📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

นิติพิศวง Ep.40 (พิเศษ) - เห็นชอบ ประชามติ

Jomquan1:08:17

Transcription

โอเค เราจะเริ่มเลยมั้ย?

เราเริ่มเลยก็คือเมื่อสักครู่นี้ที่เราบอก ก็คือว่าเอ้ยที่เราถามก็คือว่าแม้แต่อาจารย์เหมาเป็นนักวิชาการ ก็สามารถจะแสดงความเห็นและเป็นผู้รณรงค์ได้ ถูกต้อง เห็นชอบไม่เห็นชอบบอกได้ โดยหลักแล้วเอาอย่างงี้ ตามกฎหมายประชามติไม่ทุกคนไม่จำเป็นต้องไปนั่งแบบฟังแบบคิดตามผมนะ เพราะว่าไอ้เรื่องพวกนี้มันข้อกฎหมาย วันนี้จะย่อยให้แบบฟังง่ายๆ

คือ กฎหมายประชามติเนี่ย สั่งห้ามอยู่อย่างเดียวคือหน่วยงานของรัฐ ระหว่างรัฐเป็นอย่างง่าย หรือว่ารัฐต่างๆ คุณจะไม่สามารถที่จะเหมือนกับว่าไปเอ่อนำเสนอในการโน้มน้าวตรงนู้นตรงนี้ตรงนั้นได้ เพราะมันมีหลักของมันอยู่ คือหลักความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ในส่วนของเราเนี่ย เราไม่มีปัญหาครับ เอกชน พรรคการเมือง หรืออะไรต่างๆ เราสามารถรณรงค์ได้ ตราบเท่าที่ไม่ผิดกฎหมาย แล้วก็ยังไม่ได้อยู่ในช่วงระยะเวลาช่วงช่วงอันตราย ใช่มั้ย?

คือว่ามันจะมีการกำหนดไว้ เช่น ช่วงก่อนที่จะถึงวันลงประชามติ ก็คือวันที่ 8 เนี่ย เขาจะสั่งห้าม ใช่มั้ย? คลื่น 18:00 น.น่ะ ช่วง 18:00 น.ปุ๊บ หลังจากนั้นไม่ให้ละ แล้วก็ก่อนหน้านี้ก็ห้ามจะมีการทำโพล คือก่อนหน้านี้เราเราทำโพลกันเยอะใช่มั้ย? แต่ก่อนที่จะถึงการลงประชามติ 7 วัน ห้าม คือพยายามไม่ให้มีการโน้มน้าว ไม่ให้มีการแบบใส่ข้อมูลข้อมูล เค้าก็กลัวว่าเฮ้ย เดี๋ยวเราจะไปแบบถูกชี้นำอะไรเงี้ย แต่ตอนเนี้ยคือช่วงเวลาที่เราปลอดภัยในการโดนอารมณ์ ทำให้ทุกอย่างไม่มีปัญหา เพราะว่าโดยหลักแล้วมันก็อยู่บนพื้นฐานของ สิทธิเสรีภาพของเราในการที่เราจะแสดงความคิดเห็นได้

แล้วเอาจริงๆ เนี่ย เวลาที่จะมีการทำประชามติ เรายิ่งต้องสามารถแสดงออกได้ด้วย อย่าลืมนะครับ ย้อนกลับไปตอนช่วงรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ปัจจุบันเรากำลังใช้อยู่เนี่ย ที่ผ่านมาเนี่ย ในช่วงประชามติเนี่ย เราจะเห็นภาพว่าเราจะรณรงค์เนี่ย เราจะไม่ค่อยรณรงค์ได้ค่อนข้างเสมอภาคและมีความเป็นเสรีเป็นธรรม ถูกมั้ย? เพราะว่าเวลาคนที่จะบอกว่าเฮ้ย เราเนี่ย ไม่เห็นด้วยอ่ะ อย่างผมบอกว่าอันนี้พูดได้สบายมาก คือครั้งที่แล้วผมบอกผมไม่เห็นด้วย

อาจจะมีเอ๊ะ มันมีการอะไรล่ะ มีกระบวนการที่อาจจะถูกตั้งข้อสงสัยอะไรบางอย่างมั้ยว่าฝ่ายที่เขาไม่ค่อยซัพพอร์ต ไม่ค่อยที่จะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญเนี่ย เขาอาจจะไม่ได้มีช่องทางให้มีการแสดงออกมากเท่าที่ควร ถ้าเปรียบเทียบกับฝ่ายที่รณรงค์และสนับสนุนให้ผ่านรัฐธรรมนูญปี 2560

งั้นผมกำลังจะพูดอย่างงี้ ท่านประธาน ท่านทุกคนครับ คือครั้งเนี้ย สำหรับผมแล้วเนี่ยนะ ความสำคัญผมชี้อย่างงี้ก่อน เดี๋ยวค่อยจะอธิบายหลักการในการทำประชามติ ความสำคัญของการทำประชามติครั้งนี้ ผมคิดว่าสำคัญมาก เพราะในประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญไทยเรามีอยู่ทั้งหมด 20 ฉบับ ถูกมั้ย? มีแค่ 2 ฉบับเท่านั้นที่มีการทำประชามติ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญปี 2550 กับรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เรากำลังใช้อยู่

แต่การทำประชามติทั้ง 2 หนที่ผ่านมา เป็นการทำประชามติที่ถูกตั้งเพาะเคลือบแคลงสงสัยกับเรื่องของการรณรงค์อย่างเท่าเทียมกันของฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุน

ฉะนั้นแน่นอนว่ารัฐธรรมนูญ 50 กับรัฐธรรมนูญ 60 เนี่ย ถ้าถามผมในฐานะนักวิชาการท่านหนึ่ง อะ ไม่ใช่สิ เป็น YouTuber ท่านหนึ่งที่พอจะมีความรู้ทางด้านรัฐธรรมนูญบ้างเล็กๆน้อยๆเนี่ย ผมก็ต้องบอกว่าผมพูดจริงๆ นะ ศักดิ์ศรีความเป็นกฎหมายสูงสุดไม่ค่อยมี

เป็นไง เริ่มยัง? เอ้ย แต่ว่าภาษายูทูปมันใช้คำนี้ มันมันเข้าใจยาก อ่า แล้วถ้าห่วย? อ่า แล้วพูดให้เต็มประโยชน์? รัฐธรรมนูญห่วย? YouTuber ต้องพูดกันอย่างงี้

แล้วต่อไปนี้ เดี๋ยวคลิปนี้จะถูกสั่งถอดออกเดี๋ดี? เรียกก่อนเดี๋ค่อย? อ่า ก็ไม่เป็นไร เพราะวันนี้เราพยายามที่จะไต่เต้าไปสู่ตรงนั้นค่ะ

โอเคครับ ไปสู่ราชการ เจอกัน โอเค ไปด้วยกันนะครับ เออ เพราะสุราราชการอยู่แจ้งวัฒนาเองเนี่ยนะ ไม่ต้องถึงพะเยา อ่า ฉะนั้นโอเค กลับมาคราวนี้ เมื่อเป็นแบบนี้เนี่ย ถ้าเราพูดกันในทางวิชาการ พี่ ประชามติที่ผ่านมา เอาจริงๆ มันเป็นมันเป็นเครื่องมือที่ทำการจะสอบถามเจตนารมณ์ของตัวประชาชนที่แท้จริงตามระบอบประชาธิปไตย มันกลับถูกมองว่ากลายเป็นเครื่องมืออะไรบางอย่างที่มันสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐธรรมนูญที่มันดูไม่เป็นประชาธิปไตย

เดี๋ยวพูดแบบนี้เสร็จปุ๊บ โอ้ ประชาธิปไตยอีกแล้ว ตามตูดฝรั่งอีกแล้ว เดี๋ยวครับ ใจเย็นๆ เดี๋ยวจะย่อยให้ฟังจริงๆ ไม่ต้องตามตูดฝรั่งก็ได้ ตามตูดพวกเรานั่นแหละ เดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟัง ว่ามันมีเนื้อหาสาระยังไง โอเค อันนี้เราพอจะเห็นความสำคัญแล้วนะ ครั้งนี้คือประชามติรัฐธรรมนูญครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยและรัฐธรรมนูญไทย งั้นเราต้อง เราต้องใช้สมาธิให้ดี เราต้องโฟกัส ครั้งนี้ถ้าเราพลาดครั้งนี้ไปเนี่ย เราไม่รู้ว่าเราจะได้ใช้ไอ้สิทธิ์ของเราตรงเนี้ยอีกมากน้อยขนาดไหนนะ

นี่จริงๆ นี่เมื่อวานอยู่บ้านเนี่ย หลังจากที่ไปสอนหนังสือเป็นเวลาบ้างเล็กน้อย เปิดคอมนั่งกำลังเขียนบทความอยู่ กำลังจะเขียนบทความเพื่ออธิบายให้ทุกคนหรือท่านประธานน่ะ ได้อ่านแล้วเอาไปใช้เป็นเช็คลิสต์ก่อนเข้า เออ อุ๊ยๆ เป็นไงเล่า เออ สอนหนังสือยังไม่ขนาดอ เจ้สั่งมาปุ๊บทำเลย คลาสเคสยกหมดทำเรื่องนี้ เดี๋ยวเขาเชื่อ เดี๋ยวเขาเชื่อ โอเค ไม่ๆนะ เออ

อ่ะ คราวนี้อ่ะ เดี๋ยวผมอธิบายอย่างงี้ก่อน ทำไมต้องมีการทำประชามติ? การทำประชามติในทางรัฐธรรมนูญน่ะ มันหมายถึงแค่ว่าเขาต้องการที่จะไปถามเจตนารมณ์ของตัวเจ้าของประเทศอ่ะ ว่าง่ายๆ ว่าเฮ้ย คุณ คุณคิดยังไง คุณตัดสินใจยังไงกับประเด็นที่จะมีการถาม เพราะว่าโดยมากประเด็นที่จะมีการถามเป็นเรื่องที่มันมีความสำคัญมาก คือถ้ามันเป็นเรื่องทั่วๆ ไปอ่ะ เขาจะไม่ถามหรอก แต่นี่มันคือเรื่องคอขาดบาดตายของประเทศ เขาจึงต้องมาถามประชาชนในฐานะที่เราเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ใช่มั้ย? เราเป็นเจ้าของประเทศ งั้นไอ้กรณีครั้งเนี้ย มันเป็นการเข้ามาถามเราว่าเราต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย? รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เดี๋ยวผมจะย่อยให้ฟังว่ามันไปเกี่ยวพันกับเรื่องของเรายังไง เพราะเราจะชอบมีการถามอยู่ตลอดก่อนหน้านี้เห็นมั้ยที่ไปไปเอ่อ เปิดเวทีกับพี่ติ่งใช่มั้ย? ต้องมีคำถามนี้แน่นอน แล้วก็ต้องมีคนโต้แย้งคนที่จะออกไปกายเห็นชอบในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ใช่มั้ย? แล้วบอกว่าเฮ้ย คุณไปจัดการเรื่องเศรษฐกิจให้เรียบร้อยก่อน คุณไปจัดการดูแลความสงบเรียบร้อย คุณไปดูเรื่องเอ่อ การทะเลาะกันระหว่างขมงเขมร ก่อน ไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญนี่เรื่องไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ใช่มั้ย? เค้าจะต้องพูดอย่างงี้ถูกมั้ย? แล้วแล้วพี่ตอบว่าไง? เกี่ยว เกี่ยวมาก!

