Transcription
วันที่ผมชื่นชมคุณพิพัฒน์มากนะครับ คือวันที่ 19 มีนาคม >> อ >> ที่คุณพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะ สบก.อ >> แล้วประกาศว่าวันพรุ่งนี้จะจับทั้งซัพพลายเออร์มาแก้ผ้าและหาไอ้โม่ง >> หาไอ้โม่ง >> และหาไอ้โม่งนะครับ วันนั้นน่ะ ผมก็จับตาดู ผมคิดว่าสังคมก็อยากรู้ ต้องเรียนตามตรง ว่าคุณพิพัฒน์เนี่ย ก็ได้รับข้อวิจารณ์ เนอะ ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ถ้าท่านพิสูจน์ ถ้าท่านพิสูจน์ได้ในวันนั้น ที่ท่านบอกว่าจะจับไอ้โม่ออกมา ผมคิดว่าสังคมจะลดความคลางแคลงใจ
>> คำถามก็คือ พอข้อมูลคุณไปเปิดย้อนหลังแบบนี้ อ่า กว่าที่คุณจะให้ GPS รายงานเข้ามา อย่างนี้ ทำไมมันถึงไปย้อนหลังจากช่วงที่ตรึงราคาไปแล้ว >> อ้า >> คำถามมันก็เลยไม่ถูกตอบครับ
>> เอ่อ ทั้งนี้ก็บอกว่า 1 มีอำนาจอยู่ ใช้ อำนาจได้เลยตามกฎหมาย >> แต่ไม่ใช้ >> อาจจะไม่ใช้ 2 คือช้าไปถูกมั้ย 3 คือไม่แทกย้อนหลัง อ้าว วันนี้รับศึกหนักหน่อย เชิญ >> การที่แทกย้อนหลังหัวยากมันไม่ใช่ท่านคนเดียว นะครับ >> เออ >> อันนี้ผมก็ต้องเห็นใจ พูดถึง >> อ้า ไม่เป็นไร ปล่อยท่านก่อนอ่ะ >> คือในส่วนเหล่านี้นะครับ เราต้องบอกว่าเราต้องได้รับการร่วมมือจากผู้ค้าทุกรายนะครับ >> อื >> ถ้าผู้ค้ารายใดรายหนึ่งเค้าบอกว่ามันเป็นสิทธิของฉัน มันเป็นความลับทางธุรกิจ หรืออะไรเนี่ย ถ้าเราเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งสมบัติหน้า >> เจะบอกมีอำนาจตามกฎหมาย >> คือผมรู้มันยังไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย เรายังไม่ได้มีออกว่าประกาศเป็น สบก. หรือออก พ.ร.ฎ. หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นอำนาจของท่านนายกใช้เนี่ย >> อืออือ >> นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ผมประชุมใน สปก. มันเป็นเรื่องของความสมัครใจ เป็นเรื่องของการแสดงความบริสุทธิ์ของแต่ละบริษัท ว่าแต่ละบริษัทเรามีการซื้อน้ำมันออกจากโรงวันละกี่ลิตร เราส่งไปไหน เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าแต่ละบริษัทเนี่ย ไม่มีการกักตุนน้ำมัน
>> และที่สำคัญคือ ในสถานีบริการต่างๆ เมื่อน้ำมันหมด ขึ้นป้ายว่า >> หมด >> หมด >> รอคนจะมีหน่วยสุ่มสปอร์ต หน่วยงานแรกก็คือกระทรวงพลังงาน เขามีพลังงานจังหวัดออกไปสุ่มตรวจตลอดเวลา >> ว่าหมดจริงมั้ย >> ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ในส่วนนี้นะครับ ก็ต้องบอกได้เลยนะครับว่า กระทรวงพลังงานก็ไม่เคยรายงานกลับมาที่ สบก. ว่าเฮ้ย วันนี้คุณไปตรวจกี่กี่ปั๊ม กี่จังหวัด กี่อะไร เขาตรวจแล้วก็รายงานภายในจังหวัด อาจจะส่งกลับไปที่หน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งก็ต้องเรียนว่า สพก. เราไม่ได้รับทราบในส่วนนี้ ไม่ใช่ไม่ได้ตำหนินะครับ >> แต่ว่านี่คือข้อเท็จจริง >> อือ >> คือวันนี้เรานั่งคุยกันอย่างเงี้ย เราต้องเอาเรื่องของข้อเท็จจริงมาคุยกัน
