📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ชำแหละบทเรียนการเลือกตั้ง ทั้งระบบ ผิดพลาด อย่างไร ? ใครต้องรับผิดชอบ

มติชนสุดสัปดาห์ - MatichonWeekly44:34

Transcription

คำถามใหญ่ของผมเนี่ยนะครับ เมื่อเราตั้งประเด็นเรื่องถอดบทเรียนเนี่ย ผมคิดว่ามันเรื่องใหญ่มันคือคนจัดการเลือกตั้งและประชามติ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ

ทีนี้เขาจัดจัดโดยภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายและเขตอำนาจศาลตามที่มีว่าใครจะแก้ไขเยียวยายังไงใช่มั้ครับ ทีนี้ผมก็มุ่งไปที่ที่ กกต. นะครับ เอ่อ คำถามผมคือทำไมเลือกตั้งและประชามติเนี่ยมาถึงเต็มไปด้วยปัญหาและคำถามมากมายนะครับ

คือก่อนอื่นเนี่ย เอ่อ เราต้องทราบว่าไอ้ประชามติเนี่ยนะครับ ผมพูดเรื่องประชามติก่อน ประชามติ ประชามติอยู่ไหน โอเค นะ มันคนละฟontกันไม่เป็นไรนะฮะ คือในเรื่องของนายครูหาเนี่ย เราก็ทราบอยู่แล้วว่าจริงๆแล้วขั้นตอนมันคนจบตั้งแต่ขั้นที่ขั้นที่ 6 นะครับ 7 8 9 0 เนี่ย เพิ่มอีก 4 คนไม่จำเป็น นะครับ งบประมาณเนี่ยเหตุผลของรัฐบาลนะครับ แล้วเป็นข้อที่ใช้ว่าจัดการทำประชามติเนี่ยสั้นกว่าที่กฎหมายกำหนด เหตุผลคือความจำเป็นทางงบประมาณก็แปลว่าต้องจัดแล้วมันต้องคุ้มแล้วมันถูกกว่านั่นคือใช้คนซ้ำกันได้ 4 คนรวมประธานด้วยเป็น 5 คนใช่มั้ครับ ซึ่งจะประหยัดงบไปได้ประมาณไปได้ต้องมี 2-3,000 ล้านบาท แต่ กกต. กับใช้คือว่าง่ายๆคือจัดวันเดียวกันเท่านั้นแหละ แต่ก็จัดเป็น 2 อันอยู่ดีนะครับ ทำให้มันไม่ได้เปลืองแค่ค่าบุคลากรมันเปลืองทั้งค่าเต็นท์ค่าทุกอย่างที่เพิ่มความจริงมันควรจะเพิ่มเพียงแค่ค่าบัตรกับค่าหีบและค่ากระดานนะครับ เจ้าหน้าที่นับเพิ่มอีก 1 คนเท่านั้นเองนะครับ ไม่ควรจะต้องมาเพิ่มตั้ง เอ่อ เป็น 3,000 ล้านบาทแบบนี้

ทีนี้เรื่องใหญ่กว่านะครับ คือในภาพรวมเนี่ย มันคือเรื่องเดียวกันกับการจัดการเลือกตั้งนะครับ คือเรื่องพื้นฐานเนี่ย คือก่อนหน้าวันเลือกตั้งเราเห็นว่า กกต. เนี่ยเค้ามีปัญหา 2 ข้อนะครับ 1 ก็คือไม่มีประสิทธิภาพ ความหมายคือใช้เงินเยอะโดยประสิทธิภาพน้อย นะครับ เอ่อ และ 2 นะครับ ไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง คือไม่ได้เอาประชาชนเป็นผู้รับบริการที่ต้องได้ความสะดวกที่สุดง่ายที่สุดสับสนน้อยสุดเนี่ย ก็มีปัญหาเรื่องใหญ่สุดนะครับสำหรับประชามติคือเมื่อกี้อาจารย์สมชัยพูดเรื่องอาจารย์ธยาธรพูดเรื่องของตัวเลขนะครับ หายไป 812,000 คนนะ ครับ เพราะว่าไอ้ตอนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเนี่ยมันตั้ง 17 วัน แต่ประชามติเนี่ยมีแค่ 3 วันนะครับ เว็บไซต์นะครับเอา 3 หารเนี่ยก็วันนึง เอ่อ 2 ล้านคนเอา 3 หารเนี่ยมันคือนะครับวันละวันละ 700,000 นะครับ 700,000 คนเนี่ยเข้ามาพร้อมกันเนี่ยนะครับ แน่นอนว่าเอ่อในเวลาเพียงแค่ 3 วันนะครับมันก็ต้องมีติดขัดนะครับ แล้วผลที่เกิดขึ้นคือคนไม่รู้ด้วยนะครับ เอ่อ ก็คือคนตกหล่นไป 812,000 คน

ความจริงแล้วเนี่ย กกต. ก็อ้างว่าไอ้ในระเบียบของเค้าเนี่ยต้องเป็นห้วงเวลาเดียวกันกับวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าถึงบอกว่าเมื่อจบที่วันที่ 5 มกราคม 69 เขาก็ต้องจบในเมื่อประกาศวันธรรมชามติ 2 มกราคมก็เลยเหลือแค่ 3 4 5 ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ถูกนะครับ ความจริง เอ่อ ในระเบียบฉบับนี้นะครับ ระเบียบของ กกต. เองเนี่ย ข้อ 5 ของระเบียบข้อนี้ก็ให้ กกต. เนี่ยสามารถถ้ามีเหตุจำเป็นสามารถงดใช้ระเบียบได้ คือว่าง่ายๆคือถ้าเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางก็ขยายไปอีก 3 วันหรือ 2 วันให้ครบ 1 อาทิตย์ใช่มั้ครับ อันนี้คือไม่ไม่ใส่ใจนะครับ เพราะจริงๆแล้วเนี่ยตอนนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะนะครับ เพราะว่าจบที่วันที่ 5 เนี่ยเราเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จบที่ 5 มกราคมยังเหลืออีกตั้งเดือนกว่าคือไม่ใส่ใจนั่นเองนะครับ ไม่เอาไปชนในศูนย์กลางคือเพราะอะไรครับ เพราะประชาชนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร กกต. เลย สว. ที่เลือก กกต. ก็ไม่ได้มาจากประชาชน สิทธิของประชาชนในการเข้าชื่อขอให้ถอดถอน กกต. ก็หายไป งั้น กกต. จึงไม่ต้องแคร์ประชาชน อันนี้คือเรื่องใหญ่สุดนะครับที่เราต้องแก้ไข ต้องทำให้ กกต. เนี่ยกลับมาแคร์ประชาชนนะครับ

ทีนี้ผมให้ข้อสังเกตนะครับ อย่าให้เปรียบเทียบนะครับว่าคนไปเลือกตั้ง ส.ส. เนี่ย 37 ล้าน 800,000 คน ไม่ได้เลือกตั้งคนไปออกเสียงพมติ 36 ล้าน เอ่อ 800,000 คนนะครับ คือถ้าเอามาเอามาดูว่าคนที่ไปเลือกตั้งแล้วไม่ลงประชามติเนี่ย เรารู้ละขั้นต่ำคือ 812,000 คนละนะ ครับ ความจริงมันก็ไม่ควรจะมีมากกว่านี้ใช่มั้ครับ แต่ตัวเลขจริงๆเนะครับคือหายไป 937,000 คน ว่าง่ายๆคือยังหายเพิ่มไปอีก 120,000 คน ถามว่าทำไมครับ ก็ในเมื่อเขาไปที่กูหาแล้วทำไมเขาถึงหาอีกแสนคน ไอ้ 800,000 คนแรกเรารู้เพราะว่าเขาลงทะเบียนไม่ได้เขา วันเลือกตั้งเไม่อยู่นะครับเขไปเลือกตั้งไม่ได้ก็เลยไปลงประชามติไม่ได้

ความจริงแล้วเนี่ย ผมเสริมอาจารย์ธัญญาธรนะครับ กกต. สามารถจัดให้มีโรงประชามติทางไปรษณีย์หรือออนไลน์ได้อ่ะ ออนไลน์กลัวโดนแฮกไม่ปลอดภัย ทางไปรษณีย์เนี่ยต้องได้สิครับ เพราะว่าเลือกตั้งล่วงหน้าก็สุดท้ายเนี่ยก็ทางไปรษณีย์เพราะไปรษณีย์ไทยเป็นคนส่ง แล้วเลือกตั้งล่วงหน้านะครับ ทำไมต้อง 1 สัปดาห์ก็เพราะต้องให้เวลาไปรษณีย์ไทยในการส่ง ดังนั้นเลือกตั้งทางไปรษณีย์มันคือเลือกตั้งล่วงหน้าอยู่แล้ว ท่านเลขาธิการ กกต. ไม่เข้าใจหรืออย่างไรว่าตั้งไปทางไปรษณียคือมันคือเลือกตั้งโลกมันคือประชามติทางไปรษณียเนี่ยมันคือล่วงหน้าได้ คือถ้าจะทำเนี่ยนะครับก็ทำ 1 สัปดาห์ล่วงหน้าได้เหมือนกันเลย เพราะสุดท้ายมันต้องล่วงหน้าไม่งั้นบันทบณีมันส่งไม่ทัน แต่เขาไม่ทำเองนะครับ

แล้วก็ นอกจากหายไป 800,000 คนแล้วยังหายไป 100,000 120,000 เพราะณวันจริงมีปัญหาครับว่าหลายคนพอหย่อน 2 บัตรเสร็จปั๊บ เดินออกเพราะ 1 ไม่มีการแจ้งให้ทราบ และ 2 นะครับมีการให้ข้อมูลแบบนี้นะครับ กรรมการประจำหน่วยไม่ต้องลงประชามติก็ได้ต้องลงมั้ยไม่ต้องก็ได้ อันนี้ผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะการลงประชามติก็เป็นหน้าที่เช่นเดียวกันไปเลือกตั้งในเมื่อมันเป็นหน้าที่เหมือนกันเนี่ยนะครับ มันหายไป 12,000 ได้ไงนี่เป็นความบกพร่องนะครับของ กกต. แน่นอนตัวเลขที่มันหายไปนะครับเค้าทำให้ไปเลือกตั้งวันเดียวกันกับประชามติเพื่อให้เลือกตั้งเสร็จก็ประชามติแต่ผลประเมินผลนะครับหายไปเกือบ ล้านคนนะครับถ้าเป็น เอ่อการประเมินให้คะแนนนะผู้รับงานผู้ว่าจ้างงานจากประชาชน อันนี้ก็ตกไม่ต่อสัญญาแน่นอนเผลอๆโดนปรับด้วยนะครับเพราะทำไม่ได้ตามนะครับแต่เนื่องจากว่าเราทำอะไรไม่ได้นะครับภายใต้ มฉบับนี้

ทีนี้ เอ่อ เอ่อ ข้อต่อมาเนี่ยผมว่าปัญหามันอาจจะมากกว่าแค่ไม่ใส่ใจประชาชนนะครับอาจารย์ คือผมเนี่ยแปลกใจมากนะครับตอนคิดเปอร์เซ็นต์เนี่ยดูเปอร์เซ็นต์สิเบอกว่าทางขวามือนะ ครับ ผู้มา เอ่อเห็นชอบนะครับ 58.64% นะครับถ้าดูข้อ เอ่อฝั่งซ้ายนะครับข้อที่ 3 เห็นชอบคือ 58.64 64 ปัญหาคืออะไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับ 60 เนี่ยตอนลงประชามติ 7 สิงหาคม 25 59 เห็นชอบ คือ 61% แปลว่าอะไรครับ แปลว่าคะแนนเห็นชอบของการจะยกเลิกฉบับ 60 น่ะเพราะการจัดทำฉบับใหม่คือสุดท้ายปลาย time คือไปเลิก 60 ก็แปลว่าคนเห็นชอบให้เลิกแค่ 58% แม้จำนวนจะมากกว่าหลายล้านแต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมันแพ้คะแนนเห็นชอบของฉบับถอง 5 60 ก็มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมละนะครับ

แต่จริงๆแล้วเนี่ยนะครับเป็นการคิดเปอร์เซ็นต์ที่ผิดครับ เพราะตามพรป.ประชามติเนี่ยเขานับระหว่างเห็นชอบกับไม่เห็นชอบว่าอะไรมากกว่า กกต. ไปเอาบัตรเสียกับมดออกเสียงเนี่ยเอามารวมทำไมนะครับ ถ้าใช้เกณฑ์เดียวกันกับปี 2559 นับเฉพาะเห็นชอบกับไม่เห็นชอบคือรับกับไม่รับอ่ะนะครับ เปอร์เซ็นต์จะเท่ากับ 5 65.81 81 เพราะทางขวามือนะครับคือผลประชามติเนับระหว่างรับกับไม่รับครับ 61 ดังนั้นเนี่ย เอ่อความชอบธรรมของการจัดทำฉบับใหม่นะครับไม่ได้แพ้ความชอบธรรมของฉบับที่จะถูกยกเลิกคือฉบับปัจจุบันแต่อย่างใดนะครับ แต่คำถามผมคือทำไม กกต. ถึงทำให้มันเปอร์เซ็นต์มันดูต่ำลง เอ้างว่า เอ่อในปี 59 ไม่มีช่องงดออกเสียง ปีนี้มีช่องงดออกเสียงจึงต้องใส่เข้ามา เอาล่ะแล้วบัตรเสียใส่เข้ามาทำไมฮะ บัตรเสียคือบัตรเสียคุณมาคิดระหว่างเห็นชอบ เห็นชอบได้ไงส่วนงดออกเสียงเนี่ยนะครับ พรป.ประชามติก็บอกเพียงแค่ว่าคะแนนเห็นชอบต้องมากกว่าคะแนนงดออกเสียงแต่การนับว่าผ่านไม่ผ่านนับที่ว่าเห็นชอบกับไม่เห็นชอบเนี่ยอะไรมากกันดังนั้นก็ต้องคิดเปอร์เซ็นต์ระหว่างเห็นชอบกับไม่เห็นชอบ 65% ว่าง่ายๆคือทั้งบัตรเสียงวันออกเสียงเนี่ยนะครับไม่พึงเอาเข้ามาใส่ แล้วเอาเข้ามาใส่ทำไมก็มี 2 วิเคราะห์ได้ 2 อย่าง 1 คือไม่ไม่มีความรู้ไม่เข้าใจ ซึ่งอันนี้ก็แย่นะครับ ทำไมถึงไม่มีความรู้ไม่เข้าใจครับกฎหมายก็เขียนชัดๆ หรือ 2 ครับเจตนาอื่นอันนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่นะครับ