อ้าว เกี่ยวยังไง? รัฐบาลที่เขาจะทำงานให้คุณเนี่ย ถ้ามันมีโครงสร้างในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เนี่ย มันไม่สามารถทำให้รัฐบาลที่คุณเลือกไปทำงาน ทำได้อย่างที่คุณต้องการให้รัฐบาลที่คุณเลือกไปทำได้นะ ทุกเรื่อง แล้วเราจะชอบบอกว่าแก้แล้วมันดูมันไม่เห็นทำให้ตังค์ในกระเป๋าเพิ่มขึ้นเลย เดี๋นี่หน้าที่ฉันต้องสื่อสารหรอ? ไม่ๆ เราก็นี่ไง เราเราลองลอง คือมันมีเพื่อนๆ บางคนที่แบบเขาอยากจะรู้ว่าทำไมต้องมารณรงค์กันตอนนี้ พี่ก็จะใช้ภาษาชาวบ้าน พี่ก็จะบอกว่า ไม่ว่าพรรคอะไรเป็นรัฐบาล มันมีกรอบแค่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีขีดไว้นะเอ มันมีองค์กรที่จะคอยเช็คนะ ว่าทำได้ไม่ได้ มันมีองค์กรที่จะคอยตรวจสอบนะว่าพรรคที่เอ่อ ทำหน้าที่รัฐบาลอยู่ นั้นเนี่ย จะเดินหน้าได้หรือเปล่า อันนี้คร่าวๆ

ที่พี่บอกว่าถ้ามองย้อนกลับไป แต่เวลามองย้อนกลับบางทีเราก็ไม่รู้ว่าคนที่ถามเราเลือกพรรคอะไรไง สมมุติเขาชอบส้ม เขาก็จะไม่เห็นว่ามันกระทบอะไรกับส้ม แต่ถ้าบอกเขาว่าในแง่ของการเป็นรัฐบาลนะเอ่อ แต่ว่าถ้าแต่ถ้าบอกเขาว่าเนี่ย รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย การได้มาซึ่งองค์กรต่างๆ ที่มีอำนาจขนาดเนี้ย มันทำให้พรรคการเมืองถูกยุบได้ ง่ายและมีคำถาม อ่า ใช้คำนี้

หรือแม้กระทั่งเอ่อ พี่ไม่รู้เขาเลือกเพื่อไทยหรือเปล่าใช่มั้ย แต่ว่าอ่ะ คุณดูนายกรัฐมนตรี 2 คนที่ต้องออกไป เออ คือเอาเข้าจริงมันก็ยังมีคำถามและข้อโต้แย้งอยู่ว่าคุณเศรษฐาและคุณแพทองธาร ต่อให้ผิด ต่อให้ผิดนะ อ่า มันต้องถึงขนาดออกไปมั้ย อ่า เออ เนี่ยมันเป็นประเด็นยิบๆย่อยๆนะ แล้วผมอาจจะบอกว่าอย่างงี้ เอาในแง่วิเคราะห์ก่อน ผมพูดอย่างงี้ว่าเอ่อ จริงๆ ถ้าที่ผ่านมาเนี่ย ผมคิดว่าพี่น่าจะเห็นภาพว่า ช่วงก่อนหน้าเรามีการจัดดีเบตกันเยอะมาก ใช่ป่ะ แล้วโดยมากเราจะไปโฟกัสเรื่องของการเลือกตั้ง

ครั้งนี้เนี่ยอ่ะ รีมทุกคนก่อน รีมท่านประธานก่อน ครั้งนี้เราเข้าหาเนี่ย เราใช้ 2 สิทธิ์ คือมันจะมีบัตร 3 ใบใช่มั้ย มันจะมีบัตรสีเขียว บัตรสีชมพู บัตรสีเหลือง โอเค ไอ้พวกนั้นน่ะ ถ้าให้ผมรวบรัดตัดความแล้วพูดให้ชัดเจนก็คือว่า เราจะเข้าคูหาครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเข้าหาในทุกครั้งของการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้เราต้องเข้าไปใช้ 2 สิทธิ์ สิทธิ์แรกคือสิทธิ์ในการเลือก ส.ส. คือเลือกผู้แทนเรา อันเนี้ยมันจะชัด มีดีเบต จัดดีเบต โอ๊ย พรรคนู้น พรรคนี้ แคนดิเดตนายกเต็มไปหมด แต่อีกสิทธิ์นึงอ่ะ ที่ผมคิดว่ามันถูกกลืนหายไป ไม่ค่อยมีการพูดถึงมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่ามันจะไม่พูดถึงเลยนะฮะ คือเราต้องออกไปใช้สิทธิ์ในการที่จะแสดงความเห็นว่าเราต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย

งั้นเราต้องไปใช้ 2 สิทธิ์ใช่มั้ยฮะ คราวนี้ประเด็นก็คือ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งนะ แต่เราก็ไม่ได้ที่จะมาโทษใครอะไรยังไง อ่ะ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งการที่เราเอาการทำประชามติมารวมกับการเลือกตั้ง มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย อันนี้พูดแบบในแง่วิชาการนะ คือ 1 แน่นอนทำให้ประชาชนสับสน ใช่มั้ย? แต่แน่นอนว่าในแง่ข้อดีคือในแง่ของการหวังผลกับการที่จะให้คนออกมาโหวตเยอะอ่ะ มันดูมันผูกเรื่องสำคัญเข้าด้วยกันใช่ป่ะ มันก็เลยอาจจะมีการมีการสร้างแรงจูงใจให้ ออกมาแบบมากขึ้นหรืออะไรยังไง แต่เราก็จะเห็นภาพว่ามันก็จะมีการติดๆขัดๆในเรื่องของการบริหารจัดการของภาครัฐ อันนั้นเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน เพราะอันนี้คือเป้าหมายของทางเทพที่เราเราปักเอาไว้ใช่ มั้ว่าเฮ้ย เดี๋ยวเราจะไปวิจารณ์ตรงนั้นนะ ไอ้เรื่องของการบริหารจัดการ

ใช่ๆ เอาเริ่มเลยนะ เริ่มเลย คราวนี้ประเด็นของผมคือว่า แต่ในอีกแง่นึงอ่ะ อันนี้ผมมองในฐานะของนักวิชาการที่พยายามสังเกตการผมว่า การที่เราเอาเอา 2 เรื่องมารวมกันเนี่ย ประชาชนสับสนใช่ แล้วอีกอย่างนึงคือพยายามมันมีการพยายามดึงเอาเรื่องรัฐธรรมนูญเนี้ยมาผูกโยงกับเรื่องการเมือง แล้วนำไปสู่การเค้าเรียกว่าอะไรล่ะ การเอาประเด็นของรัฐธรรมนูญน่ะไปใช้เป็นประเด็นในทางการเมืองที่สังเกต เช่น พรรคนี้ จะเอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพราะจะล้มนู่น ล้มนี่ หรือว่า แก้แปลว่าล้ม ใช่ เนี่ยอันนี้คือปัญหาอีกส่วนนึงนะ แต่ว่าโอเค วันเนี้ย ผมคิดว่าเราต้องเอามาแยกกันซะให้เด็ดขาด แล้วแล้วคิดว่าเวลาเราจะเข้าไปกาเนี่ย เราจะกาโดยเราใช้ วิทยานส่วนไหนยังไงถูกมั้ยพี่

คราวนี้เอ่อ ผมต้องบอกว่าเอาจากส่วนตัวพี่เคยคุยกับเพื่อนใช่มั้ย เวลาเราจะไปเลือกตั้งมันง่าย เพราะเรารู้ไง เฮ้ย เราจะเลือกคนนี้เว้ย เราชอบ เฮ้ย เราจะเลือกพรรคนี้ เราชอบ แต่จากคนรอบข้างด้วย แม้กระทั่งนิสิตด้วยนะ หรือแม้กระทั่งวันก่อนผมไปเจออาจารย์คณะคณะนึงที่จุฬาเป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์นะ เดินมาคุยกับผม อาจารย์เลือกตั้งผมรู้วันที่ 8 ผมรู้ แต่ไอ้ที่บอกจะทำประชามติรัฐธรรมนูญในฐานะที่อาจารย์สอนมนุษย์มันต้องยังไง เถามผมอย่างงี้จริงๆ นี่คือระดับศาสตราจารย์ดอกเตอร์

พูดแบบนี้แล้วขอแทรกนิดเดียวนะคะ ถ้าเราเห็นบนปกนะคะ แล้วเราใช้รสรเมื่อก่อนนี้เป็นผสดอ่ารสรเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยเอ่อ ต้องรออย่างเป็นทางการก่อนเนาะ เพราะจริงๆ ตอนนี้คืองานวิชาการของหนูที่หนูลางาน YouTuber ไปทำเนี่ย ก็คืองานจบและเราก็รอขั้นตอนอย่างเป็นทางการที่จะได้รสรถ อ่า อาจารย์หมาบอกอุ๊ยพี่อย่าเพิ่งใช้เลยนะ บอกก็เลยจะบอกว่าโปรโมทปกปกรายการที่โปรโมทไปตามช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆลอกมติชนค่ะ มันก็อาจจะ ไม่ใช่ไม่แล้วดิฉันก็ไปถามแล้วดิฉันก็ถามน้องว่ามึง แต่เหมาบอกกูว่ายังนะประมาณกุมภาพันธ์อะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าเออแต่มติชนเขาใหญ่แล้วลอกเลย อ่าโอเค แหมเรื่องพวกนี้ก็โอเค แล้วแอบโกรธนิดๆ ทำไมมันบอกกูอย่างนั้น บอกมาที่ชนอย่างวะ เออเกือบโดนแล้ว ไม่ใช่ไม่ใช่อ่ะโอเค อันนั้นเดี๋ยวเดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวเดี๋ยว

กลับมาที่อันนี้ว่ามันเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องยากมาก แต่ว่าเมื่อกี้ผมเห็นท่านประธานนะ บอกมาบอกว่าเอ้ย แต่ว่าเมื่อมามามัดรวมกันเป็นครั้งเดียวใช่ครับเอ่อ มันปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรครัฐมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการจัดการการบริหารเรื่องการเลือกตั้งและประชามติให้ได้ดีที่สุด แล้วก็ต้องเอื้อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ของเค้า ตามที่รัฐธรรมนูญเนี่ยรับรองแล้วคุ้มครอง อันนี้ผมเห็นด้วยเลยนะ แต่ว่าอันนั้นผมแค่ เราเราพูดกันในเชิงวิชาการว่ามันอาจจะทำให้คนสับสนเล็กๆน้อยๆ แต่ว่านี่คือภารกิจของเราไง ของช่องเรา ซึ่งช่องอื่นทำไม่ได้หรอก เราก็จะมาทำการเคลียร์ให้ทุกคนได้เข้าใจแบบง่ายๆ

ช่องอื่นทำไม่ได้หรอที่จะเคลมแบบเนี้ย สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาตอน 1935 นะคะ เราขอบคุณ เรากราบขอบพระคุณค่ะ เรารีแคปให้นิดนึงนะคะ ก็คือว่าวันนี้ที่เชิญอาจารย์เหมาหรือเหมามิจจี้มาเนี่ยนะคะ ก็คือจะมาคุยเรื่อง การทำประชามติ และเนื้อหาในรัฐธรรมนูญว่าตกลง มันเกี่ยวกับไม่เกี่ยวกับปากท้องยังไงในการกาครั้งนี้ครับ เห็นแล้วอืม แล้วก็จริงๆ แล้วอ่ะ ข้อดีข้อเสียในรัฐธรรมนูญเนี่ย เมื่อสักครู่นี้ที่อาจารย์เหมาพูดมาก่อนหน้านี้ ถ้าพี่ถ้าพี่สุผิดอาจารย์แยงพี่ ก็คือ รัฐธรรมนูญสำคัญมาก สำคัญมาก ทุกฉบับนั่นแหละ ถูก ที่โดนฉีกมาทั้งหมดนั่นแหละ มันจะดีไม่ดี แต่เวลามันโดนฉีกจากรัฐประหารน่ะ มันแย่หมดอ่ะ วิธีการในการแบบ ที่จะเปลี่ยนแปลงมันน่ะ ใช่

รัฐธรรมนูญเคยทำมีเคยมี 2 ครั้งที่ทำประชามติรัฐธรรมนูญ คือฉบับปี 50 แล้วก็ฉบับล่าสุดคือ 60 ใช่มั้คะ ทีนี้ฉบับ 60 ที่เราทำมาเนี่ย ณ ตอนนั้นบรรยากาศของการทำประชามติ ต้องยอมรับว่า การรณรงค์สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยเพื่อให้ไม่เห็นชอบนั้นไม่ได้เท่าเทียมกับคนที่เห็นด้วยและอยากให้เห็นชอบ

พี่แล้วผมจะบอกว่าเรื่องพวกนี้นะ ผมนะเวลาฟังดีเบตตามเวที ผมไม่ค้านทันนะ คือทุกคนก็จะบอกเฮ้ย คุณมาพูดอย่างงี้ทำไม อะไรยังไง ผมจะบอกว่าเฮ้ย ไอ้เรื่องที่ปุ๊บพูดมาเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่เรามานั่งมโนกันเอง เค้าจะชอบบอกไอ้ฝั่งที่อยากให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มันก็พูดอย่างเงี้ย เฮ้ย ขอโทษนะครับ นี่คือเอกสารที่ทำมาโดย กกต. ในนี้ก็เขียนนะครับ บอกว่าข้อดีของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เนี่ย ก็คือทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญด้วย แสดงว่าอะไร? นี่คือการยอมรับแล้วโดยชัดแจ้งเป็นอักษรจากภาครัฐ

จากการเคาะห์ของ ครม. ว่าเค้ามองว่าไอ้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาในแง่ที่มาจริงๆ เพราะมันมาจากการรัฐประหาร เมื่อปี 57 ใช่ เออ แล้วมันก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้คือปี 60 แล้วก็ผ่านประชามติ ซึ่งมันมีอยู่ช่วงนึงที่การพูดถึงบอกว่า แต่มันผ่านประชามติ แต่ มันผ่านประชามติคนตั้งกี่ล้านเสียง? ค่ะ ก็คือประโยคเมื่อกี้แหละ ที่บอกว่าตอนนั้นที่รณรงค์กันน่ะ คนที่รณรงค์ไม่รับ ไม่เห็นชอบแล้วก็วิจารณ์ในด้านลบเนี่ย มันมีคดีความเลยนะ จำนวนมาก ในขณะที่คนที่เห็นชอบเห็นด้วยรับเนี่ย สบายๆ

