📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

เวทีดีเบต (ย่อย) สนามเลือกตั้ง กทม.

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว1:59:52

Transcription

อ่าและผมจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง กทม. กับ อ่าขุนพล กทม. ที่แต่ละพรรคเลือกมา อ่อเริ่มจากท่านแรกนะครับ พรรคภูมิใจไทย >> คุณเอกนัส พร้อมพันธ์ >> เอกนัส พร้อมพันธ์ สวัสดีครับคุณเอกนัส >> สวัสดี >> สวัสดีครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ >> อ่าถัดมา คุณสุภนัต มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต พรรคประชาชน สวัสดีครับ >> สวัสดีค่ะ >> ถัดมา คุณสกลที ภัทิยกุล ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ แต่เป็นขุนพล กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ เจอเข้าได้ทุกที่ ประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ กทม. สกลธี ภัทิยกุล สวัสดีครับ >> สวัสดีค่ะ >> สวัสดีครับ >> ส่วนเพื่อไทย ทำไมส่งคุณชนิน ผมไม่แน่ใจ ชนิน ลูกเกียรติ ผู้ฉบับบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย สวัสดีฮะ >> สวัสดีครับ >> สวัสดีครับ >> อ้าเริ่มเลยมั้ย อ่ะตูนพักก่อน >> ค่ะ >> วันนี้สบายๆ >> อย่าไปซีเรียส >> ครับ >> เอ่อถามคุณชเดนก่อน >> ให้ชิงแจงก่อนใช่มั้ครับ >> ทำไมพรรคถึงส่งคุณมา >> เอ่อจริงๆพี่ๆน้องพี่ๆ สส. หลายๆคนครับลงพื้นที่อยู่ ตัวผมเองเนี่ยเป็นเลขานุการ กองอำนวยการเลือกตั้ง กทม. ครับ >> เลขานุการกองอำนวยการเลือกตั้ง กทม. ครับ >> ถูกมั้ย >> ใช่ครับ >> อ๋อชันในรุ่งธนกติ ผมคิดว่าคุณ เอ่อตอนเป็นเลขารัฐมนตรีมหาดไทยถูกมั้ย >> ด้วยครับ ใช่ครับ >> แล้วก็เป็น อ่าลำโพงของประเด็นเรื่องรถไฟฟ้องไฟฟ้าใช่มั้ย >> ก็ อ่าเป็นเรื่องที่ตัวเองสนใจครับ แล้วก็ศึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอดครับ >> อื >> ครับ >> คุณสกลที >> ครับ >> สวัสดีครับ >> สวัสดีครับ >> อ้าเป็นยังไง ประชาธิปัตย์กระแสดีใช่มั้ย >> ก็เท่าที่ลงพื้นที่พร้อมท่านหัวหน้าพิสิต ก็ตอบรับดีมากครับ >> ไม่ได้ ส.ส. ขอแม้แต่คนเดียวมา 2 ยุคแล้วนะ >> 2 ครั้งแล้วครับ >> มั่นใจเหรอรอบนี้ >> ก็กรุงเทพฯ มันเป็นสนามที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ประยุทธ์คือที่ผ่านมาเราก็เคยได้เกือบหมดนะครับ แล้วก็มาเหลือศูนย์ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าที่ได้อยู่อาจจะเหมือนเดิม หรืออาจจะหมดก็ได้ไม่ไม่แน่มันต่าง มันต่าง >> กรุงเทพมหานครสวิงสูงมาก >> สวิงสูงมากครับ >> ถูกมั้ย >> ทุกครั้ง >> อ่าทุกครั้ง >> ครับ >> ประชาธิปัตย์จะมาทวงเก้าอี้ >> ครับ >> คุณเอกนัส >> ครับ >> อ่า >> เคยเป็น สส. เขต กทม. หลายปีแล้วนะ >> ใช่ครับ >> ฝั่งธน น่ะ >> ตั้งแต่ปี 2554 >> เขตทวีวัฒนา หนองแขม >> นะครับสุดเขตของกรุงเทพมหานคร อครับ >> รอบนี้เป็นบัญชีรายชื่อ >> เป็นบัญชีรายชื่อครับ >> แล้วภูมิใจไทยก็เช่นเดียวกัน อันนี้หนักกว่าประชาธิปัตย์เองไม่เคยได้เลยแม้แต่คนเดียว >> ก็ต้องทำสิ่งที่ยากให้มันเป็นไปได้ อ >> นะครับ เอ่อผมผมพูดหลายครั้งว่าถ้าถามว่ามั่นใจหรือเปล่าเนี่ย ผมไม่เคยใช้คำว่ามั่นใจนะ แต่เที่ยวนี้จะตั้งใจเต็มที่ ทุ่มเทเต็มที่ครับ >> อืมีเขตไหนเป็นพิเศษมั้ย >> เอ่อเราพยายามทำให้ดีที่สุดทุกเขตนะครับ แต่แน่นอนบางเขตเนี่ยอย่างเช่นคุณโอ๋สุดซอยนะครับ ผมก็ได้ >> บางกะปิเนี่ย เอ่อผมยกตัวอย่างนะครับอย่างพี่โอ๋เนี่ยก็พิสูจน์ตัวเองทั้งเรื่องการทำงานในพื้นที่ ไม่เคยทิ้ง แล้วก็ทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมไปชนกับพวกทุนเทาทุนศูนย์เหรียญเนี่ย จนกระทั่งผมว่าลูกบ้านก็เห็นความตั้งใจของเขานะครับ >> อคุณโอ๋ ถิติพัฒน์ใช่มั้ย >> ใช่ครับ >> เป็นอดีต สส. พรรคพลังประชารัฐ >> ใช่ครับ >> ถูกมั้ย >> ใช่ครับ >> สอบตกไปรอบที่ ขออภัยใช้คำว่าสอบตก >> ไม่มีปัญหาครับเป็นเรื่องปกติครับ >> ไปรอบไปรอบที่เจอพายุของพรรคประชาชนตอนนั้นเป็นก้าวไกล >> ใช่ครับ >> กวาดไป 32 เหลือไว้ 1 >> ครับเพื่อไทย >> ให้คุณธีรัตน์ที่ราชกระบัง >> ใช่ครับ >> แล้วชนะเ้าไป 4 คะแนนเอง >> ครับ >> นิดเดียวถูกมั้ย >> ครับจริงๆพี่โอ๋พี่โอ๋คะแนนดีกว่าเดิมนะ ลงปี 627,000 พอมาปี 66 ได้คะแนนเกือบ 30,000 แต่ว่าต้องยอมรับว่ากระแสพรรคก้าวไกลเมื่อปี 66 เนี่ย >> ของคุณสุภนัสเนี่ยก็ตอนนั้นกระแสดีจริงๆ นะครับ >> เอ่อคุณสุภนัตเป็นคนเดียวในที่นี้ที่เป็นผู้สมัคร สส. เขต >> ครับ >> ถูกมั้ฮะ >> ถูกครับ >> อ่ะทำไมถึงเป็นคุณ >> ก็ >> เพราะผมบอกไปใช่มั้ยไม่หรอกผมยกตัวอย่างไปอย่างกรณีของพรรคภูมิใจไทยผมก็ยกตัวอย่างไป >> ครับ >> เพราะเ้ามีความโดดเด่น >> ใช่ครับ >> ของประชาธิปัตย์ก็เช่นเดียวกัน >> ครับ >> เพียงแต่เพื่อไทยตอนแรกผมบอกคุณอิ่ม >> อ่าครับ >> จริงๆตอนแรกพี่อิ่มก็จะมาครับแต่ช่วงนี้อย่างที่พี่ยุทราบเลยครับต่อสู้หนักครับ ลงพื้นที่หนักจริงๆครับก็เลยขออนุญาตครับ >> อืขออนุญาตใช่มั้ยต้องเรียงงี้ครับพี่ยุ ครับผมคิดว่านโยบาย กทม. เนาะอย่างน้อยที่สุดเนี่ยตัวแทนที่เป็นผู้สมัครเขตเนี่ยก็ควรต้องมาเพราะฉะนั้นเนี่ยพรรคเราก็ไม่ได้ส่งใครที่เป็นบัญชีรายชื่อแม้จะดูในภาค กทม.ก็ตามก็ต้องส่งผู้ที่เป็นผู้สมัครเขตนะครับมาลงอ >> นั่นเห็นมั้ยตัวแทน กทม. ควรจะเป็นเขตพรรคก็ไม่ส่งคนที่ไปบัญชีรายชื่อหรอกอย่าง อ่าขุนพล กทม. ของคุณใคร >> ก็ต้องเป็น >> คุณวิจารณ์ใช่มั้ย >> ก็มีทั้งคุณวิจารณ์ด้วยนะครับที่ดูในภาพใหญ่ >> ถูกต้องครับ >> ถ้าเทียบกับกลุ่มนี้ใช่มั้ย >> ถูกครับ >> แต่ว่าพวกผมก็เคยเป็น สส. เขตมาก่อนก็คงจะพอไหว >> อ้าเป็น สส. โอเคมาก่อนยกเว้นทางชนินทนี่มา จากอีสานเลยครับ >> แต่แต่ผมก็ผลักดันแล้วก็ขับเคลื่อนประเด็นของกรุงเทพมหานครมาโดยตลอดนะครับ ผมว่าเวลานี้จริงๆผู้สมัครแบบเขตควรจะทำงานกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็เป็นความรับภาระความรับผิดชอบของปาติมากกว่าครับที่มาออกรายการ >> แต่แต่เรื่องเนี้ยผมว่าต้องเข้าใจก่อนนะว่าประชากรในกรุงเทพฯเนี่ยไม่ใช่แค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนะครับยังมีคนที่อยู่ต่างจังหวัดอีก >> แต่มาใช้ชีวิตทำงานในกรุงเทพฯ >> ผมว่าพอๆกันเลยนะครับ >> อืออื >> สำหรับคนที่มีมีสิทธิ์เลือกตั้งคือมีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพแล้วก็คนต่างจังหวัดอ >> จริงๆเวลาทำงานมันต้องต้องให้ทุกคนอยู่ได้ดีด้วยกันครับ >> เอ่อสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานครคือสนามเลือกตั้งที่มีจำนวน สส. เขตมากที่สุด >> ครับ >> ของประเทศไทยคือ 33 คน >> ครับ >> และเป็นสนามเลือกตั้งที่มีคะแนนบัญชีรายชื่อมากที่สุดของประเทศด้วย >> ใช่ครับ >> ถูกมั้ย >> คือที่เขาจะเลือกบัตรสีชมพูเนี่ย >> ครับ >> กรุงเทพฯก็มากที่สุดจึงเป็นสนามสำคัญ วันนี้ก็เลยตั้งใจจะมาพูดคุยกันในวันนี้อ่านในฐานะแชมป์เก่าลงหาเสียงมาต่อเนื่องใช่ไหม >> ถูกต้องครับพี่ยุทธ >> แต่อยู่เฉพาะในเขต >> ถูกต้องครับ >> เป็นยังไงบ้างดูกระแสถ้าเทียบกับรอบที่แล้ว >> ผมว่าช่วงแรกๆเนี่ยอาจจะยังเงียบๆอยู่ >> นะครับผมแต่ว่าพอมาช่วงท้ายเนี่ยอย่างช่วงสัปดาห์นี้ที่ผ่านมาเนี่ยผมคิดว่าหลายท่านค่อนข้างชัดเจนแล้ว >> โดยเฉพาะยิ่งกลุ่มเดิมที่เคยกาเราเนี่ย >> อือ >> ผมก็เจอทุกคนก็บอกว่าเลือกเหมือนเดิม >> อือ >> นะครับ >> อ >> ส่วนกลุ่มที่ไม่เลือกบางท่านอาจจะลังเลอยู่บ้างนะครับก็ต้องพยายามที่จะ conเverร์และทำให้เห็นว่าเรามีนโยบายไหนที่ดีกว่าเขานะครับในการนำเสนอครับ >> อ่อสำหรับคุณสุพนัสพรรคประชาชนที่ว่ากรุงเทพฯเป็นสนามกระแสมั้ย >> จริงๆต้องบอกว่ามันเป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชนมากกว่าครับ >> คือกระแสมันมาจากอะไรมันมาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนถูกไหมครับ >> เราไม่ใช่บอกว่าพี่น้องประชาชนเห็นสื่อในโซเชียลปุ๊บแล้วไปกาปั๊บอันนั้นก็เป็นการดูถูกพี่น้องประชาชนถูกมั้ยครับผมคิดว่าคนกรุงเทพฯติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดเพราะว่าอยู่ใกล้ส่วนกลางของประเทศนี้เพราะฉะนั้นคงกรุงเทพฯก็รู้นะครับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นอย่างไรและมีความคาดหวังต้องการอย่างไรให้ประเทศเปลี่ยนแปลง >> ครับอืออ่ะเอ่อผมจะเริ่มจากคนนอกกรุงเทพฯก่อน >> ครับ >> เอ่อเอ่อให้พูดถึงภาพใหญ่ >> ครับ >> ว่าทำไมถึงต้องเป็นเพื่อไทย ซึ่งถ้าเลือก สส. เพื่อไทยทั้งบัญชีรายชื่อกับเขตเข้าไปเนี่ยเพื่ออะไร >> ครับ >> ทำไมจะเกิดอะไรขึ้นอ้าเชิญฮะ >> ของกรุงเทพมหานครใช่มั้ยครับ >> ใช่หมายถึงคุณจะเป็นปัญหากรุงเทพฯก็ได้ หรือกรุงเทพฯคือแต้มคะแนนที่จะทำให้เพื่อไทยเข้าไปทำหน้าอะไรแบบที่คุณแคมเปญ น่ะ >> ได้ครับ >> เออ >> อ่าทางนี้หรือก็พี่ยุทธเดีฟ >> อ่ะมองทางนี้ก็ได้กล้องนี้อ้า >> ครับผมเอ่อเพื่อไทยครับเพื่อกรุงเทพมหานครครับเพื่อไทยทำได้กรุงเทพฯทำได้ครับ >> อนโยบายของกรุงเทพมหานครสำหรับพรรคเพื่อไทยในรอบนี้มีหลากหลายครับผมจะพยายามรวบเป็น 4 กลุ่มนโยบายครับ 4 2 รถ แล้วก็ 2 เพิ่มเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ครับรถแรกครับคือการลดความเหลื่อมล้ำเรามีนโยบายครับที่จะแก้หนี้ทั้งระบบแล้วก็มีนโยบายครับที่จะสร้างหลักประกันรายได้พื้นฐานให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศรวมถึงกรุงเทพมหานครครับก็คือคนไทยไร้จนเติมรายได้ให้ต่ำให้ไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่ 3,000 บาททุกคนครับทุกกลุ่มป่อบางแล้วเรายังเดินหน้านโยบายหวยเกษียณครับก็คือการเปลี่ยนเงินซื้อหวยกลายเป็นเงินออมเก็บไว้ใช้ยามเกษียณนโยบายนี้กฎหมายพร้อมแล้วครับเข้าไปทำได้เลยกลุ่มลดกลุ่มที่ 2 ครับคือการลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนครับ >> เรายังเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายแล้วก็เพิ่มเติมครับรถเมล์ EV 10 บาททุกเส้นทางต่อเนื่องด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทยครับให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาเพียง 4,000 บาทต่อเดือนไม่มีเงินดาวแล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนครับลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดค่าใช้จ่ายในการมีที่อยู่อาศัยลงครับ >> รวมไปถึงอีกหนึ่งโครงการที่เราอยากจะทำต่อจากรัฐบาลปัจจุบันครับคือโครงการคนละครึ่งแต่เราเห็นแล้วครับว่าการใช้เงินของพี่น้องประชาชนที่รัฐเติมเข้าไปใช้ไม่หมดครับเราจึงจะเดินหน้าต่อเป็นคนโครงการยิ่งกว่าพล 70 นั่นหมายความว่ารัฐจ่าย 70 พี่น้องประชาชนเติมแค่ 30 เพื่อให้เงินที่รัฐเติมเข้าไปไม่มีเหลือในกระเป๋าของพี่น้องประชาอ >> อีก 2 กลุ่มนโยบายครับคือกลุ่มนโยบายเพิ่มเพิ่มแรกครับเราจะเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้พี่น้องประชาชน >> เดินหน้าโครงการครับ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษาส่งพี่น้องประชาชนนักเรียนนักศึกษาครับไปเรียนต่างประเทศเพื่อกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการเห็นโลกที่กว้างขึ้นแล้วมาพัฒนาอาชีพในประเทศไทยกับอีกหนึ่งนโยบายครับเรียนได้งบจบได้งานเป็นนโยบายกิลครับสำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยนงานหรือมีภาระไม่สามารถออกจากงานได้รัฐให้โอกาสในการออกจากงานโดยการรีสกิลกับภาครัฐให้ค่าครองชีพ 10,000 บาทครับและมีการการันตีว่าหากอ่ารีสกิลเสร็จแล้วจะมีงานที่ภาครัฐหาให้เป็นงานที่มีรายได้สูงขึ้นทันที >> อีกกลุ่มเพิ่มครับคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้พี่น้องกรุงเทพมหานคร >> เรายังเดินหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค 30 บาทรักษาทุกที่รอบนี้เราเป็น 30 บาทรักษาทุกใจแล้วก็ 3 บาท AI ควบกับโครงการนักจิตวิทยาประจำตามโรงเรียนครับนั่นหมายความว่าเราจะส่งเสริมเรื่องการดูแลเรื่องสุขภาพใจครับให้เข้าถึงจิตแพทย์ได้ง่ายขึ้นและเราก็ยังเดินหน้าอีก 3 กฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงครับอ่าพรบ.อากาศสะอาดพรบ. Clate Change แล้วก็ พร.บ. Universal Design ส่งเสริมให้การพัฒนาพื้นที่รอบๆกรุงเทพมหานครหรือพื้นที่ในเมืองเนี่ยครับเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนเข้าถึงได้และก็เป็นมิตรกับทุกคนทุกกลุ่มจริงๆและสุดท้ายครับ AI for all ครับนโยบายในการผลักดัน AI กับทุกเรื่องของการพัฒนาประเทศรวมไปถึงการพัฒนาเมืองครับเราจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองโดยการทำนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้กับการบริการของภาครัฐทั้งเรื่องความปลอดภัยสัญญาณไฟสัญญาณจราจรหรือว่าการบริการตามสถานที่ต่างๆของภาครัฐเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยครับเราจะยกเครื่องกรุงเทพมหานครยกเครื่องประเทศไทยเพื่อไทยทำได้เพื่อไทยเบอร์เก้าครับ >> อ่าอ้าผมจำได้หมดแล้วครับเดี๋ยวจะมาโต้แย้งกันหรือไม่ประการใด >> ครับ >> ประชาธิปัตย์พร้อมมั้ย >> พร้อมครับ >> เอาให้ครบนะว่าทำไมต้องเป็นประชาธิปัตย์นะอ้าเชิญฮะคุณสกลทีพรรคประชาธิปัตย์ >> ใช่ครับเรียนพี่ยุทธกับเรียนพี่น้องชาวไทยนะครับของประชาธิปัตย์เนี่ยถ้าจะเอาทั้งหมดเนี่ยเกือบร้อนนโยบายที่ส่งให้ กกต. เนี่ย 11:00 น. ก็ไม่พอนะครับคือผมจะคัดมาเฉพาะเอ่อที่เป็นเรือธงของทางกรุงเทพมหานครนะครับซึ่งเป็นเอ่อ P point หรือ >> เรื่องปวดใจของคนกรุงเทพฯก็เป็นเรื่องการจราจรและขนส่งสาธารณะนะครับผมของกรุงเทพฯของประชาธิปัตย์เนี่ยเราเอ่อดูแลเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าเนี่ยเราใช้ระบบเอ่อ 5 เฉลี่ย 5-30 บาทนะครับคือถามว่าทำไมต้องเป็น 5-30 บาทเพราะเรามองว่าเป็นราคาที่เหมาะสมนะครับคือได้ทั้งคนที่ใช้แล้วก็ ได้ทั้งผู้ประกอบการด้วยนะครับรวมถึงเป็นราคาที่ทำได้จริงแล้วก็ทำได้เร็วโดยไม่ไปกระทบกับงบประมาณของภาครัฐโดยโดยหลักนะครับเพราะว่าถ้า 5 ถึงเท่าไหร่นะ >> 5-30 บาท >> 5-30 >> อ่าครับผมเป็นเฉลี่ยคือเราจะแบ่งเราจะแบ่งโซนนะครับคือถ้ามีภาพเห็นเป็นแผนที่ เราจะเห็นเลยคือเราเราจะแบ่งโซนกรุงเทพฯ เป็น 4 โซนนะครับเหมือนเหมือนเอ่อลอนดอนก็ตรงเป็นเป็นไข่แดงตรงกลางแล้วก็เป็นวงรอบๆไปนะครับ 5-30 บาทเนี่ยก็อย่างโซน 1 ก็เป็นโซนที่เป็นชั้นในก็จะเป็นเอ่อ 10 15 20 บาทนะครับโซนที่ 2 โซนที่ 3 เนี่ยท่านจะเห็นเนี่ยเป็นเอ่อปริมณฑลก็จะ 10 บาทส่วนโซนสุดท้ายโซน 4 เนี่ยจะเป็นออกไปข้างนอกก็เป็น 5 บาท >> คือทั้งหมดเนี่ยจะสามารถข้ามไปข้ามกันมาได้แต่เราจะมีแคปอยู่ที่ 30 บาท >> ที่ถามว่าทำไมเพราะเราศึกษามาแล้วว่าตอนเนี้ยคนไทยใช้เอ่อเงินจ่ายรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 35 บาทซึ่งแพงมากคือบางครั้งเนี่ยเค้าไม่ได้เดินทางเเดินทางสั้นก็ต้องเสียราคาแพงนะครับคือเราเราพยายามออกแบบให้ราคาเฉลี่ยเนี่ยมันมันน้อยคือคนที่เดินทางระยะสั้นก็จ่ายน้อยอาจจะจ่ายแค่ 5 บาทคือขั้นต่ำคือ 5 บาทคือเดินทางเฉพาะโซนนอกคือโซน 4 เป้าหมายคือเราอยากให้อะเอ่อคนที่อยู่โซนนอกเนี่ยหางานทำหรือว่ามีกิจการที่ขยายไปโซนนอกก็จะถูกหน่อยแต่คนที่ข้ามไปข้ามมาเนี่ยก็จะมีแคปราคาอยู่ที่ 30 บาทเริ่มต้นที่ 5 บาทแล้วก็สูงสุดคือ 30 บาททีนี้ถ้าสมมุติว่าเกินทำไงเกินก็คือก็ตัดราคาที่ 30 บาทอันนี้ >> สูงสุด 30 บาทคืออันนี้รวมกับรถเมล์ด้วยนะครับคือสมมุติถ้าเราขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเราต่อรถเมล์เนี่ยยังไงก็ไม่เกิน 30 บาทเลย >> Coเวอร์ไปหมดเลยนะครับ >> ไม่ใช่ 40 + 10 ไม่ใช่ >> ไม่ใช่ครับไม่ใช่ครับก็คือราคาเนี้ยคือราคาที่เราดูว่าเราทำได้จริงและทำได้เร็วคือภายใน 90 วันเนี่ยผมคิดว่าสายสีม่วงกับสายสีแดงเนี่ยจะสามารถปรับราคาได้แล้วหลังจากนั้นเนี่ยก็มีการคุยมีการเอ่อดีราคากับทางเอกชนคือเราจะใช้การปรับโครงสร้างราคาเหมือนญี่ปุ่นเหมือนลอนดอนเหมือนเกาหลีที่เราไม่เอาราคาเดียวเพราะเรามองว่าคนที่นั่งระยะสั้นเนี่ยเราต้องมาจ่ายราคาเดียวกับคนนั่งระยะยาวเนี่ยมันไม่เป็นธรรมแล้วก็การที่เราใช้แฟลชเรทราคาเดียวเนี่ยมันจะทำให้เอ่อการอุดหนุนของรัฐบาลเนี่ยใช้เงินมากนะครับแต่ถ้าดูของประชาธิปัตย์เนี่ย 5-30 บาทเนี่ยเราจะ ไม่ไปแตะกับสัญญาเลยคือเราจะรอให้สัญญา ของผู้ประกอบการแต่รายเนี่ยหมดอย่างของสีเขียวนี่คือปี 2572 ของสีน้ำเงินเนี่ย 2593 3 คือระหว่างนั้นเนี่ยเอ่อจะเป็นการชดเชยจากรัฐซึ่งเราใช้งบประมาณในการชดเชยเนี่ยปีนึงประมาณ 8,000 ล้านบาททั้งรถไฟฟ้าทั้งรถเมล์ >> คำนวณมาแล้วนะ >> คำนวณมาแล้ว 2 อย่างซึ่งเราดูแล้วว่าระบบเนี้ยเป็นระบบที่กวนเงินรัฐบาลน้อยที่สุด >> คือถ้าเราใช้แฟลชเรทถูกๆเนี่ยเราสามารถได้เลยครับผมจะ 10 บาทผมจะ 20 ผมจะ 30 ได้เพียงแต่ว่าการชดเชยเนี่ยมันจะสูงมากแล้วมันต้องโอกาสเกิดยากเพราะว่ามันไม่สามารถที่จะเจรจาได้หรอกมันต้องซื้อทุ่มเงินซื้อสัมปทานกลับอย่างเดียวซึ่งอันนั้นเนี่ย 100,000 ล้านก็ไม่อยู่ครับผม >> อ่าเดี๋ยววิธีมาคุยกันแต่ตะกี้ผมจับจุดที่คุณตากนะครับ >> อ่าวงของคุณข้างนอกถ้าอยู่ชานเมืองกลับถูก >> ถูกครับ >> ถูกมั้ย >> ครับ >> อ่าถ้าอยู่วิ่งกันเฉพาะชานเมืองเนี่ยกลับรักษาถูก >> ใช่ครับครับอันนี้ก็คือเหตุผลคือเราจะจูงใจให้คนเนี่ยเอ่อพยายามให้ความเจริญกระจายออกมาแล้วคนทำงานอยู่ในโซนตัวเองครับผม >> อเดี๋รถไฟฟ้าจะเถียงกันอะไรต่อ >> ได้ครับอีกเรื่องนึงก็คือเรื่องเอ่อเงินเดือนเพราะผมคิดว่าที่เป็นเพาะอีกอย่างของคนกรุงเทพฯก็คือว่าจ่ายภาษีเร็วมาก >> อือ >> เอ่อสมัยก่อนเนี่ยระบบภาษีเนี่ยเราจะเริ่มต้นคำนวณจ่ายเมื่อเงินเดือน 26,000 บาทนะครับแต่ของประชาธิปัตย์เนี่ยเราจะขยายเป็น 40,000 บาทถึงจะเริ่มจ่ายภาษี >> อันนี้ก็จะเป็นจะเป็นเงินที่ทำให้คนที่เพิ่งจบมาทำงานใหม่ๆเนี่ยเค้ามีช่วงเวลาในการหายใจหายคอและมีกำลังซื้อในการจับจ่ายเศรษฐกิจมากขึ้นผมคิดว่าอันเนี้ยอาจจะเป็น 2 2 เรือธงของนโยบายกรุงเทพฯของเราครับ >> อ่าคนกรุงเทพฯเป็นคนทำงานเดิมเท่าไหร่นะ >> เดิม 2,000 เฉลี่ย 26,000 >> เฉลี่ย 26,000 แปลว่าคุณมีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่แล้วหักค่ารถหย่อนหักอะไรแล้ว >> ใช่ครับถึงจะเริ่มจ >> เหลือประมาณ 26,000 >> อ่าต่อไปคุณบอกว่าหักอะไรแล้วให้เหลือ 40,000 ขึ้นไปเท่านั้นถึงเริ่มจากเริ่มจับภาษีถูกต้องครับ >> ถูกมั้ย >> อ่ะจุดเด่นของคน >> จุดเด่นอันนี้คือทำให้เรามีคนที่เริ่มทำงานใหม่ๆเงินเดือนน้อยเนี่ยยังมีโอกาสที่จะเอาเงินไปจับจ่ายอย่างอื่นได้ >> อืออือ >> อ่ะอันนี้เป็นการเหมือนกับว่าแผ่งเบาภาระอีกทางนึงอันนี้ช่วยขยายความนะ >> อ่านอกจากการลดค่าใช้จ่าย >> ครับ >> ยังมาช่วยในแง่รายได้ไม่ถูกหักภาษีสำหรับคนเริ่มต้น >> ใช่ครับ >> ทำงานถูกมั้ย >> ใช่ครับ >> อ้าพรรคภูมิใจไทยโพดแล้วทำพลัด >> ครับเอ่อคือเราอยากให้กรุงเทพฯจริงๆเหมือนเหมือนประเทศไทยเลย >> นะครับเป็นเป็นเมืองที่ให้ความสุขกับคนทุกคน >> อือ >> นะครับความสุขแรกเนี่ยนะครับแล้วพี่ยุทธอย่าหาว่าผมเอาเอาชาตินิยมมาขายนะแต่ว่าความสงบสุขแรกเนี่ยก็คือปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางชายแดน >> อ >> นะครับเอ่อถ้าประเทศไม่มั่นคงเนี่ยยังรบกันอยู่ที่ชายแดนจะคนที่ไหนในประเทศโดยเฉพาะในคนกรุงเทพฯไม่มีทางสงบสุขได้เลยครับเพราะความมั่นคงเนี่ยคือรากฐานของความสงบสุขและการพัฒนาทุกเรื่อง >> ถ้ายังรบกันอยู่ที่ชายแดนเนี่ยนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมั้ยครับนักเที่ยวมาชายแดนเลยเหรอ >> เอ้าแน่นอนครับ >> เพราะผมถึงบอกว่าความสงบสุขเนี่ยมันอย่างน้อยสุขใจไงไม่ต้องตื่นมาแล้วลุ้นว่าทหาร เอ่อขาทหารจะขาดอีกมั้ยนะครับเขมรจะมายิงเราอีกมั้ยระเบิดจะลงที่ไหนอีกเพราะฉะนั้นความสงบสุขแรกเนี่ยเกิดขึ้นที่ชายแดน >> อืถ้าประเทศมีความมั่นคงนะครับเศรษฐกิจก็ดีสังคมก็ดี >> ไม่ต้องมาวง >> ไม่ต้องมาวงแล้วแล้วรัฐบาลของภูมิใจไทยเนี่ยทำมาแล้วตอนนี้สงบแล้วจบที่เราไม่เสียเปรียบนะครับในเวทีโลกเราก็ไม่เสียเปรียบนะครับจากนี้ไปเนี่ยก็ต้องสร้างรั้วสร้างกำแพงเพื่อที่จะปกป้องชีวิตของทหารเราและทำให้คนในประเทศไทยอุ่นใจได้ว่าจะไม่มีเอ่อระเบิดกระสุนนะครับช่วยทหารเนี่ยปกป้องแนวชายแดนไม่ให้มีระเบิดกระสุนมาทำร้ายใช้ชีวิตของคนไทยแล้วก็ทหารของเราอีกรวมไปถึงภัยคุกคามอื่นจะเป็นยาเสพติดของเถื่อนเอ่อรวมไปถึงนั้นด้วยกองทัพต้องแข็งแรงนะครับด้วยทหารอาสาเป็นมืออาชีพแต่การที่มาเป็นทหารเนี่ยไม่ทำให้เสียโอกาสมีการฝึกอาชีพ 4 ปีมีเงินเดือนไม่มีใครมาหักหัวคิวได้ทุกเดือนเดือนละ 12,000 ไป 4 ปีถ้าจบมาอยากเป็นทหารต่อก็ทำได้ >> ถ้ากองทัพเราแข็งแรงชายแดนเรามั่นคงประเทศเรามั่นคงนั่นคือความสุขแรก >> อื >> ความสุขต่อมาคือเรื่องเศรษฐกิจนะครับแน่นอนในกรุงเทพมหานครเนี่ยเป็นเมืองที่จ่ายภาษีมากที่สุด >> นะครับท่านไปดูรายได้ภาษีจากประเทศไทยเนี่ยมาจากกรุงเทพฯเกินครึ่งอ >> นะครับเพราะฉะนั้นนโยบายทุกอย่างเนี่ยถึงแม้เราจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ต้องทำแบบมีความรับผิดชอบไปลดแลกแจกแถมให้หมดทุกอย่างในที่สุดก็ออกจากกระเป๋าคนกรุงเทพฯอยู่ดีนะครับเราถึงมีนโยบายอย่าง เอ่อคนละครึ่งพล >> อือ >> ก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่ช่วยกันอ่าคนซื้อก็ได้คนขายก็ได้รัฐบาลออกให้ครึ่งนึงนะครับออกไปแล้วเฟสแรก 