แต่ว่าในประเด็นของประชามติเนี่ยนะครับ ผมคิดว่าเราต้องสรุปบทเรียนดังที่อาจารย์สมชัยได้สรุปมาแล้วผมช่วยเสริมให้เนี่ยเพื่อให้ประชามติครั้งที่ 2 ไม่เกิดปัญหาแบบนี้อีกไม่ว่ามันจะจัดวันเดียวกับวันเลือกตั้งหรือไม่นะครับ แล้วข้อนี้สำคัญกันมากนะครับ เอิ่ม เราจะได้มีการจัดนะครับที่คณะนิติศาสตร์เนี่ยวันนี้จัดทั้งเลือกตั้งกับประชามติ แต่จัดเฉพาะเรื่องประชามตินะครับเลยเนี่ย คือวันที่ 3 เมษายนนะครับ จะมีการจัด เอ่อ เฉพาะเรื่องนี้เลยนะครับ กับเรื่องการเลือกตั้งก็จะจะจัดเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งอีก 1 ครั้งนะครับ วันที่ 7 เมษายนนะครับ ดังนั้นในส่วนของประชามติเนี่ยนะครับ เอ่อ ผมเองจะนำเสนอเพียงเท่านี้ในประเด็นสำคัญเพราะว่าอาจารย์สมชัยได้พูดไปครบ อาจารย์ธัญญาธรด้วยทีนี้ในส่วนของการเลือกตั้งอาจารย์จะพูดก่อนมั้ครับผมเลยนะครับผมกลับไป นะครับ

เอิ่ม คือเราเริ่มต้นนะครับว่าเอ๊ะสงสัยปัญหากกต. เนี่ยไม่ใช่แค่ไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางละเมื่อเราพบความผิดปกติในวันเลือกตั้งล่วงหน้า นะครับ คือมันคือปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 คือการจ่าหน้าซองผิดนะครับ อย่างเช่นตัวอย่างแค่บางอันนะครับ เอ่อเมีสิทธิ์อยู่ที่เขต 5 นะครับจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งรหัสเี่คือต้อง 4605 05 46 คือจังหวัดกาฬสินธุ์ 05 คือเขตปรากฏว่า เไปจ่าหน้าว่า 4604 ไปที่เขต 4 มีแบบนี้เกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด คำถามคือ ส่งผิดไปจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไปถูกนับครับ ให้เป็นคะแนนของไม่รู้ว่ากดใครไปก็ไปนับคนนั้นที่เบอร์นั้นที่เขตนั้นซึ่งเป็นคนละเบอร์กัน แล้วบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตหน้าตาเหมือนกันหมดเพราะมีแต่หมายเลขไม่มีชื่อผู้สมัครไม่มีชื่อพรรคแล้วไม่มีการแยกแยะ 400 เขตออกจากกันก็แปลว่าส่งผิดไปก็ไปนับผิดเลยนะครับ

แล้วปัญหาอีกแบบนึงครับนี้หนักเข้าไปอีกหนัก เอ่ออันนี้ก็เหมือนกันนะครับก็คือว่าเมีสิทธิ์ที่เขต 6 แต่ส่งไปเขต 5 นะครับ อันนี้มีอีกอันนึงนะครับ อ่ะโทษทีมีอีกอันนึงคือ เอ่อมีสิทธิ์พอดีผมลืมเอามาลงนะฮะ เอ่อ เค้าในเขตจังหวัดนั้นเนี่ยนะครับมีเพียงแค่ 3 เขตแต่ประธานเขียนไปเขต 4 แล้วไปไหนอ่ะ อันเมื่อกี้เนี่ยถ้าตัวเลขผิดมันอยู่ในจำนวนเขตที่มีมันก็ยังไปแต่มันแยกกว่าบัตรเสียอีกนะเพราะมันถูกนับให้คนอื่นเพราะทุกเขตเนี่ยแต่ละคนพรรคเดียวกันนะ ครับ ผู้สมัครพรรคเดียวกันมันจะคนละเบอร์ อันนี้คือปัญหาร้ายแรงมากเพราะเราพูดมาแล้วตั้งนานว่าบัตรเลือกตั้งต้องใส่ชื่อผู้สมัครก็ชื่อพรรค กกต. ก็ไม่ยอมทำนะครับ จากเดิมเนี่ยนะครับสงสัยว่า กกต. ไม่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่สงสัยหรอก สรุปไปแล้วแหละแต่ตอนนี้ถ้าสงสัยว่าเอ๊ะ มันมีอะไรที่มันมากกว่านั้นหรือเปล่าถึงไม่ยอมใส่ลงไปนะครับ

ทีนี้พอไปเขียนเขตที่มันเลยกว่าจำนวนเขตที่จังหวัดนั้นมีอ่ะคำถามเพื่อนมันไปไหน ไม่มีคำตอบใดๆ นะครับ เรื่องนี้เงียบหายไปเลยนะครับเพราะมาพอมาถึงวันเลือกตั้งมาเจอเรื่องใหญ่กว่าแต่คำถามคือกกต.ไม่เคยชี้แจงนะครับว่าบัตรเลือกตั้งที่เขียนผิดแบบเนี้ยจะไปไหน เงียบไปเลยนะครับ แล้วมันมีอีกมากเท่าไหร่สิ่งที่น่าทึ่งคือไม่เกิดปัญหาใดๆเลยนะครับ กกต. แล้วจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหมดด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใดคำถามคือจัดการยังไงในเมื่อบัตรเลือกตั้งมันไม่ได้เขียนว่าเป็นเขตไหน เรื่องนี้ผมเคยชี้ประเด็นไปแล้วตั้งแต่คราวที่แล้วนะครับเมื่อไปรษณีย์ไทยบอกว่ามี 300,000 ซองที่อ่านลายมือไม่ออกหายนะ ถูกมั้ย อ่านมือไม่ออกแต่ปรากฏว่าเรื่อง 300,000 ซองนี้ก็จบไปได้ครับแบบดื้อๆเลย ก็ไม่ยากอะไรนะครับท่านอดีตกกต.ก็ทราบ เพราะทุกเขตเนี่ยก็มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าก็แค่จัดให้มันให้มันตรงกันน่ะ มันตรงกันนั้นก็จบถูกมั้ย ไม่มีใครหายแต่ที่จัดให้ตรงกันเนี่ยมันตรงกันจริงๆมั้ย ในเมื่อเขียนไม่ตรง แล้วข้างในก็เหมือนกันหมดที่น่าเป็นห่วงกว่าคือมันมีหรือไม่ที่เอามาจัดให้ในแบบที่มีผลต่อการแพ้ชนะการเลือกตั้ง ก็ในเมื่อมันเปิดช่องให้ทำได้เนี่ย นะครับมีกี่ใบฮะ 2 ล้านใบ 2 ล้านใบซึ่งเรื่องนี้นะครับเป็นความลึก ลับดำมืดเราไม่รู้เลยนะครับว่าดำเนินการยังไงในช่วงเอ่อตั้งแต่จ่าหน้าจนไปถึงเขตเลือกตั้งนั้นนะครับแล้วจ่าหน้าไปไหนครับ อาจารย์สมชัยครับประธานคกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเขาคือใครฮะเป็นตัวละครที่ กกต. ทุกครั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เนี่ยคน ที่ออกมารับจะเป็นท่านเลขาท่านรองเลขา หรือบางจังหวะก็มี เอ่อผอ.จังหวัดสายบู๊มาลุยบ้างแต่คนรับผิดชอบจริงๆคือประธาน กกต. เขตเพราะนี้ส่งไปที่ประธานเขตนี่คือคนที่ ไม่เคยออกให้สัมภาษณ์กับประชาชนเลยเพราะ อะไรเพราะส่วนใหญ่คือนายอำเภอต้องขออภัย นะครับไม่ได้มีจนาที่จะไปวิจารณ์นายอำเภอ นะครับแต่ว่านี่พูดข้อนี้จริงดังนั้นเนี่ยถ้าหาก นายอำเภอออกมาชี้แจงออกมาให้สัมภาษณ์เนี่ยผมเข้าใจว่า กกต. อาจจะกังวลใจว่าเอ้ยภาพลักษณ์จะกลายเป็นว่ามหาดไทยมาจัดการเลือกตั้งให้หรือเปล่านะครับแต่ว่าเนี่ยมันคือข้อกังวลของเราครับเพราะว่าพกต.ไม่โปร่งใสเนี่ยมันก็เกิดความสงสัยตามมาซึ่งเรื่องนี้เนี่ยฟันธงได้ว่ามันมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอนและในการแก้ไขที่ว่าทำอย่างที่ผมพูดไปนะครับแล้วมันไม่ใช่แนวทางที่สุจริตทำแน่ๆนะครับ