พี่เคยขับรถแล้วดูตามรถดำท้องถนนมั้ย ที่มันเขียนว่ารถคันนี้สีแดง รถคันนี้สีแดง รถคันนี้สีส้ม รถคันนี้สีเหลือง รถคัน แต่กูเห็นอยู่ว่ารถสีขาว พี่เห็นป่ะ เออๆ คือมันเหมือนกันน่ะ คือคุณกำลังจะบอกว่าไอ้รัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย มันผ่านประชามติ ก็มันก็จะแปะไว้อยู่ท้ายรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชามติ ประชา เพราะกูเห็นอยู่ว่าประชามติมึงมีปัญหามึงก็จะพูดอยู่นั่นน่ะ ว่าประชามติ เข้าใจป่ะ มันเหมือนกันพี่ เอาไว้หลอกเจ้ากรรมนายเวรเถอะ พี่เข้าใจผมมั้ย? ครับผม เออ ได้ครับ แหม วันนี้ก็ลืมใส่นาฬิกาวัดความดันมา ครับ ไม่ต้องหรอก ช่างมันเถอะ เดี๋ยวไปวัดตอนไป กกต. แล้วก็เนื้อหาวันนี้บอกเลยว่ามันจะเป็นเนื้อหาที่พูดชัดเจนว่าจุดยืนของเรา คือพี่เห็นชอบที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนอาจารย์พอบอกได้ เมื่อใช่ เมื่อเจ้เราเห็นชอบแล้วเหมามิต ที่เราจะมีคำตอบอะไรได้ เราก็ต้องตามเจ้ เราสิครับ เดินตามตูดกูมาเลยจ้ะ ถูกต้อง เราก็ต้อง เราก็ต้องนี่ไง นี่ไง เห็นมั้ย

สีเขียวปกตินี่ สีชมพูนี่ สีเขียวมั้อ่า เออ ซึ่งอย่างที่เป๋าบอกเมื่อสักครู่นี้นะคะ สง เหมือนแบบรณรงค์เห็นชอบไม่เห็นชอบเนี่ย ก็คือได้วันเวลาเท่ากันกับตอน ตอนที่เขารณรงค์แล้วก็หาเสียงเรื่องของ ส.ส. แล้วผมจะบอกว่าวันนี้ที่พี่จัดมาถือเป็นประโยชน์สำคัญยิ่งต่อประเทศชาติไทย โอ้โห ตายแล้ว ตายอู้ตายละ ประเทศชาติขาดเราไม่ได้ ยิ่งยิ่งตอนนี้ยิ่งจะต้องบอกว่ารักชาติป่ะ? รักๆ รักใช่มั้ รัก? ผมรัก ยิ่งเรารักชาติ วันนี้เรายิ่งต้องมาพูดเรื่องนี้ เออ เพราะอะไร? เออ ทุกคนได้เล่มนี้แล้วใช่มั้ยครับ ที่บ้านได้ยัง พี่ได้ยัง? เออ จำเป็นต้องได้มั้ย? จำเป็น กฎหมายเขียนบังคับเลยว่า กกต. ต้องส่ง อ๋อหรอ ไม่มันจำเป็นมั้ย แบบข้อมูลข้อมูลอะไรนี้มันยังจำเป็นที่เราจะเชื่อได้มั้ย ถ้ามาจาก กกต. อ่ะ? เอาเป็นว่าอยากจะเชื่อนะ แต่เปิดไปแล้วไม่รู้จะเชื่ออะไร เรามันเป็นคนอย่างเงี้ย แล้วเมื่อกี้เพิ่งบอกกูว่าสำคัญ สำคัญ แต่ผมจะบอกอย่างงี้พี่ ตามกฎหมายประชามติ ไม่ต้องเปิดกฎหมายก็ได้ เอาความรู้ทางรัฐธรรมนูญที่พอจะรู้บ้าง เค้าบอกว่าการทำประชามติตามหลักการในทางรัฐธรรมนูญเนี่ย มันต้องมี 2 เข้าอย่างแรก 1 เข้าถึงข้อ การเข้าถึงข้อมูลคืออะไร? รัฐต้องให้ข้อมูล ให้ข้อมูลอย่างทั่วถึง เมื่อให้ข้อมูลอย่างทั่วถึงนี่คือการเข้าถึงตัวข้อมูล ถูกป่ะ แต่การทำประชามติมันเป็นเพียงแค่การเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ มันต้องเข้าใจด้วย

หมายถึงประชาชนหรือ กกต. ทั้ง 2 ครับผม โอเค ต้องเข้าใจด้วย ฉะนั้นนั่นหมายถึงว่าถ้าสมมุติคุณเอาแค่เนี้ย เอ้ย กูทำแล้ว ผมยื่นให้อ่ะ เจ้ เอาไป อ่านแล้วรู้เรื่องมั้ย? เคย นี่เคยอ่านป่ะ? เคยอ่านมั้ย? เดี๋ยวผมจะให้เวลาคุณเนี่ย อ่านประมาณ 1 นาที เหมือนเวลาผมสอนในคลาสอ่ะ นิสิตไปอ่านดูนะ ให้เวลา 1 นาที คุณลองบอกผมสิว่าคุณอ่านแล้วคุณเข้าใจมั้ย? ผมเนี่ย ผมเข้าใจนะ เพราะผมสอนรัฐธรรมนูญไง แต่อ ผมถามว่าถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไปเข้าใจมั้ย? คำตอบคือผมคิดว่าไม่น่าจะเข้าใจ เดาได้ว่าไม่น่าจะเข้าใจ ทำไมฮะ? ทำไมหรอ?

มันต้องเป็นบัตรเสียอะไรหรอคะอาจารย์? คืออะไรอ่ะคะบัตรเสีย? มันต้องเป็นบัตรสีเหลืองหรือเปล่าคะ? อ๋ออ๋อเอานา อันนี้เค้าก็อ่าเค้าเคือเค้าพูดอย่างงี้ อ่า ผมเป็นโฆษกให้ อ่า เค้าจะบอกว่าเอ่อ อันนี้เนี่ย เราไม่ได้มีหน้าที่ที่จะเข้าไปกำหนดเรื่องเนื้อหาสาระ แต่ว่าเรารับมาจาก ครม. ครม. ส่งมายังไง เราพิมพ์อย่างนั้นครับ โอครับๆ อ่า แล้วจะมีมึงไว้ทำไม อัน เฮ้อ เหมา เหมา เค้าพูดอย่างงี้ถูกป่ะ? อ่า

อ่ะ โอเค ไม่เป็นไรเดี๋ค่อยว่ากัน เพียงแต่ว่าอันนี้สำคัญมากนะครับ เอ่อ ถ้าทุกคนน่ะ ก็หน้าแร่เลยอ่ะแก ใช่ ก็อันนี้อันนี้รู้สึกว่าอาจารย์สมศักดิ์จะมีติงๆ ด้วยนะ ไอ้เรื่องของการพิมพ์ตกพิมพ์อะไรอย่างเงี้ยใช่มั้อ่า แกก็ออกมาพูดพูดในเชิงบอกเฮ้ย ก็ ครม. มาอย่างเงี้ย แล้วจะให้ทำไง เค้าก็พิมพ์ตาม ครม. อะ อ่านะ เรื่องนึง โอเค เดี๋ค่อยว่ากัน เพราะมันยังมีหลายๆ เรื่องที่เราสามารถที่จะเข้าไปที่จุดได้อีกเยอะนะ Road map ไปสู่เนื้อหาของเรา ใช่ โอเค

ดูนะ ดูนะ ไอ้อันเนี้ย ผมอยากให้ทุกคนนะ ถ้าท่านประธานมีเอ่อ มีเวลาเนี่ย อยากให้ลองเปิดอ่านดู ผมคิดว่า เปิดอ่านแล้วไม่น่าจะเข้าใจ เพราะผมบอกว่ามันเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคในทางรัฐธรรมนูญหมดเลย เช่น เช่น อ่ะ ลองดู เช่นอะไร เอ่อ ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนาก ดั้งเดิม ดั้งเดิมเปล่า เราอ่ะ เจ้าเก่าเยาวราชมั้ เจ้าเดิมวัดแขก เห็นป่ะ เออ คุณจะเจอคีย์เวิร์ดแบบเนี้ยเต็มไปหมดเลย เนี่ยอำผู้ทรงอำนาจสถาปนา เราเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนา แล้วคุณล่ะเป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนาหรือไม่? กูถามว่าตอนอยู่ในติจุฬาสอนรัฐธรรมนูญทำแบบนี้มั้ย? ไม่ครับผม คือเนี่ยมันจะเจออย่างเงี้ย มันเข้าลักษณะที่อาจารย์บอกว่าโอเค อันเนี้ยศาลเนี้ยอ่ะ เดี๋ยวเราเราข้ามไปตรงสีฟ้าประโยคตกหล่นอะไรไปก่อนนะ มาถึงพี่คือประชาชนคือชาวบ้านแล้วก็จริง แต่ว่าคุณภาพของการสื่อสารใช่มั้ยที่อาจารย์บอกว่าแล้วมันเข้าใจมั้ย? คือคือผมนะ ผมต้องพูดอย่างงี้ทุกคนนะ ในทางกฎหมายเนี่ย ไอ้ตัวคู่มือเล่มเนี้ย มันไม่ผิดเลย ถูกต้องหมดในทางกฎหมาย แต่ในทางกฎหมายนั้นเวลาคุณจะมาสื่อสารกับประชาชนเนี่ย มันไม่เข้าใจอ่ะ คืออันเนี้ยผมบอกว่าเท่าที่ผม ก็มาจาก ครม. เอาไง เท่าที่ผมพลิกดูนะพี่เนี่ย คือการถอดถ้อยคำมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พี่เข้าใจป่ะ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย การเขียนถ้อยคำเนี่ย มันเป็นคำในทางกฎหมายมากพี่ ผมถามว่าผมถามแค่ว่าพี่รู้ตัวมั้ยนี่พี่ คือเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ พี่ไปเอาชดามาใส่ก่อน เราว่าเราใช่ เรานี่รู้สึกโกรธแล้ว ชิบหายลุกด้วย คืออันเนี้ยอันนี้คือข้อกังวลของผมนะ นะก็ว่าเอ่อ เวลาที่คุณจะทำไอ้เรื่องของเอกสารต่างๆ ให้ประชาชนได้อ่านเนี่ย มันมันเข้าใจยาก

