Transcription
จากตึก สตง. ถล่ม สู่เครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ วันนี้จะพาไปย้อนดู 5 อุบัติเหตุร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้น และทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับบริษัทอิตาเลียนไทยค่ะ
ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน ปี 2560 ค่ะ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อถึงรังสิต ตอนนั้นอุปกรณ์ยกแท่งปูน หรือว่าตัว লঞ্চเชอร์ร่วงหล่นทับคนงาน ทำให้มีคนเสียชีวิตทั้งหมด 3 คนค่ะ
ครั้งต่อมาคือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปี 2565 ค่ะ ที่โครงการวัน แบงคอก ตอนนั้นโครงสร้างค้ำยันแบบเทคอนกรีตเนี่ย พังถล่มลงมาตอนที่กำลังเทปูน ทำให้มีคนเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 4 คนค่ะ
แล้วก็มาถึงเหตุการณ์ที่ทุกคนน่าจะจำได้ดีนะคะ กับเหตุการณ์ตึก สตง. แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างถล่มพังลงมาทั้งตึก ตอนนั้นมีคนเสียชีวิตทั้งหมด 92 คน สูญหาย 4 คน และบาดเจ็บอีก 9 คนค่ะ
ก่อนที่จะมาเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเมื่อวานนี้ 14 มกราคม เครนรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถล่มลงมาทับรถไฟช่วงสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ทำให้รถไฟเนี่ยตกราง แล้วก็เกิดไฟไหม้ มีคนเสียชีวิตมากกว่า 30 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 64 คนค่ะ
ซึ่งกรณีของตึก สตง. กับเครนถล่มทับรถไฟที่นครราชสีมาเนี่ย มีจุดที่น่าสนใจก็คือว่า มีบริษัทอิตาเลียนไทยเป็นผู้รับผิดชอบงานก่อสร้าง โดยที่มี China Railway International และบริษัท China Railway Design Corporation เป็นคนคุมงานค่ะ ฟังชื่อบริษัทนี้แล้วก็น่าจะคุ้นๆกันใช่ไหมคะ ใช่ค่ะ เพราะว่าทั้ง 2 บริษัทนี้ มีความเกี่ยวพันกับบริษัท China Wellway Number 10 ประเทศไทยจำกัด หรือก็คือบริษัทที่ก่อสร้างตึก สตง. ที่พังถล่มลงมา นั่นแหละค่ะ
และล่าสุดของล่าสุดเมื่อเช้านี้ เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแล้วค่ะ ที่ถนนพระราม 2 เกิดเหตุคานปูนและเครนถล่มช่วงถนนพระราม 2 ขาออก ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนนะคะ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 2 คนค่ะ
ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยเนี่ย ก็คุ้นชินกับอุบัติเหตุที่ถนนพระราม 2 ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกลายเป็นภาพหลอน ไม่มีใครอยากจะขับผ่านถนนเส้นนี้ นะคะ ซึ่งในช่วงปี 2564 ถึงปี 2567 ค่ะ ตรงที่ที่มีการก่อสร้างโครงการทางยกระดับถนนพระราม 2 เนี่ย เกิดเหตุคานปูนถล่ม แล้วก็โครงเหล็กยกชิ้นส่วนพังถล่มทับคนงานหลายต่อหลายครั้ง ทำให้มีคนเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 8 คนค่ะ
เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตไปเป็นจำนวนมาก แต่บริษัทแห่งนี้ก็ยังคงได้รับงาน โดยเฉพาะงานจากภาครัฐมาโดยตลอด แล้วก็เป็นโครงการใหญ่ๆ ด้วย คำถามก็คือว่า แล้วใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบกับเรื่อง หรือสุดท้ายแล้วก็ลอยนวลพ้นผิด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีกตามเคย ยังไงเดี๋ยวเราก็ต้องมารอติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้กันต่อไปค่ะ