📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ศุภจีไม่มีความรู้ ห่วงทำประเทศชาติพัง วิกฤตพลังงานพิสูจน์กึ๋นหนู เทคโนแครตพึ่งพาไม่ได้ : Matichon TV

matichon tv28:27

Transcription

เอ่อ ช่วงนี้เดี๋ยวไปสนทนากันก่อนนะครับ กับอาจารย์ประวินชัชวาลพง์พันนะครับ จากประเทศญี่ปุ่นนะฮะ มองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อ่า อาจารย์มาแล้ว อาจารย์สวัสดีครับ

>> สวัสดีครับ

>> สวัสดีครับ

>> ครับ

ผมเข้าใจว่าอาจารย์เองอยู่ญี่ปุ่น แต่ก็คงติดตามข่าวสารที่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องนะครับ เอ่อ สิ่งที่มันเห็นอยู่ตอนนี้ อาจารย์ก็คือว่ารัฐบาลเ่ะย้ำทุกวันเลยนะ พูดทุกวันเลย บอกว่าโอ้ ไม่มีปัญหา เราสต๊อกน้ำมันเพียงพอ อยู่ได้อีกหลายวันเลย แต่ว่าภาพที่มันเกิดขึ้น อาจารย์ เราเห็นพี่น้องประชาชนเนี่ย ในหลายจังหวัดเนี่ย กลายเป็นไปต่อคิวเติมน้ำมันกัน บางที่เนี่ย น้ำมันหมดแล้วก็คนไปออกันเยอะมากเนี่ย ภาพมันเป็นอย่างเงี้ย ในมุมของอาจารย์ ถ้ามองในเชิงรัฐบาลก่อนนะ ภาพรวมรัฐบาลเนี่ย สิ่งที่เราเห็นปรากฏเกิดขึ้นเนี่ย มันสะท้อนปัญหาอะไรบ้างในมุมของอาจารย์

คือจะบอกว่ารัฐบาลอยู่ใน เอ่อ จุดที่ลำบาก เนี่ย ก็ใช่นะฮะ เพราะว่าคือจะเป็นความโชคร้ายหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่กำลังจะมีการตั้งรัฐบาลเนี่ย ดันเกิดสงครามในตะวันออกกลางใช่มั้ฮะ คือ

>> คุณอนุทินโดนนี้มาหลายครั้งนะฮะ แล้วอีกครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงที่จะเป็นการทดสอบ เอ่อ อะไรหลายๆหลายๆอย่างเลย เอ่อ

>> เอ่อ รัฐบาลภูมิใจไทยภายใต้ขุณอนุทิน เรื่องเกี่ยวกับการบริหารวิกฤตใช่มั้ เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอะไร แบบนี้เนี่ย เรารู้แล้วว่าถ้าเกิดมองแทรกเรคคอร์ดของคุณอนุทินแล้วเนี่ย มันมันไม่ดีเลยอ่ะ ตั้งแต่เรื่องโควิด ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วม ถึงแม้จะเอาเรื่องเรื่องเกี่ยวกับสงครามไทยกัมพูชาก็เถอะนะฮะ มันก็ไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว เผอิญมันก็มาเจอสงครามครั้งนี้ เมื่อผมเห็นภาพว่ามันมีการเข้าคิวต่อกันน่ะซื้อน้ำมัน และในที่สุดแล้วเนี่ย มันมันก็มันคือคนก็ซื้อไม่ได้อ่ะ มันหมดหรืออะไรแบบนี้นะฮะ เอาล่ะ ผมคิดว่าประการแรกเลย คือเราก็ต้องมานั่งดูว่ารัฐบาลเนี่ย จะสามารถแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ได้หรือไม่ คือจะคือที่บอกว่ารัฐบาลอยู่ใน อยู่ในจุดที่ลำบากเนี่ย อีกส่วนนึงผมก็พยายามจะเข้าใจนะ แล้วจะให้รัฐบาลพูดยังไง

>> จะให้อธิบาย จะให้รัฐบาลจะ เอ่อ หมายถึงว่าสื่อสารกับประชาชนยังไงใช่มั้มันยากตรงที่ว่าโอเค น้ำมันไม่พอนะครับ

>> เออ

>> พูดก็เป็นเรื่อง

>> ใช่

>> โอเค น้ำมันพอนะครับ แต่ว่าคนไปเติมน้ำมัน ไม่มีก็เป็นเรื่องอีก คือถึงบอกว่าในที่สุดแล้ว เราต้องลงมาเรื่องเกี่ยวกับการบริหารวิกฤตครั้งนี้ ซึ่งผมไม่สามารถจะให้คำแนะนำอะไรได้นะฮะ เอ่อ แล้วคุณอนุทินเองเนี่ย ก็ก็พูดว่าเอ่อ เอาเทคโนเทคโนแครต เข้ามาเยอะแยะ ก็ลองดูแล้วกันว่าเทคโนแลตเหล่านั้นเนี่ย จะสามารถช่วย เอ่อ คุณอนุทิน ในการบริหารวิกฤตวิกฤตครั้งนี้ได้หรือไม่ ประการที่ 2 คือในที่สุดแล้วเนี่ย เราต้องโดนผลกระทบจากน้ำมันแน่ๆ เพราะว่าสงครามครั้งนี้เนี่ย มันไม่ใช่จะจบวันพรุ่งนี้นะฮะ เอ่อ มันยังต่อเนื่องแน่นอน แล้วก็ถึงแม้ว่ามันจบพรุ่งนี้เนี่ย มันไม่ใช่ทุกอย่างจะกลับไปสู่สภาพเดิมทันที เหมือนกับคุณเปิดสวิตช์ปิดสวิตช์ใช่มั้ฮะ มันต้องมีระยะของการฟื้นตัวของของราคาน้ำมันของแม้แต่ เอ่อ เศรษฐกิจของอิรัก ถ้าเกิดเราจะ เราจะคิดว่าเราจะเอาเรื่องทุกอย่างไปผูกอยู่กับอิหร่านอย่างเดียว เพราะฉะนั้น

>> รัฐต้องนอกจากพยายามที่จะบริหาร เอ่อ ความ เอ่อ วิกฤตครั้งนั้นแล้วเนี่ย จะต้องหาทางออกแล้ว ณ ตอนนี้ว่าในกรณีที่ในที่สุดแล้วน้ำมันมันจะต้องขึ้นราคาอย่างนั้น รัฐบาลจะแก้ไขตรงนี้ได้ยังไง คืออันนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมนะที่จะต้องไปแนะนำ ผมเชื่อ ผมคิดว่าประเด็นมันมีอยู่ประมาณแค่นี้

