Transcription
มติชนทีวีพcส มีเรื่องเล่า โดยวิโรธ ลัคนาอดิสร สวัสดีครับ ผมวิโรธ ลัคนาิสรนะครับ กับพcสมี เรื่องเล่าเหมือนเดิมนะครับ ผมคิดว่านะ ครับในรอบไม่กี่วันมานี้เนี่ยครับ ผมว่าท่านผู้ชมผู้ฟังเนี่ย คงจะตามข่าวที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นนะครับ ซานาเอะ ทากาอิชิ นะครับ ได้ไปเยือนสหรัฐอเมริกา นะครับ แล้วก็นะฮะ มีการให้สัมภาษณ์นะครับ แล้วก็เป็นประเด็นข่าวใหญ่โตเลยนะ ครับ ซึ่งทากาอิชิเนี่ยก็ไปเยือนอเมริกา เมื่อวันที่ 19 มีนาคมนี่เองนะฮะ แล้วระหว่างสัมภาษณ์ครับ ไปที่โดนัลด์ ทรัมป์ นะครับ ประธานาธิบดีอเมริกา นะครับ นักข่าวก็ถามว่า เออ ทำไมการปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเนี่ย คุณถึงไม่ยอมแจ้งพันธมิตรของคุณก่อนล่ะ ปรากฏว่าทรัมป์ตอบกลับด้วยแบบมุกที่แบบ แบบตลกร้ายอ่ะ ตลกแบบขำไม่ออกนะครับ ก็โบ้ยไปทางญี่ปุ่นด้วย บอกว่า โอ้ ถ้าพูดถึงเรื่องของการโจมตีแบบเซอร์ไพรส์เนี่ยนะ ครับ ไม่มีใครเกินญี่ปุ่นหรอก แล้วก็หันหน้า นะครับ ไปแซะนะครับ เอ่อ นายกทากาอิชิ ว่า อ้าว แล้วตอนที่คุณโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์เนี่ย คุณไม่บอกผมก่อนล่ะ โอ้โห ก็กลายเป็นกระแส Top of the town นะครับ สื่อมวลชนนะ ครับที่ญี่ปุ่นก็ตีข่าวกันใหญ่เลย ปรากฏครับว่างานเลี้ยงในช่วงค่ำครับ โอ้โห ทากาอิชิครับ นายกหญิงเอาคืนนะครับ หลายคนบอกว่านี่เป็นการเอาคืนแบบโดยใช้มารยาททางการทูต ทางการทูตแบบเกียวโตซะด้วยนะ ครับ เป็นการ Happy Birthday ให้กับบารอน นะครับ เพราะว่าวันที่ 20 เนี่ยนะครับ มีนาคมเนี่ยเป็นวันเกิดของบารอน ซึ่งเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทรัมป์ครับ แล้วก็ชมว่านะ ชมว่าอะไรนะ บอกว่าเนี่ย >> นะ พรุ่งนี้เนี่ยเป็นวันเกิดของบารอนนะ แล้วก็ชมว่าบารอนเนี่ยเติบโตมาเนี่ย สูง แล้วก็หล่อมากนะครับ ดูดีเนี่ย แล้วพอหันมามองโดนัลด์ ทรัมป์นะครับ อ๋อ ก็ชัดเจนเจนเลยว่า เนี่ย ได้มาจากคุณนี่แหละเป๊ะๆนะครับ นี่แหละครับเป็นคำชมที่แฝงการเสียดสีไว้ด้วย นะครับ เหมือนแก๊สไลท์นะครับ เอ่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปด้วยนะครับ เพราะว่าสื่อสื่อญี่ปุ่นก็ประโคมข่าวว่านี่เป็นการเอาคืนทรัมป์แบบผู้ดีผู้ดีเลยนะครับ ถ้าจะแฝงคำด่าก็เหมือนกับว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว กำพืชอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นอะไรอย่างเงี้ยนะครับ แล้วมันเจ๋งตรงที่ว่าถ้ามีคนไปบอกว่า เอ้ย ทากาอิชิ คุณต่อว่าทรัมป์เหรอ ว่าเปล่าก็ชม นี่คุณคิดมากไปเองเห็นป่ะ มันก็เป็นประโยคชมแบบกึ่งๆแก๊สไลท์ด้วยนะครับ นี่เขาเรียก ว่านะ สุดยอดจริงๆของการตอบโต้ทางการทูตนะ ครับ
และเรื่องราวที่ผมจะมาเล่าในวันนี้ จะเป็นเรื่องอื่นหรือเรื่องไหนไม่ได้ ก็เป็นเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์แล้วผมมั่นใจครับว่าจะเป็นเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์ที่ทุกคนอาจจะไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนนะครับ แล้ววันนี้ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับนะ ก็คู่หูของผมนะครับ เป็น the second ไมโครโฟนในวันนี้นะครับ ก็คือสารวัตรเพียว นะครับ พันตำรวจตรี ชวลเห่า อุดมพันธ์นะครับ นี่ >> ครับ สวัสดีครับพี่วิโรจน์ครับ สวัสดีครับ ท่านผู้ชมครับ >> น่ะ เพียวครับ วันนี้เราคุยกันสนุกๆ เคยได้ยินเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์มาใช่มาก่อนอยู่แล้วเนาะ >> ใช่ครับ ก่อนมาก็ถามพี่วิโรจน์ว่าจะให้คุยเรื่องอะไร >> อ่า จริงๆแล้วผมจะไม่ค่อยอยากบอกนะครับ แต่เพียวก็ผมก็บอกสั้นๆว่าเป็นเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์นะ ครับ ไปอ่านมา >> ไปอ่านมาด้วยนะ ก็เพิร์ลฮาร์เบอร์นะครับ ก็ >> เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 ก็ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เพียวก็รู้ว่า โอ้โห ญี่ปุ่นเนี่ยก็ยกเครื่องบิน 350 กว่าลำดามาถล่มนะครับ ฐานทัพของอเมริกาที่ฮาวายที่ชื่อว่าเพิร์ลฮาร์เบอร์ใช่มั้ยครับ >> เออครับ >> แล้วก็เหตุการณ์เนี่ยนะครับ ก็เกิดขึ้นเมื่อเวลาเช้าเลย ไม่ได้ทันตั้งตัว เรียก ว่าโจมตีแบบไม่ได้ทันตั้งตัว 748 นาทีนะ ครับ อเมริกาสูญเสียเรือรบไปหลายลำ ที่หนักที่สุดคือเรือรบ USS อริโซน่าครับ >> อ >> จมลงไปพร้อมกับลูกเรือ 1,100 กว่าคน >> อื >> เหตุการณ์ในครั้งนั้นนะครับ โอ้โห สร้างความเสียหายให้กับอเมริกาอย่างมากนะครับ นะ เสียชีวิตไปถึง 2,400 กว่าคน >> อื้อหือ >> จากการโจมตีสายฟ้าแลบเนี่ยนะครับนะฮะ ของญี่ปุ่นนะฮะ >> คือเพียวเคยดูหนัง Pearl Harbor มั้ย >> ดูนานมากตอนนั้นยังเด็กอยู่เลยรู้สึก >> ตอนนั้นพระเอกคือเบน เอฟเฟล็กครับ แล้วก็เล่นกับจอร์จ คลูนีย์ ก็มีการแบบฉากนะ แย่งนางเอกกันด้วยนะครับ อ่า มันก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังคือ >> ผมมีเกร็ดเล็กๆอย่างนี้ ถ้าเพียวลองไปย้อนดู Pearl Harbor เนาะ >> นะ ซึ่งเป็นหนังเมื่อปี 2001 >> ครับ >> มันจะมีตัวละครทหารผิวสีคนนึงนะฮะ เนี่ย คือในฉากจะแบบจับกับปืนกลนะฮะนะ เรียกว่ายิงสกัดกั้นเครื่องบินรบของญี่ปุ่นเลย >> อื >> ทหารผิวสีคนนั้นนี่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ด้วยนะครับ >> ชื่อว่า Doris Miller Doris Miller >> Doris Miller ถามว่าคนๆนี้สำคัญยังไง คือปกติเนี่ยทหารผิวสีที่ประจำการบนเรือ เนี่ยก็จะถูกทรีทเป็นแบบทหารอีกประเภทนึง อ่า >> อ๋อ คือยุคนั้นยังการยังแบ่งแยกสีผิวกันอยู่ >> เออ ยังมีอาการแบบเหยียดเหยียดผิวงั้นทหารผิวสีเนี่ยนะครับ ก็ต้องมีหน้าที่แค่เป็นเจ้าหน้าที่บริการในห้องครัว เป็นพนักงานเสิร์ฟ เป็นคนครัว เป็นพ่อครัว ไม่ได้ถูกฝึกอาวุธ ไม่ได้มีการมอบหมายให้หยิบอาวุธต่อสู้ ไม่มีเลย ไม่เคยฝึกด้วยซ้ำไป >> อื >> แต่ว่า Doris Miller เนี่ยคือพอ >> ถามว่าสำคัญไง เพราะตอนนั้นเนี่ยโดนเครื่องบินญี่ปุ่นโจมตีปังๆๆๆๆใช่มั้ยฮะ >> อือฮึ >> Doris Miller นี่อยู่ประจำการเรือที่ชื่อว่า USS West Virginia ระหว่างที่ถูกโจมตีอย่างหนัก ปรากฏว่า Doris Miller นี่ไปแบกผู้บังคับการเรือที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสเนี่ย >> อ๋อ ยิงโดนยิงไปแล้ว >> ผู้บังคับการเรือนี่โดนยิงแล้วก็ Miller นี่ก็แบกครับ ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย >> อ่า >> จากนั้นเนี่ยตัวเองเนี่ยก็ไม่เคยฝึกเลยนะฮะ ก็คว้าปืนกลแล้วก็ยิงสอยเครื่องบินรบญี่ปุ่นเลยฮะ >> อ๋อ ร่วงมั้ยครับ >> เค้าบอกว่าในหนังอ่ะร่วงเยอะจริงๆ อาจจะร่วงไม่เยอะเท่า แต่ความกล้าหาญเค้าเนี่ย ได้รับการยกย่องและได้รับการยอมรับอย่างมาก เค้าเรียกเหรียญกล้าเนี่ย ที่ถ้านับลำดับเนี่ยถือสูงเป็นลำดับที่ 2 เค้าเรียกเหรียญนะ เค้าเรียกว่าเหรียญ Navy Cross อ >> แต่จุดสำคัญของ Doris Miller คือมันเป็นจุดเริ่มต้นที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมกันในกองทัพสหรัฐอเมริกาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา >> อ๋อ แต่คือประชาชนเนี่ยมาเรียกร้องสิทธิ์ผิวสีหลังจากนั้น >> ผมว่ามันเป็นสัญลักษณ์แล้วก็ชื่อของ Doris Miller เนี่ยก็ถูกเอาไปใช้เป็นชื่อของเรือรบด้วยนะครับ แล้วก็ เอ่อ ถูกพูดถึงนะในเรื่องของสัญลักษณ์ความเท่าเทียมกันว่า เฮ้ย ผิวสีมันไม่ควรจะมีอยู่ในกองทัพ >> อ๋อ คือในเรื่องความเท่าเทียมของเรื่องสีผิวเนี่ยเกิดขึ้นที่กองทัพก่อน >> ใช่มั้ยครับ ก่อนที่จะลามไปยังประชาชนทั่วไป >> จริงๆมันก็ก่อนหลังอาจจะพูดยาก แต่ว่ามันไปแบบพร้อมๆกันนะครับ แต่ว่า Doris Miller นี่เค้ากลายเป็นสัญลักษณ์เลยว่า เฮ้ย ทหาร คือทหารเรามีหน้าที่เหมือนกันน่ะ >> ใช่มั้คุณ ระหว่างสมรภูมิคุณจะต้องมาแยกสีผิวกันอีกเหรอ มันไม่ใช่ >> ใช่ๆ >> และตัวเอกอีก 2 คนครับ ที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์นะครับ คือร้อยตรี George Welch แล้วก็ร้อยตรี Ken Taylor ครับ 2 คนนี้นะ รีบ บึงรถยนต์เลย คู่หูเลย บึงรถยนต์นะครับ ส่วนตัวไปยังสถาไอ้ไปยัง เอ่อ สนามบินเล็กๆนะ ครับที่ยังไม่ถูกโจมตีเนี่ย จากเครื่องบินญี่ปุ่นเนี่ย แล้วก็ขับเครื่องบินนะครับ P40 Warhawk นะครับ >> ครับ >> ขึ้นท่ามกลางหากระสุนครับ แล้วก็ไล่ล่า ยิงกับเครื่องบิน เอ่อ รบญี่ปุ่นแบบดุเดือดเลย ยิงปังๆๆๆที่ไม่มีใครสั่ง >> มันจังหวะนั้นมันต้องลุยแล้วอ่ะ >> นะครับ แล้วก็สอยเครื่องบินญี่ปุ่นร่วงไป 6 ลำมั้งครับนะ แต่ทั้งร้อยตรี George กับร้อยตรี Ken Taylor เนี่ยก็เป็นแรงบันดาลใจให้สร้างตัวละครเอกของเรื่องของหนังอ่ะ ของภาพยนตร์ เอ่อ Pearl Harbor 2 ตัวนั่นก็คือ อ่า Rafe ตัวจริงร้อยตรีนะ แต่ในหนังคือ Rafe McCawley คนนี้รับบทโดย Ben Affleck อ่า >> ส่วนอีกคนนึงคู่หู Rafe Danny Walker ก็รับบทโดย Josh Hartnett นะฮะนะ ก็รายละเอียดก็ไปรับชมรับฟังกันได้ ผมไม่สปอย อ่า ก็มีข้อเท็จจริงอยู่บ้างในภาพยนตร์นะครับ แล้วหลายคนพวกอาจจะสงสัย เออพี่แล้วทำไมญี่ปุ่นอยู่ดีถึงต้องมาปฏิบัติการสายฟ้าแลบไปดึงหนวดเสืออย่างอเมริกาด้วยอ่ะใช่มั้ยอ >> ไปไปรบกับเค้าทำไม >> เออ เพียวเคยสงสัยป่ะ >> สงสัย เออ อยู่ดีคุณไปแหย่หนวดเสืออย่างไปปลุกเสือหลับไปจับเสือแหย่ทำไม >> มันทุกเหตุการณ์มันต้องมีเรื่องราวที่ก่อนหน้านั้นใช่มั้ยครับ ก็คือแต่เดิมเนี่ย อเมริกาเนี่ยวางตัวเป็นกลาง คนอเมริกันเนี่ยเหมือนกับไม่อยากให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามด้วยซ้ำไป >> คือตอนตอนนั้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เนี่ย เกิดขึ้นมาแล้วใช่มั้ยครับที่ยุโรป >> ใช่ๆ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1939 และเยอรมันก็บุกปารีสเรียบร้อยแล้วนะ Adolf Hitler นี่บุกปารีสเรียบร้อยแล้ว >> แต่คนอเมริกันก็ไม่อยากจะให้อเมริกาเนี่ยเข้าร่วมสงครามเนาะ มันก็เหมือนว่าไม่อยาก ไม่อยาก ไม่อยากสูญเสียพูดง่ายๆ >> เหมือนตอนนั้น เอ่อ อังกฤษเนี่ย เกาะอังกฤษเนี่ยโดนเรือของเยอรมันเนี่ยล้อมไม่อยู่ >> เรียกว่ารบตะลุมบอนกันแล้วแหละนะ ลุยกันแล้วนะครับ >> ใช่ๆ คืออังกฤษเนี่ยยังว่าทำไมสหรัฐยังไม่มาช่วยเราเลย อะไรอย่างเงี้ย