ไม่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ อันเนี้ย เดี๋ยวจะหาว่าโอหย ไอ้เหมามึงด่าตลอดมึงด่าทุกคน หึ หน้ามด สมควรมั้ย? มันคืออย่างงี้ เห็นชอบ ตอนแรกครับผมบอกคุณแล้วว่าหลักของการทำประชามติคือเราต้องการถาม ตัวเจ้าของประเทศว่าเฮ้ยเราจะทำแบบนี้เราจะตัดรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างงี้ภาครัฐจะตัดสินใจอย่างงี้คุณเห็นว่ายังไง นั่นหมายถึงว่าคุณต้องสื่อสารถามกับเขาอ่ะให้มันชัด ถูกป่ะพี่จำได้มั้ยครั้งที่แล้วอ่ะตอนทำประชามติรัฐธรรมนูญเนี่ย 60 อ่ะมีทั้งเอ่อการทำรัฐธรรมนูญ 60 บวกกับคำถามพ่วงจำได้มั้ย? คำถามพ่วงเรื่อง สว. เออ ไอ้คำถามพ่วงนั้นน่ะพี่อ่านแล้วพี่รู้เรื่องป่ะ? ถ้าถามผมนะ ในทางรัฐธรรมนูญนะ คุณพูดคำว่ารัฐสภาปุ๊บเนี่ย ชาวบ้านสภาเค้าอาจจะคิดถึงสภาผู้แทนก็ได้ถูกป่ะ หรือไม่รู้อ่ะ คือ เออ แต่คำว่ารัฐสภาอ่ะ ผมพูดในทางวิชาการ คำว่ารัฐสภาประเทศไทยเรามีระบบ 2 สภามันต้องหมายถึงมีสภาผู้แทนกับวุฒิสภา ผมถามว่าเฮ้ย คนที่เขาไม่ได้เรียนกฎหมาย ยังไม่ต้องเป็นใครอ่ะ ชาวบ้านตลาดคือต่อให้เป็นคนที่เป็นสายวิชาการแต่ไม่ได้เรียนกฎหมายนะพี่ ไม่มีทางรู้หรอก ฉะนั้นครั้งที่แล้วคนที่ไปโหวตเห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ ยังไม่ได้พูดถึงปัจจัยอื่นนะ แสดงว่าเค้าโหวตไปเนี่ย ผมถามว่ามันเป็นไปตามหลักที่ผมพูดมั้ยว่าเฮ้ย เราอยากถามเค้าด้วยเจตนาเค้าจริงๆ อ่ะ ใช่ป่ะพี่? คือเหมือนพี่บอกว่าผมจะถามพี่ว่าเอ้ย พี่หิวข้าวมั้ย? ก็พูดให้มันตรงไปตรงมา การสื่อสารไม่ต้องชัดเจน เฮ้ย พี่หิวข้าวมั้ย? พี่ก็บอกโอเค คุณถามผม คุณถามฉันใช่มั้ยว่าหิวข้าว แล้วก็ตอบเออ กูหิวข้าว ก็จะได้ไปขั้นตอนอื่นถูกป่ะ? แต่เงี้ย มาถึงแบบ เฮ้ย พี่ รู้สึกน่าซูบนะเนี่ย เออ ผมเผิมไปทำมา เออ มันจะกินอาหารอร่อยมั้ยเนี่ย? เออแล้วยกตัวอย่างใกล้ตัวไปป่ะ มีอะไรในใจป่ะ? คือพี่นึกออกป่ะ คือรำอยู่นั่นน่ะ ไปทางนู้นทีแฉลบนู่น แฉลบนี่ แฉลบนั่น มึงก็ถามสิว่าเค้าหิวมั้ย? ฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนกัน ทำไมครั้งที่แล้วคุณไม่พูดหรอกครับว่าคุณอยากให้ สว. ร่วมโหวตนายก? ก็จบ พี่เห็นป่ะป่ะ? แต่ถ้าเขียนประโยคนะ มันจะจบคนละแบบหรือเปล่าเมา? ก็นั่นไง เห็นป่ะ เห็นป่ะ? เนี่ยเวลาพูดอย่างงี้เสร็จปุ๊บ มันจะเริ่มเห็นปัญหา ฉะนั้นผมบอกว่าครั้งนี้เนี่ย ทุกอย่างมันต้องไม่ตกอีอเดิมอ่ะ มันสุดท้ายแล้ว ถ้าคุณไปทำรัฐธรรมนูญออกมาแล้วมันมีสภาวะแบบนี้ เพราะคือผมไม่ได้ไม่ได้โทษประชาชนนะ ผลเสียมันตกกับประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญเนี่ย เมื่อมีการทำไปแล้วมันไม่ได้เหมือนกฎหมายปกติทั่วไป มันแก้ยาก

โดยเฉพาะฉบับนี้ด้วยนะ พี่ ไม่ใช่ยากธรรมดา พี่ พี่รู้ใช่มั้ยว่าผมจะพูดว่า กูให้ไมค์ 2 ตัว พี่รู้มั้ยว่าอะไร มันยากยังไง ถ้าไม่ใช่ยากธรรมดา มันมียากแบบไหน? แหม เราไม่รู้จะใส่ เราเราไม่รู้จะใส่ adjective อะไรเข้าไปให้มันเยอะๆ นะ มัน เอาแบบคิดไวๆ ในหัวคิดเลย 1 2 3 ยาก ยาก ยากเปรี้ย ยากแบบยากเพลียเลย อ่า ยากเปียลคือดินเปรี้ยเลยอ่ะ ยากยากแบบเปรี้ยเลย เออ แต่ทุกคนก็จะพูดไงว่าก็นี่ไง รัฐธรรมนูญก็เขียนไง บอกว่าแก้ได้ มึงก็แก้สิ แล้วก็จะบอกว่าเนี่ย ครั้งที่แล้วมึงยังแก้กันเลย ไอ้เรื่องระบบเลือกตั้ง ใช่ป่ะ มันจะวนแบบนี้ใช่ป่ะ แล้วพี่รู้สึกเหนื่อยมั้ยเวลาจัดรายการแล้วไปเจอคำถามการการพูดกูถกูถ? เออ มันก็จะพูดวนอยู่แค่นี้ เออ คือเวลาคุณพูดน่ะ มันพูดครึ่งเดียว คุณไม่พูดถึงบริบทในทางการเมืองด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นถูกป่ะ?

ผมจะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นะ ถ้าคุณดูตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญน่ะนะ เอ่อ บอกว่าแก้ได้ 1 2 3 4 แต่เอาจริงๆ ในทางการเมืองแก้ไม่ได้ อันนี้พูดในทางทฤษฎีเลย แต่ผมพูดแบบรวบๆ ให้ทุกคนเห็นเลย แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปสร้างโครงสร้างในทางการเมืองให้เกิด Deadlock มันจะเกิดสภาวะการคานการล็อคกันของพรรค และไอ้พรรคการเมืองนั้นก็มันมีผลเกี่ยวกับการที่ทำให้ตัวสังคมเนี่ยมันแบกทั่ว แล้วทำให้เกิดสภาวะแบบทุกวันนี้ พูดจริงๆ ว่าถ้าพูดกันในทางรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้สังคมแตกแยก พูดเลย? ถูกต้อง ทำให้สังคมแตกแยก ทำให้ระบบกฎหมายมีปัญหา หา ทำให้ระบบการเมืองมีปัญหา ทุกอย่างมีปัญหาหมด นี่คือเวลาผมสอนรัฐธรรมนูญน่ะ เด็กก็ถาม แล้วผมบอกเฮ้ย วันเนี้ผมนั่งไล่เป็นสเต็ปอ่ะว่าเฮ้ย รัฐธรรมนูญไปเกี่ยวกับอะไรยังไง เด็กเด็กเค้าเริ่มไม่เห็นภาพ นิสิตเริ่มไม่เห็นภาพ เฮ้ยเออมันเป็นอย่างงี้ว่ะ แต่ มันยากกับการทำความเข้าใจกับตัวประชาชน

วันนี้ผมก็เลยพยายามที่จะมาอธิบายแบบง่ายๆ ว่ารัฐธรรมนูญเนี่ย หลายคนก็จะบอกเป็นกติกาสูงสุดใช่มั้ หรือบางคนเป็นกติกาในการแบ่งสรรอำนาจทัจัดสรรทรัพยากร ฟังแล้วกูปวดหัว โอ๊ ถ้ามึงปวดหัวกูถูกแล้ว กูรู้สึกงี้ คนสอนรัฐธรรมนูญยังปวดหัว ถูกมั้ยถูกพี่ แต่ว่าถ้าเป็นคนทั่วไปฟังไม่รู้เรื่อง

ผมเปรียบง่ายๆ อย่างงี้ รัฐธรรมนูญเหมือนสัญญาจ้างฉบับนึง เราเป็นนายจ้าง รัฐเป็นลูกจ้างใช่มั้ย? เราคือพวกเราประชาชน พวกเราประชาชนเออ เป็นนายจ้างนะ เพราะเราเสียภาษีใช่มั้ย คราวนี้มีรัฐเป็นลูกจ้าง เราให้รัฐเนี่ยมาทำหน้าที่เป็นลูกจ้างคือคอยให้บริการเรา พี่ เข้าใจป่ะ? รัฐทำหน้าที่ดูแลให้เราคือเฮ้ย ขโมยขโจนมาอ่ะ เราต้องป้องกัน เฮ้ย ถ้ามีการเอ่อ ทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างประเทศ รัฐต้องคอยดูแลถูกมั้ย? แต่นอกจากการดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อยเรื่องอะไรต่างๆ แล้ว เรื่องความปลอดภัยแล้ว รัฐต้องมีหน้าที่ในการให้บริการให้เรามีความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต ใช่มั้ เช่น การโทรคมนาคม คุณเดินทางไปไหนสะดวกสบาย มีรถไฟฟ้า มีเอ่อ รถสาธารณะต่างๆ เอ่อ ในทางบก ทางเรือ ทางอากาศอะไรก็สุดแล้วแต่ หรือแม้กระทั่งการดูเรื่องสวัสดิการต่างๆ เรื่องการศึกษา เรื่องศิลปะ เรื่องวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งเนี่ย เรื่องสวัสดิการ เรื่องไอ้ไๆเอ่อ ล่าสุดที่มีปัญหากันเรื่องอะไร เรื่องประกันสังคม ไอ้เรื่องพวกนี้ก็ใช่นะ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการที่เราจะใช้ชีวิตประจำวัน การจะดำรงชีวิต เราจะประกอบอาชีพอะไร เราจะทำมาค้าขายอะไร ของพวกพวกเนี้ย มันคือสิ่งที่ลูกจ้างเราคือภาครัฐจะต้องมีหน้าที่ในการให้บริการเรารัฐธรรมนูญเขียนอะไรไว้ คุณต้องทำให้เราอ่ะ ผมยกตัวอย่างเช่น วันที่ 8 ที่เราจะไปเนี่ย รัฐธรรมนูญเขียนบอกว่าอะไร? บอกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศใช่มั้ย? เมื่อเราเป็นเจ้าของประเทศ เรามีสิทธิ์ในการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มีสิทธิ์ออกไปจัดทำประชามติ รัฐมีหน้าที่คอยให้บริการ เห็นมั้? เค้าเป็นลูกจ้างเรา เเลยต้องไปนั่งพูดคุยกันแล้วมาขัดครูหา ลูกตั้งให้เราบริการให้เราหมด เห็นป่ะ? งั้นคอนเซ็ปมันคอนเซ็ปเดียวกันพี่ คือมันคือสัญญาที่เราในเจ้าของประเทศกำลังจะเขียนว่าอะไรที่คุณต้องทำ คือรัฐต้องทำอะไรบ้าง ถ้าเขาไม่ทำ เขาจะต้องรับผิดชอบอะไร 1 2 3 4 5 อ แล้วนอกจากการสั่งให้เขาทำหรือไม่เอ่อ การสั่งให้ทำแล้วอะไรที่เขาห้ามทำกับเรา นะ เช่น เข้ามาล้วงความลับ เอาข้อมูลส่วนบุคคลเราไปใช้ หรือเวลาเราจะเดินไปไหนมาไหน เราจะเดินทางไปไหน ถ้ามันไม่ได้มีเหตุผลอันควร คุณจะมาห้ามเราไม่ให้เราไปตรงนู้นตรงนี้ตรงนั้น ห้ามเราคิดแบบนู้น ห้ามเราทำแบบนี้ไม่ได้ใช่ป่ะ? อันเนี้คือสิ่งที่ในสัญญาจ้างต้องเขียน

คำถามผมง่ายๆ แบบนี้ว่าสัญญาจ้างฉบับรัฐธรรมนูญ 60 เค้าเขียนเพียบพร้อมเพื่อมีการกำหนดแล้วทำให้ตัวหน่วยงานภาครัฐเขาคอยให้บริการแบบที่เราพึงพอใจหรือไม่? คุณต้องกด 1 2 3 4 5 เพื่อโหวตเกี่ยวกับการให้คะแนนพึงพอใจอ่ะ เห็นมั้? ถ้าทุกคนเห็นภาพแบบนี้ปุ๊บเนี่ย เริ่มเห็นแล้วนะว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราควรจะกลายเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มันขึ้นอยู่กับว่าเราลองคิดถึงสภาพการว่าตอนนีเราพึงพอใจกับการบริการของรัฐมั้ย ของลูกจ้างเรามั้ย? แต่มันมีคนที่เขาพอใจ ก็ก็สุดแล้วแต่ อ่า มันมีคนที่พอใจ ซึ่งอันนี้เราไม่ว่ากัน ใช่ แต่ว่าถ้าถามว่ามันมีคำตอบมั้ย? เช่นที่ถามอาจารย์ไล่เรียงแบบนี้นะคะ ก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เอาแบบว่าคำถามรวมฮิตก่อนนะ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันผ่านประชามติมา อันนี้คำถามดั้งเดิมทราบดี มันผ่านประชามติมาแล้ว เออมันไม่ใช่แบบว่า ร่างกะโหลกกะลาจากไหนซะที่ไหนล่ะ มันผ่านประชามติมาแล้ว แล้วเนี่ยจะร่างจะร่างกันใหม่หมดเลยหรอ? จะเขียนกันใหม่หมดเลยหรอ? จะทำใหม่หมดเลยหรอ? ทำไม?

