Transcription
ก่อนหน้านี้หลายคนรู้จัก AI ผ่านการใช้ ChatGPT, Gini หรือ AI Chatbot เพื่อถามตอบ ช่วยคิดงาน หรือช่วยเขียนอะไรบางอย่างเป็นครั้งๆ แต่วันนี้ครับ AI ไปไกลกว่านั้นมาก มันไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่มันช่วยทำงานเป็นระบบ สร้าง Workflow ช่วยจัดการงานหลายขั้นตอน เชื่อมโยงข้อมูล สร้างไฟล์ วิเคราะห์ วางแผน แล้วไปถึงขั้นทำ Automation ให้เราได้แบบจริงๆ เลย CR Cork ชุดนี้จะพาไปให้คุณเห็นครับว่าการใช้งาน AI ให้ถูกวิธี มันไม่ใช่แค่เครื่องมือแชท แต่มันสามารถกลายเป็นระบบทำงานที่ต่อยอดได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคิด ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยครับ
ผมขอเข้าเนื้อหาในส่วนของ Presentation เลยเนาะ ผมขออธิบายก่อนนะครับว่า Cork เนี่ยที่เรามาคุยกันวันเนี้ย CR คืออะไรนะครับ ถ้าใครเพิ่งเคยได้ยินคำว่า CR ครั้งแรกเนี่ย ต้องอธิบายว่าในโลกของเราอ่ะ มีแชทบอทคือถามแล้วตอบอ่ะ หลายเจ้าที่มาแรงที่สุดก็คือ ChatGPT ลองลงมาตอนนี้ก็คือ Gini นะครับ ตัวที่มาแรง พุ่งแรงสุดๆ เลยก็คือ CR 3 ตัวเนี้ยก็คือ ถามแล้วก็ตอบ ถามอะไรไปเขาก็ตอบกลับมา ถามอะไรไปแล้วเขาก็ตอบกลับมา
ต้องบอกอย่างงี้ก่อนว่าเจ้าของที่สร้างคอร์สขึ้นมาเนี่ย เมื่อก่อนก็คือทำงานกับ อ่าแซมก็คืออยู่ใน ChatGPT เหมือนกัน หรือ OpenAI คือเมื่อก่อนทำงานด้วยกัน แล้วก็แยกออกมา แล้วก็เปิดมาเป็นบริษัทที่ชื่อว่า Antropic นะครับ Antropic นี้ก็สร้างโมเดลที่ชื่อว่า CL ขึ้นมานะครับ CR ที่ดังระเบิดเถิดเทิง ณ ตอนเนี้ย อ่าก็คือจริงๆ มันดังมาตั้งนานแล้วแหละ มันคือดังมาจากคอร์ส Code คือการใช้เขียนโปรแกรม ทำเว็บไซต์ ทำระบบ ซึ่งมันดังมาระดับนึง และดังมาจนแบบคนที่ เป็นที่เราตามข่าวเนี่ย จะเห็นว่าคนตกงานส่วนมากจะเป็นโปรแกรมเมอร์ เหตุผลเพราะ AI มันเขียนเว็บ เขียนโปรแกรม ทำระบบภายในแบบ 1 วัน จากที่เมื่อก่อนทำเป็นเดือนนะครับ
และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Cork ก็เปิดตัวใหม่ขึ้นมาที่ชื่อว่า Cork Cork นะครับ Cork คือผู้ช่วยทำงานให้เรา มันจะเป็นตรงกลางนะครับ ระหว่าง Cos ธรรมดา กับ Cor Code อ่าถ้าอธิบายให้เห็นภาพ อยากให้ดูสไลด์หน้านี้นะครับ มันจะอธิบายให้เห็นภาพให้ชัดเลยว่าในโครงสร้างของ CL เนี่ย ก็จะมี Cos ที่เป็นเอาไว้แชท CR ที่เอาไว้เขียนโค้ด และตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาตรงกลาง เค้าเรียกว่า Cork การทำงานต่างกันยังไง อธิบายง่ายๆ ครับ Cos ที่เป็นแชทเหมือน ChatGPT หรือ Gini เราพิมพ์คุย เขาตอบกลับมา เราเอาคำตอบนั้นไปทำเอง เช่น เราได้คำตอบมา เราเอาคำตอบนั้นไปโพสต์บน Social Media เอง เอาคำตอบนั้นไปใส่ใน Presentation เองนะครับ
ส่วน Code ก็คือเราพิมพ์ แล้วมันก็ไปเขียนโค้ดให้ เขียนเว็บให้ Cork มันจะเป็นตรงกลาง ก็คือแทนที่เราจะแค่พิมพ์ แต่มันจะทำให้เลย เช่น ผมบอกว่าอย่างสไลด์วันเนี้ย ที่ทุกคนเห็นเนี่ย อันเนี้ยคือทำสไลด์ให้ โดยที่ผมสั่งให้ทำสไลด์ แล้วไปสร้างสไลด์ที่ Gamma ถ้าใครใช้ Canva คุณสามารถพิมพ์ แล้วบอกให้มันไปทำสไลด์ที่ Canva ได้เลย คำว่าทำให้ในที่นี้คือมันไปสร้างไฟล์ มันไปทำสไลด์ แล้วพอมันเสร็จงาน เราเพียงแค่เข้าไปเปิดสไลด์ อันเนี้ยคือความหมายของการทำงานให้นะครับ ก็คือเป็นผู้ช่วยรันงานอัตโนมัติ จัดการไฟล์ เชื่อมต่อแอปต่างๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคนถึงเค้าเรียกว่ามีกระแสทั่วโลก เหตุผลเพราะมันกระทบกับทุกธุรกิจเลยครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นแอดมิน เป็นทีมการตลาด เป็นทีมเซลล์ ทีม Marketing หรือคุณใช้อะไรก็ได้ที่ทำงานออนไลน์ รูปแบบการทำงานมันจะเปลี่ยนไปเลย เหตุผลเพราะว่าเมื่อก่อนคุณต้องทำเอง ณ วันนี้คุณแค่พิมพ์สั่ง แล้วให้มันทำให้
โอเค แล้วอันเนี้ยคือเป็นจุดเปลี่ยนที่พอ CR OS มันทำขึ้นมาได้แล้ว กลายเป็นว่าเจ้าอื่นทุกเจ้าก็เลยหันมาทำในทิศทางนี้ ซึ่งเราก็จะเห็น อ่า Gini ตอนนี้พยายามที่จะทำให้สามารถทำได้แล้ว ก็คือมีข่าวล่าสุดวันนี้บอกว่า พิมพ์ Gini เพื่อไปให้ทำสไลด์ พิมพ์ Gini เพื่อให้ทำ Google Sheet หรืออะไรก็ว่าไป มันก็จะไปสร้างให้อัตโนมัติเลยนะครับ
โอเค สรุปง่ายๆ แชทธรรมดาที่เราใช้กัน ถามตอบจบ ได้ข้อความที่ขึ้นหน้าจอ เราก็เอาไปทำเอง แต่ Cork คือสั่งงาน มันวางแผนให้ แล้วทำจนเสร็จ กลับมาเป็นไฟล์จริงที่อยู่ในเครื่องของเรา เช่น ถ้าเราให้ทำไฟล์เป็น PowerPoint มันทำเป็น PowerPoint ให้เลย ไฟล์เป็น Excel ทำเป็น Excel ให้ ไฟล์เป็นเว็บไซต์ มันทำเป็นเว็บไซต์ให้เลย เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราจะสั่งให้มันทำอะไร มันทำให้เสร็จเรียบร้อย เป็นไฟล์ที่อยู่ในเครื่องเลย เหมือนกับคุณสั่งเลขา บอกว่าประชุมวันนี้เสร็จ ทำสรุปการประชุม เป็นไฟล์ อ่า Google อ่าเป็นไฟล์ Google Doc เอามาให้ผมด้วยนะ แล้วผมจะเข้าไปดูตอน 20:00 น. คุณสั่งเลขาแบบนี้ เลขาก็ทำไฟล์ส่งมาให้ แล้วก็พิมพ์บอกว่า อ่ะไฟล์เสร็จแล้วนะคะ อยู่ในโฟลเดอร์นี้ค่ะ หน้าที่ของเราเราก็เข้าไปเปิดไฟล์ แล้วก็อ่าน อันเนี้ยคือ Cork นะครับ
โอเค ทีนี้เรามาดูกันว่า Cork เนี่ย เราจะใช้งานมันยังไง ผมพาเข้าไปดูก่อนว่าสำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้เนี่ย เราเข้าไปที่ Cork.com Cork เนี่ย มันจะมีเข้าใช้ผ่านเว็บ แล้วก็มีผ่านแอป แล้วก็มีผ่านตัว อ่าทั้งแอปที่เป็น Windows กับ MacOS นะครับ อธิบายอย่างนี้ก่อนว่า เอ่อเวลาการใช้งาน Cork เงื่อนไขของมันคือ 1 คุณต้องใช้ผ่านแอปที่เป็นแอปผ่านคอมก็คือ Desktop หรือ MacOS หมายความว่าถ้าเกิดคุณใช้ Windows อย่างเงี้ย คุณไม่ใช่เข้าแบบ chatg.com หรือ cork.ai.com AI.com หรืออะไรอย่างเงี้ย มันจะใช้ไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่น ผมเข้าให้ดูตัวอย่างเนี่ย เนี่ย เข้ามาเนี่ย ถ้าเข้าผ่านแชทธรรมดาครับ Cork ตัวเนี้ย มันจะไม่มีคำว่า Cork การที่คุณจะมี Cork ได้ คุณต้องเข้าไปที่ Cork แล้วก็ดาวน์โหลด พิมพ์คำว่า Cork นะครับ Cork download แบบนี้ แล้วก็เข้าไปที่ดาวน์โหลดตรงเครป เราดาวน์โหลดอะไร ถ้าเป็น Windows ก็ดาวน์โหลดเป็น Windows version แล้วก็ดาวน์โหลดเป็น Mac ใครเครื่อง Mac ก็ดาวน์โหลดมาเลย โหลดมาเราจะได้เป็นโปรแกรมตัวนึง โปรแกรมโปรแกรมตัวเนี้ย โปรแกรม Cork มันจะเป็นเป็นเว็บแอป หรือ Develop Desktop นะครับ Desktop แอปอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรา คือเรา install เข้าไปแล้วอยู่ในเครื่อง เพราะฉะนั้นเวลาการเริ่มต้นใช้งานเนี่ย คุณจะต้อง install โปรแกรมที่เป็น Cork เข้ามา เราก็จะเห็นแบตรงนี้ เห็นมั้ยครับ มี C ที่เป็นแชท มี Code แล้วก็มี Cork มันจะมี 3 แบตรงนี้ แต่ถ้าเป็น อ่าเว็บไซต์ จะไม่มีเลย เห็นมั้ยครับ เพราะงั้นข้อที่ 1 คุณจะต้องดาวน์โหลดโปรแกรม CR ดาวน์โหลดก่อนข้อที่ 1
ข้อที่ 2 ผมขอพาไปดูเรื่องของค่าใช้จ่ายก่อนว่าการใช้งาน Cork เนี่ย บางคนเป็นมือใหม่แล้วก็ใช้แต่ ChatGPT แล้วก็ GM9 นะครับ จริงๆ ราคามันก็จะคล้ายๆ พอๆ กันเลยนะครับ ก็มาดูราคากัน เอ่อ CR เนี่ยให้ใช้ฟรีเหมือน ChatGPT หรือ GM9 เลย แต่ถ้าเกิดคุณอยากใช้ฟีเจอร์ที่เรียกว่า Cork ที่เรากำลังคุยกันอยู่วันเนี้ย ครับ เราจะต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่เอ่ย 17 เหรียญเริ่มต้น คุณถึงจะใช้อ่า Cork ได้นะครับ Cork เริ่มต้นที่ต้องจ่ายเป็นแพ็คเกจ Pro นะครับ 17 เหรียญ แล้วก็หลังจาก 17 เหรียญก็จะเป็นที่ 100 เหรียญ แพ็คเกจ Max 100 เหรียญเนี่ย ข้อดีของมันก็คืออะไร ก็คือเราใช้งานได้เยอะขึ้นนะครับ แล้วก็ถัดมาสูงสุดของมันเค้าเรียกว่า Max Pen ที่เป็น 100 เหรียญเนี่ย สูงสุดของมันก็คือ 200 เหรียญ 200 เหรียญ อธิบายสรุปง่ายๆ Cork จะมีราคา 0, 17, 100 และ 200 เหรียญ นะครับ
เริ่มต้น ผมอยากให้เริ่มต้นไต่จาก 17 เหรียญก่อน ก็คือถ้าคุณใช้แชทธรรมดาอยู่แล้ว ตัวไหนที่คุณไม่ได้ใช้บ่อย ลองขยับมาลองใช้ตัว Cork ดู แล้วคุณจะใช้ Cork ได้เมื่อคุณจ่ายแพ็คเกจเริ่มต้นนะครับ คุณก็จะสามารถมีเมนูคำว่า Cork ตรงนี้
โอเค Cork การใช้งาน อ่าสิ่งที่เราต้องรู้สำหรับการใช้ Cork ก็คือว่า หลังจากที่เราลงโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วอ่ะครับ เราเข้ามาดูที่การตั้งค่าด้านซ้ายตรงนี้นะครับ แล้วก็กด Setting ด้านซ้ายเนาะ แล้วก็ตั้งค่าสิ่งที่เราจะต้องดูก็คือเรื่องของ Usage Usage คือการใช้งานตรงนี้ครับ Usage Usage จะแตกต่างกว่า ChatGPT กับ Gini นิดนึง คือปกติเวลาเราจ่ายเงินไป เราก็รู้สึกว่าเราจะใช้ได้ไม่จำกัดถูกมั้ย แต่พอเป็น CR เนี่ย ผมต้องบอกเลยว่าจากประสบการณ์ที่ผมใช้มาแล้ว ใช้ AI มาถึงทุกวันเนี้ย รู้สึกว่าการใช้ Cork มัน ณ วันนี้แล้วกัน สุดยอดมาก คือมันฉลาดมาก แล้วมันเก่งมาก เก่งแบบสุดๆ เลยนะครับ แล้วก็มันก็เลยมีข้อจำกัดอย่างนึง คือมันมีลิมิตการใช้งาน ถ้าคุณจ่ายแพ็ค 17 เหรียญเนี่ย บางคนใช้งานแป๊บเดียวอ่ะ ก็เต็มแล้ว คำว่าเต็มคืออะไร คุณมาดูที่ Usage ตรงนี้ Setting แล้วก็ Usage เขาจะบอกเลยครับว่า ณ ปัจจุบันตอนเนี้ย คุณใช้งานเต็ม 100% เนี่ย ใช้ไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์นะครับ ผมใช้ไปแล้ว 15% จะ Reset ทุก 5 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงแล้วก็ Reset แล้วก็อันที่ 2 ก็คือ Weekly Limit Weekly Limit ของผมคือจะ Reset ตอนวันศุกร์ตอน 11:00 น. หมายความว่าทุกวันศุกร์ตอน 11:00 น. ของ Account ผมนะครับ จะ Reset ตอนเนี้ย ผมใช้ไปแล้ว 70% 70% ของผม ความหมายคืออะไร วันนี้วันอะไร วันพุธใช่มั้ย ผมเหลือเวลาวันพุธคืนนี้ แล้วก็พฤหัสบดี แล้วก็วันศุกร์ตอน 11:00 น. ผมจะใช้ได้อีก 30% แล้วก็โมเดลสำหรับ Sonnet อย่างเดียวตอนนี้ใช้ไปแล้ว 23% นะครับ Reset วันศุกร์ ความหมายคือผมจ่ายเงินแพ็คเกจสูงสุดเลยนะ แพ็คเกจสูงสุดของผมก็คือ 200 เหรียญ 200 เหรียญน่ะ ผมยังใช้แทบจะ ไม่พอเลย เพราะว่าทุกวันนี้คือใช้มันทุกอย่าง แล้วก็รู้สึกว่า เฮ้ยมันเวิร์คจริงๆ
ก็ผมก็ต้องพยายามที่จะต้องใช้ยังไงให้พอ จนถึงวันศุกร์ ซึ่งเริ่มต้นมาทุกคนใช้ 17 เหรียญไปก่อนแล้วถ้าติดค่อยขยับมาเป็น 100 เหรียญ ทีนี้วิธีการเราอาจจะมองว่า เฮ้ย เมื่อก่อนจ่าย ChatGPT มันถูกมากเลย จ่าย Gini มันถูกมากเลย ผมอยากจะให้มองอย่างงี้ครับ ว่าเงินที่เราจ่าย ณ วันเนี้ย มันไม่ใช่เพียงแค่จ่ายแล้วคุยแชทอีกต่อไปละ แต่มันจ่าย หมายถึงทุกบาทที่คุณจ่าย มันคือเงินเดือนที่เราจ้างพนักงานคนนึง ถ้าเรามองว่า 200 เหรียญที่ผมจ่ายอ่ะ มันคือพนักงานคนนึงที่เค้าคิดวางแผนแล้วทำงานให้เลย ทำเว็บ ทำระบบทุกอย่างให้เสร็จเลย เนี่ยการจ่าย 200 เหรียญถือว่าถูกมากๆ ยังไม่เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทยเลยเนาะ ค่าแรงขั้นต่ำของไทยคือวันละ 300 ถูกมั้ย เดือนนึงคือประมาณ 9,000 แต่ค่า Cork 200 เหรียญเนี่ย มันก็ยังไม่ถึงประมาณ 9,000 เลย เพราะฉะนั้นผมมองว่าการใช้งาน ยังไงอ่ะ ถ้าคุณใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมยังอยากให้มันมี 50x เลย จ่าย 50 จ่าย 5 เค้าเรียกว่าอะไรนะ จ่าย 300 เหรียญ หรือ 500 เหรียญ เราใช้ได้เยอะกว่านี้ ผมก็พร้อมที่จะจ่ายนะ เพราะมันคุ้มค่าจริงๆ นะครับ
โอเค อ่าทีทีนี้ เมื่อเราเข้าใจและว่าการใช้งานน่ะ เราเริ่มต้นที่ 17 เหรียญแล้วเราค่อยๆ ขยับขึ้นไปนะครับ ทีละสเต็ป จากการใช้งานแล้วเกิดผลลัพธ์จริงๆ ก็อยากให้มองไปในมุมนี้มากกว่า แล้วก็มาดูในส่วนของการใช้งานเลยดีกว่า ผมเตรียมมาด้วยกันทั้งหมด 5 Use Case เดี๋ยวผมจะมาทำให้ดูสดๆ เลย แล้วทุกคนจะได้เห็นภาพว่าไอ้คำว่า Cork หรือช่วยทำงานเนี่ย มันทำยังไง
อันที่ 1 ผมอยากให้มันลองเขียน Content ให้ดู เขียนในที่นี้ เขียนแล้วเซฟเป็นไฟล์ให้เลย อันที่ 2 สร้าง Report สร้าง Report คือสมมุติว่า ผมต้องทำ Report ส่งลูกค้า ใครเป็นคุณต้องทำ Report ส่งหัวหน้าคุณ ต้องเอาข้อมูลจากไอ้ที่เป็น Excel ข้อมูลดิบต่างๆ แล้วมาทำ Report ให้สวยงามเนี่ย ให้มันช่วยทำให้จัดไฟล์อัตโนมัติในเครื่องเรานะครับ อ่าเช็คตารางอีเมล เช็คข้อมูลอีเมล เช็คตารางปฏิทินของเราว่ามีงานอะไรบ้าง หรือให้รีเสิร์ช ผมเอา Use Case ง่ายๆ 5 ข้อเนี้ย แล้วเดี๋ยวมาทำให้ดูตัวอย่างว่าใช้งานยังไง และทำยังไงนะครับ
อ่ะเดี๋ยวเรามาดูกันในส่วนที่ 1 นะครับ ผมจะสร้างในส่วนของ Script วิธีการใช้งานใช้งานยังไง เริ่มต้นมา อ่าถ้าใครเป็นมือใหม่นะครับ หลังจากสมัครสมาชิกอะไรเรียบร้อยแล้ว คุณใช้เป็นแพ็คเกจ Pro เบื้องต้นเลยนะ เริ่มต้นเข้ามาถึงเนี่ย คุณเข้ามาในที่นี้ สิ่งที่ผมอยากจะให้คุณเริ่มคือ Set up ตรงนี้ก่อน เอ่อโมเดลมันจะมีชื่ออยู่ 3 ชื่อ เอ่อแนะนำให้ถ้าเป็นแพ็คเกจ G Pro นะ ถ้าคุณใช้ Pro หรือฟรีเนี่ย ผมให้คุณใช้แค่ Sonnet 4.6 พอ Sonnet ตรงนี้พอนะครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ Opus 4.6 6 มันจะแตกต่างกับ AI เจ้าอื่นตรงที่มันแพง มันแพงในที่นี้ คือใช้แป๊บเดียวมันเต็มแล้ว ใช้แป๊บเดียวมันหมดแล้ว แต่ไอ้คำว่าแพงในที่เนี้ย ถ้าคุณมีประสบการณ์ในการใช้มัน คุณจะรู้ทันทีว่าแบบ เออ มันคุ้ม เหมือนถ้าใครนึกภาพไม่ออกนะ เหมือนคนที่ไม่เคยใช้ iPhone แล้วรู้สึกว่า iPhone มันแพง หรือ Mac มันแพง แต่ในวันที่คุณมาลองใช้ iPhone หรือใช้ Mac อ่ะ คุณจะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณจ่ายแพงอ่ะ มันคุ้มค่ากับเงินที่คุณจ่าย CR เนี่ย มันจะเป็นอารมณ์ประมาณนั้นเลย คือถ้าคุณใช้แบบแพ็คเกจ Pro นะ แล้วคุณไปเลือก Opus แล้วคุณคุยกับมันน่ะ แป๊บเดียวครับเต็ม คุณก็ต้องมานั่งเช็คตรง Setting ตรงนี้เนาะ แล้วก็มาดูตรง Usage การใช้งานตรงนี้ว่าใช้งานไปถึงไหนแล้วนะครับ
โอเค เพราะฉะนั้นเริ่มต้นฝึกฝีมือ ใช้ตัว Sonnet แล้วผมบอกเลยว่า Sonnet 4.6 6 ตัวนี้ก็ถือว่าโหดมากๆ แล้วเหมือนกัน ในงานพื้นฐาน ในงานทั่วไป ถือว่าสุดยอดแล้ว ใช้แค่ตัวนี้ก็เพียงพอแล้ว Opus มันจะเป็นขั้นแบบทำระบบ ทำเว็บ ทำซอฟต์แวร์ ทำโปรแกรมอะไรนั่น ก็คือเป็นแบบ Top ของโลก ณ เวลานี้
โอเค วิธีเริ่มต้นการใช้งาน เราก็เข้าไปที่เมนูคำว่า โอเค พอเข้ามาที่เมนูครับ ความแตกต่างของการใช้งานน่ะ หลายคนใช้งานครั้งแรกจะงงนิดนึงนะครับ เพราะว่ามันใช้แตกต่างกับการใช้แชท GPT หรือ Gini เลยก็คือว่า ตอนเนี้ยเราต้องการให้มันทำงานให้เราถูกมั้ยครับ เราจะต้องให้สิทธิ์ในการเซฟไฟล์ สร้างไฟล์ และลบไฟล์ โอเคม ถ้าเราใช้แบบเก่า เราแค่คุยกับมันจบ แต่พอมาเป็น Cork เมื่อไหร่มันจะมีโฟลเดอร์ว่า คุณอยากให้ผมทำงานที่ไหน โอเคม เราต้องเลือกโฟลเดอร์ก่อน คำว่าโฟลเดอร์ในที่นี้ คือให้นึกภาพเป็น สมมุติว่าบ้านเราอ่ะ มีเป็นสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ บ้านเราสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ หรือคอมพิวเตอร์เราคือสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ การที่เราจะให้ Cork หรือ Cowork มาเซฟไฟล์ หรือยุ่งเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของเรา อ่ะ เราจะต้องสร้างเป็น Sandbox Sandbox ก็คือเหมือน อ่าเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ ภาษาไทย กระบะทราย กระบะทรายเนาะ Sandbox คือเราจะให้ AI อ่ะ อยู่แค่ในกระบะทรายนั่นหมายความว่า ความปลอดภัยอ่ะ ถือว่าปลอดภัย คอมพิวเตอร์หรือบ้านเราขนาดใหญ่มาก แต่เราให้ AI อยู่ในกระบะทรายเล็กๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นต่อให้เค้าสามารถเข้าไปในคอม ได้ เค้าสามารถเซฟไฟล์ได้ เค้าสามารถแก้ไฟล์ได้ แต่เขาจะได้สิทธิ์แค่เฉพาะ Sandbox หรือพื้นที่สี่เหลี่ยมที่เราให้เท่านั้น
เพราะงั้นจุดเริ่มต้น พอเราเข้ามาที่ Cork ครับ เราจะต้องเลือกโฟลเดอร์ก่อน โฟลเดอร์ที่เค้าเลือก สมมุติว่าเราเริ่มใหม่เลยนะ ครับ เราก็ต้องเลือกโฟลเดอร์ตรงนี้ กดเลือกโฟลเดอร์ หรือโฟลเดอร์ในคอมพิวเตอร์ของเรา ผมก็เลือกโฟลเดอร์ที่เป็น Demo ผมสร้างขึ้นมาแล้ว เป็น Demo ถ้าใครยังไม่เคยสร้าง ก็กดแค่ New Folder แล้วก็ตั้งชื่อโฟลเดอร์ขึ้นมา เช่น อ่า Sandbox อ่ะ แบบนี้ก็ได้นะครับ ใช้ Windows ใช้ Mac ทำเหมือนกันนะครับ ก็สร้างโฟลเดอร์นี้ขึ้นมา ทีนี้วิธีการเริ่มต้น คือเราเริ่มต้นว่าเราจะให้มันทำงานที่โฟลเดอร์ไหนนะครับ ผมก็เลือกเป็นโฟลเดอร์ที่ผมสร้างมาแล้วที่ชื่อว่า Demo เพราะฉะนั้นมันก็จะขอสิทธิ์ว่า ผมขออนุญาตใช้ เค้าเรียกว่าบริหารจัดการอยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Demo นะ เราก็ให้สิทธิ์ มันจะให้สิทธิ์มันครั้งเดียว หรือ Always Allow ก็ได้ ผมว่า Always Allow เพราะว่ามันเป็นโฟลเดอร์ที่เอาไว้สำหรับไลฟ์สดวันนี้เนาะ ผมก็ Allow ไป
โอเค จุดเริ่มต้นคือเลือกโฟลเดอร์เรียบร้อย เลือกโมเดลเรียบร้อย เอา 4.6 6 พอเรียบร้อย หลังจากนั้นเมื่อเราเตรียมเตรียมเค้าเรียกว่าพื้นที่ให้มันลุยละ ถัดไปคือการสั่งมัน และการสั่งไม่ยากเลยครับ เราแค่เข้าใจว่ามันมีอะไรให้ทำบ้าง การสั่งเหมือนเราคุยกับ ChatGPT คุยกับ Gini เลย แต่เพียงแค่เราสั่งแล้วมันไปทำให้โอเคม ทีนี้เรามาดู Use Case ที่ 1
Use Case ที่ 1 เนี่ย ผมเตรียมมาว่าช่วยสร้าง Content Script หน่อยนะครับ เราสั่ง Cork แบบนี้ คือผมทำพร้อมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ เอ่อใครที่ดูไลฟ์นี้อยากไปดูย้อนหลัง ก็แคปหน้าจอ แล้วก็พิมพ์ตามได้เลย ส่วนใครที่เป็นนักเรียนคังแสงนะครับ ผมก็ อ่าเตรียมเอาไว้ให้พร้อมแล้ว คือสไลด์วันนี้จะอยู่ในส่วนของ Classroom นะครับ Classroom แล้วก็อยู่ในที่หัวข้อคำว่า อ่า Vibe Marketing Vibe Marketing ตรงนี้เนาะ ผมได้เตรียม อ่า Presentation ตรงนี้ที่สไลด์วันนี้เนาะ ดาวน์โหลดอยู่ในไฟล์นี้แล้วก็มี Use Case การใช้งานเพิ่มเติมอีกนะครับ ประมาณ 10 Use Case ที่แบบ Copy Paste เอาไปใช้งานได้เลย ผมเตรียมเอาไว้ให้แล้วนะครับ ใครที่เป็นนักเรียนคังแสง ก็สามารถเข้ามาดาวน์โหลดได้หลังจากจบไลฟ์นี้นะครับ
โอเค อ่าทีนี้ผมก็ Copy แล้วก็แปะมา เราบอกว่า ช่วยสร้าง Script สำหรับคลิปสั้น 30 วินาที เรื่องเรื่องเอาเรื่องเป็น AI Marketing นะ AI Marketing คืออะไร ให้โทนเป็นแบบ New Social พูดกระชับ Call to Action เซฟเป็นไฟล์ให้สวยงาม อ่านง่ายในโฟลเดอร์นี้ ซึ่งโฟลเดอร์นี้คืออะไร โฟลเดอร์นี้ก็คือ Folder Demo ถูกมั้ยครับ Folder Demo ก็กดปั้งเข้าไปเลย อ่าความแตกต่างของมันคือเวลาเราสั่งงานมันน่ะครับ เวลาเราสั่งงานมันก็จะทำงานเป็น Process เห็นมั้ยด้านขวาตรงเนี้ย มันจะเป็น Process ว่า อ่าเป็น Task ว่า Step 1 ทำอะไร Step 2 ทำอะไร และ Step 3 ทำอะไรนะครับ ก็มาดูตัวอย่างกันนะครับ อันนี้ก็คือมันเริ่มคิดแล้ว มันก็เริ่มทำละ มันก็จะทำ Content มาให้นะครับ แล้วก็ Content ที่มันทำให้ มันก็จะทำแล้วก็เซฟอยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อ Demo ตรงนี้เนาะ Demo ใน Demo ตรงเนี้ย เดี๋ยวรอดูนะครับ ตอนนี้ยังไม่มี Content อะไรเลยนะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่า Content ที่มันเขียนให้ มันจะเขียนเข้ามาอยู่ในโฟลเดอร์นี้เป็นไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์นี้เลยนะครับ
อ่ะระหว่างนี้ก็เดี๋ยวรอมันทำงานนะครับ ตอนนี้มันก็จะค่อยๆนะครับ โอเค ตอนนี้ไฟล์ก็เริ่มเห็นม มันเริ่มเขียนละ เริ่มเขียน Script ต่างๆนานา ด้านข้างด้านข้างมันก็เขียนว่ากำลัง Drafting Script อยู่ หลังจากนั้นมันก็จะทำเป็น Template ให้สวยงาม โอเค อ่าดูตัวอย่างตรงนี้ครับ เสร็จเรียบร้อยละ นี่มันขึ้นมาว่า เห็นมั้ยครับ เขียน Script ให้เรียบร้อยแล้ว เสร็จแล้วไฟล์ Script อยู่ที่นี่แล้ว ดูมันเขียนออกมา ลองดูนะครับ นี่คือมันทำให้ ลองดูหน้าจอมันดิ ผมบอกว่า เอ่อ เอ่อ ให้ดูสวยงามใช่มั้ย แล้วดูมันทำให้สิ อ่าดูนะครับ ดูเอกสาร 30 วินาที อ่า Short Clip Short แล้วก็ TikTok วันไหนนะครับ Hook Call Proof Hook ธุรกิจที่ยังทำ AI Marketing แบบเดิม แล้วก็ Call Message คืออะไร Proof คืออะไร Call Direction คืออะไรนะครับ อ่าลองดูสิมันทำสวยมั้ยล่ะ แล้วลองไปดูในโฟลเดอร์ที่เราเซฟนะ เมื่อกี้โฟลเดอร์คือไฟล์ไหนเอ่ย Script ตัวนี้ใช่มั้ย ตอนนี้คือ 16:26 น.นะ ดูเวลาเนาะ มันทำออกมาเป็นไฟล์ HTML ผมกดเปิดเลยนะ อันนี้คือเปิดเป็นไฟล์ที่มันทำให้ เห็นมั้ยครับ เปลี่ยนการทำงานของเรามั้ยล่ะ คืองานหน้า นี้เราต้องคุยกับ AI แล้วเราต้อง Copy มา ทำสไลด์มาทำ Presentation มาทำเอกสาร เราให้มันทำจนจบเลยอ่ะ แล้วเราก็เอาไฟล์นี้ไปใช้งานเลย ถ้าเราจะให้มันทำเป็นไฟล์ PDF ให้มันทำเป็นไฟล์อะไร ทำได้เลย ตั้งแต่ที่ผมทดลองมาให้เราดูเมื่อกี้ เราพิมพ์เนาะ เราคุยกันมา ผมก็เริ่มคุยมาจนถึง ณ ตอนเนี้ย กี่นาทีเอง มันออกแบบมาเป็นเอกสารแบบนี้ให้เลยที่สวยงามนะครับ
โอเค ทีนี้เรามาดูกันว่าเราได้ละ Use Case ที่ 1 นะครับ เราได้ Use Case ที่ 1 มาแล้วว่าเราได้เป็นไฟล์แบบนี้มาเลย อ่าถัดมาเรามาดู Use Case ที่ 2 กัน อันนี้ก็เป็นที่ผมใช้งานแล้วก็รู้สึกว่าเวิร์คกับทีม Agency แล้วก็เวิร์คกับการทำงานทั้งหมดเลย ก็คือในส่วนของสร้างเอกเอกสารดีกว่าสร้าง Report นะครับ หลายคนมีปัญหาว่า เอ่อเรามีข้อมูลเยอะมาก แต่เวลามาทำ Report เนี่ย ทำช้ามาก แล้วก็บางทีการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ การทำ Report ดูแล้ว อ่าใช้เวลานานนะครับ เราสามารถใช้ Cork เพื่อทำ Report คำว่า Report ในที่นี้ทุกอย่างเลยนะ ไม่ว่าคุณจะเป็นเอกสารการเงิน Statement หรือว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Report ของงาน Social Media ผมอยากให้ดูเคสของผม ยกตัวอย่างนะครับว่าผมจะมีไฟล์ไฟล์นึงแล้วกันนะครับ ผมจะมีไฟล์ไฟนึงเพื่อให้วิเคราะห์ ผมเริ่มต้นอย่างนี้เลยแล้วกัน ผมเข้าไปที่เพจของผม MU Social เนาะ แล้วผมอยากจะให้ตัว Cork เนี่ยเค้าวิเคราะห์ในส่วนของ Report มาให้ผมก็เข้าไปที่หลังบ้านของผมเนาะ หลังบ้านของผมแล้วก็เข้าไปที่ Inside Inside นะครับ Inside คือข้อมูลเชิงลึกเนาะ แล้วก็เข้าไปที่ Content อ่าเข้าไปที่ Content ผมบอกเลยว่าถ้างั้น ผมขอดู Export Data นะ Export Data คือ เราอยากดูข้อมูลนะครับ ผมเลือกเป็น Export Data แล้วก็เลือก Data ผมเลือก Export Data มาอันเนี้ยเป็น Use Case ที่ใช้งานได้จริงเลย คุณจะใช้เกี่ยวกับธุรกิจ เกี่ยวกับเงินเกี่ยวกับอะไรก็ว่าไป ผมเลือกเป็นเพจผมเนาะ New MU Social Export Data เนี่ย ตั้งแต่วันที่ 1 จนถึงวันนี้แล้วกัน ผมอยากดู Stat ว่า Content ที่ผมทำตั้งแต่ วันที่ 1 ถึงตอนเนี้ยเป็นยังไงบ้างนะครับ ผมเลือกเป็น Create เลย Generate เราจะได้ไฟล์เป็นเค้าเรียกว่าเป็นไฟล์เป็น Excel เนาะที่เราจะสามารถใช้งานได้ เราทำได้ 2 วิธี เดี๋ยวผมจะโหลดไฟล์นี้มาแล้วผมก็เอาเอาไปเซฟอยู่ในโฟลเดอร์นี้ โอเค มลเดอร์นี้คือ Folder Demo เนาะ Folder Demo เดี๋ยวพอผมโหลดไฟล์เสร็จผมจะเอาไฟล์มาใส่ใน Folder Demo แล้วผมจะค่อยสั่ง Cork ว่า Cork ช่วยไปเอาไฟล์ในโฟลเดอร์นี้หน่อย แล้ววิเคราะห์ให้หน่อย ออกมาเป็นตารางออกมาเป็นข้อมูลต่างๆนะ ครับเห็นมั้ยว่าการทำงานของเราอ่ะ มันก็จะ เป็นการเราหน้าที่ของเราคือการเตรียมข้อมูล การเตรียมเอกสาร รวบรวมข้อมูลเพื่อเอาข้อมูลนั้นมาใส่เป็นในโฟลเดอร์ แล้วเมื่อข้อมูลอยู่ในโฟลเดอร์ อยู่ในพื้นที่ที่ AI เค้าสามารถใช้งานได้ เราก็แค่ไปสั่งให้เค้ามาทำงานนะครับ
อ่ะโอเค อันนี้ผมดาวน์โหลดนะ โอเค ผมดาวน์โหลดแล้วผมใส่เข้าไปในโฟลเดอร์ Demo นะครับ แล้วตั้งชื่อว่าเป็น อ่าอะไรดี Stat MU Social โอเคผมเซฟนะ อ่าลองไปดูในโฟลเดอร์นี้นะครับ นี่นะเห็นมั้ย Stat MU Social.csv เป็นไฟล์อย่างนี้เลยนะ เป็นไฟล์อย่างนี้เลย ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงเนาะ เราก็เข้าไปที่ Cork ตัวเดิมเหมือนกัน อ่าเรามาดูที่ผมเตรียมเอาไว้ นะครับ ผมเตรียมเอาไว้ว่าวิเคราะห์ไฟล์ข้อมูล อ่าประมาณนี้เนาะ ผมก็ไปแปะในนี้เลย วิเคราะห์ไฟล์ข้อมูล อ่าผมเปลี่ยนคำนะ ที่อยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ Stat MU Social ช่วยสร้างเป็น Dashboard Report อ่าแบบนี้นะ ลองแก้หน่อย ใส่กราฟ ใส่ตาราง ใส่ข้อมูลแนะนำ ขอแบบขอให้ออกแบบสวยๆ อ่านง่ายๆ อ่าผมลองพิมพ์แบบนี้เลยนะ ความหมายคือ วิเคราะห์ไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อไฟล์ Stat MU Social ช่วยสร้างเป็น Das อ่า Dashboard Report ใส่กราฟ ใส่ตาราง ใส่ข้อเสนอแนะ ขอให้ออกแบบสวยๆ อ่าง่ายๆ อ่าลองดูเหมือนกับเราเตรียมข้อมูลเอกสาร Raw Data ให้แล้ว ให้มันเข้าไปหยิบ แล้วก็เอาข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ แล้วก็เอาข้อมูลนั้นมาทำเป็น Format ที่เราต้องการ เราอยากให้ทำเป็น Interaction เคลื่อนไหวด้วย ใส่กราฟ ใส่เอฟเฟค ใส่ข้อมูลวิเคราะห์ ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ นั่นหมายความว่าการทำงานต่อจากนี้ ถ้าเรามี Report ทุกเดือน เรา Folder เอาไว้ว่าเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน แล้วเราก็ใส่ข้อมูล Report ของแต่ละเดือนเข้าไป ถ้าคุณทำเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวกับการเงิน คุณทำ Statement เช่น ไป Export Statement การเงินมาในทุกๆ เดือน แล้วก็ใส่ในโฟลเดอร์ในแต่ละเดือน เพราะฉะนั้นเวลาเราสั่งงานอ่ะครับ เราสามารถสั่งว่า ทำ Report เดือนกุมภาพันธ์ ช่วยทำ Report สรุป Quarter 1 หน่อย เอาข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ มกราคม มีนาคม สรุปแล้ววิเคราะห์ตามข้อมูลที่เราเตรียมไว้ให้หน่อย เห็นมั้ยเราคือเตรียมข้อมูลให้เค้า แล้วเราสั่งให้ AI ทำงานที่ต้องคิด วิเคราะห์หรืองานที่ต้องแบบใช้งาน ใช้แรงถึกๆ อ่ะในการทำ เราจะเปลี่ยนบทบาทเป็นคนคุมแทน และเราจะไม่ใช่เป็นคนที่จะต้องมานั่งทำอะไรพวกนี้แล้ว เห็นมะ เขาได้ข้อมูลแล้วครับ ครบแล้ว 282 โพสต์ 26 ล้านวิว 16 ล้านวิว สร้าง Dashboard เลย ตอนนี้เขาก็บอกว่า อ่าอยู่ใน Analyze MU Social Data กำลัง Build Dashboard แล้วก็เซฟ ลองนึกภาพสิว่า ถ้าคุณยังทำงานแบบเดิมๆ อ่ะ กับคนที่เค้าทำงานโดยเอา Cork มาใช้ในการทำงานน่ะ ลองจบดูว่าสิ้นเดือนเนี้ย ต้องส่ง Report ให้กับหัวหน้า ต้องส่ง Report รายงานเนี่ย คนที่ยังทำเหมือนเดิมก็คือยังเป็น PowerPoint หรือเป็นตัวเลขธรรมดา แต่คน ที่เปลี่ยนมาใช้ตัวนี้ Report มันจะอลังการ ข้อมูลมันจะเวอร์วัง แล้วข้อมูลการวิเคราะห์มันจะแบบคนละเรื่องกันเลยอ่ะ ครับ และเนี่ยคือความหมายของพลังของคำว่า Cork หรือ AI Agent ที่ช่วยทำงานให้นะ ครับ
อ่ะเรามาดูกันครับ เมื่อกี้เราเริ่มต้นมาจากในส่วนของไฟล์ที่เป็น Raw Data แบบนี้เนาะ อ่าใน Demo ตรงนี้นะ เมื่อกี้ไฟล์เป็นไฟล์นี้ถูกมั้ยครับ ไฟล์นี้เนาะ โอเค มันสร้างเสร็จละ ไฟล์ชื่อ Dashboard Report นะครับ เรามาดูในเครื่องเราในเครื่องเรามีมั้ย Dashboard Report นี่มีครับ Dashboard Report เราเปิด Dashboard Report ปึ้ง เป็นไงครับ ลองนึกภาพว่าเดือนนี้พนักงานผมมี Report มา สรุปการทำ Social Media ของแบรนด์เราในเดือนที่ผ่านมาครับ แล้วก็เปิดหน้านี้ขึ้นมา คนเห็นแล้วก็ว้าวเลยถูกมั้ยครับ แต่ลองนึกภาพสิว่าเราใช้เวลาในการทำน้อยกว่าการทำงานสมัยก่อนอีกนะ อ่าลองมาดูครับ มันเข้าไปวิเคราะห์เลยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 11 มีนาคม กุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ทั้งหมด 282 โพสต์ เป็นยอดวิวทั้งหมด 26 ล้านวิว 16 ล้าน แล้วก็ 2.59 59 Average Engage ทั้งหมด 39 วัน Total เท่าไหร่นะครับ Total Post เท่าไหร่ แล้วดูดิมันเป็นแบบ Interact เลย View กับ List View กับ List และจำนวนการโพสต์ เห็นมั้ยครับ จำนวนการโพสต์เทียบเป็นรายสัปดาห์ อ่า Post Type เป็นรูปภาพกับวิดีโอ Engagement Rate by Type ก็คือ Engagement ถ้าเป็น Live สด Engagement ดีสุด ลองลงมาคือวิดีโอเนาะ ช่วงเวลาที่โพสต์ที่ดีที่สุด คือวันอาทิตย์ อ่าวันเสาร์ Engagement ดีสุดนะครับ แล้วก็ถ้าแยก Engagement ก็คือ Reaction แชร์สูงสุด ลองลงมานะครับ ช่วงเวลาที่โพสต์ที่ดีที่สุดสำหรับช่องผม หรือเพจผมคือช่วง 11:00 น. แล้วก็ช่วง 17:00 น. 11:00 น. กับ 17:00 น. Best Post Boosting Hour โพสต์ยอดเยี่ยมที่ดีที่สุดคือโพสต์นี้ ประเภทที่เป็นรูปภาพ ยอดวิว 4 ล้าน ยอด List Engagement Rate Reaction Share Top 10 ที่ดีที่สุดเป็น Content อะไรบ้าง PH ครองอันดับ 1 วันเสาร์คือดีที่สุด เวลาที่ดีที่สุดคือ 17:00 น. Live Engagement ดีสุด ข่าวที่เป็นประเภท Content ประเภท News AI News กับ Story Hook สุดยอดมั้ยล่ะ แล้วดูมันวิเคราะห์ดิ Double วันเสาร์ Lock Lock Time Slot 5 มันสรุปให้เลยว่า Size Recommend ก็คือ Lock ไว้เลย Slot 17:00 น. คือเวลาที่ดีที่สุด วันเสาร์ Peak Time 34 โพสต์คือสุดยอด อันนี้คือแค่ให้เห็นแค่ไฟล์เดียวเนาะ อันเนี้ยครับคือมันยังไม่ได้เอาข้อมูลอะไรมาเยอะเลยเนาะ แล้วถ้าเกิดคุณลองนึกภาพว่าถ้าเราจัดเรียงข้อมูลเป็นระเบียบ 1 เดือน 1 ปี 6 เดือนน่ะ คุณจะเห็นภาพเลยว่าพลังมันมหาศาลมาก คุณเอา Stat ตรงเนี้ย ใส่เข้าไปแล้วให้มันวิเคราะห์ มันวิเคราะห์ออกมาเป็น Template แบบนี้เลย สุดยอดนะครับ อันเนี้ยแหละคือพลังของมันนะครับ
ต่อไป อ่าระหว่างนี้เดี๋ยวผมไป Use Case ถัดไปนะครับ Use Case อันนี้เอาแบบง่ายๆหน่อยแล้วกัน แล้วก็ทุกคนน่าจะชอบก็คือจัดไฟล์ในโฟลเดอร์ เอาง่ายๆก่อน จัดไฟล์ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด แยกตามประเภทแล้วสร้างโฟลเดอร์ให้เรียบร้อย แน่นอนว่าโฟลเดอร์ดาวน์โหลดของผมเละเทะไปหมดเลยครับ เละเทะไปหมดที่โหลดไฟล์ โหลดอะไรมานะครับ เราก็สั่ง Cork มันแบบนี้ จัดการไฟล์ในโฟโฟลเดอร์ดาวน์โหลดให้หน่อย แยกตามประเภทแล้วสร้างโฟลเดอร์ให้เรียบร้อย อ่าจะให้มันลบให้ จะให้มันจัดระเบียบข้อมูลอะไรยังไง เดี๋ยวรอดูครับว่ามันจะมีสิทธิ์ในการเข้าไปจัดการมั้ย เพราะไหนผมบอกว่า อ้าว เราให้พื้นที่มันอยู่ในโฟลเดอร์ Demo นี่แล้วนี่คุณสั่งให้มันเข้าไปโฟลเดอร์ดาวน์โหลดได้ไง อ่าเดี๋ยวลองดูครับว่ามันจะจัดการได้ไหม
ค่าใช้จ่ายการใช้งานเท่าไหร่หรอครับ อ่าถ้าเกิดจะใช้ Cork ตัวนี้ใช่มั้ยครับ เริ่มต้นก็คือ 17 เหรียญเห็นม ขอสิทธิ์ Cork ขอสิทธิ์ขอสิทธิ์เข้าไปในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดได้มั้ย ผมก็บอกว่าให้สิทธิ์จะ Set up Cork ให้เข้าไปจัดการในโฟลเดอร์อย่างไรครับ อ่าพอดีเลยครับ นี่ไงครับ นี่ไงครับ แค่นี้เอง คือไม่ต้องทำอะไรเลย แค่พิมพ์แค่นี้ จัดการไฟล์ในโฟลเดอร์ให้หน่อย แยกตามประเภท แล้วมันก็ขอสิทธิ์เข้าไปในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด ตอนนี้มันเข้าไปในโฟลเดอร์ดาวน์โหลดของผมเรียบร้อย เดี๋ยวลองดูว่ามันจะจัดระเบียบให้ยังไง อ่าลองดูโฟลเดอร์ดาวน์โหลดผมนะ ผมไม่ได้จัดระเบียบอะไรเลย มันก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้เละๆ รวบรวมข้อมูลเละๆ แบบนี้นะครับ อ่าลองขยายดู อ่ามันจะเป็นอย่างงี้ อะไรเละๆ แบบนี้เนาะ เดี๋ยวลองดูว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นยังไง โอเคระหว่างนี้มันก็จะ Request ขอสิทธิ์เข้าไปสแกน scanning แล้วก็จะ Create sub folder แล้วก็ Move file ไฟล์เข้ามาอยู่ในนั้น แล้วก็ทำเป็น Report Key up res นี่เรียบร้อย โล่งเลยนะครับ โล่งเลย เดี๋ยวแป๊บนึงนะ ผมขอ อ่าเห็นมั้ยครับ โล่งเลย มันก็รวมทุกอย่างเข้ามาอยู่ในนี้ให้เลย เห็นมะ ไฟล์จัดเก็บเป็นระเบียบ เรียบร้อย อ่าอันนี้ก็คือเป็น Use Case ที่แบบทุกคนสามารถใช้งานได้เลย
โอเค Use Case ถัดไปครับ Research หาข้อมูล และเซฟเป็นไฟล์ PDF นะครับ เดี๋ยวลองดูนะ สมมุติว่าเราต้องการให้มันทำรีเสิร์ช ผมต้องการให้มันทำรีเสิร์ชหาข้อมูล Trend AI Marketing สำหรับประเทศไทย แล้วสรุป 1 หน้า เซฟเป็น PDF อ่าเป็นไฟล์ PDF โอเค อันนี้เดี๋ยวเรามาดูกันเนาะว่าเราจะได้ข้อมูลเป็น PDF ม อ่าอันนี้ก็เสร็จเรียบร้อยละ มันทำเรื่องรีเสิร์ช แล้วก็มันทำเรื่องเกี่ยวกับ Key Inside ต่างๆ แล้วก็สร้างออกมาเป็น PDF ข้อดีของมันก็คือเครื่องใครเครื่องมันนะครับ ถ้าสมมุติว่าคุณใช้งาน คุณก็ใช้งานเครื่องเครื่องของคุณนะ ครับ มันก็จะทำให้แบบไม่ต้องกลัวเหมือน อ่า Open Craw หลายคนกลัว Open Craw ว่าแบบ หูยมันจะต้องน่ากลัวเข้าไปยุ่งในคอมพิวเตอร์มั้ย อันนี้ก็คือง่ายมากนะครับ
โอเค ระหว่างนี้ก็สร้างเป็นไฟล์ PDF นะครับ รอดูข้อมูลเสร็จเสร็จเรียบร้อย อ่าอันนี้ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย ส่วน Use Case ถัดไปเป็นอีก Use Case นึงที่คิดว่าทุกคนน่าจะชอบนะครับ ก็คือมันสามารถเชื่อมกับโปรแกรมอื่นได้ หรือแชทอื่นได้นะครับ เค้าจะเรียกว่า MCP MCP อธิบายง่ายๆเลย มันเหมือนกับสมมุติว่าเราใช้ Cork เราใช้ Cross อยู่ใช่มั้ยครับ เราสามารถไป Connect กับ Google Calendar Connect กับ Gmail Connect กับ Slack หรือ Connect กับอะไรก็ได้ ข้อดีของมันคือเราสามารถสั่งงานและ Control ทุกอย่างผ่าน Cork ได้ อันนี้เป็น Use Case ว่าเช็คเมลวันนี้ สรุปเมลสำคัญให้หน่อย อันไหนต้อง Action ดู Calendar สัปดาห์นี้แล้วสรุปตารางให้เป็น List อ่าเดี๋อันนี้เดี๋มาลองเทสกันนะ ครับระหว่างรอนะครับ ผมก็อยากให้ดูว่าระหว่างการทำงานเนี่ย มันกำลังค่อยๆทำงานให้ทีละส่วนเนาะ เอ่อสิ่งที่สำคัญที่สุดของตัว Cork นะครับ ให้เข้าไปดูที่เมนูในส่วนของ Customize Customize อยู่ 2 เรื่องคือ Skill กับ Connector เดี๋ยว Skill เรามาคุยกันนะครับ Connector เรามาดูกันก่อน Connector ความหมายคือคุณสามารถ Connect กับแอปข้างนอกได้หมดเลย ผม Connect กับ Canva ผม Connect กับ Gamma ผม Connect กับ Gmail Connect กับ Calendar และ Google Drive คุณสามารถกดตรงนี้ กดบวก เพิ่มแล้วกด Browse เพื่อ Connect กับแอปข้างนอกได้หมดเลย คุณอยากจะ Connect กับโปรแกรมอะไรที่มันมีอยู่ ณ ตอนนี้ คุณสามารถ Connect ได้เลย หรือคุณสามารถสร้าง Custom ขึ้นมาได้อีก เดี๋ยวเรื่องเนี้ย ว่ากันนะครับ แต่เดี๋จะให้ดูว่าผม Connect กับ Gmail Connect กับ Google Calendar และ Connect กับ Google Drive การ Connect ง่ายมากก็คือเราแค่กดบวกใช่มั้ย แล้วเราก็เลือกสักตัว เช่น สมมุติว่าผมเลือก Connect อ่า Notion อย่างเงี้ยครับ พอกดไปเสร็จมันจะให้ไปล็อกอินแค่นี้เลย ให้ล็อกอินแค่นี้ ถ้าคุณล็อกเสร็จ คุณก็สามารถให้ Cork สามารถทำงานกับตัวโปรแกรมนี้ได้ ซึ่งอันเนี้ยผม Connect กับ 2 ตัวนี้เรียบร้อยนะครับ
อ่ะระหว่างนี้กลับมาดูในส่วนของงานนี้ก่อน เสร็จแล้วมอ่ะระหว่างนี้เมื่อกี้มัน Compact กำลังสร้าง PDF นะครับ โอเค ผมจะสั่งมันแบบนี้นะครับ ลองมาดูคำสั่งที่ผมจะสั่ง ผมจะสั่งว่า เช็คดูเมล สรุปเมลสำคัญให้หน่อย อันไหนต้อง Action ก่อน ดู Calendar สัปดาห์นี้แล้วสรุปมาเป็นตาราง List ให้หน่อย เดี๋ยวดูนะครับ ระหว่างนี้ผมก็สั่งไปด้วยเลย อ่าอันนี้มันทำ Report ออกมาให้ละนะครับ เดี๋ยวผมสั่งให้เช็คเมลให้ดู เห็นมั้ยมันจะเข้าไปเช็คที่ Gmail มันจะเข้าไปเช็ค Calendar ของผมนะครับ แล้วมันก็จะสรุปมาให้อ่ะ ระหว่างนี้เราไปดูในส่วนของตัว Demo ก่อน เมื่อกี้เราทำเป็น Marketing Trend ใช่มั้ย บอกเป็นไฟล์ PDF มันทำออกมาเป็นไฟล์ PDF ให้เลย เนี่ยครับ AI Marketing Trend สำหรับประเทศไทยนะครับ เทรนด์ตอนนี้เป็นเรื่องอะไรบ้าง มันทำรายละเอียดมาให้ Key Insight เป็นยังไง อันนี้ก็คือแบบเอาเร็วๆเนาะ มันก็ทำสรุปออกมาเป็นแบบนี้ให้ เทรนด์ ณ ตอนนี้ Ad เป็นยังไง Spend เป็นยังไง ถ้าคุณอยากลงลึก คุณก็ให้มันรีเสิร์ชลึกมากกว่านี้ อันนี้คือแบบคร่าวๆ นะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไม่งั้นจะใช้เวลานานในงานรีเสิร์ช โอเคย้อนกลับมาดูนะครับ เห็นมั้ย Cork มันสามารถสรุปออกมาว่า วันนี้มีงานอะไรบ้าง ก็จะมีงาน โอเค นัท คุณวิท นะครับ มีงาน Assess Gmail เมลไม่ มีนัด มีงานนัดกับใคร คุยกับใครนะครับ มันก็จะสรุปออกมา มี Action อะไร มีไฟล์ต่างๆ ให้ สรุปก็คือมันเช็คตารางให้นะครับ แล้วก็เช็คในส่วนของข้อมูลปฏิทิน Calendar ทุกอย่างให้หมดเลยนะครับ แล้วก็สามารถ Connect นะครับ เราสามารถกดเข้าไปที่ Customize ตรงนี้แล้วกดเข้าไปที่ Connector แล้วก็เลือกนะครับ แล้วก็พิมพ์คำว่า Apple Mail ไม่มี มีแต่มีแต่ Apple Note Apple Note มีพวก WhatsApp อะไรพวกนี้ไม่น่ามีมั้ง เป็นแอปแชทอ่ะครับ ไม่น่ามีนะครับ ผม Connect Canva เมื่อกี้ที่เราคุยกันมาตรงนี้เนาะ ผมบอกว่า โอเค ช่วยเอาข้อมูลทั้งหมดไปทำเป็นสไลด์ใน Canva ให้หน่อย ตอนนี้เรา Connect กับตัว Canva เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ เมื่อกี้เรา Connect กับ Canva แล้วเราบอกว่าทำสไลด์ใน Canva ให้หน่อย ช่วยเอาข้อมูล Report Stat MU Social ที่ทำเสร็จแล้วไปทำเป็นสไลด์ใน Canva ให้หน่อย อันนี้ก็จะไปอีกขั้นนึง ก็คือเราเริ่มจัดไฟล์ที่เป็น Raw Data เราให้มันทำออกมาเป็น Visual เป็นรูปภาพถูกมั้ย แล้วเราบอกให้เอา Visual ตรงนั้นน่ะ ให้ไปทำเป็นสไลด์ใน Canva หมายความว่ามันจะไปเปิด Canva ของเรา แล้วมันก็สร้างสไลด์ Canva ให้เลยนะครับ อันนี้มันก็จะมีถามว่า เอ้ย ขอสิทธิ์เข้าไปใน Canva ได้มั้ย เข้าไปที่ Canva นะครับ เมื่อไปที่ Canva สไลด์ Canva เป็นแบบไหน เอ่อผมเอาเป็นแบบนี้แล้วกัน MU Social Performance Report อันนี้คือทำเบื้องต้นเนาะ ผมเลือกมันมีให้เลือกดีไซน์นะครับ เลือกเป็นเอาเป็น Professional เอ่อเอาเป็นแบบ Balance เอาเป็น Short แล้วกัน ถือว่าเดี๋ยวมันนานนะครับ สไลด์ Theme จริงๆมันมี Theme ด้วยเนาะ เอา Theme ผม Social ไม่รู้ว่ามีไหม โอเค หลังจากนั้นกด Generate โอเคมันก็ไปสร้างสไลด์ให้ อันนี้คือให้ดูเร็วๆนะ ครับว่าเนี่ยแหละคือการทำงานแบบใหม่ คือต่อจากเนี้ยปีเนี้ย ตลอดทั้งปี 2026 27 28 การทำงานจะเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบนี้หมดนะครับ โอเคอันนี้มันก็จะไปสร้างสไลด์ใน Canva นะครับ นี่ได้มาแล้ว สไลด์ประมาณนี้ อันนี้แบบคร่าวๆนะ ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียด ทำข้อมูลประมาณนี้ ลองมาดูซิว่าหน้าตาเป็นยังไง ประมาณนี้ผมเปิด Canva เปิดไปที่ Canva นะครับ แล้วก็เข้าไปที่ Canva ก็จะเห็นเป็นตัว Presentation อ่าเดี๋ยวรอสักครู่นะครับ ตัวนี้อ่ะ เขาบอกว่าชอบแบบไหน จะเซฟใน Canva เลย สมมุติว่าผมชอบแบบนี้แล้วกัน อ่าผมชอบแบบที่ 1 โอเค ชอบแบบที่ 1 นะครับ เขาจะทำแบบสไลด์แบบที่ 1 มาให้แล้วก็ไป Create ใน Canva เลย นะเห็นม อันนี้ไป Create ใน Canva บันทึกเรียบร้อย เปิดใน Canva ได้เลย ผม Refresh Canva 1 ที มามั้ยอยู่ในไหน อ่าอยู่ใน Canva นี้ อันนี้ผมบอกเอาให้ทำสั้นๆเนาะ มันสร้างสไลด์ให้เลยนะครับ อยู่ใน Canva ประมาณนี้ อันนี้ก็คือสรุปจากข้อมูลของผมเลยเนาะ แต่ผมไม่ได้สั่งว่าเป็นภาษาไทยอะไรยังไง อันนี้มันสรุปข้อมูลใส่มาให้หมดเลย อ่าอันนี้ก็เสร็จเรียบร้อย คุณทำสไลด์เสร็จ Present by MU Social เปลี่ยนข้อมูลตรงนี้ ข้อ มูลตรงนี้ถ้าเราบอกให้มันทำภาษาไทย มันก็จะทำภาษาไทยให้เห็นมั้ยมันก็จะบอกเลยว่า เนี่ย Indicator อ่า Massive 100,000 กว่า View อย่างเงี้ยเงี้ย มันก็เอาข้อมูลตรงนี้มาทำเป็นสไลด์ให้เลย เห็นมั้ยครับ ช่วงเวลาที่โพสต์ดีที่สุดคือวันเสาร์นะ ครับ Best Time ก็คือตอน 17:00 น.นะครับ เห็นม มันเอา Key Insight มาแล้วก็ทำเป็น Presentation แบบนี้ให้เลย Top 5 Post Engage ดีสุดเป็นยังไงนะครับ สเตตัสตอนนีเป็นยังไงนะครับ แล้วก็ Key Recommend ทำยังไง อันนี้คือตัวอย่าง นี่คือให้มันทำสไลด์ให้อ่ะ
ถัดไป เดี๋ยวผมมาลองอีก Use Case นึงนะครับ Use Case นี้เป็น Use Case ที่ Step อีกสเต็ปขึ้นมาแล้ว อันนี้ก็จะ เป็นอีกขั้นนึงแล้วกัน เดี๋ยวผมจะพาไปดู แต่ว่าอันนี้ผมไม่ได้สอน Demo ให้ทำเลย แต่ผมจะอธิบายให้ทุกคนเห็นภาพว่านอกจากที่ผมทำให้เมื่อกี้ เรารู้สึกว่ามันว้าว ระดับนึงแล้วเนาะ มันเช็คเมลให้ มันตรวจข้อมูลให้ มันสร้างไฟล์ในโฟลเดอร์ทุกอย่างให้หมด เป็นไฟล์เอกสารเนี่ย ที่ทำเสร็จแล้วนะ ครับต่างๆตรงเนี้ย มันทำให้หมดเลยสวยงามแบบนี้เลย แต่มันจะมีพิเศษขึ้นไปอีกนะครับ เค้าจะเรียกมันว่า อ่า Skill มันจะมีอยู่ 2 คำนะ ผมอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจนิดนึง คำที่ 1 คือ Skill คำที่ 2 คือ Plugin Plugin อธิบายง่ายๆ Skill คืออะไร Skill คือเป็นกฎ กติกาของการบอก AI ว่าถ้าฉันสั่งคำสั่งนี้ คุณจะต้องทำ 1 2 3 นี้เป็น Skill ติดตัวให้เค้า ยกตัวอย่างเช่น เอ่อถ้างานอะไรที่เราต้องสั่ง AI ทำซ้ำเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แนะนำให้สร้างเป็น Skill ยกตัวอย่างเช่น เอ่อทุกวันคุณต้องเขียน
Content. คุณต้องให้มันเขียน Content หรือทำรูปหรือทำกราฟฟิกหรือไปทำสไลด์ แล้วคุณต้องใช้ 2 ครั้งนึงอ่ะ 2 อาทิตย์อ่ะ อย่างน้อยอ่ะ 2 ครั้งต่อ 1 อาทิตย์หรือ 3 ครั้งต่อ 1 อาทิตย์ คุณจะไม่ต้องเสียเวลามานั่งสั่งเลย คุณเซ็ตเป็นสกิล การทำเป็นสกิลต่อไปเราจะสามารถสั่งงานมันสั้นมาก เช่น "ช่วยเขียน Content ให้หน่อย" มันจะทำเป็นสกิลแบบครบที่เราต้องการเลย อันนี้คือคำว่าสกิลเนาะ เราตั้งกฎกติกาแล้วให้มันทำตาม เค้าเรียกว่าสกิล โอเค ผมลองให้ดูตัวอย่างสกิลที่ผมสร้างเนาะ ผมยกตัวอย่างงี้ก่อนว่าสกิลของผมที่สร้างชื่อว่า Content Machine. Content Machine คืออะไร ผมจะให้มันสร้างสกิล นี่คือตัวอย่างพร้อมที่ผมใช้งานเนาะ "ช่วยสร้างสกิลให้ผมหน่อย ชื่อ Content Machine. ผมอยากได้สกิลที่ทำแบบนี้ เวลาผมบอกหัวข้อ Content มา 1 หัวข้อ ให้คุณสร้าง Content ออกมาเป็น 5 format พร้อมกัน คือ 1 format สำหรับ Facebook โพสต์, 2 format สำหรับ Instagram, 3 format กับ TikTok และ New Letter ทั้งหมด 5 PAT format ด้วยกัน โดยทุก format ต้องเป็นโทนบลาๆ อะไรก็ว่าไป เซฟไฟล์แยกแพลตฟอร์มต่างๆ นานา" สร้างสกิลนี้ได้เลยอ่ะ คุณก็สามารถก๊อปตรงนี้ไปนะ เป็นสกิล.
ความแตกต่างคืออะไร ความแตกต่างคือเมื่อเราสร้างสกิลตรงนี้เรียบร้อยครับ เราสามารถใช้สกิลแบบนี้ ผมลองใช้สกิลแบบนี้นะ ลองลองตัวอย่างแบบนี้อ่ะ มาดูนะ ผมอยู่ในและอยู่ในแชทใหม่ ผมบอกว่า อ่า อ่า "ใช้สกิล Content Machine หัวข้อ อ่า ทำไมคุณต้องใช้ 5 เหตุผล ทำไมคุณต้องใช้ Cork" อธิบายอย่างนี้ก่อน คือก่อนหน้านี้ผมได้สร้างสกิลเอาไว้แล้วนะ อันนี้เดี๋ยวให้ดู ก่อนนะ เพราะว่ามันใช้เวลานานครับ เวลาทำสกิลอ่ะ ผมไล่ทีละสเต็ปนะ ผมเอา Prompt อันนี้มาสั่งที่ CWORK เพื่อให้ช่วยสร้างสกิลถูกมั้ยครับ ระบบก็สร้างสกิลขึ้นมาให้ตามขั้นตอนต่างๆ นานา ปั๊บๆๆ จนสุดท้ายแล้วอ่ะ ผมได้สกิลขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว โอเค ได้สกิลขึ้นมาคืออะไร สกิลที่ได้มาคือ "คุณสามารถที่จะสั่งทำ Content 5 แพลตฟอร์มได้เลย" แบบนี้มันจะสร้างสกิลขึ้นมาให้เราเรียบร้อยแบบนี้เนาะ สร้างเรียบร้อย บันทึก ผมกดบันทึกสกิล หลังจากกดบันทึกเรียบร้อยแล้ว มันจะเซฟเก็บไว้ เซฟเก็บไว้ที่ไหน อยู่ใน Customize ตรงนี้แล้ว อยู่ในคำว่าสกิล. สกิลเนี่ย จะมีสกิลที่เราสร้างขึ้นมา คือผมมีสกิล อ่า M Social Assistance, มีสกิล Content Machine, มีสกิล YouTube อ่า Repose. ส่วนด้านล่างเป็นสกิลที่ทาง Anthropic หรือเป็นสกิลกลางอ่ะ ที่เขาให้เราดาวน์โหลดแล้วเอามาใช้ติดตั้งในเครื่องเราได้นะครับ.
สกิลตรงนี้ใช้งานยังไง อ่า เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่าง เมื่อกี้ผมติดตั้งสกิลเรียบร้อยใช่มั้ย เวลาผมสั่ง ผมก็อยู่ใน CWORK แล้วก็บอกว่า "ใช้สกิล Content Machine หัวข้อ 5 เหตุผล ทำไมคุณต้องใช้คอร์ส Cork" อ่า เดี๋ยวลองดู ตอนนี้มันก็จะใช้ในส่วนของสกิลนะครับ สกิลของผมที่เซ็ตก็คือตามหัวข้อนี้เลยเนาะ ว่าผมต้องการบอกว่า ถ้าสั่งให้เขียน Content 1 หัวข้อ คุณจะเขียน Content สำหรับ Facebook, IG, TikTok, X แล้วก็ New Letter โดยที่ Facebook เป็น Story Telling กี่คำ อ่า IG กี่คำ TikTok เขียนยังไงนะครับ.
[เพลง] เวลาเราขอมันจะทำแบบนี้ให้ทุกครั้ง อันนี้เค้าเรียกว่าการเซ็ตสกิล นั่นหมายความว่า คุณสามารถเซ็ตสกิลอะไรก็ได้ เรื่องส่วนตัว เรื่องการงาน เรื่องการเงิน เรื่องธุรกิจ เรื่องอะไรก็ได้ ที่คุณคิดว่าคุณเวลาเรียกใช้อ่ะ แล้วคุณอยากได้ออกมาเป็นผลลัพธ์สม่ำเสมอ เช่น ทุกๆ เดือนคุณแบบพิมพ์คำสั่งนี้แล้วมันสรุปออกมาเป็นยอดค่าใช้จ่ายของเราได้เลย ยกตัวอย่างเช่น คุณบอกว่าคุณมี อ่า statement บัตรเครดิตทุกๆ เดือนเนี่ย คุณจะอัปโหลดเข้ามา แล้วเวลาคุณสั่ง คุณอาจจะสั่ง "ช่วยใช้สกิลนี้เพื่อให้มันทำออกมาเป็น report เอามาเป็นสรุปตัวเลขหรืออะไรก็ว่าไป" คุณสามารถสั่งสกิลได้เลยนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง เห็นมั้ย พอเป็น พอสั่ง เมื่อกี้ผมสั่งแค่ว่า "ใช้สกิลตัวนี้" ใช่มันเขียน Facebook โพสต์อยู่ มันเขียน IG มันเขียน TikTok เดี๋ยว มันเขียนไปเรื่อยๆ จนมันเขียนเสร็จ เราไม่ต้องไปทำอะไรแล้ว ไฟล์มันจะไปอยู่ที่ตรงนี้ครับ Content Machine สกิล Content Machine อยู่ในนี้เห็นมะ.
[เพลง] ผมอ่ะ ลองเทสมาหลายอัน มันก็จะมี Content Machine ที่เป็น Facebook คือคอร์สอันนี้ใช่มั้ย ที่เมื่อกี้เราสั่งให้มันเขียน มันก็จะเขียนเป็น Content สำหรับ Facebook.
[เพลง] เห็นมั้ยครับ Content สำหรับ Facebook "5 เหตุผล ทำไมคุณต้องใช้ Cork" อ่า Instagram "5 เหตุผล ทำไมคุณต้องใช้ Cork" ให้เราเลย เห็นมั้ยครับ ตรงนี้มันทำมาเป็นไฟล์ให้เราเลย New Letter, TikTok อยู่ในเครื่องเราเลย เห็นมั้ย TikTok แล้วก็หรือ Twitter อยู่ในเครื่องเราตรงนี้เลย เสร็จ ศัพท์เรียบร้อย คุณได้ไฟล์พร้อมส่งมอบงาน แต่นี้ผมทำเป็นไฟล์ MD นะ Mark. ถ้าคุณอยากให้สวยๆ จะทำเป็นไฟล์ PDF ทำเป็นไฟล์ PowerPoint หรือทำเป็นไฟล์ที่อยู่ใน Canva ทำได้หมดเลยนะครับ. อ่า อันนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว เห็นม มันเขียนออกมาเป็น Content.
[เพลง] ให้เสร็จ ศัพท์เลยเนี่ย ลองดูสิ เปิดไม่ติดอ่ะ ไม่เป็นไร แต่เมื่อกี้เราเห็น Content อยู่ในโฟลเดอร์นี้เรียบร้อยละ อ๋อ มันอยู่ใน Local Folder ต้องเปิดตรง โอเค ให้สิทธิ์มาหน่อยอ่ะ เราก็ได้เห็นมั้ยครับ Folder Facebook มีไฟล์ที่ผมให้มันเขียน Content หลายชิ้นเลยเห็นม Cork 101 Writing คืออะไร "5 เหตุผลที่คุณต้องใช้ Cork" อันเนี้ยคือสกิลนะครับ คุณสามารถสร้างสกิลได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณพิมพ์กับมันว่า "ผมต้องการสร้างสกิล" แล้วคุณก็ใส่ในสิ่งที่คุณต้องการเข้าไปได้เลย.
หลักการของการใช้สกิล สกิลอธิบายอีกครั้งนะครับ ก็คืออะไรก็ตามที่คุณสั่งแล้วอยากได้คำตอบซ้ำ แล้วคุณใช้บ่อย 2 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ คุณสามารถสร้างเป็นสกิลได้เลย แล้วเวลาสั่ง เราสั่งสั้นๆ แล้วมันจะออกมาเป็นผลลัพธ์ รักษามาตรฐานเป๊ะนะครับ ไม่ต้องอธิบายเพิ่ม. อ่า อันนี้คือตัวอย่างสกิลนะ แล้วก็ ถัดมา อันนี้เป็นสร้างสกิล Morning Brief. Morning Brief ความหมายคือ เราสามารถสร้างสกิลว่าทุกเช้า Morning Brief วันนี้นะ เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่าง Morning Morning Brief ที่ผมต้องการคือ "ช่วยสร้างสกิลอีกตัวให้ผมหน่อย ชื่อว่า Morning Brief. ผมอยากได้สกิลนี้มาเอาไว้ใช้ตอนเช้า ตอนเช้าตื่นมาเปิดคอมพิวเตอร์มาเนี่ย ให้มันเช็คอีเมลเลยว่าอีเมลที่ยังไม่อ่าน มีงานอะไรบ้างเร่งด่วนต้อง Action แล้วก็ให้เช็ค Calendar แล้วก็สรุปว่างานที่ต้องโฟกัสวันนี้ เซฟมาเป็นไฟล์ Morning Brief" ให้มันสร้างเป็นสกิลแบบนี้. อ่า อันนี้ผมสร้างสกิลเรียบร้อย เวลาใช้งาน เราก็บอกว่า "Morning Brief วันนี้" อ่า ผมลองเข้าไปที่ตัว AI ของผมเนาะ แล้วก็เข้าไปที่ Cowork ผมก็สั่ง เพราะผมสร้างเรียบร้อยแล้วเนาะ การสร้างเหมือนเดิมเลย คุณสามารถ copy ตรงนี้ของผมไปแล้วไปแปะในของคุณนะครับ คุณก็จะเชื่อมกับ Gmail กับ Calendar อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็จะไปเช็ค Gmail กับ Calendar แล้วสร้างมาเป็น Morning Brief. Morning Brief ที่น่าสนใจก็คือเดี๋ยวมันจะไปดึงอีเมลใช่มั้ยฮะ ดึงนัด Calendar แล้วก็วิเคราะห์ Top 3 ที่ต้องเราทำในวันนี้. แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น คือเราสามารถตั้งได้ หมายความว่าตั้งให้ Morning Brief ทำงานอัตโนมัติทุกวัน จันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 7:30 น.นะครับ.
มาดูหน้าตาตรงนี้ก่อนว่าด้านข้างตรงเนี้ยครับ จะมีคำว่า Schedule. Schedule ความหมาย คือเราสามารถตั้งเวลาได้ ผมสามารถตั้งเวลาว่า Morning Brief คือทุกเช้าถูกมั้ย ผมก็ตั้งเวลาพิมพ์แบบนี้ไว้เลยว่า "ช่วยตั้งเวลา" หรือ "ตั้งเวลา" ก็ได้ "ตั้งเวลาให้ Morning Brief ทำงานอัตโนมัติทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 7:30 น." ทุกครั้งที่เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ถ้ามันเกิน 7:30 น.แล้ว มันจะสรุปเป็น Morning Brief ให้เราอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เลย อันนี้ก็จะเป็นอีก.
[เสียงสูดหายใจ] Use case นึงที่เราสามารถใช้งานได้เลย แล้วก็เป็นผู้ช่วยเป็นเลขาจริงๆเลยป่ะล่ะ เปิดคอมมาเลขา ก็ส่งงานมาให้เราตอนเช้าทันทีนะครับ อันนี้เขาเรียกว่าเป็น.
[เพลง] ในส่วนของ Morning Brief. อ่า เดี๋ยวผมลองสั่งต่อเลยนะครับ ตั้ง Schedule ต่อเลยนะครับ แบบนี้อ่ะ เห็นมั้ย ครับ Morning Brief วันนี้เป็นยังไง อีเมล สรุปเป็นยังไง Top 3 ที่ต้องโฟกัสคืออะไรอ่ะ ลองมาดูไฟล์ มันก็สร้างไฟล์ตรงนี้มาในโฟลเดอร์เลย อีเมล นัดอะไรยังไง สำคัญมาก เห็นมั้ยครับ เราก็ได้เรียบร้อยละ. ถัดมา เมื่อกี้ผมบอกว่าตั้ง Schedule ใช่ มย บอกว่าทุกวันตอนเช้า 7:30 น. มันก็จะเอาไฟล์ตรงเนี้ย ทุก 7:30 น. ส่งมาให้เรานะ ครับ สามารถใช้งานได้เลย นี่ Schedule เรียบร้อย เรียบร้อย 7:30 น. จันทร์ถึง ศุกร์ ทำอะไรบ้าง ดึง Gmail วิเคราะห์ บันทึกอยู่ในไฟล์ตรงนี้เรียบร้อย รันครั้งแรกคือวันพรุ่งนี้ตอน 7:00 น.นะครับ แล้วก็จัดการเรียบร้อย อยู่ในเมนูที่ชื่อ Schedule ด้านซ้ายตรงนี้.
[เพลง] จะมี Schedule ว่าทุกวัน Weekday ตอน 7:35 จะ ส่ง Morning Brief มาให้ผม เห็นม. อันนี้ก็ คือในส่วนของการใช้ Schedule.
แล้วก็ สุดท้ายนะครับ สำหรับตัว CWORK ก็คือเรื่องของ Plugin. เรื่อง Plugin อันนี้ก็จะ Advance ขึ้นไปอีกนิดนึงนะครับ แต่อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจว่า อันนี้แหละคือ CWORK ที่เป็น CWORK ว่าถ้าเราใช้ Plugin. Plugin ความหมาย คือเราใช้แค่ 1 เครื่องมือเมื่อกี้เนาะ ที่เห็นผมเห็นมะว่าเราใช้ Gmail อยู่ใน ตระกูล Google แล้วก็สรุปเป็น 1 งาน แต่.
[เสียงสูดหายใจ] Plugin น่ะครับ Plugin ความหมาย คือ 1 คุณใช้งานนี้บ่อยไหม มีขั้นตอนในการทำเกิน 3 สเต็ปไหม และต้องสลับแอปไปมาเกิน 2 ตัวมั้ย ถ้าเป็นแบบนั้นก็คือทำเป็น Plugin ได้เลย. อธิบายตัวอย่าง Plugin. เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังว่า สมมุติผมบอกว่า Workflow งานของผมคือผมต้องการคลิป YouTube ของผม หลังจากไลฟ์สด ลองคิดภาพนะ หลังจากไลฟ์สดจบ ผมอยากได้เอาเนื้อหาของไลฟ์สดผมเนี่ย เอาไปให้ AI ในการแกะเนื้อหาทั้งหมด แล้วก็เอาทั้งหมดมาทำเป็น Script เพื่อเอาไปทำเป็น Content บน Facebook, Google, YouTube หรือว่าจะเป็น TikTok หรืออะไรก็ว่าไปเนี่ย คุณจะต้องเครื่องโยงกับหลายเครื่องมือถูกมั้ย ตั้งแต่ YouTube แล้วก็เข้ามาที่ Social Media แล้วก็เอามาทำเป็น Content เอามาทำรูป คุณต้องใช้หลายเครื่องมือแบบเนี้ย เราจะสร้างเป็น Plugin เพราะว่าถ้าเป็นสกิลอ่ะ สกิลมันจะเป็นแบบสั่งแค่ 1 คำสั่งเนาะว่า โอเค เช็คงานตอนเช้าแล้วส่งมาให้ตอนเช้านะ อ่า เขียน Content ถ้าผมส่งหัวข้อนี้ไปจะเขียนหัวข้อ นี้้นะ แต่ Plugin เราสามารถรวมทุกอย่าง หรือรวมหลายๆงานน่ะ มาเป็น 1 Plugin.
[เพลง] ได้เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ผมสร้าง Plugin มาตัวนึง Plugin ตัวนี้ชื่อว่า MU Social Assistance. MU Social Assistance หน้าที่คืออะไร มีประกอบด้วยกัน 5 เรื่องด้วยกัน. เรื่องที่ 1 คือถ้าผมสั่ง "สร้าง Content" คุณจะเขียน Content ออกมาให้ 5 แพลตฟอร์มเลย. ข้อ 2 ถ้าผมสั่งคำว่า "Brief" มันจะไปดึงข้อมูลใน Google Calendar เพื่อส่งข้อมูลว่าวันนี้ใน Gmail กับใน Calendar มีเรื่องอะไรที่สำคัญบ้าง. ถ้าผมสั่งคำว่า "Report" มันจะไปดึงข้อมูลในไฟล์ ไฟล์ Report ที่ผมเซฟเก็บเอาไว้ ทำออกมาเป็น Report. ไอเดีย ถ้าผมพิมพ์คำว่า "ไอเดีย" แล้วตามด้วยไอเดียที่ผมต้องการ มันจะดึงไอเดียที่ผมต้องการออกมาให้นะครับ. ถ้าผมพิมพ์คำว่า "Clean up" มันก็จะเข้าไปลบโฟลเดอร์ให้ทั้งหมด. เนี้ย 5 สกิลอ่ะ ถ้าเราสร้างเป็นสกิล มันคือ 5 สกิล แต่ผมสร้างเป็น 1 Plugin ที่ Plugin นั้นประกอบไปด้วย 5 สกิลที่อยู่ในนั้น. ถ้าใคร งง นะครับ ดูทบทวน กดหยุดแล้วก็ทบทวน. แต่ถ้าเกิดใครอยากลองใช้ Copy สกิล Copy Plugin ตรงนี้ไปทั้งหมดเนาะ แล้วก็ไปสั่งที่ แล้วก็เข้าไปที่ Plugin ตรงเนี้ย ผมก็สั่งมันตรงนี้แหละเนาะ สั่งเสร็จมันก็ทำทุกอย่างให้จนเสร็จเรียบร้อยเลยนะครับ สั่งเสร็จเรียบร้อยอ่ะ ผมลองใช้งานดู.
เมื่อเราเซ็ตทุกอย่างเรียบร้อย มันก็จะไปอยู่ที่ไหน ครับ อยู่ที่คำว่า Skill ตรงนี้เห็นมั้ย Skill MU Social Assistance. เราจะมีสกิลของเรา ที่เราสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ อันนี้ก็จะมาเป็น Plugin. สมมุติผมบอกว่าผมพิมพ์คำว่า "ไอเดีย" ลองดูนะ พิมพ์คำว่า "ไอเดีย" สั้นๆ มันก็จะไปใช้สกิล เห็นมั้ยครับ เนี่ย ไปใช้สกิล M Social Assistance. เนี่ย มันก็มีไอเดียมาให้. ทำไมก็ถึงรู้ล่ะว่า เอ้ย เรื่อง AI ทำไมพิมพ์แค่สั้นๆ แล้วเขารู้ว่าผมต้องการอะไร เหตุผลเพราะผมเทรนมาจนเขารู้จักผม รู้จักธุรกิจผมนะครับ เขาเรียกว่าเป็น อ่า Brain ที่เป็น อ่า Brain Business ที่เราจะเทรนเข้ามาให้เขารู้จักก่อน มันก็ จะรู้เลยว่าเราสนใจเรื่องอะไร ตอนนี้เราตันเรื่องอะไร เราพิมพ์ไอเดีย มันก็โยนไอเดียมาให้เลย เห็นมั้ยอันนี้.
[เพลง] เห็นมั้ย เมื่อกี้เราเป็นเรื่อง เขาบอกว่า Low Afford แล้วก็ High Impact นะครับ ไอ ไอเดียนี้ก็น่าสนใจ. "แนะนำไอเดีย 2 ไว้ Marketing ใช้เวลาน้อย" เอาไอเดีย 2 มาทำเป็น Content มั้ย บอกไว้เลย 5 ข้อ. ผมก็เลยสั่ง "เอาเป็น Run Content 2" "Run Content 2" มันไปทำอะไร มันก็จะไปใช้สกิล เห็นม มันก็จะมาใช้ Content Machine Skill. Skill ตรงนี้ก็จะเป็น Content ที่ Content ที่ 2 คือ Content นี้ใช่ไหม ครับ White Marketing ซึ่ง White Marketing Content ที่ 2 เวลาเขียน มันก็จะเขียนออกมาเป็น 5 format Match ทุก แพลตฟอร์มแล้วก็เซฟลงในเครื่องเราทันที. อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เรียกว่า Plugin นะครับ เราสามารถทำพวกเนี้ยได้ในแพ็คเกจราคา 17 เหรียญต่อเดือนนะครับ ก็คือเป็น Account ที่เรียกว่าเป็น Account Pro นะครับ แล้วก็เริ่มต้นใช้งานได้เลย ใช้เป็น CWORK ตรงเนี้ยครับ ได้เลย.
[เพลง] นะครับ แล้วก็ให้มันทำเป็น Content เรียบร้อยนะ ครับ ตัวอย่างตรงนี้คร่าวๆ ทั้งหมดทั้งมวล ถ้าใครยังไม่เคยใช้ นะครับ ดูคลิปนี้แล้วก็ ลองกดทำตามดู. ในส่วนของสไลด์ตรงนี้ ผมมีพร้อมทุกอย่าง วิธีการสั่งงาน วิธีการใช้งานนะครับ ก็ใครที่ดูไลฟ์นี้ สามารถก็ดูข้อมูลนี้แล้วก็เอาไปทำตามได้เลย. ส่วนใครที่เป็นนักเรียน คังแสงนะครับ ผมได้เตรียมในส่วนของสไลด์อันนี้ พร้อมกับชุดคำสั่งที่เป็น Use Case. วันนี้ผมทดลองประมาณ 5-6 Use Case ถูกมั้ย แต่ใน Community เราอ่ะ ครับ ในอยู่ในคำว่า Marketing เนาะ หัวข้อ C White Marketing ผมจะมี Use Case ที่จะใส่มาเพิ่มเรื่อยๆนะ ตอนนี้มี Use Case หลายตัวมากนะครับ ในการใช้งาน เช่น เจ้าของธุรกิจ Freelance Morning Brief. ถ้าเป็นธุรกิจ อ่า สร้าง Proposal ใบเสนอราคาอัตโนมัติ. นะครับ ต้องการสร้างว่าถ้ามี Proposal มา เราอยากได้ออกแบบ Proposal สวยๆ ทำยังไง ก็อยู่ในนี้ จาก 4-5 ชม. เหลือ 10 นาทีนะครับ ก็อยู่ในนี้เลย แล้วก็เนื้อหา วันนี้ สไลด์วันนี้ก็จะอยู่อัปเดตในนี้ นะครับ หลังจากที่เรา อ่า ลงไลฟ์อันนี้. โอเค ระหว่างนี้มันก็จะไปรัน Content อยู่นะ ครับ.
สุดท้าย เมื่อกี้ก็เล่าไปะ ก็คือ Schedule. Schedule ก็คือพนักงานที่ทำงานตอนคุณหลับ คุณสามารถ Set and Forgot ก็คือตั้งเวลาแล้วลืมไปได้เลย. 8:00 น. Morning Brief ทุกเช้า เราไม่ต้องมานั่งตาม เฮ้ย เลขา วันนี้มีประชุมอะไรสำคัญ ไม่ต้องเลย มันทำให้อัตโนมัติ 8:00 น.แล้วก็ทุก วันที่ 1 ของทุกเดือน ดึงข้อมูลรายจ่ายจาก แบงค์จากธนาคาร สรุปบัญชี สรุปรายรับรายจ่ายรายเดือนได้เลย. ผมเขียนบทความเอาไว้ที่เพจ New Social นะเนาะ ว่าการใช้ AI ให้ได้ผลลัพธ์จริงอ่ะ ไม่ต้องไปใช้อะไรหวือหวามากมายเลย ให้คุณเลือกอะไรที่คุณเป็นปัญหาที่สุดนะครับ เป็นปัญหาที่สุด ความหมายคืออะไรที่คุณใช้เวลากับมันมากที่สุด คุณให้ AI ช่วยเอาแค่ 1 งานก่อน เอา 1 งาน ที่ช่วยชีวิตเราได้จริงๆก่อน แล้วถ้ามันใช้ให้ชีวิตเราดีขึ้น เราจะค่อยไปงานที่ 2 งานที่ 3 งานที่ 4. เราอย่าเพิ่งเอาเรื่องไกลตัว เพราะมันเป็นเรื่องที่ไกลตัวเราจนเรารู้สึกว่า เอ๊ ฉันทำไปแล้ว แล้วสุดท้าย มันได้อะไรเนาะ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้เราเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เรื่องเล็กๆเนาะ ที่คิดว่ามันเป็นปัญหาของเรา.
[เพลง] นั้นแหละ ถ้าคุณให้มันแก้ให้ได้ คุณจะเข้าใจความหมาย. ขอสรุปในส่วนของเนื้อหาวันนี้ว่าภาพใหญ่ คำว่าผมอยากให้คนเห็นภาพชัดก่อนว่าโครงมันเป็นยังไง แล้วหลังจากนี้คุณจะได้ไม่งงไม่สับสนนะครับ. บรรทัดล่างสุดเลยคือ Business Brain หรือสมอง หรือบริบทนะครับ ตรงเนี้ยมันจะเป็นตัวบอกว่า เราคือใคร ธุรกิจเราคือใคร เราต้องบอกให้มันรู้จักเราก่อน เพราะเวลาทำงานอ่ะ มันจะทำงานตามสั่ง ถ้ามันไม่รู้จักเรา ไม่รู้จักเรานะ มันจะทำงานที่ไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ. โอเค มย หลังจากนั้น ถัดมาคือ Connector คือแขนขา เราจะไป Connect กับ Gmail เราจะไป Connect กับ Google Calendar เราจะไป Connect กับ Canva เราจะไป Connect กับ Notion เราจะไป Connect กับใคร. เมื่อเรา Connect เสร็จ เราก็ใส่ Skill กับ Plugin เข้าไปเพื่อเป็น.
[เสียงกระแอม] กระบวนการทำงาน หรือถ้าเป็นศัพท์เค้าเรียก ว่า SOP ก็ได้ คือเป็นแบบกระบวนการทำงานเนาะ กดและเงื่อนขั้นตอนที่เราเอาไว้สอน เช่น ขั้นตอนของการทำงานเกี่ยวกับไฟล์ บัญชีของเรากับ Finance ของเรากับธุรกิจ อะไร คุณมีขั้นตอนการทำงานของคุณอยู่แล้ว คุณสร้าง Skill หรือสร้างเป็น Plugin. และท็อปบนสุดก็คือ Schedule ตั้งเวลา. คุณจะเห็นว่าขั้นตอนการทำงานมันจะเป็นระดับแบบนี้. เวลาต่อไป คุณจะได้ไม่งง แล้วผมบอกเลยว่า อันเนี้ยมันเป็นพื้นฐานที่คุณควรที่จะต้องเข้าใจและฝึกฝน เพราะมันจะเป็นพื้นฐานของการทำงานในยุคหลังจากนี้ ผมมั่นใจว่า คุณจะไม่กลับไปทำงานแบบเดิมอีกแล้ว มั่นใจ 100%. ถ้าคุณเห็นว่าวันเนี้ย CWORK มันทำงานยังไงอ่ะครับ ต่อไปในอนาคต คุณจะไม่ต้องมาเสียเวลาเปิดสไลด์ ใส่รูป ใส่ Present. มันจะไม่ใช่แบบนั้นแล้วนะครับ. แล้วก็วันนี้คนที่มาก่อนมันคือ CWORK มันคือ CWORK. ใช่ว่ามันจะเป็นเจ้าเดียว ตอนนี้มีข่าวว่า Gemini ทำได้แล้ว ก็คือสามารถพิมพ์แบบเนี้ย แล้วไปสร้าง Google Slide, Google Sheet ทำได้แล้ว กำลังอินทิเกรตเข้ามา. เพราะฉะนั้นต่อไป ChatGPT ทำได้ CWORK ทำได้ Gemini ทำได้ ทุกเจ้าจะทำแบบนี้ได้หมด. แต่วันเนี้ย คุณเริ่มต้นจาก CWORK คุณเริ่มต้นจาก CWORK. วันที่ ChatGPT มันมา วันที่ Gemini มันมา คุณใช้องค์ความรู้แบบเดิมเนี่ยแหละ แล้วเราไปต่อยอดกับแพลตฟอร์มใหม่ เพราะมันจะเป็นเรื่องของ Logic และการคิดแบบเดียวกัน. อันเนี้ยเป็นในส่วนของตัวที่ชื่อว่า CWORK. มาดูกันผลลัพธ์นี่ผลลัพธ์เมื่อกี้เนาะ เราเริ่มต้นจากขอไอเดีย ใช่มั้ย พิมพ์แค่ไอเดียสั้นๆนะ มันให้ไอเดียมา ผมเลือกไอเดียที่ 2 พิมพ์คำว่า "Content Run Content 2" มันไปสร้าง Content 2 มาให้ Facebook, IG, TikTok ใช่ม ผมเข้าไปดูข้างในนี้อ่ะ ไปดูใน Content Machine ใช่ม vs อันนี้.
[เพลง] ไง เห็นม อยู่ในเครื่องเราแล้ว เห็นมั้ยครับ White Marketing vs อันนี้.
[เพลง] เห็นมั้ย มันอยู่ในเครื่องเราเลย ลองดูสิว่าพอเราสร้าง Plugin หรือสร้าง Skill อ่ะ เราสั่งเพียงแค่พิมพ์คำว่า "ไอเดีย" และพิมพ์คำว่า "Run Content 2" มันได้ Content ทั้งหมดในทุกแพลตฟอร์มมาเลย. และถ้าเราใส่ Plugin ว่าเมื่อเราได้ Content แล้ว เอาไปสร้างรูปด้วย เอาไปสร้างด้วย Canva banana เอาไปสร้างรูปด้วยอะไรก็ว่าไป มันก็จะสร้างรูป สร้างสไลด์แล้วเซฟเป็นไฟล์อยู่ในเครื่องของเราเลยนั่นเองนะครับ. อันนี้ก็สรุปในส่วนของตัว CWORK แบบฉบับสมบูรณ์นะ ครับ ที่ผมอธิบายตั้งแต่เริ่มต้นจนถึง ณ ปัจจุบันที่เขาทำได้ดีก็คือ Skill กับ Plugin. จะได้เข้าใจว่ามันทำงานยังไง แตกต่างกันยังไง แล้วก็ให้ดูตัวอย่างการใช้งานจริง บอกพร้อมที่คุณสามารถ Copy แล้วเอาไปใช้งานได้เลย.
[เพลง] นะครับ วันนี้ก็จะ เป็นเดินทางมาถึง EP ที่ 3 นะครับ EP ที่ 1 เป็น Open CWORK ทำ Content แล้วก็ โพสต์. EP ที่ 2 เป็น Daily P Line Line ที่จะทำในส่วนของตัววีดีโอต่างๆ. EP นี้ เป็น CWORK ที่จะเป็นเอกสารรีเสิร์ชแล้วก็ อีเมล. EP หน้าก็จะเป็นในเรื่องของ Marketing เหมือนเดิม แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้นก็เดี๋ยวรอดูครับ ว่าสัปดาห์หน้า มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจ เดี๋ยวผมก็จะเอาเนื้อหาที่มันตรงกับคุณเอามาใช้งานในส่วน ของการตลาดหรือจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตามที่ คุณใช้ AI ในการช่วยทำงานน่ะ ผมมั่นใจครับ ว่ามันช่วยคุณได้จริงๆ. มาเข้าที่เนื้อหา กันเลยนะครับ วันนี้สอน AI ให้รู้จักคุณ. CWORK Setup แบบสดๆนะครับ อ่า เรามาดูกัน ว่าทำไมใน AI ของผมตอบตรง เพราะเราต้อง Setup ก่อน. การ Setup สิ่งที่สำคัญคืออะไร ครับ การ Setup คือถ้าเราไม่ Setup AI จะตอบกว้างๆแน่นอน. ถ้าใครใช้ AI มาอยู่แล้ว ใครใช้ ChatGPT ใครใช้ Gemini มาอยู่แล้ว การที่ไม่ให้หรือไม่ให้บริบทมันจะเป็นปัญหาสำคัญในระยะยาว. สำคัญในระยะยาวนะ จำคำนี้เอาไว้. เหตุผลเพราะว่าเรากำลังสร้าง Agent หรือผู้ช่วยที่เป็นพนักงานคนนึงในบริษัท ที่ทำงานจริงจริงอ่ะ ที่เป็นเอกสารข้อมูลของบริษัทเรา. ลองคิดภาพตาม ถ้าคุณไม่ Setup ตั้งแต่ Day one แล้วคุณใช้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือ คุณก็จะต้องมานั่งทบทวน บอกมันว่าธุรกิจของเราคืออะไร ข้อมูลของบริษัทเราเป็นยังไง อ่า คนภายในองค์กรเราเป็นยังไง และเอกสารเราต้องการในรูปแบบไหน มันจะต้องพูดซ้ำ พูดทวนแบบนี้ไปตลอด. สิ่งที่ผมจะมาสอนวันนี้ก็คือ สอนเริ่มต้นการใช้งานบวกกับ Setup เริ่มต้น ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชม.นะครับ ใช้เวลา 1 ชม.ในการ Setup จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในอนาคตมหาศาล และมันจะทำให้ Agent ของเราฉลาดขึ้นไป ฉลาดขึ้นไป ฉลาดขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเค้าเข้าใจเรา ธุรกิจของเราแบบชัดเจนมากๆนะครับ เพราะฉะนั้นเรามา Setup.