40,000 กว่าล้านถ้ากลับเข้ามาอีกก็ออกไปอีกเฟส นึงนะครับเดี๋ยวนี้เดินตามร้านค้าเนี่ยเราเห็นเสียงตอบรับเลยว่าพ่อค้าแม่ค้าก็ทวงหนี้ท่านนายกนะฮะต้องดูแลความปลอดภัยด้วยเพราะว่าเจ้าหนี้เต็มไปหมดเลย >> นะฮะก็ทุกคนก็อยากได้แล้วเศรษฐกิจก็จากฝืดเคืองเนี่ย GDP จากเดิมที่อยู่ประมาณคาดการณ์ว่า 0% กว่าเนี่ยปรากฏก็ดึงขึ้นมาอยู่ที่เปอร์เซ็นต์กว่าแต่นี้ต่อไปเนี่ยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่พอนะครับเราก็ต้องทำให้ขีดความสามารถเนี่ยหรือเอ่อศักยภาพในการหาเงินของคนกรุงเทพฯดีขึ้นด้วยก็จะมาในเรื่องของไม่ใช่แค่คนละครึ่งแต่เป็นเรื่องของพลั >> นะฮะก็คือดึงเข้ามาใส่ในระบบเราก็เห็นแล้วว่าพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าระบบเนี่ยเป็นแสนรายที่พอเข้าโครงการไอ้ตัว Plus เนี่ยมีการฝึกทักษะหาตลาดใหม่ให้ทางออนไลน์เนี่ยขายของเพิ่มขึ้นได้ 5 เท่าตัว 6 เท่าตัวก็ต้องทำต่อไปในเฟสต่อไปอนะครับนั่นคือความสุขที่ 2 แต่หลังจากกระตุ้นเศรษฐกิจเนี่ยเราก็อยากให้มันกระจายไปถึงความเป็นอยู่ของคนตัวเล็กๆธุรกิจเล็กๆดีขึ้นด้วยก็ต้องไปลดภาระลดรายจ่ายให้กับเขา >> ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟฟ้า >> นะครับเดี๋ยวนี้มีเราสามารถมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟสะอาด >> แล้วถ้าทำได้ดีเทคโนโลยีราคาถูกด้วยนะครับเราไม่ต้องใช้เงินอะไรเพิ่มมากมายเนี่ยสามารถลดค่าไฟได้ก็ 200 หน่วยแรก >> อ >> 3 บาทไม่เกิน >> นะครับอันนี้คือไฟฟ้า >> คือถ้าใครใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแค่ 3 บาท >> 3 บาท >> หรือทุกคนที่ใช้ 200 หน่วยแรกคือ 3 บาท 200 หน่วยแรก >> ใช่ครับ >> แต่ถ้าเกิดวันนั้นราคาปกติก็ >> ก็ก็ว่าไปแต่ราคาโดยรวมก็ต้องลดลงอยู่ะนะ ครับจากเดือนนี้ 3.80 80 กว่านะครับก็จะ มีเรื่องไฟฟ้าหรือจะเป็นขนส่งมวลชนเราก็สนับสนุนให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของ >> 40 บาทตลอดวัน >> เอ่อไม่เกิน 40 นะครับคือคือภารกิจแรกเนี่ยเอาเอาตามความเป็นจริงนะ >> มันต้องรวมกันมาเป็นตั๋วเดียวก่อนนะฮะเพราะตอนนี้มันบริหารกัน 4 สายเลยนะทั้ง BTS ทั้ง MRT บนฟ้าใต้ดินชานเมืองAirpอ Link ตอนนี้ต้องรวมมาเป็นตั๋วเดียวค่าแรกเข้าเนี่ยไม่ใช่แย่งกันเก็บที่เดียวแล้วก็แบ่งคล้ายๆของประชาธิปัตย์คือแบ่งกันเป็นโซนก็ขยับไปแต่ในที่สุดต้องไม่เกิน 40 บาท >> ลิมิตไว้ 40 >> ลิมิตไว้ที่ 40 ส่วนถ้าจะอุดหนุนเท่าไหร่จาก 40 มันก็จะลดลงมาเหลือ 35 เหลือ 30 แต่แต่จากการบริหารสัญญาโดยที่ไม่ต้องใช้เงินไปเอาเงินภาษีไปอุดหนุนเพิ่มเนี่ยเราก็เชื่อว่า 1 ค่าแรกเข้าเนี่ยไม่ต้องแย่งกันเก็บนะครับเก็บที่เดียวนะฮะไม่ใช่ว่าจากจากเนี่ยจาก BTS ไป MRT >> แต่มันมีวิธีการซึ่งเดี๋มาคุยกัน >> ใช่ครับแล้วก็ >> เพราะทุกคนก็จะบอกว่าไม่ต้องใช้เงินภาษี ใช่ครับอ >> ถูกต้องไม่ไม่อยากที่จะผลักภาระให้เป็นเงินภาษีไปมากกว่านี้เพราะว่าภาษีมันก็ออกมาจากกระเป๋าคนกรุงเทพฯอยู่ดีนะครับหลังจากนั้นก็เรื่องชีวิตความเป็นอยู่เรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับตอนนี้ก็มีเรื่องฝุ่นครับก็ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนใช้รถไฟฟ้านะครับที่ทำมาแล้วมาตรฐานเชื้อเพลิงยูโร 5 ยูโร 6 ทำมาแล้วนะครับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าด้วยที่เราจะสนับสนุนเรื่อง Made in Thailand Plus ให้ธุรกิจไทยผลิตนะ ฮะถ้าเป็นยานยนต์ยนไฟฟ้ายาก >> แต่ถ้าเป็นจักรยานยนต์ไฟฟ้าเนี่ยคนไทยสามารถผลิตได้นะครับเราก็จะ >> สนับสนุนให้ผลิตแล้วสามารถผ่อนจ่ายวันละ 10 บาทได้นะฮะก็เดือนละประมาณ 300 >> อื >> เดือนละ 300 ผ่อน 60 งวด 18,000 บาทเนี่ยได้รถไฟลดจักรยานดวนไฟฟ้าคันนึงเอาไปใช้ก็ลดเรื่องมลภาวะด้วย >> โรงงานรอบๆกรุงเทพมหานครนัผมเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมเนี่ยก็ปราบมาหมดพวกเตาหลอมที่ส่งควันพิษเข้ากรุงเทพมหานครเราจัดการเรื่องการเผาเอ่อในที่โล่งนะฮะสมัยผมเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมเผาอ้อยก็ลดลงจาก 30 เหลือ 15% ไม่เกิน >> นะครับสิ่งเหล่าเนี้ยคือสิ่งที่เราจะอำนวยความสะดวกและให้เป็นความสุขของคนทุกคนยังไม่นับเรื่องผู้สูงอายุลดภาษีไม่เกินล้านลดลง 50% >> นะครับหรือจะเป็นบ้านผู้สูงอายุที่สนับสนุนให้เอกชนมาร่วมลงทุนนะครับทำให้ครับศูนย์บำบัดยาเสพติดนะฮะพยาบาลอาสาซึ่งเดิมเนี่ยเราก็ไปเน้นเอ่อสาธารณสุขเห็นมั้ฮะไปใช้เงินกับคนที่ป่วยแล้วแต่เราต้องมีด่านหน้านะฮะเหมือนต่างจังหวัดเดิมทีมีอสม.มีอส.ต่อไปจะมีพยาบาลอาชีพที่เป็นเป็นอาชีพเลย 15,000 ต่อเดือนมีการพัฒนาทักษะมาดูแลทั้งผู้สูงอายุผู้ป่วยในทุกชุมชนนะครับในกรุงเทพมหานคร >> พอเห็นภาพะ >> ครับ >> อันนี้ภาพไปได้หลายโครงการแล้วเนี่ยก็ >> ก็แล้วทำแบบชัวร์ๆไม่ต้องเสี่ยงไม่ได้ขายฝันเพราะทำมาแล้วหนึ่งในนโยบายก็คือเอาคุณศุภจีเอกนิติศิยศักดิ์มาทำ >> นั่นอดที่จะพูดไม่ได้เห็นมั้ >> ยังไงก็ต้องพูดครับเพราะเป็นเป็นอันนี้ก็เป็นนโยบายสำคัญเพราะเรามักจะพูดว่า >> จะได้อะไรจะทำอะไรแต่เราไม่ได้บอกแค่ว่าวิธีทำเท่านั้นแต่เราบอกด้วยว่าจะเอาใครมาทำประกาศไปล่วงหน้าเลย >> อพรรคประชาชน >> ครับ >> อ่าคุณเป็นคนเดียวที่เป็นลักษณะ สส. เขตแต่แต่นี้เค้าภาพพูดภาพใหญ่ไปหมดนะ >> ครับ >> เพราะเถือว่ากรุงเทพฯเป็นศูนย์กลาง >> ใช่ครับ >> ภาษีครึ่งนึงมาจากคนกรุงเทพฯถูกมั้ย >> เกินครึ่งครับ >> อ่าเพราะฉะนั้นนี่ไล่ไปถึงชายแดนอ่าเชิญฮะของพรรคประชาชน >> ครับต้องบอกอย่างงี้ครับว่า >> คือเป็นแชมป์เก่า >> อื >> ก็กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่รวบรวมคนจากหลายๆหลากหลายรูปแบบนะครับมีธุรกิจที่หลากหลาย >> ทีนี้ถ้าเกิดผมจะแบ่งปัญหาของกรุงเทพมหานครเนี่ยผมแบ่งหลักๆอยู่ 2 ส่วน >> 1 คือมิติด้านเศรษฐกิจครับประยุทธ์แล้วก็ด้านที่ 2 คือด้านการบริหารจัดการเมืองเพื่อให้บริการสาธารณะที่มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนอ >> ถ้าด้านเศรษฐกิจเนี่ยเราเห็นอยู่แล้วว่าเรามีปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำค่าครองชีพที่สูงรายได้โตไม่ทัน >> ใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้นเนี่ยพรรคประชาชนจึงมีนโยบายเรื่องของไทยไม่เทาไทยเท่ากันไทยทันโลกนะครับในส่วนของไทยไม่เทาเนี่ยคือการแก้ปัญหาเรื่องของการคอร์รัปชันะครับการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพที่ เราจะเหลือเงินมากขึ้นในการไปดูแลพี่น้องประชาชนได้การแก้ปัญหาเรื่องของสแกมเมอร์เรื่องของการฟอกเงินทุนสีเทาต่างๆหรือแม้กระทั่งเรื่องของปัญหานอมินีที่เกิดขึ้นใช่มั้ยครับซึ่งตรงนี้เนี่ยจะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกันจะมีสินค้าที่มีสินค้าที่ราคาอาจจะดัมเกิดจากการดัมราคาหรือสินค้าที่ต่ำต่ำเกินจริงสินค้าที่มีการล็อกเลียนแบบต่างๆ >> ที่นำเข้า >> ถูกต้องครับสินค้านำเข้านี่มีการล็อกเลียนแบบบนแพลตฟอร์มต่างๆที่มีการเมืองลิขสิทธิ์ตัวนี้ต้องมีการจัดการนะครับในส่วนของไทยเท่ากันคือการผลักดันเรื่องของสวัสดิการให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงทั้งแหล่งเงินทุนระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ดีการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ >> นะครับและในขณะเดียวกันต้องมีการแก้ไขเรื่องของการแข่งขันทางการค้าให้เกิดการเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นลดปัญหาเรื่องของการผูกขาดแล้วส่งเสริมพี่น้อง SM ให้สามารถเข้าถึงแรงเงินทุนได้ผ่านโครงการหวยใบเสร็จผ่านการให้สินเชื่อ transformation ต่างๆที่เกิดขึ้น >> ส่วนไทยทันโลก >> คือการที่ต้องปฏิรูประบบราชการของเราให้สามารถทำงานได้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น >> เปลี่ยนจากรัฐที่เป็นรัฐดิจิตอลธรรมดาเปลี่ยนเป็นรัฐแพลตฟอร์มที่พร้อมจะซัพพอร์ตพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ ข้อมูให้เกิดประโยชน์สูงสุดผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นเพราะเราไม่สามารถอยู่ได้จากอุตสาหกรรมเก่าที่เรามีอยู่แล้วแต่เราต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นโดยใช้ภายในประเทศตัวขับเคลื่อนอย่างเช่นอุตสาหกรรมด้านการเกษตรอุตสาหกรรมด้านของรถต่างๆเหล่านี้หรือแม้กระทั่งเรื่องของเครื่องมือการแพทย์นะครับเพราะเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูง >> นะครับแล้วก็ยังมีในส่วนของการผลักดันเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก 15 เมืองนะครับซึ่งเป็นเมืองหลักอยู่แล้วแต่เราต้องทำให้เขาโตยิ่งขึ้น >> แล้วก็การผลักดันเรื่องของmanมade destination ในเมืองเหล่านั้นนะครับเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มามากยิ่งขึ้นอันนี้คือมิติด้านของเศรษฐกิจครับ >> ส่วนด้านการบริหารจัดการเมืองต้องบอกว่าทุกวันเกรุงเทพมหานครยังขาดอำนาจหลายๆเรื่องอย่างเช่นเรื่องของการจัดการจราจร >> เรื่องของการกำกับขนส่งมวลชนสาธารณะหรือแม้กระทั่งการตรวจควันดำกรุงเทพมหานครก็ยังไม่สามารถทำได้สิ่งที่พประชาชนจะทำเดี๋ขอสไลด์หน้าตัดไปครับ >> เรื่องของการ >> การกระจายอำนาจและปรับปรุงพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครครับ >> พรรคประชาชนจะผลักดันให้กรุงเทพมหานครมีอำนาจมากยิ่งขึ้นผ่านการกระจายอำนาจในขณะเดียวกันเราจะแก้ไขในเรื่องของลิสต์ในสิ่งที่แต่ก่อนเนี่ยในพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครคือประชาคือกรุงเทพมหานครสามารถทำได้เฉพาะในสิ่งที่มีการระบุไว้ในพระราชบัญญัติเท่านั้น >> อื >> เราจะเปลี่ยนจาก positive list แบบนี้เปลี่ยนไปเป็น negative list คือกรุงเทพมหานครห้ามทำอะไรบ้างเช่นเงินตราศาลทหารการต่างประเทศเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลส่วนกลางถูกมั้ยครับเราจะมีการปรับโครงสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นกรุงเทพมหานคร 2 ชั้น >> อือเป็น 2 ชั้นคือระดับชั้นผู้ว่าแล้วก็ระดับนายกเขตหรือนายกนครขึ้นมาเอง >> เลือกตั้งนายกเขตงั้นเหรอ >> ถูกต้องครับ >> อ >> ก็เหมือนกับที่ต่างจังหวัดที่เรามีการเลือกตั้งนายกเทศบาลนายกเทศเทศมนตรีต่างๆใช่มั้ยครับตรงนี้ก็จะมีในส่วนของกรุงเทพมหานครที่มีการปรับ >> ครับผมแล้วก็มีการในเรื่องของการปลดล็อคให้สามารถจะเก็บรายได้ภาษีใหม่ๆค่าธรรมเนียมใหม่ๆไม่ใช่ภาษีนะค่าธรรมเนียมใหม่ๆเกิดขึ้นนะครับอย่างเช่นค่าธรรมเนียมโรงแรมเป็นต้นนะครับตรงนี้ก็สามารถทำได้ในขณะเดียวกันให้พี่น้องประชาชนสามารถมีส่วนร่วมครับโครงการของภาครัฐเราเรียกกันว่า PB หรือ Pippatory Budgeting พี่น้องประชาชนสามารถเสนอโครงการที่ตัวเองอยากให้ทำเข้ามาได้นะครับหรือแม้กระทั่งเสนอยติที่เป็นข้อบัญญัติทางด้านของกฎหมายของกรุงเทพมหานครก็สามารถที่จะเสนอเข้ามาได้เช่นเดียวกันครับอ >> อือ >> ต้องบอกว่าถ้าเกิดมีการแก้ไขทางด้านมิติเศรษฐกิจและการบริหารจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพเราจะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครที่แท้จริงครับพี่ยุทธ >> อันนี้คือคุณพูดถึงภาพใหญ่นโยบายหลัก 3 เท่าของคุณใช่มั้ย >> ครับ >> อ่า 3 ทออะไรเนี่ยครับ >> แล้วก็มาพูดถึงประเด็นเรื่องปรับโครงสร้างกรุงเทพมหานคร >> ถูกต้องครับ >> อ่ะสรุปของคุณเป็นอย่างงั้นนะอันนี้รอบแรกของแต่ละท่านได้พูดไปแล้วเอาเรื่องอะไรก่อนดีอันนี้จะเป็นเรื่องโครงสร้างเราเอาเรื่องโครงสร้างเห็นด้วยเค้ามั้ย >> ครับ >> อ้า >> ขออนุญาตพยุทธ >> คือเค้าบอกว่าอันนี้คือไอเดียคุณคือแก้กฎหมายเลยให้อำนาจกรุงเทพมหานครมีอำนาจเต็มมากกว่ามันอยู่เพราะทุกวันนี้กั๊กตำรวจก็ไม่ใช่ของ กทม. อครับ >> จับควันดำก็ไม่ได้ >> ครับ >> ก็จะเขียนใหม่เลยว่าอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่มันจะเหลือน้อยะ >> ครับ >> ไอ้ที่เหลือทำได้หมดเลย >> ถูกต้องครับ >> อ่ะถูกมั้ยนี่จุดเด่นของคุณถูกมั้ย >> เป็นการปลดล็อคศักยภาพของกรุงเทพมหานครครับ >> อ่ะเอาเรื่องนี้ก่อนเลยอ่ะคุณสกลที >> อันนี้ผมเห็นด้วยกับพรรคประชาชนนะครับในฐานะที่ผมเนี่ยเคยเป็นรองผู้ว่า กทม. มาก่อนมันเห็นปัญหาพิยุทธอย่างง่ายๆอย่างเช่นเรื่องจราจรเนี่ยอย่างที่คุณสุปนัสพูดเนี่ยเอ่อกรุงเทพฯเนี่ยเราคุมเรื่องสัญญาณไฟจราจรที่ประยุทธ์ติดไฟแดงเห็นตัวเลขถอยหลังเนี่ยอันเนี้ยคือตำที่ กทม. ทำ >> แต่ตำรวจเป็นคนใช้ >> คือ กทม. สร้าง >> กทม. สร้างตำรวจใช้แล้วบางครั้งตำรวจก็จะทำแบบ manual มือกดมันก็ทำให้ยิ่งยุ่งเหยิงไปอีกเพราะฉะนั้นเนี่ยผมคิดว่ากรุงเทพฯเนี่ยไอ้ควรจะคุมอะไรที่เกี่ยวกับกรุงเทพฯทั้งหมดอย่างเช่นตำรวจจราจรเนี่ยเพราะมันทำให้การใช้อำนาจมันลักลั่นตอนเป็นรองผู้ว่ามีปัญหามากในเรื่องอ่ะ 1 จราจร 2 ในเรื่องของการเก็บซากรถอย่าง เงี้ยหรือว่าการบังคับใช้มอเตอร์ไซค์ขึ้นทางเท้าเพราะว่ามันมีพรบ.ของตำรวจด้วยแต่คือ กทม. กวดขันแต่ตำรวจไม่ได้กวดขันขนาดนั้นเงี้ยมันก็ทำให้ลักลั่นกันส่วนอีกอันนึงเรื่องหาเงินถ้าประยุทธ์จำได้ตอนผมลงผู้ว่า 2 4-3 ปีที่แล้วเนี่ยเอ่อไอ้หาเงินได้ใช้เงินเป็นเนี่ยพรบ.โรงแรมเหมือนหลายประเทศอย่างเช่นอเมริกาอังกฤษเขาจะมีเก็บภาษีโรงแรมทุกที่นะครับซึ่งเมืองไทยนะท่องเที่ยวปีนึงมากรุงเทพฯเนี่ยผมว่า 30 ล้านคน 40 ล้านคนเก็บแค่ห้องละ 100 ต่อคนเนี่ยเงินเข้า กทม. ปีนึง 4-5,000 ล้านมันทำให้เราสามารถไปทำอย่างอื่นได้เพียงแต่ว่ามันต้องแก้พรบ. กทม. ขอให้เราทำอะไรอย่างี้อย่างี้ได้เพิ่มขึ้นมากอีกซึ่ง >> ตามเมืองใหญ่ๆอย่างนิวยอร์กหรือว่าลอนดอนพวกแมนหรือนายกเทศมนตรีอำนาจทั้งหมดในเมืองอยู่ที่เขาหมดแต่ของกรุงเทพฯเนี่ยมันมีแค่บางส่วนเท่านั้นมันทำให้ผู้ว่าเนี่ยใช้อำนาจได้เต็มที่ไม่ได้ครับ >> อันนี้คือเห็นด้วยไง >> ครับ >> ถูกมั้ยแต่นี้เ้าเป็นนโยบายจุดเด่นเค้า >> ครับ >> อ่าใครไม่เห็นด้วยดีกว่าถ้าเห็นด้วยไม่ต้องพูด >> เห็นด้วยครับเห็นด้วยพวก >> เห็นด้วยนะ >> ผมผมเนี่ยจากประสบการณ์เลยตอนเป็น สส. พีุ่ >> น้ำท่วมปี 54 นะหนักมากนะ >> คนที่หายคนแรกคือผู้อำนวยการเขต >> อือ >> กลายเป็น สส. เราต้องมาแก้ปัญหาให้เนะครับ นี่นี่คือปัญหาของ >> ต่อไปจะมีนายกเขต >> คือคือก็ควรจะมีแต่อาจจะต่างกันนิดนึงตรงที่ว่าถ้าเราไปซอยละเอียดมากเกินไปคือทุกเขตเนี่ย 50 เขตกรุงเทพฯมี 50 เขตปกครองนะถ้าซอยละเอียดไปเนี่ยเดี๋ยวมันจะมีปัญหาคือกลายเป็นมันเล็กเกินไปพองบประมาณเล็กแทนที่จะไปทำโปรเจคใหญ่ก็เดี๋ยวจะไปแจกถังขยะ >> ปรากฏไม่ได้ประโยชน์อะไรมันมีความคิดที่อาจจะไม่ไม่ 50 เป็นโซนอาจจะ 6 โซนฝั่งทนเหนือฝั่งทนคนใต้ในในชั้นในก็แบ่งเป็นฝั่งพระนครก็แบ่งเป็น 4 โซนเป็นต้นก็ต้องดูโซนที่เหมาะสมส่วนชั้นบนชั้นบนเนี่ยพยายามที่จะกระจายอำนาจเอาเรื่องเพราะเรื่องไฟเรื่องน้ำเรื่องการจราจรมันไม่ อยู่กับ กทม. เลย >> มันไม่อยู่ กทม. ถ้า กทม. พร้อมรับเมื่อไหร่ >> อื >> นะครับก็ควรจะรับไปดำเนินการซะก็คงไว้ >> ปกติทั่วไปเรื่องการทูตการทหารเรื่องการจัดเก็บเอ่อภาษีด้วยสรรพากรนะครับแต่จริงๆภาษีท้องถิ่นกรุงเทพฯก็ก็มีเก็บเองเก็บเองอ่ะอันนี้ก็เห็นด้วยอีกสักิภาพครับ >> อ่าเพื่อไทยไม่เห็นด้วยมั้ย >> ขอขออนุญาตจรงจริงๆไม่ได้ไม่เห็นด้วยครับเรื่อง >> ไม่ๆถ้าจะถ้าเห็นด้วยจะไม่พูดแล้ว >> จะเพิ่มเติมนิดเดียวครับพี่ยุทธขอเพิ่มเติมนิดนึงครับในในส่วนของพรบ. กทม. เนี่ยมีความจำเป็นต้องแก้ไขครับและพรรคเพื่อไทยก็เตรียมพร้อมที่จะแก้ไขมีการคุยกันกับผู้ว่าราชชาติเช่นกันเพราะมีข้อจำกัดหลายๆอย่างที่จำเป็นต้องแก้ >> นะครับรวมไปถึงเรื่องการจัดเก็บอย่างที่ อ่าพี่สุนทีว่ามันมีปัญหาตั้งแต่ตอนที่ท่านผู้ว่าจะปรับปรุงเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งก็ไปโดนข้อติดล็อกอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถปรับปรุงด้วยตัวเองได้นะครับส่วนเรื่องโรงแรมขอเพิ่มเติมนิดเดียวครับมันไม่ได้ติดแค่เรื่องของอำนาจท้องถิ่นนะครับมันมีพรบ.โรงแรมผมเองเป็นผู้เสนอร่างพรบ.โรงแรมและที่อ่าที่พรรคขนาดเล็กเข้าสู่การพิจารณาของสภาแต่รัฐบาลภูมิใจไทยยุสภาก่อนก็เลยยังไม่ได้มีการพิจารณาอันนั้นก็เป็นการปลดล็อคให้ที่พรรคในกรุงเทพฯจำนวนมากเข้าระบบได้ซึ่งทุกวันนี้เข้าไม่ได้นะครับ >> อ่ะเอาเป็นว่าหลักการเห็นด้วยแต่นี่เค้าเป็นคนเสนอโมเดลนี้ผมถามก่อนนะ >> ถูกมั้ยอ่าก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างเล็กน้อยครับ >> ถูกมั้ย >> แต่ของพรรคก็มีเหมือนกันครับผม >> อ้าของพรรคคุณก็มี >> มีครับ >> ของคุณมีมั้ย >> มีครับ >> อ่าเดี๋ยวผมไปตรวจดูไม่มีนะ >> ไม่ไม่ได้เป็นนโยบายแต่ร่างกฎหมายที่เราเตรียมอ๋อไม่ถึงขนาดเขียนนโยบายแต่มีร่างกฎหมายที่ผลักดันอยู่เรื่อง >> เก็บภาษีโรงแรม >> อ้าอ่าอันนั้นคือพ.ร.บ.โรงแรมแต่พรบ. กทม. ก็มีครับ >> อ่ะๆ >> มีมั้ย >> ก็ต้องแก้ครับพรบ.อ่ามีในนโยบายมั้ย >> มีครับ >> อ้ามีเหมือนกันนะเดี๋ไปตรวจนะคุณเข็ง >> ก็ไม่ >> อ้าอ่ะก่อนจะไปต่อคืออันนี้แค่เริ่มต้น >> อ่ะผมจะเบรกตรงนี้ทีมงานเตรียมมา 4 พรรคใช่มั้ย 4 เพลงเรามีครบนะ >> อ่าเนื่องจากรายการออนไลน์เราไม่มีโฆษณา >> ฮะครับ >> เราก็ต้องใช้เพลงของแต่ของพวกคุณนี่แหละ >> เป็นการเบรกไม่งั้นไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย >> ก่อนจะเบรคแรกไล่มาตั้งแต่เอาพรรคไหนก่อนเอาพรรคนี้ก็ได้เรียงไปนะเพื่อความเป็นธรรมนะเราจะมี 4 เบรกด้วยเพลงแล้วจับภาพเค้าด้วยนะตอนที่เราอไม่ต้องจับเดือกเข้าห้องน้ำห้องท่า >> อื >> ผมจะถามประกันสังคมก่อนจะเบรคเพราะร้อนมากตอนนี้ >> ครับ >> อ่าพรรคของคุณผลักดันอยู่แล้วเนี่ยถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ >> อ่าคุณเป็นยังไงรู้สึกยังไงเรื่องประกันสังคมเอาออกจากระบบราชการไอ้กองทุนราชการสังคมเนี่ยอาจท่าทีจุดยืนคุณว่าไง >> ด้วยครับพี่ยุทธครับก็เหมือนกองทุนข้าราชการนะครับกปข.อันนั้นก็บริหารโดยเอกชนและสงกำไรได้แต่ทุกวันนี้ผมตั้งแต่วันแรกที่ผมมีการเรื่องของรายงานของประกันสังคมเข้าสู่สภานะครับตั้งแต่ปี 66 แล้วผมก็อภิปรายไปแล้วว่าประกันสังคมเนี่ยไม่สามารถที่จะหาเรื่องของรายได้เรื่องของทิร์นได้มีประสิทธิภาพมากพอ >> พูดง่ายๆคือเอาสตางค์ไปฝากซื้อพันธบัตรธนาคารเอ้ยซื้อพันธบัตรรัฐบาลยังมีรายได้เท่ากับสิ่งที่ประกันสังคมทำอยู่เลย >> เพราะฉะนั้นเนี่ยและอันนั้นไร้ความเสี่ยงด้วยแต่สิ่งที่ประกันสังคมทำอยู่เนี่ยสามารถหารายได้หรือกำไรหรือผลตอบแทนเนี่ยต่ำมากๆนะครับเพราะฉะนั้นมันไม่เพียงพอต่อการที่ทำให้กองทุนเนี่ยอยู่ได้ในระยะยาวมันเลยมีการคำนวณว่าทำไมอีกประมาณสัก 25-30 ปีเนี่ยกองทุนน่าจะไปตอบไม่ได้ซึ่งแน่นอนผลที่กระทบคือคนที่กำลังจะส่งอยู่ปัจจุบันนี้ที่อายุ 25-30 ปีซึ่งเขาคาดหวังว่าอย่างน้อยที่สุดเนี่ยพอเขาเกษียณออกไปเขาควรจะต้องมีบำนาญแต่เขากลับไม่มีบำนาญอ >> คือมันมีความเสี่ยงอีก 25-26 ปีจะเจ๊ง >> ถูกต้องครับ >> ถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ >> อ่าคุณบอกว่าปัจจุบันบริหารเนี่ยได้ผลตอบแทนประมาณ 2% >> ต่ำมากๆนะครับ >> ต่ำมากไม่ต่ำกว่าด้วย >> ต่ำครับ >> เอาเงินไปซื้อพันธบัตร >> ใช่ครับอยู่เฉยๆ >> ไม่เสี่ยงเลย >> ถูกต้องครับ >> ก็ยังได้แค่นี้อยู่แล้ว >> ถูกต้องครับ >> ไอ้นี่มาทำความเสี่ยงแล้วยังได้แค่นี้เอง >> ใช่ครับ >> อ่ะรวมถึงเรื่องเพราะฉะนั้นเห็นด้วยจะทำคือหัวหน้าพรรคประกาศไปแล้วว่าเขาจะเอาออกจากระบบราชการเมื่อท่านได้เป็นรัฐบาลถูกมั้ย >> ถูกต้องครับ >> อ่ะคุณขิงภูมิใจไทยยังไม่มีใครถามเมื่อวานนี้บังเอิไม่ได้ไป >> ครับคือถ้ามีนโยบายที่ดีเราก็สนับสนุนครับเอาออกเรื่องเอาออกผมเห็นด้วยนะครับเพราะว่าคือมันเป็นเงินของผู้ประกันตนน่ะจะเป็นลูกจ้างนายจ้างเมื่อกี้พี่ยุทธก็บอกจริงๆเงินนายจ้างก็เป็นของลูกจ้างแล้วรัฐบาลก็ช่วยอีกแค่ 2.75 ใช่มั้ยครับมัน 55 2.75 เพะฉลิท้าบริหารจัดการมันเป็นเรื่องของความใสกับความยั่งยืน >> แล้วต่อไปเขาจะได้ไปสร้างความสมดุลเองว่า จะใช้เร็วแล้วหมดเร็วหรือจะยืดออกไปใช้ นานๆแล้วหมดน้อยแล้วเรื่องสิทธิ์ต่างๆเนี่ยมันต้องคุยกันว่าพอใจแบบไหนไม่งั้นอย่างเช่นสิทธิ์เรื่องของการรักษาเนี่ยวันนี้ไปแข่งกับไอ้สิทธิ์ปัดทองอ่ะที่รักษาฟรีของกองทุนไอ้หลักประกันเนี่ยมันก็จะสู้ลำบากอีกนี้ก็ต้องไปคำนวณดูจัดการให้จัดการให้เหมาะสมแล้วเป็นหลักของทางอ >> ความคิดของพรรคการเมืองฝั่งขวาอยู่แล้วนะครับคือเรื่องการของลดอำนาจในส่วนของราชการแล้วทำให้เร็วขึ้นเนี่ย >> ทำไปเรียกว่าพรรคการเมืองฝั่งขวาคือ >> คือฝั่งอนุรักษ์นิยม >> อ้าคุณบอกไปอนุรักษ์นิยมก้าวหน้าใช่มั้ย >> ใช่ครับ >> เออไม่คุณเห็นด้วยมั้ยที่จะเอากองทุนประกันสังคมออกมาจากระบบราชการ >> ด้วยครับ >> ให้เค้าเอาระดมืออาชีพเข้ามาบริหาร >> ราชการที่ดีเนี่ยคือราชการที่มีประสิทธิภาพทำน้อยได้มากนะฮะไอ้เราชอบพูดกันเรื่อง One Stop Service เรื่องการบริหารจัดการเนี่ยชอบไปยุ่งกับสทร.กับเรื่องชาวบ้านเเนี่ยทำให้น้อยมีประสิทธิภาพดุลพินิจน้อยใบอนุญาตน้อยนะฮะมันก็เป็นที่มาของราชการที่มีประสิทธิภาพและ >> คุณสามารถจะผลักดันกับพรรคได้มั้ยคุณเข้ามาใหม่นะ >> ครับได้สิครับ >> พรรคภูมิใจไทย >> ครับ >> ตกลงผลักดันเอาออกมาเหมือนกัน >> ววันนี้นโยบายหลายตัวเนี่ยจะเป็นคนใหม่