ทีนี้พอถึงวันเลือกตั้งนะครับจากปัญหาเรื่อง เอ่อประสิทธิภาพแล้วก็ไม่เอาประชาชนประชุมเป็นศูนย์กลางถึงต้องมีตั้ง 10 จุดนะดังที่อาจารย์สมชายได้พูดไปนะครับปรากฏว่าวันเลือกตั้งจริงเนี่ยมันเกิดสิ่งที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสนะครับในการทำงานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนะครับภาพหรือคลิปที่เราเห็นเนี่ยมาจากทั่วประเทศนะครับเช่นการมุดขีดคะแนนความจริงพอเข้าใจได้เพราะว่าผู้สมัครแบบ บัญชีรายชื่อนี่มีเยอะเท่าไหร่ 50 57งั้นจริงๆทำได้ถ้ากระดานเรียงไปใช่มั้ไม่ใช่กระดานเดียวกันแล้วมาทับซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยว่าคุณมุดเข้าไปเนี่ยคุณขีดให้ตรง หรือเปล่าใช่มั้ฮะหรือช่องนึงมันต้องเป็น 5 คะแนนถูกมั้ยก็มีการยัดเนี่ยยัดลงไปแบบช่องนึงเนี่ยนะครับมันกลายเป็น 10 แต่ตอนนับนับอะไรช่องนึงคือ 5 คะแนน อันนี้ก็เป็นข้อที่มันเกิดขึ้นจริงนะครับ หรือไอ้วงกลมพอขณะที่ 6 ก็วงกลมก็ นับเป็น 5 อันนี้เกิดขึ้นจริงแล้วเรื่องใหญ่คือหลายหน่วยครับไม่ให้ถ่ายนับไกลมองไม่เห็นแล้วจะถ่ายก็ไม่ให้ถ่ายนะครับต้องให้นับเสร็จก่อนคือผมเรียนว่า การนับคะแนนเนี่ยตามพรป.เลือกตั้งส.ส. เนี่ยต้องนับคะแนนโดยเปิดเผย การกระทำของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยนะครับ ที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งแบบเนี้ยนะครับไม่มีการดำเนินการอะไรเป็นเรื่องเป็นราวนะครับนอกจากที่สุพรรณบุรีใน 2 หน่วยที่เหลือเราก็ไม่ได้ยินว่ามีการทำอะไรนะครับ หรือการพอถึงตอนรวมก็รวมผิดครับอันนี้คือต้องได้ 230 นะครับก็ไปรวมแค่ 130 นะครับแล้วขีดครบ 5 ก็วง 1 ครั้ง อันนี้ก็แปลกวงทำไมใช่มั้ฮะคือนี่เป็นตัวอย่างเท่านั้นนะครับถ้ารวมพิรุธทั้งหมดเนี่ยนะครับมันมีปัญหาทุกขั้นตอนซึ่งเรื่องพวกนี้มันจะไม่เกิดนะครับถ้าหากกระบวนการทุกอย่างเป็นไปโดยโปร่งใส ถ้าต่อหน้าของประชาชนที่สังเกตการอยู่ก็จะโกงไม่ได้นะครับกลไกนึงที่มีการเสนอกกต.นะครับแล้วนี่เป็นบทเรียนว่าคราวหน้าต้องให้มีนะครับคือเราเสนอให้มีการติดกล้องวงจรปิดนะครับในคูหานะครับให้สามารถเห็นการทำงานของกรรมการประจำหน่วยโดยที่ไม่เกี่ยวกับตอนกากบาทของประชาชนนะครับอันนั้นต้องไม่เห็นเห็นเฉพาะการทำงานของ กกต.เชื่อมั้ครับถ้ามีกล้องอยู่เนี่ยปัญหาพวกนี้มันจะหายไป 7-80% เป็นอย่างน้อยเพราะการกระทำความผิดจะไม่กล้าทำต่อหน้ากล้องถ้ามีกล้องก็จะไม่กล้าทำนะครับซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดว่า กกต. ทำไมถึงไม่ยอมให้มีกล้องหลายคนก็บอกว่า นี่ไงเพราะจะมีการทำแบบนี้กันหรือเปล่า หรือไม่ให้มีกล้องคนก็ตั้งคำถามไปแบบนี้ไงคือยิ่งไปกันใหญ่นะครับ กกต. ทำให้คนสงสัยไปในทางร้ายมากขึ้นเรื่อยๆเพราะ กกต. ไม่ทำให้เปิดเผยโปร่งใสเองนะครับ