[เพลง] กัน. สำหรับใครที่เป็นมือใหม่นะครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะพารันไปเร็วๆนะครับ ก็คือเราจะเริ่มต้นดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน. ซึ่งการใช้เงื่อนไขของมันคือต้องเป็นมีแอปพลิเคชันะ ครับ ใช้ผ่านเว็บไม่ได้นะครับ. เราเข้าไปที่ CWORK.ai/download หลังจากดาวน์โหลดเสร็จก็ดาวน์โหลดติดตั้ง จะเป็น Mac หรือ Windows ก็ได้ แล้วก็ Login นะครับ ซึ่งเป็น Account ที่ต้องเป็นแพ็คเกจ Pro เป็นต้นไปนะครับ แพ็คเกจฟรี ไม่มี. เราใช้วิธีการก็คือเข้าไปที่ CWORK.com หรือ.ai AI ก็ได้ /download มาเลยครับ เป็น Mac OS หรือเป็น Windows ดาวน์โหลดมาติดตั้งปกติทั่วไป แล้วก็ดาวน์โหลด iOS หรือ Android ก็ได้ ติดตั้งเข้ามาให้เรียบร้อย. หลังจากติดตั้งเสร็จนะครับ เราก็จะได้หน้าตาแบบนี้มา. CWORK ที่เราใช้ความแตกต่างของ ChatGPT อื่นๆ ก็คืออันเนี้ยเป็นแอปพลิเคชันะ เป็นแอปเนี่ย เห็นมั้ย เป็นแอป ไม่ใช่เป็นเว็บนะครับ. ในส่วนของแอปเนี้ย ก็จะมีเมนูต่างๆ ก็คือ เมนูที่ 1 คือ Chat ที่เราใช้ทั่วไปแบบปกติ. เมนูที่ 2 คือ Cowork อันเนี้ยแหละที่เรา จะมาคุยกันวันนี้. Cowork คือ AI ที่ทำงาน บนคอมพิวเตอร์ที่เรากำหนดโฟลเดอร์หรือ กำหนดขอบเขตให้เค้าสามารถทำงานได้ในพื้นที่ที่เรากำหนด. แล้วก็ Code ก็คือการที่เราให้เขา สร้างระบบ. ถ้าอธิบายให้เห็นภาพ Chat คือสมอง Cowork คือแขน.
[เพลง] คือมือ คือแขน คือมือเนาะ แล้วก็ Code เป็นเหมือนช่างเทคนิค ช่างสร้างบ้าน ช่างที่ เป็น Technical มีความเฉพาะ มีความชำนาญในการ สร้างเครื่องมือ สร้างระบบนั่นเองนะครับ. เพราะฉะนั้นตอนนี้เรากำลังจะมาอยู่ในยุค ที่เราให้ AI ทำงานให้นะครับ หน้าตาของมัน ก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้ที่เรียกว่าเป็น Cowork.
ถัดมานะครับ เหมือนที่ผมอธิบายไปเนาะว่า 3 โหมดนะครับ เราจะมีโหมด Chat โหมด Cowork แล้วก็มีโหมด Code นะครับ ซึ่งเราจะมีด้วยกัน 3 ส่วนนี้ เราจะโฟกัสที่วันนี้นะ ครับ คือสร้างไฟล์ ผมพากลับไปดูใหม่นะครับ หน้าจอเป็นแบบนี้เนาะ หน้า Chat หน้า Cowork แล้วก็หน้า Code. สิ่งที่เราจะลุยกันวันนี้ คือ Cowork สร้างไฟล์จริง วิเคราะห์ Excel ต่างๆนานานะครับ เราจะใช้เป็นไฟล์นี้เป็นหลัก.
โอเค สิ่งที่สำคัญที่สุด จำคำนี้เอาไว้นะ ครับ คือคำว่า Context. AI ไม่มี Context เท่ากับพนักงานที่เพิ่งมาทำงานวันแรก ไม่ มี Context ตอบทั่วไป. มี Context เป็นที่ปรึกษาส่วนตัว. ให้นึกภาพว่า Context คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด เรื่องแรกของการที่เรา จะใช้ AI Agent. อธิบายคำว่า Agent อีกนิดนึง. Agent คือพนักงานน่ะ ลองคิดว่าเป็นพนักงาน. วันนี้คุณดาวน์โหลด CWORK มาครั้งแรก คุณเปิด CWORK มาครั้งแรก เหมือนกับพนักงานที่เพิ่งมาทำงานวันแรก. พนักงานคนนี้เป็นพนักงานอัจฉริยะมาก ถามสูตรคำนวณ ถาม วิเคราะห์ ถาม Content ทำได้หมดครับ แต่เค้าไม่มี Context หรือบริบทของธุรกิจของเรา. เพราะฉะนั้นต่อให้คุณคุยกับมันไป ทำได้คุย ได้ตอบได้ แต่มัน.
[เพลง] จะเอาไปทำงานจริงๆ ยังไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึงรูปแบบของธุรกิจ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ อสังหาริมทรัพย์ในหน้า CWORK ธุรกิจออนไลน์ ขาย Digital Product หรือจะเป็น Consult ที่ปรึกษาอะไรก็ตาม. คุณกำลังจะขาย Service Product แล้วก็ Knowledge ที่เป็นเรากับลูกค้าที่เป็นคน. AI เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ผลิตการผลิตสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นแอป เป็นระบบ หรือเป็นไฟล์ให้เรา แต่มันไม่ใช่ เป็นคนที่คิดแทนเรานะครับ หน้าที่ของเรา คือต้องมอบบริบทให้มันนะครับ สำคัญที่สุด. บริบทแบ่งเป็น 4 ส่วนด้วยกัน ผมอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจหน้านี้ แล้วค่อยๆเรียนรู้ และพัฒนาไป เพราะว่าตัวนี้เป็นพื้นฐานของ การทำ Agent. ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณจะไปใช้ Manus ไม่ว่าคุณจะไปใช้ Paper City Computer ไม่ว่าคุณจะไปใช้ Gemini หรือตัวไหนก็ตาม ที่เป็น Computer Use หรือจะเป็น Agent ของค่ายไหน ต่อจากนี้เราจะต้องใส่ Context เข้าไปให้เสมอ. Layer ที่ 1 ครับ ถ้าเป็น CWORK CWORK เนาะ หรือเป็น Chat ทั่วไป เขาจะเรียกว่า User Preference. User Preference คืออะไร ก็คือเป็นตัวบอกว่า เราเป็นใคร เราชื่ออะไร เราทำงานอะไร เรามีจุดเด่นอะไร ธุรกิจของเราเป็นแบบไหน เรามีญาติ เรามีพี่น้อง เรามีพ่อแม่ เรามีพนักงาน เราบอกทุกอย่างให้หมดที่บอกได้. และเป็นข้อมูลที่ไม่ Sensitive. ข้อมูลไหน ที่เป็น Sensitive ไม่ต้องบอก. ข้อมูลจริง บอกข้อมูลอ้างอิง ตัวเลขสมมติ ข้อมูลสมมติ บริษัท XYZ รายได้เพิ่ม 30% คู่แข่งคือใคร ใส่ อะไรพวกเนี้ย. User Preference คือ เป็นเหมือนกับ Global ครับ ที่เวลาคุยผ่าน CWORK ไม่ว่าจะเป็น Chat, Cowork หรือ Code เขาจะรู้จักเราทั้งหมด. เมื่อเมื่อเป็นแบบนั้น.
Level ที่ 2 คือ Global Instruction. Global Instruction คือ เป็นการสั่งว่าพนักงานคนเนี้ย ที่เราจะทำงานที่คุณเราจะทำงานด้วยกันเนี่ย คุณจะต้องมีกฎกติกามารยาท ยังไง เหมือนกับเวลาพนักงานเข้ามาใหม่บริษัทของเรา คือต้องใส่เสื้อพนักงานของบริษัทนะ ต้องทำอะไรล่ะ ต้องใส่ ต้องตอบครับนะ ต้องพูดว่าสวัสดี ห้ามพูดภาษาอังกฤษนะ ต้องตอบแบบฉะฉาน ห้ามพูดคำหยาบ. Global Instruction น่ะ เป็นคำสั่งครอบของ CWORK อีกทีนึงนะครับ.
แล้วก็ Layer ที่ 3 ก็จะเป็น Layer ในการกำหนด Project. แน่นอนว่าเวลาเราทำงานน่ะ ให้นึกถึงภาพบริษัทนึง บริษัทแห่งนี้มีพนักงานอยู่ด้วยกัน แผนก HR แผนก Finance แผนก Marketing แผนก Graphic Product. จะต้องมีกฎกติกาของแต่ละแผนกถูกมั้ยครับ เช่น อ่า แผนก Finance การเงิน กฎกติกาของ Finance คือต้องใช้เอกสารรูปแบบ Format แบบนี้เท่านั้น เวลาส่ง Invoice จะต้องเป็น ข้อมูลแบบนี้ ตัวเลขจะต้องใช้เลขไทยเท่านั้น. นี่คือกฎกติกาของ 1 แผนก ซึ่งผมจะเรียกแผนกเว่า 1 Project หรือ 1 Folder. ใน Folder นั้นเราสร้างขึ้นมาเป็น Folder Marketing. ใน Folder Marketing เราต้องการให้เขา สร้าง Content ต้องการให้ สร้างรูป หรือสร้างแผนแผนของการทำ Content Marketing. เราจะต้องมี CWORK.md CWORK.md คือกฎกติกาที่เราจะกำหนดว่า แผนก Marketing หรือ Folder Marketing เราจะมีกฎกติกาอะไรบ้าง. ลองคิดภาพเนาะ จะเห็นเป็นขั้นเป็นตอน.
และ Skill สุดท้ายใน Layer 4. Layer 4 คือกำหนด Skill หรือเรียกว่า Plugin ก็คือเครื่องมือให้พนักงานคนเนี้ย สามารถทำงานได้เป็นระบบ. ลองคิดภาพว่า วันนี้พนักงานเข้ามาในออฟฟิศเรา บริษัท Onboarding และ Brief ทุกอย่างว่าบริษัทเรา คือใคร อ่า CEO คือใครนะครับ CFO คือใคร บริษัทของเราเป้าหมายคืออะไร Mission Vision ต่างๆนานาคือ User Preference. หลังจากนั้นกฎกติกาที่เรากำหนดว่า คุณจะต้องเข้าออฟฟิศกี่วัน ลาได้กี่วัน นั่นคือ Global Instruction. ถัดมา เราทำงานใน แผนก Marketing แผนก Marketing ก็จะมีเครื่องมือว่า โอเค คุณทำงานที่บริษัท แผนก Marketing นะ คุณจะมี Canva ให้ใช้งานได้นะ คุณจะมีอีเมลที่เป็นอีเมลของคุณนะ แล้วเวลาทำงาน คุณจะต้องส่งผ่าน Pickup หรือส่งผ่านใส่ไฟล์ต้องใส่ใน Google Drive อะไรพวกนี้. เป็นกฎกติกาและกฎกติกาเหล่านั้น ถ้าเราต้องทำกราฟฟิก 1 ชิ้น เราจะต้องไปใช้โปรแกรม อ่า Gen ลูก Gen เสร็จเอามาทำใน Canva Canva เสร็จเอามาเซฟใน Google Drive. แต่ละอันจะเป็นสกิลเฉพาะทาง สกิลทำรูป สกิลทำภาพ สกิลทำทำ Content ซึ่งสกิลทั้งหมดใน Line ของ Marketing จะรวมกัน เป็น Plugin ที่ชื่อว่า Marketing. โอเค Plugin Marketing ประกอบไปด้วย Content กราฟฟิก วีดีโอตัดต่อ หรืออะไรก็ว่าไป. อันเนี้ย ผมพยายามเล่าให้เห็นภาพว่านี่คือรูปแบบของการ Setup เพื่อให้เราเวลาสั่งงานว่า "ทุกเช้าตอน 8:00 น. เราอยากได้ให้เค้าอ่ะ เขียน Content ให้เรา ส่งมาให้เราทุก 8:00 น." แต่ลองนึกภาพว่าถ้าเราไม่มี User Preference ไม่มี Global Instruction ไม่มีกฎกติกาของ Project และไม่มี Skill ไม่มีอะไรเลยครับ มาถึงเป็น Folder เปล่าๆแล้วบอกให้เขียนงาน 8:00 น.เช้า. แน่นอนถ้าเกิดคุณทำเล่นน่ะ มันทำได้ แต่ทำจริงๆ คุณขายของจริงๆ คุณสร้างรายได้ สร้างธุรกิจจริงๆอ่ะ มันจะตอบกว้างมากๆเลย ซึ่งอันเนี้ยจะเป็นจุดที่มือใหม่ หรือคนที่เริ่มต้น หรือใช้ AI.
[เพลง] แบบเริ่มต้นเบื้องต้นเนี่ย จะพลาดตรงนี้กันนะครับ. เราก็จะใช้ตัวนี้เป็นตัวแรกที่เราจะเริ่มต้นกัน. วันนี้เราจะทำถึงข้อ 3 ครับ 1 2 3 ใช้เวลาทำ 3 ข้อนี้นะครับ. เรามาเริ่มในข้อที่ 1 User Preference นะครับ ถามว่าใช้ยังไง User Preference อยู่ไหนนะครับ ให้เราเข้าไปที่หน้า Chat นะครับ หน้า Chat เนี่ย จะอยู่ที่ Setting อยู่ที่ชื่อเราเนาะ ใน CWORK ตรงนี้เราก็อยู่ที่ Setting อยู่ใน ที่ General ตรงนี้คือ User Preference นะครับ. User Preference ตรงเนี้ย สำคัญมาก ๆอยากให้กำหนด แต่หลายคนจะมีปัญหาว่าเขียนยังไงถูกมั้ย ผมเข้าใจทุกคนว่ารู้ว่ามันจำเป็น แต่ถามว่าแล้วเราจะเริ่มยังไง เราจะเขียนยังไง ผมได้เตรียม สำหรับใครที่ดูไลฟ์นี้นะครับ เราสามารถใช้ Prompt นี้ได้เลยนะครับ ผมทำ Prompt มาให้ว่า "สร้าง User Preference ให้หน่อย" นี่เนาะ ถามผมทีละข้อ ชื่อ บทบาท อุตสาหกรรม Format เป็นยังไง คำตอบที่จะตอบนะครับ อ่า อย่างเงี้ย ผมก็ Copy ตรงนี้นะ เอาแบบง่ายๆ.
"สร้าง User Preference ให้ผมหน่อย" ถามทีละข้อ ชื่อ บทบาท ธุรกิจ อุตสาหกรรม แล้วเราก็ Enter ไป 1 ที แล้วเขาก็จะถามคำถามเรา หน้าที่ของเราคือตอบ และการตอบเราต้องตอบ ยิ่งละเอียด ยิ่งดี ยิ่งเราให้บริบทเค้ามากเท่าไหร่ ยิ่งดี. ของผมให้ถึงขั้นที่ว่า Stand Finder ผมไปทำ Ster หาจุดแข็งของผม 30 ข้อ ผมอัพ PDF เอกสาร Ster ของผมเข้าไปให้ AI หมดเลย ผมอัพข้อมูลของ Ster ของพนักงานใน Office ว่าพนักงาน Office แต่ละคนมีจุดเด่นที่สุดเป็นยังไง อัพเข้าไปให้ AI แล้วให้เขาวิเคราะห์นะครับ สุดท้ายเขาจะรู้ Context ในบริษัทของเราที่ควรที่จะรู้ นะครับ ข้อมูลที่ควรที่เขาจะรู้ นะครับ ให้เค้าไปอ่ะ เราทำแบบนี้แล้วเราก็ตอบคำถาม เมื่อเราตอบคำถามเสร็จ เราจะได้คำตอบมา คำตอบก็จะประมาณนี้นะ คำตอบเป็นประมาณนี้นะครับ เราก็เอาคำตอบนี้ที่ได้มา Copy คำตอบนี้ใส่เข้าไปที่ User Preference. User Preference ตรงเนี้ย มันเป็น Text หรือเป็นข้อความเฉยๆ เพราะฉะนั้นคุณสามารถอัปเดตได้เรื่อยๆ มีอะไรอัปเดตเพิ่มเติม ใส่เข้าไปนะครับ. แล้วก็วิธีการที่จะเขียนให้ดีที่สุดก็สั่งผ่าน Chat ตรงเนี้ยครับ สั่งผ่าน Chat ตรงนี้แล้วก็พิมพ์บอกมันเลยครับ. เนาะ ตรงนี้สรุปให้เป็น Format สร้าง User Preference ตรงนี้แล้วก็พิมพ์ไปเลยครับ พิมพ์ไปเยอะๆ พิมพ์ไปเท่าที่จะนึกได้ พิมพ์ไปเรื่อยๆ แล้วก็มีอะไรที่เพิ่มเติมก็อัปเดตเพิ่มเติมเข้าไปได้.
ส่วนใครที่เป็นนักเรียน คังแสงนะครับ เนื่องจากว่าผมได้เตรียมข้อมูลเอาไว้ให้แล้วนะ ก็คือผมทำ Skill เอาไว้ให้นะ Skill เนี่ย สำหรับนักเรียน คังแสงนะครับ เดี๋ยวผมจะอัปโหลดโฟลเดอร์ที่ทำเกี่ยวกับ Skill การทำ User Preference ให้นะครับ. นั่นหน้าที่ก็คือเพียงแค่คลิกดาวน์โหลดเนาะ ดาวน์โหลดทั้งโฟลเดอร์ตรงนี้ อ่า ดาวน์โหลดมา พอเราดาวน์โหลดมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เป็นโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า User Preference. วิธีการใช้งาน ใช้ยังไงนะครับ หลังจากดาวน์โหลดมาเรียบร้อยแล้ว เราเข้าไปที่ Cowork. เราเข้าไปที่ Customize นะครับ กดเข้าไปที่ Skill และกดเข้าไปที่บวกแล้วกดอัปโหลด Skill. เราอัปโหลด Skill ที่เราดาวน์โหลดมาเมื่อกี้ นะครับ อัปโหลดเข้าไปเลย ปึ้ง. พอดีผมอัปโหลดไว้อยู่แล้วนะครับ ความหมายคืออะไร เราผมติดตั้ง Skill เอาไว้ให้นะครับ Skill อันนี้เป็น Skill User Preference Builder หมายความว่าคุณสามารถสร้าง Skill ในเครื่องของคุณได้ผ่าน Skill ที่ผมเซ็ตเอาไว้. Skill ที่ผมเซ็ตเอาไว้ ผมแชร์ให้กับทุกท่านที่เป็นนักเรียน คังแสง. วิธีการใช้งานใช้งานยังไงนะ ครับ เราจะอยู่ที่หน้า Chat. New Chat ก็ได้ แล้วพิมพ์คำว่า "สร้าง User" อ่า ผมบอกนะ ช่วย โอเค ถ้าผมพิมพ์คำว่า "สร้าง User Preference" น่ะ เค้าจะรู้ว่าผมมี Skill นั้นอยู่ในเครื่องแล้ว เพราะฉะนั้นแทนที่เราจะต้องสั่งซ้ำ มันจะถามคำถามเรา เพื่อเอาคำถามที่ถามแล้วเราตอบเนี่ย ทั้งหมด Copy เพื่อทำ มาเป็น User Preference นะครับ. แต่เดี๋ยวผมขอวงเล็บก่อนว่า อันนี้ผมกำลัง Demo ให้กับคนที่ดูไลฟ์สดนะ บอกมัน เพราะเค้ารู้ เพราะผมคุยกับเค้าแล้ว เค้าจะรู้ว่า อ่า ผมจะมีแบบ ทำอะไรพวกนี้ตลอดเวลา แบบเอ้ย บางทีพิมพ์ไปแต่ไม่ต้องทำจริงก็คือไม่งั้นทำจริง เดี๋ยวจะเซฟทับของเก่าที่เราทำนะครับ.
อ่ะ สวัสดีทุกคนที่ดูไลฟ์สดด้วยนะคะ Pinkี้ จะ Demo การสร้าง User ให้ดูค่ะ นี่คือสิ่ง ที่ทำให้คอร์สรู้จักทุกแชทโดยที่ไม่ต้องแนะนำตัวใหม่ทุกครั้ง. เริ่มเลยนะครับ ก็อันนี้ผมเซ็ตเอาไว้ให้คุณก็ทำตามขั้นตอน เมื่อกี้เราก็ตอบตอบคำถาม ชื่ออะไร ชื่อว ที่เหลือเราก็พิมพ์ไปเลย ทำงานอะไร ตำแหน่งอะไร ก็ตอบไปเรื่อย. พอ.
[เพลง] หลังจากตอบเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้ไฟล์เ้าเรียกว่า จะได้เป็นข้อมูลเป็นชุดนึง. ผมให้ดูตัวอย่างข้อมูลใน Template นะครับ Template ที่ตัวอย่าง User Preference ประมาณนี้. เขาจะตอบมาเนี่ย เราจะได้มาประมาณนี้ อ่า นี่คือตัวอย่าง ชื่อสมชาย เรียกว่าชาย. บทบาทคือเจ้าของร้านกาแฟนะครับ ประสบการณ์คืออะไร ใช้ AI เป้าหมายเพื่ออะไรนะครับ แล้วภาษาที่ใช้เป็นภาษาแบบไหน โทนเป็นยังไง ธุรกิจกลุ่มเป้า ชอบไม่ชอบเรื่องอะไร เรื่องพวกเนี้ย เค้าให้ตั้งต้นมาก่อน แล้วเราเอาตั้งต้นนี้ไปใส่ใน User Preference. หลังจากนั้นคุณจะอัปเดตเพิ่มเติมก็ไปใส่เพิ่มเติมได้เลย พิมพ์เป็นข้อความธรรมดาได้เลย. โอเค หลังจากนั้น เมื่อเราได้ User Preference เสร็จปึ๊บ Step ถัดไปเราก็ต้องมาสร้าง Global Instruction. Global Instruction ความหมายคือ เราต้องการให้ Chat เค้า.
[เพลง] สื่อสารกับเรายังไงครับ Chat สื่อสารกับเรายังไง คือ Preference เมื่อกี้คือเราเป็นใคร แต่ Global Instruction น่ะ คือจะสื่อสารกับเรายังไง เช่น ตอบภาษาไทย ถามก่อน เดา สรุป 1 บรรทัด ห้ามแต่งข้อมูล. ซึ่ง Global Instruction อยู่ตรงไหน จะอยู่ที่ CWORK. วิธีการจะอยู่ตรงนี้ Setting ด้านซ้าย ซ้ายตรงนี้เนาะ กด Setting และเราก็เข้าไป ที่คำว่า Cowork. จะเห็นว่าจะมีคำว่า Global Instruction. Global Instruction ตรงเนี้ย มันจะทำงาน Apply กับทุกแชทที่อยู่ใน Cowork. เพราะฉะนั้น เวลาเราเซ็ตเนี่ย เราก็จะเซ็ตตรงนี้ได้. ผมก็ใช้ "ตอบภาษาไทย ยกเว้นศัพท์เทคนิค" เรียกว่า MU. โทนเป็นยังไง อ่า ก่อนทำงานอ่าน CWORK.md ของ Project ก่อนเสมอ ถ้ามี เห็นมั้ยนี่จะเห็นความแตกต่างแล้วว่า ก่อนต่อให้เราสร้าง Project อะไรมาก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น Marketing, Finance, PR หรืออะไรก็ว่าตาม ทุก Project ถ้ามี CWORK.md ให้อ่าน CWORK.md ก่อน. มันคือกฎที่เรากำหนดขึ้นมา. เดี๋ยวผมจะให้ดูตัวอย่าง ถ้าใครเป็นมือใหม่ ฟังแล้วอาจจะ งงๆ แต่เดี๋ยวผมจะ Demo ให้ดูว่าการที่ไม่ มี Context กับมี Context จะแตกต่างกันยังไงในงานผลลัพธ์ออกมานะครับ. เอ่อ ทีนี้ วิธีการเซ็ต เซ็ตยังไงล่ะ ปัญหาเดิมอีกแล้ว ถูกมั้ย ไม่รู้จะเซ็ตยังไง. Global Instruction ผมให้ไกด์ไลน์แบบนี้นะครับ ก็คือเรามาที่ Chat เหมือนเดิม มาที่ Chat เหมือนเดิมเนาะ แล้วเราก็ ผมให้ Prompt เอาไว้ นะครับ ก็คือ "ช่วยสร้าง Global Instruction ให้หน่อย" ประมาณนี้นี่ประมาณนี้ "ช่วยสร้าง Global Instruction ให้หน่อย ผมอยากใช้ CWORK ทำแบบนี้เป็น Default ทุกแชท ตอบภาษาไทยเสมอ ไม่แน่ใจให้ถามก่อน หรืออะไรสมุด เป็น Format" แต่.
[เพลง] ถ้าใครอ่านนี้ทำ สำหรับใครที่คุยกับ CWORK มาอยู่แล้ว คุยมาอยู่แล้ว ใช้งานมานานอยู่แล้วนะครับ พิมพ์แบบนี้เลยครับ "ช่วยสร้าง Global Instruction ให้หน่อย" มันจะมีข้อมูลในแชทของเราที่เราคุยมาหมดแล้ว แล้วมันจะสร้างเป็น Global Instruction ให้เราทันที. ส่วนใครที่ยังเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีอะไรเลยนะครับ ก็ใช้ Prompt นี้ก็ได้ เป็นตัวเริ่มต้น. เสร็จแล้ว หลังจากนั้นเดี๋ยวเราค่อยไปเพิ่มเติม ปรับปรุงแก้ไข เหมือนเวลาเราทำงานบริษัทอ่ะ เราเปิดบริษัทมาใหม่ๆ เราก็จะมีกฎกติกาของบริษัทถูกมั้ย แต่กฎกติกานั้นมันเปลี่ยน และอัปเดต ปรับปรุงได้ตลอด แต่เราอาจจะต้องมีกฎก่อน. เพราะงั้น Global Instruction น่ะ มันคือทำงานเฉพาะ CWORK. ย้ำอีกที ทำงานเฉพาะ CWORK. เป็น Layer ที่ 2. เรื่องเนี้ย เซ็ตก่อนที่เราจะเริ่มให้มันสร้างงาน. โอเค มย ก่อนที่จะสร้างงาน เมื่อเราเซ็ต 2 อันนี้ อาจจะใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง หรือใช้เวลา 1 ชม. ใครอยากเฟลา นานหน่อย แต่สุดท้ายทำครั้งเดียวแล้วจบ และสามารถต่อยอดไปใน Agent อื่นๆได้. ถัดมาก็จะเป็นในส่วนของตัวถัดไปก็คือ Global Instruction ผ่านเนาะ เพราะฉะนั้นอันนี้ มันจะเป็นง่ายๆ ทบทวนกันได้ย้อนหลังนะครับ. ถัดมาการสั่ง และแน่นอนว่าวันนี้เรายังต้องสั่ง AI.
เราต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สั่งให้น้อยที่สุด และได้งานตรงกับสิ่งที่เราต้องการ หรือตรงกับธุรกิจที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นการสั่งจะต้องมีวิธีการสั่งที่ครอบคลุม
การสั่งผมให้มาเป็นตัวนึงก็คือ [เพลง] CTFC นะครับ ก็คือ Context คือสถานการณ์, Task คืองาน, Format คือผลลัพธ์ที่เราต้องการ, Constraint คือข้อจำกัด ยิ่งบีฟชัด AI ยิ่งตอบดีตรง เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่าง ไม่ต้องงงนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นสาย Content เวลาพร้อม เวลามือใหม่ หรือใครพิมพ์บางทีขี้เกียจเนาะ พิมพ์บอก "ช่วยเขียน Content Facebook สำหรับธุรกิจร้านอาหารให้หน่อย" คุณจะพิมพ์แบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณมี User Preference คุณมี Global Instruction และคุณมีโปรเจกต์ที่กำหนด cross.md MD เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเกิดคุณยังไม่มีเรื่องเหล่านั้น คุณพิมพ์แบบนั้นไปจะได้คำตอบกว้างๆ คุณก็จะเปลี่ยนวิธีการพิมพ์ พร้อมมาเป็น Context คือโค้ด AI, เอ่อ Task คืองานที่จะให้ทำคือเขียนโพสต์, Format คือเป็นโพสต์ Facebook, คำห้ามใช้ข้อจำกัด หรือข้อห้ามคือห้ามใช้ศัพท์วิชาการ
เวลาการเขียนเราก็เขียนเป็นประโยคยาวๆ ไปเลยครับว่า เอ่อ ในฐานะที่คุณเป็นโค้ช AI ช่วยเขียนโพสต์ลง Facebook เพจ ความยาวไม่เกิน 300 คำ และห้ามใช้ศัพท์คำวิชาการ เห็นมั้ย มันจะเป็นประโยคที่ flow แต่ทั้งหมดจะอยู่ในโครงสร้างของ CTFC
ถ้าเราทำบ่อยๆ ฝึกอย่างต่อเนื่อง คำว่าฝึกในที่นี้คือใช้บ่อยๆ แล้วกัน มันจะเป็นไปตามธรรมชาติครับ เวลาเราพิมพ์ เราจะรู้ตัวเองว่าเราจะสั่งงานมันยังไง
แล้วก็สาย Data อันเนี้ยสำคัญ เหตุผลเพราะว่าเราจะให้ Agent น่ะเค้าทำงานในเอกสารที่อยู่ในเครื่องเรา สมมุติว่าเรามีไฟล์ Excel อยู่ไฟล์นึง แล้วเราต้องการสั่งให้เค้าอ่ะมาทำงานในไฟล์ Excel เนี้ย ถ้าเราพิมพ์ง่ายๆว่า "ช่วยเอาไฟล์ Excel เนี้ยวิเคราะห์ให้หน่อย" ถามว่ามันวิเคราะห์อะไร มันวิเคราะห์ได้ทุกอย่าง แต่สุดท้ายมันตรงกับสิ่งที่คุณต้องการมั้ยครับ
เราก็ต้องบอกว่า "ไฟล์ Excel ที่อยู่ในเครื่องเนี้ย ที่ผมจะให้คุณทำเนี่ย เป็นไฟล์ยอดขายนะ งานที่ผมจะให้คุณทำอ่ะก็คือ ช่วยหาสินค้าขายดี 3 อันดับ แล้วก็ทำ Format ออกมาเป็นตาราง แล้วก็สรุปด้วยอ่ะ เรียงจากมากไปน้อย" เห็นมั้ย อันเนี้ยเราจะต้องเป็นคนคอนโทรลว่าเราต้องการอะไร บอกมัน บอกมัน แล้วเดี๋ยวมันทำให้่นะครับ แต่ถ้าเราบอกกว้างๆ มันก็ทำให้กว้างๆ นะครับ
โอเค ทีนี้ถัดมา เดี๋ยวเรามาดูในส่วนของงานจริงเลยแล้วกันนะครับ ว่าเป็นยังไงนะครับ 2 ส่วน อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าเดี๋ยวผมจะเล่าภาพรวมก่อน แล้วผมจะทำตัวอย่างให้ดู
โปรเจกต์ + clอ MD คืออะไร โปรเจกต์คือ Knowledge อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า 1 โปรเจกต์ให้มองว่าเป็น 1 บริษัท หรือ 1 หรือ 1 Department Department สำหรับ Marketing, Finance, HR นะครับ หรือ Operation หรือ Admin แต่ละโปรเจกต์จะต้องมีกฎกติกาก็คือ cross.md ถ้าคุณใช้ paperity ก็อาจจะเป็น papercity.md คุณใช้ Gemini จะเป็น gemini.md MD แต่สุดท้ายสรุปง่ายๆ มันคือกฎกติกาที่เรากำหนดครอบโปรเจกต์นี้เอาไว้นะครับ
เอ่อ ยกตัวอย่างเช่น ผมมีโปรเจกต์คังแสง, โปรเจกต์เพจ, โปรเจกต์ Content และโปรเจกต์ Corporate Training ในโปรเจกต์ผมก็จะมี cross.md อยู่ในนั้นหมดเลย ใน cross.md MD ก็คือสมองหลัก AI อ่านก่อนทำงานทุกครั้ง อ่านก่อนทำงานทุกครั้ง ไม่มีไม่มี cross.md MD บอกให้สรุป ก็คือสรุปกว้างๆ ไม่มี insไต ไม่มีข้อมูล ไม่มีเป้าหมายนะครับ
เดี๋ยวผมให้ดูแบบไม่มี Context นะครับ วิธีการใช้งานใช้งานยังไง อ่า เข้าไปที่crอsเนาะ หลังจากนั้นเข้าไปที่cวork เข้าไปที่corวิork ผมจะเตรียมเอกสารมาไว้ให้ดูนะครับ ซึ่งผมเตรียมเอกสารเอาไว้ให้แล้ว แล้วผมก็ทำเอาไว้แล้ว เพราะว่าถ้าเกิดทำสดๆเนี่ย มันจะใช้เวลาพอสมควร
ผมเริ่มให้ดูแบบนี้ ผมเตรียมข้อมูลเอาไว้นะ ผมลองสร้างให้ดูเลย ระหว่างนี้นะครับ วิธีการใช้งานนะ สำหรับใครเป็นมือใหม่ เข้ามาที่ Cork แล้วเราต้องเลือกโฟลเดอร์ เลือกโoldเดอรคือโฟลเดอร์ที่จะให้เค้าทำงานในโฟลเดอร์ไหนนะครับ ผมลองเลือกโฟลเดอรที่เป็น Create New Folder ขึ้นมาใหม่เลยก็ได้ Folder ที่ผม create อาจจะเป็นแบบ อ่า Cowork แบบ No context โอเค สร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาเราต้องการให้เขา้าทำงานในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Cowork แบบ No context ไม่มีบริบทเนาะ เราก็ทุกครั้งที่สร้างเนาะ เขาจะให้เรากดยืนยันว่าเขาขออนุญาตในการ edit ไฟล์แก้ไขไฟล์ คุณจะให้มั้ย ถ้าคุณให้ก็กด allow ไปนะครับ
ทีนี้เราก็มาดูกันว่าตอนนี้เราติ๊กถูก 1 อัน โฟลเดอร์ที่เรียกว่า cowork no context เราเข้าไปดูโolderนะครับ folder คำว่า cowork cowork no context อยู่ไหน user new social อ๋ออยู่ใน user new social โอเคอ่ะ เดี๋ยวผมขอเซฟไฟล์สักไฟล์นึงก่อนนะครับ ผมเตรียมเอกสารเอาไว้นะครับ Moocal Cork No contact อยู่ตรงนี้ ในเนี้ยไม่มีเอกสารอะไรเลย เราสร้างโฟลเดอร์เปล่ามา 1 โฟลเดอร์ และในโฟลเดอร์นั้นน่ะ ผมเตรียมเอกสารที่เป็น demo data คือยอดขาย ecอมmerce เราขายของผ่าน Shopee, Lazada หรือว่าเราขายของผ่านที่ไหนก็ตาม เรามีตัวเลขยอดขายเห็นมั้ย ยอดขายเนี่ยจะเป็นยอดขายแบบอุปกรณ์ไอที เนี่ย เราจดไปเลย รหัส 1 HU 001 หูฟัง หมวดหมู่ ราคา ต้นทุน สต๊อกเหลือ สต๊อกเท่าไหร่ ยอดขาย ขายเท่าไหร่ รีวิวเท่าไหร่ คะแนนเท่าไหร่ อันเนี้ยเราอาจจะให้พนักงานของเรามาสรุปยอดทุกๆวันถูกมั้ย เราจะได้ไฟล์เป็นไฟล์ Excel พนักงานก็จะมาอัปเดตสต๊อก มาอัปเดตข้อมูลต่างๆ ซึ่งบริษัทต่างๆก็จะ มีไฟล์พวกเนี้ยอยู่แล้วนะครับ เราก็เอาไฟล์พวกเนี้ยแหละ ผมก็เริ่มเอาไฟล์ตรงเนี้ยมาใส่อยู่ในโฟลเดอร์ที่เรียกว่า cowork no context ตรงนี้เนาะ
ไม่มีบริบท สิ่งที่ผมจะสั่งนะครับ ผมใช้ประโยคเดียวเลย ประโยคที่ผมสั่งคือผมจะใช้คำสั่งว่า "วิเคราะห์อ่ะ วิเคราะห์นี้นะ สั่งแบบนี้ วิเคราะห์ไฟล์ 04 ecommerce product แล้วสร้าง Report สรุปให้หน่อย" อันนี้คือมีไฟล์ให้แล้วให้มันวิเคราะห์ให้นะครับ Folder คือโฟลเดอร์ที่เราสร้างเมื่อกี้ และใส่เอกสารที่เป็น Excel 1 อัน
เวลาเลือกโมเดล ถ้าใครใช้โมเดล 20 เหรียญ โมเดลจ่ายเงิน 20 เหรียญต่อเดือน ให้เลือกเป็น Sonnet 4.6 6 เนาะ แล้วก็กดปิด Extended Thinking เพื่อประหยัด Token เพราะว่ามันหมดเร็วเหลือเกินนะ ครับ ถ้าเกิดคุณเปิดด้วยแป๊บเดียวมันจะหมดเลย หมดเสร็จต้องรอรีตอีกสัปดาห์นึงนะครับ วิธีการทำแค่นี้ แล้วเราก็กด Let's go
เมื่อเรากด Let's Go เนี่ย นี่คือรูปแบบที่ส่วนมากเราจะทำแบบนี้กัน ถ้าใครทำแล้ว ก็จะทำแบบนี้ แบบเริ่มเริ่เริ่มใช้งานใหม่ๆ ครับ คุณทำแบบนี้ ถามว่าว้าว มัย ว้าวมันตอบออกมาโอเค มันตอบออกมาดีเลย แต่มันจะดีมากกว่านี้ถ้าคุณมี cross.md ถ้าคุณมี brand.md MD ซึ่งเดี๋ยวจะ demo ให้ดูในขั้นตอนต่อไป อันนี้คือเป็นตัวอย่างที่ไม่มีบริบทนะครับ ซึ่งผมทำมาเสร็จแล้วแหละ เดี๋ยวผมเปิดตัวอย่างให้ดู ผมทำมาระหว่างทางเนี้ย เดี๋ยวให้มันทำอันนี้ไป แต่ผมเปิดให้ดูตัวอย่างแบบไม่มีคext สั่งเหมือนกันเลยนะ เห็นมั้ย สั่งเหมือนกันเลย "วิเคราะห์ไฟล์ 04 ecommerce product แล้วสร้าง report สรุปให้หน่อย"
เดี๋ยวสร้าง report มาให้อ่ะ เรามาดู report กัน เสร็จแล้วเราจะได้ไฟล์นี้ขึ้นมา ไฟล์เนี้ย อ่า เดี๋ยวผมเปิดผ่าน Google แล้วกันอ่ะ เดี๋ยวดูผ่านกูก็ได้ นี่คือเป็นตัวอย่างงานที่เขา้าสร้างให้เรานะครับ โดยที่เราไม่ให้บริบท ทำแบบเมื่อกี้เลยเนาะ ก็คือวิเคราะห์ไฟล์ 04 ecommerce แล้วสร้าง report สรุปให้หน่อย สิ่งที่เขาสร้างมาให้คือได้ report แบบนี้ครับ เรามาดูเทียบนะ เทียบเอกสารอันนี้คือเอกสารรอรอไฟล์เนาะ รอไฟล์จะเป็นเอกสารแบบนี้ แล้วก็ไฟล์ที่เขา้าทำให้หน้าตาจะเป็นแบบนี้ แน่นอนว่าแค่นี้หลายคนก็บอกว่าโอเคแล้ว ถูกมั้ยครับ หลายคนบอกว่าเยี่ยมเลย มันทำออกมามันก็โอเคแล้ว นี่ดูแล้วใช้ได้ถูกต้องครับ มันใช้ได้แยกยอดขาย Line Channel Shopee Lazada Stock Alert เครื่องกรองน้ำที่กองน้ำใกล้หมดแล้ว เหลือเท่านี้นะครับ เหลือถึงจุด 1 เดือน ท็อป Product สินค้าขายดีคืออะไรนะ ครับ กางเกงยอดขาย ยอดขายเท่าไหร่ marจิ เท่าไหร่ครับ กำไรสูงสุดเท่าไหร่ รีวิวเป็นยังไง ข้อมูลทั้งหมดเป็นยังไง อันนี้มันทำให้หมดเลยเนาะ แล้วก็ Key Inside มันจะทำ Key Inside ให้ว่า Revenue Engine ของใช้ในบ้านหมดหมู่รายได้สูงสุด คือเท่านี้บาท นำโดยกางเกงและไม้ถูพื้น เสื้อผ้าอันดับ 2 อ่า Marจin Winner หมอนเพื่อสุขภาพมาจิ 60% นะครับ กำไรต่อชิ้นสูงสุด แนะนำโฟกัส Marketing 3 ชิ้นบน เพื่อ ROI สูงสุด เพราะฉะนั้นเวลาทำ Marketing เราอาจจะทำ Marketing หมอนเพื่อสุขภาพ น้ำมันปลาและกางเกงขาสั้น ทำ Content Team Content ก็จะได้ Inside ไปะก็ไปทำ Marketing สำหรับ 3 โปรตัวนี้ ในเดือนหน้าหรือในอาทิตย์ถัดไป Stock Alert สต๊อกใกล้หมดมีอะไรบ้าง Channel Sig จะเห็นว่า Shopee รายได้เท่านี้บาท ต่อ SKU อยู่ที่เท่านี้บาทนะครับ เว็บไซต์ Lazada Recomm ให้ Push Marจinสูงก็คือ หมอนไม้ถูพื้นและน้ำมันปลาที่ Lazada บiteนะ อันนี้เป็นข้อมูลที่เราเพียงแค่ พิมพ์ตามที่ผมบอกเมื่อกี้สั้นๆ มันวิเคราะห์ออกมาแบบนี้ให้เลย นี่ขนาดไม่มีคทนะ มันยังทำแบบนี้ได้เลยอ่ะ
เราไปดูกันในส่วนของที่ผมให้ทำanalั่ง เมื่อกี้เลย เหมือนการเด๊ะๆ ที่ผมเสร็จแล้ว มันก็จะ analy ออกมาเป็น report แบบนี้ เห็นมั้ย มันก็จะทำมาคล้ายๆเดิม เห็นมั้ยครับ เดี๋ยวนะลองเปิด report นะที่สั่งทำเมื่อกี้ มันจะคล้ายๆเดิม เห็นมั้ยครับ แต่ก็ดูดีขึ้นนะ มีโลโก้ dasดชบอร์ดอะไรพวกนี้ด้วย ออกมาประมาณนี้ เห็นมั้ย มันจะทำแบบไม่ค่อยเหมือนกันประมาณนี้
ทีนี้เราไปดูแบบมี Context กัน มี Context คืออะไร คือเราจะสร้าง crot.md MD อยู่ในนั้น อ่าไปดูตัวอย่างโฟลเดอร์ ผมเปิดโฟลเดอร์ให้ดูนะครับ โฟลเดอร์ที่ผมสร้างมาเป็นตัวอย่างนะ ให้ลองคิดภาพตาม โฟลเดอรที่เป็น Cork ที่เป็น อ่า no context No context เนี่ย เราจะมีไฟล์ 1 ไฟล์คือไฟล์ที่เป็น Excel นะ ครับ กับอีกนึงคือเป็นไฟล์ report ที่เขาทำให้เมื่อกี้ ที่ผมเปิดให้ทุกท่านดูเมื่อกี้ มันจะเป็น 2 ไฟล์ถูกมั้ย แต่ถ้าเรามี context อ่า เราเข้าไปดูที่ context ตรงนี้นะครับ จะเห็นว่าเราจะมีไฟล์ขึ้นมา 1 ไฟล์ที่ชื่อว่า cross.md cross.md ตัวเนี้ยจะเป็นไฟล์ที่เรากำหนดขึ้นมาก่อน โเค เดี๋ยวลองซูมเข้ามาใกล้ๆ cr.md คืออะไร คือโปรเจคเนี้ยเป็นโปรเจควิเคราะห์ข้อมูลร้านค้าออนไลน์ ที่มีสินค้า 5 หมดหมู่ Business คือเป็นแบบไหน อะไรยังไง วิธีการสร้างสร้างยังไง ผมจะพาไปสร้างให้ดูว่าพอมีค.md MD แล้วจะแตกต่างยังไงนะครับ
เหมือนเดิม เราเข้าไปที่โปรเจกต์ที่ชื่อว่า context เนาะ ลองคิดภาพตามนะครับ ในนั้นจะมีไฟล์ Excel อยู่ 1 ไฟล์เหมือนเดิม แต่เราสร้าง C.md ขึ้นมา ถามว่า cos.md สร้างยังไง ง่ายมากครับ เราเข้าไปที่ with context i ให้ดูตัวอย่างที่ผมสร้างเนาะ สร้าง C.md ให้โปรเจกต์นี้หน่อย อ่า การสร้าง C.md MD มีด้วยกัน 2 แบบ แบบที่ 1 เริ่มต้น Start New Chat แล้วผมก็เลือกเป็น ที่เราจะใส่ context เข้าไปคือ C ที่เป็นคำว่า context หรือใส่บริบทเข้าไป สิ่งที่ผมจะให้ก็คือผมจะมีพร้อมตรงนี้ให้นี่ตรงนี้เนาะ สร้าง C.md ตัวอย่างนี้นะครับ มันจะเป็นตัวอย่างโปรเจกต์อ่ะ ให้ดูตัวอย่างใกล้ๆ สร้าง C.mD MD ให้โปรเจกต์นี้หน่อย โปรเจกต์นี้ชื่อ E-Commerce Analysis นะ [เพลง] ครับ เป็นโปรเจกต์สำหรับวิเคราะห์ร้านค้าออนไลน์ ร้านค้ามีประเภทอะไรบ้าง ซึ่งโปรเจกต์นี้จะเป็นสำหรับวิเคราะห์ เพราะฉะนั้นเราเลยกำหนดบทบาทเงื่อนไขของโปรเจกต์นี้เอาไว้ให้ ผมก็พิมพ์คำสั่งเนี้ยเข้าไปตรงนี้เนาะ "สร้าง C.md MD ให้โปรเจกต์นี้หน่อย" แล้วก็เป็นรายละเอียดของโปรเจกต์นี้ หลังจากนั้นกดสร้าง ซึ่งอันนี้เดี๋ยวผมจะให้เดี๋ผมจะแนบเข้าไปอยู่ในส่วนของ Description เนาะ ในตัวของคลิปไอ้พอมอันเนี้ย คุณก็ไปแก้เป็นธุรกิจของคุณได้เลย
ส่วนใครที่เป็นนักเรียนคังแสงอ่านักเรียนคังแสงเนี่ย เราก็จะสามารถสร้าง crot.md MD ได้เลย ผมสร้างสกิลเอาไว้ให้นะครับ อันนี้จะอยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่าสกิลเหมือนเดิมเลยนะ ครับ สกิล [เพลง] อันนี้ในสกิลอันเนี้ย ผมมีโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า CL.mD แต่เราตั้งชื่อ CR ตรงๆไม่ได้เลยตั้งชื่อว่า Project Memmory นะครับ Project Memmory อันเนี้ยคือ CR.md กดดาวน์โหลด ทำเหมือนเดิมเลยครับ กดดาวน์โหลดแล้วติดตั้งสกิล ผมสร้างสกิลให้สำหรับสร้าง CRS.md MD เอาไว้แล้วนะครับ วิธีการใช้งานก็คือให้กดเข้ามาที่ Customiz กดไปที่ Skill กดเครื่องหมายบวกและกดอัปโหลดแล้วก็อัปโหลดไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาที่ชื่อว่า Project Memmory Builder ตัวนี้ติดตั้งครั้งเดียวแล้วเวลาการใช้งานใช้งานยังไงนะครับ คุณก็เข้ามาที่โฟลเดอร์ที่คุณต้องการที่จะเริ่มต้นเซตใหม่ อ่า ยกตัวอย่างผมลองให้เห็นภาพเลย ผมสร้างโฟลเดอร์ ผมสร้างโฟลเดอรใหม่ที่ชื่อว่า Marketing Marketing เนาะ แล้วผมก็สร้าง Marketing ตรงกด allow โอเค โฟลเดอร์นี้คือ Folder Marketing ใช่ไหมครับ ผมสามารถพิมพ์ว่า อ่า "สร้าง C.MD MD ในโปรเจคในโฟลเดอร์นี้ โฟลเดอร์นี้หน่อย" ผมสามารถพิมพ์แบบนี้นะครับ และเราสามารถให้ AI อ่ะเขาถามคำถามแล้วเราก็ตอบคำถามนั้น แล้วมันก็จะไปสร้าง clots.md อยู่ในโปรเจคนั้นๆ เพราะฉะนั้นวิธีการ set up ย้ำอีกที คุณ set user fav เรียบร้อย set global instruction เรียบร้อย สร้างโปรโect Marketing HR Finance อะไรก็ว่าไป พอสร้างโปรเจกต์เสร็จเราติดตั้ง Skill CR.mD เรียบร้อยใช่มั้ย ก็พิมพ์บอก "สร้าง CR.mD MD ในโฟลเดอร์นี้นะครับ" ผมบอกว่าอันนี้เป็น Marketing แล้วกัน เป็น B ผมก็เลือกเป็น B ก็พิมพ์คำว่า B เข้าไปนะครับ ผมสร้างสกิลเอาไว้ให้กับนักเรียนคางแสงไปดาวน์โหลดได้เลย
