📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ช่อ พรรณิการ์ชี้ ปัญหาที่เกิดใหญ่เกินเรื่องพรรคประชาชนไปแล้ว: Matichon TV

matichon tv9:45

Transcription

สังคมนี้จะเอากันแบบนี้ไหมล่ะคะว่าการที่เขาไปยื่นแก้ 112 กันเนี่ย เขาไปรักรอบทำกันใต้ดินหรือเปล่าคะ? เขาไปทำกันอยู่ที่สภาใต้ดินที่ไหนคะ? เขาก็ทำกันที่สัปปยสภาสถานนะคะ ทำอย่างเปิดเผย มีการแถลงข่าว ประชาชนรู้กันโดยทั่วไป ถ้าคนเราทำในสิ่งที่คิดว่าผิดหรือเชื่อว่าผิดเนี่ย ก็ไม่มีใครทำโดยเปิดเผยหรอกค่ะ แต่นี่มันเป็นการกระทำโดยเปิดเผยทั้งหมด เพราะฉะนั้นใครจะไปให้การหรือไปพูดว่าอย่างไรก็ตามเนี่ย ดิฉันคิดว่าความจริงเป็นสิ่งที่ประจักษ์ต่อตาประชาชนอยู่แล้วนะคะ

ว่าการเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายใดๆ ในประเทศไทยเนี่ย ไม่เคยมีการตราไว้มาก่อนว่ากฎหมายใดห้ามแก้. นะคะ แม้แต่กฎหมายมาตรา 112 เอง แก้มาแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นในครั้งพรรคก้าวไกลเสนอนะคะ

เรื่องนี้เนี่ย ต้องแยกเป็น 2 ประเด็นนะคะ ก็คือรับหรือไม่รับคำร้อง กับหยุดหรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่. ซึ่งที่ผ่านมาในตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ย ก็มีการคาดเดากันว่าเรื่องรับคำร้องยังไงก็รับแล้ว ก็จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยนะคะ แต่วันนี้เนี่ย เอ่อ เป็นไปตามความคาดหมายเพียงครึ่งเดียว. แต่คำถามก็คือ การที่รับคำร้องแต่ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ปัจจุบันทั้ง 10 คนเนี่ยนะคะ จาก 44 คนเนี่ย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีหรือไม่? ดิฉันก็พูดตามตรงเลยนะคะว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรอยุติธรรม หรือเป็นเรื่องปกติตั้งแต่แรกนะคะ ตั้งแต่มีการเอ่อ ยื่นเรื่องมาตรฐานจริยธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ที่พื้นฐานที่สุด อันที่ผู้แทนราษฎรพึงมีและพึงกระทำ ก็คือการยื่นเสนอกฎหมาย. ซึ่งไม่ใช่อยู่ดีๆ พวกเขายื่นนะคะ แต่มันก็เป็นเอ่อ ปรากฏการณ์ในช่วงที่มีการเกิดขึ้นของบทบาทราษฎร มีผู้ที่ถูกกฎหมายปิดปากนะคะ แล้วก็ เอ่อ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันโดยทั่วไปว่าเรื่องเนี้ย ยิ่งทำให้ราชสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์เนี่ย ถูกตั้งคำถามหรือไม่ในสังคมประชาธิปไตยนะคะ

เอ่อ เพราะฉะนั้น การนำเสนอการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ณ วันนั้นเนี่ย ก็เป็นไปโดยสอดคล้องกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงเรียกร้องของสังคม. เขาก็ได้ทำหน้าที่ผู้แทนของราษฎรในการหยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคมเนี่ย นำไปสู่การแก้ไขนะคะ แล้วก็ไม่ใช่หักฐานแก้แก้ไข เพราะว่าการหักหาญทำไม่ได้อยู่แล้วในระบบรัฐสภานะคะ ณ วันนั้นเนี่ย ส.ส. ก็ไม่ได้มีจำนวนมากถึงครึ่งของสภาอย่างแน่นอน. มันก็เพียงแค่ นำเรื่องที่ถูกพูดถึงวิพากษ์วิจารณ์นอกสภา พยายามหาทางออกประนีประนอม และให้เกิดการพูดคุย เกิดบทสนทนาภายในระบบรัฐสภา เป็นการแก้ไขปัญหาในระบบ ซึ่งมันไม่มีอะไรที่จะแฟร์ไปกว่านี้แล้วในสังคมประชาธิปไตย.

แต่เวลาผ่านไป สิ่งนี้เนี่ย กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกลนะคะ ซึ่งทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎร. ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เนี่ย ให้เราข้ามพ้นจากการเอาใจช่วยพรรค หรือเอาใจช่วย ส.ส. ไปเลย. ดิฉันคิดว่า ณ วันเนี้ย เรามองถึงการเอาใจช่วยประชาธิปไตยค่ะ

>> นึกว่ามันเป็นนิติสงคราม.

>> ปิดปิดชื่อ ส.ส. ปิดชื่อพรรคนะคะ คุณลองถามตัวเองด้วยใจเป็นธรรมว่ามันยุติธรรมหรือไม่ ที่ ส.ส. จำนวนหนึ่งจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต เพราะการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย. ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับกฎหมายนั้นหรือไม่. ดิฉันคิดว่าเรื่องเนี้ย คือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายประชาธิปไตยระบอบรัฐสภา. เพราะว่าถ้ามันมีเคสแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนี่ย นี่มันไม่ใช่แค่นิติสงครามต่อตัวบุคคลแล้ว. นี่มันคือการกระทำนิติสงครามต่อผู้พยายามทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร. แล้วถ้าเป็นแบบนี้ เราจะมีการเลือกตั้งและระบบผู้แทนราษฎรไปทำไม ในเมื่อผู้แทนราษฎรไม่สามารถกระทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชนได้. แต่กลับถูกองค์กรที่ทำหน้าที่ตัวแทนของสถาบันอื่นเนี่ย มาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือว่าสั่งตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตไม่ให้ลงเลือกตั้งตลอดไปได้เนี่ย. ดิฉันคิดว่าอันเนี้เป็นไม่ใช่ปัญหาของพรรคประชาชนแล้ว. อันนี้คือปัญหาของประชาธิปไตยว่าเราจะอยู่กันแบบนี้จริงๆ หรือ.

ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากคำแถลงของพรรคในวันนี้นะคะ คุณณัฐพงษ์เองเนี่ย ก็ไม่ได้แสดงความดีอกดีใจอะไรที่ตัวเองจะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ. เพราะว่าอะไร? ในความเป็นจริงเขาต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว เพราะเขาคือผู้ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยนะคะ. พรรคแพ้เลือกตั้งก็จริง แต่เขาได้เสียง 120 เสียง. เขาได้เสียงปาร์ตี้ลิสต์มากที่สุดในประเทศนะคะ. พรรคประชาชน. เพราะฉะนั้น ส.ส. ย่อมมีศักดิ์และสิทธิ์อันได้รับจากประชาชนในการเข้าไปทำหน้าที่ในสภา. และไม่พึงมีองค์กรใดใช้อำนาจในการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยซ้ำ. ถ้าจะพูดกันให้ตรงไปตรงมาที่สุดนะคะ.

แล้วคุณณัฐพงษ์ก็ได้ย้ำในจุดที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือนี่มันคือปัญหาของทุกคน. มันไม่ใช่ปัญหาของพรรคส้ม. มันไม่ใช่ปัญหาของ ส.ส. 44 คน. แต่มันคือปัญหาที่ว่าคนไทยทั้งประเทศกำลังถูกเหยียบหัว. เพราะว่าพรรคที่คุณเลือก เสียงที่คุณใช้ในวันเลือกตั้ง กำลังถูกทำให้ไม่มีความหมาย. คนที่คุณเลือกมาสามารถถูกตัดสิทธิ์ สามารถถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สามารถถูกพิจารณาชะตากรรมโดยองค์กรที่ไม่มีอะไรยึดโยงกับประชาชนเลยได้.

