📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ดีแล้วที่มี AI ที่มาล้างคนจากสภาพที่เคยชิน

หม่อมปลื้มวิเคราะห์13:22

Transcription

เอาจริงๆ แล้ว เผลอๆ AI อาจจะทำให้คนที่ทำงานโดยที่เป็นคนซึ่งมีการศึกษาแล้วก็ต้องขอใบอนุญาตแล้วก็มีทักษะพิเศษด้านต่างๆ ทั้งทางด้านกฎหมาย ทั้งทางด้านการแพทย์ ทั้งทางด้านการจัดรายการ ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่งเป็นไท Col Job เนี่ย เป็นคนซึ่งมีการศึกษา ได้ปริญญามาแล้วก็ได้ใบอนุญาตแล้วก็มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทางด้านโรจน์นะฮะ ใบอนุญาตในการแนะนำนักลงทุนเกี่ยวเกี่ยวกับการลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์อะไรอย่างเงี้ย คุณมี brokerage license หรือบางทีคุณอาจจะมี banking license หรือคุณอาจจะมี license ที่จะมานั่งอ่านข่าวเป็นผู้ประกาศซึ่งเป็นไซens ซึ่งค่อนข้างตลกนะฮะ แต่ว่ามันก็มีทั้งๆ ที่คนที่อ่านข่าวเนี่ย ไม่ควรที่จะต้องมีใบผู้ประกาศหรอก แต่ว่าเมื่อก่อนเนี่ยมันต้องไปสอบใช่มั้ยฮะ อ่า แต่ทั้งหมดเนี้ยที่เป็นการสอบเพื่อที่จะได้ใบอนุญาตโดยรัฐเนี่ย เอาจริงๆ แล้วอ่ะ มันเป็นสิ่งที่มีความเชี่ยวชาญขึ้นมาก็เพราะว่าคุณฝึกฝนในทักษะต่างๆ เหล่านั้น

คราวนี้ทุกครั้งเวลาผมคุยกับนักข่าวซึ่งมาสัมภาษณ์ผมอะไรเงี้ย แล้วก็ไปสัมภาษณ์นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมก็บอกเว่าจริงๆ แล้วแต่ละเรื่องซึ่งเขา สัมภาษณ์ผมเนี่ย เไม่ต้องสัมภาษณ์เลยก็ได้ เพราะว่าแต่ละประเด็นที่เขาถามเสสามารถหาความเชี่ยวชาญจากทั้งclอส ทั้งแชat GBT ทั้ง Deep seek ทั้ง Google Gem ได้ พูดง่ายๆ คือว่าถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับกฎหมาย เกี่ยวกับเศรษฐกิจ เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์ คุณต้องการความรู้องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการผ่าตัด เรื่องของวิตามิน เรื่องของมะเร็ง คุณต้องการองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบขีปณวุฒิของรัสเซีย ระบบเขียปวุฒิของสหรัฐอะไรเงี้ย คุณจะถามผู้เชี่ยวชาญก็ได้ แต่ว่าผมพูดตามตรงฮะ คือณเวลานี้นะ สมมุติว่าคุณนั่งทำข่าวอยู่อ่ะ แล้วคุณบอกว่าจากการสอบถามอดีตผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือจากการสอบถามอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนู้นกระทรวงนี้ ผมคิดว่าเวลาเขียนข่าวเนี่ย เปลี่ยนเป็นจากการสอบถาม Deep Seek จากการสอบถามแช GPT จากการสอบถาม AI ซึ่งเป็น CL คือผมพูดตามตรงฮะ การหาข้อมูลทั้งหมดเนี่ย ในวันนี้ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญมันแทบจะไม่ต้องคุ้นต่อมนุษย์เลยฮะ เพราะว่าเวลาคุณไปคุยกับมนุษย์น่ะ ความเชี่ยวชาญระดับที่แต่ละคนมีเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นระดับแบบว่างูปลาอย่างผม หรือคุณจะไปคุยกับอดีตนายกก็ได้ ความเชี่ยวชาญแต่ละเรื่องเนี่ย พูดตามตรงๆฮะ ไม่ว่าคุณจะไปคุยกับใครเนี่ย ข้อมูลทั้งหมดนั้นนะฮะ ไม่ได้เป็นเศษเสี้ยวของสิ่งที่คุณจะได้ ถ้าคุณคุยกับ AI ฟรีๆ ด้วยซ้ำไป ไม่ต้องแบบซื้อรุ่นโปรโมทพิเศษ AI รุ่นธรรมดา ข้อมูลมันทั้งเป๊ะและละเอียดแล้วก็รอบด้านแล้วก็เทลอรด้วย เทลอร์คือว่าออกแบบมาให้ตอบเฉพาะเจาะจงกับคำถามของคุณ

