Transcription
คุณกำลังตกเป็นทาสของความขี้เกียจหรือชอบนอนตื่นสายอยู่หรือไม่ ลองสละเวลาฟังธรรมะบทนี้ที่อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาล
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติเหล่าภิกษุถึงอันตรายของการติดความสบาย ทรงตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายจะเข้าใจเรื่องนี้กันอย่างไร พวกเธอเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างหรือว่าพระราชาผู้ครองรัฐ เสนาบดีหรือหัวหน้าหมู่บ้านที่เอาแต่ประกอบความสุขในการนอน หาความสุขในการเอนกาย หาความสุขในการหลับตามสบายใจอยู่เนืองนิด จะยังคงปกครองราชสมบัติหรือดำรงตำแหน่งนั้นๆ ให้เป็นที่รักใคร่ถูกใจของประชาชนจนตลอดชีวิตได้อยู่หรือ"
เหล่าภิกษุ กราบทูลตอบว่า "อย่างนี้ไม่เคยได้ยินได้ฟังเลยพระเจ้าข้า"
พระองค์จึงตรัสตอบรับว่า "ดีแล้ว ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กล่าวนี้แม้เราเองก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังอย่างนั้นเหมือนกัน"
จากนั้นทรงชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายที่สูงขึ้นไปอีกว่า "ภิกษุทั้งหลาย แล้วพวกเธอเคยเห็นหรือว่าสมณะหรือพราหมณ์ที่เอาแต่ประกอบความสุขในการนอน หาความสุขในการเอนกาย ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ไม่รู้ประมาณในการบริโภค ไม่ตามประกอบธรรมเป็นเครื่องตื่น ไม่ขวนขวายทำความเพียร แล้วยังจะสามารถกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ หรือความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง บรรลุธรรมอันประเสริฐได้อยู่หรือ"
"ข้อนั้นก็ยังไม่เคยได้ยินได้ฟังเลยพระเจ้าข้า"
"ดีแล้ว ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กล่าวนี้แม้เราเองก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังอย่างนั้นเหมือนกัน"
"ภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ พวกเธอพึงสำเหนียกใจไว้ว่า เราทั้งหลายจักคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค ตามประกอบธรรมเป็นเครื่องตื่น เป็นผู้เห็นแจ่มแจ้งซึ่งกุศลธรรมทั้งหลาย และจักตามประกอบความเพียรอยู่เสมอ พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจอย่างนี้แล"
ความสำเร็จในทางโลกและความหลุดพ้นในทางธรรมไม่เคยเกิดขึ้นบนที่นอนอันแสนสบาย ลุกขึ้นเถิดครับ ตื่นมารับแสงสว่างแห่งปัญญาและก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางของ