📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

'พิพัฒน์' เผยเหตุไม่ไปแจงสภา เพื่อเปิดโอกาสให้ ส.ส.ภูมิใจไทย-ฝ่ายอื่น สะท้อนปัญหาเต็มที่

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว34:07

Transcription

อ่า ผมจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์มารวมคุณพิพัฒน์หรอก ไม่ต้องกังวลนะฮะ คือมันเกิดขึ้นแมตช์นี้เนื่องจากว่าคุณพิพัฒน์วันนั้นเนี่ย วันพุธ >> คุณพิพัฒน์เนี่ยเป็นผู้อำนวยการ สบก. และประชุม >> อ >> อ่อพวกเราเนี่ยตั้งคำถามว่าทำไมไม่มาสภา ทำไมไม่มาชี้แจงไม่มาตอบก็เลยเกิดแบตนี้ขึ้น คุณพิพัฒน์บอกพร้อมจะตอบ >> ครับ >> ไม่ได้มีข้ออะไรที่เอ่อไม่ยอมจะมาตอบ ถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ ก็พร้อมที่จะมาตอบและชี้แจงให้กับท่าน สส. นะครับ แล้วก็ท่านอดีต สส. ก็คือท่านหัวหน้าพรรค >> อื >> รวมไทยสร้างชาติ นะครับ >> อื >> คือสิ่งที่วันนั้นนะผมไม่ได้ไปตอบที่สภา ก็คือเปิดโอกาสให้กับทางเพื่อนๆ สส. พรรคภูมิใจไทยได้พูดอย่างเต็มที่ >> อื >> นี่คือถ้าหากว่าผมไปเขาอาจจะไม่อยากพูด >> อื >> อะไรที่แทงใจดำตัวผมในฐานะที่เป็น ผอ. สบก. นะครับ >> อ >> เพราะฉะนั้นการที่ทาง ส.ส. ในแต่ละพรรคไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายคานเนี่ย พยายามอยากจะขึ้นมาแล้วก็สะท้อนกับปัญหาต่างๆ ให้กับรัฐบาลได้ทราบเนี่ยแน่นอนครับ ถ้าหากว่าตัวผมหรือท่านนายกไปนั่งอยู่บนนั้น >> อือ >> แน่นอนเพื่อนๆ พรรคภูมิใจไทยเขาก็อาจจะเกรงใจนะครับ หรือไม่อยากที่จะพูดอะไรที่เป็นข้อเท็จจริงที่ทาง >> อ่าเพื่อนๆ ในพื้นที่ในแต่ละเขตเลือกตั้งเนี่ยเขาสะท้อนมาว่าในเขตเลือกตั้งของเขา พื้นที่ของเขา จังหวัดของเขาเนี่ยมีการสะท้อนอะไรมาบ้าง เพราะฉะนั้นก็ปล่อยตามธรรมชาติดีกว่านะครับ อ่า หมายถึงต้องการให้สะท้อนปัญหา >> ใช่ครับ >> ซึ่งวันนั้น 100% เลยบอกมีปัญหาจริงๆ ถูกมั้ย >> ครับถูกต้องครับ >> อ่า ณ ขณะนั้นคือน้ำมันขาดปั๊ม >> ถูกครับ >> บวกกับราคาที่มีผลกระทบกับหลายภาคส่วน ถูกมั้ยฮะ >> ถูกต้องครับ >> อ้า คุณพิพัฒน์บอกว่าจะได้สะท้อนมาเต็มที่ แล้วส่งมารัฐบาล >> ใช่ครับ >> เอ่อ คราวนี้ อ่าทั้ง 3 ท่านไม่ทราบมีโอกาสได้ดูเมื่อวันศุกร์มั้ยที่ได้ชี้แจง >> ในหลายประเด็น อ่า คุณวีรยุทธ์ก่อนพรรคประชาชนติดใจคุณพิพัฒน์ตรงไหนที่สุด เอาวันนี้เ้าพร้อมจะตอบไง >> ครับ >> เออ เชิญฮะ ติดใจคุณพิพัฒน์หรือรัฐบาล >> อื >> จริงๆ น่าแปลกใจที่มีการนัดประชุมสภาเฉพาะวันพุธ >> อื >> แต่ทำไมถึงไม่นับวันพฤหัสบดี >> อื >> นะครับ แล้ววันพุธเนี่ยเราคุยกันจนค่ำเลยเนาะ >> อื >> แต่ก็ปิดก่อนที่จะรู้ว่าราคามันกระชากขึ้นไป 6 บาทนะครับ คำถามก็คือเวลาเค้านัดประชุมสภาเนี่ย >> เค้า นัดกันล่วงหน้านะครับ ผมเนี่ยได้ เอ่อ Messenger ข้อความมาจากสภานัดตั้งแต่วันอาทิตย์ละว่าจะมีการประชุมแค่วันพุธวันเดียวแต่ไม่มีวันพฤหัสบดี >> ครับ >> ถ้าอย่างงั้นน่ะมันสะท้อนว่ามีการรู้ล่วงหน้าหรือเปล่าว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคืนวันพุธ >> อื้อหือ >> ทำให้เช้าวันพฤหัสบดีเนี่ยถึงไม่มีการนับประชุมซึ่งปกติต้องเรียนว่าเป็นปกติมากนะ ครับที่เราจะประชุมสภาทั้งวันพุธและวันพฤหัสบดี >> อ >> อันนี้เป็นข้อสงสัยข้อที่ 1 >> ถึงแม้ว่าสภาใหม่นะ >> ครับ >> แต่ที่ผ่านมาคือประชุมพุธพฤหัสถูกมั้ย >> ครับ >> อ่า รอบนี้เอาจจะบอกว่าเพิ่มครั้งแรกนัดไปก่อนวันนึงได้มั้ยอ่ะ ผมลองบอกอย่างงี้ก่อน >> ถ้าเป็นประเด็นเนี้ยแปลว่าจะไม่ใช่ว่าเพิ่งมารู้คืนนั้นแล้วมีการเปลี่ยนแปลง แปลว่ามันมีการส่งสัญญาณกันอยู่หรือเปล่า >> ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคืนวันพุธ >> อื ส่วน >> หมายความว่าตั้งข้อสังเกตเลยว่าตั้งใจนัดประชุมแค่วันพุธเพราะรู้ว่าคืนนั้นจะมี การประกาศใหญ่คือขึ้นทีเดียว 6 บาทคืออาจจะ >> จึงไม่นัดวันพฤหัสบดี >> หรือเปล่า >> หรือเปล่า >> ครับ >> อันนี้คำถามนะ >> ครับ ขออีกข้อนึงอีกข้อนึงเป็นเรื่องของวันนั้นที่ฟังคุณพิพัฒน์มาที่รายการนี้นะ ครับแล้วชี้แจงว่า >> เพิ่งจะรู้ข้อมูล GPS ที่เอ่อเรียกว่าลดขนส่งน้ำมันเนี่ย >> อือ >> เพิ่งจะรู้หลังจากการหยุดประกาศตึงราคาไป >> อื >> ใช่มั้ยครับวันนั้นที่มีการสัมภาษณ์แล้ว มีการชี้แจงว่าเพิ่งมีข้อมูลไป >> อื >> ว่าที่เราถามว่าตกลงโชว์ข้อมูล real time >> อือฮึ >> ได้เมื่อไหร่ >> ครับ มีการมีการแจงว่าเอ่อ GPS ที่จะใช้กับรถบรรทุกน้ำมันเนี่ย >> ครับ >> เอ่อได้เอากระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบกเข้ามาใช้ >> ครับ >> ก็ใช้ตั้งแต่หลังจากที่คุยกับผม >> อ่า นั่นแหละคือประเด็นคือทำไมมันถึงเกิดขึ้นหลังจาก >> ทำไมไม่ใช้มาก่อน >> เพราะสุดท้ายเราจะเปรียบเทียบพฤติกรรมเสี่ยงในการลักลอบหรือกักตุนเนี่ยคุณต้องมีข้อมูลมาก่อน >> ทั้งๆที่กรมธุรกิจพลังงานควรจะมีข้อมูลตรงนี้มาก่อนทำไมมันถึงไม่มีมาพอมีเป็นทีหลังราคาขึ้นแล้วเนี่ยมันแทบจะใช้ประโยชน์ไม่ได้เลยคุณเทียบเคียงไม่ได้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านั้นมันมีการไหลไปทางไหนบ้าง >> อ่าครับ >> ข้อที่ 2 ครับ >> ถ้าจะใช้ GPS หมายถึงว่ารถบรรทุกน้ำมัน รับน้ำมันจากคลังไปที่ job board หรือไปที่ปั๊มไหนหรือจาก job board ไปไหนต่อถูกมั้ย อ่าทำไมถึงไม่ใช้มาก่อนในช่วงที่ราคามันยังไม่ขึ้นเพราะจะเห็นสภาพความเป็นจริงของการกักตุนน้ำมันกลับมาใช้หลังจากขึ้น 6 บาทไปแล้วอ้า 2 คำถามคุณพิพัฒน์เอาคำถามแรกก่อนเลยตั้งใจคืนนั้นวางแผนอยู่แล้วประชุมวันเดียวรุ่งครึ่งไม่ต้องประชุมปิดประชุมปุ๊บมีมติประกาศตู้ม 22:30 น. >> ครับ อันนี้ก็ต้องขอเรียนตรงไปตรงมานะครับว่า >> การที่เราไม่สามารถแจ้งการขึ้นราคา >> อื >> ปกติเนี่ยก็เชื่อว่าทาง กบน. จะแจ้งขึ้นราคาเนี่ยประมาณสัก 18:00 น. อื >> แต่วันนั้นทำไมเราถึงแจ้งเลยไปถึงประมาณสัก 22:00 น. >> อือ >> ผมคิดว่าหลายๆท่านคงทราบนะครับว่าจริงๆ แล้วเนี่ยการที่ว่าเราจะแจ้งหรือประกาศราคาอะไรเนี่ยโดยส่วนใหญ่เราก็จะรอราคา การเทรดปิดการเทรดที่ประเทศสิงคโปร์อ >> ซึ่งเขาอาจจะปิดประมาณสัก 19:00 กว่า อือ >> แล้วก็มานำมาประมวลแล้วหารือของ กบด. นะครับว่าแล้วประเทศไทยเราควรจะทำอย่างไรอ >> ถ้าในสภาวะปกติเขาก็ประมาณการได้ในการเทรดในทั้งวันเนี้ย >> ก็ว่ากันไปได้เลยอ >> แต่ในภาวะที่เป็นภาวะวิกฤตอย่างนี้เนี่ยอ >> ผมคิดว่าเราควรจะทำอะไรที่เป็นรายละเอียด เก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด >> อือ >> แล้วตัดสินใจแล้วโดยเฉพาะการที่จะตัดสินใจในการขึ้นราคา กระโดดทีเดียวเนี่ยผมคิดว่าไม่มีใครอยากทำล่ะครับ >> อือ >> ตัวผมเองผมก็ไม่อยากทำ >> อือ >> นะครับท่านนายกรัฐมนตรีก็คิดว่า >> คงไม่อยากจะทำอะไรเลยนะครับในการที่จะไป กระทบกระเทือนถึงผู้ใช้น้ำมัน >> ครับ >> ของคนไทยทุกๆคนนะครับในส่วนนี้เพราะฉะนั้นเราก็ถึงต้องดูในรายละเอียดทั้งหมด >> แต่อะไรก็แล้วแต่นะครับ >> ไม่ได้รู้มาก่อนไม่ได้วางแผน อ่าที่เขาบอกว่ามัน >> ไม่ได้มีปัญหาเรื่อง 22:00 น.นะผมไม่มีปัญหาเรื่องประกาศตอน 22:00 น.แต่ทำไม >> วันพฤหัสบดีถึงไม่มีการนัดประชุม >> เหมือนกับพอขึ้นปุ๊บจะได้ไม่ต้องมาด่าวันรุ่งขึ้นอ้าว >> การที่วันพฤหัสบดีไม่ได้เรียกประชุมผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของสภา >> ซึ่งตัวผมเองไม่ใช่เป็น ส.ส. ผมจะไปชี้นำหรือไปกำหนดได้ยังไงว่าเอ๊ะทำไมคุณถึงเรียกประชุมถึงไม่เรียกประชุมก็ต้องกลับไปถามสภา นะครับว่าทำไมไม่ประชุมในวันที่ 2 ซึ่งวันที่ 2 คือวันพฤหัสบดีถามว่า วันนี้เนี่ยเรามีรัฐบาลที่ >> อื >> ถูกต้องตามกฎหมายนะครับไม่ใช่ว่ามีนายก เพียงท่านเดียวที่เหลือก็บางท่านก็ยัง อยู่ในรัฐบาลบางท่านก็ >> พ้นแล้ว >> ไม่ได้ร่วมรัฐบาลไปแล้วผมถามว่าแล้ว ส.ส. ถามไปเกิดไปกระทบกระทั่งถึงคนที่ไม่ได้ร่วมรัฐ >> ต่อ >> แล้วเขาจะเอาอะไรมาตอบ >> อื >> ถูกมั้ยครับหรือว่าเขาเป็น ส.