี่ยวข้องกับน้ำนี้ในการเทน้ำนี้คือใครครับ
ซึ่งในเนื้อเรื่องตอนนี้ครับ นั่นคือท่านทักษิณครับ ที่เปรียบเสมือนพ่อครัวของวัดแห่งนี้ครับ พอเริ่มคิดแบบนี้นะครับ ทางที่จะนำพาเราไปสู่การไขก็ดีครับ มันยิ่งเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ เว้ย
สรุปคือมีตัวละครอื่นอีกมั้ย เจ้าอาวาสหายไปไหน ท่านทักษิณวางยาจริงมั้ย วางยาทำไม ซึ่งมันค่อนข้างยากพอสมควรนะครับ ที่เราจะเดาออกว่าเนื้อหามันจะเป็นยังไงต่อไปเว้ย
ผมเลยบอกว่าเนื้อเรื่องของการสั่งอาฆาตครับ มันมีชั้นเชิงค่อนข้างเยอะครับ
และจุดที่ 7 จุดสุดท้ายครับ ความหมายของชื่อบทต่างๆ ภายในเล่มครับ ในชื่อแต่ละบทของหนังสือเล่มนี้ครับ จะเป็นชื่ออาบัติ ตามพระวินัย 227 ครับ
บทที่ 1 ครับ ปาราชิก ครับ หมายถึงการกระทำความผิดทางวินัย และพระภิกษุที่ร้ายแรงที่สุดครับ ในพระพุทธศาสนาครับ ซึ่งการกระทำผิดที่เข้าข่ายปาราชิกนี้ครับ จะทำให้พระภิกษุเนี่ยต้องถูกขับออกจากความเป็นพระ และไม่สามารถกลับมาเป็นพระพิสุได้อีกครับ
ปาราชิกมีทั้งหมด 4 ข้อครับ ได้แก่การเสพเมถุน การลักทรัพย์ การฆ่ามนุษย์ และการกล่าวอวดอ้างคุณธรรมที่ไม่มีในตนครับ
ส่วนบทที่ 2 ครับ สังขาพิเศษครับ หมายถึงความผิดหรือการกระทำผิดทางวินัยของพระภิกษุครับ ที่ถือว่ามีความผิดหลายแหล่งลองลงมาจากปาราชิกครับ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องถูกขับออกจากความเป็นพระภิกษุครับ
ซึ่งการกระทำผิดที่เข้าข่ายสังขารที่เล่นี่ครับ ต้องมีการชำระโทษโดยการอยู่กรรมหรือว่าการอยู่ปริวาสในระยะเวลาที่กำหนดครับ
ชื่อบทที่ 3 ครับ คือ อนิยตตกรครับ คือหมวดของพระวินัยครับ ที่ว่า ด้วยข้อปฏิบัติและข้อห้ามที่ไม่แน่นอนครับ โดยอิยะแปลว่าไม่แน่นอนครับ และคำว่า กัณฑแปลว่าหมวดหรือบทครับ
ซึ่งในพระวินัยครับ หมวดของอนิยตกรณครับ จะเกี่ยวข้องกับข้อห้ามและข้อปฏิบัติที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนครับ เหมือนกับหมวดข้ออื่นๆ เช่น ปาราชิกหรือสังขาทิเเลศครับ
ครับ ชื่อบทที่ 4 ครับ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ เป็นคำในพระวินัยครับ ที่ใช้เรียกความผิดของพระภิกษุครับ ต้องสละสิ่งของหรือทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบออกไปครับ พร้อมกับยอมรับผิดและสำนึกบาปครับ
โดยคำว่า นิสสัคคิยปาจิตตีย์ หมายถึงความผิดที่ต้องสำนึกและก็แก้ไขครับ
ชื่อบทที่ 5 ครับ ปาจิตตีครับ เป็นคำในพระพุทธศาสนาครับ ที่ใช้เรียกความผิดเล็กน้อยของพระภิกษุตามพระวินัยครับ ความผิดประเภทนี้ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกขับออกจากความเป็นพระพิสุเหมือนกับปาราชิกครับ
แต่พระพิสุที่ทำผิดปาจิตจะต้องยอมรับผิดและแสดงความสำนึกบาปเพื่อชำระล้างความผิดของตน เช่นการพูดโกหกครับ
ชื่อบทที่ 6 ครับ ปาฏิเทสนียะ เป็นคำนึงในพระวินัยครับ ที่ใช้เรียกความผิดที่พระภิกษุต้องยอมรับและแสดงความสำนึกผิดต่อหน้าพระภิกษุอื่นครับ หรือในบางกรณีครับ อาจจะต้องมีการยอมรับผิดต่อหน้าคณะสงฆ์ครับ
