Transcription
Death Haracky นะฮะชื่ออย่างก Squid Games Alternative World โอเคอ่านบทความนี้ Death Haraki 20 ปีคืออายุน้อยที่สุดของทหารที่ตายจากการปะทะกับกองทัพกัมพูชาในรอบหลายวันที่ผ่านมาตลอดการรบพุ่ง 2 ระรอกตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนธันวาคมปี 68 มีทหารเสียชีวิตไปแล้ว 42 นายช่วงที่เสียชีวิตมากที่สุดคือ 25 และ 27 กรกฎาคมเสียชีวิตวันละ 7 นายทั้งหมดเป็นทหารชั้นประทวนที่มียศสุดท้ายคือจ่าสิเกในขณะที่นายทหารสัญญาบัตรคือเหล่า นักเรียนนายร้อยที่รับราชการด้วยยศเริ่มต้นที่สูงกว่าเพื่อปูทางไปสู่การเป็นนายพลนายพันในกองทัพ
ผมเริ่มเห็นทิศทางของบทความนี้ละแต่ผมจะอ่านต่อผมต้องการได้มุมของเขานิดนึงคือปกติแล้วอ่ะมันเหมือนกับว่าทหารชั้นประทวนทหารชั้นสัญญาบัตรและพลทหารซึ่งต่ำสุดเนี่ยหรือทหารเกณฑ์หรืออะไรเนี่ยในไฮarkyเนี่ยมันมีหลักการและเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องบทบาทหน้าที่อยู่นะครับที่เป็นองค์ประกอบซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งแต่ผมคิดว่าคนที่เขาเขียนเรื่องนี้เพยายามที่จะ critique เพยายามที่จะวิจารณ์หวังว่าอย่างสร้างสรรค์โครงสร้างไอ้ที่มันเป็นอยู่เนี่ย
12 ล้านบาทคือมูลค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินที่ครอบครัวของทหารเกณฑ์ที่เสียสละได้รับจากการพลีชีพในสนามรบในวอลลอกล่าสุดซึ่งหากคำนวณตามเกณฑ์มูลค่าของชีวิตเชิงสถิติของชายไทยในตลาดแรงงานซึ่งเป็นวิธีคิดค่าชดเชยเฉลี่ยที่ใช้แพร่หลายในแวดวงเศรษฐศาสตร์และเป็นมาตวัดสากลในการคำนวณค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตที่เหมาะสมปรับพบความจริงที่น่าใจหายว่าตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดแรงงานถึง 3 เท่าซึ่งตามเกณฑ์ควรที่จะอยู่ประมาณ 33-39 ล้านบาทงั้นคนที่เขียนเนี่ยเขาบอกว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ได้จากรายได้เงินเดือนแต่เป็นมูลค่าของชีวิตแรงงานต่อสังคมอันนี้วัดในเชิงเ้าเรียกว่า productivity ของ society ใช่มั้ย value ของแรงงานต่อ society ต่อสังคมยิ่งไปกว่านั้นหักลองจินตนาการว่าหากผู้เสียสวัสดิ์เหล่านี้มีโอกาสสอบเข้าเป็นนายสัญัตรและรับการประชุมเกษียณอายุผลประโยชน์รวมทั้งเงินเดือนและบำนาญตลอดช่วงชีวิตจะมีมูลค่าสูงถึง 41-50 ล้านบาทซึ่งตัวเล็กนี้สูงกว่ามูลค่าการสละชีพในฐานะฐานเกณฑ์ชั้นผู้้น้อย 3-4 เท่าตัว
