Transcription
คุณเคยถูกใครสักคนทำร้ายด้วยคำพูดไหมครับ? คำพูดที่เหมือนมีดแหลมๆ กรีดลงกลางใจ ฟังจบไปตั้งนานแล้ว แต่เสียงนั้นยังคงวนเวียน สร้างความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าคุณกำลังแบกความรู้สึกหนักอึ้งนี้ไว้ วันนี้ผมมีเรื่องราวของชายคนนึงมาเล่าให้ฟังครับ เขาเผชิญหน้ากับคำด่าทอที่หยาบคายที่สุด แต่กลับไม่ยอมให้คำพูดเหล่านั้นสร้างรอยแผลให้เขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาล มีพราหมณ์คนหนึ่ง ชื่อว่าอัโกสกภารทวาชะ วันหนึ่งเขารู้สึกโกรธแค้นอย่างหนัก ที่คนในครอบครัวพากันไปบวชในสำนักของพระพุทธเจ้า พราหมณ์คนนี้บุกไปหาพระพุทธเจ้าถึงที่ แล้วสาดซัดคำด่าทอที่หยาบคายและรุนแรงที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะสรรหามาด่ากันได้ ลองจินตนาการดูนะครับ หากมีใครมายืนชี้หน้าด่าคุณฉอดฉางที่สาธารณะ สัญชาตญาณของเราคงต้องตอบโต้ หรือไม่ก็เจ็บปวดจนน่าชา
แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าทำกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พระองค์ไม่ได้สวนกลับ ไม่ได้แก้ตัว และไม่ได้แสดงความโกรธเคืองใดๆ ออกมาเลย พระองค์เพียงแค่นั่งนิ่งสงบ และรับฟังพายุอารมณ์นั้นด้วยความเมตตา จนกระทั่งพราหมณ์ด่าจนหอบและหยุดไปเอง
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "พราหมณ์ เวลาที่ท่านมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน ท่านเคยจัดของต้อนรับพวกเขามั้ย?" พราหมณ์ตอบอย่างหงุดหงิดว่า "ก็ต้องเคยสิ" พระพุทธเจ้าจึงถามต่อว่า "แล้วถ้าแขกเหล่านั้นไม่ยอมรับของที่ท่านจัดเตรียมไว้ ของเหล่านั้นจะตกเป็นของใคร?" พราหมณ์ตอบทันทีว่า "ถ้าเขาไม่รับของนั้น ก็ต้องตกเป็นของข้าพเจ้าดังเดิม"
พระพุทธเจ้าจึงแย้มพระโอษฐ์แล้ว ตรัสประโยคที่สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจของพราหมณ์ว่า "เช่นเดียวกัน พราหมณ์ วันนี้ท่านนำคำด่าทอหยาบคายมามอบให้เรา แต่เราไม่ขอรับมันไว้ ดังนั้น คำด่าทอทั้งหมดนั้น ย่อมตกเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว"
เรื่องนี้ซ่อนความจริงที่ลึกซึ้งมากครับ เวลาที่คนอื่นทำร้ายเราด้วยวาจา เรามักจะเผลอยื่นมือไปรับเอาขยะเหล่านั้นมาใส่ไว้ในใจตัวเอง แล้วก็มานั่งเจ็บปวด แต่ในความเป็นจริง คำพูดของคนอื่นจะไม่มีวันทำร้ายเราได้เลย หากเราไม่อนุญาตและไม่รับมันเข้ามา
ถ้าวันนี้คุณกำลังเจอใครที่สาดคำพูดแย่ๆ ใส่ ลองถอยออกมา 1 ก้าว หายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า นั่นคือของฝากที่เขาเอามาให้ และคุณมีสิทธิ์เต็มที่จะปฏิเสธไม่รับมันครับ ทิ้งขยะเหล่านั้นไว้กับเจ้าของ แล้วรักษาพื้นที่ในใจของคุณให้สงบงามต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้เสมอครับ