>> อืๆ อาจารย์ แต่แต่ว่าในสิ่งหนึ่งที่ที่เกิดขึ้นเนี่ย มันมันไม่ได้กระทบกับบ้านเราเพียงอย่างเดียว มันกระทบทั่วโลก ผมถามอาจารย์อยู่ญี่ปุ่นน่ะ ญี่ปุ่นเนี่ยเค้าทำยังไง เค้ามี การสื่อสารยังไง ผมคิดว่าตอนนี้ญี่ปุ่นอาจจะเผลอๆ คล้ายๆกับไทยนะฮะ แต่สิ่งนึงที่ญี่ปุ่นเนี่ยทำแล้วตอนนี้ก็คือ

>> ญี่ปุ่นประหยัดประกาศชัดแล้วว่าญี่ปุ่นจะไม่ร่วมสนับสนุน เอ่อ กิจกรรมทางด้านทหารกับสหรัฐอเมริกา

>> อ๋อ

>> นะฮะ จนทำจนทำให้จนทำให้ เอ่อ ทรัมป์เนี่ย ออกมาตำหนิญี่ปุ่น คือตอนนี้ทรัมป์เนี่ย ตำหนิอยู่ประมาณ เอ่อ จริงๆตำหนิอยู่หลายประเทศเหมือนกันนะ คือถ้าจะตำหนิเนี่ย เผลอๆตำหนิทั้งยุโรปตะวันตกเลยด้วยซ้ำนะฮะ แล้วก็อย่างเมื่อวานเนี้ย เอ่อ มันมีการประชุมกันแล้วทรัมปก็พูดมาเลยว่าด่าเนโต้ แล้วก็ด่าประเทศต่างๆมากมาย นอกจากนั้นเนี่ยนะฮะ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่สหรัฐอเมริกาเนี่ย target นะฮะ เพราะว่าคือ คือสหรัฐอเมริกาก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมหรอก เอ่อ ในแง่ที่ว่าอ้าว ญี่ปุ่นไม่ได้มีกองทัพของตัวเองนี่ใช่มั้ฮะ เพราะกองทัพที่ญี่ปุ่นมีอยู่มันเป็นกองทัพเพื่อการป้องกันตัวเอง คือ self defense force ใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้น เอ่อ จริงๆแล้วเนี่ย ญี่ปุ่นควรจะได้รับการยกเว้นจากกรณีนี้ หรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องที่ญี่ปุ่นจะเข้า ไปทำ ถ้าเกิดจะจะเข้าไปร่วมจริงๆเนี่ย มันไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ self defense นะฮะ คือการป้องกันตัวเอง และมันไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ humanitarian ก็คือเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งเอาเข้าไปทำได้ แต่อันนี้มันเป็นมันชัดเจนว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำสงคราม เพราะฉะนั้น คือผมถึงบอกว่าแม้แต่แม้แต่กรณีนี้เองเนี่ย สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ให้ข้อยกเว้นกับญี่ปุ่น คือสหรัฐอเมริกาพูดทำนองว่านี่มันเป็นช่วงของการทดสอบความเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกานั้น สหรัฐถึงด่าด่ายุโรปตะวันตกอย่างมากว่าคุณเป็นพันธมิตรภาษาอะไรถึงไม่ยอมช่วยเราอะไรแบบเนี้ย คราวนี้ผมอยากจะหยุดตรงนี้นิดนึงก่อนที่จะไปคำถามต่อไปก็คือว่า แล้วล่ะ เราอยู่ตรงไหนใน ในไอ้ไอ้เอ่อ ทาง 2 แพร่งอะไรแบบนี้นะฮะ เพราะไทยก็เป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาด้วยนะฮะ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่คุณสุจีเนี่ย เอ่อ พูดอะไรก็ไม่รู้อ่ะ เอ่อ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับจะต้องอยากจะต้องไป เอ่อ อยากในห้วงเวลาสงครามอันนี้เนี่ย ยังอยากที่จะกลับไปค้าขายกับอิหร่านอยู่ ทั้งๆที่เราเนี่ยยังเป็นพันธมิตร ไม่ใช่พันธมิตรธรรมดาด้วยเป็นพันธมิตรทางการทหารของสหรัฐอเมริกา คือขนาดประเทศที่ใหญ่กว่าเราในหลายๆด้านอย่างญี่ปุ่นเนี่ย ยังถูกสหรัฐอเมริกาฟาดซะขนาดนั้นนะฮะ ประเทศอย่างเราเนี่ย ถ้าในที่สุดแล้ว เอ่อ ถึงขนาดไปทำการค้ากับอิหร่าน ณ ตอนนี้ ผมคิดว่าเราอาจจะได้รบรับผลกระทบเนี่ย ค่อนข้างดูแรงจากสหรัฐอเมริกา ทิ้งท้ายจริงๆว่าอ้าวแล้วทำไมต้องกลัวสหรัฐอเมริกา คุณมีเหตุผลที่คุณต้องกลัวสหรัฐอเมริกา พูดแค่นี้แล้วกัน

>> อื

>> เอ่อ โอเค คือคือจะถามจากแล้วในเชิงมาตรการ ภาพรวมในประเทศญี่ปุ่นเนี่ยครับ จากเรื่องราคาพลังงานเนี่ย เค้า รัฐบาลมีมาตรการยังไงบ้างที่ที่แบบสำหรับประชาชนน่ะ

>> คล้ายๆกับเมืองไทย แต่ตอนนี้เนี่ยราคาขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้ราคาขึ้นแล้ว แล้วเขาก็เหมือนกับต้องการจะสื่อสารกับประชาชนว่า เฮ้ย สต๊อกเรามีกี่วันกี่วัน ผมไม่แน่ใจนะฮะว่าล่าสุดเนี่ย รัฐบาลญี่ปุ่นเนี่ยออกมาพูดกี่วัน 2 เดือนหรืออะไร หรือหรือคล้ายๆกับเมืองไทยหรือเปล่า แต่ที่เป็นข่าว ณ วันนี้เนี่ยนะฮะ คือ เอ่อ นักข่าวก็ไปถ่ายภาพราคาน้ำมันตามปั๊มต่างๆเนี่ย ขึ้นจนน่ากลัวมาก เพราะฉะนั้น เอ่อ คือคือญี่ปุ่นก็ไปถึงขนาดนั้นแล้วนะฮะ ก็