ซึ่งความผิดประเภทนี้ครับ มักจะเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นการล่วงเกินหรือทำให้เกิดความไม่เหมาะสมครับ แต่ไม่ถึงกับร้ายแรงมาก เช่น การขอสิ่งของเกินความจำเป็นครับ
ชื่อบทที่ 7 ครับ เคียวัตครับ หมายถึงข้อปฏิบัติที่พระภิกษุสามเณรต้องศึกษาครับ และก็ฝึกฝนเพื่อให้เกิดความประพฤติที่ดีงามและถูกต้องตามพระวินัยครับ
โดยเสขิยวัตรครับ เป็นข้อวัดที่เน้นการฝึกสอนกิริยามารยาทครับ ที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การกิน การเดิน การนั่ง หรือว่าการพูดครับ หรือว่าการแสดงออกกิริยาต่างๆ ต่อหน้าผู้อื่นครับ
และชื่อบทที่ 8 ครับ อธิกรสมถะ ครับ หมายถึงวิธีการระงับข้อพิพาทหรือว่า การแก้ไขปัญหาภายในคณะสงฆ์ตามหลักพระวินัยครับ ในทางพระพุทธศาสนาครับ
โดยคำว่า อธิกรครับ หมายถึงคดีความหรือว่าเรื่องผิดพาทที่เกิดขึ้น ส่วนสมถะครับ หมายถึงการระงับหรือว่าการแก้ไขครับ
และเนื้อหาภายในเล่มของการสั่งอาฆาตนี่ครับ ชื่อบทแต่ละบทที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อกี้ครับ ถ้าเกิดว่าทุกคนลองอ่านดีๆ ครับ มันเกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในบททั้งหมดครับ ซึ่งเป็นการวางชื่อบทและเนื้อหาที่แยบยนมากๆ ครับ
และนี่คือส่วนเนื้อหาที่เพิ่มเติมขึ้นมานะครับ หลังจากที่ทิวากรเขาโดนวางยาสลบในหอสมุทรนะครับ ทุกท่านที่อยู่ในหอนั้นโดนวางยาสลบหมดเลยนะครับ
เนื้อเรื่องต่อมาคือ ทิวากรเคตื่นขึ้นมากลางความง่วงงุนไลต้นสายปลายเหตุครับ ทิวากรคือคนแรกที่ตื่นขึ้นมาครับ ยังครองกายไว้ด้วยผ้าสีเหลืองนุ่งสบงครับ พอตื่นขึ้นมาปั๊บ กำลังงัวเงียงเงียใช่มั้ครับ มีคนนเรียกว่าทิ้วทิวเสียงอันคุ้นเคยครับ สอดรับกับภาพที่ปรากฏขึ้นพอดี เหมือนส่องกระจกครับ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้านี้มีใบหน้าคล้ายกับตนทุกประการครับ
ต่าก็เพียงแต่ฝาแฝดผู้พี่นี่ครับ ในเวลานี้อยู่ในชุดตำรวจครับ ก็คือฝาแฝดรติพลมาหานะครับ ทิวกรก็เลยถามพี่ครับ ว่าเออ พี่เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย คือคือแบบมึนไปหมดเลย พร้อมกับกวาดสายตาไปทั่วครับ
เออ ฉันคิดว่าทุกคนที่นี่โดนวางยาสลบอ่ะ รัตติพลพูดด้วยเสียงกระซิบครับ แล้ววันนี้คือมันวันที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย เวลากี่โมง แล้วรติพลก็ตอบว่า 5 พฤษภาคม 1331 น
พระนักสืบตกใจครับ จนเผลออุทานออกมาครับ อย่านอนหลับขโมยเวลาไปจนถึงเช้าวันใหม่ครับ นี่นายอยากให้เก็บตัวอย่างเลือดของแต่ละคนไปมั้ย เผื่อตรวจสอบว่าใครไม่ได้ถูกวางยา หรือทุกคนเนี่ยโดนวางยาจริงมั้ย อาจจะมีผู้ร้ายบางคนแค่แกล้งทำเป็นเหมือนโดนเหมือนกันก็ได้
