Transcription
ในจักรวาลดราก้อนบอล ถ้าพูดถึงตัวละครที่พัฒนามากที่สุดนะครับ จากวันแรกถึงวันนี้ หลายคนอาจจะตอบว่าโกคู แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง การเติบโตของตัวละครจริงๆแล้ว คนที่เปลี่ยนมากที่สุดอาจจะเป็นเบจิต้านะครับ
จากเจ้าชายชาวไซย่าผู้เย่อหยิงที่เคยฆ่าคนโดยไม่ลังเล เคยยอมทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ กลับกลายเป็นโคตร Family Man นะครับ นักสู้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อครอบครัวและโลกใบนี้นะครับ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเลย ในขณะที่จิตใจของเบจิต้านั้น ค่อยๆกลายมนุษย์มากยิ่งขึ้น แต่พลังใหม่ของเขานั้น กลับพาให้เขาเข้าใกล้คำว่าเทพทำลายล้างมากขึ้นไปทุกที นั่นก็คือพลังของร่าง Ultra Ego นั่นเองนะครับ
ร่างที่ไม่ใช้ความสงบเหมือน Ultra Instinct แต่ใช้สัญชาตญาณในการทำลายล้าง ร่างที่ยิ่งโดนโจมตีมากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ฟังดูเท่ ฟังดูโคตรโกงเลย แต่ในอีกมุมหนึ่ง Ultra Ego นั้นอาจจะเป็นพลังนะครับที่อันตรายที่สุดที่เบจิต้าเคยมี เพราะมันอาจจะเป็นพลังที่ค่อยๆฆ่าเจ้าของไปทีละนิดทีละนิด และในวันนี้มาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่า ทำไม Ultra Ego อาจจะเป็นจุดจบของเบจิต้าในอนาคต ต้องบอกก่อนว่าจุดจบที่ผมหมายถึง ไม่ได้หมายความว่าเบจิต้าจะตายอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่เพียงแค่ว่ามันจะเป็นเส้นทางหนึ่งเส้นทางนะครับ ที่อาจจะทำให้เบจิต้านั้นไปไม่ถึงนะครับจุดฝันเท่านั้นเอง
เราต้องย้อนกลับไปก่อนว่านะครับ Ultra Ego คืออะไรกันแน่ๆ นะครับ หลังจบศึกโรจิต้าเริ่มตระหนักได้ว่าเขานั้นไม่มีวันนะครับ เดินตามเส้นทางของโกคูได้เลย เพราะโกคูนั้นเหมาะกับ Ultra Instinct เพราะจิตใจของเขาสงบ ปล่อยวาง และการต่อสู้เปรียบเสมือนและกันเป็นสายน้ำ แต่มันแตกต่างจากเบจิต้า เขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความดุ ความโกรธ และจิตวิญญาณนักรบ ดังนั้น แทนที่จะเดินตามรอยโกคูนะครับ เบจิต้าเลือกจะเดินเส้นทางของตัวเอง นั่นก็คือการฝึกกับบิวในฐานะเทพแห่งการทำลายล้าง และบิวเคยพูดชัดเจนไว้ว่า การทำลายล้างนั้นไม่จำเป็นต้องคิดถึงสิ่งอื่นใด นี่ก็คือแก่นแท้ของ Ultra Ego