>> ในส่วนที่ 2 ท่านนายกก็มีตั้งชุดเฉพาะกิจแต่ละชุด >> 2 ชุด 3 ชุด ซึ่งก็มีประกาศผ่าน สปก. ไปแล้วก็มีการออกตรวจทำการตรวจทั้งหมด ซึ่งผมก็เห็นนะครับว่า ในแต่ละวันแต่ละวันเนี้ย มีข้อมูลผ่านสื่อมาตลอดว่าตรวจแล้วมันไม่เจออะไรเลยนะครับ นั่นคือส่วนที่ 2 อาจจะมีเจอบ้าง ไอ้ที่อ่างทอง 300,000 ลิตร 200 ลิตร >> แซอด 20,000 ลิตร หรือ >> สระบุรีอีกเนี่ย >> สระบุรีก็ >> แต่เป็นหลักน้อย >> 5-6,000 ลิตร 7-8,000 ลิตร >> อันนั้นนะครับก็ว่ากันไปในส่วนนั้นนะครับ
>> แต่ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าอะไรก็แล้วแต่นะครับ อ >> ทำไมน้ำมันถึงขาดในเมื่อไปถึงสถานีบริการแล้วเกิดอะไรขึ้น >> อื >> อีกส่วนนึงนะครับ >> ก็อย่าไปคิดนะครับว่ากำลังผู้ใช้ ที่พวกเราคิดว่า >> อื >> มันเพียงเล็กน้อยนะครับ แต่ถ้าคุณบอกว่าใน 10 ล้านครอบครัวแล้วแห่กันรุมเข้าไป เหมือนเฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้น แกลอน 1 5 ลิตร >> อื >> 1 ครอบครัวคุณไปเติม 5 ลิตร วันนึงมันจะเพิ่มปริมาณขึ้นถึง 50 ล้านลิตรนะครับ แต่โอเค ปริมาณน้ำมันของเราไม่ได้มีมากขนาดนั้น ก็คือเราปกติ 67 ล้านลิตร >> แต่ไม่ปกติเนี่ย เดี๋ยวนิดนึง >> ไม่ปกติเนี่ย ตอนนี้ก็คือ 84-86 ล้านลิตรต่อวันนะครับ อ เพราะฉะนั้นเมื่อปริมาณมันเข้ามาโดยเกินความอ >> จุของสถานีบริการทั้งหมดเนี่ย >> อ >> มันก็ทำให้เกิดสถานีบริการไม่มีน้ำมันขาย ปกติในกรุงเทพมหานคร >> ก่อนที่จะมีการให้เข้าได้ 24 ชม. >> คืนนี้บริษัทก็นำน้ำมันมาเติม ถ้าโดยปกติ คืนพรุ่งนี้มาเติมใหม่ ไม่มีปัญหาเรื่องของน้ำมันขาดในสถานีบริการ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เข้ามาเติมคืนนี้ ครึ่งวันน้ำมันหมด ปั๊มคุณต้องรออีกครึ่งวันนะครับ น้ำมันถึงจะเข้ามาได้ ก็เพราะว่ารถไม่สามารถวิ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ นั่นคือส่วนที่ 1
>> ส่วนที่ 2 ผมเชื่อว่าทุกบริษัทเขาจะมีคอนแทคกับสถานีบริการ ว่าเดือนนึงคุณซื้อกี่ลิตร >> แต่เมื่อโควต้าคุณครบ คุณจะมาขอเพิ่ม ผมคิดว่าพูคู่ค้าตามมาตรา 7 แต่ละรายก็ไม่รู้จะเอาน้ำมันไหนมาเติมให้คุณ เพราะเขามีการซื้ออย่างจำกัด การที่เราจะซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น หรือใครจะซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นเนี่ย มันต้องมีเซ็นสัญญาเป็นปีว่าโอเค maximum รับจากโรงกลั่นไก่ ต่ำสุดเท่านี้ สูงสุดเท่านี้ ถ้าหากว่าในกรณีที่ช่วงก่อนที่จะมีการผ่อนคลายเรื่องของรีเสิร์ฟ ผมคิดว่าเขาจ่ายมินิัม แต่เมื่อผ่อนคลายรีเสิร์ฟ เขาก็จ่ายให้ที่ maximum ได้ นี่ก็คือส่วนต่างๆ ที่ทำไมในก่อนหน้านี้เนี่ย น้ำมันในสถานีบริการมันถึงขาด แล้วก็มีบางสถานีบริการที่รายงานเข้ามาว่าเนี่ย ขอน้ำมันไป 12,000 ลิตร ได้มา 3,000 ลิตร 5,000 ลิตร 7-8,000 ลิตร >> คุณต้องไปถามย้อนกลับว่า แล้วโควต้าคุณใช้ครบไปแล้วหรือยัง ถ้าโควต้าคุณใช้ครบแล้ว เขาให้คุณเท่าไหร่ ก็คือเท่านั้น เพราะผู้ค้าตามมาตรา 7 บริษัทแม่เขาก็ไม่รู้จะไปซื้อน้ำมันจากที่ไหนมา