โอเคแต่ว่าจริงๆเนี่ยคอนเซปในการจัดเงินเยียวยามันขึ้นอยู่กับปริมาณเงินที่สามารถจัดสรรได้ด้วยนะคือมันไม่ได้วัดกันที่มูลค่าของคนคันนั้นต่อสังคมไงคือมันไม่ได้วัดกันที่มูลค่าต่อตลาดแรงงานหรือมันไม่ได้มันวัดไม่ได้อยู่แล้วไงไปวัดตามมูลค่าต่อคนที่มีต่อบุพการีมันก็วัดไม่ได้มันเกินกว่าเงินจำนวนนี้ทั้งหมดอยู่แล้วแต่ว่าส่วนใหญ่การเยียวยามันจะเกิดขึ้นตามสภาพความเป็นจริงของศักยภาพในการจัดสรรงบประมาณไงสิ่ง ที่คนนี้เขาเขียนก็มันก็น่าคิดแต่ว่าตอนแรกผมคิดว่าเจะเขียนในมุมอื่นนะความเสี่ยงที่ไม่เท่ากันของทหารชั้นผู้น้อย theorากyเนี่ยแนวคิดว่าด้วยการจัดลำดับชั้นการตายของผู้คนที่ให้ความสำคัญแตกต่างกันซึ่งปัจจัยมักจะเกี่ยวเนื่องกับการให้คุณค่าทางสังคมและความสัมพันธ์ทางอำนาจแนวคิดเรื่องลำดับชั้นการตายมักจะถูกมาใช้เป็นกรอบในการศึกษาอัตราการตายหรือ mortality rate ในสนามความขัดแย้งที่มีการพุ่งรบยาเลวนะฮะนักสังคมวิทยาชาวอิสราเอลศึกษาลำดับชั้นการตายของทหารอิสราเอลเลวี่เพบว่าอย่างี้การตายในสงครามของทหารเนี่ยสัมพันธ์กับโครงสร้างอำนาจในกองทัพทหารชั้นผู้น้อยจะถูกประเมินค่าต่ำกว่าทหารยศสูงที่มีภูมิหลังการศึกษาและมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกองทัพยิ่งทหารเหล่านั้นเข้าใกล้ศูนย์กลางอำนาจเท่าไหร่คุณค่าในการรักษาชีวิตก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นดังนั้นในสนามรบที่คนตายจึงมีชั้นผู้น้อยแต่ว่าอันนี้มันไม่ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่นะเพราะว่าโดยคอนเซปตแล้วเนี่ยถ้าเค้ามองทุกอย่างว่าเป็นการลงทุนสร้างบุคลากรระดับขงเบ้งซึ่งจะเป็นฝ่ายเสเนี่ยมันมีการลงทุนในการสร้างบุคลากรในส่วนนั้นมากกว่าไงเพราะฉะนั้นถ้าคุณจะส่งระดับฝ่ายเสไปรบน่ะมันก็ต้องแปลว่าทหารระดับชั้นผู้น้อยเนี่ยมีน้อยกว่าแล้วไงมันเหมือนกับว่าไม่มีคนที่จะไปตายแล้วก็ต้องส่งระดับฝ่ายเสไปตายไอ้ประเด็นที่เขาเขียนมันไม่ใช่ว่าไม่น่าสนใจแต่ว่ามันจะไม่ได้ให้มุมมองหลักการอีกด้านนึงว่าทำไมมันไม่ควรเป็นแบบนี้ก็คือเขาแค่เชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่มันเป็นอยู่ซึ่งมันก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว
สุรการจนขุนดีนักวิชาการในสระที่ปรึกษากรรมาธิการอธิบายถึงวิธีคิดทางนรกพลทหารว่าแทบจะเป็นวิธีคิดเชิงสถาบันของกองทัพในโลกรวมถึงไทยกองทัพสมัยใหม่ของไทยรับแนวคิดดอกเทรนการจัดรูปแบบกองทัพมาจากสหรัฐอเมริกาแบบแทบจะ 100% กระทั่งการมีโรงเรียนเตรียมทหารก็รับจารีจันทสรมาจากเวสท์พอยท์ในยุคที่สหรัฐอเมริกายังมีการเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามต่างๆขณะนี้ในปัจจุบันการเกณฑของสหรัฐถูกยกเลิกไปหลังจบสงครามเวียดนามยกเลิกอย่างเป็นทางการในปี 1973 เปลี่ยนมาเป็นระบบทหารอาชีพแต่ยังคงไว้สำหรับกำลังสำรองในขณะที่ไทยยังคงยึดจารีดเดิมไว้อย่างเคร่งครัดความแข็งตัวของลำดับชั้นยศในกองทัพไทยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดผ่านการจัดกำลังพลรูปแบบปีระมิดทหารเกณฑ์ทหารชั้นประทวนจะอยู่สุดท้ายของลำดับชั้นที่วัดกันผ่านบั้งบนบ่าทหารยศต่ำอยู่ลำดับท้ายสุดจะถูกส่งไปแนวหน้าเพราะไม่ต้องบังคับบัญชาอะไรทำหน้าที่เพียงรับคำสั่งและถือปืนไปรบหากพวกเขาตายในสนามก็มีกำลังพลเพียงพอที่จะเติมเข้าไปเพราะถูกเกณฑ์มาแล้วแม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีประสบการณ์ในการรบในสนามจริงมาเลยก็ตามเราจึงเห็นภาพของทหารที่ตายในจำนวนมากเป็นพลทหารที่ผ่านการฝึกหลักเดือนบางคนอยู่ในวัยที่พวกเขาควรเรียนมหาวิทยาลัยในทางเศรษฐศาสตร์การส่งทหารชั้นผู้น้อยไปรบในสนามนั่นคือต้นทุนที่ถูกที่สุดของการรบไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่คำนวณออกมาเป็นตัวเงินหรือต้นทุนทางการเมืองสุภลักษ์วิเคราะห์ต่อว่าในแง่ของรายจ่ายพ้นทหารไม่ใช่ข้าราชการเงินเดือนคงที่จนกว่าจะปลดประจำการเฉลี่ยไม่เกินเดือนละ 15,000 บาทไม่มีสวัสดิการที่รัฐจะต้องดูแลระยะยาวที่สำคัญหากตายระหว่างการรบโครงสร้างอำนาจในสายบังคับบัญชาจะไม่เปลี่ยนรวมถึงในแง่ของการบังคับบัญชาหากนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาตายขวัญกำลังใจในระหว่างการรบก็อาจจะสั่นคลอน
โอเคทั้งหมดนี้ที่อ้างอิงคุณสุรัก์กัญชนขุนดีแล้วก็อธิบายเกี่ยวกับเรื่องการที่ทหารยศชั้นผู้น้อยในระดับที่โดนเกณฑ์หรือที่เป็นพลทหารไปตายในสมรภูมิคือเขาอธิบายในสิ่งที่มันเป็นอยู่ผมแค่หามุมที่เขาหักมุมนิดนึง
ชัชดากำลังแพทย์นักวิชาการอาคันตุกะ National Graduate Institute of Policy Studies หรือ Grips ของญี่ปุ่นแต่เป็นคนไทยนะอยู่ที่ญี่ปุ่นเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมทางการทหารเนี่ยเขาวิเคราะห์อย่างี้เวิเคราะห์การปฏิบัติของการรบของกองทัพไทยว่าไทยรับเอาเทคโนโลยีการรบด้วยเครื่องจักรมาแทนตั้งแต่ยุคสงครามเย็นโดยเฉพาะการรับถ่ายทอดทั้งทางตรงและทางอ้อมจากกองทัพสหรัฐปัจจุบันเทคโนโลยีทางการรบที่ไทยใช้ได้ดีและมีความพยายามที่จะใช้แทนที่คนคือการสำรวจและควบคุมการโจมตีระยะไกลด้วยระบบการสั่งการด้วยมนุษย์แต่ว่ามีปัญญาประดิษฐ์ช่วยชี้เป้าและโจมตีเช่นอากาศยานไร้คนขับซึ่งกองทัพไทยมีหน่วยงานที่พัฒนาเทคโนโลยีคือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศกองทัพไทยก่อรูปขึ้นมาด้วยการวางรูปการรบด้วยการใช้กำลังพลเป็นหลักเห็นได้จากการคงระบบเกณฑ์ทหารไว้ซึ่งหมายถึงการมีกำลังพลสำหรับการออกรบในมือจำนวนมากดังนั้นสิ่งที่ควบคุมกำลังพลเหล่านี้คือระบบการบังคับบัญชาแต่ในทางกลับการกองทัพในหลายประเทศได้ใช้ระบบทหารอาชีพที่จะถูกจำกัดด้วยกำลังพลระบบจึงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและรักษาชีวิตทหารไว้ให้มากที่สุดเพราะมีกำลังพลจำกัดส่วนทหารอาชีพที่รับเข้ามาก็ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในระดับสูงเช่นเป็นวิศวกรเฉพาะด้านในขณะที่กองทัพไทยแม้จะพยายามเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้ทัดเทียมกับนานาประเทศแต่สิ่งที่ทำให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การรบแบบเทคโนโลยีเต็มสูบไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือเป็นอย่างขยับขย่อนหรืออาจจะเป็นไปได้ว่าระบบราชการการแข็งตัวทำให้ความสำคัญลำดับชั้นยศมากกว่าความเป็นมืออาชีพดังนั้นจึงแทบจะพูดได้เต็มปากว่ากองทัพไทยได้รับเทคโนโลยีจากทางการทหารเข้ามาเพื่อเติมแสนญานุภาพทางการทหารเพื่อความน่าเกรงขามแต่ในทางปฏิบัติกลับยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้จริงไปสู่กองทัพซึ่งใช้เทคโนโลยีในการสร้างความเปลี่ยนในการสู้รบเป็นหลักเพราะว่ายังใช้กำลังมนุษย์เป็นหลักสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นจากการที่มียุโรปกรจำนวนมากคงค้างจนตกรุ่นเหตุเพราะไม่มีบุคลากรที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะใช้ทำให้ในหลายการปฏิบัติการจึงยังคงใช้ทหารราบเข้าไปรบแทนนวัตกรรมทางทหารจำนวนมากเนี่ยล้มเหลวไม่ใช่เพราะว่าเทคโนโลยีไม่พร้อมแต่เพราะว่าองค์กรไม่สามารถปรับโครงสร้างการตัดสินใจการบังคับบัญชาและวัฒนธรรมภายในให้รองรับรูปแบบการรบใหม่ได้
บทความนี้สำคัญมากนะไม่ได้ถูกต้องหมดแต่ว่าผมคิดว่าในมุมที่เขาอ้างอิงอย่างท่านเนี้ยที่อยู่ที่ญี่ปุ่นเนี่ยดร.