ขนาดไหนถ้ามีเหตุผล คุณสุภจี เอกนิติศรีหศักดิ์ เนี่ยไม่ใช่แค่ใหม่กับพรรค นะครับ ขออนุญาตอีกรอบนึงนะครับ แต่ใหม่กับการเมือง แต่เข้ามาเสร็จนโยบายทางเศรษฐกิจ ตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยคุณสุจี เอกนิติศักดิ์ >> อ >> แล้วอย่ามาบอกว่าเพิ่งเอามาปะหน้า นะครับ ทั้ง 3 คนผมนั่งประชุมด้วยเนี่ย ร่วมคิดเรื่องนโยบายตั้งแต่แรก >> เข้ามาทำแต่แรกเป็นคนคิดท่านี้ด้วยเหรอ >> ด้วยครับ ใช่ครับ >> แล้วเวลายกมืออะไรงี้ใช่มั้ย >> ทั้งหมดเลยครับ >> อ้า ตกลง คุณตกลงกันนั้น ผู้ประกันตนตอน ตอนนี้ก็บังฮอตมากเลย >> ก็อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะ คือใครนำเสนอทำ ครับ ทำครับ ต้องช่วยกันทำครับ แล้วจริงๆ เรื่องการที่เปิดให้มีการเลือกตั้งตัวแทน ของเอ่อ ลูกจ้างเนี่ย เกิดขึ้นครั้งแรกคือ ปี 66 กฎหมายนี่แก้ในยุคใครครับ >> เอ่ยุคของ คสช. รัฐบาลไหนครับ >> รัฐบาลท่านพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ใช่มั้ ครับ มันก็มีการพัฒนาการมา เพราะไม่งั้น ก่อนหน้าเนี่ย ก็สืบทอดกันในระบบนะฮะ ถึงจะเป็นการเลือก แต่ไม่ใช่การเลือกแบบเปิดกว้าง >> แต่แต่มันก็มีการพัฒนาการ ซึ่งในที่สุด เนี่ย ควรจะเดินไปถึงว่า เอาออกมาเลย >> อ้า เอาออกมาเลยนะ >> เอาออกมาเลย >> อ้า ประชิธิปัตย์ หัวหน้าคุณประกาศไปแล้ว คุณจะขยายความมั้ย >> ของผม อภิสิทธิ์ ก่อนการดีก็เห็นด้วยนะครับ >> ก็คือนำออกมา เพราะว่าปกติเนี่ย ผมว่าการเอามาบริหารโดยมืออาชีพที่เขามีหัวคิดที่ เอ่อ เพื่อผลกำไรของกองทุน มันย่อมดีกว่าอยู่แล้ว เพราะว่าบางครั้งเนี่ย ไอ้พวกเงินที่ประกันสังคมเนี่ย มันผู้ประกันตนเขาก็คาดหวังว่าตอนเกษียณเนี่ย เงินพวกเนี้ย มันจะงอกเงยออกมานะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ แยกออกมาจากระบบราชการ เพื่อไม่ให้ราชการเนี่ย เข้าไปแทรกแซงได้ ผมว่าปฏิเสธไม่ได้ ว่าถ้ากองทุนเนี่ยไหนก็ตามที่มันอยู่กับระบบราชการเนี่ย มันจะแทรกแซงได้โดยนักการเมืองอยู่แล้วนะครับ ผมว่าการแยกออกมาเนี่ย ให้มืออาชีพมาบริหาร อย่างน้อยเงินของลูกจ้างที่เขาทั้งชีวิตเสะสมมาเนี่ย มันจะได้งอกเงย แล้วก็ให้เขาได้ใช้ตอนเกษียณอายุครับ >> อ้า คอนเฟิร์มกัน >> ครับ >> อ่า เพื่อไทย คุณว่าไงนะ >> เอ่อ ยังไม่ได้ตอบเหมือนกันครับ หมายถึงว่า ถ้า >> ยังไม่ได้ตอบใช่มั้ย >> ใช่ครับ แต่จุดยืนชัดเจนครับ รัฐบาลเพื่อไทย เราเปลี่ยนรัฐอุปสรรคเป็นรัฐสนับสนุน ดังนั้นเรื่องลักษณะเนี้ยครับ ที่เป็นการให้อำนาจพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้น ลดการแทรกแซง หรือการ่ากำกับดูแลโดยพรรค รัฐเราพร้อมดำเนินการและสนับสนุนแน่นอน >> เอาออกมาไม่เอาชัดๆเลย >> ทำได้ครับ แต่ก็ต้องรับฟัง >> ไม่ พรรคคุณจะทำมั้ย >> ต้องรับฟัง >> อเดี๋ถามก่อน ผมไม่ไปคาดคั้นหรอก >> ครับ >> พอ เพราะเดี๋ยวเกิด คุณคิดว่าพรรคคุณจะทำมั้ย >> ผมผมคิดว่าทำได้ แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นให้รอบด้าน แล้วก็หากมันเป็นในทางเดียวกัน ยินดีทำแน่นอนครับ >> ออ ขอรับฟังความเห็น >> ครับ >> แล้วคิดว่าทำได้นะ >> ทำได้ครับ >> อ่า ขอพักตรงนี้ ยืดเซ็ตยืดสายนิดหน่อยนะ เดี๋ยวกลับมาครับ

ความอดทนสิ้นสุดลง นับจากนี้มันคือการเดินหน้าต่อ ลมกี่ครั้งลุกเท่านั้น เกมมียาว แล้วเดินพลอันยิ่งใหญ่ เดินกันก้าวให้ไกล ตรงหน้าราวีอนาคตไหม นาฬิกาไม่หยุดเดิน ใครก็กลัว ไม่มีวันที่กลับ

นี่คือประชาชน คือทุกคนที่มีใจเดียวกัน ไม่เคยจะเกรงกลัว มีแค่มือก็จะโชว์ขึ้นสุดฟ้า ที่ใหญ่ประชาชน นับคนถนนไกลสุดตา ทุกคนจะตะโกน วันนี้เราจะไม่เป็นไรแล้ว ประเทศนี้เป็นของใคร ของพวกเรา ประชาส่วน อุดมการณ์เราคือทำให้ไทยพ้นจากวังวน เสรีภาพเสมอภาคภารดากับทุกคน หยุดอำนาจที่ผูกขาดไว้กับคนไม่กี่คน ดามที่เราชูเป็นตัวแทน สัญลักษณ์นิ้วการชี้หน้าให้โลกได้รู้ ประจัดปฏิรูปทุกระบบ ตั้งแต่โรงเรียน ว่าจะถึงวันของเรา ประชาชนจะชนะ

เราคือผู้คน และการเดินทาง ประชาชนยังคงเดิน เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง เส้นทางของการเปลี่ยนแปลง นี่คือประชาชน นี่คือทุกคนที่มีใจเดียวกัน ไม่เคยจะเกรงกลัว มีแคมมือก็จะชูขึ้นสุดฟ้า นี่ไงประชาชนนำล้านคน ถนนไกลสุดตา ทุกคนจะตะโกน วันนี้เราจะไม่เป็นไรใคร ประชาชน ไม่เคยจะเกรงกลัว รีรประชาชน ทุกคนจะตักก่อน วันนี้เราจะไม่เป็นจากใคร เฮล

