Transcription
สวัสดีครับ ขณะนี้มีข่าวการเสียชีวิตของคุณนินจาวสันพัฒ์เพงสมยา ผู้ซึ่งเป็นตากล้องชื่อดังในวงการนางงามเลยนะครับ มีชื่อเสียงระดับนานาชาติกันเลยทีเดียว เขาเนี่ยเสียชีวิตลงด้วยโรคไข้ดิน หรือที่เราเรียกว่า Melioidosis หลังจากที่รักษาไปประมาณ 1 เดือนครับ
วันนี้ผมก็เลยอยากจะหยิบยกเรื่องราวเรื่องนี้มาวิเคราะห์ให้ฟังนะครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเสียชีวิตได้ และโรคไข้ดิน หรือ Melioidosis เนี่ย มันคืออะไร ติดมาได้ยังไง แล้วรักษาได้ไหม รักษาแล้วจะเป็นยังไงต่อไป วันนี้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะครับ พบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียว เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด การปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับ
ก่อนอื่นนะครับ ผมก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว เพื่อนฝูง และวงการนางงาม ที่ได้สูญเสียช่างกล้องมากฝีมืออย่างคุณนินจาไปนะครับ เรื่องราวเนี่ยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา คุณนินจาเนี่ย เค้าก็ได้เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปอดเป็นฝ้า มีความจำเป็นจะต้องใช้ออกซิเจนนะครับ และเขาก็บอกว่าให้ยาไปแล้วนอนไปแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่หลังจากนั้นครับ ก็ไม่ได้มีการอัปเดตข้อมูลแต่อย่างใด จนกระทั่งได้ยินอีกครั้งนึงเนี่ย ก็คือ 1 เดือนผ่านไป คุณนินจาเสียชีวิตลงครับ ตอนนั้นคุณหมอก็บอกว่า คุณนินจาเนี่ย เป็นโรคไข้ดิน หรือ Melioidosis แล้วเกิดภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนสอน จนสุดท้ายเนี่ย แม้คุณหมอจะให้ยาเต็มที่ พยายามยื้อไว้เต็มที่ ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของคุณนินจาไว้ได้นะครับ
เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นนะครับ ต้องเล่าให้ทุกคนฟังก่อนว่าโรคไข้ดินเนี่ย จริงๆมันเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียตัวนึงชื่อว่า Burkholderia pseudomallei นะครับ แบคทีเรียตัวนี้เนี่ย มันอยู่ในดิน โดยเฉพาะภาคอีสานของประเทศไทยนะครับ มีการระบาดจริงๆเนี่ยก็คือในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยเราก็มีเยอะนะครับ แล้วก็มีอีกที่นึงก็คือที่ออสเตรเลียตรงภาคเหนือของเขา ในประเทศไทยเองเนี่ย ปีนี้มีการรายงานมาแล้วนะครับ มีคนเสียชีวิตจากโรคไข้ดินเนี่ย 23 คนตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ซึ่งถือว่าค่อนข้างกันเยอะกันเลยทีเดียวนะครับ
โรคไข้ดิน เชื้อโรคตัวนี้เนี่ย มันไปติดมาได้ยังไงนะครับ ต้องบอกว่าเราสามารถติดเชื้อโรคตัวนี้มาได้ทั้งหมด 3 ทาง
แรกนะครับ ผ่านทางผิวหนังครับ ถ้าเกิดว่าเราไปย่ำดินย่ำโคลน และเราบังเอิญมีแผลอยู่ที่ผิวหนัง เชื้อโรคสามารถเข้าไปได้ครับ แต่ต่อให้เราไม่มีแผลเนี่ย ถ้าเราไปอยู่ในดินโคลนนานๆ จนกระทั่งผิวหนังของเรามันเปื่อย เราก็มีโอกาสจะได้รับเชื้อโรคนี้เข้าไปด้วยนะครับ
ทางที่ 2 ผ่านทางการกินครับ ถ้าเราดันกินมันเข้าไป โดยที่มันมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่กับอาหารของเราเนี่ย เราก็สามารถรับเชื้อเข้าไปได้