เพราะว่าสหรัฐวางตัวเป็นกลางใช่มั้ >> คือคือการที่จะรบเนี่ยมันไม่ได้หมายความว่าอยู่ดีคำสั่งมันต้อง มันต้องได้ฉันทามติจากประชาชนด้วยเนาะ ถูกมั้ยตอนนั้น แต่ๆๆ คือโอเคแหละในทางการเนี่ยอเมริกาเนี่ยวางตัวเป็นกลาง แต่ว่าโดยพฤตินัยเนี่ยนะครับนะฮะ เอ่อ Franklin D. Roosevelt เนี่ย ประธานาธิบดี Roosevelt เนี่ยเหมือนจะไม่เป็นกลางนะ ในทางพฤตินัยเนี่ยก็เหมือนแอบเข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตรนะฮะ >> ออ >> คราวนี้เพราะอะไรครับ ถามว่ามันก็มีเหตุผลทางเรื่องผลประโยชน์ พอญี่ปุ่นเข้าบุก เอ่อ ประเทศจีนถูกมั้ยครับนะฮะ แล้วก็ขยายอำนาจเข้าสู่พื้นที่อินโดจีนถูกมั้ย >> อ >> คราวนี้อเมริกาก็มองว่า เฮ้ย ญี่ปุ่นคุณกำลังจะคุกคามผลประโยชน์ของอเมริกาหรือเปล่า โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ถูกป่ะ >> ครับ >> อ่า ซึ่งเราก็รู้ว่าฟิลิปปินส์ก็มีความสัมพันธ์กับอเมริกาถูกมั้ยอ้า >> ตอนนั้นฟิลิปปินส์เนี่ยเป็นเมืองขึ้นของสหรัฐอยู่แล้วใช่มั้ยครับ >> คราวนี้ก็กลัวถูกป่ะ ก็เป็นภัยความมั่นคง ถูก เป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ >> อเมริกาถึงจึงตัดสินใจครับขั้นเด็ดขาด คืออาจจะไม่ได้ร่วมรบแหละ แต่คุณใช้มาตรการทางการทูตละก็คืออายัดทรัพย์สินของญี่ปุ่นที่อยู่ในอเมริกา >> อ๋อ >> แล้วก็ยุติการขายน้ำมันให้กับญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นเนี่ย อันนี้อันนี้คือแรง >> หนักเลย หนักเลย เพราะ 80% ของน้ำมันที่ญี่ปุ่นใช้เนี่ย ซื้อจากอเมริกา >> อ่า >> พอถูกอเมริกาบอกว่าฉันไม่ขายน้ำมันให้ คำนวณดิครับ >> แล้วจะรบยังไง >> เออ ปีครึ่งถึง 2 ปีเนี่ยไม่มีน้ำมันใช้ละ >> ก็อ้าว อย่างงี้ก็เหมือนถูกบีบถูกมั้ย >> เราจะขยายแสนุภาพได้ยังไง >> จะยังไง เพราะน้ำมันก็ต้องเป็นปัจจัยในการรบถูกป่ะ >> ครับ >> คราวนี้ญี่ปุ่นทำไง ก็ส่งทูตไปเจรจากับสหรัฐอเมริกาที่วอชิงตันดีซีมั้ยครับ >> ง้อก่อน ง้อก่อน >> เออ ง้อก็เป็นเรื่องธรรมดาว่าคุณขายฉันเถอะ อะไรอย่างเงี้ยนะครับ แต่การเจรจาก็ไม่สำเร็จนะ >> อ่า >> แต่ความเจ็บแสบของญี่ปุ่นเค้าเนี่ย ระหว่างที่ทูตของญี่ปุ่นเนี่ย ทูตของตัวเองเนี่ย กำลังเจรจาต่อรองกับกับอเมริกาที่วอชิงตันดีซีเนี่ย ปรากฏว่าเบื้องหลังเนี่ย ญี่ปุ่นเนี่ยนะครับกำลังเจรจาต่อรองอยู่เลยนะ แต่แอบส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินครับ >> ได้ออกเดินทางนะ มุ่งหน้าสู่ฮาวายเรียบร้อยแล้วนะครับ >> ค่อยๆดอดไปนะนะครับ โดยนะ >> อันนี้คือเริ่มปฏิบัติการแล้วใช่มั้ยครับ >> คือปกติเนี่ยคุณยังเจรจากันอยู่เลย คุณจะส่งเรือรบ เอ่อ บรรทุกเครื่องบินไปทำไม แล้วออกไปตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน 1941 >> เอาดิอ >> เออ คุณนี่รอบ >> เพิร์ลฮาร์เบอร์นี่เพิร์ลฮาร์เบอร์นี่เดือนธันวาคมใช่มั้ยครับ >> 7 ธันวาคม >> 7 ธันวาคม แต่เรือมันต้องมันต้อง มันต้อง มันคือมันต้องมีความพร้อมในการส่งกำลังบำรุง มันต้องเตรียมจัดตั้งกองเรืออะไรก่อนถูกมั้ย >> เนี่ย 26 พฤศจิกายน คุณไปแล้ว >> ครับ >> แล้วปฏิบัติการวันที่ 7 ธันวาคม 1941 >> อ๋อ เออ คือก็คืออย่างงี้ >> เป็นการเตรียมที่จะเกิดเหตุการณ์นี้นั่นแหละ ใช่ >> เออ คือคือคุณเจรจาหน้าฉากก็ยังพูดคุย แต่หลังฉากคุณส่งเรือรบบรรทุกเครื่องบินไปแล้วอ่ะ คุณมีแผนเรียบร้อยแล้วอ่ะนะฮะ >> คราวนี้ >> แต่เดิมเนี่ย อันนี้พอรู้ความจริงเนี่ย ยิ่งยิ่งเจ็บกว่าเดิม เพราะญี่ปุ่นเนี่ย แต่เดิมเค้าตั้งใจว่า เฮ้ย พอส่งหนังสือยุติการเจรจาทางการทูตปั๊บเนี่ย เค้าอยากจะส่งหนังสือให้อเมริกันรู้ตัวก่อนแค่ 20-30 นาทีแล้วค่อยปฏิบัติการเพิร์ลฮาร์เบอร์ >> ยุติเจรจาทางการทูตเนี่ยมันมีความหมายว่า ยังไง >> คือโดยปกติเนี่ยสมัยก่อนเนี่ยประเทศคู่สงครามเนี่ย เค้าจะต้องมีการประกาศสงคราม หรือมีการทำหนังสือยุติความสัมพันธ์ทางการทูต ยุติการเจรจาทางการทูตเพื่อ >> มีความหมายว่าเนี่ยยื่นหนังสือเนี่ยก็คือ แบบประกันเพื่อส่งสัญญาณว่า เอ้ย ผมกับคุณ คือประเทศคู่สงครามแล้วเรากำลังจะรบกัน แล้วนี่คือเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของทหาร >> ครับ >> แต่ถ้าเกิดคุณรอบโจมตีเนี่ย คุณไม่ใช่ประเทศคู่สงครามไง คุณเป็นคุณเป็นผู้ก่อการร้ายไง >> อ่า ผิด ผิดธรรมเนียม >> ผิดธรรมเนียมนักรบ >> คราวนี้แต่ปรากฏว่าแต่พอรู้ความจริงก็จะ คิดว่าโอ้ ญี่ปุ่นมันแสบจริงๆเนาะในยุคนั้น เนาะ กะว่าจะบอกล่วงหน้าแค่ 20-30 นาที ซึ่งก็เตรียมไม่ทันอยู่ดี แต่เจ้ากรรมคืออะไรรู้มั้ย คือปรากฏว่าระบบการส่งข่าว หรือระบบการส่งเอกสารหรืออะไรสักอย่างนึงเนี่ยนะครับ >> เดินหนังสือ >> เออ ระบบเดินหนังสือทางราชการช้าครับ ปรากฏว่ากว่าหนังสือเนี่ยฉบับเนี่ยจะส่งไปถึง Cordell Hull นะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา ก็ปาเข้าไปนะฮะนะ เวลาก็เป็นเวลาที่ฮาวายก็คือ 9:20 น. แต่ 9:40 เอ้ 7:48 >> ครับ >> คุณถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ไปแล้วไง >> อ๋อ >> อ่า คราวนี้อเมริกาก็งงว่าคุณส่งมาเพื่อ >> อ่า >> คุณล่อผมไปแล้วคุณส่งผมมาและนี่ประเด็นนี้ไง