>> เอ่อ ผมยังคิดว่าญี่ปุ่นยังไม่แน่ใจว่าจะไปต่อจากนี้ยังไงนะฮะ น่าจะเป็นช่วงที่คงจะรอดูฟ้าดูฝนก่อน แล้วก็ลองดูซิว่า เอ่อ เอ่อ แหล่งญี่ปุ่นสามารถที่จะซีเคียวแหล่งน้ำมันอื่นๆได้หรือไม่นะฮะ ถ้าเกิดไม่ใช่เป็นแหล่งที่มาจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแหล่งที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุส

>> ครับ อาจารย์พอจะจำได้มั้ยว่าราคาน้ำมันญี่ปุ่นมันที่ว่ามันแพงมันประมาณไหน มันเค้าคิดเป็นกี่เยนกี่ลิตรอย่างเงี้ย

>> ผมผมจำผมจำไม่ได้จริงๆนะฮะ คือเนื่องจากผมไม่ได้ใช้รถที่นี่

>> แต่ขึ้นเยอะ

>> เออ ผมใช่

>> ใช่ แต่แต่ที่ผมเห็นเป็นข่าวเดี๋ยวมันแพงขึ้นเยอะ แล้วก็เริ่มแล้วก็เริ่มมีคนที่จะเพลนเรื่องนี้แล้วนะฮะ แต่คือแน่นอนแหละรัฐบาลก็พยายามอธิบายว่าแต่เราก็อยู่ในช่วงสงครามอ่ะ เพราะฉะนั้นมันเป็นสถานการณ์ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้นะฮะ เอ่อ เท่านั้นที่ผมรู้ในสถานการณ์ของประเทศญี่ปุ่นตอนนี้

>> แล้วคนเค้าตื่นตระหนกกันมั้ครับที่ญี่ปุ่นตอนนี้

>> ผมคิดว่าก็ยังไม่ถึงขนาดนั้นนะฮะ ไอ้คำว่าตื่นตระหนกของเราเนี่ย หมายถึงว่าไปเติมน้ำมันกันอหูยอย่างนู้นอย่างงั้น คือผมอย่างวันนี้ผมเดินไปซื้อคงซื้อของ ซึ่งแถวบ้านผมก็มีปั๊มปั๊มน้ำมันเหมือนกัน ทุกอย่างก็ก็ as usual นะ คือปกติอ่ะ ถามว่าแล้วมันไปมันไปลนลานในส่วนอื่นหรือไม่ เช่นประชาชนเริ่มเกี่ยวกับ เอ่อ จะเอ่อ กักตุนใช่มั้ยฮะ

>> ตุนสินค้าหรือเปล่า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นของยังเต็มอยู่เลยอ่ะนะฮะ คือญี่ปุ่นมันมีโมเมนต์ของการกักตุนอาหารมันมีนะฮะ แต่โมเมนต์อย่างนั้นมันคือเป็นโมเมนต์ของพวกแบบว่า เอ่อ แผ่นดินไหวนะฮะ เอ่อ แคมเตือนของ เอ่อ เอ่อ ของของสึนามิอะไรอย่างเงี้ย มันมีโมเมนต์ของการตุน แต่ถ้าเกิดมันจะมีโมเมนต์ของการตุนเนี่ย ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศท็อปเลยในการตุนอาหาร คือทั้ง demand และ supply คิดว่าก็อีกอ่ะ ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาของญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นผ่านเรื่องนี้มาเยอะมาก ไอ้ที่บอกว่าทั้ง demand และ supply หมายความว่าทั้งคนที่อยากตุนเนี่ย ก็ตุนได้อย่างเพียงพออ่ะ

>> ทั้งคนที่จะต้องเป็นเป็นเป็นคนที่ supply เนี่ย

>> คือโอเคของมันหมดเชลก็ใช่ แต่แต่จะแต่จะแต่ซัพพลายเนี่ยมันก็ถูกมันก็ถูกเอามาวางบนเชลเหมือนเดิมอะไรแบบเนี้ย ผมก็มันเป็นมันเป็นอะไรที่ที่ญี่ปุ่นเนี่ยผ่านมาค่อนข้างเยอะเยอะ ซึ่งอันนี้เนี่ย เอ่อ ผมกังวลใจกับกับเมืองไทยนิดนึง เพราะว่าเราไม่เคย เอ่อ ต้องผ่านสถานการณ์แบบนั้นเลย

>> ใช่อาจารย์ แต่ว่าไม่เหมือนภาพที่ไทยแน่ๆ ที่ญี่ปุ่นคือที่เราต้องไปตื่น 2:00 น.ไปเข้าคิวหน้าปั๊มเปิด 5:00 น.ไม่มีเนาะ

>> ขอยืนยัน ขอยืนยัน ไม่

>> เออ

>> เออ

>> แสดงว่ากระบวนการในการจัดการนี่เขาน่าจะ คือรัฐบาลก็อาจจะสื่อสารตรงไปตรงมาแล้วก็ คนญี่ปุ่นมีประสบการณ์อย่างนี้เยอะ

>> ถูกต้อง ญี่ปุ่นมีประสบการณ์แล้ว ผมคิดว่าการสื่อสารตรงไปตรงมาเนี่ย บางทีมันช่วยนะฮะ คือรัฐบาลไทยผมคิดว่ากำลังซื้อเวลา คุณสุภจีกำลังซื้อเวลาอย่างมาก คุณสุภจีไปไกลกว่านอกนอกจากนั้นเนี่ย นอกจากการซื้อเวลาแล้วเนี่ย ยัง เอ่อ ยังไม่รู้ความ ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับ Geopolitics เลย ซึ่งวันนี้ผมเขียนใน Facebook แล้วว่าการที่ คุณสุจีพูดอยู่ซ้ำๆ บ่อยๆว่า เอ่อ โอกาสเรา เราต้องพลิก เอ่อ วิกฤตให้เป็นโอกาส คือไอ้วลีแบบนี้เนี่ย มันไม่ได้ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ บางสถานการณ์มันใช้ได้ Yes สถานการณ์แบบนี้เนี่ย เอ่อ คุณอาจจะพลิกวิกฤตให้กลายเป็นวิกฤตกว่าเดิมก็ได้ ใช่ไหมฮะ โดยเฉพาะการบอกว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการ เอ่อ พยายามที่จะส่งอาหารไปขายอยู่ขายที่ออกกลางที่อีรงอิหร่านอะไรแบบเนี้ย แล้วก็ไปไกลกันจนถึงเรื่องเกี่ยวกับอาจจะเอาสินค้าไปแลก คือเอาสินค้าเกษตรไป แล้วก็เอาน้ำมันของเขากลับมา ผมก็มานั่งคิดนะฮะ เพราะว่าตอนก่อนออกรายการนี้เนี่ย ว่าแล้วจริงๆแล้วถ้ามองในแง่ Politics แล้วเนี่ย มันจะมีผลกระทบอะไรบ้าง