และทางที่ 3 ครับ ผ่านทางเดินหายใจ ถ้าเกิดดินบริเวณนั้นมันมีเชื้อโรคนี้อยู่เนี่ย แล้วมันเกิดฝนตกรุนแรง มีพายุนะครับ มันก็เกิดไอระเหยขึ้นมา และนี่แหละครับ ถ้าเราสูดดมเข้าไป จะสามารถทำให้เราติดโรคนี้ได้นะครับ
และที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ มันไม่จำเป็นจะต้องแสดงอาการทันทีนะครับ โรคไข้ดินเนี่ย มันมีการแสดงได้อยู่ 2-3 แบบนะ
แบบแรกคือหลังจากที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ประมาณสัก 1-4 สัปดาห์ จะมีอาการขึ้นมานะครับ
แต่แบบที่ 2 ก็คือเลย 2 เดือนไปอ่ะ ถึงจะเริ่มมีอาการ
และแบบที่ 3 ก็คือว่า บางคนนะครับ รักษาไปแล้วกลับมาเป็นใหม่อ่า เค้าเรียกว่า relapse กลับมาเป็นใหม่ ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่ใช้ยาไม่ครบนะครับ หรือบางทีเนี่ย ต่อให้เรารักษาครบ มันก็ยังคงกลับมาได้
ทีนี้โรคไข้ดินเนี่ย อาการมันเป็นยังไง แล้วกรณีของคุณนินจามันมีปัญหาที่ตรงไหนนะครับ ผมจะขอเอ่อ วิเคราะห์ตรงกรณีของคุณนินจา ก่อน
คุณนินจาเนี่ย เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปอดเป็นฝ้า ซึ่งต้องบอกว่ามันเป็นอาการหนึ่งของโรค Melioidosis ที่ได้เจอบ่อยมากๆเลยนะครับ Melioidosis เนี่ยจะทำให้มีอาการปอดอักเสบได้ ค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ และลักษณะของปอดอักเสบที่เกิดใน Melioidosis เนี่ย บางทีเหมือนกับปอดอักเสบทั่วๆไปจากแบคทีเรียตัวอื่นๆ นะครับ แต่บางกรณีเนี่ย ลักษณะมันจะคล้ายกับวัณโรคครับ คือทำให้มีโพรงหนองอยู่ในปอดด้านบนนะครับ แล้วหมอเขาเห็นก็เอ้อมันน่าจะเป็นวัณโรค อ่า บางครั้งก็วินิจฉัยผิดพลาดนะครับ
และ Melioidosis เนี่ย ต้องบอกว่ามันสามารถที่จะติดเชื้อเข้าไปได้ทุกอวัยวะ ทั้งตับ ไต กระดูก ข้อ สมองนะครับ ปอด เลือด ได้หมดทุกที่เลยนะครับ และมันซ่อนอยู่ในร่างกายเราได้นานมากๆ สมัยก่อนเนี่ย ที่มีสงครามเวียดนาม คนอเมริกาเนี่ย มารบที่เวียดนาม แล้วก็เจอดินโคลนพวกนี้เยอะๆ กลับไปประเทศเค้านะครับ หลายคนมีอาการแสดงของโรคนี้เกิดขึ้นมา และบอกไม่ได้ด้วยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บางคนผ่านไป 10 ปี โรคก็เพิ่งแสดงอาการออกมาครับ มันมีอีกชื่อนึงนะครับโลกนี้ว่า Vietnamese Time Bomb ก็คือเป็นระเบิดเวลาที่มาจากเวียดนาม คนที่ไปสงครามเวียดนามแล้วเป็นทหารลงไปด้วยเวียดนาม เนี่ยนะครับ กลับมาประเทศน่ะ อยู่ๆก็เป็นโรคนี้ขึ้นมาได้นะครับ
ทีนี้ถามว่าอาการเนี่ย มันหลากหลายขนาดเนี้ย แล้วกรณีของคุณนินจาจะไปรู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคนี้ ต้องบอกก่อนนะครับว่าเวลาที่เราเจอปอดเป็นฝ้า ทั้ง 2 ข้างเนี่ย ส่วนใหญ่คุณหมอเขาก็มักจะคิดว่า เอออันเนี้ยเนี่ย น่าจะเป็นปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากเชื้อโรคที่มันอยู่ในสังคมทั่วๆไป ยกตัวอย่างเช่นตัว Pneumococcus ซึ่งเราพยายามจะรณรงค์ให้เด็กเล็กๆ เนี่ยได้รับวัคซีนตัวนี้อ่ะ ที่เราเคยมีดราม่ากันเรื่องของวัคซีน IPD invasive pneumococcal disease นะครับ คือเชื้อโรคตัวนี้ตัวนึงแหละ ในคนที่อายุเยอะ เราก็แนะนำว่าคุณควรจะต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบนะ ถ้าเกิดคุณอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปอ่ะ เช่นวัคซีนตัว Prevnar 20 เนี่ย เราก็จะแนะมาฉีด
แต่ทีนี้มันก็จะมีแบคทีเรียตัวอื่นๆอีกนะครับ ที่สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบแบบนี้ได้ และหนึ่งในนั้นก็คือตัว Burkholderia pseudomallei ซึ่งทำให้เกิดโรคไข้ดิน หรือ Melioidosis นั่นเอง
