📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Winter is Over? #BitcoinTalk 231 946866

Right Shift1:53:49

Transcription

[เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ[เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] >> ا [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] >> โ [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> ้า [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> กำลังลุ้นว่าเราเราปิดรูปหรือยังอ่ะปิด แล้วนะสวัสดีครับยินดีต้อนรับสู่ Bitcoin talk ตอนที่ 231 ผมพิรยสัมพันธารักษ์วัน นี้วันจันทร์ที่ 27 นะครับผมก็ วันนี้มาคุยอะไรกันดีนะจริงๆเรื่องเยอะ เหมือนนะครับเวลามาสายๆนี่ส่วนใหญ่คือ นั่งอ่านนั่งเตรียมนะแล้วมันก็เยอะพอสม ควรนะครับจริงๆเรื่องวันนี้เนี่ยเป็น เรื่องที่ผมไม่ถนัดเลยเราก็เลี่ยงที่จะ ไม่พูดมานานแต่ว่าเอ๊ก็ก็ไม่เลวนะที่จะมา พยายามทำความเข้าใจมันสักหน่อยนึงนะครับ อ่ะเดี๋ยวเราค่อยไปพูดถึงเรื่องเหล่านั้น กันตอนนี้นะอยู่ในไลฟ์กันกี่คนเนี่ย 124 คนเนาะเอ่อตัวเลขเริ่มมาแล้วนะแบบว่า เริ่มต้นรายการนะฮะ 100 กว่าคนเอ่อตอน ช่วงสมัยโบวตลาดโบโบนี่มันขึ้นไปสูงกว่า นี้เยอะเนาะนะฮะแต่ว่าตอนเนี้ยตอนนี้ก็ เรียกว่าไม่เหมือนกับตอนแบหนักๆแล้วใช่ มั้ยตอนนั้นเราจำได้ว่าโอเริ่มรายการนี้ บางทีแบบ 20-30 คนนะรันไป 100 กว่าคน 200 คนก็เก่งและนะครับก็จริงๆอันนี้ก็เป็น อินดิเคเตอร์ตัวนึงเดี๋เรารอดูไปเรื่อยๆ ตลอดรายการนะฮะถ้ามันแตะ 1000 1000200 เมื่อไหร่ก็แปลว่าพรุ่งนี้คงตลาดถล่มแน่ นอน คนฝากฟังมากำลังจะเคิ้มๆเลยนะอ่ะไป เอ่อ จะพูดเรื่องอะไรก่อนดีมันหลายเรื่อง เหมือนกันนะครับเอาเรื่องแรกก่อนดีกว่า วันนี้เนี่ยเรามีเอ๊ะอ๋อไม่ได้เตรียมไว้ เนาะนะฮะเดี๋ยวๆผมขอเปิดนี้แป๊บนึง ปึ๊บๆอขึ้นมาจอนี้แล้วกันเนาะเนาะะเกิด อะไรขึ้นทำไมเป็นอย่างี้ล่ะ โอเคเหมือนเว็บมันพังอยู่ อ้าดับไปเลยอ้าว โอเคไม่เป็นไรนะฮะใช้พูดเอาก็ได้ [เสียงสูดหายใจ][เสียงหัวเราะ]

ก็จะบอกว่า Bitcoin ไiland 2026 นะครับ ตอนนี้ก็ใกล้ที่จะเปิดรับสมัครเอ่อไม่ใช่ รับสมัครสิใกล้ที่จะเปิดขายตุตั๋ว Early Bird แล้วนะฮะสำหรับตั๋ว Early Bird นี่มีจำนวนจำกัดนะครับเอ่อทำไมถึงเป็น early bird ก็ต้องบอกว่าหลักๆง่ายๆเลย คือรายละเอียดของงานนะฮะใครจะมาเป็น speaker ให้เราบ้างนะสปอนเซอร์ by ใคร อะไรต่ออะไรพวกนี้ยังอยู่เป็นแบบว่าทุก อย่างเป็นวุ้นอยู่นะครับเรายังทำงานกัน เต็มที่อยู่เบื้องหลังเพื่อที่จะจัดงาน ออกมาให้ดีที่สุดแต่ว่าระหว่างนี้เนี่ยนะ ฮะใครที่คิดว่ามาแน่ๆอยากได้ตั๋วราคาถูก ก่อนใครเลยนะครับผมสามารถเข้าไปซื้อตั๋ว ได้นะเอ่อถ้าจำไม่ผิดจะเป็นช่วงช่วงปลาย เดือนนี้ใช่มั้ฮะประธานซุปนะครับเอ่อวัน ที่ 30 หรือ 31 เนี่ยแหละ 31 ไม่มีนะเรา เปิดขายวันที่ 31 เมษายนก็ได้นะน่ารักดี นะ 30 นะครับเมษายตามกำหนดเดิมนะนะครับ เว็บไซต์นะฮะเว็บไซต์ตอนนี้มันเข้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องตามเข้าไปเข้าใจว่า หลังบ้านคงกำลังทำอะไรกันอยู่เมื่อกี้มัน เปิดอยู่แล้วมันก็ดับๆไปนะเว็บไซต์ bitcoinand.co นะครับแล้วก็มี bitcointhiland.events Event นะฮะไม่แน่ใจว่าจะใช้อันไหนเหมือน กันน่าจะcoเนาะนะครับก็อ่ะเดี๋ยวยังไงเรา มาประกาศเรื่องนี้กันต่อนะครับเรื่องนี้ ยังต้องเดินทางกันอีกยาวไกลกว่าจะไปถึง เดือนพฤศจิกายนของเรานะที่เราจะจัดงาน บitcoinประจำชาติของเราเป็นรอบที่ 3 แล้ว นะฮะกับทีมงานไชiftแล้วงานบitคinเรียกว่า เป็นจุดกำเนิดของไชiftเลยแหละแล้วก็เป็น จุดกำเนิดของหลายๆโปรเจคในประเทศไทยเลย ที่เกิดขึ้นตลอดช่วง 3-45 ปีที่ผ่านมาที่ ออกไปไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่ความรู้นะฮะ เอ่อสร้างดีมานดสร้างตลาดนะครับผมสร้าง ธุรกิจต่างๆนานามากมายนะปีนี้ก็หวังว่าจะ เป็นปีอีกปีนึงที่เราจะได้เห็นการเติบโต ของเค้าเรียกว่าธุรกิจกิจการแล้วก็ความ รู้ความเข้าใจบitคinในประเทศไทยนะฮะนำ บitคinในประเทศไทยเชื่อมต่อกับบitcoinใน ทั่วโลกแล้วก็นำมาสู่การเกิดธุรกิจเกิด โปรเจคใหม่ๆที่จะเติบโตขึ้นต่อไปอีกอย่าง ทวีคูณในปีต่อๆไปบitcoinไม่เคยเดินถอย หลังนะฮะนอกเหนือจากราคามันเดินไปข้าง หน้าทุกวันนะคล้ายๆกับที่เราสัมผัส กับ AI ใช่มั้เวลาผ่านไปเราก็ยิ่งเห็นมัน ค่อยๆเติบโตขึ้นเติบโตขึ้นเติบโตขึ้นเติบ โตขึ้นนะครับก็ไว้มาเจอกันสำหรับ Bitcoin Thailand Conference 2026 นะฮะอ่ะ ก็ก่อนที่จะเข้าเรื่องอื่นกันนะครับวัน นี้เราก็มาขอบคุณสปอนเซอร์ของเรากันก่อน เค้กชลบุรีขนมที่[เพลง]โคตรจัดเต็มแบบรู้ จักคำว่ากฟวัตถุดิบธุรกิจครอบครัวที่ส่ง ต่อคุณค่าแบบออสเตรียนคำโตโอ้เม็ดมะม่วง หิมพานแบบเบิ้มๆกลิ่นหอมกุ่นจากเตาที่ ฟุ้งไปทั่วทั้งในและนอกร้านโอเค เมื่อกี้ผมตกใจวูบมากเลยคือตอนผมกด Play วดีโอมันขึ้นว่าไมค์ปิดอยู่นะแล้วประธาน ซุปเงียบมากหลังสageไม่ไม่มีmessageเจมา เลยเราก็แบบเอ๊ะประธานซุปไม่อยู่หรือ เปล่าแล้วเมื่อกี้เราพูดแล้วปิดไมค์อยู่ เปล่ามาเปิดดูแชทแชทก็ดูไม่ได้สนใจอะไร หรอกนะหรือเค้าคุยกันเองนะอ๋อแล้วก็นึก ขึ้นได้เวลาเล่นวีดีโอเนี่ยนะฮะไมค์มันจะ ปิดก็[เสียงหัวเราะ] ขอบคุณทอพี่เคกชลบุรีนะครับแล้วก็ไร่ ประจันนะฮะสปอนเซอร์หลักรายการเรามาตลอด 2 ปีนะครับถ้าไม่มีพวกคุณเราก็เรียกว่า เหนื่อยเลยแหละนะครับอ่ะอีกอันนึงนะไหนๆ เค้าเรียกว่าเอ่อผมเพิ่งได้หนังสือเล่ม นี้มานะเราเพิ่งจบเรื่องหนังสือกันไปใช่ มั้ยเอ่อมีงานสัปดาห์หนังสือมีอะไรต่อ อะไรกันไปมีหนังสืออีกเล่มนึงนะที่บางคน อาจจะยังไม่รู้นะครับว่ามันมีออกมาเป็น ภาษาไทยนะฮะปึ๊บๆๆๆนะช่วยน้องเ้าโปรโมท หน่อยนะครับของสำนักพิมพ์Crackกอ์ Book นะฮะเอ่อแปลโดยน้องอาร์มซีรัตน์นะครับ หนังสือโดยคุณเพอBลan How to think about the economy นะฮะเล่มนี้เป็นอีก หนึ่งตำราที่เรียกว่าเป็นตำราเศรษฐศาสตร์ ออสเตรียนแบบเข้าใจง่ายเข้าถึงง่ายนะฮะใน นี้มีประเด็นที่น่าสนใจผมชอบประเด็น เรื่องราวเกี่ยวกับจะเรียกว่ามือที่มอง ไม่เห็นก็ได้นะแต่พูดถึงในมุมมองของสิ่ง ของที่เรามองไม่เห็นนะฮะอันนี้เป็น ประเด็นนึงที่ผมมักจะพูดถึงบ่อยๆแต่มัน พูดถึงยากเพราะว่าเวลาเราพูดถึงการตัดสิน ใจทางเศรษฐศาสตร์นั้นเนี่ยหลายครั้งมันมี สิ่งของที่ไม่เคยได้มีโอกาสเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นเมื่อมันไม่ได้มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะการตัดสินใจเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยมัน ควรจะถูกคิดเป็นค่าเสียโอกาสเป็นความเสีย หายหรือเปล่านะฮะมนุษย์ที่ไม่ได้เคยเกิด ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอนาคตของพวกเขาถูก ขโมยไปด้วยเงินที่เฟ้อจนทำให้คนไม่อยากมี ลูกเนี่ยนี่คือความเสียหายของมนุษยชาติ หรือเปล่านะอันนี้ก็เป็นหนึ่งในคำถามหลาย ๆคำถามที่ตั้งโดยหนังสือเล่มนี้คล้ายๆกัน กับเอ่อ Economic in one lesson นะ ครับเป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนอ่าน ง่ายนะฮะก็ไปจับจองกันได้นะครับแล้วก็ อย่าลืมเนาะเล่มนี้ก็ยังมีขายอยู่นะครับ อื เี่ฟังเสียง นะหนักแน่นนะฮะเงินปล้นโลก Broken Money นะหยิบทีไรขนลุกทุกทีหนักเป็นบ้าเลยนะ ครับ[เสียงหัวเราะ] เออนะแปลออกมาได้ไงก็ไม่รู้ตอนที่ินอเดen เบอกเจะเขียนหนังสือแวบแรกผมแบบเฮ้ยแปล คือยังไม่รู้เลยนะเค้าจะเขียนอะไรเรารู้ แต่ว่าินอเดenเขียนกูจะแปล พอเเปิดพีอเดอร์พีพอหนังสือมาส่งชิบหาย แล้ว[เสียงหัวเราะ] ทำไมมันน้าขนาดนี้นะฮะก็แต่ว่าอ่ะหลายคน น่าจะได้อ่านได้จับจองกันแล้วนะครับเป็น หนังสือที่ถ้าเล่มเมื่อกี้คือเศรษฐศาสตร์ ออสรเียนแบบฉบับเข้าใจง่ายนะอันนี้เข้าใจ ง่ายเหมือนกันแต่รายละเอียดยิบเลยนะฮะนำ เสนอมุมมองเศรษฐศาสตร์ 6 แง่มุมนะผ่าน 6 บทหลักๆในหนังสือว่าเงินในปัจจุบันนั้น เนี่ยมันพังตรงไหนมันโกenตรงไหนแล้วเราจะ แก้ไขมันยังไงนะครับอันนี้teซอร์กำลังแปล เล่มนี้อยู่ผมดองเล่มนี้มาหลายปีมากนะฮะ ก็เดี๋ยวค่อยว่ากันนะครับจริงๆไปงาน หนังสือมาสิ่งที่น่าสนใจมันก็มีนะนะนึก ถึงผมได้ไปขึ้นเวทีกับเอ่อหนังสือของคุณ อีกนะฮะอีกถามอีกก็ผมได้มีโอกาสอยู่ใน บท นึงของหนังสือเค้าเรื่องอะไรนะเอ่อทำยัง ไงให้มีเงินใช้ตลอดชีวิตนะฮะซึ่งคำตอบของ ผมก็คือรู้สึกว่าจะบอกว่าให้มีพ่อรวยแล้ว กัน ไม่ๆๆส่วนใหญ่คำตอบทุกคนก็จะคล้ายๆกัน ใช่ มั้ยก็หาให้มากกินให้น้อยเหลือก็เอาไป เก็บออมนะคำตอบมันง่ายแค่นี้เลยแล้วหลัง จากนั้นผมก็ได้อยู่ฟังเวทีต่อไปยืน ช้อปปิ้งแล้วก็ฟังห่างๆนะเวทีต่อไปเป็น เวทีของคุณเฟิร์นนะฮะคุณเฟิร์นออกหนังสือ นะครับเอ่อใช้แรงทำเงินให้เงินทำงานนะฮะ อันนี้ก็เป็นอีกเล่มนึงเอ่อนี่ได้ไลเซ็น มาด้วยอวดนะฮะอ่ะก็ นั่งฟังมีคุณเอ่อกี Money Monster กี๋ Money Monster ใช่มั้ยนะฮะแล้วก็ไม่ใช่ Money Monster For เอ่อเค้าชื่ออะไรนะ มัน monster นั้นทรายพอดีผมเพิ่งดูโพสต์ ที่คุณทรายคุณกีขึ้นเวทีกันนะฮะก็เอ่อ หลักใหญ่ใจความ ให้มากกินให้น้อยเหลือก็เก็บออกนะฮะจริงๆ แล้วเนี่ยพื้นฐานทางการเงินน่ะมันก็ง่าย แค่นี้แหละแต่ในขณะเดียวกันเนี่ยรู้อะไร มั้ยว่าผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช่มยไถฟี เข้าไปแล้วก็เจอว่ามันก็จะมีคนมาโพสต์ว่า ไอ้พวกคนรวยมันก็บอกให้คนจนรู้จักพอเพียง รู้จักเก็บออมอย่าไปเชื่อมันนะทุกวันนี้ มันยังแบบกินข้าวหรูนอนหรูขับรถหรูอยู่ เลยเราก็คิดอยู่ในใจว่ามันยากเหมือนกันนะ นะฮะการที่จะเข้าถึงผู้คนอะไรเงี้ยคือแบบ คุณไม่ได้เอะใจสักนิดเหรอว่าสาเหตุที่เขา สามารถกินหรูอยู่ดีดูดีดูสบายได้นั้น เนี่ยก็เป็นเพราะว่าพื้นฐานตรงนั้นแหละนะ ฮะแน่นอนว่าบางทีเงินออมอาจจะไม่ได้เป็น อะไรที่งอกเงยเติบโตทวีคูณจนใหญ่โตได้แต่ อย่างน้อยเนี่ยมันเป็นการสัสั่งสมทุนนะ แล้วถ้าเราจะบอกว่าการลงทุนสิคือสิ่ง สำคัญการลงทุนคือสิ่งที่จะทำให้ทุนของเรา เติบโตได้ทวีคูณนะฮะ multiply ขึ้นไปไม่ ใช่แค่ add up ไปเรื่อยๆเนี่ยเป็นการ เติบโตแบบ geometric ไม่ใช่การเติบโตแบบ line ใช่ถูกต้องการลงทุนนั้นเนี่ยนะฮะ ให้การเติบโตแบบนั้นแต่การจะลงทุนได้คุณ ต้องมีทุน และถ้าคุณไม่ได้เริ่มต้นจากเบสิคง่ายๆแค่ ใช้ให้น้อยกว่าที่หาได้ให้ตายเกิดใหม่ 100 ชาติคุณก็ไม่มีวันมีสิ่งที่เรียกว่าทุนนะ แล้วถ้าคุณไม่มีทุนคุณไม่ต้องมาพูดถึง เรื่องการลงทุนนะชีวิตคุณมันคือการพนัน เราก็ไปตายเอาดาบหน้าเอาใช่มั้ยก็ผมว่า มันเป็นเอ่ออะไรที่เราจับใจความมาประมาณ นึงว่าแล้วมันมีหนังสืออีกหลายเล่มในใน งานที่เฮ้ยพูดเหนือกันหมดเลยอ่ะนะจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากอะไรนะนะฮะเราก็ทำ ตรงนี้ให้ได้ก่อนใช้ให้น้อยกว่าที่หาแล้ว จบโที่เพิ่มมาในปัจจุบันวันเนี้ยคือออม ให้ถูกที่นะออมให้ถูกที่จริงๆนะครับออม ให้ถูกที่เราอาจจะบอกว่าบitคinสิหรือบาง คนอาจจะเป็นทองสิเป็นอะไรก็ได้แต่การจะ ออมให้ถูกที่เราต้องเข้าใจว่าเงินคืออะไร เพราะฉะนั้นต้องกลับมาที่ Poen Money ยังไม่ค่อยขายหนังสืออีกนะฮะ [เสียงสูดหายใจ] [เสียงหัวเราะ]

เาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามีคอร์สเกี่ยวกับ Hardware Wallet กับเอ่อ Workshop เอ่อ เค้าเรียกว่าอะไรดี Advance Custody ใช่ มั้มีการทำคอยจอยมีการทำแบบว่าECชทำนู่น ทำนี่กันสนุกสนานกันนะฮะไม่มีอะไรเมื่อ กี้ผมเพิ่งเจอฮาร์ดแวร์ Wallet ของผมน่า รักมั้ นะน้องเทอร์ พอดีวันนี้เพิ่งจัดห้องแล้วก็เจอนะเราก็ แบบว่าเอ๊ะน่ารักดีของเรากดได้มี ฮาร์ดแวร์วalletจริงๆอยู่ข้างในด้วยนะ อวดทำไมนะมาเข้าเรื่องของเราดีกว่านะครับ [เสียงหัวเราะ] วันนี้หัวเพราะว่าที่เราตั้งชื่อเป็นเอ่อ title เนี่ยนะก็จริงๆไม่ได้มาจากไหนไกล นะครับมาจากททนะฮะของ คุณป๋า sellerer อtre screen ผมหาผมหาผมหาหน้าเว็บที่ผมเปิดเก็บไว้ไม่ เจอแป๊บนึง เราเอาปิดไปไว้ไหนแล้ววะ หรือเราปิดไปแล้วอ้ออยู่นี่โอเโอเคเจอละ นะอ้า นะครับเมื่อวันที่ 23 วันนี้ 25 เมื่อ 2 27 นะเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วนะครับ Michaคเซลอทนึงนะเรียกว่าสะดุ้งกันทั้ง โยงเลยคือบอกว่า Winter is over นะ Winter is over หน้าหนาวผ่านพ้นไปแล้วนะครับอ่าหลายคนก็ บอกเลยเพ้อเจอรหรือเปล่านะบitคinต้องลง อีกเยอะ 30,000 ชั่ว 40,000 ไม่ขึ้นก็ลง พาคนไปตายหรือเปล่านะบอกว่าบitคinจะขึ้น ตอนนี้อะไรต่ออะไรเงี้ยนะนี่อะไรวะเนี่ย อ๋อ Peters Shift นะ Peter Shift นะผมชอบอันนึงที่ Samson Most ต่อว่าใช่ Winter is over นะ Printer is coming คำถามคือ แล้วมันoverโวจริงหรือเปล่านะมันoverว จริงหรือเปล่ามันหรือว่าเอาถ้าให้ตอบแบบ ง่ายกว่านั้นนิดนึงคือมันมีความเป็นไปได้ ที่มันจะโอวอร์จริงหรือเปล่านะฮะเอ่อก่อน ที่จะไปคุยกันเรื่องของยุบยับอะไรต่ออะไร ที่เตรียมมามากมายเนี่ยเราลองมาดูชาร์จ ราคาบitcoinกันนิดนึงนะครับอันนี้เป็น ชาร์จเดิมที่เราวิเคราะห์กันไว้นานแล้ว เนาะ 1 เรากะว่า 1 2 Running Flash A B C นะถ้ามันยังเป็นอยู่นะครับอ่ะนะอัน นี้เป็น 1 ใช่มั้ A B C นะ 2 ลง อันเนี้ยก็ว่ากันไปเทคนิคบลาๆนะฮะแต่ว่า เอ่อมันจะมีจุดนึงที่เราบอกว่าผมผมดูตรง นี้อยู่นะครับเวลาที่เราดูสัญญาณอย่าง ใคร ใช้ Action Zone เนี่ยหนึ่งในสิ่งที่เรา ใช้ในการ screen เอาnoอยออกนะฮะแล้วก็ work ค่อนข้างดีเลยเหมาะสำหรับ trend following system อย่าง Action Zone เนี่ยนะก็คือง่ายๆเลยนะผมใช้ Regress channel โง่ๆเลยนะฮะ Regress channel ค่า default 2 standard deviation ใคร ๆก็หยิบได้นะฮะกดมาจาก trend line แล้ว ก็เลือก regression trend แล้วก็ลากนะฮะ อย่างถ้าเราจะดูเทรนใช่มยเราก็ลากจากจุด สูงสุดนะฮะลงไปที่จุดต่ำสุดของ movement นั้นเราก็จะได้ช่องที่แสดงค่าเค้าเรียก ว่าค่ากลางคือค่า request ค่าที่ทำให้ พื้นที่บนกราฟใต้กราฟมีพื้นที่เท่ากันพูด ง่ายๆคือเส้นกลางแล้วกันแล้วก็ถ่างออกไป เป็นความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2 เท่าของความ เบี่ยงเบนมาตรฐานคือพูดง่ายๆคือโดยปกติ แล้วราคาออกจากเส้นกลางนี้กว้างเท่าไหร่ แน่นอนว่าถ้าคุณใช้อันนี้แบบลากไปเรื่อยๆ มั่วๆทุกอย่างมันก็จะอยู่ข้างในกรอบนี้ หมดนะฮะแต่ว่าเราจะลากปกติมันจะลากงี้ถ้า จะดูเทรนดลากจากบนลงล่างสุดถ้าจะดู อัพเทรนลากจากล่างสุดถึงบนสุดอะไรอย่างี้ นะฮมันยังไม่ทำล่างสุดใหม่เราก็ยังไม่ ต้องลากใหม่เอาไว้ตรงนี้ channel เนี้ยนะ ฮะมันตอนนั้นที่มันเค้าเรียกว่าอะไรนะมัน ลงมาแถวๆเนี้ยผมจำได้ว่าเราผมวาง scenario ไว้ 2-3 อันก็คืออันที่ 1 คือมัน break channel แล้วหน้าหนาวเราจะจบแล้วนะฮะถ้า มันAK channel ขึ้นนะที่ประมาณ 80,000 ตอนนั้นถ้ามันเบรคขึ้นแถวนี้มันต้องใช้ ประมาณ 80,000 นะรู้สึกวันนั้นมันลงมาแถว นี้ใช่มั้แล้วกล่าวถ้ามันเบรคขึ้นต้อง 80,000 โอเคมันลงมาต่ออีกเหรือมันจะวิ่ง ตรงไปข้างๆนะถ้าตรงไปข้างๆตรงๆเลยเนี่ย อาจจะเบรคตอนประมาณ เมษายนเออประมาณพฤษภาคมมิถุนายนนะฮะที่ ประมาณ 70,000 นี่แหละนะวิ่งไปตรงๆนะที่ ประมาณเนี่ยพฤษภาคมมิถุนายนแถวๆนี้หรือ มันจะวิ่งลงขึ้นลงขึ้นลงไปในนี้อีกสัก 2-3 ทีนะเป็นไปได้ว่าจะลงมาแตะตามกล่องทั้ง หลายตรงนี้แล้วค่อยเบรคขึ้นนะครับซึ่ง อย่างนั้นเนี่ยเราก็เล็งไว้ว่าอาจจะเป็น ไปได้แถวๆช่วงประมาณกันยายนหรือพฤศจิกายน นะฮะก็ถ้าพูดง่ายๆคือว่าสรุปแล้วมันเลือก ที่จะใช้ตัวกึ่งๆระหว่างตัวแรกกับตัวที่ 2 เนาะคือวิ่งมาข้างๆนิดนึงนะฮะแล้วก็เบรค ขึ้นนะตอนที่มันเขียวอันเนี้ยนะฮะเขียว อันเนี้ยจำได้ว่าตอนนั้นเราบอกว่าเอ้ย เขียวแล้วนะฮะแล้วผมก็จะบอกว่าแต่มันยัง อยู่ในchชannลนะก็ระวังเอาถ้ามีพอร์ตที่ แชัโซนอย่างเดียวไม่ทำอะไรก็เข้าไปที่คุณ ลุงได้ที่คุณพ่อชอบเรียกพอร์ต 3 นะฮะแต่ ว่าพอร์ตใหญ่ยังไม่ต้องนะนะฮะอ่าเขียว เนี้ยเขียวนี้แดงนี้อะไรต่อมันอยู่ใน chชannelแต่อันเนี้ยเขียวเนี้ยตอนเขียว เนี้ยก็ยังไม่ทำอะไรนะพอร์ต 3 ก็เข้าไปนะ แต่ว่าเงินส่วนใหญ่ของเราเนี่ยก็เรียกว่า ยังนั่งรออยู่จนมันเบรคAK channel เแหละ มีการเบรคขึ้นมา 1 2-3 วันลงมาเทสแล้ว เด้งขึ้นด้วยเนี่ยอันเนี้ยเป็นสัญญาณที่ สวยงามมากๆนะฮะว่าchชannelนี้มันถูกเบรค ละนะchชannelนี้ถูกเบรคแล้วแล้วก็เขียว ด้วยนะครับเป็นไปได้มยคำถามคือเป็นไปได้ม ว่ามันจะหักหลังเราแล้วลงอีกเป็นไปได้นะ เป็นไปได้แน่นอนว่ามันจะลวกกันลงมาอย่าง งี้ เห็นมั้แล้วก็กลับเข้า channel กลับเข้า channel นะฮะดีไม่ดีลงมาถึง bottom ของ มันดีไม่ดีสร้างเทรนด์ใหม่ทุกอย่างเป็นไป ได้ในตลาดนะเราต้องเข้าใจอย่างนี้ทุก อย่างเป็นไปได้ในตลาดไม่มีอะไรที่แน่นอน ทั้งนั้นนะครับแต่ พอยของผมคือเมื่อเรามองย้อนกลับมาณวันนี้ เราใช้เครื่องมือของเราอย่างมีวินัยหรือ ยังโซนให้สัญญาณ bullish แล้วมัน break regression trend ขาลงแล้ว regression trend ขาลงอันนี้มีความอ้วนที่เหมาะสม แล้วด้วยนะความอ้วนที่เหมาะสมเนี่ยเราดู จากอขาขึ้นตรงนี้อขึ้นมาถึงตรงนี้มันอ้วน ประมาณนี้อันนี้อ้วนประมาณนี้ใกล้เคียง กันเนี่ยถือว่าแบบมีความอ้วนที่เหมาะสมละ นะฮะอ่าก็เรียกว่า follow ตรงนี้ไม่เสียใจแล้วกันถึงจะโดน หลอกก็ถือว่าโดนหลอกด้วยการทำตามวินัยใน การลงทุนตามตำรานะครับเพราะฉะนั้นอันนี้ ก็ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจเราก็มองว่า เฮ้ยหรือว่า หน้าหนาวจะผ่านพ้นไปแล้ววะนะเรามองไปข้าง นอกตอนนี้ก็ประมาณ 42 องศเซซ นะก็ค่อนข้างมั่นใจว่าหน้าหนาวในประเทศ ไทยพ้นไปนานะนะแต่ว่าหน้าหนาวในบitcoin เนี่ยนะฮะก็เป็นไปได้นะครับอีกอันนึงที่ น่าสนใจคือถ้าเรามาดู Micro Strategy นะ ฮะเราก็จะเห็นว่า Micro Strategy เนี่ย การเคลื่อนไหวของราคาของมันเนี่ยจะล้อไป กับ Bitcoin นะนะฮะเราจะเห็นว่าขึ้นไปทำ All time high เออปึ๊บมาแตะ All time high แถวเดิมวิ่งขึ้นปึ๊บๆ 2 หัวลงมา ขึ้นมาแตะแถวเดิมตรงเนี้ยประมาณ 6-70,000 เนี่ยนะฮะของ Bitcoin Micro Straty ก็ อยู่แถวๆนี้ที่ประมาณ 100 กว่าเหรียญ เนี่ยมันล้อกันแต่ว่า เปอร์เซ็นต์ดีกรีการเคลื่อนไหวของมัน เนี่ยจะรุนแรงกว่าเยอะมากเพราะว่าตัวหุ้น มันเองเนี่ยมันเป็นคล้ายๆ leverage Bitcoin product ไปแล้วนะฮะมันก็แบบว่า คูณ 3 * 5 ไปะในการเคลื่อนไหวของมันนะ ฮะเรามาดูเนี่ยสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยของ MicroSaty ที่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ ป๋า Seller ออกมาพูดเนี่ยก็คือเรื่องของ เอ่อ เอ่อ MNAF Premium นะครับตัว Premium ใน NAV ของ Bitcoin ที่อยู่ในคลังของ Microsoft Strategy กับมูลค่าของหุ้น Micro Strategy นะฮะซึ่งเอ่อปัญหาเนี่ย คือถ้า MNA มันต่ำกว่า 1 เนี่ย Micro Strategy นี่เรียกว่าฝืดนะฝืดในลักษณะ ที่เรียกว่าเหมือนอยู่ในฤดูหนาวทำอะไรก็ ไม่ได้หากินไม่ได้ล่าสัตว์ก็ไม่ได้จะ ขายหุ้นมาซื้อบitคอยเพิ่มก็ลำบากต้องไป กู้เข้ามาเพิ่มต้องใช้สินค้าอื่นๆเข้ามา เพิ่มอะไรเงี้ยเราก็จะเห็นว่าในช่วงเนี้ย ที่มันโงหัวขึ้นมาเนี่ยนะฮะก็ได้ทำให้นะ นี่จริงๆมันไม่ใช่แค่ช่วงนี้มันมาสักพัก แล้วตั้งแต่ที่มันเริ่มเบรค out ตรงนี้ ขึ้นมาเนี่ยนะฮะก็ได้ทำให้ค่า MNA เนี่ย กลับขึ้นมายืนเหนือ 1 ได้แต่เหนือ 1 เนี่ยยังไม่ได้รุนแรงอะไรมากนะปกติแล้ว เนี่ยถ้ามันขึ้นไป 2-3 เท่าเนี่ยนะฮะผล ของมันจะรุนแรงเดี๋เรามาอธิบายกันแต่ตอน นี้มันยืนที่เหนือ 1 อยู่ที่เท่าไหร่วะ เนี่ย 1.02x 02x นะฮะหรือพรีเมี่มอยู่ ที่ประมาณ 5% เนี่ยนะก็คงทำให้เอ่อคุณพี่ คนนี้เค้าออกมาขี่ม้ากลางป่าได้แล้วนะ แล้วก็แบบอากาศหนาวๆใช่มั้ยวันนี้เป็นวัน แรกของฤดูใบไม้ผลินะฮะก็อ่ะ เรียกว่า พักผ่อนหย่อนใจสักนิดนึงแล้วกันนะฮะแต่ เราก็ เดี๋ยวนะทำไมเปิดอันนี้ไม่ขึ้น เห็นมั้ยนี่ตอนแรกผมทำหน้าตเนลมันออกมา ให้อย่างี้เราก็แบบแล้วมึงจะให้กูฆ่าเer เหรอคล้ายๆ Petter Shift เมื่อกี้แต่ไม่ เป็นไรนะซ่อนไปก่อน ก็น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลเหมือนกันนะครับ แต่ว่าพอพูดถึง Seller เนี่ยมันก็มี เรื่องนึงที่รู้สึกว่าเอ้ย เราคาใจนะเราคาใจมานานะนะฮะเพราะว่าสรุป แล้ว Michael Seller เนี่ยเนี่ยนะเป็น เค้าเรียกว่า เป็น ผลดีหรือเป็นผลร้ายกับบitcoinนะครับในวัน นี้เนี่ยเอ่อ เราจะพูดถึงเรื่องที่ Micro Strategy หรือ Strategy เนี่ยนะฮะได้เข้าถือ Bitcoin ไปแล้วประมาณเท่าไหร่ 850,000 บitcoinโดยประมาณนะฮะเรามีเรื่องของดาว ที่โดนแฮกใช่มั้ยเรามีเรื่องของการออก เหรียญบitcoinใหม่นะมีการ Bitcoin บitcoinใหม่เอ่อถ้ามีเวลาแว๊บๆนะฮะจะมา ตอบคำถามตัวเอ่อโปรเคใช่มั้เอ่อโปเect 11 ให้รางวัล 1 bitcoin กับผู้ใช้ quantum คอมพิวเตอร์แคเอ่อคีย์ 15 บิตได้ซึ่งผม เขียนอธิบายไปแล้วว่าปัญญาอ่อนปัญญาอ่อน เลยแบบไม่รู้จะเริ่มต้นด่าตรงไหนดีนะฮะ คือเห็นหน้านิคตอตอนนี้แล้วแบบเอ้อทำไม มันนัดเราเชอบใส่หนวดจุ้มเงี้ยมันดูกนตีน เป็นพิเศษนะเราก็จะแบบอื้อแต่จริงๆเค้า น่ารักนะแต่แบบทำอะไรนะฮะอ่ะนะฮะก็ าหัวข่าวที่มันมาพร้อมๆกับ Winter Serover เนี่ยก็คือ Micro Strategy ก็ เข้าซื้อ Strategy พูดผมชอบชื่อพูดชื่อ เดิมมาตลอดเวลา Strategy เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มนะฮะซื้อเพิ่มซื้อเพิ่มซื้อเพิ่มมี จุดส้มจุดส้มจุดส้มมาเต็มกระดานเต็มไปหมด จนตอนนี้เนี่ย Strategy ถือบitคinรวมๆ เนี่ยประมาณ 85,000 50,000 นะเดี๋ยวนะขอ เช็คตัวเลขนิดนึงนะฮะถือรวมตอนนี้ตึ๊ดๆ ตึ๊ดๆๆ 800,000 เอ้ยไม่ใช่ดิ 815,061 เหรอเอ้อเหมือนจำได้ว่า 850,000 แล้วนะ ตัวเลขผมอาจจะไม่ได้อัปเดตนะครับ BTC นะ ซึ่งก็ทำให้เป็นเรียกว่าเป็นบริษัทนะเป็น บริษัทที่มี Bitcoin อยู่ใน Balance sheet เนี่ยมากกว่า มากกว่า Ibit แล้วนะจะเรียกว่ามากกว่า Black Rock มันก็ไม่เชิงเพราะว่าโอเค แหละ Ibit มันเป็นของ Black Rock ก็จริง แต่ว่า Bitcoin ในนั้นมันก็เป็น Bitcoin ของลูกค้าที่เขาซื้อแต่ใช่มันก็ถืออยู่ใน ภายใต้บริษัท Black Black เนาะนะคล้ายๆ กันเพราะว่าจริงๆแล้ว Bitcoin ของ Strategy เนี่ยก็ไม่ใช่ Bitcoin ของ Strategy นะครับเป็น Bitcoin ที่ลูกค้า ของ Strategy ฝากซื้อแล้วกันจะมองแบบนั้น ก็ได้แล้ว Strategy ก็ถือเอาไว้ให้นะฮะ เ่อทำให้เขาเป็นผู้ถือบitคอยรายใหญ่ขึ้น มานะใหญ่กว่าประเทศอเมริกาใหญ่กว่าจีนนะ ฮะไอ้อะไรแบบนี้นี่มันอันตรายมากมยนะแล้ว มันแบบว่าในที่สุดมันจะกลับมาทำร้ายเรา หรือเปล่านะครับวันนี้ก็เลยคิดว่ามาลอง พยายามทำความเข้าใจนะเอ่อ Strategy กัน แบบค่อยเป็นค่อยไปกันนิดนึงนะว่าไอ้ที่ ผ่านมาเทำอะไรกันปกติแล้วเนี่ยเวลามีคน ถามผมเรื่องของ Strategy ผมตอบคำตอบเดียว เลยคือผมไม่รู้เรื่องครับคือเมื่อก่อนผม เคยรู้เรื่องอยู่นิดนึงทุกวันนี้ผมก็ยัง รู้สึกว่าผมรู้เรื่องอยู่เท่าเดิมคือตอน สมัยแรกๆที่เขาทำนะฮะแต่ว่าตั้งแต่ปี 2024-2025 ที่เขาปล่อยอะไรนะเอ่อ STRC STRF STRD STRK นะ เราก็แบบ กูไม่ต้องรู้เรื่องแล้วก็ได้มั้งนะฮะแล้ว ตอนนั้นเอ่อ เอ่อคุณทิวเข้ามาใช่มั้แล้วแบบเฮ้ยทิวรู้ เรื่องทิวพูดไปเลยทิวนะฮะ[เสียงหัวเราะ] แล้วผมก็ไม่ได้ศึกษาอะไรเลยนะวันนี้เนี่ย นะฮะเราจะมาค่อยๆลองพยายามอธิบายกันดูนะ ว่าจริงๆแล้วเนี่ยสิ่งที่ Strategy ทำ เนี่ยนะฮะมันคืออะไรมันมีที่มาที่ไปยังไง นะครับแล้วก็ [เสียงถอนหายใจ] เขาจะเป็นเหตุผลของฤดูหนาวที่ยิ่งใหญ่ที่ สุดของบitคinหรือเปล่าเนี่ยนะกดนะนะ ดีดบอกอะไรนะ White Walker มีจริงมั้ ครับ อืโทy stark มองขึ้นต่อหรือลงต่อครับมอง บนก็ได้ S Curve คือ Seller Curve นะ Funding ไนี้ นั่นน่ะสิเราก็ต้องคิดเหมือนกันนะว่าเงิน เรามาจาก นะฮะอื ยิวฟันก็ดีไงใช่มั้ยเอาเงินยิวเนี่ยนี่ เราพูดแบบไม่กลัวโดนแต่ว่าแอนตี้เลยใช่ มั้ยคือมันก็ไม่ได้กลัวอยู่แล้วนะเมื่อ กี้เราให้ กลัวติดคุกเฉยๆ[เสียงสูดหายใจ] นะอ่ะนะครับ Micro Strategy ฮะหรือที่ รู้จักกันในปัจจุบันว่าบริษัท Strategy นั้นเนี่ยนะเอ่อทุกวันนี้เรารู้จักเค้าใน นามแบบบริษัท Bitcoin บริษัท Bitcoin นะ ครับจริงๆแล้วบริษัทนี้คือบริษัทอะไรนะผม ชอบเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักก่อนว่า เค้าคือบริษัทอะไรนะก็ต้องบอกว่า Strategy เนี่ยเดิมทีเป็นบริษัทซอฟต์แวร์เป็น บริษัทที่ให้คำปรึกษาซอฟต์แวร์ซอฟต์แวร์ สำหรับองค์กรนะครับแล้วก็มีcontทract สัญญากับพวกแบบซอฟต์แวร์ทางด้านเอ่อ การทหารทางอะไรต่ออะไรพวกนี้ค่อนข้าง เยอะ พอสมควรนะฮะเป็นบริษัทที่ทรงนะทรงๆอยู่มา ได้เรื่อยๆนะครับตลอดหลายปีจริงๆรถบริษัท นี้มีความหวือหวายอยู่พักนึงนะในช่วงแรก เลยที่เป็นช่วง bubble นะฮะช่วงนั้นเนี่ย Michael Sayer เนี่ยนแหละนะป๋า Michael Seller เนี่ยแหละเป็นหนึ่งในคนที่เรียก ว่า predict สิ่งที่เรียกว่าแบบ iPhone Effect อะไรต่ออะไรได้แล้วก็ทุ่มทุก อย่าง All in กับเอ่อเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตนะแล้วก็จะเรียกว่าปั่นราคา หุ้นตัวเองขึ้นไปก็ได้นะไปจนถึงแบบจาก ประมาณ 10 เหรียญนะขึ้นไปประมาณ 300 กว่า เหรียญจากนั้นเนี่ยนะฮะเรียกว่าพอบ.com Bubble มันแตกเนี่ยนะทุกอย่างก็ร่วงลงมา นะฮะหุ้นของเอ่อ Strategy หรือของ Micro Strategy เนี่ยก็ร่วงลงมาเหลือที่จุดต่ำ สุดเท่าไหร่เนี่ยนะฮะประมาณโอ้นะฮะไม่ถึง เหรียญนะไม่ถึงเหรียญ 50 ซม.นะครับแต่ จุด นั้นเนี่ยก็เป็นจุดมาร์คเรียกว่าจุดเอ่อ ต่ำสุดในประวัติอันนึงที่สำคัญนะครับจุด นี้นะเราก็ข้ามเฟสนี้ไปในช่วงนี้เนี่ยนะ ฮะหลังจากที่เรียกว่าเจอ.com Bubble เล่น หน้าหงายไปเนี่ยนะเค้าทำอะไรเค้าก็หันมา ทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตเนี่ยแหละนะข้อมูลไอ เทคโนโลยีตามที่เขาทำเนี่ยแหละทำมาเรื่อย ๆฮะธุรกิจสุจริตธรรมดาค้าขายเป็น consultant เป็นอะไรต่ออะไรหุ้นของเขาก็ ขึ้นมาเรื่อยๆนะจริงๆน่าสนใจอยู่เพราะว่า การขึ้นครั้งนี้เนี่ยนะถ้าเรามาดูดีๆ เนี่ยสมมุติว่าเราอยากจะเทรดมันนะขึ้นมา ขึ้นปุ๊บลงมา 78.6% พอดีเป๊ะนะฮะเหมือน วิชามันมีไงไม่รู้เนาะนะฮะเอ่อแล้วพอมัน ขึ้นเสร็จปุ๊บใช่มยมันลงเสร็จปุ๊บเราก็ ปึ๊บๆๆมานะฮะมันขึ้นไปเท่าไหร่ 100 ตึ๊ดึ ๆๆๆๆ โอมันขึ้นไปถึงประมาณแถวๆนี้นะฮะอ่าไม่ แตะนะไม่แตะนะ 161.8% เอาตรงนี้ลงมาหน่อยนะฮะอ่าประมาณ 161.8% 8% ใช่มก็ดูเป็นแบบ 1 2 นะฮะ 1 2 3 รวมเป็น 1 นะแปลว่าตรงนี้ก็ลงมาหน่อยนึง ใช่มแต่ว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือเขา บอกว่าเทำธุรกิจของเขาอยู่อย่างเงี้ยนะทำ มาเรื่อยๆแล้วเค้าก็รู้สึกว่าเงินในคลัง ของเขาเนี่ยมันเป็นน้ำแข็งที่ละลายน้ำได้ อ่าทุกคนน่าจะเคยได้อ่านประโยคนี้ละอยู่ ในบทนำของหนังสือ The Bitcoin Standard นะครับหรือเคยได้ฟังแล้วก็ได้นะถ้าใครได้ ฟังเวอร์ชั่น ebook เอ้ยเวอร์ชั่น Audio Book ที่มีขายไปแล้วนะครับเค้าบอกว่า เงินของบริษัทของเขาเงินในtreชuryของเขา เนี่ยมีอยู่ประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เนี่ยนะฮะแล้วก็มีแชowเข้ามาประมาณ 100 กว่าล้านเหรียญต่อปีเนี่ยนะไอ้ 500 ล้าน เนี่ยมันเหมือนกับมันระเหยได้เพราะว่า cash flow ที่เได้มาต่อปีเนี่ยนะเค้า เติมเข้าไปแต่เติมเข้าไปเสร็จปุ๊บเนี่ย มูลค่าความสามารถในการจับจ่ายของเงินใน treชyของเขามันเท่าเดิมเพราะทุกอย่างใน โลกนี้แพงขึ้นจากเงินเฟ้อมันกลายเป็นว่าเ ทำงานเหนื่อยแทบตายเพื่อที่จะมีเงินเท่า เดิมนะฮะธุรกิจเขาย่ำอยู่กับที่เนี่ยตั้ง แต่ปีช่วงแบบ 2000 ต้นๆมาจนถึงเท่าไหร่ 2018 มันไม่ไปไหนมันโตของมันช้าๆแต่เขา มองไม่ออกว่ามันจะสามารถโตได้ยังไงนะฮะจน ในที่สุดเขาก็ไปค้นพบหนังสือ The Bitcoin Standard นะครับแล้วก็บอกว่าหนังสือเล่ม นี้ทำให้เขาคลิกว่าเฮ้ยเราอ่ะจริงๆอ่ะมัน ถูกแล้วนะคือทำงานให้มากกินให้น้อยแต่กู เก็บออมผิดที่ว่ะนะแทนที่จะไปออมในสิน ทรัพย์ที่มันระเหยได้ละลายได้แบบดอลลาร์ กูออมผิดที่นะมันต้องไปออมในสินทรัพย์ที่ รัฐบาลการผลิตไม่ได้แต่สินทรัพย์ที่ รัฐบาลผลิตไม่ได้คงทนใช้งานได้ดีมันมี อะไรมันมีทองคำบริษัทเเป็นบริษัทไอทีเทำ งานทั่วโลกเต้องเงินไปมาทองคำมันติดปัญหา ทางกฎหมายเยอะแยะเต็มไปหมดเลยในการที่จะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพคล่องการซื้อ ขายภาษีการเคลื่อนย้ายข้ามประเทศมันไม่ เหมาะกับธุรกิจของเขานะฮะการได้อ่าน Bitcoin Standard ทำให้เขาเปิดใจเราก็ ได้ศึกษาบitคinแล้วพบว่านี่แหละน่าจะเป็น คำตอบเพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำก็คือในปี 2020 นะฮะเค้าเ อจริงมันเริ่มต้นแถวๆนี้ตอนที่มันร่วงลง มาเนี่ยแหละนะเค้าเอาเอ่อเงินสำรองของ บริษัททั้งหมดนะไปซื้อบitcoinตอนแรกไม่ ได้ทั้งหมดนะตอนแรกซื้อไป 250 ล้านเหรียญ ก่อนนะแน่นอนทำเสร็จปุ๊บหุ้นร่วงเลยนะผู้ ถือหุ้นบอกว่ามึงมึงทำอะไรมึงทำอะไรมึงไป ซื้อไอ้เหรียญอะไรก็ไม่รู้นะฮะทำเป็นพวก ฟอกเงินหรือเปล่าอะไรเงี้ยนะออกมาด่าน เต็มไปหมดราคาหุ้นก็ร่วงแต่ว่าในขณะเดียว กันเนี่ยคนก็เริ่มเห็นอะไรอยู่อย่างนึงใน ยุคนั้นเนี่ยเรายังไม่มี Bitcoin ETF นะ ไม่มี Spot ETF เรามี Bitcoin future ในตลาด CME แต่ว่านักลงทุนเนี่ยหลายคน เนี่ยไม่ได้อยากจะเป็นนักเก็งกำไรในตลาด Futจureไม่ได้อยากจะมาทำอะไรอย่างงั้น อยากจะมี exposure to Bitcoin ใน portfolio อยู่บ้างนะฮะอยากจะมี exposure ใน Bitcoin ต่อ Bitcoin ใน portfolio อยู่บ้างแต่ว่าด้วยความที่ บางทีติดข้อ จำกัดว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์บ้าง แหละเป็นบริษัทจดทะเบียนบ้างแหละนะมันไม่ สามารถที่จะไปเปิดบัญชีคริปโต Exchange ไปเทรดในนั้นได้ดีไม่ดีเงินใหญ่เกินไป หรือว่าเอ่อข้อจำกัดทางด้านการบัญชีทำให้ ขยับตัวแบบนั้นไม่ได้เนี่ยก็ได้แต่มองนะ ฮะแล้วก็หวังว่าสักวันนึงมันจะมีเครื่อง มือในตลาด Wall Street ที่ทำให้เขา สามารถซื้อขายบitcoinได้แล้วอยู่ดีๆมันก็ มีไอ้บริษัทเนี้ยที่เปลี่ยนเอา Treasury ทั้งหมดของเขาอ่ะเป็นบitcoinมันก็แปลว่า อะไรแปลว่าถ้าเรามาดูมูลค่าของบริษัท เนี้ยมันก็เป็นมูลค่าของบitcoinนะบitคin ขึ้นบริษัทนี้มูลค่าก็เพิ่มบริษัทบitคin ลงบริษัทนี้มูลค่าก็ลงราคาอาจจะไม่ได้ ขึ้นลงตามมูลค่าแต่อย่างน้อยเรามั่นใจได้ ว่าถ้าเราอยากจะมี exposure to Bitcoin ในตลาดหลักทรัพย์ง่ายๆก็แค่ซื้อหุ้น บริษัทบ้าเนี่ย MST เนี่ยเพราะฉะนั้นพอ มันร่วงลงมาปุ๊บมันก็มีนักลงทุนหน้าใหม่ นะกระโดดเข้ามาซื้อๆๆๆข่าวเริ่มกระจายออก ไป GAP อันะฮะ GAP อัแล้วหลังจากนั้นก็ พุ่งนะฮะนี่พุ่งเป็นจรวดเลยขึ้นไปถึง ประมาณ 130 เหรียญในช่วงปี 2021 นะอันนี้ก็เป็นแบบว่าจุดเริ่มต้นจุดแรกนะ ครับแต่ Michael Sayer เนี่ยด้วยความที่ เป็นเค้าเรียกว่าเป็น Rocket Scientist ใช่มั้ยเป็น Engineer นะฮะแล้วก็อยู่ใน โลกของการเงินมานานเค้าก็เห็นโอกาสว่า เฮ้ยมันน่าสนใจดีว่ะกูแค่เอาอยากเอาเงิน เก็บมาออมให้ถูกที่แต่อยู่ดีๆมีคนเอาเงิน มาโยนให้นะในตอนนั้นเนี่ยนะฮะมูลค่าหุ้น ของบริษัทของเค้าเนี่ย มันพุ่งทะลุบitcoinไปไกลเลยเพราะว่าหลาย คนที่เขาอยากซื้อบitcoinเซื้อที่อื่นไม่ ได้เก็เลยมาซื้อหุ้น Strategy กันมาซื้อ หุ้น MSTR กันจนผลักดันให้ราคาของ MSR เนี่ยเรียกว่ามูลค่าของ MSCR Market Cap ของมันเนี่ยมากกว่ามูลค่าของบitcoinที่ เขาถืออยู่นะเพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยมันทำ ให้เค้าเห็นอะไรบางอย่างละนะฮะทำให้เค้า เห็นอะไรบางอย่างละนักลงทุนเองก็เห็น อะไรบางอย่างเหมือนกันนะครับ 1 ในสิ่งแรกแรก ที่เขาทำก็คือว่าเขาก็เริ่มออกโปรดักมา ตัวนึงอ่าโปรดักอันเนี้ยเป็นตัวที่เรียก ว่าโดนด่ากันเยอะมากในยุคนั้นนะฮะแต่ว่า ถ้าศึกษาก็จะเจอว่ามันไม่ได้มันจริงๆแล้ว มันมันโหดใช้ได้เลยนะครับ product นี้ก็ คือตัวเอ่อ convertible convertible de convertible note นะ ฮะหรือว่าตัวเ้าเรียกว่าหุ้นภาษาไทยเรียก ว่าอะไรนะหุ้นหุ้นบุริมสิทธิ์เอ่อแปรสภาพ เหรอหรืออะไรประมาณเนี้ยไม่ใช่ บุริมสิทธิ์ดิตัวนั้น prefer stock อัน นั้นล่าสุดนะเรียกว่าเป็นเอ่อพันธบัตร พันธบัตรแปรสภาพพูดง่ายๆก็คือกู้ฮะ Michel Seller บอกว่าเฮ้ยถ้าถ้า มันเป็นอย่างี้เนี่ยเรากู้เงินมาซื้อ บitคinเพิ่มได้มยนะแล้วเวลาจะกู้เนี่ยเอา อะไรค้ำอะไรก็มีหุ้นเนี่ยที่มูลค่ามัน ขึ้นเป็นสูงๆเนี่ยเอามาค้ำได้มั้ยแต่ว่า ยิ่งไปกว่านั้นเนี่ยไม่ต้องค้ำเลยได้มยนะ ถ้านักลงทุนก็เห็นอยู่แล้วว่าหุ้นของ บริษัทเนี่ยมันจะขึ้นตามบitcoinแล้ว seller ก็มองว่าแล้วบitcoinเนี่ยในระยะ ระยะยาวโอเคในระยะสั้นมันจะมี fluctuation นะมันเห็นราคาขึ้นลงมาตลอดเวลา 10 ปีก่อน หน้านั้นแหละนะในระยะยาวเนี่ยมันน่าจะ รักษามูลค่าของมันได้และน่าที่จะเพิ่ม ขึ้นไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นเนี่ย เราก็ใช้ตัวนี้เป็นจุดขายได้มยนะเราก็บอก ว่าเฮ้ยถ้าอย่างงั้นเราอยากกู้มาซื้อ บitcoinเพิ่มนะแต่จะให้ข้อแม้นิดนึงเงิน กู้เนี่ยด้วยความที่บitcoinอ่ะมันขึ้นๆลง ๆมัน flctuate สูงนะฮะมันมีความผันผวนสูง ใช่มต้องทนระยะยาวให้ได้นะไม่สามารถเอา ตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานะที่เรียกว่าทน ความผันผวนระยะสั้นไม่ได้หนึ่งในสิ่งที่ ทำให้เราทนความผันผวนระยะสั้นไม่ได้คือ ดอกเบี้ยนะเพราะว่าดอกเบี้ยมันสร้างให้ เกิด selling เอ้ยให้มันเกิดเ้าเรียกว่า เป็นเป็น pressure ในการหาเงินมาจ่ายตลอด เวลาใช่มยนะฮะถ้าช่วงที่ Asset Price มันลดลงหุ้นมันต่ำลงอะไรต่ออะไรอย่าง เงี้ยการหาเงินมันก็จะยากมันจะฝืดมันก็ อาจจะมีปัญหาทำให้ต้องขายบitคinจะทำยังไง ให้ทนระยะยาวได้คันที่ 1 เลยคือว่างั้น เราขอกู้แบบดอกเบี้ยต่ำมากๆได้มยนะซึ่ง สัญญาแรกที่เสนอไปจะอยู่ที่ประมาณ 0.8% 8% นะครับอ่าแล้วแทนที่จะเอาหุ้นหรือเอา บitcoinไปค้ำประกันเนี่ยเบอกว่าถ้าเอา บitคinไปค้ำประกันบitคinร่วงลงมาเนี่ยนะ มูลค่าของหลักทรัพย์ค้ำประกันมันก็จะลดลง ทำให้ต้องไปหามาจinมาเติมนะดีไม่ดีโดน marจinคมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับ leverage play บน exchange ใช่มั้เพราะฉะนั้นเออ ทำถ้าจะดีกว่ามถ้าเราบอกว่า ไม่เอาอะไรมาค้ำประกันเลยแต่เราจะให้ สิทธิพิเศษอย่างนึงเราจะให้สิทธิพิเศษว่า ถ้าราคาหุ้นเพิ่มสูงขึ้นแล้วตัดสัญญานะ 25% หรือ 33% เนี่ยคุณมีสิทธิ์นะฮะที่จะ แปลงเอ่อพันธบัตรอันเนี้ยเป็นหุ้น MSTR ได้นะนั่นหมายความว่าอะไรนะฮะหมายความว่า คนที่ให้กู้เนี่ยนะก็จะเหมือนกับเรียกว่า สามารถที่จะมี Exposure กับ Bitcoin upside ได้แปลว่าถ้า Bitcoin ราคาขึ้น ถ้า Bitcoin ราคาขึ้นหุ้น Microsoatic ก็ ขึ้นถูกมั้ยนะฮะถ้า Bitcoin ราคาขึ้นหุ้น หุ้น Micro Strategy ขึ้นสิ่งที่ตามมา คือเขาก็จะสามารถเปลี่ยนสัญญาหนี้ของเขา พันธบัตรของเขาเนี่ยเป็นหุ้น Strategy ที่ราคาที่กำหนดเอาไว้แต่ละสัญญาส่วนใหญ่ จะประมาณ 20-30% จากราคาที่จากราคาตลาดณ วันที่ทำการกู้นะฮะเเราสามารถแปลงเป็น หุ้นได้เมื่อราคามันไปแตะตรงนั้นซึ่งเรา แปลงปุ๊บเนี่ยนะต้นทุนเราก็จะต่ำกว่าราคา หุ้นตรงนั้นอยู่แล้วถ้ามันขึ้นไปต่อหรือ ว่าจริงๆเรารอให้มันขึ้นต่อไปไกลๆแล้วเรา ค่อยแปลงก็ได้แล้วเราก็จะได้หุ้นที่ราคา ต่ำ เราสามารถที่ exercise กำไรตรงนั้นได้เลย ทันทีนะแต่ถ้าราคาไม่ขึ้นล่ะถ้าราคาไม่ ขึ้นเมื่อหมดสัญญาณเงินกู้แล้วนะฮะบริษัท Micro Strategy ก็ต้องหาเงินมาใช้หนี้ นะเพราะฉะนั้นเนี่ย 1 สัญญา 1,000 เหรียญ นะตอนนั้นออกมา 1 สัญญา 1,000 เหรียญ พันธบัตรตัวนี้ถ้าผมจ่ายไป 1,000 เหรียญ สัญญา 5 ปีนะฮะสมมุติว่าดอกเบี้ยไม่มี แล้วกันนะไม่มีดอกเบี้ยถ้าบitคinไม่ขึ้น หุ้นบริษัท Micro Strategy ไม่ขึ้น สิ่ง ที่เกิดขึ้นคือผมไม่ได้เสียเงินผมได้เงิน 1,000 เหรียญผมคืน somehow นะเต้องหามา คืนมันเป็นพันธสัญญา [เสียงถอนหายใจ] แต่ถ้ามันขึ้นล่ะนะถ้าบitคinขึ้นล่ะนะฮะ แล้วมันขึ้นแล้วมันพุ่งพาไปไกลอ่ะสมมุติ ว่าตอนที่ผมซื้อเข้าไปเนี่ยหุ้นหุ้น Strategy อยู่ที่เซว่า 20 เหรียญเงี้ยนะ ฮะ 20 เหรียญแล้วเราบอกว่าถ้าราคาขึ้น 30% เราสามารถ convert เป็นหุ้นได้แล้วราคา มันขึ้นเป็น 100 เหรียญนะผมconเวร์เป็น หุ้นที่ 30 เหรียญผม take profit ได้เลย ทันที 70 เหรียญ มันแปลว่าอะไรมันแปลว่ามันคือสัญญา มันคือสัญญา Core นะคือถ้าลงคุณไม่ต้อง เสียหายอะไรแต่เป็นคอ option ที่เจ๋งกว่า คอ OP ด้วยซ้ำเพราะว่าถ้าลงคุณไม่ได้เสีย หายอะไรนะอย่างมากอาจจะเสียเท่าที่ให้กู้ ไปในกรณีที่เขาคืนไม่ได้แต่อันนั้นก็ไม่ ไม่ใช่กรณีที่ต้องคิดเท่าไหร่ถ้าลงคุณไม่ ต้องเสียอะไรถ้าขึ้นคุณได้กำไรเต็มๆนะฮะ แล้วเป็นกำไรที่มี leverage ให้ด้วยใช่ มั้ยเพราะฉฉนั้นเนี่ยเนี่ยหลายคนก็เอา เงินมาให้กู้ตอนแรก 0.85% 85% seller ก็แบบว่างั้นดูเหมือนเงินมันมาง่ายเนาะนะ ฮะเรไปเรื่อยๆเรไปเรื่อยๆก็ลดดอกเบี้ยลง จนในที่สุดเหลือ 0% 0% จะมีคนให้กู้มั้ย มีมาเต็มมาตลอดนะคนเอาเงินมาโยนให้แล้ว บอกเอ็งเอาไปซื้อบitคinบitคinขึ้นกลัวเอา กำไรส่วนแบ่งบitคinลงกูไม่ขาดทุนนะเป็น เหมือน insurance fund เป็นกองทุนที่รับ ประกันว่าคุณไม่มีวันขาดทุนเอาเงินมาลง กับเราเราไม่มีวันขาดทุนถ้าขึ้นเนี่ยขอ ส่วนแบ่งกันหน่อยอะไรแบบนี้นะฮะ ก็เป็นเกมที่ Michael Seller ทำ [เสียงกระแอม] อื แต่พอทำอย่างนี้แล้วเนี่ยมันไม่ได้มีแค่ นี้นะฮะอีก 1 อันที่เค้าทำคือเค้ามีการ เอาเค้าเรียกว่านะฮะมีการขายหุ้นเพิ่ม ด้วยนะอีกหนึ่งในสิ่งที่ Seller ทำเนี่ย แล้วอันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจีเนียสมาก นะฮะเวลาบริษัทต้องการเงินเพิ่มนะหรือ ต้องการซื้อบitcoinเพิ่มก็จะมี 2 วิธี 1 คือเขาออกพันธบัตรแต่พันธบัตรนั้นเนี่ย เค้าต้องใช้คืนในอีก 5 ปีนะถึงจะไม่มีดอก เบี้ยอะไรก็ตามนะเป็นว่าเป็นเงินไหลเข้า มาฟรีแต่ต้องใช้คืนในอีก 5 ปีเมีอีก เครื่องมือนึงที่สามารถดึงเงินเข้ามาได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นสัญญาเงินกู้เป็นสัญญา ซื้อขายธรรมดาคือให้คนเอาเงินมาให้เขา ดื้อๆเลยด้วยการขายหุ้นนะครับสิ่งที่ sellerer ทำก็คือการขายหุ้นแบบ at the market ขายที่ราคาตลาดนะไม่ใช่เป็นการ ขายแบบเทขายไปในตลาดเป็นการที่แบบว่าไป push เพื่อขายหรือว่าเป็นการเปิดเอ่อ เรียกว่าเป็นซีรีย์ต่างๆแล้วออกหุ้นมา เป็นก้อนแต่เป็นการขาย at the market คือเรียกว่าอืมตลาดต่างๆก็จะมีหุ้นของ Micro Strateggy เนี่ยพร้อมขายอยู่ เวลา มีคำสั่งซื้อเข้ามาเนี่ยมันก็จะไปแมตชกับ จำนวนที่รอขายอยู่ตรงนี้เนี่ยแหละนะฮะขาย ไปเรื่อยๆเงินที่ได้มาตรงนี้เนี่ยนะมันมี ความพิเศษอยู่อย่างนึงคือหุ้นของ Strategy เนี่ยเนื่องจากว่า คนมันแห่มาซื้อเยอะเนาะราคามันก็เลยมี พรีเมี่มเหนือมูลค่าของบitคinที่เค้าถือ และยิ่งไปกว่านั้นเนี่ยตอนหลังเยิ่งถือ บitcoinมากขึ้นเรื่อยๆมากขึ้นเรื่อยๆมาก ขึ้นเรื่อยๆด้วยการกู้เงินเข้ามามันยิ่ง ทำให้ตัวหุ้นมันกลายเป็น leverage Bitcoin ไปะนะฮะเป็น leverage ที่ไม่มี วันโดน liquidate ด้วยใช่มยเอ่อมันก็ เหมือนกับซื้อหุ้นตรงเนี้ยได้บitcoinมาก กว่าจำนวนเงินที่ที่ลงไป แต่ที่เจ๋งกว่านั้นคือเวลาเขาจะใช้เงิน เ้าสามารถที่จะขายหุ้นนะขายหุ้นไม่ใช่เอา หุ้นของผู้บริหารมาขายเป็นการอชูหุ้นใหม่ สร้างหุ้นใหม่มาขายในตลาดที่ราคาตลาดซึ่ง ราคาตลาดสูงกว่าราคาของมูลค่าของหุ้นตัว นั้นนะสมมุติว่ามูลค่าของหุ้น 100 บาทแต่ ราคาตลาดของหุ้น 200 บาทเค้าขายที่ราคา ตลาดขายได้เงินมา 200 นะฮะเงิน 200 นั้นเนี่ยเไปทำอะไรเข้าไป ซื้อบitcoinมันแปลว่าอะไรแปลว่าหุ้นอัน นึงเนี่ยมีมูลค่าเท่ากับบitcoinว่า 100 บาทใช่มยแต่ว่าด้วยความที่ราคาตลาดมันมี พรีเมี่มคือคนมันซื้อกันเยอะจนราคามันสูง กว่าราคาสูงกว่ามูลค่าของมันเนี่ยเค้าได้ เงินมา 200 เค้าไปซื้อบitcoin 200 นะการ isชueหุ้นแล้วขายเนี่ยมันมีปัญหาอยู่ อย่างนึงคือมันทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมนั้น เนี่ยมีสัดส่วนของหุ้นน้อยลงมันเหมือนการ พิมพ์เงินเลยนะฮะของเดิมผมอาจจะมีอยู่ 100 หุ้นจาก 1000 หุ้นแปลว่าผมมี 10% อยู่ดีๆ เ is อชueเพิ่มอีก 1,000 หุ้นกลายเป็นว่า ตอนนี้มี 2,000 หุ้น 100 หุ้นของผมกลาย เป็น 5% ละผู้ถือหุ้นไม่ชอบฮะเวลาที่ บริษัทอิชชู่หุ้นเพิ่มเพราะว่ามันทำให้ ผู้ถือหุ้นเดิมเหมือนโดนลงโทษว่าอยู่ดี ส่วนแบ่งของเขาในบริษัทนี้มันน้อยลงแต่ สิ่งที่ทำให้ Strategy สามารถทำได้แล้วทำ แล้วทำอีกทำซ้ำแล้วทำเล่าคือ isue หุ้น ออกมาขายชูหุ้นออกมาขายโดยที่ผู้ถือหุ้น เดิมไม่แห่กันขายหุ้นทิ้งแล้วก็ไม่โวยวาย คือถึงแม้ว่าหุ้นที่ขายเพิ่มจะทำให้สัด ส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมมีสัดส่วนลดลง ก็ตามแต่เค้าเรียกว่าอะไรแต่สิ่งที่เอ่อ นะแต่สิ่งที่ แตกต่างคือเนื่องจากเค้าขายที่พรีเมี่ม แล้วเนำเอาพรีเมี่มตรงนั้นไปซื้อบitcoinเ ได้บitcoinมากกว่ามูลค่าของหุ้นที่ขายไป เข้ามามันทำให้ปริมาณบitcoinต่อหุ้นของ ทุกคนที่ถือหุ้นอยู่นั้นเนี่ยเพิ่มขึ้น สัดส่วนของหุ้นในบริษัทน้อยลงก็ตามแต่มี บitcoinต่อหุ้นเพิ่มขึ้นแล้วคนที่เขาเข้า มาแห่ซื้อจนผลักราคาขึ้นไปนั่นคือคนที่ เขาอยากได้ exposure to bitcoin นึกออก มั้ยเอยากได้ Bitcoin เพราะฉะนั้นการที่ เขามี Bitcoin ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นแม้ว่า Bitcoin จะราคาขึ้นราคาลงคนส่วนใหญ่ที่ เป็นนักลงทุนตรงนี้อาจจะไม่ได้สนใจอยู่ แล้วถึงเลือกเข้ามาถือตรงนี้เนี่ยเค้าได้ บitคinต่อหุ้นเพิ่มขึ้นนะฮะทำให้ strategy สามารถที่จะขายหุ้นไปได้เรื่อยๆขายหุ้นไป ได้เรื่อยๆเพื่อเอาเงินมา run operation ต่างๆเอามาซื้อบitcoinนะส่วนใหญ่ 90% จาก ที่ขายมาก็คือเอามาซื้อบitcoinนะครับจน เมื่อเวลาผ่านไปนะตลาดมันเข้าสู่แet 2022-2023 เนี่ยมันเกิดปัญหาอยู่อย่าง นึงคือมันมีช่วงๆนึงที่พอตลาดมันแบมากมาก Bitcoin มันร่วงมากๆเนี่ยด้วยความที่ Strategy Micro Strategy มันเป็น leverage play on Bitcoin มันก็ร่วงแรงกว่า Bitcoin นะทำให้มันมีบางช่วงที่ ราคาของมันเนี่ยไม่มีพรีเมี่ม MNAP ลงมา ต่ำกว่า 1 นะฮะถ้า MNAP ต่ำกว่า 1 เนี่ย สมมุติว่าราคามูลค่าหุ้น 100 เนี่ยแต่ขาย ได้แค่ 80 เอา 80 ไปซื้อบitcoinมาเติมอ่ะ มันแปลว่าอะไรแปลว่าทุกครั้งที่ขายเนี่ย นอกจากว่าปริมาณของสัดส่วนหุ้นเป็น เปอร์เซ็นต์น้อยลงแล้วนะฮะพูดถึงหุ้นเดิม จะเจอว่าบิดบitcoinต่อหุ้นของเขาก็ลดลง ด้วยเพราะฉะนั้นเวลาที่ MNAP มันต่ำกว่า 1 เนี่ย Micro Strategy จะไม่สามารถขาย หุ้นเพื่อเอาเงินมาใช้หรือเอาเงินมาใช้ หนี้หรือเอาเงินมาใช้จ่ายภายในบริษัทได้ นะเงินเขาจะช็อตนะช่วงๆประมาณแบบ 2022-2023 เนี่ยเอ่อแหล่งเงินหลักๆของ เขาค้าก็คือต้องมาจากการเ้าเรียกว่าการ กู้ยืมนะฮะออกพันธบัตรออกบอนเป็นหลักเลย โดยที่บอนเหล่านั้นเนี่ยก็จะมีอยู่ที่ ประมาณ 5 ปีนะอยู่ที่ 5 ปีต่อสัญญา 5 ปี ต่อสัญญาโดยหวังว่าเค้าจะสามารถผ่านพ้น ช่วงหน้าหนาวตรงเนี้ยไปได้นะช่วงหน้าหนาว ตรงเนี้ยนะ นี่เราดูเราดู MNAP ช่วงนี้นะฮะอมันจะมี ช่วงที่ลงมาต่ำกว่า 1 อยู่หน่อยนึงใช่มั้ นะเค้าเต้องลุ้นว่าเค้าต้องผ่านช่วงหน้า หนาวตรงนี้ไปได้แต่มันลุ้นในที่สุดเค้า ผ่านไปได้ฮะผ่านไปได้พอมันโงหัวกลับขึ้น มาเนี่ยเครื่องมือในการหาเงินจากตลาดง่าย ๆโดยไม่มีพันธะการเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเนี่ย นะฮะมันกลับมาใหม่ละพอหุ้นมีพรีเมี่มเขา ขายหุ้นเพิ่มขายหุ้นเพิ่มขายหุ้นเพิ่มเอา เงินที่ได้มาซื้อบitคinเพิ่มซื้อบitคin เพิ่มซื้อบitคinเพิ่มแล้วพอซื้อบitคin เพิ่มปุ๊บหุ้นหุ้นขึ้นปุ๊บนะฮะมันก็มีคน อยากมาซื้อบอนอีกเพราะว่ามูลค่ามันเพิ่ม ใช่มั้ก็จะได้ไอ้กำไรจากหลายคนตรงนี้พอ มันเด้งขึ้นเนี่ยนะคนที่ซื้อบอลช่วงนี้เา convert บอลของเขาให้กลายเป็นหุ้นขึ้นมา ได้กำไรมหาศาลเอากำไรมาซื้อบอลเพิ่มเข้า ไปอีกก็ยิ่งมีเงินไหลเข้ามาอีกแล้วทุก ครั้งที่มันเค้า convert บอลของเค้า convert หนี้ของเขาให้กลายเป็นหุ้นเนี่ย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือหนี้มันหายไปด้วยนะ ฮะแปลว่าบitcoinที่ใช้เงินคนอื่นซื้อมา ตอนนั้นเนี่ยนะฮะไม่ได้ถูกล็อคว่าจะต้อง เป็นบitcoinที่ขายเพื่อเอาไปใช้หนี้และ มันก็จะกลายเป็นบitcoinของ Micro Strategy จริงๆะที่เข้ามาทำให้บริษัท เนี่ยมีสินทรัพย์ที่เป็นของตัวเองนะมี ความมั่นคงเพิ่มขึ้น Fundamental ก็แข็ง แกร่งขึ้นเพราะราคาบitคinขึ้นอะไรก็ดีใช่ มยนะก็ขายได้ขายได้หาเงินได้ทั้ง 2 ทาง แล้ว Fly Wheel ก็ทำงานก็คือว่าเงินที่ ได้จากการขายเอ่อแetตรงนี้ทำให้บitcoin ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นบitคinเต่าหุ้นเพิ่มขึ้น คนอยากให้กู้เพิ่มขึ้นคนให้กู้เพิ่มขึ้น ได้เงินมาไปซื้อบitคinไปซื้อบitคinทำให้ บitคinราคาขึ้นพอบitคinราคาขึ้นหุ้นขึ้น นะพอหุ้นขึ้นมีพรีเมี่มก็ขายหุ้นขายหุ้น เอาเงินมาซื้อบitcoinซื้อบitcoinให้ บitคinหุ้นเพิ่มขึ้นมันเกิดเป็นระบบที่ เราเรียกว่าเป็น reflex reflexive fly viel นะหรือว่าเป็นเครื่องจักรทำเงินของ micro strategy ที่เขามี concept ง่ายๆ คือ Bitcoin มีความผันผวนสูงเขาจะแปลง ความผันผวนของบitcoinให้กลายเป็นเพราะ บitcoinเป็นโปรดักที่ไม่มีนะ แต่บทเรียนที่ได้คือ ช่วงนี้เสียวว่ะ [เสียงหัวเราะ] เค้าไม่พูดว่าเสียวนะเค้าก็แบบว่าเอ้ยเรา ทนได้นะอีก 5 ปียังไงก็รอดนะผมเชื่อว่า ข้างในอ่ะมันก็แบบคือบริษัทที่มันเคยมี มูลค่า 500 ล้านเหรียญน่ะแต่ตรงเนี้ยมัน เท่าไหร่อ่ะซัดไปประมาณ 10 บิลเลี่ยนแล้ว อ่ะนะฮะหนี้ทั้งนั้นน่ะ แบบบitคinไม่ขึ้นกูทำไงวะเออนะก็คงก็ คง นอนไม่หลับพอสมควรนะครับนะแต่พอมันผ่าน พ้นไปได้เนี่ยนะเค้าก็เลยเกิดความคิดว่า เอ้ยถ้าอย่างงั้นเนี่ยนะฮะเราต้องหาทาง ออกใหม่เพราะฉะนั้นในช่วงที่มันขึ้นมาตรง นี้เค้าก็ซุ่มทำโปรดักใหม่ขึ้นมานะแล้ว หลังจากนั้นเนี่ยก็เริ่มมีการปล่อยโปรดัก เพิ่มออกมานะในช่วง January ตัวนี้นะฮะมี การปล่อยโปรดักเอ่อถ้าจำไม่ผิด

STRD ใช่มั้ย ไม่ใช่ ใช่สิ ใช่ไม่ใช่ STRF ก่อนนะ STRF อ่า เดือนต่อมามีการปล่อยเอ่อ STRKK นะ แล้วต่อมาก็มีการปล่อยเอิ่ม SF KRD ผมจำ ผมอาจจะจำผิดนะตรงนี้นะฮะ แล้วก็ล่าสุดเลยใช่มั้ย ล่าสุดเลยถ้าจำไม่ผิดมาอีกช่วง ช่วงแบบเว้นมาหน่อย ผมผมลากมั่วๆนะก็จะมี STRC นะฮะ

อ่ะ นี่ก็จะเป็น Financial Product ใหม่ที่ปล่อยออกมา เรียกว่าเป็นยุคที่ 2 ยุคนี้มีการ Rebrand นะ บริษัทจาก Micro Strategy เป็น Strategy MicroStrategy Step down จาก CEO นะ หลายคนออกมาเฮ้ย นี่ไง เจ๊งแล้ว MicroStrategy Step down จาก CEO ไปเป็นอะไร เค้าใช้คำว่าอะไรนะ Vision Officer เหรอ หรือ Shift Bitcoin Officer จำไม่ได้ คือแบบว่าเค้าบอกว่าเค้าไม่อยากยุ่งกับเรื่องอื่นของบริษัทแล้ว เพราะบริษัทมีธุรกิจซอฟต์แวร์ มีลูกค้าที่ต้องดีล มีการเซ็นสัญญา Michael Saylor บอกว่าปวดหัว กูไม่สนใจเรื่องพวกนั้นละนะ เออ จริงๆบริษัทเค้าก็เริ่มไม่ทำกำไรแล้วด้วยนะ เพราะเค้าเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับธุรกิจซอฟต์แวร์ของเค้าเท่าไหร่แล้ว ยังรันอยู่นะ ทุกวันนี้ก็ยังมีธุรกิจซอฟต์แวร์อยู่นะ แล้วธุรกิจซอฟต์แวร์ก็สำคัญ คือมันเป็นประตูที่ทำให้เค้าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าถามมูลค่าของมันนะเนี่ยนะ ณ วันนี้เนี่ย เอ่อมูลค่าของของ Strategy รวมเนี่ยนะ ประมาณเท่าไหร่ 30 Billion 28.7 Billion US Dollar อะ ไม่สิ อันนั้นเฉพาะนะ อันนั้นเฉพาะที่ขาย เอ่อ อ้อ อันตกแล้วนะฮะ นั่นคือมูลค่าของ MSTR โดยรวมนะ ประมาณเกือบๆ 30 Billion US Dollar เทียบกับธุรกิจเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 0.55 Billion เนี่ย มันใหญ่กว่ามาก เค้าจะไปดูเรื่อง 30 Billion และเราปล่อย 0.55 Billion เนี่ย ให้คนอื่นมาเป็น CEO ไปนะฮะ

ก็ปล่อย Product ใหม่มา 4 ตัว Product 4 ตัวนี้ทำอะไรนะฮะ Product 4 ตัวเนี้ยก็มีตัวที่เรียกว่า อ่า เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะ ผมโน้ตเอาไว้ ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันนะนะ STRF หรือ Strive ใช่มั้ย STR มีสไลด์นี่กว่าเราเปิดสไลด์ดีป่ะ อันนี้เป่าน้า อันไหนน้า อันนี้มั้ง ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าใช่มั้ยนะฮะ แต่ลองดูก่อนนะ คือสไลด์อ่ะ ไม่ได้ ไม่ได้อะไรมากนะฮะ ทำให้ตัวเองเข้าใจเองว่ามันคืออะไรนะ

นี่อันนี้เราพูดถึงตัว Flywheel ตัวแรกนะ Flywheel ตัวแรกของการขาย ATM กับเค้าเรียก ว่าการออกเงินกู้ เอ้ย ออกพันธบัตรเพิ่มเพื่อกู้นะฮะ แล้วขายไปเรื่อยๆ อ่า จนมานี่นะฮะ ใหม่ 3 ตัว STRF Strive นะ Strive เนี่ยเป็น Product ที่มีนะฮะ หนึ่งในสิ่งที่ Saylor หันมาเจาะในตอนนี้คือของเดิมเนี่ย สิ่งที่เขาเจาะคืออะไร เจาะตลาด Traditional Market ที่ต้องการ Exposure พูดง่ายๆคืออยากซื้ออยากถือ Bitcoin แต่ถือไม่ได้ ผมว่าถ้าเป็น Strategy ก็ต้องมองว่าตอนนี้เรามี Bitcoin เรามี Spot Bitcoin ETF นะ ถ้าผมเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ หรือผมเป็นบริษัทบนที่ซื้อขายเทรดหุ้นบน Wall Street ผมอยากมี Exposure ใน Bitcoin ผมจะไปซื้อหุ้น MSTR มั้ มันอาจจะไม่ใช่ Option แรกที่ผมจะซื้อแล้วนะ เพราะฉะนั้นเนี่ย Buying ไอ้ Buying Force ของมันก็ลดลงไปแล้วนะ จะเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงด้วยซ้ำในด้านที่ทำให้ NAV มันต่ำกว่าใน Cycle ที่ผ่านมาหรือเปล่า ถ้ามันเกิด Crash ขึ้นหลังจากนั้นนะฮะ

เพราะฉะนั้นเนี่ย มีตลาดอะไรที่เจาะได้นะ อีกตลาดนึงที่มันยังไม่มี Product ใน Wall Street แต่มีความต้องการคือตลาดเค้าเรียกว่าตลาด Fixed Income ก็คือตลาดของผู้คนที่ต้องการ Income จากการลงทุนนะฮะ การลงทุนเนี่ยมันมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันเนาะ เราลงทุนเพื่อต้องการ Capital Gain คือต้องการผลกำไร ต้องการการกำไรที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าของสินทรัพย์ที่เราซื้อนะฮะ ซื้อถูกไปขายแพงอะไรแบบนี้ เราอยากจะได้แบบนั้น ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะซื้อแพงแล้วไปขายถูกก็ตาม กับอีกอันนึง คือไม่ได้สนใจราคาสินทรัพย์เท่าไหร่ แต่ว่าอยากได้รายได้นะฮะ ถ้าเรานึกภาพก็คือจะเป็นกลุ่มคนที่ซื้อหุ้นปันผลใช่มั้ย บางทีก็เลือกบริษัทใหญ่ๆ ราคาหุ้นหุ้นไม่ได้ไปไหนมาก ปันผล 10% ทุกปีนะ อะไรอย่างเงี้ยนะฮะ ก็เอาเงินใส่เข้าไปแล้วก็หวังว่ามันจะมีเงินเดือนออกมาให้เราใช้ใช่มั้ย มีเงินออกมาทุกปี มีเงินออกมาทุก Quarter อะไรแบบนี้

ในตลาด Fixed Income เนี่ยเป็นตลาดที่เบอกว่าเฮ้ย มันมีกำลังซื้อใหญ่กว่าในตลาด Speculative ที่จะไปแบบซื้อของมาทำนู่นทำนี่อีก มันมีทั้งกองทุน มันมีทั้งกองทุนเกษียณอายุมันมีทั้งกลุ่มคนที่พวกแบบว่า Private Fund พวก Hedge Fund ทั้งหลายนะที่ต้องการสร้าง Income จากสินทรัพย์ที่ตัวเองมีอยู่ สินทรัพย์ที่ที่ตัวเองได้รับมาอะไรต่ออะไรอย่างเงี้ย ก็ออกเป็น Product Fixed Income ฮะนะฮะ

ตัวแรกเลย STRF เนี่ยก็เป็น Product ที่ผู้ซื้อนะนะ Product อันนี้เนี่ยเปลี่ยนละก็คือ สัญญาณละประมาณ 100 เหรียญนะครับจะมีตัว STRD ที่สัญญาประมาณ 80 เหรียญถูกหน่อยนะ STRF เนี่ย 100 เหรียญซื้อไปได้อะไรนะ สิ่งที่จะได้ก็คือได้ 10% Fix Rate ต่อปี จ่ายทุกๆ เอ่อ ทุกๆไตรมาสนะฮะ กับปีนึงจ่าย 4 ครั้งใช่มั้ย >> [เสียงสูดหายใจ] >> นะ ความพิเศษของมันมีอีกนะฮะก็คือว่าอันนี้เนี่ยมันจะเป็นเป็นเค้าเรียกว่าเป็นสัญญาที่มีการทบต้น เอ่อ ปันผลด้วย คือถ้าเค้าบอกว่า 10% Fix Rate ต่อปีก็จริงนะ ถ้าเราซื้อสินค้าตัวนี้ การซื้อสินค้าตัวนี้คือเอาเงินไปให้ Micro Strategy เนาะ 100 เหรียญซื้อไปเสร็จปุ๊บ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาก็จะ เอ่อ ให้ 10% ของเรากับเราต่อปี แต่ปีไหนที่ผลประกอบการไม่ดีเขาจะมีเขียนเอาไว้ด้วยเขามีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายนะ แต่เวลาเขาไม่จ่ายเนี่ยเขาจะทบต้นผลส่วนที่เขาไม่จ่ายไปในปีต่อไป เพราะบอกว่าบางที Bitcoin มันก็มีร่วงลงมาแล้วปีต่อไปมันก็ขึ้นนะ ตอนขึ้นเนี่ยเขาจะมีเงินเหลือจ่ายอยู่ เพราะฉะนั้นเนี่ยเค้ามีสิทธิ์ที่จะไม่จ่าย แต่เขาจะทบต้นนะฮะ โดยที่ยอดทบต้นเนี่ยทุกๆปีที่ทบต้นทุกปีที่ทบต้นเนี่ย ดอกเบี้ยของปีที่ทบต้นจะสูงขึ้นด้วยนะฮะ จาก 10% จะเป็น 12 14 16 18 อ่า เพราะฉะนั้นเนี่ยยิ่งไม่จ่ายนาน โหยิ่งจะได้เงินก้อนนะนะฮะ อ่า ก็ตัวนี้ออกมาก็มีคนซื้อกันเยอะพอสมควรนะครับ มีคนซื้อไปเยอะพอสมควร หมด เอ่อ ไปเท่าไหร่นะ STRF Raise ไปทั้งหมดประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐนะฮะ ยังไม่ใหญ่มากนะเราเรานึกภาพรวมก่อนนะ 4 ปี 5 ปีแรกเนี่ยนะ Raise มาได้ประมาณเกือบๆ 30 Billion US Dollar จากการจากการออกสัญญาเงินกู้นะเป็นพันธบัตร แล้วก็การขายหุ้นในตลาด Open Market แล้วก็เอาเงินมาซื้อ Bitcoin เพิ่ม มี Bitcoin อยู่แล้วก็มีภาระหนี้สินอยู่ด้วยเนี่ยนะฮะ รวมๆอยู่ประมาณประมาณนั้นนะฮะ ตัวภาระหนี้สินเขาจะน้อยกว่านิดนึงเพราะว่ามันมีหนี้ส่วนที่ใช้ไปแล้วหรือว่า Convert เป็นหุ้นไปแล้วด้วยนะ แต่ว่าอันเนี้ยเพิ่งเปิดออกมานะครับก็ได้ไป 500 ล้านไม่ใหญ่ไม่ใหญ่นะ