ที่ทรัมป์บอกกับทากาอิชิไงว่าเรื่องเซอร์ไพรส์เนี่ยไม่มีใครเกินคุณ >> อ๋อ นะ ตอนเพิร์ลฮาร์เบอร์คุณบอกผมก่อนเหรอ >> แต่ฝั่งฝั่งญี่ปุ่นเขาก็อ้างได้ว่าเขาส่งแล้วไง ส่งก่อนแต่ว่าเค้ารู้ทีหลัง อเมริการู้ทีหลัง >> เปล่า แต่ต่อให้รู้ก็ยังเจ็บอยู่ดี เพราะระหว่างที่เราเจรจากันคุณแอบส่งเรือรบมา แล้วออกมาตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน ถล่มผมวันที่ 7 ธันวาคม 1941 คือรู้ความจริงมันยิ่งเจ็บ >> อื >> แต่มันเป็นความเจ็บแสบเจ็บปวด มันเป็นความกระอักกระอ่วนของความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับญี่ปุ่นเลยว่าคุณไม่บอกก่อน >> อืม >> ต่อให้ต่อให้แผนคุณสำเร็จคุณก็จงใจจะบอกผมก่อนแค่ 20-30 นาที แล้วอเมริกาก็จะรู้สึกว่าผมไม่ได้รบกับประเทศคู่สงคราม ผมกำลังรบกับญี่ปุ่น ณ เวลา นั้นเค้ามองมองว่าคุณเป็นผู้ก่อการร้าย >> อืนะ เป็นยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นเค้าที่ต้องไม่บอก คือถ้าบอกเนี่ยอเมริกาเตรียมตัวก็ >> แต่จริงๆเค้าอยากจะบอกแต่บอกแค่แค่ล่วงหน้า 20 นาที >> อ่า เป็นทริกของเค้า เป็นทริกของเค้า >> พอมีเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์ปุ๊บเนี่ย >> โอ้โห เทิร์นเลย ชาวอเมริกันแต่เดิมที่ไม่ อยากให้รบ โหโหร้องมีเหมือนฉันทามติทั่วประเทศเลยว่าต้องเอาคืนให้ได้นะครับนะ จนอเมริกาก็ต้องประกาศเข้าร่วมสงครามในที่สุดนะครับ เรียกเรียกว่าเป็นเอกฉันเลย >> เพราะว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยมันแค้นน่ะ >> จะเข้าสงครามหรือไม่เข้าสงครามเนี่ย >> มันก็ต้องดูท่าแหละประชาธิปไตยก็มีอำนาจ แต่ก็ต้องดูท่าที่ประชาชน แต่ตอนนั้นเนี่ย >> อาจจะอาจจะบอกว่าทั้งหมดไม่ได้ แต่ว่าตอนนั้นคือทั้งสื่อมวลชนทั้งอะไรนี่ พอมีเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์คือคนอเมริกันยอมไม่ได้ คือเราก็ต้องเข้าใจหัวอกเขาถูกป่ะ 2,400 กว่าชีวิตอ่ะ >> ใช่ม >> คราวนี้ >> เยอะมากครับ >> แต่เหตุการณ์มันดาร์คกว่านั้นดิ เพราะว่ามันกลายเป็นอคติทางเชื้อชาติไป ด้วยไง คือสงครามโลกครั้งที่ 2 มันมีอคติทางเชื้อชาติเกิดขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว 6 ล้านคน หรือที่เรียกว่า the Holocaust หรือกรณีที่ เอ่อ ทหารญี่ปุ่นเนี่ย ปฏิบัติกับชาวจีนเนี่ย ที่นานกิงเนี่ยนะครับนะ หรือมีการจัดห้อง ห้องทดลองที่เอามนุษย์มาทดลองอย่างเงี้ย มองมนุษย์เนี่ย >> นะ เป็น เป็นมารูตะ เป็นตุ๊กตาล้มลุกอะไรอย่างเงี้ย มันมีความรู้สึกเกลียดชัง มันทำให้สงครามโลกครั้งที่ 2 เนี่ย พลเรือนตายเยอะมากนะครับ >> คือตอนนั้นโลกยังไม่เรียนรู้เท่าไหร่ >> ตอนนั้น อื ก็ >> การปฏิบัติการข่าวสาร การสร้างความเกลียดชังนะครับ นาซีเกลียดยิว คนเกลียดนาซีนะ ครับ เอ่อ คนญี่ปุ่นดูแคลนชาวจีนนะครับ มันมีความเกลียดชังเชิงเชื้อชาติจนอะไรฮะ ความสำนึกว่าเราคือมนุษย์ด้วยกันเนี่ย มันมันลดลงไปนะครับ อ่า มันเลยทำให้ แล้วคุณไม่สังเกตหรอกว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 เนี่ยนะฮะ คนตายอาจจะอยู่ระดับซัก ถ้าผมจำไม่ผิดว่าสัก 20 20 กว่าล้านคน เนาะ เหมือนทั้งหมดเนาะ ทหารตายประมาณซัก >> เอ่อ 9-11 ล้านคนเนาะ แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เนี่ยตายรวมนะ >> 70-85 ล้านคน >> อ๋อ เพิ่มขึ้นมากี่เท่าเนี่ยเท่า >> ทหารเอ หลายเท่ามากนะครับ ขณะที่ทหารเนี่ย ตายประมาณซัก 21-25 ล้านคน คือทหารน่ะตายเท่าตัว แต่พลเรือนเนี่ยตายตายมากมหาศาล เพราะมันมาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ด้วย แล้วก็อาจจะมีในบริบทของการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด การรบ >> ในเมืองที่มีประชาชนห้างร้านอยู่อาศัยด้วย >> นะ มันก็ผสมปนเปกันไป แต่ว่า >> เอ่อ ความเกลียดชังที่ถูกปลูกฝังก็มีส่วนอย่างมากนะครับ คราวนี้ >> อื ครับ >> คราวนี้ เอ่อ อเมริกาก็มีแต่ไม่ค่อยถูกเล่าเรื่องนี้นะ หลังจาก 2 เดือนที่เกิดเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์นะครับ ประธานาธิบดีนะครับ Roosevelt เนี่ย ลงคำสั่งเลย Executive Order นะครับ ที่ 9066 ครับ เป็นคำสั่งที่แบบเป็นบาดแผลเหมือนกันนะ คือเป็นคำสั่งที่ให้นำตัว >> บุคคลที่มีเชื้อสายญี่ปุ่นนะครับ ที่อยู่ทางฟากตะวันตกนะครับ ไปกักกันในพื้นที่ทุรกันดารในค่ายกักกันที่อยู่ด้านในนะครับ มี >> อ๋อ คือประชากรของอเมริกาเองที่เป็นเชื้อสายญี่ปุ่น >> ถูกต้อง >> ใช่มั้ฮะ >> แต่ว่ามีคนถูกบังคับให้เข้าค่ายกักกันเนี่ย 120,000 กว่าคนนะครับ >> อ๋อ >> แล้วปรากฏที่มันตลกร้ายและน่าเศร้ามากๆ คือ 2 ใน 3 เนี่ยเป็นพลเมืองชาวอเมริกัน เกิดที่อเมริกา ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ 2 ใน 3 เชียวนะ >> อ ตอนนั้นก็มีมีปัญหาแบบเหมือน เอ่อ เหยียดเชื้อชาติด้วยเหมือนกัน ผิวขาวผิดของเชื้อชาติ >> ผิวขาวผิวดำ นอกจากผิวขาวผิวดำมันก็ยังมีผิวเหลือง >> คนเอเชียล คนเอเชียด้วย >> แต่ถูกเหยียดก็เหมือนกัน >> ก็ถูกดูดิ คุณคุณไม่มีความผิดอะไร