อย่างไรก็ตามครับ ทั่วไปเนี่ย เวลาที่เราเจอปอดอักเสบ เราจะใช้ยาตัวที่มันไม่ครอบคลุมไข้ดินก่อนนะครับ เรามักจะใช้ยาตัวอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น Ceftriaxone กับ Azithromycin หรือบางทีเราใช้ Levofloxacin หรือตัวอื่นๆ แล้วแต่กรณีนะครับ แต่ไอ้ยาพวกเนี้ย จะไม่ครอบคลุมไข้ดินเลยครับ
และเมื่อไหร่ที่หมอเขาจะรู้ ล่ะว่าเป็นไข้ดินอ่ะ
ข้อแรก ถ้าเรามีประวัติสัมผัสกับดิน ลงไปย่ำดิน ย่ำน้ำ ย่ำโคลนเนี่ย หมอเขาจะคิดถึงโรคนี้ และอันที่ 2 ก็คือว่า ถ้าเกิดรักษาโรคปอดอักเสบแล้วมันไม่ดีขึ้น หรือปอดอักเสบแล้วมันมีอาการแปลกๆ เช่น เอ๊ะ ทำไมมันเหมือนเหมือนเป็นวัณโรค มันเหมือนเป็นรูๆอยู่ในปอดนะ ครับ หรือปอดอักเสบรุนแรงมาก หรือบางคนปอดอักเสบที่อาการแย่มากๆ เช่นมีติดเชื้อในกระแสเลือด ความดันตก หรือมีอวัยวะหลายๆแหล่งเนี่ย มันเกิดการอักเสบพร้อมๆกัน มีข้ออักเสบด้วยนะครับ มีตุ่มผื่นที่ผิวหนังขึ้นจากเชื้อตัวนี้นะครับ พวกเนี้ย ถ้าอาการแย่นะครับ ไม่ตรงไปตรงมา มีอาการหลายระบบ เค้าจะคิดถึงโรคนี้ทันที โดยเฉพาะในประเทศไทย คุณหมอทุกคนเนี่ย เรียนมาเหมือนกันครับ ถ้าเราเจอปอดอักเสบรุนแรงแล้วมันไม่ตรงไปตรงมา ให้เรารักษาครอบคลุมเชื้อตัวนี้ไว้เสมอครับ อ่างั้นมันเป็นโรคที่วินิจฉัยยากพอสมควรนะครับ ถ้าเกิดว่าใครที่ไม่รู้เรื่องนี้นะ
ทีนี้ครับ คนไหนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้อ่ะ แน่นอนหลายๆคนก็คงจะคิดถึงอ่ะ ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ซึ่งจะต้องไปดำนา เหยียบลงไปในดินพวกนั้นนะ ก็แน่นอนคนพวกนี้มีความเสี่ยง
แต่กรณีของคุณนินจา เป็นตากล้องครับ ตากล้องจะไปเสี่ยงยังไง จะไปเหยียบดิน จะไปย่ำอะไรที่ไหนนะครับ ก็ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า อย่างที่ผมบอก เวลาติดเชื้อโรคตัวเนี้ย มันไม่ได้มีแค่ทางผิวหนังอย่างเดียว มันมีการสูดดมได้ด้วย หรือการกินเข้าไป
ถ้าเกิดคุณนินจาเนี่ย ต้องเดินทางอย่างเช่น คุณนินจาบ้านเกิดอยู่ที่กำแพงเพชรใช่มั้ยครับ เค้าเดินทางไปมา มีการถ่ายรูปต่างๆ หรือว่าไปอยู่ตรงบริเวณนา แล้วมันมีฝนตกตรงนั้น แล้วไปหายใจเข้าไป ก็มีโอกาสที่เชื้อโรคมันจะเข้าไปซ่อนอยู่ในร่างกายนะครับ
เชื้อโรคตัวนี้เนี่ย มันเป็นเชื้อโรคกลุ่มที่เราเรียกเรียกว่า facultative intracellular bacteria คือมันเป็นแบคทีเรียตัวนึงที่มันสามารถอาศัยอยู่ในเซลล์เราได้นะครับ มันไม่จำเป็นต้องอยู่ในเซลล์นะ แต่ว่ามันอยู่ในเซลล์ของเราได้ และมันมีชีวิตรอดอยู่ในเซลล์ได้ โดยที่เซลล์ก็ทำอะไรมันไม่ได้เช่นกันนะครับ เช่นไปอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันของเรา NK cell เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ หรือ Macrophage ซึ่งปกติมันใช้กินเชื้อโรค พอกินเสร็จปุ๊บ มันจะย่อยเชื้อโรคทิ้ง แต่ไอ้ตัว Melioidosis เนี่ย มันอยู่ในตัวเม็ดเลือดขาวเหล่านี้ได้โดยที่ไม่ตาย เพราะว่าตัวมันเองนะครับ มันมีวิธีที่จะเอาตัวรอดได้นะ มันสามารถทำให้ภูมิพวกเนี้ยไม่ทำอะไรมันได้นะครับ มันก็เลยอยู่รอด
และถ้าใครที่มีภูมิการบกพร่องเนี่ย จะยิ่งเสี่ยงมากเลย เช่นคนไหนบ้าง
ถ้าเกิดคุณมีโรคปอดเรื้อรัง คุณเสี่ยงนะครับ เช่นเป็นโรคถุงลมโป่งพอง COPD นะครับ หรือที่อเมริกาจะมีโรค Cystic fibrosis หรือคุณมีพังผืดปอดที่มันเป็นเยอะๆ อ่ะ นี่ก็เสี่ยง