ขอเขาอยู่ในสภาสามารถลุกขึ้นมาตอบแทนได้หรือเปล่า >> ให้เกิดรัฐบาลสมบูรณ์ก่อน >> ใช่ครับ >> อ้า เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่ายืนยันว่าไม่ได้เป็นความตั้งใจนะ >> อันนี้ผมไม่มีความตั้งใจตรงส่วนนั้นนะ ครับผมก็เชื่อว่าท่านนายกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจมันเป็นกิจกรรมของสภาก็ต้องให้สภาให้ประธานสภาเป็นผู้ตัดสินใจ >> อ่าคุณวีรยุทธ์บอกว่าไอ้ที่บอก GPS รถบรรทุกเนี่ยทำไมเพิ่งจะมาใช้หลังจากที่มันขึ้นไปแล้วถ้าได้ใช้มาซะก่อนนะจะได้เห็นเลยมันไปที่ไหนยังไงแก้ปัญหาทั้งเรื่องขาดแคนหน้าปั๊มแก้ปัญหาทั้งเรื่องกักตุนมั้ยจะได้ตรวจเจอะที่คุณกรอกปล่อยผีไอ้โม่งนั่นแหละอ่ะคุณพอ่ะตอบไปทีเดียวตรงนี้ >> ครับ ก็เรื่องคำว่า GPS จริงๆแล้วทางขนส่งทางบกนะฮะโดยเฉพาะ >> รถบรรทุกน้ำมันเนี่ยทางขนส่งทางบกเค้ามีบังคับให้ติด GPS ทุกคัน >> อยู่แล้ว >> อยู่แล้วนะครับแต่ก่อนหน้านั้นเนี่ยเรามี การประชุมกันใน สบก. อื >> ก็มีการหารือกันโดย อ่ากรมธุรกิจพลังงาน แล้วก็ทางท่านรองเอกนิติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงงานคังว่าพวกเราคงจะต้องทำ das job board ซึ่งเป็นการรายงานของการเคลื่อนไหวการซื้อขายของแต่ละบริษัทแล้วก็รับน้ำมันจากโรงกลั่นว่าแต่ละบริษัทผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็ดีมาตรา 10 ก็ดีคุณซื้อไปเท่าไหร่แล้วคุณจ่ายออกไปทางไหนบ้างก็ต้องเรียนให้ทราบนะครับในแต่ละบริษัทการรายงานจากสถานีบริการมายังสำนักงานใหญ่เนี่ยรูปแบบไม่ได้เหมือนกัน >> อื ที่ >> อ ครับ >> ฮะ >> ไปทำหลัง >> ทำไมไปทำหลังครับ >> การทำหลังเนี่ยหมายความว่าถ้าหน่วยงานต่างๆเนี้ยเขาไม่ได้ขอมาที่ขนส่งทางบกเราก็ไม่ทราบว่าเราจะไปเสนอหรือนำรายงานไปให้ใครทราบเพราะการที่มีการประชุมในเรื่องนี้นะครับก็ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า >> การที่เราจะแท็กเนี่ยเราแท็กเป็นปกติแต่เราก็ไม่ได้ว่าเจาะจงว่าเอ้ยรถคันนี้จะไปไหนไปไหนแต่ถ้าคุณไม่ให้ข้อมูลมาเช่น บริษัท ปตท. คุณรับน้ำมันออกจากโรงกลั่น >> อื >> อะไรก็แล้วแต่มันมีตั้ง 3 4 5 โรงกลั่นของ ปตท. อ่า >> รถแต่ละคันของแต่ละบริษัทคุณซื้อออกจากโรงกลั่นคุณวิ่งไปทางไหนโอเคละใน 80% ของ ปตท. เป็นลักษณะของแฟรนไชส์คุณก็ต้องเดินทางไป >> อ่าไม่อ่าคุณพิพัฒน์ผมคนกลางก็คือวันนั้นเนี่ยกำลังพูดถึงเรื่องขนส่งทางบกแท็กเพื่อจะดูเรื่องควบคุมความเร็ว >> ใช่ครับ >> มันจะต้องมีบริษัทน้ำมัน >> ถูกต้อง >> เข้ามาเกี่ยวข้องคือต้องเอาข้อมูลมาแมต >> พอผมเข้าใจถูกได้มั้ย >> ถ้าหากคุณไม่ขอมาเราก็ไม่สามารถที่จะไปขาย >> อันนี้ในนามของคมนาคมไงขนส่งทางบก >> แต่คุณอาจารย์ต้นถามว่าถ้าจะป้องกันหรือจะแก้ปัญหาหรือจะหาว่าใครมันกักตุนก่อนที่มันจะขึ้นราคากระชากเนี่ยมันทำได้ด้วยวิธีนี้ทำไมถึงไม่ทำ >> ไม่ใช่เราไม่ทำครับไม่มีหน่วยงานของเข้ามาผมถามว่าเราคุณไม่มีหลักฐานอะไรที่ว่าคุณซื้อน้ำมัน >> หรือลงกลั่นออกจากตรงไหนไปตรงไหนผมถามว่ามันไม่ใช่มีแค่รถน้ำมันเท่านั้นนะฮะรถประเภทอื่นเราก็ข่าวการกักตุนต้องบอกว่ามันมาก่อน 25 แล้วเนอะมันมันมีหลายวันละ ดังนั้นถ้าจะเริ่มทำอ่ะมันทำได้ก่อนถูกมั้ยครับแปลว่ามีอำนาจอันดับที่ 1 แปลว่ามีอำนาจแต่จังหวะในการตัดสินใจทำเนี่ยผมคิดว่ามันช้า >> จริงอยากจะบอกว่าในกรณีเนื่องจากเรามีการกำหนดควบคุมราคาแล้วก็มันมีหลายราคา >> ที่มีการซื้อขายกันคือมาตรการการควบคุมการกักตุนมันควรจะมีตั้งแต่แรก >> แล้วอยากที่จะเสริมว่า >> คือผลลัพธ์ของการกักตุนหรือว่าหลักฐานเนี่ยผมคิดว่ามันชัดเจนสำหรับประชาชนทั่วประเทศหลังจากวันที่มีการเพิ่มราคาน้ำมัน 6 บาทอ >> นะครับเพราะอะไรครับเพราะทุกปั๊มได้น้ำมันเต็มโควต้า >> อืออื >> ทันที >> อือ >> นะก่อนหน้านี้ขอไป 18,000 ได้แค่ 9,000 ลิตรนะฮะพอหลังจากขึ้น 6,000 บาท 15,000 >> ทุกปั๊มรายงานมาเลยครับว่าได้เต็มวันนี้ นะฮะซึ่งมันหมายความว่ายังไงครับในแง่ของประชาชน >> เดี๋ยวๆว่าทุกปั๊มรายงานมาแล้วท่านรับทราบได้อย่างไร >> อื >> เพราะว่าอย่าลืมนะครับปั๊มที่มี >> แบรนด์ของตัวเองเนี่ยเกือบ 10,000 ปั๊ม >> ถามว่าท่านกรเนี่ยใครส่งข้อมูลให้ท่านปั๊มปั๊มแบรนด์ครับปั๊มแบรนด์นะฮะเอ่อที่ก่อนหน้านั้นเนี่ยท่านก็ทราบดีว่ามีปั๊มจำนวนมากฮะที่ไม่ได้รับน้ำมันตามคำขออ >> นะฮะเช็คไปว่าแล้วคำขอนั้นน่ะในปริมาณปกติหรือเปล่าเบอกขอเป็นปกติไม่ได้ขอมากว่าปกติ >> อันนี้ที่เจ้าของปั๊มออกมาพูด >> ที่เป็นข่าวนะอันนี้นี่คือ สส. ทุกท่านรวมถึงจากพรรคท่านด้วยก็รายงานในสภาแบบนั้นนะฮะ >> ถูกลดโควต้า >> ถูกลดโควต้าแต่ภายภายหลังจากมีการขึ้นราคาปุ๊บ >> ไม่มีทุกคนทุกคนบอก >> ได้ตามโควต้าหมด >> ได้เต็มหมดนะครับซึ่งซึ่งตรงนี้เนี่ยมัน มันสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ามันมีการอาจจะ ไม่ใช่ตุ่นแต่มันมีการกั๊กนะครับ >> อื >> เอ่ออาจจะเพื่อรอราคาที่ปรับสูงขึ้นหรืออะไรก็แล้วแต่นะฮะแต่สตรงนั้นเนี่ยคือผม ผมอยากที่จะเสริมประเด็นอย่างนี้นะครับ เพราะว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีตนะฮะแต่ว่าปัญหา >> จากวันนี้ไปข้างหน้านี่ยังมีอ >> คือสิ่งที่วันนั้นพวกเราก็ทุกคนอยากให้มี การพูดคุยกันในสภาอย่างเปิดเผยเนี่ยเพราะ ว่าสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือข้อเท็จจริง >> นะครับแล้วก็ความโปร่งใสอ >> นะฮะเอ่อข้อเท็จจริงความโปร่งใสในหลายๆ เรื่องอย่างเช่นนะวันนี้เนี่ยมีการพูดถึง ว่าทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามกลไกตลาดนะคำ ว่ากลไกตลาด >> เดี๋ยวๆเรื่องกลไกตลาดเอาเรื่องนี้ก่อนคุณกรอติดใจว่าตอนนั้นมันต้องมีกั๊กแน่ไม่อย่างงั้นพอขึ้น 6 บาทปุ๊บอ้าทุกคนได้หมดแล้ว >> คือตามหลักคณิตศาสตร์เลยครับนะฮะน้ำมันดิบเรามีเหลือเฟือ >> เออ >> กำลังผลิตเราเรามีเหลือเกือ >> ผลิตเกินด้วยผลิตเกินกำลังปกติด้วยในขณะที่ที่ปั๊มน้ำมันเนี่ยไม่ได้นับน้ำมันตามโควต้าแล้วประชาชนเนี่ยซื้อน้ำมันไม่ได้ >> อ่าอันนี้จะตอบยังไง >> ทำไมพอขึ้น 6 บาทปุ๊บได้หมดแล้ว >> เดี๋ยวก่อนครับเราต้องมาดู 2 ขั้นตอน >> อ >> ขั้นตอนที่ 1 กรมธุรกิจพลังงานกระทรวงพลังงานได้ประกาศให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น >> อื >> ในเดือนมีนาคมสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคมคุณต้องสำรองเพิ่มขึ้น 5% >> จาก 1 เป็น 1.5 >> ครับในก่อนสิ้นถึงสิ้นเดือนเมษายนคือ 30 เมษายนคุณต้องสำรองเพิ่มขึ้นอีก 1.5% >> จาก 1.5 หน้าเป็น 3 >> ถูกในขณะที่เราไม่ได้มีการหรือซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา >> อ >> เพราะฉะนั้นผู้ค้าทุกรายนะครับเขาต้องเก็บหรือสำรองตัวเลขเพิ่มขึ้นเผื่อว่า 5% เนี้ยของแต่ละบริษัทของผู้ค้าคุณรู้ได้ยังไงล่ะว่าวันถ้าคุณไม่ค่อยทยอยสำรองไปถ้าหากรัฐบาลไม่ประกาศยกเลิกในสำรอง 5% ในเดือนมีนาคมคือเดือนปัจจุบันนี้นะครับอ >> ถ้าคุณถึงเวลาปั๊บในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 31 มีนาคมกระทรวงพลังงานโดยกรมทุกธุรกิจพลังงานไปถึงดิฟรีเสิร์ฟคุณขาดแน่นอนครับผู้บริหารหรือ CEO คุณต้องรับผิดชอบนะ >> อื >> ผมบอกได้เลยว่าความรับผิดชอบตรงนั้นเบื้องต้นบริษัทผิด >> อื >> คนที่ 2 ก็คือผู้บริหาร CE ผิด >> อื >> คุณต้องไปขึ้นศาลคุณต้องไปจ่ายค่าปรับหรือคุณมีความผิดอย่างอื่นหรือไม่เดี๋ยว ก่อนฟังก่อนครับ >> เพราะฉะนั้นในส่วนของทำไมถึงไม่สามารถปล่อยน้ำมันเต็มที่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งทุกบริษัทมีความเครียดของตัวเองเพราะฉะนั้นเราต้องเก็บน้ำมันสำรองส่วนหนึ่งหลังจากที่มีการยกเลิกสำรองจับ 1.5 ออกไป >> ให้เหลือ 1 เหมือนเดิม >> นะครับโดยตัวผมเองเนี่ยเป็นผู้นำเสนอ >> บอกถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้เนี่ย >> ผู้ค้าตายแน่ >> อือ >> เพราะการนำเข้าไม่มีแต่คุณต้องดูดซับน้ำมันจากโรงกลั่นเนี้ยเพื่อไปเก็บสำรองและการเก็บสำรองผมเชื่อว่าทุกคนก็ทราบณขณะขณะนี้นะครับปริมาณยอดขายต้องรวมทั้งปีแล้วมาคำนวณเพิ่มขึ้น 5% และบวกอีก 1.5% 5% ในเดือนถัดไป >> อื >> เพราะฉะนั้นคุณไม่ใช่ว่าวันนี้เดือนนี้คุณขายเท่าไหร่คุณสำรองเท่านั้นไม่ใช่ต้องเอาปริมาณทั้งปีมาเป็นตัวคำนวณเพราะฉะนั้นการที่ส่งน้ำมันไม่ครบหรืออะไรตรงนั้นส่วน >> ต้องผู้ค้าน้ำมันต้องเก็บสำรองตามกฎหมายที่ตอนนั้นรัฐบาลประกาศแต่ต่อมาคุณพิพัฒน์เสนอไปยกเลิกไปแล้ว >> ถูกต้องครับ >> มันก็เลยคลายอย่างงั้นใช่มั้ยอ้าคุณกรอพอไหม >> จริงๆหลังจากสั่งยกเลิกไปนะครับมันก็ยัง ขาดแคลนอยู่นะครับ >> อื >> เอ่อแล้วก็ถ้าสมมุติว่ามันเกิดการขับขาด