📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ถึงผู้หลับไหลทุกท่าน ได้เวลาตื่นแล้ว

MIND FOR SURVIVAL - Bangkok Prepper12:30

Transcription

ประชาชนที่ตื่นคือประชาชนที่ควบคุมยาก. ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามทำให้คนที่ไม่เชื่อเชื่อ. เราก็ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะตื่น. ซึ่งคำถามมันก็จะพูดง่ายๆ เลย. ทำไมมันมีคนบางกลุ่มที่เชื่อหมดใจ, เชื่อ 100% ว่ามันจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นในโลกวันนี้.

นะคะอยากจะมาพูดถึงเรื่องว่าทำไมคนส่วนมากถึงจะไม่เตรียมตัวรับมือภัยปฏิบัติ. อย่างแรกเลยนะคะก็คือเรื่องของระบบหรือว่า system ต่างๆ. ระบบหรือว่า system ต่างๆ ตอนนี้ build มาเป็นหลายสิบปีมากๆ. build มาได้ดีมากๆ ที่ทำให้ตอนนี้ทุกคนนะคะ isolate กัน, ทุกคนมีโลกของตัวเอง. สมัยก่อนเราอาจจะมี community ต่างๆ เนาะ. สมัยเนี้ยมันแทบจะไม่มีแล้ว. เพราะงั้นเนี่ยทุกคน become very mistrusting. ทุกคนไม่เชื่อใจกัน. ทุกคนรู้สึกว่าทุกๆ อย่างที่มันเป็น community เนี่ยมันจะต้องแบบมีเกณฑ์มีอะไรเสมอ. นะคะซึ่งมันก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้ทำไมคนถึงรู้สึกว่าเลือกที่จะถ้าต้องเตรียมตัวรับมืออะไรเนี่ยก็อยู่แค่ในบ้านของเราเอง.

ซึ่งปัญหาที่ตามมากับตรงนั้นเนี่ยคือถ้าเกิดว่าเราเตรียมตัวแล้วเราอยู่แค่ในบ้านของเราเองอ่ะค่ะ. ในการที่เราจะต้องอยู่ใน Survive Apocalypse ที่มันเป็นระยะยาวจริงๆ เนี่ยมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเราเองกับครอบครัวเล็กๆ ของเรา. เพราะอะไร? ในการ survive จริงๆ ใน Apocalypse มันมีอะไรบ้างนะคะ. อาจจะมีเรื่องของอาหาร, เรื่องของ security, safety. ไม่ใช่ทุกคนจะมีปืน. ไม่ใช่ทุกคนจะกล้าใช้ปืน. ทุกคนอาจจะชอบพูดว่าถ้าเกิดว่าคนที่เค้าเตรียมตัวเนี่ยเขาก็มีปืนมีอะไรหมดแล้ว. ทุกคนในบ้านเราเขาได้มี mindset เหมือนเราไหม? ถ้าเกิดว่ามีก็ดีค่ะ. แต่ถ้าไม่มีเนี่ยซึ่งคือกรณีของคนส่วนมากเนาะ. มันก็จะเป็นเรื่องที่ยากที่เราจะสามารถ defense ทางบ้านของเราได้นะคะ.

ต่อไปก็คือเรื่องของพลังงานไฟฟ้า, เรื่องของพลังงาน, Engineering ต่างๆ. วิศวกรรมต่างๆ ก็เหมือนกัน. ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีคนที่เป็น expert ด้านนี้. ต่อไปก็คือเรื่องของ Medical, เรื่องของการแพทย์ต่างๆ ก็เหมือนกัน. ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีหมอ, ไม่ใช่ทุกบ้านจะมีพยาบาลนะคะ. ต่อไปก็คือเป็นเรื่องของการทำความสะอาดต่างๆ นะคะ. ใครจะเอาอุจจาระของทุกคนไปทิ้ง? ใครจะเอาปัสสาวะทุกคนไปทิ้ง? ใครจะเป็นการ rotate ต่างๆ? ไม่ใช่ว่าทุกคนในบ้านเราเนี่ยจะมีสภาพจิตใจที่พร้อมที่จะรับมือเกี่ยวกับสภาวะที่สังคมมันถูก check down ขณะนี้ได้. เพราะงั้นมันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคนส่วนมากเนี่ยการที่แค่จะคิดถึงในการเตรียมตัวในการเอาตัวรอดเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่มัน stretch มากๆ แล้วนะคะ.