คุณสูบบุหรี่หนักๆอ่ะเสี่ยงนะครับ
คนที่เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานที่คุณไม่ได้คุม
คนที่มีโรคตับหรือโรคไตเรื้อรังนะครับ
คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่นคนที่เป็นโรคมะเร็ง คนที่ติดเชื้อโรค HIV แล้วยังไม่ได้รักษาให้ดี นะครับ อ่า หรือในประเทศไทยมีอีกโรคนึงครับ คือโรคเลือดธาลัสซีเมีย ถ้าคุณเป็นธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นแบบรุนแรงเนี่ย คือมีอาการโลหิตจาง พวกเนี้ย คุณก็เสี่ยงเช่นกันนะครับ
คนที่เสี่ยงเนี่ย มักจะติดเข้าไปแล้วแสดงอาการได้ง่ายกว่า และอัตราการตายก็จะสูงกว่านะครับ
ในผู้ชายมันมีอีกอย่างนึงครับ คือเชื้อโรคตัวเนี้ย มันสามารถซ่อนอยู่ในต่อมลูกหมากได้ครับ เออ มันสามารถซ่อนอยู่ในต่อมลูกหมากได้ ถ้าเราให้ยาไม่นานเพียงพอเนี่ยนะครับ เชื้อโรคพวกเนี้ย มันไม่ตายหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในปอด ในม้าม ในตับ ในไต ในไขกระดูกนะครับ เชื้อโรคมันซ่อนอยู่ได้หมดทุกที่นะครับ แล้วมันก็ไม่ตายง่ายๆด้วยนะ ถ้าเรารักษาไม่นานเพียงพอ ของพวกเนี้ย เชื้อโรคที่มันยังซ่อนอยู่เนี่ย มันจะออกมาอีกครับ อ่า ถ้าในผู้ชายเราเจอนะครับว่าต่อมลูกหมากเนี่ย มันเป็นบริเวณหนึ่งซึ่งเชื้อเนี่ย มันชอบไปซ่อนอยู่ในนั้น แล้วมันสามารถออกมาได้ด้วยนะ ครับ อ่า ดังนั้นแล้วเนี่ย กรณีของคุณนินจา ผมคิดว่าส่วนนึงนะครับ คุณนินจาอาจจะมีโรคประจำตัวอะไรสักอย่าง ซึ่งเราไม่รู้แล้วก็ไม่เป็นที่เปิดเผยสู่สาธารณชนนะครับ เพราะว่าส่วนมากแล้วนะครับ โรคนี้เนี่ย คนทั่วไปที่แข็งแรงดี แม้จะติดได้แต่ก็มักจะไม่เสียชีวิต แต่ถ้าเกิดว่าคุณมีโรคประจำตัวเนี่ยนะครับ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนธรรมดาค่อนข้างที่จะเยอะ แต่มันไม่ได้หมายความว่าคนธรรมดาที่ไม่มีโรคประจำตัวอะไรเสียชีวิตไม่ได้นะครับ อ่ะ ต้องฟังตรงนี้ให้เข้าใจก่อน เราไม่ทราบประวัติของคุณนินจา แต่ว่าผมคาดว่าอาจจะมีโรคอะไรสักอย่างที่ทำให้ภูมิต้านทานของคุณนินจาเนี่ยอ่อนแอลง แล้วก็ติดเชื้อโรคนี้จนกระทั่งแสดงอาการรุนแรงได้นะครับ
เมื่อมีอาการเนี่ย อะไรที่ทำให้เสียชีวิตได้
ข้อแรกนะครับ บางคนก็อาจจะบอกว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดว่าเราให้ยาตรงตั้งแต่แรก ถูกเชื้อโรคตัวเนี้ย มันครอบคลุมเชื้อโรค Melioidosis เนี่ย มันก็น่าจะรอดสิครับ ถูกมั้ย หรือมันเป็นเพราะว่าหมอเค้าไม่ได้ให้ยาตัวนี้ตั้งแต่แรก
ต้องบอกอย่างงี้ครับว่า ต่อให้คุณให้ยาตรงกับเชื้อนะครับ ก็ยังสามารถเสียชีวิตได้ เพราะว่ายาเนี่ยไปฆ่าเชื้อ แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการอักเสบซึ่งมันเกิดไปแล้วนะครับ และไม่สามารถทำให้อวัยวะซึ่งมันเสียไปแล้วเนี่ย ซ่อมกลับมาเร็วขึ้นได้ เราทำไม่ได้ครับ เหมือนกับว่าสมมุติมีกองทหารผู้ร้ายคนหนึ่งเข้ามาในกรุงเทพมหานคร แล้วระดมยิงนะครับ คุณอาจจะมีกองกำลังของประเทศไทยไปต่อต้านทหารเหล่านั้นได้ ทหารกองโจรผู้ร้ายเนี่ย หายไปหมดแล้ว แต่บ้านเมืองของเราอ่ะ มันเสียหายไปเยอะแล้วอ่ะ ถ้าเกิดมันเสียหายเกินจุดจุดนึงนะครับ มันก็ไม่สามารถที่จะเยียวยากลับมาได้ ตึกบางตึกที่มันถล่มไปแล้วก็คือก็ถล่มไปเลย เราไม่สามารถซ่อมมันได้ นั่นก็เหมือนกัน ร่างกายของคนเราอ่ะ ถ้ามันเกิดการอักเสบรุนแรงมากๆไปแล้ว จนกระทั่งอวัยวะอะไรมันเสียไปสักอย่างเนี่ย มันก็ไม่สามารถกู้คืนมาได้