แล้วผมดีใจแล้วผมหวังว่าให้เป็นแบบนี้ด้วย AI อ่ะ มันจะทำให้เราทุกคนซึ่งดันคิดว่าตนเองมีการศึกษาและคิดว่าตนเองมีความรู้อ่ะ ไม่ว่ามีความรู้ด้านกฎหมายใชคุณมีใบอนุญาตเป็นทนาย คุณอาจจะเชี่ยวชาญด้านการแพทย์เนี่ย คุณรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับมะเร็ง คุณรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับฮอร์โมน คุณรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการผ่าตัดทุกส่วนของเรือนร่างของมนุษย์ ทั้งหมดเนี้ย Expertise ทั้งหมดที่เป็น white คอลาร คิดว่าในระยะยาวนั่นคือสิ่งที่จะถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์ที่ชานฉลาดนี่แหละ หุ่นยนต์ที่ชานฉลาดผมไม่ได้เชื่อว่ามันจะมาคุกคามชีวิตของมนุษย์ขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นคนซึ่งอาจจะเป็นแบบ blue color worker คือเมื่อก่อนเราเชื่อว่า automation หรือการใช้ระบบซึ่งมัน automated เป็นหุ่นยนต์เนี่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นหุ่นยนต์ซึ่งมันสามารถทำงานแทนคนในโรงงานได้ automation มันจะมาแทนที่ blue cola คนซึ่งทำงานในแบบที่ใช้แรงใช้ทักษะแรงงานกลางหรือทักษะแรงงานต่ำ แต่ว่าเทรนด์ที่มันเกิดขึ้นในโลกซึ่งผมคิดว่าปฏิเสธได้ยากแล้วณเวลานี้เนี่ย ก็คือว่าเอาจริงๆ เนี่ยเมื่อมันมาแทนที่มนุษย์อutomationในรูปแบบที่จะเป็นอutomationที่ฉลาดแล้วก็มีความเชี่ยวชาญมีทักษะรอบด้านอutation ซึ่งคุกคามมนุษย์จริงๆ มันจะเป็นอutation ระบบหุ่นยนต์ซึ่งมาในรูปแบบของที่มีกลไกของสมองซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่จะคุกคามและแทนที่งานที่เป็น White Col Investment Banking งานประเภทเป็นทนาย เป็นหมอ คือเหตุผลที่การเป็นทนายเป็นหมอเนี่ย อาจจะยังไม่โดนแทนก็เพราะว่ามันต้องมีใบอนุญาตจากมนุษย์กันเอง เพราะมนุษย์กันเองก็คงจะย่อมเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์กันเองแล้วก็ช่วยมนุษย์กันเองนะ เพราะฉะนั้นงานซึ่งมีความเชี่ยวชาญซึ่งเป็นทักษะสำหรับ White คอลารเนี่ย ในหลายอุตสาหกรรมจะถูกแทนโดย AI และนี่เป็นสิ่งที่จะค่อยๆ เกิดขึ้นโดยคุณจะต้องเตรียมการล่วงหน้า

