📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

สีส้มจัด ทัพใหม่ สร้างทั้งมวลชน และสร้างทั้งอุดมการณ์ | TODAY

TODAY - สำนักข่าวทูเดย์30:24

Transcription

นี่คือประเด็นที่จะถามต่อนะในมุมมองของคนนอก ผมใช้คำนี้ได้นะ เพราะว่าก็ไม่ได้ไปร่วมอะไรกับพรรค ผมมีมุมมองมั้ยครับอาจารย์ ปิยบุตรออกมาพูดในรายการของคุณสรยุทธ คุณเก่งตอบอีกมุมนึง แล้วก็จริงๆมันไม่ได้ต่างกันนะ มันเหมือนกันนั่นแหละครับ คุณชอบมีมุมมองมั้ย พรรคประชาชนปัจจุบันจึงชื่อนี้นะฮะ เดินไปต่อยังไง

>> ทำไมคะ คุณจะเตรียมคิดชื่อใหม่ให้เค้าแล้วล่ะคะ

>> ผมก็มารู้จักคุณช่อเนี่ย ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องการยุบพรรคเลยเนี่ย ทีแรก

>> บอกแล้วให้ใช้ 10 ไกล 11 ไกลไปเรื่อยๆ แล้วอย่าไปคิดชื่อใหม่ เสียเวลานะคะ

>> ปวดหัวในการต้องทำงานธุรการ ถูกมั้ย

>> ก็ตั้งไปเรื่อยๆ อ่ะ ถามแบบนี้มีมุมมองมั้ยครับว่าสิ่งที่เค้ากำลังถกเถียงกัน แลกเปลี่ยนกันนะ คุณชอบบอกว่าเป็นช่วงที่แลกเปลี่ยน มีมุมมองส่วนตัวมั้ย เฮ้ย พรรคนี้มันต้องเดินทางไปยังไง ผู้คนและการเดินทางจะไปทางไหนดีฮะ

>> อื คือดิฉันเนี่ย ในฐานะที่พอจบการเลือกตั้งแล้วเนี่ย ก็ถือว่ามันเป็นผู้สังเกตการณ์จริงๆ เนาะ เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียง หรือว่าช่วยเขาทำงานใดๆ ในพรรค แต่ว่าถามว่าเราเห็นอย่างใกล้ชิดมั้ย เราก็เห็น เพราะว่ายังไงก็ยังทำงานอยู่ตึกเดียวกันอยู่นะคะ อีตึกที่แอร์เสียตอนนี้ แอร์เสียที่ชั้นที่ชั้นแล้วนะคะ ตอนนี้เดือดร้อนอยู่นะ หลังจาก เอ่อ เดือนที่แล้วเสียที่ชั้นของพรรคประชาชนนะคะ ตอนนี้เสียที่ชั้นของคณะก้าวหน้านะคะ ก็เอ่อ ดิฉันคิดว่าไม่มีอะไรแปลก คือในภาพที่คนทั่วๆ ไปมอง หรือว่าติดตามจากข่าวเนี่ย อาจจะรู้สึกเหมือนกับว่า เอ้ย ทำไมคนในพรรคนี้มันทะเลาะกันจังนะคะ พูดในฐานะเป็นคุณย่านะคะ รุ่นแรกของพรรคเนี่ย รุ่น 1 เนี่ยนะคะ ถ้าเป็นพรรคเครื่องเนี่ย จะเริ่มมีราคาแล้วใช่มั้ย เออ คือมันเป็นเรื่องปกติมาก

>> ที่พรรคนี้มันจะทะเลาะกันนะคะ

>> เพราะว่าทุกคนจะมีสิทธิ์ออกเสียง

>> อ

>> แล้วยิ่งในเวลาที่เมื่อกี้คุยกับคุณเก่ง อ่ะ ในเวลาที่ทุกคนกำลังมองหาว่าในการเลือกตั้งหน้า พรรคต้องไปทางไหนถึงจะชนะ

>> อือฮึ

>> เพราะว่าครั้งที่ผ่านมาแพ้

>> ในเมื่อแพ้มันก็แปลว่าที่เดินมามันต้องมีปัญหาอะไรบางอย่าง ถ้าเดินไปแบบเดิมมันก็จะไม่รอด ถูกมั้ยคะ เราจะไปโทษแต่ข้างนอกว่า เออ เราโดนโกงเลยแพ้ เราทำทุกอย่างเหมือนเดิม เดี๋ยวนอบหน้าเราชนะ มันก็บ้าแล้วใช่ มั้คะ มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นเนี่ย

>> ในวาระที่พรรคกำลังหาว่าที่ผ่านมาเนี่ย มันต้อง มันต้องผิดพลาดใช่มั้ยคะ ทีนี้จะไม่ให้มันผิดพลาดเนี่ย จะเดินไปสู่ชัยชนะข้างหน้าไปทางไหนดีเนี่ย มันก็เป็นวาระที่ทุกคนมีการแสดงความคิดเห็น

>> ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งดิฉันคิดว่าแปลกมากที่ อ่ะ โอเค ไม่แปลกนะ คือเรามันเป็นคน ที่มองแบบมาจากเข้าใจมาตั้งแต่ต้นเนาะ ว่าทำไมมันถึงเหมือนทะเลาะกัน

>> อึ

>> มันเป็นเรื่องที่ต้องเลือกหรือเปล่า ระหว่างทางของอาจารย์ปิยบุตรกับทางของคุณเก่ง

>> อือฮึ

>> ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเลือก

>> อือ

>> มันอาจจะเป็นเรื่องที่น้ำหนักน้ำหนักหนักเบา

>> ครับ

>> คืออาจารย์ปิยบุตรเนี่ย คิดว่าเราต้องเน้นการกุมความคิดของคนในประเทศให้ได้ ว่าการเมืองที่ดีเนี่ย

>> มันควรต้องเป็นแบบไหน ประกอบด้วยอะไร เป็นยังไง ใช่มั้ยคะ เป้าหมายการนำพาประเทศไทยที่ดีเนี่ย หน้าตาแบบไหน นี่มันคือแบบกลับไปจุดตั้งต้นแบบอนาคตใหม่เนาะ ว่าประเทศไทยที่ดีมันควรเป็นแบบไหน แล้วต้องทำยังไงกับมัน นี่คือการกุมความคิดของคนในสังคมให้ได้ แล้วก็ทำให้เราเชื่อให้ได้ว่าพรรคเราเนี่ย คือคนที่ทำให้เกิดประเทศไทยแบบนี้ได้ ที่ทุกคนอยากเห็น

>> อ ครับ

>> ใช่มั้ยคะ ในขณะที่เอ่อ แนวคิดของคุณเก่งที่พูดถึงการทำอาสาสมัคร หรืออะไรต่างๆเหล่านี้เนี่ย ในความเป็นจริงเนี่ย เป็นหนึ่งในแนวคิดแรกๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการจะทำ แต่ไม่สำเร็จ

