Transcription
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องใกล้ตัวของหลาย ๆ คนเลยนะคะ ปัญหาข้อเข่าเสื่อม หรือที่เรียกว่าออสทีโออาร์ไทรติส (Osteoarthritis) เอ่อ โอเอ (OA) น่ะค่ะ เป็นโรคข้อเสื่อมที่พบบ่อยมากเลย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ หรือบางทีก็เจอในคนที่เอ่อ น้ำหนักตัวเยอะ ๆ เพศหญิง หรือคนที่เคยบาดเจ็บตรงข้อเข่ามาก่อนครับ พบได้บ่อยจริง ๆ ครับ แล้วผลกระทบมันไม่ได้มีแค่ปวด หรือตึงขยับลำบากนะคะ บางคนเนี่ยอาการหนัก ๆ ถึงขั้นข้อผิดรูปไปเลยก็ใช่ครับ อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากเลยทีเดียว แถมอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีก อย่างโรคหัวใจ หรือว่าลิ่มเลือดอุดตันอะไรแบบนี้ครับ มีภาวะแทรกซ้อนได้
การรักษาทั่วไปที่เรารู้จักกันก็มีตั้งแต่ เอ่อ กินยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ หรืออาหารเสริม ซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ช่วยบรรเทาอาการให้แค่ชั่วคราวนะครับ ไม่ได้หยุดตัวโรคจริง ๆ ใช่ค่ะ แล้วก็อาจจะมีผลข้างเคียงอีกด้วยเนอะครับ ทั้งเรื่องกระเพาะ เรื่องไต บางคนก็อาจจะติดยาได้ถ้าใช้ไม่ระวัง แล้วถ้าเป็นมาก ๆ ทางเลือกสุดท้ายก็อาจจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมไปเลย ซึ่งก็เป็นการผ่าตัดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายสูง แล้วก็มีความเสี่ยงเรื่องภาวะแทรกซ้อน ข้อเทียมเองก็มีอายุการใช้งานจำกัดด้วยครับ
แต่ว่าวันนี้ค่ะ เรามีทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจมาก ๆ มาคุยกัน เป็นเทคโนโลยีรักษาแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด เขาเรียกว่าอัลตราซาวด์ความเข้มต่ำ หรือไลปัส (Low Intensity Pulsed Ultrasound หรือ LIPUS) ใช่ค่ะ จริง ๆ เอฟดีเอ (FDA) ที่อเมริกาเขาก็รับรองให้ใช้กับพวกโรคกระดูกกล้ามเนื้อมาสักพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่ปี 1994 โน่นเลยครับ ใช้มานานพอสมควรแล้วในต่างประเทศ วันนี้เราเลยจะมาเจาะลึกกันค่ะว่าเจ้าไลปัสเนี่ยมันคืออะไรกันแน่ แล้วมีหลักฐานอะไรบ้างที่บอกว่ามันอาจจะช่วยเรื่องข้อเข่าเสื่อมได้ อยากให้คุณหมอช่วยอธิบายหน่อยค่ะว่าไลปัสเนี่ยมันทำงานยังไงคะ มันเหมือนกับอัลตราซาวด์ที่เอ่อ นักกายภาพเขาใช้กันทั่ว ๆ ไปหรือเปล่าคะ