แล้วพอถึงเรื่องใหญ่ คือเรื่องบาร์โคดกับ QR Cดนะครับจากทีมงานที่บัดนี้ก็กลายเป็นอั้งยี่ที่ กกต. ไปไปแจ้งความเค้าก็พบว่าในตอนที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่เอาล่ะไอ้ QR coดบำบัตรเขียวเนี่ย เอ่อเล่มนึงก็เป็น QR1 โอเคอันนี้ยังพอไม่รู้ว่าใครกาเพราะ 20 ใบมันเหมือนกันใช่มั้เล่มนึง 20 ใบแต่บาร์โคดที่บัตรสีชมพูเนี่ยมันเป็น running number ตัวเลขนั่นหมายถึงว่าถ้ารู้ลำดับถ้าสแกนไปก็รู้ว่าเลขคืออะไรนะครับรู้ว่าเลขคืออะไรและรู้ลำดับนะครับในการเข้าไปใช้สิทธิ์ก็รู้ได้ทันทีว่าใครเลือกใครนะ ครับซึ่งอาจารย์สมชัยได้พิสูจน์ที่รัฐสภาไปแล้วนะครับว่าไม่ต้องมีต้นขั้วด้วยซ้ำไปไม่ต้องมีใบรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลยนะครับขอเพียงรู้ลำดับนะครับในการเดินเข้าไปใช้สิทธิ์ก็รู้ได้นะครับว่าใคร เอ่อกากบาทบัตรใบไหนและเมื่อรู้ได้ว่าใครกากบาทใบไหนก็รู้ได้แล้วว่าคนนั้นได้เลือกเบอร์อะไรและถ้ารับเงินมาหัวคะแนนก็ตรวจสอบได้แล้วว่าได้กากบาทตามที่รับเงินมาหรือไม่นะครับความจริง ความจริงนี่มันเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่นะครับไม่ต้องไปเปิดสแกนดูด้วยซ้ำไปไอ้ไฟล์พิมพ์บัตรของบริษัทอ่ะมันมีหมดแล้วแหละขอเพียงรู้ลำดับในการเข้าหาซึ่งลำดับเนี่ยกรรมการจำนวนเจะรู้หมดว่าลำดับเท่าไหร่นะครับนี่เป็นปัญหาที่กระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยรับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 แน่นอนคำถามที่ไม่มีคำตอบคือกกต.ใส่เข้าไปทำไม นะครับเค้าบอกว่าใส่เพื่อป้องกันการปลอมแปลงใช่มั้ครับแต่ว่าไอ้การปลอมแปลงเนี่ยมันไม่จำเป็นต้องรัน number รันตัวเลขนะ ครับแล้วข้อสำคัญคือไม่มีความโปร่งใสนะครับในเรื่องของการใส่เข้าไปนะครับว่าตกลงแล้วถ้ามันไม่อยู่ใน TO ของการจ้างเหมาทำบัตรเนี่ยแล้วใครเป็นคนบอกให้ใส่เข้าไปแล้วรันตัวเลขเนี่ยค่าใช้จ่ายมันเริ่มต้นขึ้นนะครับสีชมพูเนี่ยมันใบนึงต้นทุนนะครับ 1.45 ถ้าไม่มีบาร์โค้ดเนี่ยราคามันจะต่ำกว่านี้อันนี้เป็นปริศนาที่ กกต. คือถ้าถ้าป้องกันการปลอมเนี่ยมันถูกกว่านี้ฮะมันไม่ใช่แพงแบบเนี้ยนะครับ เอ่อแม้กระทั่งการมี QR Cดเนี่ยมันก็ถูกกว่านี้ได้นะครับบัดนี้ยังไม่มีคำตอบว่าใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการมีบาร์โคดแล้วก็คือนี่คือประเด็นที่ 3 นูนควรต้องไต่สวนนะครับบริษัทที่รับงานนะครับแบบเฉพาะเจาะจงนะครับไม่ได้บิดดingนะเฉพาะเจาะจงคือเลือกเลย ครับ เอ่อ อาจารย์ดูบรรทัดที่ 3 ครับจากตาครุฑโดยวิธีเฉพาะเจาะจงอันนี้เป็นเรื่องที่เป็นมีความไม่โปร่งใสนำมาถึงคำถามที่ว่าไปแล้วท่านเลขาก็บอกว่าไม่ต้องห่วงต้นขั้วกับตัวบัตรถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดีต่อให้รู้ได้ว่าเอ่อบาร์โคดอันนี้รู้ว่าบัตรอันไหนก็ไม่รู้อยู่ดีว่าใครเลือกใครเพราะแยกเก็บเป็นอย่างดีมีการปิดผนึกซึ่งเราก็เห็นแล้วว่ามันไม่จริงนะครับซึ่งตัวนี้เป็นช่องโหวที่ระเบียบของกตาเองซึ่งน่าสงสัยว่าระเบียบไอ้ที่ให้เอ่อ 1 เคบต้องรัดแล้วเซ็นชื่อ 5 คนอันนี้คือการผนึกถูกมั้ฮะแต่ปรากฏว่าผมได้ทดสอบให้ดูไปแล้วนะครับ เอ่อในรายการทีวีว่าใช้ไขควงเล็กๆเนี่ยแท่งสวนปุ๊บก็เปิดได้ไอ้เซ็นชื่อ 5 คนไม่ได้ผนึกแต่ประการใดประการที่ 2 ครับมีระเบียบต้องการยุบรวมผีปัเลือกตั้งนะครับความจริงการยุบรวมทำได้ถ้ามันไม่มีปัญหาแล้วเพื่อไม่กินที่ในการจัดเก็บแต่ันเดียวกับอันนั้นตอนเย็นน่ะ 4 หีบสามารถรวมไป 1 หีบได้แล้วจะมีหลักประกันมั้ล่ะครับว่าตอนที่ย้ายหีบเนี่ยมันจะไม่มี่การเปลี่ยนไส้ข้างในนี่คือปัญหาครับที่เราสงสัยว่าระเบียบแบบนี้มันมีขึ้นมาเพื่ออะไรนะครับแต่ที่บอกว่าปิดผนึกอย่างดีไม่มีใครไปทำรายได้ไม่จริงนะครับแล้วทั้งต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งก็เก็บไว้ที่เดียวกันที่ที่ กกต. ประจำเขตเลือกตั้งเป็นกำหนดนะครับซึ่งประธาน กกต. เขตคือตัวละครลับที่ กกต. ไม่เคยบอกว่าเป็นใครนะคือความจริงไม่ได้ถึงรับมากหรอกแต่เค้าไม่เคยออกออกสื่อนะครับ