ต่อมานะฮะอีกเดือนนึงปล่อยอีกตัวนึงชื่อ Strive Strive เนี่ย เอ่อ ให้ 8% นะ ให้ดอกเบี้ยน้อยกว่า 8% แต่ว่ามีความพิเศษอยู่อย่างนึงคือสามารถแปลงเป็นหุ้นได้นะ STRF แปลงเป็นหุ้นไม่ได้นะ เป็นสัญญารับเงินเดือนเฉยๆนะ เอาเงินมาให้แล้วก็รับปันผลไปเรื่อยๆ แต่ Strive เนี่ย แปลงเป็นหุ้นได้ถ้าหุ้น Micro Strategy ขึ้นถึง 1,000 เหรียญนะฮะ โดยอัตราการแปลงเนี่ยถ้าจำไม่ผิดก็คือ 10 Strive ได้ MSTR 1 หุ้นที่ 1,000 เหรียญนะ 1,000 เหรียญหรือสูงกว่านั้น ซึ่งแปลว่าถ้าสูงกว่านั้นเนี่ยก็คือกำไรทันทีถูกมั้ย เพราะสมมุติถ้าราคาหุ้น MSTR 2,000 เหรียญ คุณมีสตอยู่ 10 สัญญา คุณไป Convert ได้เป็น MSTR 1 หุ้นมีมูลค่า 2,000 เหรียญ แต่ว่าสตอ่ะ สัญญานึงมัน 100 เหรียญ 10 สัญญา ก็ 1,000 เหรียญ คุณจ่าย 1,000 เหรียญ ได้ 2,000 เหรียญ คุณทำกำไรได้ทันที เพราะฉะนั้นได้ Effect เดียวกันกับลักษณะของพันธบัตรเงินกู้ในยุคแรกนะฮะ แต่ว่าอันนี้มีการจ่ายดอกเบี้ยนะ มีการจ่าย Yield ให้ 8% นะครับ

แล้วก็มีอีก Product นึง Strive ตัวนี้เนี่ยความพิเศษคือราคาถูกกว่าตัวอื่นนะ มี Discount ให้ แต่ว่าแล้วก็ให้ 10% ด้วย แต่ Non-cumulative แปลว่าบางปีที่จ่ายไม่ได้ ก็คือไม่จ่ายเราแค่นั้นจบนะ ไม่มี การจ่ายย้อนหลัง ไม่มี การจ่ายสูงขึ้นปีถัดไป ปีไหนจ่ายได้จ่าย ปีไหนจ่ายไม่ได้ไม่จ่ายนะฮะ ข้อดีคือมันถูกกว่าตัวอื่นสำหรับคนที่แบบ อยากได้เยอะกว่าแล้วก็เรียกว่าคิดว่ายังไง Strategy ก็จ่ายได้ไม่น่าจะมีปีไหนจ่ายไม่ได้ มั่นใจเต็มที่อะไรก็สามารถซื้อ Strive ได้นะฮะ ตัวนี้มียอด Subscribe ไป 500 เหรียญ 600 เหรียญ 200 เหรียญนะ ก็เรียกว่า เอ่อ ถ้าเทียบกับมูลค่าเดิมอ่ะมันก็ไม่ได้แบบ ไม่ได้ปังอะไรมากนะ ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย ก็เรียกว่าเป็น Product ที่น่าสนใจนะที่จะพยายามแบบว่าเปลี่ยน Pot วิธีเดิมจากแทนที่จะออกเป็นเค้าเรียกเป็นพันธบัตรที่มีสัญญาผูกมัดต้องใช้เงินคืนต้องอะไรต่ออะไรเนี่ย เป็น Product พวกนี้แทน Product พวกนี้ไม่ต้องใช้เงินคืนนะ Product พวกนี้ไม่ใช่ไม่ใช่หนี้ที่กู้มานะฮะ Product พวกนี้เป็น Product ที่ขาย ขายเสร็จแล้วขายเสร็จเลยนะ ก็คือว่าคุณมาถอนเงินคืนไม่ได้นะ คุณแค่รอรับ Yield อาจจะไม่ได้ Yield คนละแบบกันก็คือว่าอันนี้มันทำให้ Strategy จำเป็นที่จะต้องจ่าย Yield เรื่อยๆ แต่ว่าไม่มีเค้าเรียกว่าไม่มีข้อผูกมัด หรือไม่มีความเครียดของกำแพงของสัญญาที่กำลังจะหมดอายุ

เราต้องมองกลับไปว่า เอ่อ ตอนช่วงที่ราคาหุ้น Strategy มันขึ้นไปสูงๆอ่ะ ถ้าเราไปดู Chart เนี่ยนะฮะ เราจะจำได้ว่ามันมีช่วงที่มันขึ้นไปแบบ เอ่อ เนี่ย ช่วงที่มันขึ้นไปแถวเนี้ยประมาณ 100 100 เงี้ย สมมุติที่ 200 เงี้ยนะฮะ 200 ถ้าเราบอกว่าราคาขึ้น เอ่อ 30% ถึงจะ Convert จาก 200 ขึ้นไป 30% ประมาณ 400 อย่างเงี้ยใช่มั้ย ตอนนี้มันยังไม่ถึงเนาะ ถ้าไอ้ตรงเนี้ยนะฮะ ถ้าพันธบัตรที่ขายไปตอนเนี้ย ปี 2024 หมดอายุ อันนี้หมดอายุเมื่อไหร่ 2024 + 5 ไปก็ 2029 หมดอายุ แล้วราคาหุ้นไปไม่ถึงอ่ะ ตรงเต้องหาเงินมาจ่ายคืนนะฮะ ซึ่งก็จะเรียกว่ามันก็จะยิ่งอยู่ไปยิ่งเสียวแล้วมันมีไอ้พวกที่ไปขายไว้แถวๆเนี้ยนะ ขายไว้ที่ 500 อะไรเงี้ย คือแบบมันจะถึงไม่ว้า มันก็ต้องตั้งคำถามเหมือนกันเนาะนะครับ ไอ้พวกที่ขายไว้ตรงนี้เนี่ย วันนี้ยังไงก็ถึงนะ วันนี้ยังไงก็ถึงตรงนั้นไม่ห่วงเท่าไหร่นะครับ ตอนนี้ก็เลยบอกว่ากำแพงเงินกู้ที่น่าเป็นห่วงอยู่ ที่ประมาณปี 2030 30 นะ เริ่มต้นเป็น 2027 2027 28 29 ตรงนั้นยังไม่เสียวเท่าไหร่ ประมาณปี 2030 เสียวสุด เพราะอะไร เพราะมันคือจากยอดตรงนี้นะ จากยอดที่มันขึ้นไปสูงมากแถวนี้ 2025 มันจะไปหมดอายุ 2030 ถ้าตอนนั้นมันยังไม่ได้ทำ New High แล้วบวกจาก High เดิมไปได้ 30% คุณต้องใช้หนี้ตรงนั้น

Instrument ใหม่คือ Instrument ที่หาเงินโดยไม่เพิ่มหนี้แต่เพิ่มภาระในการจ่าย Yield แทนนะ แล้วก็จ่าย Yield ด้วยอะไรนะ ก็จ่ายด้วยการขาย ATM กู้เพิ่มแล้วก็ขายไอ้ Product ต่างๆเหล่านี้เพิ่มนะ แต่ว่ามันก็ดูติดๆขัดๆจนในที่สุดเนี่ย ปล่อย Product อีกตัวนึงตัวสุดท้ายนะฮะ ตัวสุดท้ายก็คือ STRC นะ STRC เนี่ย Michael Saylor บอกว่าเป็น The Crown Jewel นะ เป็นแบบว่ายอดเพชรบนมงกุฎ อ่า เป็นจุดที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัว แล้วในที่สุดเนี่ยเขาจะมีเงินไปจ่ายตรงอื่นได้ตลอด ก็คือ Product ตัวเนี้ยเป็นจะเรียกว่าเป็น Stable Coin ก็ได้นะครับ STRC มีมูลค่า 100 เหรียญแล้วจะ Fix สัญญาเอาไว้ที่ 100 เหรียญเสมอนะฮะ แต่วิธีการ Fix สัญญานั้นเนี่ยไม่ได้ Fix ด้วยการใช้กฎหมาย ข้อกำหนดสัญญาอะไรต่ออะไรในการ Fix นะ จะใช้เค้าเรียกว่าใช้การควบคุมอัตราของ สัญญานี้ตัวนี้ไม่ได้มีการ Promise ว่า 10% 8% อะไรต่ออะไร แต่เป็น Flexible ของสัญญาเนี่ยจะเป็นตัวใช้ในการควบคุม เอ่อ เอ่อมูลควบคุมราคาของสัญญาให้อยู่ที่ 100 เหรียญ ถ้ามันขึ้นสูงเกิน 100 เหรียญ เค้าก็จะลด Yield ทำให้สัญญานี้มันดูไม่น่าซื้อ พอคนไม่ซื้อราคามันก็น่าจะลดลงมากลับมาที่ 100 เหรียญ ถ้าสัญญามันลงไปต่ำกว่า 100 เหรียญ เขาก็จะเพิ่ม Yield นะฮะ จาก 10% เป็น 11 เป็น 12 13 อะไรก็จะมีบอกว่าเพิ่มเท่าไหร่นะนะ ก็จะเพิ่ม Yield ขึ้นมาเพื่อให้สัญญามันน่าซื้อ คนก็จะได้มาแห่มาซื้อ แล้วทำให้มูลค่าสัญญามันเพิ่มขึ้น หลักการเหมือนกับอะไรเหมือนกับการบริหารจัดการ Currency นะฮะ แบบเราจะรักษาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยกับดอลลาร์ยังไง เราก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ก็คือใช้วิธีในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใช่มั้ยว่าเราจะให้มันเพิ่มขึ้นหรือลดลงนะครับ เอ่อ จริงๆมันจะมีในส่วนของการ Control ในส่วนของ Reserve ด้วยนะ ตัวนี้ก็มี Reserve ด้วยเหมือนกัน มี Reserve เป็นดอลลาร์ Reserve เอาไว้ด้วยนะ เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของมันให้ได้

อันนี้เป็นจุดที่หลายคนตั้งคำถาม เพราะว่าผมเองก็ตั้งเหมือนกันว่าเอ๊ะ สิ่งที่คุณทำเนี่ยมันเรียกว่า Algorithmic Stable Coin ไม่ใช่หรอ เดี๋ยวเราค่อยว่ากันอีกทีนึงนะ แต่ว่าอ่ะ ผมก็เรียกว่าเป็น Algorithmic Stable Coin แล้วกัน แต่เป็น Algorithmic Stable Coin ที่มีกฎตายตัวและอยู่ใน Wall Street นะครับ ใช้ อัตรา ใช้การกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการรักษา นะ คนที่ซื้อตัวนี้หวังอะไรนะ คนที่ซื้อสัญญา STRC เนี่ยหวังอะไร หวัง Yield นะ คือคน ที่หวัง Yield โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มันต่ำลงไปเนี่ย แล้ว Yield มันเพิ่มขึ้นเนี่ย อย่างล่าสุดมันขึ้นไปถึง 11.552% เงี้ยนะฮะ 12% ต่อปี เฮ้ย คือแบบถ้าคุณเป็นนักลงทุน การทำ 12% ต่อปีได้โดยที่นั่งเฉยๆ เอาเงินไปลงแล้วได้ 12% ต่อปี มันหายากนะนะฮะ แล้วสัญญาก็ควรจะมีมูลค่า 100 เหรียญ คือเอาไปขายต่อใครก็มีมูลค่า 100 เหรียญถูกมั้ย ควรจะนะฮะ ปัญหาของมันคือคำว่าควรจะนี่แหละ เพราะว่ามันไม่ได้จะต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปนะ มันจะไม่มีมูลค่าก็ได้ มันจะขายต่อไม่ได้ก็ได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะการตลาด แต่ว่าโดยทั่วไปแล้วถ้ามันไม่มีอะไรผิดพลาด มันควรจะมีมูลค่า 100 เหรียญและให้ Yield ตอนนี้ 11.5% 5% ต่อปี ใครจะไม่อยากซื้อ พอซื้อเสร็จปุ๊บราคาขึ้น ราคาขึ้นไง ลด Yield ลงนะฮะ อ่า ก็จะใช้ตัวเนี้ยในการปรับ Value ตัวเนี้ยจะเป็นตัวที่ดึงเงินเข้า ดึงเงินเข้า เอาเงินเข้ามา เงินที่เข้ามาเอาไปทำอะไร ส่วนนึงแบ่งไปใช้ในการจ่าย Dividend ให้กับไอ้เครื่องมือก่อนหน้านี้ที่เป็นตัวดึงเงินเข้าเหมือนกันนะฮะ โดยวิธีการจ่ายคือว่าช่วงไหนที่มันเข้ามาเยอะๆ เขาก็จะไปซื้อดอลลาร์ Reserve อย่างตอนเนี้ยมีดอลลาร์ Reserve เอาไว้แล้ว 2.55 Billion ที่พอจะจ่ายทั้งหมดตรงเนี้ยได้ประมาณ 2 ปีครึ่งนะ แล้วก็ เอ่อ เหลือจากนั้นก็เอาไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม ซึ่งทำให้มูลค่า Bitcoin ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นนะ สำหรับคนที่ถือ STRC อ่ะก็ เอ้ย ไม่ใช่คนที่คนที่ถือ MSTR นะ มูลค่าหุ้น เอ้ย Bitcoin ต่อหุ้นก็เพิ่มแล้ว ก็ไปทั้งหมดนี้เพื่อไป Trigger ไอ้ Flywheel ตัวเดิมเนี่ยแหละให้มันทำงานดีขึ้น แล้วก็พยายามลดจุดอ่อนที่จะเกิดขึ้นคือมีช่องทางในการขายเงินในการหาเงินเข้ามาจ่าย Yield มีการหาเงินเข้ามาใช้หนี้ได้หลากหลายช่องทางขึ้นนะฮะ แล้วก็มีตัวที่เป็น Stable Coin ที่ให้ Yield นี่แหละที่ก็หวังว่าจะเป็นตัวที่ทำเงินได้ดี ตัวนี้เปิดมาได้รับการตอบรับได้ดีฮะ ตอนนี้ยอดขายไปแล้วประมาณ 4 Billion นะ US Dollar เรียกว่าเป็นตัว Flagship Product นะภายในปีเดียวขายไปประมาณ 4 Billion นะครับ และนอกเหนือจากนั้นจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนด้วยนะ เพราะฉะนั้นตัวนี้เป็นตัวเงินเดือนจริงๆนะ อย่างที่เวลาเขาโฆษณาเขาบอกว่าเหมือนคุณซื้อเงินเดือนให้ตัวเองเลยนะ Paycheck เลยคือแบบลงเงินมาปุ๊บคุณได้รับเงินเดือนทุกเดือน แต่ความเสี่ยงคืออย่างที่บอกคือว่าตัวมันเนี่ย มันเป็นมันเป็น Product อ่ะนะฮะ คือคือมันอาจจะหมดค่าไปเลยก็ได้นะ 100 เหรียญเนี่ยอาจจะไม่มีเลยก็ได้ เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาที่เรามีกลไกในการรักษามูลค่าแบบนี้เนี่ย ถ้าราคามันแกว่งนิดนึงอ่ะนะ 98 97 95 101 102 เนี่ยมันเอาอยู่ แต่ถ้าวันดีคืนดีมันมีอะไรสักอย่างมากดให้ตูมราคามันลงไป 30 เงี้ยมันรักษาเสถียรภาพยากมาก เพราะมันจะเกิด Spiral ในการที่ทุกอย่างต้องถูกเทขายออกมานะฮะ อันนั้นก็ต้องมารอดูกันเหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไงนะ

ก็เอามาเล่าให้ฟัง ผมอาจจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดนะฮะ แต่นี่ก็เป็นภาพรวมที่เกิดขึ้นแล้วก็ แต่ว่าจริงๆเค้าก็จะมีบอกเอาไว้ Michael Saylor บอกถ้ามันเกิดอะไรเกิด Shock ขึ้นมาอย่างงั้นจริงๆเนี่ย Key ของเขาคือเขาบอกว่ายังไง Bitcoin ก็ไม่ตาย ถ้า Bitcoin ตายเนี่ยเราไม่ต้องคุยอะไรกัน เพราะเราตายด้วยกันหมดนะ ก็มองอย่างงั้นยังไง Bitcoin ก็ไม่ตาย Shock อ่ะมันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นสั้นๆ เหมือนแบบมันคือจุดที่มืดมิดที่สุดของฤดูหนาวมันสั้นๆ เค้าไม่ต้องวางแผนให้ ไม่มีผลกระทบจาก Shock เค้าแค่วางแผนให้ว่าเมื่อเกิด Shock ขึ้นอยู่รอดได้ เพราะฉะนั้นสิ่งนึงที่ทำก็คือการสร้าง USD Reserve หรือ The Green Dot เวลาเค้าประกาศซื้อ Bitcoin จะซื้อ Yellow Dot Yellow Dot Yellow Dot แล้วนานๆทีจะมี Green Dot Green Dot ก็คือสร้าง Reserve เอาไว้ ว่าทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ไม่ต้องขาย Bitcoin มาจ่ายเงิน Dividend มาใช้หนี้ได้ ถ้าวันดีคืนดีรายได้มันไม่มีเงินมันไม่ไหลเข้า เค้ายังมี Reserve เป็นเงินดอลลาร์ที่เอาไว้จ่ายปันผลให้ได้อย่างน้อย 2 ปี 2 ปีครึ่งนะ อย่างน้อย 2 ปีครึ่ง หวังว่ามันไม่เคยมีเค้าเรียกว่าจุดมืดมิดที่สุดของตลาดหมีที่ยาวเกินกว่า 2 ปีครึ่งนะ ที่ผ่านมามันเป็นหลักเดือนด้วยซ้ำมันไม่ถึงปีด้วยซ้ำใช่มั้ย จุดที่มันแบบว่าหนาวจริงๆนะครับ อ่า ก็เป็นภาพรวมนะของ Product ของ Strategy ในตอนนี้แล้วก็เป็น Key สำคัญที่ทำให้เค้าเรียกว่าสะสม Bitcoin ขึ้นมาได้จำนวนมหาศาลขนาดนั้นนะฮะ ปัญหาคือเราก็ต้องมานั่งดูกันตรงนี้แหละว่าสิ่งที่ทำมันทำได้เปล่าวะ ก็ต้องบอกว่าถ้าเราเข้าใจโครงสร้างตรงนี้ เราก็จะรู้ว่าเวลาคนก็มาจี้กัน เดี๋ยวเดี๋ยว Michael Saylor ก็แตกนะ ลงตรงนั้นโดนมาจี้คออะไรต่ออะไรเงี้ย พวกนี้คือยังไม่ได้ศึกษาอะไรเลยใช่มั้ย แต่ถ้าศึกษาแล้วถามว่ามีจุดให้โจมตีมั้ยมันก็มีนะ หลายคนก็นิดพลิกกันเรื่องโครงสร้างต่างๆ โครงสร้างของตัว Strive บ้าง โครงสร้างของไอ้ตัวอย่าง Strive Strive Strike ที่สรุปแล้วมึงออกมาทำไม 3 ตัวแล้วขายไม่ค่อยออกอะไรเงี้ย แล้วมันมาเป็นเบนของ Dividend เปล่าหรือเปล่า หรือการไปถือดอลลาร์ถือเป็นการยอมแพ้หรือเปล่าอะไรต่ออะไรเงี้ยนะ แต่ว่าภาพรวมคือถ้าเราเข้าใจ Engine ของเขาแล้ว เรามี Hypothesis ว่าในระยะยาว Bitcoin ไม่ตาย แต่ความผันผวนในระยะสั้นสูงเนี่ย จริงๆมันเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อให้ อยู่ในสภาวะแบบนะ เพื่อให้อยู่ในสภาวะแบบนั้น เพราะฉะนั้นตราบใดที่ Bitcoin ยังอยู่รอดของมันไปเรื่อยๆ ราคาก็ขึ้นๆลงๆของมันแบบนี้ไปเรื่อยๆ แผนทั้งหมดนี้ควรที่จะอยู่ได้นะ เราควรที่จะเติบโตได้ไปเรื่อยๆ ให้ผลตอบแทนกับผู้ที่ซื้อและผู้ที่ลงทุน เอ่อ ในผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านี้ไปเรื่อยๆ

แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นล่ะนะ ถ้า Bitcoin Spiral Down ราคาร่วงลงไปแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย อันนั้นแหละแหละคือจุดที่มันก็จะทำให้เกิด Effect ที่แบบว่าทุกอย่างจะพังทลายลงมานะ โครงสร้างที่ดูวิลิศมาหลาเป็นปราสาทเนี่ย ก็จะกลายเป็นปราสาทกระดาษเป็นปราสาทไพ่ที่ถล่มลงมาในวันนั้น ซึ่งวันนั้นก็คงไม่ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้นนะครับ [เสียงสูดหายใจ] ดังนั้นก็ต้องมองว่ามันเป็นความอัจฉริยะในเชิงของการคิดแผนการเงิน มีหลายอย่างที่แบบ มึงคิดได้ไงวะนะ แล้วการที่เขาได้ทำก่อนเนี่ย มัน Access เงินก่อนตลาดก่อน บริษัทโตมามากกว่านะฮะ ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะบอกว่า Saylor ซื้อมา 5-6 ปี ราคา Bitcoin อยู่เท่าเดิมไม่มีกำไร มองอย่างงั้นมันก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะว่าเราต้องมองว่าเค้าพาบริษัท Strategy จากเป็นบริษัทที่มี Valuation ประมาณ 500 ล้านนะฮะ 500 ล้าน สหรัฐล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าอยู่ประมาณ 30 Billion นะ ประมาณ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐได้เนี่ยนะฮะ แล้วก็มี Bitcoin จากที่ไม่มี Bitcoin 0 Bitcoin ทุกวันนี้มีถึง 815,061 Bitcoin มันคือ Achievement ที่เรียกว่าถ้ามันรอด มันคือการผ่องถ่ายอำนาจแล้วก็การสร้างอาณาจักรใหม่ จะเป็นจุดที่เป็นจุดที่อยู่ในตำราประวัติศาสตร์ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรใหม่นะ แต่ถ้าไม่รอดก็จะเป็นบทเรียนว่า เราไม่ควรบินใกล้ดวงอาทิตย์เกินไปนะ ถึงเราคิดว่าเราฉลาดแค่ไหนสุดท้ายอะไรที่มันซับซ้อนมันก็มักจะมีช่องโหว่ที่ทำให้ถล่มลงมาได้นะฮะ ผมไม่ใช่คนที่มองว่าแผนนี้พังไม่ได้นะ ถึงแม้ว่าบางคนจะบอกว่ามันแบบ มัน Full Proof สุดๆ ผมรู้สึกว่าถึงแม้ว่ามันเราจะมองทุกวิถีทางมองทุกมุมแล้วเราพบว่ามันพังไม่ได้แต่อย่าลืมว่าความสามารถในการมองทุกมุมนั้นเนี่ย มันถูกจำกัดด้วยการที่เราเป็นมนุษย์เรามองทุกมุมเนี่ย อย่างแท้จริงไม่ได้หรอกครับนะครับ มันมีอีกหลายมุมที่เราคาดไม่ถึง เรียกว่า Black Swan บ้าง เรียกว่าอะไรบ้างคือเหตุการณ์ที่เราไม่มีความสามารถในการที่จะคาดการณ์ได้เนี่ย มันยังมีอีก เพราะฉะนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นได้

แต่ วันนี้ความจริงที่เกิดขึ้นคือ Strategy ถือ Bitcoin 800,000 กว่า Bitcoin อันนี้แหละ ผมมองว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญ และจริงๆเป็นความเสี่ยงสำคัญที่มีผลต่อ Adoption ของ Bitcoin ด้วยนะ Strategy ถือ 800,000 กว่า BlackRock ถือ 600,000 กว่าใช่มั้ย รัฐบาลสหรัฐถือ 300,000 รัฐบาลจีนถือ 300,000 อะไรเงี้ย ไอ้พวกก้อนใหญ่ๆพวกเนี้ยนะฮะ ถ้าเราพูดง่ายๆก็คือว่าถ้าเขาเทขายขึ้นมา ราคาก็ร่วงถูกมั้ย แต่ว่าในความเป็นจริงมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ มันไม่มีที่ไหนมี Liquidity Absorb อะไรอย่างงั้นได้ แต่ว่าภาพที่น่าสนใจกว่านั้นคือเราต้องลองจินตนาการว่าเราเป็นนักลงทุนที่ยังนั่งอยู่ข้างขอบเวที Bitcoin ยังไม่ได้เป็นตลาดสำหรับทุกคน ถึงแม้ว่าบางคนผมชอบพูดเรื่อยๆว่าถึงแม้ว่าบางคนเข้าใจ Bitcoin ดีจนทองแท้ขนาดไหน แต่เขาอาจจะยังไม่สามารถซื้อ Bitcoin ได้ก็ได้ ไม่ใช่แค่ว่ากฎหมายหรือว่าโครงสร้าง เอ่อ ทางบัญชีที่ป้องกันไม่ให้เขาซื้อ แต่ว่าบางทีมันซื้อไม่ได้เพราะ Bitcoin เล็กเกินไป คนบางคนเงินทีหลาย Trillion US Dollar Bitcoin Total Market Cap 1 Trillion US Dollar 2 Trillion US Dollar มันไม่สามารถ Absorb เขาได้ เขาใหญ่เกินไปนะฮะ เข้ามามันแหกหมดเงี้ย เค้าแค่รอให้ Bitcoin มันโตขึ้นถูกป่ะ แต่การที่เขาจะเงินของเขาเข้ามานะฮะ เอ่อ Deploy ทรัพย์สินของเขาเข้ามาใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือในการเก็บออก เค้าก็จะมามองดูว่าแล้วใน Bitcoin มีความเสี่ยงอะไรบ้าง แล้วสิ่งที่เขาเห็นคือเฮ้ย มองไปทุกอย่างมันก็ดูดีนะ โหลดกระจาย 0 ล่มยากใช่มั้ย เอ่อ กฎเกณฑ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เอ่อ ทุกสิ่งทุกอย่างมันคลีนมันง่ายไม่มีใครขโมย Private Key ได้ อ่า อะไรอย่างงี้เคลียร์ และแต่เงยหน้าขึ้นไปก็จะเห็นมีดห้อยอยู่บนเพดานนะ มันจะมีมีดอันนึงเขียนว่า 800,000 Bitcoin อันนึง 600,000 Bitcoin ถึง 300,000 Bitcoin เป็นอะไรตายขึ้นมา คุณเชื่อเหรอว่าผู้บริหาร Strategy จะมี Vision ของที่จะ Carry Plan ทุกอย่างนี้ไปได้และยึดความเป็นไว้ได้ มันอาจจะได้ Generation นึง 2 Generation มนุษย์เป็นมนุษย์ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอถูกมั้ยฮะ หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา

ทุกวันนี้ Micro Strategy Strategy เก็บ Bitcoin ไว้ที่ไหนครับ Strategy เก็บ Bitcoin ไว้ที่ Coinbase Custody ฮะนะฮะ Address Single Pay to Public Key Hash โง่ๆใน Coinbase Custody ที่สุดในโลกมั้ยก็ใช่ แต่ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาล่ะใช่มั้ย แล้วคำว่า "เป็นอะไรขึ้นมา" สารเงินขนาดเนี้ย ความหมายของคำว่า "เป็นอะไรขึ้นมา" มันมีมากกว่าแค่หาย Key หายโดนขโมย มันอาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้นอีกเยอะแยะเต็มไปหมด 1 ใน Scenario ที่ผมชอบพูดเรื่อยๆคือการเค้าเรียกว่าการ Engineer ให้มี Bitcoin หายจำนวนมากเนี่ย เพราะอย่าลืมว่า Coinbase Custody เก็บของ BlackRock ทั้งหมด เก็บของ ETF ทั้งหมด ยกเว้นของ Fidelity เก็บของ Strategy ถ้าเราทำให้ก้อนนั้นหายไปได้ทั้งก้อนน่ะนะฮะ สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันจะมีผู้เสียหายจำนวนมาก แล้วผู้เสียหายจำนวนมากอันนี้แหละนะมันจะเริ่มมาส่งผลต่อเค้าเรียกว่าความสามารถในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงของ Bitcoin หรือเปล่า ใช่ป่ะ เพราะว่า Bitcoiner ทั่วไป Self Custody Not Your Key Not Your Coin เราบอกเราไม่กระทบก็จริง แต่ มันมีคนที่กระทบแล้วคนที่กระทบเป็นคนที่ มีเงินเยอะๆเป็นบริษัทใน Wall Street ทั้งหายมันก็จะเริ่มเกิดสงครามของการ Lobby และว่า ฝั่งนึงอาจจะบอกว่าเราจะย้อน Blockchain ไปถึงวันก่อนที่มันจะหายจะเป็น Bitcoin เวอร์ชั่นใหม่ ฝั่งนึงบอกไม่ Code is Law เราจะไม่ย้อนอารมณ์เหมือนอารมณ์เหมือนตอน The DAO แฮกใน Ethereum นะฮะ ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามันเป็นตามปกติ ผู้รัน Node ก็จะเป็นผู้ตัดสินอยู่ แต่ว่าในกรณีนี้ถามว่ามันปกติมั้ย ในกรณีที่เรามีแบบ Deep State บ้าง มีรัฐบาลประเทศต่างๆ เข้ามาเป็นผู้ผลักดัน Lobby ให้มันมีกลุ่มผู้มีอำนาจกลุ่มธุรกิจต่างๆไปยอมใช้ของเขาอะไรเงี้ย แล้วก็แบนอีกอันนึงก็ได้ อะไรแบบนั้นนะ มันอาจจะถึงวันที่เค้า Influence เรียกว่าการตัดสินใจในระบบได้ ในการเปลี่ยนแปลงกฎฉันทามติได้หรือเปล่า ซึ่งอันนี้ก็เป็นจุดที่น่าเป็นห่วง เพราะว่าถามว่าความสามารถในการต้านทานการเปลี่ยนแปลงที่มีในวันนี้ใหญ่พอที่จะแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานการโจมตีแบบนั้นมั้ย คำตอบคือไม่รู้ อาจจะใหญ่พอก็ได้ มันโตขึ้นเรื่อยๆ มันขึ้นอยู่ว่าการโจมตีแบบนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เกิดขึ้นวันนี้เลยผมว่ามีปัญหา นะฮะ ทิ้งช่วงอีกสัก 5 ปี 10 ปีน่าจะน่าจะรับได้สบายๆ ที่ต้องบอกอย่างงี้ เพราะว่ามันจะมีถ้าใครอยู่ในวงการ Bitcoin มานานเป็น 10 ปีเราจะเห็นมันจะมี Wave ของความขัดแย้ง การคลี่คลาย และ Assimilation ไอ้ตอน Assimilation มันจะทำให้ทุกอย่างมันแข็งแกร่งขึ้นนะฮะ ตอนนี้เรายังอยู่ใน Wave ของความขัดแย้ง เพราะว่าใน Bitcoin เองตอนนี้ก็มีการทะเลาะกันไม่ว่าจะเป็น Bitcoin Not Bitcoin Core Bitcoin Legacy คือมันจะมีแบบหลายค่ายมีความไม่ลงรอยกัน จะคุณจะไป Quantum Proof Cryptography คุณจะอะไรต่ออะไร ทั้งหมดเนี่ย มันจะต้องก่อหวอดแล้วเกิดขึ้นเป็นคล้ายๆเป็นสงครามภายในนะ จนกว่าจะได้เค้าเรียกว่าจนกว่าจะได้ผลที่มันค่อนข้าง Settle นะ แล้วก็เกิดการประมวลผลเกิดการ Assimilate กลุ่มคนแล้วเกิดการสร้าง Community ที่แข็งแกร่งขึ้นมันก็จะโต Community ส่วนที่แข็งแกร่งก็จะโตขึ้นโตขึ้นโตขึ้นนะฮะ จากปี 2018 War ตอนเนี้ยอันนั้นคือครั้งใหญ่สุดในอดีตใช่มั้ย เรายังไม่มีแบบนั้นเกิดขึ้นอีกนะ ปัจจุบันมันกวออยู่ ถ้ามันพ้นอันนี้ไปมันอาจจะใหญ่พอ แต่ว่าก็ต้องรอดูนะครับ ก็เป็นความเสี่ยงที่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความเสี่ยง ถ้าผมเป็นคนที่ไม่ได้ชอบ Bitcoin ได้ฟัง Bitcoin บ้างนะ ให้เห็นไอ้นี่มันนั่งนั่งโม้เรื่อง Bitcoin สงสัยสนใจว่ะ โยนเงินเข้าไปสักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐซิ แล้วมองมาดูเฮ้ยมันมีไอ้บ้านี่ถืออยู่ 800,000 Bitcoin วันนึงวันดีคืนดีมันเทขายขึ้นมา เงินกูหายหมดดิ การตัดสินใจลงทุนมันไม่ Make Sense นะฮะ เพราะฉะนั้นการที่มีคนถือเยอะๆ ผมชอบพูดเสมอว่าเค้าเปลี่ยนแปลงอะไร Bitcoin ไม่ได้ MicroStrategy ถือ Bitcoin เยอะเปลี่ยนแปลงอะไร Bitcoin โดยตรงไม่ได้ แต่สามารถ Influence ทิศทางในการพัฒนาได้ด้วยการนะ เราก็เห็นมาแล้วแต่ละยุคก็จะมีการจ้าง Developer ตรงนู้นตรงนี้อันที่ 1 อันที่ 2 คือ [เสียงสูดหายใจ] ตัวเค้าเองมันกลายเป็นความเสี่ยงของคนที่มองออกมาภายนอกด้วย แต่ว่าเราจะมาบอกว่า Saylor หยุดซื้อเถอะ เพราะมันเป็นความเสี่ยงต่อ Bitcoin อันนั้นมันก็ไม่ใช่ Race นะ มันไม่ใช่ตลาดเสรีนะฮะ มันไม่ใช่การที่เราแบบว่าสามารถไปกำหนดได้ คุณมีสิทธิ์ซื้อ คุณไม่มีสิทธิ์ซื้อ คุณซื้อมากไปแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ซื้ออะไรเงี้ย ในรูปเศรษฐกิจปัจจุบันมันมีอย่างนี้อยู่ กฎหมายมักจะทำอย่างนี้กับบริษัทที่มันใหญ่ขึ้นเกินไปนะฮะ คุณทำธุรกิจอันนึงอยู่ดีๆอยู่ดีๆคุณต้องไปคุยกับความมั่นคงอะไรอย่างเงี้ย คือแบบคุณใหญ่เกินไปไม่ได้ แต่ว่าในโลกของตลาดเสรีเราก็ไม่อยากให้มันมีอะไรอย่างงั้นคืออะไรที่ทำได้ทำไปนะ แล้วเรียนรู้บทเรียนกันด้วยตัวเองมากกว่านะครับ ก็ต้องมารอดูนะฮะ เพราะว่าอย่างที่ขึ้นในสไลด์เมื่อกี้เนาะ ตอนนี้ Strategy ก็จะกลายเป็นทั้งเกราะกำบัง Bitcoin ที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะเค้ามี Bitcoin เยอะ ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะช่วยเหลือ Bitcoin นะ เงินทุนพัฒนาเนี่ย ต่อต้าน Quantum อะไรต่ออะไร Strategy ก็มีการลงทุนมีการขยับขยายมีการก่อตั้งหน่วยทำนู่นทำนี่ เราจะเห็นว่าผู้ที่ถือเยอะก็จะต้องปกป้องมันอย่างที่ 2 คือว่าเขาปกป้องราคาด้วย เพราะว่าทุกวันนี้นะฮะ ทุกๆเดือน Strategy อย่างน้อย 1 Billion US Dollar อัดเข้าไปใน Bitcoin ซึ่งมันทำให้เรียกว่ากำลังขายเนี่ย ทำไมผมถึงบอกว่ามันอาจจะกลับ Winter อาจจะจบแล้วก็ได้ คือจริงๆถ้าเราดูตาม Chart มันน่าจะลงอีกเฮือกนึงอาจจะจบแล้วก็ได้ เพราะว่าสิ่งที่มันเปลี่ยนไปในเชิง Fundamental เลยคือเมื่อก่อนน่ะมันไม่มีบริษัทบ้าอันนึงที่ทุกเดือนต้องซื้อประมาณเท่าเนี้ย มีกำลังซื้อเท่านี้อัดเข้ามาซึ่งเป็นกำลังซื้อที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับกำลังขายที่ค่อยๆดรอปลงเรื่อยๆเนี่ย มันอาจจะ Trigger Reversal ได้เร็วกว่าที่เราเคยเห็นนะครับ เป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับ Fundamental ที่เราต้องยอมรับ แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือดาบที่ห้อยอยู่บนหัวด้วยเช่นกันนะ ก็ต้องระวังกันอ่ะ ประมาณ [เสียงกระแอม] นี้ละครับสำหรับเนื้อหาวันนี้จริงๆมีอีก 2-3 เรื่องนะเราจะพูดเรื่อง K-Down ใช่ไหมแล้วก็ ECash ของ Paul Stock แต่เหนื่อยแล้วอ่ะ เอาข้อนี้ก่อนแล้วกันนะฮะ

ก็หลักๆเลยคือ Paul Stock นะฮะ เอ่อ อยากจะ Fork Bitcoin สร้างเหรียญของเขาเองตั้งชื่อว่า ECash บ่นยาวเลยว่ากูต้องมานั่งอธิบายให้คนรู้ อีกใช่ไหมว่า ECash ของ Paul Stock เนี่ย ไม่ใช่ ECash ที่เรียกว่า ECash แบบ Chatuchak แบบ Foodie อะไรอย่างงี้นะ คนละเรื่องกัน อย่าสับสน ทำไมมึงต้องตั้งชื่อแบบนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วมันคืออะไรนะฮะ จริงๆมันเป็น Bitcoin ที่มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Drivechain Drivechain เป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่ปัญหาคือมันมีช่องโหว่ ไม่ใช่มันมีช่องโหว่ในดีไซน์หลักๆเลยที่ทำให้ เอ่อ ถ้า Drivechain ทำงานเนี่ย อำนาจมันจะตกอยู่กับ Miner เยอะเกินไป ซึ่ง เอ่อ หลายคนก็เลยไม่เห็นด้วยกับเทคโนโลยีตัวนี้ มันก็เลยเป็นเทคโนโลยีเป็น BIP 300 ที่ไม่ได้รับการยอมรับซะทีมาหลายปีแล้วนะฮะ เรื่องซึ่ง Paul Stalk เนี่ยก็เป็น Bitcoiner ที่เค้าก็ Passionate กับสิ่งที่เขาทำ ก็บอกถ้าไม่ยอมรับงั้นเรามา Hard Fork ตัดสินกันดีกว่าว่าใครเป็นผู้ชนะ ซึ่งจริงๆเป็นวิธีที่แมนที่สุดและดีที่สุดนะฮะ แต่ว่าก็แค่ คนที่ไม่รู้เรื่องจะมองว่าเอ้ย Bitcoin Hard Fork แล้วนะฮะ แยกออกมาแล้วอะไรเงี้ย ก็อย่าไปตื่นตูมอะไรกับข่าว พูดง่ายๆคือ ถ้าเขาทำอันนี้เรียบร้อยทุกคนก็จะได้เหรียญชื่อว่า ECash นะฮะ ทุกคนที่มี Bitcoin จะได้เหรียญชื่อว่า ECash

สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเลย Project ECash คือเขาจะเอาเหรียญ Satoshi มาแจกจ่ายให้กับนักลงทุนที่ช่วยเขาทำ Project นี้คือ เค้าโคลน Bitcoin แต่เขาจะแก้ไขบัญชีย้อนหลัง เค้าแก้ได้เพราะเหรียญนี้คือเค้าโคลนขึ้นมา Centralized ทำเองกับมือถูกมั้ย มันไม่ใช่ Bitcoin แล้วถ้า Bitcoin เค้าแก้ไม่ได้ มันจะมีเหรียญ Satoshi ที่แบบว่าบอกว่ายังไง Satoshi ก็ไม่เอาแล้ว เดี๋ยวเขาจะขโมยเหรียญ Satoshi เนี่ยไปให้กับนักลงทุนที่สนับสนุนเงินทุนให้เขานะฮะ ซึ่งอันนี้เป็นจุดที่ทำให้หลายคนชี้หน้าด่าเลยว่าแบบ มึงนี่มันพวก Shitcoin นี่หว่านะ แล้วมันไม่ใช่ Shitcoin ธรรมดาที่ Pre-sale เหรียญออกมาจากอากาศ แต่มึงขโมยเหรียญเหี้ย Satoshi โอเคมันมันมันสร้างเหรียญก็อปปี้ขึ้นมาจากอากาศ แต่ไปเขียนแก้ประวัติศาสตร์ว่าเหรียญตรงนี้ไม่ใช่ของ Satoshi นะ อันนี้คือแบบ เอาจริงเหรอวะนะ ก็ก็ต้องรอดูกันไปก็จะเป็นดราม่าอีกอันนึงเหมือนกัน แต่ผมมองว่าไม่มีอะไรฮะ Hard Fork มาเลยนะ Hard Fork มาเลย เอ่อ ส่วนตัวผมผมก็ยังเชื่อว่าตัว Drivechain ผมดูแล้วผมไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ไม่ไม่เห็นด้วยสุดๆเลยคือ Policy ช่วงแรก เพราะฉะนั้นได้ ECash มาผมก็ไปขายทิ้งแล้วก็ไปซื้อ Bitcoin แค่นั้นเองเราก็ได้ Bitcoin เพิ่มนะฮะ แค่ว่ามันจะได้เพิ่มเท่าไหร่แค่นั้นแหละ ก็มือไวกันนิดนึงวันนั้นนะครับ