เอ่อ จะว่าเหมือนก็ไม่เชิงครับ ตัวไลปัสเนี่ยความเข้มของคลื่นมันจะต่ำมาก ๆ เลย ต่ำกว่า 1 วัตต์ต่อตารางเซนติเมตร อ๋อ ต่ำมาก ๆ ครับ แล้วก็จะปล่อยคลื่นเสียงออกมาเป็นช่วง เป็นพัลส์ (pulse) ความถี่ก็อยู่ประมาณ 1-3 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) จุดเด่นสำคัญเลยคือมันแทบไม่ทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อครับ อุณหภูมิอาจจะขยับขึ้นนิดเดียวจริง ๆ ประมาณครึ่งองศาหลังใช้ไปสัก 10 นาที อืม ไม่ร้อน ใช่ครับ มันเน้นส่งเป็นพลังงานกลจากตัวคลื่นเสียงเข้าไปกระตุ้นเซลล์โดยตรงมากกว่า พลังงานกลหมายถึงแบบแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเสียงเหรอคะ ถูกต้องครับ หลัก ๆ มันมีกลไกที่ไม่ใช่ความร้อนอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกเรียกว่าคาวิเตชั่น (cavitation) แต่เป็นแบบเสถียรนะครับ คาวิเตชั่นคือการเกิดฟองอากาศเล็ก ๆ ขึ้นในเนื้อเยื่อ แล้วมันก็ขยายตัวยุบตัวตามแรงดันคลื่นเสียง อันนี้ช่วยกระตุ้นเซลล์ได้ อย่างที่ 2 ก็คือผลเชิงกล สั่นสะเทือนนี่แหละมันไปทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อเกิดการขยับตัว อ๋อค่ะ หลักการสำคัญมาก ๆ ของมันก็คือการเปลี่ยนสัญญาณเชิงกลที่เราส่งเข้าไปเนี่ยให้กลายเป็นสัญญาณทางชีวเคมีเกิดขึ้นข้างในเซลล์ โอ เหมือนเราส่งรหัสลับเข้าไปปลุกเซลล์ให้ทำงานอะไรแบบนั้นเลยนะคะ ประมาณนั้นเลยครับ กระตุ้นให้เซลล์ตอบสนองในทางที่ดีขึ้น น่าสนใจมากค่ะ งั้นเรามาดูกันทีละส่วนเลยว่ามันเข้าไปคุยหรือส่งสัญญาณกับเซลล์ต่าง ๆ ในข้อเข่าที่เสื่อมยังไงบ้าง เริ่มจากเยื่อบุข้อไซโนเวียม (synovium) ก่อนเลย ตัวนี้ปกติมันสร้างน้ำเลี้ยงข้อ แต่พออักเสบในโอเอ (OA) นี่สร้างปัญหาเลยใช่มั้ยคะ
ใช่เลยครับ ในภาวะโอเอ (OA) เนี่ยเยื่อบุข้อ หรือไซโนเวียมมันจะอักเสบเรื้อรังเลยครับ ทีนี้งานวิจัยก็พบว่าไลปัสเนี่ยมันเข้าไปช่วยลดการอักเสบได้หลายทางมาก ๆ ครับ ลดอักเสบยังไงบ้างคะ ครับ มันไปลดการสร้างสารอักเสบตัวสำคัญอย่างไอแอล-วันเบต้า (IL-1β) ลดเอนไซม์เอ็มเอ็มพี-วัน (MMP-1) ซึ่งเจ้าตัวนี้เหมือนเป็นหน่วยรื้อถอนที่คอยทำลายกระดูกอ่อน อ๋อ ตัวร้ายเลย ครับ แล้วในทางกลับกันมันก็ไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญมาก ๆ ของกระดูกอ่อน อืม เหมือนส่งสัญญาณการไปดับไฟการอักเสบ แล้วก็บอกเซลล์ว่าหยุดทำลายกระดูกอ่อนนะ แล้วก็เร่งสร้างของดี ๆ ขึ้นมาแทนแบบนี้หรือเปล่าคะ ใช่ครับ ใช่เลย ภาพรวมเป็นแบบนั้นเลยครับ แถมยังช่วยเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูโรนิก หรือเอชเอ (HA) ที่เป็นน้ำหล่อลื่นข้อโมเลกุลใหญ่ ๆ นะครับ อ๋อ เอชเอ (HA) ตัวดี ครับ แล้วก็ไปยับยั้งเอนไซม์ที่คอยมาทำลายเอชเอ (HA) ด้วยค่ะ ที่สำคัญอีกอย่างคือมันอาจจะช่วยปรับสมดุลของเซลล์ภูมิคุ้มกันในข้อได้ด้วยครับ จากพวกที่ชอบกระตุ้นการอักเสบที่เรียกว่าเอ็มวันมาโครฟาจ (M1 Macrophage) ให้เปลี่ยนไปเป็นพวกที่ช่วยลดอักเสบแล้วก็ซ่อมแซม หรือเอ็มทูมาโครฟาจ (M2 Macrophage) แทน โอ้โห ดีจังเลยค่ะ ครับ มีงานวิจัยในหนูทดลองที่สนับสนุนผลพวกนี้อยู่เหมือนกันครับ โอเคค่ะ เรื่องการอักเสบที่เยื่อบุข้ออันนี้เคลียร์เลยค่ะ