ทีนี้ตัวเลขความผิดปกติตามมานะครับคือความผิดปกติของคะแนนตอน 94% กับ 100% นะครับตอนวันรุ่งขึ้นคือ 9 กุมภาพันธ์เนี่ยนะครับ เอ่อตัวเลขของ 94% นะครับคนไปใช้สิทธิ์แค่ 65% นะครับผมก็ตกใจนะครับเพราะว่าเอ่อมันมันถอยหลังไปถึงก่อนหน้ามีรัฐธรรมนูญ 2540 ซะอีกนะครับเพราะตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ 2540 มาเนี่ยนะครับคนก็ไปเลือกตั้งมากขึ้นเพราะเราบังคับให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ปี 2544 คือการเลือกตั้งครั้งแรกที่เลือกตั้งเป็นหน้าที่นะครับ 69.94% 94% คือเกือบแตกเกือบแตก 70 แต่คราวนี้ 65% แต่เอาละเพราะว่านับคะแนนแค่ 94% ถูกมั้ย ฮะ ทีนี้ถ้านับครบ 100% เนี่ยก็คือ + 6 นะครับ + 6 ก็เท่ากับ 71 มันก็ไม่ใช่นะเพราะไอ้ 6% เนี่ยก็คือคนไปใช้สิทธิ์เพียงแค่เพียงแค่ เอ่อไม่ถึง 100 ไงนะนะครับสุดท้ายเนี่ยนะครับพอตอนครบตอนครบเอ่อตอนครบ 100% เนี่ยคือ 71% ปัญหาของเรื่องคืออะไรครับตอนที่เค้าแจ้งคะแนน 94% เนี่ยถ้าพูดเป๊ะ ๆนะครับคือ 94.33% 33% มันคือมันคืออะไรครับไอ้ 9 ครับ 4% ผมก็มาดูครับอ๋อเดูเป็นหน่วยเห็นมั้ฮะจากหน่วยทั้งหมด 11331 หน่วยคือเ้ารวมหน่วยเลือกตั้งนอกราชาณจักรด้วยนะครับนับเสร็จ 95,583 หน่วยนะก็แปลว่าเหลืออีก 5,400 หน่วย 5,700 หน่วย อันเนี้คือ 5.67% 6-7% ที่เหลือนะครับที นี้ถ้าเกิดใน 5,700 หน่วยเนี่ยการใช้สิทธิ์มันก็ต้องเฉลี่ยไปด้วยกันใช่มั้ครับ 70% 7% ด้วยกันแต่ว่ามันคือ 100% คือว่าง่ายๆคือ 5,700 หน่วยที่เหลือคือตัวเลขผู้มีสิทธิ์รวมกันทั้งหมดนะครับอาจารย์ก็ยังไม่ถึง 71 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไปอันนี้เป็นความผิดปกติที่อธิบายไม่ได้นะครับ

แล้วก็บัตรเขย่งนะครับที่เคยมีเป็นแสนใบถ้าหากลบกันเนี่ย 66,949 ใบนะครับเมื่อประกาศครบครบ 100% เนี่ยนะครับก็กลายเป็นเหลือแค่ 3 ใบความแตกต่างก็อธิบายง่ายๆนะครับทีแรกเนี่ย เอ่อแบบแบ่งเขตนะครับมากกว่าบัญชีรายชื่อเนี่ยนะครับ 66,939 ใบการที่พอประกาศครบ 100% แล้วมันต่างแค่ 3 ใบก็แปลว่าโดยเป็นการต่างโดยบัญชีชื่อมากกว่ามากกว่า 3 ใบนะครับก็แปลว่าอะไร ครับมีคนใน 5,784 หน่วยที่นับเพิ่มเนี่ยนะครับมีคนเลือกเฉพาะปารตyลิ บัตรชมพูอย่างเดียวโดยไม่กาบัตรเขียวเนี่ย 66,000 942 คนถึงมีผลทำให้ความต่างความเขย่ง 66,000 6 939 เลยกลายเป็นบทไปแล้วเหลือแค่ 3 โดยแบบปัญจภูมาแซงไป 3 ใบคือมันเป็นไปไม่ได้คือถ้าเราเข้าหน่วยไปเนี่ยเลือกเฉพาะแบ่งเขตยังเข้าใจได้มากว่าเพราะมีหัวคะแนนใช่มั้ครับแต่ว่าเข้าหน่วยไปแล้วกาแต่แบบบัญชีในชื่อและเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะใน 5,74 หน่วยที่มากขนาดนี้เนี่ยคำตอบ กกต. มีคำมีคำอธิบายเดียวครับ คือ ไอ้เว็บไซต์ 94% เนี่ยอ้างอิงไม่ได้ >> เชื่อไม่ได้จบอ้าวทั้งหมดคำอธิบายมีข้อเดียวคือเชื่อถือไม่ได้ ทีนี้มันเป็นเรื่องที่อธิบายแบบนี้ไม่จบนะครับเพราะว่าท่านปล่อยให้เว็บไซต์เนี้ยสาธารณะอยู่ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์มีเวลาตั้ง 10 วันทำให้มันถูกในเมื่อมี กกต. เขตมีคณะกรรมการ กกต. เขตมีผอ.จังหวัดทำไมจะทำให้มันถูกไม่ได้ อันนี้คือข้อสงสัยมากนะครับว่าในช่วงเวลา เอ่อก่อนจะประกาศเอ่อผลคะแนนของทุกหน่วยเนี่ยคือไอ้ใบส.ส. 5/18 เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นในกับตัวเลขนะครับแล้วแม้ว่าบัตรความคย่งจะหายไปเหลือแค่ 3 ใบนะครับแต่ นั้นก็ยังมีปัญหาอยู่ดีนะครับเพราะว่าก็ยัง มีบัตรหายไปอีก 153 ใบความหมายคือมีบัตรเลือกตั้งเนี่ยน้อยกว่าผู้ใช้สิทธิ์นะครับในแบบสีชมพูเนี่ย 123 ใบไม่ทราบกฎให้เล็กยังไงมันหาย 123 ใบกับบัตรสีเขียวเนี่ยหายไป 30 ใบก็คือหมายถึงว่าตัวบัตรเนี่ยมันน้อยกว่าคนมาใช้สิทธิ์นะครับไม่มีคำอธิบายนะครับใน 113 ใบตรงนี้นะครับซึ่งถ้าใช้เวลาตั้ง 10 วันมันไม่ควรจะเกิดปัญหาเรื่องพวกนี้

เรื่องต่อมานะครับ ท่ามกลางปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนะครับ เอ่อ กกต. ก็ประกาศรับรองสส. นะครับ 25 กุมภาพันธ์ก็ส.ส.แบบแบ่งเขตก่อนนะครับ 396 คนนะครับ 1 สัปดาห์ต่อมานะครับประชุมทุกวันพุธนะครับอาจารย์พุธถัดมาก็รับรองอีก 100 คนที่เป็นส.ส.บัญชีโดยชื่อนะครับแล้วก็รับรองสส.เขตเพิ่มอีก 3 เป็น 499 คือ กกต. เนี่ยมีเวลา 60 วันนะครับถามว่าทำไมต้องมี 60 วันเพราะเราถือว่าให้เวลากกต.ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเนี่ยเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่นะครับซึ่งในการเลือกตั้งปี 66 เนี่ยใช้เวลาไป 37 วันในคราวนี้เนี่ยมีข้อสงสัยมากกว่าเยอะความจริงน่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่าแต่ กกต. ใช้เวลาแค่ 17 วันท่ามกลางคำถามข้อสงสัยนะครับเรื่องความสฤติและเที่ยงธรรมที่ กกต. ยังไม่ให้ความกระจ่างแต่ประการใดมาตรา 127 ของพรป.เลือกตั้งสส.เขียนไว้ชัดเจนนะครับ กกต. เนี่ยประกาศผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมในเมื่อความรู้สึกและหลักฐานที่ปรากฏต่อสมันมันไปอีกทางนึงแล้ววรรค 2 นะครับเราก็จะมีตัวละครลับอีกตัวนึงที่อาจารย์สมชัยก็ได้เปิดประเด็นไว้แล้วนะครับเพราะในการตรวจสอบเบื้องต้นตามวรรค 1 เนี่ย กกต. เราต้องฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งเขาคือใครรายงานเป็นยังไงนะครับเดี๋ยวอาจารย์สมชัยมาขยายนะครับอันนี้ก็เป็นตัวละครลับและข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆมาประกอบด้วยก็ข้อมูลจากแหล่งต่างๆก็ล้วนแต่บ่งชี้ไปทางที่มีข้อสงสัยอ่ะคือผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เอ่อมีปัญหาแน่ผมชี้เห็นไปแล้วนะครับว่าพอประกาศรับรองเป็นส.ส.ปุ๊บเนี่ยนะครับอำนาจในการสั่งเลือกตั้งใหม่จะไปอยู่ที่ศาลฎีกาโดย กกต. เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาว่าจะส่งคำร้องไปศาลฎีกาหรือไม่หมายถึงว่าถ้า กกต. ไม่ส่งก็จบเหมือนกับเรื่องฮัวสว. อันนี้คือปัญหาของเรานะครับคือถ้า กกต. ไม่ส่งแม้จะมีหลักฐานแต่ กกต. ไม่ส่งซักอย่างมันก็จบที่ กกต. ไปไม่ถึงศาลฎีกานะครับอันนี้เป็นอันที่เห็นได้ว่ามันจะมาอีรอบเดียวกับหัวสว.คือจบจบตรงนี้ไปถ้า กกต. ไม่ส่งนะครับ