แล้วเวลาผมบอกว่า AI จะมาแทนหมอหรือจะมาแทนทนายเนี่ย หรือจะมาแทนทหาร นั่นอาจจะเป็นอาชีพท้ายๆ ที่โดนคุกคาม AI แทนทหาร AI แทนหมอ AI แทนทนาย หรือแม้กระทั่ง AI แทนระบบการพิพากษาคดีเพื่อให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยที่ขาด FL ของมนุษย์ มนุษย์เนี่ยถูกแทรกแซงได้ AI ถูกแทรกแซงได้มั้ย ก็อาจจะได้จากเผด็จการ AI อีกทีนึงที่อาจจะโปรแกรมมา แต่ว่าอย่างไรก็ดีในรูปแบบที่มันคุกคามอาชีพต่างๆ เหล่านั้นเนี่ย นั่นคือขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่มันจะครองโลกจริงๆ ซึ่งผมก็อยากจะเห็น แต่ผมเชื่อว่าผมไม่ได้เห็นขั้นตอนนั้นหรอก แต่ก่อนอื่นเนี่ย AI มันจะมาล้างไอ้พวกคนอย่างผมไปก่อน ที่เคยชินกับการประกอบอาชีพของตนเอง เพราะฉะนั้นในเวลาเนี้ย AI เนี่ย มันแทนที่งานในหลายระดับ แต่ว่ามันยังไล่ล่ามาไม่ถึงคนซึ่งประกอบอาชีพอย่างผม แต่ผมเชื่อเลยว่าในช่วงชีวิตผม AI มันจะไล่ล่าทันมาถึงคนซึ่งประกอบอาชีพอย่างผม ซึ่งเป็นแรงงานซึ่งมีทักษะ แต่ว่าในขณะเดียวกันไม่ได้มี Protection Bracket ก็คือมันเป็นแรงงานซึ่งไปๆ มาๆ เนี่ย ไม่ต้องมีความรู้ความสามารถมาก แต่ต้องมีความรู้ความสามารถระดับหนึ่ง แต่ว่าไม่มีกลไกของรัฐมานั่งปกป้องดูแลว่าสิ่งเนี้ยมนุษย์ต้องทำ กลไกของรัฐที่ปกป้องดูแลอุตสาหกรรมไหนว่ามนุษย์ต้องทำ ก็จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสที่จะรอดพ้นการถูกคุกคามจาก AI ชั่วคราว จนถึงวันซึ่งผู้ซึ่งออกแบบ AI นั้นสามารถครอบครองอำนาจรัฐได้ ซึ่งอันนั้นก็อาจจะเกิดขึ้นแต่ช้าหน่อยนะ เพราะฉะนั้นคนที่จะไปก่อนก็คือคนซึ่งมีความสามารถระดับปานกลางซึ่งอยู่ในอาชีพซึ่งเอาจริงๆ แล้วอีกหน่อย AI ทำงานแทนได้ หรือสั่งงานแทนได้ และนั่นก็คืออาชีพอย่างเช่นผมนี่แหละ ธรรมดาๆดาแบบนี้มีทักษะระดับนึงเป็นไทคอล่า แต่ว่าไม่ได้พิเศษ แล้วไม่ได้อยู่ใน protection bracket ของหน่วยงานรัฐนะ เพราะฉะนั้นผมก็ดีใจนะฮะ ที่ AI จะมาแทนที่บรรดานักแสดงความคิดเห็น content creator แล้วก็ผู้ประกาศข่าวทั้งหมด จริงๆ แล้วมันดีเหมือนกันมันค่อยๆ ล้างบางมนุษย์ให้ไปปรับทัศนคติตนเอง แล้วก็ให้เข้าใจว่าตนเองเป็นเพียง single unit of labor นะฮะ เผลอๆ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า มันจะ equaliz ทำให้ทุกคนลงมาอยู่ในระดับซึ่งเท่าเทียมกันหมด ก็คือทำให้ทุกคนซึ่งไม่ว่าจะมีความรู้การศึกษาระดับไหนเนี่ย จะถูกลดระดับลงมาให้เป็นเพียงแค่อีก 1 คนในโรงงาน ก็ทุกคนก็จะกลายไปเป็นbบตเตอรี่เหมือนใน matrix อะไรอย่างเงี้ย แล้วก็จะได้เป็น facto inactive blue color worker กันหมด แล้วก็เป็นเพียงฐานให้กับระบบ ก็จะทำให้ อยู่ในโลกซึ่งมีความเหลื่อมล้อมน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี

แต่ว่าเมื่อวานสภาพให้ข้อมูลเไม่ได้วิเคราะห์อะไรอย่างที่ผมวิเคราะห์นะฮะ ผมวิเคราะห์แนวแบบ futuristic นิดนึงนะครับ เพราะว่าผมชอบดิสโตเปียในอนาคต แต่เมื่อวานนี้ที่สภาพเข้าแถลงเนี่ย มันมีตัวเลข GDP มันมีรายละเอียดเรื่องการจ้างงานหลายประเด็นนะ ครับรายละเอียดสถานการณ์แรงงานที่สำคัญก็คือตัวเลขการจ้างงานและการว่างงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 69 มีผู้ทำงาน 41,200,000 กว่าคนนะครับ ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.6% จากปี ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามอัตราการว่างงานขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% 94% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ว่างงานประมาณ 390,000 กว่าคนนะครับ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากเดิม คือเดิมเนี่ยอัตราการว่างงานในส่วนนี้อยู่ที่ 0.88% ในไตรมาสก่อนหน้านั้นเคยอยู่ที่ 0.7% 7% เพราะฉะนั้นอัตราการว่างานก็เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญเหมือนกันนะครับ โดยการว่างานที่น่ากังวลที่สุดอยู่ในกลุ่มผู้ว่างงานส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน ขณะที่กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาวว่างงานเกิน 1 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 27% นอกจากนี้จำนวนผู้ซึ่งใช้ชีวิตเปรียบเสมือนว่าว่างงานเก็ยังเพิ่มขึ้นถึง 3% เพราะฉะนั้นกลุ่มผู้ว่างงานระยะยาวว่างงานเกิน 1 ปีสัดส่วนเนี้ยสูงขึ้น 27% ซึ่งน่ากังวลเหมือนกัน โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม ส่วนการว่างงานแฝงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและแรงงานที่มีการศึกษาไม่สูง ซึ่งในปี 68 มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 17.8% เพราะฉะนั้นในทุก category เลยนะอัตราส่วนนี้ไม่ต่ำก็คือว่าว่างานแฝงในกลุ่มที่เ้าเรียกว่าภาคเกษตรกรรมและแรงงานที่ไม่มีการศึกษาไม่สูงอันนี้เพิ่มขึ้นนะฮะ 17.8% 8% แต่โดยรวมกลุ่มผู้ซึ่งว่างงานยาวเกินกว่า 1 ปีอันนี้เพิ่มขึ้น 27% นะฮะ