>> ในกรณีของคุณช่อเองก็ถูกสั่งประหารชีวิตทางการเมือง. แต่ถ้าเกิดคำสั่งออกมาให้คุณช่อจะเกิดสูญญากาศทางการเมืองกับประชาชนอย่างไรครับ?

>> เอาดิฉันเป็นตัวอย่างแล้วกันนะคะว่าเอ่อ เวลาที่พูดว่าดิฉันถูกประหารชีวิตทางการเมือง แปลว่าตอนนี้ดิฉันเป็นผีเหรอคะ? เพราะว่าดิฉันก็ยังคงอยู่ในการเมืองใช่มั้คะ? ในรายการการเมืองต่างๆ ก็เอ่อ เชิญดิฉันอยู่เป็นประจำ. หรือว่าต่อไม่มีใครเชิญดิฉัน ก็แสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ. เพราะว่าเป็นสิทธิ์พื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันพึงมีที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลที่ตัวเองเสียภาษีให้. แล้วก็เป็นผู้ที่เอ่อ เป็นเราเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยของประเทศนี้ใช่มั้ยคะ? เพราะฉะนั้นเนี่ย ไอ้คำว่าประหารชีวิตทางการเมืองเนี่ย ดิฉันคิดว่าเอ่อ เราก็ได้พิสูจน์แล้ว. ดิฉันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทำอะไรเราไม่ได้นะคะ. การที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง มันก็เป็นการตัดโอกาสในการทำงานในสภา. แต่งานการเมืองไม่ใช่งานแต่ในสภาเท่านั้น. งานที่อยู่ข้างนอกสภาก็เป็นงานที่ต้องช่วยกันทำต่อไปนะคะ.

เพราะฉะนั้น แม้ว่ามันจะยุติธรรมที่เอ่อ ส.ส. ผู้แทนราษฎรจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่สามารถทำงานการเมืองได้. แต่ถามว่าจะเกิดสูญญากาศมั้ย? ดิฉันคิดว่าในพรรคเองเนี่ยเอ่อ การที่พรรคถูกยุบมาแล้ว 2 ครั้ง. นี่เป็น Generation ที่ 3 ของพรรคเนี่ย มันก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่าเอ่อ พรรคมีความเป็นสถาบัน. ถูกบังคับให้มีความเป็นสถาบันที่เข้มแข็ง. แล้วก็มีคนใหม่ๆ ที่พร้อมจะเข้ามาทำงานเสมอนะคะ. แล้วก็เอ่อ บุคคลที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้เนี่ย อย่างตัวดิฉันเอง หรือว่าคุณธนาธร อาจารย์ปรีบุตรเนี่ย มีงานอื่นอื่นอีกมากมายที่ไม่ใช่งานที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้แทนราษฎรในสภาที่เราจะสามารถทำได้นะคะ. รวมถึงการรณรงค์ทางความคิดต่างๆ.

ซึ่งดิฉันคิดว่ายิ่งทำแบบนี้ ประชาชนก็จะยิ่งได้เห็นว่าเอ่อ สภาพการของการเมืองไทยในปัจจุบันเนี่ย มันบีบคั้นให้คนที่ปวารณาตัวที่จะเป็นผู้แทนของราษฎรเนี่ย ไม่สามารถทำงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ. ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับผู้มีอำนาจ. อย่าลืมนะคะว่าคนไทยยังไงก็ไม่ชอบคนกินรวบกินเหมา. ยิ่งบีบกันมากๆ เนี่ย มันก็มีช่องทางที่จะทะลักออก.

>> คำถามอีกคำถามนึงครับ คือขอย้อนไปคดีที่จะเกิดขึ้นซึ่งยังอีกสักหลายเดือนอยู่. มันมีอดีตพรรคก้าวไกลไปเป็นพยานปากเอกของ ป.ป.ช. คุณชอบมีความกังวลเรื่องนี้มาก?

