📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

มองโลกจากดาวอังคาร EP.6 Tax the Rich! นิวยอร์กลุยเก็บภาษีคนรวย

คณะก้าวหน้า - Progressive Movement24:26

Transcription

สวัสดีค่ะ สวัสดีทุกคนนะคะ หลังจากวันหยุดสงกรานต์ที่ทุกคนก็จำนวนมากหยุดยาวกันไปนะคะ ก็คือหยุดข้าม 2 weekend ไปนะคะ แล้วก็เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็น่าจะเป็นวันที่กลับเข้าสู่การทำงานอย่างพร้อมเพรียงกันเป็นวันแรกนะคะ แต่ว่ารถก็อาจจะยังไม่ค่อยติดเท่าไหร่เนาะ เพราะว่าเอ่อ แม้ว่าน้ำมันจะเริ่มราคาถูกลงจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนกับว่าจะดีขึ้นนะคะ แต่ว่าก็ยังโล่งๆ กันอยู่เนาะ อาจจะเป็นเพราะว่านักเรียนจำนวนหนึ่งก็ยังติดเทอมอยู่ด้วยนะคะ

วันนี้เอ่อ มองโลกจากดาวอังคารนะคะ กลับมาพบกันเหมือนเดิม และก็เหมือนเดิมเช่นเดียวกัน ขี้เกียจพูดเรื่องทรัมป์ ฮอร์มุส แล้วก็อิหร่านแล้วนะคะ เพราะว่าตามสถานการณ์กลับไปกลับมาทุก 2 ชั่วโมงของทำไม่ไหวนะคะ ก็ชวนมาเล่าเรื่องที่ตอนเนี้ยมันมีบทสนทนาเกี่ยวกับภาษีนะคะ อันเกิดจะมีแบบว่าข่าวลือเฟกนิวสใดๆ นะคะ ที่บอกว่าจะมีการขึ้นแท็ก 10% นะคะ ขึ้นแวต ไม่ใช่แท็กนะคะ ขึ้นแวต 10% แล้วก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องภาษีกันมากมายนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าเพิ่งผ่านพลช่วงของการยื่นภาษีเอ่อ รายได้บุคคลธรรมดาไปด้วยนะคะ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

และในช่วงนี้เนี่ยนะคะ มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับภาษีที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่นิวยอร์กซิตี้นะคะ นครนิวยอร์ก จริงๆ แล้วเอ่อนายกคนใหม่ของนิวยอร์กเพิ่งชนะเลือกตั้งหมาดๆ นะคะ เมื่อช่วงเอ่อ ปลายปีที่แล้ว ปีที่แล้วนี่เองนะคะ ก็คือซอรัน มัมดาีนะคะ ก็เป็นแบบชัยชนะที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะว่าเขาอายุน้อยมากเนาะ อายุ 34 แล้วก็เป็นจะบอกว่า no body ก็ไม่เชิงนะแม่ เขาเป็นผู้กำกับคิดโด่งดังมากๆ ระดับโลกเลยนะคะ แต่ว่าโดยตัวเค้าเองเนี่ย ก็ถูกมองว่าเป็นฝ่ายซ้าย เป็นเดโมแครตฝ่ายซ้ายมากๆ แล้วก็มีนโยบายเพื่อแบบผู้อพยพ เพื่อแบบอารมณ์แบบ Batman นะคะ แบบตัวแทนคนจนสู้คนรวยอะไรอย่างเงี้ย แล้วพอเขาได้ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีของนิวยอร์ก เขาก็พูดแล้วทำนะคะ ทำตามสัญญาหาเสียงไว้อย่างจริงจังมากนะคะ หนึ่งในนโยบายที่ตอนนี้เป็นที่พูดถึงกันมากๆ เนี่ยก็คือนโยบาย Tax the Rich นะคะ