ชัชดากำลังแพทย์ National Graduate Study of Policy Study Grips ที่ Japan ญี่ปุ่นเนี่ยเค้ากำลังจะบอกว่ามันตรงกับที่ผมพูดมาโดยตลอดเลยคือ isue ก็คือว่าเหล่าทัพเนี่ยต้องการทหารพลทหารที่จะสั่งให้เกณฑ์เนี่ยปีละกี่คนพอเขาสั่งการว่าเขาต้องการแบบนั้นเนี่ยแล้วพลเมืองมีหน้าที่ตอบสนองเพราะว่ากฎหมายมันบังคับให้เกณฑ์ได้เนี่ยในที่สุดอ่ะการปรับตัวด้านอื่นๆซึ่งจำเป็นต้องปรับทั้งทางด้านเทคโนโลยีด้วยไม่ใช่แค่ Import เทคโนโลยีเข้ามาแต่ว่าเรียนรู้และบังคับตนเองให้ใช้เทคโนโลยีนำในการสู้รบอ่ะขั้นตอนในการปรับตัวเช่นนั้นน่ะมันก็เลยไม่เกิดขึ้นโดยที่เป็นสิ่งที่พลเมืองบังคับให้เกิดตราบใดที่พลเมืองมีหน้าที่สนองนี้ในการโดนเกณฑ์ได้ปีละเป็นแสนๆคนเนี่ยเขาสามารถพึ่งพาอาศัยการใช้พลเมืองเป็นหลักได้แทนที่จะใช้เทคโนโลยีทั้งๆที่งบประมาณกระทรวงกะลาโหมในแต่ละปีที่เราจ่ายผมจ่ายงบประมาณกลาโหมในแต่ละปีเนี่ยมันสูงในระดับที่ไม่ควรที่จะจำเป็นที่จะต้องเกณฑ์คนในแต่ละปีถ้าวิธีการใช้ งบประมาณเนี่ยไม่สามารถสนองนี้ของพลเมืองที่จ่ายภาษีได้และยังถือว่าต้องเกณฑ์เท่าเดิมงั้นแสดงว่าคุณมีปัญหาในเชิงโครงสร้างในการใช้เงินภาษีซึ่งเป็นงบประมาณกระทรวงกาลาโหมจริงๆคือพูดง่ายๆก็คือว่าถ้าคุณจำเป็นต้องเกณฑ์คนเพื่อให้กองทัพแข็งแกร่งและสามารถสู้รบได้ขนาดนี้เนี่ยพูดตามตรงนะฮะงบประมาณกระทรวงกาลาโหมอ่ะมันต้องน้อยนิดกว่านี้งบประมาณกระทรวงกาลาโหมไทยเนี่ยเยอะมากนะฮะเราเป็นประเทศยากจนนะฮะแต่งบประมาณกระทรวงกลาโหมไทยเนี่ยไม่ได้ยากจนเพราะฉะนั้นมันไม่มีข้ออ้างให้ไม่เลิกเกณฑ์ฝ่ายซึ่งบังคับบัญชาเนี่ยต้องสั่งการให้แก้ไขกฎหมายและต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วยแต่ต้องแก้กฎหมายพระราชบัญญัติรับราชการทหารนั่นแหละสูตรพลโทพงษ์ศกรนั่นแหละพอแก้เสร็จเนี่ยคุณบีบบังคับให้กองทัพเนี่ยเต้องปฏิรูปตนเองทั้งทางด้านการใช้เทคโนโลยีแล้วก็การเชิญชวนให้พลเมืองนั้นสมัครซึ่งมันก็จะได้แหละปีละ 40,000 50,000 ก็แล้วแต่คุณได้ 40,000 50,000 คุณใช้ตรงนั้นพอที่เหลือคุณไปปรับด้านเทคโนโลยีทำแค่นี้เอาอยู่ทำได้
ผมอ่านต่อแล้วกันบทความนี้นะเสรุปได้ดีเบอกว่างานเงินคนคือสามเศร้าค้ำยันระบบราชการไทยกองทัพคือราชการคนมีกำลังคนในมือหมายถึงตัวเลขงบประมาณที่ไหลเวียนในองค์กรและมีปริมาณคนใต้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งซ้ายหันขวาหันได้สำหรับดร.ชัชดาการเปลี่ยนผ่านรูปแบบองค์กรกองทัพคือความท้าทายที่หนักที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีใดๆที่ประดังเข้ามาเพราะว่าเทคโนโลยีโดยตัวมันเองก็คือการแทนที่มนุษย์หากแต่กองทัพไม่ยอมให้เกิดสิ่งนั้นเพราะหากกำลังพลในมือหายไปนั่นหมายถึง 3 