ต่างจาก Ultra Instinct ที่ต้องปล่อยใจให้ว่าง Ultra Ego คือต้องปล่อยอัตตามาให้มากที่สุด ยิ่งเชื่อเพิ่มมั่นในตัวเองมากเท่าไหร่ ยิ่งดุดันมากขึ้น พลังยิ่งเพิ่มขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ พลังนี้จะเติบโตจากความเสียหาย ยิ่งโดนโจมตีมากเท่าไหร่ ยิ่งเจ็บปวดมากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าตอนเปิดตัวครั้งแรกในศึกที่ปะทะกับการ์โอแฟนๆหลายคนนั้นก็ขนลุกขนชันเลย เพราะนี่คือครั้งแรกที่เบจิต้าดูเหนือกว่าโกคูในแง่ความน่าเกรงขาม ซีผมม่วง ดวงตาดุ รอยยิ้มคลั่งสงคราม มันเหมือนเบจิต้ากลับไปเป็นเจ้าชายคนเดิมอีกครั้ง แต่ต่างตรงที่ว่าตอนนี้เขามีพลังระดับเทพ
ปัญหาเลยก็คือ Ultra Ego ไม่ใช่พลังนะครับที่เบจิต้านั้นเนี่ย เปรียบเสมือนใช้ฟรีได้เรื่อยๆนะครับ โดยไม่มีผลกระทบอะไรทั้งสิ้น ทุกสิ่งมันมีราคาที่ต้องจ่าย และราคาที่เบจิต้าต้องจ่ายนั้นก็คือร่างกายของเขาเอง ทุกคนเลยเคยสังเกตมั้ยนะครับเวลา ร่างนี้ทำงานเมื่อไหร่แล้วล่ะก็เบจิต้า นั้นจะไม่หลบการโจมตีของศัตรูสักเท่าไหร่ นะครับ เพราะเขานั้นต้องการรับดาเมจนะครับ การโจมตีของศัตรูเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเอง ยิ่งโดนหนักเท่าไหร่ออร่ายิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่นี่คือดาบ 2 คม เพราะร่างกายของชาวไซย่าถึงจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยัง มีขีดจำกัดของตัวเองอ่ะ อย่างในช่วงศึกโนล่าก็ได้นะครับ ตอนเบจิต้านั้นเนี่ยในช่วงเป็นอัลต้าอีโก้ใหม่ๆเนาะ พี่แกนั้นนะครับสามารถคุมเกมได้หมดเลย ในช่วงแรกเขาแทบจะหัวเราะเลยได้ซ้ำนะครับ เมื่อถูกโจมตีใส่ทุกหมัดนะครับเหมือนยิ่งโดนยิ่งสะใจ แต่พอเวลาผ่านไปนะครับ เลือดเริ่มไหลมานะ ครับร่างกายเริ่มพังนะครับ สุดท้ายแล้วเขาก็ล้มลงก่อนการต่อสู้จะเสร็จสิ้น นี่แหละคือปัญหาหลักของอัลตร้าอีโก้ มันอาจจะเพิ่มพลังได้เรื่อยได้ก็จริง แต่ก็ทำลายนะครับร่างกาย ร่างกายนั้นอาจจะพังเสียก่อน ก่อนที่จะสามารถโค่นในตัวของศัตรูได้
พูดง่ายๆเลยก็คืออัลต้าอีโก้นั้นเป็นพลังที่เหมาะกับเทพนะครับ คือมันอาจจะไม่เหมาะนะครับกับมนุษย์ทั่วไปนะครับ เพราะว่าร่างกายของมนุษย์ต่อให้เป็นชาวไซย่ายังไงก็แล้วแต่มันก็มีขีดจำกัดของตนเอง ยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ ลองมองไปที่บิวเป็นตัวอย่างก็ได้นะครับ บิวใช้พลังการทำลายล้าง เขาแทบไม่เสียหายอะไรเลย เพราะร่างกายของเทพทำลายล้างถูกสร้างมาเพื่อรับพลังแบบนี้ แต่เบจิต้านั้นยังเป็นสิ่งมีชีวิตปกติทั่วไป ยังไม่ได้ถูกอัปเกรดนะครับในการเป็นเทพทล้างนะครับ มันต้องถูกมอบพลังถูกแต่งตั้งนะครับ โดยเทพเทวดาใช่มั้ย เบจิต้ายังไม่ได้ถึงระดับนั้น ต่อให้เป็นชาวไซย่าระดับสูงสุดท้ายก็ยังเหนื่อย เลือดยังออก ปากแล้วก็ยังเจ็บปวดเสมอนะครับ