แล้วก็มีข่าวหนึ่งที่น่าสนใจ K-Down ใช่ไหมฮะ โดนแฮกไป 293 ล้านเหรียญนะครับจากการที่ เอ่อ ตัวเค้าเรียกว่าอะไรนะ ตัว Bridge ตัว Oracle ที่ทำ 1 of 1 Multi พลาดแล้วก็โดนโจมตีนะฮะ อันนี้ก็เป็นจุดนึงที่ทำให้เราเห็นว่าความซับซ้อนน่ะมันทำให้เกิดช่องโหว่นะฮะ ไอ้ตัวดาวตัวนี้มันคืออะไรจริงๆ มันเป็นคล้ายๆเป็นพวกพูของการ Restaking นะ Restaking กันมาเป็นทอดๆๆๆๆก็คือมันเริ่มต้นจากการที่เราอาจจะมีเหรียญสักเหรียญนึงซึ่งมันไม่มียังไงให้มันมียังไงใช่ไหม คุณมี Ethereum คุณจะทำยังไงให้ Ethereum ของคุณที่ไม่มียสามารถมียได้ คุณจะเอา Ethereum ของคุณไป Stake เหมือนไปขุดอ่ะเนาะ เอาไป Stake มันก็จะมีย Yield แต่ Yield เนี่ยมันไม่พอกินนะ คุณก็จะเอาแทนที่คุณจะ Stake เฉยๆ คุณจะไปทำเค้าเรียกว่า Liquid Stake ทำให้คุณสามารถเอา Collateral ที่คุณ Stake แล้วออกไป Stake ที่อื่นได้ เอา Liquid Stake ไป Stake อีกทีนึงแล้วก็ไป Liquid Stake ของ Stake ของ Liquid Stake อีกทีนึงแล้วเอาตัวนี้ไปวนจนในที่สุดมาวนที่ K-Down ตัวนี้นะฮะ เพื่อที่อะไรเพื่อที่จะ Boost Yield ขึ้นมาแต่มาจากไหนเนี่ยก็ไปดูกันแล้วกันนะ ครับมันเป็นดีไซน์ที่ Complicate นะแล้ว Smart Contract โดยทั่วไปนั้นเนี่ย ด้วยความที่มันทำอะไรได้หลายท่าทำอะไรได้เยอะ บางทีมันก็จะมีช่องโหวิดขึ้นนะครับหนึ่งในสิ่งที่ เอ่อ คนฮือฮากันตอนนี้คือแบบไม่ต้องรอ Quantum มั้งเดี๋ยว AI ก็แฮก Bitcoin ได้ก็จะบอกเลยว่าการหาช่องโหว่ใน Crypto นั้นเนี่ยเป็นไปได้ครับเพราะว่า Crypto มีความซับซ้อนหลายตัวหลาย Project มีความซับซ้อนซึ่งมันทำให้มันทำอะไรได้ง่ายขึ้น แล้วก็ทำได้เยอะขึ้นนะ แต่ตัว Bitcoin เองแล้วเนี่ยถูกออกแบบมาแบบ Simple สุดๆ คุณไม่มีทางขโมย Bitcoin ได้ถ้าคุณไม่มี Private Key มันง่ายแค่นั้นเลยมันไม่มีข้อแม้อื่นนะ มันไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่น Public Key Hash มันก็แค่ Public Key มา Hash แล้วคุณก็แค่ Prove Signature คือมันง่ายแล้วมันไม่ได้ง่ายแบบต้องเขียนโปรแกรมอะไรวิลิศมาหลาด้วยนะฮะ อ่า ถ้าใครเคยเรียนสร้าง Bitcoin Transaction ด้วยมือเราจะรู้ว่าแบบโอเคมันคิดยากมากนะ แต่มันแทบจะทำด้วยมือได้มันเขียนด้วยมือได้ Transaction มันก็เป็นแค่ข้อมูลเล็กๆนะ ตัวอักษร 100 กว่าตัวแค่นั้นเอง ด้วยความที่มันง่ายขนาดนั้นมัน Primitive ขนาดนั้นเนี่ย มันไม่เหลือช่องโหว่ให้สามารถเจาะในส่วนที่สำคัญที่สุดได้นะฮะ

แต่จริงๆพอเห็นข่าวเนี้ยมันก็เลยทำให้เราย้อนกลับมา ทำไมวันนี้มานั่งคุยเรื่อง Strategy กัน เพราะว่า เมื่อกี้ผมก็ตั้งใจพูดให้เรานึกย้อนกลับไปว่าแล้วสิ่งที่ Strategy ทำมันก็คือการเอาสินทรัพย์ที่ไม่มีอย่าง Bitcoin มาหา วิธี Generate จากมัน ถึงแม้ว่าวิธีจะไม่เหมือนกัน เครื่องมือจะไม่เหมือนกันนะฮะ แต่มันคือการสร้างความซับซ้อนเข้าไปในระบบ ซึ่งความซับซ้อนนั้นเนี่ยแหละคือสิ่งที่ผมพูดมาตลอดว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ มันเกิดช่องโหว่อะไรบางอย่างในส่วนของความซับซ้อน แล้วถ้ามันพังลงมา Bitcoin ไม่ตายครับ แต่คนถือ Bitcoin อาจจะตายชั่วคราว ราคาอาจจะถล่มเราอาจจะได้เห็นลบ 90% ภายในช่วงเวลาสั้นๆอะไรแบบเนี้ย ถ้าอยู่กับ Bitcoin มานานคุณจะรู้ว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับมือใหม่เนี่ยมันอาจจะรุนแรงมากนะ ก็ต้องรอดูว่าไอ้ดาบที่มันห้อยอยู่ทุกวันเนี้ยนะฮะ มันจะมีวิธีคลี่คลายมั้ยนะ มันอาจจะไม่ต้องหายไปก็ได้นะ แต่มันจะมีวิธีคลี่คลายมั้ยตลาดถ้ามันใหญ่ขึ้นนะฮะ มันก็อาจจะช่วยให้ เอ่อ เค้าเรียกว่าอะไรมันกระจายตัวไปมากขึ้นนะครับ ก็ต้องให้เวลาเป็นผู้ทดสอบเป็นผู้พิสูจน์เนาะ มาดู Chart กันนิดนึงนะครับ เค้าบอกว่า Pop out Chart มา New Window ได้ใช่มั้ย เดี๋ยวผม Pop out Chart มา Windows นี้ดีกว่า อ่ะ ฮะ คุณสำฤทธิ์นะฮะ สมัคร Member ให้สมาชิกอีกคนนึง ขอบคุณนะครับ คุณกฤบอก สวัสดีครับ ขอบคุณครับ คุณ Deeptech Energy ขอบคุณครับ [เสียงหายใจอ้าปากค้าง] ไม่มีอะไรอ่านไม่เห็นเดี๋ยวนะอาจารย์คะ ถ้าสมมุติว่ามหาอำนาจต้องการกำจัด Bitcoin จริง ไล่จับทุก Developer ไล่ปิดแอปและ Exchange หมด ทำให้ทุกอย่างเกี่ยวกับ Bitcoin ผิดกฎหมายเพราะควบคุมมันไม่ได้ จะเป็นไปได้มั้ยคะ แล้วเราควรจะคิดยังไงกับเรื่องนี้คะ

เป็นไปได้ครับ เค้าทำอยู่ฮะ ทำแล้วแล้วทำมาตลอดครับผมก็ทุกวันนี้ เอ่อ ผู้พัฒนาอะไรนะ ตัว Samurai Wallet ก็ยังติดคุกอยู่ในอเมริกา นะฮะ เอ่อ ผู้พัฒนา Tornado Cash ก็ยังติดคุกอยู่ คือถ้าเค้าจับตรงไหนได้เค้าจับแน่นอนนะครับ หลายคนก็เลือกที่จะปิดหน้าปิดตาอย่างเงี้ย ถ้าคุณเคยไปงาน Bitcoin Conference เรื่อยๆ คุณจะเจอคนใส่ชุดสีเขียวบ้าง สีส้มบ้างไม่แสดงหน้านะฮะ ไม่ให้ถ่ายรูปงาน Bitcoin ผมเป็นคนชอบถ่ายรูปช่วงที่ผมได้มีโอกาสไปงาน Bitcoin Conference เยอะๆ ผมก็ซื้อกล้องนู่นนี่นั่นอะไรต่ออะไรไปงานจะได้ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันทุกงานที่ผมไป คือ No นะ มันมีความ Paranoia อยู่ในตัวนะฮะ เล่นอินเทอร์เน็ตก็ปิดสถานที่ตลอด ผมยังติดนิสัยเลยคือเราปกติเราจะเปิด VPN ตลอดเวลาเพื่อให้แบบ เอ่อ ถ้ามันโดนเจาะได้ อย่างน้อยมันไม่ได้มาถึงที่บ้านก็ยังดี ว่าถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าบ้านผมอยู่ไหนก็ตามอะไรเงี้ยนะฮะ ก็ทุกคนก็พยายามซ่อนตัวฮะ โหนดอยู่ที่ไหนไม่มีใครรู้ฮะนะฮะ โหนดจำนวนมากในโลกนี้รันผ่าน Tor ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ที่ไหน Developer หลายร้อยหลายพันคนก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนกันเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเนาะนะฮะ ไล่ปิดแอป แอปปิดเอ้ยไล่ปิดแอปใน App Store ทำง่าย แต่ว่าแอปมันไม่จำเป็นต้องใช้ App Store ก็สามารถลงได้เนาะ เราสามารถเอาไฟล์ APK มาไซส์โหลดส่งกันให้กันได้นะ ผ่านกันไปโหลดผ่านเว็บไซต์ใช้ OP ใช้ Fdroid พวกเนี้ย ความเค้าเรียกว่าความเสรีมันยังมีอยู่ ตราบใดที่คุณไม่ได้ทะลึ่งไปใช้ Apple นะ แล้วก็ เอ่อ Exchange ปิดได้แน่นอนนะ Exchange มันเป็นธุรกิจจดทะเบียนนะ อันนี้มันปิดได้ แต่พอปิดปุ๊บคนก็แลกเปลี่ยนซื้อขายกันในตลาดมืดได้ทันทีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆเนี่ยนะฮะ เราเห็นการกระทำอย่างงี้มาตลอดสิ่งนึงที่อยากให้คิดคือเราไม่มีคำว่า เอ่อ มหาอำนาจหรือรัฐบาลที่สามารถทำทุกอย่างในโลกนี้ได้นะฮะ ทุกวันนี้ก็ไม่มีนะครับผม เราจะบอกว่าอเมริกาเป็นมหาอำนาจ ถามว่าอเมริกา เอ่อ เป็นยังไงบ้างอ่ะอิหร่านน่ะนะ หรือว่าอเมริกา จะจับเอาเบนจามินเนทันยาฮูมาขึ้นศาลสักทีนึงได้มั้ยนะฮะ เห็นว่าค่าล้างเผ่าพันธุ์คนไปเป็นหมื่นหมื่นเป็นแสนคนทำไมไม่มีความผิดเลยใช่ป่ะ คนเค้าไม่ได้มีอำนาจทำได้หมดทุกอย่างขนาดนั้นนะ อำนาจพวกนี้มันไม่ใช่แค่อำนาจทางกฎหมายไม่ใช่แค่อำนาจทางอาวุธมันเป็นแค่ความสามารถในการบังคับใช้ด้วยนะจะเอาตำรวจไปไล่เคาะทุกบ้านหาคนให้เจออะไรบางทีมันแค่ทำไม่ได้เฉยๆนะครับ อันที่ 1 อันที่ 2 คือทุกประเทศมันไม่ได้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใช่มั้ย เพราะนั้นมันอาจจะเกิดขึ้นในบางประเทศที่อินเดียการถือครอง Bitcoin มีความผิดทางคดีอาญาใช่มั้ย ที่จีนนะฮะ การซื้อขายและทำธุรกิจ Bitcoin มีความผิด ถามว่า Bitcoin หายไปในประเทศเหล่านั้นมั้ยไม่ คนใช้กันเยอะแยะเต็มไปหมดนะฮะ ยิ่งอินเดียเนี่ยใช้เยอะเลยเพราะว่าตอนนี้คือเป็นเจ้าของทองคำก็ไม่ได้นะ คุณครอบครองทองคำเกินไม่กี่บาทก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน โห Bitcoin นี่เป็นเจ้าของกันเต็มไปหมดเพราะมันพิสูจน์ไม่ได้มันจับไม่ได้แต่เขาก็ต้องเรียนรู้จะทำยังไงให้จับไม่ได้นะถึงขนาดที่เขามี Bitcoin Conference ได้อ่ะนะ ชวนผมไปแล้วก็ปีนั้นผมไม่ได้ไปผมติดธุระแล้วก็แล้วแล้วก็กดเข้าไปดูในวิดีโอแล้วเขาก็มีตำรวจมาบุกในจัดในงานแล้วก็แบบ ดีนะกูไม่ได้ไปแล้วปีนี้เค้าก็เอ้ยปีปีต่อมาเค้าก็ชวนอีกแล้วก็แบบ เอาจริงหรอโอ้โหไม่จับแล้วไม่จับแล้วอะไรอย่างงี้นะ ก็โอเคเราก็ไม่ได้แน่ใจว่าสถานการณ์เป็นยังไงแต่มันเป็นเงี้ยมันจะเป็นไปทีละประเทศนะประเทศไหนที่มันจับกันคนก็หนีไปใต้ดินแค่นั้นเองนะครับ แล้วก็ประเทศอื่นไม่ได้จับนี่บางทีถ้าจะทำธุรกิจก็ย้ายไปประเทศอื่นเราเห็นอย่างงี้อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วทำไมทำไมธุรกิจเกิดในประเทศไทยไม่ได้ก็เพราะหลายอย่างมันทำไม่ได้ไม่ใช่ว่ามันผิดกฎหมายแต่ว่ามันมีอุปสรรคเยอะนะ ครับ

อยากให้อาจารย์เริ่มต้นรายการด้วยการสรุป สุขภาพของ Node ทั่วโลกและกำลังขุดสั้นๆทุกสัปดาห์ครับ อ่าก็น่าสนใจดีนะเราจะดูได้จากไหนถ้าจะเอาข้อมูลอย่างนั้นให้ครบจริงๆมันจะมีที่นึงที่แบบข้อมูลครบแต่ว่าบางทีมันไม่ค่อยอัปเดตนะฮะ เอ่อ Dashboard ของ CLK Moody อ่าตอนนี้เนี่ยเนี่ยผมขอผมเปิดดู Dashboard CLK Moody นิดนึงนะครับ Blockchain นะฮะ Block High ล่าสุดบน Clark Moody 946,80 UTXO set size 165,414,166 UTO เอ่อ Bitcoin Network มี Reachable Node 23,396 Node เป็น TH Node นะฮะ ปิดบังที่อยู่ 14,873 Node เป็น THE ทั้งหมด 63.57% อันนี้คือ Node กำลังขุด Mining Economics นะ ไม่เอาสิเอาอันนี้ดีกว่า Mining Hashrate ปัจจุบันนะครับอยู่ที่ประมาณ 962.4 ExaHash ต่อวินาที หรือประมาณ 0.9 เอ่อ ZettaHash นะฮะ Difficulty 135 * 6 เอ้ย 135.66 * 10 ^ 12 อ่า Block Time 10 นาที 10 วินาที เดี๋ยวจะปรับลงเล็กน้อยนะฮะ อันนี้ปกติไม่มีอะไร เอ่อ Block Subsidy 3.13 Bitcoin ตึ๊ดๆๆ 3.125 125 Bitcoin นะฮะ ก็ประมาณนี้นะครับ สุขภาพก็ยังดีอยู่ 23,000 Node ที่เป็น Reachable Node นี่ก็เพิ่มขึ้นมาเยอะนะฮะ Money Supply ของ Bitcoin ทั้งหมด

Bitcoin ทั้งหมดในระบบตอนนี้ผลิตออกมาแล้วนะฮะ แล้วมีหมุนเวียนอยู่ในระบบ 20,21,273.03 03 Bitcoin นะ เราสามารถดูได้ตลอดว่าเงินในระบบมีเท่าไหร่นะครับ โอเค ขอบคุณครับนะ TBC ปีนี้ขออวยพรด้วยนะครับ ถ้าเมาได้นะครับ เออ ผมต้องรีบเชิญเค้านะ ยังไม่ได้ส่งจดหมายเชิญเลย เดี๋ยวรีบเชิญให้นะครับ ปีที่แล้วเค้าติดเอ่อ อะไรนะ ติดนัดที่ดินซื้อขายที่ที่อียิปต์นะฮะ ปีนี้จะพยายามเชิญให้ได้ เพราะมันมีหนังสือเค้าเปิดตัว แต่ว่าต้องบอกว่างานปีนี้มันมันมีจับพัดจับปู๋ล้มลุกคลุกคลานกันเยอะ จนในที่สุดทุกอย่างมันก็ชั้นชิดหมด ก็จะพยายามเชิญได้นะครับ

ขออนุญาตถามครับ อาจารย์ใช้แอปอะไร Trade Option ครับ Derabit น่าเชื่อถือมั้ย ผมไม่ได้ใช้แอป ผมมันเป็นเว็บ เป็นบริษัทเป็น Exchange มันมีแอป ผมผมจะหงุดหงิดเวลาคนถามว่าใช้แอปอะไรเทรดอะไรเงี้ย แบบคือมันเป็น service ที่มีแอป แต่เราไม่ได้ใช้แอปเทรด เราใช้ service เราใช้แอปที่ติดต่อกับ service เออ แบบช่างหัวมันเถอะ แต่ว่าครับ ผมใช้ Darbabit ครับนะฮะ

ผมจะขายออปชั่นรับค่าพรีเมี่ยม ขออาจารย์แนะนำว่ามีอะไร ก็ระวังมันดีดใส่หน้าฮะนะครับ อย่าขาย Next นะ อย่าขาย ถ้าไม่แน่จริงนะครับ เวลามันดีดใส่นี่มันกินไม่ได้นอนไม่หลับนะ มันหมดตัวกันทีเดียวเลยนะครับ ก็ใช้อย่างน้อยที่สุด เรียนรู้ที่จะใช้ SPR เนาะ ใช้พวกเครดิต SPR ก็ยังดีนะครับ เวลาเราใช้ SPR เราจะมีเขาเรียกว่าความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นเยอะ มันไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ขาดทุน แต่ว่าบางทีมันมีความยืดหยุ่นอย่างที่เราเห็นได้ชัดอ่ะ สิ่งนี้ผมชอบมากเวลาทำ SPR คือถ้าราคา มันไปในด้านที่สัญญาช็อตของเราอ่ะ มันทำกำไรไปแล้ว say ว่าแบบ 70 80 หรือ 90% เนี่ย ผมปิดสัญญาช็อตอ่ะ แต่สัญญารองผมเปิดทิ้งไว้นะ ผมไม่ปิดนะ เพราะว่ามันไม่ได้ขาดทุนไปมากกว่านั้น แล้วส่วนใหญ่ก็คือมันก็ขาดทุนไปแล้ว 90% ถูกป่ะ ก็คือโดยรวมมันกำไรแล้ว ถ้ามันเป็นเครดิตสเปรดนะฮะ แต่ถ้าตลาดมันย้อนกลับทางมาอีกด้านนึงอ่ะ สัญญารองเราจะขาดทุนน้อยลงใช่มั้ย เราก็มีโอกาสที่จะรีดกำไรมากขึ้น นี่คือความยืดหยุ่นที่เราจะได้ หรือบางทีเราสามารถใช้ตรงเนี้ยในการแบบแบ่งเข้าแบ่งออกได้นะฮะ ก็แล้วแต่ไปคิดเอา นะครับ หรือว่าจะจะเปิด strat จะทำอะไรต่อ อะไรก็ทำ แต่ว่ากรุณาอย่าเอ่อนะฮะ

และอีกอย่างนึง ถ้าคุณจะใช้ option กับ Bitcoin โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนหรือพวกเอ่อ เอ่อ Exchange ที่เป็น Bitcoin option ทั้งหลาย อ่าน contract spec นิดนึง ส่วนใหญ่ มันจะเป็น inverse option ถ้ามันเป็น inverse option เนี่ย สิ่งที่เกิดขึ้น คือคุณจะมีความโค้งใน PNL curve นะ PNL curve มันจะไม่ได้เป็นเส้น linear เส้นตรง แบบว่าขาดทุนกำไรเป็นเส้นตรง มันจะเป็นเส้นโค้ง แล้วโค้งเนี่ย บางโค้งมันจะทำให้คุณเสียเปรียบ บางโค้งมันเป็นโค้งที่ทำให้คุณได้เปรียบ ไปเล่นกับโค้งนะฮะ

สวัสดีครับ มาทันครับ นี่ฉันมาเร็วหรืออาจารย์มาช้า เป็นยังไงครับบ้าง เป็นไงบ้างครับ พี่ปั้มรถยนต์ วันนั้นเห็นแวบแรกคือนึกถึงพี่ปั้มก่อนเลย แล้วก็แบบ แต่ประเด็นคือเราก็นั่งคิด ถนนข้าวหลามมันอยู่แถวไหนวะ ไปเช็คก่อน เช็คเสร็จปุ๊บกลับมา เฮ้ยมันใกล้ๆ ด้วย กลับเข้าไปเช็คเจอโพสต์พี่ปั้มว่าไม่ใช่ฉันนะ ลงอกนะฮะ

อาจารย์ครับ พวกแต้ม All Member 7-Eleven True Money Coin ที่กำหนดวันหมดอายุใช้งาน ถือว่าเป็น debasement อย่างอ้อมๆมั้ยครับ ใช่ครับนะ ครับ เป็นการผลิตเงินจริงๆ มันเป็น debasement ตอนที่มันก็คือการเป็นการผลิตเงินผ่านเครดิตแล้วแหละนะครับ แต่ว่าการกำหนดให้หมดอายุเนี่ย ก็เป็นการกระตุ้นให้ใช้อีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้มันไม่สามารถเป็น stock value ได้

