Transcription
เรากำลังส่งต่อประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน? คำถามนี้ไม่ได้ถามว่าเราคิดอะไร แต่ถามว่าเรายอมให้ชีวิตแบบไหนกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกสิ่งที่เรายอมรับในวันนี้กำลังกลายเป็นอนาคตที่เด็กคนหนึ่งไม่มีสิทธิ์เลือกคุณภาพชีวิตของตัวเอง
บ้านหลังนี้เหมือนบ้านของใครหลายล้านคน เป็นบ้านของครอบครัวธรรมดาในจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย พ่อเคยทำงานใกล้บ้าน แต่วันนี้ไม่มีงานดี ๆ ให้ทำ ธุรกิจใหม่ ๆ ไม่เกิด ระบบขนส่งไม่เชื่อมเมือง ไม่ถูกออกแบบให้คนทำมาหากินได้ พ่อจึงต้องดิ้นรนไปกรุงเทพฯ ยอมทำงานหนัก เสี่ยงอันตราย ไม่รู้เคลนจะถล่ม หลุมจะยุบวันไหน พ่อต้องเช่าห้องเล็ก ๆ คอยส่งเงินกลับบ้าน ลูกก็โตขึ้นโดยเห็นพ่อผ่านหน้าจอมือถือ ทั้งที่ความฝันของพ่อคือแค่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกวัน
แม่ต้องอยู่บ้านดูแลปู่ย่า ดูแลลูก และทำนา วันดีคืนดีก็ใช้น้ำพ่อปลูกไม่ได้ บางปีน้ำท่วม บางปีน้ำแล้ง บางวันน้ำมีกลิ่น บางวันขุ่นผิดปกติ แม่ไม่เคยเรียกสิ่งนี้ว่าวิกฤต เรียกแค่ว่าปีนี้ยากหน่อย แต่ปีที่ยากมันเกิดซ้ำและหนักขึ้นทุกปี
ลูกชายเรียนวิทยาศาสตร์จากรูปในหนังสือ ครูบอกว่านี่คือเทคโนโลยี นี่คือการทดลอง แต่เขาไม่เคยได้จับ ไม่เคยได้ลองจริง ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่เพราะโอกาสไม่เคยมาถึงเขา ครูสอนเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ไม่มีใครพูดถึงภูเขาขยะที่เด็กเห็นทุกวัน
ปู่ชอบตื่นเช้าเดินเล่นรอบบ้านตั้งแต่ยังเดินไหว ทุกวันนี้ปู่มักจะไอทุกวัน ไม่รู้ว่าเพราะอายุ เพราะอากาศ หรือขยะหลังบ้าน ไม่มีเครื่องวัด ไม่มีข้อมูล ไม่มีใครบอกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวปลอดภัยแค่ไหน ย่าปวดเข่า เป็นความดัน แต่ยังไม่ไปโรงพยาบาล ไม่ใช่เพราะไม่อยากรักษา แต่ไม่มีรถไป ต้องรบกวนลูกหลาน หรือไม่ก็ต้องเสียเงินเหมารถ ต้องรอคิวทั้งวัน ย่าจึงเลือกทนไปก่อนจนกว่าจะไม่ไหว
ทั้งหมดนี้คือชีวิตประจำวันที่หลายคนคุ้นชิน ความผิดปกติที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งเหล่านี้ต้องไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป มันไม่ได้เกิดเพราะประชาชนทำอะไรผิด หรือหวังชีวิตที่ดีเกินไป แต่มันเป็นเพราะโครงสร้างการบริหารประเทศที่ผูกพังจากข้างใน โครงสร้างที่ไม่ตอบสนองชีวิตประจำวันของประชาชน และถ้าโครงสร้างนี้ยังไม่เปลี่ยน คุณภาพชีวิตที่ผิดปกติเหล่านี้ก็จะยังเป็นเรื่องปกติต่อไป และนี่คือเหตุผลที่นโยบายของเราไม่ได้แก้ทีละเรื่อง แต่ต้องแก้ทั้งระบบ