>> คือการจัดตั้ง

>> จัดตั้งความคิดให้ถึงในระดับชุมชน

>> ครับ

>> นะคะ เป็นความใฝ่ฝันของพวกเราตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ว่าเราอยากมีตัวแทนพรรคที่ลึกลงไปถึงระดับตำบลหมู่บ้าน เพื่อที่เราจะได้มี sales มีเอเจนท์ของเราเนี่ย ที่จะไปพูด พูดชุดความคิด ชุดนโยบาย แนวทางของเรา ซึ่งมันยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทยใช่ไหม ยิ่งย้อนกลับไปวันนั้นน่ะ มันก็ใหม่มาก วันนี้มันอาจจะเริ่มๆ เนียนขึ้นมาบ้างเล็กๆ น้อยๆ ใช่มั้ยคะ แต่วันนั้นมันใหม่

>> เราอยากจะมีแกนระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบลเนี่ย ที่เดินไปพูดกับคนได้ ไม่ใช่ดูจากในโซเชียลมีเดียอย่างเดียว ใช่มั้ยคะ มันคือการจัดตั้ง จัดตั้งอาสาสมัครนะคะ หรือทีมงานของพรรคในระดับลึกที่สุด ตำบลหมู่บ้าน ให้ได้ แต่ว่าพรรคอนาคตใหม่เนี่ย ทำไม่สำเร็จ เพราะว่าเวลาไม่เพียงพอ ทรัพยากร เงินทอง จำนวนสมาชิกอะไรอย่างเงี้ย ก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าพรรคตั้งขึ้นมาแป๊บเดียว ก็ถูกยุบใช่คะ แต่ว่าพอเดินทางมาถึงวันที่เป็นพรรคประชาชนเนี่ย เงินก็มีนะฮะ เพราะว่าเรามีทั้งเงินบริจาค ภาษีนะคะ มีเงินบริจาคโดยตรงจากประชาชน มีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองนะคะ ก็ถือว่ามีทรัพยากรเพิ่มขึ้นมากนะคะ สมาชิกก็เพิ่มขึ้นมากจากวันแรกที่เราตั้งพรรค เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่คุณเก่งในวันนี้เนี่ย จะสาฝันนะคะของพรรคอนาคต เพราะว่าคุณเก่งเองก็อยู่ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ คุณเก่งก็รู้ว่าเราจะทำไอ้เรื่องเนี้ย แต่มันไม่สำเร็จนะคะ เพราะฉะนั้นในวันนี้ที่พรรคมีความพร้อมทางทรัพยากร เครือข่าย บุคลากร เงินมากขึ้นเนี่ย เพราะว่าทำงานในระดับพื้นที่เนี่ย มันก็ต้องมีค่าน้ำมัน ค่าสถานที่อะไรอย่างเงี้ย ใช่มั้ยคะ ในการในการจัดทำกิจกรรมอะไรอย่างเงี้ย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอันเนี้ย ก็คือจุดที่คุณเก่งรู้สึกว่าจะกุมความคิด หรือทำความเข้าใจกับสังคมส่วนใหญ่ได้ ว่าแนวคิดความเชื่อที่ดีสำหรับประเทศมันคือแบบนี้ ซึ่งมีเราเป็นตัวแทน คือมีพรรคประชาชนเป็นตัวแทนเนี่ย มันก็ต้องทำอาสาสมัคร แล้วก็ลงไปถึงระดับชุมชน ในความเป็นจริงมันคือเรื่องเดียวกันเลย

>> นะคะ เพียงแต่ว่าอาจารย์ปิยบุตรมองในภาพใหญ่ ว่ามันต้องกุมความคิดของสังคมให้ได้ แต่ว่าคุณเก่งเนี่ย

>> มองในแง่ปฏิบัติการว่าแล้วจะกุมความคิด ของสังคมให้ได้อ่ะ

>> มันทำยังไงล่ะ

>> เออ มันไม่ใช่ว่าเรามาพูดในรายการคุณเก่ง อย่างเดียวใช่มั้ย ก็ไม่ใช่ทุกคนดูรายการนี้ แต่ให้เราไปออก 20 รายการ มันก็มีคนที่เขาไม่ได้สนใจการเมืองขนาดนั้น เขาไม่ได้ดูรายการการเมือง ถูกมั้ยคะ เราจะทำยังไง มันก็ต้องไปในถึงระดับ ระดับ ระดับชุมชน ระดับพื้นที่ให้ได้ และนั่นก็คือ

>> เป้าหมายของการไปสู่ชัยชนะทางความคิด ซึ่งจะนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งในอนาคต มันจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกเลยนะคะ ในในแง่หนึ่งมันคือเป้าหมายกับวิธีการมากกว่า ก็คืออาจารย์ปิยบุตรอ่ะ พูดถึงเป้าหมาย

>> แต่ว่าคุณเก่งอ่ะ พูดถึงวิธีการว่าจะไปยังไงนะคะ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่การเลือกว่าจะเอาทางไหน แต่ว่ามันคือการเน้นคนละจุด เหมือนเราเอาปากกาไฮไลท์มาไฮไลท์คนละจุดกันนะคะ แล้วก็ก็เลยฟังดูเหมือนกับว่าเป็นแนวคิดที่แตกต่าง หรือขัดกัน แต่ดิฉันคิดว่าในภาพใหญ่เนี่ย

>> อ

>> พรรคก็ต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ คือใช้วิธีการแบบเข้าถึงระดับชุมชนให้ได้ เพื่อปลูกฝังสถาปนาชุดความคิดความเชื่อของเราให้ได้ เวลาที่คนบอกว่า เฮ้ย เราจะไปทำพื้นที่แข่งกับพรรคบ้านใหญ่แล้วหรอ

>> คือต้องบอกว่าการทำพื้นที่ในความหมายของพวกเราเนี่ย

>> มันตรงข้าม ตรงข้ามกับการทำพื้นที่ของบ้านใหญ่เลย เพราะว่าเราทำแบบเขาไม่ได้ เราไม่เคยคิดจะทำ ก็คือการเอาของไปแจก การเอาปัจจัยไปสนับสนุน การเอางบประมาณ งบพื้นที่อะไรต่างๆ ซอกแซกหามา แล้วก็เอาไอ้เสาโซลาร์เซลล์ เอาเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ เครื่องกรองน้ำไปลงให้ชุมชนเนี่ย มันไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว แต่ว่า

>> อ

>> อาสาสมัคร หรือเครือข่ายระดับพื้นที่ของเราเนี่ย เข้าไปก็คือตั้งใจจะอยู่กับประชาชนในทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะเดินในวันหาเสียง

>> ครับ

>> อยู่กับประชาชนทุกวัน เพื่อเป็นเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุข รับฟังว่ามีปัญหาอะไร แล้วหาวิธีแก้ไขในทางที่เราสามารถทำได้ ใช้กลไกสภา หรืออะไรก็ว่าไป

>> ครับ อ่า ผมถามเพิ่มเติมต่อ อยากรู้ถ้าในมุมมองของคุณช่อ อ่า สิ่งที่อาจารย์ปิยบุตรพูดนะ อ่า อาจารย์ปิยบุตรเหมือนจะสะท้อนว่าการทำงานทางความคิดมันดูเบาบางลงไป ในมุมมองของคุณช่อเป็นไง

>> มันต้องเนี่ย กลับไปที่เริ่มเมื่อกี้คือ

>> แก่นความคิดที่เข้มข้นเนี่ย มันต้องถามด้วยว่าเข้มข้น แต่เข้มข้นอยู่ 20 คนพอเปลี่ยนประเทศไหม