อ้า มา กลับมาสนามเลือกตั้ง กทบ.กันต่อ นะครับ ทา นี้จะไล่ประเด็นละ >> ยังติดอยู่อีกนิดหน่อย >> ประกันสังคมกำลังฮอตเลย เอ๊ะ คุณชนินท >> ครับ >> อ่า เค้าจะเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งบอร์ด จากที่ผู้ประกันตน 1 คนเลือกได้ 7 คนเป็นทีม >> อือฮึ >> เปลี่ยนไปเลือก 1 คนเลือก 1 อ่ะ คุณเห็นยังไง >> จริงๆผมผมไม่มีปัญหาเลยครับทั้งหมดมัน แต่แค่มันต้องพูดคุยกันในกลุ่มของประกันสังคมให้เค้าเห็นชอบตรงกัน กติกาเป็นแบบไหนได้หมดเลยครับ แต่จริงๆอยากชวนพี่ยุทธคุย มันมีอีกเรื่องนึงด้วยนะครับของประกันสังคม >> ว่า >> คือมันมีคนอีกกลุ่มนึงที่เขาเข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม ก็คือแรงงานแพลตฟอร์ม >> ที่ที่เป็นเดี๋ยวแพลตฟอร์มเดี๋มาคุยกัน แพลตฟอร์มเกิดขึ้นในกรุงเทพฯเยอะมาก >> ใช่เข้าเข้าใจจ้คือทุกวันเนี้ยเขาถูก >> ไม่ๆเอาตรงนี้ก่อนเอาตรงนี้ก่อน ตกลงคุณยังไงก็ได้ใช่มั้ จุดยืนคุณ >> ได้ครับ แต่ต้องรับฟังในกลุ่มของพี่น้องแรงงานให้ครบถ้วนว่าเขาอยากเอาแบบไหน ทำได้หมดครับ >> อ่า 1 เลือก 7 หรือ 1 เลือก 1 >> ครับ >> อ่ะ คุณสกลี ส่วนตัวผมผมไม่ติดเหมือนกัน คือผมว่าอันเนี้ย ไอ้กระบวนการการคัดเลือกอ่ะ มันต้องคุยกันระหว่างพวกคนที่ภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คือถ้าเห็นว่าอันไหนเป็นประโยชน์กับ เอ่อกองทุน หรือเงิน หรือผู้ลูกจ้างทั้งหมดน่ะ อันนั้นโอเค คืออยู่ ที่ว่า เอ่ออันไหนยินยอมพร้อมใจแล้วคิดว่าอันนี้ดีที่สุด >> คือไม่ไม่ติด >> อ่า ของคุณยังไงก็ได้ถูกมั้ยครับ >> อ่า เพราะทางนี้เซีเรียส >> ครับ >> อ่า ของคุณ >> ก็ไม่ไม่ติดครับ ซึ่งจริงๆอ่ะ เดี๋ยวเนี้ย ขนาดเลือกตั้งเรายังมีทำโพลทำเซอร์เวย >> อือาจจะไปเซก่อนว่าสำหรับผู้ประกันตน เนี่ยมันเป็นกติกาไงอยากได้แบบไหน >> อ >> เอ่อโหวตไป 1 ได้ 1 หรือจะโหวตทั้งทีม >> ซึ่งมันทั้ง 2 อย่างมันก็มีมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป มันอยู่ที่กติกาเนี่ย มันอยู่ที่ว่าผู้เล่นก็คือพวกคนที่เขาจะเข้าไปโหวต คือผู้ประกันตนเต้องการแบบไหนอ >> เอออ่า คุณแบงค์ ของคุณ >> ครับแน่นอนครับว่าผมว่าสำคัญที่สุดคือต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชนถูกมั้ย ครับ แต่การรับฟังเนี่ย คุณต้องให้ข้อมูลที่มันรอบด้าน ในขณะเดียวกันเนี่ย การรับฟังเนี่ยเนี่ย จะต้องไม่มีการไปอ่า เช่นไปปั๊มโพลไปทำอะไรกันขึ้นมา หรือแม้กระทั่งไปเพชuate ให้จูงใจโน้มน้าวให้เค้าไป >> ตอบแบบใดแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเนี่ย มันควรมีการทำในส่วนของการรับฟังความพิญอย่าง ที่รอบด้านนะครับ แต่เรามองอย่างงี้ครับว่าพี่ยุทธครับ คือตัวแทนปกติแล้วเนี่ย ต้องบอกว่าฝั่งนายจ้างกับฝั่งรัฐบาลเนี่ย ชอบเห็นเหมือนๆกันอยู่แล้ว >> ถูกมั้ครับ ในฝั่งของลูกจ้างเองเนี่ย สิ่งที่ต้องทำก็คือ ถ้าคุณจะขับขับเคลื่อนนโยบายอะไรก็แล้วแต่เนี่ย ถ้ามาเป็นทีมเนี่ย มันจะมีความชัดเจนในเชิงนโยบาย >> อือ >> บอร์ดภายในลูกจ้างกันเองเนี่ย จะได้ไม่ตีกันก่อน >> อ >> เพราะที่ผ่านมาเนี่ย มันก็จะอาจจะมีการตีกันบ้าง อะไรกันบ้าง อาจจะเห็นไม่ตรงกัน สุดท้ายที่ผ่านมา เราไม่เคยเห็นเลยว่าประกันสังคมเคยขับเคลื่อนอะไรได้ให้ประเทศได้บ้าง แทบจะไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงเลย อยู่แบบเดิมมาโดยตลอด >> อ >> พอประกันสังคมก้าวหน้าเข้าไป เราเห็นแล้วว่าหลายๆอย่างถูกเปลี่ยนไปนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย ความตั้งใจแล้วก็ political view ของหน่วยงานของคนที่เสนอตัวเข้าไปเนี่ย มีความสำคัญมาก แล้วเกิดเสนอกันเป็นแพ็คทีมเนี่ย สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันสามารถขับเคลื่อนได้มากกว่า เพราะคุณต้องบวกกันภายในบอร์ด ถ้าเกิดลำพังแค่ลูกจ้างตัวแทนลูกจ้างตีกันเอง ไม่ต้องพูดถึงนายจ้าง ไม่ต้องพูดถึงรัฐบาล อันนั้นแทบจะแพ็คทีมกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมา >> อือ >> 7 ของลูกจ้างเ่อ 7 ของนายจ้างกับ 7 ของรัฐบาลมักจะแท็คทีมกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นฝ่ายลูกจ้างคือ 7 คนเป็นทีมดีกว่า >> ถูกต้องครับ >> เป็นเอกภาพ อันนี้เป็นจุดยืนนะ อ่าทั้ง 3 ท่านนี้ไงก็ได้ >> ครับ >> อ่า ทางนี้บอกว่าควรจะเป็นทีม แต่ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าฟังผู้ผู้ที่เป็นผู้ประกันตน ที่ประชาพิจารณ์อยู่ ณ ขณะนี้ถูกมั้ย ถ้าผู้ประกันตนประชาพิจารณถ้ารัฐมแล้วเอาตามไหนก็ตามนั้น ยังไงก็ได้ถูกมั้ย >> ครับ >> อ่ะ ทีนี้กลับมาเรื่องกรุงเทพมหานครกันต่อ อ่าเรื่องรถไฟฟ้ามันมีความแตกต่างกันแน่นอน ใครพูดอะไรก็ได้โทรมั้ย >> ครับ >> อันนี้ผมสถานที่ติดตามนะ เอาหลักการก่อนเลย คือที่ผ่านมามักจะเกิดข้อถกเถียงกัน ว่าเอาภาษีของคนเอาภาษีของคนทั้งประเทศมา ทำให้คนกรุงเทพฯ อ่าเพื่อไทยคุณโดนมาถูกมั้ยครับ >> ถูกมั้ย >> โดนมาครับ >> เออ >> แต่เราไม่ได้เห็นด้วยอย่างงั้นครับ >> เอ่อก็คือทำไมต้องเอาเงินภาษีคนทั้งประเทศ เอามาพัฒนาให้กรุงเทพฯ คุณยังยืนยันว่า >> ผมยืนยันว่าเ่อคิดแบบนั้นไม่ได้ครับ เพราะว่างบประมาณของภาครัฐเองเนี่ย จริงๆมีหลากหลาย แล้วก็เราก็ทำงบประมาณในหลากหลายประเภท ไม่ได้หมายความว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ มันจะต้องใช้เพื่อคนทุกกลุ่มไปพร้อมกัน แต่มันจะแบ่งเป็นท่อนๆได้ว่างบประมาณในส่วนนี้ สนับสนุนกิกิจกรรมไหน หรือว่าคนกลุ่มไหน และคนต่างจังหวัดเอง หรือว่า อ่าคนกลุ่มอื่นๆเอง ก็มีนโยบายที่ตอบรับเหมือนกันครับอ >> อือ่า คุณแบงค์ คุณว่าไง >> ครับต้องบอกอย่างงี้ครับว่าผมคิดว่าคนกรุงเทพฯ ก็จ่ายภาษีเช่นเดียวกัน >> เพราะฉะนั้นเนี่ย การที่จะทำนโยบายใดๆก็แล้วแต่เพื่อตอบสนองให้กับคนกรุงเทพฯเนี่ย ย่อทำได้นะครับ เหมือนกับที่ผ่านมา เรามีนโยบายทางด้านการเกษตร ถามว่าพี่น้องคนกรุงเทพฯได้มั้ย ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรโดยตรงถูกมั้ยครับ >> รัฐมีหน้าที่ในการจัดใส่งบประมาณให้สมดุลกัน ทั้งในฝั่งของกรุงเทพฯก็ดีและจังหวัดอื่นๆก็ดีนะครับ >> แต่ว่างบประมาณมันมีจำกัดนะครับ ที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงกระทั่งว่าจะขึ้นภาษี VAT กันด้วยซ้ำ เพราะเราปล่อยให้ 1 เนี่ย เรามีการปล่อยอย่างดูรั่วตลอดเวลา มีการคอร์รัปชัตตลอดเวลา และ 2 คือการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ ณวันนี้แน่นอน ครับถ้าไทยเป็นประเทศที่รวยมาก >> เราจะให้ฟรีก็ได้ครับ >> แต่ณวันเนี้ย เราไม่ได้รวยนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องจัดสังงบประมาณที่มันมีความเหมาะสมนะครับ ทุกอย่างมันก็มีต้นทุนบ้างครับ เพราะประชาชนเราเลยเสนอที่ว่า 8-45 บาท เพราะเราก็มองว่าราคาประมาณนี้เนี่ย เราสามารถรับได้อยู่ >> อือแลเป็นกลไกเรื่องของคือในเรื่องของระยะระยะทางเนี่ยจะมีผลต่อเรื่องของราคาอ ครับ >> อ่า ของคุณ 8-45 >> ถูกต้องครับ >> รวมทั้งรถเมล์ด้วยมั้ย >> รถเมล์ด้วยครับ >> รวมด้วยนะ อ่ะทีนี้เอานี้ก่อนต่อไปเวลาทำอะไรจะได้ไม่ต้องมาเถียงกัน อ่าถูกมั้ย ประชาธิปัตย์เห็นยังไง อ่า มักจะมีคนบอก เฮ้ยทำไมต้องเอาเงินภาษีคนทั้งประเทศมาทำ ให้คนกรุงเทพฯ เอาหลักการนี้ก่อน คุณว่าไง >> ก็ผมเห็นว่าคนกรุงเทพฯก็จ่ายภาษีเยอะถูกมั้ยฮะ ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนเนี่ย เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อแล้วเป็นเมืองหลวงด้วย เป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง เพราะฉะนั้นเนี่ย การที่เราจะเจียดงบประมาณมาทำให้ระบบการขนส่งในกรุงเทพฯดีขึ้นเนี่ย มันไม่น่าจะติด ก็เหมือนกับที่ได้พูดสักครู่เนี่ยว่า เอ่อในหลายนโยบายคนกรุงเทพฯก็ไม่ได้รับประโยชน์เหมือนกัน แต่ว่าประเทศจำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นเนี่ย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้วที่จะเฉลี่ยนโยบายในการที่จะดูว่ากิจกรรม หรือว่านโยบายไหนที่จะต้องใช้ตังค์บ้าง แต่ว่าของประชาธิปัตย์เราก็มีแนวคิดที่ว่า มันจะต้องมีรถไฟฟ้าในเมืองหลวงใหญ่ๆในต่างจังหวัดด้วย เพราะว่าเราต้องการกระจาย เอการขนส่ง เพราะหลังจากไม่ใช่กรุงเทพที่เมืองใหญ่ถูกมอย่างเชียงใหม่ หรือว่าจะจะเป็นขอนแก่น ภูเก็ตก็ต้องการเหมือนกัน >> ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกลางที่จะต้องเอาเงินภาษีโดยภาพรวมทั้งหมดเนี่ยไปบริหารเช่นกัน >> อ่ะ แต่ไม่ควรจะเอาเหตุผลนี่มาอ้างกันนะ >> ให้ตกลงกันตรงนี้ก่อน หรือภูมิใจไทยว่าไง >> ผมพูดตั้งแต่ต้นรายการแล้วครับอยู่ คือทั้งหมดอยู่ที่ความเหมาะสม >> อื >> นะครับ คนคนกรุงเทพฯก็ภาษีมากกว่า 50% มาจากกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วเราต้องต้องเราต้องมองว่ากรุงเทพฯเนี่ยคือศูนย์รวมของเศรษฐกิจของประเทศ มันเหมือนเป็นหัวใจที่ปั๊ม >> เลือดออกไปกระจายออกไปไปทั่วภูมิภาค นะครับ เพราะว่าจริงๆแล้วการดูแลคนกรุงเทพฯเนี่ย จะเป็นเรื่องการขนส่งสาธารณะ เรื่องสภาพอากาศ เรื่องสิ่งแวดล้อมเนี่ย ไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯอย่างเดียว คนต่างจังหวัดที่มาอยู่ในกรุงเทพฯ รวมไปถึงนักท่องเที่ยว นะครับ หรือว่านักลงทุนที่มาที่กรุงเทพมหานคร >> อที่กรุงเทพฯเป็นตัวดึงโดดอ่ะ >> มันเป็นมันเป็นตัวกลางเลยเป็นศูนย์รวม แล้วปัญหาก็คือว่าเวลาเราอัดเรื่องเศรษฐกิจเนี่ยเข้าไปนะครับอ >> กรุงเทพฯดีขึ้นจริง เศรษฐกิจโตจริง แต่ต้องถามว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯเนี่ย >> มันเสื่อมโทรมลง มันดีขึ้นหรือมันแย่ลง เราก็ต้องชดเชยตรงนี้นะครับ ก็เอาไปทำให้ชีวิตเขา โดยเฉพาะคนตัวเล็กๆ ธุรกิจเล็กๆ เนี่ย เขยับตัวดีขึ้นมาพร้อมกับสภาพเศรษฐกิจ >> ของเมืองที่ขึ้นด้วยใช่ครับ ก็เลยต้องไปดูเรื่องค่าไฟ ไปดูเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดูเรื่องรถไฟ เอาตรงนี้ก่อน คือเวลาทำกันเรื่องนี้ เห็นเถียงกันทุกทีเลย >> ก็จะมีคนต่อว่าต่อขานทานี้อ่ะ ตกลงทุกคนเห็นตรงกัน >> ไม่ต้องมาเถียงกับเรื่องนี้ >> ถ้าต้องทำก็ต้องทำ ถ้าต้องอุดหนุนก็ต้องอุดหนุน >> ถูกมั้ย มันจะเหลือวิธีที่แตกต่างและกับเงินอุดหนุนที่แตกต่างถูกมั้ย >> ครับ >> อ้า เอาเริ่มจากอ่ะ คุณแบงค์บ้าง ของคุณเท่าไหร่นะ >> 8-45 ครับ >> 8-45 อุดหนุนมั้ย >> มีอุดหนุนอยู่แล้วครับ >> อือือ่ะ คุณอธิบายโมเดลคุณซิ >> ต้องบอกงี้ครับว่าที่ผ่านมาเนี่ยรัฐไทย เรามีการทำรถไฟฟ้าเนี่ยแบบแยกสายแยกสัมปทานกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราไม่เคยมองเรื่องของเทคโนโลยีตรวจร่วมก็ดีและเรื่องของค่าโดยสารร่วมก็ดี >> ทำให้ภาระสุดท้ายแล้วเกิดกับพี่น้องประชาชน ใครที่ต้องเปลี่ยนสายเยอะเดินทางไกล กลายเป็นว่าบางครั้งเนี่ยเขาจ่ายกันทีครั้งละเป็น 100 บาท >> ใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยนโยบายตัวเนี้ยจะมาทำในเรื่องของเพดานราคา ทำให้อยู่ที่ 45 บาท ซึ่งเรามองว่าเป็นตัวเลขที่รับได้ >> 8 >> 8-25 8 เนี่ยคือรถเมล์ตัวรถเมล์เนี่ยจะเป็น 8-25 ส่วนรถไฟฟ้าเนี่ยจะเป็น 15-45 ถ้า >> แล้วถ้า 2 ระบบ >> ก็รวมกันก็คือเริ่มต้นที่ 8 ไปจบที่ 45 >> แม็กคือ 45 >> แม็กคือ 45 บาท >> เออ >> นะครับ >> ก็เลยมองว่าตรงนี้เป็นเพดานราคาที่รับได้ เพราะถามว่าเพราะอะไรจริงๆมันมีการคำนวณตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว ตอนทำสัมปทานในครั้งแรกใช่มั้ยครับ อย่างแต่ละสายเนี่ยส่วนใหญ่แล้วจะมีเพดานราคาอยู่ที่ประมาณ 45-47 บาท >> เราก็เลยมองว่าตัวนี้เนี่ยเป็นราคาที่มีความเหมาะสมนะครับที่จะนำมาใช้อ้างอิง และในขณะเดียวกันเนี่ย การไปแก้ไขสัมปทาน การไปแก้ไขข้อตกลงอะไรต่างๆเนี่ย ต้องบอกว่าที่ผ่านมารัฐจะแก้อะไรก็แล้วแต่และเอกชนยินยอมด้วยเนี่ย สุดท้ายแล้วเนี่ยรัฐเสียค่าโง่โดยตลอด >> อื >> อื >> เราก็เลยเป็นเหตุผลว่าที่ว่าทำไมเราถึงมองว่า 8-45 บาทเนี่ยยังมีความเหมาะสมอยู่ >> เอาวิธี >> ครับ >> วิธีคุณคือยังไง >> ก็ปกติมันต้องตั้งกองทุนอยู่แล้วครับพี่ ยุทธครับที่เราทำพรบ.พรบ.ร่มกฎหมายเนี่ย ผ่านมาแล้วเกือบหมดแล้วมั้งหมดหรือยังหมดแล้วครับฉบับสวด้วย >> เออที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับถูกมั้ย >> อ่ะ โมเดลของคุณก็คือกองทุน >> ถูกต้องครับ >> คำนวณมาเสร็จศัพท์มั้ว่าถ้าคุณเข้ามาคุณทำ 8-45 >> ครับ >> รวมรถเมล์ด้วยถูกมั้ย >> รวมรถเมล์ครับ >> ถ้าเฉพาะรถเมล์ก็ไม่เกิน 25 บาทแม็ก >> ถูกต้องครับ >> ถ้ารวมทั้ง 2 ระบบก็ไม่เกิน 45 บาทแม็ก >> ถูกต้องครับ >> ถูกมั้ยอ่าใช้เงินเท่าไหร่เอาเงินภาษีเท่าไหร่ >> ตัวเลขตรงนี้จริงๆต้องบอกว่ามันต้องมีการคำนวณเยอะครับพี่ยุทธครับ ถามว่าเพราะอะไรพี่ยุทธเชื่อมั้ครับว่าทุกวันเนี้ยไม่มีใครทราบนะครับว่าประชาชนคนหนึ่งเนี่ยค่าใช้จ่ายจริงๆคือกี่บาทกันแน่ มีการคำนวณมากันก็จริงแต่จริงๆอ่ะไม่ทราบ ถามว่าเพราะอะไรเพราะผู้ประกอบการ 2 เจ้าเนี่ยเา้าไม่แชร์ข้อมูลร่วมกัน >> อือ >> สมมุติถ้าเกิดเป็นพยุทธ์เนี่ยเดินทางด้วยสายสีน้ำเงินต่อด้วยสายสีเขียว >> เออ >> มันใช้คนละตั๋ว >> สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้ประกอบการไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนๆนี้เป็นคนเดียวกันที่เดินทางผ่าน 2 เส้น >> เออ >> ไม่มีทางรู้ได้ทุกวันนี้ข้อมูลแยกกันแล้ว ก็ข้อมูลใช้คนละตั๋วกัน คนนึงใช้ EMV คนนึงไปใช้ตั๋วแรบิอะไรก็แล้วแต่นะครับ >> เพราะฉะนั้นก็ต้องรวมข้อมูลมาก่อนว่ามันเป็นคนซ้อนกันมั้ยอะไร >> ถูกต้องครับ มันถึงจะได้ตัวเลขที่แท้จริง ทุกวันนี้เป็นแค่เพียงคานคาดการณ์นะครับ หมดเลยถึงมีตัวเลขคาดการณ์ว่าทุกวันนี้ ประชาชนจ่ายกันแค่ 35 บาท 33 บาท >> ต่อเที่ยวด้วยต่อต่อสายต่อเที่ยวต่อเส้นทางเนี่ยครับ ด้วยซ้ำนะครับ ซึ่งก็อาจจะเป็นตัวเลขที่ไม่จริงด้วยซ้ำนะครับ >> นะครับ เพราะฉะนั้นไอ้การคำนวณตัวเลขที่ผ่านๆมาเนี่ย ผมเชื่อว่าอาจค่อนข้างผิดพลาดสูงนะครับ เพราะเราไม่มีข้อมูลที่แท้จริง แต่ถามว่าพรรคประชาชนมีการกำหนดมั้ย มีการคำนวอื เพราะฉะนั้นฐานคิดของคุณก็คือราคาที่เหมาะสม >> ถูกต้องครับ >> ถูกมั้ย >> ส่วนจะอุดหนุนเท่าไหร่มันต้องขอตัวเลขที่แท้จริง >> ต้องต้องเริ่มจากเทคโนโลยีตรวจร่วมก่อน คือถ้ามีบัตรค่าโดยสารร่วมปุ๊บอ่ะเราจะรู้สันทีว่าคนๆเนี้ยวันนึงเนี่ยเขาไปทั้งหมดกี่สายไปกี่ครั้งจ่ายเงินเท่าไหร่ อย่างไรถูกมั้ยครับ แล้วพอมาทำค่าโดยสารร่วมเนี่ย คุณจะรู้เลยว่าคุณต้องใช้งบประมาณในการซับซีไidประมาณเท่าไหร่อย่างไร >> นะครับอ่าซึ่งคิดว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีตัวเลขซับไซ >> คือมีแต่เราว่าบอกลำตรงว่ามีแล้ว ถามว่ามันตรงกับความเป็นจริงหรืออถูกมครับ มันอาจจะไม่ได้เป๊ะขนาดนั้นก็ได้ ผมเชื่อว่าทุกพรรคไม่มีใครคำนวณได้เป๊ะหรอกครับ เพราะว่าคุณไม่มีข้อมูลดิบที่แท้จริงด้วยซ้ำว่าคนมันเดินทางกี่เที่ยวต่อวัน คนใช้จ่ายจริงๆเท่าไหร่อย่างไร คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีการที่ทับซ้อนกันเนี่ยเท่าไหร่ ทุกวันนี้ตัวเลขที่กระทรวงเอามาโชว์ให้แต่ละครั้งเนี่ยคือตัวเลขผู้ที่ขึ้นของแต่ละสายมาบวกๆบวกกัน >> เออมันไม่รู้ซ้อนกันมั้ย >> ถูกต้อง >> อ่ายังขาดข้อมูลตรงนี้ >> ถูกต้องครับ >> อ่า เพราะฉะนั้นคิดว่าทำได้โดยต้องขอข้อมูลก่อนถึงจะได้ตัวเลขที่ชัดเจน >> ครับ >> ถูกมั้ย >> คือการคำนวณหลังบ้านเรามีอยู่แล้วนะครับ แต่ผมคิดว่าถ้าเกิดจะเอาแบบเป๊ะๆเนี่ย ผมคิดว่าควรรอให้มันมีการใช้ระบบตัวร่วมรๆ กัน และตัวนี้จะเป๊ะที่สุด >> อันนเบอกเค้าอ้างว่าเค้าเตรียมจะทำแล้ว เปลี่ยนรัฐบาลซะก่อนใช่มั้ย >> ใช่ครับ >> อ่า คุณตัวเลขคุณยังไม่มีเลย ทางนี้ก่อน >> ผมช่วยตอบแทนมั้ครับก็คือมันมีระยะสั้น ระยะยาว >> ตอบแทนอะไรเค้าอ้า >> เมื่อเมื่อวานคุณสิริกัญญาพูดในอีกรายการ นึงว่าอ่าใช้เงินชดเชยโดยรัฐสนับสนุนแล้ว ก็ใช้พอๆกันกับที่คุณกรตอบของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเนี่ยครับประมาณ 5,000 7,000 800 อ่า 8,000 >> ใช่ครับ คุณเท่าไหร่ >> เป็นเงินสนับสนุน ซึ่งของพรรคเพื่อไทยเราพูดเหมือนกันนะครับว่าในระยะสั้นมันมีความจำเป็นต้องชดเชย และก่อนหน้าเวิจารณ์กันเยอะมากว่าเราใช้เงินเยอะ ใช้เงินไม่ตรงวินัยการเงินการคลัง แต่ตัวเลขสุดท้ายออกมาใกล้เคียงกัน เรา 20 บาททุกเส้นทางตลอดสายนะครับ ของแต่ละท่านเนี่ยเป็นรวมกับรถเมล์ไปเริ่มที่รถเมล์บ้างไปเริ่มที่รถไฟฟ้าบ้าง รวมกันไปแคปเพดานไว้ >> เดี๋ยวขออนุญาตเบรกอีกนิด เดี๋ยวพี่พาทพิงเล็กน้อยนะครับว่าตัวเลขเนี่ยของเราเนี่ยคือรวมทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้านะครับ แต่ของเพื่อไทยจริงๆตอนแรกที่มีการคำนวณเนี่ยคือเฉพาะรถไฟฟ้า >> ใช่ที่ผมจะพูดต่อก็คือรถไฟฟ้าเรา 20 รถเมล์เรา 10 บาทรวมกัน 30 นะครับ ถ้าขึ้นรถเมล์รถไฟฟ้ารถเมล์ 10 + 20 + 10 30 >> ของคุณไม่มีไม่มีตามระยะเลย ถ้ารถเมล์คือสูงสุดอ้าไม่ใช่รถเมล์คือ 10 บาทตลอดสาย >> ใช่ซึ่งแล้วเดี๋มีหลักการนะครับ >> รถไฟฟ้าก็ 20 บาทตลอดสายอ่าหลักการเอาเรื่องเงินก่อน >> เอาเรื่องเงินก่อนครับก็คือท้ายที่สุดแล้วเนี่ยสุดท้ายอ่ะครับรัฐทรัพย์ไม่ต่างกันเลยครับ อยู่ที่ว่าจะไปอุดที่ตรงไหน พอเอารถเมล์รถไฟฟ้ามารวมกันก็ต้องไปอุดที่เส้นใดเส้นนึง อาจจะต้องไปอุดรถเมล์เพิ่ม ไปอุดรถไฟฟ้าเพิ่ม คือท้ายที่สุดแล้วเราใช้งบประมาณสำหรับการอุดหนุนในลักษณะเดียวกัน รวมถึงของภูมิใจไทยเองครับ ก่อนหน้านี้พอเข้ามาเป็นรัฐบาล >> อเปลี่ยนของคุณอ้า >> เค้าวิจารณ์ว่าผมใช้งบประมาณเยอะเกินไป แต่ 40 บาทตลอดวันใช้เยอะกว่านะครับ >> ใช้เยอะกว่า 20 บาทตลอดสายนั่นหมายความว่าคุณขึ้นกี่รอบก็ 40 บาท ใช้เงินอุดเยอะกว่าอีกไม่ไม่ไม่ใช่ไม่ใช่ 40 ตลอดครับ >> เอ่อของของเรา 1 เนี่ยลดการซ้ำซ้ำซ้อนไม่ต้องเก็บค่าแรกเข้า เพราะตั๋วรวมแล้วเข้าหลายรอบเนี่ยไม่เอาอันที่ 1 นะครับ เช่น จากพร้อมพงไปศูนย์สิริกิติ์อย่างเงี้ย พอเปลี่ยนจากเส้น >> อ่าเปลี่ยนเส้นจากจากบนดินไปใต้ดินอ่ะ ต้องมาเก็บอันนี้ลดไปก่อนนะครับ ส่วน maximum เนี่ยหมายถึงเก็บไปเรื่อยๆตามสถานี แต่เต็มที่ไม่เกิน 40 บาท >> อคือคุ้นได้ทั้งวันไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ 40 ตลอดหมดสาย >> ไม่หลักคิดของอ่าคุณพิพัฒน์ >> ครับ >> ก็คือว่าขึ้นตอนเช้าหรือขึ้นตอนเย็น >> ครับ >> ก็ทีเดียวเลยครับ >> แต่คูณ 2 เข้าไปเป็น 4 >> แล้วที่ที่สำคัญเนี่ย อย่างเรื่องงบประมาณเนี่ย มันอยู่ที่ว่าเรามีเงินให้เค้าเท่าไหร่ >> อ้าวเดี๋ยว >> ขอโฆษณาอีกรอบนึงนะฮะ >> เดี๋ยวค่อยโฆษณา >> อย่างคุณสุปจีไปขายข้าวเนี่ยไม่ต้องทำ ไม่ต้องเอาเงินไปเสียกับเรื่องจำนำหรือเรื่องประกันราคาเนี่ย เอาเซฟเงินเป็นกี่หมื่นล้านไปทำสิ่งเหล่านี้ครับ >> เข้าใจ >> อ้าต่อของคุณเอาหลักการตรงนี้ก่อนของคุณเนี่ย 40 บาทตลอดวันนะ >> ครับ >> ถ้าผมฟังจากคุณพิพัฒน์อ่ะ >> ครับ >> ถูกมั้ย >> ใช่ครับ >> คือวันนั้นเนี่ยนับไปเลยตั้งแต่สมมุติ ตั้งแต่เริ่มรถไฟฟ้า 5:00 น.จนกระทั่งรถไฟฟ้าปิดเที่ยงคืน คุณจะขึ้นอะไรไงก็ได้เนี่ย วันเดียว 40 บาท >> ครับ >> รวมรถเมล์มั้ย >> เอ่อรวมครับ >> รวมมั้ย >> รวมครับ >> รวมนะอ่ะทีนี้กลับมาก่อนตะกี้พูดถึงเรื่องเงินในระยะสั้นอุดหนุนไม่ต่างกัน หรือมากกว่าผมด้วยซ้ำทุกๆพรรคครับ แต่ระยะยาวครับของพรรคเพื่อไทย >> อ้าคุณทำไมไปว่าเค้าอุดหนุนมากกว่าเอาพูดถึงภูมิใจไทยผมพูดถึงภูมใจไทย >> อภูมิใจไทยไง >> มากกว่าจริงๆพี่ๆพี่ขิงก็ลองลองดูพี่ขิง จะไม่คิด >> ไม่คคิดถึงที่ว่าคนจะไปขึ้นรถไปขึ้นรถมาเหรอนี่ไม่ได้เข้าข้างเค้านะ >> คือคืออย่างงี้ครับแทนที่ >> หมายความว่าบางทีเอ่อบางคนขึ้นเที่ยวเดียวก็ได้นะก็จะเสีย 40 นะ >> คือคือปัญหาเนี่ยเอ่ออันนี้เมื่อกี้คุณสุพนัสก็ก็พูดพูดซึ่งพูดได้ดีก็คือเรื่องข้อมูลครับ วันเนี้ยแทนที่จะเถียงกันว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่เนี่ย สำคัญคือมันต้องมีข้อมูลให้ครบรอบด้านจากเอกชนทั้งใต้ดินบนดินทุกอย่าง เอามาดูว่าพฤติกรรมมันเป็นยังไง >> แต่ในที่สุดก็หนีไม่พ้นครับยังไงก็ต้องก็ต้องใช้เงินอ่ะตกลับมาเรื่องเงินก่อนอ่ะ คุณก็บอกเค้าใช้มากกว่าเพราะอผมผมไม่นั้นไม่ >> ไม่ๆพูดแล้วต้องพูดทำไมเพราะอะไร >> ไม่ครับผมผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าของผมครับ ถ้าพี่ยุทธจะยกตัวอย่างว่าวิ่งรอบเดียว ใช่มั้ครับวิ่งรอบเดียวผมจบที่ 20 บาท แต่วิ่งรอบเดียวของผู้ไทยก็คือแคปไว้ที่ 40 บาท นั่นหมายความว่าก็ >> จะมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่า แต่ในทางปฏิบัติอ่ะครับแทบจะไม่มีใครหรอกครับที่วันนึงอ่ะขึ้นรอบเดียว ถ้าเขาใช้ขึ้นรถไฟฟ้าคือเขาใช้รถไฟฟ้าไปและกลับ >> หรือไปในหลายลักษณะ ดังนั้นเนี่ยครับ การไปแคปไว้ที่ 40 และต้องเติมให้อ่าไม่สามารถเกินไปกว่านั้นเนี่ย มันเติมมากกว่าแน่นอน อ >> ครับผม >> อันอันนี้คือทางปฏิบัติ แต่ที่จะบอกก็คือ ไอ้เรื่องอุดหนุนเนี่ย มันคือเรื่องนึง แต่สิ่งที่เราจะทำในในระยะยาวอ่ะครับ หรือระยะกลางก็ตามเนี่ยครับ มันต้องควบรวมสัมปทาน ควบรวมสัมปทานในที่นี้มีความจำเป็นครับ ที่หากมันเป็นsleชhipก็คือหมายถึงว่ารัฐถือทุกสัมปทานไปพร้อมกันเนี่ยครับ มันจะสามารถมีการบริหารจัดการที่ลดลงได้ แล้วก็ในเรื่องของผู้โดย พอราคาลงมาเป็นครับผู้โดยสารมากขึ้นแน่นอน ค่าโดยสารต่อคนน้อยลงแต่จำนวนมากขึ้น แล้วเราได้รายได้ทางอื่นเพิ่มขึ้น ทั้งค่าโฆษณาเอง ค่าพื้นที่เช่าเอง หรือค่าบริหารจัดการต่างๆเพิ่มขึ้นมาเองเนี่ย ครับเราจะมีส่วนต่างในการชดเชยน้อยลง บวกกับอีกวิธีนึงครับพี่ยุทธคือถ้าเราเอาเงินเหล่าเนี้ยครับที่รัฐจะต้องเข้ามาซื้อหรือมาควบรวมสัมปทานเนี่ยครับ เอาไปตั้งเป็นกองทุนและออกเป็นลักษณะของการเป็นบอให้พี่น้องประชาชนมาร่วมเนี่ยครับ เหมือนเป็นInfrastructure fund เนี่ยครับ มันจะไม่เป็นภาระทางการคลังของภาครัฐ และต้นทุนทางการเงินมันถูกลง นั่นหมายความว่าหากรัฐเป็นคนออกอย่างงั้นนะ่ะครับ แล้วมีการการันตีเรื่องผลตอบแทนเนี่ยครับ ผลตอบแทนมันคาดหวังน้อยกว่าเอกชนเป็นคนลงทุน นั่นหมายความว่าเามีโอกาสคุ้มทุนได้ง่ายขึ้น แล้วลดต้นทุนใช่ครับ พูดถึงวิธีแล้วก็เหมือนกัน อันนี้อันนี้อันนี้เหมือนกันก็คือการบริหารที่แยกออกเป็น 4 สายเนี่ย เอามามารวมแล้วรัดเข้าไปทุนมีมากคุณ พูดถึงวิธีของคุณคือคุณมีความต่างคือ 20 บาทตลอดสาย ถ้าคุณบอกว่าถ้าไม่เกินเปลี่ยนรัฐบาลคุณทำแล้วถูกมั้ย >> ถูกครับ >> อ่าไอ้กฎหมายพร้อมแล้วถูกมั้ย >> ถูกครับ >> อ่าปัญหาก็คือคุณบอกว่าก่อนหน้านี้ถ้าผมจำได้เพราะคุณเป็นรัฐบาลมาก่อน คุณจะเอาเงินสะสมของรฟม.