และนั่นแหละก็คือความน่ากลัวนะของอัลตร้าอีโก้ อาจไม่ได้ทำลายล้างแค่ร่างกายเท่านั้น แต่ มันค่อยๆเปลี่ยนจิตใจของเบจิต้าด้วยเช่นกัน เวลาร่างนี้ทำงานเบจิต้าอาจจะมีความคล้ายกับคนเสพติดการต่อสู้ เขาเริ่มสนุกกับความเจ็บปวดยิ้มแม้กำลังจะโดนอัด นี่ไม่ใช่เบจิต้าปกติทั่วไป แต่มันคือสัญชาตญาณแห่งการทำลายล้าง ที่มองลึกลงไปแล้วนี่อาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดนะครับ เพราะเบจิต้าปัจจุบันนี้ก็ไม่ใช่คนเดิมแล้ว เขามีครอบครัว มีลูก มีสิ่งที่เขา นั้นต้องปกป้อง แต่อีโก้นั้นคือพลังที่ผลักให้เขานั้นกลับไปสู่ด้านมืดไปเรื่อยๆ นะครับ จนทำให้เขากลายเป็นนักรบที่เสพติดชัยชนะ จนไม่ได้สนสิ่งใดทั้งสิ้นเลย ลองคิดดูถ้าวันนึงเบจิต้านั้นหลงไหลพลังนี้มากเกินไป เขาอาจจะเริ่มสูญเสียตัวตนของตนเองไป อาจจะเริ่มต่อสู้โดยไม่สนความเสียหาย ไม่สนชีวิตตัวเอง และนั่นอาจจะนำสู่นะครับโศกกรรมครั้งยิ่งใหญ่ก็ได้ ที่เบจิต้านั้นกำลังจะได้รับในอนาคต
อีกเรื่องที่แฟนๆวิเคราะห์กันเยอะมากคือ Ultra Ego นั้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ เพราะในตอนนี้เบจิต้านั้นยังใช้พลังแบบฝืนตัวเองอยู่ เขาใช้ความดุดัน ใช้สัญชาตญาณ แต่ยังไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นะครับ แตกต่างจากโกคูที่เริ่มเข้าใจ Ultra Instinct มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงกว่ามากว่าอนาคตเบจิต้าว่าอาจจะต้องพัฒนา Ultra Ego ไปอีกขั้นนึง ขั้นที่ไม่ต้องรับความเสียหายหนักเหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นการผสมระหว่างสัญชาตญาณการทำลายล้างกับการควบคุมตนเอง เพราะถ้ายังใช้แบบปัจจุบันต่อไป ศัตรูระดับ Black Faser มันอาจจะเป็นกำแพงที่เบจิต้านั้นอาจจะข้ามไม่ไหวก็เป็นไปได้ อย่าลืมว่า Black Faser นั้นสามารถโค่นทั้ง Goku Vegeta ได้ในช่วงพริบตา และถ้าเบจิต้าใช้ Ultra Ego สู้กับการต่อสู้ระดับนั้น มันอาจจะกลับกลายเป็นสถานการณ์ที่อันตรายทันที เพราะยิ่งโดนตีเบจิต้ายิ่งเสียเลือด แต่อาจไม่เปิดโอกาสให้พลังของเขานั้นได้เติบโตขึ้นเลยด้วยซ้ำนะครับ จึงทำให้หลายคนก็มีความเชื่อว่า Ultra Ego นี้มีจุดอ่อนเชิงระบบ มันเก่งมากในการต่อสู้ระยะยาวกับศัตรูระดับใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเจอศัตรูที่เหนือกว่ามาก ผู้ใช้ Ultra Ego นั้นอาจจะตายก่อนก็ได้นะ ก่อนที่จะสามารถเพิ่มพลังปลุกพลังขั้นสูงสุดของตนเองได้