>> อือ

>> ดิฉันคิดว่าความเข้มข้นทางความคิดเนี่ย

>> โอเค เราใช้หลัก train the trainer ทุกวันนี้ พรรคเองเนี่ยก็มีระบบการอบรม ซึ่งดิฉันยังไม่เข้าใจเลย ถึงวันนี้ดิฉันดูหลักสูตรเขา แล้วก็แบบ โอ้โห นี่ถ้าฉันสมัครเข้าพรรคพอดี น่าจะไม่ผ่านน่ะ คือต้องเรียนหลายหลักสูตรมากนะคะ ก็คือเขาเนี่ย พยายาม train the trainer เอ่อ ผู้ปฏิบัติงานของพรรค จำเป็นต้อง เอ่อ อบรม

>> แนวคิด องค์ความรู้ งานสภา งานงบประมาณ งานนโยบาย อุดมการณ์ ความเชื่อ ความคิดของแนวคิดที่เป็น social democratic นะคะ ก็คือ เอ่อ สังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคประชาชน ของพรรคอนาคตใหม่ ของพรรคก้าวไกลนะคะ แล้วก็บุคคลเหล่านี้ก็จำเป็นที่จะต้องไปถ่ายทอดให้กับคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าในแง่ของความเข้มข้นทางความคิดเนี่ย

>> อยู่ที่ว่าหลักสูตรเขาประสบความสำเร็จมั้ย อ่า อันนี้ก็ต้องไปดูนะคะ ไม่กล้าพูดว่ายังเข้มข้นอยู่ อันนี้ต้องลองไปวัดดู ว่าที่เขาพยายามอบรม ทำโรงเรียนการเมืองเนี่ย สำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่เห็นว่าเขามีความพยายามที่จะรักษาความเข้มข้นเชิงอุดมการณ์ และไม่ใช่แค่รักษาความเข้มข้นให้กับคน 10-20 คน แต่เขาพยายามที่จะส่งต่อ

>> สิ่งเนี้ย ให้มันออกไปกับผู้ปฏิบัติงานของพรรค กับอาสาสมัคร กับกลุ่มคนที่ทำงานกับพรรค เรื่อยๆ เพราะฉะนั้นมันคือการ เอ่อ รักษาคุณภาพและเพิ่มปริมาณ

>> อ อือฮึ

>> ของคนที่มีชุดความคิดแบบเดียวกันนะคะ ซึ่งถามว่าสำเร็จมั้ย อันเนี้ยดิฉันคงพูดไม่ได้

>> ต้องลองไปดู คุยกับคนในพรรคเค้าดูว่า

>> เอ่อ เอ่อ คุณคิดว่าสำเร็จมั้ยคะ อันนี้มันก็ต้องเห็นได้ผ่านกัน คุณลองคุยกับ สส. ผู้ช่วย สส. อ

>> ทีมจังหวัด เออ คุณลองดูแล้วกันว่า เอ่อ คุณภาพในเชิงความคิด ความเข้าใจในเรื่องจุดยืน อุดมการณ์ทางการเมืองเนี่ย มันมันโอเคมั้ยคะ คือมันไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม เนาะ ก็คงไม่ได้ว่าโห ทุกคนท่องมาเป๊ะๆๆ เหมือนกันทุกข้อ แต่ดิฉันคิดว่า

>> ความที่พรรคมันยึดโยงกันด้วยอุดมการณ์ มันไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรให้กันเนี่ย ก็ถ้าคนคิดต่างกันมากๆ ก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้อยู่แล้วนะคะ ก็คงก็คงต้องเป็นบุคคลที่มีคุณค่า อุดมการณ์ หรือว่ามีความฝันถึงประเทศไทยแบบเดียวกันในระดับหนึ่ง มันถึงสามารถที่จะทำงานอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ได้มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

>> ครับ อ่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่โดนกระทำจากภายนอกนั้น อย่างเช่นวันศุกร์เนี่ยนะครับ อ่า รวมไปถึงตัวบุคลากรในพรรคบางคนบอกว่า นี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรคส้ม ผมใช้คำนี้แล้วกันนะ อื ว่าจะเป็นพรรคการเมืองในระบบที่เขาพยายามให้เป็นมาโดยตลอด กับหลายๆ พรรคการเมือง หรือจะเป็นพรรคการเมืองที่ยังคงมีความหวัง สร้างความเปลี่ยนแปลง คุณชอบมองมั้ยว่านี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรคส้ม

>> คือมันมีหลายหัวเลี้ยวหัวต่อจริงๆ เนี่ย เอาปัจจัยภายนอกออกไปก่อนเลยนะ

>> เอาปัจจัยภายในอย่างเดียว คือตอนที่เราตั้งพรรคอนาคตใหม่เนี่ย คุณธนาธรพูดแบบทีเล่นทีจริงนะครับว่า 3 เลือกตั้งเราต้อง

>> จริงนะ แถลงข่าว

>> 3 เลือกตั้งเราต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ ไม่ อันนี้ไม่ได้แถลงข่าว อันนี้คือพูดกันในวง แบบในวงทั่วๆ ไป เอ่อ ถ้ามันพูดทางการน่าจะพูดหลังจากนั้นนานมากแล้วอ่ะ แต่ว่าช่วงที่ตั้งพรรคแรกๆ เนี่ย มันไปพูดกันในวงเล็กๆ อ่ะว่า

>> 3 รอบ

>> คือเป้าหมายเล็กๆ ในใจแบบ

>> 3 เลือกตั้ง

>> อือฮึ

>> แต่ว่าตอนนั้นเราคิดว่าเลือกตั้ง 4 ปีครั้งไง

>> อื

>> อันนี้มัน 3 เลือกตั้งผ่านไปเร็วมาก เพราะว่า

>> ครบแล้วนะ

>> เออ ครบแล้ว 3 เลือกตั้งนะคะ แต่มันไม่ใช่เลือกตั้ง 4 ปีครั้งแล้ว มันค่อนข้างเร็ว กว่ากำหนดนะคะ เอ่อ

>> ตอนนี้มันผ่านไป 3 เลือกตั้งแล้ว มันก็ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล

>> อือฮึ

>> มันเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทำให้เราเห็นปรากฏการณ์อยู่เนี่ย ก็คือมีคนเดินออกจากพรรค

>> อ

>> เรื่อยๆ นะคะ คือดิฉันคิดว่าเราต้องมองเรื่องเนี้ย ด้วยใจเป็นธรรมอย่างที่สุด

>> คนที่เดินเข้ามาในพรรคเนี่ย มีจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาเพื่อผลักดันวาระที่ตัวเองต้องการผลักดัน อันนี้ไม่ได้พูดว่าเป็นเรื่องแย่นะ อ่า บางคนมีวาระเรื่อง

>> เอ่อ สิทธิความเสมอภาคทางเพศ บางคนมีวาระเรื่องสิ่งแวดล้อม บางคนมีวาระเรื่องการศึกษา เค้าเข้ามาเพราะเค้ารู้สึกว่า

>> เค้าอยากเปลี่ยน สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ก็ต้องเข้ามาทำงานการเมือง แล้วเขาก็รู้สึกว่าพรรคเนี้ยตอบโจทย์

>> เข้ามาแล้วเขาก็จะได้ผลักดันวาระของเขาได้ พออยู่ผ่านไปเรื่อยๆ พรรคนี้มันเป็นฝ่ายค้านอยู่ไป