อ่ะประชามติพูดไปแล้วนะครับทีนี้มาถึง เอ่อตัวที่เป็นปัญหาในเชิงระเบียบนะครับผมคิดว่าเรื่องใหญ่เลยเนี่ยนะครับคือบัตรเลือกตั้งนะครับ พรป.เลือกตั้งสส.เนี่ยให้อำนาจ กกต. มากเกินไปนะครับผีบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งให้มีธรรมที่ กกต. กำหนด ก็คือแล้ว กกต. เราก็เขียนเอ่อไม่ได้ทำให้กำหนดให้ประชาชนสะดวกนะครับเพราะว่าในกฎหมายเลือกตั้งมาตรานึงนะครับผมลืมใส่ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตอย่างน้อยต้องมีหมายเลขผู้สมัครและช่องงดออกเสียงเขาก็ทำแค่ อย่างน้อย ถ้าเอาประชาชนในศูนย์กลางมันต้องเติมเข้าไปผมว่าตรงเนี้ยต้องแก้ ต้องแก้พรป.นะครับเพราะ กกต. ไม่ยอมแก้เองนะครับถ้าบัตรเลือกตั้งนะครับเอ่อโดยเฉพาะยิ่งเรื่องของบาร์โคดเนี่ยซึ่งเขาอ้างระเบียบข้อ 129 ในการใส่บาร์โคด QR Code ลงไปแต่ตามนี้เนี่ยนะครับระเบียบข้อ 29 เนี่ยทำได้เพียงแค่ป้องกันการปลอมแปลงเท่านั้นนะครับไม่มีเหตุผลอื่นนะครับเนี่ยท่านดูบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตสิเป็นบัตรเลือกตั้งที่ประหลาดที่สุดในโลกมีแต่เบอร์ไม่มีชื่อผู้สมัครไม่มีชื่อพรรคเป็นภาระของประชาชนต้องจำว่าคนจะเลือกอยู่เบอร์อะไรแล้วพรรคเดียวกันก็คนละเบอร์กันแล้วปัญหาคืออะไรครับทั้ง 400 เขตมันเหมือนกันหมด กกต. จะมีมาตรการอย่างไรครับให้ประชาชนสบายใจว่าจะไม่เกิดการใช้บัตรข้ามเขตถ้าคำตอบคือบาร์โคดหรือ QR Code เอาล่ะ อาจารย์ครับถ้ามีข้อสงสัยเนี่ยขอเปิดเช็คดูได้มั้ยว่ามีการใช้บัตรข้ามเขตมั้ยแต่ว่าเรื่องที่จะป้องกันในคราวหน้าคือเราใส่เข้าไปดีกว่าครับถ้า กกต. ไม่ยอมใส่พร้อมใจกันนะครับรัฐสภาเนี่ยแก้เถอะเอาประชาชนเป็นที่ตั้งใส่ชื่อผู้สมัครชื่อพรรคลงไปในแบบแบ่งเขตแล้วมันจะป้องกันปัญหาการใช้บัตรข้ามเขตได้นะครับ

ไอ้เรื่องของปัญหาเรื่องการเอ่อไม่ปิดผนึกเนี่ยเรื่องใหญ่มันคือให้อำนาจในการยุบรวมนะครับอยู่ ที่ 184 เนี่ยข้อ 184 ของระเบียบเลือกตั้งนะครับให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้ง ย้ำนะครับไม่ใช่ผอ.จังหวัดนะกรรมการประจำเขตซึ่งมี 400 เขตเนี่ยดำเนินการยุบรวมถุงใส่บัตรนะครับบรรจุรวมเอ่อวณิหบัตรเลือกตั้งนะครับคือ 180 โทษทีผมข้ามไป 183 ครับ 183 เนี่ให้ยุบรวมนะครับดำเนินการยุบรวมหีบบัตรคือจาก 3-4 หีบคำถามคือทำไมทำไมถึงทำเลยอ่ะมันควรจะรอจนกระทั่งไม่มีปัญหานะครับแล้วไอ้ตรงต้นขั้วเนี่ยก็ยุบรวมกันแล้วเก็บไว้ที่เดียวกันที่ 184 ผมว่าตรงนี้ต้องเลิก นะครับเมื่อปิดผนึกแล้วต้องไม่มีใครเปิดได้นอกจาก กกต. สั่งเลิกให้นับใหม่หรือศาลสั่งเท่านั้นต้องผนึกโดยที่เปิดไม่ได้อีกต่อไปวิธีใดก็แล้วแต่เทคนิคมีเยอะแยะนะครับยุบรวมเนี่ยต้องภายหลังเท่านั้นเมื่อผ่านขั้นตอนการคัดค้านไม่มีคำสั่งแล้วเรียบร้อยถึงยุบรวมนี่คือช่องโหว่ใหญ่เลยครับเมื่อสิ่งที่ผนึกลงไปในหีบสามารถเปิดยุครวมได้หลักประกันคือทั้ง 400 เขตน่ะมีหลักประกันมั้ว่าจะไม่เกิดการโยกย้ายสิ่งที่อยู่ในในหีบแต่ละหีบนี่คือปัญหาใหญ่นะครับซึ่ง กกต. ก็ไม่มีคำตอบใดๆนะ