โอเค สรุปสั้นๆ เป้าหมายคืออะไร เป้าหมายคือทำ Content แล้วได้ยอดวิว 1 ล้านวิว สมมุติ อ่ะ เร็วๆแบบนี้ ในสาย Marketing ในสาย Content บางคนจะเป็นสายอ่ายอดขาย ก็จะเป็น "สร้างยอดขาย" อันนี้โปรเจกต์อะไร โปรเจกต์แบบ marketing อ่า คลังแสง AI 2026 ประมาณนี้เนี่ย เราก็ตอบไปเรื่อยๆ พอหลังจากเราตอบไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเราตอบครบ มันจะไปสร้างไฟล์ crอ.md ให้อ้า ไฟล์ cross.md มันก็จะเป็นไฟล์ที่อยู่ใน โฟลเดอร์ตรงเครับ มันจะสร้างไฟล์ตรงนี้ให้โดยอัตโนมัติเลย อ่ะ มาดูตัวอย่างจริงกันว่า ถ้าเรามี context เมื่อกี้ สมมุติว่าเราตอบกันครบหมดเรียบร้อยแล้วเนาะ เมื่อตอบครบเสร็จ เราก็จะได้ไฟล์ cr.md MD อยู่ในโฟลเดอร์โอเคเนาะ ทันเนาะ หลังจากนั้นเรามาดูตัวอย่างที่ผมให้ดูตัวอย่าง final แล้วเนาะ ก็ทำเหมือนที่ผมทำเมื่อกี้เลย บอกว่า "สร้าง C.nd ให้โปรเจกต์นี้หน่อย" มันก็สร้างทุกอย่างมาให้เรียบร้อย สร้างเรียบร้อยมันก็จะเป็นสร้างแบบอยู่ในโฟลเดอร์นี้นะ cross.md MD เรียบร้อย หลังจากนั้นวิธีการผมก็สั่งว่า "วิเคราะห์ไฟล์ 04 ecอมmerce product แล้วสร้างสรุปเป็น Report ให้หน่อย" คำสั่งเดียวกันกับไม่มี context นะ อ่ะ เรามาดูผลลัพธ์กัน
ผลลัพธ์ เราเปิดใน Google Drive ตัวนี้ ผลลัพธ์จะแตกต่างกัน โอเค เรามาดูผลลัพธ์ นี่เราจะได้ผลลัพธ์เป็นรายงานวิเคราะห์ e-cอมmerce สรุปmargจinและกำไรลายหมวดหมู่นะครับ เหตุผลเพราะว่านี่คือกฎกติกาของบริษัทเราไง บริษัทของเราคือต้องการให้สรุปออกมาเป็น report เราไม่ต้องการให้มันเป็นตาราง เราต้องการให้เป็น report เพราะฉะนั้นเราถูกกำหนดอยู่ใน cr.md นะครับ จริงหรือเปล่า เราไปดูใน cos.md มาอ่ะ ดูใน cos.md นะครับ เห็นมั้ยเอ่ย ใน cos.md เขียนว่า output format คืออาจจะมองลำบากนิดนึงนะครับ ใน format output standard บอกว่า "format ต้องเป็นไฟ.d Dog เสมอ มีตารางชาร์จหัวข้อชัดเจน ภาษาไทยทั้งหมด เรียงตามข้อมูล Impact สูงสุดก่อน" อ่า เห็นมั้ย อันนี้คือ cross.md MD ที่กำหนด เพราะฉะนั้น report ที่ได้มามันจะได้เป็น report เห็นมั้ยที่แตกต่าง เป็น executive summary ก่อน รายได้เท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ marจinเท่าไหร่ SKU เป็นยังไง ฟันธงไม่มีสินค้ามาจิติดลบเป็นสัญญาณดี สัญญาณเตือนคืออะไรบ้าง เห็นมั้ย วิเคราะห์แยกตามหมวดหมู่ เรียงตามกำไรสุทธิ์ต่อเดือนนะครับ หมวดหมู่กำไรเท่าไหร่ อาหารเสริมมีมาจinสูงถึง 60% นะครับ เครื่องสำอางมาจิต่ำสุด วิเคราะห์แยกตามยอดไหน กำไรมากสุด ท็อปไสินค้าที่ทำกำไรสูงสุด เห็นมั้ยครับ เราจะเห็นว่า action เรียงตาม impact สูงสุด สรุปเป้าหมาย 20% กำไร Q2 จะเห็นว่าพอเราใส่เข้าไป งานมันคนละแบบ มันจะเข้าใจเรามากขึ้น มันจะเข้าใจโครงสร้างธุรกิจของเรามากขึ้น เพราะฉะนั้นการใส่ cross.md MD จะช่วยทำให้เราทำงานต่อไปได้ง่ายขึ้น
เพราะฉะนั้น ถ้าเราเซตแบบนี้เรียบร้อยแล้วอ่ะครับ ลองนึกภาพนะ ผมบอกว่า เฮ้ย Format เนี้ยเราโอเคและ ผมจะเซตว่าทุกๆวันศุกร์ ผมจะอัปโหลดไอ้เอกสารข้อมูลเนี้ย เข้าไปในโฟลเดอร์นี้ทุกวันศุกร์ แล้วผมก็ตั้งเวลาเลยว่า "ช่วยทำสรุปแบบนี้ให้ทุกวันอาทิตย์ตอน 22:00 น.หน่อย" เพราะตอนเช้าวันจันทร์จะเอาไป repอร์ทีม สมมุติผมกำหนดแบบนี้ เราคุยกันมาจนได้ format ที่เราโอเคละ เราก็วางแผนเอาว่าพอจบวันอาทิตย์ อ่า จบวันศุกร์เราเลิกงาน เราสรุปตัวเลขเข้าไปอยู่ในเอกสาร หรือจนถึงวันอาทิตย์แล้วแต่ใครเนาะ ว่าการทำงานจะเป็นยังไง หลังจากนั้นเราก็แค่ให้มันทำ recuring ทุกสัปดาห์ ประมาณนี้ คำว่า recuring ทุกสัปดาห์ก็คือทุกอาทิตย์มันก็จะทำสรุปออกมาให้ทุกวันอาทิตย์ตอน 22:00 น. พอตอนเช้าวันจันทร์เราก็เอาเอกสารนี้ เปิดมาพีเซน แบบเนี้ยคือการสร้าง workflow แล้วก็เซตในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเข้ามา เขาก็จะไปสร้าง schedule task ให้อยู่ใน schedule ตรงนี้ เห็นมั้ยครับว่า context สำคัญยังไง แล้วก็สามารถที่เราจะทำออกมาได้เป็น schedu ได้ด้วย อันนี้เป็นตัวอย่างในการทำ schedule นะครับ
ทีนี้ถัดมา อ่ะ ตั้ง schedule ไปเลย กด schedule ตอน 22:00 น.นะครับ เห็นมั้ย ตั้งค่าเสร็จแล้ว ทุกวันอาทิตย์ตอน 22:00 น. AI จะรันไฟล์ตัวนี้อัตโนมัติ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราคืออะไรครับ หน้าที่ของเราก็คือมาอัปเดตข้อมูลในไฟล์ไอ้ตัวเนี้ย Excel ตัวเนี้ยในทุกๆสัปดาห์ เขาก็จะวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ได้เรื่อยๆ อันนี้คือการทำงานร่วมกับ AI Cork นั่นเอง
สรุปตรงนี้เนาะ เมื่อกี้เราเห็นหน้าตาแล้วเนาะว่ามันแตกต่างกันยังไง เราจะเห็นแล้วว่าไม่มี context กับมี context ที่ตรงตามบริบทของบริษัทเราเป็นยังไง แต่สิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้เรื่องสุดท้ายก็คืออีกอันนึงคือ brand. MD brand.MD MD คือเราใส่แบรนด์ CI brบรนด์ Identity brบรand Vision เข้าไปอยู่ในนี้ด้วย หลายคนมีคำถามว่าถ้าเราใส่แบรนด์ C ของเราหรือ brบรนด์ Voice Tone of Voice ของแบรนด์เข้าไปใน User Reference ได้เลยไหม ใส่ได้ อ่า เราต้องดีไซน์ของเราก่อนว่าอะไรที่คิดว่าเป็น Global Use ไม่ว่าจะเป็นแชทไหนก็ตาม เราจะใส่เข้าไปที่ Global เราอาจจะใส่ brบmd เอาไว้ที่ Global ได้เลย แต่ถ้าเราบอกว่าเราจะแยกเป็นโปรเจกต์โปรเจกต์โปรเจกต์ สมมุติว่าเรามีหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์มีแบรนด์ C ต่างกัน เราก็ set brรandmd ของแต่ละแบรนด์เอาไว้ เวลาเราขึ้นโปรเจกต์
ลองดูโปรเจกต์ที่ผมขึ้นที่มีbrรand.mdเนาะ context กับ brรandจะเห็นว่าถ้าเราไม่มี context เราจะมีไฟล์ Excel ไฟล์นี้ไฟล์เดียวโอเคม. แต่ถ้าเรามี con มี context ก็คือมี cross.md มีกฎกติกาแล้วผมก็มีมีbrบรน.md MD Band Guide Line เช่น Tech Lifestore สร้างเมื่อวันที่เท่าไหร่ Band Overview Target Audience Band Voice ภาษานั่นหมายความว่าโปรเจกต์ที่มีทั้ง Context และมีทั้งแบรนด์ เวลาเราให้เขา้าทำงานให้เราไม่ว่าจะเป็นเขียน Content ไม่ว่าจะให้ทำสไลด์ทำ Report หรือทำอะไรก็ตาม เขาจะเข้าใจเรามากๆ เนื่องจากว่าวันนี้เวลาไม่พอแต่ผมเตรียมข้อมูลเอาไว้แล้ว ก็คือสำหรับสั่งเหมือนเดิมเลยนะ อ่ะ ผมรันดูให้ดูว่า "สร้าง band.md MD ให้หน่อย Line ของผมคือข้อมูลคือแบบนี้นะครับ brรand.md" อ่า เดี๋ยวผมเปิดเอกสารให้ดู brรand.md เป็นแบบนี้ ชื่อร้าน แท็ก Line ธุรกิจอาหารเสริม อะไรก็ว่าไป เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นนักเรียนคังแสง ผมทำสกิลเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งสกิล Brand.md คุณก็สามารถกดดาวน์โหลดแล้วก็ไปอัปโหลดเป็นสกิล เวลาคุณ Setup Project ขึ้นมาเราก็บอกว่า "สร้าง CRS.m แล้วก็สร้าง brand.md" เมื่อเราสร้าง Band.md MD เขาจะถามคำถามเราแล้วก็ตอบไปเรื่อยๆ ใช้เวลาช่วงแรก 20 นาที ครึ่งชั่วโมงเพื่อให้งานมันครบ โฟลเดอร์นี้เป็นโฟลเดอร์ที่มีทั้ง brand.md และมี cross.md ผมสั่งคำสั่งเดียวกันเลยนะ คำสั่งเดียวกันเลยคือ "วิเคราะห์ไฟล์ 04 ecommerce product แล้วสร้าง report สรุปให้หน่อย" สั่งเหมือนกันเลยนะ
เรามาดูผลลัพธ์กัน อ่ะ มาดูผลลัพธ์กัน ดูผลลัพธ์อันที่ 1 ที่ผมสั่งนะครับ นี่คือใส่brรand.MD MD ที่เขารู้จักแบรนด์ Voice ของเรา เขาจะมีใส่สีด้วยเห็นมั้ย เห็นใส่ชื่อแบรนด์ด้วยเห็นมั้ย Tech Life Store ณ มีนาคมนะครับ ภาพรวมเดือนมีนาคม ร้านมียอดขายเท่านี้บาท กำไรเท่านี้บาทนะครับ Rever เป็นยังไง ตัวเลขเป็นยังไง แจ้งเตือนด่วน มาจิวิเคราะห์ต่างๆ Inside อาหารเสริม marจinสูงต่างๆ นานา อ่า Top 5 สินค้า กำไรต่ำสุด มาจิ แล้วก็ที่แนะนำ วิเคราะห์ต่างๆ แอ็คชั่น ต้องทำอะไรบ้าง ทั้งหมดทั้งมวลเขาจะรู้จักในส่วนของ brandmd ของเราแล้ว
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ เมื่อเขารู้จักแบรนด์ เรารู้จักสินค้า เรารู้จักว่าสินค้าอันไหนขายดี อันไหนขายไม่ดี ถูกมั้ยครับ ลองคิดตามนะ เค้ามีข้อมูลทางยอดขาย เค้าจักเรา เค้าจักแบรนด์ของเรา แล้วให้เค้าเขียน content ได้มั้ยล่ะ แล้ว content ที่ให้เค้าเขียนน่ะ ให้เค้าเขียน content ที่ขายดีมั้ยล่ะ เพราะเค้ามีข้อมูลอยู่แล้วนี่ว่าสินค้าตัวไหนขายดี ถูกมั้ยครับ ผมก็บอกว่า "สร้าง Facebook โพสต์โปรโมทสินค้า Power Bank จากข้อมูลในไฟล์ ecommerce" เพราะในไฟล์ e-cmerce อ่ะ ไฟล์นี้ที่เป็น Law Data ที่เริ่มต้นมาจากเป็นไฟล์ Daily Report แบบนี้เลยนะ ซึ่งในไฟล์เนี้ยมี Power Bank [เพลง] อยู่ และใน Power Bankงของเราอ่ะ ไอ้ตรง band.md อ่ะ เรามีรายละเอียดของสินค้าอยู่ว่าเรามีสินค้าอะไรบ้าง เบื้องต้นเราก็ให้เค้าเขียนเลยว่า "สร้าง Facebook โพสต์โปรโมท Power Bank ให้หน่อย" เค้าก็จะมีข้อมูลเลยว่า อ๋อโอเค ใน band.md MD นะ มีข้อมูล e-cอมmerce โดยที่ Power Bankงเนี้ย ราคา 2,595 บาท คะแนนรีวิว 4.5 4.8 เต็ม 5 สูงสุดในหมวดไทยอดขาย 128 ชิ้นต่อเดือน ช่องทาง Lazada เราก็ให้เาค้าเขียนโพสต์ครับ "ซื้อ Power Bงมาแล้วกี่ตัวแล้วใช้ได้จริงกี่ตัว" ตรงเนี้ยเขาจะรู้ข้อมูลทั้งหมดแล้วสรุปเขียนได้ว่า "รีวิวจริง 4.5 5 จากลูกค้าที่ซื้อใช้จริง ไม่ใช่รีวิวจัดทำ ราคา 2,595 ถูกที่สุดแต่คุ้มที่สุดในระยะยาว ดูสเปครีวิวได้เลย" อันเนี้ยก็จะ เป็นในส่วนของตัวอย่างว่าเมื่อเขา้ารู้จักเราทั้งหมด เราสามารถให้เค้าเขียนให้เขา้าทำให้เค้าวิเคราะห์ได้แม่นขึ้น Content ทุกชิ้นที่เขียนไม่ใช่ content นั่งเทียน เรารู้อยู่แล้วนี่ว่าเมื่อกี้ หมอน หมอนขายดีใช่มั้ย เสื้อขายดี รองเท้าขายดี เราทำ Marketing 3 อันนี้ เราก็ทำ Content 3 อันนี้ อาจจะให้มันเขียน 10 ชิ้นเลยก็ได้ หรือโพสต์วันเว้นวัน หรือโพสต์ทุกวันเลยก็ได้ และ content ที่ทำ เป็น content สำหรับ Facebook content สำหรับ IG content สำหรับ YouTube หรือ content สำหรับ Instagram เซตเป็นสกิล เซตเป็น plug in แล้วเราก็ให้มันทำทีเดียว ตั้งเวลาโพสต์ ตั้งเวลา schedule ตั้งเวลาให้มันแจ้งเตือน ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามา วันนี้ EP นี้ผมอยากจะให้เราเริ่มต้นอย่างมั่นคง เริ่มต้นอย่างแข็งแรง และเราจะเข้าใจว่า AI agent เวลาทำงานจริงๆอ่ะ มันเวิร์คนะ มันไม่มั่วนะ เราทำถูกหรือเปล่า ถ้าเราทบทวนไลฟ์ไลฟ์นี้ของผมอ่ะ ทบทวนแล้วลองทำ ผมมั่นใจว่างานที่คุณได้มันจะเอาไปใช้งานจริงๆได้เลย
ก็ band.md MD นะครับ สำหรับนักเรียนคังแสงไปโหลดได้เลยนะครับ แล้วก็อันนี้ workflow ที่ผมใช้ Morning Beef ดู Beef สั่ง Content approve วิเคราะห์ data สรุปวันแล้ว Morning Beef ใหม่ขึ้นมาก็วิเคราะห์จาก data เดิม อะไรทำดีแล้วไปต่อ อะไรทำดีแล้วไปต่อ เพราะ AI มีdata้าทั้งหมด เราไม่ต้องวิเคราะห์เอง เราวิเคราะห์data้าจริงจากข้อมูลจริงจากลูกค้าจริงทั้งหมด วันนึงใช้เวลาไม่กี่นาที เราก็จะได้งานที่เหมือนกับเราทำ 4-5 ชมง ในสมัยก่อน วันนี้จะคุยเรื่องสกิลนะครับ สกิลคืออะไร คำสั่งจะสั่งยังไง ก่อนอื่นเลย ผมอธิบายก่อนว่าทุกคนน่ะน่าจะเริ่มใช้แชท GPT ใช้ Gemini กันอยู่แล้ว หรือเริ่มมาใช้คอกันอยู่แล้ว สิ่งที่ทุกคนใช้และทุกคนน่าจะเกิดปัญหาสิ่งที่ทุกคนจะเกิดปัญหานะ ครับก็คือเวลาเราทำ Content น่ะครับ ต่อให้เราใช้แชท GPT หรือ Gini สิ่งแรกเลย เราคุยกับมันแล้วเราขอ content พร้อมกว้างๆ พร้อมกว้างๆ ความใหม่คือเฮ้ยขอเขียนแคปชั่นให้หน่อย ช่วยเขียนแคปชั่นของ อ่า ร้านกาแฟให้หน่อย ร้านเสื้อผ้าให้หน่อย ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเราจะได้คentกว้างๆ content ที่เป็น AI มากๆ แล้วสิ่งที่ขาดไปคือไม่มีแบรนด์ Voice แบรนด์ Voice ในที่นี้ความหมายคือก็แบรนด์เราคือแบรนด์อะไร พรีเมี่ยม หรือเปล่า วัยรุ่น หรือเปล่า Genซ หรือเปล่า ศัพท์ที่ใช้ Mo and Tone ข้อความต่างๆเนี่ย กลายเป็นว่าทุกคนที่ทำออกมา Content ไม่เวิร์ค
ลำดับที่ 2 เราเริ่มมีทีมงานะคือเราไม่ได้ทำเองะเราเราไปเรียนมา เรียนเสร็จเราส่งงานให้ทีมสมัครแชท GBT สมัคร GM9 สมัคร Cross บอกให้ทีม เฮ้ยต้องสมัครเนี่ย ดูสิมันทำออกมาได้ดีมาก เราส่งไปให้ทีมงาน ทีมงานสมมุติมีอยู่ 5 คน 5 คน บางคนใช้ GVT บางคนใช้ Gim บางคนใช้ตัวฟรีด้วย บางคนใช้คอบางคนใช้โอ้โห Advance เลย บางคนใช้เบสิคเลย สุดท้าย [เพลง] ส่งงานมาให้เราตรวจ หรือถ้าเราเป็น agนcyโฆษณาทำงานส่งมางานนี้ 5 คน 5 แบบ 5 สไตล์ 5 แนวคือกลายเป็นความสม่ำเสมอและ กลายเป็นงานจะต้องแก้เยอะมาก เหตุผลเพราะ ว่าเหตุผลเพราะว่าไม่มีมาตรฐาน เพราะทุกคนเปิดแชท GBT ทุกคนเปิด Gemini ทุกคนพิมพ์ พร้อมได้คำตอบออกมา เอาคำตอบมาแคปใส่สไลด์ หรือเอาคำตอบไปโพสต์ลงโซเชียลเลย แล้วต่างคนต่างทำ คนไหนที่มีสกิลเยอะก็งานออกมาดี คนไหนสกิลน้อยงานออกมาไม่ดี อันนี้คือปัญหาคลาสสิคที่เจอ
หรือระดับ 3 ที่เป็น Agency มีแบรนด์ 10 แบรนด์แล้วเราก็ใช้ AI เข้ามา สุดท้ายกลายเป็นทีมสลับแบรนด์กัน โทนสลับกัน และกลายเป็นแชท GPT 1 อัน Gimin 1 อัน มีแชทอยู่ 3-4 แชท แต่ละแชท คุยปนกันหมด แบรนด์ A แบรนด์ B แบรนด์ C ทุกอย่างตีกันมั่ว content ไม่มีความเป็น แบรนด์ CI ของแต่ละแบรนด์ Mo Tone แบรนด์ Voice ไม่มี มันเลยกลายเป็นปัญหาว่าเอ๊ะที่เราจ่ายรายเดือนเดือนละ 20 เหรียญแล้วให้พนักงาน 10 คน พนักงาน 5 คน หรือเราใช้เองเนี่ย สุดท้ายมันใช้งานได้จริงหรือเปล่า สุดท้ายมันใช้เพียงแค่ว้าว แต่เวลาเอาไปใช้จริงๆมันเกิดไม่เวิร์ค นั่นคือปัญหาที่ผมว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้งาน เบื้องต้นหรือใช้งานระดับนึงก็จะเริ่มติด ละเริ่มติดแล้วก็จะเริ่มรู้สึกว่าจ่ายรายเดือนไม่คุ้มเพราะเอาไปใช้จริงไม่ได้ [เพลง] ทีเนี้ยปัญหาทั้งหมดเนี่ยมันคือเราไม่ได้เริ่มต้นจากการวางรากถ่านของแบรนด์ให้ดี ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยมันเข้าใจยากมันซับซ้อน ถ้าเป็นแชท GPT หรือ GP9 เราจะต้องทำพวกโปรเจกต์ เราจะต้องทำ instructure พร้อม instruction พร้อม เราจะต้องใส่อะไรเต็มไปหมดเลยอ่ะ แล้วคิดดูว่าเรามีพนักงาน 5 คน เราต้องไปเซตแบบนี้ให้เหมือนกัน 5 คน ถ้าเราเป็นเจ้าของเราอาจจะไม่มีเวลาลงไปเซตมันเลย กลายเป็นตลบฝุ่นตลบกันหมดเลยนะ ครับ
สิ่งที่วันเนี้ยจะมาคุยกันก็คือ CR Cวรkอ่ะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เลย เหตุผลเพราะว่าถ้าใครได้เรียนในสัปดาห์ที่แล้ว ผมจะมีพูดถึงเรื่องbrรand.mdกับ cross.md เพื่อสร้างออกมาเป็นสิskิลนะครับ อธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ brรand.mdคืออะไร brรand.mdก็คือคู่มือแบรนด์ครับ AI จะอ่านทุกครั้งก่อนที่จะทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นคลินิกความงาม ทุกครั้งที่ Content จะโพสต์ ทุกครั้งที่เขา้าจะทำรูป ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานคนไหน ทำกี่คน brand.m MD จะเป็นตัวล็อคว่าคุณจะต้องทำตามคู่มือของแบรนด์นี้เท่านั้น cross.md คือกฎการทำงาน format ทุกอย่างที่เป็น standard อะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ เพราะฉะนั้นเนี่ยหมายความว่าถ้าเรามี พนักงาน 10 คน พนักงาน 10 คนทำให้กับแบรนด์ของเรา และ 10 คนนั้นน่ะในโปรเจคจะมี brand.md MD และมี cross.md คุณพิมพ์ว่า "ขอ content หน่อย" มันจะทำ content ออกมาให้ตรงกับแบรนด์และตรงกับกฎที่เป็น CR.md MD เพราะฉะนั้นงานจะได้มาตรฐาน และงานจะ consistency คือเสถียร และทั้งหมดทั้งมวลเราเอามาทำเป็นสกิล สกิลอธิบายความหมายก็คือเหมือนกับ SOP ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาเราทำร้านอาหาร เวลาเราทำร้านอาหารที่เป็นยกตัวอย่างเช่น McDonald McDonald เนี่ย ถ้าเราสั่งชีสเบอร์เกอร์ กระบวนการทำงานตั้งแต่เอาขนมปังย่างเนื้อย่างชีสประกบห่อทุกอย่างมีขั้นตอนว่าต้องทำอะไร 1 2 3 4 สกิลก็เหมือนกัน สกิลคือเป็นการสอน AI หรือเรียกว่าสอนคอร์สเนี่ยเพื่อให้เขาค้าเข้าใจว่าถ้าจะให้ทำ Content Planner เา้าจะต้องทำสต็ป 1 2 3 4 5 โดยเราเพียงแค่สั่งว่า "ทำ Content สัปดาห์นี้" อ่า ถ้าใครมือใหม่อะไรอาจจะงง เอาให้เข้าใจคอนเซปตก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะdeโมตัวอย่างให้ดู ผลลัพธ์ก็คือใครสั่งก็ได้ครับ พนักงานคนไหนก็ได้ สุดท้ายมันจะตรงกับแบรนด์ที่เราเซตทุกครั้ง ไม่ต้องแก้ซ้ำแล้วไม่ต้องแก้บ่อย ก่อนที่เราจะมีในส่วนของแบรนด. Mme กับสกิลเนี่ย เอ่อ พร้อมกว้างๆก็ได้ output แบบ AI gen รูปมั่ว ทีม 5 คน สไตล์ไม่ได้มาตรฐาน หัวหน้าแก้งาน เสียเวลาเพิ่มอีกนะครับ ต้อง พร้อมยาวทุกครั้งทุกชิ้นนะครับ หรือถ้ามี brบรนด.MD MD เมื่อไหร่ สกิลอ่านแบรนด์และ output ก็คือตรงทันที gen [เพลง] จาก Asset คือรูปสินค้าจริงของเราทุกคนใช้ สกิลเดียว Output เหมือนกัน สั่ง 2 คำสั่ง 2 คำครับ ได้ content ใน 5 นาที สร้างสกิลครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดไป
เนื้อหาในไลฟ์วันนี้นะครับ ก็จะมีด้วยกันทั้งหมด 5 ข้อ ข้อที่ 1 สกิลคืออะไร อันนี้อธิบายไปเรียบร้อยแล้ว อันที่ 2 นะครับ Content Planner เดี๋ยวผมจะมาสอนสร้าง content planner กันว่าสั่ง 1 ทั้งได้ content ทั้งสัปดาห์เลย และตรงตามbrรน.md >> [เพลง] >> MD ด้วย และตรงตาม cross.md ดีด้วย 3 เจน รูปครับ เจนรูปจากบีฟ เจนรูปจาก content คือ content ได้ content มาแล้วเราเจนรูป วันจันทร์เจนรูปวันอังคารเจนรูปวันพุธนะ ครับ และเอาสกิลมาต่อกัน เราสั่งประโยคเดียว เราได้ content และสั่งอีกประโยคนึง ได้รูปนะครับ เราสามารถสร้างสกิลเองได้จากศูนย์นะครับ วันนี้ก็จะมีให้คนที่ใครไม่เคยใช้เลยจะสร้างสกิลเค้าเรียกว่ามีพร้อม ให้สามารถเอาไปใช้งานได้เลย เนื้อหาวันนี้จะครอบคลุมทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกันนะครับ โดยที่เดี๋ยวผมขอเข้าเนื้อหาหลักเลยอ่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าเนื้อหาวันนี้จะเป็นอะไรที่ผมเตรียมมาให้นะครับ ผมเตรียมมาให้เลยก็คือสิ่งแรก วิธีการทำงานหลักๆเนาะ เราจะทำงานในโฟลเดอร์ อ่า เราจะทำงานในโฟลเดอร์ ถ้าใครมือใหม่เราจะเข้าไปที่ cowork แล้วใน cork เนี่ยมันก็จะมีคำว่า โปรเจค เราจะต้องทำงานในโฟลเดอร์ crอจะทำงานอยู่ใน 1 โฟลเดอรที่เรากำหนดสิทธิ์ให้เขา้าทำงานนะครับ
สิ่งที่ผมเตรียมมาคืออะไรนะนะครับ ผมมีเอ่อ เตรียมมาเป็นตัวโมแบรนด์นี้ครับ ผมเตรียมแบรนด์ Book มา 1 อัน ต้องบอกอย่างี้ก่อน ผมให้ดูตัวอย่างงานนี้ก่อนว่าผมลองทำเทสแล้วก็ทำdeโมในการใช้งานสำหรับ อ่า วันนี้นะครับก็คือจะเป็นแบรนด์ที่ชื่อพันนะครับ แบรนด์นี้ผมทำมาเป็นdeโมว่าเราจะขายของด้วยสินค้าตัวนี้ นะครับ สิ่งที่ผมทำมาก็คือผมคุยกับ AI จนเราได้แบรนด์ Book มา 1 อัน แบรนด์ Book ประกอบไปด้วยอะไรก็คือแบรนด์ไกด์ไลน์นะ ครับ แบรนด์ของเราคืออะไรนะครับ แบรนด์ชื่ออะไร ภาษาไทยเป็นอะไร meaning ความหมาย แท็ก Line Band Story แบรนด์ Architpe นะครับ [เพลง] Target กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายหลักที่เราจะขายสินค้านี้คือใครนะครับ ภาพที่เราใช้ อัตลักษณ์ของเราหรือเรียกว่า Band C อ่า Identity ของเรา สี Color Palet จะเป็นสีอะไร Font จะเป็น Font อะไร Tone ภาพจะเป็นอารมณ์ไหน Packaging สเปคเป็นยังไง กล่องเป็นยังไง Marketing เราจะขายแบบไหน ขายยังไง Unique Selling Point หรือ Key Selling Point คืออะไร Tone of Voice ของ Social Media Band Positioning นะครับ แล้วก็ราคา Price Structure Channel ที่ต้องการขาย กลยุทธ์ต่างๆ ทั้งหมดทั้งมวลเนี้ย ถ้าเราทำงานจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราทำงานให้กับลูกค้า ถ้าคุณเป็นเจency คุณรับบีฟโจทย์ลูกค้ามา แบรนด์ไกไ Line คืออะไร แบรนด์ Beef คืออะไร ถูกม AE จะรับ โจทย์มาเราจะได้ [เพลง] เรื่องของแบรนด์ตรงนี้มาเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์แล้วคุณยังไม่มีแบรนด์ Book หรือ แบรนด์ Guideline แบรนด์ CI แบรนด์ Template หรือเรียกว่าอะไรก็ว่าไปเนี่ย คุณก็ทำให้มันมีแบรนด์ Book ขึ้นมาก่อน ปรึกษากับ AI คุยกับ AI เพื่อทำ Band Book ขึ้นมา แบรนด์ CI ต่างๆขึ้นมา หลังจากที่คุณมีแล้ว ผมทำมา 1 ไฟล์นะ อันนี้คือ 1 ไฟล์ของโปรเจกต์นี้ที่ชื่อว่าพันนา โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่ไม่ใช่ใช่ทำแค่เทส ตอนนี้ผมทำขายจริงนะครับ แต่คอนเซปตอันนี้ของผมคือตอนเนี้ยสินค้ากำลังผลิตอยู่ ตอนนี้ผมลองเทสโดยที่ gen รูปจากสินค้าที่เป็น AI เดี๋พอได้สินค้าจริงจะเอาสินค้าจริงตัวจริงอ่ะ มาถ่ายจริงแล้วเป็นคent จริง ตอนนี้เป็น MU up ที่เป็นรูป packaging ที่มีรูปถ่ายแค่รูปเดียว เพราะฉะนั้นตอนเนี้ยผมจะเป็นจะทำให้ [เพลง] เห็นภาพจริงเลยว่าทุก Content จะทำด้วย AI และขายด้วย AI นะครับ ณวันนี้ตอนนี้ผมมี แบรนด์ที่จะเอามาใช้ในการทำ Content ละ ในโฟลเดอร์ที่เริ่มต้นที่ผมจะ live demo วันนี้ ในโฟลเดอร์เนี้ยผมสร้างขึ้นมาชื่อว่าC่อ Cowork Demo EP6 Live ในโฟลเดอร์นี้ไม่มีอะไรเลยคือ Start มากด New Folder นะครับ New Project เนาะ New Folder แล้วเราก็เริ่มมาจากไม่มีอะไรอยู่ในนี้เลยนะครับ สิ่งแรกที่ผมจะใส่เข้ามาก็คือผมจะใส่ไฟล์ Document เนี่ย file. ที่เป็นแบรนด์ Book ของแบรนด์ที่ชื่อว่าพันนานะครับ ผมก็ใส่ในนี้อัปโหลดเข้าไป เพราะฉะนั้นตอนเนี้ยในโฟลเดอร์ 1 โฟลเดอรจะมี 1 ไฟล์ที่เป็น Google Doc หรือเป็น Word ก็ได้ที่อธิบายเรื่องของแบรนด์ ทีนี้ผมก็เข้าไปที่ Cork หลังจากนั้นวิธีการใช้งานก็คือผมกดอัปโหลดแล้วก็เลือกโฟลเดอร์ที่เราจะทำงานวันนี้ โฟลเดอร์วันนี้ก็คือชื่อโฟลเดอร์คำว่า live แล้วผมก็กดเปิดโฟลเดอรขอสิทธิ์ allow สิทธิ์ให้สามารถจัดการแก้ไขงานในโฟลเดอร์นี้ได้ อ่า เริ่มต้นมาเราก็จะเห็นว่าโฟลเดอร์นี้มีอยู่แค่ไฟล์เดียว เอ่อ เราเริ่มต้นสเต็ปแรกเลยต้องสร้าง crot.md และ brand.md cross.md กับ brand.md คืออะไร อธิบายไปก่อนหน้านี้แล้ว ทีนี้ เอ่อ ถ้าใครยังไม่รู้ว่าทำยังไงนะครับ ในไลฟ์ที่แล้วผมสอนในการทำตัวสกิลที่เป็น cross.md อ่า ชื่อ project memory กับ brand.md MD นะครับ แนะนำว่าให้ไปดูไลฟ์ที่แล้วอ่ะ มาดูกันตอนนี้ที่ผมจะทำก็คือผมจะให้ Cross สร้าง CR.md และ band.md MD นะครับ วิธีการง่ายๆมากเลยผมพิมพ์แบบนี้เลย โอเค อ่ะ ผมให้ดูตัวอย่างนะครับ นี่อันนี้คือสิ่งที่ผมพิมพ์deโมเนาะเผื่อคอร์สร่มนะ ครับเราก็จะได้ใช้ของจริงให้ดูได้นะครับ อ่ะ อันนี้ผมทำให้ดูเลยนะ เลือกโฟลเดอร์ที่เป็นตัว Live นี้นะครับ แล้วก็พิมพ์ประโยคนี้เข้าไป "ช่วยสร้าง crots.md และ brรand.md MD จากไฟล์นะครับ จากไฟล์ชื่อนี้" ก็คือในโฟลเดอร์เนี้ยมีไฟล์ชื่อนี้อยู่นะครับ ไฟล์ชื่อนี้เห็นมั้ยครับ [เพลง] ไฟล์ชื่อนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องการให้มันไปอ่านไฟล์นี้แล้วแตกไฟล์นี้ออกมาเป็น crots.md และbrรand.md อันเนี้ยเป็นสกิล นะครับ ถ้าใครเป็นนักเรียนคังแสงสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้เลยเป็นสกิลติดตั้งได้เลย ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นนักเรียนคังแสงในไลฟ์ที่แล้วมีสอนการสร้าง C.md และ brand.md MD เอาไว้ [เพลง] นะครับ หลังจากนั้นเรากด Let's go ตัว Clot อ่ะครับ เค้าจะไปอ่านข้อมูลในแบนbookทั้งหมดนะ ครับแบรนด์
Book ทั้งหมดถ้าคุณมีเป็นไฟล์ PDF มีไฟล์เป็น PowerPoint มีไฟล์เป็น Google Doc อะไรก็ได้อัปโหลดเข้าไปในนี้ให้หมดเลยก็ได้ครับ แล้วก็บอกเขาว่า โอเค เราต้องการสร้าง CRS.md นะครับ และ brand.md
บอกว่ามีมีอยู่ใน Further แล้วที่เลือกแล้วนะครับ ให้บอกมันว่ามีไฟล์ที่เป็นแบรนด์เนี่ยของเราอ่ะ อยู่ในโฟลเดอร์เนี้ยอยู่ประมาณ 3-4 ไฟล์ ใส่ชื่อไฟล์เข้าไปด้วยก็ได้ แล้วบอกว่าให้มันเอามาทำเป็น cross.md และ brand.md
ตอนนี้มันก็จะเริ่มทำ setup ตรงนี้ และเมื่อเรา setup เสร็จ เราทำเสร็จ เราจะได้ทั้งหมด อ่า เดี๋ยวผมเปิดตัวอย่างให้ดูนะ ที่ผมทำมาก็คือเราจะได้เป็น brand.md และ cross.md แบบนี้ จากตอนแรกเรามีแค่ไฟล์เดียวถูกมั้ยครับ
อ่ะ เรามาดูในส่วนของ cross.md
cross.md คืออะไร มันก็จะอธิบายว่า โอเค โปรเจกต์เนี้ยนะ ชื่อโปรเจกต์อะไรนะครับ Tone of Voice เป็นยังไง อ่า Visual เป็นยังไง Product Fact เป็นยังไง Pricing ทุกอย่างมันมีให้หมดนะ ครับ มันจะไปถอดจากตัว Brandbook ของเรามา
ส่วน brand.md brand.md ก็จะบอกเลยว่า แบรนด์อะไร แท็กไลน์อะไรนะครับ รายละเอียดตรงนี้เป็นยังไง บอกละเอียดหมดเลย
ซึ่งไฟล์ตรงเนี้ย นามสกุล .md อ่ะครับ มันเป็นนามสกุลไม่ต่างกับ .txt หรือ .text แต่ว่า .md มันแปลว่า markdown AI มันชอบอ่านงานที่เป็นนามสกุล markdown อธิบายจำง่ายๆแค่นี้
เราสามารถเข้าไปแก้ได้หมดเลย หมายความว่าเราสามารถกดเปิดตรงเนี้ย กดเปิดไฟล์ brand.md หรือ cross.md ก็ได้ครับ กดเปิดมาเสร็จปึ๊บ เราสามารถแก้ได้เลยนะ พิมพ์แก้ได้เลย อยากจะพิมพ์แก้ว่าแบบเป็นอะไรก็ได้ แล้วก็เซฟได้เลย เพราะมันเป็นไฟล์ text ธรรมดาเองนะครับ text คือสามารถ edit แก้ไขได้เลย
เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณจะได้มาก็คือ ตอนนี้ระบบมันก็พยายามสร้าง ตอนนี้สร้าง CRS.md ให้แล้วก็ เดี๋ยวจะไปสร้าง brand.md ให้ ระหว่างนี้ อ่า เดี๋ยวเรามาดูกันว่า หลังจากที่เอ่อ มันสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราจะต้องการก็คือ เราต้องการที่จะให้มันทำ content
สเต็ปถัดไป ลองคิดตามเป็น process การทำงาน ลูกค้าเจ้าใหม่ หรือเป็นแบรนด์ของเรา เรา setup ให้ AI รู้จักแบรนด์เราแล้วก็มีกฎกติกาที่เป็น CR.md เรียบร้อย ต่อไปเราต้องการให้มันทำ Content แล้วก็วาง content เป็นรายสัปดาห์ และเมื่อทำ content เสร็จ เราให้ AI มัน generate รูปพร้อมข้อความที่พร้อมใช้งานได้เลยนะครับ
เพราะฉะนั้น flow มันจะคล้ายๆกับทีม content เขียน content เสร็จแล้วก็ส่งไปให้ทีมกราฟฟิก กราฟฟิกก็จะเอาไปทำรูปและส่งกลับมาประกอบร่างกับทีม content แล้วก็ให้ AE ไปส่งงานให้หัวหน้า approve อะไรก็ว่าไป
เราจะมาดู workflow ตรงเนี้ยครับว่าทั้งหมดเนี่ย เราใช้คน 1 คนได้เลย ไม่ต้องไปแยกทีมซอยออกมาทำเป็นหลายๆทอด ระยะเวลาก็จะสั้น แล้วก็เร็วขึ้น ช่วงตอนเนี้ยก็จะใช้เวลาในการ setup ในช่วงแรกก่อนนะครับ ตอนนี้กำลังสร้างในส่วนของตัว cross.md แล้วก็ brand.md
โอเค ระหว่างนี้ เดี๋ยวเรามาเริ่มกันตรงที่ว่า เราจะสร้าง content เดี๋ยวผมให้ดูนะว่าในส่วนของตัว cross.md มันจะเขียนว่าอะไรนะครับ
นี่ cross.md มันจะเขียนว่า "ทำความเข้าใจแบรนด์ก่อนทำงาน อ่าน brand.md ทุกครั้งก่อนสร้าง content หรือ asset ใดๆ" เห็นมั้ยครับ มันจะมี guideline บอกตรงนี้ เพราะฉะนั้นเนี่ย หมายความว่า ถ้าผมพิมพ์ว่า "ขอ content สัปดาห์นี้หน่อย" "ขอ content สัปดาห์นี้หน่อย" หลักการของมันก็คืออะไร หลักการของมันก็คือ มันจะเข้าไปอ่าน brand.md ก่อน ซึ่ง brand.md คืออะไร brand.md ก็คือแบรนด์ guideline ที่แบรนด์นี้กำหนดเอาไว้ถูกมั้ยครับ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เขียน content มันจะมาอ่าน brand.md เมื่อมันอ่าน brand.md ต่อให้เราพิมพ์ว่า "เขียน content นี้หน่อย" มันจะเขียน content ออกมาตรงตามแบรนด์ของเรานั่นเอง
อันนี้ก็คือได้ข้อมูลเรียบร้อยนะครับ ก็จะได้เป็น เห็นมั้ยครับ เป็น cross.md กับ brand.md ตรงนี้ เราจะได้ 2 ไฟล์นี้ ถามว่าได้จริงมั้ย เข้าไปดูในโฟลเดอร์ Live ที่เราจะทำกันวันนี้นะครับ ใน Folder Live ตัวนี้ อ่า มีเพิ่มขึ้นมาแล้ว เห็นมั้ย Setup ขึ้นมา มี brand.md ขึ้นมา และมี CRS.md นะครับ Cross.md มีขึ้นมาแบบนี้
อ่ะ อันนี้คือตัวอย่างนะ ครับ อ่า เดี๋ยวลองไล่อ่านดูนะ มันเขียนว่าอะไร ก็จะคล้ายๆกันนะครับ Target Audi Sal ต่างๆนะครับ แล้วก็โอเค ทีนี้เรามาเริ่มกัน เราจะมาเริ่มการทำ Content นะครับ เริ่มการทำ Content เพราะตอนนี้ Cork รู้จักเราและรู้จักแบรนด์เราเรียบร้อยแล้วนะครับ
แล้วก็ อ่า ผมให้ทริกอีกนิดนึงนะครับ โปรที่ผมจะให้อันนี้คือเอาไว้ใช้สำหรับใครที่กลัวว่าเอ๊ะ ถ้าเราสั่ง Cork แล้วมันจะไม่อ่าน crops.md หรือ brand.md นะครับ เราสามารถกดเข้าไปที่ตั้งค่า Setting ตรงนี้นะ Setting ตรงนี้ แล้วตรงคำว่า Cork Cork ตรงนี้นะครับ Global Instruction คือเป็นคำสั่งใหญ่เนาะว่า ทุกครั้งที่เราคุยกับ Cork เราจะให้มันทำอะไรนะครับ
ผมจะสั่งว่า "การทำงานก่อนทำงาน ให้อ่าน cross.md ของโปรเจคก่อนเสมอ ถ้ามี" เพราะฉะนั้นเนี่ย มันจะเป็นตัวล็อคเอาไว้แล้วว่า ถ้าเราใช้ Cork ทุกครั้งที่เราสั่งหรือคุยในโปรเจกต์ใดๆก็ตาม มันจะพยายามไปดูว่าในโปรเจกต์หรือโฟลเดอร์นั้นมี crอ.md MD หรือเปล่า ถ้ามี มันจะต้องโดนบังคับให้อ่าน crots.md ดีก่อน เพื่อที่งานออกมามันจะแตกต่าง ไม่ใช่เป็นงาน AI ที่ใครทำก็เหมือนกันนะครับ
โอเค หลังจากนั้น เดี๋ยวผมจะเริ่มให้ทำ Content นะครับ เอ่อ ผมมี content ตัวนี้นะครับ ผมทำเป็น 2 แบบด้วยกัน โอเค content นะครับ ผมอยากเป็น content แบบ ขอ 5 โพสต์นะครับ โดย concept ของ content นะครับ จะเป็นยังไง เอ่อ ผมอธิบายแบบนี้ก่อน เพื่อให้ไลฟ์นี้มันสมูทที่สุด และไม่รอนานนะ ผมทำเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ก็คือสำหรับนักเรียนคังแสงนะครับ เอ่อ หลังจากจบไลฟ์นี้ คุณสามารถดาวน์โหลดสกิล ได้เลย ผมทำสกิลมาให้นะครับ สกิลอันนี้เป็นสกิลคำว่า content planner
content planner อันนี้เป็น content ที่วางแผนเอาไว้ให้นะครับ สกิลอันนี้มันจะทำงานยังไงนะครับ content planner ก็คือ เอ่อ [เพลง] content plan สำหรับ 1 สัปดาห์ พร้อม image brief ส่งต่อให้สกิล generate รูปได้ทันที concept ของมันคือ เอ่อ เริ่มการทำงาน 1. อ่าน brand.md ก่อนในโฟลเดอร์ ถ้ามีแล้ว ก่อนวางแผนทุกครั้ง ดู target audience ดูแบรนด์ อ่า ดูสิ่งที่แบรนด์เป็น และไม่เป็น 2. อ่าน cross.md ในโฟลเดอร์ ถ้ามี ให้อ่าน เพื่อทำข้อความเข้าใจของโปรเจกต์ 3. หลังจากนั้น ให้เช็ค folder Asset ว่ามีรูปสินค้าอยู่ในนั้นมั้ย ถ้ามีรูปสินค้า ให้เอารูปสินค้ามาเป็น reference ในการทำรูป เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มี brand.md ให้ถามผู้ใช้สั้นๆ 3 ข้อว่า ธุรกิจทำอะไร ลูกค้าเป็นใคร โทนที่ต้องการเป็นยังไง
สกิลตัวนี้ เดี๋ยวผมจะอัปโหลดเข้าไปในคอร์ส อ่า Cork [เพลง] คุณก็สามารถกดเหมือนขั้นตอนนี้เลย ก็กด customize กด skill แล้วกดบวก แล้วกดอัปโหลด อัปโหลด skill ติดตั้ง skill นะครับ ถ้าเกิดคุณพิมพ์คำว่านะครับ อ่า เดี๋ยวดูตัวอย่างตรงนี้นะ ถ้าคุณพิมพ์คำว่า trigger นะ คำว่า trigger ความหมายคือ ถ้าคุณคิดว่า content วาง plan แผน content calendar แผนโพสต์ พิมพ์คำเหล่านี้ มันจะมา trigger skill สกิลนี้จะทำอะไรบ้าง ทำ content ว่า โพสต์จันทร์ถึงศุกร์นะครับ หัวข้อ content ประเภท content แพลตฟอร์มต่างๆนานา
โอเค เดี๋ยวผมจะเริ่มทำให้ดูตัวอย่างนะครับ ว่าอันนี้เราได้ cross.md กับ brand.md เรียบร้อยแล้ว ผมสั่งสั้นๆแบบนี้ครับ "content สัปดาห์หน้า" โอเคมั้ย อันนี้สำหรับนักเรียนคังแสง ส่วนใครที่ไม่มีสกิลนะครับ สามารถสั่งแบบนี้ได้เลย เดี๋ยวผมกด post video หลังจากจบตรงนี้เนาะ กด post video แล้วสามารถแคป แล้วก็ถาม AI หรือไม่ก็พิมพ์ตามได้เลยนะครับ ก็คือ "อ่าน brand.md ในโฟลเดอร์นี้ เพื่อทำความเข้าใจแล้วเขียน content ออกมาเป็นแบบนี้นะครับ"
