Transcription
โลกใบนี้ถูกปกครองโดยเผ่าพันธุยุงครับ ฐานะทางสังคมของพวกเขาตัดสินกันที่ความยาวและความแหลมคมของจมูก
แต่ทว่ามียุงตัวหนึ่งที่มีจมูกสั้นทู่เลยถูกราชาแห่งยุงดูถูกเหยียดหยาม ถูกใช้เป็นบันไดเหยียบย่ำและกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของทุกคน
ถึงอย่างนั้นราชาผู้หวงแหนชีวิตตัวเองก็ยังออกคำสั่งให้ขบวนรถไฟออกเดินทาง บรรดาลูกน้องคนสนิทต่างพากันพักผ่อนอย่างสบายใจในตู้โดยสาร แต่เจ้า ยุงจมูกสั้นตัวนี้กลับถูกบังคับให้ตักถ่านหินใส่เตาไฟอย่างไม่หยุดหย่อน
ยิ่งเขาตักถ่านหินใส่เร็วเท่าไหร่รถไฟก็ยิ่งเร่งความเร็วมากขึ้นเท่านั้น ราชาเริ่มรู้สึกว่ารถไฟยังวิ่งช้าไปเลยสั่งให้ทหารยามเข้าไปคุมเข้ม เจ้ายุงน้อยถูกบีบคั้นอย่างหนักจนต้องรีบโกยถ่านหินใส่เตาให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้รถไฟพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเกรี้ยวกราด
ผู้โดยสารในตู้ต่างพากันตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ ส่วนราชาก็นั่งยิ้มกลิ่มอย่างพอใจอยู่ข้างใน แต่พอรถไฟวิ่งขึ้นเนินความเร็วก็ค่อยๆลดลง ราชาจึงตะคอกสั่งให้เร่งเครื่องทันที
ในเสี้ยววินาทีที่เครื่องจักรกลอันโหดร้ายกำลังบีบคั้นเขา จู่ๆรถไฟก็พุ่งลงเนินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีควันประหลาดพวยพุ่งขึ้นมา ราชาเริ่มไม่สนใจอะไรทั้งนั้นและสั่งให้เพิ่มแรงดันเข้าไปอีก
โจยยุงน้อยพยายามอดทนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป จนในที่สุดขีดจำกัดก็มาถึง เขาตัดสินใจคว้าเชือกเอาไว้และเริ่มต่อต้าน แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่น้อยกว่าเขาเลยถูกเหวี่ยงจนกระเด็น ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้และลุกขึ้นมาจับเชือกให้แน่นอีกครั้ง
พวกทหารยามโกรธจัด แต่ในจังหวะนั้นเองเจ้ายุงน้อยก็ปล่อยมือจากเชือกอย่างกะทันหัน ปล่อยให้พวกทหารต้องรับแรงกระแทกไปเต็มๆ
และเมื่อราชากับเหล่าทหารสูดดมควันประหลาดเข้าไปอีกครั้ง พวกเขาก็คลุมคลั่งจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ บางตัวถึงขั้นพุ่งเข้ามาโจมตีเจ้ายุงน้อย ราวกับว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
เขาพุ่งสวนกลับไปอย่างไม่คิดชีวิตและผลักศัตรูจนถอยร่อน ตั้งแต่วินาทีนั้นราวกับว่าเขาได้รับพลังวิเศษจากควันประหลาด เขาควบคุมเปลวเพลิงและจัดการปิดฉากชิชีวิตของราชาลงได้อย่างราบคาบ
จู่ๆขบวนรถไฟก็พุ่งข้ามกาลเวลาย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นก่อนที่รถไฟจะออกเดินทาง และทันใดนั้นเองราชาก็ล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้น และผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาในครั้งนี้ก็คือเจ้ายุงตัวจ๊อยนี่เอง