เขาประกาศในวัน Tax Day ของสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ ว่าได้เวลาแล้วที่จะเก็บภาษีคนรวยให้มากขึ้นนะคะ ความแรงของเรื่องนี้ก็คือนางไปถ่ายคลิปเปิดตัวการแบบไวเนี้ย ที่หน้าเพนเฮส์หรูหรานะคะ ของมหาเศรษฐีท่านหนึ่งนะคะ ซึ่งก็แบบอารมณ์ว่าพูดไปแล้วก็ยกตัวอย่างว่า เช่น penthouse อันเนี้ยจะต้องโดนเก็บภาษีแน่นอนนะคะ เป็นแบบว่า co รายหนึ่งนะคะ ซึ่งแบบเป็นมหาเศรษฐีที่ที่โด่งดังนะคะ แล้วก็สไตล์ของนี่นะ บอกว่าแกไม่รอดแน่ พวกคนรวยนะคะ จริงๆ ที่เขาพูดก็ถูกเนาะ ก็คือมันได้เวลาแล้วล่ะ ที่คนรวยเนี่ยจะมี contribution นะคะ หรือว่ามอบอะไรให้กับเมืองมากกว่าคนจนสักหน่อยนึงนะคะ คือ New York City เนี่ยมันอาจจะเรียกได้ว่า เป็นหัวใจของทุนนิยม ไม่ใช่แค่ของสหรัฐแต่ของโลกนะคะ เอาเฉพาะในสหรัฐเนี่ย New York City เป็นที่อยู่ของ 1 ใน 5 ของ Ultra Rich ของสหรัฐอเมริกา นะคะ แล้วก็ในโลกเนี่ยแน่นอนก็คือมหาเศรษฐีท่านใดในโลกนี้เนี่ย ก็มักจะต้องมี penthouse มีบ้านมีช่องอยู่ที่ New York City นะคะ ซึ่งมันทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ใน New York City เนี่ยมันแพงมากจนคนที่เขามีชีวิตอยู่ใน New York City จริงๆ ไม่สามารถที่จะซื้อได้เลยนะคะ เอาจริงๆ กรุงเทพฯ เป็นแบบไหน นิวยอร์กก็เป็นแบบนั้น แล้วคูณไปอีกประมาณ 20 เท่า นะคะ ก็คือคน ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครจริงๆ อ่ะ ถามว่าทุกวันเนี้ยมีตังค์พอที่จะซื้อบ้านในกรุงเทพฯ หรือเปล่า นะคะ ทุกวันนี้คือดิฉันถอยจนไม่รู้จะถอยยังไงแล้วใช่มั้ยคะ ถอยไปชานเมืองจนแบบออกไปไกลมากแล้ว แล้วก็ต้องเสียตังค์ค่ารถ และเสียเวลาในการเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง บางทีชั่วโมง 2 ชั่วโมง เพราะว่าบ้านในกรุงเทพฯ เนี่ยมันแพงเกินไปที่จะซื้อแล้วนะคะ แล้วก็บางคนก็ไม่ได้สะดวกที่จะอยู่คอนโดใช่มั้ย บางคนเป็นมีครอบครัวมีลูกอะไรอย่างเงี้ย มีสัตว์เลี้ยงอย่างเงี้ย เขาก็ไม่ได้สามารถที่จะอยู่คอนโดได้นะ

อ่ะ กลับมาที่นิวยอร์กของเรานะคะ Any way เอ่อ เก็บภาษีบ้านคนรวยเนี่ย ของนี่เนื้อหามันเป็นยังไงนะคะ มันคือสิ่งที่เรียกว่าเอ่อภาษีบ้านหลังที่ 2 แล้วกันนะคะ เอ่อภาษีบ้านหลังที่ 2 เนี่ย ลักษณะการเก็บของมันคือเขาจะเก็บยังไงนะ คะ 1 ก็คือเค้าเก็บบ้านที่ราคาเกิน 5 ล้านดอลลาร์นะคะ อสังหารที่เกิน 5 ล้านดอลลาร์ ไม่เท่านั้นนะคะ ต้องเป็นบ้านหลักที่ 2 ก็คือเป็นบ้านที่คุณไม่ได้ใช้อยู่ เป็นแบบเป็นเป็นกิจลักษณะนะคะ เพราะว่าเมื่อกี้ที่เราบอกไปคือมันมีคนรวยจำนวนมากที่มาซื้อบ้านเก็งกำไร มาซื้อบ้านเพื่อไม่รู้เหมือนกันแต่ว่าต้องการมีบ้านอยู่ใน New York City นะคะ ซื้อแล้วก็ทิ้งไว้เฉยๆ เป็นห้องว่างเปล่านะคะ เค้าก็จะเก็บภาษีไอ้ไอ้ไอ้ penthouse บ้านช่องเหล่าเนี้ยแหละนะคะ เอาจริงๆ แล้วมหาเศรษฐีไทยจำนวนมากก็น่าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ของบอมดาีไม่มากก็น้อยนะคะ

เอ่อ ไอ้บ้านที่เข้าขายที่ว่านี้เนี่ยนะคะ ที่จะโดนเก็บภาษีเพิ่มเติมเนี่ย มีอยู่กี่หลังกันนะคะ กี่หลังกี่ห้องก็เขาประเมินว่ามีอยู่ประมาณ 13,000 properties นะคะ ก็คืออาจจะเป็น penthouse apartment คอนโดบ้านอะไรอย่างเงี้ยนะคะ รวมๆ กันแล้วเนี่ย 13,000 หลัง คาดว่าจะทำให้ New York City เมืองตัวเมืองเนี่ยนะคะ มีรายได้เพิ่มขึ้นเนี่ย เอ่อประมาณ 500 ล้านนะคะ ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์นะคะ ซึ่งก็ถือว่าเยอะนะคะ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้นะคะ จริงๆ มันก็เป็นความจำเป็นทางการเงินด้วย เพราะว่านิวยอร์กเองเนี่ย เอาจริงๆ อาจจะไม่ถึงกับถังแตกนะคะ แต่ว่าก็ deficit หรือว่ามีภาวะขาดดุลทางงบประมาณเนี่ย ค่อนข้างเยอะมากๆ เลยนะคะ มี gap อยู่ที่ประมาณเอ่อ 12,000 ล้าน 12 บิลเลี่ยน แก้เยอะนะ 12,000 ล้านดอลลาร์นะคะ