ถ้าพูดแบบในทางรัฐธรรมนูญเนี่ย รัฐธรรมนูญเนี่ย มันอย่างที่ผมบอก มันเป็นสัญญาจ้าง สัญญาจ้างอ่ะ สมมุติเราจะทำสัญญากัน พี่ ผมร่างคนเดียวได้มั้ย? ผมร่างคนเดียวเลยอ่ะ ฝ่ายฝ่ายเดียวใช่มั้ย? ไม่ได้ ใช่ เจ๊ เจ๊เอาไปเลย ผมร่างมาละ กูจะใช้แบบเนี้ย ถ้ากูร่างคนเดียว เขาไม่เรียกสัญญา เขาเรียกสั่ง ออ ถูกป่ะ? อ่า อื ก็สั่งแบบนู้นแบบนี้ก็ทำตามไง แต่ถ้าเป็นสัญญา สัญญามันแปลว่าเฮ้ย คุณต้องพูดคุย เจรจากัน คุยกันว่าเฮ้ย คุณจะมีหน้าที่อะไร คุณต้องรับผิดชอบยังไง เรามีหน้าที่กับคุณยังไง 1 2 3 ใช่ป่ะ? นี่มันคือสัญญาใช่มั้ย? คือคือทุกคนเห็นภาพใช่มั้ว่า ไอ้รัฐธรรมนูญมันคือสัญญา ถึงเรียกว่ารัฐธรรมนูญเป็นสัญญาประชาคม เพราะมันไม่ใช่สัญญาระหว่างพี่กับผม แต่ว่ามันคือสังคมร่วมกันทำสัญญา แล้วทุกคนน่ะมาร่วมกันทำสัญญา ในที่นี้ทุกคนคือเจ้าของประเทศ ทุกคนคือประธานบริษัท

แล้วมันเป็นคำสั่งไง ก็มันผ่านประชามติไง ก็มันก็วนกลับไปสู่ที่เดิมว่าเฮ้ย แล้วประชามติมันถูกไม่ถูกล่ะ? นี่ ยังไม่พูดถึงว่าเฮ้ย รับไปก่อน ใช่มั้ย แก้ เดี๋เออ แล้วเดี๋ค่อยไปแก้ ก็บอกแล้วน่ะ มันแก้ไม่ได้ไง เออ รับไปก่อน ไปเดี๋ไปเลือกตั้ง คือบรรยากาศตอนนั้นน่ะ เราปฏิเสธไม่ได้หรอก ผมบอกแล้วไงว่าสุดท้ายแล้วไม่อย่างงั้น ตัวเล่มเนี้ย จะมาพูดทำไม มันพูดโดยปริยายแล้วอ่ะว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย มันมีปัญหาในเชิงที่มา

เค้ายังเขียนพูดในเชิงทำนองว่าเนี่ย ดูดูข้อดีนะ ข้อดีนะฮะ เค้าบอกว่าข้อดีในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับเนี้ยนะ เอ่อ นี่ดูนะ ข้อดีอันนี้พูดตามนี่เลยนะ กกต. พิมพ์มาโดย ครม. นะ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และทำให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นี่คือข้อดีถูกมั้ย? แสดงว่าอะไร? แสดงเค้ากำลังจะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเนี้ย ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำ ถูกป่ะ? ไม่อันนี้พูดจริงๆ ที่ผมไม่ได้กล่าวหานะ กล่าวชัดๆ เนี่ยไม่ได้กล่าวหาเลย แล้วพูดว่าแล้วทำไม่ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นแสดงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้วกูจะมาเถียงอะไร แหม จังหวะชอบมาก มีข้ออื่นมั้? มีข้ออื่นที่ทำให้ขึ้นนะ ดูหน้ากูแล้วเหมือนจะโดนตบ ใช่มั้ยพี่? อันนี้อันนี้อันนี้แค่แค่บอกนะ อ่า

เขาบอกว่าอะไรรัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดทำขึ้นมาในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและมีรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จึงทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เป็นตามหลักประชาธิปไตย คุณดูสิครับ ดูดู เฮ้ย โฟกัสดิ กล้องตั้งนิ่งว่ะ ดูดิ เห็นมั้ย? นี่ผมไม่ได้พูดเองนะ ผมบอกว่าเวลาที่คุณไปพูดกันในเวทีดีเบตอ่ะ คนที่ไม่สนับสนุนผมไม่ได้อะไรนะฮะ คุณชอบบอกว่าไอ้ฝั่งที่สนับสนุนเนี่ย กูวนกันอยู่อย่างแล้วกูถามว่ารัฐบาลพูดแล้วอันนี้มันคือเค้าเรียกเป็นประจักษ์พยาน มันเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกคนรับรู้ได้ เพราะถ้ารับรู้ไม่ได้จะเขียนขึ้นมาทำไม นี่ไม่ได้เป้าข่าวขึ้นมาเองถูกมั้ย? นี่คือ

อย่างแรกนะ ข้อที่ 2 เค้าบอกว่ารัฐธรรมนูญ 60 มีบทบัญญัติหลายบทบัญญัติที่มีปัญหาในการบังคับใช้ เอาแค่นี้พี่ก็เสร็จ รัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาป่ะล่ะ? แต่เค้ามีข้อเสียมาให้ด้วยไง อ่า เดี๋ยวจะหาว่าแบบข้อเสีย อ่ะ ข้อเสียอีก 2 ข้อนี่นี่ดูนะ แสดงว่าเวลาทำเล่มนี้นะ เกร็ง ข้อดี 2 ข้อ ข้อเสียต้อง 2 ข้อ บาลานซ์ซอ่า แต่สั้นเช ข้อเสียนะ ข้อเสียการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ในทางการเมืองมากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา นี่คือจากเอ่อ ตัวข้อมูลที่ทางภาครัฐทำนะ เราก็บอกว่าสามารถจำกัดจัดขอบเขตการโต้เถียงได้ ถ้าคุณจะเอ่อ แก้อะไรมาตราเนี้ย มันมันคุณทะเลาะกันเป็นเรื่องๆ อย่าทะเลาะให้รวม ไม่เขียนไม่เขียนก็ได้นะกูเขยิเลย เออใช่มั้ ข้อ 2 ครับ ข้อเสียก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับอาจทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดออกเสียงประชามติ พี่คิดว่าไง? ก็พูดอย่างงี้ มันเปลืองเพราะมึงฉีกค่ะ ถูกต้องครับ ใช่ ถูกต้องแล้วจะบอกว่าพูดถึงการเอางบไปไปใช้ในการออกเสียงประชามติกับครั้งนี้มันพร้อมเลือกตั้งด้วยใช่มั้ย? ต้องขออนุญาตขอ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เอ่อท่านอาคุณวีระธีรพัฒน์เอค่ะ อุตส่าห์ให้ข้อมูล เออ ว่าไงจ๊ะ แกบอกว่าถ้าผมจำไม่ผิดเนี่ย การจัดทำประชามติกับการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ย เราใช้เงินอยู่ประมาณ 7,800 7,800 ล้าน กลมๆ ประมาณนั้น งั้นก็ถามว่าเปลืองงบประมาณมั้ย? ย้อนกลับไปรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เนี่ย ใช้มากี่ปีละ คุเก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกันนะ เค้าสร้างทีแล้วเค้าอยู่ยาวนะ ใช้ได้อยู่นะ ใช้ได้ใช้ได้อยู่ คุณลองคิดดูแล้วกันว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้จริงๆ ผมจะพูดอย่างงี้ในทางวิชาการ คุณนับรัฐธรรมนูญ 60 ไม่ได้นะพี่ คุณต้องนับไปตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 57 เพราะรัฐธรรมนูญ 57 ใช่ฉบับชั่วคราวเนี่ย เพราะตอนที่มีการยึดอำนาจเข้ามาเสร็จปุ๊บเนี่ย ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันถูกใช้อยู่พอสมควรใช่ป่ะ แล้วฉบับเนี้ยไปเขียนบอกว่ารัฐธรรมนูญ 60 ต้องมีเนื้อหาแบบนี้ 1 2 3 4 นั่นหมายถึงว่าจริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญ 60 คือร่างทรงของรัฐธรรมนูญปี 57 หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็แล้วคุณคิดดูสิว่าใช้มาตั้งแต่ปี 57 จนกระทั่งปัจจุบันกี่ปีแล้ว คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปถูกมั้ย? คุ้มค่านะ เพราะว่าอะไร เค้ามีการพูดอยู่นะครับ นี่การจัดทำรัฐธรรมนูญตั้งแต่สมัยปี 57 เห็นป่ะนเอปี 60 โทษงบประมาณในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ของคณะกรรมการการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปี 57 จัดสรรงบเป็นจำนวนเงิน พี่ช่วยอ่านให้ผมหน่อยผมอาจจะไม่แน่ใจเรื่องเลข 1 ฟ้องฟาร์ม 4 56 เอ่ออยู่ที่ 112 ล้าน อ่า 112 ล้าน 469,600 บาทถ้วน เปลืองมั้ย? เปลืองมั้ยคุณคิดว่าเปลืองมั้ย? พี่คิดว่าเปลืองป่ะ? 112 ล้าน เ้ย แต่พี่พี่ลองคิดดูนะ 112 ล้าน เค้าสร้างทีแล้วอยู่ยาวเลยนะ ปี 5 เอ่อ ปี 60 เนี่ย ตอนนี้เราขึ้นเอ่อปีที่ 9 แล้วนะ ก็ใช้ได้อยู่นะ มันไม่ต้องแคร์เรื่องเงินเท่ากับเรื่องที่มามั้ย? ถูกแล้วอีกอย่างคือเราต้องลองคิดแบบนี้ว่าตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มา คุณคิดว่าบ้านเมืองเราเป็นยังไง? เราเสียโอกาสอะไรไปบ้าง? ไอ้เรื่องพวกเนี้ย ถ้ามาบวกลบคูณหารแล้วกับไอ้ 112 ล้านเนี่ย การใช้งบจัดทำประชามติครั้งนี้โคตรคุ้ม โคตรคุ้ม วันนี้มาแบบม. อ๋อจริงหรอ? ใช่ เออ ซ้อมซ้อมมาตลอดเวลา เพราะว่าเจ้บอกว่าวันนี้เอาเต็มเหนี่ยว

เออจะบอกว่านอกเหนือจากที่ในเล่มนี้แล้ว เมื่อกี้ที่พี่บอกว่าขอรวมฮิตคำถามก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่มั้ยคะ เอ่อ ถัดมาก็คือว่า มันจะทำไมไม่แก้ปัญหาอื่นก่อน การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ได้สำคัญมากเท่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เงินในกระเป๋าประชาชน การแก้ไขปัญหาชายแดน โดยเฉพาะกับอ่า การแก้ไขปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ แล้วทำไมจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ? ย้อนกลับไปในสิ่งที่ผมพูด คุณคิดว่าทุกวันเนี้ย สภาวะที่คุณเจออยู่เนี่ย ถ้าผมบอกว่ารัฐธรรมนูญคือสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างลูกจ้าง การทำงานที่กอ์ทอนกแท่นของภาครัฐ คุณปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมาจากสัญญาจ้างที่เขียนหวย อื อื ถูกป่ะพี่? เราไม่ต้องไปพูดเลยนะว่าจะเป็นรัฐบาลไหนยังไงก็แล้วแต่ เฮ้ย คุณคุณจะให้รัฐบาลเนี่ยเขาเข้ามาดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง เรื่องบริการสาธารณะ ดูแลสวัสดิการอะไรต่างๆ เฮ้ย มันเหมือนกับพี่เราพี่เพิ่งรับสมัครเอ่อ ลูกจ้างพี่เข้ามา อย่างน้อยมั้ก็ต้องมีช่วงเฮ้ย 1 มึงผ่านโปรมั้ย? สัก 6 เดือน 7 เดือนใช่ป่ะ? แต่นั่นคือแบบ ลูกจ้างอ่ะ คนเดียวอ่ะ 2 คนนี่รัดทั้งทั้งประเทศอ่ะพี่ 6 เดือนเนี่ย คือคุณเอามาใช้แบบผ่านโปร เราไม่ได้ถูกป่ะ? คืออย่างน้อยมันต้องเซle อะไรในหลายๆ เรื่องไง คุณเข้ามาเสร็จปุ๊บ คุณต้องมาจัดเอ้ย กระทรวงนี้ กรมนี้ ทบวงนี้ อ่า ใช่มั้ย? ต้องต้องเตรียมพร้อม ผมถามว่ารัฐบาลน่ะ มาดูแลคนทั้งประเทศเนี่ย แป๊บๆ ออก แป๊บๆ ออกเนี่ย ผมถามว่า มันจะทำอะไรได้วะ? ผมถามหน่อยดิ? ใช่ ก็คือที่อาจารย์บอกอ่ะ มันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ เวลามองรัฐธรรมนูญแบบคนที่ เป็นเนอรัฐธรรมนูญ หรือว่าคนที่เรียนรัฐธรรมนูญถูกป่ะ? งั้นแสดงว่าสิ่งที่พี่พูดกับเพื่อนถือว่าถูกมั้ย? สมมุติถ้ามีคนถามว่าทำไมแก้ปาก

ท้องก่อนไม่ได้อ่ะ ทำไมแก้ปัญหาชายแดนความไม่สงบก่อนไม่ได้อ่ะ?