และในขณะนั้น ต้องบอกว่าถ้าเกิดคุณมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอมากๆจริงๆนะครับ คุณสามารถติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนเข้ามา ระหว่างรักษาได้เลยนะครับ ซึ่งนี่ก็จะอันตรายกว่าเดิมอีกนะฮะ
และไม่เพียงแค่นั้นครับ ถ้าเกิดมีอาการปอดอักเสบรุนแรงอย่างคุณนินจาเนี่ย ต้องใส่ออกซิเจน แสดงว่าปอดอักเสบค่อนข้างที่จะรุนแรงมากเลยทีเดียวนะครับ และอาจจะมีการติดเชื้อเข้าไปในกระแสเลือด แบบนั้นเนี่ย จะทำให้อวัยวะต่างๆทำงานไม่ได้นะครับ เราจะเรียกว่า multiorgan failure ก็คืออวัยวะภายในหลายๆอย่างทำงานล้มเหลว ถ้ามันล้มเหลวแค่อวัยวะเดียว เช่นปอดเนี่ย เรายังพอช่วยได้ แต่ถ้ามันล้มเหลวทีเดียวทุกอวัยวะล่ะ ตับก็เสีย ไตก็พัง ปอดก็ไม่ได้ มันก็จะมีโอกาสในการเสียชีวิตมากครับ
อ่ะ เลือดก็อาจจะมีเชื้อโรคตัวนี้อยู่ มันก็เลยทำให้ระบบการแข็งตัวของเลือดมันผิดปกติไปหมด พวกนี้ก็เสียชีวิตได้ ถ้ามีภาวะนึงที่เรียกว่า DIC disseminated intravascular coagulation ก็คือเป็นการเกิดลิ่มเลือดเล็กๆ และไปอุดตันตามหลอดเลือดฝอยต่างๆนะ ครับ ที่หลอดเลือดเหล่าเนี้ย ไปเลี้ยงตามอวัยวะต่างๆ ถ้ามีการไปอุดตันปุ๊บ ก็ทำให้ อวัยวะที่ต้องการเลือดเหล่านั้น ซึ่งก็คือทุกอวัยวะนั่นแหละ มันขาดเลือด แล้วก็เสียในที่สุดนะครับ
นี่คือเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าทำไมคุณนินจาจึงเสียชีวิตได้ แสดงว่าน่าจะเป็นหนักพอสมควร และก็น่าจะมีปัญหาทางด้านภูมิกันอะไรสักอย่างอยู่อาจจะเป็นหนึ่งในโรคที่ผมเล่าไปตอนต้นก็ได้นะครับ
และโรคนี้เนี่ย เรารักษามันยังไง อ่า ต้องบอกก่อนนะครับว่า วิธีในการตรวจเจอโรคนี้ นะครับ ก็จะเป็นการตรวจตามแหล่งที่มีการติดเชื้อโรค เช่นถ้ามีปอดอักเสบ เราเอาเสมหะมาตรวจ เจาะเลือดเพื่อเอาไปเพาะเชื้อนะ ครับ ถ้าใครมีผื่นที่มันเป็นมีหนองนะครับ หรือเป็นแผลเปิดจากเชื้อตรงนี้ เราเอาหนองไปเพาะได้นะครับ หรือมีเชื้อตรงไหนที่เราสงสัยตรงไหน เราก็เอามันไปเพาะเชื้อนะครับ
และหลังจากเพาะเชื้อตัวนี้เนี่ย อ่า ขอเสริมอย่างถ้าใครที่จะมาเรียนอเมริกา นะครับ เชื้อ Burkholderia pseudomallei เนี่ย เป็นเชื้อที่ต้องรายงานรัฐนะครับ เพราะว่าเชื้อตัวนี้ที่อเมริกาเขาถือว่าอาจจะนำมาใช้ในการก่อการร้ายได้ จะต้องรายงานเสมอครับ แต่ประเทศไทยนี่ไม่ต้องรายงานครับ เพราะว่าประเทศไทยเนี่ย เป็นแหล่งที่มันมีเชื้อพวกนี้เยอะอยู่แล้ว โดยเฉพาะภาคอีสานนะครับ อ่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องรู้ไว้นะ ถ้าเราจะมาอเมริกา นะ อ่า แล้วเชื้อโรคตัวเนี้ย มันมียารักษาหลักๆอยู่ 2-3 ตัว ซึ่งตอนแรกจะต้องให้ฉีดเข้าหลอดเลือด
ตัวแรกคือ Ceftazidime นะครับ ตัวนี้จะเป็นตัวที่เป็นตัวหลักที่เราเลือกตัวแรกเลยนะครับ
ตัวที่ 2 คือ Meropenem
ตัวที่ 3 คือ Imipenem นะครับ
เรามักจะเลือก Ceftazidime ก่อนนะครับ และตัวนี้เนี่ย เราจะให้ไปอย่างน้อยๆก็ 2 สัปดาห์ ในบางกรณีอาจจะต้องให้ นานถึง 2 เดือน โดยเฉพาะถ้าอาการของคนไข้เนี่ย แย่มากๆ เราก็จะให้นานมากๆ ผ่านทางหลอดเลือดนี่แหละ จนกว่ามันจะรู้สึกว่าดีขึ้นนะครับ และดีขึ้นนี่หมายความว่า ถ้ามีไข้ ไข้ก็ต้องหาย ถ้าอาการปอดอักเสบมันเป็นเยอะ มันจะต้องดีขึ้น ใช้ออกซิเจนลดลง หรือไม่ใช้ออกซิเจน เราถึงจะพิจารณาว่า เออ เราเราถอยการรักษาได้นะครับนะ