แต่ผมติดตั้งสกิลไว้เรียบร้อยแล้ว ผมก็พิมพ์คำว่า "Content Plan สัปดาห์หน้า" โอเค ผม Enter
หลักการทำงานของมันก็คือ เมื่อกี้เราอ่านไปแล้วเนาะว่ามันจะไปอ่าน brand.md มันจะไปอ่าน cross.md แล้วมันถึงจะทำ Content เห็นมั้ย อันนี้มันเริ่มสกิลละ [เพลง] อ่าน brand.me ก่อน วางแผนก่อน เห็นมั้ยครับ อ่า หลังจากนั้นก็ ได้ข้อมูลครบเรียบร้อยและสร้าง content 5 วันเลยสัปดาห์ก็คือวันที่ 7 ถึงวันที่ 11 ตอนนี้เขาก็กำลังวางแผน Weekly Option แล้วก็ Image Brief วันจันทร์ถึงศุกร์ 5 วัน สกิลตัวเนี้ยครับ คุณสามารถไปแก้ไขเองได้เลยนะครับ หมายความว่าคุณจะไปปรับว่าขอเป็น 7 วัน ขอ content เป็นแบบไหนอะไรยังไง ไฟล์จูนต่อได้เลย อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เริ่มต้นส่งมาให้นะครับ เราสามารถใช้แบรนด์ไหนก็ได้นะ ไอ้ตัวสกิลที่ผมทำให้ หรือข้อความพร้อมอ่ะครับ คุณสามารถแก้เป็นแบรนด์ของคุณได้เลยนะ เพราะตัวที่ผมให้ ผมไม่ได้ทำสำหรับแบรนด์ใดแบรนด์นึง ผมทำเอาไว้เป็น Generic ตัวกลางที่คุณสามารถเอาไป [เพลง] ให้แบรนด์ A แบรนด์ B แบรนด์ C เอาไปใช้ต่อยอดได้เลย
ตอนนี้เขาก็กำลังทำ captionัแล้วก็กำลังทำ Image Brief สิ่งที่เราจะได้มาอันเนี้ยคือสกิลที่ 1 อ่า ความเป็นจริงมันมี 3 สกิล และสกิลแรกคือ CR C.MD อ่า สกิลที่ 2 คือ brand.md สกิลที่ 3 ก็คือสกิลที่ชื่อว่า Content Planner ทั้ง 3 ตัวนี้ผมสร้างเอาไว้ให้นะครับ ก็ย้ำอีกทีนึงสำหรับใครที่เพิ่งมาดูไลฟ์ครั้งนี้ครั้งแรก ไปดูไลฟ์สัปดาห์ที่แล้ว จะมีเรื่อง brand.md และ cross.md MD นะครับ
เดี๋ยวเรามาดูกันครับว่ามันจะสร้าง content ออกมาแบบไหนให้เรานะครับ เมื่อเราได้ content เสร็จเรียบร้อย อ่า เรามาดูกันนะครับ สำหรับใครที่คนทั่วไปนะครับ ไม่ได้เป็นนักเรียนคังแสง copy prompt นี้ไปได้เลย ครับ copy ตรงนี้ไปได้เลย รายละเอียดของมันก็คือ มันจะสร้างงานแล้วเซฟโฟลเดอร์แยกเป็นต่อวันใน content อ่า รายละเอียดเป็นยังไง อ่านรายละเอียดตรงนี้เสร็จปุ๊บ เดี๋ยวรอมันทำเสร็จก่อน
เมื่อมันทำเสร็จเรียบร้อยนะครับ เราจะเข้าไปดูในโฟลเดอร์ เพราะ Cork จะทำงานกับคอมพิวเตอร์ และในโฟลเดอร์ที่เรากำหนด เดี๋ยวตอนนี้รอว่ามันสร้างโฟลเดอร์มาแล้ว อ่า อันนี้นะครับ เห็นมั้ยครับ มันสร้างโฟลเดอร์มาแล้ว ในโฟลเดอร์นี้ อ่า เข้ามาแล้ว เดี๋ยวขอดูก่อนนะครับ ถูกโฟลเดอร์มั้ย โอเค Folder Live นะครับ Live อันนี้คือเราเริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลยนะ [เพลง] จาก 0 เลยนะ ผมอัปโหลดตัว Brandbook มา เอา Brandbook มาทำเป็น brand.md MD และทำ cross.md ดี หลังจากนั้นผมบอกว่า สร้าง content เราได้ content มา 1 สัปดาห์ อ่า นี่คือ content 1 สัปดาห์นะครับ อาจจะตัวเล็กนิดนึงนะครับ content 1 สัปดาห์นะครับ มันก็จะวางมาให้เลย 7 วัน ครับ วันนี้เป็นเรื่องอะไร Office Syndrome ทำงานคนที่ทำงานมักเพิกเฉย ความลับของสีเขียวมรกต ลองแล้วบอกต่อ ความเย็นที่ต้องสัมผัสเอง โต๊ะทำงานของคุณพูดอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ ก่อนหยุดสงกรานต์เตรียมพรนาไว้ติดตัวนะครับ
อ่ะ เดี๋ยวลองมาดู content ในแต่ละวัน จันทร์ วันจันทร์นะครับ ที่มันทำให้คือ caption มันทำ caption มาให้ caption วันจันทร์คือ "วันจันทร์ Office Syndrome คนที่ทำงานมักเพิกเฉย" อันนี้ก็จะเป็น Facebook type ภาพเดี่ยวมี caption Tone Educate Empathy นะครับ Facebook caption เขียนมาให้พร้อมเลย "ทำงานมาตั้งนานแต่คุณเคยนับมั้ยว่าร่างกายส่งสัญญาณเตือนมากี่ครั้ง ปวดต้นคอตอน 15:00 น. เกนถาโถมสุดท้ายก็บอกว่าพันนาคือแบรนด์ไม่เหม็นฉุน วางไว้ข้างแล็ปดูดี" Instagram captionั ทุกอย่างถูกเขียนออกมาที่รู้จักแบรนด์ของเรา เห็นมั้ยครับว่าอันเนี้ย มันรู้จักแบรนด์ของเราแล้วก็มี Image Brief Image Brief คือเอา [เพลง] ไว้ generate รูปเป็น พร้อมสำหรับ generate รูปนะครับ ว่าเราจะใช้รูปอะไร
อ่า เดี๋ยวเรามาดูว่า Content วันอังคาร Content วันอังคารเนี่ย ก็คือเป็น Content Instagram Colossal 4 สไลด์ 4 รูป รูปที่ 1 ฮุครู้มสีเขียวมรกในใบเตยที่ซ่อนหลังบ้าน ซ่อนพลังบำบัดที่คนไทยรู้จักมานานหลายร้อยปี [เพลง] สไลด์ที่ 2 สไลด์ที่ 3 สไลด์ที่ 4 เป็น Colossal
วันที่ 3 วันพุธ วันพุธอันนี้เป็น Content TikTok นะครับ มี content TikTok เป็น script TikTok ด้วย อ่า วันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดีเป็น content [เพลง] IG เป็น IG แบบโต๊ะทำงานอะไรก็ว่าไป อันเนี้ยมันมีใส่ชื่อแบรนด์เราเข้าไปด้วยนะครับ แล้วก็ "ไม่ใช่ยา ไม่ใช่ของจำเป็น [เพลง] แต่เป็นของที่เลือกวาง เพราะมันทำให้คุณรู้สึกดีนะครับ" แล้วก็วันศุกร์ มาดูวันศุกร์ อ่า วันศุกร์ก็จะเป็นในส่วนของ content seasonal นะครับ "สงกรานต์ปีนี้ คุณวางแผนทำอะไรบ้าง" นี่คือวันที่ 11 เดินตลาดเจอแดดร้อน เดินทางไกล หรือแค่ อยู่บ้านแต่ก็ยังปวดหัวตามเคย ก่อนออกไปสนุก อย่าลืมเตรียมพันธุนากระเป๋าน้ำมันบำบัดจากใบเตยหอม เซต 4 ขวด 399 99 กดลิงก์ในคอมเมนต์ได้เลยค่ะ
เห็นมั้ยครับว่าที่ผมเซ็ตมาทั้งหมดเนี่ย ผมพิมพ์แค่ว่า "content plan สัปดาห์หน้า" แล้วมันก็ทำเป็น content plan ออกมาให้เรียบร้อยเลย แบบนี้เนี่ยแหละกระทบมั้ย ถ้าคุณทำงาน เจ้าของธุรกิจ มีทีม หรือเป็น agency คุณจะเห็นรูปแบบว่า content ที่เขียนออกมามันเข้าใจแบรนด์จริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเตรียม แบรนด์ guideline แบรนด์ CI แบรนด์ Book หรือแบรนด์ Brief ได้แน่น ได้คม ได้ครบหรือเปล่า ถ้าคุณเตรียมคม เตรียมครบ หลังจากนั้น คุณจะมีพนักงานอีก 5 คน 10 คน คุณเอาไฟล์เหล่านี้โยนให้พนักงาน และก็ใส่เข้าไปในโฟลเดอร์ทำงานของพนักงาน เพราะฉะนั้นเขาจะทำภาพ ทำวีดีโอ ทำรูป ทำ caption ทำอะไรก็ตามเนี่ย มันจะไม่หลุดจากนี้
โอเค หลังจากนั้น เมื่อเราได้สิ่งที่สำคัญคือ content และหลายคนก็จะติดปัญหาต่อว่า ได้ content แล้วก็ทำยังไงต่อ แน่นอน content เนี้ย อย่างที่ผมให้ดูตัวอย่าง อันนี้คือทำเป็น draft แรก เวอร์ชั่นแรก สิ่งที่คุณจะต้องทำต่อ ก็คือคุณขัดเกลา ก่อนให้การเขียนมันคมขึ้น มันลึกขึ้น อันไหนที่เป็น education อาจจะเป็น storytelling มั้ย อันไหนที่เป็น promotion อาจจะใส่เรื่อง hook หรือใส่เรื่อง sensitive หรืออะไรก็ว่าไปเข้าไป
สเต็ปถัดไป คุณจะต้องเอาไปทำกราฟฟิก กราฟฟิกคุณจะทำก็คือถ่ายรูปจริง หรือเอาไปรูปไดคัทกับ AI หรือเป็นรูปจริงผสม AI อันนี้แล้วแต่สินค้าแล้วแต่บริการ และว่าคุณจะดีไซน์ออกมาเป็นยังไงอ่ะ อะไรที่ต้องการความเป็นมนุษย์มากๆ ก็อาจจะต้องใช้รูปจริงซัก 80% 20% เป็น AI ช่วยปิดงาน หรือบางงานที่ไม่ได้ concern เรื่อง AI เลย อาจจะ AI 80% อีก 20% เป็นคนปิดงาน อันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์ แต่ละธุรกิจละ ว่าคุณจะออกแบบเรื่องการทำตัว Visual แบบไหนยังไง แล้วก็วีดีโอด้วย
แต่เคสนี้ ผมอยากจะทำเป็น AI 100% นะครับ สเต็ปถัดมา ตอนนี้เรามีโฟลเดอร์ที่มีทั้ง image ที่เป็นสร้างรูป และมี caption เราต้องการที่จะให้เขา generate รูปให้หน่อย ดูซิว่าเขาจะทำรูปให้ได้มั้ยนะครับ
สิ่งที่ผมเตรียมมาให้นะครับ ก็คือเป็นแบบนี้ ผมทำ skill เอาไว้ให้ skill นี้เป็น skill สำหรับ 7 รูปผ่าน work ได้เลย แล้วก็ 7 รูปผ่าน work คุณสามารถ generate รูปด้วยอะไรก็ได้ จะเป็น nano banana จะเป็นตัวอะไรอ่ะ image gen จะเป็นตัวอะไรในโลกนี้ที่คุณอยากจะใช้งาน เราสามารถดึงมาใช้งานได้ ผมให้ดูตัวอย่าง 2 แบบนะครับ
แบบที่ 1 สำหรับใครที่ไม่ได้เป็นนักเรียนคังแสงนะครับ แล้วก็อยากจะ generate ภาพ ก็เป็นแบบนี้ อ่านไฟล์ อ่าน Image Brief ใน content plan วันไหน วันจันทร์ วันอังคารอะไรก็ว่าไป แล้ว generate รูปตาม prompt ที่อยู่ในไฟล์ ใช้ aspect ratio ในสไตล์ที่กำหนด แล้วเซฟรูปใน content วันจันทร์
ส่วนใครที่เป็นนักเรียนคังแสง ผมทำ skill เอาไว้ให้นะครับ skill skill อันนี้เป็น skill ที่ชื่อว่า Key Image Gen เดี๋ยวผมจะสอนให้ทุกคนสามารถทำได้เลยนะครับ ผมจะใช้ตัว API Marketplace ที่ชื่อว่า Key.ai โดยที่ผมจะใช้ระบบที่ทำให้เราสามารถ work เรียก key.ai เพื่อไปเลือก generate รูปได้
ดูตัวอย่างก่อน Key.ai คืออะไร Key.ai อ่ะครับ ให้มองว่ามันคือ marketplace ที่รวบรวมโมเดลของการทำภาพ ทำรูป ทำ chat ของ AI ทั่วโลก รวมมาไว้ที่เดียว เราสามารถต่อ API หรือต่อเชื่อมกับระบบ key อ่ะ 1 1 อัน 1 key เนาะ แล้วคุณสามารถไปเลือก shop ได้เลยว่าคุณอยาก generate รูปด้วยอะไร generate วีดีโอด้วยอะไร จะใช้เครื่องมือตัวไหน อย่างเช่น API Marketplace ตัวเนี้ยครับ เอ่อ key.ai AI อ่ะ ยกตัวอย่างเช่น ผมเลือกเป็นอะไรดี Text to Image ผมอยากใช้ Quein ผมอยากใช้ Nanobana ผมอยากใช้ Cream ผมอยากใช้ GBT อยากใช้อันไหนก็ได้ ผมสามารถบอกว่า "ช่วยสร้างรูปแล้วใช้โมเดลตัวนั้น"
ข้อดีของมันคืออะไร ข้อดีของมันคือการเก็บเงินครับ เราจะเติมเงินเข้าไปนะครับ อันเนี้ยเราจะเติมเงิน เติมเงินจะอยู่ที่ 5 เหรียญ ได้ 1,000 เครดิต 50 เหรียญ ได้ 10,000 เครดิต เครดิตตรงเนี้ย เมื่อเราเติมเงิน 5 สมมุติว่า 5 เหรียญใช่มั้ย เราได้ 1,000 เครดิต มันก็จะขึ้นตรงเนี้ย 1,000 เครดิต เมื่อได้ 1,000 เครดิต เราก็มาดูราคาเลย ครับ อ่า เดี๋ยวผมให้ดูราคาเนาะ เข้าไปที่ pricing แล้วเข้าไปที่ image เอ่อ ตอนนี้ที่ผมใช้เนาะ ผมใช้ Nanobana 2 ตัวที่ เป็น Nanobana 2 1k ก็เพียงพอแล้ว สำหรับ media โพสต์ ตอนนี้มันลดราคาอยู่ 50% หมายความว่าตอนเนี้ย ถ้า generate 1 รูปอ่ะ จะใช้ 8 เครดิต เราเติม 5 เหรียญ เราได้ 1,000 เครดิต generate 1 รูปใช้ 8 เครดิต เราไปคำนวณเองเนาะว่า 8 เครดิตคิดเป็นกี่บาท เพราะงั้นเมื่อเราใช้ตัว key เนี่ย เป็นตัวเชื่อมกับ work นั่นหมายความว่า คุณใช้ work สร้างรูปก็ได้ สร้างวีดีโอก็ได้ หรือจะทำอะไรก็ได้ เพียงแค่คุณมี skill ที่เชื่อมกับ key AI โอเคมั้ย อ่า เพราะฉะนั้น อันนี้ผมมี skill เอาไว้แล้ว ถ้าเป็นนักเรียนคังแสง ก็กดเหมือนเดิม กด skill แล้วกดอัปโหลด อัปโหลด skill นี้เข้าไปนะครับ อัปโหลด skill นี้เข้าไป แล้วสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือ เดี๋ยวเราจะต้องเอา API มาใส่ API ก็คืออะไร หลังจากที่เราจ่ายเงินของ key ไปเรียบร้อยแล้ว 5 เหรียญนะครับ เราเข้ามาที่ API Key API Key ก็คือเราสร้างตัวกุญแจ แล้วกันกุญแจเพื่อเป็นกุญแจบอกให้กับ work ว่า เฮ้ย นี่คือกุญแจสำหรับ generate รูปของเรานะ อ่า เราก็กด Create New Key กด Create New Key ตั้งชื่อตั้งชื่ออะไร ให้เรียบร้อย เราจะได้ key แบบนี้มา Copy key นี้ไป แล้วก็เอาไปบอกตัวนี้ ตัว work ที่เราทำงานด้วยนะครับ ซึ่งอันนี้ไม่ยาก เดี๋ยวตอนทำงานจริงมันถามเราก็แค่โยน key ไปให้มัน โอเค ทีนี้เดี๋ยวเรามาดูต่อ นะครับ ในส่วนของตัววิธีการนะครับ ผมขอ generate รูปแล้วกัน generate รูปจาก Image Brief ตรงนี้นะครับ โอเค Image Brief เรามาดูกันนะครับ เอ่อ ผมพิมพ์แบบนี้เลย "generate รูปจาก Image Brief ของวันจันทร์ใน content plan" วันจันทร์ content plan เป็นยังไง เอ่อ เข้าไปที่ Live นะครับ Content Plan แล้วก็เข้าไปที่วันจันทร์ วันจันทร์เนี่ยเนี่ย caption เป็นเหมือนกับ Facebook โพสต์ อันนี้เป็น Facebook โพสต์นะ ผมพิมพ์แบบนี้เลยว่า "generate รูปจาก Image Brief ของวันจันทร์ใน Content Plan" มีคำว่า generate รูป พอมีคำว่า generate รูปเสร็จปุ๊บ หลังจากนั้นมันก็จะไปเรียก skill ละ เห็นมั้ยครับ มันไปเรียก skill คำว่า Key Image Gen มันก็จะไปเลือก Image Gen แล้วว่า "ขอไปดูรูป Image ของวันจันทร์ก่อนนะ ได้ brief แล้วตอนนี้จะ generate รูปแล้ว" ตอนนี้ความหมายคืองานที่กำลังทำเป็นทีม กราฟฟิก designer ถ้านึกภาพให้เห็นภาพเนาะ Content ทำเสร็จเรียบร้อย และส่งงานให้ กราฟฟิก กราฟฟิกเปิดอ่าน content อ๋อ Content เป็นแบบนี้นะ เดี๋ยวฉันจะไปหา reference ถ้าเป็น content เตรียม mock up มาให้ กราฟฟิกก็จะเอา mock up นั้นมาขึ้นเป็น งานจริงถูกมั้ยครับ โอเค ตอนนี้ต้องได้ key ก่อน อ่า โอเค เดี๋ยวผมลองลอง test ใน live เลยเนาะ ว่าผมลองสร้าง key test มา อันนี้ก็คือจริงๆต้องห้ามใครเห็นนะครับ แต่อันนี้ผม test ก่อน โอเค อ่า ผมลอง test แล้วก็เดี๋ยวพอจบ live เดี๋ยวผมก็ลบทิ้งนะครับ ตอนนี้ผมก็ใส่ key ให้และเรียบร้อยนะครับ หลังจากนั้นมันก็จะไป generate ให้ละ generate รูปให้ อ่า เดี๋ยวเรามาดูกันว่ามันจะเริ่ม generate รูปให้ ระหว่างรอตอนนี้นะครับ อ่า เอาไปใช้ใน chat GPT หรือ Open Clause ได้ไหมครับ พวก brand.md C.md ใช้ได้ครับ Concept เดียวกันแต่ชื่อมันอาจจะแตกต่างกัน ถ้าเป็น chat GPT อาจจะใช้เป็น Instruction พร้อมอยู่ใน project chat GPT จะอยู่ใน project และใน project จะมีเป็น project file file เนี่ยเราอาจจะตั้งเป็น GPT.md ก็ได้ ถ้าเป็น Open Craw Open Craw เราสร้างได้เลยนะครับ จะเป็นแบบ Project.md หรือจะเป็น brand A.md ก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ครับ แล้วเราก็ตั้งกฎมันว่า "ทุกครั้งที่ทำงานของเรา ให้ไปอ่านไฟล์นี้ก่อนเริ่มงาน" brand.md MD ประยุกต์ใช้ได้หมดเลยครับ
สิ่งที่ผมสอนวันนี้ไม่ใช่ทำเฉพาะนะ มันคือเป็นการ setup พื้นฐานของการทำ AI agent เพราะว่าการที่คุณจะให้ AI ทำงานแทนเราอ่ะ หรือทำงานให้เราอ่ะ ครับ ให้มองเหมือนพนักงานคนนึง พนักงานคนนี้เข้ามาทำงานวันแรก สิ่งที่คุณจะต้องทำ คือสอนเค้าก่อน ให้เขาเข้าใจบริษัท เข้าใจกฎกติกา ก่อน แล้วเมื่อเขาเข้าใจ เขาจะทำงานโดยที่เขาไม่ต้องถามเราซ้ำแล้วนะครับ ถ้าเราอยากให้เขาทำงานได้ดีแล้วไม่ถามเราซ้ำ เราจะต้องใช้เวลาในช่วงแรกในการ setup เรื่องพวกนี้ก่อน
โอเค อันนี้เขาก็ generate รูปแล้วนะครับ เดี๋ยวลองดู generate รูป โอเค ได้รูปมาแล้วครับ เห็นมั้ยครับ อันนี้เขา generate มาเสร็จเรียบร้อยแล้วเนาะ รูปที่ได้มา คือใช้ Nanobana ใช้ Nanobana แต่รูปอันเนี้ย เป็นรูปที่เราพร้อม เราพิมพ์บอก เป็นถูกมั้ยครับ มันจะได้รูปนี้มา สิ่งที่เราอยากได้ก็คือ เฮ้ย มันไม่ใช่ product ฉันน่ะ มันไม่ได้เป็น product ของเรา เราอยากให้มัน generate ออกมาแล้วเป็น product ของเรา ไม่ได้ generate แบบสุ่มๆแบบเนี้ย แล้ว Nanobana ข้อดีของมันคือ มันรู้ด้วยว่าสินค้าของเรา อ่ะ generate ออกมาแล้วตรงปกถูกมั้ยครับ
สเต็ปถัดไป ก็คือเราจะต้องใส่สินค้าของเราให้มันรู้จัก ถ้างั้นวันนี้เนาะ ให้ดูภาพเนาะ Content วันจันทร์เรามี caption พร้อม post และมีรูปพร้อม post แต่รูปเยังผิดอยู่ เพราะรูปเนี้ยไม่ใช่เป็นสินค้าของเรา สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือนะครับ เรากลับมาที่หน้านี้ ผมเซ็ตเอาไว้ว่าเราจะต้องสร้างเป็น asset สร้างโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า asset asset คือสิ่งอะไรที่เป็นเกี่ยวกับแบรนด์ของเราอ่ะ เราสร้างโฟลเดอร์นี้ขึ้นมา ผมเตรียมเอามาไว้ 1 อันก็คือเตรียมรูปสินค้าเอาไว้ ซึ่งอันเนี้ผมทำจริงนะ และอันเนี้เป็นรูปสินค้าจริง แต่สินค้ายังไม่เสร็จนะครับ ก็มีรูปที่ถ่ายเป็น mock ธรรมดา ง่ายๆแบบนี้ อันนี้คือรูปสินค้า ลองนึกภาพเนาะ นี่คือรูปสินค้าจริงนะครับที่จะขายจริงๆ เป็นแบบนี้ เราเอารูปสินค้าใส่เข้าไปในโฟลเดอร์ที่เป็นคำว่า asset Asset [เพลง]
สิ่งที่เราจะทำต่อจากนี้ก็คือ อ่า เรามาลองลองดูเนาะ เราบอกว่า "เปลี่ยนใหม่ generate รูปจาก Image Brief ของวันอังคาร อ่า ของวันจันทร์แล้วกัน เมื่อกี้มันคือวันจันทร์นะ" อ่า ผมบอกว่าให้ generate ใหม่ "generate รูปจาก Image Brief ของวันจันทร์ ใช้รูปสินค้าในโฟลเดอร์ Asset ที่เป็น Reference เพื่อเอาให้ความแม่นยำ ไม่ให้มีปัญหา" ผมจะเอาโฟลเดอร์ copy โฟลเดอร์นี้เนาะ เป็นโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Live แบบนี้นะครับ เพราะเราต้องการให้มันไปหาให้เจอเลย ก็คือโฟลเดอร์คือเราแค่บอก อ่าว่าไฟล์ของเราอ่ะอยู่ที่ไหน เป็น reference บอก AI ว่า เฮ้ย วันจันทร์เนี้ย มี prompt สำหรับทำ Image เป็น reference แบบนี้นะ แต่รูปสินค้าคุณไม่ต้องคิดมาเอง เรามีรูป reference สินค้าจริงอ่ะ อยู่ในโฟลเดอร์นี้นะ คุณเข้าไปที่โฟลเดอร์นี้ แล้วไปเอารูปสินค้ามา แล้วเอารูปนั้นน่ะ มา generate อ่า ลองดูสเต็ปที่ 2 สเต็ปนี้ก็จะเป็น อยู่ในโฟลเดอร์นี้นะครับ Content ก็คือ วันจันทร์ถูกมั้ยครับ content วันจันทร์ แต่คราวนี้มันจะไม่คิดเองละ มันจะไปเอารูปใน asset อันนี้รูปในนี้เอามา generate นะครับ เดี๋ยวเรามาดูในส่วนของวันจันทร์กัน ระหว่างนี้ที่มัน generate เนาะ อันนี้ก็จะทำให้เห็นภาพว่า นี่ไงกระทบมั้ย งานที่เราทำ ตำแหน่งกราฟฟิกดีไซเนอร์ เอ่อ เราทำกราฟฟิก อาจจะทำมา 80% นะครับ แล้วจบงานด้วย กราฟฟิกดีไซเนอร์เป็นคนปิดงาน ใส่ type ใส่ font หรืออะไรก็ว่าไปนะครับ อันนี้ก็จะช่วยได้เลยนะครับ
โอเค เรามาดูกันว่าเป็นยังไง อ่า อันนี้ตัวอย่างมา ถ้าดูตัวอย่างเนี่ย จะเห็นภาพว่ามันก็ยังไม่เหมือน 100% เห็นมั้ย ถามว่าข้างล่างตรงนี้เป็นสีเขียวอยู่เห็นมั้ย แล้วก็มีใบไม้อยู่ แต่อันนี้คือครั้งแรกนะ อันนี้คือเราเริ่มจากเปล่าเลย ไม่มีอะไรจากศูนย์เลย เพราะฉะนั้นเนี่ย ลองนึกภาพว่ายิ่งเราทำไปเรื่อยๆ ในทุกๆวันน่ะ ความแม่น ความเข้าใจ ความละเอียดมันจะมีมาก ขึ้น ข้อมูลมันจะมีมากขึ้น เพราะฉะนั้น อันเนี้ยที่เป็นครั้งแรก draft แรก เวอร์ชั่นแรกเนี่ย generate โดยที่เรามีรูป reference คือรูปนี้รูปเดียวด้วยนะ โดยที่ผมรูปก็คือรูปเล็กๆธรรมดา ง่อยๆ ถ้าเกิดคุณทำงานจริง คุณอาจจะมีรูปหลายๆแบบ หลายๆสี แบบเขาเรียกว่าถ่ายหลายๆมุม ถ้าดีก็จะใส่เป็น greenscreen ก็ได้นะครับ แล้วก็ทำให้รูปสินค้าวางหลากหลายขึ้น
แต่ถ้าใคร concern เรื่องกับขนาด อ่า อันนี้เป็นโปรทิปแล้วกัน ใคร concern เรื่องกับขนาด เวลา AI generate ขนาดมันจะไม่ตรง มันจะไม่รู้ว่าขนาดจริงมันจะเป็นยังไง ปกติสมมุติขนาดมันคือเท่าเนี้ย แต่เวลา AI generate ถึงมันอาจจะเต็มมือแบบนี้ เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ ทำได้แบบวิธีนึงก็คือว่า เรา generate ภาพบรรยากาศมาก่อน และก็ product ไม่ต้อง generate ให้ปิดงาน โดยที่ให้กราฟฟิก designer ใส่ product จริงเข้าไปแล้วก็ใส่เข้าไปใน artwork เพราะฉะนั้น size ของรูป size ของสินค้ามันจะไม่เพี้ยน อันนี้จะเป็นเทคนิควิธีการทำงานที่เร็วขึ้น สมมุติว่าเราเป็น agency โฆษณา เราทำงานลูกค้า หรือเราต้องการความแม่นยำของตัวสินค้า เอาไป replace ด้วยคน แทนที่จะ generate AI 100% อันนี้จะช่วยลดงานแก้ งานเราได้เยอะมหาศาลเลยนะ [เพลง] ครับ อันนี้ผมตัวอย่างแค่ 1 ชิ้นเป็นแบบนี้ ข้างล่างตรงนี้มันเป็นสีแบบดำๆใช่มั้ย แต่ generate ออกมาแบบนี้ มันก็จะเพี้ยนหน่อย อ่า เรามาดูตัวอย่างรูปจริงกันว่าที่มัน generate มาเป็นวันจันทร์ออกมาเป็นยังไง อ่า เห็นมั้ย อันนี้เป็นเวอร์ชั่นแรกที่มันเพี้ยนๆนิดนึงนิดเดียว นะ แต่เดี๋ยวผมลองอีกเวอร์ชั่นนึง ผมลองแบบนี้ซิ เป็นแบบ minimal นะครับ ลองดู content วันพุธ เดี๋ยวผมไปลองดู content วันพุธดู โอเค วันพุธเป็น Content อะไร content วันพุธ เป็น TikTok โอเค เราไม่ได้ทำคลิปวีดีโอนะครับ ทำไม่ทันครับ ไลฟ์นี้ทำไม่ทัน อ่า เป็น IG วันพฤหัสบดีนะครับ ลองเป็น content วันพฤหัสบดีดูนะครับ ผมลองสั่งเป็น "generate รูปวันพฤหัสบดี ใช้ Asset [เพลง] เป็น Reference เปลี่ยนสไตล์เป็น minimal info" โอเค เดี๋ยวผมลอง generate ดู ระหว่างรอตอนนี้นะครับ เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่างที่ผมทำ Live Demo ทำมาให้ดูว่าก่อนหน้านี้ที่ผมลองทำ test นะครับ เป็นยังไงบ้าง อ่า เดี๋ยวผมให้ดูครับ
เราได้ Content plan เรียบร้อยนะครับ ที่เราทำกันเหมือนเมื่อกี้ ผมบอกให้ generate รูป อันนี้คือ generate รูปเหมือนที่เราทำกันก่อนหน้านี้เลย แต่รูปที่ generate เนี่ย ยังไม่ได้ใส่รูป asset ของตัวสินค้าจริงให้นะครับ ผมก็เปลี่ยนมาบอกว่า "generate รูปโดยที่อยู่ในโฟลเดอร์ asset ตรงนี้นะ" อ่า มันก็ไป generate มาให้ โอเค เดี๋ยวรอดูก่อนนะครับ อ่า มัน generate รูปนี้มาให้ ซึ่งรูปนี้ก็ผิดอีก เช็คแล้ว อ๋อ generate ออกมาไม่ได้ ตอนนั้นติดเครดิตนะครับ อ่า ลองมาดูรูปนี้ generate ออกมาก็ไม่ตรง เห็นมั้ยครับ generate ออกมาไม่ตรง เหตุผลเพราะอะไร เหตุผลเพราะมันหาโฟลเดอร์ ไอ้ asset ตรงเนี้ยไม่เจอ อันเนี้ยจะเป็น trick อีกนิดนึงนะว่า ถ้าเราสร้างโฟลเดอร์ แล้วเราบอกโฟลเดอร์เริ่มต้นให้มันแล้ว มันไม่รู้ว่าอยู่ไหนอ่ะ มันไปหาโฟลเดอร์ในรูปไม่เจอ รูปที่ออกมามันเลยเพี้ยน โอเค อันนี้ก็จะเป็นเวอร์ชั่น 3 ตอนนี้ผมบอกโฟลเดอร์มันเนี่ย เห็นมั้ย บอกว่า "folder asset เป็น reference" [เพลง] มันหาไม่เจอ หลังจากนั้นผมเลยบอกตรงๆเลย ครับ "ใช้รูปในโฟลเดอร์ demo asset เป็น reference" อ่า เห็นมั้ย นะครับ อันนี้เราก็จะได้ตรงเลย เห็นมั้ยว่าอันเนี้ยแหละ เทคนิควิธีการสำหรับใครที่เอาไปใช้งานแล้ว generate ออกมาอาจจะไม่ได้ตามแบบ ก็จะ generate ออกมาเป็นแบบนี้ได้
โอเค เดี๋ยวลองดูตัวอย่างซิว่าได้มั้ย อ่า อันนี้เป็นเหมือนกับ infographic นะครับ เป็น media infographic ก็เป็นตาม prompt ที่บอกว่าเป็นสไตล์ minimal minimal list แล้วก็เป็น infographic มันก็จะออกมาเป็น poster โพสต์นี้จะเป็นโพสต์บน IG นะครับ ก็จะดูสินค้า อ่า เรามาดูรูปสินค้ากัน สินค้าของวันพฤหัสบดี post captionั คือ อ่า "โต๊ะทำงานของคุณพูดอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ" ประมาณนี้ อ่า ออกมาเป็นหน้าตาประมาณนี้ ซึ่งก็คล้ายของจริง เรามาดู asset อันนี้ก็จะเป็นคล้ายรูปจริง เห็นมั้ยครับ ประมาณนี้ ตัวอย่างเนี่ยครับ ก็คือวิธีการใช้ work ในการ generate รูป เพราะฉะนั้น ตอนเนี้ย ผม generate ด้วย Nanobana และคำถามคือ มันทำวีดีโอได้มั้ย ทำได้ เพราะเราเชื่อมกับ Key.ai เพราะฉะนั้น เมื่อเราเชื่อม Key.ai Key.ai ไปดึงวิดีโอ ดึงวิดีโอ VO 3.1 1 ไปดึงวิดีโอตัวไหนที่คุณอยากใช้ C Dance C Dream หรือจะเป็น Quin หรือจะเป็นตัวไหน คุณสามารถไปดึงเรียกใช้แล้ว generate ผ่าน work ได้เลย เพราะฉะนั้น เวลาการทำงานมันก็ ส่งเรียบร้อยแล้ว อ่า พร้อมโพสต์แล้วนะครับ ทีนี้ถัดมาครับ สุดท้าย ช่วงสุดท้ายก็อยากจะให้ดูว่า สำหรับใครที่อยากจะสร้าง skill นะครับ อันนี้ผมเอามาฝากให้กับทุกคนที่ดูไลฟ์นี้เลย แล้วก็ใครที่เป็นนักเรียนคังแสง skill ทำลูก Image Gen ของตัว key ตัวเนี้ยครับ เอ่อ คุณสามารถกดดาวน์โหลดหลังจากจบไลฟ์นี้แล้วก็ติดตั้ง skill แล้วก็ใส่ให้ work สามารถ generate รูปผ่านได้เลย ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นนักเรียนคังแสง สามารถ copy prompt ตรงนี้นะครับ แล้วก็เอาไปคุยกับ แล้วก็ให้ทำงานคู่กับมันเนาะ เพราะฉะนั้น อันเนี้ยมันคือ [เสียงกระแอม] การบอกว่า "ช่วยสร้าง skill ชื่อ image gen ให้หน่อย ผมอยากใช้ skill แบบนี้ โดยที่ใช้ Nanobana" ก็ทำตามขั้นตอนนี้เลยครับ เดี๋ยวจะคุยกับมัน แล้วเดี๋ยวมันจะสร้าง skill ให้
ส่วนใครที่อยากได้ content plan ที่ผมทำวันนี้นะครับ สำหรับนักเรียนคังแสง ดาวน์โหลดได้อยู่แล้ว แต่ถ้าใครไม่เป็นนักเรียนคังแสง สามารถ copy skill ตรงนี้ไปใช้งานได้เลยนะครับ ก็สามารถสั่งแบบที่ผมบอก อ่า "สร้าง content รายสัปดาห์" คุณสามารถเอาอันเนี้ยไปใช้งาน [เพลง] ได้เลยนะครับ แต่จะแตกต่างกันหน่อยนะ คือนักเรียนคังแสงของผมมี customize ทำให้มันละเอียดขึ้น ลึกขึ้น แล้วก็ใช้ง่ายขึ้น เอาแค่นี้ก่อน คุณสามารถใช้งานจริงได้
แล้วงานเนี้ยครับ คนที่ใช้จะเป็นใคร คุณเป็นเจ้าของ คุณสามารถทำ content และทำกราฟฟิก จบในตัวคุณเองได้เลย ถ้าเกิดคุณมีทีมงาน คุณลองวางแผนดูซิว่าทีมงานของคุณน่ะ คนไหนที่จะเริ่มมาลองใช้ workflow แบบนี้ดู อย่างที่บอกหลายคนยังติดภาพว่าเอ้ย นี่มันทำ content นี่คุณต้องให้ content เท่านั้น แต่ถ้า content งานโหลดแล้ว มันมีคนอื่นที่ทำได้ คุณก็ให้เขา ลองทำดู เพราะมันคือการพิมพ์ การ prompt หลักการมันคือใช้ความเข้าใจ ใช้ logic และก็เป็นการ setup เริ่มต้นนะครับ
ถ้าอยากให้ง่ายที่สุด เจ้าของที่เป็นเจ้าของแบรนด์ หรือถ้าเราเป็นเจ้าของ อ่า สินค้าเอง หรือเป็น agency โฆษณา สิ่งที่เราต้องการทำอย่างแรกเลยก็คือ เก็บ brand brief แบรนด์ CI แบรนด์ Book แล้วก็ทำเป็น CRS.m ทำเป็น brand.md MD เอาไว้ให้ดี ถ้าเรามีพนักงานคนใหม่เข้ามา เรามีทีมงานใหม่เข้ามานะครับ เราก็แค่สอนว่าแบรนด์นี้คืออะไร แล้วก็โยนไฟล์ c.md กับ brand.md MD ใส่เข้าไปในโปรเจคนั้น ใส่เข้าไปในโฟลเดอร์นั้น เวลาเขียน เวลาเล่า content มันจะอยู่ในมาตรฐานที่เรากำหนด
อ่า วิธีการตั้งค่าตั้งค่ายังไงนะครับ ให้เข้าไปที่ตัว Cork นะครับ กดเข้ามาที่ Cork นะครับ เราจะกดเข้าไปที่คำว่า Customize โอเคมั้ย กดเข้าไปที่ Customize หลังจากกดเข้าไปที่ Customize เสร็จนะครับ จะมีคำว่า Connector Connector ตรงเนี้ยครับ เราสามารถกดเครื่องหมายบวก แล้วกดคำว่า Browse Connector นะ มันจะเข้ามาที่หน้า connector ตัวนี้ เราพิมพ์เลยครับว่า Gmail ถ้าใครยังไม่เคยเชื่อม มันจะขึ้นเครื่องหมายบวก ให้เชื่อมแบบนี้ คุณก็ลองเสิร์ชดูครับว่า ระบบของคุณน่ะ คุณใช้งานระบบอะไรบ้าง แต่ละธุรกิจ แต่ละอุตสาหกรรม แต่ละงานมีเชื่อมไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น คุณก็มาหาตรงนี้ครับว่า มันมีตัวให้เชื่อมอะไรบ้างที่คุณใช้บ่อย ใช้ประจำ กดเรียงตามอะไรดี Popular อ่า File System เชื่อมต่อ File System เชื่อม เชื่อมต่อไฟล์ PDF เชื่อมต่อ PowerPoint เชื่อมต่อ Google Chrome Figma Lead พวกเนี้ยเรากดเชื่อมต่อได้หมดเลย หลังจากเชื่อมเสร็จปึ๊บ เขาจะรู้จักกัน และเมื่อเขารู้จักกัน คุณก็จะสามารถสั่งงานได้เลย ยกตัวอย่าง เราจะกดเชื่อม Gmail กับเชื่อม Google Calendar
จังหวะที่กดเชื่อม อ่ะครับ เขาจะให้ login ธรรมดาเลย สมมุติว่าเรากดเครื่องหมายบวก แบบนี้ อึนะครับ มันก็จะเข้ามาหน้ารายละเอียดว่า ไอ้ตัว Connector เนี้ย มันทำงานยังไง เรากด install เรากด install มันก็จะเป็นเหมือนดาวน์โหลดโปรแกรมเข้ามาในเครื่องเรานั่นเอง แต่ถ้าเราใช้เป็น Gmail หรือ Calendar นะครับ เราก็จะต้องมี login อันนี้ เดี๋ยวผมลองเชื่อมตัวนี้ เรา login ธรรมดา ง่ายๆเลย เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าใครจะทำตาม เชื่อม Gmail แล้วก็เชื่อม Calendar หลังจากเชื่อมเสร็จแล้ว มันจะเป็นยังไง เราก็เข้ามาที่ตรง connector ตรงนี้ เราจะเห็นเลยว่า Gmail อยู่ตรงนี้ อ่า Calendar อยู่ตรงนี้ Google Drive อยู่ตรงนี้ ผมเชื่อมมาหมดนะ เราก็มาดูใน Gmail ครับว่า Gmail เนี่ย ให้ทำอะไรบ้าง อ่าน only นะครับ Lead only ทำอะไรได้บ้าง ให้เขียนด้วยมั้ย เขียนทำอะไรได้บ้าง เต็มที่ เขียนคือแค่ draft ถ้าเราใช้ Gmail เชื่อม Gmail นะ อ่า Cork จะมีแค่ให้ขึ้น draft อีเมลเท่านั้น ไม่มีให้กดส่งอัตโนมัติ เต็มที่คือระบบ draft ให้หน้าที่เราคือต้องเป็นคนกดส่ง อ่า ดูอีเมลต่างๆนานา ก็ดูที่ตรงนี้ Send Calendar ทำอะไรได้บ้าง ก็จะมี Lead มี Calendar คือสร้าง calendar ได้ Delete calendar ได้ อะไรที่คุณจะอนุญาตก็กดอนุญาต Always allow ก็คืออนุญาตไม่ถามเลย แต่ว่าถ้าอันนี้ก็คือ Need approve เขาต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งที่เราบอกว่า "สร้างปฏิทิน" "บอกว่าลง calendar วันนี้ตอน 17:00 น. หน่อย" เราเลือกเป็นอันกลาง ก็คือจะต้อง need approve ก็คือต้องขออนุญาตเราก่อน
ผมเชื่อมกับ Key ผมเชื่อมกับ Gamma ทำสไลด์ ผมเชื่อมกับ Canva ทำสไลด์ นั่นหมายความว่า ผมสามารถคุยกับ work คุยกันจนถึงได้หัวข้อสไลด์อะไรเรียบร้อย และผมแค่สั่งว่า "ไปสร้างสไลด์ใน Canva ให้หน่อย" เขาก็จะเอาที่เราคุยกันไปสร้างใน Canva เรากดเปิด Canva เราก็จะมีสไลด์อยู่ใน Canva โอเคมั้ย อ่า เพราะฉะนั้น ช่วงแรกที่เราจะต้องทำคือต้อง set Connector ก่อน หลังจากเรา set Connector เรียบร้อย ซึ่งวันนี้จะเป็น Gmail กับ Calendar นะครับ เราก็จะเข้ามาที่การใช้งานเลย อ่า เราเริ่มใช้งานแบบเบสิคพื้นฐาน ยังไม่ต้องเลือกโฟลเดอร์อะไรเลยนะครับ สมมุติว่าเราเชื่อม Gmail เรียบร้อยแล้ว เรากดมาที่ New Task New Task เสร็จ ถ้าเราจะเช็ค นะ เราเช็คตรงนี้ได้ กดเครื่องหมายบวก กดดู Connector มันจะขึ้นตรงนี้เร็วๆครับ ว่ามีตัวไหนที่เปิดใช้งานอยู่ ตอนนี้ผมเปิด Gmail อยู่ใช่มั้ย ผมลองดูซิว่า อ่า สรุปเมลวันนี้ โอเค ถ้าเราเชื่อม Connector หรือเชื่อมกับ Gmail แล้ว มันจะรู้ทันที ว่าเราจะไปเรียกเครื่องมือตัวไหนนะครับ มันก็จะไปเรียกเครื่องมือที่เป็น Gmail นะครับ แล้วมันก็จะสรุป นี่ไง ไป search Gmail ซึ่ง Gmail เนี้ย ก็เป็น Gmail ที่เราเขาเรียกว่าอะไร เรา connect มาแล้ว
วิธีการทดสอบง่ายๆนะครับ ก็คือเราเข้าไปที่ Customize Connector กดเชื่อมให้เรียบร้อย กดดูซิว่ามันทำงานมั้ย แล้วดูว่า ถ้ามันทำงานก็พิมพ์คำว่า "เช็คอีเมลหน่อย" มันก็จะสรุปอีเมลมาให้ เห็นมั้ยครับว่าวันนี้มี urgent มี lead แล้วก็มีข้อมูลต่างๆนะ ครับ ให้โทรติดต่อ มี lead มีข้อมูล วันนี้เมลไม่เยอะ แต่มี lead ใหม่น่าสนใจมากนะครับ อันนี้ก็จะเป็นการใช้ connector นะครับ
โอเค ถัดมา เมื่อเราเชื่อมกับ Gmail ก่อน และเราเชื่อมจาก Calendar เราต้องมาหา use case ในการใช้งานนะครับ วันเนี้ยจะสอนเรื่อง use case การใช้งาน หลังจากเราเชื่อม Connector หรือเรียกว่า MCP เรียบร้อยแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ตอนเนี้ย ทุกสัปดาห์เนี่ย เราทำอะไรบ้าง เราเช็คเมลถูกมั้ย ทุก 1-2 ชั่วโมงต่อวัน บางธุรกิจมีเมลสำคัญเข้ามา เราไม่ว่างในไม่ว่างในการเช็ค เราอาจจะทำงานอย่างเดียวเลย เราไม่ได้ว่างนะครับ ดู performance ทุกๆ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่รู้ว่าอะไรทำเงิน หรือทำ report 5-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลูกค้าไม่แฮปปี้ ความหมายคืองานอะไรก็ตาม ย้ำอีกทีนะ งานอะไรก็ตาม ที่ทำซ้ำแล้วใช้เวลาทำนาน เราให้ AI มาช่วยทำงานได้ วันเนี้ย เราเชื่อมกับ Gmail ได้ เราเชื่อมกับ Calendar ได้ เราเชื่อมกับ Google Drive ได้ เราเชื่อมกับ PowerPoint เราเชื่อมกับ Excel เราเชื่อมได้เสร็จแล้ว เราลองมาถามตัวเราเอง ว่างานที่เราทำทุกวันเนี้ย มีงานอะไรบ้าง ที่มันต้องทำซ้ำ ลองคิดเลย [เพลง] ครับ แต่ละวัน อะไรทำซ้ำ แต่ละสัปดาห์ อะไรทำซ้ำ และแต่ละเดือน อะไรทำซ้ำ เราเลือกมา 1 งาน และเราดูซิว่ามัน connect กับอะไร และเราลองทำกับ work และลองลดระยะเวลาในการทำงานตรงนี้ลง