ก็คือง่ายมากเลย คือมึงรัฐบาลมันจะตัดสินใจนโยบายเพื่อแก้ปัญหาหรือทำนโยบายอะไรก็แล้วแต่ ทั้งเรื่องชายแดนทั้งเรื่องปากท้องเนี่ย รัฐบาลต้องเข้มแข็ง แต่มึงเห็นมั้ย ทั้งฝ่ายค้านทั้งรัฐบาลโดนอะไรไปบ้าง?

ฝ่ายค้านยกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือพรรคส้ม ถูกมั้ยคะ? คือคุณจะบอกเขามีเชื้อให้มันโดนคดีก็ได้ แต่เราก็วิจารณ์กันว่าอะไรมันสมน้ำสมเนื้อกันมั้ย? ส่วนหนึ่งมันมาจากองค์กรซึ่งได้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มีที่มาตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ค่อยเป็นกฎหมายประกอบ ถูกมั้ย? หรือแม้กระทั่งฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยอ่า พรรคเพื่อไทยนายกไป 2 คนแล้ว คำถามคือ มันได้สัดส่วนกันขนาดนั้นเลยมั้ยกับสิ่งที่มันเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นต้นทางแล้วก็แยกออกมาเป็นกฎหมายประกอบเพื่อใช้?

ชัดเจนที่สุดคือคุณมีทั้งเศรษฐา คุณมีทั้งแพทองทาน ปีคนได้ยังไง? แล้วรัฐบาลแบบนี้ รัฐบาลแบบนี้มันจะทำอะไรให้ประชาชนได้?

อ้อ ก็ผมบอกไงว่าไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะ ไม่ต้องไปคิดอะไรซับซ้อนเลยครับ ถ้าท่านประธานหรือว่า เอ่อ ท่านประธานนะ ลองเอา เอาคลิปนี้นะ เดี๋ยวเอาไปให้พ่อแม่ได้ดูนะ.

อือ.

ก็จะเห็นภาพเลย เหมือนกับที่ผมบอกอ่ะ คุณจะจ้างลูกจ้างมาสักคนนึงอ่ะ ให้เค้ามาทำงาน เราเข้ามาแป๊บนึง ออกแล้วเข้ามาแป๊บนึง ออก จะทำอะไรให้เราได้ว่ะ?

อืม แล้วมันไม่กล้าทำด้วย เพราะมันรู้ไงว่าในเนี้ย มันมีองค์กรที่ถูกร่างมาแล้ว เข้มแข็งกว่าตอนที่มันมาจากประชาชนอีก.

อย่าลืม ใช่แล้วพี่ อย่าลืมนะ พวกองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้อ่ะ ถ้าเป็นรัฐบาลหรือตรงภาคที่เป็นส่วนการเมืองที่เป็นฝ่ายบริหาร คุณเข้ามามันต้องทำงานกับราชการถูกมั้ย หน่วยงานราชการ ถ้าหน่วยงานราชการนะ เค้าว่า เฮ้ย มึงเข้ามาแป๊บเดียวกูก็เลิก.

กูก็ไม่ทำ พวกเนี้ย เกียร์ว่าง.

พี่เชื่อผมป่ะ?

อันนี้ด้วยความเคารพนะ ผมไม่ได้อะไร แต่ว่าเราก็เข้าใจส่วนราชการอ่ะ คือ เฮ้ย เดี๋ยวมา เสร็จปุ๊บ เปลี่ยน เปลี่ยนนายอีกแล้ว เปลี่ยนหัวอีกแล้ว เปลี่ยนหัวอีกแล้วก็เปลี่ยนนโยบายอีกแล้ว.

ไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวก็โดนสอย. ผมพูดอย่างงี้ นะ ผมพูดอย่างงี้ นะ.

ผมยกตัวอย่างประเทศสเปน สเปนเนี่ย เคยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ Great Depression ของเขาอ่ะ แล้วคุณรู้มั้ยครับว่าประเทศเขาลืมตาอ้าปากจนกระทั่งเป็นปัจจุบันได้ เค้าใช้รัฐธรรมนูญแก้นะ คุณ.

อื.

เค้าร่างรัฐรัฐธรรมนูญแล้ว เค้าบรรจุ เค้าใส่เรื่องนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จนปัจจุบันเนี่ย เป็นอย่างเงี้ย.

อ.

แล้วคุณจะบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจตรงไหน? เห็นป่ะ ฉะนั้นคือบางครั้งเราฟังอ่ะ คือมันไปตามลมปากนักการเมือง ผมไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับนักการเมืองเลย ผมพูดในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการ ผมศึกษา.

วิจัยทำอะไรต่างๆ แล้วมันชัดเจนอยู่แล้วในทางหลักการ ในทางงานวิจัย ในทางทฤษฎีอะไรต่างๆ มันมีหมดอ่ะ พี่ว่ามันจะไปเกี่ยวพันกับเรื่องเศรษฐกิจยังไงถูกป่ะ? พูด พูดอย่างงี้ อาจจะพูดแบบลอยๆ ใช่ป่ะ? ผมจะบอกว่าไอ้ ไอ้เมื่อกี้ที่ผมพยายามที่จะ เอ่อ ยกตัวอย่างให้พี่ฟังว่าเรื่องสิทธิต่างๆ อะไรของเราที่รัฐต้องเข้า ต้องเข้ามาดูแลอะไรต่างๆ ไอ้เรื่องพวกเนี้ย พี่มันเกี่ยวพันกับเรื่องเศรษฐกิจด้วยนะ.

อื.

สวัสดิการสังคม.

อื.

คนได้รับการการันตีในเรื่องของการทำงาน การจ้างงาน พวกเนี้ย เป็นกลไกในการสร้างเศรษฐกิจประเทศป่ะ?

อื.

ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ทุกประเทศอ่ะ ที่เค้าเป็นอารยะแล้ว เข้าใจแล้ว เค้าก็ทำแบบนี้.

อื.

งั้นถ้า ถ้าตราบใดก็แล้วแต่ ถ้าสิทธิเสรีภาพของประชาชนยังไม่ได้ถูกรับรอง คุ้มครองแล้วตระหนักอยู่ในตัวสัญญาจ้างของเรา แบบนี้เนี่ย ประเทศก็จะเป็นแบบเนี้ย.

อื แล้วก็ เอ่อ ส่วนตัวพี่ ถ้าผิด อาจารย์บอกนะ ว่าพี่เข้าใจรัฐธรรมนูญผิดมั้ย คือว่าพี่เป็นชาวบ้านใช่มั้ย?

อื.

พี่ต้องใหญ่สุดในประเทศนี้.

เสียงพี่ต้องใหญ่สุดในระบอบนี้.

ถูก.

แต่การที่มันมีรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่ใหญ่ที่สุด มันให้อำนาจองค์กร.

ซึ่งมีที่มาที่เรากังขาได้ว่าที่มาคุณมาแบบนี้ แต่อำนาจคุณมากขนาดนี้ แล้วตัวอย่างก็คือไอ้องค์กรที่มันมีที่มาแบบนี้แล้ว อำนาจใหญ่กว่าตัวเองกว่าที่มาขนาดนี้ มันมาลบล้างอำนาจที่พี่จะให้คุณให้โทษกับลูกจ้างพี่อย่างนักการเมืองพรรคการเมืองที่ไปเป็นรัฐบาลที่ต้องทำตามนโยนโยบาย.

แล้วอำนาจกูหายไปไหน?

เออ.

จากที่เราตัวใหญ่เท่านี้ ถ้ารัฐธรรมนูญมันร่างแล้วเขียนแล้วใช้แล้วให้อำนาจองค์กรอื่นมันใหญ่กว่าของเราเนี่ย ของเรามันก็ค่อยๆเล็กลง เล็กลง เล็กลง.

อ.

เราเลือกมา เค้าใช้คนกี่คนในการลงโทษ?

อ.

เราเลือกมา เค้าใช้คนกี่คน?

ในการยุบเ เราเลือกมา เค้าใช้คนกี่คนในการตัด ถูกมั้ย? คือตรงเนี้ย มันเถียงกันมาตลอดนะคะ.

อื.

เออ เพราะฉะนั้นคือไม่ว่าคุณจะเลือกพรรคไหนก็แล้วแต่อย่าลืมว่ามันเจอกับดักเดียวกัน เพราะฉะนั้นลูกจ้างที่ฉันควรจะใหญ่ที่สุดในการชี้นิ้วสังเว่าคุณต้องทำงานยังไง.

อื ถูก.

มีทิศทางแบบไหน มันมีคนอื่นเอาอำนาจของเราอ่ะ ไปเพราะเค้าเขียนให้มีคนใหญ่กว่าเรา.

อ.

ถูก ใช่แล้ว เนี่ย มันคือปัญหาที่เราเราประสบกันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเข้าใจว่าในหลายๆคนอาจจะไม่ได้เห็นภาพนี้ เพราะผมบอกแล้วไงว่าโอเค รัฐธรรมนูญมันเป็นเรื่องเข้าใจยากอ่ะ.

เราก็ต้องพยายามที่จะมาย่อยให้ทุกคนได้เห็นภาพว่า เออเนี่ย ไอ้ตัวรัฐธรรมนูญจริงๆ แล้วอ่ะ มันเป็นเรื่องที่มันมันอยู่กับตัวเราในทุกวันนี้ เราคาดหวังอะไรให้รัฐเนี่ย มามาบริการเรา ควรต้องใส่ในรัฐธรรมนูญนั่นแหละ ใช่มั้ย? แล้วใส่รัฐธรรมนูญปุ๊บ ก็ต้องมีคนไกลบอกว่าคุณต้องทำด้วย ถ้าสมมุติคุณปล่อยให้เค้าร่างมันก็จะเป็นแบบนี้แหละฮะ ว่าสุดท้ายแล้วประชาชนมีหน้าที่แค่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง หลังจากนั้นเสร็จปุ๊บ ก็จะไม่มีส่วนร่วมอะไรเลยกับประเทศนี้.

อ.

ก็ปล่อยให้เขาคิดว่า เฮ้ย เออ เดี๋ยววันนี้ กูคิดว่ากูจะมาให้บริการมึงอ่ะ กูทำให้ หลังจากนั้นเสร็จปุ๊บ กูก็ไป แต่ถึงเวลาเสร็จปุ๊บอ่ะ คิดว่า เอ้ย กูจะไม่ทำก็ไม่สนใจ มันไม่มีกลไก มันไม่มีการบอกขอบเขตเลย ว่า เฮ้ย คุณอะไรแบบนั้น ที่เป็นลูกจ้างเรา คุณต้องทำอะไร 1 2 3 4 ถ้าคุณไม่ทำอะไร คุณต้องรับผิดชอบอะไร 1 2 3 4 นี่คือรัฐธรรมนูญที่ดีที่คุณจะต้องทำ.

อื.

แต่ไอ้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมันมีปัญหาไง เพราะอย่างที่ผมบอกคือ ไอ้ตัวที่มาเราไม่เคย เราไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการกำหนด ไอ้ตัวข้อกำหนดในสัญญาเลยอ่ะ เาไปเขียนมา ใช่ป่ะ? โอเค บางคนอาจจะบอกว่ามีส่วนร่วมไปรับฟังนู่นนู่นนี่นี่นั่น แต่ว่ามันก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะไม่อย่างงั้นเนี่ย ไม่มีการจัดทำไอ้ตัวบุ๊กมาบอกแบบนี้หรอกว่า เฮ้ย มันมันมีปัญหาจริงๆ.

อื.

ถูกป่ะ? นี่ นี่ก็คือปัญหาที่ผมคิดว่า.

ถ้าย่อยให้ทุกคนเห็นภาพ ท่านประธานเห็นภาพแบบเนี้ย ก็อาจจะเริ่มที่จะเอาไปใช้ในการตัดสินใจในการเข้าไปเข้ากูหาแล้วไปกา.

อือื.

นี้ผม ผมพูดอย่างงี้ พี่ ผมบอกว่าเอิ่ม อย่างที่ผมบอกคือ ไอ้ตัวคู่มือฉบับเนี้ย มันอ่านยากมากจริงๆนะ อ่านยากมาก คือคุณลองกลับไปอ่านดูก็ได้นะ แต่ว่าผมจะบอกว่าผมพยายามที่จะสรุปให้ โดยที่อาจจะไม่ได้อ้างอิงกับตัวนี้มากนัก ผมย่อยมาจากรัฐธรรมนูญ.

อือๆ.

นะ ผมย่อยแบบนี้ว่า.

เวลาที่คุณจะเข้าครูหา คุณจะไปกาอะไรก็แล้วแต่นะ.

อื.

นะ เออ คุณจะไปกาอะไรก็แล้วแต่เนี้ย ประเด็นมันคืออย่างงี้.