เสาหลักของระบบราชการที่ค้ำยันอำนาจจะสั่นคลอนไปด้วยดังนั้นสิ่งที่จะเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ที่สุดก็คือภาคการเมืองที่ต้องเข้าไปเปลี่ยนวัฒนธรรมกองทัพเช่นเดียวกันนะฮะศุภลักษ์กัญญชนขุนดีก็เน้นย้ำว่าหลักนิยมการรบที่เน้นการใช้กำลังพลจากทหารเกณฑ์สุดท้ายก็จะถึงต่างเพราะว่าอย่าลืมว่ากองทัพยิ่งมีขนาดใหญ่ใช้กำลังพลและงบประมาณมหาศาลในการรบแต่ละวันหลักพันล้านหมายถึงงบประมาณของประเทศที่ร่อยหลอลงไปหากมองในระยะยาวไทยเข้าสู่สภาวะซึ่งคนเกิดน้อยนั่นหมายถึงว่าประเทศกำลังจะมีคนหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปรบน้อยลงด้วยยังไม่นับว่ากำลังพลเหล่านี้ไม่ใช่ทหารอาชีพอย่างเสียความคุ้มค่าทางการรบย่อมเทียบไม่ได้กับการส่งคืนตู่ตลาดแรงงานการปะทะใหญ่ของกองทัพไทยกับกัมพูชาระลอกนี้จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญครั้งใหญ่ให้หลายฝ่ายทบทวนถึงบทบาทและวิธีคิดทางทหารของกองทัพไทยเราจะจัดวางชีวิตของคนในสนามรบอย่างไรชีวิตพลทหารที่เสียไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่กับสิ่งที่ได้กลับคืนมาในโลกที่เทคโนโลยีการรบก้าวหน้าพอที่จะรักษาชีวิตทหารชั้นผู้น้อยได้แต่กองทัพไทยยังคงเลือกส่งคนออกไปตายที่แนวหน้าจริงๆเราไม่ได้เลือกที่จะส่งคนที่จะไปตายที่แนวหน้าแล้วฮะและกองทัพก็ไม่ได้เลือกแต่ว่าการที่มีการคงไว้ระบบการเกณฑ์แล้วไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะแก้เนี่ยนะฮะคุณคิดดูสิในทุกพรรคที่ลงรอบเนี้ยมีพรรคเดียวที่กล้าแก้เรื่องนี้มันเป็นไปได้ยังไงในขณะที่มีพรรคการเมืองเยอะแยะมากมายซึ่งนิยมที่จะใช้กองทัพมาช่วยให้ตนเอง่ะหาเสียงสร้างความนิยมกับภารกิจที่นักการเมืองไม่ได้ทำแต่กองทัพทำเอากองทัพมาหาเสียงมีพรรคซึ่งทำแบบนั้นเยอะมากแต่มีพรรคเดียวที่กล้าแก้เรื่องเกณฑ์ทหารสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่ามันมีการคงกลไกนี้ไว้ในทางกฎหมายซึ่งทำให้พลเมืองซึ่งไม่ต้องการเนี่ยต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ไปเป็นพลทหารแล้วก็เข้าไปแล้วก็มีที่ไปตายตายในช่วงฝึกก็มีแต่พอโดนซ้อมแล้วผู้บังคับบัญชาก็ถูกลงโทษนะแต่คนโดนซ้อมมันก็โดนไปแล้วไงที่ไปตายใน สนามรบก็มีผมเป็น single issue voter แผ่นดินเนี้ยถ้าจะปลดแอกพี่น้องประชาชนชาวไทยแผ่นดินนี้ถ้าจะปลดแอกพี่น้องประชาชนชาวไทยต้องแก้เรื่องนี้ณเวลานี้มีพรรคเดียวที่กล้าแก้ผมอยากจะเห็นว่าถ้าพรรค นั้นชนะแล้วเข้าไปแล้วเ้าดันจริงๆแล้วเ้าจะเจอตออะไรแต่ผมบอกเลยว่าถ้าพรรค นั้นชนะแล้วเข้าไปแล้วแก้เรื่องนี้แล้วเจอตอเนี่ยโคตรตอถอนล่าถอนโคนปลดแอกคนไทย >> Dring the M