>> อื

>> เอ่อ ประการ ผมขอไปเร็วๆเลยนะฮะ 4 ข้อ ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจมาก แล้วคนที่ฟังอยู่เนี่ย เอ่อ อาจจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ประการแรกเนี่ยนะฮะ คือเราต้องพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ ความสัมพันธ์ที่เรามีกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเราย้ำไปแล้ว ผมไม่ขอพูดนาน ผมเพียงแต่อยากจะบอกว่าย้ำอีกทีว่าเรายังเป็นพันธมิตรทางด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาอยู่นะฮะ คือ เอ่อ เราเราไปกลายถึง เราเคยได้รับ เราเคยได้รับสถานะของ G non-allied ด้วย คือคือเราเป็นเราเป็นประเทศที่อยู่นอก NATO แต่ว่าเป็นพันธมิตรที่เป็น Major สำคัญของสหรัฐอเมริกามากแล้วอยู่แล้ว ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังประกาศสงครามกับอิหร่าน รวมถึงคว่ำบาตรอิหร่านไปแล้วด้วย แต่เราไปค้ากับประเทศที่สหรัฐอเมริกากำลังคว่ำบาตรอยู่ใช่มั้ฮะ คือคือคุณสุพจีไม่เข้าใจเรื่องเกี่ยวกับ มันเป็นเรื่องเบสิคมากๆอ่ะ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเนี่ย คุณต้องเตรียมใจไว้เลยว่าสหรัฐอเมริกาเนี่ย จะตอบโต้ประเทศไทยอย่างไร ในการที่คุณเนี่ยไปค้ากับประเทศที่สหรัฐอเมริกากำลังเป็นคู่สงครามอยู่นะฮะ เอ่อ อันๆอันนี้คือผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่มันเป็นพื้นฐานมาก มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Sanction แล้วแล้วในที่สุดแล้วเนี่ย เราเราอาจจะโดนเค้าเรียกว่าเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็น Second Sanction คือหมายความว่าสหรัฐอเมริกาไม่มีความขัดแย้งโดยตรงกับไทย แต่เพราะการที่ไทยไปค้ากับประเทศที่สหรัฐอเมริกา Sanction เพราะฉะนั้นไทยอาจจะถูกเป็น Second Sanction ได้ เก็ทมั้ฮะ คือเป็นผลที่มาจากการที่คุณเนี่ยไปค้ากับ เอ่อ ศัตรูของสหรัฐอเมริกา ข้อที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับ Logistics Logistics คือคุณกำลังพูดถึงเรื่องส่งของไปขาย ส่งของไปแลกเปลี่ยน Logistics มันทำได้เหรอ ณ ตอนนี้ในเรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ ความปลอดภัยนะฮะ ในช่องแคบ Hormuz นะฮะ ซึ่งซึเรือเราถูก เอ่อ ทำลายถูกโจมตีมาแล้ว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมันจะมีบริษัทไหนบ้างที่กล้าซื้อที่กล้าซื้อประกันให้กับการขนส่งสินค้าล็อตนี้นะฮะ มันมีสิ่งที่เรียกว่าเป็น War Risk Premium คือมันเป็นประกันที่มัน premium มากที่ที่ใช้ในการประกันสินค้าที่ส่งไปในเขตสงคราม เพราะมันมีความเสี่ยงที่สงที่สินค้าเยอะแยะมากมายสูญหายถูกทำลายนะฮะ เพราะฉะนั้นแล้วบริษัทประกันจะต้องจ่าย เราจะเอาเงินมาจากไหนในการซื้อ War Risk Premium เหล่านี้ นะฮะ เอ่อ คือคือมันไม่ make sense อ่ะ ประการที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับความอ่อนไหวของทุกเรื่อง ความอ่อนไหวเรื่องเกี่ยวกับราคาน้ำมัน คือคุณจะไปคุณจะเอาของไปแลกน้ำมันกลับมา คุณต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ราคาน้ำมันถึงแม้ว่ามาจากตะวันออกกลางแล้วมันจะโยกอย่างนี้เลยอ่ะ ใช่มั้ฮะ มันมั้กับมันเราต้องใช้สินค้าเกษตรเท่าไหร่ในการไปแลกเพื่อจะเพื่อจะได้น้ำมันกลับมาปริมาณหนึ่ง แต่มันเป็นน้ำมันที่ราคามันขึ้นไปสูงมาก ขณะเดียวกันเนี่ย เราไม่รู้ว่าการส่งสินค้าไป เอ่อ ในห้วงสงครามแบบนี้มันจะติดอยู่ตรงไหน ติดนานแค่ไหน สินค้าเกษตรมีอายุ

>> คือมันไม่มันไม่ใช่ส่งรถยนต์ มันไม่ใช่ส่งเครื่องบินที่ไปแช่อยู่ตรงไหนก็ได้เป็นเดือนก็ไม่เป็นไร คือของเราถ้าส่งของกินไปเนี่ย ไม่กี่วันมันก็เน่าเสียแล้ว มันมันมีมันมี cost ของมันนะฮะ แล้วอันสุดท้ายเป็นอันที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คิดว่าคุณสุจีคงไม่ได้มองถึงมันอีก เป็นเรื่องเกี่ยวกับทำไมมาภิบาล เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของไทยในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ หมายความว่าสหรัฐอเมริกากำลังเกิดสงครามกับอิหร่านอย่างเงี้ย แล้วยูก็เข้าไปทำการค้ากับอิหร่านใช่มั้ฮะ คือเอาจริงๆ ถึงทำการค้ากับสหรัฐอเมริกาตอนนี้เนี่ย ก็ก็มันมันก็เสี่ยงเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับ image เหมือนกัน หมายความว่า