เมื่อที่บ้านไม่มีงาน เพราะระบบเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ที่เมืองใหญ่ไม่กี่เมือง ระบบขนส่งไม่เชื่อม ดังนั้น เราจะสร้างเมืองใหม่และ 15 หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ให้มีงานดี โรงพยาบาลดี โรงเรียนที่มีคุณภาพ เราจะคืนอำนาจการออกแบบระบบขนส่งมวลชนให้ท้องถิ่นจัดการตัวเอง เลือกรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นรถ 2 แถว รถตู้ หรือรถเมล์ไฟฟ้า เชื่อมตำบล อำเภอ จังหวัด ลดต้นทุนการเดินทาง เชื่อมคนกับงาน กระจายกลับภูมิภาค ส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ธุรกิจใหม่ ๆ ที่เกิดในจังหวัดของตัวเอง ให้ชีวิตไม่ต้องไกลบ้าน
เราจะเติมเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล ย่าไปโรงพยาบาลเดิมด้วยตัวเองได้ แถมไม่ต้องรอส่งตัวข้ามจังหวัด เพราะเครื่องมือที่เคยมีแค่ในเมืองใหญ่วันนี้มีในโรงพยาบาลอำเภอ หมอมีเวลามองหน้าคนไข้มากขึ้น ด้วยการแพทย์ทางไกลและระบบสุขภาพดิจิทอล เพื่อแบ่งเบาภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
เราจะจัดการขยะใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เก็บไปเผาแล้วกลับมาเป็นมลพิษ แต่ต้องเริ่มจากแยกรีไซเคิลและจัดการอย่างมีมาตรฐาน ภูเขาขยะต้องจกที่รุ่นเรา คืนอากาศ น้ำ ดินที่ไม่ปนเปื้อนให้ชุมชน แม่ไม่ควรต้องเดาว่าน้ำที่ใช้ปลอดภัยหรือไม่ การจัดการน้ำต้องมีข้อมูลจริง เทคโนโลยีตรวจวัด 24 ชม. มีการวางแผนร่วมกับชุมชน น้ำไม่ใช่เรื่องดวง เกษตรกรต้องไม่เสี่ยงเรื่องผลผลิตจากน้ำเสียอีกต่อไป และที่สำคัญ น้ำประปาต้องดื่มได้ ประชาชนไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำขวด เพื่อเก็บเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
เรายังต้องลงทุนการศึกษาอย่างจริงจัง โรงเรียนของลูกยังเป็นโรงเรียนเดิม แต่มีอุปกรณ์ทดลองจริง มีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูก และทักษะที่ใช้ได้จริง เด็กจะไม่ถูกตัดอนาคตเพราะเกิดผิดที่ แม้เราจะไม่สามารถสร้างเด็กอัจฉริยะในวันเดียวได้ แต่เราสามารถสร้างโอกาสที่เท่ากันได้ตั้งแต่วันแรก
เราจะคืนพื้นที่ คืนอากาศ คืนสิทธิ์ในการใช้ชีวิตปกติ บ้านหลังนี้ยังเป็นบ้านเดิม แต่ความหมายของคำว่าปกติเปลี่ยนไป ลูกชายเห็นอนาคต ไม่ต้องเติบโตข้าวภูเขาขยะ ปู่หายใจได้เต็มปอด ดูแลสุขภาพตัวเองได้ ย่าไม่ต้องรอให้ป่วยหนัก รู้สึกภูมิใจ ไม่เป็นภาระให้ลูกหลาน แม่ใช้น้ำได้อย่างมั่นใจ มีรายได้จากสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แค่ทำไปวัน ๆ พ่อทำงานใกล้บ้าน ได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา
นโยบายเพื่อคุณภาพชีวิตเหล่านี้ไม่ได้แยกจากกัน มันตอบคำถามเดียวกันว่าเราจะสร้างประเทศที่คนต้องทิ้งบ้านเพื่อให้มีชีวิตอยู่ หรือประเทศที่คนมีชีวิตที่ดีได้ในบ้านของตัวเอง?
เรากำลังส่งต่อประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน? ประเทศที่ต้องทน หรือประเทศที่กล้าเปลี่ยน? >> ขอเสียงคนที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงหน่อย เร็ว! >> 1 เสียงของคุณในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะไม่ใช่การเลือกตั้งที่เราต้องยอมจำนนความผิดปกติ แต่คือการเลือกอนาคตของเรา อนาคตของประเทศ และคนรุ่นต่อไป เลือกอนาคตของประชาชนทุกคน.