หลายๆ คนเวลาพูดถึงเรื่องการเตรียมตัวเนี่ยก็อาจจะเกิด trigger ขึ้นมา, อาจจะเกิดไม่พอใจ, โกรธขึ้นมา. ซึ่งก็ไม่ผิด. เพราะตอนเนี้ย system มันฝังอยู่ในตัวเราค่อนข้างที่จะลึกมากๆ แล้ว. ทำให้ยากมากๆ กับการที่เราจะสามารถเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นได้. ออกมาจาก independence ที่ตอนเนี้ยเรามีอยู่ในระบบความสุขสบายของเรา, อาหารของเรา, ความสะดวกสบายต่างๆ ที่ตอนเนี้ยเรา dependent กับมันมากๆ. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ เลยก็คือระบบน้ำร้อน, ระบบแอร์, ระบบต่างๆ. คือทุกคนต้องนึกภาพตอนนี้คือโลกมันก็ร้อนขึ้นทุกวันเนาะ. ถ้าวันหนึ่งเกิดไฟดับทางเมืองเป็นเวลาหลายวันแล้วแอร์ใช้ไม่ได้จะมีกี่คนที่เสียชีวิตจาก stroke? จะมีกี่คนที่ไม่สามารถที่จะรับภาวะนี้ได้นะคะ.

เพราะงั้นเนี่ยระบบคือสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะไม่เตรียม. เพราะว่าทุกๆ วันเนี้ยค่ะไม่ว่าจะเป็นงานประจำของเราที่เราต้องทำ. หรือว่าสำหรับนักเรียนก็เรียนมหาลัย, เรียนโรงเรียน. มันก็เป็นงานที่หนักหนาสาหัสมากพอแล้ว. เนี่ยการที่เราจะต้องมาเตรียมตัวมันก็ a bit of a stretch. มันก็ค่อนข้างที่จะมากเกินกว่าที่หลายคนจะรับได้นะคะ. ซึ่งก็ไม่ผิด. มันก็จะมีแค่คนบางกลุ่มที่มองเห็น possibility ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้แล้วก็รู้สึกว่าการเตรียมตัวมันสำคัญนะคะ.

ต่อไปนะคะก็คือเรื่องของการที่ว่าตอนเนี้ยข่าวที่มันเป็นเรื่องของภัยพิบัติ, วินาศกรรม, ภัยธรรมชาติ, ต่างๆ, อ่าสงครามต่างๆ. มันทำให้ทุกๆ ท่านหรือว่าหลายๆ ท่านเนี่ย desensitize หรือว่าชินชาไปกับข้อมูลตามเหล่านั้นแล้ว. เพราะว่าข้อมูลแย่ๆ มันออกมาทุกวัน. ซึ่งอันเนี้ยค่ะเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ. เพราะว่าการที่เราถูก desensitize กับข้อมูลสำคัญเหล่านี้เนี่ยมันจะทำให้เรามองว่าเกิดอีกและเกิดอีกและสุดท้ายก็ไม่เห็นมีอะไรทุกอย่างก็ resume back to normal. แต่ถ้าวันนึงมันไม่ resume back to normal เนี่ย. อย่างเช่น covid นะคะ. ยกตัวอย่าง covid ง่ายๆ เลยเป็นหนึ่งใน disruption ที่เห็นชัดเจนที่สุดใน modern mankind history. นะคะในยุคปัจจุบันของเรา.