Use Case ที่ 1 Lead Follow นะครับ ผมขอยกเคสนี้แล้วกัน Lead Follow อัตโนมัติ สำหรับใครที่ใช้อีเมลเป็นประจำ ลูกค้าจะต้องติดต่อมาทางอีเมล เมื่อลูกค้าติดต่อมาทางอีเมล ก็จะมีทั้งเมลที่ไม่สำคัญ เมลไม่จำเป็น เป็นและเมลด่วนนะครับ สิ่งที่เราจะทำก็คือ ปกติเราทำซ้ำมทุกวัน เปิดอีเมลดูข้อมูลอีเมลดูทุกวันเลย แล้วเวลาวันไหนที่ต้องดู บางคนดูถี่มาก บางวันไม่มีเวลาว่างดูอีเมลได้แค่ตอนเย็น หรือบางวันไม่ได้ดูอีเมลเลย ลืมไปเลย เหตุผลเพราะว่างานเยอะมากเลยพลาดตรงนี้ไปนะครับ ทำไม lead ถึงสำคัญ ก็คือถ้า lead เข้ามาแล้ว เราปิดช้า หรือไม่ปิดเลย หรือมีปัญหาในการปิด ก็คือแน่นอนว่าเสียเงินทันทีครับ lead เข้ามาแล้วเราปิดไม่ได้ หรือช้านั่นเอง เอ่อ Harvard Business Review ครับ บอกว่าปิดการขายได้ ถ้าเราสามารถตอบ lead ภายใน 1 ชั่วโมง จะปิดการขายได้มากกว่า 7 เท่า นะครับ 50% เลือก lead จากคนที่ตอบก่อนนะครับ หมายความว่าอะไร หมายความว่าถ้าธุรกิจของคุณน่ะ มีการแข่งขันเงินสูง แล้วลูกค้าส่งอีเมลเข้ามา แล้วเราใช้เวลานาน แต่เวลาลูกค้าส่ง เขาอาจจะส่งไปที่หลายเจ้าพร้อมกัน คนที่ตอบก่อน ตอบเร็ว มีโอกาสที่จะปิดได้มากกว่าคนที่ตอบช้า เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้ปัญหาตรงนี้แล้วเนี่ย เราจะใช้ AI เข้ามาช่วย เพื่อทำให้ระยะเวลาในการเห็น lead และตอบเนี่ย มันสั้นลงนะครับ ไม่ต้องใช้เวลาแรงเราอ่ะ เข้าไปตลอดเวลา อ่า เราก็ผมก็มีตัวอย่างให้ครับว่าเราจะทำงานยังไง โอเค นะครับ อย่างแรกเลย เราจะเริ่มจากตัวนี้ก่อนนะครับ ในเอกสารให้ setup วิธีการ set up หมดแล้วนะครับ เรามาดูในสเต็ปที่ 1 กัน สเต็ปที่ 1 คือปัญหาลูกค้าส่งเมลมา
แล้วไม่ตอบ 2 ชั่วโมง โอกาสปิดได้ยาก ลดลง 50% แต่จะให้มานั่งเช็คเมลทุก 2 ชั่วโมงแบบนี้หรอ จริงๆมันก็เป็นไปไม่ได้ถูกมั้ยครับ เพราะฉะนั้นเราจะใช้ Cowork ช่วยแก้ไขปัญหายังไงอ่า เบื้องต้นนะครับ เมื่อเราตอนนี้เราเชื่อมกับตัว Gmail เรียบร้อยแล้วถูกมั้ยครับ เราเชื่อมกับ Gmail เรียบร้อยเพราะว่ามันเข้าไปดู Gmail ตรงนี้ได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทำไม่ใช่ว่าช่วยสรุปอีเมลหน่อย เราจะยกระดับให้มันเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเราจริงๆ สำหรับใครที่เป็นอ่าคนทั่วไปไม่ได้เป็นนักเรียนคลังแสงนะครับ ผมก็จะแนะนำให้คุณใช้ Prompt นี้ก็คือ หาเมลที่เป็น Lead ใหม่จาก Inbox ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แยกเป็น Lead ใหม่ที่ยังไม่ได้ตอบ เร่งด่วน แยกเป็นต้อง Follow up และเมลทั่วไป แต่ละ Lead สรุปว่าอะไรยังไง เซฟไฟล์เอาไว้ อยู่ใน Lead Summary วิธีการก็คือ Copy Prompt อันนี้ไว้ แล้วเราก็เข้าไปที่ Cowork แล้วก็เลือก Folder ซึ่งโฟลเดอร์ที่เลือกเนี่ย คุณจะเลือกโฟลเดอร์อะไรก็ได้ เพราะมันจะต้องเซฟเข้าโฟลเดอร์นั้นนะครับ ผมเตรียมโฟลเดอร์เอาไว้สำหรับวันนี้ ก็คือโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Demo Data ผมเตรียมอ่าโอเค ผมเตรียมไฟล์เอาไว้ครบหมดเลยนะครับ อันนี้ไฟล์ Demo ทั้งหมดที่ผมจะ Live วันนี้ที่จะ Demo ให้ในวันนี้ นะครับ เดี๋ยวจะอธิบายทีละส่วน คือเราก็เลือกโฟลเดอร์ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเราเลือกโฟลเดอร์เสร็จเรียบร้อย ในตัว Prompt บอกว่าหาเมลที่เป็น Lead ใหม่ แล้วสุดท้ายก็คือเซฟอยู่ใน Folder Lead/Lead Summary ถูกมั้ยฮะ อันเนี้ยก็คือ Prompt ที่ทุกคนสามารถเอาไปได้ แต่สำหรับนักเรียนคลังแสงนะครับ ผมทำเป็น Skill เอาไว้ให้ หมายความว่าอะไร หมายความว่าคุณสามารถเข้าไปที่ Classroom หลังจาก Live นี้จบนะ แล้วก็โหลด ดาวน์โหลดตรงนี้ Skill ที่ชื่อว่า Skill Lead Follow up กดดาวน์โหลดมา หลังจากดาวน์โหลดเสร็จนะครับ ก็ให้เข้าไปที่ Cowork เหมือนเดิม แล้วก็เข้าไปที่ Customize เหมือนที่ผม Live มาหลายๆอาทิตย์แล้วนะ ก็คือเข้าไปที่ Skill แล้วเราก็กดบวก กด B อ่ะ โทษที กดบวก กด Create Skill แล้วกด Upload Skill แล้วก็อัปโหลด Skill ที่ผมให้มาที่อยู่ในคลังแสงนะครับ อันนี้ของผมติดตั้งเรียบร้อยแล้ว Skill จะเป็นยังไง อันนี้คือ Skill Lead Follow up เนาะ หน้าตาของมันก็จะ เป็นแบบนี้ว่าเอ่อ ถ้าคุณพิมพ์คำว่า เช็ค Lead Lead ใหม่ Follow up เช็คอีเมล ลูกค้าลูกค้าใหม่เนี่ย หน้าที่ของมันคือจะเข้าไปเช็ค Gmail นะครับ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แล้วก็ Lead ใหม่มันจะแยกออกมาเป็น Lead ใหม่ Lead Follow up และ Mail ทั่วไป มันจะเป็นแบบนี้ Set [เพลง] เอาไว้ เซฟไฟล์ลงโฟลเดอร์ไหน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นนักเรียนคลังแสง เราไม่ต้องพิมพ์ยาวครับ เราพิมพ์แค่ประโยคนี้ก็พอ พิมพ์แค่ว่า เช็ค Lead ใหม่ แค่นี้เราก็ Copy คำนี้มา แล้วเราพิมพ์คำว่า เช็ค Lead ใหม่ Enter ผลลัพธ์ที่เราได้จะเข้าไปทำตาม Skill ที่เราติดตั้งอย่างที่ผมบอก Skill มันจะมีทำ 1 ทำ 2 ทำ 3 ทำ 4 ใช่ไหม เรา Set เป็น Skill เราพิมพ์ประโยคว่า เช็ค Lead ใหม่ ทุกครั้งที่เราพิมพ์มันจะไปเลือก Skill นะครับ แล้ว Skill ที่มันเลือกมันก็จะทำออกมาเป็น To do list แล้วผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันจะเป็นผลลัพธ์แบบนี้ อ่า ผมให้ดูผลลัพธ์สุดท้ายเลยแล้วกันนะครับ เราจะได้หน้าตาแบบนี้ เช็ค Lead ใหม่ เจอเมลที่น่าสนใจ อันนี้เป็น Mock up นะครับ เป็น Mock up เจอ Lead ใหม่ 2 Line อ่า มีคนสมัคร Affiliate 1 Line และอีเมลทั่วไป 4 ฉบับ ตอนนี้ได้ Draft อีเมลสำหรับ Lead เร่งด่วน อ่า ความพิเศษของมันก็คือถ้ามี Lead ไหนเร่งด่วน Skill จะ Draft ขึ้น Draft อีเมลให้เลย แล้วก็หลังจากนั้นก็จะขึ้น Draft อีเมลให้นะครับ อันนี้คือ Draft อีเมล Draft อีเมลตรงนี้ให้นะครับว่า สอบถามเรื่อง PR เวท ขอบคุณมากครับ เนี่ย นี่เป็น Mock up นะครับ ขอคุย นัดหมายตารางเป็นยังไง หรืออันนี้ถ้าทักมาจาก Line Copy ประโยคนี้ส่งได้เลยนะครับ และตรงนี้เป็น Lead Summary คือถ้าเราบอก เช็ค Lead เสร็จปุ๊บ มันจะ Summary และสรุปมาให้เป็นไฟล์ อ่า ลองมาดูสิ่งที่ผมพิมพ์เมื่อกี้ นะ เช็ค Lead กำลังเช็คอยู่ กำลังทำ Draft อ่า ทำ Draft Reply เลย เดี๋ยวไปดูใน Gmail กัน ตอนนี้มันกำลัง Draft อีเมลให้ เพราะว่ามันมี Lead เร่งด่วนอยู่ เมื่อมี Lead เร่งด่วน เราพิมพ์แค่ว่า เช็ค Lead ใหม่ มันเจอ Lead ปึ๊บ มัน Draft อีเมลให้เลย หน้าที่ของเราก็คือเพียงแค่เข้าไปที่ Gmail แล้วก็มาอ่าน Draft ที่มันเขียน แล้วเราก็มีปรับแก้แล้วกดส่ง จะเห็นว่าระยะเวลาเนี่ยสั้นลงมั้ย เราตั้งแต่ที่เราพิมพ์คำว่า เช็ค Lead มันเข้าไปดู Lead ใน Gmail เมื่อเราดู Lead ใน Gmail เสร็จ มันเจอ Lead ใช่ ตรงนี้มี Brand Brand MD ด้วยนะครับ ก็คือตรงตาม Brand Cater ของเรา แล้วมันก็เขียนแล้วก็เซฟสรุปไฟล์เอาไว้ ในโฟลเดอร์ Lead โอเค อันนี้มันขึ้นมาให้แล้วเนาะว่าเจอ Lead ใหม่อันนี้นะครับ มี Priority ขึ้น Reply ให้เลย ดูสิ มันขึ้น Draft Reply ให้เลย Draft อีเมลให้เลย อีเมลแบบนี้ที่สนใจนะครับ ขึ้น Draft ให้หมดเลย แบบนี้เราสามารถติดต่อแล้วปิดการขายได้เลย Copy ข้อความนี้ไปแล้วขึ้นได้เลย อ่า อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ที่ขึ้น Draft แล้วก็ Lead Summary ข้อมูลทั้งหมดว่ามี Lead ใหม่เท่าไหร่ มี Wedding List เท่าไหร่ อะไรยังไง ตัวนี้คือ Skill ที่ 1 ที่เรียกว่า Skill Lead Follow up อันนี้เรา Connect Google ถูกมั้ยครับ Lead Follow up Skill ที่ 1 สำหรับใครที่เป็นทั่วไปนะ ครับ นักเรียนทั่วไป Copy ข้อความนี้แล้วไปโพสต์ เราจะได้ข้อความคล้ายๆกับแบบเมื่อกี้ ส่วนอันที่ 2 เราอยากให้เค้า Draft อีเมล ให้เราก็สั่งคำสั่งที่ 2 ครับว่า Reply ให้ Lead ที่สำคัญที่สุดจากที่สรุปมา ก็ Copy ตรงนี้ไปแปะในงานให้เราเลย ถ้าเราเป็นนักเรียนคลังแสง เราบอกว่า Draft Reply ให้ Lead ที่เร่งด่วนที่สุดนะครับ พิมพ์แค่ประโยคนี้ มันจะเข้า Skill ในการ Draft อีเมลให้เลย หลังจากนั้นเรามาดูในโฟลเดอร์ Folder นี่มีโฟลเดอร์ Lead ขึ้นมาแล้วใน Lead ก็จะมีอะไรครับ มี Lead Summary ของวันนี้ เห็นมั้ย 26 เดือน 4 วันที่ 8 Draft Draft อีเมลแต่ละ Line ขึ้นแบบไหน ขึ้นยังไง ลดเวลาไปได้พอสมควรเลยถูกมั้ยครับ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราสามารถตั้ง Schedule ได้ ตั้ง Schedule หมายถึงว่าถ้างั้นทุกๆ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 8:00 น. - 18:00 น. สมมุติว่าใครทำงานบริษัท เข้างาน 8:00 น. - 18:00 น. จันทร์ถึงศุกร์นะครับ เรา Set Schedule เลย อ่า กดกลับมาที่หน้า Lead เมื่อกี้ นะ หน้า Lead ของผมตรงนี้ เมื่อเราลอง Test ละว่า 1 ระบบมันไปดึงอีเมลมาได้ 2 มันทำออกมาเป็น Template ที่เราพอใจแล้ว 3 เราจะ Set ให้มันอัตโนมัติ เราก็เอาประโยคนี้ที่ Copy จากตรงนี้มานะครับ ตั้ง Schedule เช็ค Gmail ทุก 2 ชั่วโมง 8:00 น. - 18:00 น. จันทร์ถึงศุกร์ ถ้ามี Lead ใหม่ สรุป Lead ให้ใส่วันที่แบบนี้ แล้วก็ให้ Draft Reply เช็คดูความเร่งด่วน ถ้าไม่มี Lead ใหม่ ไม่ต้องทำอะไร เปรียบเทียบกับ Lead จาก Run ก่อนหน้า ถ้ามี Lead ไหนส่งมา 2 ครั้ง ให้ Flag ว่าเร่งด่วนมาก คีย์เวิร์ดคำว่า ตั้ง Schedule นะครับ อ่า ก่อนที่ผมจะสั่งนะ เราไปดูใน Schedule กัน Schedule ผมมี Morning Beef กับ Weekly E-commerce Report นะครับ เราเข้ามาตรงหน้านี้แล้วผม ตั้ง Schedule อ่า ระบบก็จะไปตั้ง Schedule ทุกๆ 2 ชั่วโมง มันจะเข้าไปเช็คใน Gmail ถ้ามี Lead ใหม่ใน 2 ชั่วโมงนั้น มันจะมาแจ้งเรา แล้วมันก็จะขึ้น Draft อีเมลให้เราทันที หน้าที่ของเราก็คือเพียงแค่กดส่งเท่านั้นเอง ระหว่างนี้มันก็ จะเข้าไปสร้าง Schedule ตั้งเวลาให้เรียบร้อยนะครับ ระหว่างนี้รอตรงนี้ โอเค ก่อนและหลัง ถ้าก่อนที่เราจะใช้ Cowork ตัวนี้ คุณต้องมาเช็คอีเมลตลอดเวลา พลาด พลาด Lead บ่อย ตอบช้า เสียลูกค้า After หลังจากนั้นก็คือ AI เช็คทุก 2 ชั่วโมงครับ อัตโนมัติ มี Draft อีเมลรอเลย ตอบเร็ว ปิดการขายก่อน [เพลง] คู่แข่ง เพราะงั้นลองนึกภาพในการเป็น Use Case ธุรกิจจริงๆอ่ะครับ สมมุติว่าธุรกิจของคุณ เป็นเอาง่ายๆนะ ยกตัวอย่างเช่น Solar Sale ละ กัน สมมุติขายโซล่าเซลล์นะ ตอนนี้พอดีผมกำลังจะติดโซล่าเซลล์พอดีแล้วก็ ทำ Research ทำข้อมูลอะไรอย่างเงี้ย ผมก็เห็นหลายเคส มีเคสเคสหนึ่งเขาใช้ในการส่ง Proposal แล้วส่งเร็วและดีด้วยนะ วิธีการ ลองนึกภาพครับว่าคนที่สนใจเขาอาจจะคุย ผ่าน Line แล้วเราอาจจะคุยกับเขาว่าโอเค ถ้าติดต่อข้อมูลหรืออะไร ขออีเมลเพื่อจะส่งเอกสาร เราสามารถ Set ให้เป็นทำ Presentation แล้วก็เอาข้อมูลของลูกค้ามา ลูกค้าเป็นบ้านขนาดไหน ต้องการติดเครื่องแบบไหนอะไรยังไง เราเอาข้อมูลเหล่านั้นมาใส่เข้าไปใน Cowork หน้าที่ของเราก็คือ Set ระบบเอาไว้ว่าถ้ามีลูกค้าสนใจ ส่งข้อมูลของลูกค้าและสเปคที่เขาสนใจ ให้ขึ้นเป็น Proposal หรือเป็นไฟล์ PDF ในไฟล์ PDF ก็จะใส่ชื่อลูกค้า ใส่ข้อมูลลูกค้า แล้วก็ตั้งเวลาให้ขึ้นอีเมลพร้อมส่งงานได้เลย อันนี้ก็จะใช้ตัว Connector ก็คือ Gmail เหมือนกัน แล้วเราก็ใช้ Connector ที่การทำสไลด์ อาจจะเป็น Canva อาจจะเป็น PowerPoint หรือจะเป็นในส่วนของ Grammarly ในการขึ้นสไลด์ [เพลง] นะครับ แล้วก็ขึ้นอีเมล จะเห็นว่าตั้งแต่ที่คุยกับลูกค้าจนถึงทำส่งให้กับลูกค้า เนี่ย เราลองนึกภาพว่าอะไรที่มันเสียเวลา ทำซ้ำ เอา AI มาช่วย เอามาช่วยแล้วมันจะลดระยะเวลาได้มากเลยจริงๆ โอเค ขั้นตอนนี้มันกำลังจะตั้งและนะครับ ผมก็กดอนุญาตให้มันตั้ง เมื่อตั้งเสร็จ สิ่งที่จะได้มาคืออะไร มันก็จะตั้งทุกวันตอน 8:00 น. 10:00 น. 12:00 น. 16:00 น. และ 18:00 น. จันทร์ถึงศุกร์ เท่านั้น มี Lead ใหม่ สร้างไฟล์นี้อัตโนมัติทันทีนะครับ พอเข้าไปดูใน Schedule จะเห็นว่า เรามี Lead Follow up เพิ่มขึ้นมา Lead Follow up ตัวนี้นะครับ ก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้เลย มันจะส่งอีกทีนึงตอน 8 ตอน 18:00 น. นะครับ ตอนนี้ 16:00 น. เพิ่งส่งรอบก่อนสุดท้ายไป 18:00 น. คงจะส่งรอบสุดท้าย แต่ถ้าเราจะ Test เมื่อเราตั้ง Schedule เสร็จ เรากด Run Now ครับ Run Now นี่ไง มาและ Schedule Schedule ตรงนี้ก็จะเป็น Lead Lead ตรงนี้ก็จะเป็น Lead ที่เพิ่มเข้ามา มันจะทำอัตโนมัติแบบนี้เลย เห็นมะว่าทุกๆ 2 ชั่วโมง พอถึงเวลาที่กำหนดมันก็จะมารัน Gmail ตรงนี้ หลังจากรัน Gmail ตรงนี้เสร็จ มันก็จะสรุปมาให้นะครับ เจอ Lead ใหม่อะไรก็ว่าไป อันนี้ก็คือในส่วนของหัวข้อ Lead นั่นเอง อ่า ระหว่างที่รอ มันก็จะไปทำตามที่ เรากำหนดเอาไว้ นี่คือรอบประมาณรอบพิเศษ คือรอบ 16:00 น. กว่าจริงๆมันจะต้องเป็นรอบ 18:00 น. นะครับ อ่า อันนี้คือ Lead นะ เดี๋ยวมาดูกันว่านี้คือ Lead Follow up จะเห็นว่า Follow up ตัวนี้เรียบร้อยเลย เห็นไหมครับ ตัวที่ 2 Content Performance ครับ Content Performance ก็คือโพสต์ทุกวัน แต่ไม่รู้ Data ณวันนี้คือ โอ้โห Channel มันเต็มไปหมดเลย Facebook IG YouTube TikTok Shopee Lazada ไหนจะเว็บไซต์ตัวเอง ไหนจะอยู่ โอ้โหเต็มไปหมดเลย ข้อมูลกระจัดกระจายมาก แล้วถามว่าเราต้องรู้ข้อมูลเหล่านั้นมั้ย เราต้องรู้ อย่างเช่นเรา รู้มั้ยว่า YouTube ที่เราทำ Content Feedback เป็นยังไง Facebook IG YouTube TikTok Stat เป็นยังไง เราอยากรู้ แต่มันไม่มีคนทำ เราต้องใช้คนเข้าไปทำ วิธีการคือเราสามารถให้ Cowork ช่วยทำได้ เราเป็น Creator ทำ Content มา เรารู้มั้ยว่า Content ไหนขายดี Content ไหนต้องทำต่อ เราเป็นเจ้าของร้านกาแฟ เราเป็นเจ้าของคอนโดที่มี Social Media มีคนดูเป็นแสนเลย แต่รู้มั้ยว่ามันทำเงินมั้ย ระบบ Report ของทุกแพลตฟอร์มทุกเจ้ามีหมดครับ TikTok Studio YouTube Studio Facebook Inside นะครับ Shopee Lazada มีข้อมูลหมดเลย แต่เราไม่มีข้อมูลตรงนี้ หน้าที่ของเราทำยังไง หน้าที่ของเราคือเราเอา Data กด Export กดดาวน์โหลด Data ข้อมูลจากทั้งช่องทาง Social Media ต่างๆ เอามารวมกันเอาไว้ หรือถ้าใครเป็นบริษัท ใครเป็นใครมีพนักงานในการกรอกตัวเลขอยู่แล้ว อย่างเช่นบางบริษัทกรอก กรอกตัวเลขทุกวัน กรอกยอดขายทุกวัน กรอกตัวเลขต่างๆทุกวัน เราเอาเอกสารตัวนั้นมาให้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ แล้วก็สรุปมาให้ในทุกๆสัปดาห์ อย่างเงี้ย จะช่วยทำให้เราสามารถทำงานได้ดีมากขึ้น จาก HubSpot ครับ เขาบอกว่า การวิเคราะห์ข้อมูลทุกสัปดาห์ จะทำให้ธุรกิจเราโตเร็ว 3 เท่า หมายความว่าเราทำธุรกิจแบบตาไม่บอดอ่ะครับ สมมุติว่าสัปดาห์เนี้ยเราโพสต์ Content ไป 20 Content ทุกแพลตฟอร์ม เราต้องรู้ว่า 20 Content นั้นผลลัพธ์เป็นยังไง Stat เป็นยังไง แล้วเราจะต้องทำอะไรเพิ่ม และอะไรที่เราไม่ควรทำ คนที่วิเคราะห์ทุกสัปดาห์ HubSpot บอกว่าธุรกิจจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าธุรกิจที่ไม่ได้ทำเลย โอเค พร้อมสำหรับคนทั่วไป และพร้อมสำหรับนักเรียนคลังแสงนะครับ เราก็ใช้วิธีนี้เลยนะครับ เข้ามาที่คอร์ส Cowork เหมือนเดิมนะครับ กด New แล้วก็ใช้โฟลเดอร์ Demo เหมือนเดิมนะครับ อ่า Prompt ที่ผมจะแจกให้กับทุกคนนะครับ เราสามารถเข้าไปที่ตรงนี้ Content Performance Tracker อ่านไฟล์ Social Media Data แล้วเปรียบเทียบข้อมูลเป็น Performance แบบนี้ อ่า ทีนี้เราไปดูไฟล์กัน ไฟล์ที่ผมเตรียมเอาไว้ อ่าครับ หน้าตาเป็นยังไง จริงๆมันก็เป็นไฟล์ข้อมูลธรรมดาเลย ตรงเนี้ย Social Media Data แบบเนี้ยครับ อ่า Content วันที่ 24 มีโพสต์ Facebook 1 เป็น Content Colossal ค่าการเข้าถึงหรือค่า Reach 400,000 ค่า Engagement เม้น์ 3,000 ค่าไลก์ ค่าคอมเมนต์ ค่าแชร์ ค่าเซฟ ค่าคลิก เป็นเท่าไหร่ Instagram ตัวเลขเป็นยังไง TikTok ตัวเลขเป็นยังไง ข้อมูลตรงนี้บางธุรกิจหรือบางคนกรอกมือ ให้ทีมกรอกสรุปในแต่ละวัน ถ้าเกิดใครบอกไม่กรอกมือ เรากดดาวน์โหลดข้อมูลมาเก็บรวบรวมกันก็ได้ หน้าที่ของเราก็เพียงแค่เอาไฟล์โฟ เอาไฟล์เนี้ยมาใส่อยู่ในโฟลเดอร์การทำงานของเรา ตั้งชื่อเอาไว้ให้เรียบร้อย อาจจะมีหลายไฟล์ก็ได้นะ ไฟล์ Social Media Facebook Social Media TikTok หรืออะไรก็ว่าไป ตั้งชื่อเอาไว้ให้เรียบร้อย หลังจากนั้น เราเข้ามาที่ Cowork แล้วเราก็แปะแบบนี้เลย ครับ แปะแบบนี้เลย อ่านไฟล์ Social Media Data วิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลตรงนี้ปรับตามความต้องการของเราได้เลย ส่วนนักเรียนคลังแสงแน่นอน ผมมี Skill ให้ดาวน์โหลด Skill ที่ชื่อว่า อ่า Content Performance Tracker แล้วก็ติดตั้งเหมือนเดิมได้เลยนะครับ เวลาสั่งงานสั่งยังไงสั่งแค่นี้ครับ เช็ค Performance สัปดาห์นี้ อ่า สมมุติว่าเราเช็ค Performance สัปดาห์นี้แค่นี้ [เพลง] เค้าจะรู้ครับว่าไฟล์ในเครื่องเราหรือในโฟลเดอร์เรามีเอกสารอะไร และเอกสารตัวนั้นเป็นเอกสารสำหรับข้อมูลที่เราจะเอามาวิเคราะห์ ผมลองคิดตัวอย่างง่ายๆนะ สมมุติว่าวันจันทร์เราต้องประชุมและต้องดูตัวเลข ตัวเลข Report ไม่ว่าจะเป็น Social Media หรือตัวเลขยอดขาย ทุกวันจันทร์วันอาทิตย์ หรือไม่ก็ อ่า วันอาทิตย์แล้วกัน คุณอัปเดตตัวเลขทุกอย่างทั้งหมดเข้าไปในไฟล์เอกสาร จะเป็น Google Slide เป็น Excel หรืออะไรก็ว่าไป อัปเดตเอกสารตัวนี้ให้เรียบร้อย ทุกวันอาทิตย์ คุณก็มาพิมพ์ประโยคคำเนี้ย เช็ค Performance สัปดาห์นี้ หรือถ้าเกิดคุณอยากให้ข้อมูลมัน Real Time ตอนเช้า สมมุติเราประชุมตอน 9:00 น. ตอน 8:00 น. เราอาจจะมาพิมพ์ตรงนี้ เช็ค Performance สัปดาห์นี้ มันก็จะไปเอาข้อมูลทั้งสัปดาห์มาแล้วก็เช็คแล้วก็สรุปให้ออกมาเป็นเอกสารพร้อมที่จะ Present ได้เลยทันที ลองนึกภาพว่าคุณหน้าที่ของคุณคือเตรียมข้อมูล แค่นั้นเอง ทุกวันอาทิตย์ไปดาวน์โหลดไฟล์ อ่า Stat ใน TikTok Facebook IG Shopee Lazada ดาวน์โหลดทุกไฟล์มากองกันเอาไว้ วันจันทร์กดให้มันวิเคราะห์ข้อมูลแล้วทำออกมาเป็น Performance Tracker ดูข้อมูลเป็น Report อ่า ผมให้ดูผลลัพธ์เลยละกันนะ ครับ อันนี้ผมทำ Demo มาแล้วก็คือผมพิมพ์คำว่า เช็ค Performance มันก็จะไปหาข้อมูลใน Sheet ข้อมูล 2 สัปดาห์ ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเป็นแบบไหน มันก็เลยสร้างออกมาเป็น Performance Report มาให้ Performance Report หน้าตาเป็นแบบนี้ อ่า สัปดาห์ที่ 24-23 นะครับ สัปดาห์นี้ Stat เป็นยังไง เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น เห็นมั้ยครับ เอ่อ Performance เพิ่มขึ้น แพลตฟอร์ม TikTok ยอดสูงขึ้น Case Study คือจากคนที่ไม่ใช้ Text แต่อ่า อันนี้ก็คือ Stat ดีสุดทะลุล้านนะครับ Content 1 สัปดาห์ ได้ทำ Content 1 สัปดาห์ใน 5 นาทีด้วย AI Content นี้บน TikTok 100,000 Reach 9,800 Engage Head ลค่าการเข้าถึง Head ล Point ตรงเห็นมั้ยครับ Skill [เพลง] สร้าง Skill ให้ AI ทำงาน 30 วินาที Stat ดี Content ที่ไม่ดีคือสร้าง Brand MD ให้ AI รู้จักแบรนด์ ทำไมถึงแย่คือ Technical เกินไป พร้อมกว้างบ้าง ทำไมได้ถึงผลลัพธ์แย่ อันนี้ก็จะแบบ มันก็จะรู้เลยเห็นมั้ย ว่า Content ที่ดีคืออะไร Content ที่ไม่ดีคืออะไร เปิดมาวันจันทร์ทำไงครับ วางแผนที่จะต่อยอด Content ที่ดี และปรับแก้ Content ที่ Performance ไม่ดี เพราะฉะนั้นอาทิตย์นี้เราจะได้ Content ที่พัฒนาไปข้างหน้า ไม่ได้อยู่กับที่หรือถอยหลังนะครับ จากเพียงแค่พิมพ์ประโยคเดียวคำว่า เช็ค Performance เมื่อเราได้ Performance หน้าตาเป็นแบบนี้ เราปรับเปลี่ยนได้เลยนะ อยากให้สร้างเป็น PDF อยากให้สร้างเป็นเว็บไซต์ อยากให้สร้างเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับเราออกแบบได้เลย แล้วก็พิเศษไปกว่านั้นก็คือเมื่อเราสั่งเรียบร้อยแล้ว เราตั้ง Schedule ได้ เช่น ตื่นมาทุกวันจันทร์ มี Report รอเลย เราตั้ง Schedule ว่าทุกวันจันทร์เวลา 8:00 น. ให้ทำ Content Performance Report อ่าน Social Media Data File เปรียบเทียบ Report บลาๆ นั่นหมายความว่า ตอนเนี้ยที่ผมรันเมื่อกี้เนาะ เราได้มาและ อ่า อันนี้ได้มาแล้วนะ ที่ผมรันเมื่อกี้เลยสดๆนะครับ เราได้ Performance Report มาแบบนี้ อ่า เราอาจจะปรับจูน เช่น ช่วยสร้างเป็น Format แบบนี้ ดึง Top T มา ดึงเป็น Summary แบบอธิบายเข้าใจง่าย เป็น Dashboard เป็น Report คุณสามารถสั่งได้อิสระ จนคุณพอใจ หลังจากคุณพอใจเสร็จ คุณก็สั่ง Schedule ครับ ตรงนี้ ตั้ง Schedule ทุกวันจันทร์เวลา 8:00 น. ให้ทำ Content Performance บลาๆ ไฟล์ตรงนี้เป็นไฟล์อะไร เป็นไฟล์ที่เราเซฟเอาไว้ในโฟลเดอร์นี้ไง อ่า เพราะฉะนั้นไฟล์เนี้ย บางคนอาจจะมีหลายไฟล์ มีไฟล์ PDF มีไฟล์ Google Doc มีไฟล์ Excel คุณก็แค่รวบรวมเอาไว้ แล้วก็บอกมันว่าให้มาเช็ค [เพลง] ไฟล์ทั้งหมดกี่ไฟล์นะครับ หลังจากนั้นเราก็กดตั้ง Schedule เมื่อกี้เรามีอะไร เรามีทุก 2 ชั่วโมง ระบบจะเช็คอีเมลให้ อัตโนมัติทุก 2 ชั่วโมง ถ้ามี Lead เร่งด่วน มันจะมาแจ้งเตือนเรา แล้วขึ้น Draft อีเมล แล้วก็ตัวนี้จะเป็นทุกวันจันทร์ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของเราก็คืออัปเดตข้อมูลให้ล่าสุดนะครับ วันอาทิตย์อัปเดตข้อมูลให้ล่าสุด วันจันทร์ตอน 8:00 น. คอมพิวเตอร์เปิดขึ้น ระบบดึงข้อมูลทุกอย่างให้ ประชุมตอน 9:00 น. หรือ 10:00 น. เรามี Report พร้อมที่จะ Present แล้วทันที เห็นม. อันนี้คือ 2 Use Case โอเค อันนี้ก็จะออกมาเป็น อ่า ตั้ง Schedule เรียบร้อย เห็นมั้ยครับ Schedule ตรงนี้ ลองดูนะครับ จะเห็นว่าเรามีเพิ่มมาอีกตัวนึงก็คือว่า Weekly Content Performance เห็นมั้ยว่าทุกอาทิตย์ทุกวันจันทร์เราจะสรุป Report อะไรมา เราก็จะได้ ของผมตอนนี้มีอะไร Morning Beef ครับ ทุกวันตอนเช้าจะได้ Morning Beef คือสรุปจากอีเมลว่าอีเมลมีอะไรบ้าง เมื่อคืนนี้นะครับ วันนี้ต้องมีประชุมอะไร แล้วก็สรุปออกมาเป็น Action ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ทั้งอีเมลแล้วก็งานที่ต้อง Focus นะครับ ตอนเช้าคือ Morning Beef หลังจากนั้นเริ่มทำงานทุก 2 ชั่วโมง จะเช็คอีเมลและเช็ค Lead ว่ามี Lead มาใหม่นะ ครับ แล้วก็มี Weekly E-commerce Report Stat ว่าสัปดาห์นี้ Stat ของยอดขายเป็นยังไง แล้วก็สัปดาห์นี้สรุปออกมาเป็น Social Media Performance เพื่อจะเอามาประชุมกับทีมตอนเช้าวันจันทร์ ทั้งหมด AI ช่วยอัตโนมัติให้ หน้าที่ของเราเพียงแค่ใส่ข้อมูลอัปเดตข้อมูลแค่นั้นเอง ถัดไป ครับ เรามาดู Use Case ถัดไป Use Case สุดท้ายสำหรับที่จะ Demo วันนี้นะครับ ก็จะเป็น Use Case Client Report Automation อันนี้ก็จะเป็นเคสสำหรับยกตัวอย่างเช่น เราจะต้องมีส่ง Daily Report ให้กับลูกค้า ส่ง Weekly Report ให้กับลูกค้า หรือส่ง Monthly By Weekly Report เป็นส่ง Cash up ตัวเลขข้อมูลอัปเดตเร็วๆ ยกตัวอย่างเช่น อ่า จบทุกวันศุกร์ เราจะมีสรุปอะไรให้ให้กับลูกค้ามั้ย อย่างเช่น สมมุติเราเรารับยิงโฆษณา Facebook เรารับยิงโฆษณา TikTok ทุกวันศุกร์เราจะสรุปว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา Stat เป็นยังไง ผลลัพธ์เป็นยังไง สรุปเร็วๆเป็นตัวเลขอีเมลง่ายๆ เราก็เอา Use Case ตรงเนี้ยมาทำเป็น Client Report Automation ได้ จะเป็นงานเกี่ยวกับอะไรก็ได้ เป็น CRM เป็น Support หรือเป็นงานอะไรก็ได้ครับ คุณลองดูว่า Use Case ที่คุณใช้ทุกวันนี้ ลองมาปรับใช้ดูได้มั้ย อ่า ตัวอย่างอันนี้ครับ สมมุติว่าเรามีลูกค้าที่อยู่ในมือที่จะต้องทุกวันศุกร์เราจะต้องส่งหาลูกค้าทั้งหมด อ่า 10 Line ด้วยกัน ปกติ 10 Line แล้วก็จะต้องขึ้นอีเมลไปดูตัวเลขไปดูข้อมูลขึ้น Draft แนบไฟล์แนบเอกสารต่างๆนานา เราใช้ 30% ของงาน Agency หรืองานการ Support เนี่ย ก็คือหายไปกับการทำ Report แล้วครับเนาะ ทำ Presentation ทำ Report อะไรพวกเนี้ยหายไปหมด เราใช้ AI เข้ามาช่วยครับ Report ตรงเวลา ลูกค้าเชื่อใจ แล้วก็ไม่ยกเลิกแน่นอนว่า ลองมาดูตัวอย่างพร้อมกันนะครับ Client Report ปัญหา Agency หรือ Freelance ลูกค้า 5 คนต้อง Report 5 ชุด ใช้เวลา 5-10 ชม.ต่อสัปดาห์นะครับ ทำแบบนี้เลย Copy พร้อมนี้มา พร้อมนี้หน้าตาเป็นยังไง กด New Task นะครับ แล้วก็แปะแบบนี้ อ่านข้อมูลใน Folder Client ABC/Data สร้าง Weekly Report สำหรับลูกค้า Performance เป็นยังไง Highlight เป็นยังไง อันนี้ก็คือพิมพ์ปกติ ผลลัพธ์ต้องการให้เซฟเป็นไฟล์ไหน อีเมลด้วยมั้ย ให้ขึ้น Draft อีเมลด้วยเลย ทุกอย่างเรียบร้อย หมายความว่าอะไร หมายความว่าในโฟลเดอร์ของงานเรา ตรงนี้เราอาจจะมีโฟลเดอร์ลูกค้า แบรนด์ A ลูกค้าแบรนด์ B ลูกค้าแบรนด์ C ลูกค้าแบรนด์ E ในแต่ละรายชื่อลูกค้ามีข้อมูลที่เราทำกับลูกค้าไว้เป็นตัวเลข Report ใส่เข้าไปอยู่ในโฟลเดอร์นั้น แล้วเราก็เอาโฟลเดอร์นั้นน่ะมาใส่ให้กับ Cowork แล้วเราก็พิมพ์สั่งแบบนี้ แต่ถ้าใครเป็นนักเรียนคลังแสง ง่ายกว่านั้นครับ พิมพ์ว่า สร้าง Report ลูกค้า Client Client ABC เพราะว่าอะไร เพราะว่าเรา Set Skill คำว่า สร้าง Report เอาไว้แล้ว เราก็ใส่แค่ชื่อลูกค้าว่าลูกค้าของเราคือเจ้าอะไร ทุกครั้งที่เราจะส่ง Report เราลอง Test ก่อน ครั้งแรก ลอง Test Skill ติดตั้ง Skill เรียบร้อยนะครับ Skill ชื่อว่าอะไร Skill ชื่อว่า Client Report ตัวนี้นะครับ ดาวน์โหลดแล้วติดตั้งได้เลย [เพลง] แล้วเราก็บอก สร้าง Client Report ลูกค้า ABC ถ้าเรามีลูกค้าอะไรใหม่ เป็นลูกค้า XYZ เราก็สร้างโฟลเดอร์นั้นไว้ แล้วเราก็มาพิมพ์ว่า สร้าง Report Client XYZ นะครับ เนื่องจากเวลามันไปเร็วมากนะครับ เดี๋ยวอันนี้รอให้มันทำก่อนนะครับ เดี๋ยวผมให้ดูตัวอย่างที่ผมทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ อ่า อันนี้สร้าง Report ลูกค้าเค้าก็จะไปเจอแล้วว่าโอเคมี Folder Client ABC อยู่สำหรับธุรกิจชื่อ Grow Skin Care พร้อม Data ครบเลย อ่าน Data ทั้งหมดครบ เค้าก็จะทำ Report มาให้ครับ ว่า Report สัปดาห์นี้ วันที่ 24- วันที่ 30 Weekly Report เป็นยังไง อันนี้ก็จะ เป็น Weekly Report Grow นะครับ Performance เป็นยังไง ช่องทาง TikTok Facebook IG Stat เป็นยังไง Highlight Rever พุ่งเท่านี้ สัปดาห์นี้จะ 900,000 เป็น 2 ล้านด้วย Spend เพียง 43% Retargeting Campaign Story @ Fat Cell Area ที่ Improve ก็คือ TikTok เนี่ย Click to Rate ต่ำ คลิกแค่ 1,900 เอง อะไรประมาณนี้ อ่า 11,900 เอง Top Campaign อ่า Facebook แอตัว อ่า Story แอตัวนี้ Low สูงสุด ตัวนี้ Low แลองลงมา Action Item Action Item ต้องทำอะไรบ้างในสัปดาห์หน้า ก็ต้อง Scale Setting Add Biolink เพิ่มขึ้น แล้วก็ Re-run Flash Sale มันทำ ให้เลยแต่อย่างที่บอกมันทำจากข้อมูลจริง ของลูกค้า ลองนึกภาพลูกค้าคนเนี้ย เราดูแลเค้า เรายิงแอดโฆษณา เราทำ Facebook เราทำ IG เราทำ TikTok เรามีตัวเลขพวกนี้อยู่แล้ว เราไม่ต้องเสียเวลาไปใช้ให้คนมาวิเคราะห์ เราใส่ข้อมูลเข้าไปในโฟลเดอร์ แล้วสั่ง AI ถ้ามี Skill ผมตรงนี้ สร้าง Report ลูกค้า มันจะวิเคราะห์แบบนี้มาให้เลย หลังจากนั้นอีเมลมันจะขึ้น Draft อีเมลมาให้ ก็คืออีเมลของคนที่เราจะส่ง Report ให้เค้า หัวข้อ Weekly Report สัปดาห์นี้ สวัสดีชื่อคุณลูกค้า แล้วก็สรุปตัวเลข พร้อมส่งอีเมลให้เลย คุณก็แค่ดูข้อมูลใน Report ถ้าข้อมูล Report โอเค คุณก็แนบไฟล์ข้อมูล Report ไป แล้วก็ส่งอีเมลตัวนี้ทั้งหมด คุณแค่เช็คความถูกต้อง เช็คข้อมูล Copy ใส่อีเมล กดใส่ไฟล์แล้วกดส่ง โอเค ม. อันเนี้ยคือวิธีการใช้ AI [เพลง] เข้ามาช่วยในการทำงานจริงๆ และอันนี้ก็คือพลังของ Cowork ครับ ถัดมาเราบอกว่าเราต้องส่งทุกวันศุกร์ถูกมั้ยครับ เราก็ตั้งเวลาไว้เลยว่า ตั้ง Schedule ทุกศุกร์เวลา 14:00 น. นะครับ สร้าง Client Report Data อีเมล บลาๆ หัวข้อตามนี้ เราก็สั่ง [เพลง] ถ้าเราโอเคกับที่มันทำแบบนี้ เราก็สั่งให้ Schedule อันนี้ผมไม่ทำเนาะ มันก็จะเหมือนเดิมนะ ครับ เราก็จะมา Schedule แบบนี้ และสิ่งที่ เราจะได้มีอะไรบ้าง จากที่ทุกวันจันทร์ตอน 8:00 น. ใช่มั้ย เราจะได้ Report ที่จะ Report Internal กับทีม แต่เราก็จะได้ทุกวันศุกร์ตอน 14:00 น. เราจะได้ข้อมูลของลูกค้าแต่ละ Line ที่เราดูแล แล้วดู Summary SL ข้อมูลต่างๆ ทำมาเป็นสรุป พร้อมกับอีเมล Draft Draft อีเมลเพื่อจะส่งหาลูกค้า เรามาดูในโฟลเดอร์กัน ในโฟลเดอร์ตัวนี้ เห็นมั้ยครับ ก็จะมี Client ABC ใน Client ABC ก็จะมี Report Report ก็จะเป็น Report ของ Week นี้ ก็คือวันศุกร์ 14:00 น. มันก็จะนับย้อนหลังไปศุกร์ที่แล้วก็จะเห็นว่าตรงนี้ เห็นมั้ยครับ ว่าเป็น Report ใน Report ก็จะมี Draft ด้วย Draft ตรงนี้ก็จะเป็น Draft อีเมล เห็นมั้ยนั่นหมายความว่า พอเราตั้ง Schedule ทุกวันศุกร์ทุกวันศุกร์ทุกวันศุกร์ เราจะมีไฟล์ข้อมูล Report ตรงเนี้ย ทุก Week ทุกค ทุกตลอดไปเลย เราจะทำงานได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้นสะดวกขึ้น ถ้าใครไม่ใช้ AI แล้วบริษัทคู่แข่งเขาใช้ อ่า จะเห็นเลยว่า Report ที่เราส่งกับ Report ที่คู่แข่งส่งที่เขาใช้ AI อ่า จะเห็นความแตกต่าง และการวิเคราะห์ลึกของข้อมูลจะต่างกันแน่นอนว่า ถ้าเราเป็น Senior เราสามารถใส่ Insight เราใส่ข้อมูลของเราเพิ่มเข้าไปได้นะครับ ก็จะทำให้ Report ตัวนี้แข็งแรงมากขึ้น เท่านั้น รูปแบบ Report เรา Set ได้อิสระเลย จะเป็น Overview ก่อน แล้วมี Highlight Area Improve Top Content Action Item นะครับ ทำออกมาได้หมดเลย แล้วก็สุดท้าย ตั้งครับ ก่อนหน้านี้ลูกค้า 5 รายกว่าจะส่งให้ครบ เตรียมเอกสารนู่นนี่นั่นเป็นหลายชั่วโมง แต่ถ้าเรามี Cowork ช่วยทุกอย่าง มันจะสรุปมาให้ในโฟลเดอร์เราครับ หน้าที่ของเราคือเปิดเช็คแก้ปรับเปลี่ยน แล้วก็ Copy ส่งอีเมล 1 2 ราย 4 ราย มั่นใจถ้า Set ระบบให้นิ่ง อ่า เดือนนึงอ่ะ แล้วมันนิ่งแล้วอ่ะ หลังจากนั้นเดือนที่ 2 3 4 5 6 คุณจะทำงานได้สบายมาก เราทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น คนไม่ต้อง Scale Performance เพิ่มขึ้น แล้วก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็ อ่า อีก 3 ระบบเนื่องจากว่าเวลานี่ก็เลยมา 1 ชม. ละเร็วมาก ผมเตรียมเอาไว้ให้ 6 ตัวเลยนะครับ แต่ว่าสำหรับ Live นี้ นะครับ ก็อาจจะได้ 3 ตัวไม่ทันจริงๆนะครับ อีก 3 ตัวคืออะไร Weekly Budget Report, Competitor Watch เอาไว้ Monitor คู่แข่งเลยว่าคู่แข่งของเราเป็นใคร เราจะ Monitor ทุกวันตอนเช้าว่าความเคลื่อนไหวของคู่แข่งเป็นยังไง Invoice Reminder เช่น เช็คอีเมลแล้วในระบบอีเมลมีต้องจ่ายเงิน ต้องชำระเงิน หรือต้องตามเงิน มันจะเช็คข้อมูลให้แล้วพร้อมขึ้น Draft อีเมลให้ นักเรียนคลังแสงได้ทั้งหมด Skill 13 ตัว ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วกับสัปดาห์นี้รวมทั้งหมด 13 ตัว 30 Prompt และรวม Community อันนี้คือถึง EP นี้เนาะ เดี๋ยวจะมีแจกไปอีกเรื่อยๆนะครับ เอ่อ ส่วนโฟลเดอร์ที่ผมจะให้ ผมจะส่งเป็นไฟล์ลิงก์นี้ให้นะครับ ไฟล์ลิงก์นี้จะอยู่ที่ไหน หลังจาก Live จบนะครับ จะใส่ลิงก์อยู่ใน Description ให้คุณสามารถไปดาวน์โหลดได้ ในโฟลเดอร์ก็จะมี Sheet ตัวนี้ 1 อัน แล้วก็มี Read Me Read Me คืออ่านวิธีการใช้คู่มือของตัวโฟลเดอร์นี้ ในโฟลเดอร์นี้จะมี Demo Data แล้วก็มีเอกสารข้อมูลทั้งหมดเลย ให้คุณไปฝึก Exercise ก็คือฝึกทำการบ้านแล้วกัน ได้เลย โอเค งั้นเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างหน้าตาสกิลที่ผมทำเอาไว้ให้นะครับ หน้าตาเนี้ย ผมทำเป็นเหมือนกับ Library หรือเป็นห้องสมุดแล้วกัน ใช้งานต้องบอกอย่างนี้ก่อนว่าเวลาการใช้งาน Cowork การใช้งาน Cowork มันคือการใช้งานเหมือน AI ทั่วไป เวลาเราสั่งเขาจะทำงานตอบกลับมาให้เรา สั่งว่าช่วยเขียน Content ให้หน่อย ช่วยเขียนแผนการตลาดให้หน่อย เขาจะตอบกลับมาให้เรา แต่ความพิเศษของ Cowork ตามชื่อเลยครับ Cowork