>> อือฮึ

>> แล้วเขาก็จะรู้สึกว่า

>> เอ๊ มันไม่ได้ผลักดัน

>> ในสิ่งที่เขาอยากฝันว่าอยากจะผลักดัน

>> อือ

>> แล้วเดินออกไปแล้วเขาคิดว่า เฮ้ย ถ้างั้น เค้าไปอยู่พรรคอื่นที่ได้เป็นรัฐบาลดีกว่ามั้ย เค้าอาจจะเอาจจะมีโอกาสได้ทำงานผลักดัน ดิฉันคิดว่าอันนี้ไม่ใช่เรื่องผิด

>> ถามดิฉัน ดิฉันก็จะบอกว่าอันนี้ส่วนตัว

>> อือ

>> ดิฉันคิดว่าการผลักดันมีวาระที่ตัวเองต้องการผลักดันเป็นเรื่องที่ดีมาก

>> นั่นคือสิ่งที่นักการเมืองที่ดีควรจะเป็น ก็คือมีวาระที่ตัวเองต้องการผลักดัน ว่าฉันอยากทำอะไรให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ใช่มั้คะ แต่ว่าการคิดว่าไปอยู่กับพรรครัฐบาลดีกว่า จะได้ผลักดันเรื่องของตัวเองเนี่ย มันผ่านการพิสูจน์มาแล้วนับไม่ถ้วนว่าการเป็นรัฐบาลไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถทำงาน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

>> อือ

>> ถ้าเป็นรัฐบาลแล้วสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ประเทศไทยไม่อยู่แบบนี้นะคะ

>> อือ

>> เพราะประเทศไทยมีรัฐบาลมาโดยตลอดค่ะ ไม่มีวันไหนเลยที่เราไม่มีรัฐบาล

>> แต่ทำไมปัญหาจำนวนมาก

>> อ่ะ ปัญหาการศึกษาเนี่ย หมักหมมกี่ 10 ปี

>> ที่ผ่านมาก็มีรัฐบาลมาโดยตลอดอ่ะค่ะ แต่ทำไมมันถึง ปัญหามันถึงอยู่มาจนถึงวันที่คุณรู้สึกว่า คุณเป็นครูไม่ได้แล้ว คุณต้องไปเป็นนักการเมือง เพราะว่าปัญหามันไม่ถูกแก้

>> เพราะว่าไม่ใช่ทุกรัฐบาลค่ะที่จะใส่ใจในการแก้ปัญหาของประชาชน

>> ครับ

>> เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองจึงเป็นยานพาหนะสำคัญ

>> อือ

>> ที่จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง และไม่ใช่ทุกพรรคการเมืองที่เมื่อเข้าไปสู่สู่อำนาจรัฐแล้ว จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าพวกเขาจะสัญญาไว้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดิฉันไม่ต้องพูดชื่อพรรคนะคะ ก็มีพรรคหลายพรรคที่ถึงเวลา สัญญาว่าจะทำนั่นนี่ แต่พอเข้าไปมีอำนาจในกระทรวงต่างๆ แล้วก็กลับไม่ได้ทำอะไรตามนั้นเลย

>> อือฮึ อ่า แต่ว่าครบ 3 รอบแล้วใช่ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมั้ย

>> มันเลยทำให้นี่แหละ มันเลยทำให้เกิดภาวะว่า

>> มันไม่ได้เป็นรัฐบาลสักที เพราะฉะนั้นฉันออกดีกว่า ฉันไปอยู่กับพรรคที่น่าจะทำให้โอกาสฉันได้ทำงานดีกว่า ดิฉันย้ำอีกครั้งว่า

>> ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ว่าดิฉันก็เตือนแล้วกัน อันนี้เตือนอย่างเพื่อนผู้หวังดีแล้วกันว่า เอ่อ อย่าคิดว่า

>> แค่ไปอยู่กับพรรคที่ได้เป็นรัฐบาลแล้วจะได้ทำงานตามที่ตัวเองตั้งใจ แต่แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องผิดนะ

>> เขาอาจจะอยากลองดู

>> ก็เป็นฝ่ายค้านมาแล้วอ่ะ

>> แต่อาจจะกลับมาก็ได้

>> ก็เป็นฝ่ายค้านไม่ไม่ทราบ โอเค

>> ดิฉันไม่ทราบว่ากลับมาแล้วพรรคจะรับหรือเปล่านะฮะ แต่ว่าอันนี้

>> เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ถ้าอยากอยากทำงานน่ะ ก็ก็ลองดูนะคะ แต่ว่าแค่เตือนไว้ว่า เราก็โอเคอ่ะ เราอาจจะไม่เคยทำนะ เพราะเราไม่ได้เคยย้ายไปอยู่พรรคไหน แต่ว่าเราก็เห็น

>> เราก็มีเพื่อนฝูงต่างๆ มากมายที่ไปอยู่พรรคการเมืองอื่นแล้วหวังว่าจะได้ทำงาน เพื่อผลักดันสร้างการเปลี่ยนแปลง ไอ้ได้ทำงานมันคงได้ทำอยู่แล้ว แต่งานของคุณเนี่ย

>> มันสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็เตือน แต่ว่าสำหรับคนที่อยากจะลอง ดิฉันคิดว่าก็เป็นเรื่องปกตินะคะ แต่ว่าเนี่ยแหละ พอพรรค

>> พอพรรคผ่านการเข้ามาเป็นฝ่ายค้านเป็นครั้งที่ 3 เนี่ย

>> อือฮึ

>> มันก็จะเกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้น ก็คือคนจำนวนมากก็เริ่มรู้สึกว่าอยู่ไปอาจจะไม่ ได้ทำงาน ไปอยู่ที่อื่นดีกว่าหรือไม่นะคะ อันนี้ไม่นับเรื่องที่ว่า เอ่อ ได้ไม่ได้อยู่ไม่ได้มีตำแหน่งแห่งที่ใดๆ ในพรรคแล้ว ออกไป เพราะว่าถ้าเป็นอย่างงั้นเนี่ย ก็อาจจะ

>> อาจจะเป็นโอเค จะพูดว่าเป็นตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งไม่ได้ เพราะว่าก่อนเลือกตั้งอาจจะคิดว่าเผื่อพรรคได้เป็นรัฐบาล ต่อให้เขาไม่ได้เป็น สส. เขาก็อาจจะได้ตำแหน่งแห่งที่นะคะ จริงๆ มันก็คือช่วงนี้แหละ ก็คือว่าผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว พรรคไม่ได้เป็นรัฐบาล พรรคแพ้เลือกตั้ง พรรคเป็นฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นบุคคลที่เขารู้สึกว่าเขาอยากจะได้ทำงาน เขาก็คงอาจจะต้องไปอยู่ที่อื่น แต่ว่าถามว่ากระทบกับพรรคมั้ย ดิฉันคิดว่า

>> พรรคก็เดินต่อไป มีคนเข้ามีคนออกเป็นเรื่องปกติของพรรคนี้อยู่แล้ว แล้วก็เช่นเดียวกับเรื่องที่มีคนเห็นไม่ตรงกันนะคะ การเห็นไม่ตรงกันเป็นธรรมชาติ เป็นนิจศีลมากของพรรคนี้นะ ทะเลาะกันอยู่ตลอดเวลาในพรรคที่เจ๊งนะคะ การเข้าออกตลอดเวลาก็เป็นเรื่องดี คนออกก็แปลว่ามีพื้นที่ให้คนใหม่เข้ามานะ แล้วก็เราก็อาจจะได้เจอคนที่มีศักยภาพ มีความสามารถที่จะเข้ามาเติมพรรคได้