นำก็พูดถึง เอ่อการใช้งบประมาณที่สุรุ่ยสุร่ายของนายกคนก่อนนะคะ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปนะคะ ก็คือเอ่อ Eric Adams นะคะ Eric Adams เนี่ยมี 1 ใน 1 ในเงินที่เขาใช้จ่ายไป อันนี้ดูแล้วก็ช็อกเหมือนกันนะ คือทำ AI chatbot เว้ย ทำ AI chatbot ราคา 600,000 ดอลลาร์จ้ะ 600,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่จ๊ะ 1,800 ล้านบาท chatbot AI นะคะ นี่นี้ก็คือหนึ่งในตัวงบประมาณที่มาดี้ยกขึ้นมาว่าแก้ดูนายกคนก่อนใช้ตั้งนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย มันมีอีกหลายรายการมากๆ ที่เป็นการใช้เงินที่สุรุ่ยสุร่าย เราก็ไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์อะไรจากมันนะคะ เค้าก็เลยบอกว่าเอ๊ะ แบบเนี้ยไม่ได้แล้วนะคะ ทำให้งบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง แล้วก็สถานการณ์การคลังเนี่ยอยู่ในภาวะยบแยบนะ คะ แล้วก็ไม่มีเงินที่จะไปใช้จ่ายในการทำสวัสดิการ หรือ affordable housing นะคะ หรือว่าบ้านราคาถูกสำหรับคนรายได้น้อยในเมืองอะไรพวกเนี้ย ของพวกนี้ถ้าจะทำมันต้องใช้งบประมาณเยอะ แต่ว่าถ้าอยู่ในสภาวะการคลำที่เยี่ยมแย่แบบเนี้ย มันก็เอาเงินไปทำสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือคนรายได้น้อยในเมืองไม่ได้นะคะ

นนนี่ก็เลยบอกว่าเฮ้ย อันเนี้ยต้องต้องหารายได้เพิ่มนะคะ แน่นอน เอ่อในวินาทีที่ประกาศออกมานะ ก็โดนด่ามากมายจากบรรดาเอ่อฝั่งอนุรักษ์นะคะ ฝั่ง Republican ฝั่งที่เอ่อรู้สึกว่านโยบายเนี้ยจะไล่เศรษฐีไปจากเมืองหรือไม่นะคะ ซึ่งก็ยืนยันว่ามันไม่จริงนะคะ เพราะว่ามีงานวิจัยจำนวนมากเนี่ยยืนยันแล้วว่า เรื่องของสถานะและความสัมพันธ์ทางสังคม รวมถึงอาชีพการงานเนี่ย มันมีผลมากกว่าอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น พูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือต่อให้นิวยอร์กจะเก็บภาษีคุณแพงแค่ไหน ถ้าคุณต้องอยู่นิวยอร์ก คุณก็อยู่นิวยอร์ก นึกออกมั้ยเออมหาเศรษฐีต่างๆ เนี่ย ถ้าคุณต้องการมีบ้านอยู่ที่นิวยอร์กซิ คุณต้องการมี penthouse อยู่ที่นิวยอร์กซิ การที่คุณจะเก็บภาษีพวกเขาเพิ่มขึ้นปีละไม่เท่าไหร่เนี่ย มันไม่ได้ทำให้มหาเศรษฐีเหล่านี้ย้ายบ้านไปอยู่เมืองอื่น เพราะว่าเอาที่จริงก็มีบ้านอยู่ที่เมืองอื่นอยู่แล้วใช่ป่ะ เช่นอาจจะมีอยู่ที่โตเกียวอยู่แล้ว มีอยู่ที่ลอนดอนอยู่แล้ว ก็ต้องมีที่นิวยอร์กด้วยนะคะ การที่ขึ้นภาษีไปเนี่ย ก็ไม่ได้มีผลในการไล่คนเหล่านี้ออกจากเมือง หรือไล่ capital หรือทุนเนี่ย ออกไปจากนิวยอร์ก City นะคะ มันไม่มีผลขนาดนั้น แล้วเขาก็มีตัวเลขมายืนยันด้วยนะคะว่าจริงๆ อ่ะ การเริ่มเก็บภาษีคนรวยในนิวยอร์ก มันก็เริ่มตั้งแต่ประมาณปี 2021 นะคะ แต่ว่าจำนวนมหาเศรษฐี หรือ Super Rich ที่อยู่ในนิวยอร์กเนี่ย ก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะฉะนั้นก็ยืนยันอันนี้โดยมัมดานะคะว่าการเก็บภาษีเนี่ย จะไม่ได้เป็นการไล่เศรษฐี หรือว่ามหาเศรษฐีออกไปจากนิวยอร์ก City นะคะ แต่ว่าในทางตรงกันข้ามเนี่ย จะได้ทำให้เมืองเนี่ยมีความเหลื่อมล้ำน้อยลง แล้วก็รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น เอามาทำสวัสดิการเพื่อสร้างความเท่าเทียม และทำให้คนเนี่ยสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบายขึ้น ดีขึ้นสบายขึ้นสักนิดนึงนะคะในนิวยอร์กนะคะ

จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่นิวยอร์กนะคะ ในในรัฐอื่นเมืองอื่นของสหรัฐเองเนี่ย ก็กำลังมีเทรนด์ไอ้ tax the rich เนี่ยอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าอันนี้ก็แบบ no brainer เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบกันดีก็คือสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่ความเหลื่อมล้ำสูงสุดในบรรดากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วรายได้สูงนะคะ ก็คือคือสหรัฐอ่ะนะคะ มันก็ขึ้นชื่อเรื่องโอกาส แล้วก็ความเหลื่อมล้ำใช่มั้ยคะ เอ่อรัฐวอชิงตันนะคะ วอชิงตันเนี่ยเพิ่งจะ approve การเก็บภาษีของผู้ที่มีรายได้สูงเนี่ย 9.9% 9% income tax นะคะ แต่ว่าจะมีผลในปี 2028 นะคะ ยังไม่ได้มีผลตอนนี้ แต่ว่ากฎหมายผ่านแล้วเรียบร้อยนะคะ

เอ่อในนิวยอร์กเองเนี่ย นอกจากการเก็บภาษีเอ่อ property นะคะ ภาษีบ้านหลังที่ 2 เนี่ย ก็ยังมีการเอ่อจะเก็บภาษีอื่นๆ อีกนะคะ ก็คือจะมีการขึ้น Corporate Tax เค้าเรียกว่าอะไร ภาษี นิติบุคคล ใช่มั้ย เงินได้นิติบุคคล ใช่ป่ะ คะ 11.5% 5% ซึ่งจะเท่ากับนิวเจอร์ซี่นะ คะ รัฐข้างๆ กัน แล้วก็จะมีการเก็บ flat rate นะคะ 2% tax กับคนที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ต่อปีด้วยนะคะ นี่ก็เป็น package tax the rich นะคะ ไม่ใช่เฉพาะการเก็บภาษีบ้านอย่างเดียว แต่ว่าก็เก็บภาษี corporate tax แล้วก็ภาษีเอ่อ รายได้บุคคลธรรมดาสำหรับคนที่มีรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ด้วยนะคะ

เอ่อสิ่งที่เขาจะเอาไปทำเนี่ย หลักๆ ก็คือทำเรื่อง affordable housing นะ หมายถึงว่าจะเอาเงินไปทำอะไรก็คือทำพวก Affordable housing นะคะ แล้วก็เอ่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับ childcare นะคะ การเอ่อดูแลเด็ก แล้วก็เรื่องของเอ่อเอ่อโครงสร้างพื้นฐานทั่วๆ ไปอื่นๆ นะคะ นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในนิวยอร์กนะคะ แล้วนอกจากนิวยอร์ก นอกจากวอชิงตันที่จะเก็บภาษีคนรวยเพิ่มขึ้นนะคะ เอาจริงๆ ในทั่วโลกเนี่ย ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างจริงจังมากๆ เลยนะคะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าความเหลื่อมล้ำในโลกเนี่ย มันมหาศาลจริงๆ เอาสถิติที่น่าสนใจเฉพาะในอเมริกาก่อนนะคะ ในอเมริกาเนี่ยในช่วงทศวรรษ 1960 เนี่ย คนอเมริกันที่รวยที่สุด 400 คนแรกจ่ายภาษีเอ่อ จ่าย 50% ของรายได้ของเขาเนี่ย เป็นภาษีนะคะ ครึ่งนึงเลยนะ แต่ปัจจุบันจ่ายแค่ 24% เฮ้ย มันหายไปเลยแบบ 1 เท่าตัว ก็คือช่วงทศวรรษ 60 นะคะ 5-60 ปีที่แล้วเนี่ย ถ้าคุณแบบเป็นคน 400 คนที่รวยที่สุดในอเมริกา คุณหาเงินได้ 100 บาท คุณจ่ายภาษี 50 บาทนะคะ แต่ปัจจุบันคุณจ่าย คุณหาได้ 100 บาท คุณจ่ายภาษี 24 บาทเท่านั้นนะคะ ดินแดนแห่งโอกาสของคนรวยอย่างแท้จริงนะคะในสหรัฐอเมริกา

เอ่อ แล้วก็ในโลกเนี่ย อันนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงกันนะคะ จริงๆ เวลามีไอ้ Global Inequality Report ออกมาเมื่อไหร่เนี่ย ประเทศไทยก็ติด top five ของโลกของเอเชียอยู่แล้ว ใช่มั้ยคะ แต่ว่าสถานการณ์โลกในเรื่องของความเหลื่อมล้ำเนี่ย มันเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่องนะคะ ก็คือถ้าเราเอา Inequality Report ล่าสุดนะคะ เอาเฉลี่ยเนี่ย 2000-2024 เนี่ย คนรวยที่สุด 1% ของโลกเนี่ย ครอบครองทรัพย์สิน 41% นะคะ 41% ของโลกของ GDP โลกนะคะ ส่วนครึ่งคนที่อยู่ครึ่งล่างนะคะ 50% ล่างของโลกเนี่ย ครอบครอง GDP 1% เอาใหม่นะ เอาใหม่นะ คือคนรวยที่สุด 1% ครอบครอง 41% นะคะ ครอบครอบครอง 41% ของ GDP ส่วนคน 50% ล่างครอบครอง GDP 1% นะคะ เพราะฉะนั้นอันเนี้ย มันเห็นได้ชัดว่าความเหลื่อมล้ำ มันหนักหนา แล้วมันก็รุนแรงมากๆ นะคะ