แต่แค่นั้นก็ไม่เพียงพอครับ ที่เรารักษาด้วยยาฆ่าเชื้อแบบฉีดนะครับ เพราะว่าหลังจากนั้นเนี่ย เราจะต้องมีการสแกนดูทั้งร่างกายว่ามันมีฝี หนองเนี่ย อยู่ตรงไหนหรือเปล่า โดยทั่วไปในประเทศไทยสมัยก่อนเนี่ย อาจจะไม่ได้ตรวจตรงนี้นะครับ แต่จริงๆแล้วเราอาจจะต้องทำการทำ CT scan ช่องอก ช่องท้อง แล้วก็อุ้งเชิงกราน ว่ามันมีฝีอยู่ตรงไหนหรือเปล่า เพราะถ้ามีเนี่ย เราจะต้องเจาะมันออกมาครับ เอาเชื้อออกมารักษาฝีหนองพวกนี้ให้ดี เพราะว่าไม่ฉะนั้นเนี่ย เชื้อมันยังอยู่ตรงนั้น มันจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ค่อนข้างสูงนะครับ อ่า ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่คุณหมอที่เขาจะพิจารณาว่าจะต้องตรวจอะไร ยังไงบ้างนะครับ
แต่การให้ยาแค่ฉีดเนี่ย ไม่เพียงพอครับ เพราะว่าหลังจากที่คุณรักษาแบบฉีดไปแล้วเนี่ย จะต้องกินยาต่ออีกอย่างน้อยๆก็ 3-6 เดือนครับ 3-6 เดือน ซึ่งถ้าใครกินไม่ครบนะครับ โอกาสที่เชื้อโรค มันไม่ตายแล้วมันจะกลับมาเป็นซ้ำอีกรอบนึงก็สูงตามไปด้วย
ยาที่เราให้กินเนี่ย นะครับ ก็มีทั้งหมด 3 ตัวแล้วแต่ว่าเราจะเลือกอะไร
ตัวแรกที่แนะนำให้กินก็คือตัวที่เรียกว่า Bactrim หรือชื่อเต็มๆของมันก็คือมียา 2 ตัวบวกกัน Trimethoprim บวกกับ Sulfamethoxazole นะครับ ตัวเนี้ยจะต้องกินไปเลยครับ 3 เดือนนะฮะ อย่างน้อยๆนะ 3 เดือน แต่บางกรณีถ้าเป็นรุนแรงมาก หมออาจจะพิจารณาให้ 6 เดือนนะครับ
ตัวที่ 2 ถ้าเกิดกินตัวแรกไม่ได้ ก็จะเป็นกินตัวที่ 2 ก็คือยาที่หลายๆคนจะรู้จักกันในนาม Augmentin นั่นแหละครับ Amoxicillin กับ Clavulanic acid อยู่ในเม็ดเดียว พวกนี้ก็จะกินยาวๆนะครับ พวกนี้เราจะมักจะให้ในเด็ก หรือในคนท้องนะฮะ เพราะว่าบางคนจะกินตัว Bactrim ไม่ได้ หรือใครแพ้ Bactrim ก็ไม่อยากจะให้กินนะครับ
อย่างเดียวก็ดีนะครับ Bactrim นี้ยังคงเป็นยาที่ดีที่สุด ถ้าเราแพ้ Bactrim จริงๆเนี่ย คุณหมอก็จะมีวิธีดูซิว่าแพ้แบบไหนนะครับ บางแบบเนี่ย เราสามารถที่จะทำวิธีการที่เรียกว่า desensitization ได้ก็คือทำให้เราเนี่ยไม่แพ้ในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อที่จะใช้ยาเหล่านี้ได้ แต่การทำ Desensitization เนี่ย จะต้องทำในโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถทำที่บ้านได้นะครับ เราต้องทำตั้งแต่ตอนอยู่โรงพยาบาลนะครับ แต่ถ้าเกิดเป็นการแพ้บางชนิดเนี่ย มันทำไม่ได้จริงๆนะ ครับ ซึ่งตรงนี้แพ้แบบไหนทำได้ทำไม่ได้ ก็จะต้องปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลดูนะ ครับ
ยาตัวที่ 3 ที่ใช้ได้ก็คือ Doxycycline นะครับ อ่า ตัวนี้ไม่ใช่ตัวเลือกแรกที่เราจะให้นะครับ ตัวเลือกแรกคือ Bactrim ตัวที่ 2 ก็คือตัว Augmentin และตัวที่ 3 ก็คือไอ้ตัวนี้แหละครับ Doxycycline
ถามว่าไอ้ยาพวกเนี้ย ทำไมต้องเป็นยา กลุ่มนี้มันมีโอกาสดื้อยามั้ยนะครับ ต้องบอกว่าเชื้อโรค Burkholderia pseudomallei เนี่ย มันเป็นเชื้อโรคที่มีการดื้อยาหลายตัวมากครับ เพราะว่าตัวมันเองเนี่ย มันจะมีปั๊มอยู่กับตัวที่จะปั๊มเอายาฆ่าเชื้อที่เราให้เข้าไปเนี่ย เอาออกไปทิ้งนะครับ ยามันเข้ามาในเซลล์เพื่อจะทำร้ายแบคทีเรียใช่มั้ย มันปั๊มทิ้งออกไปข้างนอกหมด เราเรียกว่า efflux pump แล้วมันดื้อยาหลายตัวมาก ยกเว้น Ceftazidime กับกลุ่ม Meropenem 2 ตัวเนี้ย ยังไม่ค่อยเจอว่ามันดื้อเท่าไหร่นะครับ แต่ในประเทศไทยเนี่ย ยา กินเรามีโอกาสดื้อแล้วครับ Bactrim เราเจอว่าดื้อ ยา กินเนี่ย เราจะไม่ให้ตั้งแต่แรกนะ แต่แรกเราต้องให้ยาฉีดเสมอครับ ไม่ว่าคุณจะอาการมากอาการน้อย เราก็จะให้ยาฉีดนะครับ แต่ว่าระยะหลังๆเนี่ย หลังจากที่ดีขึ้นแล้ว เราให้กลับบ้านเราจะเปลี่ยนเป็นยากินไป 3-6 เดือนแล้วแต่ความรุนแรงนะครับ