งั้นหัวใจหลักจริง ๆ ของข้อเสื่อมอย่างกระดูกอ่อน (cartilage) ที่มันสึกไปเรื่อย ๆ ล่ะคะ ไลปัสเข้าไปช่วยตรงนี้ได้ยังไงบ้าง ตรงนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ ตัวไลปัสเนี่ยมันสามารถส่งสัญญาณตรงไปกระตุ้นเซลล์กระดูกอ่อน หรือคอนโดรไซท์ (chondrocyte) ได้เลย กระตุ้นยังไงคะ กระตุ้นให้พวกมันแบ่งตัวมากขึ้น แล้วก็สร้างสารเคลือบเซลล์ หรือเมทริกซ์ (matrix) ที่เป็นโครงสร้างหลักของกระดูกอ่อนให้มากขึ้นด้วยครับ ทั้งคอลลาเจนชนิดที่ 2 แล้วก็โปรตีโอไกลแคน (proteoglycan) ที่ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำคอยดูดซับแรงกระแทกในข้อ เหมือนไปปลุกเซลล์กระดูกอ่อนที่อาจจะเริ่มล้า ๆ ให้กลับมาทำงานแข็งขันขึ้น ใช่เลยครับ แล้วก็มีประเด็นที่น่าสนใจมาก ๆ อีกอย่างคือมีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่ามันอาจจะไปกระตุ้นสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีอยู่ในข้อให้พัฒนาไปเป็นเซลล์กระดูกอ่อนได้ด้วย โห ถึงขั้นนั้นเลยเหรอคะ ครับ นอกจากนี้ก็ยังช่วยยับยั้งสารบางตัวที่กระตุ้นให้กระดูกอ่อนมันเสื่อมเร็วขึ้น แล้วก็ยังส่งเสริมกระบวนการที่เรียกว่าออโตฟาจี (autophagy) ออโตฟาจี (autophagy) มันคืออะไรคะ ฟังดูยากจัง อ๋อ คิดภาพง่าย ๆ เหมือนเป็นกระบวนการเก็บกวาดบ้าน หรือรีไซเคิลภายในเซลล์นะครับ อ๋อค่ะ ช่วยกำจัดพวกโปรตีนที่เสีย ๆ หรือของเสียต่าง ๆ ออกไป ซึ่งในข้อที่เสื่อมเนี่ยกระบวนการเนี้ยมันอาจจะทำงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ก็เหมือนเข้าไปช่วยกระตุ้นให้มันทำงานดีขึ้น เข้าใจแล้วค่ะ ช่วยทำความสะอาดเซลล์ ครับ แล้วก็ยังพบว่ามันไปกระตุ้นให้เซลล์หลั่งเอ็กโซโซม (exosome) ออกมาด้วย เอ็กโซโซม (exosome) ครับ เป็นเหมือนถุงเล็ก ๆ ที่ข้างในบรรจุสารชีวภาพดี ๆ หลายอย่างเลยครับ พอเซลล์หลั่งออกมามันก็ไปช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้ โห ดูมันทำงานซับซ้อนแต่ว่ามีเป้าหมายชัดเจนดีนะคะ ทั้งลดอักเสบ ทั้งกระตุ้นซ่อมแซม ทั้งช่วยทำความสะอาดเซลล์เลย ครับ กลไกมันค่อนข้างหลากหลายครับ