ก็ เอ่อเวทีโลกหลายๆ ที่นะคะ เอ่อ G20 หรืออะไรต่างๆ ก็ตามเนี่ย เขาก็เริ่มมีการพูดคุยกันถึงเรื่องของการ tax the rich นะคะ เพราะว่าจริงๆ การเก็บภาษีคนรวยเนี่ย มันต้องเป็นเค้าเรียกว่า International Corporation ใช่มั้ย เพราะว่าคนรวยเนี่ย มักจะมีเอ่อช่องทางในการเลี่ยงภาษี โดยการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน หรือการลงทุนไปตามประเทศต่างๆ เพราะฉะนั้นเวลาเขาจะ tax the rich เนี่ย มันต้องเป็นโครงข่ายความร่วมมือระดับโลก ที่แต่ละประเทศอาจจะต้องจับมือกันนิดนึงนะคะ ไม่งั้นเนี่ย เอ่อประเทศหนึ่งขึ้น ก็ย้ายไปอีกประเทศนึงก็ได้ เพื่อที่เขาจะเลี่ยงภาษีใช่ไหมคะ

ก็เราก็เดี๋ยวต้องดูนะคะว่าประเทศที่เป็นหัวหอกในการผลักดันเรื่องพวกนี้ อย่างเช่นสเปนนะคะ หรือกลุ่มประเทศเอ่อลาตินอเมริกาเนี่ย ซึ่งเค้าจริงจังกันมากกับเรื่องนี้เนี่ย จะสามารถผลักดันเอ่อวาระนี้นะคะ ในเวทีโลกได้มากหน่อยแค่ไหน แต่ว่าถือได้ว่าประเด็น inequality นะคะ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และการเก็บภาษีคนรวย เพื่อที่จะพยายามลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และเอาภาษีที่เก็บได้เนี่ย มาทำเป็นรัฐสวัสดิการ เพื่อที่จะให้คนรายได้น้อยเนี่ย เอ่อสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้เนี่ย เป็นเทรนด์ของโลกนะคะ

ส่วนในประเทศไทย ก็ยังคงถกเถียงกันอยู่นะคะว่าเราจะใช้จ่ายเงินกับรัฐสวัสดิการอย่างไรที่จะถือว่าใช้จ่าย wisely นะคะ หรือว่าเป็นการใช้จ่ายที่ฉลาดที่สุดนะคะ เอ่อวันนี้ก็มีข่าวเรื่อง พรก. ใช่มั้ย พรก. หรือ พรบ. พรก. ใช่มั้ยคะ เงินกู้อีกแล้วนะคะ มาอีกแล้ว ก็ต้องมานั่งคุยกันอีกแล้วว่าไอ้เงินกู้ที่จะกู้มาเนี่ย ตกลงมันจะเอามาเพื่อช่วยเหลือเอ่อ ผู้มีรายได้น้อย หรือกลุ่มเปราะบาง ได้อย่างยั่งยืนจริงๆ แค่ไหนนะคะ เราก็วนเวียนกันอยู่แบบนี้ว่าเอ่อรัฐจะใช้จ่ายแบบขาดดุล หรือว่าจะกู้เงินมาใช้ก็ได้ แต่ว่ามันต้องเป็นการใช้ที่พุ่งเป้าตรงเป้า แล้วก็ได้ช่วยเหลือคนที่มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบางจริงๆ แล้วก็แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจริงๆ คือการกู้เงินมาจ่ายเป็นรายเดือนให้กับผู้มีรายได้น้อยอ่ะ มันไม่ได้ทำให้มีอะไรดีขึ้นใช่มั้ยมมันก็ต้องทำแบบอยู่ร่ำไป แล้วก็ยิ่งขาดดุลหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เป็นหนี้สาธารณะมากขึ้นเรื่อยๆ ใช่มั้ยคะ

เรื่องของการขึ้นภาษีเนี่ย มันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเนาะ เพราะว่ามันไม่ใช่การกู้เงินมาปกให้กับคนรายได้น้อย แต่คือการแก้ไขที่โครงสร้างภาษี เพื่อพยายามสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมนะคะ เอ่อในประเทศไทยเนี่ย การพูดคุยกันเรื่องเนี้ย อาจจะยังน้อยอยู่นะคะ ซึ่งจริงๆ น่าจะต้องคุยกันให้มากนะคะ ว่าถ้าเราจะทำให้สังคมเป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำจริงๆ เนี่ย ทางออกมันไม่ใช่การการเอ่อจ่ายเงินให้กับคนจน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเรื่อยๆ นะคะ แต่ว่าคือการจัดการระบบภาษีที่เป็นธรรม