>> ค่ะ

>> คุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับคู่กรณีในสงคราม โดยเฉพาะในการในการเอาอาหารไปให้เขาเพื่อจะทำให้สงครามมันไปต่อได้ มันมีการตีความ เป็นแบบ เพราะฉะนั้น ออกจากสงครามแบบนี้ โดยเฉพาะสงครามที่แม้แต่ยุโรปเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง อีกอันนึงอันสุดท้ายคือการที่เราทำกับอิหร่านตอนนี้สมมุติอ่ะสมมุติได้ะนะฮะ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ เราไม่รู้ว่ารัฐบาลของอิหร่านจะเปลี่ยน อีกกี่รอบ

>> เราไม่รู้ว่าผู้นำคนไหนจะเสียชีวิตอีก หรือเปล่า การตกลงดีลกันวันนี้กับรัฐบาลชุดนี้ในอิหร่าน แต่เมื่อถึงเวลาของเราไปถึงแล้ว ผู้นำคนที่นำดีลกับเรามันเสียชีวิต มันถูกระเบิดลงตายไปแล้ว คือมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พูดแล้วเหนื่อยมากเลย มีแค่นี้แหละฮะ

>> ดูดูอาจารย์จะเป็นห่วงคุณสุภจีเป็นพิเศษ นะ ผมเท่าที่ผมตาม Facebook อาจารย์ หรือว่าการคอมเมนต์ในรายการเราหลายครั้งเนี่ย ดูอาจารย์เป็นห่วงกสุพจีมากเลยนะในแถวรัฐมนตรีพาณิชย์เนี่ย

>> ก็ถือว่าเป็นคำแนะนำแบบฉันมิตรก็แล้วกัน อยากจะเรียกคุณสุภจีเนี่ย มานั่งในคลาสของผมที่ญี่ปุ่น ผมสอนเรื่องเกี่ยวกับความ ผมสอนเรื่องเกี่ยวกับเบสิคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะคุณสมจีไม่มีความรู้เบสิคเรื่องนี้เลย

>> อ๋อ นี่คือเป็นห่วงจริงๆ

>> เป็นห่วงจริงๆ ที่เป็นห่วงไม่ใช่เป็นห่วง สุภจีนะฮะ คือเป็นห่วงประเทศชาติค่ะ เป็นห่วงคุณสุภจีจะทำประเทศชาติพังค่ะ เพราะความที่ คุณสุภจีเไม่มีความรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศพื้นฐานเลย

>> คุณสุจีจะไม่รู้ได้ยังไงว่าประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา แล้วการเข้าไปเกี่ยวข้องนะฮะ โดยเฉพาะการเข้าไปเป็นมิตรกับอิหร่าน ซึ่งเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกา วันนี้เนี่ย มันมันไม่ใช่เป็น good decision น่ะ คือผมไม่ได้บอกว่าถ้าอย่างงั้น สหรัฐอเมริกาทำเลวทั้งหมด เราต้องเราต้องลงเรือเดียวกับสหรัฐหรือเปล่า มันก็คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เราต้องรู้จักประเมินจุดยืนของเราด้วย ประเมินศักยภาพของเราว่า ณ จุดนี้เนี่ย เราสามารถที่จะงัดข้อกับสหรัฐอเมริกาได้ไหม

>> เออ

>> เออ ถ้าเราคิดว่าเรางัดข้อกับสหรัฐอเมริกาได้ Yes แล้วเราแล้วเราคือคุณสุภจิอีกอย่างนึงที่ยังไม่สามารถอ่านเกมนี้ออก คือคุณสมจียังไม่รู้อีกหรอว่า mentality ของ Donald Trump เป็นแบบไหน

>> เออ อื

>> ถูกมั้ฮะ คือคุณต้องอ่านเกมของผู้นำสหรัฐอเมริกาออก คือถ้าสหรัฐอเมริกา ณ วันนี้มันมีผู้นำที่มันมีตรรกะมี logic อะไรอย่างเงี้ย โอเค การงัดข้อกับสหรัฐอเมริกามันอาจจะอธิบายได้ว่า เออ เราก็มี logic เราก็มี logic ของเรานะที่เราต้องขายของให้อิหร่านนะใช่มั้ แต่เผอิญ ณ วันนี้เนี่ย ผู้นำสหรัฐอเมริกามันไม่มีตรรกะและเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับการเอาสงครามไทยกัมพูชาเพื่อมาเป็น เอ่อ สิ่งต่อรองกับการขึ้นภาษีกับไทย แล้วคุณสุพจีก็พูดแบบว่าซื่อมากๆเลย โอ๊ย ดิฉันไม่เชื่อนะ คะว่าสหรัฐอเมริกาจะใช้อันนี้ในการเป็น งัดงัดข้อกับเรา แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ แล้วครั้งนี้ก็ยังอ่านเกม

>> ผู้นำสหรัฐอเมริกาไม่ออกอีกเหรอ คืออะไรอ่ะ

>> ครับ อาจารย์ นี่ระดับระดับคุณสุปจีนี่ ระดับ เอ่อ ตัวความหวังของรัฐบาลเลยนี่ ระดับที่เผชิญมาเลยมาก

>> คือคือผมคิดว่าในผมคิดว่าในสังคมไทยวันนี้ โดยเฉพาะใน mood การเมืองไทยวันนี้เนี่ย พยายามมองครูสุภจีเนี่ย คือมันมีคนเขียนใน Facebook เยอะมาก ใช้คำนี้ว่าคือถูก rate ที่มันสูงเกินไปใช่มั้ฮะ เราอาจจะเข้าใจได้ว่าทำไมคุณสุจีถึงถึงถูก

>> rate ให้สูงขนาดนั้น โอเค ส่วนหนึ่งอาจจะแบบ background ของคุณสุปจีในการทำภาคเอก กระทรวงที่อาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ โอเค แต่นั่นไม่ควรจะถูกแปลโดยอัตโนโดยอัตโนมัติว่าการประสบความสำเร็จใน private sector จะประสบความสำเร็จในการเอ่อ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะฮะ งานบางทีบางอย่างเนี่ย มันคนละเรื่องกันเลยนะฮะ แล้วประการที่ 2 ผมคิดว่า

>> เนื่องจากมองไปทางอื่นแล้วมันไม่มีหวังเลย นอกจากคุณสุพจี

>> โหนี่หนักก

>> ก็เลยจำต้องจำจำเป็นต้องต้องทำให้คุณ สุพจีขึ้นไปก่อนขึ้นไปก่อนขึ้นไปก่อนอะไร แบบเนี้ย แต่การโอเวรแบบนั้น การสร้างความหวังแบบนั้น แล้วมันไม่เกิดขึ้นจริงเนี่ย มันจะพังลงมาทั้งหมด ดูเหมือนคุณสจีด้วย