ครับ อันนี้เป็นเงินเติมเข้ามาในกองทุน คุณจะใช้วิธีตั้งกองทุนขึ้นมาให้ขายพันธบัตร หรือให้คนมาลงทุนลักษณะกองทุน >> อ่าอันนั้นอันนั้นคนละส่วนกันครับ คือกรณีที่มีการซื้อสัมปทานหรือว่าควบรวมสัมปทาน มีความจำเป็นต้องใช้เงินที่เอามาอ่าซื้อสัมปทานจากภาคเอกชน อันนั้นน่ะครับจะต้องเป็นเงินอีกก้อนนึง >> อันนี้จะเป็นเฟสต่อไป >> ใช่ครับใช่ครับแต่กองทุนตั๋วร่วมนี้คนละส่วนกันครับ >> อ้าคุณคิดว่า 20 บาทของคุณตลอดสายเนี่ยจะเซฟฐานคิดมาจากไหน ทางนี้เค้าบอกว่าอันที่เค้ามีเค้าบอกว่าฐานคิดมาจากปัจจุบันโดยเฉลี่ยคนเสียประมาณ 45 บาท >> ครับ >> ไม่ครับมาจากตัวสัมปทานเดิมอยู่แล้ว ซึ่งสัมปทานเดิมการได้มาซึ่งราคาเก็มีการคำนวณมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว >> อ่ามันคงเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมา >> สูงสุดคือ 45 >> ก็เลยมาทำระยะ 8-45 >> ถูกต้องครับ >> ถูกมั้ยอ่าของคุณ 20 บาทฐานคิดคือ >> ครับตัวเลข 45 เนี่ยเป็นตัวเลขคุ้มทุนของ การลงทุนของภาคเอกชน >> นะครับซึ่งเราคิดว่ารถไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม เราไม่ควรเอาเรื่องธุรกิจหรือเรื่องความคุ้มทุนมาเป็นตัวตั้ง แต่ควรเป็นบริการภาครัฐที่ทุกคนเข้าถึงได้ ดังนั้นฐานคิดของเราคือเราเริ่มจากความสามารถในการจ่ายของพี่น้องประชาชน ถ้าพีุ่ถ้าพี่ยุทธไปดูอ่าค่าโดยสารในนานาชาติอ่ะครับ เขาจะเทียบกับค่าแรงหรือเทียบกับรายได้ของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราประเมินแล้วว่า 20 บาทเนี่ยครับ เป็นตัวเลขที่เหมาะสมกับค่าแรง >> ค่าแรงคือ >> ค่าค่าแรงของคนในกรุงเนี่ยครับ หากผมตี 400 เนี่ยครับ ไอ้ 20 บาทไปกลับเนี่ยครับ 40 บาทมันคือ 10% ของของค่าแรงขั้นต่ำ 1 วัน ซึ่งอันนี้ถือว่าสูงแล้วนะครับ หลายๆประเทศต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำอื ที่ควบคุมราคาให้มันอยู่ในราที่เข้าถึง >> อ่าแล้วก็มีวิธีอุดหนุนอย่างที่ว่านะถูก >> วิธีจะใช้วิธีอุดหนุนหรือใช้วิธีการ่า เปลี่ยนสัมปทานในลักษณะไหนเป็นเรื่องที่ นัจะต้องดำเนินการเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง >> ออันนี้เนื่องจากพลาดพิงเเป็นคู่ปรับกันมา ก่อนใจเย็นนะทั้งคู่นะครับ >> อ่าทั้งนี้เ้าบอกอันนั้นเคิดถึงประชาชนเป็นตัวตั้งว่าคนเราควรจะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางวันละ 10% ของรายได้ถูกมั้ย >> เอามาเป็น 20 บาทตลอดจริงๆมันคืออ่าตามหลักการมันคือ 10-20% แต่เราต้องไปดูโหมดอื่นด้วยก็คือพวกรถเมล์รถ >> เอาล่ะอ่าของคุณเนี่ยคิดแค่ต้นทุนของการลงทุนถึงเอา 45 มาเป็น 8-45 อ้าพลาดเพลง >> ไม่ไม่จริงครับพี่ยุทธครับไม่อย่างงั้นเราจะทำระบบตัวร่วมค่าโดยสารร่วมทำไมถูกมั้ครับ ถ้าเกิดมองแค่ต้นทุนของเอกชนเนี่ย ก็แปลว่ารัฐไม่ต้องซับสิดไดถูกมั้ยครับ แต่ทุกวันนี้เราต้องการซับสิดไดเพื่อแก้ปัญหาค่าแรกเข้านะครับ แล้วก็แขบไว้ที่ 45 เพราะทุกวันเนี้ยมันมีปัญหาเนื่องกับความผิดพลาดของรัฐที่ไปทำระบบแต่ละสายแยกออกจากกัน สัมปทานแยกออกจากกันมาตั้งแต่หลายรัฐบาลเนี่แหละครับ ทำกันมาแล้วก็ผิดพลาดกันมาโดยตลอด มันก็เลยกันว่าเราต้องมาแก้ปัญหาที่ปลายทาง ถ้าณวันนั้นเนี่ยเราแก้ปัญหาที่ถูกต้องตั้งแต่ตอนแรกกระดุมให้ถูกมันจะไม่มีปัญหาครับ แต่ต้องบอกอย่างงี้ครับว่าพี่ยุทธครับ อีกอันนึงที่ไม่ อยากให้หลงลืมต้องบอกว่าอย่างแรกเนี่ยเราพยายามไปมองเรื่องของราคาอย่างเดียว >> ราคาเนี่ยครั้งนึงเคยมีการให้ขึ้นฟรีทุกสายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาประมาณแค่ 30% เท่านั้น >> สิ่งที่มันขาดจริงๆในระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในกรุงเทพมหานครคือการเข้าไม่ถึง >> อ >> เพราะเราไม่มีระบบฟีดเดอร์ที่มีประสิทธิภาพครับ ถ้าณวันนี้คุณไม่แก้รีรูสายรถเมล์ต่างๆให้สามารถเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้ คุณไม่แก้ปัญหาเรื่องของผังเมืองต่างๆ คุณไม่มีทางจะเพิ่มยอดจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าได้ ถ้าเกิดคุณยเพิ่มยอดจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าไม่ได้มหาศาลมากพอ คุณไม่สามารถแก้ปัญหาด้านการจราจรได้ คุณไม่สามารถลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนได้ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่สำคัญของกรมกรุงเทพฯ เพราะกรมกรุงเทพฯเนี่ยต้องบอกว่ามีผู้ที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนสาะแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นเท่านั้น เทียบกับเมืองใหญ่ๆในแต่ละโลกเนี่ย 50 กว่าเปอร์ >> นะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย มันต่างกันเยอะมาก ต่อให้คุณดัมราคาต่อให้คุณจะขึ้นให้ฟรี มันก็ไม่เพิ่มขึ้นกว่านี้มากเท่าไหร่นัก เพราะปัญหาจริงๆมันคือระบบขนส่งมวลชนที่ เรานะครับเราเสรนโยบายรีotingแล้วก็ทำรถเมล์เป็นรถเมล์ EV เปลี่ยนเป็นระบบฟีดเดอร์ >> อันนี้เพิ่งมาเมื่อตอนหาเสียงนี่ถูกมั้ย >> จริงๆเราทำสมัยเป็นรัฐบาลแล้วนะครับ มีการนำร่องไปบางเส้นทางแล้ว >> มีครับ ถ้าพี่ยุทธลองคุยกับผู้ว่าชัชาติก็ได้ครับ มีการทำครับ เพราะว่ามันต้องผ่านตัวค >> ผมตกข่าวไม่เป็นไรอ่ะเอ่อเพราะฉะนั้นคุณทำอยู่ >> ใช่ครับ >> อ่ะ แต่นี้คนละฐานคิดถูกมั้ยอ่ะ พรรคประชาธิปัตย์มาของคุณเท่าไหร่นะ >> ของผมเป็นโซนิ่ง 5-30 บาททั้งรถไฟฟ้าแล้วก็รถเมล์ ซึ่งผมมองว่าไอ้ตัว >> คือเป็นการพบกันระหว่างตรงกลางระหว่าง 2 พรรคนี้นะเนี่ย >> คือคือถ้าถ้าแยกกันนะ รถไฟฟ้าเนี่ยก็คือ 5-30 บาท เอ่อรถเมล์ 5-20 แต่ถ้าขึ้นลง 2 อันระบบด้วยกันเนี่ย ก็จะแม็กไว้ที่ 30 >> คือจะจ่ายไม่เกิน 30 แต่ถูกสุดคือ 5 บาท ทีนี้ผมมองอย่างงี้ฮะ คือตัวเลขอ่ะโอเค ข้อมูลมันอาจจะ >> ของคุณต้องมีทีมบริหารทำงานไปคำนวณเงินมาหมดแล้วนะ >> คำนวณครับ คือผมผมก็เห็นด้วยนะ ฐานคิดเนี่ยคือเอ่อจากจำนวนของคนที่ใช้บริการทานี้โอเค มันอาจจะมีบางส่วนที่มันแยกกันอย่างที่สุพนัตบอกก็คือว่าขึ้นทั้งของรฟม.ขึ้นท้อง BTS ทั้ง 2 อันมันก็เลยแยกกัน แต่ว่าผมว่ามันก็ไม่หนีกันมาก คือถ้าคิดออกมาแล้วเนี่ย เราก็ดูแล้วว่าค่าเฉลี่ยที่ดีเนี่ย มันควรจะเป็นโซน ผมมองว่าเอ่อถ้าเราเป็นแฟลชเรทเนี่ย บางครั้งเนี่ยมันไม่แฟร์กับคนนั่งสั้น สมมุติพี่ยุทธนั่งแค่ 2 สถานี พี่เสีย 20 เท่ากับคนนั่ง 8 สถานี มันไม่สะท้อนการที่ใช้จริงถูกมั้ฮะ แล้วรัฐก็ต้องไปอุดหนุนเยอะเยอะเกิน ด้วยจำนวน ผมดูว่าราคาเนี่ย ไอ้ระหว่างเ 5-30 บาทเนี่ย เป็นส่วนที่พบกันครึ่งทางระหว่างเอ่อผู้ประกอบการกับตัวของรัฐบาลที่ต้องจ่ายเงินชดเชย ทีนี้เราก็คำนวณกันดูแล้วว่า ไอ้เงินส่วนต่างเนี่ย มันอยู่ที่ 8,000 ล้านกลมๆถึง 9,000 ล้าน มันคงไม่หนีไปจากนี้เท่าไหร่ >> ต่อปีนะ >> ต่อปีโดยแบบของผมนะ แบบแบบ 5-30 บาท ซึ่งทำให้ผมไม่เชื่อว่า 20 บาทตลอดสายมันจะได้แค่นั้น มันเกินอยู่แล้ว เท่าที่คำนวณดูเนี่ย มัน 10,0002,000 ล้าน เพราะว่าอ่ะพี่ ยุทธอย่าลืมว่าสัมปทานสายสีเข >> ไม่ของคุณคิดว่าโมเดลคุณอุดหนุนน้อยกว่าเค้าเหรอ >> น้อยกว่าน้อยกว่าอ่ะพี่ดูว่าสายสีเขียวเนี่ย คนขึ้นเยอะถูกมั้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย เวลาคนใช้เยอะ เวลาคนสมมติ 20 บาทตลอดสายเนี่ย คนเพิ่มแน่นอน แต่ว่ามันจะมีคนพูดจริงๆว่าคนที่มานั่งนั่งโดยที่ไม่มีประโยชน์ก็มี คือแบบเห็นเห็นความสะดวก รัฐก็ต้องยิ่งสนับสนุนไปเยอะขึ้น แล้วก็การที่ต้องคุยกับสายสีเขียว ผมไม่เชื่อเลยว่า 20 บาทจะทำได้ทันที ไม่มีทางต้องใช้เวลาอย่างน้อยมีการคุย เพราะว่าสัมปทานสายสีเขียวเจะยอมได้ไง ในเมื่อเถือข่ายแดงตรงกลางแล้วก็เงิน >> ไอ้ที่เบอกว่าถ้าเค้าไม่เปลี่ยนรัฐบาลทำได้แล้ว คุณไม่เชื่อเลย >> ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อ ผมว่าอย่างน้อยต้องมี 2-3 ปีนะครับ >> ผมผมเชื่อว่าม่วงกับแดงเนี่ยสามารถทำได้เลย เพราะรปมงของรัฐอยู่แล้วในการคุย ผมว่า 90 วันเห็นผล แต่ว่าถ้าจะคุยกับสีเขียวมีอีกวิธีนึงที่ทำได้เลยจริงๆ ต้องทุ่มเงินเป็นแสนล้านในการซื้อสัมปทานเข้ามา >> ซึ่งของคุณไม่ซื้อ >> ผมไม่ใช่ของผมเป็นการปรับโครงสร้างราคา แล้วรอให้หมดสัญญาปี 72 >> ในระหว่างนี้อุดหนุนไปก่อน >> อุดหนุนไปก่อนแล้วก็อุดหนุนประมาณประมาณ 8,000 เนี่ย 8,000 9,000 กลมๆ แต่ว่าพอปี 72 พอหมดไปแล้วเนี่ย ได้สัมปทานคืนไอ้ตัวอุดหนุนจะลดลงอีก เพราะเราจะได้บริหารทั้งระบบ ทั้งเรื่องโฆษณาทั้งเรื่องพื้นที่ประกอบประกอบการหลายๆอย่าง ซึ่งตอนเหลายคนไม่ทราบว่าเอ่อสายสีเขียวต่อขยายม่วงแดงพี่ยุทธสังเกตถ้าเคยขึ้นเนี่ยไม่มีของขายบนนั้นนะ >> อือ >> เพราะว่าไม่มีใครกล้าทำ เพราะมันติดว่า เป็นที่สานะมันไม่มีครม.ไหนที่จะกล้าฟันธงว่าตรงเนี้ยเป็นพื้นที่ที่เอามาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมันสามารถทำได้ถ้าเราได้ตรงเมันจะมาช่วยเอ่ออุดหนุนได้อีกเยอะ ทำให้รัฐบาลอุดหนุนเงินน้อยลง แต่ว่าส่วนตัวเท่าที่ดูแล้วคุยกับทีมงานผมคิดว่า 20 บาทเนี่ยทำได้จริง ทำได้แต่ต้องทุ่มเงินเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ 8,000 แน่นอนครับ >> เฮ้ยเติมๆเติมนิดเดียวครับพี่ยุทธจริงๆ >> ขอบคุณ 40 บาทตลอดวันนะ >> ต้องต้องช่วยแบบมุ่งเป้าด้วยนะครับนี่เราพูดกันถึงว่าเรากำลังจะชดเชยราคาสำหรับทุกที่ใช้นะ >> แต่เราควรจะมุ่งเป้าเช่นผ่านปัสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเงี้ย เค้าก็มีโกต้าสำหรับขึ้นคนที่ไม่มีเงินน่ะ พูดง่ายๆนะครับ หรือจะเป็นเด็ก >> หรือผู้สูงอายุอย่างเงี้ยนะครับ ควรจะไปลดลดราคาให้กับคนเหล่านั้นแบบมุ่งเป้ามาก กว่าส่วนที่เหลือเนี่ย บางคนไม่งั้นมันก็ จะเกิดอาการแบบบางคนไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าก็ ได้อย่างสายสีเขียวเนี่ยตอนนี้แน่นมากนะ ครับก็พอมันบัตรสิริการแห่งรัฐให้อยู่แล้ว ให้สิทธิ์อยู่แล้ว >> ถูกต้องครับ ก็เราควรจะไป >> คือบัตรสวการแห่งรัฐเนี่ยเอาเอามาขึ้นรถไฟฟ้าตัดเงินใช่งานรัฐใช่ผมผมถึงบอกว่ามันต้องมองว่าอันนี้ช่วยภาพรวมก็คือเรื่องจัดการเรื่องค่าแรกเข้าแล้วก็แคปราคาว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่สำหรับคุตลอดวันนะ >> ใช่ครับแล้วก็ >> แล้วก็จะมาช่วยอีกกลุ่มนึง >> อีกกลุ่มก็คือจะเป็นผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เด็กเอ่อผู้สูงอายุ >> อ >> เหล่าเนี้ยควรจะควรจะได้รับการชดเชย >> เงิน >> เป็นแบบมุ่งเป้าครับใช่ครับถูกต้องครับ >> เงิน >> ก็ทุกวันนี้ผ่านบัตรสวัสดิการก็ทุกเดือนก็มีเงิน อาจตีซว่า 8,000 ล้านของคุณคิดว่าเกินมั้ย >> ผมคิดว่าอยู่ทุกคนเที่เสนอมาอยู่ที่ประมาณหมื่ล้านบวก >> งบประมาณถูกมั้ย >> งบประมาณ 10 หมืล้าน >> ไม่อันนี้มันต่างกันอยู่ >> เว้นแต่อย่างงี้นะครับ >> เอ่อต้องดูว่าจะทำให้เร็วเท่าไหร่สัญญาเนี่ยตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือต้องบริหารสิ่ง >> คือถ้าไม่ไปทำอะไรกับสีเขียวเนี่ย 72 ถูกมั้ย >> ปี 72 ในระหว่างเนี้ยมันมีสัญญากับเอกชน ก็ต้องเป็นการอุดหนุนยกเว้นจะตั้งกองทุนมาแล้วไปซื้อเลย >> นะครับซึ่งอันนั้นจะใช้เงิน >> ซึ่งอันนี้ไม่ซื้ออันนี้ไม่ซื้อถูกมั้ย >> ไม่ซื้อครับซื้อครับ >> อันนี้ซื้อของซื้อ >> ยังไม่ซื้อครับยังไม่ซื้อครับ >> อเพราะเดี๋ยว 72 จะหมดอยู่แล้วเดี๋ >> ที่ผมบอกพี่ยุทธไงว่าการซื้อสัมปทานเนี่ย ที่เหลือเนี่ยรัสีเขียวที่เป็นคนที่ใช้เยอะที่สุดมันไม่มีทางต่ำกว่าแสนล้าน อาจจะถึง200สนล้านด้วยซ้ำถ้าเทียบกับไอ้ไอ้ตัวผลประโยชน์ทั้งหมดที่เขาได้แล้วผมจะเรียนดูว่าจะอุดหนุนปีไม่ถึง 8,000 ล้านได้ยังไง เพื่อไทยซื้อมั้ผมซื้อในระยะกลางครับ อย่างที่บอกว่าในระยะก่อนที่จะเจรจาได้เนี่ยมันต้องเป็นอุดหนุนก่อนที่บอกว่าเหมือนกัน >> ไม่มัน 72 มันไม่มีกลางแล้วเดี๋ 72 ปี เข้าไปที่เราทำทันทีได้ทันทีเนี่ยครับ ที่พี่สุกทีบอกเมื่อสักครู่เนี่ยครับม่วงกับแดงไม่ใช่ว่าทำได้ทันทีนะครับ ม่วงกับแดงทำไปแล้วนะครับและทำได้อยู่แล้วนะครับ แต่อันอื่นเนี่ยเราทำต่อเนื่องทันทีด้วยวิธีการอดหนุน แต่หลังจากนั้นจะมีการซื้อสัมปทานครับ >> คือถ้ามันจะซื้อตอนนี้มันก็จะเป็นสีชมพู >> ครับชมพูเขียว >> สีเหลืองถูกมั้ฮะเขียวมันจะหมดปี 72 แทบไม่ต้องอีก 2 ปี พอพอพอคุณจดินพูดอย่าง เงี้ยว่าเอ่อจะซื้อเหมือนกัน กระบวนการซื้อเนี่ยไม่ได้เร็วนะครับ ผมเลยต้องถามว่าเพื่อไทยบอก 20 บาททำเลยเนี่ยมันเลย คือปีไหนอ่ะ คือมันไม่ใช่ว่าทำได้เลยเข้าไปแล้วทำได้เลย คือมันต้องมีเวลากระบวนการกว่าจะคุย กว่าจะตกลงราคา เพราะฉะนั้นไม่เร็วแน่นอน ผมว่าการเอ่อดูแลเรื่องค่าโดยสารี่ที่ดีที่สุดคือการไม่แตะโครงสร้างแล้วรอให้หมดสัมปทานแล้วเราก็ค่อยไปปรับราคา แต่ระหว่างเนี้ยยังไงอุดหนุนต้องอุดหนุนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอุดหนุนเท่าไหร่แค่นั้นเอง แต่ของประชาธิปัตย์เนี่ยเราเสนออุดหนุนเนี่ยประมาณ 8,000 ที่เราคำนวณจากฐานที่เยอะด้วย >> อาจจะถูกกว่านั้นด้วย >> 90 วันม่วงกับแดง แต่ว่าสีเขียวเนี่ยมันต้องมีกระบวนการของมันในการคุย ผมว่าประมาณปีถึง 2 ปีไม่เกินปีถึง 2 ปี แต่ม่วงกับแดงทำได้ทันที ม่วงกับแดงทุกวันนี้เป็น 20 บาทตลอดสายเต่อเวลาไปอยู่ >> อ่ะของคุณเขาบอกครับคุณไม่มีทางทำได้หรอก >> ทำได้ทันทีครับ 90 วันเหมือนกัน เพราะว่าเรามีกองทุนอะไรเรียบร้อยครบหมดแล้วในลักษณะของการชดเชยแบบที่พรรคประชาธิปัตย์จะทำอ่ะครับ ทำได้ภายใน 90 วันเช่นเดียวกัน >> แต่หลังปี 72 ก็จะถูกลงนะ >> แต่หลังจากนั้นเราจะทำในวิธีต่อไป >> อือๆอ่ะมีอะไรพลาดพิงมั้เรื่องนี้ไม่มีแล้วนะ >> ของเราไม่ของเราไม่ซื้อเหมือนกันฮะ >> ไม่ซื้อเหมือนกัน >> เราไม่ซื้อแล้วต้องบอกงี้ครับกว่ามันจะซื้อเนี่ยมันต้องมีการคำนวณในเรื่องต่างๆ >> สายสีเขว่ากว่าจะได้ซื้อจริงๆนะ ถึงเวลาออกไปเรียบร้อยแล้วหรืออยู่ในช่วงปลายก็เหมือนกับว่าจริงๆมันแทบจะหมดสัมปทานอยู่แล้วก็ไปให้ตังค์เฟรี >> ไอ้สิ่งที่มันสำคัญกว่าคือสายสีเหลืองสายสีชมพูสายพวกเหล่าเเป็นสายที่ขาดทุนอยู่แล้ว และรัฐจะเข้าไปไม่ใช่แค่แบกในเรื่องของการบริัทานเท่านั้นไปแบกภาระการขาดทุนแทนเอกชนให้เขามี exit ออกมาได้จากธุรกิจที่เขาลงทุนเขาสัมปทานและขาดทุนด้วย >> เพราะฉะนั้นคุณไม่ซื้อเลยทุกวันเราไม่ซื้อนะครับเราไม่ซื้ออ >> ทุกวันที่เหลืองกับชมพูขาดทุนอยู่ถูกมั้ย >> ขาดทุนเยอะครับ >> อ่าถ้าไปซื้อก็เหมือนกับว่า >> โดน 2 เด้งจ่ายตังค์ให้เค้าในราคาที่ไปประเมินกันมา ซึ่งปกติรัฐชอบเสียค่าโง่ก็คือประเมินแพงอยู่แล้ว จ่ายตังค์เข้าไปเงินก้อนอาจจะสายละ 30,ื่ล้าน 40,หม่ล้านว่ากันไปเสร็จปุ๊บไปต้องเจอไอ้นี่อีกไปขาดทุนแทนเ้าทุกปีทุกปีทุกปีทุกวัน เพราะว่าประชาชนที่คำมีการคำนวณมาตอนออกสัมปทานครั้งแรกเนี่ยเประเมินว่าสายสีเหลืองสายสีชมพูจะขึ้นกันที 200,000 300,000 คนถึงเวลามันอยู่แค่ 100,000 เดียวอือ >> ไม่ถึงด้วยนะฮะ 100สนเดียวเนี่ย >> เราเราเราจะขับเคลื่อนประเทศด้วยความขัดแย้งแบบนี้ไม่ได้ครับพี่ยุทธอ่านโยบาย >> ขัดแย้งอะไรก็เคนละโม้ >> นโยบายนโยบายเรื่องขนส่งสาธนะเนี่ย หากเราบูรณาการเส้นทาง บูรณาการราคา >> มันจะมีผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ผมยังไม่ได้บอกว่าเราจะซื้อเท่าไหร่นะครับ สุดท้ายมันต้องมาเจรจามาประเมินกัน แต่จะบอกว่าทุกอย่างจะขาดทุนไปตลอดชีวิต แล้วเราจะต้องเอาเงินไปอุ้มการขาดทุน ผมว่ามันไม่ใช่ อย่างงั้น >> เอ่อคือทฤษฎีนี้เ้าไม่เชื่อบางทีให้ขึ้นฟรีมา 3 วันก็ยังไม่เห็นเพิ่มแบบมากมายมหาศาล แต่คุณกำลังบอกว่าถึงเวลาลองให้มันเชื่อมกันจริงๆสิมันจะเพิ่มถูกมั้ >> ใช่ครับ เพราะว่าการออกแบบการลงทุนตั้งแต่แรกมันถูกคิดบนฐานนั้นอยู่แล้วครับ >> ถ้างั้นมันไม่คุ้มทุนตั้งแต่ตอนลงทุนตั้งแต่แรกครับ >> อเติมนิดเดียวครับพี่ยุคครับคือเอกชนเนี่ยเขาเป็นเจ้าของสัมปทานถูกมั้ครับ >> เไม่ขายในกรณีที่เขาจะเจ๊งที่เขาเสียเปรียบหรอกครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยลเนี้ยคือเอกชนทั้งมีข้อมูลตัวเลขต่างๆ เอกชนมีหมดแล้ว เรื่องของรายได้การหารายได้จากการโฆษณาต่างๆ รู้ว่าเาควรจะขายหรือเไม่ควรขาย ถ้าเถือสัมปทานต่อสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรอยู่ใน Business นี้มานานกว่ารัฐรัฐไม่รู้เรื่องอะไรเลย >> อ้า เพราะฉะนั้นเค้าก็เค้าเได้ยังไงเค้าก็ขายยังไงเถูกต้อง เค้าต้องขายต้องกำไรมากกว่าเดิมนะครับ >> เพราะฉะนั้นเนี่ย การไปเวรคืนสุดท้ายเนี่ย รัเสียเปรียบ พอรัฐไม่แทบไม่มีข้อมูลเลย เอกชนถือข้อมูลทั้งหมด >> คือคือผมมองว่าอย่างอย่าอย่างที่เหลือง ชมพูเนี่ย ที่คนไม่เยอะตอนนี้รถไฟฟ้าผมคิดว่ามันพอระดับนึง แต่ว่าไอ้ขนส่งสายรอง หรือฟีดเดอร์มันไม่มี ของประชาธิปัตย์เนี่ย เราจะเสนอ EV รถเมล์เข้าไปอีกเพิ่มอีก เพราะกสมก.เนี่ยเค้าวิ่งเฉพาะตรงไข่แดงชั้นใน บางเส้นไม่มีพีุ่ทธอาจสังเกตไอ้เรียบด่วนเอกไมยรามินทราเนี่ยสายเดียวไม่ มีรถเมล์แต่ว่าคนสามารถจะขึ้นรถไฟฟ้าได้ คนก็เลยขับรถส่วนตัวแทน เพราะว่ามันไม่สะดวกที่จะไป เพราะว่าถ้าเกิดเรามีฟีดเดอร์ผมคิดว่าอนาคตดีขึ้นครับอ >> ฟีดเดอร์อ่ะของคุณจะปิดท้ายเรื่องนี้ >> ก็ไม่ไม่ได้ปิดท้ายแต่ว่าควรจะคิดถึงเรื่องมันจะตายตัวบอกอนาคตจะซื้อไม่ซื้อ ผมว่ามันอยู่ที่ตัวเลขนะครับ อย่างถึงปี 72 เนี่ยจะไปซื้อทำไมมันจะหมดสัมปทานอยู่แล้วนะครับ แต่หลังจากนั้นเป็นต้นไปเนี่ย มันจะมีชมพูเหลืมันมันก็ต้องมาคำนวณว่า ไอ้เงินที่อุดหนุนไปเนี่ย ถ้าถ้าเทียบ 2 กรณีคือการอุดหนุนกับการซื้อมาบริหารเลย แบบไหนดีกว่ากันนะครับ ก็แค่นั้นเอง >> ปูเหลืออีก 28 ปีซึ่งนานมาก >> ฮะเติมอีกนิดนึงได้มั้ครับเติมเรื่องราคาเดียวนิดนึงได้มั้ครับ เมื่อกี้มีพลาดพิงว่าราคาเดียวกับราคาขั้นบันไดว่าทำไมถึงเป็นราคาเดียวครับ หลักชิ้นมันไม่เหมือนกันครับ การเป็นราคาเป็นโซนหรือว่าเป็นสั้นได้ถูกแล้วก็อ่ายิ่งไกลยิ่งแพงเนี่ยครับ มันไม่ส่งเสริมการกระจายเมือง มันส่งเสริมให้คนอยู่ในพื้นที่เข้าใจความต้องการว่าอยากให้การกระจายตัวอ่าการกระจายความเจริญไปอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ แต่ความต้องการของเพื่อไทยอ่ะครับ การที่มันเป็นราคาเดียวอ่ะ มันเป็นการส่งเสริมให้คนออกไปอยู่ในพื้นที่ข้างนอกและเข้ามาข้างในได้อย่างสะดวก วิธีการเยครับจะส่งเสริมการกระจายตัวของเมืองและทำให้ลดภาระของคนที่ต้องอยู่ข้างนอกจริงๆ ไม่ใช่ว่าบีบ บังคับให้เขาอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆรอบๆนั้นเท่านั้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายของเขา >> ออันนี้อาจจะมองต่างกันของของประชาธิปัตย์ที่เราคิดฐานนี้เพราะเราอยากให้คนที่อยู่ตรงไหนเนี่ยเขาได้ทำงานในโซนใกล้ๆเพื่อเอาความเจริญกระจายออกไป คือหลายคนคงตั้งคำถามว่าทำไมกรุงเทพฯมันถึงเจริญแค่ทองหล่อแค่อารีแค่ไม่กี่จุด ทำไมโซนนอกๆมันถึงไม่เจริญ เพราะว่า >> เต้องหางานตรงนั้นให้ได้ >> ใช่ต้องหาตรงนั้นให้ได้ คือถ้าเกิดเราไม่เริ่มตรงนี้เพื่อให้เ้าเดินทางง่ายในพื้น ที่ก็ไม่มีใครออกทุกคนก็จะมากระจุกอยู่ทองหล่อจะกระจุกอยู่อารีไปหมดครับ >> อ้าแตกต่างกันไม่เป็นไรเอาพอสมควระเป็นวิธีคิดที่ต่างๆแต่อุดหนุนไม่มีใครขัดข้องถูกมั้ย >> เพียงแต่ตอนนี้ไม่เชื่อกันว่าเฮ้ยอุดหนุนมากอุดน้อย >> ครับ >> ทำได้ทันทีมั้ย กับวิธีคิดของราคาที่มันแตกต่างกันนะพักตรงนี้ครับ เดี๋ยวกลับมาฮะ