อื.

ผมคิดแบบเร็วๆให้ 3 ข้อนะ ท่านประธาน.

เออ.

3 ข้อ.

ว่าไป.

นะ 3 ข้อเนี้ย ทุกคนลองประเมินความพึงพอใจ ในฐานะที่เราเป็นเจ้านาย.

ไปสิ.

มัน มันต้องกากบาทไม่ใช่?

เดี๋ยวแป๊บนึง ทีละอัน พูดไป อย่าสนใจช.

อ 3 ข้อนะครับ 3 ข้อนะ 3 ข้อนะ.

นิสิตจดนะ 3 ข้อนะ ข้อแรกเอาอย่างงี้นะ เงี้ยทุกคนโอเคหรือ ไม่ หากมีใครก็แล้วแต่เถอะ มานั่งเขียนสัญญากฎเกณฑ์กติกาแล้วสุดท้ายเอามาใช้กับเรา โดยที่เราไม่เคยมีส่วนร่วม หรืออาจจะมีส่วนร่วมไม่ได้มาก ไม่ได้เต็มที่อ่ะ กับกฎกติกาเนี้ย แล้วสุดท้ายเมาใช้กับเรา เราโอเคกับสภาวะแบบนี้มั้ย? อ่า ถ้าสมมุติโอเคอ่ะ คิดไว้ในใจ เดี๋ยวผมจะบอกมีคำตอบให้นะ ถ้าคุณโอเคอ่ะ โอเค คนไม่โอเคอ่ะ คุณทดไว้ก่อนนะ บอกกับตัวเองก่อน ตอบคำถามตัวเองก่อนนะครับ ข้อแรกคือแบบนี้.

แบบที่ 2 ครับ ข้อที่ 2 คือคุณลองคิดถึงสภาวการณปัจจุบัน สถานการณ์ปัจจุบัน ไหวมไหวม.

มันมองไม่เห็นต่อเดี๋ไม่ได้สบตาค่ะ.

นี่คือวิธีการทำ Baby Face ถูกมั้ยครับ พี่?

ลองดูเหนียวมาก.

ข้อ 2 เราลองประเมินดูซิว่า เราพึงพอใจกับสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายหรือไม่? คุณลองคิดถึงสภาพการ เอ๊ะ เดี๋ยวเนี้ย สังคมเราเป็นยังไง ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงมีมั้ย? ในทาง เอ่อ การเค้าเรียก เรียกอะไรล่ะ การปฏิบัติสิ้นกันและกัน การเคารพสิ้นกันและกันนะ กฎหมายมีการบังคับใช้เสมอภาคไม่เสมอภาคกันยังไงถูกมั้ย? เศรษฐกิจ อ่า เศรษฐกิจดีมั้ย เศรษฐกิจเนี่ย มีการกระจุกตัวมั้ย? หมายถึงว่าไม่ต้องบอกว่าคนเราต้องรวยเท่ากัน จนเท่ากัน แต่ว่าเรื่องของgปช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน เนี่ย คุณคิดว่ามันมีมากน้อยขนาดไหนยังไง ใช่มั้ยครับ? งั้นอันนี้ลองประเมินดูนะฮะ หรือแม้กระทั่งการเมืองเนี่ย สถานการณ์การเมืองแบบนี้ คุณคิดว่าคุณโอเคมั้ล่ะ? เลือกตั้งเสร็จปุ๊บ แล้วก็มานั่งร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต้องมาจับคนนู้นจับคนนี้จับคนนั้น สภาวการณแบบรัฐบาล เอ่อ อยู่ 1 เดือน 2 เดือน 10 เดือนแล้วออก อะไรอย่างเงี้ย เปลี่ยนรัฐบาลอยู่ตลอด คุณชอบมั้ย? ถ้าคุณบอกว่าคุณโอเคกับสถานการณ์อย่างนี้นะ ก็แล้วแต่ แล้วแต้คุณ.

แต่พูดมาขนาดนี้แล้ว.

ฮะ.

ชอบก็แล้วแต้.

ก็แล้วแต่นะ อันนี้คือข้อที่เกือบจะดีอยู่แล้ว ไอ้ห่าเอ้ย.

ข้อที่ 3 นะ.

เออ.

ข้อที่ 3 อ ข้อที่ 3 เนี่ย คือ คุณพึงพอใจกับการทำงานขององค์กรดังต่อไปนี้หรือไม่? ทุกคนจดนะครับ อย่างแรกรัฐสภารัฐสภาประกอบไปด้วยสภาผู้แทนราษฎรคือ สส. คุณพึงพอใจกับ สส.มั้ย? สส.มีทั้งหมด 500 เนี่ย 500 คนเนี่ย จะพรรคไหน อะไรยังไง คุณลองประเมินดูว่าภาพรวมๆ การทำงานของ สส.คุณโอเคมั้ย? สว.

ะะ สว. สว.

สว.

คุณพึงพอใจกับการทำงานของเค้ามั้ย? ถ้าคุณพึงพอใจก็แล้วแต่.

อีกแล้วเหรอ?

ถ้าคุณพอใจก็แล้วแต่.

แต่แต่ข้อเนี้ย.

คุณต้องประเมินทุกองค์กรที่ผมกำลังจะพูดนะ ไม่ใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งนะ.

1 สภาเอากฎหมายโอเคมั้ย?

การทำหน้าที่ของเค้า ตรวจสอบ เอ่อ ตั้งคนไปนั่งดำรงตำแหน่งในทาง เอ่อ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ ศาลเสือ อะไรต่างๆ ของของ สว.ถูกมั้ย? แล้วก็ทำการทำหน้าที่ของเค้า คุณโอเคมั้ย? พอใจมั้ย? นี่คือองค์กรแรก.

องค์กรที่ 2 ครับ คือ ครม. คือรัฐบาล คุณคิดว่ารัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่มี การประกาศใช้รัฐรัฐธรรมนูญปี 2560 เนี่ย.

คุณโอเค คุณพึงพอใจมั้ย? นะ ถ้าพึงพอใจก็แล้วแป๊ะ แต่ถ้าไม่พอใจเก็บไว้ก่อนเดี๋ค่อยบอก.

เออ.

นะ สภาวะแบบเนี้ย โอ้โห เลือกตั้งปุ๊บ จะจัดตั้งรัฐบาลที โอ้ รอไป 3 เดือน 4 เดือน.

เออเออ.

เป็นฟุตบอลเตะจบลีกไปะนี่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้.

เออ ถ้าชอบแบบนี้ก็แตะ.

แต๊ กูถามว่าสรุปกี่โมง?

อีแล้ววแตเนี่ย แต่กูว่ารีบสรุปเถอะ กูว่ากูแสบอโอ.

อยากอยากให้ผมขมวดอ่ะ 3 ข้อ.

โอเขมวดขมวด.

เออ.

นี่ข้อ 3 แล้วไง.

ข้อ 3.

เมื่อกี้เราพูดรัฐสภาไปแล้ว.

คณะรัฐมนตรีไปแล้ว.

อ่า.

คราวนี้องค์กรอิสระ.

เออ.

องค์กรอิสระครับ แทบจะไม่ต้องพูดกันเยอะ.

เอ้ย แต่พูดดีกว่าค่ะ.

อ้าเหรอ อย่าเร็ว อย่าเร็ว อย่าเลย อย่าพูดเลย อย่าให้ผมพูดนะ.

ก็แล้วแต่ โอเค องค์กรอิสระมีอะไร?

เออ.

กกต. ปปช.

อุ๊ย.

เอ่อ ผู้จัดงานแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอะไรพวกเนี้ย.

พวกเนี้ยคือองค์กรอิสระที่รัฐมนูญมีการเขียนเอาไว้ คุณพึงพอใจกับการทำงานของเค้า มั้ย? กกต.พอใจมั้ย? ถ้าคุณพอใจก็แล้วแต่ ถ้าคุณไม่พอใจเก็บไว้ก่อน กกต.โอเคมั้ย? ปปช.โอเคมั้ย? เนี่ยเรื่องพวกเนี้ย คุณต้องลองประเมินแล้วบอกตัวเอง ผมตอบแทนคุณไม่ ได้นะ ผมตอบไม่ได้เลย อย่าถาม.

อย่าถาม.

เจ้ก็ตอบไม่ได้ ไม่ได้.

ทุกคนตอบไม่ได้หรอครับ?

นะ ทุกคนตอบไม่ได้เลย.

มองหน้ากัน ใครจะไปรู้ว่าจะตอบว่าอะไร?

ไม่รู้ เราไม่มีทางรู้นี่คือสิทธิเสรีภาพ ของแต่ละคน เราไม่ก้าวก่ายกันหรอกถูกมั้ย?

เออ เดี๋ยววนะ ทำไมกูไม่แปะที่เสื้อ เออว่ะ ติดซะคราวนี้อ่ะ มานะครับ เราไล่ไปละ สส. สว. ทำงานโอเคมั้ย?

เออ.

ครม. คือรัฐบาลทำงานโอเคมั้ย? องค์กรอิสระต่างๆ ทำงานโอเคมั้ย? อีกองค์กรหนึ่งคือศาล รัฐธรรมนูญ ท่านโอเคกับการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร? กราบขอบพระคุณ สนับสนุนให้อาจารย์เหมามาอีกหลายๆครั้ง.

ด้วยสภาพแบบนี้.

คุณอยากให้ผมมาก็แล้วแต่.

เฮ้ย พี่โอใช้ได้.

เออ ดีว่ะ ดีๆ.

แสดงมกลับมานี่เฉิดฉายนะเนี่ย.

เออ เนื้อหากูไม่มีน้ำหนักไม่เน้นนะ เราเน้นเราเน้นการการ improvis มุกกัน.

เออ.

ไม่แต่ว่าทุกคนเห็นภาพมั้ยว่าที่ผมตั้ง เป็นเช็คลิสนี่คือเช็คลิสของเนิ รัฐธรรมนูญที่คิดให้แบบเร็วๆ อาจจะไม่ได้ ฟิตกับทางหลักวิชาขนาดนั้น แต่ว่ามัน สะท้อนให้เห็นถึง โจทย์ที่ทุกคนน่ะคือท่านประธานสามารถกลับ ไปคิดทบทวนได้ว่า แล้วสุดท้ายคุณจะเห็นชอบไม่เห็นชอบ เมื่อกี้ 3 ข้อนะครับ เห็นชอบมั้ย?

เออ.

คุณพอใจมั้ย?

เออ 3 ข้อทวนมาค่ะ อาจารย์ขา.

1 มีคนมาร่างกฎเกณฑ์กติกา โดยที่เราอาจจะไม่ ได้มีส่วนร่วม แต่สุดท้ายแล้วเค้าเอามาใช้กับเรา เราโอเคมั้ย? อ่า อันนี้นะ บอกตอบกับตัวเอง.

2 เราพอใจกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายในปัจจุบันมั้ย?

เออ.

โอเคไม่โอเค โอเค.

3 เราพึงพอใจกับการทำงาน ของสภาไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรคือ สส. สว.นะ รัฐบาลนะ เอ่อ องค์กรอิสระต่างๆ กกต. ปปช. เอ่อ องค์กรต่างๆ ฮะ เยอะแยะมากมาย แล้วก็สุดท้ายคือศาลรัฐธรรมนูญมั้ย? 3 ข้อนี้ ถ้าทุกคนบอกว่า เฮ้ย คุณโอเคกับสภาวะนี้ แล้ว เฮ้ย ใครจะมาร่างกติกาให้เรา อาจจะมีส่วนร่วมบ้าง ไม่มีส่วนร่วมบ้าง ไม่เป็นไร อยู่ได้อ่ะ ก็ก็แล้วแต่ ถูกมั้ย? ก็คุณก็โอเคไปนะ คุณถ้าผมเดานะ ถ้าสมมุติทุกคนรับตรงนี้ได้นะ ไอ้ข้ออื่นเค้าก็อาจจะรับได้.

ออ.

สภาวะเศรษฐกิจโอเคอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาหานะ ก็คุณก็โอเคอยู่กับสภาวการณนี้ได้ สุดท้ายคือคุณโอเคกับการทำงานขององค์กรต่างๆ ที่ผมพูดไป คุณออกไปเห็นชอบ เพราะการทำประชามติครั้งนี้เขาจะถามคุณว่า คุณอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มั้ย?

อื.

ทุกวันนี้เราอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ 60 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน การทำงานของสภาไม่ ไม่ว่าจะเป็น สส. สว. รัฐบาล องค์กรอิสระ กกต. ปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจเงินแผ่นดินนะ กสม. คณะกรรมการสิทธิ์ต่างๆ ศาลรัฐธรรมนูญ ทุกวันเนี้ย อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ฉะนั้น ถ้าคุณบอกว่าคุณโอเค คุณอยู่กับมันไปไม่ได้ว่าอะไร ก็.