ขาดเอ่อน้ำมันเนี่ยอ >> เพราะการคำสั่งของรัฐบาลเนี่ยมันก็เป็นคำถามอยู่ดีว่าในสภาวะการเช่นนี้เนี่ยทำไมถึงมีคำสั่งให้สำรองเพิ่มเติมแบบนั้น >> เอาไปสั่งทำไมแต่แรก >> คือเพราะเพราะฉะนั้นเนี่ยผมคิดว่าการพิสูจน์ความจริงนะครับในสิ่งที่ท่านรองนายกพูดอยู่ตอนนี้เนี่ยมันไม่ใช่เรื่องยากนะฮะเราก็เพียงแค่เอามาดูว่าไอ้ที่สำรองเพิ่มเติมเนี่ยมันกี่ลิตรนะแล้วก็ไอ้น้ำมันที่ช่วงนั้นมันมันขาดแคลนเนี่ยมันขาดแคลนเท่าไหร่ >> นะตรงนี้มันก็จะดูได้ว่าที่ขาดแคลนเนี่ยเป็นเพราะตามที่ท่านรองนายกได้อธิบายชี้แจงหรือไม่นะครับซึ่ง >> แต่มันมันไอ้จุด 5% มันไม่ใช่ขนาดนั้นหรอกจาก >> 67 เป็น 84 อ่ะ >> นั่นนั่นคือประเด็น >> 67 84 นี่มันคือผู้ใช้นะครับแต่การสำรองก็ต่างหากนะครับไม่ไม่ใช่หมายถึงกันว่าถ้าเกิดจากการดูดทรัพย์เข้าไปสำรองเนี่ยมันก็ไม่ได้มากถึงขนาดไซส์ที่มันเพิ่มขึ้น 20% >> อ่าแต่อันนี้อันนี้คุณพิมพ์คองบอกว่าประชาชนเป็นค่าเฉลี่ยทั้งปีนะฮะสมมุติว่าบริษัท ปท. หรืออะไรก็แล้วแต่คุณค้าขายอย่าง ปท. ก็น่าจะมากสุด >> ก็อาจจะคิดว่าน่าจะใกล้เคียงเกือบๆ 50% ของการเทรดหรือการค้าซื้อค้าขายในประเทศ >> อ >> เขาก็ต้องสำรองเพิ่มขึ้นในส่วนนั้นแต่ อะไรก็แล้วแต่ถามว่าผมย้อนกลับนิดนึงนะฮะถามว่ารัฐบาลทำไมถึงต้องประกาศเก็บสำรองเพิ่ม >> ตอนแรก >> ในตอนแรกก็เพราะว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์โดยปกติเมื่อเราไม่มั่นใจนะครับว่า >> ความมั่นคงทางพลังงานอ่ะหาน้ำมันเข้ามาได้หรือไม่แน่นอนรัฐบาลก็ต้องไปให้กับผู้ค้าเนี่ยคุณไปจัดหาน้ำมันสำรองมาเพิ่มเพื่อการันตีว่าคุณต้องมีน้ำมันใช้มากว่า 60 วัน >> อื >> เพราะ 60 วันนี้นี่คือสำรอง 1% >> สำหรับผู้ค้าแต่ถ้าคุณอยากจะได้น้ำมันสำรองที่เพิ่มขึ้นก็ต้องเพิ่มขึ้นไปตามอัตราส่วนเพราะโดยทั่วไปแล้วเนี่ยอ >> อ๋อ 3% ก็คือ 180 วัน >> ก็ก็น่าจะใกล้เคียงประมาณนั้นไม่แต่ไม่ถึงหรอครับไม่ถึง 180 >> อกำลังบอกว่าตอนนั้นเฉพาะมันก็เหมือนตอนตัดสินใจทีแรกถูกมั้ย >> ใช่ครับ >> ว่าจำเป็นต้องบริหารสำรองของประเทศ >> ก็เลยประกาศไปแต่เมื่อเกิดวิกฤตเรื่องน้ำมันไม่พอก็ปล่อยถ >> ครับ >> อ่าถูกมั้ยฮะคุณพีรพันธ์ >> ครับ >> คือผมไม่ได้ไม่ได้ติดใจหลายประเด็นที่ถามกันนะแต่ผมอยากจะเรียนอย่างงี้ว่า เอ่อไล่ตั้งแต่เรื่องแรกที่ท่านรองนายกอธิบายนะครับเดี๋ยวผมอยากให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องผมไม่ได้มีเจตนามาต่อว่าต่อขานท่านรองนายกหรือรัฐบาลหรือใครแต่ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องทำวันนี้คือเอาความจริงให้ปรากฏ >> เออ >> และนั่นคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ >> อ >> จะผิดจะถูกจะอะไรก็ขอให้เป็นเรื่องจริงที่เขารู้สึกว่าเค้าเชื่อถือได้ >> อ่าว่า >> เรื่องที่ 1 เมื่อกี้ที่พูดเรื่องการประชุมของ กบน. >> อื >> นะครับ >> หมายถึงคืนวันพุธนะ >> หรือแม้แต่ก่อนคืนวันพุธเนี่ย >> อ >> เค้าประชุมตอนเย็นครับ >> อืออื เค้าประชุมตอนเย็นนะครับอย่างมากปกติประชุมช่วงบ่ายๆ ด้วยซ้ำไปของแต่ละวันแต่ว่าเค้าไปดูราคาน้ำมันที่ว่าไปอ้างอิงสิงคโปร์เนี่ยสิงคโปร์จะปิดประมาณ 19:00 น. >> อื >> นะครับปกติเนี่ยสมมุติว่าวันนี้ใช่มั้ยครับประชุมวันนี้บ่ายเค้าไปเอาราคาปิด 19:00 น.ของเมื่อวาน >> อ่าที่ผ่านมา >> ที่ผ่านมาแม้แต่รัฐบาลเนี้ยก่อนจะเกิดเหตุวันนั้นก็ทำแบบนี้ครับไปดูสิครับวันก่อนหน้าวันนั้นไม่ได้ประชุมกลางคืนเลยทำไมวันนั้นต้องมาประชุมกลางคืน >> เอาข้อสังเกต >> ทีนี้เมื่อป้าจะมาอ้างบอกว่าเพราะว่ารอตลาดปิด 19:00 น.อ้าแล้ววันอื่นทำไมไม่ ต้องรอแบบนั้นน่ะทำไมวันอื่นไม่ได้ประชุม 20:00 น. >> อืออือ >> นะเพราะฉะนั้นต้องยอมรับก่อนว่าการประชุม 20:00 น. มันเกิดขึ้นวันเดียวครั้งแรกแล้ววันนั้นเท่านั้นและไม่ใช่เพราะรอ 19:00 น.เพราะ 19:00 น.มันรอ มันตลอดอยู่แล้วแต่ที่ผ่านมาเนี่ยเค้าใช้ >> ไปวันรุ่งขึ้น >> ใช่เค้าใช้ 19:00 น.ของวันเนี้ยไปประชุมวันพรุ่งนี้อ >> นะฮะ >> แต่วันนั้นถ้าไปใช้ 19:00 น.