และต้องเน้นย้ำอีกทีนึงครับ กรุณากินยาให้ครบ มิฉะนั้นโอกาสกลับมาเป็นซ้ำเนี่ย เยอะมากๆเลย และต่อให้คุณรักษาดี ยังไงกินยาครบยังไง มันก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกนะครับ โดยการกลับมาเป็นซ้ำเนี่ย มักจะกลับมาเป็นซ้ำภายใน 1-2 ปี 1-2 ปีนะ เพราะฉะนั้นคนเป็นโรคนี้แล้วเนี่ย ต้องเฝ้าระวังระยะยาว บางคนเนี่ย ผ่านไป 10 ปีอ่ะ เพิ่งจะมาเป็นครับ น่ากลัวมากๆนะฮะ
แล้วบางทีก็ไปสับสนกับโรคอื่น เช่นวัณโรค เพราะว่า Melioidosis เนี่ย อาการมันเลียนแบบได้หลายโรคมาก โดยเฉพาะวัณโรค และถ้าใครอยู่ประเทศไทย เป็นหมอที่รักษาวรรณโรคมากเพียงพอเนี่ย ก็จะทราบดีครับว่าวัณโรคเนี่ย มันเกิดได้ทุกอวัยวะ ไม่ใช่แค่ปอดนะครับ เรามีวัณโรคกระดูกสันหลัง วัณโรคที่เยื่อหุ้มสมอง วัณโรคที่ลูกตา วัณโรคช่องคลอด ยังมีเลยนะครับ เออบางคนก็วัณโรคต่อมน้ำเหลืองเนี่ย มันได้หลายอย่าง และ Melioidosis ก็ทำได้แบบนี้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นการวินิจฉัยโรค Melioidosis เนี่ย มันจึงไม่ง่าย เพราะมันไปคล้ายกับโรคอื่นเยอะ เราจะต้องอาศัยความรู้ที่เราชินกับพื้นที่ว่ามันมีโรคนี้นะครับ และต้องบอกครับว่า หลายๆครั้งคนไข้ก็ไม่ได้มีประวัติชัดเจนว่าเป็นโรคนี้แล้วไม่มีประวัติชัดเจนว่าไปลุยดินลุยน้ำอะไรมานะ ครับ ถ้าเป็นนักเรียนแพทย์เนี่ย หลายๆครั้งเราจะ เราจะถูกสอนให้ถามเลยว่า เออ ถ้าเกิดคนไข้มีไข้มา มีปอดอักเสบ หรือมีอะไรที่มันรู้สึกเป็นโรคติดเชื้อเนี่ย เราจะถามเลยมีไปย่ำดิน ย่ำน้ำอะไรมาหรือเปล่านะครับ เราก็ต้องการที่จะวินิจฉัยโรคนี้ หรือเราบอกว่า เออ เราอยู่ภาคอีสานซึ่งเป็นแหล่งของโรคนี้เลยอ่ะ เราได้ไปเที่ยวมาหรือเปล่า เราถามแต่ประวัติพวกเนี้ย แต่ว่ามันจะมีกรณีอย่างคุณนินจา ซึ่งบางทีประวัติอาจจะไม่ชัดเจนนะครับ ประวัติการสัมผัสเรื่องพวกนี้อาจจะไม่มีด้วยซ้ำไป หรือบางทีมีจริง แต่ว่ามันผ่านมาเป็นหลายๆเดือนจนจำไม่ได้แล้วว่าเคยมี เพราะก็คิดว่าก็เป็นทริปปกติไปเที่ยวไปปลูกป่า หรือไปทำอะไรก็แล้วแต่
กรณีแบบเนี้ย หมอจะสงสัยได้ก็ต่อเมื่อ
ข้อแรกนะครับ ปอดอักเสบรุนแรง รุนแรงมากกว่าปกติ นะครับ โดยไม่แน่ใจว่าทำไมมันรุนแรงได้ขนาดนี้
หรือมีอาการทีเดียวหลายระบบ ไม่ใช่แค่ปอด
หรือรักษาไปแล้วมันไม่ดีขึ้น ปอดอักเสบรุนแรงจากเชื้อแบคทีเรียทั่วๆไปเนี่ยนะครับ ถ้าเรารักษาได้ตรงแล้วเนี่ย ไข้มันควรจะลงในเวลา 48 ชั่วโมง แต่ถ้ามันไม่ลงเลย แล้วมันแย่ลงเรื่อยๆเนี่ย เราจะต้องให้ยาที่ครอบคลุมเชื้อทุกๆตัว รวมทั้งเชื้อ Melioidosis ด้วยนะครับ อ่า นี่แหละคือโรคที่มันรักษายากมากๆ วินิจฉัยก็ยาก การรักษาก็จะต้องยาวนานมากๆ และต้องแน่ใจว่าเราตรวจทุกแหล่งบนร่างกายว่ามันไม่มีหนองอยู่ตรงไหนนะครับ เพราะถ้ามีการที่เราเจาะออกมาแล้วเอาหนองออกไปให้หมด ร่วมกับการใช้ยาระยะยาวๆเนี่ย มันจะช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้นะครับ