ในขาการสภาพรรยังบอกได้ว่าประเด็นที่น่าจับตาคือปัจจัยเสี่ยงผลกระทบจากเทคโนโลยีการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ โดยการศึกษาของสภาพระบุว่าแรงงานไทยกว่า 8.7 7 ล้านคนจะได้รับผลผลกระทบจาก Generative AI โดยในจำนวนนี้มี 2,000 กว่าคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูก AI เข้ามาทดแทนนะ ฮะในลักษณะที่เป็น Task Replacement นะ ครับส่วนใหญ่เป็นงานที่มีลักษณะทำซ้ำหรือแบบเป็นแบบแผนตายตัวเช่นพนักงานบัญชี เสมียนแล้วก็โปรแกรมเมอร์ก็ white คอล่า มันเริ่มมาละ

ก็ไม่ใช่ไม่ดีนะฮะ คือมองในระยะยาวมนุษย์ได้ใช้ชีวิตแบบเนี้ยมานาน ก็คือมนุษย์ได้มีโอกาสโอกาสในการไต่เต้าเติบโตในสังคม ซึ่งมนุษย์ครอง Food Chaนมาเป็นเวลาผมคิดว่าหลายศตวรรษแล้ว มันได้สร้างกลไกที่สร้างความเคยชินต่อความเชื่อเดิมๆ ว่าคุณแสวงหาโอกาสในการเรียนหนังสือ แสวงหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แสวงหาโอกาสในการประกอบอาชีพ เสร็จแล้วมันจะนำคุณไปถึงจุดที่สูงสุดในสังคม แล้วคุณจะได้มีโอกาสเป็นใหญ่เป็นโตมีเงินมีทองแล้วมีจะกินแล้วก็สามารถขยายอิทธิพลของตัวคุณได้ แล้วก็ส่งต่ออิทธิพลนั้นทางด้านทรัพย์สินและทางด้านบารมีสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้ มนุษย์มีการพัฒนาตนเองให้มีความรู้สึกเคยชินกับระบอบแบบนี้ ระบอบแบบนี้ก็คือมีโอกาสในการสร้าง Social Mobility ให้กับตนเองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ในขณะที่บ่นอยู่ตลอดเวลาว่าไม่มีโอกาสที่จะมี Social Mobility นี้ เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์ที่ขี้บดไม่ว่าจะอยู่ในสังคมคอมิสต์หรือสังคมเผด็จการ Corporate หรือสังคมประชาธิปไตยครึ่งใบหรือสังคมประชาธิปไตยเต็มใบเนี่ย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในระบอบใดก็ตาม ประธานาธิบดียันต์รัฐสภาปลอมรัฐสภาจริง นายกรัฐมนตรีระบอบเผด็จการทหารหรืออื่นๆ หรือblั linectorship whatever เอาจริงๆ แล้วเนี่ย มนุษย์ยังมีโอกาสที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในรูปแบบที่สร้างสรรค์โอกาสให้กับตนเองในการที่จะมีบางสิ่งบางอย่างซึ่งดีไปกว่าสิ่งที่เคยมีในช่วงที่มีโอกาสเจริญเติบโตขึ้นมา ผม welcome change นี้ไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นคนหัวเองซ้ายเองขวาหรอก ผม welcome change นี้เพราะผมคิดว่ามนุษย์เนี่ยเคยชินในกลไกของ Social Mobility นั้นซึ่งตัวเองดันไปคิดเอาเองว่าไม่มีโอกาสที่จะเข้าสู่กลไก Social Mobility นั้น