>> จริงๆ เรื่องนี้ใครจะเป็นพยาน หรือว่าเอ่อ จะมีการนำเสนอแนวทางคดีไปในทางไหนเนี่ย ดิฉันคิดว่าธงมันมีอยู่แล้ว.

>> นะคะเอ่อ อย่าลืมว่าถ้าลองฟังคำแถลงของคุณหมอวาโยนะคะ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมกฎหมายที่รับผิดชอบคดีนี้เนี่ย ก็บอกว่าสำนวนที่ทางเอ่อ ทำกันมาเนี่ยนะคะ ทาง ป.ป.ช. เราทำกันมาเนี่ย มันเป็นเรื่องที่แย่มากนะคะ. บางคดีอ้างอ้างคดีแต่ไม่บอกเลขคดี. บางคดีเอ่อ อ้างเลขคดีมาแต่พอไปเช็คกลับเป็นอีกคดีนึงซึ่งไม่ใช่คดี 112. คือยกตัวอย่างกรณีเรื่องที่ว่าบอกว่า ส.ส. คนนั้นคนนี้ไปประกันตัวผู้ต้องหา 112. ปรากฏบอกว่าคนนี้ไปประกันตัวแต่ไม่บอกเลขคดี. เค้าก็เช็คไม่ได้ว่าเอ้ย ตกลงไปประกันตัวอะไร.

เอ่อ กรณีของคุณณัฐพงษ์บอกว่าไปประกันตัวคดี 112 แต่ให้เลขคดีมา. พอไปเช็คจริงเป็นคดี 116 ไม่ใช่ 112. เพราะฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่าการทำสำนวนมาแบบนี้เนี่ยเอ่อ เอาแค่ความเป็นมืออาชีพเนี่ยก็ไปผ่านแล้วถูกมั้ยคะ. แล้วคดีสำคัญที่คนจับตามองกันทั้งประเทศขนาดนี้ แต่คุณภาพการทำสำนวนมาขนาดนี้เนี่ย จะให้ดิฉันคิดยังไงอีกนอกจากว่ามันก็มีธงอยู่แล้วว่าต้องการทำอะไรกันนะ.

คะ เพราะฉะนั้นเนี่ย การจะมีใครไปให้การว่าอย่างไรเนี่ย คือเราก็ต้องยืนยันว่าถ้าเชื่อว่าผิดไม่มีใครทำ. สังคมนี้จะเอากันแบบนี้มั้ยล่ะคะว่าการที่เขาไปยื่นแก้ 112 กันเนี่ย เขาไปรักรอบทำกันใต้ดินหรือเปล่าคะ? เขาไปทำกันอยู่ที่สภาใต้ดินที่ไหนคะ? เขา ก็ทำกันที่สัปปยสภาสถานนะ ทำอย่างเปิดเผย มีการแถลงข่าว ประชาชนรู้กันโดยทั่วไป. ถ้าคนเราทำในสิ่งที่คิดว่าผิดหรือเชื่อว่าผิดเนี่ย ก็ไม่มีใครทำโดยเปิดเผยหรอกค่ะ. แต่นี่มันเป็นการกระทำโดยเปิดเผยทั้งหมด. เพราะฉะนั้นใครจะไปให้การหรือไปพูดว่าอย่างไรก็ตามเนี่ย ดิฉันคิดว่าความจริงเป็นสิ่งที่ประจักษ์ต่อสัตตาประชาชนอยู่แล้วนะคะว่าการเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายใดๆ ในประเทศไทยเนี่ย ไม่เคยมีการตราไว้มาก่อนว่ากฎหมายใดห้ามแก้. นะคะ แม้แต่กฎหมายมาตรา 112 เอง แก้มาแล้วหลายครั้ง. ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นในครั้งพรรคก้าวไกลเสนอนะคะ.

เอ่อ ดิฉันจึงคิดว่าความจริงเรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนเป็นอย่างดี และไม่มีอะไรทำลายล้างได้.

ดูคลิปจบแล้วนะครับ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกด Subscribe YouTube มติชน TV ด้วยนะเฮ.