สำหรับทุกคนที่กังวลว่า เฮ้ย เราไปเล่นดินเนี่ย เราไปขุดดินมันจะติดมั้ย ต้องบอกเลยครับว่าส่วนมากเนี่ย ไม่มีปัญหาอะไรเลย คุณไม่ต้องกังวลนะครับ แต่ถ้าเกิดคุณจะต้องไปย่ำโคลน อะไรที่มันมีความชื้นๆเนี่ย กรุณาใส่รองเท้า ซึ่งมันกันเรื่องเรื่องเชื้อโรคพวกนี้ได้นะครับ เพราะว่าคุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะมีแผลเล็กๆที่เชื้อโรคเข้าไปได้หรือเปล่า หรือบางที อ่า ตัวขา ตัวผิวหนังของคุณมันเปื่อยนะครับ มือของคุณที่ไปจับไปดำนา มันเปื่อยแล้วมันเชื้อโรคเข้าอ่ะ มันอาจจะเป็นอย่างงั้นก็ได้นะครับ คุณก็ต้องระมัดระวังตรงนี้
โดยเฉพาะพวกคุณหลายๆคนที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคตับ โรคไต โรคปอด โรคธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งนะครับ หรือใครมีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง HIV หรือกินยากดภูมิเพราะว่าคุณมีโรคประจำตัว อ่า ภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือเป็นผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ พวกนี้ก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะว่ากรณีของคุณเนี่ย นอกเหนือจะติดมาได้แล้ว อาการยังมีโอกาสจะรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตนะครับ
โรค Melioidosis เนี่ย อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงนะครับ ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวนะครับ มีรายงานตั้งแต่ประมาณสัก 20-70% ในประเทศไทยเนี่ย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ โดยคน ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะมีโรคประจำตัว ที่ผมกล่าวไปทั้งหมดนี่แหละนะครับ
งั้นถ้าเกิดว่าเป็นดินทั่วไปที่คุณขุด คุณไปยุ่งกับมันไม่ค่อยมีปัญหา ปลูกต้นไม้ คุณไม่ได้ติดขึ้นมานะครับ โอกาสที่จะติดมาจากคนที่เขาเป็นเนี่ย ยากมากๆนะ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ไอจามมันก็ไม่ทำให้คุณติดหรอกครับ คุณจะติดมาจากดินเนี่ย ซะมากกว่านะ ครับ แล้วก็มักจะต้องเข้าไปที่พื้นที่เสี่ยงนั้น
ถ้าเกิดว่าคุณเข้าไปที่พื้นที่เสี่ยง ใส่เครื่องป้องกันครับ แล้วถ้าเมื่อไหร่มีฝนตกหนักมากๆเนี่ย ก็อย่าไปอยู่แถวๆ ที่บริเวณที่มันมีดิน ตรงพวกนาพวกอะไรอย่างเงี้ย ที่มันมีโอกาสระเหยขึ้นมาได้แล้วกันนะครับ อันนั้นจะเป็นวิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุด
แล้วถ้าเกิดว่ามีประวัติพวกนี้ กรุณาจำไว้ด้วยนะ ครับ เพราะเวลาไปหาหมอ ถ้ามีปอดอักเสบเนี่ย เราต้องเล่าประวัติตรงนี้ให้หมอฟัง เพราะว่าเขาจะได้รักษาได้ถูกทาง ตรวจแล้วก็ให้ยาฆ่าเชื้อที่มันถูกกับโรคตัวนี้ เนื่องจากว่าปอดอักเสบทั่วไปเราไม่ได้ให้ยาที่ครอบคลุมเชื้อ Melioidosis นะครับ
อ่ะ วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ สุดท้ายก็ขอแสดงความเสียใจอีกครั้งนึงกับทางครอบครัว ทางวงการนางงามนะครับ ซึ่งได้สูญเสียตากล้องชื่อกล้องเลยนะครับ เป็นผู้ที่มากความสามารถจริงๆนะครับ แล้วก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ โรคนี้เป็นโรคที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน ผมอยากจะให้ทุกคนเนี่ย รู้จักเป็นอย่างดี หมอทุกคนเนี่ย เขารู้จักโรคนี้ นะครับ แต่เราต้องรู้จักโลกนี้ด้วยซ้ำไปนะครับ เราจะได้ป้องกันตัวเองได้ถูกต้องนะครับ โอเค วันนี้ก็เล่าให้ฟังประมาณเท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