Transcription
เชื่อไหมครับว่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราเพิ่งค้นพบความมหัศจรรย์ในรัฐสภา เมื่อท่านนายกอนุทินลุกขึ้นประกาศด้วยความมั่นใจว่าท่านมีพรสวรรค์ในการเลือกใช้คน ใช้คำว่าพรสวรรค์เชียวนะครับ คำนี้ปกติเขาใช้กับศิลปินระดับโลกหรือนักดนตรีอัจฉริยะ แต่นี่คือการนิยามตนเองของนายกรัฐมนตรีคนแรกที่กล้าชมตนเองในสภาแบบไม่อ้อมค้อม ทำเอาคนฟังถึงกับตาค้าง ไม่ใช่เพราะความทึ่งในวิสัยทัศน์นะครับ แต่ทึ่ง[เสียงกระแอม]ในความกล้าพูด
แต่ถ้าถามประชาชนว่าเห็นพรสวรรค์ด้านไหนชัดที่สุด
1. พรสวรรค์ด้านการเรียกน้ำตาร้องไห้ เก่งยิ่งกว่าเอกละครหลังข่าว
2. ทักษะการศัลยกรรมความจริง ปรับแต่งเรื่องราวให้ดูดีได้ตลอดเวลา แม้โลกความจริงจะพังพินาศ
3. ความสามารถในการรับรู้ช้า ปัญหามาถึงหน้าบ้าน แต่วิสัยทัศน์ยังจอดรออยู่ที่ปั๊มน้ำมันในอดีต
และที่ขาดไม่ได้เลยคือศิลปะการโยนครับ ไม่ใช่โยนดอกไม้ แต่โยนภาระของรัฐไปให้ประชาชน อะไรง่ายท่านก็ทำเอง แต่พอทำไม่ได้ก็บอกให้ประชาชนรับไปดูแลตัวเองนะครับ
แถมยังมีสกิลการประนีประนอมกับชนชั้นนำได้อย่างแนบเนียน จนบางทีเราก็แยกไม่ออกว่าท่านเป็นนายกของประชาชน หรือเป็นทูตสันตวไมตรีของกลุ่มทุน
สุดท้าย พรสวรรค์ที่น่ากลัวที่สุดคือการใช้ความทรงจำอันแสนหวานที่ดำรงอยู่ในจินตนาการมาทำงานแทนความสามารถที่จับต้องได้ ก็อย่างว่าแหละครับ ในสภาอาจจะชมตัวเองได้ แต่ในหัวใจประชาชน พรสวรรค์เหล่านี้มันช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินกว่าจะใช้คำพูดใดมาพรรณนาได้จริงๆ