>> โอโออ่ะ คุณมีอะไรเพิ่มเติม

>> คือคือจะถามว่าคือในมุมในมุมนึงในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เองเนี่ย คือหลักๆเนี่ยผมก็เราก็จะพยายามจะเข้าใจรัฐมนตรีพาณิชย์อย่างคุณสุบจีว่าเฮ้ย โอกาสที่มันจะพยายามจะหาเงินเข้าประเทศโดยการขายของ แต่คือในมุมอาจารย์บอกว่ามันไม่ใช่จังหวะนั้นใช่ไหม เวลาเนี้ย

>> คือ

>> คือคือผมคือเอาล่ะผมก็ไม่ได้ผมก็ไม่ใช่เป็น economist ผมก็ต้องบอกผมที่พูดได้เนี่ย ผมก็พูดได้จากมุมมองของการเมืองของรัฐศาสตร์ถูกมั้ฮะ

>> คือผมพยายามจะอธิบายบอกผมพยายามจะอธิบายว่า

>> เอาล่ะเราเข้าใจได้ว่าสงครามครั้งนี้มันเกิดขึ้นเนี่ย มันไม่ใช่สงครามที่อื่น คือสมมุติถ้ามันเกิดสงครามในบอ ใช่ม่ะ อย่างสงครามในรัสเซียหรือยูเครน ผลกระทบกับไทยมันน้อย จะบอกมันไม่มีเลยผมไม่ใช้ แต่มันน้อย แต่ผลกระทบอันนี้มันมาก เพราะมันดันไปผูกกับน้ำมัน เพราะน้ำมันมันเป็นเมื่อกี้วิทยากรเอทั้ง 2 ท่านก็พูดว่าน้ำมันมันเป็นหัวใจของทุกอย่างใช่มั้ ที่เราต้องโดนอยู่แล้ว แต่คือผมผมกำลังพยายามจะอธิบายว่าจะพยายามจะทำเเข้าใจว่ารัฐบาลเนี่ย ไม่มีทางเลือกอื่นเลยหรือ

>> อื

>> ที่เราที่เราเอาตัวออกมาจากตะวันออกกลางสักหน่อยนึง ใช่มั้ฮะ เราไม่มีการค้าขายอะไรอื่นกับภูมิภาคอื่นในโลกนี้ที่จะสามารถเอามันมาลดการพึ่งพาสิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกในตะวันออกกลางวันนี้ได้หรอ คือคำอธิบายของคุณสุพจีเหมือนกับทำให้เราคิดว่าทุกวันนีที่ผ่านมาประเทศไทยเนี่ยพึ่งพาตะวันออกกลางจนถึงเรียกว่า 100% จนถึงขณะที่วันที่มันมีสงครามแล้วเนี่ย เราก็ยังไม่สามารถที่จะหยุดค้าขายกับตะวันออกกลางได้ นั่นคือเป็นความเข้าใจของผมและผมคิดว่า เป็นความเข้าใจของสังคมด้วย

>> อ๋อโอโอเค อาจารย์ผมผมทิ้งท้ายอีกนิดนึง แล้วมันมีทาง เดี๋ยวอีกนิดนึง มันไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับการใช้พลังงานแบบอื่นหรอ นึกออกมั้ยฮะ

>> คือมันย

>> โอเคนี่แหละมันจะมันจะตบมาคำถามนี้ว่า เอ่อ ปิดท้ายด้วยคำถามการเมืองแล้วกัน คือตอนเนี้ยพอเรามองเข้าไปในรัฐบาลเนี่ย รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่โอเคชนะ เอ่อ เป็นว่าที่รัฐบาลที่กำลังจะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งมาจากการที่เขาชนะเลือกตั้งกุมทุกอย่าง ได้ เอ่อ เท่าที่มีการประเมินกันทั้งองคาพยพของการเมืองเคุมได้หมด มีเทคโนแครต มีคนเก่งๆที่เขาพยายามจะบอกว่าเนี่ย เขามีกลุ่มคนเหล่าเนี้ยมาช่วยงาน ซึ่งทุกคนบอก โอ้โห ตอนนี้เอาพูดตรงๆ รัฐบาลอนุทิน 2 เนี่ย อาวุธครบมือมาก แต่เนี่ยจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าในเมื่อคุณมีคุณมีฐานอำนาจ คุณมีเครื่องมือขนาดนี้เนี่ย คุณจะทำได้หรือเปล่าในภาวะวิกฤตแบบนี้ อาจารย์มองแบบเดียวกันว่านี่เป็นความท้าทายของเขาที่ สุดและว่าจะรอดหรือไม่รอด

แน่นอน อันนี้เป็นอันที่ผมพูดแต่แรกว่าคือ ทั้งหมดเนี่ย คือคุณอนุทินเนี่ย ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เอ่อ หลังจากที่ผ่านมาเนี่ย คุณอนุทินเนี่ย พูดตรงๆนะฮะ work alone work ไอ้คำว่า work alone คือทำ ทำงานด้วยตัวคนเดียว คือตั้งแต่โควิดใช่มั้ฮะ ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับน้ำท่วม แต่ณ วันนี้เนี่ย คุณไม่ได้ alone แล้ว คุณเอาเทคโนแครตอะไรของคุณมา เพราะฉะนั้นคุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโอเค ถ้าเกิดฉันเป็นผู้นำที่ฉันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ฉันจะสร้างทีมงานขึ้นมา ซึ่งจริงๆผมคิดว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องผิดนะ คือมันไม่ใช่เรื่องผิด เพราะว่าเราต้องเข้าใจในจุดนึงว่าผู้นำเนี่ย มันไม่ใช่เป็นmanมน่ะ บางทีอาจจะต้องต้องการทีมงานที่มันดีขึ้น แล้วแล้วผมคิดว่า เอ่อ ถ้าจะมีเรื่องที่ชมคุณอนุทินนิดเดียวเท่านั้นนะ ก็คือว่าคุณอนทินก็เปิด เปิดใจเรื่องนี้ว่า Yes ฉันไม่เก่งแต่ฉันเอาทีมงานเข้ามา โอเค แต่หลังจากนั้นแล้วเนี่ย การมีทีมงานเนี่ย มันทำได้จริงมั้ยที่ผมกังวลใจนะฮะ ทั้ง 2 ท่านก็คือเทคโนแครตเนี่ย มันมีกี่คนที่เรารู้เนี่ย มันมีอยู่ 3 คน