โควิดเนี่ยมาแบบ hard and fast. แต่ก็ไม่ได้ hard and fast นั้น. มันก็มี incubation period มานานพอตัว. แต่เราก็ยังไม่ได้เชื่อว่ามันจะเกิดอะไรแบบนั้นขึ้นมาได้ที่มันจะเกิดเป็น global lockdown, เป็น new normal ขึ้นมาใหม่ได้เนาะ. ก็ยังไม่มีใครเชื่อที่จะว่ามันจะไปถึงจุดนั้นได้. แต่พอมันไปถึงจุดนั้นปึ๊บหลายธุรกิจล้ม, หลายคนออกจากงาน, หลายคนเนี่ยแทบจะไปต่อไม่ได้เลย. ซึ่งมันก็เลยเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ. เพราะว่าการที่เราถูก desensitize มันทำให้เราเนี่ยไม่เตรียมตัว. เพราะเรารู้สึกว่าเดี๋ยวมันก็กลับมาเป็นปกติ. คนที่จะต้องเป็นคนที่รับผลต่างๆ ที่ตามมาก็คือมนุษยชาติหรือก็คือคนทั่วไปนะคะ. เพราะงั้นเนี่ยมันก็เลยเป็นสิ่งที่เราจะต้องระวังในเรื่องของข้อมูลที่มันถูกเราถูก desensitize ไปนะคะ.

แล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องของ information. สิ่งที่เรารับรู้ในทุกวันเนี้ยค่ะ. เราเรียนรู้จากใน Media. เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีใครได้อ่านหนังสือพิมพ์แล้ว. เราเรียนรู้จาก Facebook. เราเรียนรู้จากอาจจะเป็นข่าวออนไลน์ต่างๆ นะคะ. ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเนี่ยแพลตฟอร์มเนี่ยมันไม่ใช่ Neutral Actor. นะคะที่แปลว่าแพลตฟอร์มอะมันไม่ได้เป็นกลางนะคะ. เราได้รับข้อมูลจากแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มัน curate มาสำหรับเราโดยเฉพาะ. เราชอบอะไรเราสนใจเรื่องอะไรมันก็จะมาหาเราเรื่องนั้นนะคะ. บางคนสนใจติดตามเรื่องข่าว, สนใจเรื่องต่างๆ เราก็จะไปได้เห็นเรื่องนั้น. คนที่ไม่ได้สนใจก็อาจจะไม่เห็นเนาะ. เพราะงั้นน่ะค่ะไอ้ selection ของข้อมูลที่เราได้รับมันก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างอันตรายมากๆ. ไอ้ตัวข้อมูลที่เราได้รับเนี่ยมันก็ shape ว่าเราจะเชื่ออะไรแล้วมันก็ shape ว่าเราจะรู้อะไรนะ.

คะซึ่งหลายๆ คนก็ไม่ได้ได้ข้อมูลที่มากพอที่จะทำให้เรารู้ว่าเราจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวนะคะ. หรือในการที่เราจะเห็นเรื่องของ information. ทุกคนลองนึกภาพนะคะบางทีพอมันมีข่าวใหญ่เรื่องนึงเกิดขึ้นมาทุกคนเริ่มแพนิค. และอย่างเรื่องน้ำมัน, เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นเนาะ. สักพักตอนนี้เราก็จะเห็นว่าเทรนด์มันก็เริ่มไม่ได้แพนิคเท่าเดิมแล้ว. และสิ่งที่เกิดขึ้นคือมันบางทีมันก็จะมีข่าวอื่นๆ ที่มันเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นข่าวในวงการบันเทิง, ข่าวในวงการเอ่ออื่นๆ นะคะมันผุดขึ้นมาแทนที่. ทำให้เราเนี่ย divert หรือเราไปสนใจเรื่องนั้นแทน. เพราะงั้นมันก็เป็นเรื่องที่ใช้คำว่า information wall พอสมควรหรือว่าเป็น information control พอสมควร.