คุณก็ถูกจับตัวมาบังคับมาอยู่ในค่ายกักกันแล้ว อยู่ถึง 3 ปี 4 ปีเชียวนะ >> เออ >> นะฮะ แล้วก็เป็นไม่ได้เป็นไข้กักกันเป็นโรงนอนนะ กินอาหารเป็นโรงอาหารรวมนะครับ มีลวดหนามล้อม มีหอคอยปืนกลคอยเฝ้าตลอดเวลา ห้ามหนีนะครับ มันก็มันไม่มันไม่ติดคุกก็เหมือนติดคุกอ่ะ >> จริงๆ เอ่อ ประชากรคนเชื้อสายญี่ปุ่นเนี่ย ที่มาอยู่เนี่ย อันนี้เหมือนผมเคยจำคับคคับคามา เขาอพยพมาตั้งแต่ตั้งแต่หลายรุ่นมาแล้วครับ ตั้งแต่สมัยเมจิและใช่ >> สมัยแบบญี่ปุ่นเพิ่งเปิดประเทศมาอะไรอย่างเงี้ยครับ >> ก็เค้าถึงบอกไง 2 ใน 3 เนี่ยเป็นพลเมืองอเมริกันเลย >> อ่า ก็คือก็คืออพยพไปแล้วก็ >> เป็นรุ่น 2 อ่ะ >> อ่า รุ่น 2 รุ่น 3 อะไรงี้ใช่มั้ครับ >> ใช่ ปรากฏว่าไม่แคร์เลย คราวนี้แต่มันมีเรื่องราวที่ย้อนแย้งมากนะ >> ครับ >> คุณเพียว คืออย่างงี้ ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องเนี่ยนะครับ ถูกคุมตัวอยู่ในค่ายกักกันเนี่ย ก็มีชายหนุ่มอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นเนี่ยจำนวนมาก ก็ยังสมัครใจนะครับ เพื่อต้องการที่จะพิสูจน์ความจงรักภักดีเนี่ย ที่มีต่อสหรัฐอเมริกา นะครับ แล้วก็มี การจัดตั้งหน่วยรบนะ ที่ชื่อว่า กรมรบผสมที่ 442 และกรมรบผสมที่ 442 เนี่ย >> เป็นหน่วยรบของสหรัฐที่ได้รับเหรียญกล้าหาญมากที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพเนื่องจากความกล้าหาญ หรือจะเรียกว่าบ้าบิ่นก็ได้ ภารกิจที่สาหัสที่สุดของกรมรบผสมที่ 442 >> เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 1944 คุณดูฉากนี้นะ ภารกิจคือเค้า มอบหมายให้บุกเข้าไปช่วยทหารผิวขาวเท็กซัสประมาณ 275 คน ที่บุกลึกเข้าไปในป่า Vosges ในประเทศฝรั่งเศส แล้วก็ถูกทหารเยอรมันเนี่ยล้อมเอาไว้นะฮะ บนยอดเขา ซึ่งอเมริกาเนี่ยเคยพยายามส่งหน่วยรบเข้าไปช่วยละถึง 2 ครั้ง แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จต้องถอยกลับมาทุกครั้ง >> คือหน่วยที่ว่าเนี่ย เป็นหน่วยที่เป็นชาวอเมริกันที่เป็นเชื้อสายญี่ปุ่น >> 442 เนี่ย อเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น >> อ๋อ >> ถูกมอบภารกิจโหดเข้าไปช่วยทหารเท็กซัส >> นะ 275 คนที่อยู่ในวงล้อมของนาซี >> แต่ว่าอันนี้คือสมรภูมิที่ยุโรปเนาะ ไม่ได้ไม่ได้แบบมารบกับญี่ปุ่นโดยตรงนะ อาจจะไม่ได้ได้รับความไว้วางใจขนาดนั้น >> ใช่ คราวนี้ครับ >> อ่าฮะ >> ถามว่าทำไมภารกิจนี้โหดมาก เพราะว่า >> ครับ >> กองรบผสมที่ 442 เนี่ยต้องเจอกับภาวะที่หนาวจัด หมอกทึบนะครับ เป็นป่า มีการวางกับระเบิด ทหารเยอรมันก็ยิงปืนใหญ่สกัดอยู่ตลอดเวลานะ >> ครับ >> จนมีช่วงนึงอ่ะ กระสุนที่รบอ่ะหมดน่ะจะหมดแล้วอ่ะ >> ครับ >> กรมรบผสมที่ 442 ติดดาบปลายปืนแล้วก็วิ่งชาร์จตะลุมบอนกับ เอ่อ ทหารนาซีอ่ะ ทหารทหารเยอรมันน่ะ จนกระทั่งว่าทหารนาซีตกใจว่า เฮ้ย กอง กรมรบผสมนี่มันเกิดอะไรขึ้น มันมันไม่กลัวตายหรือไงอ่ะ จนสุดท้ายช่วยทหารเท็กซัสออกมาได้ 211 คน >> อื >> แต่ปรากฏว่ากรมรบผสมที่ 442 ตายไป 800 กว่าคน ตายแล้วบาดเจ็บไป 800 กว่าคน >> เพราะว่ากระสุนหมด >> ก็กระสุนจะหมด เจอยิงปืนใหญ่ เจอกับระเบิด เจอสภาวะหนาวจัด เรียกว่าเป็นภารกิจที่ทรหดแล้วโหดเหี้ยมมาก >> อื >> นะฮะ >> เนี่ย เอาคน 800 เนี่ย 800 ไปแลก 211 จนชาวเท็กซัสเนี่ยครับ สำนึกบุญคุณแล้วก็มอบ นะครับ เป็น เป็นเหมือนกับประชาชนกิตติมศักดิ์ หรือพลพลเมืองกิตติมศักดิ์ ให้กับกรมรบผสมกลุ่มนี้เลย ว่าเป็นประชาชนกิตติมศักดิ์ที่ที่เท็กซัส >> เหมือนแบบพิสูจน์ตัวเองเนาะ ว่าแบบ ฉันน่ะเป็นพลเมืองอเมริกันนะ ฉันไม่ใช่เป็นคนญี่ปุ่นนะ อย่างงี้ถูกมั้ย ก็เลยแบบเข้าร่วมการรบกับอเมริกันแบบเต็มที่ >> มันมันน่าเศร้ามากนะว่าเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงมานานนะ เข้าใจว่ามีประธานาธิบดี Roosevelt อ่ะ เค้าเคยแบบ ตรวจแถวทหารน่ะนะฮะ >> ครับ >> เค้ายังชมกรมรบผสมที่ 442 เลยว่า คุณไม่ได้รบกับศัตรูนะ แต่คุณกำลังรบกับอคติอ่ะ >> โอ้โห >> ที่เหยียดคุณอยู่ด้วยอ่ะ แต่ช่วยมั้ย กว่าเขาจะได้รับความเป็นธรรมแล้วก็รัฐบาลอเมริกายอมรับผิดเนี่ยนะครับ ต้องรอถึงปี 1988 หลังสงครามโลกไปแล้ว ต้องหลาย 10 ปีอ่ะ เพราะดี Ronald Reagan รัฐโดยรัฐบาลอเมริกายอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับการพาคนญี่ปุ่นเนี่ย ชาเอ้ยชาวชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นไปค่ายกักกันน่ะ ที่อยู่ในตอนตอนในเนี่ยของประเทศเนี่ย ที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารอ >> ไม่ใช่เรื่องของความมั่นคงเลย เป็นเรื่องอคติทางเชื้อชาติชัดๆ >> แล้วก็มีการจ่ายเงินชดเชย 20,000 ดอลลาร์ นะครับให้กับผู้เสียหายผู้สูญเสีย แต่ มันไม่คุ้มหรอกถูกป่ะ >> ครับ >> มันก็เป็นบาดแผลเหมือนกันนะ มันก็เป็นบาดแผลของชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นเหมือนกันเห็นป่ะอ >> ผมผมคิดว่าแบบเอ่อ เหตุการณ์อย่างเงี้ยมันก็มีมาทุกยุคทุกสมัยเนาะ พอมีคนที่แบบหน้าตาไม่เหมือนเราอะไรเงี้ย คนละชาติมาอยู่ในประเทศของเราเองอะไรเงี้ย แล้วมาแย่งงานด้วยใช่มั้ยครับ แย่งงานแล้วอันนี้ที่ผมอ่านมานะ ก็คือแบบคนญี่ปุ่นน่ะพอไปอยู่ ที่อเมริกาอพยพไปแล้วขยันไง พอขยันกว่าคนอเมริกาแล้วก็ได้งานใช่มั้ยครับ >> แต่มันมีมิติของความไม่เท่าเทียมกันด้วยนะ การที่ >> เอ่อ ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นเนี่ยที่เกาะฮาวายเนี่ย >> ไม่ได้ถูกเรียกตัวไปกักกันนะ เพราะว่าในตอนนั้นน่ะ อะไรล่ะ >> ครับ >> แรงงานน่ะ หรือคนทำงานน่ะ ที่อยู่ในเกาะฮาวายเนี่ย โหจำนวนมากนะ เป็นอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นนะ คือถ้าเกิดดึงออกมาเข้าค่ายกักกันทั้งหมดเนี่ย เศรษฐกิจที่เมืองฮาวายเนี่ยไปเลย >> มันก็เลยมีการเลือกปฏิบัติด้วยแหละนะครับ >> ครับ อ๋อ ก็คืออ๋อ อเมริกา เอ่อ ฮาวายเนี่ย น่าจะเป็นพื้นที่ที่แบบคนญี่ปุ่นอพยพไปตั้งถิ่นฐานอยู่เยอะในช่วงนั้น >> คราวนี้หลังจากที่เพิร์ลฮาร์เบอร์เนี่ยครับ ถูกถล่มในเดือนธันวาคมนะครับ 1941 เนี่ย >> ประธานาธิบดี Roosevelt เนี่ยก็สั่งการเลยว่าต้องเอาคืนญี่ปุ่น ต้องไปทิ้งบอมโตเกียวให้ได้ แต่ปัญหาคืออะไรฮะ >> คุณจะบรรทุกบรรทุกระเบิดเนี่ยนะครับ ไปทิ้งบอมโตเกียวเนี่ย มันอยู่ไกลเกินน่ะ คัน ว่าจะเอาเรือบรรทุกเครื่องบินไปเนี่ย เดี๋ยวก็ถูกเครื่องบินญี่ปุ่นได้ใช่มั้ย ข้ามข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก >> เออ มันมันไกลมากอ่ะ >> ครับ >> มันจะปฏิบัติการยังไงดี คราวนี้ในที่สุดครับ การเอาคืนญี่ปุ่นด้วยการไปถล่มโตเกียวก็เกิดขึ้น จากแผนของพันโท James Doolittle ชื่อคือ Doolittle ทำนิดแต่จริงๆไม่ ใช่ทำใหญ่เลย >> อ่า ทำไงครับ >> คือก็เสนอแผนว่าเขาจะเอาเครื่องบินเนี่ย ทิ้งระเบิดขนาดเค้าเรียกว่าขนาดใหญ่คือ B25 Mitchell เนี่ยขนนะครับไปบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Hornet เนี่ยแล้วก็แล้วก็แล่นเข้าไปเรื่อยๆ จนถึงจุดๆนึงเนี่ย แล้วก็จะ take off แล้วก็หิ้วระเบิดเนี่ยไปทิ้งระเบิดที่โตเกียว แต่ภารกิจมัน >> สาหัสอย่างงี้เพราะว่าปกติแล้วเครื่องบินขนาดใหญ่ขนาดนั้นมันต้องใช้รันเวย์ในการ take off อ่ะที่ยาวถูกป่ะ >> อย่างน้อยๆคุณต้องมีซัก อ่า 365-457 เมตรอ่ะในการเท >> แต่บนเรือ USS Hornet เนี่ยมีระยะทางในการ take off แค่ 100 47 เมตรเท่านั้นเอง 140 กว่าเมตร >> แล้วบินได้มั้ยครับ >> มันสั้น คือถ้าระยะเทคไม่พอเนี่ยนะครับ ความเร็ว มันไม่ถึงมันตกหลือมันตกมหาสมุทรไปเลยนะ คราวนี้เขาก็ต้องใช้วิธีการน่ะในการวางยุทธวิธี เช่น ลดน้ำหนักเรา อ่า ถอดชุดปืนกลนะครับออก ถอดวิทยุสื่อสารออก >> เอ่อ ลูกเรือไปแค่ 5 คนต่อลำก็พอ อันนี้คือยุทธยุทธยุทธวิธีแรก จูนเครื่องยนต์ซิเอาละนะครับ ปรับเปลี่ยนวิธีการบินซิิ >> อ่านะครับ แล้วก็ >> นักบินเหล่าเนี้ยรู้เดียวว่านี่คือตีตั๋วเที่ยวเดียว น้ำมันหมด >> น้ำมันหมด >> เออ ก็ก็ไม่ไม่มีน้ำมันให้กลับ >> ไม่มีไม่มีเกาะไม่มีเกาะอะไรให้ให้พักแล้ว อ่า >> งั้นภารกิจก็คือพอทำภารกิจสำเร็จก็ต้องไปจอดที่จีนบ้างนะครับ อ่า อะไรหรือไปจอดที่โซเวียตบ้างนะครับ >> อ >> แล้วก็ >> แต่พันโท Doolittle นี่ >> ครับ >> เค้าเจ๋งจริงๆนะ เค้าเป็นคนเครื่องแรกที่บินเลยนะ เค้าไม่ใช่ว่าเค้าปล่อยลูกน้อง เค้าใช้ลูกน้องเค้าคุ้มลำแรกเลยนะ >> เป็นฝูงบินใช่มั้ย >> เออ เป็นฝูงบิน ฝูงบินนี่นะ James เค้าเรียก ว่า Doolittle Raid เนี่ยนะครับนะ มีเครื่องบินไปปฏิบัติหน้าที่นะครับนะ ในวันที่ 18 เมษายน 1942 นะครับ 16 ลำ ลำนึงมี 5 คนก็คือไปกัน 80 ชีวิต แต่ปรากฏว่าเจ้ากรรมครับ ระหว่างมุ่งหน้าไป USS Hornet >> ปรากฏญี่ปุ่นจับได้ครับ เจอเข้าพอเจอปุ๊บ ก็เลยต้องปฏิบัติการอะไรล่ะ ล่วงหน้าละ ต้องก่อนที่แผนที่จะวางไว้อันนี้ถ้าชัดเจนแล้วว่าน้ำมันยิ่งเตรียมไว้พอดีคือไม่พอแน่ะนั้นก็ไปตายเอาดาบหน้าอ >> คราวนี้ปรากฏว่า >> ออนี้เค้าจับได้จากแผนการรั่วไหลอะไรเงี้ยครับ หรือว่าบินไปแล้วแล้ว >> ก็อาจจะเจอมีวิธีการตรวจสอบหลายแบบเนาะ >> คำว่าสุดท้ายคือญี่ปุ่นจับได้ก็เลยต้อง ปฏิบัติก่อนเลย เพราะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าช้ากว่านี้เนี่ย เดี๋ยวญี่ปุ่นตั้งหลักได้ถูกมั้ยครับ คราวในที่สุดครับ เครื่องบินน่ะทั้ง 16 ลำก็ ปฏิบัติภารกิจ 16 ลำนี่ขึ้นได้สำเร็จหมดนะ ปฏิบัติภารกิจทิ้งระเบิดนะฮะ ในเมืองโตเกียวในยุทธพื้นที่ยุทธศาสตร์ในโตเกียว จนชาวมันตกใจมากเพราะว่าเค้าเคยเชื่อว่าไม่มีทางหรอกที่เครื่องบินน่ะของของอเมริกาเนี่ยจะบินมาถล่มได้ไกลขนาดนี้ >> อื >> ปรากฏว่าเนี่ย James Doolittle ทำภารกิจที่เรียกว่า >> เหนือความคาดหมายแล้วทำได้สำเร็จนะ แต่ปรากฏว่า >> ครับ >> แต่ปรากฏว่าพอทำเสร็จใช่มั้ย เอาล่ะจะไป ยังไงล่ะก็น้ำมันหมดนะ หลายคนก็หลายลำก็ต้องกลับ >> อะไรล่ะ อีเจคตัวเองก็กระโดดร่มแหละ กระโดดร่มหนีออกมานะครับนะ แล้วก็ปรากฏว่า 3 คน นะครับ มีลำนึงก็ต้องไปบินลงในทะเลก็ >> อื >> ก็เสียชีวิตไป 3 คน จมน้ำบ้างอะไรบ้างนะครับ ก็เสียชีวิตอีกคนนึงเนี่ย >> 3 คน 2 คนจมน้ำ อีกคนนึงก็เนื่องจากลมแรงร่มที่กลางก็พาไปฟาดกับหน้าผา >> เป็นคล้าย Kamikaze ของฝั่งอเมริกาอะไร >> แล้วก็แล้วก็พอเค้าบอกว่าพอไอ้สายเชือก