เอ่อสำหรับเรื่องของสุดท้ายนะครับผมเรียนว่า เอ่อในเชิงระบบเนี่ยนะครับคือเพื่อใช้เวลาไม่มากนะครับผมว่าคือต้องเข้าใจว่าสมัยก่อนเนี่ยนะครับเราเลือกตั้งแล้วประกาศผลเลยนะครับก่อนปี 40 แล้วมูล 40 นะครับก็เป็นครั้งแรกนะครับเอ่อที่เลือกตั้งเสร็จแล้วเนี่ยให้เวลา 30 วันนะครับโดยในคราวแรกเนี่ย กกต. มีอำนาจให้ใบแดงเลือกตั้งใหม่ด้วยนะครับก็กลายเป็นว่าเลือกตั้งเสร็จยังไม่ต้องประกาศผลนะครับรู 50 ก็คิดว่าอำนาจ กกต. ในช่วงเวลาก่อนประกาศผลเอ้ยหลังประกาศผลเนี่ยมากไปหน่อยนะครับก็เลยให้เป็นศาลฎีกาแต่อำนาจระหว่างประกาศก่อนประกาศผลยังมีอยู่ 60 ก็แค่ขยายเวลา 30 วันเป็น 60 วันนะครับแล้วเรื่องที่เหลือก็เหมือนกันคือถ้า กกต. ประกาศเมื่อไหร่นะครับอำนาจไปที่ศาลฎีกาโดยคนส่งมีแต่ กกต. เท่านั้นถ้า กกต. ไม่ส่งก็จบเลยแต่ทุจริตหรือมีหลักฐานอะไรที่ฟ้องต่อประชาชนต่อสังคมยังไงก็แล้วแต่ถ้า กกต. บอกว่าไม่มีมูลกรรมการที่ตั้งขึ้นมานะครับอนุกรรมการบอกไม่มีมูล ก็จบเลยนะครับผมคิดว่าระยะเวลาเลือกตั้งเสร็จนะครับแล้วไม่ประกาศผล 60 วันเนี่ยผมว่าเลิกดีกว่าเพราะ กกต. นะครับยังไงก็ไม่สั่งเลือกตั้งใหม่ตั้งแต่คดีของคุณสุรพลเนี่ยนะครับ เอ่อพูดโดยเร็วๆนะครับแม้ว่าศาลฎีกาจะยกฟ้องแต่เชื่อเถอะครับว่าจากนี้ไป กกต. เไม่เไม่สั่งแล้วคราวนี้ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 17 วันแล้วจะมี 60 วันนี้ไปทำไมในทางปฏิบัติแล้วเรื่องใหญ่กันเลยครับ กกต. สามารถดองคะแนนไว้ได้จนบัดนี้นะครับที่ว่าประกาศผลแล้วเนี่ยนะครับยังมีเรื่องการไม่ทำตามระเบียบตัวเองนะครับข้อ 100 214 ต้องประกาศส 5/18 ทุกหน่วยปรากฏว่าไปเสิร์ชดูสิครับหลายเขตเนี่ยประกาศไม่ครบทุกหน่วยนะครับอันนี้ก็ผิดระเบียบตัวเองคะแนนเนี่ยยังคือเอามาดองไว้ได้แล้วเป็นครั้งแรกนะครับที่เราทราบจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งหลังจากประกาศรับรองส.ส.ประกาศระบองสส.นะครับเอ่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์นะครับแล้ววันรุ่งขึ้นคือ 26 กุมภาพันธ์ก็ถึงค่อยแจ้งว่าคนไปเลือกตั้ง 71% ไม่เคยปรากฏมาก่อนคำถามคือทำไมไม่ประกาศเลยอ่ะตัวเลขมันไม่นิ่งหรืออย่างไรตัวเลขมันต้องนิ่งสิครับเมื่อปิดหีบมันต้องนิ่งแล้วไงทำไมดองมา 18 วันนี่คือคำถามทั้งสิ้นนะครับผมคิดว่าการมีระเบียบการมีกติกาหรือ 60 ปันทำให้ กกต. เนี่ยดองดองข้อมูลไม่ได้แล้วทำให้เกิดข้อสงสัยและคำถามว่ามีการทำอะไรกับตัวเลขหรือไม่วิธี การที่สุดคือ ในเมื่อ กกต. ยังไงก็ไม่ใช่อำนาจนี่แล้วนะ ครับผมคิดว่าเรากลับไปหาระบบเลือกตั้งเสร็จประกาศผลเลยดีกว่านะครับแล้วก็ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาสอยเป็นระบบ >> แล้วต่อไปนะครับต้องทำเหมือนหลักกฎหมายอาญาถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดีอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้เสียหายไปฟ้องตรงได้ให้ทำเหมือนอาญานะครับปัญหามันก็จะดีขึ้นนะครับสำหรับคดีที่ เป็นที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับก็รับไว้แล้ว 6:3 นะครับผมคิดว่าสิ่งที่มันแตกต่างไปจาก 2 ครั้งที่ผ่านมาในปี 49 กับปี 57 นะครับคือรัฐธรรมนูญ 2560 เนี่ยให้อำนาจสาธรนูญโดยตรงนะครับในการวินิจฉัยการกระทำขัดรัฐธรรมนูญได้ตาม 213 ถ้าตามปี 4050 เนี่ยสรนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าการกระทำขัดรัฐธรรมนูญนะครับก็ถึงต้องร้องเป็นเรื่องของกฤษฎีกาว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะกฤษฎีกาคือกฎหมายนะตีความในทางนั้นแต่คราวนี้เนะครับเป็นเรื่องการกระทำขัดรัฐธรรมนูญเรื่องเลือกตั้งโดยรับนะครับดังนั้นก็มีอำนาจที่ที่มากกว่าเดิมเพราะว่าวินิจฉัยโดยตรงว่าการกระทำขัดกับเลือกตั้งโดยรับหรือไม่ซึ่งมันต้องเชื่อมโยงกับเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งด้วยก็ต้องดูกันต่อไปนะ ครับ

ทีนี้ เอ่อเข้าใจว่าอาจารย์บอรศักดิ์ ไม่ ไม่ได้เป็นรองนายกฝ่ายกฎหมายนะครับอาจารย์บรศักดิ์ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยอธิบายก็ไม่ทราบว่า เอ่ออาจารย์บรศักดิ์จะมีบทบาทในการอธิบายต่อมว่าไม่ไม่โมฆะหรอกเพราะอาจารย์บรศักดิ์ไม่ได้เป็น เอ่อรองนายกแล้วนะครับจะเป็นคุณปกรหรือยังไงก็ดูกันต่อไปนะครับแต่ว่าคดีเนี่ยนะครับมันไม่ได้มีแค่ 3 นูนนะครับมีทั้งศาลปกครองอย่างที่อาจารย์ทันธรปอแล้วมันคดีในศาลอาญาด้วยนะครับซึ่งสำหรับ 6 อ้างซึ่งอาจารย์สมชัยเป็นหนึ่งในนั้นแล้วผมก็ถูกแซว่าผมเป็นวาสที่คนที่ 7 เนี่ยนะครับก็ เอ่อยังไม่ทราบความคลื่นมากว่าตกลงมันยังไงนะ ครับแต่ว่าในด้านของประชาชนหรือผู้สมัครและพรรคการเมืองเก็ไปฟ้องไว้เยอะเลยว่าง่ายๆก็ต้องติดตามกันต่อไปนะครับในปัญหาเรื่องการเลือกตั้งแล้วผมคิดว่าเป้าหมายของการที่มาพูดกันนะครับมันไม่ใช่ว่าครั้งที่ผ่านมาจะเอายังไงอย่างเดียวแต่พูดกันไปทั้งหมดนี้เพื่อถอดบทเรียนเพื่อให้คราวหน้าดีกว่านี้ทั้งประชามติและการเลือกตั้งนะครับเดี๋ผมขออนุญาตสมชัยต่อเลยครับเรื่องการเลือกตั้งครับ