อ่ะทีนี้พอเข้ามาถึงประเทศไทยเนี่ย ช่อก็เผอิญเผอิญมากเลยนะคะ ในขณะที่อ่านข่าวเอ่อมาดากับไอภาษีเอ่อ tax บ้านหลังที่ 2 ของเขาเนี่ย ก็เจอข่าวเรื่อง กทม. นะคะ คือกรุงเทพมหานครช่วงนี้เป็นข่าวเยอะเนาะ เพราะว่ามันเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ใช่มั้ยคะ ซึ่งจะเลือกกันในช่วงเดือนมิถุนายนนะคะ ก็จะมีการเอ่อประชาสัมพันธ์ผลงานของผู้ว่าชาชาติออกมาเป็นระยะๆ นะว่าผ่านไปแล้ว 4 ปีเนี่ย ทำอะไรสำเร็จบ้าง หนึ่งในสิ่งที่เออรู้สึกว่ามันไปใกล้เคียง อาจจะเป็นทางตรงกันข้ามกับเรื่องของภาษีคนรวยของบนานี่เนี่ย ก็คือเรื่องของการงดเว้นภาษีที่ดินนะคะ หนึ่งในโครงการที่อาจารย์ชาชาติผลักดันแล้วก็จริงจังกับมันมากเนี่ย คือเรื่องสวน 15 นาที ไอ้สวน 15 นาทีเนี่ย เป็นคอนเซปตที่ดีมากๆ แล้วจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นนโยบายที่แตกต่างกันระหว่างเอ่อพรรคก้าวไกลตอนนั้นที่วิโรธกับอาจารย์ที่ใกล้เคียงก็คือต้องการให้มีส่วนสาธารณะเป็น Pocket Park นะคะ ขนาดเล็กกระจายอยู่ในชุมชน เพื่อให้ทุกคนแบบเดินทางไปสวนสาธารณะได้ง่ายนะคะ ไม่ต้องขับรถไปไกลๆ นะคะ

แต่ว่าเอ่อส่วนต่อขยะเพิ่มเติมที่อาจารย์ทัทำเนี่ย ก็คือเป็นโครงการที่ชื่อว่า บริจาคที่ให้ กทม. ทำสวนเพื่องดเว้นภาษีที่ดินนะคะ เอ่อภาษีที่ดินเนี่ย เป็นอำนาจของเมืองใช่มั้ยคะ ในการจัดเก็บ ทีนี้เขาก็มีนโยบายว่าถ้าคุณมีที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แทนที่คุณจะเอาไปปลูกมะนาวนะคะ ปลูกกล้วยปลูกส้มใดๆ เนี่ย ปลูกผักชีเนี่ยนะคะ คุณก็ให้ยืม หรือให้เลยคงไม่มีใครให้เลยนะ แต่ว่าให้ยืมนะคะ ให้ กทม. ยืมที่ดิน เพื่อมาทำสวน 15 นาทีในชุมชน แล้วก็คุณจะได้รับการงดเว้นภาษีนะคะ ซึ่งที่เขาเอ่อรายงานผลสำเร็จของโครงการนี้เนี่ย ก็คือตอนนี้มีสวนขนาดเล็กอยู่ 456 สวน และเป็นที่ดินจากการบริจาคเพื่อรับสิทธิเป็นภาษี 74 ส่วนนะคะ ตัวเลขอาจจะยังไม่ได้เยอะ แต่ว่าก็คือเป็นจุดเริ่มต้นนะคะ โดยไอเดียก็คือว่าเหมือนกับคือมนี่เนี่ย เค้าเรียกว่าแบบไปแบบนโยบายแบบค่อนข้างจริงจังเลยใช่มั้ยคะ ก็คือเก็บภาษีคนรวยตรงไปตรงมา แต่ว่าของชัดชาติเนี่ย จะเป็นลักษณะตรงข้าม ก็คือพยายามประนีประนอมกับคนรวยว่าโอเค ฉันจะเก็บภาษีเธอ แต่ถ้าเธอไม่อยากจ่ายภาษี เธอเอาที่ของเธอมาให้ฉันทำสวนสาธารณะ ถือว่า win win แล้วกันนะคะ ก็คือเอ่อคนรายได้น้อย คนทั่วไปในชุมชน ได้ใช้ประโยชน์จากสวนที่เป็นที่ดินของเธอ แล้วฉันก็จะไม่เก็บภาษีเธอนะคะ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดนะคะ

แต่คำถามก็คือเราก็คงต้องดูในระยะยาวว่ามันจะจูงใจให้คนที่เขาถือครองที่ดินว่างเปล่าเพื่อเก็งกำไร หรือเพื่ออะไรก็ตามเนี่ย อยู่ใน กทม. เนี่ย เขาจะบริจาคเพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเนี่ย มากน้อยแค่ไหนนะคะ ตอนนี้มัน 74 ส่วนในพื้นที่ กทม. ก็ถือว่ามันยังน้อยมากๆ อยู่ แต่ว่าก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเพิ่งเริ่มต้นโครงการหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่ทราบได้นะคะ แต่ว่าโดยตัวเลขที่ทาง กทม. บอกมาเนี่ย ก็คือตอนนี้มีส่วนมีพื้นที่ที่เข้าโครงการเพื่อลดภาษียกเว้นภาษีเนี่ย 74 ส่วนนะคะ