ที่ถามว่าใครเป็นคนที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ ก็คือเป็นคนที่ media con ต่างๆ ใช่ไหมคะ. เพราะงั้นสิ่งที่เราได้รับข้อมูล, สิ่งที่เราได้รับฟีดมันก็คือสิ่งที่เราได้รับมันดีไซน์มาแล้วว่าเราจะต้องได้รับอะไร. ซึ่งวิดีโอแบบวิดีโอที่เราพูดอยู่ตอนเนี้ยค่ะมันก็อาจจะไม่ได้ถูก push ออกไปด้วยเหตุผลแบบที่เราเพิ่งพูดมา. มันก็จะมี saying ที่เขาพูดกันมานะคะก็คือประชาชนที่ตื่นคือประชาชนที่ควบคุมยาก. เพราะงั้นเนี่ยมันก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เราก็ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะตื่น. คำว่าตื่นเนี่ยหมายถึงเราจะตื่นรู้ในเรื่องของข้อมูล, ตื่นรู้ในเรื่องของข่าวสาร.

ซึ่งคำถามมันก็จะพูดง่ายๆ เลยทำไมมันมีคนบางกลุ่มที่เชื่อหมดใจ, เชื่อ 100% ว่ามันจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นในโลก. ไม่รู้หรอกอะไรแต่ว่ามันจะมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นแล้วทำไมเราต้องเตรียมตัว. แต่มันก็จะมีกลุ่มคนในโลกที่รู้สึกว่ามันไม่เกิดหรอก, มันไม่มีอะไรหรอก. ซึ่งหลายๆ ครั้งที่เราได้ encounter มาก็คือมันจะมี crash ในเรื่องนี้เนี่ยภายในครอบครัว. คนที่ดูคลิปนี้ก็อาจจะเป็นคนที่รู้สึกว่าโหเราตื่นรู้มากๆ อ่ะเรารู้ว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นอ่ะหรือเรารู้ว่าเราอยากจะเตรียมตัวแต่ทำไมเราไปพูดกับใครในครอบครัวแล้วทำไมทุกคนมองว่าเราบ้า. มันก็คืออาจจะมาจากเรื่องของ information ที่เราได้รับมาหรือว่ามาจากสิ่งที่เรา believe in.

นะคะสำหรับคนที่เชื่อในด้านอื่นๆ มันก็จะมี explanation อีกหลายแบบว่าเราเชื่อเพราะอะไรเรานู่นนี่นั่นเพราะอะไร. อันนี้มันก็จะมีหลายแบบที่เราสามารถเชื่อได้หรือสามารถรับรู้ได้นะคะ. มันก็อย่างที่บอกค่ะมันก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราได้รับ information จากไหนแล้วตัวเราเนี่ยรู้สึก align กับอะไรมากที่สุดในข้อมูลที่เราได้รับมา. แต่คนอีกกลุ่มที่รู้สึกว่าไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นเขาก็อาจจะได้รับข้อมูลมาอีกแบบนึงที่มันฝังเข้าไปในความคิดเขานะคะ. ซึ่งอย่างที่เราเคยได้ยินนะคะไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก. พอเราได้รับข้อมูลอะไรมาทั้งชีวิต 30-40 ปีเนี่ยมันก็ยากที่เราจะเชื่อว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นได้.

หลายๆ ครั้งเนี่ยสิ่งที่มันควรจะมา shake reality เราแล้วก็เตือนสติเราว่าเฮ้ยเตรียมตัวได้แล้วนะมันก็ไม่มากพอที่จะมาแทนที่ propaganda ที่เราได้รับมา 30 ปีได้นะคะ. ยกตัวอย่างเช่นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ. ทุกคนคะแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ มันเกิดขึ้นได้ด้วยหรอ? ถ้าเกิดว่า 6 ปีก่อนหน้า 3 ปีก่อนหน้าหรือ 1 ปีก่อนหน้าเนี่ยมีคนมาพูดว่าเดี๋จะเกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ นะหลายคนก็คงมองว่าบ้า, หลายคนก็คงมองว่าเลิกเอา fake news มากระจายได้ไหม. แต่พอมันเกิดขึ้นแล้วอ่ะค่ะโชคดีที่มันยังมี destruction ที่ค่อนข้าง limited. นะคะที่แปลว่ามันไม่ใช่ทั่วเมืองตึกถล่ม. ถ้าทั่วเมืองตึกถล่มทุกคนลองนึกดูว่ามันจะใช้เวลากี่ปีกว่าประเทศไทยเนี่ยจะ restore กลับไปได้. เพราะอะไรคะกรุงเทพฯ คืออะไร? กรุงเทพฯ คือศูนย์รวมทุกอย่าง. ถ้าเกิดว่ามันพังขึ้นมาเนี่ยเรามีแผนอะไร รองรับใหม่? ถ้าไม่มีก็หาทางเตรียมตัวนะคะ.