แต่สิ่งที่เผลอๆ จะมาเปลี่ยนกติกาจริงเนี่ย ให้มนุษย์เรียนรู้ว่าตนเองเป็นเพียง Unit of Labor กระจอกกระจอกทุกคน ไม่ว่าจะมีการศึกษา ระดับไหนหรือโตมาด้วยช้อนเงินช้อนทองอย่างไรเนี่ย สิ่งที่จะมาเปลี่ยนจริงๆ อ่ะ มันคือบางสิ่งบางอย่างซึ่งมาระงับให้คุณไม่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนสถานะชีวิตเลยนะ เพราะฉะนั้นถ้าจู่ๆ มีระบบซึ่งล้าง white color ซึ่งมีการศึกษามีเงินทองมีความสามารถมีใบอนุญาตครบ ถ้ามีระบบซึ่งมาจากเทคโนโลยีมนุษย์ออกแบบแล้วมีปัญญาซึ่งประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วฉลาดกว่ามนุษย์ หรือเผือกฉลาดกว่ามนุษย์ขออภัยถอนคำพูด ผมคิดว่ามันน่าสนใจว่ามันบีบบังคับให้มนุษย์จะต้องปรับตัวขนาดใหญ่ในระยะสั้น ปรับตัวได้ แต่ในระยะยาวเผลอๆ อาจจะปรับตัวไม่ได้

แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดคืออะไรมั้ฮะ ถ้าเกิด AI นั้นๆเนี่ย ได้รับการครอบครองอีกทีนึงโดยมนุษย์เพียงแค่ไม่กี่คนซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนซึ่งร่ำรวยมหาศาลจนผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศชาติส่วนใหญ่ในโลกเนี่ย ไม่ได้ใกล้เคียง Market Capitalization ของบริษัทเอกชนนั้นๆ แปลความว่าเรากำลังเข้าสู่ยุค AI ซึ่งมีบริษัทเอกชนระดับโลกครองอำนาจอยู่ และครอง AI นั้นๆ อีกทีนึง คราวนี้ผมไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นไปแบบนั้น ผมคิดว่ามันจะมีการกระจายการใช้ artificial intelligence อย่างทั่วถึง โดยที่มันจะไม่ได้อยู่ภายใต้บริษัทเอกชนไม่กี่ราย มองโลกในแง่บวกนิดนึงว่ามันจะไม่ใช่ใช่บริษัทเอกชนไม่กี่รายครองโลก มันจะเป็นบริษัทเอกชนหลายๆ รายใช้เทคโนโลยีซึ่งแพร่กระจายแล้วก็มีกันอย่างแพร่ไหลมากยิ่งขึ้น โดยที่มันจะเป็น AI related teology ซึ่ง diseminate ทั่วโลก โดยที่บริษัทเอกชนหลายบริษัทก็ใช้ในการลดความจำเป็นในการมีความรู้ความอ่าน เป็น White Color Worker แต่การล้างบาง white color worker ให้กลับไป skill ตนเองเพื่อลดระดับและลดฐานะของ White Color Worker ซึ่งมีความรู้มีเงินทองมีดีกรีมีใบอนุญาตมีทุกอย่างที่ตัวเองอุตส่าห์สะสม และซ้ำการลดระดับของ White Collar Workers ทั้งหมดลงมา โดยที่จู่ๆ ตกงานกันหมดเนี่ย เพราะว่า AI มาแทนที่เนี่ย คุณมีโอกาสที่ equaliz society ที่จะลดระดับฐานะรายได้ของ White Col worker ลงไปในระดับซึ่งเท่ากับ Blue Col worker สิ่งที่ AI ทำถ้าคุณนั่งลองคิดดูนะ มันเป็นสิ่งที่แม้กระทั่งพลพจน์เนี่ย จินตนาการไม่ถึง effectively มันไม่ใช่ killing field แต่ว่ามัน equaliz society ถ้าทำได้สำเร็จและทะลุทะวงและลุล่วงไปถึงในแบบที่ AI ครองได้หมดในทุกอุตสาหกรรมซึ่งเป็นไทคอล่านะฮะ ซึ่งผมอยากเห็น แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นหรือเปล่า มันไม่น่าจะสนุกสนานขนาดนั้นนะฮะ อันนี้ที่ผมพูดแนวว่านำสถานการณ์ไปสู่ดิสโทเปียขั้นแบบสูงสุดนะครับที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่าณเวลานี้มันยังไกลไม่ถึงขั้นนั้นนะ ฮะ