แต่ว่าคำถามต่อไป Next step ก็คือว่า เอ๊ะ แต่ถ้า กทม. อยากจะทำแบบมามนี่ ทำได้ไหม ในการที่จะใช้กลไกภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเมืองเนี่ยนะคะ ก็ต้องบอกว่าอันนี้ก็เป็นข้อจำกัดของ กทม. เหมือนกันนะคะ แม้ว่า กทม. จะเป็นรูปแบบเขตปกครองรูปแบบพิเศษ แต่พิเศษแบบใดพิเศษแบบก็ยังไม่มีอำนาจอยู่ดีนะคะ ถึงแม้ว่าเอ่อคุณชาติเนี่ย อยากจะเก็บภาษีคนรวยแบบมามนานี่ ก็ไม่ได้สามารถที่จะขึ้นภาษีแบบ targeted ได้ตามใจเหมือนกับมามนานี่นะคะ ที่บอกว่าเนี่ยจะเก็บภาษีบ้านหลังที่ 2 ที่เกิน 5 ล้าน ที่พวกเธอไม่ได้อยู่อาศัย แบบคือเธอเป็นคนจากที่อื่นแล้วมาซื้อบ้านที่นี่ แล้วก็ไม่ได้อยู่ประจำอะไรอย่างเงี้ยเอ่อ กทม. ก็ไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้นนะคะ คือเค้าจัดเก็บภาษีที่ดิน เค้าสามารถขึ้นภาษีที่ดิน หรืออัตราภาษีอื่นๆ ได้นะคะ ที่ดินที่อยู่อาศัย ที่ดินเกษตร ที่ดินอื่นๆ ได้ แต่ว่ามันก็ขึ้นก็ต้องขึ้นหมดเลยนะคะ ไม่สามารถขึ้นแบบพุ่งเป้าเฉพาะเจาะจงที่จะเก็บเอ่อคนรวยเท่านั้น หรือว่าบ้านหลังที่ 2 เท่านั้นอย่างเงี้ยได้ หรือว่าบ้านราคาเกิน 30 ล้านเท่านั้นอย่างเงี้ย มันทำไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นก็อาจจะเป็นข้อจำกัดของอำนาจของ กทม. ซึ่งก็ต้องใช้การแก้ไขกฎหมายนะคะ ไม่ไม่ได้สามารถที่จะใช้เฉพาะอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดได้นะคะ

แต่ว่าอย่างอย่างที่บอกไปนะคะว่าโจทย์เนี้ย มันเป็นโจทย์ของเมืองใหญ่ทั่วโลกนะคะ โดยเฉพาะเมืองที่ยิ่งโตก็ยิ่งเหลื่อมล้ำสูงนะ อย่างนิวยอร์ก ลอนดอนนะคะ ทุกที่เนี่ย นิวยอร์ก ลอนดอน กรุงเทพฯ โตเกียว เมืองเหล่าเนี้ยมีปัญหาเดียวกันหมดนะคะ ที่ใหญ่มากๆ ก็คือเรื่องบ้านแพง แล้วก็เอ่อเงินค่าเช่าบ้านเนี่ย กลายเป็นรายจ่ายสำคัญมากๆ ของคนที่อยู่ในเมือง แล้วพอมันแพงเกินไปแล้วคนไม่สามารถซื้อหรือเช่าบ้านในเมืองได้แล้ว ต้องไปอาศัยอยู่ข้างนอกเนี่ย มันก็กลายเป็นเรื่องของการจราจรรถติดใช่มั้ยคะ หรือรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง คนชั้นกลางล่าง ที่ต้องกลายเป็นรายจ่ายในการเอ่อเดินทางนะคะ ไม่นับเรื่องเสียเวลา เสียสุขภาพจิต เสียใดๆ นะคะ

เพราะฉะนั้นเอ่อเรื่องของ affordable housing นะคะ รวมไปถึงการจัดเก็บภาษีเพื่อลดการเก็งกำไร หรือการซื้อของคนรวยนะคะ เพื่อที่จะควบคุมราคาบ้านเนี่ย ลอนดอนเองก็จริงจังกับเรื่องนี้มากเหมือนกัน ในกรุงเทพมหานครเองเนี่ย มันก็มีหลากหลายรูปแบบนะ ที่ไม่ใช่เฉพาะของกรุงเทพฯ นะคะ บ้านสมัยก่อนมีบ้านเอื้ออาทรใช่มั้ยคะ มีบ้านการเคหะ มีบ้านใดๆ เพื่อที่จะพยายามเอ่อตอบโจทย์เนี่ย ก็คือมีบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย แต่ถามว่ามันเพียงพอไหม จนถึงตอนนี้เนี่ย สถานการณ์มันหนักข้อรุนแรงขึ้น แต่ว่ามีโครงการอะไรที่จะช่วยเหลือให้คนเนี่ยมีที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น หรือเปล่า โอ้ก่อนหน้านี้มีบ้านเพื่อคนไทยใช่มั้ยคะ ที่เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ทำเนาะ สุดท้ายแล้ว เอ่อรัฐบาลก็ได้พ้นไปก่อนนะคะ ยังไม่ได้ทันทำสิ่งเนี้ยให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา แล้วก็พอพรรคเพื่อไทยไปเข้าร่วมรัฐบาลในสมัยนี้เนี่ย ก็คงไม่ได้ทำเรื่องนี้แล้ว เพราะว่ากระทรวงที่พรรคเพื่อไทยได้บริหารไม่น่าจะเกี่ยวกับไม่น่าจะสามารถทำบ้านเพื่อคนไทยได้แล้วใช่มั้ยคะ

ก็เอ่อเห็นมั้ยจริงๆ มันก็เป็นเทรนด์เนาะ ที่พรรคการเมืองเองก็พยายามที่จะทำอย่างต่อเนื่องเรื่อง Affordable Housing หรือว่าที่อยู่อาศัยเพื่อคนที่ มีรายได้น้อยนะคะ

