Transcription
มึงเคยสงสัยมหอมึงตายปุ๊บมึงจะวารป ไปไหนต่อหรือแค่ภาพตัดจบดำมืดตลอดกาล เรื่องเนี้ยคือคำถามโลกแตกที่มนุษย์หาคำตอบมาเป็นพันปีแต่วันนี้กูจะ เอากลางตำราของผู้รู้แจ้งอย่างพระ พุทธเจ้ามาเล่าให้ฟังแบบไม่อ้อมขอมไม่ ต้องมานั่งตีความให้ปวดหัวก่อนอื่นมึง ต้องล้างสมองเรื่องวิญญาณล่องลอย แบบในหนังผีออกไปก่อนในทางพุทธศาสนา ไม่มีตัวตนถาวรที่ลอยละล่องไปเขิดใหม่แบบ ใส่เสื้อเสื้อผ้าชุดเดิมสิ่งที่ เคลื่อนไปคือพลังงานของจิตหรือที่เรียก ว่าปฏิสนธิวิญญาณมันเหมือนเปลว เทียนที่จุดต่อจากเล่มหนึ่งไปอีกเล่ม หนึ่งไฟดวงใหม่แต่เชื้อเดิมแล้ว อะไรเป็นตัวกำหนดว่ามึงจะไปนรกสวรรค์หรือ กลับมาเป็นคนคำตอบอยู่ที่วินาทีสุด ท้ายก่อนตายหรือที่เรียกว่าจุติจิต จังหวะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดสมอง มึงจะฉายภาพความทรงจำหรือกรรมนิมิต ขึ้นมามันเหมือนมึงดูหนังชีวิตตัวเองแบบ fast forward ถ้าถ้าตลอดชีวิตมึง ทำแต่เรื่องๆฆ่าสัตว์เบียดเบียนคน ภาพพวกเนี้ยจะโผล่มาหลอนมึงจิตมึงจะเศร้า หมองดิ่งลงอบายทันทีแต่ถ้ามึงทำบุญมาเยอะ จิตใจผ่องใสภาพดีๆโผล่มาจิตสุดท้าย เกาะเกี่ยวความดีมึงก็ดีดตัวเองขึ้นสู่ สุคติภูมิ
ปัญหาคือมึงบังคับจิตตอนตายไม่ได้ง่ายๆ เพราะมันจะไหลไปตามอาจินกรรม หรือความเคยชินของมึงนั่นแหละพระพุทธเจ้า เปรียบเหมือนต้นไม้ถ้ามันเอียงไปทางทิศ ไหนเพราะโดนตัดโคนมันก็ต้องล้มไป ทางทิศ จิตมึงก็เหมือนกันถ้าวันๆมึงเอาแต่คิด ร้ายขี้อิจฉาโกรธง่ายจิตมึงเอียงลง นรกอยู่แล้วพอตายปุ๊บมันก็พุ่งลงต่ำทันที ไม่มีการต่อรองนอกจากกรรมที่ทำจน ชินแล้วยังมีครุกรรมหรือกรรมหนักถ้ามึงทำ หนักๆไว้เช่นฆ่าพ่อฆ่าแม่หรือทำ อนันตรียยกรรมอันนี้แซงฉิวทุกอย่างส่งมึง ลงนรกขุมลึกสุดทันทีแบบไม่ต้องรอ คิวหรือถ้ามึงฝึกจิตจนได้ฌานสมาบัติอัน นี้ก็ส่งมึงไปเป็นพรหมทันทีเหมือนกันแล้ว มึงจะเตรียมตัวยังไงไม่ใช่ไปนอนใน ลงซ้อมตายนะเว้ยอันนั้นมันแค่เปลือกสิ่ง ที่ต้องเตรียมคือสติการฝึกสติคือการซ้อม ตายทุกวินาทีให้มึงรู้เท่าทัน อารมณ์โกรธก็รู้โลภก็รู้อย่าปล่อยให้จิต มันคุ้นเคยกับความขุ่นมัวถ้าถามว่าไปไหน ในตำราบอกมี 31 ภพภูมิตั้งแต่นรกคุมลึกสุดยันพรหมโลกที่เสวยสุขจนเลเงวัน คืนแต่มึงรู้มั้ยพระพุทธเจ้าเคยหยิบฝุ่น ขึ้นมาที่ปลายเล็บแล้วบอกว่าคนที่ตายแล้ว ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีเท่าเศษ ฝุ่นในเล็บนี้ส่วนที่เหลือที่ลงอบายภูมิ มีเท่าดินทั้งปฐพี เพราะตอนตายจิตคนส่วนใหญ่มันห่วงห่วงลูก ห่วงเมียห่วงสมบัติความยึดติดหรืออุปฐานนี่แหละคือโซ่ตรวนที่ล่ามึงไว้ไม่ ให้ไปดีการเตรียมตัวตายที่แท้จริงคือการ หัดปล่อยวางตั้งแต่ตอนที่มึงยังมีชีวิต อยู่ไม่ใช่ไปรอรุ่นตอนโนพง่าพง่ามใน ICU ความตายไม่ใช่เรื่องอัปปมงคลแต่มัน คือความจริงที่มึงหนีไม่ได้มึงจะรวยล้น ฟ้าหรือจนตรอกสุดไทยต้องเดินเข้าสู่ประตู นี้ทุกคนดังนั้นคำถามไม่ใช่ว่าตาย แล้วไปไหนแต่คือวันนี้มึงทำจิตให้พร้อม ที่จะไปหรือยังหรือมึงยังปล่อยให้มันไหล ลงต่ำตามสัญชาตญาณดิบก็แค่