เป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนทำงาน Cowork เค้าก็จะทำงานให้เรา ทำงานให้จนได้ไฟล์งาน เพราะฉะนั้นความแตกต่างของมันคือจะเป็นอีก Level นึง ก็คือไม่ใช่แค่บอกแล้วตอบ แต่เค้าตอบมาแล้วทำงานให้เราด้วย งานที่ทำให้เราก็จะเป็นงานอะไรบ้าง ทำ PowerPoint ทำ PDF ทำเอกสาร ทำรูป ทำภาพ ทำอะไรทำให้หมดเลยครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เรามาดูกันว่าเนื้อหาในส่วนของหน้าเว็บจะเป็นยังไงนะครับ อ่า มาดูครับ หน้าเว็บนะครับ จะชื่อว่า skills.mussocial.com mussocial.com อันนี้ทุกคนสามารถเข้าได้เลยมั้ยครับ ถ้าเกิดใครเข้าไม่ได้แจ้งนะครับ เว็บนี้ก็จะเป็นเว็บที่เราสามารถเข้ามาใช้งานได้ฟรีนะ ทุกคนสามารถใช้งานได้ฟรี เข้ามาแล้วเนี่ย ในเว็บนี้จะมีอะไรบ้าง จะเป็น Skill ของ Cowork ทำงานแทนคุณทุกวันนะครับ โดยที่เป้าหมายของเว็บนี้ ผมจะใส่เข้าไปให้ครบ 100 Skill ก่อนในช่วงแรก ก็คือผมจะเตรียมทำให้ได้ครบ 100 แต่ ณ ตอนนี้นะครับ เนื่องจากว่าผมเพิ่งทำเสร็จนะครับ ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 50 Skill ด้วยกัน 50 Skill เดี๋ยวผมจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จบภายในอาทิตย์เนี้ยนะครับ ก็จะมีให้ครบ 100 Skill และแน่นอนไม่รู้ตอนจบจะจบที่ 200 300 400 หรือ 500 Skill นะครับ ก็ให้ทุกคนติดตามกันนะครับ แล้วก็คอยเข้ามาดูข้อมูลในเว็บนี้ หรือเข้ามาดูใน Social Media ของผมทุกช่องทาง ผมจะประกาศนะครับว่าตอนนี้เพิ่มกี่ Skill แล้ว ใครต้องการ Skill ไหนเพิ่ม สามารถเข้ามาพูดคุยได้เลยนะครับ โอเค แล้วในตัวเว็บ skill.mussocial Mooชียalนะครับ ก็จะมีในส่วนของคลิปนะครับ ซึ่งอันเนี้ยคลิปผมจะเรียงเอาไว้ตั้งแต่ EP1 EP2 EP3 EP4 และ EP วันนี้คือ EP 5 นะครับ ซึ่งผมจะรวมเอาไว้ให้ ถ้าใคร อ่า รู้สึกว่า เอ่อ ไม่รู้จะเข้าไปดูยังไงนะ ครับ จำลิงก์เอา จำลิงก์นี้เอาไว้ skills.mussocial.com mussocial.com ก็เข้ามาเลยครับ ดู EP1 EP2 ไล่มาเลย โอเค เดี๋ยววันนี้ลง Live เสร็จ เดี๋ยวผมก็จะไปขึ้น EP5 เพิ่มเติมขึ้นมาให้ รูปแบบการใช้งานใช้งานยังไงนะครับ วิธีการใช้งานแตกต่างกันตรงที่ว่า เราเข้ามาที่เว็บผมนี้มาถึง เราอยากได้ Skill อะไร Copy Skill ได้เลย หลังจาก Copy Skill เสร็จ ก็เอาไปสั่งให้ Cowork ทำงาน หลังจากให้ Cowork ทำงานเสร็จนะครับ เราก็จะได้เป็นผลลัพธ์ แต่ความพิเศษของนักเรียนคลังแสงนะครับ อันนี้พิเศษมากๆเลยก็คือ คุณไม่ต้อง Copy Prompt ไปสั่ง และคุณสามารถดาวน์โหลด Skill ที่ผมทำเอาไว้สำเร็จรูป ดาวน์โหลด Skill ตรงเนี้ยครับ แล้วสามารถไปอัปโหลด แล้วพร้อมสั่งงานได้เลยนะครับ อ่า เดี๋ยวจะมาดูกันว่าตัวอย่างเป็นยังไง แล้วก็หน้าตาตรงนี้ก็จะเป็น 3 Skill ที่คนดาวน์โหลด เค้าเรียกคนก็ Copy แล้วกดใช้มากที่สุดนะครับ ซึ่ง 3 Skill ตัวนี้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็น Popular นะครับ Skill ตอนนี้ที่คนใช้งานมากสุดก็จะเป็น Content Machine 5 แพลตฟอร์มนะครับ ก็คือใส่หัวข้อไป ใส่เรื่อง Content ที่เราต้องการ มันจะสร้างออกมา Content ครบ 5 แพลตฟอร์มเลย นะครับ Lead Follow Up แล้วก็ Morning Deep สรุปตอนเช้าทุกเช้านะครับว่า เอ่อ มีอีเมลอะไรที่ต้องตอบ มีนัดอะไรที่ต้องนัด Quick Win หรืออะไรที่ต้องทำ อะไรที่ต้องให้ความสำคัญนะครับ ก็จะอยู่ที่ในส่วนของ Morning Deep เลย โอเค เรามาดู Skill กัน ถ้าใครเป็นมือใหม่ก็จะงงว่ามันคืออะไร เดี๋ยวผมจะพาไปทดลองใช้งานทีละขั้นตอนนะครับ จะได้เห็นว่ามันพิเศษยังไง แน่นอนว่า Skill ตรงเนี้ย ผมใส่เข้ามา ณ ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 50 Skill นะครับ ภายในอาทิตย์นี้จะทำให้ครบ 100 Skill Skill เนี่ยจะแยกตาม Department Team Content หน่วยงาน Content หน่วยงานเซลล์ หน่วยงานลูกค้าดูแลลูกค้า การเงิน Data Product Activity HR E-commerce Creator แล้วก็เราสนใจ Skill เรื่องอะไรนะครับ เราเลือก เราเลือกมาเลย เราเลือกยกตัวอย่างเช่น ผมจะเริ่มตัวอย่างที่ผมทำมาเนาะ เดี๋ยวผมจะเริ่มให้ดูตัวอย่างก่อน วิธีการใช้ สมมุติว่าผมเลือกเป็น Data เมื่อเราเลือกเป็น Data เสร็จ ผมอยากจะใช้แบบ Survey Response Analyzer คือธุรกิจของผมมีทำแบบสอบถาม สำรวจความพึงพอ และเราก็เก็บรวบรวมไฟล์ออกมาเป็นไฟล์แบบ Excel หรือไฟล์เป็น Sheet ข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลดิบ ซึ่งข้อมูลดิบเหล่านั้นน่ะ การที่จะให้คนมานั่งวิเคราะห์ก็ต้องใช้เวลาอ่านค่า แปลงค่าต่างๆนานา เราก็ใช้ Cowork เนี่ยแหละเป็นคนออกแบบในส่วนของตัว Survey Response ให้ วิธีการใช้งาน สมมุติว่าผมอยากใช้ Survey Response Analyzer เนี่ย ทำยังไง เราสามารถกดคำว่า Copy Prompt ตรงนี้ มันก็จะขึ้นมาบอกเลยครับว่าในส่วนของตัวคำที่ใช้ทั้งหมด 235 คำ แล้วก็คำที่ผมสร้างเอามาไว้ให้เลยนะครับ ก็คือ อ่า คุณเป็น Research Analyst ที่ทำ Quantitative Analyze ของ Survey อะไรก็ว่าไป Context คืออะไร Survey อ่า อันนี้ Task TK เดี๋ยว เดี๋ยวเรามาคุยกันว่าเราจะใช้งานพวกนี้ยังไง อันนี้เป็นรายละเอียดครับ ที่เป็น Prompt มาตรฐาน Prompt กลางแล้วกัน ที่ให้ทุกธุรกิจสามารถเอา Prompt ตัวเนี้ยไปใช้งานได้ Copy แล้วไปใช้ต่อยอดได้นะครับ ก็จะเป็นรายละเอียดแบบนี้ อ่า ถ้าใครอยากได้ อยากได้อันเนี้ย คุณก็กด Copy ครับ Copy Prompt ตรงนี้ ง่ายๆแค่นี้เอง แล้วคุณก็ไปในส่วนของตัว Cowork ไปที่ Cowork นะครับ แล้วเราก็เข้าไปที่ New Task แบบนี้ หน้าตาหน้า Cowork อันนี้ผมสอนมาหลายสัปดาห์แล้วเนาะ สัปดาห์นี้ก็จะไปเร็วๆนะครับ โดยที่ผมทำโฟลเดอร์มา เข้ามาที่ Cowork นะครับ แล้วก็เข้ามาที่ Folder Folder ตรงเนี้ย ผมทำเตรียมเอาไว้ ทำเตรียมเอาไว้ แล้วโฟลเดอร์หน้าตาจะเป็นยังไง อ่า โฟลเดอร์เนี้ยครับ อ่า ผมให้ดูตัวอย่างเนาะ การที่เราจะให้ Cowork ทำงานให้ สิ่งที่เราจะต้องมีสำคัญเลยก็คือข้อมูลของเรา ถ้าคุณต้องการให้เค้าทำแบบ Survey ที่สำรวจแบบ Survey ออกมาเป็นสถิติ เป็นข้อมูลที่สวยงามเนี่ย สิ่งที่คุณจะต้องมีคือคุณต้องมี Raw Data หรือมีข้อมูลดิบก่อน ถ้าเกิดคุณอยากให้เขาทำ Content ให้คุณต้องมีข้อมูลดิบของประเภทสินค้า แบรนด์ ข้อมูลธุรกิจของคุณก่อน เพราะฉะนั้นสิ่ง ที่สำคัญที่สุดคุณจะต้องเก็บข้อมูล และการเก็บข้อมูลตรงเนี้ยสำคัญมากๆ ถ้าใครอยู่บน เข้าใจศัพท์ อ่า Digital Marketing นะ ในช่วงประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว มันจะมีคีย์เวิร์ดคำว่า Big Data การเก็บ Data ข้อมูลสำคัญมาก Social Listening การเก็บข้อมูลเสียงของผู้ใช้ อ่า Positive Voice Negative Voice เสียงเหล่านั้น เราเก็บข้อมูลมา ปัญหาคอขวดก็คือเรามีข้อมูลอยู่ประมาณหมื่นกว่าข้อมูล มีข้อมูลอยู่ประมาณ 3,000 กว่าข้อมูล แต่คำถามคือใครจะเป็นคนเอาข้อมูลนั้นวิเคราะห์ออกมา [เพลง] ให้เรามีอีเมลของลูกค้าอยู่ 5,000 อีเมล และรู้ด้วยในอีเมลนั้นน่ะมีให้กรอกเลยนะ ชื่ออะไร ที่อยู่ที่ไหน อาชีพอะไร รายได้เท่าไหร่ มีอยู่ 5,000 แต่เราไม่รู้เลยว่าข้อมูล 5,000 นั้นน่ะ จะเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรนะครับ วันเนี้ย AI เนี่ยแหละ และ Cowork เนี่ยแหละจะเป็นตัวที่ทำให้ข้อมูลเหล่านั้นน่ะของคุณมีค่า ซึ่งข้อข้อมูลมันมีค่าอยู่แล้วนะ แต่แค่เราไม่สามารถเอาข้อมูลเหล่านั้นมาอ่านค่าได้ Cowork เป็นตัวนั้นนะครับ อันนี้ผมเตรียมค่าเข้ามาเป็นตัวอย่างเนาะ สมมุติว่า Data ตรงนี้ที่ผมเตรียมมานะครับ เป็น Data เกี่ยวกับอะไรเนี่ย เป็น Data เกี่ยวกับรายได้รายเดือน อ่า กรอกก็กรอกแบบเนี้ยครับ ง่ายๆแบบนี้ เห็นมั้ย เป็นไฟล์ Excel
ธรรมดาก็จะเป็นแบบเดือนมกราคม ยอดขายเท่าไหร่ จำนวนลูกค้าเป็นยังไง ช่องทางที่ปิดมากสุดคืออะไร สินค้าขายดีคืออะไร ต้นทุนเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างข้อมูลของแบบสาย ตัวอย่างข้อมูลสำหรับโซเชียลมีเดีย วันนี้วันที่ 3 Facebook วันที่ 1 เดือน 3 Facebook บทความเข้าถึงเท่าไหร่ IG เข้าถึงเท่าไหร่ TikTok เข้าถึงเท่าไหร่ นะครับ เก็บข้อมูลแบบนี้ใช่
ถัดมาจะเป็นแบบ HR Work force เป็นไฟล์ HR อ่ะ มีพนักงานชื่ออะไร รหัสพนักงานอะไร ตำแหน่ง อ่า แผนก ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน วันลา คะแนน KPI สถานะตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
E-commerce Product เนี่ย ผมก็เตรียมข้อมูล ซึ่งของคุณทุกคนจะต้องมี stat อยู่แล้ว คุณเป็นครู คุณก็อาจจะมีแบบ stat Facebook IG YouTube TikTok ถ้าคุณเป็นเซลล์ คุณก็จะมีในส่วนของยอดขายในแต่ละเดือน ถ้าคุณเป็น Marketplace e-commerce ขายของผ่าน Shopee Lazada อะไรก็ว่าไป คุณก็จะต้องมีสรุปรายได้ว่า SKU นี้ หมวดหมู่อะไร ราคาเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ สต๊อกเท่าไหร่ ใส่ยอดขายต่อเดือนเป็นยังไง รีวิว คะแนนเป็นยังไง ข้อมูลเหล่านี้ทุกคนมีอยู่แล้ว ผมมั่นใจ ถือถ้าใครลืมก็ต้องไปนึกซิว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลลูกค้าไม่ว่าจะเป็นแบบเอกสารกระดาษปริ้นอะไรก็ว่าไปนะ วันนี้ AI สามารถสแกนกระดาษที่เป็นใบเสร็จ ใบเงินสด ใบเสร็จอะไรพวกเนี้ย สามารถถ่ายแล้วสแกนแล้วก็ให้ AI อ่านแปลงค่าออกมาเป็นตัวอักษรได้หมดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือ เตรียมข้อมูลเหล่านี้ครับ
การเงิน ฝ่ายไฟแนนซ์ ค่าเช่าที่ ต้นทุน ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่า ค่าการตลาด Customer Survey นะครับ เพศชาย อายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร ความพอใจ 1 เต็ม 5 พอใจ 2 3 4 เห็นมั้ย ความพอใจ จะแนะนำเพื่อน มยเพื่อนที่รู้จัก สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ต้องปรับปรุง ซื้อซ้ำมั้ยนะครับ Survey
สุดท้าย Project Tracker นะครับ Project Tracker ก็คือเหมือนประมาณว่าตอนนี้ปรับปรุงเว็บไซต์อยู่นะครับ ระบบ CRM ใหม่ ย้ายออฟฟิศ แผนกอะไร ผู้รับผิดชอบอะไร คือสุดท้าย use case มันคือได้หมดเลยในการทำงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะทำงานหน่วยงานไหน ฝ่ายไหนเนาะ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เตรียมข้อมูลตรงนี้เอาไว้ เมื่อคุณเตรียมข้อมูลตรงนี้เอาไว้เสร็จ เราก็มาเลือกครับว่าเราจะใช้สกิลอะไร เมื่อกี้มีตัวอย่างหลายงานเลยเนาะ ผมก็เริ่มจากสกิลแรก ผมมีไฟล์ที่เป็นไฟล์เนี่ย เป็นไฟล์ของ Survey ตัวเนี้ยครับ Customer Survey เก็บออกมา อาจจะเป็น Google Form แล้วเขาก็กรอกมารวมเป็น Google Sheet หรือเป็น Excel ซึ่งแบบเนี้ย ใครจะมานั่งคำนวณเนี่ย ต้องมานั่งหารมั้ยว่าความพึงพอใจ 1 เต็ม 5 เฉลี่ยแล้วความพึงพอใจเท่าไหร่ เอ่อ สิ่งที่ชอบที่สุด Top F คืออะไร สิ่งที่ไม่ชอบทเลย แล้วเราต้องใช้คนก็ต้องมาแปลงค่าอ่านค่าตรงนี้ ใช้เวลานานมาก เราก็เริ่มจากสกิลตัวนี้ ผมก็เริ่มจากสกิลคำว่า Survey Response Analysis นะครับ กด Copy พร้อมตรงนี้ แล้วเราก็ Copy ตรงนี้มาเลย พอเรา Copy ตรงนี้มาเสร็จปึ๊บ เราก็เข้าไปที่ในส่วนของตัว อ่า ตัวระบบของเรา ตัวนะครับ ตอนนี้เมนู Work ย้ายมาอยู่ด้านข้างแล้วนะ ใครที่ EP ก่อนหน้านี้มันจะอยู่ตรงกลางนะครับ ตอนนี้มันย้ายมาอยู่ด้านซ้ายนะ ให้สังเกตดีๆอยู่ตรงนี้คำว่า Work อยู่ด้านซ้ายตรงนี้นะครับ เราเริ่มก็คือกด New Task New Task เสร็จเราก็เลือก Folder Folder ที่เราเลือกเราก็จะเป็นเลือก Folder ที่ Demo Data เป็นตัวนี้ โอเค นี่ Folder ตัวนี้นะครับ ก็จะมีเนี่ย มีไฟล์ทั้งหมด 7 ไฟล์ด้วยกัน แล้วก็กดแปะเข้าไป 1 ที กดกดนะครับ แล้วเราก็กดแปะพร้อมเมื่อกี้ สิ่งที่เราต้องแก้ครับคือแก้ตรงเนี้ยอ่ะ ถ้าดูจากหน้านี้ เมื่อกี้เรากด Copy พร้อมมาแบบนี้ใช่ไหมมัครับ สิ่งที่เราจะต้องแก้อันแรกเลยเนาะ ก็คือ 1 Task Task คือเขาบอกว่าจาก Survey Response ที่ฉันได้สร้าง Insight Report ซึ่งอันเนี้ยมันคือ Task ว่าให้ Work ไปอ่านไฟล์อะไร จำได้มั้ยที่ผมบอกว่า เราต้องมีไฟล์ดิบก่อน เพราะฉะนั้น Copy พร้อมไปเราจะต้องให้มันอ่านไฟล์ดิบ เพราะฉะนั้นไฟล์ดิบของเราชื่ออะไร เนื่องจากว่า Folder เนี้ยมีหลายไฟล์ ไม่ได้เป็น Folder เกี่ยวกับ Survey ถ้า Folder เกี่ยวกับ Survey อย่างเดียวแล้วมีไฟล์ 1 ไฟล์ อาจจะไม่ต้องแก้ Task อะไรเลย แต่อันนี้ผมก็มีหลายไฟล์ เพราะฉะนั้นผมอาจจะต้องแจ้งมันก่อนว่าไฟล์ที่ชื่อว่า Customer Survey นะครับ ผมก็เปลี่ยนตรง Task ตรงนี้ จากไฟล์ Customer Survey ประมาณนี้ ซึ่งข้อมูลด้านล่างตรงเนี้ย คุณสามารถกดปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรได้หมดเลยนะ กดแก้ไขอะไรได้หมดเลย แล้วเราก็กด Run Enter 1 ที เราก็ได้ผลลัพธ์มาละนะครับ ซึ่งอันนี้ผมทำตัวอย่าง Demo เอาไว้แล้ว แต่อันนี้เดี๋ยวผมจะลองเป็นตัวอย่างการใช้สกิลนะครับ การใช้สกิลสำหรับใครที่อยากได้สะดวกกว่านั้นนะครับ สกิลก็จะเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นนักเรียนคลังแสง หลังจากเรียนจบวันนี้เดี๋ยวผมจะแปะ อ่า รหัสพิเศษที่ให้คุณเอามากรอก เมื่อคุณกรอกเสร็จ คุณจะได้สิทธิ์เป็น Member เมื่อคุณเป็นสิทธิ์ Member เนี่ย คุณจะมีปุ่มให้กดดาวน์โหลดด้านข้างนี้ สมมุติว่าอยากได้เป็น Survey Response Analyzer กดดาวน์โหลด 1 แล้วก็ดาวน์โหลดเป็นสกิล 1 อันแค่นั้น หลังจากนั้นเราเข้าไปที่ Work แล้วเราก็เข้าไปที่ โอเค ตัวนี้นะครับ กลับไปเหมือนเดิมเลยก็กด Customize กด Skill กดเครื่องหมายบวก กด Create Skill และกด Upload Skill ก็คือสกิลที่ดาวน์โหลดมาเมื่อกี้ เมื่อเราอัปโหลดสกิลมาเสร็จนะครับ เราก็กดที่สกิลตรงนี้ จะเห็นว่ามันมีสกิลพร้อมใช้งานอยู่ตรงนี้เลย เห็นมั้ยครับ ซึ่งผมบอกเลยว่าสกิลจะละเอียดกว่าพร้อมพอสมควรเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าสกิลมันใส่ได้เยอะไง ผมก็จัดสกิลมาให้ครบละเอียดครบถ้วน วิธีการใช้ยังไงก็กลับไปที่ลองดูตรงนี้
[เพลง] เมื่อเราติดตั้งสกิลละ มันจะมีวิธีการใช้แบบนี้ให้ดูตรงนี้ครับ ผมจะใช้คีย์เวิร์ดคำว่า สรุป สรุป Survey เนาะ สรุป Survey ผมก็ Copy คำว่า สรุป Survey ตรงนี้ เข้ากลับมาที่หน้านี้ แน่นอนว่าหน้าเนี้ยเราติดตั้งสกิลเรียบร้อยแล้ว และเราก็เลือก Folder ที่ชื่อว่า ต้องเลือก Folder นี้ Sample Data แล้วเราก็กดคำว่า สรุป Survey และ Enter ดูซิว่ามันเรียกสกิลมโอเค อันนี้มันก็ไปเรียกสกิลอ่ะ เขาถามว่าไฟล์ Data อยู่ไหนอ่ะ เราก็เข้าไปที่ไฟล์ครับ แล้วก็ชื่อไฟล์นี้ ไฟล์ชื่ออยู่ใน Folder แล้วเราก็จะไปหาไฟล์เจอไหม Skill เริ่มใช้งานสกิล อ่า อันนี้ก็คือเป็นมีตัวอย่างนะครับที่การใช้สกิลจะเป็นแบบนี้ อ่า ระหว่างนี้ก็ให้มันทำไปนะครับ เดี๋ยวเรามาดูในส่วนของตัวอย่างที่เป็นพร้อมกันนะครับ มันก็ไม่ยากนะ ก็ง่ายเหมือนกัน ก็คือเนี่ย ตรงนี้ผมให้ดูตัวอย่างนะ ก็คือว่าเราเข้ามาที่หน้า Survey เหมือนเดิม เมื่อกี้แล้วเราก็กด Copy พร้อมแล้วก็ Copy พร้อมตรงนี้ไป หลังจากเรา Copy พร้อมตรงนี้ไปเสร็จเรียบร้อย เราก็เอามาแปะตรงนี้นี่ไง ผมก็ทำให้ดูแล้ว แปะมาท เปลี่ยนเป็นจากไฟล์ที่ชื่อ 06 Customer Survey หลังจากนั้นมันก็จะอ่านไฟล์ อ่านทุกอย่างครบ ทำทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว มันก็จะสรุป Finding ฟันธง 50 Response มาให้ อันนี้ก็จะเป็นศัพท์ของ Survey ต่างๆเลย คนชมส่งเร็วและบ่นส่งช้าเป็นกลุ่มขนาดเท่าเท่ากันนะครับ เว็บไซต์ UX9 คนบอกว่าเว็บใช้ยาก โดยเฉพาะกลุ่ม Line User New เคยเห็นมาก่อน เราก็กดเข้าไปดูไฟล์ตรงนี้นี่ คือเอกสารไฟล์ที่เขาทำมาให้ครับ เราลองเปรียบเทียบนะ จากพร้อมที่เราก๊อปหน้าเว็บนะครับ กับอันนี้คือเป็นไฟล์ไฟล์ดิบของเรา หน้าตาเป็นแบบนี้นะครับ ไฟล์ดิบหน้าตาเป็นแบบนี้ และเราก็ใช้พร้อมจากเว็บ 100 พร้อม เมื่อกี้หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้ Survey Report นะครับ Total อ่า Total Response ตรงนี้ Stat เป็นยังไงนะครับ Stat ต่างๆ ตรงนี้ก็จะมีข้อมูลครบเลย 44% ผู้ตอบต้องแก้ด่วนอะไรก็ว่าไป ส่งช้าเป็นปัญหา แต่ส่งเร็วก็ถูกม เว็บไซต์เข้ายาก ช่องทางที่ Survey มี อ่า มีอะไรบ้าง TikTok 22% IG มีม เป็นยังไงบ้างนะครับ Priority High Signal D นะครับ เรื่องของ Promotion Value Dent Promotion Value DVE Acquisition นะครับ อันนี้ก็จะเป็นสรุปมาหมดเลย มีม Stock out list นะครับ Stat เป็นยังไง อันนี้ก็จะเป็นสายแบบ Survey เนาะ มันก็จะทำให้ละเอียดมาก Sentiment Positive 20 44% นะครับ Positive เรื่องราคาเหมาะสม Neutral นะครับสำหรับอะไร Negative เรื่องของ UXUI กับแก้ เรื่องของ Logistics มีม ส่งดีเป็นยังไง โอ้โห อันนี้ก็คือละเอียดมาก Action Plan สรุปให้เลยครับ Action Plan สุดท้ายสิ่งที่ คุณต้องทำทำอะไร 1 แก้ Logistics SL ก่อน ทำยังไงให้การส่งไม่มีส่งช้า
[เพลง] ให้เป็น Standard อ่า Redesign เว็บไซต์ UXUI และ Mobile First ติดตั้ง Auto Replay Live Chat อันนี้ก็จะเป็นเรียกว่า Recommendation จาก Feedback ของลูกค้า จริงลูกค้า Survey มา 50 คน สรุปสุดท้ายออกมาเป็น Action Plan Top F Recommendation ที่คุณจะปรับ เมื่อคุณปรับตรงนี้ได้ Survey ของงานเราก็จะดีขึ้นนะครับ ซึ่งอันเนี้ยจะเห็นภาพเลยว่าโหดมั้ยล่ะ มันโหดจริงๆ เพราะว่าไฟล์อันเนี้ย มันเป็น Raw Data เป็นเอกสารแบบไฟล์แบบเนี้ย ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกงานทุกบริษัททุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นราชการ เอกชน หรือบริษัทธุรกิจ SME คุณมีเอกสารแบบนี้เยอะมากนะครับ ในยุคก่อน คุณเก็บใส่กระดาษ และในยุคกระดาษ คุณบอกว่าต้องเปลี่ยนกระดาษมาเป็นดิจิทัล เมื่อคุณเก็บมาเป็นดิจิทัล ทุกคนเก็บทุกอย่าง Slip ใบโอ้โห อะไรทุกอย่างเก็บหมด เพราะเราเรียนรู้มาว่า Data สำคัญ Big Data สำคัญ แต่แล้วยังไงต่อ มี Data แล้วยังไงต่อ และเนี่ยแหละคือคำตอบเนี่ยแหละคือคำตอบ Data ที่คุณมีอยู่ย้อนหลัง 3 ปี 5 ปี 1 ปี เอา Data เหล่านั้นมาใช้ Work ในการเนรมิตให้มันออกมาเป็นข้อมูลที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทีนี้ผมให้ดูตัวอย่างนะ ครับว่าผมอ่ะตอนคุยผมบอกว่าให้เค้าทำมาเป็นไฟล์ Excel ด้วย ตอนคุยกับเค้าเนาะ ผมบอกว่าให้ทำเป็น Excel ด้วย แล้วก็ทำเป็น PowerPoint ด้วยเดี๋ยวลองดูตัวอย่างนะว่า เค้าทำออกมาเป็น PowerPoint ให้ด้วย จากไฟล์เมื่อกี้ ทำเป็น PowerPoint มีไฟล์ที่เป็น Excel มีไฟล์ที่เป็น PowerPoint และ CEO PowerPoint ทำออกมาเป็น 3 ตัวเลย ไปดู Folder กันที่ผมให้เขา้าสร้าง ไปดูตัวอย่าง Folder จริงอันเนี้ยครับ คือไฟล์ PowerPoint จาก Survey เมื่อกี้ธรรมดา ออกมาเป็น Presentation แบบนี้ Internal use only Survey View Demo Demo Hic นะครับ Channel Inside TikTok เป็นอันดับ 1 กลุ่มอายุ Gen C นะครับ Inside Senior 46-55 มากที่สุด Key Metric Dashboard ดนะครับ ตัวเลขเป็นยังไง Repurchase เป็นยังไง โปรโมนะครับ Customer Feedback มีม เป็นยังไงบ้างนะครับ Sentiment อันไหน Positive อันไหน ก็จะเห็นว่า Negative จะเป็นเรื่องความเร็วในการส่ง UX UI แล้วก็ Sup พอมีปัญหา 3 ส่วนนี้แน่นอน พอเราเห็น Feedback แบบนี้ เราแก้ งานได้ตรงจุดละ เนี่ยลองนึกภาพสิว่า Report อันนี้ใช้เวลาในการทำเนี่ย อย่างที่ผมก่อนไลฟ์มาไลฟ์ถึง ณ ตอนนี้ก็น่าจะประมาณไม่ถึง 20 นาที คุณได้ Report แบบนี้ไปแก้ งาน Action Plan ทีมงานเข้าไปแก้ได้ตรงจุดมากๆ เลย ทีมเป็นแบบนี้ UX UI Fiction นะครับ Sentiment Positive Negative Neutral แล้วก็อื่นๆ ที่เราจะต้องแก้ต้องปรับ Top 5 Action Plan นะครับ เป็นยังไงบ้าง แล้วก็ อ่า Next Survey 5 Follow จบเลย Presentation ไม่ต้องทำ [เสียงหัวเราะ] นะครับ ได้ Presentation พร้อม Present เลย จากย้ำอีกทีนะ จากไฟล์ที่ เป็นไฟล์ดิบแบบนี้ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างที่ อ่า เราใช้สกิลเนาะ เราใช้สกิลเค้าก็จะไปวิเคราะห์ข้อมูลมา วิเคราะห์ข้อมูลมาแบบนี้ ผมบอกว่าถ้าผมต้องการตอนนี้เค้าวิเคราะห์มาเป็น Text แบบนี้เนาะ เขาถามว่าอยากให้สร้างเป็น Report Word หรือ Excel Dashboard มั้ย ผมก็บอกว่าช่วยสร้างเป็น PowerPoint ไว้ Present เจ้านายวันพรุ่งนี้ โอเค สั่งแบบ เพราะตอนนี้มันสรุปทุกอย่างมาให้แล้วเนาะ ตอนนี้ก็เดี๋ให้มันทำเป็นสไลด์
[เพลง] ให้โอเค Use case ถัดไป นะครับเรามาดูอันนี้ก็น่าสนใจมากๆ อันนี้คือโหดเหมือนกัน เอ่อ ผมให้ดูตัวอย่างอันนี้ ตัวอย่างมันจะเป็นไฟล์นี้ E-commerce Product นี่ตัวนี้อ่ะ อันนี้ลองดู Use case นะแล้วลองนึกภาพตาม สมมุติว่าคุณบอกว่าคุณมีสินค้าตัวนี้ขายใน Marketplace Shopee Lazada TikTok อะไรก็ว่าไป แล้วคุณก็มีเอกสารว่า SKU 001 002 สินค้าอะไร สต๊อกเป็นแบบไหน อะไรยังไง คุณมีสินค้าพวกนี้อยู่แล้ว ปัญหาที่คุณเจอก็คือคุณต้องเอาสินค้านั้นไปขึ้น Marketplace แล้วเวลาขึ้น Marketplace คุณก็จะต้องเขียนทั้ง Title Description เขียนรายละเอียดเต็มไปหมดเลย และคุณก็ไม่รู้จะเขียนยังไง บางทีขี้เกียจเขียนก็แค่ใส่รูปใส่ข้อความอะไรไปสั้นๆ แล้วก็โพสต์ขึ้นไปเลย ซึ่งข้อเนี้ยข้อมูลตรงเนี้ยสำคัญมาก ผมลองเอาเอกสารที่เป็นสต๊อกสินค้าแบบเนี้ยครับ แล้วลองใช้สกิลนะครับ ไปดูสกิลกัน ผมลองใช้สกิลตัวนี้ที่ชื่อว่า E-commerce แล้วก็ชื่อสกิลว่า Shopee Lazada Listing Optimizer เรามาดูรายละเอียดกันนะ ครับรายละเอียดของมันก็คือ คุณเป็น E-commerce Listing Specialist ที่จัดการ Store 100+ SKU บน Shopee Lazada TikTok Shop ไทย เข้าใจ Search Algorithm ของแต่ละแพลตฟอร์ม รู้ว่า Buyer Thai จากอะไรก่อน รูปภาพ ราคารีวิว นะครับ หน้าที่ก็คือ ฉันมี Listing Rank 2-3 อันนี้ก็คือเป็นเอกสารที่เราเตรียมมา เราอาจจะเตรียมมาเป็น อ่า รายชื่อสินค้าของเราที่ขายมีข้อมูลอะไรเบื้องต้น เตรียมเป็นเอกสารง่ายๆ ไม่มี Format ไม่มี Pattern อะไรนะ ไม่จำเป็นจะต้องเก็งหรือซีเรียสว่าเอกสารที่เตรียมต้องหน้าตาเป็นยังไงวะ ไม่ต้องเอาข้อมูลที่คิดว่าเพียงพอแล้ว AI มันจะทำงานเอง Task ก็คือพวกเอกสารไฟล์ดิบของเรานั่นเอง หน้าที่ของเขาจะทำ Keyword Research Title Optimize Description Restructure Image Strategy แล้วก็ทำ A+ Content Layer ทำราคา Promotion Implement เราสามารถก๊อปพร้อมนี้ไป อ่า ผมให้ดูตัวอย่างนะ ผมก๊อปพร้อมนี้ไป แล้วก็ไฟล์ดิบคือไฟล์นี้ E-commerce Product หน้าตาเป็นแบบนี้ ผมก็สั่งมันว่า Copy ข้อความเมื่อกี้แหละ แล้วตรง Task เปลี่ยนเป็น ใส่ว่าจากไฟล์ 04 E-commerce Product นะครับ สิ่งที่เขาทำให้โอเค อ่านจากไฟล์ Excel ได้ข้อมูล SKU ได้ 25 SKU 5 หมวด จะวิเคราะห์และสร้าง Listing Optimize ให้ สิ่งที่เขาสร้างให้นะครับ ออกมาเป็น Listing Optimization Plan หน้าตาเป็นยังไง หน้าตาเป็นแบบนี้ Listing Optimization Plan นะครับ จาก 25 SKU มี 11 SKU ที่ Rating น้อยกว่า 4 และ 6 สินค้า Conversion Rate ต่ำกว่า 10 ปัญหาหลัก ไม่ใช่ Title คือ Rating กับ Social ต่ำ ทำให้คนซื้อข้ามไป Top Priority คือ SKU ที่มี Margin สวยแต่ขายได้น้อย ก็คือ คอลลาเจนแล้วก็โทรศัพท์แล้วก็หูฟังนะครับ เขาเขียนให้เลยนะว่าโอเค เลือก 5 สินค้าที่ Margin ดีแต่ Conversion ต่ำและ High ROI นะครับ จากไฟล์ย้ำอีกทีนะ ลองดูนะ จากไฟล์ที่เป็นแบบหูฟังบูทธแบบนี้ หูฟังบูทธราคา ต้นทุนแบบนี้เนาะ มันเขียนออกมาให้เลยว่า Keyword คือ หูฟังบูทธไร้สาย Secondary หูฟัง True Wireless หูฟัง ANC ตัดเสียง หูฟัง Gaming ไร้สาย Competitor Gap หูฟัง In-ear Sport หูฟัง Bass หนัก Seasonal หูฟังรถ 11 เดือน 11 หูฟัง ของขวัญหูฟัง Back to School หมายเหตุ เรท 3.3 3 ดาวต้อง Address เรื่องคุณภาพก่อน Keyword อย่างเดียวไม่ช่วยนะ ครับอันที่ 2 โทรศัพท์เคสเนี่ยมันก็ทำให้เลยเห็นมั้ยว่า Keyword ควรอะไร ระบุโมเดลเข้าไปว่าเป็นโมเดลอะไร คอลลาเจน คอลลาเจนแท้ ดูดซึมเร็วเนี่ยก็เป็น Keyword นะครับ เป็น Optimize ให้เค้าก็จะเอาลิสินค้าตรงเนี้ยมาคิด แล้วเราก็สามารถเอาคำเหล่าเนี้ยไปใส่ใน Shopee Lazada TikTok ได้เลย อันนี้เป็นตัวอย่างเนาะ อันที่ของ Title Optimize Title Optimize ก็คือสินค้า SKU 0101 แพลตฟอร์ม Shopee หู Title เก่าคือ หูฟังบูทธ ใหม่คือ หูฟังไร้สาย True Wireless ตัดเสียง ANC เบสหนัก ใส่กีฬาได้ Title เก่า เคสโทรศัพท์ Title ใหม่ เคสโทรศัพท์กันกระแทก ระบุรุ่น อ่า Title ใหม่ คอลลาเจนธรรมดา Title ใหม่เป็นอะไร เห็นมั้ย อันนี้เป็น Shopee อันนี้เป็น Lazada ที่กองน้ำที่กองน้ำดื่มต่อก๊อก 7 ขั้นตอน ไม่ใช้สายไฟ เปลี่ยนไส้ง่าย หลังจากนั้นเป็น Description และ Description Pattern ก็คือ Hook 1-2 บรรทัด ตีปัญหาก่อนของ Buyer ตรงๆ หลังจากนั้นใส่ Unique Selling Point จุดเด่นของตัวสินค้าเรา ประโยชน์ จุดแตกต่าง สเปค ความสะดวกสบาย การประกัน
[เพลง] ที่เหลือเป็นตารางสเปค FAQ คำถามที่ถามบ่อย Call to Action นะครับ ตัวอย่าง คอลลาเจน อ่า Hook ก็คือ ผิวหมองคล้ำ เห็นริ้วรอยนะครับ หลังจากนั้นก็คือเป็น Unique Selling Point Unix Selling Point จุดเด่นมีอะไรบ้างนะครับ อ่า ผมก็เว้นวรรคแบบนี้ Unix Selling Point ที่เป็นจุดแตกต่างเนาะ แล้วตรงนี้ก็จะเป็นสเปคของสินค้าและรายละเอียด ปริมาณซอง จำนวนในกล่อง ใช้ได้เท่าไหร่ คำถามที่ถามบ่อยคืออะไร Product ชกด Add to Cart เลย ซื้อ 3 กล่องใส่ส่งฟรี หูฟังบูทคุกเป็นยังไง รายละเอียดที่เป็น Unique Selling Point ต่างๆ FAQ เป็นยังไง แล้วก็รูปก็แนะนำเลยว่ารูปควรเป็นแบบไหน 1 Main Hook ต้องหยุดภายใน 5 วินาที Close up zoom เห็นคุณภาพ หลังจากนั้นลดความกังวลก็คือเรื่องของ อ่า มือเหรียญไม้บรรทัดอะไรไซส์ขนาดเท่าไหร่ Use Case การใช้งาน สเปคทุกอย่างครบหมดเลยนะครับ แล้วก็ Priority หูฟังควรทำ Content อันไหนก่อน Text Overlay ควรใส่ข้อความอะไรในรูปนะครับ Content Layout หน้าตาเป็นแบบไหน จบเลยนะครับ ลองนึกภาพดูว่าละเอียดมั้ยอ่ะ ละเอียดสุดๆ ขนาดอ่านยังเยอะมาก แล้วทีเนี้ยเราสามารถทำตามได้แล้ว มันมันไม่ได้คิดแบบไม่ได้คิดแบบ Generic อ่ะ หรือทั่วไปอ่ะ มันคิดแบบข้อมูลจริงของเราอ่ะครับ การตั้งราคามันแนะนำด้วยว่าราคาเท่าไหร่ SKU แบบไหนขายตัวไหน สินค้าที่ควร Bundle สินค้า A สินค้า B โอ้โห ละเอียดมากครับ ละเอียดมาก อันนี้ผมก็อ่านไม่หมดเนาะ ถ้าเกิดแล้วก็มี Action Checklist นะครับ สัปดาห์แรกต้องทำอะไร Quick Win 2 ช่มงอัปเดตอะไรนะครับ สัปดาห์หน้าทำอะไร ภายใน 30 วันต้องทำอะไร
[เพลง] อันนี้คุณปริ้นใส่เอกสารมาได้ ใส่กระดาษมาแล้วแปะเอาไว้แล้วเช็คลิสต์เลยว่าอันไหนทำแล้ว อันไหนที่ยังไม่ได้ทำ ที่ผมเล่ามาเนี่ย เพียงแค่ 2 สกิลเองนะ อ่ะ 2 สกิล Shopee Lazada Listing Optimizer คุณก็สามารถ ถ้าเป็นนักเรียนคลังแสง กดดาวน์โหลดไปได้เลยครับ หลังจากดาวน์โหลดเสร็จ พิมพ์คำว่า Optimize Listing แค่นี้ เขาจะถามคำถามคุณว่าเอกสารอะไร ไฟล์อยู่ไหน อยากได้เป็นรูปแบบไหนอะไรยังไง คุยไปเลย แล้วมันทำออกมาให้คุณไม่ถึง 10 นาที อ่า เดี๋ยวไปดูต่อนะครับ ในส่วนของตัวเคสที่ผมให้ทำเมื่อกี้ อ่า Survey ใช่มั้ย ผมให้ทำเป็น PowerPoint อ่า ลองดู Survey PowerPoint มาดูความแตกต่างกัน อันนี้จะเป็น PowerPoint แบบไหนเอ่ย โอเค อันนี้จะเป็น PowerPoint แบบสกิล อ่า เมื่อกี้ Survey เราจะดูตัว Survey มี 2 แบบเนาะ แบบที่ Copy พร้อมที่แบบทุกคนสามารถใช้งานได้หมดเลย อันนี้เป็นพร้อมจากสกิล อันนี้เฉพาะสิทธิพิเศษเฉพาะนักเรียนทั้งแสงเท่านั้นนะครับ ก็อันนี้ลองดูตัวอย่างนะครับที่แตกต่างกันว่ามีแตกต่างยังไง โอเค อันนี้ก็คือสรุป Customer Survey วิเคราะห์ความพึงพอใจต่างๆนานา ข้อมูลเป็นยังไงนะครับ เพศชาย เพศหญิง ช่องทางต่างๆ อาชีพ ความพึงพอใจออกมาเป็นยังไงนะครับ จะซื้อซ้ำแน่นอนอาจจะ 20 ไม่แน่นอน 18 แล้วก็สิ่งที่ลูกค้าชอบ อ่า สิ่งที่ต้องปรับปรุงอะไรประมาณนี้ Line Best Channel Words of Mouth แข็งแรง TikTok ต่ำสุดนะครับ Top F อะไรยังไง ประมาณนี้ ฟันธง 3 ข้อที่ต้องทำทันที เรื่องของ SL เว็บใช้ยาก ตอบแชทช้า อันนี้ก็จะเป็นทำมาเป็นสไลด์ผ่าน Google Slide เลยนะครับ เราก็สามารถแก้ข้อความพวกนี้ได้หมดเลยนะครับ เราอยากแก้อะไรเพิ่มอะไร เนี่ย ข้อความตรงนี้อยากเปลี่ยนเป็นภาษาอะไร เปลี่ยนตรงนี้ได้เลย หรือเราอยากให้มันสวย กดปรับปรุงสไลด์ด้วย AI ตรงนี้อีกทีนึง มันก็จะทำสไลด์ AI ออกมาให้สวยเลย อันนี้คือตัวอย่างให้เห็นภาพว่าการใช้สกิลกับไม่ใช้สกิลก็จะใกล้เคียงกัน แต่ถ้าใช้สกิลก็จะเร็วกว่า สั้นกว่า ง่ายกว่า อันนี้เป็นตัวอย่างอันที่ 2 นะครับ ที่ผมทำมา เรามาดูอีก Use case นึง Use case นี้เป็นเกี่ยวกับในส่วนของ B2B เป็นเรื่องของเซลล์แล้วกัน