นอกจากเยื่อบุข้อกับกระดูกอ่อนแล้วยังมีอีกส่วนที่สำคัญคือกระดูกใต้กระดูกอ่อน (subchondral bone) ที่บอกว่ามันก็เปลี่ยนแปลงในโอเอ (OA) เหมือนกัน ส่วนนี้ไลปัสช่วยได้ไหมคะ ช่วยได้ครับ ส่วนนี้สำคัญมากเพราะเป็นเหมือนฐานรากที่รองรับกระดูกอ่อนอยู่ ไลปัสก็มีผลดีกับกระดูกส่วนนี้ด้วยครับ มีงานวิจัยในหนูทดลองพบว่าช่วยปรับปรุงโครงสร้างจุลภาคของกระดูกให้ดีขึ้นได้ แล้วก็เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก หรือบีเอ็มดี (BMD) ได้ด้วย อืม ดีต่อกระดูกโดยตรงเลย ครับ แล้วก็มีการศึกษาที่ลองใช้ไลปัสร่วมกับการฉีดสเต็มเซลล์ พบว่าให้ผลดีกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งในแง่ของการซ่อมแซม ทั้งตัวกระดูกอ่อนและปริมาตรของกระดูกใต้กระดูกอ่อนเองด้วยครับ แสดงว่ามันดูแลทั้งพื้นคือกระดูก แล้วก็พรมคือกระดูกอ่อนไปพร้อม ๆ กันเลย
ใช่ครับ มีแนวคิดว่าการใช้ไลปัสตั้งแต่เนิ่น ๆ เนี่ยอาจจะช่วยชะลอการลุกลามของโรค ลดอาการปวด แล้วก็ลดการเกิดเส้นประสาทที่มันงอกผิดปกติเข้าไปในกระดูก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดเรื้อรังในโอเอ (OA) ได้ด้วย อ๋อค่ะ โดยรวมก็คือมันช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกระดูกที่เริ่มจะผิดปกติไปในโอเอ (OA) ให้ดีขึ้นได้ครับ สรุปแล้วนะครับ ไลปัสก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกการรักษาโอเอ (OA) ที่น่าสนใจมาก ๆ เลย เพราะว่ามันไม่ได้ออกฤทธิ์แค่จุดเดียว แต่สามารถเข้าไปช่วยได้หลายกลไกพร้อม ๆ กัน ทั้งเรื่องลดการอักเสบที่เยื่อบุข้อ ส่งเสริมสุขภาพแล้วก็การซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อน แล้วก็ยังช่วยดูแลโครงสร้างของกระดูกใต้กระดูกอ่อนด้วยค่ะ มีงานวิจัยรองรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แม้ว่าการศึกษาในคนจริง ๆ อาจจะยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีกในอนาคตก็ตาม
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะสำหรับข้อมูลเชิงลึกวันนี้ ทำให้เห็นภาพรวมแล้วก็กลไกต่าง ๆ ของไลปัสได้ชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะ น่าสนใจจริง ๆ สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอทิ้งท้ายให้เราลองคิดตามกันดูนะคะว่า ในเมื่อการใช้สัญญาณเชิงกลแบบเบา ๆ อย่างคลื่นเสียงความเข้มต่ำจากไลปัสเนี่ย มันสามารถกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการซ่อมแซมตัวเองได้ในระดับนี้แล้ว มันจะเป็นไปได้ไหมคะว่าอาจจะมีการกระตุ้นทางกายภาพรูปแบบอื่น ๆ ที่มันละเอียดอ่อนกว่านี้ หรือที่เราอาจจะยังไม่เข้าใจหรือยังไม่เคยค้นพบ อืม น่าคิดครับ ซึ่งมันอาจจะมีศักยภาพซ่อนอยู่