ไอ้สายร่มชูชีพมันขาด หรืออาจจะเค้าตัดกันด้วยความมืดอ่ะ เค้าไม่รู้หรอกว่าข้างล่างมันเป็นหน้าผา >> ก็ปรากฏว่าก็เสียชีวิตทันที 3 คนเนาะ จากการปฏิบัติภารกิจแล้วก็ถูกญี่ปุ่นจับได้ 8 คน >> อื >> นะครับ บินไปลงที่โซเวียตนะครับก็ลำนึงก็ 5 คนนะครับ แล้วก็ที่เหลือนะครับอีก 64 คนก็ถูกชาวจีนช่วยเหลือเอาไว้ >> บอกให้ที่ซ่อนไม่บอกทหารญี่ปุ่น >> อันนี้คือแค่ 16 ลำ แต่ว่าตอนเพิร์ลฮาร์เบอร์นี่ >> ญี่ปุ่น 350 กว่าลำ >> 350 กว่าลำ >> ดูไม่ค่อยจะ >> อ่า แต่ว่ามันเป็นภารกิจเหนือเมฆเนี่ย คุณต้องบินไกลอ่ะ >> แต่ว่าตอนที่บินขึ้นมันนอกนอกจากไปจูนเครื่องยนต์แล้วมันมีอย่างงี้ด้วยนะว่า >> ตอนเรือ USS Hornet แล่น เค้าอาศัยว่าแล่นสวนลมไง มันทำให้หลักการทางฟิสิกส์มันเหมือนมี ลมกระแสลมมันแรงขึ้นเพราะมันมีลมสวนมาด้วยถูกป่ะ มันทำให้เพิ่มแรงยกด้วยมันก็ไปอีกมีเรียกว่ามีเทคนิคของเขาอ่ะ >> คราวนี้ >> ปรากฏว่ารอดมา 64 8 คนที่ถูกญี่ปุ่นจับเนี่ย ก็มีเรื่องราวดราม่าอีกว่า 3 คนนี้ ถูกตัดสินประหารชีวิต >> อีกคนนึงตายในคุก >> นะครับ >> นะ อีก 4 คนเนี่ยตอนหลังสงครามก็ช่วยกลับมาได้ แต่ 64 คนเนี่ยนะฮะ ก็ถูกชาวจีนปกปิดนะช่วยเหลือเอาไว้นะครับ ชาวจีนก็ซ่อนตัวไว้ และเรื่องเนี้ย โอ้โห หมู่บ้านที่นะฮะ ซึ่งญี่ปุ่นโกรธแค้นชาวจีนที่ช่วยเหลือ 64 คนนี้มากนะครับนะฮะ >> ครับ >> นะ แล้วปรากฏว่าหมู่บ้านที่ไปช่วยเหลือถูกทหารญี่ปุ่นนะครับ สังหารหมู่ นะครับ เพื่อแก้แค้นนะครับ ปฏิบัติการ Doolittle Raid เนี่ย >> แล้วปรากฏว่าไม่ใช่แค่หมู่บ้านเดียว แต่เป็นการสังหารหมู่ในพื้นที่กว้างทั่วทั้งมณฑลทั่วทั้งมณฑลไม่ว่าเจ้อเจียงแล้วก็ เจียงซีนะ >> อื >> เพื่ออย่างงี้ฮะ พอกองทัพญี่ปุ่นพอรู้ว่านักบินอเมริกันเนี่ยรอดไปได้เนี่ย เพราะว่าการช่วยเหลือของชาวจีนเนี่ย ก็จำเป็นต้องคือเค้าคิดว่าฉันต้องสังหารหมู่เนี่ย ที่เจ้อเจียงแล้วก็คือเจียงซี >> ตอนนั้นตอนนั้น >> ฮะ >> ญี่ปุ่นมีฐานทัพอยู่ที่จีนอยู่แล้วใช่มั้ย >> ใช่ๆ เพราะเค้าบุกจีนอยู่แล้ว เค้าก็เพื่อไม่ให้เป็นการเขียนเสือให้วัวกลัว เชือดไก่ให้ลิงดูว่าจะได้ไม่มีใครกล้าช่วยเหลือทหารอเมริกันอีกนะครับ >> มีทั้งการสังหารหมู่ มีทั้งการปล่อยเชื้อโรคกาฬโรค อหิวาตกโรค นะครับ ไทฟอยด์ไปปล่อยในแหล่งน้ำบ้าง โปรยบ้างนะครับ เชื่อมั้ยครับว่ามีชาวจีนที่ถูกสังหารหมู่เนี่ย นะ เพื่อแก้แค้นเนี่ย ที่เจ้อเจียงแล้วก็เจียงซีเนี่ย ที่ 2 มณฑลเนี่ย 250,000 คนนะ >> โอ้โห อันนี้คือคนละเหตุการณ์กับการฆ่าล้างหมู่ที่นานกิง >> อ่า แต่ว่ามันมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันตอนนั้นทหารญี่ปุ่นมันโหดร้ายมาก >> ครับ >> 250,000 คนกับ 64 คนดูดิ >> อื >> เพิร์ลฮาร์เบอร์เนี่ย คือวันที่ญี่ปุ่นเนี่ย ประเมินว่าเหมือนตบหน้าอเมริกาเนาะ >> แต่ปฏิบัติการ Doolittle เนี่ย คือวันที่อเมริกาเนี่ย มันเตะก้านคอญี่ปุ่นคืน่ะ เอาอย่างเงี้ยเทียบกันอย่างนี้ได้เลย >> นะฮะ >> ต้องเอาคืนบ้าง >> จนนำไปสู่จุดเริ่มต้น Doolittle เนี่ย เป็นจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นเชียว นะ >> อ๋อ อันนี้คือก็คือไปถล่มโตเกียวอย่างเดียวเนี่ยเสียหายเยอะ >> คือการเอาคืนญี่ปุ่นเนี่ย ไม่ได้จบแค่ Doolittle นะ ยุทธการ Doolittle >> ครับ >> หนักๆนี่คือยุทธนาวี Midway ครับ >> ที่เกิดในเดือนมิถุนายน 1942 >> เอ้ย ผมเพิ่งเหมือนผมเพิ่งดู Netflix Netflix >> Midway >> อ่า >> เป็นการปิดบัญชีแค้นเพิร์ลฮาร์เบอร์เลย เพราะอเมริกาใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาที เรียกว่าจัดการญี่ปุ่นจนอยู่หมัดแล้ว มันเป็นการเอาคืนด้วยญี่ปุ่นเก็หยิ่มยิ้มย่องครับ >> พลเรือเอกอิโซโรคุ ยามาโมโตะ คนนี้นี่เป็นสมองเพชรเคยไปเรียนที่ฮาวาร์ดด้วย >> ยามาโมโตะ อ่า >> อ่ายามาโมโตะ อิโซโรคุ ยามาโมโตะ พลเรือเอกเนี่ยนะ ครับ คือ ยามาโมโตะเนี่ยแค้นจากกรณี Doolittle Raid มากนะครับ >> ครับ >> คราวนี้เขาวางแผนยุทธการยุทธการนี้คือเขา กะว่าจะวางแผนล่อกองเรืออเมริกาเนี่ยมาทำลาย มาจมที่เกาะมิดเวย์เลย ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางมหาสมุทรแปซิฟิก คือจะเอาคืนเลย แล้วคราวนี้เนี่ย มันความสะใจมันอยู่ที่นี้ เค้าก็คิดกันหยิบเขาก็ส่งนะ ญี่ปุ่นก็ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ดีที่สุดนะ ฮะ 4 ลำ >> ครับ >> ที่ 4 ลำเนี่ยเป็นเรือที่เคยเคยไปปฏิบัติภารกิจเพิร์ลฮาร์เบอร์ดูดิ >> กะว่า >> จะเอาเต็มที่จะหยามเต็มที่ กะว่าจะมาปิดล้อมเรืออเมริกันแล้วก็ระดมยิงอ่ะ เอาละ >> ครับ >> แต่หารู้ไม่ครับว่าอเมริกาเนี่ยเค้าถอดรหัสลับ ถอดโค้ด เค้าก็รู้อยู่แล้วครับ และเตรียมแผนซ้อนญี่ปุ่นแล้วอ >> ในเช้าวันที่ 4 มิถุนายน 1942 เวลา 10:22 10:22 น.