>> ครับ อ่า next สเต็ปสักหน่อยนึงนะ อ่า กำลังจะประชุมกันใช่มั้ย พรรคประชาชน

>> ใช่วันอาทิตย์นี้ใช่มั้ยคะ

>> ไม่แน่ใจ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ

>> เข้าใจว่าเป็นอาทิตย์ใช่มั้ยคะ

>> อ่ะ ผมไปปลายทางเบื้องต้นได้ อาจารย์ต้นเป็นหัวหน้าพรรคนะ เอาตามที่สื่อรายงานก็ได้แหละ คืออันเนี้ย มันแทบๆ แบบว่า เอางี้ นะ ดิฉันก็คิดว่าเรื่องนี้มันแบบ very obvious ก็ เขามีแคนดิเดต 3 คน

>> อือฮึ

>> แคนดิเดต 2 คนเนี่ย จะก็คือจะถูกอยู่ปฏิบัติหน้าที่ มันก็เหลืออาจารย์ต้นคนเดียวหรือเปล่า

>> คืออย่างงี้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเทคนิคมากๆ นะคะ ก็คือ

>> พรรคประชาชน แม้ว่าเขาจะแพ้เลือกตั้งเนี่ย แต่เขาจะต้องได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านนะ เพราะว่าเขาเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา รองจากพรรคอันดับ 1 ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านเนี่ย ต้องเป็น

>> พรรคที่ไม่มีไม่มีบุคคลไปเป็น ครม. มไง

>> ครับ

>> เพราะฉะนั้นมันก็คือพรรคประชาชน ใช่มั้ยคะ

>> ทีนี้จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านเนี่ย ต้องเป็น ส.ส. อือฮึ

>> ถ้าเกิดว่าคุณเก่งถูกอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไป แม้ว่าจะยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้เนี่ย แต่ว่าจะไม่มีคนมาดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน คุณจะให้ผู้นำฝ่ายค้านกับคุณอภิสิทธิ์หรอ อ่า ใช่มั้ย ทุกวันนี้เก่งคงยิ้มรับเลยนะคะ ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็คงเป็นความจำเป็นทางเทคนิคของพรรคประชาชน ซึ่งการที่ควรจะคาดเดากันว่าเป็นอาจารย์ต้นเนี่ย

>> ดิฉันก็คิดว่าไม่แปลก ก็เพราะเขาเป็นแคนดิเดตกันอยู่ 3 คน ในเมื่อ 2 คนจะถูกอยู่ปฏิบัติหน้าที่ มันก็เหลืออาจารย์ต้นคนเดียวแล้วนะคะ

>> จะให้พูดถึงอาจารย์ต้นสักนิด อ่า รู้จักกันส่วนตัว

>> อาจารย์ต้นเป็นคน ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว รู้จักจากตอนทำอนาคตใหม่ สำหรับใครที่เพิ่งจะเห็นหน้าอาจารย์ต้นเมื่อไม่นานมานี้

>> ก็จะต้องบอกว่าอาจารย์ต้นเป็นบุคคลที่ทำงานกับเรามาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่

>> แต่ว่าเป็นอะไรดีอ่ะ เป็นอาจารย์แบบ ดร. X อะไร เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนะคะ แต่แต่ไม่ได้นั่งวิลแชร์นะคะ ก็คือ เอ่อ

>> เป็นคนที่คิดนโยบาย

>> นะคะ เอ่อ คิดอะไรต่างๆ นานามากๆ นะคะ หลักคิดต่างๆ มันไม่ใช่แค่นโยบายเนาะ มันก็เป็นภาพใหญ่ การพัฒนาประเทศ คือความใฝ่ฝันของอาจารย์ต้นเนี่ย

>> พูดทุกครั้งยังรู้สึกว่าแกเนิร์ดแบบส่งกัน เป็นอาจารย์มาก แกบอกแกอยาก แกอยากเขียนหนังสือแบบว่า อะไรนะ

>> กับการทำให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ตอนแบบแก่ๆ แล้ว คือคือต้องคิด 2 ชั้น ก็คือว่าแปลว่าตอนนั้นน่ะ ประเทศไทยต้องพ้นจากหลักรายได้ปานกลาง แล้วให้แกไปเขียนหนังสือว่าทำยังไงให้ประเทศไทยพ้นจากหลักรายได้ปานกลาง โดยไอเดียก็คือ อาจารย์ต้นเนี่ย แม้ว่าจะดูเป็นนักวิชาการมากๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วอ่ะ แกเหมือนอาจารย์จั๊ก

>> อื

>> คือเป็นนักวิชาการใช่มั้ย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยใช่มั้ยคะ

>> อาจารย์จั๊ก สัทธรัมย์ ประกันสังคมนะคะ บอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งเหมือนกันนะคะ คุณเก่งต้องเตรียมทำเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

>> เราเพิ่งมาพูดกัน เพราะว่าเลือกตั้ง 2 ปี ค่ะ

>> โอเคครับ เดี๋ยวอีกวาระนึง

>> ใช่ครับ ก็คือเป็นนักวิชาการที่มีความใฝ่ฝันอันแรงกล้า

>> ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น

>> อาจารย์สัทธรัมย์เนี่ย ก็จะเป็นแนวๆ แนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการ ใช่มั้ยคะ อาจารย์ต้นเนี่ย จะเป็นแนวคิดเรื่องการพัฒนา

>> อ

>> การพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมนะคะ พัฒนาภาพใหญ่ของประเทศ ว่าทำยังไงให้ประเทศไทยมันแบบ

>> มันเป็นประเทศแบบพัฒนาแล้วสักที คือทุกคนก็คิดเหมือนกันนะ ว่าประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ท่องมาตั้งแต่ ป. แล้วตอนนี้ก็แบบ จนลูกโตแล้ว จนจะมีหลานแล้ว ก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า

>> จริงๆ อาจารย์ต้นน่ะ เป็นนักการเมืองมาโดยตลอด

>> ครับ

>> แต่ว่าด้วยภาระหน้าที่ของการเป็นนักวิชาการ ก็ทำหน้าที่นักวิชาการนะคะ แต่ว่าอ

>> พอถึงจุดๆ นึง ที่จริงๆ ก็คือจุดที่พรรคโดนยุบมา 2 ครั้งอ่ะนะคะ พอผ่านไป 2 ครั้งเนี่ย อาจารย์ต้นก็ อันนี้เคยคุยกับแกเนาะ แกก็บอกว่าแกก็มีความรู้สึกว่า มันคงถึงเวลาของผมแล้วแหละ ที่ผมจะต้องมาทำการเมืองเต็มตัว เพราะว่า เอ่อ พรรคก็บุคลากร โดนตัด โดนอะไรไปอย่างต่อเนื่อง ถ้าแบบผมจะอยู่แบบกั๊กๆ เงี้ย ก็คืองานวิชาการก็อยากจะทำ ช่วยพรรคก็อยากจะช่วย มันก็มันคงหมดเวลาแล้วที่เราจะทำแบบนั้น เพราะว่าบุคลากรมันต้องการบุคลากรอ่ะ เพราะฉะนั้น อาจารย์ต้นก็เลยตัดสินใจในที่ 3 ของพรรค ก็คือ เอ่อ ก้าวเข้ามาทำการเมืองเต็มตัว แล้ววันนี้ก็ได้เป็น สส. เราก็ได้เห็นอาจารย์ต้น เอ่อ อภิปรายแล้วนะคะ ในหลายๆ โอกาสก็