วกกลับมาที่กรุงเทพฯ นะคะ ว่าเอาจริงๆ เนื่องจากว่ามันใกล้การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. แล้วเนี่ย ก็อยากจะจับตาดูนะคะ ว่ากรุงเทพมหานครเนี่ย จะมีนโยบายเกี่ยวกับ 1 นะคะ Tax the Rich นะคะ หรือว่าไม่ต้องถึงกับเก็บภาษีคนรวยแบบเอาเป็นเอาตายก็ได้ แต่ว่ามีนโยบายอะไรที่จะ ถ้าใช้คำของ บมันก็คือที่จะให้คนรวยเนี่ย มีส่วนในการพัฒนาเมืองมากขึ้นอีกสักหน่อยนึง ไหนๆ ก็รวยแล้วนะคะ ก็ใช้ดอกผลของความร่ำรวยของคุณเนี่ย จ่ายเป็นภาษีเพื่อกลับคืนมา ซึ่งคุณเองก็ได้ประโยชน์ด้วยเนาะ ถ้าคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ดีขึ้น มันปลอดภัยขึ้น ถนนมันดีขึ้น คุณก็ได้ใช้ประโยชน์จากมัน หรือว่าระดับอาชญากรรมลดลง ความเหลื่อมล้ำลดเนี่ย มันทำให้อาชญากรรมลดโดยธรรมชาติ นะคะ อันนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น มันก็ทำให้คุณเองก็ได้ประโยชน์ด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นนโยบายของเอ่อผู้ว่า กทม. รอบนี้เนี่ย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ชาติ หรือว่าคนอื่นที่จะมาแข่งกับอัตชาติเนี่ย อยากเห็นนะคะว่านโยบายลดความเหลื่อมล้ำนะคะ นโยบายเอ่อที่ตามมาอย่างเช่น Affordable Housing เนาะ เรื่องการมีบ้านที่ราคาถูก เข้าถึงได้ให้กับเอ่อคนรายได้น้อยนะคะ รวมไปถึงสวัสดิการเพื่อคนรายได้น้อยอื่นๆ เช่นเรื่องของศูนย์เด็กเล็กใช่มั้ยคะ เรื่องของการรักษาพยาบาลบัตรทองในกรุงเทพมหานครนะคะ เรื่องของค่าเดินทางนะ คะ ตั๋วที่อาจจะมีแบบลดราคาพิเศษให้กับคนรายได้น้อย หรือไม่อย่างไร เพื่อลดค่าครองชีพของคนกรุงเทพฯ เนี่ย เป็นนโยบายที่ช่อเองก็อยากเห็นมากๆ เลยนะคะ อยากรู้ว่าในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่จะมาถึงเนี่ย จะมีการแข่งขันกันด้านนโยบายพวกเนี้ย ที่เป็นสวัสดิการนะคะ แล้วก็นโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ำในชีวิตสังคมเมืองเนี่ย เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนนะคะ

ก็เอ่อรอดูนะคะ เพราะว่ามันก็อีกไม่นานแล้วนะคะ เนื่องจากว่าเอ่อผู้ว่าเนี่ย จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งก็คือ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้แล้วนะคะ ก็อีกเดือนเดียวนะคะ ประมาณ 1 เดือนพอดีเลย แล้วก็หลังจากนั้นก็คงเข้าสู่แคมเปญผู้ว่ากรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการนะคะ

ส่วนบดานี่เนี่ย เขาจะทำอะไรต่อไป เดี๋ยวค่อยๆ เอามาอัปเดตให้ดูกันเรื่อยๆ แล้วกันนะคะ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ นิวยอร์ก City เนี่ย อาจจะถือเป็นหนึ่งในเมืองที่โด่งดัง แล้วก็มีคนสนใจมากที่สุดของโลกก็ว่าได้นะคะ แล้วเมื่อเขาได้นายกเทศมนตรีคนใหม่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นฝ่ายซ้าย แล้วก็เป็นนายกของคนจนเนี่ย เอ่อก็น่าสนใจว่าคล้ายๆ ซาดิขาดตอนที่ขึ้นมาเป็น Governor ของลอนดอนนะคะ ว่าเออ ก็จะมาแนวเนี้ย ผู้ว่าของคนจน เป็นคนเลือดแบบผู้อพยพ อะไรอย่างเงี้ย ก็น่าสนใจว่าเขาจะมีนโยบาย tax the rich นะคะ หรือว่าลดความเหลื่อมล้ำในเมืองออกอะไรออกมาอีกนะ ถ้ามีมาอีกก็จะเอามาอัปเดตให้ฟังเรื่อยๆ เพราะว่าคิดว่าน่าจะน่าสนใจ เมื่อเรามองวันคู่ขนานไปกับแคมเปญเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ

ก็วันนี้นะคะ น่าจะจบลงเพียงเท่านี้นะคะ สำหรับเรื่อง Tax the Rich นะคะ ของช่อของซัน มัมดาีนะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะเจอกันเรื่องอะไรนะคะ รอดูต่อไป เราก็รอดูกันเป็นรายวันนะคะ เพื่อรายการที่สดใหม่ของเรานะคะ วันนี้มองโลกจากดาวอังคารลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