ครับ เครื่องบินอเมริกาก็ระดมทิ้งระเบิดนะครับนะฮะ ลงกลางดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่นรวดเดียว 3 ลำ >> อื >> จมแป๊บเดียว 6 นาทีเรือ 3 ลำจมสู่ >> คือพลิกเกมเลย >> ท้องมหาสมุทรท้องทะเลเรียบร้อยอยู่จมอยู่ใต้มหาสมุทรอีกลำนึงสุดท้ายก็สู้ไปช่วงบ่ายก็จมตามเพื่อนไปเรือ 4 ลำที่ญี่ปุ่นเตรียมมาเรียบร้อยจมนะครับ กลายเป็นผีเฝ้า >> แสดงว่าตัวตัวพลิกเกมจริงๆคือการถอดรหัส >> ถูกต้อง >> ซึ่งอเมริกาในยุคนั้นนี่ >> นะ เก่งมาก แต่ว่า >> เขาก็พยายามจะปิดบังนะ เพื่อป้องกันไม่ให้ญี่ปุ่นเนี่ยรู้ว่าเขาถอดรหัสได้นะฮะ >> ครับ >> คราวนี้พอญี่ปุ่นแพ้ที่มิดเวย์นะครับ อเมริกานี่ยังไม่หยุดแค่นั้นนะครับ เอาคืน สังเกตว่าอเมริกานี่แบบสุดยอด มันพฤติกรรม คือหาข่าวแล้วตามล่าหาผู้นำระดับสูง หรือแกนนำสำคัญมันมีตั้งแต่ยุคนั้นแล้วยุคนี้ที่อิหร่านเห็นมั้ย เค้าเด็ดหัวแกนนำใช่ป่ะ ของอิหร่าน เอาว่าถูกผิดไม่ว่ากันเนาะ เราเราไม่วิเคราะห์ดีกว่า แต่พฤติกรรมอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยไหน ปรากฏว่าอเมริกา ก็ไม่หยุดแค่นั้นครับ ในปี 1943 อันนี้คือสุดยอดจริงๆ หน่วยข่าวกรองอเมริกาก็ถอนรหัสได้อีกครับว่า >> พลเรือเอกอิโซโรคุ ยามาโมโตะเนี่ยจะบินไปตรวจเยี่ยมทัพที่เกาะโซโลมอนครับ >> อื >> คราวนี้ทำไง พอรู้ครับ อเมริกาก็เลยส่งเครื่องบิน P38 Warhawk 16 ลำเหมือนเดิม >> ครับ >> เอาว่า วางแผนที่จะเก็บนะครับ เอ่อ พลเรือเอกอิโซโรคุ ยามาโมโตะให้ได้ ซึ่งวันนั้นประมาทมาก เพราะว่าไปนั่ง >> ฝั่งฝั่งญี่ปุ่นประมาท >> ตัวยามาโมโตะเนี่ยนั่งอยู่บนเครื่องบิน Betty นะครับ แล้วก็มีเสนาธิการก็นั่ง Betty อีกลำนึงนะครับนะ นี่คือทหารระดับสูงนะ แล้วก็มีเครื่องบิน Zero เนี่ยคุ้มกันเป็นแค่ 6 ลำ ซึ่งปกตินายทหารระดับสูงขนาดเนี้ย คุณต้องมีเครื่องบินคุ้มกันมากกว่านี้ถูกป่ะ อื >> เออ ปรากฏว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ก็ มีเครื่องบิน Zero คุ้มกันแค่ 6 ลำครับ แล้วก็ถูกสอยนายในในพลเรือเอกยามาโมโตะก็ถูกสอยตกนะฮะ โดยเครื่องบิน 16 ลำนะครับนะ ของอเมริกานะครับ >> นะ P38 Warhawk ก็เป็นการปิดฉากนายพลผู้วางแผนเพิร์ลฮาร์เบอร์ ยามาโมโตะนี่คือคนวางแผนปฏิบัติการเพิร์ลฮาร์เบอร์นะ >> อ เป็น เป็นคนก็คือใหญ่ อ่ะ เป็นเป็นสูงสุดของกองทัพเรือแล้วใช่มั้ย >> คนวางแผนเลย แล้วก็เป็นการปิดฉากนะนายพลบุคคลสำคัญผู้วางแผนถล่มเพิร์ลฮาร์เบอร์ที่ฮาวายที่คนอเมริกันเจ็บปวดนะครับ >> แก้แค้น >> เป็นการปิดฉากโดยสมบูรณ์ >> แล้วเนี่ยฮะ ผมถึงบอกว่าเพิร์ลฮาร์เบอร์มันเลย กลายเป็นเรื่องที่กระอักกระอ่วนมากๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นซึ่งวันนี้คือพันธมิตรของอเมริกาถูกป่ะ >> ใช่ครับ >> เพราะว่าที่ที่ทรัมป์บอกว่านี่ไง เรื่องเซอร์ไพรส์เนี่ยไม่มีทางเกินคุณหรอกนะ เพราะคุณเคยทำมาก่อนแล้ว ต่อให้รู้ความจริงว่าคุณน่ะจะบอกผมเก็คุณก็จะบอกผมแค่ 20-30 นาทีแหละ คือเค้าตีกันเสร็จจบไปนานแล้ว เคลียร์กันไปนานแล้ว >> อเมริกาก็ทิ้งบอมใช่มั้ยครับ ระเบิดปรมาณู แล้วก็ปกครองญี่ปุ่นคือ >> ให้ความช่วยเหลือญี่ปุ่นพัฒนาเศรษฐกิจ อะไร >> ก็เรียกว่าก็ญี่ปุ่นก็ถูกแทรกแซงทางการเมืองนะครับ แล้วก็ เอ่อ ไปๆมาๆ อเมริกา ก็กลายมาเป็นพันธมิตรนะครับของอเมริกาในปัจจุบัน แต่ >> ครับ >> การเป็นพันธมิตรมันก็มีบาดแผล มีความกระอักกระอ่วน เป็นมีของแสลงที่ไม่อยากจะพูดถึงกัน และหนึ่งในของแสลงก็คือเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์ที่ฮาวายนั่นเองครับ >> คือเป็นบิ๊กกันอยู่แล้ว มาแซะกันทำไมอะไรเงี้ยถูกมั้ยครับ >> เออ มันก็ >> ทำก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ >> แต่ไหนๆจะแซะแล้วนะครับ ก็เลยเอาเรื่องราวเพิร์ลฮาร์เบอร์ในอีกมิติหนึ่งนะครับ พร้อมทั้งปฏิบัติการนะครับ เอ่อ Doolittle นะครับ รวมทั้งยุทธการที่ Midway มาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ท่านผู้ชมผู้ฟังนะครับจะได้เข้าใจ >> นะครับว่า เออ เพิร์ลฮาร์เบอร์ทำไมมันเป็นของแสลงนะครับ แล้ววันนี้นะครับนะ ก็ต้องขอบคุณมากๆ สุดท้ายเพียวอยากจะพูดอะไรอีก >> ออ ส่วนใหญ่ >> ทิ้งท้าย >> สนุกมากกว่าฟังเรื่องราวสงครามแล้ว >> จะรู้ว่าเพิร์ลฮาร์เบอร์เป็นไงเนาะ >> ที่มาที่ไปอะไรอย่างเงี้ย เพราะว่าเหตุที่มันเกิดแต่ละอย่างเนี่ย มันมีเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นใช่มั้ยครับ มันมันต้องมีเหตุผล มีเรื่องญี่ปุ่นไปทำเค้าใช่มั้ย >> อ่า ใช่ครับ >> จะได้รู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนะครับ แล้วก็วันนี้นะครับ ก็ต้องขอบคุณนะครับ สารวัตรเพียว นะครับ พันตำรวจตรี ชวลทเราหา อุดมพันธ์มากๆนะครับ แล้วพบกับมีเรื่องเล่า นะครับ กับผมวิโรจน์นะครับ แล้วก็ the second ไมโครโฟนนะครับนะครับ ได้เรื่อยๆ เข้าใจว่าสารวัตรเพียวเนี่ยรับปากผมว่าจะมากันบ่อยๆแล้วนะครับ ก็พบกับสารวัตรเพียว นะครับในคราวหน้านะครับ แล้วก็ท่านอื่นๆนะครับ ในคราวต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้นะครับ เพิร์ลฮาร์เบอร์นะครับ ปิดฉากลงของแสลงระหว่างอเมริกาและญี่ปุ่นนะครับ ทุกคนน่าจะได้อะไรไม่มากก็น้อยครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ >> ครับ สวัสดีครับ >> ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe รวมถึง Super Thank ช่อง YouTube ปฏิชน ทีวีกันด้วยนะครับ