[เพลง] อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเซลล์เนาะ เรามาดูในส่วนของเรื่องยอดขาย Social Media Analytic สมมุติว่าทุกคนมีโซเชียลอยู่และมี Facebook มี IG มี YouTube มี TikTok มีช่องทางทุกอย่างที่เป็นของบริษัทเรา อยากวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น แต่เราขายของอ่ะ เราอยากรู้ว่าตั้งแต่คนเห็นจนถึงคนซื้อของเนี้ย ผลตอบรับเป็นยังไง ซึ่งอันนี้จะเป็นไฟล์เอกสารที่ชื่อว่า Social Media Analytic อ่า เราก็จะมีเก็บข้อมูลที่เป็น Facebook IG TikTok นะครับ เป็นบทความ เป็นวีดีโอสั้น เรามีข้อมูล Data พวกนี้อยู่แล้ว ถ้าใครวิธีการไม่ต้องกรอกเอกสาร ก็ไปดาวน์โหลด Export ฝากผ่าน อ่า Facebook IG TikTok ได้เลย ก็กดดาวน์โหลด กดดาวน์โหลด Export ข้อมูลนะ ครับซึ่ง EP ก่อนหน้าผมเคยแชร์วิธีการว่าเราจะไปดาวน์โหลดยังไงอยู่เอาไว้แล้วนะครับ อ่า เรามาดูสกิลกันว่าเราใช้สกิลไหนนะครับ สกิลที่ผมใช้อาจจะไปที่ E-commerce อ่า ไปที่ Data ชื่อสกิลว่า Funnel Breakdown Funnel Breakdown เนี่ยก็คือจะเป็นแบบวิเคราะห์ Funnel อ่า Stage ไหน Drop off Root Cause เลยว่า Stat เป็นยังไง ซึ่งอันนี้เดี๋เดี๋ยวผมจะลองอีกแบบนึงก็คือลองใช้สกิลให้ดู ดาวน์โหลดสกิลทำเหมือนเดิมเลย กดดาวน์โหลดนะครับ เข้าไปที่ Work เข้าไปที่ New Task แล้วก็เข้าไปที่ Customize Skill กดเครื่องหมายบวก กด Skill Upload Skill กดอัปโหลด Skill โอเค Funnel Breakdown อัปโหลดสกิลเรียบร้อยนะครับ เราก็จะได้สกิลตัวนี้มาพร้อมใช้งาน อันนี้ผมยังไม่ต้องแก้อะไรนะ ผมลองเริ่มใช้งานแบบง่อยๆดูก่อนไม่รู้อะไรเลย กดกดดาวน์โหลดมาเสร็จ คีย์เวิร์ดคือว่า Analyze Funnel คำว่า Analyze Funnel ผมพิมพ์คำว่า Analyze Funnel เอ่อ ข้อมูล Media ของผมให้หน่อย พิมพ์แค่นี้ เรามาดูตัวอย่างที่ผมทำว่าเป็น Funnel เนาะ ตัวนี้ผมให้มันอ่านเอกสารที่ชื่อว่า Social Media Analytic นะครับ แล้วก็มาดูตัวอย่างงานกัน ตัวอย่างที่มันทำออกมาให้เป็นไฟล์ Funnel Analy Social Media อ่ะ มาดูกัน หน้าตาเป็นแบบนี้ Social Media Funnel Analy ไฟล์ที่สร้างออกมาเป็นแบบนี้เลย List เท่าไหร่ Engagement เท่าไหร่ Stat เป็นยังไง Click เป็นยังไง New Follow เป็นเท่าไหร่นะครับ แล้วก็แยกตามแพลตฟอร์มด้วยนะ แพลตฟอร์ม List Engage 7.3% 3% Engage ต่อ Click Click to Follow เป็นจำนวนเท่าไหร่ Instagram เท่าไหร่ จะเห็นว่ามีคนหายไปเท่าไหร่ Content Type ประเภทวีดีโอสั้นผลลัพธ์ดีสุด Colosso ลองลงมาโพสต์ภาพ Story ไฟ และบทความ Content ตัวไหน Feedback ดี อ่า Leak point จุดไหนที่ทำให้ Leak point ก็คือ Click จาก Click มา Follow เนี่ย เราได้อยู่ที่ 2.29% 29% ซึ่งค่าเฉลี่ยในตลาดอยู่ที่ 4-6% แสดงว่าอันเนี้ย Content เราส่งให้คน Click แต่ไม่ Follow List Engagement 7.96 96 Benchmark คือ 10 อ่า วิธีการก็คือเรา Loss อะไรไปบ้าง Loss List ไปประมาณ 100,000 กว่า Loss Engagement ไปประมาณ 100,000 กว่า Engage นะครับ แล้วก็เสียเงิน ถ้าพูดถึง Revenue จะเสียเงินไปเสียรายได้ไปดีกว่า 59,000 นะครับ อันนี้ก็จะเป็นแบบ Root Cause เกิดจากอะไร Messaging Mismatch Content หลากหลายมาก Visitor ไม่รู้ว่า Follow แล้วได้อะไร Key Insight ตรงนี้สำคัญมากๆ คือ การถ้าใครทำงานทางด้าน Marketing การที่ เราเห็นข้อมูลเยอะๆแบบเนี้ย เห็นข้อมูลแบบเนี้ยครับ แล้วการสรุปมาเป็น 1 ประโยคว่า Root Cause อ่ะ มันคือ Messaging Mismatch อ่ะ คือ Content หลากหลายเกินไปจนคนไม่รู้ว่าทำไมต้องติดตามช่องเรา อันเนี้ยคือสำคัญมากเลยนะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าลองนึกภาพครับว่าเอ้ย เราทำ Content ต้องเยอะ เราจ้าง Agency ต้องเยอะ Content ก็ทำหลากหลายนะ ทุกแพลตฟอร์มก็ทำเต็มไปหมดเลยนะ ทำไมคน Follow น้อยจัง คอร์สของมันก็คือก็คุณจับฉายไง จนจนเราไม่รู้ว่าฉันจะติดตามช่องคุณทำไม มันก็ต้องกลับมาปรับกลยุทธ์เรามั้ย ว่ากลยุทธ์ของเราคือเราจะต้องโฟกัส มันก็คือ Niche เจาะ Niche มั้ย หรือเจาะมี Communication Message Communication Concept Target Audience ของเราเป็นใคร เราจะสื่อสารไปที่ใครกลุ่มไหน และ Content จะนำเสนอแบบไหน เพราะฉะนั้นคนเข้ามา 10 คน Intent เหมาะสมกับเค้าเลย Follow เพราะว่าอะไร เพราะว่า Click to Follow ของของ Stat เนี้ยคือ 2% แต่ตลาดจะอยู่ที่ 4-6% เพราะฉะนั้นความหมายตรงนี้ก็คือ Message นี้วักทองมากสำหรับผม อีกอันนึงก็คือ Missing Trust Signal Bio Link Profile ไม่ได้ระบุว่าติดตามแล้วจะได้อะไร อันนี้ก็สำคัญมาก Audience Mismatch Match ก็คือ Instagram อาจดึงกลุ่มเป้าหมายผิดแน่นอนว่าทั้งทั้งหมดเนี้ย ไอ้ 4 ข้อเนี้ย Root Cause เนี่ย แก้เสร็จปั๊บทุกอย่างโตแน่นอน จะเห็นว่าตัวนี้ บทความ Message Audience ตรงนี้ วิเคราะห์ออกมาให้ Fix นะครับ แก้ไขยังไงบ้าง แก้ อะไร Quick Win เลยนะครับ โปรไฟล์ Bio Instagram Bio Content Hook ใหม่ Audience Segment ใหม่นะครับ Pint Post Optimize อ่า Create Post ความถี่ ของจำนวนโพสต์เนี่ย โอ้โห ทำสรุปออกมาให้ อย่างดีมี Plan ด้วยนะ มี Plan Test AB ซึ่ง Plan อันนี้ผมบอกเลยว่าผมพูดเลย Plan ละเอียดแบบเนี้ย งาน Agency ผมก็เปิดบริษัทใช่มั้ย ผมก็รับจ้างทำงานให้กับลูกค้า งานวิเคราะห์ Analyze Data แล้วทำออกมาแบบเนี้ย งานที่ผม Analyze ให้ลูกค้ายังไม่ลึกและละเอียดเท่านี้เลยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างของตัว อ่า สกิลตัวที่ชื่อว่า Funnel Analysis ตัวนี้ ตัวนี้ Funnel Breakdown นะครับ ที่เล่ามาทั้งหมดก็คือแค่ 3 สกิลเนาะ เรามาดูตัวนี้เขาให้ใส่ข้อมูลครับ อ่า Media แสดงใน Dashboard มีอะไรบ้าง ดูจากไฟล์ โอเค เราต้องแจ้งก่อน ดูจากไฟล์ Social Media Analytic เลย สไตล์เป็น อ่า New เป็น Cyberpunk แล้วกัน อ่า แพลตฟอร์มไหนบ้าง ก็ทุกแพลตฟอร์มหรือไม่ดีกว่าข้อมูลในไฟล์เลย อันนี้ก็คือเรียกใช้สกิลนะครับ พิมพ์คำว่า Analyze Funnel แล้วก็หลังจากนั้นเขาก็จะไปทำข้อมูลมาให้ มีตัวใหม่ อีกตัวนึงที่ชื่อ Artifact อันนี้ก็โหดมากเลย อันนี้ Artifact นี่ไง Live Dashboard สดๆร้อนๆ เปิดให้ดูครับ อันนี้คือโหดขั้นสุด ความหมายคืออะไร อ่า เดี๋ยวผมแชร์ให้ดูครับ เดี๋ยวผมแชร์หน้านี้ให้ดู ลองดูหน้าตา Dashboard ตัวนี้นะ Dashboard ตัวนี้นะครับ ข้อมูลเป็นข้อมูลไฟล์ดิบไฟล์นี้นะ อ่า ทุกคนลองดูนะครับ เป็นไฟล์นี้นะ ผมติดตั้งสกิลที่ชื่อว่าสกิล อ่า Analyze Funnel เมื่อกี้เลย ติดตั้งสกิลเข้าไป แล้วผมก็บอกว่าให้อ่านไฟล์จากไฟล์ P อ่า ไฟล์ Dashboard ตัวเมื่อกี้ตัวเนี้ยครับ แล้วมันไปทำอะไรให้ผม มันไป Create Artifact นะครับ Create Artifact คืออะไร Artifact คือตรงนี้ครับ Artifact Artifact ตรงนี้อธิบายง่ายๆ อันนี้เป็นเรื่องใหม่พอดีเลยนะ คือปัญหาของเราคือ สมมุติว่าเราต้องการทำ Dashboard อ่ะ ลองคิดภาพตามนะ เรามี Google Sheet และ Google Sheet เนี้ยจะต้องอัปเดตข้อมูลทุกวัน วันที่ 12 วันที่ 13 วันที่วันที่ 14 วันที่ 15 แล้วเรามาทำ Dashboard เนี่ย นั่นหมายความว่าเราต้องกดดาวน์โหลดถูกมั้ยครับ เราต้องกดดาวน์โหลด เมื่อเราดาวน์โหลดเสร็จปึ๊บ เราก็ต้องมาใส่ Work เมื่อเราใส่ Work เราให้ทำ Dashboard Dashboard จะสรุปตัวเลขจบวันที่ 12 มันคือ Snapshot มันคือเป็น Report Snapshot ที่จบวันที่ 12 แต่ความเป็นจริงในการทำงานจริงๆอ่ะ เราต้องการ Dashboard ที่ข้อมูลมันอัปเดตตลอดถูกมั้ย ไม่ใช่ว่าแบบวันที่ 13 ต้องมาเข้า Work แล้วทำ Dashboard 1 ที แต่ Live Artifact เนี่ย คือมันไป Sync กับ Excel หรือ Google Drive หรือไฟล์เอกสารของเรา ที่เชื่อมเลยนะ และนั่นหมายความว่าถ้ามีทีมงานไปอัปเดต Google Drive วันนี้ วันที่ 13 วันนี้วันที่ 14 วันที่ 15 Dashboard ตัวนี้ไม่ต้องทำใหม่ คุณกด Refresh ตรงนี้ Data จะอัปเดตให้ Real Time หมายความว่า Live Artifact ตรงนี้ผมสร้างเป็น Social Media Dashboard ตรงนี้นะครับ เราสามารถเข้ามาดูเห็นอัปเดตเมื่อ 2 นาทีที่แล้ว Stat เป็นยังไง 2.6 6 ล้าน นะครับ หน้าตาเป็นยังไง โอเค วีดีโอสั้นนะครับ Stat เป็นยังไง กลายเป็นคุณก็จะมี Dashboard โดยที่ไม่ต้องไปจ้างใครทำ หน้าที่ทีมงานก็คือกรอกตัวเลขอัปเดตทุกวัน คุณก็จะได้ Dashboard แบบนี้ สวยงามแบบนี้เลย และนี่คือสกิลที่ 3 ของเว็บไซต์ 100 สกิล จะมีแค่ 3 สกิลเนาะ ตอนนี้มี 50 สกิลแล้ว ก็ภายในอาทิตย์นี้จะทำให้ครบ 100 สกิลนะ ครับแล้วก็ไม่ได้จบแค่ 100 นะ อันนี้คือ 100 ผมอาจจะเพิ่มไปเรื่อยๆ 2-300 สกิล แต่เบื้องต้นอาทิตย์นี้ขอ 100 สกิลก่อน โอเค เรามาทบทวนกันก่อนว่าตอนนี้เราไปถึงไหนแล้วนะครับ ตอนนี้เรามาถึง อ่า EP ที่ 9 นะครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องของ Work เนี่ยจะเป็น EP ที่ 6 นะครับ EP แรกก็คือว่าเรา Work ทำอะไรได้ ตอนนี้ EP นี้ทะลุไป 130,000 วิวใน YouTube นะครับ แล้วก็ EP ที่ 2 สอน Setup สอนตั้งค่า EP ที่ 6 นะครับ หรือ EP ที่ 3 คือสกิลการใช้สกิล ถัดมาคือ การใช้ Connector หรือเรียกว่า MCP Schedule แล้วก็ EP ที่ 5 หรือ EP ที่ 8 ก็คือแจก 100 สกิล และ EP ณ ปัจจุบันคือ Live Artifact นะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แล้วก็จะได้รู้ว่า มันช่วยงานเราได้ยังไงนะครับ ทำไมต้อง Live Artifact ต้องอธิบายอย่างงี้ว่าก่อนหน้านี้เราใช้ Work Coverk แล้วมันโอเคมากๆ มันช่วยงานเราได้มากๆ หรือใครยังติดขัดยังติดปัญหา ถ้าคุณใช้งานไปเรื่อยๆ คุณจะเริ่มใช้งานคล่องใช้งานเป็น แต่มันก็จะมีข้อจำกัดบางอย่างก็คือ 1 ผลลัพธ์หายในแชท ความหมายคืออะไร ความหมายคือ สมมุติว่าคุณ 1 แชทใน Work หรือว่า 1 Task ก็ได้นะครับ เมื่อเราคุยกับมันถึงจุดนึงแล้ว เราต้องขึ้น Task ใหม่ ขึ้นแชทใหม่
[เพลง] บางทีเราบอกว่าแชทเนี้ย หรือ Task เนี้ย เราให้มันทำ Content Plan นะครับ ทำ Content Plan เราขึ้นแชทใหม่ ไอ้ตรงนี้มันก็หายไปนะ บางคนเข้าไปสร้างใน Project ก็อยู่ใน Project ก็ขึ้น Project ใหม่ มันก็จะ [เพลง] หายไปนะครับ Data เก่าอันเนี้ยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก Data เก่า ความหมายคือทุกครั้งที่คุณให้มันทำ Report ทำ Dashboard ทำข้อมูล ทำเอกสาร แล้วมันจะมีปัญหาสำหรับ อ่า Use case ของการใช้งานที่ Data มีอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ Data อัปเดต แต่ข้อมูลมันไม่อัปเดตตาม เราอาจจะใช้เป็น Schedule หรือตั้งเวลาทุกๆ ตอนเช้าให้มัน Schedule ขึ้นมาดู มันก็ก็จะไม่สะดวก ไม่สะดวกเพราะอะไร เพราะว่าคนที่ดู Data กับคนที่เก็บ Data อาจจะเป็นคนละคนกัน เดี๋ยวอันเนี้ย เดี๋ยวผมจะอธิบายให้เข้าใจให้เห็นภาพมากกว่านี้ แต่ขอค้างตรงนี้เอาไว้ก่อนนะครับ แล้วก็เวลาการใช้งานมันจะต้องแบบ ต้องสั่งใหม่ทุกครั้ง ไม่มีเวอร์ชั่นเก่าที่ก่อนหน้าที่เราเคยทำ แต่ Live Artifact ก็คือมันจะมี Dashboard เป็นของตัวเองนะ ครับ หน้าตาจะเป็นแบบนี้ Dashboard เป็นของตัวเองแบบนี้ เห็นมั้ยครับ มี Dashboard เป็นของตัวเองเลย เช่น อันนี้ของผมเป็นคำว่า อ่า Social Media Dashboard แบบนี้ มันก็จะขึ้น Social Media Dashboard เห็นมั้ยครับ เป็น Dashboard แบบนี้ Content Performance มันก็จะเป็นแบบนี้ แล้วเวลาอัปเดตเห็นมั้ยครับ เข้ามาเสร็จมันอัปเดต Real Time คำว่า Real Time ในที่นี้คือทุกครั้งที่ เราเปิดมา Data มันจะอัปเดต ข้อมูลมันจะอัปเดต อ่า ลองดูตัวนี้นะครับ เห็นมะ ข้อมูลอัปเดต 20 วินาทีที่ผ่านมา ตัวเลขเป็นยังไงบ้างนะครับ มีข้อมูลทุกอย่างอัปเดตให้หมดเลย มี AI ไทยวิเคราะห์ข้อมูลให้ด้วย ว่า Stat ณวันนี้เป็นแบบนี้ AI วิเคราะห์ Data ออกมาเป็นยังไงนะครับ มี Tab เป็นของตัวเอง นี่คือจุดเด่นของ Live Artifact หมายความว่าต่อจากนี้คุณไม่จำเป็นที่จะต้องแบบ ต้องมาดาวน์โหลดเอกสารแล้วก็ทำเป็น Dashboard 1 ครั้งแล้วจบ ณวันนี้คุณทำครั้งเดียว แล้วคุณสามารถมี Data แบบนี้ได้ทุกเช้าที่คุณเปิดคอมพิวเตอร์ คุณก็เปิดมาหน้า Dashboard นี้ก็จะเห็นเป็น Data ที่อัปเดต Real Time นะครับ เปิดมาดูข้อมูลแบบนี้ เราก็จะเห็น Data ที่อัปเดต Real Time เนี่ย [เพลง] อัปเดตล่าสุดเลย ตอนที่ 29 ตอน 16:20 อ่า อีเมลมีอะไร อีเมลที่ค้าง มีนัดประชุมวันไหน ไฟล์ที่ต้องแก้คืออะไร งานที่ต้องตอบคืออะไร อัปเดต Real Time นะครับ อันนี้คือข้อดีของ Live Artifact มีมี Dashboard เป็นของตัวเองกับ 2 อ่า Data สดทุกครั้ง 3 Dashboard ชาร์จสวยงามมาก แล้วก็ 4 สร้างครั้งเดียว อ่า สร้างครั้งเดียวเสร็จ ก็คือเราสามารถใช้งานได้ยาวๆเลยนะครับ อันนี้คือข้อดีจุดเด่น แล้วผมมองว่ามันมีประโยชน์มากสำหรับคนทำงานคนที่คุณทำงานเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหน ข้อมูลทุกอย่างทำครั้งเดียว ทำ Dashboard ให้สวยงาม และใช้งานแบบ Real Time Live Artifact ก็คือเหมือนสร้างแอปส่วนตัวที่ Sync Data
จริงโดยไม่ต้องเขียนโค้ดซักบรรทัดอยู่ใน แบเปิดตลอดเวลาไม่หาย data สดเสมอ DASชบอร์ดสวยงามสร้างครั้งเดียวทีนี้ถ้า เกิดใครอยากทำอยากมีแบบผมแบบเนี้ย Live Artifact ที่เป็นDASชบอร์ดสวยๆแบบเนี้ย ทำยังไง[เพลง] นะครับ
อย่างแรกเลยคือต้องอัปเดตคอส Desktop ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนคุณ ก็ไปดาวน์โหลด CL ตรงนี้เนาะถ้าเกิดมันมี ด้านซ้ายบอกให้อัปเดตให้อัปเดตเป็น เวอร์ชั่นล่าสุดนะครับแล้วก็ 2 ก็คือเรา ต้องจ่ายเงิน 20 เหรียญต่อเดือนนะครับ เพื่อให้เรามีแบที่เรียกว่า cowork เมื่อ มีแบคำว่าเสร็จนะครับคุณก็จะสามารถสร้าง artifact ตรงนี้ได้ live artifact ตรง นี้แล้วก็สิ่งที่สำคัญการทำ live artifact อ่ะมันคือการที่ให้ลองนึกภาพ เนาะ live artifact คือ real time dashboard data แต่การที่ข้อมูลจะมา โชว์ตรงนี้ได้ครับมันจะต้องไปเชื่อมกับ เครื่องมือตัวอื่นอย่างวันนี้ที่ผมจะ demo คือเราจะเชื่อมกับ Gmail และเราจะเชื่อม กับ Google Carendar และเราจะเชื่อมกับ Google Drive หรือ Google Sheet 3 ตัวนี้เพราะอะไรเดี๋ยวผมจะทำตัวอย่างให้ แต่ณวันนี้เรียนรู้วิธีการแล้วคุณจะไป ประยุกต์ใช้ไปเชื่อมกับระบบของบริษัทไป เชื่อมเครื่องมือของบริษัทนะครับสามารถ คุยแล้วก็สอบถามมันได้เลยว่าระบบของเรา ใช้เฟceเราอยากจะเชื่อมข้อมูลจากเฟce เพื่อเอามาทำเป็นไ artifact ได้มยระบบของ เราเป็น xxx เราสามารถเชื่อมได้มเราคุย กับมันได้เลยโอเคแล้วก็อ่ะหลังจากนั้นทำ 2 ส่วนนี้สำคัญมากวิธีการทำยังไงถ้าใคร เรียน EP ก่อนหน้ามานะครับเราก็จะเข้ามา ที่ Customize นะครับเข้าไปที่ connector connector เสร็จเราก็กดเครื่องหมายบวก แล้วเราก็กด Buse Connector แล้วเราก็ เลือกเป็น Gmail อ่า Gmail แล้วกดบวกตรง นี้มันจะให้เราไปล็อกินก็เชื่อม Gmail เชื่อม Google Carenda แล้วก็เชื่อม Google Drive นะครับใครจะเชื่อมระบบของ เราเองลองเสิร์ชบนนี้เลยครับว่ามีมยหลาย คนมีคำถามว่าเชื่อม Line ได้มยเชื่อม Line ไม่ได้นะครับ Line ยังไม่มีตัว Connector ซึ่งอนาคตอาจจะมีถ้าอนาคตมีก็สามารถ เสิร์ชแล้วเชื่อมได้เลยแล้วก็แน่นอนว่า เชื่อม Line ผ่านตัวนี้ไม่ได้แต่มันก็จะ มีวิธีการนะครับวิธีการถ้าเราอยากทำ เชื่อมต่อกับ Line พิมพ์คุยกับมันได้เลย ครับพิมพ์คุยกับมันได้เลยว่าเราอยากจะ เชื่อม Connect ผ่าน Line เชื่อมยังไง พิมพ์คุยกับมันได้เลยตรงณโวิรkตรงนี้แล้ว ก็พิมพ์แชทคุยกับมันมันจะมีแต่มันต้อง อ้อมนิดนึงแล้วก็อาจจะปืน Token หน่อยแต่ มันทำได้แล้วก็ถัดมาเมื่อเราเชื่อมทุก อย่างเรียบร้อยเรามาเริ่มการทำDASชบอร์ด กันทำDashบอร์ดแบบdata้าสดไม่ใช่ Export Data นะครับ
เริ่มมาถึงก็เปิด C Desktop แล้วก็กดคำว่า CD Cork มุมซ้ายตรงนี้นะ ครับ 2 เลือกโฟลเดอร์งานที่เราต้องการจะ ทำเลือกโฟลเดอร์สำหรับเก็บ Data Report อันนี้ก็ basic ที่เราเรียนกันมาอยู่แล้ว นะครับก็เลือกโฟลเดอร์ที่เราจะทำผมเตรียม โฟลเดอร์เอาไว้ว่า Artifact demo นะครับ ก็เลือกโฟลเดอรนี้เอาไว้โอเค 3 ใส่ data แล้วก็เชื่อม Connector อ่าใส่ data ความ หมายคือเรามีข้อมูลอะไรบ้างเราก็ใส่ data เข้าไปซึ่งความรู้นี้จะเป็นความรู้เก่านะ ครับถ้าใครเรียนมาหลาย EP แล้วหรือเรียน เรื่องkมาจะเป็นความรู้เก่าผมเปิดให้ดู data ที่ผมเตรียมมานะครับก็จะเป็นในส่วน ของตัวโฟลเดอร์ที่ชื่อว่าอifact demo แล้วก็ demo data demo data ผมก็จะ เป็น sale data เป็นยอดขายของบริษัทนี้ ยอดขายเท่าไหร่รายได้เท่าไหร่อ่าขายได้ ผ่านช่องทางไหนบ้าง Social Media Data ตัวเลข data ต่างๆค่า Rich Impassion Engagement Like Share Comment link อะไรก็ว่าไปอันนี้คือ data ที่เราเตรียม มาแล้วก็สิ่งที่เราทำก็คืออะไรกดเครื่อง หมายตัวนี้นะครับถ้าใครยังไม่มีโฟลเดอร์ ก็กดเลือก B folder กด Create New Folder แล้วก็สร้างโฟลเดอรใหม่ขึ้นมา เพื่อจะเป็นโฟลเดอร์ที่ให้คอร์สเข้าไปทำ งานในโฟลเดอร์นั้นในโฟลเดอร์นี้ผมได้ เตรียม Demo Data มาซึ่งถ้าเป็นงานจริง คุณก็ใส่ data จริงเป็นไฟล์เอกสารไฟล์ Excel ไฟล์ PDF หรือไฟล์อะไรก็ได้ที่คุณ อยากจะให้มันช่วยวิเคราะห์ข้อ Moon หรือ ทำออกมาเป็นDASชบอร์ดทำมาเป็น summary ทำ มาเป็นเอกสารทำมาเป็นอะไรก็ได้เตรียมข้อ มูลเอาไว้ในโฟลเดอร์นั้นหลังจากเตรียมข้อ มูลในโฟลเดอร์นั้นเสร็จ copy pomp ครับ จากที่นี่หรือใช้จากสกิล 100 สกิลได้เลย ในเอกสารชุดนี้นะครับเอ่อนักเรียนคังแสง ก็สามารถดาวน์โหลดไปได้นะครับผมก็จะมี ตัวอย่างพร้อมให้แต่ส่วนใครที่ไม่ได้เป็นนัก เรียนคังแสงและอยากลองลองเริ่มทำดูนะครับ ก็เข้าไปที่เว็บที่ชื่อว่า skill.musocial. com นะครับแล้วก็ลงมา ด้านล่างด้านล่างตรงนี้จะมี light artifact อยู่มีประมาณ 4 template template ที่ 1 คือเป็น Template Morning Beef Dashboard Template ที่ 2 คือ Sell Dashboard นะครับยอดขายสด จาก Gmail เปิดมาเมื่อไหร่ก็เห็นยอดขาย ล่าสุด Morning Beef ก็คือทุกเช้าเห็น อีเมลเห็นนัดประชุมท็อป 3 โฟกัส data สด ทุกครั้งนะครับหรือจะเป็น Content Performance Chat Performance Content สด top bottom Content แนะนำหัวข้อ สัปดาห์หน้าเดี๋จะเป็นโปรเจค Tracker สถานะโปรเจคทั้งหมด dead ลง Deadline เป็นยังไงคุณสามารถมาใช้วิธีการก็คือ copy ข้อมูลตรงนี้ไปได้นะครับผมยกตัวอย่างเป็น content performance ก็กดกด copy อ่า copy ตรงนี้มันก็จะเป็นการคัดลอกเราก็มา แปะตรงนี้ได้อันเนี้ยคือเป็นในส่วนของตัว อย่างนะครับ
คีย์เวิร์ดสำคัญคืออะไรง่าย มากถ้าคุณรู้มันจะง่ายนิดเดียวเนื้อหาวัน นี้สำคัญที่สุดคือแค่นี้ครับคำว่าสร้าง artifact นี่คือ trigger คีย์เวิร์ด สำคัญแค่นี้เลยก่อนหน้าเนี้ยคุณไม่มีคำ นี้คุณจะบอกว่าช่วยสร้างเป็น content performance das Dashboard โดยอ่านจาก ไฟล์ socialmedia.csv ซึ่งไฟล์ Social Media Data.csv เ V คืออันนี้อันนี้ใช่มั้ครับอ่าทีเนี้ยถ้า เราทำแบบนี้สำหรับมือใหม่หรือใครที่ไม่ ได้เรียนมาก่อนหน้านี้ขอทวนนิดนึงนะครับ ก็คือมันจะสร้างDASชบอร์ดมาให้เราแต่ DASชบอร์ดที่มันสร้างมันสร้างมันจะเป็น DASดชบอร์ดที่มีdata้าตั้งแต่วันที่ 14 จนถึงวันที่ 26 คิดตามนะเราบอกให้มัน สร้างวันนี้ stat เราอ่ะมีถึงวันที่ 26 เราจะสามารถเอา data เนี้ยไปพรีเซนหัว หน้าหรือเอาไว้ดูวิเคราะห์ได้เลยทันทีแต่ ถ้าเราวันเนี้ยวันเนี้ยเป็นวันที่ 30 และ เราต้องการอยากได้data้าอัปเดตสดใหม่คุณ จะต้องทำยังไงครับ 1 คุณก็จะต้องมาที่ ไฟล์เอกสารไฟล์นี้แล้วคุณก็ต้องมาอัปเดต data้าถูกมยอัปเดตข้อมูลวันที่ 27 วันที่ 28 วันที่ 29 วันที่ 30 คุณมากรอกตัวเลข ในเอกสารตรงนี้หลังจากคุณกรอกตัวเลขใน เอกสารตรงนี้คุณก็กลับมาสั่งซ้ำใหม่ว่า ช่วยสร้างเป็น content performance Dashboard หน่อยเวอร์ชั่นที่ 2 จะเป็น เวอร์ชั่น dash Dasชอร์ดที่มี stat ข้อ มูลสถิติถึงวันที่ 30 DASชบอร์ดตัวที่ 1 มีข้อมูลถึงวันที่ 26 นั่นหมายความว่าทุก ครั้งที่คุณอยากได้data้าใหม่ๆคุณต้องทำ แบบนี้ซ้ำตลอดแต่ณวันนี้คุณทำเพียงแค่ ทาง ทีมคุณหรือคุณเป็นคนกรอกตัวเลขหน้าที่ ของคุณคือแค่กรอกตัวเลขในเอกสารตัวนี้วันที่ 27 28 29 30 กรอกไปเหมือนเดิมเลยแต่ คุณเปลี่ยนวิธีการพิมพ์ตรงนี้พิมพ์เป็น ช่วยสร้าง Live Artifact [เพลง]อ่ะแล้วกด Enter สิ่งที่จะแตกต่างกับการ ที่มีคำว่า live artifact ตรงเนี้ยครับ มันจะมาสร้าง artifct ทางด้านซ้ายมือตรง นี้อ่าเดี๋ยวลองดูผลลัพธ์นะมันจะสร้าง ขึ้นมาอยู่ตรงนี้เพราะฉะนั้นพอมันสร้างมา อยู่ตรงนี้ข้อดีของเราคือเราสร้างครั้ง เดียวข้อมูลก็จะอัปเดตตลอดนะครับตรงนี้ เห็นมะข้อมูลถึงวันที่ 26 นะครับลองมาดู ซิข้อมูลถึงวันที่ 26 ใช่มั้ถึงวันที่ 26 แล้วก็พอเราสร้างเสร็จเราก็จะมีตัว Content Performance อยู่ตรงนี้นั่นเอง น่าจะเป็นตัวนี้หรือเปล่าเดี๋ยวผมขอดู ก่อนนะโอเคน่าจะเป็นตัวนี้ที่ผมสร้างเอา ไว้นะครับแต่เดี๋ยวดูสดเลยดูไลฟ์สดที่เรา ทำ Real Time เลยก็จะให้เห็นว่าระหว่าง นี้มันก็สร้างอยู่นะครับมันขอสิทธิ์ในการ create artifact content performance Dashboard กด Create โอเคมันก็จะ create artifact ให้นะครับแล้วกดอัปเดต content performance das ก็คือตัวนี้อ่าตัวนี้ นี่เราได้หน้าตาแบบนี้มาแล้วความแตกต่าง ของมันคืออะไรความแตกต่างของมันคือตรงนี้ เห็นมมันมีเวอร์ชั่นเก่าข้อดีของมันคือ นี่คือเวอร์ชั่นก่อนหน้าผมมีอัปเดตด้วยก็ เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันเวอร์ชั่นปัจจุบัน หน้าตาเป็นแบบนี้นะครับเรากดrefรช data มันก็จะมี data ถึงวันที่ 26 Facebook engagement ลดลงเทียบกับสัปดาห์ก่อนควร เพิ่มไลฟ์กับวดีโ ที่กระตุ้นคอมเมนตมีตัวเลขเปรียบเทียบทุก อย่างหมดเลยคุณอยากให้มันทำ report แบบ ไหนก็แค่ไปคุยกับมันว่าผมต้องการทำให้สวย กว่านี้อยากให้มี AI ใครช่วยวิเคราะห์ หรืออยากจะให้ทำอะไรพิมพ์ไปได้เลยครับ พิมพ์ไปได้เลยแล้วมันก็จะไปอัปเดต[เพลง] ตัวdasชบอร์ดตรงนี้ให้สวยงามให้เข้ากับ สิ่งที่คุณต้องการ use casสของมันจริงๆ
อ่ะความพิเศษของมันผมมองว่ามันพิเศษมาก มันสำคัญมากเหตุผลเพราะว่าคุณไม่ต้องมา นั่ง export data แล้วสั่งซ้ำแล้วสิ่ง ที่คุณทำอย่างเดียวเลยก็คือเข้ามาที่ เอกสารตัวนี้แล้วมาที่ Social Media Data สมมุตินะว่า Social Media Data ตัวอ่าผมลองเพิ่มไปวันที่ผมลองเพิ่มตรง นี้เป็นวันที่ 27 นะ 27 แล้วผมขึ้นตรงนี้ เป็น TikTok ผมเป็นคำว่า test content แล้วผมก็ใส่ตัวเลขตรงนี้เวอร์ๆเลยอ่ะ ประมาณนี้อันนี้คือผมอัปเดตในsheทนะครับ sheีทนี้อยู่ในคอมพิวเตอร์ของผมอัปเดตตัว เลขในชีทนี้เรียบร้อยละอ่าผมกดบันทึก เรียบร้อยกดบันทึกโอเคกดบันทึกนะครับ บันทึกก็ต้องเป็นไฟล์โอเคพอดีว่าเครื่อง นี้ไม่มี csv หรือเปล่าเดี๋ยวผมลองดูนะพอ มันบันทึกแล้วไม่ใช่ไฟล์เดิมโอเคตัวเลข มันจะไม่อัปเดตนะครับเวลาบันทึกเนี่ยมัน ต้องเป็นบันทึกไฟล์เดิมนะครับเมื่อบันทึก ไฟล์เดิมตัวเลขข้อมูลตรงนี้มันจะอัปเดต แต่เนี่ยถ้าผมดูมาเนี่ยเดี๋ยวผมลองดูว่า มันเปลี่ยนนามสกุลได้มงั้นเดี๋ยวผมลอง เปลี่ยนชื่อตรงนี้เป็นชื่อ 1 ตรงนี้เป็น csv ตรงนี้เป็น csv ของมันน่าจะเข้าใจกันนะครับเพราะว่า data ตัวถ้าเราอัปเดตข้อมูลในไฟล์นี้นะครับ เป็นวันที่ 27 หลังจากอัปเดตวันที่ 27 เราเข้ามาที่ Artifact แล้วกดมาที่เมนู ด้านซ้ายข้อมูลตัวเลขตรงนี้มันจะอัปเดต ให้นะครับเนื่องจากเครื่องผมเป็น Mac แล้วยังไม่ได้ลงตัว Excel มันก็เลยกลาย เป็น.V SV แล้วมันเพี้ยนแต่เดี๋ยวผมพาไป ดูอีก นึงน่าจะใช้งานได้ประโยชน์มากกว่านี้ที่ คนส่วนมากใช้กันนะครับเพราะว่าอันเนี้ย มันมีข้อจำกัดอยู่อย่างนึงข้อจำกัดของมัน คือมันทำงานในเครื่องเราหมายความว่าคุณ เนี่ยต้องอัปเดต data อยู่ในเครื่องตัว เองเพราะมันเป็นไฟล์ Excel และคุณก็จะดู report ดูdasชบอร์ดตรงนี้เองคนเดียวแต่ casสที่ผมจะแชร์ต่อและอันเนี้ที่ผมเตรียม มาหลักๆเลยก็คือจะเป็นตัวนี้เป็นตัวนี้ เดี๋ยวผมพาไปดูข้อมูล use casสอันนี้ก็ คือเรามีตัวเลขตัวนี้นะครับเรามีตัวเลข ข้อมูลที่เป็นไฟล์ Social Media Analytic หรือเป็น stat จะเป็นยอดขาย เป็นข้อมูลอะไรก็ตามอยู่บน Google Sheet อันนี้เป็น Google Sheet นะซึ่ง Google Sheet มีอัปเดตตัวเลขตลอดเวลาเห็นมั้ ครับอัปเดตตัวเลขตลอดเวลาอันเนี้ยผมใช้ งานได้จริงและถ้าเราเป็นบริษัทเป็นทำงาน กับลูกค้าก็ใช้งานได้ดีมากๆเลยเวลาในการ ซื้อทolเครื่องมือในการทำ data dasชboบอร์ดอะไรได้ไปเลยยกตัวอย่างเช่น คุณอัปเดตตัวเลขตรงนี้เป็น sheat ทีมงาน เป็นคนอัปเดตเพราะ Google Sheet คนเข้า มาได้หมดเลยพนักงานทีมงานของคุณเป็น แอดมินมีอยู่ 3 คน 3 คนเข้ามาอัปเดตชีท ตรงนี้เมื่ออัปเดตชีทตรงนี้เราเป็นเจ้า ของบริษัทเราเป็นหัวหน้าทีมเราก็พิมพ์แบบ นี้ว่าอยากให้ทำ live dasboard artifact จากข้อมูล social media sheet นี้แล้ว แปะ Google Sheet โดยวขอดูข้อมูล effect นี้โดยให้ทีมงานเป็นคนอัปเดตชี้ทุกวันผม เป็น CEO ดูข้อมูลDashชบอร์ดผ่าน Live Artif ทีมงานอัปเดต data รายวันผ่าน Google Sheet อันเนี้ยมันจะช่วยเราได้ และผม[เพลง] ไม่ต้องไปทำงานให้พนักงานมาทำงานเครื่อง ผมก็ทำงานอยู่เครื่องผมพนักงานก็อัปเดต Data ใน Google Sheet นะครับแล้วเรามา ดูตัวเลขตัวเลขตรงนี้กดรีฟรชทีนึงอัปเดต แล้วโอเคกดเข้าไปที่sheีทตรงนี้อ่ะมาดู ตอนคำสั่งของผมที่ผมสั่งนะผมสั่งตรงนี้ ใช่มยข้อมูลตรงนี้อ่ะลองมาดูตัวเลขตัวเลข ณวันนี้มันคืออันนี้ใช่มั้ยโอเคคืออันนี้ ตัวเลขอัปเดตล่าสุดอ่ะสatดีสุดคือ TikTok แพลตฟอร์ม TikTok นะครับยอดเป็นยังไงเป็น ตัวเลขแบบนี้กราฟที่วิ่งวิ่งเป็นแบบนี้นะ ครับสatเป็นแบบนี้ข้อมูลทุกอย่างจบวันที่ ประมาณที่วันที่เท่าไหร่วันที่ 30 ผมบอก ว่าทีมงานอัปเดตข้อมูลวันที่ 30 เหมือน กันเป็น Facebook แต่ผมเปลี่ยนตัวเลขเป็น อ่ะอันนี้เป็น 99 แล้วกันสมมุติว่าทีม อัปเดตตัวเลขสมัยก่อนถ้าเราใช้ Cross Coverk เราก็ต้องมา export data ส่ง เจ้านงเจ้านายณวันนี้ไม่ต้องเราก็รอเดี๋ มันจะรีเฟรชเวลาอยู่มันจะไม่ถึงไม่ไม่เร time ขนาด 100% อ่ะลองดูนะตั้งแต่ที่ผม ก่อข้อมูลไปเมื่อกี้เดี๋ยวเราจะใช้เวลาดู ว่าตัวเลขที่มันอัปเดตอ่ะมันจะใช้เวลากี่ นาทีนะครับเดี๋ยวอันนี้เดี๋ค่อยกลับมา แล้วเดี๋ยวเรามาดูdata้าที่เราใส่ตัวเลข ไปเดี๋ยวมันจะอัปเดตขึ้นมานะครับโอเคตัว เลขอัปเดตแล้วเห็นมั้ยครับเมื่อกี้เราใส่ 999 เห็นมะเห็นมั้ครับว่ารวมกันทุกช่อง ทางคือเป็น 1 ล้านนะครับระยะเวลาถ้าดูนะ เมื่อกี้เราอยู่ที่ชีทนี้ทีมงานลองนึกภาพ ว่าอันนี้คือพนักงานเราทีมงานเรากรอก ตัวเลขตอนนี้เราอยู่ที่ฮ่องกงฮ่องกงเราเปิด คอมพิวเตอร์ขึ้นมาเราก็กดมาที่ stat ของ เราดูซิอัปเดต data ขึ้นมาละเราก็จะเห็น ตัวเลขว่าเฮ้ยวันนี้ทำไมยอดมันพุ่งจังวะ ช่องทางไหนอ๋อช่องทาง Facebook ไลฟไลฟ์สด โอ้โหมีลิสเท่านี้ตัวเลขเป็นแบบนี้เรา สามารถดูdata้าจากตรงนี้ได้เลยอันนี้คือ use case ที่ผมมองว่าเอ้ยเวิร์คมากเลย เราก็จะเห็นว่าตัวเลขที่เราอัปเดตไปมัน อัปเดตขึ้นมากึ่งๆ Real Time แล้วกันคำ ว่า Real Time ในที่นี้คืออัปเดตใน Google Sheet เราขึ้นเลยแต่อันเนี้ยมัน จะรอสัก 1 นาทีแล้วกันนะครับข้อมูลถึง ขึ้นถัดมานะครับอ่ะเดี๋ยวลองดู Morning Beef ก็พิมพ์ตามเมื่อกี้เลยมันก็ไปขอ อีมงอีเมล CEND เราก็จะได้ตารางตรงนี้มา อันนี้เราให้มันทำเนอะมันก็จะทำออกมาเป็น ดึงข้อมูลมาต่อไปเราก็สามารถไปดู Morning Beef ตรงนี้ได้นะครับมี New Lead เข้า มาวันนี้มีCar้าที่ค้างอยู่มี Speak 20 นาที Future Skill อ่าดูมีอะไรบ้างวัน นี้ไม่มีงานเร่งด่วนไม่มีอะไรวันนี้ เคลียร์นะครับเราเปิดคอมมาก็รีเฟรชทีนึง เราก็เห็นข้อมูลอัปเดตล่าสุดเลยนะครับไม่ ต้องไปเช็คข้อมูลอะไรให้ยุ่งยาก 1 ช่อง ทางเห็นเลยทันทีครบทุกอย่างถัดมาอ่ะอัน นี้ก็จะเป็นในส่วนของ Morning Beef ซึ่ง หน้าตาเป็นแบบนี้เลยก็copี้ตรงนี้ไปแล้ว ก็ไปทำซึ่งอันนี้เราทำมาเรียบร้อยแล้วถัด มาก็จะเป็นในส่วนของ sale DASชบอร์ดอ่า อันนี้เมื่อกี้ก็ทำเบื้องต้นแล้วนะครับ ถ้าใครอยากลองไปทำก็สามารถพิมพ์คำสั่งนี้ ได้เลยแต่ถ้าเป็นนักเรียนคังแสงก็เดี๋ยว ไฟล์เอกสารชุดนี้นะครับผมจะอัปโหลดเข้าไป ในห้องเรียนที่เป็นคลังแสงนะครับสามารถ เอาไปดาวน์โหลดได้เลยนะครับแล้วก็ถัดมาก็ จะเป็นในส่วนของ Content Performance ก็ ที่ทำให้ดูแล้วเมื่อกี้อัปเดต Data Real Time ผ่าน Google Sheet ก็สามารถcopี้ ตรงนี้ไปใช้ได้เลยส่วนใครที่เป็นนักเรียน คังแสงก็สามารถมาใช้ 100 สกิลตรงนี้เอาไป ใช้งานสำหรับธุรกิจคุณได้แล้วก็มีarิct อีก 4 ตัวที่เป็น template ที่ไลฟ์สดวัน นี้อีก 4 ตัวอนาคตถ้ามีตัวไหนมาผมจะ อัปเดตเข้ามาอยู่ในระบบตัวนี้ sal.mussocial.com newsocial.com ส่วน ใครที่มือใหม่มากๆยังไม่เค้าเรียกว่ายัง เพิ่งเริ่มต้นนะครับก็อยากลองใช้ก็กด ดาวน์โหลดฟรีนะครับก็จะมี 7 สกิลพื้นฐาน ให้ลองไปฝึกใช้งานดูก็กรอกอีเมลมาแล้วก็ ดาวน์โหลดนะครับคุณก็จะดาวน์โหลดในส่วน ของสกิลไปลองฝึก setup ฝึกใช้งานดู
สรุปนะ ครับสกิลบctเป็นระบบครบวงจรอธิบายแบบนี้ ว่าตั้งแต่ที่เราเริ่มมาคิorkเนี่ยเรา เริ่มต้นมาคือเราคุยเพื่อให้มันทำข้อมูล ให้เราทำงานให้เราให้เรียบร้อยสิ่งที่เรา อัปเกรดตัวเราขึ้นมาคือเราทำเป็นสกิลสกิล ความหมายคืองานอะไร[เพลง]ที่เราทำซ้ำๆเรา เซตเป็นสกิลเพื่อให้เราสามารถสั่งครั้ง เดียวแล้วมันทำทั้งหมดให้ยกตัวอย่างเช่น สรุปตอนเช้าให้เราหน่อยปกติตอนเช้า พฤติกรรมของเราคือเข้าเช็คอีเมลเข้าดู ปฏิทินเข้าไปดูทักงานในสกในคickอหรือใน ระบบอะไรก็ตามที่เราใช้งาน Work Workflow ของเราเป็นแบบนี้ต้องทำ 1 2 3 4 5 ทุกเช้าเราบอกว่าช่วยสร้างสกิลให้หน่อย Skill Morning Deep Skill Morning Deep ก็คือ 1 เริ่มต้นให้เข้า Gmail และ สรุปอีเมลสำคัญมาให้เรา 2 เข้าCนend ประชุมสำคัญในวันนี้มีอะไรบ้าง 3 เข้าไป ที่คick Up เข้าไปที่ Slack เพื่อไปดูว่า มีงานอะไรที่ mention ถึงเรามยแล้วก็ 4 สรุปงานทั้งหมดว่าเราต้องทำแtionั pary งานแบบไหนโฟกัสงานอะไรบ้างช่วยสร้างมา เป็นสกิลให้หน่อยวันถัดมาเราตื่นเช้าขึ้น มาเราไม่อยากทำ 5 ข้อนี้ะเราพิมพ์ว่า Morning Beef เราพิมพ์ว่าสรุปเช้านี้ มันจะไปทำ 5 ข้อที่เราคุยกันเมื่อกี้ส่ง มาให้เราอันนี้ก็คือสกิลบวกอ่า MCP หรือ Connector แล้วก็เราบอกว่าเอ้ยเราขี้ เกียจพิมพ์อ่ะต้องมานั่งพิมพ์ทุกวันเลย สรุปตอนเช้าสรุปงานตอนเช้าให้หน่อยเราก็ ตั้งเป็น schedule schedule ก็คือกำหนด ไว้เลยว่าทุกเช้าตอน 7:00 น.ให้มันทำ 5 อย่างที่เราพูดมาเมื่อกี้ทุกครั้งทุก ครั้งที่เราเปิดเครื่องมาเราคุยกันไปสกิล กับ schedu เรียบร้อยละแต่ณวันนี้เราคือ คุยเรื่อง arct ครั้งเดียวเรามีสกิลเรียบ ร้อยเราไม่ต้องตั้งเราเอาสกิลอันนั้นที่ เราทำมาทำเป็น artifct artifct เปลี่ยน คำเนอะอันแรกคือตอนแรกเราสร้างสกิลสกิล ที่เราต้องการถ้าพิมพ์คำว่า Morning Beef จะทำ 5 ข้อนี้ทุกวันเราจะพิมพ์คำว่า Morning Beef มันจะทำ 5 ข้อนี้กลับมา ให้แต่ artifact คือสร้าง artifact live artifact dashboard โดยเราต้องการ dasชboบอร์ดแบบ Morning Beef และเอาสกิล ที่เราทำสกิลมาก็ได้ความหมายคือสร้าง live dashboard โดยที่ใช้สกิล Morning Beef มันจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติคือเราเพียง แค่เข้ามาที่ CR แล้วเปิดที่ Morning Beef เราก็จะเห็น data ทุกเช้าที่เรา เปิดเครื่องแล้วเราก็จะอัปเดต data ได้ เลยเราอยากดูเซลล์DASชบอร์ดเราก็เปิดขึ้น มาแล้วเราก็ดู data ของเซลล์DASชบอร์ดอ่า สมมุติเราเป็นผู้บริหารเรามีDASชบอร์ดอัน นึงที่เป็นเซลล์เรากดมาเราก็ดูเซลล์เรากด มาอีกอันนึงอ่ะอันนี้เห็นเป็นยอดขายเป็น เซลล์แบบนี้เก็บข้อมูลมาจากไหนนะครับ โปเจecterเราดูซิเราเป็น PM โปเjecter เป็นยังไง[เพลง]ไลineงานเป็นแบบไหนตอนนี้ เรามีงานอะไรที่อrackงานอะไรที่แบบ delดีลayงานอะไรที่เสี่ยงนะครับเรามาดู โซเชียลมี Media das Dashboard สถิติ เป็นยังไงบ้างเห็นมั้ครับเราดูข้อมูล เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจะรวมมาที่เราคุณ ทำเป็นรอทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยมันคือ Law data นะมันเป็นdata้าแบบไฟล์เอกสารที่ เป็นไฟล์แบบนี้แต่เอามาทำเป็นdasชบอร์ด สวยงามแบบนี้แล้วเราสามารถ customiz ปรับ แต่งdashชboardดที่เราต้องการได้เราอาจจะ พิมพ์ประมวาว่าช่วยทำ report ที่เป็น dasชboardดที่ใช้โมเดลในการทำdasดชบอร์ด ระดับโลกให้ AI ไปรีเสิร์ชมาว่า dasดชบอร์ดที่คนระดับโลกอ่ะที่เป็น framewkร์หรือเป็นมาตรฐานระดับโลกอ่ะเค้า ดีไซน์dasชบอร์ดหน้าตาเป็นแบบไหนให้เอา แบบนั้นน่ะมาทำเป็นdasชบอร์ดให้เรารูปแบบ ก็จะเปลี่ยนไปถ้าไม่เป็นdasชบอร์ดได้มั้ ทำเป็นสรุปประชุมก็ได้ทำเป็น PDF ก็ได้ทำ เป็น PowerPoint ก็ได้ทำเป็นCanvาก็ได้ทำ ได้หมดเลยถ้าคุณดูมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่า ภาพของ AI ในหัวคุณน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว ครับจากเดิมที่หลายคนมองว่า AI เป็นแค่ เครื่องมือถามตอบตอนนี้คุณน่าจะเห็นแล้ว ว่า AI สามารถกลายเป็นระบบ[เพลง]ทำงานได้ จริง C fork ทำให้เราเห็นว่าถ้าเราวาง ลำดับงานให้ดี AI ไม่ได้แค่ช่วยคิดหรือ ช่วยเขียนเป็นครั้งแต่มันสามารถช่วยจัด การงานหลายขั้นตอนสร้าง workflow เชื่อม โยงข้อมูลสร้างไฟล์วิเคราะห์วางแผนและทำ งานซ้ำให้เป็นระบบมากขึ้นเพราะสุดท้ายคน ที่ใช้ AI ได้ผลลัพธ์จริงไม่ใช่คนที่ลอง เครื่องมือเยอะที่สุดแต่คือคนที่รู้ว่าจะ เอา AI ไปวางไว้ตรงไหนของงานตัวเองถ้า คอร์สคิorkนี้ทำให้คุณเริ่มเห็นแล้วว่า AI ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยตอบคำถามแต่สามารถกลาย เป็นระบบที่ช่วยสร้างงานสร้าง workflow สร้างผลลัพธ์ได้จริงขั้นต่อไปคือการเรียน รู้ให้[เพลง]ลึกขึ้นเป็นระบบขึ้นและเอา AI ไปต่อยอดกับงานด้านอื่นๆได้มากขึ้นใน คอร์สเรียนถัดไป[เพลง]ผมจะพาคุณต่อยอดจาก จุดนี้ไปสู่การใช้ AI ที่กว้างขึ้นลึก ขึ้นและสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้นแล้วเจอกัน ใหม่ในคอร์สเรียนถัดไปครับ