เอ่อ เราว่าไม่มีประโยชน์หรอก เพราะต่อให้คนร้ายแกล้งทำเป็นโดนวางยา จริงสุดท้ายมันก็จะกินยานอนหลับเข้าไปไม่ให้ถูกจับได้อยู่ดี แก้วทุกใบแห้งสะอาดตอนเข้ามายานอนหลับน่าจะถูกผสมอยู่ในกระติกน้ำส่วนกลางก่อนจะเทแจกจ่ายให้กับทุกคน
ย้อนกลับไปคนที่เทคือท่านทักษิณนะครับ ถ้ามีคนแกล้งนอนหลับจริงก็แปลว่าจะต้องมีคนร้ายอีกชุดรออยู่ด้านนอกด้วยถูกมั้ย รอจนทุกคนหลับจึงเปิดประตูให้คนร้ายอีกคนเข้าไป
หลังจากนั้นเนี่ย คนร้ายที่อยู่ข้างนอกจึงลั่นด่านไว้เหมือนเดิม ปรากฏว่า 2 ฝาแฝดพี่น้องคู่นี้กำลังคุยกันอยู่ครับ มีคนตะโกนว่า จะทำอะไรเนี่ย แล้วก็มีเสียงโหวกเวกโวยวายขึ้นมาครับ ทั้งทิวกรในผ้าเหลืองครับ และรติพลในชุดกากีครับ หันไปทางต้นเสียงครับ นั่นคือท่านอุดรครับ กำลังโหวกเวกวยๆ ว่าจะทำอะไร จะทำอะไร
ซึ่งฝ่ายพิสูจน์หลังทานครับ เอกำลังเก็บ DNA จากกระพุงแก้มครับ ทิวกรก็ถามเอ่อ เก็บเก็บไปทำไม หมายความว่าอะไรนี่นี่จะเก็บไปทำไม ปรากฏว่าเรื่องราวก่อนจบครับ หลังจากที่ทิพกรตื่นแล้วครับ มีการเก็บหลักฐานทั้งหลาย นิ้วมือและเนื้อเยื่อที่กระพุงแก้มครับ เพราะว่ารติพลบอกว่ามีคนตายในวัดครับ
ตำรวจจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานครับ เพราะเจ้าอาวาสครับถูกฆาตกรรมครับ หลังจากที่พระทุกรูปครับอยู่ในหอสมุทรตนแล้วก็โดนวางยาครับ
สรุปก็คือตอนแรกที่เราสงสัยเนี่ยว่าเจ้าอาวาสเป็นคนขังทุกคนเอาไว้ในหอสมุทรตนใช่มั้ย แล้วก็ถูกวางยานเนี่ย ปรากฏว่าเจ้าอาวาสมรณภาพเลยนะครับ
ซึ่งพอมาถึงเนื้อหาตรงนี้ครับ นี่คืออินฟของพระทั้งหมดครับ ว่าใครหายไปและใครเสียชีวิตแล้วครับ
และสุดท้ายครับ ข้อสังเกตชื่อเกาะกาสเกษียณครับ กาสเกษียณครับ เป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยในเรื่องใช่มั้ยครับ แต่ ว่านักเขียนไม่ได้อธิบายไว้ครับ แต่ก็มีเบาะแส่สำคัญที่น่าสนใจครับ อย่างคำว่าเกษียณครับ สะกดได้หลายแบบมากๆ ครับ
เกษียณที่ใช้นอนหนูครับ แปลว่าเขียนครับ เกษียณที่ใช้นอเนนครับ แปลว่าสิ้นไป และเกษียณที่ใช้รอเรือครับ แปลว่าน้ำนมครับ
ก่อกาสักเกษียณจึงเหมาะเป็นคำบอกใบ้ที่นักเขียนทิ้งเาะแสบางอย่างเอาไว้ครับ ถึงเรื่องราวของการเฉลยของการเขียนอะไรบางอย่างครับ ซึ่งทุกคนสามารถไปตามหาความจริงได้จากเล่มนี้ครับ
กาสักอังคาสครับ เป็นงานเขียนของคนไทยที่ผมคิดว่าทุกคนต้อง M Lead มากๆ ต้องอ่านมากๆ เว้ย ซึ่งคนรอบตัวผมเนี่ยอ่านเล่มนี้แล้วเนี่ย ยังไม่เคยมีใครผิดหวังจากเล่มนี้เลยครับ
ซึ่งทุกคนสามารถสั่งซื้อหนังสือการสั่งอาฆาตนะครับ ได้ที่ลิงก์ใต้คลิปนี้เลยนะครับ หรือว่าเข้าเว็บตรงของสนักพิมพ์ครับ 1357 doco ครับ
และถ้าใครอ่านจบแล้วเมาๆ ก็ใน AG ผมได้นะครับ เราอาจจะได้ป้ายยาหนังสือเล่มอื่นเพิ่มเติมของสำนักพิมพ์นี้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ในคอนเทนหน้าครับ ผมขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ
กาสเกษียณครับ ปกแบบนี้เดินารหนังสือในห้างครับ เจอแบบนี้หยิบมาเลยครับ ยทางเลกครับผม
[เพลง] โอ [เพลง]