แหลวแต้.

ก็แหลวแต้.

แต่ถ้าสมมุติคุณบอกว่า เฮ้ย 3 ข้อที่อาจารย์เหมาพูดมา 3 ข้อที่ตี๋พูดมา 3 ข้อที่ทางเจเจ้เพยายามปูเข้ามาเนี่ย ถ้าเราบอกว่า เฮ้ย เราไม่โอเคกับมัน เราไม่โอเคว่ะ กับกรณีที่กติกาจะมาร่างสัญญามา ร่างฝ่ายเดียวมันไม่ใช่สัญญาเว้ย มันคือคำสั่งเว้ย.

เออ เราต้องออกไปทำอะไรกัน เฮ้ย.

อแกมๆ.

ทางนู้นดิ ทางนู้นดิ เออ ทางนู้น.

อ่า.

แหม ที่กับลิเวอร์พูลเนี่ย ทำอะไรก็ทำนะ เออ ทำไมกับประชามติทำไม่ได้?

ถ้าถ้าสมมุติว่ากติการ่างมาฝ่ายเดียวแบบนี้.

ถามผมนะ พี่ อันนี้สุดแล้วแตนะ ของแต่ละคน แล้วแต่เลย แต่สำหรับผมเองอ่ะ ผมไม่โอเคกับแบบนี้ว่ะ ผมผมไม่เอา.

เออ.

คะแนนพึงพอใจ 0 ถึง 10 ถ้าบอกว่า 10 พึงพอใจ ผมให้ 0.

อู้ แล้วแต่แล้วแต่นี่แล้วแต่ผมไง ถูกป่ะ? ผมไม่โอเคนั่นนี่คือสิทธิเสรีภาพผม ที่ผมจะบอกว่าผมไม่โอเคไง.

เดี๋ยวอะไรเดี๋ยวนะ คือรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 เต็ม 10.

ผมให้ 0.

หม่ามิจจี้ให้ 0.

ผมให้ 0.

แล้วมีอะไรจะพูดกับคุณมีชัยริชุพันธ์มั้ คะ?

ใคร?

อู.

ออไม่ไม่ๆ ท่านจะมีชัยก็ก็แล้วแต๊ท่าน.

ไม่แต่แต่ก็ก็จะมีคนที่บอกว่า เฮ้ย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็โอเค เค้าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ผมบอกไงว่าผมอ่ะ อยากให้ทุกคนน่ะ กลับมามองว่าไอ้เรื่องรัฐธรรมนูญมันไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองนะ คุณ มันคือเรื่องของเรา เราเป็นนายจ้าง เราต้องเข้ามาโฟกัสกับเรื่องพวกนี้ เพราะว่าเรื่องพวกนี้มันเกี่ยวพันกับเรื่องสิทธิส่วนตัว เรื่องการทำงานของเรา การเอ่อ วิถีชีวิตของเราในแต่ละวันน่ะ.

อ ไอ้ทุกวันนี้ที่เราลำบากเราสบายหรืออะไร ยังมันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น คุณเขียนไม่ดี.

เอ่อ ลูกจ้างเราก็ไม่ทำ.

อื.

ถูกป่ะ? อันนั้นข้อแรกถูกมั้ย? ข้อ 2 ก็คือ เขาบอกว่าคุณโอเคกับสถานการณ์สภาวะ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมายมั้ย? ผมไม่โอเคเลย.

อื.

ถูกป่ะ?

อ.

ก็กฎหมายคุณก็เห็นว่าอย่างน้อยๆอ่ะ ผมมาในสายกฎหมาย ผมบอกว่าการบังคับใช้กฎหมายยัง มีปัญหาอยู่พอสมควร ฉะนั้นสำหรับผมเนี่ย ผมคิดว่าคุณก็เห็นอยู่แล้ว เศรษฐกิจไม่ ถูกป่ะ? โอเค ผมไม่ได้บอกว่ามันมาจากรัฐธรรมนูญ 100% หรอก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันก็มีผลจากรัฐธรรมนูญคุณ.

คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันไม่ได้เกี่ยว ใช่มั้ยอ.

อ่ะ เรื่องของสังคม ความเหลื่อมล้ำในทางสังคมต่างๆ การบังคับใช้กฎหมายต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเมือง คุณดูในการเมือง ปวดหัวมากเลยอ่ะ.

อือ.

เนี่ย มันคือผลมาจากรัฐธรรมนูญ สำหรับผม ผมคิดว่าผมไม่โอเค.

จริงๆอยากได้แบบ.

ไม่โอเค.

อยากได้แบบแรงๆ แบบลุกขึ้นแบบลุกขึ้นยืน หรืออะไรอย่างงี้นะ.

พี่คิดว่าถ้าเราบอกว่าอยากให้เห็น.

ถ้าเราบอกเราไม่โอเค เราไม่โอเคนี่เราจะต้องยังไงพี่?

พูดอะไรพูดไปเหอะ กูชอบอันนี้สนุก.

ถ้าเราบอกว่าเรา.

พี่บอกหน้าเหนียวเนี่ย.

ถ้าเราบอกว่าเรา.

ถ้าเราบอกว่าเราไม่เหลืออ่ะ เอาตรงนี้เอาให้ครบเลย.

ทำ.

ผมเนี่ย ผมเนี่ยเนี่ย ไม่เคยที่จะไปชักจูงอะไรให้ทุกคนว่าจะไปกาเห็นชอบหรืออะไรเปล่านะฮะ อันนี้สุดแล้วแท้ทุกคน.

ผมแค่บอก.

ใช่ ผมแค่บอก.

เนื้อหาว่ามันเป็นยังไง เออ.

ใช่ใช่อ่ะ เอาให้ครบเลยเ้า.

ตี๋บอกพ่อกับแม่เปล่าว่าวันนี้มาหาเจ๊เจ้ ทำรายการ?

อ่าครับ.

เปล่าไม่ได้บอก.

พ่อกับแม่จะดูย้อนหลังเปล่าตี๋?

ไม่ครับ เค้าไม่คิดว่าผมเป็นลูกแล้วครับ กัน.

อูยแปะมาข้างหน้าเพิ่งมาไหว้อันสุดท้ายขออนุญาตนะคะ อาจารย์อุ๊ยโทษค่ะ อุ๊ยมันเหนียวโทษนะคะ อาจารย์โอเค.

เอาให้สาแก่ใจ.

อ๋อ เดี๋ยว ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ลงทุน พูดไปเลย.

เออ แหม ไหนๆก็ไหนๆละ.

แต่พอแล้วนะ เพราะเดี๋ฉันต้องต้อนรับแขกคนอื่นบ้าง จะมาแล้วแต้แล้วแต้อะไรเงี้ย.

โอเคโอเค ได้.

เออ.

เอ่อ เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ จริงๆ.

จริงๆมันจริงๆมันจบไปแล้วแหละ.

อ่ะๆ เดี๋ยวเดี๋ก่อน.

ความน่าเชื่อถืออ่ะ.

ข้อ 3 ที่ผมบอก.

เออ.

สภาโอเคมั้ย? สำหรับผมผมไม่โอเค สภานี่วุ่นวายไปหมด เห็นป่ะ.

เออ ถูกๆ.

ถ้าผ่านกฎหมายทีมาติดคนนู้น มาติดคนนี้ มาติดคนนั้น แก้รัฐธรรมนูญมาติดคนนู้น มาติดคนนี้ มาติดคนนั้น มันไม่รับรื่น.

รัฐบาลบอกแล้วเข้ามาปุ๊บออก เข้ามาปุ๊บออก กูว่าพี่สิทธกูเนี่ย ไปฝึกงานร้านไอติมผมยังอยู่นานกว่ารัฐบาลอีก พี่เข้าใจป่ะ? คือ เฮ้ย มันผมว่ามัน เฮ้ย สำหรับผมนะ พี่เราหัวเราะหัวเราะเงี้นี่ มันคือแบบ เราหัวเราะคืนนะ มันวิกฤตแล้วนะ ถ้าถามผม.

มีน้ำตาซ่อนอยู่.

เพราะว่าดึงแล้วถอนคน.

แสบมากแสบ.

องค์กรอิสระทุกคนไม่ต้องพูดถึงนะ แต่ควรพูดถึงคืออะไร องค์กรอิสระ.

ด้านไหนนี่นะ.

ด้านนี้ด้านนี้โอเคโอเค.

สรุปว่าองค์คอิสระเนี่ย.

สรุปค่ะ.

องค์อิสระเนี่ย.

พูดแบบซีเรียส.

อ่า ซีเรียสครับ เจเจ้คิดว่าองค์กรอิสระไหน ที่เจเจ้นี่ กดคะแนนไม่พึงพอใจมากที่สุด?

พูดได้หรอ?

พูดได้ดิ มาขนาดนี้แล้วอ่ะ แปะแต่แปะแต่ตาไม่ได้แปะปากพูดได้อ้า.

เอ่อ ท็อป.

ท็อปคือ.

ท็อปแบบกินกันไม่ลง.

อื.

ที่เรามีข้อสงสัยในกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะเราเรียนน้อย คือ ศาลรัฐธรรมนูญ.

เออ.

กกต.

ครับผม.

ปปช.

ฮะ.

ก็ล่าสุดจะเติมสตง.เข้ามา.

สตง.ทำไมเค้าไปทำอะไรพี่เนี่ย สตง.เค้าไม่ ได้ยุ่งอะไรกับพี่เลยนะ.

นี่มึงอยู่ประเทศเดียวกับกุ๊บอ่ะ.

สตง.ทำอะไร ทำอะไร ไหนๆบอก.

คือเราเรายังไว้ใจการตรวจสอบของหน่วยงาน ที่ตรวจสอบได้อยู่มั้ย?

เออ ก็โอเคนะ ก็พอได้อยู่นะ ก็.

ก็.

ชอบด้วยกฎหมาย.

ก็แล้วแต่.

ชอบด้วยกฎหมายคลืนๆ ชอบด้วยกฎหมายคลืนๆ หัวเราะหัวเราะหัวเราะใช่ป่ะ?

เออ.

เออเนี่ยคือนี่มันคือการทำงานที่ผมว่ามัน เป็นมันเป็นหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว มันมีปัญหาอยู่แล้ว สำหรับผมเนี่ย ไล่มา 3 ข้อ เช็คลิสต์ผมไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอเค ไม่โอ.

เกิน 3 ออ.

โอเค ฉะนั้นสำหรับคนที่เห็นเหมือนผมว่าเราไม่โอเค เข้าใจป่ะ? ไม่โอเค ดูปาก ไม่โอเค ผมบอกว่าผมจะออกไปกาเห็นชอบ เพราะไอ้สิ่งที่เรียกไม่โอเค มันอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ปัจจุบันครับผม.

เราต้องขอไปา เห็นชอบ.

อ่ะ ซื้อไว้ให้เล่นเอาปั๊บสุดท้ายไป.

เอาไว้อย่างงี้แล้วกัน เฮ้ย ออกมาเป็นเคโล ใช้ได้อยู่เหมือนกันนะ.

นี่มันลูกฟุตบอล.

อ๋อลูกฟุตบอลี่ ซื้อซื้อมาจากไหนนี่ ซื้อมาจากไหน?

ห้างสรรพสินค้า.

ห้างสรรพสินค้าอะไร?

ห้างมันขายหลายที่ มันมีทุกที่แหละในแบบ F ออนไลน์ก็ได้.

อ๋อ โอเค ฉะนั้น และนี่คืออะไรคะ จุดยืนของรายการนิติ พิสวง์ค่ะ.

ว่าเรา ไม่โอเค.

เราต้องทำอย่างงี้ด้วยหรอ?

ะ.

ไม่เอาอย่างงี้นะ เอาเป็นเครื่องหมายแบบ กากบาทนะ ไม่เอาบวกนะ เราอย่างงี้ไม่.

ไม่พลเนาะ.

เออไม่ๆไม่พ.

พูดแสบตา.

เราเรา multiple ไง คูณ คูณ เราคือไม่โอเค ดูปากดิ ไม่โอเค อ่ะ คือไม่โอเค เมื่อไม่โอเค ปุ๊บ หัวสมองเราออโตมติกปุ๊บ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ วันนี้กลับไปเนี่ย ดูจากรายการ ไม่ต้องไปจำเนื้อหาสาระอะไรมากนะครับ กลับไปปุ๊บ ก่อนนอน ก่อนนอนนะ สวดมนต์ 3 ครั้ง ก่อนนะโมตัสสะภวะตัวเอ๊ หลังจากนั้นก็ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ เห็นชอบ.

แล้วก็นอน.

อ่ะ ที่พูดไปทั้งหมดคือไม่ต้องจำหรอคะ 3 ข้อ.

จำหน่อยก็ได้ แต่ว่าสุดท้ายปุ๊บ บทสรุปคือ เห็นชอบ.

โอเค.