Transcription
โน้ท และเมื่อก่อนและเดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนผมของเรามีสีดำคล้ายกับสีปีกแมลงภู่ มีปลายงอน เดี๋ยวนี้กลายเป็นเช่นนี้เพราะความแก่ชรา
แต่เมื่อก่อนมวยผมของเรามีกลิ่นหอมดุจประดับด้วยดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ เดี๋ยวนี้มีกลิ่นเหม็นเหมือนขนกระต่ายเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนผมของเรามีปลายอันงดงามวิจิตรด้วยหวีนะเครื่องประดับผม เหมือนป่าไม้อันปลูกเป็นแถวงามทรัพย์ ครั้งเดี๋ยวนี้กลายเป็นผมกรวนในที่นั้นๆ
เมื่อก่อนผมของเราประดับด้วยมวยผมอันงดงามดั่งประดับด้วยทองคำอันละเอียดมีกลิ่นหอม เดี๋ยวนี้ร่วงตลอดหัวเพราะความแก่ชรา
และเมื่อก่อนคิ้วของเรางดงามคล้ายรอยอันในช่างเขียนดีแล้ว เดี๋ยวนี้กลายเป็นคิ้วเขียวเหมือนตะวันเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนในตาของเราดำครับเหมือนนิลมณีรุ่งเรืองงาม เดี๋ยวนี้ถูกความชราครอบงำไม่น่าดูเลย
เมื่อก่อนเวลาเรายังรุ่นสาว จมูกของเราโด่งงามเหมือนตัวเดียวหรดาล เดี๋ยวนี้กลับล่ะคอเหี่ยวไปเหมือนจมหายเข้าไปในศีรษะเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนใบหูของเรางดงามเหมือนตุ้มหูที่ทำเสร็จเรียบร้อยดี เดี๋ยวนี้กลับยานเหมือนเอาตะวันห้อยไว้เพราะความแก่ชรา
และเมื่อก่อนฟันของเราขาวงามดีเหมือนสีดอกมะลิจูม เดี๋ยวนี้กลายเป็นฟันหักและมีสีเหลืองเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนเราพูดเสียงไพเราะเหมือนเสียงนกดูเวาที่ร่ำร้องในป่าใหญ่ เดี๋ยวนี้คำพูดของเราพลาดไปทุกคำนำเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนคอของเรางดงามกลมเกลี้ยงเหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้เหี่ยวหย่นเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนแขนทั้งสองของเรางดงามเปรียบดังกลอนเหล็กกันนะกลมฉะนั้น
แต่เดี๋ยวนี้รีบกดดูดฝากกาแฟฟอยล์ไว้เพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนมือทั้งสองของเราประดับด้วยแหวนทองคำค้นงาม เดี๋ยวนี้เหมือนเงามันเพราะความแก่ชรา
แต่เมื่อก่อนหน้าอกทั้งคู่ของเราเต่งตึงกลมกลึงคิดสนิทการันต์และดีปลายงอนขึ้นงดงาม เดี๋ยวนี้กลับหย่อนเหมือนลูกน้ำเต้าเพราะความแก่ชรา
และเมื่อก่อนกายคงเราเกลี้ยงเกลาคนงามเหมือนแผ่นทองที่ขัดดีแล้ว เดี๋ยวนี้สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นอันละเอียดเพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนขาอ่อนทั้งสองของเรางดงามเปรียบเหมือนงวงช้าง
แต่เดี๋ยวนี้เป็นปุ่มเป็นปมเหมือนข้อไม้ไผ่เพราะความแก่ชรา
เมื่อก่อนแข้งทั้งสองของเราประดับด้วยกำไลทองอันเกลี้ยงเกลางดงาม เดี๋ยวนี้กลับเหี่ยวแห้งไปเหมือนต้นงาเพราะความแก่ชรา
และเมื่อก่อนเท้าทั้งสองข้างของเรางดงามอุปมาเช่นกับปุยนุ่น เดี๋ยวนี้กลับมาแต่เป็นริ้วรอยงุ้มต่างอะวันเพราะความแก่ชรา
ร่างกายของเรานี้เหี่ยวหย่นหย่อนยานเป็นที่สะสมความทุกข์เหมือนเรือนอันค่ำๆ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าพูดรักจริงเป็นคำจริงแท้ไม่กลับใครเป็นอย่างอื่น
มีธรรมะผ้าปายดีเถรีคาถา และภิกษุณีอัมพปาลี
เต็มที่รำพึงถึงอดีตและปัจจุบัน ประวัติเทอมของท่านเมื่อก่อนบวชตอนเป็นสาวนั้นท่านเป็นคน V รูปร่างสวยงามมากจากว่างามเป็นหนึ่งในเมืองเวสาลีดีจนได้รับตำแหน่งหญิงงามเมืองเป็นที่กล่าวขวัญนะของบรรดากษัตริย์และเศรษฐีทั่วไปภายหลังท่านได้ฟังคำของพระพุทธองค์ได้ดวงตาเห็นธรรมครั้งแรกจึงเกิดความเบื่อในอาชีพสังขารจึงเลิกอาชีพนั้นหันมาสนใจธรรมะตามลำดับจนถึงกับออกบวชและได้บรรลุธรรมขั้นสูงเมื่อยามแก่ชราได้รำพึงถึงสังขารคือเปรียบเทียบเนื้อหนังร่างกายของท่านในยุคที่ยังสาวและเปล่งปลั่งกับยามนี้ซึ่งแก่ชราเหลือแต่หนังตกกระหุ้มกระดูกไม่น่าดูและไม่น่าปรารถนาพงษ์ใครๆแม้แต่ตัวของตัวเองท่านจึงได้กล่าวปลงสังขาร
รายการอาหารดีกะปัจจุบันเพื่อสอนคนรุ่นหนุ่มสาวมีให้เมาในวัยและชีวิตต่อไปในชีวิตของทุกคนถ้าไม่เกิดลัดคิวตายเสียก่อนก็ย่อมจะต้องได้พบกับสภาพนี้ยังไม่ต้องสงสัยเลยการมันพิจารณาถึงสังขารร่างกายของคนแก่อื่นๆแล้วนำมาเปรียบเทียบกับร่างกายของตนก็ย่อมจะบรรเทาความมัวเมาในวัยรูปร่างและชีวิตได้อย่างดีความหลงลืมตัวจัดว่าเป็นมารที่ขัดขวางในการทำความดีต่างๆที่นับว่าเสียดายอย่างยิ่งบางคนมารู้สึกตัวอยากจะทำความดีต่างๆก็สายเสียแล้วแม้ว่าจะมีเงินทองบริบูรณ์ปานใดแต่ก็ต้องแพ้ภัยแก่สังขารของตัวนูนตาข้อเสื่อมหูก็เสื่อมแขนขาก็ไม่อำนวยที่จะไปประกอบความดีกับเขาได้ก็ได้แต่นอนเพราะอะไร
อยู่และรอวันตายความประมาทในวัยและชีวิตจึงจัดว่าเป็นยอดแห่งความประมาทที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเราโดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่ได้รับฟังบทความเรื่องของนางอัมพปาลีนี้จากหนังสือพระไตรปิฎกฉบับกับถุงเขียนโดยท่านธรรมรักษาขอความสุขกายสบายใจจงบังเกิดมีแด่ชาติที่ทำทุกท่านทุกคนที่ติดตามรับฟังบุญรักษาธรรมรักษาวาสนาดีทุกท่านทุกคนเจริญทำให้