จะพูดอะไรต้องพูดแล้วทำ เป็นคำในใจพวกเราเรื่อยมา ที่ต้องแก้ไขไม่ให้ค้างคา ลุงป้านาอาต้องมีชีวิตที่ดี ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พูดอะไรพูดแล้วทำ เกิดมาเป็นไทยต้องภูมิใจไทย ต้องทำอะไรเพื่อบ้าน เพื่อความเจริญ เพื่อความรุ่งเรือง เพื่อบ้าน เพื่อลูก เพื่อหลาน ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พูดอะไรพูดแล้ว ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พูดอะไรพูดแล้วทำ ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พูดอะไรพูดแล้ว เช

กลับมาคุยกันต่อ อันนี้เป็นเบรคของเป็น อะไรตกใจเหรอตะกี้ >> ครับ >> เพลงของพรรคคุณเอ้า เมื่อสักครู่นี้ >>

คุณสุพนัสยังชมว่าแต่งเพลงได้ดีครับ

เอ่อเมื่อสักครู่นี้เอ่อพูดถึงประเด็นรถไฟฟ้าจริงๆก็คือมันมันเป็นไฮไลท์ของกรุงเทพมหานครเลยเรื่องจะทำให้ราคามันเปลี่ยนแปลงแต่มันอยู่ในข้อหัวข้อลดรายจ่ายถูกมั้ย

อ่ามีอะไรอีกที่คิดว่าลดรายจ่ายที่โดดเด่นจะได้ถกกันอ่ะเริ่มจากอ่าของคุณก่อน

ก็เรื่องค่าไฟ

ค่าไฟโมเดลของคุณคือ

ไม่เกิน 3 บาทสำหรับ 200 หน่วยแรก

ทุกคนนะ

ทุกคนครับ

หมายถึงคนจะใช้ 1000 หน่วยก็ได้แต่ 200 หน่วยจะคิด 3 บาท

ถูกต้องครับ

ถูกมั้ย

ใช่ครับ

และหลังจาก 200 หน่วยขึ้นไปก็ตามที่กฎเกณฑ์นั้น

ตอนนี้มันเหลือเท่าไหร่ 3.84 84

นะฮะซึ่งในอนาคตเนี่ยถ้าเราลดเรื่องพึ่งพาตัวแก๊สที่ต้องนำเข้าผลิตไฟจากแก๊สน้อยลงมาเป็นไฟสะอาดด้วยแล้วมาเป็นพลังงานแสงอาทิตย์แล้วบริหารสัญญามีการซื้อไฟจากลาวในราคาถูกลงเนี่ยก็ต้องลงต่ำกว่านี้ละโดยที่ไม่ต้องอุดหนุนนะครับ

อ่ะคนกรุงเทพฯน่าจะใช้ไฟถ้านับเป็นจังหวัดมากที่สุดในประเทศอยู่แล้วอ่าของคุณ

ถ้าถๆค่าไฟเหมือนของผม

แล้วแต่คุณคิดว่าแล้วแต่ก็ได้คุณเอารถจ่ายอย่างอื่นมั้หรือจะเอารถไฟด้วยค่าไฟด้วยก็ได้ครับค่าใบเรามี 3.70 แล้วเราอเราลดเหลือ 3.70 70 นะครับอันนี้ไม่ได้ไม่ได้เป็นเฉพาะกี่หน่วยแรกเป็นเป็นถ้วนหน้านะครับแล้วก็มีการเปิดอ่าเซรies์โซล่าเซลล์ก็คือให้มีการติดโซล่าเซลล์ได้เป็นระบบ SM GD แล้วก็สามารถเป็น Net Meuring ก็คือขายไฟกลับมาที่รัฐได้เพื่อไปลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชนได้เพราะว่าไฟที่ผลิตได้ช่วงกลางวันเนี่ยเขาไม่มีแบตเตอรี่เก็บเขาสามารถเอามาให้ส่วนกลางใช้แล้วก็หักเป็นหมุนมิเตอร์กลับนะครับแล้วก็ในส่วนลดค่าครองชีพอีกอันนึงก็คือบ้านเพื่อคนไทย

อ่ะเดี๋ยวบ้านเพื่อนคนไทยเอาค่าไฟก่อนก็แล้วกันเอาให้จบไปอ่ะคุณแบงค์ของคุณ

ครับเหมือนกันครับของเรามีสินเชื่อในการที่จะไปติดตั้งโซล่าเซลล์แล้วก็นำส่วนต่างที่ได้จากการประหยัดเรื่องของค่าไฟเนี่ยมาในการผ่อนครบ 7 ปีแล้วจากนั้นคุณก็ได้โซล่าเซลล์ไปนะครับ

อยังไงนะอีกที

หมายถึงว่ารัฐเนี่ยมีสินเชื่อให้ได้เรื่องของการลงทุนติดตั้งโซล่าเซลล์โดย

อแต่ไอ้เรื่องค่าไฟพื้นฐานคุณไม่ไปยุ่งถูกมั้ย

อ๋อมีอยู่แล้วครับมี 25 สตางค์ในปีแรกแล้วก็มีการเจรจาต่อทำให้ลงลงได้สูงสุดถึง 50 สตางค์ครับ

หมายถึงค่าไฟโดยรวมของเ้าเป็น 200 หน่วยแรกของคุณเนี่ย

ของเราจะลงโดยเฉลี่ยเนี่ยคือ 25% นะครับเอ้ย 25 สตางค์ในช่วงปีแรกนะครับแล้ว

ปีแรก

ครับ

คุณสามารถทำให้ค่าไฟลงได้จากตอนนี้ 3.74 มั้ย

ลงมาเหลือ 3.49 49

ใช่ครับ

จำได้เลยเหรอ

ครับในส่วนของทีมพลังงานเ้ามีการดูกันอยู่แล้วครับ

คำนวณแล้ว

คำนวณแล้ว

อ่ะอันนี้ข้อที่ 1 ข้อที่ 2

อันนี้ 20 25 สตางค์ที่บอกเนี่ยไม่ใช่ทั้งหมดนะฮะสุดท้ายแล้วเนี่ยมันต้องรวมทั้งหมด 50 สตางค์ 25 สตางค์เนี่ยเป็นแถวเฉพาะปีแรกเท่านั้น

อื

นะครับ

ปีแรกลดทันที 25 สตางค์

ถูกต้องครับ

คำนวณไว้เสร็จศัพท์แล้ว

เกิดเป็นรัฐบาลคุณทำไม่ได้ด่าเละเลยนะ

ด่าได้ครับเราเป็นตัวแทนจากประชาชนครับประยุทธ์

เอ่อแล้วเมื่อไหร่ 50 สตางค์

ภายใน 4 ปีได้ 50 สตางค์

ถ้าอยู่ได้ 4 ปีครับ

ได้ 50 ตังค์ทัน

จริงๆถ้าเกิดเสร็จก่อนก็รีบทำก่อนครับเพราะว่าเป็นเรื่องเร่งดวงของพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน

อ่า

นะครับ

มีเรื่องของการดูแลเรื่องของที่อยู่อาศัยด้วยเรื่องของการเข้าถึงสินเชื่อต่างๆด้วย

อ่าสินเชื่อของคุณก็คือจะให้สินเชื่อติดโซล่าเซลล์

ไม่ใช่อันนี้หมายถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยครับพี่ยุ

ไม่ๆเอาโซล่าเซลล์ก่อนตี้ให้มันโซล่าเซลล์เป็นสินเชื่อครับถูกต้องครับแล้วก็ขายไฟได้นะครับ

แล้วตรงนี้เนี่ยจะทำให้เกิดอุตสาหกรรมเราเรียกว่าอุตสาหกรรมเรื่องของ smart grid เรื่องของการลงทุนเรื่องของแบตเตอรี่ก็ดีหรือว่าเรื่องของไอ้ตัว Smart Meeting ก็ดีนะครับ

อ่าก็ก็คือการลงทุนพอทำเป็นโซล่าเซลล์แล้วทำให้เป็นสมาร์ททีมมันต้องมีการลงทุนอุปกรณ์ต่างๆเกิดการผลิตถูกมั้ย

ถูกต้องอย่างที่ผมพูดในตอนแรกว่าเราจะใช้ดีภายในประเทศในการขับเคลื่อนให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ภายในประเทศ

อื

นะครับเพราะทุกวันเนี้เราหวังพึ่งอุตสาหกรรมเก่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรถสันดาบมาโดยตลอดทีนี้เนี่ยถ้าเราจะต้องสร้างอะไรก็แล้วแต่หรือลงทุนอะไรแล้วแต่เนี่ยรัฐต้องลงทุนในสิ่งที่รัฐเชื่อว่าเราจะสามารถที่จะขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้ทั้งอุตสาหกรรมภายในประเทศด้วย

นะครับไม่อย่างอย่างเช่นเรื่องของเกษตรก็ดีหรือเรื่องของเครื่องมือเซลล์ก็คือครับแล้วถ้าเกิดช่วงที่เหลือใช้ก็ส่งคืนระบบไปขาย

ต้องครับขายมอันนี้มีคล้ายกันบางส่วนในการเป็นวิธีการซึ่งไม่ต่างกัน

ไม่ต่างกันอยู่

ไม่คุณเชื่อว่าเค้าทำได้มั้ย

ครับ

ทำได้มั้ย

ทำอะไรได้มั้

อ่าค่าไฟอ่า 25 สตางค์ 50 ตังงคแล้วก็ไอ้เรื่องสมาร์ทกของเค้าเนี่ย

สมาร์ทกฤตคงต้องใช้เวลานะครับเพราะมันต้องลงทุนกับกฤคือ

โครงสร้างของประเทศเนี่ยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตรับซื้อไฟเจ้าเดียวแล้วก็จ่ายต่อ

แจกให้เอ่อกฟกฟพ.กับกฟน.ก็คือนครหลวงภูมิภาคมาจ่ายต่อนะครับมันควรจะไปทางนี้อยู่แล้วต้องพัฒนาเป็นระบบกรีดกลางที่มีความทันสมัยและสมาร์ท

เพราะว่าต่อไปเนี่ยมันจะได้รับซื้อไฟจากคนที่ไปติดโซลารแล้วผลิตไฟเกินความต้องการได้แทนที่จะไปติดแบตเตอรี่ซึ่งแพงนะฮะก็ขายคืนกลับไปแล้วขายคืนกลับไปในราคาถูกซึ่งเดิมเนี่ยมีอยู่แล้วแต่จำกัดไงแทนที่จะปล่อยไฟทิ้งก็มาขายให้สมมุติ 50 ตังค์บาทนึงก็ดีกว่าปล่อยปล่อยไฟทิ้งนะครับหลวงก็ได้ไฟในราคาถูกแต่ว่ามันต้องพัฒนาเป็นสมาร์ทกิดก่อน

แต่มันไม่ใช่มันต้องใช้เวลา

ต้องใช้เวลาครับรวมไปถึงตลาดการรับซื้อไฟด้วยเราไปทางยุโรปเนี่ยอย่างเงี้ยเสสามารถเลือกได้เหมือน

เอ่อค่ายโทรศัพท์อ่ะครับเป็น A เป็น True เป็น

อันนี้ตรงกัน

วิธีการก็คือไม่ได้เป็นผู้การไฟฟ้า นครหลวงเจ้าเดียวไม่ใช่แล้ว

คือต่อไประบบที่ดีควรจะจับตรงได้เลยไม่ตัดคนกลางออก

ตัดเอ่อกฟผ.ออกนะฮะแล้วกฤกลางก็คือกฤกลางจริงๆใครอยากขายใครอยากซื้อผ่านกฤกลางแล้วชาร์จในราคาที่เหมาะสม

อ่าเข้าใจ

แค่นั้นเองแล้วก็มีการแข่งขันกันมันก็จะถูกลง

ของพยาบาเยังไม่พูดเลย 3.50 50 นะครับก็คือจะเอ่อเน้นเปลี่ยนไอ้แหล่งที่มาของของไฟฟ้าเนี่ยจากที่เราใช้ก๊าซธรรมชาติเยอะเนี่ยก็จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดก็คือไม่ว่าจะเป็นพลังงานน้ำจากลาวหรืออะไรก็ตามที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีพร้อมจะขายอยู่แล้วเนี่ยก็มาเฉลี่ยทำให้ค่าไฟมันถูกลงนะครับรวมถึงเอ่ออาจจะใช้โรงไฟฟ้าที่หมดสัญญาเนี่ยที่ยังสามารถมีกำลังผลิตได้อยู่เนี่ยผลิตต่อในส่วนนั้นแต่ว่าไม่ได้ให้เงินเพิ่มเ้าแล้วคุยเรื่องราคากันใหม่เพราะเราดูทีมก็คิดแล้วว่าเฉลี่ยน่าจะได้อยู่ประมาณ 3.50 50 ครับผม

อือๆอ่าสมาร์ทกิจเห็นตรงกันอยู่แล้วถูกมั้ตรง

อ่าเป็นสมาร์ทกิจไปสีเห็นตรงกันแต่จะทำ ได้ทำ

อ่าคุณใช้เวลาเท่าไหร่

เอ่อสมาร์ทกิจใช้เวลาครับแต่เรื่องค่าไฟเนี่ย 3 บาทเนี่ยทำได้เลย

อ่า 3 บาท 200 หน่วยแรก

200 หน่วยแรกเนี่ยทำได้แทบจะทันทีเลย

เข้าใจอ้าของคุณเท่าไหร่สมกิจ

หมายความว่าไง

ใช้เวลาเท่าไหร่ได้เริ่มต้นให้มันมีเกิด ขึ้นหมายถึงทั้งประเทศทันทีนะอย่าง กรุงเทพฯถ้าเกิดทำขึ้นมากรุงเทพฯต้องก่อนอยู่แล้วถูกมั้ย

ครับ

เอาสักเท่าไหร่เราผมไม่แน่ใจนะทีมพลังงานเขาคอมมิตไปเท่าไหร่ต้องถามทีมพลังงาน

อ้าไว้ถามทีมมาอ่ะไม่ต้องคอมมิตกันอ่ะผ่านไปเรื่องค่าไฟจบนะ

ของคุณคือ

3.70 ครับ

3.70 70

ไม่ต้องใช้งบประมาณไปอุดนะครับไม่ไม่เหมือน 200 หน่วยที่ใช้งบประมาณประมาณเกือบแสนล้านครับ

200 หน่วยคุณใช้งบประมาณเกือบแสนล้านจริงมั้ยไม่

ไม่ไม่จริงหรอกครับ

ไม่จริง

ไม่ถึงนั้นหรอกครับ

ไม่ถึง

ไม่ถึงหรอกพี่ยุทธลองคำนวณดูก็ได้นะครับว่า 200 หน่วยสมมุติถูกลง

คิดว่าต้นทุนอ่ะผมให้ 3.50 นะฮะจาก 3 บาท 50 ตังคตังค 200 หน่วยมันก็ตกเท่าไหร่คือโมเดลของพรรคภูมิชัยไทยเนี่ยมันไม่เหมือนกับที่เคยทำนะ

สมัยก่อนคือเคยทำอาจจะ 300 ยูนิต

ครับ

ไม่ต้องจ่ายหรือลดลงลดราคาถูกมั้ยแต่คน ที่ใช้เกินจะไม่ได้ครับ

แต่ของภูใจรอบนี่ก็คือทุกคนเลยนะ

ครับ

ที่ใช้ 200 หน่วยแรกคุณได้ราคา 3 บาท

ใช่ครับถูกต้องครับ

ซึ่งเงินไม่เยอะ

ไม่ไม่ได้ไม่เยอะครับไม่เยอะเป็นแสนล้านครับไม่ไม่เยอะขนาดนั้นครับเพราะว่า

วันเนี้ยเราต้องขยับให้ค่าไฟที่เป็นต้นทุนเนี่ยมันลดลงก่อนนะฮะก็ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบรับซื้อขายให้มีการแข่งขันนะครับหรือจะเป็นการรับซื้อไฟจากราวการrepาโรงไฟฟ้าเก่านะครับหรือจะสนับสนุนให้ติดโซลารเองแล้วก็ถ้ามีผลิตเกินก็เอามาขายหรือตอนเนี้ยที่ทำนำร่องไปแล้วก็คือโซล่าชุมชนนะครับคือใช้ที่ไหนก็ผลิตที่นั่นซึ่งต้นทุนจริงจริงๆเดี๋ยวนี้โซลารเนี่ยนะครับคำนวณได้เลยครับเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ยิ่งวันยิ่งถูกไม่ถึง 2 บาท

อื

นะฮะ 70 บาท 80 เอ่อทำได้หมดแต่ต้องมาบวกเรื่องเอ่อค่าส่วนไอ้ค่าที่ส่งส่งไฟอีกเนี่ยมันก็

2 บาทกว่าจริงๆต้นทุนถ้าถ้าผลิตตรงนั้นใช้ตรงนั้นเนี่ยเรามีการถูกต้องครับพัฒนาเป็นสมาร์ทกฤตแล้วกระจายไปพื้นที่ผลิตเป็นพื้นที่ใช้

ต้นทุนเงินมันก็ใช้ไม่เยอะ

อ่ะหัวข้อต่อมาซึ่งเป็นการลดรายจ่ายคือภาษีภาษีถูกมั้ย

ของคุณมีมั้ยประชาธิปัตย์

ก็คือภาษีสำภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาที่ปกติ

อวิธีอะไรก็ตามที่จะลดภาระเรื่องภาษีอย่างเงี้ย

ก็คืออย่างที่เรียนประยุทธไปตอนต้นรายการเี่คือว่าเดิมฐานการเสียภาษีของคนที่มีรายได้เนี่ยจะเริ่มต้นด้วย 26,000 บาทต่อเดือนประมาณโดยประมาณนะครับเราจะขยายเป็น 40,000 ค่อยเริ่มจ่าย

อื

อ่าอันนี้ก็คือจะช่วยมนุษย์เดือนที่อาจจะคนที่เงินเดือนประมาณไม่ถึง 40,000 บาทก็เป็นคนที่ทำงานเริ่มต้นแล้วก็อาจจะไม่ได้มีอายุการทำงานหลายปีนักส่วนเนี้ยเราก็จะมาช่วยเค้าเพื่อเจะได้มีเงินไปแบ่งเบาเพราะว่าคนที่เงินเดือน 40,000 เนี่ยโอโหเสียภาษีปีนึงก็นเป็นหลายแสนนะครับ

40,000 อันนี้หมายถึงหักๆหักแล้วใช่ครับ

อ่า 40,000 ปีนึง 40,000 480,000

ครับผม

ถูกมั้ย

ใช่ครับ

อ่าถ้าคุณรายได้ต่อปีหลังหักรถหย่อนหมดแล้วเนี่ย

เหลือไม่เกิน 480,000 ใช่ครับ

ไม่ต้องจ่ายภาษี

ครับผม

จากปัจจุบันเนี่ยเฉลี่ยประมาณ 27,000

ใช่ครับถูกมั้

ประมาณ 2627

อ่าเพื่อให้คนเริ่มต้นชีวิตหน้าที่การงานเนี่ย

ครับ

ไม่เยอะไปใช่มั้ย 40,000

ไม่เยอะไปไม่เยอะไปเพราะเราคิดว่าเอ่อพคนเงินเดือน 40,000 ผมคิดว่าอายุก็อยู่ในช่วงประมาณไม่เกิน 30 30 ต้นเพราะฉะนั้นเป็นช่วงที่เขาเริ่มในการใช้ชีวิตต้องมีรายจ่ายเยอะพรบ้านพรรถค่าลูกถูกมั้ยถ้าเราตรงนี้มาช่วยแบ่งเบาเได้