ทำไมมนุษย์ต้องมาใช้เงินที่ฝืด ทั้งที่เทคโนโลยีพัฒนาเศรษฐกิจไปไกลแล้ว เพราะว่าถ้าเงินไม่ฝืดเนี่ย เราจะเป็นเรา จะไม่มีวันได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลไง นะฮะ ถ้าเงินไม่ฝืดทุกอย่างจะแพงขึ้นเรื่อยๆ คือแบบ เฮ้ยเทคโนโลยีพัฒนามาตั้งไกลละ ทำงานก็หนัก ชีวิตยากขึ้นจนลงตลอดเวลา ในที่สุดก็ คือเราชอบนึกว่าแบบเงินเฟ้อมันเหมือนกับ จะมีเงินเยอะขึ้นอะไรต่ออะไรทั้งหลายใช่ไหม แต่ว่าความเป็นจริงไม่ใช่ เงินเฟ้อคือทุกอย่างมันแพงขึ้น ถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ทำไมทุกอย่างแพงขึ้นน่ะ นั่นแหละฮะ เงินเฟ้อที่แท้จริงคือการที่เงินมันถูกผลิตมามากกว่า productivity ที่เพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น เราพัฒนาเทคโนโลยีกันทับตาย แทนที่เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เงินที่เรามีอยู่เดิมควรที่จะทำให้เราสามารถอยู่สุขสบาย มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น มีบ้านที่ใหญ่ขึ้น มีครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นได้เปล่า ปีหน้าเหนื่อยกว่าเดิม เพราะว่าทุกอย่างแพงขึ้นนะ ที่เคยคิดจะมีลูกมีแมวก็พอ ที่เคยคิดจะมีบ้านอยู่คอนโดสตูดิโอก็พอแล้วนะ เพราะมีตังค์ซื้อแค่นั้นแล้ว ทุกวันที่รอไปมันก็แพงขึ้นแล้ว เราก็จะหลอกตัวเองว่าดีจังเลย คอนโดเราราคาสูงขึ้นเงี้ย แต่มันก็ไม่ขายหรอก เพราะว่าต้องเอาไว้อยู่ อะไรอย่าง เงี้ยนะฮะ ก็ใช่ครับนะฮะ เงินฝืดคือสิ่งที่ จะอันล็อคพัฒนาการแล้วก็ความเค้าเรียกว่า ของโลกได้ ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ เราจะเจอว่าช่วงไหนก็ตามที่เงินเฟ้อคือช่วงเวลาที่ เค้าเรียกว่าอะไรอารยธรรมล่มสลายนะ ส่วนช่วงเวลาไหนที่เงินแข็งนะฮะ เงินสามารถรักษาค่าได้ คือช่วงเวลาที่นำมาสู่เ้า เรียกว่าความรุ่งเรืองทางศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาการต่างๆ เสมอนะครับ

เรื่อง AI จะสามารถหาช่องโหวตในโค้ดของ Bitcoin และทำการโจมตีจนเสียหายได้เปล่าครับ พูดไปแล้วเนาะนะฮะ อื คือมันมันง่ายจนไม่รู้จะมันอะไรที่มันง่ายมาก มันไม่รู้มันจะไปโหวตตรงไหนอ่ะ มันแบบตีเลย มันมีแค่นี้แหละนะฮะ อื

ขอความเห็นอาจารย์เรื่อง Hardfork Bitcoin เป็น ecash ปลายปีนี้ครับ ไม่ใช่เป็น ecash เป็นโปรเจคชื่อว่า ecash ที่ไม่รู้มันจะตั้งชื่อให้คนสับสนไปหาอะไรนะฮะ ก็นะ FK มาก็ได้ Bitcoin ฟรีนะครับ

ถ้ารายใหญ่เก็บ Bitcoin ไว้เยอะๆ Bitcoin จะฝืดไปมั้ยครับ เอ่อ ถ้าเยอะจนเขาลากขึ้นลงได้ Bitcoin จะยังน่าใช้อยู่มั้ย อันนี้เป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับว่าฝืดไปมั้ย ไม่ได้ฝืดไปหรอกนะฮะ คำว่าฝืดไปไม่มีอยู่จริงสำหรับเงิน ยิ่งฝืดยิ่งดีครับนะครับ ยิ่งฝืดยิ่งดี เอ่อ คือเราโดนล้างสมองมานานว่าเงินฝืดอันตราย ใช่มั้ย จำนวนเงินไม่ว่าจะมากน้อยเท่าไหร่เนี่ย มันเพียงพอต่อการใช้งานในระบบเศรษฐกิจเสมอ เพราะว่าจำนวนเงินมีน้อย เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำให้มูลค่าของเงินนั้นเพิ่มขึ้น แล้วเมื่อเงินนั้นไม่ได้มีข้อจำกัดทางด้าน supply แล้ว มูลค่ามันจะสูงเท่าไหร่ก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะมันสามารถแบ่งหน่วยย่อยเท่าไหร่ก็ได้ อันนั้นคือจุดนึงนะฮะ

แต่ว่า ประเด็นหลังมากกว่าคือถ้ามันถือเยอะๆ แปลว่าเขาจะมีอำนาจในการลากราคาได้ แต่ว่าอำนาจเก็จะมาพร้อมกับ พูดง่ายๆคือถ้าเขาจะทำร้าย Bitcoin เขาก็ต้องแทงตัวเอง เพราะว่าในวันที่ถ้าราคา Bitcoin มันลงเพราะเขา คนที่เจ็บที่สุดก็คือเขาเหมือนกันถูกมั้ยนะฮะ เพราะฉะนั้นมันก็จะมีเรื่องของ game theory เข้ามาเกี่ยวข้องว่าผู้ที่ถือเยอะๆ ก็จะกลายเป็นผู้พิทักษ์รักษา Bitcoin แล้วจริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ การที่ Bitcoin เองมันไม่มี yield เนี่ยแหละ มันจะทำให้ถึงเวลาแล้วเมื่อทุกคนถือ Bitcoin กันหมด คนที่ถือเยอะๆอ่ะนะฮะ เขาก็ต้องเอา Bitcoin ของเขามา รับความเสี่ยงเพื่อให้มันมี yield เพราะถ้ามันไม่มี yield ก็ไม่มีอะไรกิน สินทรัพย์ที่มันอยู่เฉยๆไม่มียีลด์ มันทำได้แค่เอามาใช้ มันอาจจะฉลาดกว่านั้นหน่อย เช่นเอามาพยายามสร้าง แต่การสร้างก็แปลว่าต้อง subject to risk ซึ่งแปลว่าสามารถระเบิดได้อย่างในกรณีเนี้ย ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่า strategy ระเบิดไม่ได้นะฮะ ทุกอย่างที่ทำมันมี risk แต่ว่าสิ่งที่เขาทำคือ accept risk เพื่อสร้างบนสินทรัพย์ที่ไม่มี และการที่มันระเบิดได้เนี่ย คือสิ่งที่ดีที่สุด

ปัจจุบันตอนเนี้ยเรามีระบบอีกอันนึงที่ป้องกันการระเบิดด้วยนะฮะ เช่น ถ้าธนาคารล่มขึ้นมา เราจะบอกว่าถ้าธนาคารล่ม เดี๋ยวคนจะเจ็บตัวกันเยอะ ธนาคาร to big to fail ใช่มั้ย สิ่งที่เกิดขึ้น คือรัฐบาลก็จะพิมพ์เงินเพิ่ม เอามายัดให้ธนาคารเพื่อไม่ให้ล้ม คนจะได้ไม่เจ็บ เขาพูดอย่างงี้ แต่ความหมายของมันก็คือว่า ธนาคารตัดสินใจลงทุนและบริหารจัดการความเสี่ยงห่วยแตก จนในที่สุดล้มละลาย แต่แทนที่จะปล่อยให้ธนาคารรับกรรมจากการล้มละลาย เอาขโมยเงินของคนทั้งประเทศไปมอบให้กับนักลงทุนห่วยในธนาคารนั้น เพื่อให้เขาไม่ต้องล้มละลาย แต่คนทั้งประเทศจนลง เราเรียก concept นี้ว่าการ socialise loss นะฮะ รัฐบาลทำอย่างนี้มาตลอด เขาเรียกว่า privatise profit socialise loss คืออะไรที่ทำแล้วได้กำไรกูเอา อะไรที่ทำแล้วขาดทุนกูปล้นมึงมาจ่าย

ประเทศไทยที่ผ่านมารัฐบาลยุคไหนที่อาจารย์คิดว่าแย่น้อยที่สุดครับ ไม่รู้เลยว่ะ นะฮะ คนเช่าบอกว่าประเทศไทยติดขวาจัด ผมมองว่าประเทศไทยซ้ายตกขอบมาตลอดเวลานะฮะ ค่อนข้างอิงไปทางด้านคอมมิวนิสต์ซะมากกว่านะ ก็มันเป็นอย่างนั้นมาตลอดอ่ะ คือนโยบายอะไรก็นโยบายคอมมี่ทั้งนั้นน่ะ คือปล้น ปล้นคนที่มี productivity เพื่อเอาเงินไปมอบให้คนที่ไม่มี productivity ภายใต้ข้ออ้างของคำว่าฉันเป็นคน

แล้วโลกตอนนี้รัฐบาลประเทศไหนที่อาจารย์คิดว่าแย่น้อยที่สุดนะ คำถามเดียวกันนะฮะ อ๋อ โลกตอนนี้รัฐบาลประเทศไหนแย่น้อยที่สุด ไม่รู้ เพราะว่าเรารู้แต่ข่าว เรารู้แต่สิ่งที่มันออกมา เรารู้เหมือนกับเรามองไปใน Facebook แล้วเราก็เห็นแค่มุมเดียวของชีวิตของผู้คนน่ะนะฮะ เราไม่มีทางรู้ว่าจริงๆแล้วในประเทศนั้นเป็นยังไงถูกป่ะ อื เราไม่รู้จริงๆนะฮะ ก็ถ้าเราไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วเราก็ไม่ได้ไปอยู่ทุกที่พร้อมๆกัน เรารู้ของเราเป็นอย่างเงี้ย เออ แต่แล้วแล้วถามว่าประเทศเราคุณรู้ดีหมดพอทุกอย่างว่ารู้เช่นเห็นชาติรู้ว่าใครเป็นยังไงรู้รับลมคมในรู้ว่าแผนการจริงๆรู้ว่าใครเป็นผู้บัญชาการจริงๆหรือเปล่า คุณไม่รู้หรอก ไม่มีใครรู้หรอก มันรู้ไม่กี่คนน่ะนะฮะ แต่ว่า บางทีเราชอบคิดว่าเรารู้แล้วเรารู้ทั่วไปหมดเลยใช่มั้ยนะ ก็ต้องบอกว่าไม่รู้หรอก

อืม ผมชอบดูเค้าเรียกว่าอะไร ผมชอบดูโพสต์ของฮาวายเอี่ยม แต่ว่าเราก็รู้ว่าแผนหลายอย่างที่เขาทำอ่ะ เดี๋ยว มันจะกลับมาเป็นหายนะในอนาคต ยังไม่ใช่บารมีเอ่อที่แท้จริงในที่สุด ก็เนี่ยยังไปยืนกอดกำแพงอยู่ที่วอลล์อยู่เลยใช่มั้ย สุดท้ายก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผู้นำคนอื่นๆในโลกนี้นะฮะ ทำไมแบบว่าประชากรของกลุ่มคนที่เป็นแค่ 0.1% 1% ของโลก กลายเป็นผู้นำของทุกประเทศในโลกได้วะ อะไรเงี้ยน่าสนใจนะฮะ อื มันคงมีชนเผ่าอะไรสักอย่างนึงที่อยู่ดีกินดีกันก็ได้ เนาะ ปัญหามันมีนิดนึง มันมีจุดแล้วมันจะเลวกันหมดเลยหรอมันจะไม่มีที่ไหนดีเลยหรอ มันเป็นไปไม่ได้เลยหรอที่ไหนจะมีรัฐบาล หรือคนมีอำนาจที่ดี [เสียงถอนหายใจ]

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่รัฐ ปัญหามันอยู่ที่อำนาจนะฮะ อำนาจที่ยิ่งใหญ่มันจะดึงดูดผู้คนที่ไม่คู่ควร ที่สุดเข้าไปหามันเสมอนะ เพราะฉะนั้นเมื่ออำนาจมันใหญ่เกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันจะ centralise เข้ามามากขึ้น และอำนาจที่มากขึ้นและยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆนั้น จะดึงดูดผู้คนที่ไม่คู่ควรเข้าไปหามันเสมอ อันนี้คือสัจธรรมของโลก นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมรัฐที่ดีคือรัฐที่ไม่มี ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องมีรัฐบาล แต่ว่าการกระจายศูนย์อำนาจนั้นน่ะ เป็นคอสำคัญนะฮะ รัฐไม่ควรมีอำนาจมาก เพราะการมีอำนาจมากมันจะดึงดึงดูดผู้คนที่ต้องการอำนาจนั้น การทำงานในรัฐ การทำงานการเมือง มันควรจะเป็นสิ่งเสียสละ ไม่ใช่เป็นโอกาส เข้าใจมั้ย นั่นคือสาเหตุที่ทำไมต้องมีบำเหน็จบำนาญ เพราะเราเคยมองว่ามันคืออาชีพที่เสียสละ คุณไม่ได้ไปทำธุรกิจของตัวเอง คุณไม่ได้มี legacy ของตัวเอง คุณเอาเวลาของคุณมาอุทิศให้ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นประเทศชาติจะเลี้ยงดูคุณ นั่นนั่นคือที่มานั่นคือที่มานะฮะ แต่ว่าทุกวันนี้บางทีมันไม่ใช่การเสียสละแล้ว เพราะอำนาจมันถูกรวมศูนย์เยอะเหลือเกิน จนการเข้าไปมันคือการเข้าไปฉวยโอกาสนะ เพราะฉะนั้นการแก้มันไม่ใช่แก้ว่าเราต้องมานั่งเลือกคนดีเข้ารัฐบาล หรือว่าเอ่อเราเลือกที่นโยบายหรืออะไรต่ออะไรนะ มันต้องเปลี่ยนโครงสร้าง ต้องเอาอำนาจออกจากมือรัฐ ประเด็นคือเราไม่สามารถอยู่ดีๆ เอื้อมไปแล้วบอกเอาหน้านี้ออกจากมือรัฐ ได้ เฮ้ยชี้หน้ามึงห้ามพิมพ์เงินนะเว้ย มันเป็นไปไม่ได้นะ เพราะว่าการจะทำอย่างนั้น แปลว่าเราต้องไปมีอำนาจรัฐ ซึ่งถ้าเรามีอำนาจรัฐเข้าไปอยู่ตรงนั้น มันก็มีโอกาสสูงมากคุณคอรัปเหมือนกัน มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นปัญหานี้แก้โดยการไปเปลี่ยนเขาไม่ได้ มันก็เลยถึงบางอ้อว่าวิธีเดียวที่จะแก้ได้คือเปลี่ยนเรา ว่าเอ้ยเราก็ไม่ต้องไปอยู่ในระบบของเขา ก็ได้นะฮะ ระบบเนี้ย เขาเอาเปรียบเราได้ ด้วยการที่เขาขโมยเงินของเราไปใช้จ่ายได้ตามใจชอบ เพราะฉะนั้นเราย้ายเงินของเราออกจากกองที่เขาขโมยได้ ไปไว้ในที่ที่เขาขโมยไม่ได้ ข้อที่ 1 มันสร้างความปลอดภัยและมั่นคงให้กับเรา ข้อที่ 2 มันคือการโจมตีและทำลายสถาบันนี้ลง ทีละนิดทีละคนทีละมือนะฮะ เพราะฉะนั้นผมชอบพูดเรื่อยๆว่า Bitcoin คือการประท้วงแบบสันติวิธี ที่ทรงพลังนะ เมื่อประชาชนปฏิเสธสิ่งที่รัฐทำ ด้วยการบอกว่าทำอะไรก็ทำ เราพูดอะไรมึงก็ไม่ฟังอยู่แล้ว แต่ห้ามเอาเงินกูไปใช้เงี้ยนะ มันเป็นการลดอำนาจโดยทางอ้อมๆ และเอาอำนาจกลับมาอยู่ในหน่วยของประชาชน มันทำได้ถึงขนาดไหน ในที่สุดมันก็จะต้องโดน seize ดาวน์บ้าง โดนจับบ้าง โดนอะไรบ้าง แต่ว่ามันก็เป็นสิ่งเดียวที่ที่ทำได้นะฮะ แล้วมันส่งผลกับตัวเราเอง ไม่ต้องไปหวังว่าจะเปลี่ยนโลกอะไร เราทำเสร็จปุ๊บ มันจะส่งผลกับตัวเราเองแล้วจริงๆ แค่นั้นพอแล้วแหละ เพราะว่าหน้าที่คุณไม่ได้มีหน้าที่ไปเปลี่ยนใครนะ หน้าที่ของคุณก็แค่หาทางเรียก ว่า แก้ปัญหาที่เหตุของมันนะฮะ

อาจารย์คิดว่า STRC จะสามารถดึงเงินจาก Money Market Fund ที่มีกว่า 3 ล้าน 300 ทริลเลี่ยนได้ขนาดไหนครับ จุดตายของ SRC คืออะไร ผมว่ามี potential ที่จะดึงได้เยอะนะ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ต่อปีเนี่ยนะฮะ มันเลวEL many MOF เลยนะ แต่ว่าเอ่อไม่ใช่ไม่ได้มีสแกม อ่ะก็คือมันมันมามันมาจริงๆ แต่ว่าผมก็ยังเป็นห่วงไอ้ mechanism ในการคงมูลค่าของมันอยู่ว่า mechanism แบบเนี้ย มันมีวิธีโจมตีอยู่นะ วิธีโจมตีก็คือวิธีการโจมตีค่าเงินนั่นแหละนะครับ ก็ต้องดูว่ามันจะสามารถทนการโจมตีที่เป็นการโจมตีแบบเจาะจงได้จริงๆมั้ย คือทน fluctuation ของตลาดโดยธรรมชาติมันทนได้ฮะ แต่โดนโจมตีแบบเหมือนดอซอลล่าโจมตีค่าเงินบาทเงี้ย ทนได้มั้ยฮะ ต้องรอดู

Bitcoin มันอยู่ของมันเฉยๆ ก็มีคนเอาไปทำการตลาดให้มันเจ๋งนะ อาจารย์ใช่ฮะ ใช่ ถ้าเราเอาวิธี Bitcoin ที่มีที่มีไปค้ำ Binance กู้ ออกมา LTV ต่ำๆ ดอก 3% แล้วเราเอาเงินกู้ไปซื้อ STRC กิน yield ครับ On paper มันก็ แล้ววันที่ yield มันไม่มา ก็แค่นั้นแหละนะฮะ ไม่มีอะไร on paper มันก็ นะแค่ว่ามันก็จะ leverage ก็แปลว่า Bitcoin ที่คุณเอาไปค้ำอ่ะ มันก็เสี่ยง มันเสี่ยง Counter Party Risk เอ่อ เสี่ยง Liquidation นะฮะ หลักๆเนาะ ถ้าราคา ร่วงแรง แต่จริงๆตอนเนี้ยอาจจะสวย เพราะว่าราคาร่วงจากนี้อาจจะไม่ได้แรงมากนะ เพราะฉะนั้น LTV ต่ำๆน่าจะรอด Liquidation ดอก 3% นะนี้ก็เป็นแผนที่ซาว ครับนะครับ ค่อนข้างเปรี้ยว นะฮะ อ่า 60 บาท คุณอติศักดิ์ ขอบคุณครับนะ ก็วันนี้ประมาณนี้ก่อนแล้วกัน 20:30 น.ละนะครับ เหมือนรัฐบาลโลก One Piece เนี่ยนะ

ขอความเห็นภาษีคือสแกมครับอาจารย์ ทีหลังก็ได้นะ คิดง่ายๆอ่ะ สิ่งที่เขาไม่มีความจำเป็นต้องทำอ่ะ แปลว่าแปลว่าเหตุผลในการทำมันไม่ใช่เหตุผลที่เขาบอกว่าเขาจะทำ แต่มันคืออะไร บางทีเราไม่ต้องไปรู้ถึงขนาดนั้นก็ได้นะฮะ เราแค่ตั้งคำถามหาให้ต่อมเอ๊ะมันทำงานได้เรื่อยๆใช่มั้ย ที่เขาชอบพูดว่ารัฐบาลพิมพ์ได้จะเก็บภาษีไปหาอะไร นั่นแหละนะฮะ คำถามนั้นสำคัญ มันจะทำให้เราเห็นว่าจริงๆแล้วภาษีไม่ใช่เครื่องมือในการหาเงินเข้ารัฐ แล้วมันคือเครื่องมืออะไรนะ ไปคิดดูนะครับ อ่ะประมาณนี้ก็ วันนี้น่าจะเท่านี้นะครับ ผมไม่แน่ใจว่าเราต้องกดอันไหนนะ There is no second >> เดี๋ยวต้องหาเสียงเซลเลอร์ใหม่ๆมาแล้วนะ มีมเยอะเหลือเกินนะฮะ

อ่ะ 30 เมษายน รอกดบัตรกันครับนะครับ ดูรู Skywalker นะครับ ก็ไปเจอกันนะฮะ แล้วก็ถ้าใครอยากจะสปอนเซอร์งานนะครับ อยากจะมาออกร้านออกบูท อยากจะมาช่วยงานอาสา เข้ามาติดต่อมาทางเพจ Ship ได้เลย เราต้องการความช่วยเหลือหมดทุกด้านเลยนะครับ อ่า จัดงานตรงนี้เนี่ยก็เราไม่ได้มีเงินถูกเงินถังไม่ได้มีแบบว่านายทุนยักษ์ใหญ่ที่ไหนจะมาเอ่อช่วยเราก็ทำกันเองคอมมูนิตี้ของเรานะช่วยกันนะครับ ตอนนี้ก็พยายามเดินสายหาสนับสนุนเข้ามาให้ได้เต็มที่ ค่าตั๋วมันจะได้ถูกๆ แล้วเดี๋ยวได้เจอกันนะครับ สำนักงาน Bitcoin ไทย 2026 สำหรับวันนี้ลาไปก่อน ขอบคุณทุกคน สวัสดีครับ [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] >> for เฮ [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> [เพลง] [เพลง] [เพลง] >> ส [เพลง] เฮ [เพลง] [เพลง] [เพลง] [เพลง] เฮ