>> ไม่ได้มีความรู้สึกว่าอาจารย์ต้นเป็นหน้าใหม่แต่อย่างไรนะ ไม่ว่าจะเป็น สส. หน้าใหม่ หรือว่าเป็นบุคลากรหน้าใหม่ของพรรค เพราะว่าหน้าเก่ามาก เก่าเท่าดิฉันเลยนะคะ เป็นบุคลากรหน้าเก่ามาก ที่พวกเราเบื่อหน้ากันแล้วใช่

>> ก็จะเป็นหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการวันอาทิตย์

>> ไม่ทราบ คุณไม่ต้องหลอกถามดิฉันนะคะ เพราะดิฉันไม่ใช่พรรค ดิฉันไม่ทราบว่าเขาจะเอาใครเป็นหัวหน้าพรรคครับ เดี๋ยวรอดูวันอาทิตย์

>> เหมือนเขาต้องเลือกตั้งนะคะ

>> อ่า ต้องเลือกกันใช่มั้ย

>> เข้าใจว่านะคะ เข้าใจว่าต้องเลือก

>> โอเค เดี๋ยวจะลองให้ทีมงานเชิญ ถ้าสมมุติได้เป็นนะครับ ถ้าตามชื่อนี้เนาะ อ่า next สเต็ปอีกสักนิดนะครับ อ่า สนามกรุงเทพมหานคร ยังไงดี ใกล้แล้วมั้ยฮะ

>> ก็หัวหน้า หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันประกาศแล้วว่าเขาจะเปิดตัวเดือนพฤษภาคม ดิฉันน่ะอยากทราบมากกว่าอีกว่าเมื่อไหร่จะ ชาติจะลาออก

>> อ๋อ โอเค คือยังไม่ตอบ

>> สำหรับท่านที่ไม่ทราบ คือถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเนี่ย จะครบวาระ 21 พฤษภาคม ใช่มั้ยคะ ซึ่งก็อีกตั้งเดือนนึง อ

>> แล้วถ้าเกิดว่าอาจารย์ ชาติไม่ลาออกเนี่ย

>> ครับ

>> แกจะไม่สามารถหาเสียงได้ คืออาจจะต้องหาเสียงนอกเวลาราชการ อะไรอย่างเงี้ย ต้องแบบ ไปหาเสียงตอน 18:00 น. ว่า เมษายนนี้ แต่ว่าถึงปัจจุบันนี้ก็เห็นว่า ชาติยังไม่ได้ยังไม่ได้รับปากเลยว่าจะ ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็เลยแปลกใจอยู่ นะคะ เอาเป็นว่าในทางกฎหมายเนี่ย

>> ถ้าเกิดว่าอาจารย์ ชาติไม่ลาออกอยู่จนครบเทอมเนี่ย ก็คงไม่ได้เห็นอาจารย์ชาติ เปิดตัวแคมเปญซะที คือในฐานะคนกรุงเทพฯ ที่ต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก็อยากเห็นแล้วไง เพราะว่าเราก็เห็นว่าทีมงาน สก. ทีม นโยบายชาติเนี่ย เขยิบทำแคมเปญกันหมดแล้ว แต่ว่าตัวชาติเองอ่ะ ยังบอกว่ายังไม่ตัดสินใจจะลง

>> อือฮึ อ่า แต่น่าจะเดาคำตอบได้ อาจารย์น่าจะลงต่อแหละ

>> คือถามว่าลง คือลาออกเมื่อไหร่ เอางี้ดีกว่า หรือว่าไม่ลาออก จะอยู่จนครบวาระ คือในความเป็นจริง การลาออกไม่ได้เสียหายอะไรนะ ก็คือถ้าลาออกปุ๊บเนี่ย ก็จะเข้าสู่แคมเปญเลือกตั้งได้แล้ว ก็ก็ยังมีการรักษาการ มีอะไรกันอยู่อย่างเงี้ยนะคะ เอาจริงๆ มันก็สั้นมากนะครับ

>> เพราะว่าเราจะต้องเลือกตั้ง ประกาศผู้ว่าฯ มาแล้วด้วย ก็คือ 28 มิถุนายน

>> นะคะ ซึ่งมันก็อีกแค่ 2 เดือนนิดเดียวเองนะ 2 เดือน

>> อาจารย์ ชัชาติอ่ะ พอเดาได้ แต่พรรค พรรคส้ม นี่ใคร คุณชอบได้ยินชื่อไปบ้างมั้ย

>> พรรคประชาชนเขาก็ยืนยันว่าเขาส่ง ดิฉันคิดว่าอีกไม่นานเราก็ได้รู้กัน

>> ผู้ชาย ผู้หญิง

>> อืม Doesn't matter ป่ะ ผู้ชายหรือผู้หญิงอ่ะ

>> เออ ไม่รู้ ผมไม่รู้จะถามอะไร คือไม่รู้เลย เพราะว่าจริงๆ คิดว่าพรรคประชาชนน่าจะเปิดตัวมาสักพักแล้วไง ถูกมั้ย

>> มันอาจจะเป็นจังหวะไม่ดี คือเดิมเนี่ย

>> การเลือกตั้งผู้ว่าฯ มันควรจะเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้งใหญ่ใช่มั้ย แต่ด้วยอุบัติเหตุทางการเมืองทุกประการที่ที่เกิดขึ้นตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเนี่ย มันเลยไปเกิดการเลือกตั้งใหญ่ขึ้นก่อน คิดว่ามันก็คงเป็นเรื่องแปลกๆ ที่ถ้าเขาเปิดตัวผู้ว่าฯ แล้วก็เข้าเลือกตั้งใหญ่เลย

>> อ

>> คือมันนึกภาพอีกว่า แล้วกรุงเทพฯ มันจะทำยังไงนะ คือ สส. ก็ต้องเดินหาเสียง แล้วผู้ว่าฯ ก็ต้องเดินหาเสียงด้วย แล้วคนก็จะงง เดินไปเจอป้ายผู้ว่าฯ เดี๋ยวเดินไปอีกทีเจอ ป้าย สส. เจอ สส. คิดว่ามันอาจจะเป็นจังหวะการเมืองแบบนั้นมากกว่า ที่ทำให้มันก็เลยกั๊กๆ ไปหมด แล้วไม่ได้เปิดตัว ก็แต่ว่าตอนมันสิ้นสุดการเลือกตั้งใหญ่ไปหมดแล้ว สิ้นสุดจังหวะชุลมุนทั้งหมดไปหมดแล้วนะคะ ดิฉันคิดว่าเขาคงรอเคลียร์เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องนี่แหละ เรื่องเปลี่ยนตัวผู้บริหารพรรค แล้วก็คงจะไปสู่การ เอ่อ เปิดตัวผู้ว่าฯ

>> ครับ โอเค เดี๋ยวรอดูกัน ช่วงท้ายๆ รายการ จริงๆ อ่ะ คุณช่อ หายหน้าหายตาไปจากสื่อมวลชนนะ

>> เพื่อไปทำรายการของตัวเอง

>> โอเค ทำรายการ เห็นเห็นอยู่บ้างมั้ย ใช่ มั้ย ยัง ยังทำ ทำมากกว่าที่จะไปออกรายการอื่น

>> เพราะอะไร บางคนแซวว่าอกหัก พรรคส้มแพ้

>> อ ไม่ ไม่เกี่ยวเลย คือดิฉันไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียงแล้ว แล้วก็

>> หรือไปวิ่งไปวิ่งใช่มั้ย ช่ว

>> วิ่งไปวิ่งตลอดอยู่แล้ว ตอนที่ออกสื่อเยอะๆ ก็วิ่งนะคะ คือต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เนี่ย ออกสื่อใน 2 สถานะ

>> ช่วงก่อนเลือกตั้ง เราก็ออกในสถานะที่ปรึกษากรรมาธิการความมั่นคง พอดีว่าช่วงนั้นน่ะ มันมีประเด็นเรื่องชายแดนเยอะมาก จำได้มั้ย

>> เดี๋ยวก็เมียนมาร์ เดี๋ยวก็กัมพูชา อะไรแบบเนี้ยนะคะ ก็เลย เอ่อ เราเป็นที่ปรึกษา กรรมาธิการ

>> เพราะฉะนั้นนั้นก็มีประเด็นที่มีข้อมูล หรือว่ามีองค์ความรู้ที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ก็คิดว่าเรามาออกรายการ เพื่อที่จะให้ข้อมูลอีกด้านแก่ประชาชน เพราะว่าตอนนั้นมันมีแต่ข้อมูลเชิงชาตินิยมใช่มั้ย เราก็รู้สึกว่ามันก็ต้องมีข้อมูลด้านที่มัน เอ่อ เป็นอีกด้านนึงบ้าง

>> แล้วก็พอเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งเนี่ย ก็ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงนะคะ ก็

>> ก็มาเพื่อจุดประสงค์ในการรณรงค์ของพรรคนะคะ ทีนี้พอเลือกตั้งเสร็จเนี่ย ดิฉันก็ไม่ ได้เป็นกรรมาธิการแล้ว เพราะว่ากรรมาธิการมันก็สิ้นไปพร้อมกับอายุสภาตอนยุบสภาใช่ไหม แล้วก็พอตอนเนี้ย ก็ไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียงแล้ว ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา กรรมาธิการ หรือว่าเป็นกรรมาธิการวิสามัญใดๆ แล้ว เพราะว่าทุกอย่างมันสิ้นสุดลง ดิฉันก็ไม่ได้เป็นทั้งกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนใต้ นะคะ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการความมั่นคงแล้ว ไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียงแล้ว เพราะฉะนั้นเนี่ย

>> ไม่ได้มีข้อมูลความรู้ใดๆ มากไปกว่าประชาชนคนหนึ่ง

>> อือฮึ

>> ที่จะมานั่งออกรายการนะคะ มีก็จะมีข้อมูลที่เป็นความเห็นของตัวเอง ซึ่งไม่ได้สลักสำคัญอะไรนัก เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าคงไม่เหมาะที่จะมานั่งเป็นคอมเมนเตเตอร์ในรายการต่างๆ แต่ว่าก็จะยกเว้นบางประเด็น เช่น อ่า อย่างประเด็นเรื่องการถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต ซึ่งอันนี้มันเป็นเคสที่เกิดขึ้นกับตัวดิฉันเอง ก็อาจจะมีข้อมูลที่มาแลกเปลี่ยน อย่างที่แลกเปลี่ยนกับคุณเก่งในวันนี้ได้นะคะ หรือว่าเรื่องก่อนหน้านี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัมป์พอดีนะ ดิฉันก็เป็นบรรณาธิการข่าวต่างประเทศมาก่อน เราก็อาจจะพอมีข้อมูลความรู้อะไรที่แชร์กับสังคมได้ คืออะไรที่เราไม่ได้รู้เรื่องมากไปกว่าคนอื่น เราก็ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ ดังนั้นก็เลยจะไปอยู่ในเพจของคณะก้าวหน้าเป็นหลัก ตอนล่าสุดทำเรื่องอะไร

>> ก็มี มี 2 อย่าง รายการคุยให้ชัดกับพณิกา อันนี้เป็นรายการมา 2 อาทิตย์ครั้งนะคะ ถ้ามีโอกาสพิเศษ ก็อาจจะมีมากกว่า 2 อาทิตย์ครั้ง แล้วก็จะมีมองโลกจากดาวอังคาร อันเนี้ย คือคุยให้ชัดกับพณิกาเนี่ย คือทุกเรื่องที่พณิกาอยากจะคุย การเมืองไทย เรื่องสังคม แต่งชุดไทยอะไรอย่างเงี้ยนะคะ สังคมสูงวัย ก็คือไปทุกเรื่อง แต่ว่ามองโลกจากดาวอังคารเนี่ย ชื่อรายการก็จะบ่งบอกว่าเรามองโลก

>> แต่ทำไมต้องมองจากดาวอังคาร ก็คือรู้สึกว่าเรามองโลกจากแบบมุมไกลๆ ดูซิว่าในโลกอ่ะ เขามีอะไรเกิดขึ้นที่น่าสนใจนะคะ เช่น อย่าง เอ่อ ล่าสุดเนี่ย มองโลกจากดาวอังคาร ก็ทำเรื่อง Tax the Rich

>> ของ เอ่อ ซอรันมัมดานี่ นายกนิวยอร์ก อันเนี้ย เห็นว่าเพราะว่าหามาไวมากเลย

>> เพราะว่าใกล้จะเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครับ

>> เราก็เลยดูว่านายกเมืองอื่นๆ มีความเคลื่อนไหวอะไรยังไง ฝ่ายซ้ายของนิวยอร์กนะ ก็เริ่มการเก็บภาษีคนรวย ภาษีบ้านหลังที่ 2 ซึ่งเป็นการพยายามลดความเหลื่อมล้ำ แล้วลดลดช่องว่างของ เอ่อ เขาเรียกว่าอะไรอ่ะ budget deficit นะคะ คือภาวะขาดดุลงบประมาณของนครนิวยอร์กด้วยนะคะ ในขณะที่มันบังเอิญเราก็ไปเห็นว่ากรุงเทพมหานครเนี่ย เขากำลังโปรโมทเรื่องการให้ยืม

>> ที่ดินเพื่อทำสวน 15 นาที ตามนโยบายของคุณชาติ มันความคิดในขณะที่กำลังตามไล่ล่าเก็บภาษีคนรวย ทางเราอ่ะลด คืองดเว้นภาษีให้คนรวย แต่เพื่อแลกกับการเอามาทำสวนให้กับคน พูดง่ายๆ ก็อาจจะเป็นคนที่เป็นผู้มีรายได้น้อยกว่าของสังคมนะ มันก็เป็น 2 แนวคิดที่แตกต่างกัน ก็เลยลองเอามาแบบ มาคุยดูนะคะ อันนี้ก็คืออะไร