>> ใช่

>> 3 คนนี้สามารถที่จะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ที่มันครอบประเทศไทยได้หรอ Are you sure? Are you serious? แล้ว 3 คนนี้เนี่ย ก็มี expertise จำกัดใช่มั้ฮะ คุณสุพจีทำงานเอกชนมาก่อน เอ่อ ในเรื่องเกี่ยวกับภาคธุรกิจใช่มั้ฮะ คุณศีศักดิ์ทำกระทรวงการต่างประเทศ แต่ในโลกนี้เนี่ย ในหมายถึงว่าในโลกที่มันที่มันที่ประเทศไทยอาศัยอยู่ด้วยเนี่ย เมื่อมันเกิดปัญหาขึ้นมามันยังมีปัญหาอื่นที่มันอยู่นอกเหนือ Expertise ของเทคโนAT เหล่านี้ คือผมไม่อยากผมไม่อยากจะไปสร้างความหวังเลยว่ามีมนุษย์ 3 คนนี้เนี่ย ทำให้รัฐบาลชุดนี้ทั้งหมดเนี่ยมันจะผ่านไปได้ใช่มั้ฮะ คือไม่อยากสร้างความหวังแบบนั้น แล้วผมคิดว่าถ้าเกิดว่านอกเหนือไปจากเทคโนCAT 3 คนนี้นะ ผมยิ่งไม่เห็นอะไรเลยในรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าคือไม่ได้พูดไม่ไม่ได้พูดด้อย่าคนที่มาจากบุรีรัมย์นะฮะ แต่ผมคิดว่าคนที่มาจากบุรีรัมย์เนี่ย ก็สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นได้ แต่ว่าในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่คุณกำลังพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับคุณก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาล คุณต้องแก้ไขระดับระดับชาติอ่ะใช่มั้ฮะ แล้วการที่คุณเนี่ยไม่สามารถพึ่งใครได้เลยยกเว้นมาพึ่งพึ่งได้ 3 คน แล้ว 3 คนนี้พึ่งได้จริงๆหรือเปล่า เดี๋ยวเราจะรู้กันแหละในสงคราม เอ่อ ตะวันออกกลางครั้งนี้

>> โอ

>> แต่นี่ก็ถือว่าเป็นการจะเรียกว่าอะไรเป็น การวัดความสามารถรัฐบาลที่มาเร็วกว่าที่คิดนะ อาจารย์นะ คือคือทุกคนก็ประเมินว่าแบบเอ้ยเดี๋คงมีอะไรในอนาคตนะ แต่นี้ปุ๊บยังไม่ทันอะไรมาแล้วอ่ะ

>> ยังไม่ทันตั้งเลย

>> ดีมาก อันนี้ผมชอบมากนะ คือผมไม่ได้ชอบไม่ไม่ได้ชอบในแง่สะใจว่ามันเกิดวิกฤต ผมไม่ชอบหรอก เพราะวิกฤตมันกระทบเราทุกคน ถึงแม้ว่าผมจะนั่งอยู่ที่ญี่ปุ่นมันก็กระทบผม

>> แต่ผมคิดว่า

>> Yes ถ้าถ้าเกิดยูอยากจะเป็นรัฐบาลรัฐบาลในยุคใหม่ในยุคปี 2026 แล้วเป็นยูเป็นรัฐบาลที่ยูเคลมว่ายูได้ Backing นะฮะ จากทุกคนจากทุกสถาบัน คุณได้รับเสียงเลือกตั้งมากที่สุด เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องแสดงฝีมือใช่มั้ฮะ วัดกันตรงฝีมือนี่แหละว่าจะได้หรือไม่ได้ แล้วก็ดูซิว่าถ้าในที่สุดแล้วคุณล้มเหลวเนี่ย เอ่อ สถาบันใดๆก็ตามที่แบ็คคุณอยู่เนี่ย จะเอา จะหมายถึงว่าคุณจะคุณยังจะสามารถผ่านมันไปได้โดยที่ไม่แบบไม่มีบาดแผลหรอ เพียงเพราะว่าสถาบันต่างๆเหล่านั้นแบ็คคุณอยู่ แต่แม้แต่แต่พอมาอยู่หน้างานแล้วเนี่ย คุณไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดแล้ว ผมคิดว่าประชาชนคงต้องเป็นคนตัดสิน เอ่อ ปัญหานี้แย่มันมาเร็วกว่าที่คิด แต่ผมคิดว่ามันเป็นบททดสอบที่ดีมากที่จะแล้ว จริงๆคือทดสอบทั้งคุณอนุทินแล้วก็ทดสอบทั้งเทคโนโตที่มีอยู่ทั้งหมด

>> อื

>> อื ผมเห็นมันมีในโซเชียลมันมีการพูดอย่างงี้นะ อาจารย์บอกว่า เอ่อ มันก็มีแนวโน้มคือถ้าไม่ได้มันอาจจะกลายเป็นว่าคุณคุณชนะในเกมอ่ะ แต่ว่าพอในรูปแบบของการที่ต้องอันนี้จริงๆคือคุณไม่สามารถทำอะไรคือมันมีความกังวลจากหลายคนมันจะเป็นอย่างนั้นไง ว่าเออใช่คุณมีทุกอย่างเลย แต่พอถึงเวลาที่คุณต้องทำงานจริงๆที่ต้องรับมือในการแก้ปัญหาคุณก็ทำไม่ได้เหมือนเคยอะไร

>> ผมเข้าใจ ผมเข้าใจคำถามนี้เลย แล้วผมคิดอยู่คำถามนี้ ผมคิดอยู่ในหัวผมตลอดเวลา คราวนี้แหละผมถ้ามันถ้าเราต้องดีลไงกับคำถามอันนี้ ประชาชนต้องตัดสินใจสิ ประชาต้องยูต้องส่งเสียงอ่ะใช่มั้ย แล้วยูไม่ใช่ไปส่งเสียงเมื่อตอนเลือกตั้ง ยูต้องส่งเสียงตอนนี้นะ ยูต้องส่งเสียงเมื่อมันส่งผลกระทบยู แต่เนี่ย นี่ก็เป็นคาแรคเตอร์หนึ่งใช่มั้ฮะ ของคนไทยคือคุณดูสิน้ำท่วมขณะที่คุณอนุทินไม่สามารถที่จะทำแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย

>> อ

>> หาดหาดใหญ่ครั้งนั้น

>> คุณทียังได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาถล่มทลาย

>> เออ

>> แล้วคุณจะไปโทษใครถ้าเกิดว่าประชาชนไม่โทษตัวทั้งๆที่ประชาชนผ่านบทเรียนตรงนั้นมาแล้วอ่ะ

>> คุณผ่านบทเรียนมาแล้วว่าคุณอนุทิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้แล้วก็พูดจาไร้สาระในช่วงโควิดใช่มั้ฮะ เป็นไข้หวัดธรรมดาเรามีหน้ากากเยอะที่สุดในอาเซียนแล้ว แล้วในที่สุดแล้วมันไม่ใช่ แต่คุณหนทิงก็ยังกลับมาได้เรื่อยๆ แล้วคุณจะโทษใครล่ะคะประชาชน

>> อืม โทษฝ่ายค้านไว้ก่อน

>> อื

>> เออใช่ โอเค

>> เอาล่ะ ง่ายดี

>> หาทางงงง่ายดี

>> เออ บอกอฝ่ายท้ายไม่ทำงานนี่ไง ก็อ่ารับสภาพไปแล้วกัน อะไรประมาณอย่างงี้

>> แต่เข้าใจ แต่เข้าใจ เพราะที่ผมพูดใช่มั้ฮะ คือใช่ คือประชาชนกำลังบ่นว่า เอ่อ backอัก็มี backอแต่หน้างานคุณทำไม่ได้ แล้วคุณจะเอายังไง แต่คุณก็ต้องส่งเสียงอ่ะ คุณก็ต้องต่อต้าน คุณต้องประท้วง มันต้องเค question รัฐบาลที่ทำที่ไม่สามารถที่จะ deliver ให้คุณได้ แต่ว่าพอถึงจริงๆนะ ถึงตอนที่คุณจะต้องเลือกนะ คุณก็เลือกกลับเข้ามาอีกแล้ว คุณจะมาบ่นทำไมตอนนี้

>> อื

>> อาจารย์ตอนนี้ไม่บ่นไม่ได้สิไม่มีน้ำมันเติม ขอให้เค้าบ่นตอนนี้นะ Yes กุถูกแล้ว ผมขอให้เค้าบ่นด้วยตอนเลือกตั้ง

>> อย่าเพิ่งลืมใช่มั้ย

>> อ่า

>> เชื่อสิว่าต้องลืมเหมือนที่เค้าลืมเรื่องโควิดเหมือนที่เค้าลืมเรื่อง

>> อื

>> น้ำท่วม

>> อื

>> เออ อาจารย์จะมีคนประเมินว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันมันหนักหนาสาหัสมากๆ อาจจะถึงขั้นแบบคนอาจจะทนไม่ไหวหรือเปล่า คือแบบโห อุตสาหการมันบีบอย่างหลายประเทศในในยุโรปเองอะไรเองเวลามันมีปัญหาเรื่องของพลังงานคนโอ้โหมาประท้วงกันแบบรัฐบาลอยู่ไม่ได้อ่ะ

>> Yes and No ผมยังผมเรื่องนี้ผมต้องขอ ผมต้องขอเว้นไว้ในเรื่องเกี่ยวกับการคาดการณ์นะฮะ ผมชอบพูดแบบว่าผมไม่อยากคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต แต่ที่ผมบอกว่า Yes No เนี่ย เอาเอา No ก่อน คือถ้าเกิดว่ามองเรื่องเกี่ยวกับการประท้วงในเมืองไทยนะฮะ ที่มันมีประวัติมายาวนานเนี่ย แทบจะน้อยมากที่การประท้วงเกิดมาจากเรื่องปากคำรายงาน

>> อ่า

>> อื

>> ถูกมั้ฮะ ส่วนใหญ่การพของเรานี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองส่วนใหญ่ คือคนไทยมันก็แปลกอ่ะ มันก็มีมันก็มีมันก็หนังหนาพอมันก็ทนเรื่องเกี่ยวกับปากท้องได้อ่ะใช่มั้ฮะ ต่อให้ต้องกินมาม่ากินมาม่ากินมาม่าฉันก็กินมาม่าต่อไปฉันก็ยังอยู่ได้เลยแบบเนี้ย เอ่อ มันเป็นเรื่องที่ผมถือว่าอาจจะตรงนี้ว่าเออคือมันก็อาจจะไม่มั้งอะไรแบบเนี้ย แต่ที่ผมบอกมัน Yes เนี่ย คือครั้งนี้มันดันคือคือจะบอกว่าน้ำมันมันปากท้อง 100% มันก็ไม่ใช่ เพราะอย่างที่บอกน้ำมันมันนำไปสู่อย่างอื่นด้วยใช่มั้ยฮะ คือน้ำมันเ่ะมันคือโกมันคือทอง เอาจริงๆแล้วคือมันเป็นตัววัดนะว่ามันเป็นวัดทั้งมันเป็นตัววัดทั้งรัฐบาลแล้วก็วัดความอดทนของประชาชนด้วย ถ้ามันถึงจุดนึงที่น้ำมันมันกระทบทุกอย่างในชีวิตของเราประจำวันเนี่ย ผมคิดว่าก็อาจจะเป็นครั้งหนึ่งที่ไม่บ่อยนักที่ประชาชนอาจจะออกมาประท้วงอ

>> เนื่องจากสาเหตุของปากท้องที่มาจาก

>> น้ำมันจะขาดแคนก็ตาม หรือว่าราคาขึ้นสูงปี๊ดก็แล้วแต่

>> ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแหละมันย้อนกลับมาตรงที่ว่าเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของรัฐบาลว่าเจะจัดการยังไง ก็ต้องต้องบอกว่า probation นี่มาไวกว่าที่คิด

>> เร็วมาก คือเรียกว่าช่วงฮันนีมูนพีค มันจบไปแล้ว

>> ใช่ๆ อ่ะเดี๋ยวมารอลุ้นไปพร้อมกันว่าโปรโปชั่เขาจะผ่านหรือไม่ผ่านโปรนะฮะ วันนี้ขอบคุณอาจารย์มากที่มาคุยกัน สวัสดีครับอาจารย์ครับสวัสดีครับสวัสดีครับ

>> สวัสดีครับ

>> ดูคลิปจบแล้วนะครับ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกด Subscribe YouTube มติชน TV ด้วยนะครับ