ของวันนั้นไปประชุมก็แปลว่าสิปตปกติไป 1 วันแล้ว >> อือ >> ใช่มั้ยครับอ >> เพราะว่าปกติไม่ได้ประชุมแบบนั้น >> อื >> อันนี้ก็เป็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัย >> ว่าทำไม >> ว่าทำไมนะครับ >> เป็นครั้งแรกเลย >> ใช่นะอ่ะนี่ประเด็นที่ 1 >> เออ >> ประเด็นที่ 2 ผมได้ฟังท่านรองนายกอธิบายหลายเรื่องว่าอย่างงั้นอย่างงี้เนี่ยผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านกล่าวเนี่ยมันเป็นกรณีปกติไม่ใช่กรณีที่เกิดวิกฤตอย่างนี้ >> อื >> เช่นระบบปกติทำอย่างงี้จะต้องมีอย่างงั้นมันอะไรอย่างเงี้ยต้องมาถามต้องมาอันนั้นคือกรณีปกติครับ >> อื >> แต่ในสถานการณ์แบบเนี้ยสิ่งที่รัฐบาลจะ ต้องดำเนินการคือต้องได้ข้อมูลทันทีถูกต้องและไม่ต้องรอใครมาขอมันฉันเนี่ยรัฐบาลฉันต้องได้ >> ทำไมไม่คิดทำ >> ซึ่งทำได้อยู่แล้วครับที่ผมพูดมาเสมอคุณ คุณสรยุทธ >> คืออำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง >> อื >> ซึ่งอันเนี้ยท่านสามารถออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดกฎเกณฑ์กติกาการแจ้งข้อมูลได้หมด >> การดำเนินการอะไรก็ได้ >> ครั้งหลังสุดเนี่ยนะครับสมัยท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธในช่วงต้นปี 40 ประมาณพฤษภาคมถ้าผมจำไม่ผิด >> ก็เกิดสถานการณ์คล้ายๆกัน >> ตอนนั้นท่านออกประกาศ >> นะครับตัวเนี้ยโดยอาศัยพระราชกำหนดเนี่ยนะครับกำหนดวิธีการดำเนินการคิดต้นทุนการอธิบายต่างๆทั้งน้ำมันทั้งแก๊สทั้งอะไรไฟฟ้าหมดเลย >> อื >> นะครับแล้วก็เอาตัวน่ะมาให้เกิดความชิงแจงไม่ใช่มาเดินตามหลักเกณฑ์ปกติผมก็งงครับว่าทำไมไม่ใช้กฎหมายตัวนี้ตั้งแต่ต้นแต่เมื่อสักครู่ที่พูดกันเรื่องสำรองน้ำมันก็ดีหรือเรื่องการห้ามส่งออกน้ำมันไปต่างๆกลับมาใช้กฎหมายตัวนี้อ >> อื >> นะครับพระราชกำหนดเนี่ยออกประกาศสำนักนายกให้ท่านนายกลงนามว่าให้สำรองเพิ่มขึ้นอย่างที่ว่าเมื่อกี้ >> อ >> แล้วก็ห้ามส่งออกน้ำมันยกเว้น 2 ประเทศ >> สัปดาหแต่ไอ้สิ่งที่ต้องทำในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดเนี่ย >> ให้แจ้งให้อะไรเนี่ยไม่มี >> อ >> อันเนี้ยสำหรับผมผมไม่เข้าใจ >> อือ >> ทีนี้ถามว่าปัญหาของประชาชนวันเนี้ยเค้าเกิดความสับสนว่าผมไม่ได้ต้องผมอยากจะให้รัฐบาลเนี่ยเคลียร์ให้จบเพราะว่าผมไม่ต้องการให้รัฐบาลเนี่ยเสียหายนะ >> อื >> สิ่งที่ประชาชนเค้าสงสัยก็คือว่าตกลงมันมีการกักตุนน้ำมันจริงมั้ยหรือมีการเก็บกักจริงหรือเปล่า >> อื >> ประการที่ 2 ก็คือว่าผู้ขนส่งน้ำมันเค้าบอกเขาไม่ได้รับน้ำมันตามโควต้า >> อื >> จริงมั้ยในขณะเดียวกันปั๊มน้ำมันปลายทางบอกว่าไม่ได้รับตามที่เคยได้รับ >> มันจริงหรือเปล่า >> อื >> มันไม่ได้ยากเลยครับคุณสรยุทธรัฐบาลเนี่ยออกกติกาอย่างผมว่าออกพระราชเอาใช้อำนาจตามพระราชกำหนดบอกตั้งแต่วันแรกเลยว่าจากวันนี้นะครับลงกลั่นคุณกลั่นน้ำมันได้เท่าไหร่ส่งมาอันนี้อันนี้มีอยู่แล้วผมรู้ >> ไอ้ไอ้กรมธุรกิจพลังงานมีอยู่แล้ว >> เค้า รายงาน >> อ่าแต่ว่าเมื่อคุณสั่งเสร็จผลิตได้เท่านี้รวมกันทั้ง 6 โรงกลั่นเนี่ยก็โดยเฉลี่ยประมาณ 150 160 ล้านลิตรต่อวันเนี่ย >> อ >> คุณส่งไปให้ใครบ้าง >> อื >> จะเป็นส่งไปที่แบรนด์ของคุณหรือส่งไป job board >> ทั้งหมดมันต้องเท่ากันใช่มั้ยครับคุณสรยุทธ >> ใช่ฮะ >> และจากตรงเนี้ยไอ้คนที่รับจากแบรนด์ทั้ง job ส่งต่อไปเนี่ยส่งต่อไปไหนใครรับอื >> รับเท่าไหร่ช่วงที่ 3 เนี่ยปริมาณก็ต้องตรงกันใช่มั้ยครับ >> อื >> อ่าแล้วหลังนั้นมันจะเป็นทอดไปถึงก่อนไปปั๊มน้ำมันไปอยู่คลังน้ำมันตามพื้นที่ต่างๆ >> อืๆ >> คลังน้ำมันเพื่อรับมาเท่าไหร่จากใครและ >> ไปไหนอ่า >> ส่งให้รถบรรทุกที่ขนส่งเท่าไหร่ >> ตามโควต้าที่ได้รับถูกต้องมั้ย >> อือ >> รถบรรทุกก็ต้องรายงานด้วยว่า >> ปั๊มน้ำมันแต่ละปั๊มเขาส่งให้ตามเดิมมั้ย ถ้าทำให้เค้ารายงานแบบนี้ไม่ต้องใครไม่ ต้องกดออกเป็นกฎหมายตามกฎหมายพระราชกำหนด ตั้งแต่ one คือแม้แต่วันนี้ก็ทำได้ให้แจ้งข้อมูลใหม่ย้อนหลังเลยก็สามารถตรวจสอบชี้แจงได้แค่นี้ก็หาได้ว่าน้ำมันมันมีการกักตุนหรือไม่มี >> เออ >> เพราะถ้ามันหายไประหว่างทางจุดไหนจุดหนึ่งตรงนั้นแหละครับคือปัญหาแต่ถ้ามันไม่หายมันเคลียร์ได้หมดมันตรงกันหมดไปจนถึงจบก็คือไม่มีเท่านี้ประชาชนก็ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว >> เออ่าเข้าใจเอาทีละข้อเอาข้อที่ 1 ย้อนกลับมานี่เลยคือกบน.