อันนี้มีในนโยบายต้องคำนวณส่งเขียนเรียบร้อยแล้วใช้เงินประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี

สูญเสียเงินรายได้ที่ควรจะได้ 30,000 ล้านบาทใช่ครับ

อ่าคำนวณแล้วนะ

ครับผม

อ่าถ้าประชาธิปัตย์มาแล้วคุณเป็นร่วมพรรค ร่วมรัฐบาลอ่าสมมุติเกิดไม่ได้เป็นแกนนำ

ครับ

เอ่อจะบีบเให้เค้าทำมั้ย

ต้องพยายามบีบให้ได้ฮะเพราะว่าอันเนี้ผมคิดว่าฐานมันเยอะมากโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯผมเป็นหลักเลยใหญ่มากครับเพราะว่ามันช่วยคนเพราะว่าอันเนี้ยพูดถึงอ่ะคนละครึ่งพหรือ ไม่พเนี่ยมันก็จะช่วยคนที่เป็นขายของ SME เล็กๆแม่ค้าแต่ว่าอันเนี้ยมันช่วยคนชั้นกลางที่กำลังแบบประสบภาวะรุนแรงในเศรษฐกิจผมคิดว่าอันนี้มันช่วยได้เยอะ

อ้าวใครจะต่อนโยบายภาษีเราไปช่วยผู้สูงอายุครับเอ่อพี่ๆ

ออจำได้เอ่อคือผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

ขึ้นไป

อ่าถ้าคุณมีรายได้

ไม่เกิน 15 ล้านต่อปีล้านครับลดลง 50%

อ่าสมมุติเคยเสียภาษี 10,000 เสีย 5,000

ใช่ครับ

อจริงๆล้านมันจะมีเพดานของวงว่าเสียกี่เปอร์เซ็นต์

ถูกครับแล้วก็สำหรับบริษัทที่ไปจ้างงานที่เป็นผู้สูงอายุเนี่ยนะครับจากเดิมก็ลดหย่อนภาษีได้ก็ขยับขึ้นมาอีกจากจากเดิมเต็มที่ 15,000 เป็น 30,000 บาทนะครับแล้วก็ไม่ไอ้เรื่องแคปว่ากี่คนกี่คนเนี่ยเราก็ขยับให้หมด

อ่าจุดเด่นภาษีของภูมิใจไทยคือคน 10 ปี ขึ้นไปเพราะเราต้องการ

พยายามจะเทิร์นเทิร์นพี่ยุทธให้เราล้านเฉลี่ยเดือนนึงเท่าไหร่นะ

ไม่เท่าที่พี่ยุทธได้

อ้าไม่แต่ว่าผมจะได้ด้วยถูกมั้ย

ใช่ครับในล้านแรก

อ่าล้านแรกนี่ผมได้ด้วยถูกมั้ย

ใช่ครับ

ถึงแม้รายได้ผมจะเกินล้านไอ้ที่เกินล้านก็ไปคิดสิ

ครับ

แต่ล้านแรกได้ทุกคนถูกมั้ย

ใช่ครับเพราะเรากำลังเข้าสู่

คือเคยล้านแรกเนี่ยอาจเสียภาษีเท่าไหร่

ใช่ครับ

จ่ายครึ่งเดียว

จ่ายครึ่งเดียว

เฉพาะคนสูอายุ 60 ปีขึ้นไป

60 ปีขึ้นไป

เพราะว่าเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยแต่เดี๋ยวเนี้ยเรื่องการแพทย์เนี่ยคนผู้สูงอายุก็เป็นคนคุณภาพนะฮะควรจะเทิร์นกลับมาให้มันมี Productivity

อ่าถามต่อไปว่าแล้วผู้สูงวัย 60 ใครเจะจ้างไม่มีรายได้อยู่แล้วคุณบอกว่าสนับสนุนการจ้างงาน

ถูกต้องครับ

ด้วยถ้าบริษัทไหนจ้างผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

ใช่ครับใช่ครับเงินเดือนที่เขาจ่ายคุณเนี่ยจ่ายผู้สูงอายุไม่เกิน 30,000 บาทเนี่ย

เอามาหักรถหย่อนอไม่ใช่เอามาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า

ครับ

เป็นต้นว่าแทนที่จะเป็นค่าใช้จ่าย 30,000 เอามาหัก 60,000 เลย

ครับ

บริษัทผู้ประกอบการเจะอยากจ้างผู้สูงอายุ

ถูกต้องครับ

อ่าเอาโมเดลของคุณอธิบายถูกนะ

ถูกครับเพราะเราเราจะชดเชยคือเทิร์นจากภาษีที่เสียไปเนี่ยมันต้องเอาคืนกลับมาด้วย Productivity หรือผลผลิตที่มันมากขึ้น

เราเชื่อว่าจะเทิร์นเทิร์นผู้สูงอายุให้แทนที่จะพักอยู่เฉยๆกลับมาทำงานแล้วมี

แล้วมีความสุขไม่อยากพูดว่าภาระแต่ว่ามี มีความสุขกับการทำงานแล้วก็มี incentive มีแรงจูงใจในการที่จะออกมาทำงาน

นะครับต่อไปลูกหลานก็อาจจะมาให้เอ่อผู้สูงอายุมาช่วยกันทำงานนะฮะเพราะทำงานเสร็จรายได้ก็อ

ภาษีน้อยลง

อื

อ่ะกลุ่มของพรรคประชาชนเรื่องภาษีนะ 2 กลุ่มครับกลุ่มบุคคลธรรมดาแล้วก็กลุ่มนิติบุคคลมี 2 กลุ่มเลย

ครับกลุ่มบุคคลธรรมดาแน่นอนครับเรามีในเรื่องของการเพิ่มในเรื่องของรายการในการหักลดภาษีถูกมั้ยครับรถหย่อนภาษีก็มีมีหลายมีอยู่หลายรายการอยู่เหมือนกันที่จะเพิ่มให้นะครับในส่วนที่ 2 ก็คือเรื่องของการค่าใช้จ่ายแบบเหมาที่แต่ก่อนเนี่ยเป็นแค่ 60% เราจะปรับให้คุณสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เนี่ยถึง 90% นะครับ

อื

อันนี้คือเรื่องของสัดส่วนเรื่องของการหักค่าใช้จ่ายถูกมั้ครับอ่าในส่วนของนิติบุคคลอ

เอ่อคือประเด็นไอ้เรื่องนี้ใช่มั้ยอ่อประเด็นเรื่องอ่าคนที่สเอาค่าใช้จ่ายมาหัก

ถูกต้องครับ

ปัจจุบันเนี่ย 60%

ใช่ครับถูกมั้ย

ถูกต้องครับ

ก็ขอปรับเพิ่มเป็น 90%

90%

เป็นสมมุติมีเงินได้ 10,000

ครับ

เดิมเนี่ยเอามาเป็นต้นทุนได้ 6 บ 6,000

ครับ

ต่อไปเพิ่มเป็น 9,000

ครับ

เนื้อภาษีที่จะไปคิดภาษีเนื้อเนื้อเงินกำไรไปคิดภาษีแค่ 10%

ถูกต้องครับ

ถูกมั้ยอันนี้ตัวนึงแล้ว

ครับแล้วก็ในส่วนของนิติบุคคลเนี่ยเราจะเพิ่มเพดานเรื่องของการจดแวตจากปกติเด็ดที่ 1 ล้านซึ่งอยู่มานานมากแล้วนะครับเบดไปเป็น 3.6 ล้านนะครับ 1.8 เป็น 3.6 เพราะทุกวันนี้ต้องบอกว่าพอ 1.8 8 ต่อปีเนี่ยมันเกิดบunchingครับคือมีการกองเกิดขึ้นพยายามกองรายได้ว่ารายได้ฉันไม่ถึงฉันไม่อยากจดๆแวตนะครับแล้ว SE ก็ไม่โตสักทีพยายามที่จะไม่โตหรือพยายามแตกลายบริษัทตัวเองออกมา

เลี่ยง

อ่าเลี่ยงเพื่อที่จะเลี่ยงเพราะฉะนั้นเนี่ยพอแตกลายบริษัทเนี่ย transaction ทางการเงินต่างๆเนี่ยมันก็จะดูอ่อนถูกมั้ครับคราวนี้เนี่ยเราจะเพิ่มเพดานเรื่องของการจดแวตเนี่ยเป็น 3.6

สิ่งที่เกิดขึ้นคือบunchingแน่นอนมันต้องไปกองที่ 3.6 6 แทนแต่สิ่งที่จะได้ก็คือคุณจะโตขึ้นในขณะเดียวกันเนี่ยtransacช ทางการเงินของคุณประวัติทางด้านการเงินของคุณเนี่ยจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้คุณเข้าถึงแรงสินเชื่อต่างๆได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

อื

เอ่อคือเดี๋ยวจะได้เข้าใจนะเดี๋ยวถ้าผิดแก้นะคือทุกวันนี้เนี่ยถ้าเกิดมีรายได้ต่อปีเกินกว่า 1,800,000 บาทเนี่ยถือว่าต้องจดแวต

ต้องจดแวตครับ

จดแวตแปลว่าคุณจะต้องมีภาษีซื้อภาษีขายะ

ถูกต้องครับ

ถูกมั้ยอ่าคุณจะเพิ่มเป็น

3.6 6 ล้านครับ

เท่าตัว

ถูกต้องครับ

อ่าแปลว่าผู้ประกอบการเล็กๆเนี่ยต่อไปไม่ เต็มอ่าคุณถ้าคุณล้านคุณยังไม่ต้องจดแวตเลย

ถูกต้องครับ

อาจจะจนกระทั่งคุณจะถึง 3 ล้านถึงเข้าไปจดแวต

ครับ

ซึ่งมันจะแก้ปัญหาที่

ทำให้sอหลายๆเจ้าเนี่ยที่ยังไม่อยากโตพยายามที่จะแตกบริษัทตัวเองแตกหลายบินเนี่ยมารวมกันและอยากจะโตมากยิ่งขึ้นพอคุณโตเนี่ยต้องบอกว่าสถานะทางการเงินของคุณจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทีนี้แหละพอคุณจะไปกู้กู้ยืมธนาคารหรือไปลงทุนอะไรแล้วแต่เนี่ยอื อคือเราเปิดโอกาให้มันกล้าโตครับ

อือ่ะแล้วก็ยังแต่ว่าพอไปแบตปุ๊บมันมี 7 + 7 + วันก่อนมาพูดคุ้นๆอยู่เรื่อง 2.1 คืออะไร

2.1 อันนั้นเป็นในเรื่องของการทำแบตแแบบ แบบเหมา

อื

นะครับแวตแบบเหมาก็คือหมายถึงว่าถ้าเกิดไม่ได้อยากจะผมเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการจะจ่ายแวตแบบ 7% มีบินไม่มีบินก็เหมาไปเลยทีเดียว 2.1% 1% นะครับอ

อือ

จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายมาก

อ๋อไม่ต้องเก็บใบเป็นภาษีซื้อภาษีขายให้เหมา 2.1 นะครับ

อ้าไม่มีใครคัดค้านเค้านั้นเป็นแล้วแต่ นโยบายเค้าถูกมั้ย

ครับ

อ่าศูนย์เสียรายได้เท่าไหร่คำนวณยัง

เอ่อมีคุณสิริกัญญาคำนวณเรียบร้อยแล้ว

คำนวณแล้วนะอ่ะ

สุดท้ายแล้วของคุณของพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีนโยบายปรับอ่าโครงสร้างการเสียภาษีเพราะว่าจะเป็นการจะเป็นการลดการจัดเก็บครับแต่เราอาจจะมีการ

จะอาจจะมีนโยบายที่เป็นลักษณะของการกระตุ้นกำลังซื้อหรือว่าสนับสนุนการจ่ายซึ่งก็จะมาใช้ในการลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องปกติที่รัฐทำตลอดครับแต่ไม่ได้ประกาศเป็นนโยบายออกมาอาจจะดูเป็นสถานการณ์แต่ละรอบไปของของสถานการณ์เศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องมีการกระตุ้นกำลังซื้อเนี่ยครับก็อาจจะมีนโยบายลูกเป็นลักษณะว่าไปจับจ่ายกับอะไรไปซื้อกับอะไรเพื่อเอาเงินส่วนนั้นมาลดหย่อนภาษีได้

อก็คือไม่มีการลดภาษีเป็นการเฉพาะนะ

ไม่ได้เป็นลดฐานใช่

ขัดข้องอะไรมั้ที่เค้าลดภาษีกันหมดเลย

ก็ต้องเอาตัวเลขมาดูกันครับเพราะว่าเข้าใจว่ามันมีนโยบายหลายๆอันที่แต่ละคนก็จะใช้งบประมาณเหมือนกันดังนั้นมันก็ต้องมาดูเรื่องของการจัดเก็บด้วยถ้าลดทั้ง 2 อย่างคือจะใช้งบประมาณด้วยลดการจัดเก็บด้วยสุดท้ายแล้วมันก็จะมีเงินไม่รัฐก็จะ มีเงินไม่เพียงพอ

แต่ทั้ง 3 พรรคเบอกเคำนวณแล้วเนี่ยถูกมั้ย

ครับ

อ้าพักกันอีกทีฮะเดี๋กลับมาครับกลัวเพลงไม่

ประชาธิปัตย์สู้ประชาธิปัตย์ไม่ถอย ประชาธิปัตย์เดินประชาธิปัตย์สู้ ประเทศเป็นของทุกคนอยากดีมีจนไม่มีแบ่ง ฉัน ไม่ยอมให้มีเลื่อมล้ำจะขอยืนยันเราต้อง เดินไปด้วยกัน จะพัฒนาบ้านเราร่วมฝากฝันไม่ทิ้งใครไว้ ความฝันคือการแก้จนสร้างชาติสร้างคนเต็ม ร้อยที่ตั้งใจ ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยเจริญประชาชน เป็นใหญ่ประชาธิปไตยชิ เชื่อใจประชาธิปัตย์ รับใช้ปวงชนเท่าเทียมทั่ว มั่นใจประชาธิปัตย์ ของสู้กับทุกงานเพื่อพี่น้องไทย ประชาธิปัตย์สู้ประชาธิปัตย์ไม่ถอย ประชาธิปัตย์เดินประชาธิปัตย์สู้ ตั้งใจจะขอรับฟากและเอาความหวังทุกคนแบก ไว้ ก้าวเดินอย่างสุจริตใจจะมุ่งมั่นไปและ ต้องทำให้ได้จริง สำนึกก็เป็นผู้แทนเพื่อตอบแทนแผ่นดินไทย นี้ อุดมการณ์ที่มียำชัดทุกทีใจนี้ไม่มี เปลี่ยน ประชาชนเป็นใหญ่ประชาธิปไตยสจริตประชาชน เป็นใหญ่ประชาธิปไตยสจริต เชื่อใจประชาธิปัตย์ รับใช้ปวงชนเท่าเทียมทั่วไทยมั่นใจ ประชาธิปัตย์ สู่ผู้งานเพื่อพี่น้องไทยเชื่อใจ ประชาธิปัตย์ รับใช้ปวงชนเท่าเทียมทั่วไทยมั่นใจ ประชาธิปัตย์ พร้อมสู้ทุกงานเพื่อพี่น้องไทย ประชาธิปัตย์สู้ประชาธิปัตย์ไม่ถอย ประชาธิปัตย์เดินประชาธิปัตย์สู้

อ่ะท่านผู้ชมครับกลับมาคุยคุยนอกจกรรมกรข่าวสนามเลือกตั้งกทม.คือ กรุงเทพฯเนี่ยความจริงมีสส.มากที่สุดนะ

ครับ

33 คนอันดับ 2 เหมือนจะเป็น

โคราชครับ

ถูกมั้ย

ครับ

ครับ

แต่ที่ผ่านมาเหมือนเลิกแล้วเลิกเลยนะอัน นี้ผมมองแบบชาวบ้านคือมันก็จะเป็นเรื่อง ส.ส.แต่ละคนก็จะดูแลเขตตัวเองถูกมั้ยคล้ายๆอย่างนั้นนะมันยังไม่เห็นเอกภาพของ ส.ส.กทม.ที่จะผลักดันแบบจังหวัดน่ะอ่อเราดูบางจังหวัดเวลาเค้าหาเสียงเห็นมั้ยเค้าจะบอกว่าพะเยาอย่างเงี้ยสงขลาอย่างเงี้ยหรือจะเป็นอุบลอย่างเงี้ยแต่กรุงเทพฯมันอาจจะใหญ่ก็ได้นะครับ

หรืออาจจะเยอะ

ก็เลยอยากจะคิดว่าใครมีไอเดียมั้ยกับการที่กรุงเทพมหานครพรรคไหนที่จะมีลักษณะที่จะสะท้อนเป็นพลังของกงกรุงเทพฯซึ่งไม่ใช่การเลือกตั้งผู้ว่านึกออกใช่มั้ย

อ่ะคุณสุคทีเนี่ยฐานะเป็นอดีตรองผู้ว่ากทม.

เป็นอดีตสส.เขตด้วย

ครับ

ถือว่าประสบการณ์สูงสุดเนี่ย

อ้านี่ไม่เป็นยังไงครับ

เรื่องการเป็นเอกภาพใช่มั้ย

ใช่

ผมคิดว่า

ไม่ได้หมายเอกภาพหมายถึงไม่ได้หมายถึงต้องเป็นพรรคเดียวอย่างงั้นนะ

ครับ

แต่หมายถึงมันสะท้อนความเป็นส.ส.กรุงเทพฯ

ครับ

ที่จะผลักดันอะไรใหญ่ๆของกรุงเทพฯในนาม ฝ่ายนิติบัญญัติหรือรัฐบาลน่ะไม่ใช่ผู้ว่านะนึกออกใช่มั้

ใจฮะคือในนามของคือผมคิดว่าด้วยสนาม กรุงเทพฯเนี่ยถึงมันมัน 1 คือมันใหญ่อ

2 คือการแข่งขันเนี่ยมันสูงนะครับเดิม สมัยก่อนก็มีแค่ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย

ตอนหลังๆก็แยกกันมา 3-4 พรรคซึ่งผมคิดว่า เอ่อแต่ละพรรคเนี่ยมันก็มีการแข่งขันเรื่องนโยบายกันสูงบางอย่างก็ตรงกันบางอย่างก็ไม่ตรงกันเลยผมเลยทำให้คิดว่าเอกภาพภาพเนี่ยมันไม่มีแต่ผมเชื่อว่าบางเรื่องเนี่ยถ้ามันมีอะไรที่คิดเห็นเหมือนกันและเป็นผลประโยชน์ของคนกรุงเทพฯผมคิดว่าไอ้เรื่องกำแพงเรื่องพรรคมันไม่มีอย่างเช่นเรื่องพรบ.กรุงเทพฯเนี่ยผมคิดว่าเห็นตรงกันอย่างผมเนี่ยประสบการณ์เราตอนทำงานเรารู้เลยว่ามันมีข้อจำกัดเยอะมากๆที่ผู้ว่าและทีมบริหารเนี่ยอยากจะทำแต่ทำไม่ได้ซึ่งมันเป็นประโยชน์กับกรุงเทพฯโดยรวมด้วยนะครับอย่างเช่นเรื่องการบริหารจราจรพี่ยุทธลองคิดดูว่าเราทำได้แค่เซตสัญญาณไฟติดกล้องวงจรปิดแต่ตำรวจเป็นคนใช้เราไม่สามารถที่จะควบคุมรถเลยแต่ว่าเวลารถติดหรือรถอะไรคนด่าผู้ว่าหมดถูกมั้ยฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยอยากจะให้ด่าได้เต็มๆเลยคือควรจะเอาอำนาจที่ผู้ว่าแล้วทีนี้พอทำไม่ได้เนี่ยค่อยว่ากันอันนี้คือ 1 อย่าง 2 เนี่ยเรื่องเอ่อเก็บภาษีโรงแรมพี่ยุทธคงจำได้ตอนผมลงเี่ผมหาเสียงเรื่องนี้หนักมากเพราะผมคิดว่าผู้ว่าเนี่ยเอ่อมันต้องหาเงินได้และใช้เงินเป็นด้วยคือเงินเนี่ยเราจะรอเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไม่ได้หรอกคือเดิมตอนสมัยผมอยู่เนี่ยเอ่อปีนึงก็

วันนี้นปีประม 8 90,000 ล้าน

ใช่แต่สมัยตอนผมอยู่เนี่ยแค่ 70,000 กว่าล้านเองแล้วครึ่งนึงเป็นเงินเดือนพี่คิดดูว่าเราต้องดูแลกรุงเทพฯทั้งหมดด้วยเงินเดือนประมาณเงินประมาณ 30,000 กว่าล้านต่อปีไม่พอแล้วมันมีเงินประจำหลายอย่างที่มันฟิกอยู่แล้วเพราะฉะนั้นเนี่ยกรุงเทพฯต้องมีอำนาจหารายได้

ถูกครับอย่างเช่นเรื่องโรงแรมผมว่าทุกเมืองใหญ่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นลอนดอน นิวยอร์กหรือว่าที่อื่นเนี่ยเเก็บหมดแล้วพี่แล้วเราจุดเด่นของเราที่เงินหาเงินเข้ามาในกรุงเทพฯก็คือนักท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นไอ้ส่วนนี้เราไม่ต้องเก็บเยอะเราเก็บแค่ 100 บาทเี่ผมลองคำนวณคร่าวๆด้วยการเก็บ 100 บาทกับคนที่มันใช้ชุดในกรุงเทพฯเนี่ยเราได้ 5,000 ล้านทำไมเราต้องยอมให้เอ่อภาษีเหยียบแผ่นดินเนี่ยกันท่าเอาไปแต่ว่าคนต่างชาติเนี่ยเข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯใช้ทรัพยากรเราทุกอย่างทิ้งขยะเดินทุกอย่างฟุบาทแต่ไม่ได้จ่ายเงินให้เรากลับมาเลยคือโอเคอาจจะจ่ายในนามร้านค้าแต่ว่าเงินที่คืนเข้ามาให้ท้องถิ่นเพื่อเอาไปบริหารต่อเนี่ยมันไม่มีซึ่งผมคิดว่าตัวเนี้ยถ้าเราแก้ทั้งพรบ.กทม.แก้ทั้งพรบ.โรงแรมแล้วเราเก็บในส่วนนี้ได้เนี่ยผมคิดว่ามันจะเป็นกำลังสำคัญให้กับตัวผู้ว่ารวมถึงเรื่องขยะด้วยผมผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแต่ผมยอมรับว่าผมผิดหวังนะคือถ้าจำกันได้ตอนช่วงหาเสียงเนี่ยทุกคนหาเสียงหมดว่าการเก็บขยะเนี่ยมันต้องพัฒนาแล้วแต่ว่าล่าสุด 4 ปีที่ผ่านมาเนี่ยก็ยังเก็บขยะโดยการจ้างไปฝังกลบเหมือนเดิม

อื

คือทานที่จะเพิ่มเอ่อโรงไฟฟ้าขยะแบบปิดที่มันไม่เป็นอันตรายกับคนกรุงเทพฯแต่ว่าเสียเงินปีนึงเอ่อสุพนัสอาจจะเข้าไปค้นดูตัวเลขผมเห็นผู้ว่าทัชาติก็เซ็นหลายๆตัวหลายพันล้านที่เอาเงินที่จ้างคนเอาขยะไปฝังกลบซึ่งไม่ได้ทั้งเรื่องสุขลักขณะไม่ไม่ได้ทั้งเรื่องทรัพยากรที่เราต้องเสียไปแต่แทนที่เราจะลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากันเนี่ยไปทำโรงไฟฟ้าที่เผาขยะแล้วเอาขยะไปใช้ต่อได้อันเนี้ยมันเสียประโยชน์หลายเรื่องไอ้ตัวนี้บางทีเผลอๆขายขยะได้เงินกลับเข้ามาอีกเรากทม.มีศักยภาพในการหาเงินปีนึงได้เป็นหมื่นล้าน

แต่ว่าโดยอำนาจของกทม.ตอนนี้เไม่มีอำนาจไอ้เรื่องขยะมี

ขยะมีอเรื่องอื่นๆเรื่องอำนาจของการบริหารจัดการ

ซึ่งผมถามพี่ยุทธว่าถ้าวันที่ผู้ว่าเข้า มาตั้งแต่วันแรกแล้วขยับตั้งแต่วันแรกวัน นี้เผลอๆเสร็จไปแล้ว

อ้าเดี๋ยวผู้ว่าผาดพิงนะเนี่ย

อ่ะผมพลาดพิงเลยผมคาดหวังผมคาดหวัง

อันนี้เรากำลังพูดถึงคือผมกำลังใช้คำว่ามีพรรคไหนมั้ยที่มีนโยบายเรื่องมหานครน่ะ

ครับ

นึกออกใช่มั้ย

ซึ่งอันเนี้ยเราเห็นผมว่าเราตรงกันอ่ะอย่างเรื่องขยะเรื่องการบริหารเมืองเรื่องการหารายได้ให้เมืองผมว่าทุกพรรคเห็นตรงกันอันผมว่ามันเป็นมันเป็นจุดร่วมกันได้อ่ะ

อ้าอันนี้ในฐานะคุณเป็นคนพูดถึงเรื่องก็ต้องแก้อำนาจ

ครับ

แก้เรื่องงบประมาณถูกมั้ยอ้าเชิญ

ถูกครับก็เอางี้ครับว่าสิ่ง

ครับสิ่งที่พรรคประชาชนมองเนี่ยคืออยากให้กรุงเทพฯโตได้

แล้วก็บริหารจัดการได้ดี

สิ่งที่เราทำก็เลยทำผ่านพรบ.กทม.เพราะ 1 เนี่ยพรบ.กทม.เนี่ยจะทำให้กรุงเทพมหานครเนี่ยสามารถจัดเก็บตัวเรื่องของรายได้อื่นๆได้เพิ่มเติมเพราะทุกวันนี้งบประมาณกรุงเทพฯมีอยู่ 2 ส่วนงบของกรุงเทพฯเองประมาณ 90,000 ล้านอีก 30,000 ล้านอุดหนุนเฉพาะกิจจากรัฐบาลมานะครับมันก็ตันอยู่ที่ 120,000 ล้านมีอยู่ประมาณเท่านี้