ซึ่งเราเชื่อว่าคนที่มาดูคลิปนี้เนี่ยก็คือหาทางเตรียมตัวอยู่แล้วเนาะ. เราก็จะไม่พูดถึงคนที่จะเขาจะไม่เตรียมก็ convincing. ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามทำให้คนที่ไม่เชื่อเชื่อเนาะ. เพราะงั้นสุดท้ายสิ่งที่เราทำได้ก็คือการ join กับ community กับคนที่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วก็อยากจะเตรียมตัว. แต่ว่าแต่ละคนก็จะ มี agenda หรือว่าแต่ละคนก็จะมี principle ที่แตกต่างกันไป. แต่สิ่งที่ทุกคนต้องไม่ลืมก็คือการเตรียมเรื่องของการป้องกันด้วย. ไม่ใช่เตรียมแต่ฟาร์มเตรียมแต่การอาหารอย่างเดียว. เตรียมเรื่องของการป้องกันบริเวณ, ป้องกันพื้นที่, ป้องกันครอบครัวเราด้วย. เพราะว่าถึงเวลาจริงไอ้คนกลุ่มที่ไม่เตรียมตัวนั่นแหละค่ะคือคนกลุ่มที่จะมา hunt แล้วคือคนกลุ่มที่จะมาเตรียมหาหรือว่า take ไปจากเราไม่ว่าจะด้วย force หรือว่าด้วยอะไรก็ตามนะคะ.

เพราะงั้นเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวนะคะ. สิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะการที่เราเห็น big device หรือว่าการแยกตัวที่ค่อนข้างจะ polarize มาระหว่างคนที่เชื่อกับไม่เชื่อ. เชื่อก็เชื่อเลยไม่เชื่อก็ไม่เชื่อเลยอะไรกันนะที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นได้. เพราะงั้นเนี่ย information ที่เราได้รับในทุกๆ วันเนี่ยสำคัญมากๆ. มันสำคัญมากๆ ที่เราจะต้อง approach ทุกข้อมูลที่เราได้รับด้วย Critical Thinking แล้วแล้วก็ไม่ take anything for granted. นะคะคิดเสมอว่าอะไรเป็นอะไร. หลายๆ อย่างทุกๆ อย่างระบบที่. เราใช้ชีวิตอยู่เนี่ยมันดีไซน์มาเพื่อให้เราเนี่ยสามารถสร้าง profit ให้กับเอ่อเหล่า conglomerate corporation, big corporation เหล่านี้ได้. ซึ่งถ้าเรา fall into the trap ของการที่เราจะติดอยู่ใน loop นั้นหรือว่าติดอยู่. ในระบบอย่างเดียวเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวนะคะ. เพราะว่าเราจะ dependent. มนุษย์ที่ขึ้นอยู่กับใครก็ตาม. การที่เรา depend on ก็มันจะเป็นสิ่งที่แย่กับเราเสมอ. เพราะถ้าเกิดเขาพูดกับพลักเมื่อไหร่เนี่ย. พอละ.

ฝากถึง All believer. คนที่เชื่อว่าบางอย่างมันอาจจะเกิดขึ้น. สงครามโลกที่ 3, สงครามนิวเคลียร์ก็เตรียมตัวกันไว้แล้วก็ติดตาม channel เราไว้แล้วก็อย่าลืม Beware of all the information you're taking in. เพราะว่าทุกอย่างที่. เราได้รับมันถูก create มาแล้วให้เราเชื่ออะไรก็ตามที่เราจะเชื่อนะคะ. ตอนนี้มันก็เป็น fight ระหว่าง good and evil หรือว่า เป็น fight ระหว่าง The Greed. เพราะงั้นเชื่อสิ่งที่จะเชื่อแล้วก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไป. สวัสดีค่ะ.