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจเลยก็คือเส้นทางของโกคูกับเบจิต้าตอนเนี้ยเหมือนหยินกับหยางเลย โกคูเท่ากับความสงบ เบจิต้าเท่ากับความดุดัน โกคูหลบการโจมตี เบจิต้ารับการโจมตี โกคูปล่อยวางตัวตน เบจิต้ายิ่งยึดมั่นในตัวเอง นี่คือ 2 เส้นทางที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้วเหรอก็เส้นทางของโกคูนั้นอาจจะดูยั่งยืนกว่านะครับ ในขณะที่เส้นทางของเบจิต้านั้นเหมือนเปลวไฟนะครับ ที่มันลุกแรงมากนะครับ แต่เผาผู้ใช้ไปพร้อมกัน และบางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่อาจารย์โทริยามะตั้งใจก็ได้ เพราะเบจิต้าเป็นตัวละครที่ใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวดมาโดยตลอดเลย เจ็บปวดนะครับจากการสูญเสียเผ่าพันธุ์ตัวเองไป เจ็บปวดนะครับจากการไพ่แพ้โกคู เจ็บปวดนะครับจากความภาคภูมิใจของตนเอง ดังนั้นพลังที่เปลี่ยนความเจ็บเป็นพลังจึงอาจจะเหมาะกับเขามากที่สุดเลย แต่ในเวลาเดียวกันนั้นมันก็เหมือนกับเป็นคำสาปนะครับ
คำถามเลยก็คือสุดท้ายแล้ว เบจิต้าจะควบคุม Ultra Ego ได้จริงมั้ย หรือเขาจะถูกพลังนี้กลืนกินในที่สุด โดยบางทฤษฎีเชื่อว่าอนาคตเบจิต้าอาจจะได้ร่างใหม่ ร่างที่เหนือกว่า Ultra Ego ร่างที่ไม่ใช่แค่การทำลายล้าง แต่เป็นร่างที่สามารถควบคุมพลังการทำลายล้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรืออีกทางหนึ่งเบจิต้าอาจจะต้องยอมรับว่าพลังนี้มีขีดจำกัด และเลือกเส้นทางใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเองมากกว่า แต่ไม่ว่ายังไงนะครับ สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ Ultra Ego คือพลังที่สะท้อนถึงตัวตนเบจิต้าได้ดีที่สุด มันคือความภาคภูมิใจ ความบ้าคลั่ง และจิตวิญญาณนักรบชาวไซย่าที่เบจิต้ามี และบางทีมันอาจจะเป็นเหตุผลที่แฟนๆหลงรักร่างนี้มากนะครับ แม้มันจะอันตราย แม้มันอาจจะเป็นพลังที่พาเบจิต้าเข้าใกล้ความตายที่สุดก็ตาม
แล้วทุกคนคิดว่า Ultra Ego จะพัฒนาไปไกลมากกว่านี้ได้ไหมนะครับ และมันคือพลังที่มีทางตันตั้งแต่แรกหรือเปล่า และถ้าในอนาคตเบจิต้าต้องเลือกระหว่างพลังสูงสุดกับครอบครัว เขาจะเลือกอะไรนะครับ ลองคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้เลยนะครับ เพราะเชื่อได้ว่าหลายคนนั้นนะครับ ก็ชอบแหละสำหรับร่าง Ultra Ego ของเบจิต้า แต่หากไปเจาะลึกดีๆอย่างที่ผมพูดแล้วว่ามันก็เป็นร่างนะครับ ที่เต็มไปด้วยข้อเสียเยอะด้วยเช่นกันนะครับ อ่ะทุกคนก็ลองคอมเมนต์มาได้นะครับ บางคนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นพวกนี้ก็สามารถคอมเมนต์มาเลยนะครับ และถ้าชอบคลิปนี้นะครับ ฝากกดไลก์ กดแชร์ กดติดตามไว้ด้วยแล้วก็เจอกันใหม่สำหรับคลิปหน้า ขอบพระคุณครับ