อเก็บรายได้อีกส่วนนึงมั้ย

อันนี้หมดแล้วนะครับเก็บรมรรวมมาแล้ว 120,000 ล้านมีอยู่เท่านี้นะครับทั้งที่ เป็นระดับมหานครแล้วต้องดูแลพี่น้องประชา ชน 5 ล้าน 5 ล้านกว่าคนเนี่ยคือตามที่มีทะเบียนบ้านแต่ถ้าเกิดรวมประชากรแฝงด้วยเนี่ย

8 ล้านประมาณ 8 ล้านคนหรืออาจจะมากกว่า นั้นด้วยซ้ำนะครับในขณะที่ต้องบอกว่ามัน มีค่าธรรมเนียมหลายๆตัวที่สามารถจะเก็บ ได้อ่ะอย่างที่คุณสกลทีพูดก่อนหน้านี้ เนาะเรื่องของการเข้าประเทศเรามีนักท่อง เที่ยวประมาณ 30 ล้านคนต่อปีใน กรุงเทพมหานครถ้าจะเก็บเอาแค่ 100 บาทต่อ วันถูกมั้ฮะถ้าเกิดเราเอาแค่ 100 บาทต่อ ครั้งก็ได้อ่ะเข้า 1 คนเนี่ยเราเก็บ 100 เนี่ยเราได้ 3,000 ล้านแล้วเกิดบางทีเอยู่นานมากกว่า 1 วันถ้าเกิดค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4 วันคุณหาเงินได้หมื่นกว่า ล้านง่ายๆเลยนะครับจากนักท่องเที่ยวอัน นี้ส่วนหนึ่งในมิติของด้านรายได้แต่สิ่ง ที่สำคัญกว่าคือด้านการบริหารจัดการทำยัง ไงที่จะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนได้

มันก็เป็นเรื่องอย่างที่บอกว่าต้องเรื่อง ของการกระจายอำนาจและครับผ่านตัวพรบ.กทม. อเรื่องการจราจรอ

พี่เชื่อมครับว่าทุกวัน

อันนี้คือคุณมีนโยบายถูกมั้ย

เรามีหมดแล้ว

อที่คุณเตรียมมานี่ถูกมั้ย

ถูกต้องครับ

เออแล้วไงต่อ

ครับอ่าอย่างเรื่องจราจรเนี่ยทุกวันนี้ เนี่ยกล้อง AI กรุงเทพมหานครเนี่ยสมมุติ ว่าจับได้เป็นล้านเคสนะพี่ยุทธจริงๆเยอะ กว่านั้นเยอะต่อวันนะครับการกระทำผิดการ จราจรสิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ยมีการออกใบทิกต เนี่ยเรื่องของค่าปรับต่างๆเนี่ยเพียงแค่ 1%

หรือหมื่นเดียว

อือ

10,000 เคสเท่านั้นเอง

นั่นหมายความว่าอะไรนั่นหมายความว่าทุก วันนี้ที่เรามีปัญหาการจราจรกันคนไม่ เคารพกฎหมายกันเกิดขึ้นเนี่ยเพราะว่า

เราให้ตำรวจเนี่ยเป็นคนออกทิเก็ต กรุงเทพมหานครไม่สามารถออกทิเก็ตเองได้นะ ครับในขณะที่ต่างชาติเนี่ยก็ทำได้แล้วนะ ครับและทิเก็ตไม่ได้เป็นใบด้วยทิเก็ตบาง ทีผ่านมาทางอีเมลผ่านทางมือถือเรียบร้อย ตรงนี้เนี่ยจะแก้ปัญหาเรื่องของการจราจร ได้ในระดับหนึ่ง

นะครับ

อัตโนมัติเลย

อัตโนมัติเลยการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แหละเข้ามือถือตู้มเลยคุณได้ละเมิดแล้ว อะไรอย่างงี้ใช่มั้

เก็บเงินได้มหาศาลเลย

ถูกต้องครับ

ถ้าแก้กฎหมายหลักเนี่ย

ถูกต้องครับ

เพราะทุกวันนี้ตำรวจอ้างอันนึงก็คือไม่มี สตางค์ในการออกไอ้ใบค้าปรับเนี่ยไปให้ ประชาชนเพราะมันมีต้นทุนในการออกแล้ว ประชาชนก็เนี่ยออกต้องออก 2 รอบ 3 รอบอัน นี้จะเป็นปัญหาทำให้กรุงเทพมหานครมันขาด รายได้อยู่นะครับ

อือ่ะเพราะฉะนั้นคุณเสนอโมเดลมหานครอย่าง ที่ว่านะ

แล้วเก็บรายได้มหาศาลเลยเพียงแต่เอาอำนาจ มาให้กทม.ครับ

คุณผลักดันกฎหมายถูกมั้ย

ถูกต้องครับ

กฎหมายเสร็จแล้วใช่มั้ย

ถึงเตรียมไว้แล้ว

ถูกต้องครับ

อ้าเพื่อไทยว่าไง

เรื่องกฎหมาย

เพื่อไทยนี่คุณเป็นแชมป์กรุงเทพฯมาหลาย สมัย

ในอดีต

อดีตสมัย 4 4 48 อะไรเงี้ยเราได้ 30 กว่าที่นั่งครับแต่ก็

อความเป็นมหานครมีนโยบายมั้ย

ครับเอ่อผมผมข้ามเรื่องกฎหมายเนาะเพราะ ว่าจริงๆมีความเห็นในลักษณะเดียวกันแต่ มันมีอีกฉบับนึงครับก็คือ

ไม่ลักษณะเดียวกันเกิดเสนอเข้าไปช่วยกัน มั้ย

ได้ครับก็กฎหมายแบบนี้เห็นตรงกันมั้ย

มีเหตุครับ

อ่ะเดี๋ยวจะให้อธิบายเอาตรงนี้ก่อน

เอามั้ย

เอาครับพรบ.กทม.พรรคเพื่อไทยยกมือ

ยกมือแล้วเรามีร่างของเราด้วย

อ่าคล้ายกันใช่มั้ย

อ่าก็คงต้องมีบางประเด็นที่ไปแก้ไขกันใน ชั้นกรรมาธิการ

อ้าประชาธิปัตย์เสนอ

ปฏิบัติเตรียมไว้เหมือนกันแต่ต้องดูราย ละเอียดข้างในว่ามันแตกต่างกันตรงไหนบ้าง

หลักการหลักการหลักการหลักการ

เอาอำนาจมาอยู่ที่ผู้ว่าเชื่อในประชาชน

ครับ

ตำรวจควันดำท้องถิ่นอะไรต่างๆเนี่ย

ครับ

อ่าเค้าเรียกว่าหน่วยงานกรมเจ้าท่ากรมควบ คุมมลพิษต่างๆเนี่ยถูกมั้ย

อยู่ในกรุงเทพฯทั้งหมด

เอาอำนาจมาแล้วก็สามารถที่จะเก็บค่า ธรรมเนียมต่างๆเอาหลักการนี้คุณสุขิง

ใช่ครับก็หลักการนี้ครับเมื่อกี้ต้นราย การผมบอกแล้วมันต้องเหลือแค่ 2 ชั้นอ

ชั้นบนคือระดับผู้ว่านะครับไฟน้ำการจราจร นะฮะมั้ตำรวจถึงขนาดนั้นมั้

ทำได้ดีเลยครับเอาเลยครับ

เอายกมือให้มั้ย

ส่วนอีกยกให้ครับ

ส่วนชั้น 2 เนี่ยก็คือในระดับเขตเนี่ยอาจ จะไม่ใช่ถึงขั้นสำคัญ แต่อาจจะเป็นโซนเพราะมันมีปัญหาที่มัน เฉพาะเฉพาะโซนใช่ครับเพราะกรุงเทพฯมัน เมืองใหญ่แล้วเสน่ห์ของกรุงเทพฯจริงๆคือ การที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเป็นอิสระนะ

นะครับ

แล้วมันมีความหลากหลาย

นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นแรงดึงดูดของ ทั้งคนต่างชาตินักท่องเที่ยวนักลงทุนแม้ กระทั่งเราเอง

หลักการนี้ไม่ขัดข้อง

ใช่ครับ

ผ่านนะยกมือให้นะ

ครับ

มันจะได้เห็นกฎหมายกรุงเทพมหานครที่อัน นี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยนะ

เอารายละเอียดมาเคลียร์กันหลักการหลักการ โอเครายละเอียดเคลียร์กันว่าตกลงข้างบน เนี่ยจะเอาอะไรมาบ้าง

อื

นะครับข้างล่างเนี่ยจะทำละเอียดขนาดไหน

จะเล็กขนาดไหนใหญ่ขนาดเชรถเมล์ถูกมั้ย

อำนาจอยู่ที่ใครอ่ะล่ะจราจร

จร

อ่าต่างๆนะอ่าถนนหนทางผสงค์ภาษีอ่ะคุณ

อ่ะถ้าคุณเตรียมไว้เหมือนกันหลักการเอา อ่ะกลับมาคุณเอาอันนี้พี่ยุทธมันจะมีราย ละเอียดบางอันเพราะว่าอย่างของเดิมเนี่ย ของเพื่อไทยสมัยก่อนเคยเสนอแต่ว่าอาจจะมี การเลือกตั้งผู้ว่าเป็นโซนอย่างเงี้ยอัน นี้ต้องมาดูต้องมาคุยกันอันนี้ไม่เป็นไร ถือว่ารายละเอียด

แล้วเราก็ดูเรื่องความเชื่อมโยงของ กรุงเทพฯกับเศรษฐกิจของทั้งประเทศด้วยนะ ครับผมเมื่อต้นรายการผมพูดถึงสร้างกำแพง ริมชายแดนแต่เราต้องไม่มาสร้างกำแพงล้อม กรุงเทพฯนะครับเข้าใจ

กรุงเทพฯเนี่ยมันคนกรุงเทพฯเนี่ยจะภูมิใจ ถ้ากรุงเทพฯเนี่ยเป็นมหานครของคนไทยทั้ง ประเทศนะครับ

อืออ่ะตะกี้คุณว่าไง

จะบอกเรื่องความเป็นมหานครครับที่ตอนแรก ว่าจะข้ามตรงนี้แต่จะมีอีกเรื่องนึงก็คือ เรื่อง Universal Design ที่ที่เราผลัก ดันมากๆรอบนี้นะครับซึ่งจะทำเป็นกฎหมายคำ ว่า Universal Design ก็คือภาษาไทยมัน คืออารยสถาปัตย์อ่ะครับคือการทำให้เมือง เนี่ยเป็นเมืองของคนทุกคนคนทุกกลุ่มคนใช้ วิวชร์คนผู้สูงอายุหรือว่าเด็กหรือคนมี สัตว์เลี้ยงอะไรทุกอย่างเนี่ยครับสามารถ เข้าถึงทุกที่ทุกพื้นที่เป็นพื้นที่สาธารณะใน กรุงเทพมหานครแล้วก็เมืองต่างๆได้อันเนี้คือคืออีกหนึ่งอย่างที่ผมอยาก ให้เราขับเคลื่อนไปด้วยกันแล้วมันเป็นการ สร้างความภาคภูมิใจให้กรุงเทพมหานครใน ฐานะที่นักท่องเที่ยวมาใครมาหรือใครเข้า มาในเมืองหลวงของคือทั้งหลายทั้งปวงมันจะ กลับมา 2 ข้อคือเงินกับอำนาจ

ถูกครับถูกครับ

ถูกมั้ยถ้ามีเงินเนี่ย

มันทำได้หมดอ่ะ

แต่นี้คือมาตรฐานคือหมายถึงว่าถ้ามันมี เงินแต่มันไม่มีมาตรฐานเนี่ยมันทำไม่ได้ เอ

อ้าเพราะฉะนั้นโมเดลของทางนี้นะคุณอ่าคุณ ผิงว่าไง

เเมื่อกี้ผมแค่พูดว่าในที่สุดแบบที่พี่ ยุทธสรุปก็คือการกลับมาใช้เงินแต่ผมถึง ต้องมาขายคุณสุปจีไงว่าราคาข้าวขึ้นไม่ ต้องเอาไปอุดหนุนเนี่ยจริงๆนะครับนี่ทุก คนเดี๋หารายได้เข้าประเทศมา

ไม่คืออย่างงี้ไม่ไม่งั้นทุกปีเนี่ยเราก็ ต้องไปอุดหนุน ราขึ้เซฟ หมื่นๆล้านไม่พูดถึงการชดเชยค่าไฟค่าโดย สารมันทำได้หมด

ถ้าเรามีอะไรครับ

ตังค์

ก็ต้องเป็นหาเงิน

อย่างเย็น

ไอ้เรื่องหาตังค์เนี่ยผมคิดว่าเอาง่ายๆ ครับลดการคอร์รัปชัให้ได้ก่อนดีกว่านะ ครับเรื่องของกระบวนการจัดซื้อผมนั่งอยู่ ในห้องงบทุกปีขอของแพงเกินจริงหมดเลยครับ พี่ยุทธ

แค้ใช้ AI จับโกงเปิดเผยให้งบประมาณ สามารถเป็น Machineable คืออ่าน Excel ได้ใช้ไอ้คอมพิวเตอร์เราเนี่ยสามารถอ่าน ได้เนี่ยรับรองเงินจะลดจะได้เงินคืนเป็น แสนๆล้านพี่ยุทธไม่ต้องให้คุณสุปจีแค่ขาย ข้าวแต่เราสามารถได้เงินคืนมาเป็นแสนๆ ล้านจากการประหยัดงบประมาณอย่างมี ประสิทธิภาพได้

เครื่องออกกำลังกาย 700,000 อย่างเงี้ย

เครื่องออกกำลังกายโดนละ 700,000 เครื่อง ออกกำลังกายใครซื้อเอ

หมายถึงเปิดเผยให้โปร่งใสการจัดซื้อจัด จ้างจะได้เงินคืนมา

ถูกต้องครับ

อ่ารถไฟฟ้าจริงๆเผินๆสบายเลย

ประเทศเราก็ไม่ได้ยากจน

เอ่อให้อำนาจผู้ว่ากทม.อะไรต่างๆเนี่ยนะ เอาหลักการตรงกันนะจบนะ

ขอแย้งพี่ขิงนิดเดียวได้มั้ครับ

ว่า

คือพอดีเห็นพูดถึงคุณสุภจีคุณเอกนิติ ศรีอศักดิ์มาหลายรอบครับสมัยตอนพรรค เพื่อไทยที่คุณเอกนัสพี่ขิงนะครับเป็นรัฐ ด้วยกันเนี่ยครับตอนนั้น GDP ทุกไตรมาส 2 กว่าหมดนะครับ

ผมตกใจเมื่อกี้พูดว่าพอภูมิใจไทยเข้ามา เนี่ย JDP เหลือ 0 จุดกว่านะครับแล้วพาคนละเครื่องเติมเข้าไปให้กลายเป็น 1 นิดคนละเรื่องกันเลยนะครับบอกว่าเศรษฐกิจดีนี่กลายเป็นเหลือ 0 กว่า 1

ไม่เดิมผมทำ 2-3% นะครับ

ไม่ใช่ครับ 0 กว่าเนี่ยมันมาจากการคาด การณ์นะครับโดยหน่วยงาน

เอ้ยแต่แต่บ้าน 4 ออกยัง

นะครับ

กำลังจะออกครับ

กำลังจะออก

ก็ต้องให้มันจากเดิมที่คาดการณ์กันว่าจะ ตกมาเหลือ 0% กว่าเนี่ยให้มันขึ้นไปที่ 1% กว่า

แต่ในที่สุดเราก็ต้องช่วยกันให้โตเต็ม ศักยภาพไป 3% นะครับทางประชาบอก 5%

คือไม่ได้สำคัญที่พูดนะครับ

คือต้องทำด้วยอ

ก็เลยบอกว่าวันเนี้ยเราพูดรถทำคือ

อาจแต่เบอกว่า GDP เสมัยนั้นเนี่ย 2 กว่า ตลอด

โตมาตลอดพอคุณเข้ามาปุ๊บตกเลย

คือมันมันไม่ได้ตกเลยผมถึงบอกว่าจะคาด การ 0 เป็น 1 เพราะไอ้ที่คาดการดีกว่าที่

ดีกว่าที่คาดไอ้แต่ที่คาดเนี่ยมันเป็นผล พลอยของสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดมาซึ่งไม่ ไม่อยากไปโทษใครไม่อยากไปโทษใครเพราะไม่ งั้นก็กลับมาพูดถึงเรื่องอดีตอีกนะครับ แต่ว่ามันถูกคาดการณ์ว่าจะโตแค่ 0% กว่า

แต่ทำให้ขึ้นมาได้เพียงใช้เวลา 2 เดือน กว่านะครับอ

เปอร์เซ็น 1% กว่า

แล้วถ้ามีเวลาอีกเนี่ยขยับไป 3% ขยับไป 4 ขยับไป 5 แล้วเงินถ้ามีแล้วขอบคุณคุณ สุพนัสเห็นตรงกันครับถ้ามันไม่มีรั่วไหล ออกไปไม่มีโจรมาปล้นเราเนี่ยมันก็ใช้ได้ เต็มไม่

เอผมจะให้คนละ 10 วินาทีบอกกับคนกรุงเทพฯ ไม่หรอกนิดหน่อยแต่ยังไม่อธิบายแล้วอ่า พยายามจะโน้มน้า

เดี๋ยวก่อนไปบอกนิดนึงได้มั้ครับพยุทธ

นิดเดียวครับพอดีเพราะว่าเราพูดถึงพรบ. กทม.เอาหมดเลย

อ่าอันนี้เค้าตกลงกับผมแล้ว

เข้าใจครับคือเป็นไปได้มั้ยครับว่าทุก ท่านเลยให้ทางสื่อของแต่ละพรรคเนี่ยโพสต์ ตัวร่างพรบ.กทม.พวกเราก็อยากเห็นเหมือน กันจะได้เห็นความแตกต่างด้วยว่าที่แต่ละ พรรคเนี่ยร่างกันมาเนี่ยเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าเข้าไปผมคิดว่านี่คงเป็นเรื่อง นึงที่เราอยากจะขับผลักดันกันจริงๆเพราะ ว่าพ.รบ.กม.ล่าสุดเนี่ย 2528 พี่ยุทธ 40 ปีไม่มีการเปลี่ยนและที่ผ่านมาก็พูด อย่างี้มาโดยตลอดว่าแต่ละพรรคก็อยากจะ ผลักดันพ.แต่คุณสงสัยว่าเค้ามีจริงหรือ เปล่าใช่มั้ย

ผมสงสัยไม่ใช่แค่มีจริงครับพี่ยุทธครับ แต่อะไรที่เราเห็นตรงกันอะไรไม่เห็นตรง กันจะได้ถกตั้งแต่ช่วงนี้เลย

ถกกันถึงเวลาจะได้ไม่ไปอ้างเป็นเหตุว่าจะ ลบ

ถูกต้องครับเพราะเดี๋ยวเนี่ยตอนเหาเสียง ก็คอมมิแบบนึงเดี๋พอเลือกตั้งปุ๊บอ่ะก็ บอกว่าอไม่ตรงกันบ้างอะไรกันบ้าง

เอผมถือว่ารายการนี้เป็นที่คอมมินะครับ

อ่ารายละเอียดเนี่ยอเเสนอว่าจริงๆไม่ต้อง กังวลว่าใครจะเป็นรัฐบาลด้วยนะครับเพราะ มันเป็นเรื่องของสภาถูกมั้ครับจะใช้ร่าง หลักของคุณสุพนัสร่างของภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์เพื่อไทยเนี่ยเนี่ยทุกคนมี ร่างโหวตนะครับพอเข้าไปถึงก็โหวตรับหลัก การ

แล้วก็เอาร่างกายมาเป็นแล้วในชั้น กรรมาธิการก็ไปปรับแก้กันได้

คือหลักการก็คือเพิ่มอำนาจของผู้ว่ากทม. โครงสร้างกระจายอำนาจอีกระดับหนึ่งแต่ เล็กใหญ่เดี๋ไม่ถกกัน

และเพิ่มอำนาจในเรื่องการจัดเก็บเงินครับ

หลักการเป็นอย่างี้ถูกมั้ย

อันนี้คือหลักใหญ่ฮะ

อ่ะเดี๋ไปโพสต์ล่างได้มีมั้ย

มีเดี๋ยวขอไปปรับนึงก่อนครับผม

ขอปรับอ่ะมีอยู่ใช่มั้ย

เคยเสนอภูมิใจไทย

ครับมีครับ

มีอยู่นะอ่ะอ่ะคุณก่อนประมาณ 10 วินาที 15 วินาทีอ้อนประชาชนคนกรุงเทพฯเลย

ครับอ่านกล้องครับก็ขอโอกาส พี่น้องคนกรุงอีกครั้งนึงครับให้พรรค เพื่อไทยครับได้กลับเข้ามาดูแลพี่น้องใน กรุงเทพมหานครครับมั่นใจว่าการแก้ไขแก้ไข ปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยทำได้ กรุงเทพฯทำได้เลือกเพื่อไทยเบอร์ 9 ครับ

อ้า

ค้นพรรคประชาธิปัตย์

ได้ครับขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ด้วยไทยหายจนด้วยคนทำเป็นนะครับอภิสิทธิ์ กและการดีหมายเลข 27 ทั่วทั้งประเทศไทยนะ ครับรวมถึงเลือกสส.เขตของประชาธิปัตย์ เข้าไปทุกเขตนะครับขอบคุณครับ

พรรคภูมิใจไทย

ครับก็สำหรับคนกรุงเทพฯนะครับพรรคภูมิใจ ไทยจะทำให้เป็นกรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งความ สุขของคนกรุงเทพฯทุกๆคนนะครับเราไม่ขาย ฝันเราทำจริงนะครับเอ่อเรามีคนมาทำไม่ว่า จะเป็นท่านอนุทินท่านเอกนิติสุภจี ศรีหศักดิ์นะครับเพราะฉะนั้นทั้งคน กรุงเทพฯและคนทั้งประเทศไทยครับเลือก ภูมิใจไทยทุกอย่างที่พูดจะทำให้เกิดขึ้น จริงครับเบอร์ 37 ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ ไม่ใช่โต๊ะเสี่ยงทายไม่ต้องเสี่ยงเอาแบบ ชัวร์ๆครับเลือกภูมิใจไทยพูดแล้วทำครับ

แหมพอดีอ้าเชิญคุณพรรคประชาชน

ครับพรรคประชาชนเบอร์ 46 ครับเราพร้อมที่ จะบริหารประเทศโดยมืออาชีพและพร้อมที่จะ ผลักดันปัญหาด้านเศรษฐกิจให้ได้รับการแก้ ไขปัญหาด้านการคอร์รัปชันให้ได้รับการแก้ ไขในขณะเดียวกันเราพร้อมที่จะปลดล็อค ศักยภาพของกรุงเทพมหานครเพื่อชีวิตความ เป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ดีขึ้นครับ พรรคประชาชนปรีสีชมพูเบอร์ 46 ครับ

อืมอ่ะเป็นอันเรียบร้อยขอให้ทุกท่านไปใช้ เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่า

กับการที่จะเอาชนะใจประชาชนนะฮะขอบคุณทุก ท่านและขอบคุณเครื่องดื่มอีฟสนับสนุนราย การในวันนี้อ้าเพลงหมดแล้วใช่มั้ย

เสียงของเพื่อไทยยังไม่เปิดเลยครับ

เพื่อไทยทำได้ครับ

ทำไมคุณถึงมีความมั่นใจขนาดนั้น

เพราะเราทำได้เหรอครับ

เพราะเราทำได้เหรอ

เพราะเราทำได้ครับ

เพราะเราทำได้อ้าขอบคุณทุกท่านแล้วปิด ด้วยเพลงเพื่อไทยนะฮะสวัสดีครับ

สวัสดีครับ

เพื่อไทยทำได้ทำให้ไทยยิ่งใหญ่เลือกพรรค เพื่อไทยโวะโอโอ้เพื่อไทยทำได้ทำให้ไทย ยิ่งใหญ่เลือกพรรคเพื่อไทยโวโอโอเพื่อไทย ทำได้ประเทศไทยทำได้พร้อมที่จะทำต่อไปยก เครื่องประเทศไทยล้างหนี้ทั่วไทยทำให้คน ไทยรวยได้ก็เพื่อเราคนไทยแข็งแรงกายใจ 30 บาท AI ไทยช่วยได้สุขภาพยุคใหม่ลดความ เหลื่อมล้ำไปทำเพื่อคนไทยเต็มที่เราจะ สร้างโอกาสให้พี่น้องไทยได้มีชีวิตที่ดี กว่านี้ทุกคะแนนที่มีจะเป็นตัวชี้ประเทศ ไทย เพื่อไทยทำได้วะโอโอโอ

ทำให้ไทยยิ่งใหญ่โวโอโอเลือกพรรคเพื่อไทย สร้างสังคมไทยที่เป็นไปได้ เพราะเพื่อไทยทำได้ เพื่อไทยทำได้ทำให้ไทยยิ่งใหญ่เลือกพรรค เพื่อไทยโวะโอ๊ะโอ้เพื่อไทยทำได้ทำให้ไทย ยิ่งใหญ่เลือกพรรคเพื่อไทยโวโอโอเพื่อไทย ทำได้เร่งทำรถไฟ 20 บาทตันหล่อสายมีบ้าน เพื่อคนไทยลดค่าใช้จ่ายใครก็มีบ้านพัก อาศัย เพื่อเราคนไทยซอฟาวอร์ไทยสร้างงานได้ไกล เต็มที่และทำเพื่อผู้สูงวัยมีหวยเกษียณ ให้ชีวิตในบ้านปลายอยู่ดีเราจะสร้างโอกาส ให้พี่น้องไทยได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้ทุก คะแนนที่มีจะเป็นตัวชี้ประเทศ เพื่อไทยทำได้โวโอโอโอทำให้ไทยยิ่งใหญ่ โวโอโอเลือกพรรคเพื่อไทยสร้างสังคมไทยที่ เป็นไปได้ เพราะเพื่อไทยทำได้ พร้อมเดินหน้าอีกครั้งเพื่อความหวังของ ประเทศไทยถึงเวลาพรรคเพื่อไทยได้นำไปสู่ จุดหมาย เพื่อไทยทำได้โวโอโอโอทำให้ไทยยิ่งใหญ่โว โอโอโอเลือกพรรคเพื่อไทยสร้างสังคมไทยที่ เป็นไปได้ เพราะเพื่อไทยทำได้

ทำให้ไทยยิ่งใหญ่

เลือกพรรคเพื่อไทยสร้างสังคมไทยที่เป็นไป ได้ เพราะเพื่อไทยทำ