>> อ่า ทางนี้ก็มาบอกว่า ไอ้ที่ปั๊มออกมาบอกว่าได้ไม่ครบโควต้าเนี่ย ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มันใช้ไปแล้วจนครบโควต้าตามสัญญา ที่จ่ายให้มินิัม ถูกมั้ย คือขั้นต่ำ >> ตอนนี้น้ำมันมันจำกัด เขาก็เลยไม่สามารถจะให้ได้ ก็เลยบอกว่าถูกลดโควต้า ถูกมั้ย >> มัน 2 ส่วน ส่วนข้อนึงใช้ครบกับส่วนน้ำ คุณอธิบายว่าคุณอย่าไปดูแคลนชาวบ้านที่เติมน้ำมัน >> ใช่ครับ >> อ่ะ ปกติเติมจนกว่าจะเติมทีมันใกล้จะหมด แล้วเติมไอ้นี่เติมเต็มถังไว้ >> ใช่ครับ >> หรือไอ้คนละแกลอน คนละ 5 ลิตร ถ้า 10 ล้านครัวเรือน 50 ล้านลิตร >> ใช่ครับ >> อ่า เพราะฉะนั้นน้ำมันมันหายไปไหน มันมีอ่า ยืนยันว่าไม่ได้กักตุนใช่มั้ย ยืนยัน >> ใช่ครับ >> ยืนยันมั้ย ผู้ค้าน้ำมันไม่กักตุน >> ผมเชื่อว่าเชื่อว่า >> ผู้ค้าน้ำมันน่ะครับ >> จะเรียกว่ากักตุนไม่ได้ >> อื เพราะผู้ค้าตามมาตรา 7 ในแต่ละรายนะ ครับ อ >> คุณมีลูกค้าอย่างกรณีของยกตัวอย่างฮะ บริษัทแห่งชาติ นะครับ คือ ปตท. ค่ะ >> คุณมีประมาณ 2,500 สถานีบริการ อ >> คุณจะบอกว่าในแทงค์คุณเนี้ยไม่มีน้ำมันเลย เป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดคุณต้องมีน้ำมันสำรองในแทงค์เนี้ยไม่น้อยกว่า 3-4 วัน >> อื >> แล้วโดยเฉพาะแทงค์ที่อยู่ปลายทาง โดยเฉพาะอย่างกรณีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา เนี่ย คุณต้องเดินทางทางเรือ >> คุณจะออกจาก >> ที่มาบตาพุดก็ดี หรือออกจากทางศรีราชา ก็ดี คุณไปทางเรือไปสู่ร่างก็ประมาณสัก 20 กว่าเกือบ 30 ชั่วโมง ถ้าคุณจะไปสงขลา ก็โดนประมาณสัก 30-33 ชม. >> มันมี timing ของการเดินทาง คุณโหลดมาเดินทางไปถึงปลายทาง คุณดันน้ำมันขึ้นแทงค์นะ ครับ >> อื >> คุณต้องรอให้น้ำมันเซ็ตตัวก่อนนะครับ >> การที่น้ำมันเซ็ตตัวเนี่ย ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ก็หมายความว่าเราส่งน้ำมันเข้าไปในแทงค์เนี่ย แน่นอนเครื่องมันปั่นมันก็ฟู อ >> อื ให้ผมไปรับ หรือผู้จ่ายในผู้จัดการคลังน้ำมัน เขาไม่กล้าจ่ายให้ครับ เพราะมันยังไม่ได้ฟาก โรงการคุณดันเข้าแทงค์เนี่ย คุณขโมยน้ำมันจากเอาจากเรือไปใช้ส่วนตัว หรือเปล่า เพราะฉะนั้นมันต้องมีการวัดน้ำมัน ต้องรอน้ำมันเซ็ตตัวแล้วดิฟ >> แล้วถึงจะรู้ว่าน้ำมันเนี่ย ที่รับจากโรงกลั่น ลงเรือ จากโรงเรือขึ้นแทงค์ตรงไม่ตรง หรือขัดตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้มั้ย ถ้าไม่เกินกำหนด คุณก็เอาผิดเหลือไม่ได้ ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจจะรู้ หลายๆ ท่านอาจจะไม่รู้ว่าระบบวิธีการเนี้ย มันมีวิธีการของเค้าแต่อะไรก็แล้วแต่ คำว่าตุนในที่นี้ นะครับ ถ้าไปเช็คตาม depot ทั้งต่างๆ ไม่ว่าของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อย่างน้อยสุด 3-4 วัน เขาต้องมีสต๊อกในแทงค์แล้วไปวัดตรงนี้ สมมุติว่าวัดที่ ปตท. ที่ไหนก็แล้วแต่ บอก เฮ้ย คุณมีน้ำมันในแทงค์แล้ว ทำไมคุณไม่จ่าย วันนี้ผมมี แต่ผมต้องสำรองจ่ายอีก 3-4 วันมั้ย ไอ้นี่เป็นเรื่องปกติของผู้ค้า ไม่มีใครบอกผมมี 100 ลิตร ผมจ่ายหมด 100 ลิตร วันนี้แล้ววันพรุ่งนี้ หรือคืนนี้ผมจะเอาน้ำมันที่ไหนจ่าย >> อื >> การสำรองน้ำมันในสถานีบริการก็ส่วนหนึ่ง การสำรองน้ำมันในคลังน้ำมันเพื่อที่จะส่งออกในวันต่อไปก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ถ้าคุณไปตรวจปั๊บ >> อื >> วันนี้ไปตรวจทุกครั้ง น้ำมันมีน้ำมันเหลือแน่นอน >> อ่า เพราะมันมีกระบวนการที่ต้องทยอยจ่าย อ้า >> คุณสรยุทธ >> อันนี้เค้าในฐานะที่เค้ารู้ละเอียดว่าน้ำมัน >> เ่อจากเรือไปขึ้นฝั่งที่สุราษฎร์ หรือที่สงขลา นี่ไม่ได้แปลว่าสูบน้ำมันอัดลงไปแล้วจ่ายได้ทันที ต้องรอให้มันสนิทก่อน >> รอให้เซ็ตตัว >> อะไรอย่างงี้รู้นะ >> วันนี้นะครับผมจะเรียนว่าสถานการณ์วัน เนี้มันไม่ใช่เวลาของการขอความร่วมมือ มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสั่งการ >> นะครับ นี่เรื่องที่ 1 >> อ >> เรื่องที่ 2 สิ่งที่ท่านรองนายกพยายามอธิบายเนี่ย คนเค้าไม่ได้อยากจะรู้หรอกครับ เค้าอยากจะรู้แต่เพียงว่าตกลงแล้วที่ปั๊มมันไม่มีน้ำมันขาย มันมาจากอะไร >> ก็ถ้าอธิบายตะกี้ก็บอก >> ก็ไอ้ที่บอกมันเป็นขบวนการตั้งแต่ขนส่งน้ำมันมาที่ท่าเรือเลย >> นะครับ แต่ว่าตัวเลขไงครับ ที่ผมบอกอ่ะ >> ตัวเลขที่ส่งกันทีละทอดทีละทอดจนถึงปั๊ม >> นะครับ ปั๊มไหนได้โควต้าเต็ม ไม่โควต้าเต็ม ทำไมไม่ตรวจสอบตัวเลขย้อนทางมาจนย้อนหลังไปถึงวันนั้นเลยล่ะครับ แล้วก็ >> ทางนี้บอกว่าต้องให้ผู้ค้าเป็นคนส่งข้อมูลถูกมั้ย >> ก็สั่งการสิครับ ก็สั่งการตามกฎหมาย วางกฎเกณฑ์กติกาตามกฎหมายที่ผมบอกก็ทำได้นี่ ครับ >> อ้า คุณพิพัฒน์ อ้า คุณพีรพันธ์เป็นคนเดียวที่ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ ผลประโยชน์ทับซ้อน อ่อ พรรคประชาธิปัตย์พูดมั้ย >> ไม่ได้พูดฮะ >> ไม่ได้พูด >> วันนี้ไม่ได้พูด ถ้าคุณพูดมาวันก่อน >> พูดมั้ย >> ผมขออย่างงี้นะครับ คือประเด็น >> อเนื่องจากเคยทำธุรกิจน้ำมัน เค้าจะได้ชี้แจงทีเดียว >> ใช่ ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเนี่ยนะฮะ มันเป็นประเด็นในเรื่องของเอ่อความไม่ชัดเจน และความไม่โปร่งใสในกระบวนการการกำหนดราคา การหาคำอธิบายว่าทำไมน้ำมันมันถึงหายนะ มันถึงทำให้เกิดคำถาม >> อ๋อ >> คือไม่ได้ไม่ได้เป็นเรื่องเพียวๆ >> มันมีสิ่งที่เกิดขึ้นก็เลยทำให้เกิดคำถาม >> คือเรารู้อยู่แล้วว่าประวัติของของท่าน เนี่ยมาจากธุรกิจไหน อุตสาหกรรมไหน ครอบครัวท่านถือหุ้นในในอะไร แต่ถ้าข้อมูล คือมันสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้คนตั้งคำถาม อันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ >> ใช่ >> ข้อเท็จจริงเป็นยังไงเนี่ย >> ในปัญหาก็คือในเมื่อ >> ถ้าเคลียร์เรื่องพวกนี้ก็ไม่เป็นปัญหา >> ในเมื่อประชาชนมีความรู้สึกเฮ้ยมันมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันอยู่เนี่ยนะฮะ มันก็มีคำถามในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนทันที >> คือ >> พรรคคุณนั่นแหละผลประโยชน์ทับซ้อนเลยที่ชี้เข้ามาที่เค้าเนี่ย >> เราคิดว่ามีปัญหาด้วย >> ให้เปลี่ยนตัวเลยอ่ะ >> คิดว่ามีปัญหาด้วยหลักการครับ แล้วถ้าไม่ยิ่งสามารถไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเข้าไปแล้ว >> อื >> แก้ข้อหาได้ เช่นจับตัวไอ้โม่งได้ หรือว่าจริงๆที่คุณพิพัฒน์พูดถึงลักลอบน้ำมันมาเล ผมอยากจะเสริมเรื่องอ่าเรื่องเรือด้วย มันไม่ใช่กองทัพมด ผมไม่อยากให้พูดถึงกองทัพมด หรือประชาชนมากขนาดนั้น มันมีขบวนการที่ทำกันมายาวนาน ถ้าเราไม่แก้ตรงนี้ เราก็ต้องไล่ตามมาเลไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเขาจะขึ้นหรือจะลงนะครับ ดังนั้นโดยหลักการเนี่ย เราคิดว่า สบก. ถ้าจะมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องระดับนี้ จะสวยงามกว่า ถ้าเกิดเป็นท่านอื่นที่ไม่ต้องมีข้อท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยด้วยตั้งแต่แรก เพราะมันจะชัดเจนเลยว่าทำบนหลักการอะไร อันนี้ต้องมาคอยตอบคำถามด้วยนะครับ
>> เดี๋ยวขออนุญาตนิดนึง ที่คำว่าเรือในที่นี้ นี่นะฮะ เรารักลอบใส่น้ำมันในเรือแล้วส่งออก หรือเราส่งออกไปขายโดยมีการดีแคร์ ถูกต้อง ที่คำว่าเรือส่งน้ำมันทางเรือน่ะ รักลอบสิ C ถูกต้องจะนับทำไมล่ะ >> เอ้า >> และปริมาณด้วย และเรื่องรักลอบด้วย คือเรื่อง GPS เนี่ย ไม่อยากให้จบแค่ฝนตกทางบกนะครับ >> ไอ้ไอ้รักลอบทางเรือ ผมถามว่าเราจะไปโหลดจากไหนอ่ะครับ มันเป็นเรื่องของโรงกลั่น >> การที่จะไปโหลดจากโรงกลั่นนี่นะครับ มันมีการทำพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อย คุณจะต้องมีแจ้งเจ้าท่า แจ้งศุลกากร คุณจะต้องแจ้งหลายๆ หน่วยงาน โรงคุณยืนยันว่าไม่มีการรักลอบค้าน้ำมันเถื่อนทางเรือ >> ผมยืนยันครับ เพราะว่าตรงนี้เราได้ขอความร่วมมือจากโรงทุกโรงกัน >> ไม่มันมีผึ้งจับที่เกาะศรีชังนะ เรืออยู่ ในเรือน้ำมันน่ะ >> เรือน้ำมันจะเกาะศรีชังยังไงครับ >> ไม่ใช่เรือเล็กๆ ไม่ใช่เรือน้ำบรรทุกน้ำมันนะ >> ไอ้เรือเล็กๆ คือ >> เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็ก >> เอ่อ >> เรือทุกขนาดเล็กเดี๋ยวนะครับ >> พวกเราต้องเข้าใจ >> เป็น 10,000 ลิตรนะเออ >> ต้องเข้าใจพฤติกรรมก่อนนะครับว่าไอ้ไอ้เรือเค้าเรียกว่าเรือพวกนี้คือเรือซัพพลายโบท ก็คือมีหน้าที่ไปซื้อน้ำมัน หรือไปขายนำมาให้กับเรือที่กลางทะเล ไม่ใช่ครับเรือสินค้าต่างๆ เพราะฉะนั้นเรือพวกนี้ก็คือแวะไปตามเรือสินค้าต่างๆ และขอซื้อน้ำมัน อย่าไปบอกว่าเขารักลอบครับ อันนี้นะ >> ผมไม่ได้วิจารณ์ ผมไม่ได้วิจารณ์ที่จุดนั้นเลยนะครับ แค่อยากให้ยืนยันว่ายกมาบอกมาเ >> อันนี้เราก็ต้องชี้แจงว่าโคคนที่ไปทำซัพพลายโบสตรงส่วนนี้ >> อันนี้ก็มีไปว่าเไม่ได้มี >> ค้าขายของเขาตามปกติ >> ซึ่งไม่วิกฤตหรือวิกฤตเขาก็ค้าขายทุกวัน อันนี้ก็ต้องเรียนตรงไปตรงมา >> อ่า อันนี้แปลว่าคุณพิพัฒน์มั่นใจในระบบมาก คลังน้ำมันไปจ๊อบเบอร์จ๊อบเบอร์ไปแล้ว ไปมีที่ทางที่ถูกต้องถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ >> ยกเว้นว่าไอ้จ๊อบเบอร์ หรือใครที่รับน้ำมันไปดันไม่ไปถูกต้อง เอาไปลงเรือ ซึ่งคุณพิพัฒน์ไม่คิดว่าจะทำได้ เพราะมันคุมเข้ม >> มันไม่ควรจะทำได้นะครับ พิธีการทาง >> ของข้าราชการ พิธีการทางการที่จะแจ้งเรือเข้าแจ้งเรือออก มันมีหลักการทั้งหมด >> คุณไม่ใช่อยู่ๆ เรือมันจะลอยเข้ามาแปะท่า เสร็จแล้วโหลดน้ำมันเสร็จแล้วคุณเรือวิ่งออกไป มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะครับ ยกเว้น >> เรือที่ขายน้ำมันเรือประมง ซึ่งเขาก็ออก จากโรงกลั่น ซึ่งออกจากโรงกลั่นก็อย่าไปบอกว่าน้ำมันเถื่อนนะครับ เพราะน้ำมันเหล่านั้นไม่มีภาษี >> อยู่แล้วใช่ >> มันไม่มีภาษีอยู่แล้ว >> น้ำมันเขียว >> น้ำมันเขียวคือไม่มีภาษี เพราะฉะนั้นไม่รู้คำว่าเถื่อนมาจากไหน >> อ้า >> วันนี้เขายังอาจจะออกเอ่อรับน้ำมันจาก IRPC แล้วออกไปขายให้เรือประมงที่ยอมซื้อราคาที่สูงกว่าหน้าสถานีบริการก็ได้ เพราะเขาไม่มีปัญญาที่เมารับน้ำมันจาก >> เข้าใจ >> ฝั่ง >> เข้าใจ อ่าทานนี้จะตอบมั้เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน >> ตอบได้ครับ >> คุณพิพัฒน์ออกจากธุรกิจมา 20 กว่าปี >> ก็ปันน้องชายเป็นผู้บริหารอยู่ โอนหุ้นให้ใครยังไงเแฉคุณพิพัฒน์อยู่ >> ก็การที่ถือหุ้นตัวผมเองขณะนี้นะครับว่า จริงๆถือหุ้นโดยส่วนตัวก็มีออกข่าวไปแล้ว ผมเหลืออยู่ 2 ล้านหุ้นจากที่ผมเคยถือหุ้นอยู่ทั้งหมดสูงสุดขณะที่ผมออกมาแล้ว ก็เข้ามารับตำแหน่งตอนนั้นน่าจะถืออยู่ประมาณ 75 ล้านหุ้น >> อื >> ในอดีตนะครับ แล้วผมก็ทยอยขายมาเรื่อย เป็นรัฐมนตรีแล้วรวยมากครับ ขายหุ้นไปเรื่อย กินไปเรื่อยนะครับ อ้า เพราะส่วนตอนนี้เหลือ 2 ล้านหุ้น ส่วนหุ้นที่อยู่ใน holding ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปแตะต้อง >> อื >> ในการซื้อขาย หรือในการเทรดทั้งหมดแล้ว หุ้นในส่วนนั้นตามรัฐธรรมนูญผมต้องไปฝากไว้ที่หลักทรัพย์ เพราะผมไม่สามารถที่จะเหมือนกับเอ้ย คุณถือหุ้นเกิน 5% คุณต้องไปฝากหลักทรัพย์ >> ผมฝากตามกฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญถูกต้องเรียบร้อย แต่หุ้นส่วนตัวก็อย่างที่ว่านะครับ เหลืออยู่ 2 ล้านหุ้น ให้เค้าคอหาเวลาตัดสินใจอะไรมันจะมีเรื่องธุรกิจตัวที่ตัวเองถือ >> คือคือก็ต้องย้อนกลับไปดูนะครับว่าผมไม่เคยมีตำแหน่งอะไรในบริษัท PT นะครับ >> อื >> มาแล้วถึง 20 กว่าปี ผมไม่เคยข้องเกี่ยวกับ ไม่เคยข้องแวะ ไม่เคยอะไรกับเขา แต่ >> คนจะบอกว่าอ้า ก็คุณขึ้น 6 บาท >> เขาได้กำไรก็ไม่เป็นไรครับ สามารถเข้าไปเช็คในเบอร์ผมได้ว่า >> ผม ณ วันนั้นน่ะ ผมมีคุยกับใครทั้ง 2 เบอร์ กับผู้บริหาร ว่ามันไม่ได้เช็คอย่างงั้น >> ครับ คงคงไม่ได้เช็คอย่างงั้น เราไม่หมายถึงว่าคุม ผมรู้ก่อนแล้วผมโทรบอกอย่างงี้เหรอ >> กำลังมีเพจออกมาว่า >> บอกมาดูโทรศัพท์ได้เลย >> ผมมีเก็บน้ำมันในแทงค์ในวันนั้นถึง 150,000 ลิตรต่อสถานีบริการ ผมรวยตั้ง 2,000 ล้าน >> ผมบอกว่าคุณก็เห็นอยู่ว่าน้ำมันมันขาดไม่ มีขายแล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็ไปดิฟปั๊มไหนที่ปิดนะครับ >> อันนั้นมันไม่มันเป็นแค่เพจมันไม่ได้เป็นคน >> ก็ก็คือคนไหนโอกาสเลย คนมันเสพ >> เออ >> คนมันเชื่อ >> บอกรวยไม่รู้เรื่องเลยอ้า >> ข่าวที่โจมตีอ่ะ คนฟังมากแล้วเชื่อมาก >> เพราะฉะนั้นในอะไรก็แล้วแต่ คำว่าผลประโยชน์ทับซ้อน ผมไม่สามารถบอกได้ว่าน้ำมันคุณวิพัฒ กำลังชี้แจงบอกผมมีน้ำมันเท่าไหร่น้ำมันมันขาดแล้วผมจะมีได้ยังไง หมายถึงบริษัทจะมีได้ยังไงถูกมั้ย มีเอาว่าอย่าง ณ เมื่อวานนี้ ต้องบอกว่าวันเสาร์ที่ผมไม่อยู่นะครับ ผมก็ >> อื >> กลับไปบ้านไปเชงเม้ง ก็คือตามประเพณีนะ ครับ ว่าทำไมนายกแถลงข่าว >> เออ ทำไมไม่ปรากฏตัว >> ผมลาล่วงหน้าแล้ว ผมไม่ทราบว่านายกจะแถลงข่าวว่าข่าว >> ผมกลับไปเชงเม้งคือ >> ไปตามประเพณี >> เข้าใจ เข้าใจ >> ซึ่งอันนี้ผมก็คิดว่าหลายๆ ท่านก็มีบรรพบุรุษนะฮะ ไม่ว่าจะไทยจะจีนไม่เป็นไร ไม่มีใครว่าอะไรอ่ะ ไม่มีใครว่า ไม่ใช่อันนี้เค้าหว่าเป็นความรับผิดชอบ >> เค้าบอกว่าคือเนื่องจากว่ามันมี ถ้าเกิดไม่รับผิดชอบเรื่องนี้ มันจะสวยงามกว่ามั้ย ผมคิดว่ามีท่านนายกอยู่แล้ว มีรองนายกดูแลกระทรวงการคลังอยู่แล้ว มีรัฐมนตรีพาพาณิชย์อยู่แล้ว มีรัฐมนตรีเอาว่า >> ครบครบองค์ประชุม ผมเองเป็นแค่ ผอ. สบก. ซึ่งไม่ได้จริงๆ ต้องบอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขึ้นหรือลงของน้ำมันด้วยซ้ำ ยกเว้นอีกหัวขขนึงคืออะไรครับ >> รองนายกที่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน >> ซึ่งเมื่อมีรัฐมนตรีอยู่แล้ว เขาบริหารของเขาได้ เอาว่าท่านพีรพันธ์ก็พูดว่า รัฐมนตรีเข้าประชุม >> กบน. ได้นะ ไอ้ที่รองนายกจะเข้าไปเพื่อนก็ไล่ออกมาสิครับ >> อ้า เข้าไม่ได้ >> ไม่ใช่ มันไม่ได้ >> อ้า เพราะฉะนั้นไม่คิดว่าจำเป็นต้องขอลาออกจากความรับผิดชอบเรื่อง สปก. >> ผมได้ยื่นลาออกไปแล้ว ท่านหัวหน้าบอกแล้วจะลาออกไปทำไมเมื่อ >> เดี๋ยวก็จะเปลี่ยนอยู่แล้ว ก็ก็เดี๋ยวโปรดเกล้าเมื่อไหร่ก็ไปแล้วอ่ะครับ >> อ๋อ ยื่นใบลาออกเหรอ >> ผมเคยยื่นใบลาออกไป >> ลาออกจากผู้อำนวยการ สบก. ถูกต้องครับ >> ยื่นลาออกนานยัง >> ก็ก่อนที่จะมีการประกาศ 6 บาทซะด้วยซ้ำ ครับ >> อ๋อ แต่ท่านนายกบอกจะออกทำไม ก็เดี๋ยวก้าตั้ง ครม. ใหม่ คุณก็ไปอยู่แล้ว จาก สบก. ก็ท่านนายกก็เรียนว่า ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องลาออก เราทำอะไรทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความโปร่งใส เมื่อเราโปร่งใสจริง ไอ้ผลประโยชน์ทับซ้อนก็อย่าไปฟัง >> อือๆ >> ซึ่งเขาจะคิด เขามีสิทธิ์คิดทุกคน แต่ความกรรมของตัวเราเอง หรือความบริสุทธิ์ใจของตัวเราเอง นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าเรารับได้ หรือไม่ได้ >> ครับ อ่า เพราะฉะนั้น เอ่อ ทัวร์ลงเบาลงบ้างมั้ย >> ไม่หนักขึ้นทุกวันครับ ช่วงเอาวันนี้ให้โอกาสอนุภาคคาดกันเมื่อวันพุธที่แล้วนะ >> เอาพอให้เห็นภาพมีมุมที่แตกต่างนะ คุณพีรพันธ์นะ คุณกร่อ คุณยุทธ แต่ละประเด็นเอาไว้มาถกกันอย่างเช่น อ่า จากนี้เป็นต้นไป อาจจะต้องแก้อย่างไร เพราะทางนี้ก็บอกว่ามันต้อง 3 ฝ่าย ประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลไม่เสียอะไรเลย โรงกลั่นไม่ต้องรัวอะไรเลย เนี่ย มันรู้สึกมันเจ็บปวดอะไรประมาณนี้ >> ใช่ >> อ่ะ คุณบอกกำลังทำอยู่ถูกมั้ย >> กำลังเรื่องนี้เราหารือในทุกประเด็นที่ ทั้ง 3 ท่านแนะนำเนี่ย พวกเราก็หารือตลอดเวลา >> แต่บางครั้งบางสิ่งบางอย่างเนี้ย >> อ >> เราก็ไม่สามารถได้ว่าสั่งแล้วเราทำได้เดี๋ยวนั้น >> อวันนั้นเย็นวันนั้นไปบอก กบน. หรือยังว่า อย่าเอาเลยนะ 21:00 น. อ่ะไม่ไหว เอาเย็นเถอะ >> เค้าประกาศไปแล้ว ให้ผมย้อนหลังได้ยังไงอ่ะครับ >> ไม่ๆ หมายถึงต่อไป >> ต่อไปถ้าต่อไปมันถ้ามันอยู่ในภาวะปกติแบบนี้นะครับ มันควรจะเดินหน้าไปอย่างนั้น อย่างที่ท่านพีรพันธ์พูด บอกโอเค เรานึกดูย้อนหลังจริงๆอ่ะ น้ำมันน่ะ มันหลักการซื้อน้ำมันน่ะ มันมีสูตรหลายสูตร คุณจะใช้ 3 วันเฉลี่ย คุณจะใช้ 5 วันเฉลี่ย มันแล้วแต่ข้อตกลง >> คือวันนั้นคุณบอกคุณพิพัฒน์บอกมันเกิดฉุกเฉินที่คุณอรรถพลบอกก็คือวันนั้นมาเล ขึ้น 7 บาท >> 38 กว่าเป็น 45 >> ก็เลยเปลี่ยนกันหันหันจาก 3 เป็น 6 >> ถูกต้อง >> แต่โดยปกติไม่ควรจะเกิดขึ้นถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ >> ไม่ควรจะเกิดตอน 22:30 น.นะ >> ถูกครับ >> แล้ววันนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะมาให้ฝ่าย คารูปิดประชุมตู้้มขึ้นตู้มรุ่งขึ้นไม่ ต้องประชุมไม่ใช่นะไม่ใช่ >> ครับ >> อ่า วันนี้ขอบคุณ