วันนั้นเนี่ยปกติในอดีตที่ผ่านมาประชุมกันวันนี้เอาตัวเลขตอนบ่ายวันนี้เอาตัวเลขสิงคโปร์เมื่อวานปิด 19:00 น. รอบนี้เนี่ยรอสิงคโปร์ถึงที่สุดคือกระทรวงพลังงานแถลงเองนะอ่าโดย กบน.เนี่ยว่าเค้าประชุมตอน 21:00 น. >> เพราะวันนั้นไงครับ >> เฉพาะวันนั้นอ่าคุณพีรพันธ์สงสัยว่ามีเหตุอะไรทำไมต้องเฉพาะวันนั้นอ่าที่ผ่านมาไม่ ต้องมาประชุมกัน 21:00 น.ถูกมั้ยก็จะไปโยงกันตรงนี้ >> คุณผมเคยเป็นรัฐมนตรีพลังงานนะ >> ใช่ฮะ >> ผมเป็นประธานกองทุนนี้ >> เออ >> ผมเป็นคนอนุมัติให้ประชุมนะครับ >> ่ะ >> รอบนี้เนี่ยคุณอรรถพลเป็นรัฐมนตรีพลังงาน >> ครับ >> อ่าคุณพิพัฒน์ตอบ >> ครับ จริงๆ >> ทำไมต้องทำให้มันผิดปกติอ้าว >> คือมันไม่ได้ผิดปกติหรอกครับว่าตามที่ท่าน >> พีรพันธ์ >> ท่านพีรพันธ์ได้พูดสักครู่นะฮะนั่นคืออยู่ในสภาวะปกติ >> ซึ่งวันนั้นน่ะก็คงจะเห็นนะครับคงทราบยิ ดีว่าพวกเราประชุมกันตั้งแต่หลังตั้งแต่ น่าจะประมาณสัก 11:00 น.ก็ท่านนายกก็ได้เรียกประชุมที่ห้องท่านเราก็มีการหารือในส่วนต่างๆเหล่านี้และที่สำคัญคือเรามีข้อถกเถียงว่าในอดีตประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรานะครับเป็นผู้ผลิตน้ำมันเขาเคยขายน้ำมันดีเซลเนี่ยถูกกว่าประเทศไทยเรา >> เกือบๆ 10 บาทต่อลิตรนะอ >> แต่หลังจาก >> เข้าภาวะวิกฤตเนี่ยเขากลับมาดิฟกับเราอ >> ในขณะนั้นเนี่ยเราอยู่ที่ว่าอ้าตีกรมกๆ คือ 33 บาท >> เค้าขายอยู่ที่ประมาณ 39 บาท >> กลางวันของวันพุธอ่ะ >> ของวันพุธเค้าต่างไปแล้ว 7 บาท >> อื >> เพราะฉะนั้นมันก็เราก็ต้องเอาเหตุการณ์ในส่วนนั้นเนี้ยเราก็มีการหารือกัน >> อื >> ในช่วงกลางวันนะครับจนกระทั่งผมเข้าประชุมสภาในตอนเย็นเรามีข้อตกลงแล้วมีการประชุมแล้วหารือกันในหลายฝ่ายว่าโอเคเราเย็นนี้เราต้องประกาศขึ้นนะ >> อื >> X บาท >> อื >> แต่เมื่อในขณะที่บอค่ำมาเลเซียหนีไปอีก 7 บาท >> ขึ้นมาเป็น 45 46 บาท >> พอในส่วนนี้ปั๊บทางท่านรัฐมนตรี >> พลังงานพลังงานเค้าก็โทรมาหารือผมตอนประมาณสัก 21:00 น.กว่าบอกเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้แล้วนะ >> ถามว่าผมจะว่าอย่างไรถ้าเขาจะ >> กบน.ประชุมแล้วสรุปเราต้องกระโดดขึ้นไปตรงนั้นเพราะรักษาความห่างอย่าให้มันห่างจนกระทั่งเกิน 10 กว่าบาทไปเลย >> 33 กับ 45 ตอนนั้นถ้าเกิดไม่เปลี่ยนแปลง >> มันก็คือ 10 กว่าบาท >> หรือตอนนั้นจะขึ้น 3 บาททีแรกถูกมั้ย >> เป็น 36 กับ 45 ยังห่างไปถูกต้องถูกต้อง ครับ >> หมายถึงกระทรวงพลังงานก็เลยประชุม กบน. นัดพิเศษ >> ใช่ครับเค้าประชุมของเค้านี่ผมไม่ได้ทราบ >> เออเรารายงานไง >> เค้าแจ้งมาผมก็บอกว่าในเรื่องนี้ตัวผมผมไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไรให้โทรศัพท์ไปเรียนให้ท่านนายกได้ทราบด้วยนายกเอ่อก็สรุปว่าที่คุณพีรพันธ์พูดมาว่าเอาตัวเลขสิงคโปร์เมื่อวานประชุมบ่ายอันนั้นคือภาวะปกติ >> มันปกติ >> ไอ้นี่ไม่ปกติ >> อันนี้ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรปกติครับ >> อ่าเพราะคืนวันนั้นสิงคโปร์โดดขึ้นไปอีกจาก 38.9 เป็น 45 อ่า กน. คุณอรรถพลก็เลยตัดสินใจประชุมแล้วก็เคาะหเป็น 6 บาทแทนที่จะเป็น 3 บาท >> คือผมดีใจที่ท่านรองนายกบอกว่าวันเนี้ยภาวะไม่ปกติ >> อื >> เอาเรื่องที่ 1 ที่ผมบอกว่าในภาวะไม่ปกติแบบเนี้ยมันต้องบริหารจัดการอีกแบบนึง >> เออ >> เมื่อสักครู่ที่พูดเรื่องตัวเลขน้ำมันน้ำมันเรื่องรถบรรทุกอะไร >> ท่านรองนายกบอกว่าปกติทำแบบนี้ผมก็บอกอ้าแล้วทำไมไม่ทำแบบผิดปกติที่ผมเสนอให้ทำเป็นพระราชกำหนด >> อ่านะนี่เรื่องที่ 1 นะครับเรื่องที่ 2 >> ท่านบอกว่า >> เรื่องที่ 2 ท่านบอกว่าท่านรัฐมนตรีอัตพลเป็นคนติดต่อแจ้งมาเรื่องเหตุวันที่ >> ก็เป็นพลังงานแบบที่คุณพีพเคยเป็นน่ะ >> แต่คืนวันนั้นผมเรียนคุณสรยุทธเท่าที่ผมทราบท่านรัฐมนตรีกลับไม่ได้เข้าประชุมคน ที่ทำหน้าที่ประธานประชุมคือท่านปลัด >> ปลัดกระทรวงพลังงาน >> ใช่ทำไมล่ะถ้าหากว่ารัฐมนตรีเป็นคนกังวล คือท่านวิภัฒน์ขออภัยเอ่ยชื่อท่านไม่ได้อยู่ใน กบนะ >> นะครับท่านไม่ได้อยู่ใน กบน. ท่านท่านก็ไม่ทราบไปนะแต่ว่าถ้าเป็นอย่างงั้นท่านรัฐมนตรีเป็นคนรายงานอ่าเนืนั้นแล้วทำไมตัวท่านไม่เข้าประชุมครับท่านปลัดเป็นคนทำหน้าที่ประธาน >> อันนี้ไว้ถามคุณรัฐพลนะอ้าไม่เป็นไรคือผมจะบอกอันนี้ย้อนกลับมามันจะโยงมาถึงคำถามคุณกรณวีรยุทธและคุณพีรพันธ์ด้วยว่าคุณพิพัฒน์บอกภาวะไม่ปกติ >> ครับ >> แต่ทำไมมาตรการที่พูดเกี่ยวกับการปล่อยลดรายงานตัวเลขแล้ว GPS มีอยู่ทำไมไม่ต้องรอให้ถามเอาเข้ามติตั้งแต่แรกเลยเมื่อมันเกิดเพราะมันเกิดกักอ่าไม่ใช่เกิดขาดแคนตั้งแต่วันที่ 1 ก็เริ่มแล้วอ่ะ >> คุณสรยุทธนิดนึงครับ >> GPS มันรู้เส้นทางรถ >> แต่มันไม่รู้ปริมาณ >> เอ่อใช่ต้องเอากระทรวงงานกรมธุรกิจพลังงานเอาข้อมูลมาจับ >> กรมธุรกิจพลังงานก็ไม่มีข้อมูลรายละเอียดตรงนี้ครับ >> ผู้ค้า >> เอ่อผู้ค้าต้องรายงาน >> ผมถึงบอกว่าต้องออกเป็นกฎหมายเป็นประกาศสำนักนายกตาม กคกให้รายงานทันทีไงครับ >> อ่ะอ่าอันข้อหลังเนี่ยผมผมเป็นคนกลางสัปดาห์ที่แล้วเนี่ยออกมาตรการเหล่านี้ >> ใช่ครับ >> ให้ผู้ค้ารายงานแต่ทำไมมันวิกฤตทำไมเพิ่งมาออกอ้าคุณพิพัฒน์ >> ไม่ใช่ครับไม่ใช่ครับเรามีการประชุมมาตลอดนะครับก็ต้องย้อนนิดนึงนะครับเรามี การประชุมใน สบก. มาโดยตลอดก็มีการหารือก็ถึงบอกแล้วว่าเราได้เชิญผู้ค้าและให้ผู้ค้ามาอธิบายว่าการที่แต่ละบริษัทเนี่ยมี การรายงานย้อนจากสถานีบริการที่ใช้แบรนด์ตัวเองเนี่ยย้อนกลับมาที่บริษัทต้นทางเนี่ยคือคือบริษัทแม่ >> ผู้ค้าตามมาตรา 7 เนี้ยว่าวิธีการรายงาน >> อื >> มันเป็นอย่างไร >> อ >> ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริษัท ปท. บางจาก เชลล์ >> PT หรือแม้กระทั่งซักโกหรือคาทควิธีการรายงานมันไม่เหมือนกันเลย >> แล้ว >> ในเมื่อวิธีการไม่เหมือนกันคุณจะเอาเข้า มาเข้าศูนย์แล้วคุณจะปล่อยออกเนี่ยมันยาก เพราะฉะนั้นก็เลยมีการหารือต่อว่าถ้าอย่างงี้พวกคุณรายงานเลยว่าวันนี้มีรถหมายเลขที่ทะเบียนรถเท่านี้นะครับของบริษัทนี้มาเติมน้ำมันของบริษัทอะไรเพื่อต้นทางอ >> จากโรงกลั่นไปที่ปลายทางสถานีบริการอะไรจังหวัดไหนภาคไหน >> จะไปกี่ทอดก็ตาม >> เรื่องของกี่ทอดก็ไม่เกี่ยวแต่ต้องรายงานเข้ามาให้บริษัทแม่เพื่อบริษัทแม่จะได้รวบรวมข้อมูลแล้วส่งไปให้ >> กรมธุรกิจพลังงาน >> กรมธุรกิจพลังงาน >> กรมธุธุรกิจพลังงานก็ต้องย้อนกลับมาที่ >> อื >> ก็ขนส่งทางบกเพื่อจะแจ้งเพื่อให้เราแท็กเส้นว่าจริงหรือไม่ >> ถ้าหากว่าเราได้รับข้อมูลจากผู้ค้าทุกราย >> เราสามารถแท็กให้ได้แล้วเรางานรายงานผลกลับได้ว่าตรงหรือไม่ตรงแต่ถ้าผู้ค้าไม่รายงานให้เรา >> ผมถามว่าแล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าตรงนี้มันไม่ใช่รอลูกค้าเราต้องออกเป็นเป็นประกาศสำนักนายกตามกำหนดฮะให้เขารายงานให้อำนาจตามกฎหมายที่มีและให้รายงานวันนี้ไม่เป็นไรออกวันนี้ก็ได้แต่ให้รายงานย้อนหลังมาตั้งแต่วันนู้นเลย >> อันนี้เขาออกแล้วสัปดาห์ที่สามารถเอาข้อมูลที่ถูกต้องเนี่ยเอามาไล่ให้ประชาชนดู >> อ่าทางนี้เรียกร้อง >> มันก็จะได้เคลียร์เรื่องว่าไม่มีการกักตุน >> อื ผมเข้าใจว่าคล้ายๆกันก็คือไม่เฉพาะรายงานจากนี้ที่มีประกาศให้รายงานย้อนหลังเลยจะได้เห็นว่าเฮ้ยตอนนั้นมันปกติมั้ย >> ครับวันที่ผมชื่นชมคุณวิภัฒน์มากนะครับคือวันที่ 19 มีนาคม >> อือ >> ที่คุณพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะ สบก. อื >> แล้วประกาศว่าวันพรุ่งนี้จะจับทั้งซัพพลายเชนมาแก้ผ้าและหาไอไอ้โม่ง >> หาไอ้โม่ง >> และหาไอ้โม่งนะครับวันนั้นน่ะผมก็จับตาดู ผมคิดว่าสังคมก็อยากรู้ต้องเรียนตามตรงว่าคุณพิพัฒน์เนี่ยก็ได้รับข้อวิจารณ์เนอะว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ถ้าท่านพิสูจน์ถ้าท่านพิสูจน์ได้ในวันนั้นที่ท่านบอกว่าจะจับไอ้ม่วงออกมาผมคิดว่าสังคมจะลดความคลางแคลงใจ >> คำถามก็คือพอข้อมูลคุณไปเปิดย้อนหลังแบบนี้อ่ากว่าที่คุณจะให้ GPS รายงานเข้ามาอย่างนี้ทำไมมันถึงไปย้อนหลังจากช่วงที่ตรึงราคาไปแล้ว >> อ้า >> คำถามมันก็เลยไม่ถูกตอบ