>> เป็นคอนเทนต์ประมาณนี้

>> ใช่ ก็มองโลกจากดาวอังคารจะเป็นเรื่องต่างประเทศเป็นหลัก แล้วก็มองกลับมาที่ประเทศ ส่วนคุยให้ชัดเนี่ย ก็แล้วแต่ที่บอกก่อนหน้านี้ ก็จะเป็นเรื่องอิหร่าน สหรัฐ ตอนนี้เลิกเพราะว่าเหนื่อยนะ คืออิหร่าน สหรัฐ เปลี่ยนทุก 3 ชั่วโมง ดิฉันก็เลยขี้เกียจพูดเรื่องอิหร่าน สหรัฐ แล้วนะคะ เอ่อ ตอนล่าสุดที่กำลังจะออกเนี่ย ก็จะมี 2 เรื่อง ก็คือเรื่องการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต จะมาไล่ให้ฟังว่า

>> อ

>> ที่มาที่ไป และเคสต่างๆ คนที่โดน เอ่อ เรื่องมาตรฐานจริยธรรมในประเทศไทย 7 คนมีใครบ้างนะคะ คนที่โดนตัดสินตลอดชีวิตมีใครบ้างนะคะ แล้วก็จะมีเรื่องการเมืองฮังการีนะ

>> โอเค อุ้ย ผมยังไม่ได้อ่านอย่างละเอียด ซึ่งการเมือง การเมืองฮังการีเนี่ย ก็ต้องบอกว่า

>> เป็นการชนะอย่าง landslide ของผู้นำฝ่ายค้านที่

>> จาก no body ใช้เวลา 2 ปี กลับมาชนะแบบ super landslide ได้เสียง 2 ใน 3 ของสภา

>> แล้วก็โค่นนายก 4 สมัย วิกเตอร์ ออร์บาน

>> ประเด็นคือมันมาเหมือนกับประเทศไทย เพราะอะไร รู้มั้ย

>> 1 ก็คือมันเป็นชัยชนะที่เหลือเชื่อมาก เพราะว่าคือนายกอ่ะ เขาสร้างระบบประชารัฐ ที่แบบ คุมสื่อ คุมตุลาการ คุม ส.ส. รัฐธรรมนูญ คุม ปปช. ปปง. อือฮึ คุมทุกอย่างหมดนะคะ แต่ว่าฝั่งเอาชนะมาได้ ประเด็นก็คือนายกคนเดิม แพ้เลือกตั้งไปก็จริง แต่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ

>> ประธานาธิบดี และทุกๆ อย่างอ่ะ ยังเป็นคนของเขา เราก็เลยมาดูว่า เฮ้ย 1 เขาชนะเลือกตั้งมาได้ยังไง ในภาวะที่ทุกคนรู้สึกว่า

>> ไอ้รัฐพันลึกของฮังการีอ่ะ มันสู้ไม่ได้อ่ะ คือ

>> คือยอมแพ้แล้วนอนอยู่บ้านเถอะ ไม่ต้องไม่ ต้องสู้ เพราะว่าคน คือเขาควบคุมหมดทั้งประเทศ กินร่วมหมดทั้งประเทศแล้ว แต่ว่าผู้นำฝ่ายค้านฮังการี่คนเนี้ย ซึ่งอายุ 45 เองนะ ชื่อ ปีเตอร์ มอกย่า ก็ชนะขึ้นมาได้ แต่ชนะเสร็จแล้วเนี่ย ต้องไปเผชิญชะตากรรม

>> ต่อสู้ถอนรากถอนโคนรัฐพันลึกอ

>> ของฮังการี ว่าจะเอายังไง ตกลงว่าแล้วจะโดนศาลรัฐธรรมนูญเขี่ยทิ้งมั้ย อะไรอย่างเงี้ย

>> ฮังการีไม่ได้พูดถึงประเทศไทย

>> ก็ทำลักษณะนี้เนาะ

>> ก็ใครคิดถึงก็ไปดูได้

>> ใช่ ก็คือแบบว่า จริงๆ พูดถึงการเมืองฮังการีเนี่ย เพื่อที่จะกลับมาบอกคนไทยว่า

>> ฮังการี่อ่ะ เขาเอาชนะได้ ไม่ได้บอกว่าผู้นำฝ่ายค้านเขาเอาชนะได้นะ เรากำลังพูดว่าประชาชนฮังการีเนี่ย คือ regime change

>> คือนี่คือ แต่เขาใช้คำว่า the change of regime

>> อื

>> เขาปรับคำ เพราะเขาบอกว่ามันไม่ใช่ใครแบบ ไม่ใช่อเมริกายกทัพมาช่วยเขาอ่ะ

>> มันคือประชาชนฮังการีที่บอกว่า 16 ปีกับ วิกเตอร์ ออร์บาน กูไม่เอาแล้ว พอแล้ว เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว

>> แล้วก็ไม่ได้ใช้อะไรเลยนอกจากพลังความเชื่อว่าฮังการี่ต้องเปลี่ยน

>> ครับ

>> แล้วก็เดินไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ใช้ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดเป็นประวัติการ ในประวัติศาสตร์ฮังการีแล้วก็สามารถโค่นนายกเผด็จการของตัวเองลงได้ แล้วก็ได้ผู้นำคนใหม่มาเพื่อชำระสะสางรัฐพันลึก ก็พยายามจะเอาเรื่องฮังการี่มาเล่า เพื่อที่จะปลุกขวัญกำลังใจคนไทยว่า

>> อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ท้อแท้ ในการเลือกตั้ง

>> ครับ

>> เพราะว่าขณะฮังการีที่รัฐเขาพันลึกสุดๆ เนี่ย

>> 16 ปีใช่มั้ย

>> 16 ปีเนี่ย เขาก็ยังโค่นล้มได้

>> อือฮึ

>> ในประเทศไทยเนี่ย

>> ครับ

>> มันก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน ผ่านการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าประชาชนยังคงมีความหวัง และเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงอยู่

>> ครับ โอ้โห จบสวยมาก และน้องทีมงานเนี่ย น่าจะถูกใจคุณช่อนะ ทั้งรายการไม่ขึ้นเอ่อร์ ขึ้นเมื่อสักครู่ไปติดตามได้ ถ้าใครคิดถึง

>> จริงๆ น้องขี้เกียจ อากาศมันร้อน

>> โอเค อ่า ถ้าใครคิดถึง ก็จะเป็นช่องทางหลักที่พบ

>> เป็น YouTube กับ Facebook ของคณะก้าวหน้าค่ะ

>> โอเคครับ วันนี้ครบถ้วน ขอบพระคุณคุณช่อ พณิกา ค่ะ

>> ขอบคุณค่ะ

>> คุณผู้ชมครับ สนุกแล้วก็เข้มข้นนะครับ ใครที่คิดถึงนะ ก็ได้บอกช่องทางไปแล้วนะครับ พบอยู่ในเพจทั้ง Facebook แล้วก็ YouTube ของคณะก้าวหน้านะครับ แล้วก็ถ้าติดตามคุณช่อแล้ว ฝากติดตามรายการของเรานะครับ ส่วนพรุ่งนี้ร่วมติดตามข่าวไปด้วยกันนะครับ สำหรับคดี 44 สส. วันนี้ลาไปเลย สวัสดีครับ

>> สำนักข่าว Today Make Tomorrow